ยาแก้ปวดทำงานอย่างไร? - จอร์จ ไซดาน: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
663 คำ 182 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: แอนิเมชันวิทยาศาสตร์นี้อธิบายว่าเหตุใดความเจ็บปวดจึงเป็นระบบเตือนภัยของร่างกาย ตัวรับความเจ็บปวดตรวจจับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นอย่างไร และแอสไพรินกับไอบูโพรเฟนขัดขวางวิถีเคมีต่างกันอย่างไร ช่วงท้ายชี้ว่าความเจ็บปวดยังขึ้นอยู่กับระบบประสาท ความสนใจ และอารมณ์ และยังเป็นเรื่องที่กำลังมีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. Say you're at the beach, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจว่า Say ในที่นี้ใช้เปิดสถานการณ์สมมติ ไม่ได้สั่งให้ผู้ฟังพูดออกมาจริง ๆ คุณสามารถใช้คำเปิดที่เข้าถึงง่ายนี้เพื่อยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมก่อนอธิบายแนวคิดวิทยาศาสตร์เชิงนามธรรม หรือพาผู้ฟังคิดตามกรณีสมมติเป็นลำดับ 2. isn't set in stone. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: แยกแยะได้ว่า set in stone หมายถึงตายตัวและเปลี่ยนไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงสลักลงบนหินตามตัวอักษร จึงใช้บอกอย่างเป็นธรรมชาติได้ว่าเกณฑ์ กฎ การตัดสินใจ หรือแผนยังอาจเปลี่ยนตามสถานการณ์หรือสภาวะทางเคมี 3. an area of active research. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เรียนรู้สำนวนเชิงวิชาการที่ใช้เรียกหัวข้อซึ่งนักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาค้นคว้าและความเข้าใจยังพัฒนาต่อไป คุณจึงสื่อได้อย่างแม่นยำว่าความรู้ยังไม่สมบูรณ์ โดยไม่ทำให้เข้าใจผิดว่ามีข้อสรุปสุดท้ายแล้ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Say you're at the beach, ลำดับความ

0:14

สมมติว่าคุณอยู่ที่ชายหาด

you get sand in your eyes. วลี

0:14

มีทรายเข้าตาคุณ

ลำดับความ

Say you're at the beach: การตั้งสถานการณ์สมมติ

ตอนต้นประโยค Say + อนุประโยคที่สมบูรณ์ ใช้แนะนำสถานการณ์สมมติให้ผู้ฟังนึกภาพตาม ที่นี่ไม่ได้แปลว่า “พูด” แต่หมายถึง “สมมติว่า” หรือ “ลองนึกภาพว่า” ผู้พูดใช้สถานการณ์ที่ชายหาดเป็นการปูพื้นอย่างรวดเร็วสำหรับคำอธิบายต่อไป โครงสร้างนี้ยังใช้แนะนำตัวอย่างหรือช่วยให้เข้าใจแนวคิดได้ง่ายขึ้นด้วย

แบบฝึกหัด

ใน “Say you're at the beach” คำว่า Say ทำหน้าที่อะไร

  1. ยืนยันว่าผู้ฟังอยู่ที่ชายหาดจริง ๆ
  2. แนะนำสถานการณ์สมมติให้ผู้ฟังนึกภาพตาม
  3. สั่งให้ผู้ฟังพูดคำเหล่านั้นออกเสียง
ดูคำตอบ

แนะนำสถานการณ์สมมติให้ผู้ฟังนึกภาพตาม

วลี

get sand in your eyes: การบอกผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ

Get sand in your eyes อธิบายผลลัพธ์ที่ทรายเข้าไปในดวงตา โดยทั่วไปเกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการ ในที่นี้ get ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ได้ทรายมา” แต่หมายถึงบางสิ่งเข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของร่างกาย โครงสร้าง get + สิ่งของ + in + ส่วนของร่างกาย ใช้อธิบายปัญหาในชีวิตประจำวันที่คล้ายกันได้ เช่น ฝุ่นเข้าตาหรือน้ำเข้าหู

แบบฝึกหัด

“get sand in your eyes” อธิบายสิ่งใด

  1. มีคนได้ทรายมาเพื่อใช้ภายหลัง
  2. ทรายเข้าไปในดวงตาโดยบังเอิญ
  3. มีคนตั้งใจใส่ทรายลงในภาชนะ
ดูคำตอบ

ทรายเข้าไปในดวงตาโดยบังเอิญ

How do you know the sand is there? ลำดับความ

0:16

คุณรู้ได้อย่างไรว่ามีทรายอยู่ในนั้น?

You obviously can't see it.

0:18

คุณมองไม่เห็นมันอย่างแน่นอน

ลำดับความ

How do you know...?: คำถามที่ชี้นำการให้เหตุผล

ในที่นี้ “How do you know the sand is there?” ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อขอข้อมูลใหม่ ผู้พูดมีคำอธิบายอยู่ในใจแล้วและถามเพื่อให้ผู้ฟังคิดถึงหลักฐาน ส่วน “You obviously can't see it” ตัดความเป็นไปได้ที่จะรู้จากการมองเห็น ในฐานะวิธีจัดลำดับคำอธิบาย คำถามชี้นำแบบนี้จะตั้งปัญหาขึ้นก่อน เพื่อให้แนวคิดถัดไปเสนอเบาะแสหรือคำตอบได้

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายนี้ “How do you know the sand is there?” มีหน้าที่หลักอะไร

  1. เพื่อชี้นำผู้ฟังไปยังหลักฐานสำหรับคำอธิบายถัดไป
  2. เพื่อบอกว่าหัวข้อนี้จบแล้ว
  3. เพื่อขอให้ผู้ฟังระบุตำแหน่งที่แน่นอนของทราย
ดูคำตอบ

เพื่อชี้นำผู้ฟังไปยังหลักฐานสำหรับคำอธิบายถัดไป

But, if you're a normal, healthy human, ไวยากรณ์

0:19

แต่ถ้าคุณเป็นมนุษย์ปกติที่แข็งแรง

you can feel it.

0:21

คุณจะรู้สึกได้

ไวยากรณ์

if you're a normal, healthy human: ใช้ if จำกัดขอบเขตของข้อความ

อนุประโยค “if you're a normal, healthy human” ระบุเงื่อนไขที่ทำให้ข้อความหลัก “you can feel it” เป็นจริง อนุประโยค if จำกัดขอบเขตของข้อความ แทนที่จะบอกว่าทุกคนรู้สึกถึงมันได้โดยไม่มีข้อยกเว้น การวางอนุประโยค if ไว้ข้างหน้าจะกำหนดขอบเขตก่อนบอกผลลัพธ์ โดยทั่วไปจะใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นเงื่อนไขที่ขึ้นต้นประโยคนี้ออกจากประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค if ที่ขึ้นต้นประโยคเพื่อจำกัดว่าใจความหลักเป็นจริงภายใต้เงื่อนไขใด

  1. The battery is full, so the light turned green.
  2. If the battery is full, the light turns green.
  3. The light is green, but the battery is low.
ดูคำตอบ

If the battery is full, the light turns green.

That sensation of extreme discomfort,

0:23

ความรู้สึกไม่สบายอย่างรุนแรงนั้น

also known as pain. วลี

0:25

หรือที่เรียกว่าความเจ็บปวด

วลี

also known as pain: การบอกชื่ออีกชื่อหนึ่ง

also known as ใช้บอกชื่ออีกชื่อหนึ่งของบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง ในประโยคนี้ คำอธิบายที่ยาวกว่าอย่าง that sensation of extreme discomfort ได้รับชื่อที่คุ้นเคยกว่าว่า pain ในวลีนี้ known หมายถึง “ถูกเรียกว่า” หรือ “เป็นที่รู้จักในชื่อนี้” ไม่ได้หมายถึงแค่ “เป็นที่รู้จักของผู้คน” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X, also known as Y และ X is also known as Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “เรียกอีกอย่างว่า”: Sodium chloride is ____ table salt.

ดูคำตอบ

also known as

Now pain makes you do something. ไวยากรณ์

0:27

ตอนนี้ความเจ็บปวดทำให้คุณต้องทำอะไรบางอย่าง

ไวยากรณ์

pain makes you do: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าบุคคล สิ่งของ หรือเหตุการณ์เป็นสาเหตุให้ใครบางคนลงมือทำ ใน pain makes you do something คำว่า pain คือสาเหตุ คำว่า you คือกรรม และ do คือกริยารูปพื้นฐาน ในประโยค active ที่ใช้ make ไม่เติม to หน้ากริยาที่เป็นการกระทำ ต้องใช้ makes you do ไม่ใช่ makes you to do โดย tense จะแสดงที่ make ส่วนกริยาการกระทำยังคงเป็นรูปพื้นฐาน เช่น made him leave

แบบฝึกหัด

ใช้ laugh ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The joke made everyone ____.

ดูคำตอบ

laugh

In this case, ลำดับความ

0:29

ในกรณีนี้

rinse your eyes until the sand is gone. ไวยากรณ์

0:29

คือล้างตาจนกว่าทรายจะออกไปหมด

ลำดับความ

In this case: กำหนดกรอบของสถานการณ์ปัจจุบัน

In this case หมายถึง “ในสถานการณ์เฉพาะนี้” เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดขอบเขตของคำแนะนำที่ตามมา โดยบอกว่าคำแนะนำนั้นใช้กับสถานการณ์ที่กำลังพูดถึงอยู่ วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยเปลี่ยนจากแนวคิดทั่วไปมาสู่กรณีที่เฉพาะเจาะจง ในที่นี้ case หมายถึง “สถานการณ์” ไม่ใช่คดีความหรือภาชนะ

แบบฝึกหัด

คู่มืออธิบายกฎทั่วไปก่อน แล้วนำไปใช้กับสถานการณ์เฉพาะหนึ่งสถานการณ์ ประโยคใดแสดงการเปลี่ยนนี้ได้ชัดเจน

  1. In any case, use the smaller brush.
  2. This is a legal case, so use the smaller brush.
  3. In this case, use the smaller brush.
ดูคำตอบ

In this case, use the smaller brush.

ไวยากรณ์

until the sand is gone: กำหนดเงื่อนไขในการหยุด

Until the sand is gone ระบุจุดสิ้นสุดของการล้างตา การล้างจะดำเนินต่อไปและหยุดได้เมื่อเงื่อนไข the sand is gone เป็นจริง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ การกระทำ + until + อนุประโยค อนุประโยคที่มี until ระบุสภาพหรือเหตุการณ์ที่ทำให้การกระทำหลักสิ้นสุดลง ไม่ได้บอกเหตุผลของการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงให้เช็ดโต๊ะต่อไปและหยุดเมื่อโต๊ะแห้ง

  1. Wipe the table until it is dry.
  2. Wipe the table because it is dry.
  3. Wipe the table while it is dry.
ดูคำตอบ

Wipe the table until it is dry.

