จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณจุดชนวนระเบิดนิวเคลียร์ในร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา? (วิทยาศาสตร์ ไม่ใช่จินตนาการ): บทเรียนภาษาอังกฤษ
Kurzgesagt – In a Nutshell
ภาพรวมวิดีโอ: ที่ก้นร่องลึกมาเรียนา แรงดันน้ำกักการระเบิดนิวเคลียร์ห้าสิบเมกะตันไว้ เหลือเพียงคลื่นเล็กและฝุ่นกัมมันตรังสีเฉพาะบริเวณ ไม่ใช่หายนะทั่วโลก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “What would happen if” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เปิดคำถามสมมุติด้วยรูปอดีตโดยไม่สื่อว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง และใช้ถามถึงผลที่อาจตามมา 2. “barely puts up a fight” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจการทำให้ชั้นบรรยากาศเป็นคู่ต่อสู้ และใช้ barely เพื่อบอกว่าแทบไม่มีแรงต้านที่ได้ผล 3. “so why would this time be different?” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้การทดสอบนิวเคลียร์ก่อนหน้าเพื่อปิดข้อโต้แย้งและชี้ว่าครั้งนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
โครงสร้าง What would happen if ...?
What would happen if ...? ใช้ถามถึงผลที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์สมมติ ในที่นี้วลีนี้เปิดประเด็นการทดลองทางความคิด ไม่ได้ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ใช้โครงสร้าง What would happen if + ประธาน + กริยารูปอดีต สำหรับกรณีสมมติ: What would happen if we detonated ...? รูปอดีตแสดงระยะห่างจากความเป็นจริง ไม่ได้บอกเวลาในอดีต ส่วน would อยู่ในประโยคหลักที่ถามถึงผลลัพธ์ ไม่ใช่ในอนุประโยค if
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยโครงสร้างสมมติแบบเดียวกับในบทเรียนนี้: ____ we turned off every backup system at once?
ดูคำตอบ
What would happen if
For sure, tsunamis hundreds of meters high would destroy coastal cities,
0:09แน่นอนว่าสึนามิสูงหลายร้อยเมตรจะทำลายล้างเมืองชายฝั่ง
คำกริยา level ในความหมายว่า “ทำลายจนหมดสิ้น”
ในที่นี้ level เป็นคำกริยา หมายถึงทำลายอาคารหรือพื้นที่ที่มีสิ่งปลูกสร้างอย่างราบคาบ จนแทบไม่มีอะไรเหลือตั้งอยู่ ใน earthquakes would level countries คำว่า countries ขยายขนาดของความเสียหายให้ดูรุนแรงมาก ไม่ได้หมายความว่าพื้นดินจะกลายเป็นระนาบในทางเรขาคณิต
แบบฝึกหัด
level ในประโยคใดหมายถึง “ทำลายเกือบทั้งหมด”
- She used a tool to level the table.
- The score was level at halftime.
- The wildfire leveled several homes.
ดูคำตอบ
The wildfire leveled several homes.
ripped apart: การทำลายหรือแยกออกอย่างรุนแรง
ใน be ripped apart คำว่า ripped apart เป็นรูปกริยาช่องที่สามของกริยาวลี rip apart หมายถึงฉีกหรือทำลายสิ่งที่เป็นชิ้นเดียวอย่างรุนแรงจนส่วนต่าง ๆ แยกออกจากกัน รูปประโยคแบบถูกกระทำเน้นสิ่งที่ได้รับความเสียหาย ในที่นี้มีการจินตนาการว่าโลกแตกออกจากกันจริง ๆ ไม่ใช่แค่เสียหายเล็กน้อย คำว่า apart เพิ่มผลลัพธ์ว่าถูกแยกออกจากกัน จึงเป็นส่วนสำคัญของความหมาย
แบบฝึกหัด
ใน Maybe even Earth could be ripped apart คำว่า ripped apart หมายถึงอะไร
- สิ่งนั้นได้รับการซ่อมแซมหลังจากแตกหัก
- สิ่งนั้นถูกเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังโดยไม่เสียหาย
- สิ่งที่เป็นชิ้นเดียวถูกฉีกหรือทำลายอย่างรุนแรงจนแยกเป็นส่วน ๆ
ดูคำตอบ
สิ่งที่เป็นชิ้นเดียวถูกฉีกหรือทำลายอย่างรุนแรงจนแยกเป็นส่วน ๆ
thrown out of orbit: ถูกแรงทำให้หลุดจากวงโคจร
คำบรรยายนี้ต่อจากอนุประโยคก่อนหน้าในรูป or [Earth could be] thrown out of orbit โดยเข้าใจได้ว่ามีประธานร่วม Earth และ could be จึงไม่กล่าวซ้ำ ส่วน thrown เป็นรูปกริยาช่องที่สามในโครงสร้างแบบถูกกระทำ To throw something out of orbit หมายถึงแรงภายนอกทำให้วัตถุที่กำลังโคจรหลุดออกจากเส้นทางเดิม throw ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้มือขว้าง แต่บรรยายการเปลี่ยนแปลงจากแรงที่รุนแรง และ out of orbit บอกสภาวะที่เกิดขึ้นภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ออกจากเส้นทางโคจรเดิม”: A large impact could throw the satellite ____.
ดูคำตอบ
out of orbit
การแก้คำกล่าวบางส่วนด้วย Well, almost.