And how do you know the sand is gone?

0:31

แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าทรายออกไปหมดแล้ว?

Exactly,

0:33

ถูกต้อง

because there's no more pain. วลี

0:33

เพราะมันไม่เจ็บอีกต่อไป

วลี

there's no more pain: ใช้ no more เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งสิ้นสุดลงแล้ว

ใน “there's no more pain” โครงสร้าง there is + no more + คำนามนับไม่ได้ บอกว่าสิ่งหรือสภาวะที่เคยมีอยู่ตอนนี้หมดไปแล้ว ในที่นี้ความเจ็บปวดสิ้นสุดลง ไม่ใช่แค่เบาลง เมื่อเป็นคำนามนับได้พหูพจน์ ให้ใช้ there are no more เช่น “There are no more questions.” โครงสร้างนี้เน้นผลในปัจจุบันของการเปลี่ยนจากเคยมีบางส่วนเป็นไม่เหลือเลย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าความเจ็บปวดสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่เบาลง?

  1. There is some pain.
  2. There is no more pain.
  3. There is less pain.
ดูคำตอบ

There is no more pain.

There are people who don't feel pain. ไวยากรณ์

0:35

มีบางคนที่ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด

ไวยากรณ์

There are people who don't feel...: แนะนำคนกลุ่มหนึ่งด้วยอนุประโยคสัมพันธ์

“There are people who don't feel pain” ใช้ there are ก่อนเพื่อบอกว่ามีคนแบบนี้อยู่จริง จากนั้นอนุประโยคสัมพันธ์ who don't feel pain จะระบุว่าคนที่กำลังกล่าวถึงเป็นคนแบบใด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ There are + people หรือคำนามพหูพจน์อื่นที่หมายถึงคน + who + คำกริยา อนุประโยค who เชื่อมและขยายคำนามที่อยู่ข้างหน้า ไม่ใช่ประโยคใหม่ที่แยกออกมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ There are ... who ... ได้ถูกต้องเพื่อแนะนำคนประเภทหนึ่ง?

  1. There are people who work best at night.
  2. There are people who best at night.
  3. There are people they work best at night.
ดูคำตอบ

There are people who work best at night.

Now that might sound cool, น้ำเสียง/เจตนา

0:37

ซึ่งอาจจะฟังดูเท่

but it's not.

0:38

แต่มันไม่ใช่เลย

น้ำเสียง/เจตนา

อาจฟังดูเจ๋ง แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่: การแก้ไขความประทับใจแรก

วลี might sound cool, but it's not เริ่มจากการยอมรับความรู้สึกแรกในแง่บวกที่อาจเกิดขึ้นก่อน นั่นคือ สิ่งนี้อาจฟังดูเจ๋ง sound + คำคุณศัพท์ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไรแก่ผู้ฟัง ไม่ได้หมายถึงเสียงจริงที่มันสร้างขึ้น ส่วนที่ตามหลัง but จะรีบแก้ความรู้สึกนั้นทันที ใน it's not ละคำว่า cool ไว้ เพราะเข้าใจได้ว่า “จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เจ๋ง” รูปแบบนี้ใช้เมื่อความประทับใจแรกแตกต่างจากความเป็นจริง

แบบฝึกหัด

might sound cool, but it's not แสดงท่าทีอย่างไร

  1. ความคิดนี้เจ๋งอย่างแน่นอน
  2. ความคิดนี้สร้างเสียงที่เจ๋ง
  3. ความคิดนี้อาจฟังดูเจ๋งในตอนแรก แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่
ดูคำตอบ

ความคิดนี้อาจฟังดูเจ๋งในตอนแรก แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่

If you can't feel pain,

0:40

ถ้าคุณไม่รู้สึกเจ็บปวด

you could get hurt or even hurt yourself ไวยากรณ์

0:41

คุณอาจได้รับบาดเจ็บหรือแม้กระทั่งทำร้ายตัวเอง

and never know it.

0:44

โดยที่ไม่รู้ตัวเลย

ไวยากรณ์

could get hurt หรือ hurt yourself: ผลลัพธ์ของการบาดเจ็บกับการทำให้ตัวเองบาดเจ็บ

could get hurt ใช้ get + hurt เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น นั่นคือคนคนนั้นอาจได้รับบาดเจ็บ โดยไม่ได้บอกว่าใครหรืออะไรเป็นสาเหตุ hurt yourself ใช้ hurt + คำสรรพนามสะท้อนกลับ เพื่อบอกว่าประธานเป็นผู้กระทำ และผลของการกระทำนั้นเกิดกับคนคนเดียวกัน ในประโยคนี้ or even นำเสนอความเป็นไปได้ที่สองว่าเป็นตัวอย่างที่รุนแรงกว่า hurt yourself ใช้พูดถึงอุบัติเหตุได้ เช่น การจับสิ่งของไม่ถูกวิธี วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการทำร้ายตัวเองโดยเจตนาเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปรียบเทียบการได้รับบาดเจ็บกับการกระทำที่ทำร้ายคนคนเดียวกัน

  1. You could hurt someone or even get hurt.
  2. You could get hurt or even hurt someone.
  3. You could get hurt or even hurt yourself.
ดูคำตอบ

You could get hurt or even hurt yourself.

Pain is your body's early warning system. สำนวน

0:45

ความเจ็บปวดคือระบบเตือนภัยล่วงหน้าของร่างกาย

สำนวน

body's early warning system: การเปรียบเทียบถึงการเตือนภัย

การเรียกความเจ็บปวดว่าเป็นระบบเตือนภัยล่วงหน้าของร่างกายเป็นการเปรียบเทียบ ความเจ็บปวดถูกมองว่าเป็นกลไกเตือนที่บอกถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และเปิดโอกาสให้คุณปกป้องร่างกายก่อนที่จะเสียหายมากขึ้น ในที่นี้ system ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเครื่องจักร แต่อาจหมายถึงชุดกระบวนการทางชีวภาพที่เชื่อมโยงกันและทำหน้าที่อย่างหนึ่งร่วมกัน

แบบฝึกหัด

body's early warning system ในประโยคนี้เน้นอะไร?

  1. ความเจ็บปวดระบุสาเหตุที่แน่นอนของการบาดเจ็บได้เสมอ
  2. ความเจ็บปวดสามารถเตือนคุณถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
  3. ความเจ็บปวดคือสัญญาณเตือนอิเล็กทรอนิกส์ภายในร่างกาย
ดูคำตอบ

ความเจ็บปวดสามารถเตือนคุณถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

It protects you from the world around you and from yourself.

0:47

มันปกป้องคุณจากโลกรอบตัวและจากตัวคุณเอง

As we grow, ไวยากรณ์

0:50

เมื่อเราโตขึ้น

we install pain detectors in most areas of our body. สำนวน

0:52

เราได้ติดตั้งตัวรับความเจ็บปวดไว้ในส่วนต่างๆ ของร่างกายเรา

ไวยากรณ์

As we grow: การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่พัฒนาไปพร้อมกัน

ใน As we grow คำว่า as หมายถึง “ขณะที่” หรือ “เมื่อกระบวนการนั้นดำเนินไป” โดยใช้การเติบโตเป็นฉากหลังด้านเวลา กล่าวคือ ระบบตรวจจับความเจ็บปวดพัฒนาขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน การใช้แบบนี้มักเชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ค่อย ๆ พัฒนาไปพร้อมกัน ไม่ใช่ความหมายที่บอกบทบาทเหมือนใน as a doctor

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as ในความหมายด้านเวลาแบบเดียวกับ As we grow?

  1. As the museum was closed, we visited the park instead.
  2. As the sky gets darker, the streetlights come on.
  3. As a coach, Lena plans every practice.
ดูคำตอบ

As the sky gets darker, the streetlights come on.

สำนวน

install pain detectors ในฐานะคำเปรียบเทียบระบบชีวภาพ

ในที่นี้ install pain detectors เป็นคำเปรียบเทียบเชิงเทคนิค ร่างกายไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จริง ๆ แต่เมื่อร่างกายพัฒนาขึ้น ก็จะสร้างเซลล์ประสาทที่ตรวจจับความเสียหายหรือสิ่งที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย การเรียกเซลล์เหล่านี้ว่า pain detectors ทำให้ร่างกายดูเหมือนระบบที่ได้รับการออกแบบ ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ คำที่เกี่ยวกับเครื่องจักรและระบบช่วยให้เรานึกภาพกระบวนการทางชีววิทยาที่มองไม่เห็นได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

install pain detectors หมายถึงอะไรในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้?

  1. ร่างกายสร้างเซลล์ที่สามารถตรวจจับความเสียหายหรือสิ่งที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย
  2. ร่างกายเรียนรู้ที่จะซ่อมแซมบาดแผลทุกชนิดทันที
  3. มีการใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในร่างกาย
ดูคำตอบ

ร่างกายสร้างเซลล์ที่สามารถตรวจจับความเสียหายหรือสิ่งที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย

These detectors are specialized nerve cells called nociceptors that stretch from your spinal cord โน้ต

0:55

ตัวรับเหล่านี้คือเซลล์ประสาทพิเศษที่เรียกว่า โนซิเซปเตอร์ ซึ่งทอดยาวจากไขสันหลัง

การใช้คำ

specialized nerve cells called nociceptors: การใช้ called เพื่อแนะนำคำศัพท์

specialized nerve cells บอกหมวดที่เข้าใจง่ายก่อนว่า สิ่งเหล่านี้คือเซลล์ประสาทที่มีหน้าที่เฉพาะ จากนั้น called nociceptors จึงบอกชื่อทางวิทยาศาสตร์ รูปแบบ หมวด + called + คำศัพท์ เป็นวิธีสั้น ๆ ในการนิยามหรือระบุสิ่งหนึ่ง called หมายความว่าสิ่งนั้นมีชื่อนี้ จึงตามด้วยคำศัพท์โดยตรงโดยไม่ใช้ as

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ called เพื่อแนะนำคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง?

  1. Leaves have tiny openings calling stomata.
  2. Leaves have tiny openings called stomata.
  3. Leaves have tiny openings called as stomata.
ดูคำตอบ

Leaves have tiny openings called stomata.

to your skin,

1:01

ไปจนถึงผิวหนังของคุณ

your muscles,

1:01

กล้ามเนื้อของคุณ

your joints,

1:02

ข้อต่อของคุณ

your teeth,

1:02

ฟันของคุณ

and some of your internal organs.

1:03

และอวัยวะภายในบางส่วนของคุณ

ไวยากรณ์

stretch from ... to ...: บอกขอบเขตที่ทอดยาวในพื้นที่

stretch ในที่นี้หมายถึง “ทอดยาวไปในพื้นที่” ไม่ใช่ “ยืดร่างกายเพื่อคลายกล้ามเนื้อ” อนุประโยคขยายที่เริ่มด้วย stretch อธิบายว่าโนซิเซปเตอร์ทอดยาวไปยังส่วนใดบ้างในร่างกาย รูปแบบ stretch from A to B ระบุจุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุดหรือขอบเขต ในประโยคนี้มีจุดเริ่มต้นเดียวคือ your spinal cord ซึ่งเชื่อมไปยังรายการจุดหมายที่เริ่มด้วย your skin

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปสองคำให้รูปแบบบอกขอบเขตสมบูรณ์: The hiking trail stretches ____ the river ____ the village.

ดูคำตอบ

from · to

Just like all nerve cells, วลี

1:05

เช่นเดียวกับเซลล์ประสาททั้งหมด

they conduct electrical signals, การใช้คำ

1:07

พวกมันส่งผ่านสัญญาณไฟฟ้า

sending information from wherever they're located ไวยากรณ์

1:09

โดยส่งข้อมูลจากจุดที่พวกมันอยู่

back to your brain.

1:11

กลับไปที่สมองของคุณ

วลี

Just like all nerve cells: แนะนำจุดที่คล้ายกันซึ่งเกี่ยวข้อง

Just like all nerve cells เป็นการเปรียบเทียบที่ใช้เปิดประโยค โดยจัดให้โนซิเซปเตอร์อยู่ในกลุ่มเซลล์ประสาทที่คุ้นเคย แล้วเตรียมบอกคุณสมบัติร่วมที่ตามมา คือการนำสัญญาณไฟฟ้า Just like X หมายถึง “เหมือนกับ X ในแง่ที่เกี่ยวข้องตอนนี้” วลีนี้ทำให้ผู้ฟังสนใจจุดที่คล้ายกันซึ่งจะกล่าวต่อไป ไม่ได้อ้างว่าสิ่งที่เปรียบเทียบกันเหมือนกันทุกด้าน

แบบฝึกหัด

วลีเปิดประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? Just like other mammals, dolphins breathe air.

  1. วลีนี้บอกว่าโลมาเหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นทุกชนิดในทุกด้าน
  2. วลีนี้แนะนำความคล้ายกันที่เกี่ยวข้อง คือโลมาก็หายใจด้วยอากาศเช่นกัน
  3. วลีนี้บอกเหตุผลที่โลมาหายใจด้วยอากาศ
ดูคำตอบ

วลีนี้แนะนำความคล้ายกันที่เกี่ยวข้อง คือโลมาก็หายใจด้วยอากาศเช่นกัน

การใช้คำ

conduct electrical signals: conduct ในฐานะคำกริยาทางวิทยาศาสตร์

ใน conduct electrical signals คำว่า conduct หมายถึงนำหรือทำให้สัญญาณไฟฟ้าผ่านไปได้ ประธานคือเซลล์ประสาท และ electrical signals คือกรรมที่ถูกนำส่ง กรรมช่วยบอกความหมายของ conduct เมื่อใช้กับไฟฟ้า ความร้อน หรือสัญญาณ คำกริยาทางวิทยาศาสตร์นี้หมายถึงการถ่ายทอดผ่านวัสดุหรือส่วนของร่างกาย ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการควบคุมวงดนตรีหรือพฤติกรรม

แบบฝึกหัด

ในประโยค Nerve cells conduct electrical signals คำว่า conduct หมายถึงอะไร?

  1. กล่าวถึงพฤติกรรมของเซลล์
  2. ควบคุมนักดนตรีกลุ่มหนึ่ง
  3. นำสัญญาณผ่านเซลล์
ดูคำตอบ

นำสัญญาณผ่านเซลล์

ไวยากรณ์

from wherever they're located: ขอบเขตสถานที่ที่เปิดกว้าง

From wherever they're located หมายถึงจากสถานที่ใดก็ตามที่พวกมันอยู่ from บอกจุดต้นทาง ส่วน wherever นำอนุประโยคบอกสถานที่ที่ไม่ได้ระบุตำแหน่งแน่ชัดหรือเปิดกว้างไว้ ต่างจาก where ตรงที่ wherever ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมทุกสถานที่ที่เป็นไปได้และเกี่ยวข้อง คำนี้ไม่ได้ถามว่าสถานที่คือที่ไหน แต่หมายความว่าข้อความยังเป็นจริงไม่ว่าเซลล์จะอยู่ที่ใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ wherever ให้มีความหมายว่า “จากสถานที่ใดก็ตามที่คุณอยู่”: You can send the file ____.

ดูคำตอบ

from wherever you are

But,

1:12

แต่

unlike other nerve cells, ลำดับความ

1:14

แตกต่างจากเซลล์ประสาทอื่นๆ

nociceptors only fire if something happens that could cause or is causing damage. โน้ต

1:15

โนซิเซปเตอร์จะทำงานก็ต่อเมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อาจก่อให้เกิด หรือกำลังก่อให้เกิดความเสียหาย

ลำดับความ

unlike other nerve cells: กำหนดจุดเปรียบเทียบ

วลี unlike other nerve cells กำหนดให้ other nerve cells เป็นกลุ่มที่ใช้เปรียบเทียบ ประธานหลักคือ nociceptors และประโยคหลักบอกว่ามันต่างกันอย่างไร กล่าวคือ มันจะส่งสัญญาณเฉพาะภายใต้เงื่อนไขเกี่ยวกับความเสียหายที่กล่าวตามมา กลุ่มคำนามหลัง unlike ไม่ใช่ผู้รับการกระทำ การวาง unlike + กลุ่มคำนาม ไว้หน้าประโยคหลักทำให้ผู้ฟังได้รับจุดเปรียบเทียบก่อน แล้วจึงรับข้อมูลใหม่ รูปแบบนี้พบได้บ่อยในการอธิบายที่แยกสมาชิกหรือประเภทหนึ่งออกจากกลุ่มที่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ใน “Unlike other insects, bees can make wax,” วลี Unlike other insects ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่า bees เหมือนกับแมลงอื่นทั้งหมด
  2. ใช้ other insects เป็นกลุ่มเปรียบเทียบสำหรับ bees
  3. ทำให้ other insects เป็นผู้รับการกระทำ
ดูคำตอบ

ใช้ other insects เป็นกลุ่มเปรียบเทียบสำหรับ bees

การใช้คำ

nociceptors only fire: fire ในความหมายว่าส่งสัญญาณประสาท

ในประสาทวิทยา fire หมายถึงการที่เซลล์ประสาททำงานและสร้างสัญญาณประสาทไฟฟ้า ในที่นี้ nociceptors only fire หมายความว่าตัวรับที่ตรวจจับความเจ็บปวดเหล่านี้จะส่งสัญญาณเฉพาะภายใต้เงื่อนไขที่ตามมาเท่านั้น fire ไม่ได้หมายถึงยิงปืนหรือเผาไหม้ เมื่อ neurons, nerve cells หรือ sensory receptors เป็นประธานของ fire ในงานเขียนวิทยาศาสตร์ ให้เข้าใจคำกริยานี้ว่าเป็นกิจกรรมของระบบประสาท เว้นแต่บริบทจะชี้ชัดถึงความหมายอื่น

แบบฝึกหัด

ในประโยควิทยาศาสตร์ “Pain receptors fire when tissue is damaged,” คำว่า fire หมายถึงอะไร?

  1. มันยิงกระสุน
  2. มันสร้างสัญญาณประสาท
  3. มันติดไฟ
  4. มันไล่พนักงานออก
ดูคำตอบ

มันสร้างสัญญาณประสาท

ไวยากรณ์

could cause or is causing damage. — ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือกำลังเกิดขึ้น

ในที่นี้ could cause damage หมายถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น นั่นคือบางสิ่งอาจทำให้เกิดความเสียหาย แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าความเสียหายนั้นจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน ส่วน is causing damage หมายถึงความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ประธาน something ใช้ร่วมกับกลุ่มคำกริยาทั้งสองกลุ่มหลัง that ทั้งสองส่วนเชื่อมด้วย or เพื่อครอบคลุมทั้งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและกระบวนการที่กำลังก่อให้เกิดอันตราย ในที่นี้ could แสดงความเป็นไปได้ ไม่ได้แสดงอดีตกาล ดังนั้นตัวรับความเจ็บปวดจึงอาจตอบสนองได้ทั้งก่อนยืนยันว่ามีความเสียหายและในขณะที่ความเสียหายกำลังเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ 'The cracked cable could cause or is causing damage to the laptop.' could cause damage แสดงอะไร

  1. ความเสียหายที่เกิดขึ้นในอดีต
  2. ความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้
  3. ผลเสียที่อาจเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

ผลเสียที่อาจเกิดขึ้น

So,

1:20

ดังนั้น

gently touch the tip of a needle.

1:22

ลองแตะปลายเข็มเบาๆ

You'll feel the metal,

1:23

คุณจะสัมผัสได้ถึงโลหะ

and those are your regular nerve cells.

1:24

และนั่นคือการทำงานของเซลล์ประสาทปกติของคุณ

But you won't feel any pain.

1:26

แต่คุณจะไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ

Now the harder you push against the needle, ไวยากรณ์

1:28

ทีนี้ยิ่งคุณกดเข็มแรงขึ้นเท่าไหร่

the closer you get to the nociceptor threshold.

1:30

คุณก็ยิ่งเข้าใกล้ขีดจำกัดของโนซิเซปเตอร์มากขึ้น

ไวยากรณ์

the harder you push against the needle, the closer you get to the nociceptor threshold. — การเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กัน

The harder you push against the needle, the closer you get to the nociceptor threshold เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กันในรูป the + comparative ..., the + comparative ... หมายความว่า เมื่อระดับของการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งเปลี่ยนไป ระดับของอีกการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องก็เปลี่ยนไปด้วย ในที่นี้ ยิ่งกดแรงก็ยิ่งเข้าใกล้ระดับขีดเริ่มตอบสนอง คำว่า the ทั้งสองคำเป็นเครื่องหมายของโครงสร้างที่จับคู่กัน ไม่ใช่คำนำหน้านามทั่วไปที่หมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างให้สมบูรณ์: The more you practice, ____ better you get.

ดูคำตอบ

the

Push hard enough, ไวยากรณ์

1:33

กดให้แรงพอ

and you'll cross that threshold วลี

1:34

และคุณจะข้ามขีดจำกัดนั้น

ไวยากรณ์

Push hard enough: คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + enough

Hard enough หมายถึง “ด้วยแรงมากพอที่จะถึงระดับที่ต้องการ” เมื่อ enough ขยายคำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ จะวางไว้หลังคำนั้น เช่น old enough, close enough, quickly enough Push hard enough, and ... แสดงว่าการถึงระดับดังกล่าวเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้น จึงเข้าใจได้ในรูป If you push hard enough, ...

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หมายถึง “ถึงระดับที่ต้องการ” ให้ประโยคสมบูรณ์: Speak clearly ____ for everyone to understand.

ดูคำตอบ

enough

and the nociceptors fire,

1:35

แล้วโนซิเซปเตอร์ก็จะทำงาน

วลี

cross that threshold: ข้ามขีดจำกัดเชิงนามธรรม

ใน cross that threshold คำว่า threshold หมายถึงขีดจำกัดหรือจุดกระตุ้นเชิงนามธรรม ส่วน cross หมายถึงการผ่านจากด้านหนึ่งของขีดจำกัดไปยังอีกด้านหนึ่ง สำนวนนี้เน้นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านขีดจำกัดแล้ว That ชี้ไปยังเกณฑ์การกระตุ้นเฉพาะที่กำลังพูดถึง ในที่นี้แรงกดที่เพียงพอทำให้สัญญาณผ่านจุดนั้นไป จึงทำให้โนซิเซปเตอร์ทำงาน

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “The alarm starts when the temperature crosses the threshold,” วลี crosses the threshold หมายถึงอะไร?

  1. ปิดจุดกระตุ้น
  2. เคลื่อนที่ข้ามสัญญาณเตือนจริง ๆ
  3. ไปถึงจุดกระตุ้นแต่ไม่ผ่านเลยไป
  4. ผ่านเลยจุดกระตุ้นที่กำหนดไว้
ดูคำตอบ

ผ่านเลยจุดกระตุ้นที่กำหนดไว้

telling your body to stop doing whatever you're doing. ไวยากรณ์

1:37

บอกให้ร่างกายของคุณหยุดทำสิ่งที่กำลังทำอยู่

ไวยากรณ์

doing whatever you're doing: whatever ที่ไม่จำกัดการกระทำ

ใน whatever you're doing คำว่า whatever นำอนุประโยคแบบเปิดที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม หมายถึง “สิ่งใดก็ตามที่คุณกำลังทำอยู่” โดยไม่ได้ระบุการกระทำใดเป็นพิเศษ อนุประโยค whatever you're doing ทั้งหมดเป็นกรรมของ doing ตัวแรก whatever ตรงนี้มีน้ำเสียงเป็นกลาง ไม่ใช่คำตอบ Whatever. แบบปัด ๆ ข้อความนี้หมายถึงให้หยุดการกระทำใด ๆ ที่กำลังทำอยู่และอาจก่อให้เกิดอันตราย

แบบฝึกหัด

whatever ใน “Stop doing whatever you're doing” หมายถึงอะไร?

  1. การกระทำหนึ่งอย่างที่เลือกจากรายการสั้น ๆ ที่ระบุไว้
  2. คำตอบแบบไม่ใส่ใจที่หมายความว่าเรื่องนั้นไม่สำคัญ
  3. การกระทำเฉพาะอย่างหนึ่งที่กล่าวถึงแล้ว
  4. การกระทำใดก็ตามที่บุคคลนั้นกำลังทำอยู่
ดูคำตอบ

การกระทำใดก็ตามที่บุคคลนั้นกำลังทำอยู่

But the pain threshold isn't set in stone. สำนวน

1:39

แต่ขีดจำกัดของความเจ็บปวดนั้นไม่ได้คงที่ตายตัว

สำนวน

isn't set in stone: ยังเปลี่ยนแปลงได้

Set in stone เป็นสำนวนที่หมายถึงกำหนดไว้อย่างมั่นคงจนไม่สามารถเปลี่ยนได้ง่าย รูปปฏิเสธ isn't set in stone หมายถึงสิ่งนั้นยังเปลี่ยนแปลงได้ ในประโยคนี้ เกณฑ์ความเจ็บปวดไม่ได้เกี่ยวข้องกับก้อนหินตามตัวอักษร สำนวนนี้บอกว่าเกณฑ์ดังกล่าวปรับเปลี่ยนได้ ไม่ได้คงที่ถาวร

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ยังเปลี่ยนแปลงได้” ให้สมบูรณ์: The meeting date isn't set in ____.

ดูคำตอบ

stone

Certain chemicals can tune nociceptors, การใช้คำ

1:42

สารเคมีบางชนิดสามารถปรับการทำงานของโนซิเซปเตอร์ได้

lowering their threshold for pain. วลี

1:45

โดยลดขีดจำกัดความเจ็บปวดของพวกมันลง

การใช้คำ

can tune nociceptors: ปรับความไวของตัวรับ

ในที่นี้ tune หมายถึง “ปรับวิธีที่ระบบตอบสนอง” สารเคมีจะเปลี่ยนความไวของตัวรับความเจ็บปวด ซึ่งเป็นตัวรับความรู้สึกที่ตรวจจับสิ่งกระตุ้นที่อาจเป็นอันตราย ความหมายนี้ไม่เกี่ยวกับการทำให้เกิดเสียงดนตรี ความหมายที่ขยายออกมานี้พบได้บ่อยเมื่อพูดถึงเซนเซอร์ เครื่องจักร ซอฟต์แวร์ และระบบชีวภาพ การ tune บางสิ่งคือการปรับให้ตอบสนองตามที่ต้องการ แต่คำนี้เพียงคำเดียวไม่ได้บอกว่าการตอบสนองจะแรงขึ้นหรืออ่อนลง ในประโยคนี้ วลีที่ตามมาแสดงว่าเกณฑ์ความเจ็บปวดต่ำลง

แบบฝึกหัด

ใน “chemicals can tune nociceptors” คำว่า tune หมายถึงอะไร

  1. ทำให้เซลล์ประสาททุกเซลล์หยุดทำงาน
  2. สร้างตัวรับความเจ็บปวดชนิดใหม่
  3. ปรับวิธีที่ตัวรับความเจ็บปวดตอบสนอง
  4. ทำให้ตัวรับความเจ็บปวดสร้างโน้ตดนตรี
ดูคำตอบ

ปรับวิธีที่ตัวรับความเจ็บปวดตอบสนอง

วลี

lowering their threshold for pain: ทำให้ความเจ็บปวดถูกกระตุ้นได้ง่ายขึ้น

ในที่นี้ lowering their threshold for pain หมายถึงการลดปริมาณหรือความแรงของสิ่งกระตุ้นที่จำเป็นต่อการทำให้เกิดความเจ็บปวด threshold ในที่นี้คือจุดกระตุ้นเชิงนามธรรม ไม่ใช่ความสูงทางกายภาพ ดังนั้นเกณฑ์ที่ต่ำลงจึงหมายความว่าความเจ็บปวดเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น Lowering เป็นจุดเริ่มของอนุประโยค -ing ที่บอกผลจากการปรับตัวรับความเจ็บปวด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ lower the threshold for + คำนามหรือรูป -ing ซึ่งหมายถึง “ทำให้เหตุการณ์ การกระทำ หรือการตอบสนองนั้นถูกกระตุ้นได้ง่ายขึ้น”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “ทำให้ความโกรธถูกกระตุ้นได้ง่ายขึ้น”: Lack of sleep can ____ anger.

ดูคำตอบ

lower the threshold for

Now when cells are damaged,

1:47

เมื่อเซลล์ได้รับความเสียหาย

they and other nearby cells start producing these tuning chemicals like crazy, สำนวน

1:49

พวกมันและเซลล์อื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงจะเริ่มผลิตสารเคมีสำหรับปรับเหล่านี้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง

สำนวน

“like crazy” ในฐานะคำเน้นแบบไม่เป็นทางการ

like crazy เป็นสำนวนกล่าวเกินจริงแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “อย่างรุนแรงมาก” “อย่างรวดเร็วมาก” หรือ “ในปริมาณมากมาก” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเน้นว่าเซลล์ผลิตสารเคมีมากหรือเร็วเพียงใด ไม่ได้หมายถึงอาการป่วยทางจิต เมื่อวางไว้หลังการกระทำ วลีนี้จะทำหน้าที่เน้นระดับ ทำให้คำอธิบายมีชีวิตชีวาและชี้ให้เห็นขนาดของการกระทำอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The fans cheered like crazy,” คำว่า like crazy หมายถึงอะไร?

  1. พวกเขาส่งเสียงเชียร์ดังและเต็มที่มาก
  2. พวกเขากำลังมีอาการป่วยทางจิต
  3. พวกเขาเชียร์อย่างระมัดระวังและเป็นทางการ
ดูคำตอบ

พวกเขาส่งเสียงเชียร์ดังและเต็มที่มาก

lowering the nociceptors threshold

1:53

ซึ่งลดขีดจำกัดของโนซิเซปเตอร์ลง

to the point where just touch can cause pain. ไวยากรณ์

1:55

จนถึงจุดที่แค่สัมผัสก็ทำให้เจ็บปวดได้

ไวยากรณ์

“to the point where...” สำหรับบอกระดับและผลลัพธ์

to the point where ใช้นำผลลัพธ์ที่แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงหรือสภาวะหนึ่งพัฒนาไปถึงระดับใดแล้ว point ในที่นี้หมายถึงระดับหรือขั้นที่เป็นนามธรรม ไม่ใช่จุดหรือตำแหน่งจริง ในประโยคนี้ เกณฑ์ลดต่ำลงมากจนเพียงแค่สัมผัสก็อาจทำให้เจ็บได้ อนุประโยคหลัง where บอกผลลัพธ์ที่แสดงถึงระดับนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายภาษาอังกฤษสี่คำที่แสดงว่าไปถึงระดับหนึ่งจนเกิดผลลัพธ์: The river rose ____ nearby roads had to be closed.

ดูคำตอบ

to the point where

And this is where over-the-counter painkillers come in. โน้ต

1:58

และนี่คือจุดที่ยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ทั่วไปเข้ามามีบทบาท

ลำดับความ

this is where ... come in: นำเสนอสิ่งที่เริ่มมีบทบาทสำคัญ

ในที่นี้ this is where X comes in หมายถึง “นี่คือจุดที่ X เริ่มมีประโยชน์หรือเกี่ยวข้อง” come in ไม่ได้อธิบายการเคลื่อนที่เข้าไปในสถานที่จริง รูปแบบนี้ใช้จัดลำดับข้อมูล โดยเชื่อมปัญหาหรือกลไกที่อธิบายไว้แล้วเข้ากับวิธีแก้ บุคคล เครื่องมือ หรือปัจจัยที่มีความสำคัญขึ้นมาในตอนนี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนไปอธิบายบทบาทของยาแก้ปวดที่ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์

แบบฝึกหัด

this is where ... come in ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้?

  1. เป็นการนำเสนอจุดที่ยาแก้ปวดเริ่มเกี่ยวข้องกับคำอธิบาย
  2. ระบุสถานที่จริงที่ใช้เก็บยาแก้ปวด
  3. บอกว่ายาแก้ปวดเคลื่อนเข้าไปในสถานที่จริง
ดูคำตอบ

เป็นการนำเสนอจุดที่ยาแก้ปวดเริ่มเกี่ยวข้องกับคำอธิบาย

การใช้คำ

over-the-counter painkillers: ยาแก้ปวดที่จำหน่ายโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์

Over-the-counter painkillers คือยาแก้ปวดที่ผู้บริโภคซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ over-the-counter เป็นคำคุณศัพท์ประสมหนึ่งชุดที่ขยาย painkillers และมีตัวย่อที่ใช้กันทั่วไปว่า OTC คำนี้จัดประเภทยาตามวิธีการจำหน่ายและการเข้าถึง painkillers บอกวัตถุประสงค์ว่าใช้บรรเทาอาการปวด ส่วน over-the-counter บอกประเภทการเข้าถึงยา

แบบฝึกหัด

ฉลากเขียนว่า “This is an over-the-counter painkiller.” คำว่า over-the-counter บอกอะไร?

  1. ยานี้วางอยู่เหนือเคาน์เตอร์ของร้านจริง ๆ
  2. ยานี้ต้องแรงกว่ายาแก้ปวดตามใบสั่งแพทย์ทุกชนิด
  3. ยานี้จำหน่ายโดยไม่ต้องแสดงใบสั่งแพทย์
  4. รับประกันว่าปลอดภัยสำหรับทุกคนในทุกขนาดยา
ดูคำตอบ

ยานี้จำหน่ายโดยไม่ต้องแสดงใบสั่งแพทย์

Aspirin and ibuprofen block production of one class of these tuning chemicals, วลี

2:01

แอสไพรินและไอบูโพรเฟนยับยั้งการผลิตกลุ่มสารเคมีปรับการทำงานเหล่านี้

called prostaglandins.

2:06

ที่เรียกว่า พรอสตาแกลนดิน

วลี

block production of...: ยับยั้งการสร้างสาร

ใน block production of X คำว่า block หมายถึงการรบกวนกระบวนการที่สร้าง X ทำให้ X ไม่ก่อตัวหรือมีการสร้างลดลงอย่างมาก เป็นการอธิบายกลไก ไม่ใช่วัตถุที่ขวางเส้นทางอยู่จริง ๆ ในประโยคนี้ production คือกระบวนการที่ถูกยับยั้ง ส่วน of one class of these tuning chemicals ระบุว่าสิ่งที่ถูกสร้างคืออะไร รูปแบบ block production of + สาร ใช้อธิบายการทำงานของยาหรือกระบวนการทางชีวภาพได้

แบบฝึกหัด

“The drug blocks production of the protein.” หมายความว่าอย่างไร

  1. ยานี้เก็บโปรตีนไว้หลังจากสร้างเสร็จแล้ว
  2. ยานี้รบกวนกระบวนการที่สร้างโปรตีนดังกล่าว
  3. ยานี้ทำให้โปรตีนถูกสร้างเร็วขึ้น
ดูคำตอบ

ยานี้รบกวนกระบวนการที่สร้างโปรตีนดังกล่าว

Let's take a look at how they do that. ลำดับความ

2:07

มาดูกันว่าพวกมันทำงานอย่างไร

ลำดับความ

Let's take a look at how...: เริ่มคำอธิบายถัดไป

Let's take a look at how ... เป็นประโยคเปลี่ยนเรื่องที่เป็นมิตรกับผู้ฟัง ผู้พูดชวนให้ผู้ฟังสนใจกระบวนการหรือคำอธิบายที่จะตามมา take a look อาจหมายถึงการพิจารณาหรือศึกษาก็ได้ แม้จะไม่มีสิ่งที่ต้องมองเห็นจริง ๆ How they do that เชื่อมกลับไปยังการกระทำที่กล่าวถึงแล้ว และบอกว่าต่อไปจะอธิบายกลไกของการกระทำนั้น หลัง how ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า เช่น how they do it หรือ how the engine works

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอพูดว่า Let's take a look at how the filter removes dust. ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร

  1. ประโยคนี้บอกว่างานนำเสนอจบแล้ว
  2. ประโยคนี้ขอให้ผู้ฟังวาดรูปตัวกรอง
  3. ประโยคนี้เริ่มอธิบายกระบวนการทำงานของตัวกรอง
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เริ่มอธิบายกระบวนการทำงานของตัวกรอง

When cells are damaged,

2:09

เมื่อเซลล์ได้รับความเสียหาย

they release a chemical called arachidonic acid. วลี

2:11

พวกมันจะปล่อยสารเคมีที่เรียกว่า กรดอะแรคิโดนิก

วลี

release a chemical called arachidonic acid: การบอกชื่อสารที่ถูกปล่อยออกมา

ใน release a chemical called arachidonic acid ส่วน called arachidonic acid ใช้ระบุชื่อของสารเคมี โดยเป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อที่มีความหมายเท่ากับ that is called arachidonic acid รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ release a chemical called X ซึ่งจะบอกก่อนว่าสิ่งที่ถูกปล่อยออกมาเป็นสารประเภทใด แล้วจึงให้ชื่อเฉพาะ ข้อความหลัง called คือชื่อ ไม่ใช่คำบรรยายเพิ่มเติมของสารเคมีนั้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ release a chemical called X ให้สมบูรณ์: During an allergic reaction, certain cells release a chemical ____ histamine.

ดูคำตอบ

called

Now two enzymes called COX-1 and COX-2

2:13

ตอนนี้เอนไซม์สองชนิดที่ชื่อว่า COX-1 และ COX-2

convert this arachidonic acid into prostaglandin H2, วลี

2:16

จะเปลี่ยนกรดอะแรคิโดนิกนี้ให้เป็นพรอสตาแกลนดิน H2

วลี

convert this arachidonic acid into prostaglandin H2: โครงสร้างการเปลี่ยน convert A into B

convert A into B หมายถึงการเปลี่ยน A จนได้ B เป็นผลลัพธ์ ในประโยคนี้ this arachidonic acid คือ A ซึ่งเป็นสารตั้งต้น และ prostaglandin H2 คือ B ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ในโครงสร้างนี้ into ใช้นำหน้าผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าไปข้างในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ convert A into B ให้สมบูรณ์: This device converts heat ____ electricity.

ดูคำตอบ

into

which is then converted into a bunch of other chemicals โน้ต

2:20

ซึ่งจะถูกเปลี่ยนต่อไปเป็นสารเคมีอื่นๆ อีกหลายชนิด

ไวยากรณ์

which is then converted into: เชื่อมขั้นตอนถัดไปของกระบวนการ

อนุประโยคสัมพันธ์ which is then converted into ... ใช้เพิ่มขั้นตอนถัดไปของกระบวนการ ในที่นี้ which ชี้กลับไปที่ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งกล่าวถึง คือ prostaglandin H2 ไม่ได้ชี้ไปที่เอนไซม์ then บอกลำดับ ส่วน is converted into เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำ แสดงว่าผลิตภัณฑ์ก่อนหน้านั้นเป็นสิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลง รูปแบบนี้ช่วยให้พูดถึงสิ่งเดิมต่อไปพร้อมกับเชื่อมหลายขั้นตอนเข้าด้วยกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ which, then และรูปถูกกระทำของ convert เพื่อเติมขั้นตอนถัดไปให้สมบูรณ์: The microphone creates an audio signal, ____ digital data.

ดูคำตอบ

which is then converted into

that do a bunch of things,

2:22

ที่ทำหน้าที่หลายอย่าง

การใช้คำ

a bunch of other: วลีบอกจำนวนแบบไม่เป็นทางการ

ใน a bunch of other chemicals คำว่า a bunch of หมายถึง “จำนวนมาก” หรือ “มากมาย” ส่วน other บอกว่าสารเคมีเหล่านี้เป็นสิ่งอื่นที่เพิ่มจากสิ่งที่กล่าวถึงไปแล้ว ที่นี่ไม่ได้หมายถึงมัดสิ่งของที่ผูกรวมกันจริง ๆ วลีนี้ทำให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ฟังดูเป็นกันเองและไม่ระบุจำนวนแน่นอน ผู้พูดรวมสารเคมีจำนวนมากไว้ด้วยกันแทนที่จะบอกชื่อหรือนับทีละชนิด

แบบฝึกหัด

ใน “a bunch of other chemicals” วลีที่เน้นไว้หมายความว่าอย่างไรในที่นี้?

  1. สารเคมีอื่นเพิ่มเติมจำนวนสิบชนิดพอดี
  2. สารเคมีอื่นเพิ่มเติมจำนวนมาก โดยพูดแบบไม่เป็นทางการ
  3. สารเคมีที่มัดรวมกันจริง ๆ
  4. สารเคมีหนึ่งหมวดหมู่ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
ดูคำตอบ

สารเคมีอื่นเพิ่มเติมจำนวนมาก โดยพูดแบบไม่เป็นทางการ

including raise your body temperature, ไวยากรณ์

2:24

รวมถึงการเพิ่มอุณหภูมิร่างกายของคุณ

cause inflammation,

2:26

ทำให้เกิดการอักเสบ

and lower the pain threshold.

2:26

และลดขีดจำกัดความเจ็บปวด

ไวยากรณ์

including raise your body temperature ...:รายการการกระทำแบบขนาน

including ใช้แนะนำการกระทำที่อยู่ในความหมายของ do a bunch of things ก่อนหน้านี้ raise your body temperature, cause inflammation และ lower the pain threshold เป็นวลีกริยา 3 ส่วนที่อยู่ในระดับเดียวกัน และมีประธานที่ละไว้ร่วมกันคือสารเคมีเหล่านี้ เวลาอ่านรายการยาวแบบนี้ ให้เชื่อมกริยาแต่ละคำกับส่วนที่ตามมา อุณหภูมิร่างกาย การอักเสบ และระดับความไวต่อความเจ็บปวดคือผลกระทบ 3 อย่าง รายการนี้เป็นเพียงตัวอย่างและอาจไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รายการการกระทำที่ชัดเจนและขนานกันหลัง including ในภาษาอังกฤษแบบรอบคอบ

  1. The chemicals do many things, including raising your body temperature, cause inflammation, and lower the pain threshold.
  2. The chemicals do many things, including your body temperature, causing inflammation, and lower the pain threshold.
  3. The chemicals do many things, including raising your body temperature, causing inflammation, and lowering the pain threshold.
ดูคำตอบ

The chemicals do many things, including raising your body temperature, causing inflammation, and lowering the pain threshold.

Now all enzymes have an active site. การใช้คำ

2:29

ตอนนี้เอนไซม์ทั้งหมดมีบริเวณเร่ง (active site)

That's the place in the enzyme where the reaction happens. ไวยากรณ์

2:32

นั่นคือตำแหน่งในเอนไซม์ที่เกิดปฏิกิริยาขึ้น

การใช้คำ

an active site:บริเวณที่เกิดปฏิกิริยาของเอนไซม์

An active site เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์ที่หมายถึงบริเวณเฉพาะของเอนไซม์ ซึ่งโมเลกุลสามารถจับกับเอนไซม์และเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ ในประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าเอนไซม์มีความ “กระตือรือร้น” โดยทั่วไป ประโยคถัดไปให้คำนิยามคำนี้ว่าเป็นบริเวณในเอนไซม์ที่เกิดปฏิกิริยา การเข้าใจ active site ว่าเป็นวลีคำนามหนึ่งหน่วยจะช่วยให้ติดตามคำอธิบายเกี่ยวกับโมเลกุลหรือยาที่เข้าไปในบริเวณนั้นหรือขัดขวางบริเวณนั้นได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค The medicine fits into the enzyme's active site คำว่า active site หมายถึงอะไร

  1. บริเวณที่เกิดปฏิกิริยาของเอนไซม์
  2. เว็บไซต์เกี่ยวกับเอนไซม์
  3. สถานที่เก็บเอนไซม์
ดูคำตอบ

บริเวณที่เกิดปฏิกิริยาของเอนไซม์

ไวยากรณ์

where the reaction happens: ระบุสถานที่ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่น

ใน where the reaction happens คำว่า where ใช้นำอนุประโยคขยายคำนามที่อธิบายวลี the place in the enzyme ที่มาก่อนหน้า โดยมีความหมายว่า ณ สถานที่นั้น ไม่ได้ใช้ถามว่าอยู่ที่ไหน ใช้โครงสร้าง place หรือ location + where + ประธาน + กริยา เพื่อระบุสถานที่ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่นได้ ในประโยคนี้ อนุประโยคดังกล่าวบอกหน้าที่ของส่วนนั้นในเอนไซม์

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำเพื่อนำอนุประโยคที่อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องปฏิบัติการ: This is the lab ____ the tests are performed.

ดูคำตอบ

where

The active sites of COX-1 and COX-2 fit arachidonic acid การใช้คำ

2:35

บริเวณเร่งของ COX-1 และ COX-2 เข้ากับกรดอะแรคิโดนิก

very cozily.

2:39

ได้อย่างพอดีมาก

การใช้คำ

fit arachidonic acid very cozily: รูปร่างโมเลกุลเข้ากันอย่างแนบพอดี

ใน fit arachidonic acid คำว่า fit หมายความว่าบริเวณออกฤทธิ์มีรูปร่างและพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับรองรับกรดอะราคิโดนิก ส่วน very cozily เพิ่มภาพว่าตัวโมเลกุลวางอยู่ในพื้นที่นั้นอย่างแนบพอดี Cozily เป็นคำเปรียบเทียบในที่นี้ โมเลกุลไม่ได้รู้สึกสบาย ผู้พูดยืมคำในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวกับความสบายมาใช้ เพื่อให้จินตนาการความเข้ากันอย่างใกล้ชิดของรูปร่างโมเลกุลได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ very cozily หมายความว่าอย่างไร

  1. บริเวณออกฤทธิ์และโมเลกุลของกรดมีรูปร่างที่เข้ากันอย่างแนบพอดี
  2. โมเลกุลของกรดรู้สึกสบายทางกาย
  3. ปฏิกิริยาดำเนินไปในอัตราที่ช้ามาก
ดูคำตอบ

บริเวณออกฤทธิ์และโมเลกุลของกรดมีรูปร่างที่เข้ากันอย่างแนบพอดี

As you can see,

2:40

อย่างที่คุณเห็น

there's no room to spare. สำนวน

2:41

ไม่มีพื้นที่เหลือเลย

สำนวน

there's no room to spare: ไม่มีพื้นที่เหลือ

there's no room to spare เป็นสำนวนที่หมายความว่าพื้นที่เต็มแล้ว หรือแทบไม่มีความจุเหลือเพิ่มอีกเลย ในที่นี้ spare หมายถึง “ที่เหลือหรือส่วนเกิน” ไม่ได้หมายถึง “สำรอง” room อาจหมายถึงพื้นที่จริง แต่รูปแบบนี้ยังใช้กับเวลา เงิน หรือความจุได้ด้วย เมื่อแทบไม่มีส่วนเผื่อเหลืออยู่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ there's no room to spare หมายความว่าอะไร

  1. ยังมีพื้นที่เหลืออยู่อีกมาก
  2. มีห้องสำรองให้ใช้
  3. ไม่มีพื้นที่เพิ่มเติมเหลือแล้ว
ดูคำตอบ

ไม่มีพื้นที่เพิ่มเติมเหลือแล้ว

Now it's in this active site that aspirin and ibuprofen do their work. ไวยากรณ์

2:42

ในบริเวณเร่งนี้นี่เองที่แอสไพรินและไอบูโพรเฟนออกฤทธิ์

ไวยากรณ์

it's in this active site that ...: การเน้นสถานที่

It's in this active site that ... เป็นประโยค cleft sentence หรือโครงสร้างเน้นย้ำ รูปแบบคือ It is + ส่วนที่ต้องการเน้น + that + อนุประโยคที่เหลือ ในที่นี้วลี in this active site ถูกนำมาเน้น เพื่อบอกว่าบริเวณที่แอสไพรินและไอบูโพรเฟนออกฤทธิ์ก็คือที่นี่ it ในที่นี้ไม่ใช่สรรพนามทั่วไปที่แทนสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเน้นย้ำ หากตัดกรอบเน้นย้ำออก ประโยคพื้นฐานคือ Aspirin and ibuprofen do their work in this active site

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง cleft เพื่อเน้นสถานที่

  1. It's at the main entrance that visitors sign in.
  2. Visitors sign in at the main entrance.
  3. Visitors it is at the main entrance that sign in.
ดูคำตอบ

It's at the main entrance that visitors sign in.

So they work differently.

2:47

ดังนั้นพวกมันจึงทำงานแตกต่างกัน

Aspirin acts like a spine from a porcupine. สำนวน

2:48

แอสไพรินทำหน้าที่เหมือนขนของเม่น

สำนวน

acts like a spine from a porcupine: อธิบายการทำงานด้วยการเปรียบเทียบ

Acts like หมายถึง “ทำงานหรือมีลักษณะการทำงานเหมือนกับ...” ที่นี่ผู้พูดใช้คำเปรียบเทียบเพื่ออธิบายการทำงานของแอสไพริน: มันเข้าไปในบริเวณ active site แล้วอุดกั้นบริเวณนั้น เหมือนหนามของเม่น สิ่งที่เปรียบเทียบคือหน้าที่และวิธีการทำงาน ไม่ใช่ตัวตนจริงหรือแหล่งที่มา แอสไพรินไม่ได้เป็นหนามของสัตว์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ acts like a spine from a porcupine หมายความว่าอย่างไร

  1. แอสไพรินเป็นส่วนหนึ่งของเม่นตามความหมายตรงตัว
  2. แอสไพรินทำมาจากหนามของเม่น
  3. แอสไพรินทำงานในลักษณะที่คล้ายกับหนามของเม่น
ดูคำตอบ

แอสไพรินทำงานในลักษณะที่คล้ายกับหนามของเม่น

It enters the active site

2:51

มันเข้าไปในบริเวณเร่ง

and then breaks off, กริยาวลี

2:53

แล้วก็หักออก

leaving half of itself in there,

2:54

ทิ้งตัวมันเองครึ่งหนึ่งไว้ในนั้น

กริยาวลี

then breaks off: ส่วนที่ติดอยู่แยกออกจากทั้งหมด

Break off เป็น phrasal verb ที่หมายถึงส่วนที่ติดอยู่แยกหรือหลุดออกจากทั้งหมด ในที่นี้ off ให้ความรู้สึกว่าเคลื่อนออกหรือแยกออก ไม่ได้หมายถึงการปิดบางสิ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายการแยกออกหลังจากแอสไพรินเข้าไปในบริเวณ active site คำว่า leaving half of itself in there แสดงว่าส่วนหนึ่งของมันยังคงอยู่ในบริเวณนั้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ break off ลงในประโยค: A small piece ____ from the clay pot while I was moving it.

ดูคำตอบ

broke off

totally blocking that channel

2:56

อุดช่องทางนั้นอย่างสมบูรณ์

and making it impossible for the arachidonic acid to fit. ไวยากรณ์

2:57

และทำให้กรดอะแรคิโดนิกไม่สามารถเข้าไปได้

ไวยากรณ์

making it impossible for ... to ...: บอกผลที่เกิดจากสาเหตุจนทำบางอย่างไม่ได้

วลี -ing making it impossible for the arachidonic acid to fit บอกผลที่เกิดจากการปิดกั้นช่องทาง กล่าวคือ เมื่อช่องทางถูกปิดกั้น กรดอะราคิโดนิกจึงไม่สามารถเข้าไปพอดีได้ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ make + it + คำคุณศัพท์ + for + คนหรือสิ่งของ + to + คำกริยา คำว่า it อยู่ในตำแหน่งกรรม ส่วนใจความที่แท้จริงอยู่ในอนุประโยค for...to และสามารถใช้คำคุณศัพท์อย่าง hard, easy หรือ possible แทน impossible ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบบอกผลสี่คำที่หมายถึง “ทำให้เข้าไปไม่ได้”: The damaged gate stayed shut, ____ delivery trucks to enter.

ดูคำตอบ

making it impossible for

This permanently deactivates COX-1 and COX-2.

3:00

สิ่งนี้จะปิดการทำงานของ COX-1 และ COX-2 อย่างถาวร

Ibuprofen,

3:04

ไอบูโพรเฟน

on the other hand, ลำดับความ

3:05

ในทางกลับกัน

enters the active site but doesn't break apart or change the enzyme. กริยาวลี

3:06

เข้าไปในบริเวณเร่งแต่ไม่ได้แตกออกหรือเปลี่ยนสภาพเอนไซม์

ลำดับความ

on the other hand: นำเสนออีกด้านหนึ่งของการเปรียบต่าง

On the other hand เป็นคำเชื่อมที่ส่งสัญญาณการเปรียบต่าง โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากสิ่งหนึ่งในการเปรียบเทียบไปยังอีกสิ่งหนึ่งหรืออีกด้านหนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากกลไกของแอสไพรินไปเป็นกลไกที่แตกต่างกันของไอบูโพรเฟน วลีนี้ช่วยจัดความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดต่าง ๆ โดย hand ไม่ได้หมายถึง “มือ” ตามตัวอักษร เมื่อได้ยินวลีนี้ ให้คาดว่าข้อมูลต่อไปจะเปรียบต่างกับสิ่งที่กล่าวไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ on the other hand เพื่อจัดการเปรียบต่างที่ชัดเจนอย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The first route is shorter. On the other hand, the second route is safer.
  2. The first route is shorter. On the other hand, we checked the map at noon.
  3. On the other hand means the hand opposite your first hand.
ดูคำตอบ

The first route is shorter. On the other hand, the second route is safer.

กริยาวลี

ความแตกต่างระหว่าง doesn't break apart กับ break off

break apart หมายถึงสิ่งที่เป็นชิ้นเดียวแยกออกเป็นสองส่วนขึ้นไป ใน doesn't break apart รูปปฏิเสธบอกว่าการแยกนี้ไม่เกิดขึ้น ตรงนี้ doesn't ครอบคลุมทั้ง break apart และ change กล่าวคือ สารนั้นไม่แตกออกเป็นส่วน ๆ และไม่เปลี่ยนแปลงเอนไซม์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าวัตถุทั้งชิ้นแยกออกเป็นหลายส่วน?

  1. A small piece broke off the cup.
  2. The dry cookie broke apart in my hand.
  3. The lid came off the jar.
ดูคำตอบ

The dry cookie broke apart in my hand.

COX-1 and COX-2 are free to spit it out again, กริยาวลี

3:10

COX-1 และ COX-2 สามารถคายมันออกมาได้อีก

กริยาวลี

spit it out ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “ขับออก”

ความหมายตรงตัวของ spit it out คือบังคับให้บางสิ่งออกจากปาก เนื่องจาก COX-1 และ COX-2 เป็นเอนไซม์ วลีนี้จึงเป็นการทำให้เอนไซม์มีลักษณะเหมือนคน เอนไซม์ไม่มีปาก แต่สามารถปล่อยหรือขับไอบูโพรเฟนออกจากบริเวณออกฤทธิ์ได้ ถ้อยคำที่เห็นภาพนี้ช่วยให้จินตนาการกระบวนการระดับจุลภาคได้ง่ายขึ้นว่า มีบางสิ่งเข้าไปแล้วถูกดันออกมาอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายแบบไม่เป็นทางการ ประโยค “The machine cannot read the card, so it spits it out” หมายความว่าอย่างไร?

  1. เครื่องพิมพ์บัตรใบใหม่
  2. เครื่องขับบัตรออกมา
  3. คนคนหนึ่งถ่มน้ำลายใส่บัตรจริง ๆ
ดูคำตอบ

เครื่องขับบัตรออกมา

but for the time that that ibuprofen is in there, ไวยากรณ์

3:13

แต่ในช่วงเวลาที่ไอบูโพรเฟนอยู่ในนั้น

ไวยากรณ์

for the time that that ibuprofen is in ...: ช่วงเวลาที่สภาวะชั่วคราวดำเนินอยู่

For the time that ... ใช้ระบุช่วงเวลาที่เงื่อนไขหนึ่งยังคงดำเนินอยู่ ในประโยคนี้ เงื่อนไขคือไอบูโพรเฟนที่กล่าวถึงยังอยู่ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นสภาวะที่เอนไซม์ถูกขัดขวางจึงเป็นเพียงชั่วคราวและเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงเวลานั้น that สองคำมีหน้าที่ต่างกัน คำแรกนำหน้าประโยคย่อยที่อธิบายช่วงเวลา ส่วนคำที่สองเป็นคำกำหนดชี้เฉพาะหน้า ibuprofen และชี้ไปยังไอบูโพรเฟนตัวที่กำลังพูดถึง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ for the time that that ibuprofen is in there หมายความว่าอะไร

  1. หลังจากไอบูโพรเฟนนั้นออกจากบริเวณนั้นแล้ว
  2. ในจังหวะแรกที่ไอบูโพรเฟนนั้นเข้าไป
  3. ในช่วงเวลาที่ไอบูโพรเฟนนั้นอยู่ตรงนั้น
ดูคำตอบ

ในช่วงเวลาที่ไอบูโพรเฟนนั้นอยู่ตรงนั้น

the enzyme can't bind arachidonic acid การใช้คำ

3:16

เอนไซม์ไม่สามารถจับกับกรดอะแรคิโดนิกได้

and can't do its normal chemistry.

3:18

และไม่สามารถทำปฏิกิริยาเคมีตามปกติได้

การใช้คำ

can't bind arachidonic: ความหมายทางชีวเคมีของ bind

ในชีวเคมี bind หมายถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ระดับโมเลกุลอย่างจำเพาะกับโมเลกุลอื่นหรือตำแหน่งหนึ่ง และมักหมายถึงการยึดโมเลกุลนั้นไว้ที่ตำแหน่งจับ ดังนั้น the enzyme can't bind arachidonic acid จึงหมายความว่าเอนไซม์ไม่สามารถทำปฏิสัมพันธ์กับกรดอะราคิโดนิกและยึดมันไว้ที่ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องได้ ในที่นี้ bind เป็นคำกริยาเชิงเทคนิค ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงการมัดสิ่งของด้วยเชือก โครงสร้างแบบขนาน can't ... and can't ... บอกว่าเอนไซม์ทั้งจับกับกรดไม่ได้และทำปฏิกิริยาเคมีตามปกติไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ bind ในความหมายทางวิทยาศาสตร์เดียวกับ can't bind arachidonic acid

  1. The worker can bind the pages into a book.
  2. The receptor can bind the signal molecule.
  3. The rope can bind the box to the cart.
ดูคำตอบ

The receptor can bind the signal molecule.

But how do aspirin and ibuprofen know where the pain is?

3:20

แล้วแอสไพรินและไอบูโพรเฟนรู้ได้อย่างไรว่าความเจ็บปวดอยู่ที่ไหน?

they don't.

3:25

พวกมันไม่รู้หรอก

ลำดับความ

Well, they don't.: คำตอบสั้น ๆ ที่หักมุมจากคำถาม

Well, they don't. เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่หันกลับไปแก้สมมติฐานจากคำถามก่อนหน้า: ยาเหล่านี้ไม่ได้รู้ว่าความเจ็บปวดอยู่ที่ไหน don't ในที่นี้ย่อมาจาก do not know where the pain is โดยละคำที่ซ้ำกับคำถามก่อนหน้าไว้ Well เป็นคำแสดงท่าทีในการสนทนา ใช้เกริ่นการแก้ความเข้าใจหรือคำตอบที่คาดไม่ถึง ผู้พูดอาจตั้งคำถามแล้วตอบทันทีด้วยรูปแบบนี้ เพื่อแก้ความเข้าใจผิดของผู้ฟังและนำเสนอคำอธิบายที่แท้จริง

แบบฝึกหัด

ในคำตอบ Well, they don't. มีการละการกระทำใดไว้หลัง don't?

  1. move toward the pain
  2. know where the pain is
  3. understand the question
ดูคำตอบ

know where the pain is

Once the drugs are in your bloodstream, ไวยากรณ์

3:25

เมื่อยาเข้าสู่กระแสเลือดของคุณ

they are carried throughout your body, ไวยากรณ์

3:28

พวกมันจะถูกพัดพาไปทั่วร่างกาย

ไวยากรณ์

Once the drugs are in your bloodstream: การบอกจุดเริ่มของขั้นตอนถัดไป

Once the drugs are in your bloodstream, เป็นอนุประโยคบอกเวลา ในที่นี้ once หมายถึง เมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริง หรือ ทันทีที่ ไม่ได้หมายถึง หนึ่งครั้ง คำนี้บอกจุดที่ขั้นตอนถัดไปเริ่มขึ้น นั่นคือยาจะถูกลำเลียงไปทั่วร่างกายต่อไป เมื่อพูดถึงกระบวนการทั่วไปหรือเหตุการณ์ในอนาคต อนุประโยคที่มี once มักใช้รูปปัจจุบัน เช่น are แทนที่จะใช้ will ส่วนประโยคหลักจะบอกผลลัพธ์หรือขั้นตอนถัดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ once เพื่อบอกจุดกระตุ้นในกระบวนการได้ถูกต้อง

  1. Once the light will turn green, you can cross the street.
  2. Once the light turns green, you can cross the street.
  3. When the light turns green, you can cross the street.
ดูคำตอบ

Once the light turns green, you can cross the street.

ไวยากรณ์

are carried throughout your body: การถูกลำเลียงไปทั่วร่างกาย

ใน are carried โครงสร้าง be + คำกริยาช่องที่ 3 ทำให้เป็นรูปถูกกระทำ ยาเป็นสิ่งที่รับการกระทำ เมื่อยาเข้าสู่กระแสเลือด ระบบไหลเวียนเลือดจะลำเลียงยาไป จุดเน้นอยู่ที่สิ่งที่เกิดขึ้นกับยา ไม่ใช่ผู้กระทำที่ตั้งใจเคลื่อนย้ายยา Throughout your body หมายถึง “ในหรือไปยังทุกส่วนของร่างกาย” เป็นการบอกถึงการกระจายอย่างทั่วถึง ไม่ใช่แค่การเคลื่อนผ่านจุดหนึ่งหรือไปตามเส้นทางหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ carry และคำที่หมายถึง “ไปยังทุกส่วนของ”: After the supplies arrive, they ____ the building by staff.

ดูคำตอบ

are carried throughout

and they go to painful areas

3:29

และพวกมันก็ไปที่บริเวณที่เจ็บปวด

just the same as normal ones. วลี

3:31

เช่นเดียวกับบริเวณที่ปกติ

วลี

just the same as normal ones: การทำงานเหมือนกันและการใช้คำแทนคำนาม

Just the same as ในที่นี้หมายถึง “ด้วยวิธีที่เหมือนกันทุกประการ” ประโยคนี้บอกว่ายาไปยังบริเวณที่เจ็บไม่ต่างจากวิธีที่ยาไปยังบริเวณปกติ โดย just ช่วยเน้นความเหมือนกัน ใน normal ones คำว่า ones ใช้แทนคำนามนับได้พหูพจน์ areas ที่กล่าวมาก่อนหน้าเพื่อเลี่ยงการพูดซ้ำ ให้ย้อนหาคำนามพหูพจน์ที่เหมาะสมและอยู่ใกล้ที่สุด ดังนั้น normal ones จึงหมายถึง normal areas ไม่ใช่คนปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ทั้ง just the same as และ ones ได้ถูกต้อง

  1. The blue batteries work just same as the red ones.
  2. The cold water tastes just the same as the warm ones.
  3. The blue batteries work just the same as the red ones.
ดูคำตอบ

The blue batteries work just the same as the red ones.

So that's how aspirin and ibuprofen work.

3:33

นั่นคือวิธีการทำงานของแอสไพรินและไอบูโพรเฟน

But there are other dimensions to pain. การใช้คำ

3:36

แต่ความเจ็บปวดก็ยังมีมิติอื่นๆ อีก

การใช้คำ

other dimensions to pain: dimensions ในความหมายว่า “แง่มุม”

ในที่นี้ dimensions หมายถึงแง่มุมต่าง ๆ ของหัวข้อที่ซับซ้อน ไม่ใช่ขนาดที่วัดได้หรือทิศทางในพื้นที่ other dimensions to pain หมายความว่าความเจ็บปวดยังมีด้านหรือปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณา การใช้ในความหมายเชิงนามธรรมแบบนี้พบได้บ่อยในการอธิบายเชิงวิเคราะห์ ในโครงสร้าง a dimension to/of something คำว่า dimension หมายถึงส่วนหนึ่งของประเด็นที่ใหญ่กว่า เช่น แง่มุมทางสังคม เศรษฐกิจ หรือจริยธรรม

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'There are ethical dimensions to the decision,' คำว่า dimensions หมายถึงอะไร?

  1. ทิศทางสำหรับเคลื่อนที่ในพื้นที่
  2. แง่มุมที่ต้องนำมาพิจารณา
  3. ค่าที่วัดขนาดทางกายภาพ
ดูคำตอบ

แง่มุมที่ต้องนำมาพิจารณา

Neuropathic pain,

3:38

อาการปวดเส้นประสาท

for example,

3:39

ยกตัวอย่างเช่น

is pain caused by damage to our nervous system itself. ไวยากรณ์

3:39

คือความเจ็บปวดที่เกิดจากความเสียหายของระบบประสาทของเราเอง

ไวยากรณ์

pain caused by damage to...: การบอกสาเหตุหลังคำนาม

โครงสร้างหลักของประโยคคือ Neuropathic pain is pain ส่วน Caused by damage to our nervous system itself เป็นวลี past participle ที่วางไว้หลัง pain ตัวที่สอง วลีนี้ระบุว่าเป็นความเจ็บปวดชนิดใดด้วยการบอกสาเหตุ โดย caused ไม่ใช่กริยาหลักที่ผันตามประธานและกาลอีกตัวหนึ่ง วลีนี้สามารถขยายเป็น pain that is caused by damage to our nervous system itself ได้ โครงสร้างอนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อนี้พบได้บ่อยในคำนิยามและคำอธิบาย ส่วน itself เน้นว่าสิ่งที่เสียหายคือตัวระบบประสาทเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามให้สมบูรณ์ด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ใช้บอกสาเหตุ: A food allergy is a reaction ____ the immune system.

ดูคำตอบ

caused by

There doesn't need to be any sort of outside stimulus. ไวยากรณ์

3:43

ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีสิ่งเร้าภายนอกใดๆ

ไวยากรณ์

There doesn't need to be...:ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งไม่จำเป็นต้องมีอยู่

There doesn't need to be ... เป็นโครงสร้างบอกการมีอยู่ที่ใช้ there โดยบอกว่าสิ่งของหรือเงื่อนไขบางอย่างไม่จำเป็นต้องมีอยู่ ส่วน any sort of หมายถึง “รูปแบบใด ๆ ก็ตาม” ดังนั้นในประโยคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวไม่จำเป็นต้องมีสิ่งเร้าจากภายนอก โครงสร้างนี้พูดถึงว่าเงื่อนไขหนึ่งจำเป็นหรือไม่ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลหนึ่งไม่จำเป็นต้องลงมือทำอะไร สิ่งที่กำลังพูดถึงการมีอยู่คือ outside stimulus

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าไม่จำเป็นต้องมีการจองเพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์

  1. There doesn't need to be a reservation to visit the museum.
  2. There doesn't need a reservation to visit the museum.
  3. Visitors don't need to be a reservation to visit the museum.
ดูคำตอบ

There doesn't need to be a reservation to visit the museum.

And scientists are discovering that the brain controls how we respond to pain signals. วลี

3:46

และนักวิทยาศาสตร์กำลังค้นพบว่าสมองเป็นตัวควบคุมว่าเราจะตอบสนองต่อสัญญาณความเจ็บปวดอย่างไร

วลี

we respond to pain:ใช้ respond to เพื่อบอกการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น

Respond to หมายถึงตอบสนองต่อบางสิ่งหรือได้รับผลจากบางสิ่งแล้วเกิดปฏิกิริยา ใน we respond to pain นั้น pain คือสิ่งกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา และ we คือฝ่ายที่ตอบสนอง วลีนี้อธิบายปฏิกิริยาทางร่างกายหรือพฤติกรรม ไม่ได้หมายถึงการตอบด้วยคำพูด โครงสร้างคือ respond to + คำนาม เช่น respond to pain, stress, feedback หรือ a signal ในประโยคเต็ม how we respond to pain signals คือสิ่งที่สมองควบคุม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ respond to ได้ถูกต้องเพื่อแสดงการตอบสนองของระบบต่อสัญญาณ

  1. The alarm can respond to smoke by sounding.
  2. The alarm can respond smoke by sounding.
  3. The alarm can answer smoke by sounding.
ดูคำตอบ

The alarm can respond to smoke by sounding.

For example,

3:50

ยกตัวอย่างเช่น

how much pain you feel can depend on whether you're paying attention to the pain ไวยากรณ์

3:51

คุณจะรู้สึกเจ็บปวดมากแค่ไหนอาจขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสนใจกับความเจ็บปวดนั้นหรือไม่

ไวยากรณ์

depend on whether you're paying attention to the pain: ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังใส่ใจกับความเจ็บปวดหรือไม่

depend on whether + อนุประโยค ใช้บอกว่าผลลัพธ์ได้รับผลจากการที่เงื่อนไขหนึ่งเป็นจริงหรือไม่ ในประโยคนี้ ระดับความเจ็บปวดที่คุณรู้สึกอาจเปลี่ยนไปตามว่าคุณกำลังใส่ใจกับความเจ็บปวดนั้นหรือไม่ หลัง depend ต้องคง on ไว้ แล้วใช้ whether นำหน้าอนุประโยคที่เรียงคำแบบประโยคบอกเล่า: whether you're paying attention to the pain โครงสร้างนี้แสดงเงื่อนไขแบบใช่หรือไม่ใช่ ไม่ใช่คำถามโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคงที่ลงในประโยคให้สมบูรณ์: Our picnic may ____ the rain stops by noon

ดูคำตอบ

depend on whether

or even your mood.

3:55

หรือแม้กระทั่งอารมณ์ของคุณ

Now pain is an area of active research. วลี

3:56

ปัจจุบันความเจ็บปวดเป็นขอบเขตของการวิจัยที่กำลังดำเนินไปอย่างตื่นตัว

วลี

an area of active research: สาขาที่กำลังมีการวิจัยอย่างต่อเนื่อง

an area of active research ใช้อธิบายหัวข้อหรือสาขาที่นักวิจัยยังคงศึกษาและสร้างความรู้ใหม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ในประโยคนี้ area หมายถึงสาขาการวิจัย ไม่ใช่สถานที่จริง active research แสดงว่างานวิจัยยังดำเนินต่อไปและยังมีคำถามสำคัญที่ไม่มีคำตอบอย่างสมบูรณ์ สำนวนนี้นำเสนอหัวข้อนั้นว่าเป็นสาขาวิจัยในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหัวข้อนั้นเลย

แบบฝึกหัด

ประโยค Screen time is an area of active research หมายความว่าอย่างไร

  1. นักวิจัยตอบคำถามเกี่ยวกับการใช้เวลาหน้าจอได้ครบทั้งหมดแล้ว
  2. การใช้เวลาหน้าจอเป็นสถานที่จริงที่นักวิจัยทำงาน
  3. นักวิจัยยังคงศึกษาการใช้เวลาหน้าจออย่างจริงจัง
ดูคำตอบ

นักวิจัยยังคงศึกษาการใช้เวลาหน้าจออย่างจริงจัง

If we can understand it better, ลำดับความ

3:59

หากเราสามารถเข้าใจมันได้ดียิ่งขึ้น

maybe we can help people manage it better. การใช้คำ

4:00

บางทีเราอาจช่วยให้ผู้คนจัดการกับมันได้ดียิ่งขึ้น

ลำดับความ

If we can..., maybe we can... เพื่อสรุปด้วยความเป็นไปได้

If we can understand it better วางเงื่อนไขว่า การเข้าใจให้ดีขึ้นเป็นขั้นตอนที่อาจทำให้สามารถช่วยเหลือได้ในภายหลัง ส่วนประโยคหลัก maybe we can help... บอกผลลัพธ์ที่คาดหวัง ทั้งสองส่วนจึงเชื่อมความรู้เข้ากับประโยชน์ในทางปฏิบัติ และใช้สรุปเรื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติ Maybe ลดระดับความแน่นอน ผู้พูดกำลังเสนอความเป็นไปได้ที่มีความหวัง ไม่ได้รับรองว่าการเข้าใจดีขึ้นจะนำไปสู่การช่วยเหลือได้อย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

รูปแบบ If we can..., maybe we can... ทำหน้าที่อะไรในข้อสรุปนี้

  1. แสดงว่าเงื่อนไขกับผลลัพธ์ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. บอกว่าผลลัพธ์ได้เกิดขึ้นแล้ว
  3. เชื่อมเงื่อนไขที่เป็นไปได้กับผลลัพธ์ที่คาดหวังโดยไม่ได้รับรองว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน
ดูคำตอบ

เชื่อมเงื่อนไขที่เป็นไปได้กับผลลัพธ์ที่คาดหวังโดยไม่ได้รับรองว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน

การใช้คำ

manage it better: manage pain หมายถึงควบคุมหรือรับมือกับความเจ็บปวด

ใน people manage it better คำว่า it หมายถึง pain ส่วน manage ในที่นี้หมายถึงควบคุมความเจ็บปวด รับมือกับมัน หรือลดผลกระทบของมันต่อชีวิตประจำวัน ไม่ได้หมายถึงบริหารทีมหรือโครงการ ในบริบทด้านสุขภาพ manage มักอธิบายกระบวนการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ภาวะหรืออาการอาจยังคงอยู่ แม้คนคนนั้นจะ manage มันได้ดีก็ตาม

แบบฝึกหัด

ในประโยค The treatment helps him manage chronic pain คำว่า manage หมายถึงอะไร

  1. ควบคุมหรือรับมือกับความเจ็บปวด
  2. กำกับดูแลกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความเจ็บปวด
  3. ทำให้ความเจ็บปวดหายไปอย่างถาวร
ดูคำตอบ

ควบคุมหรือรับมือกับความเจ็บปวด