Well เป็นสัญญาณว่าผู้พูดหยุดเล็กน้อยก่อนปรับสิ่งที่เพิ่งพูดไป ในที่นี้เป็นการเตรียมผู้ฟังให้รู้ว่าเรื่องกำลังจะเปลี่ยนทิศจากคำคาดการณ์อันน่าตื่นตระหนกก่อนหน้า almost ในที่นี้แทนความหมายว่า “เกือบจะจริง” หรือ “เกือบจะเป็นอย่างที่อธิบายไว้ทุกประการ” เนื่องจากละข้อความที่เหลือไว้ วลีสั้น ๆ นี้จึงแก้ไขแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมด กล่าวคือ หลายส่วนอาจถูกต้อง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด วิธีนี้ช่วยให้คำบรรยายลดความเด็ดขาดของคำกล่าวเดิมโดยยังคงความน่าติดตามไว้
แบบฝึกหัด
ไกด์พูดว่า “The trail is completely safe. Well, almost.” วลีสั้น ๆ ตอนท้ายทำหน้าที่อะไร
- ยืนยันว่าทุกรายละเอียดของคำกล่าวก่อนหน้าถูกต้องทั้งหมด
- เริ่มรายการที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ถอนหรือจำกัดคำกล่าวก่อนหน้าบางส่วน
ดูคำตอบ
ถอนหรือจำกัดคำกล่าวก่อนหน้าบางส่วน
Currently, Earth's deepest known point is inside the Mariana Trench.
0:24ปัจจุบัน จุดที่ลึกที่สุดของโลกที่เรารู้จักอยู่ภายในร่องลึกบาดาลมาเรียนา
The Mariana Trench is a very deep valley right at the edge of two tectonic plates
0:29ร่องลึกบาดาลมาเรียนาเป็นหุบเขาที่ลึกมากซึ่งอยู่ตรงขอบแผ่นเปลือกโลกสองแผ่น
การเปรียบเทียบรูปร่างใน looks like an upside-down mountain
Looks like ใช้เริ่มการเปรียบเทียบจากรูปลักษณ์ ร่องลึกนี้ไม่ได้เป็นภูเขาจริง ๆ แต่กำลังอธิบายรูปร่างภาคตัดขวางด้วยภาพที่คุ้นเคย Upside-down หมายถึงถูกพลิกให้ส่วนบนมาอยู่ด้านล่าง เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้ชวนให้นึกภาพโครงร่างของภูเขาที่กลับหัว จึงช่วยให้มองเห็นลักษณะของภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
แผนภาพแสดงรูปร่างภูเขาที่มียอดชี้ลง ประโยคใดอธิบายได้ถูกต้อง
- It looks exactly like an ordinary upright mountain.
- It looks like an inside-out mountain.
- It looks like an upside-down mountain.
ดูคำตอบ
It looks like an upside-down mountain.
reaches a depth of + ค่าที่วัดได้
ใน reaches a depth of about 11 km คำว่า reaches หมายถึง “ไปถึงค่าหนึ่ง” ไม่ใช่ “เอื้อมมือไปแตะ” ความลึกที่วัดได้ของสิ่งที่เป็นประธานอยู่ที่ประมาณ 11 กม. โดย about บอกว่าตัวเลขนี้เป็นค่าโดยประมาณ รูปแบบ reach a depth of + ค่าที่วัดได้ นำเสนอความลึกในฐานะค่าจากการวัด เหมาะสำหรับรายงานข้อมูลทางภูมิศาสตร์หรือข้อมูลเชิงเทคนิคอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยค present simple นี้โดยใช้ reach และ depth: The borehole ____ 7,500 meters.
ดูคำตอบ
reaches a depth of
almost three times deeper than the dark grave of the Titanic. ไวยากรณ์
0:39ซึ่งลึกกว่าหลุมศพอันมืดมิดของเรือไททานิกเกือบสามเท่า
almost three times deeper than: ลึกกว่าเกือบสามเท่า
Almost ขยาย three times ดังนั้นตัวคูณจึงเป็นค่าโดยประมาณ ในบริบทการบรรยายเชิงวิทยาศาสตร์นี้ almost three times deeper than หมายถึงความลึกแรกมีค่าเกือบสามเท่าของความลึกที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงเพียง “ลึกกว่ามาก” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำบอกความใกล้เคียง + ตัวคูณ + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than + สิ่งที่เปรียบเทียบ เช่น almost three times deeper than the wreck รูปแบบนี้ใช้ตัวเลขระบุขนาดของความแตกต่าง
แบบฝึกหัด
ในบริบทการบรรยายเชิงวิทยาศาสตร์นี้ 'almost three times deeper than' น่าจะหมายถึงอะไร
- มีความลึกน้อยกว่าความลึกที่นำมาเปรียบเทียบเล็กน้อย
- ลึกกว่าความลึกที่นำมาเปรียบเทียบพอดีสามกิโลเมตร
- ความลึกรวมเกือบสามเท่าของความลึกที่นำมาเปรียบเทียบ
ดูคำตอบ
ความลึกรวมเกือบสามเท่าของความลึกที่นำมาเปรียบเทียบ
It's one of the last places on Earth for humans to explore. ไวยากรณ์
0:43มันเป็นหนึ่งในสถานที่แห่งสุดท้ายบนโลกที่มนุษย์สามารถเข้าไปสำรวจได้
โครงสร้าง one of the last places ... for humans to explore
ในประโยคนี้ one of the last places หมายถึงสถานที่หนึ่งในกลุ่มสถานที่เพียงไม่กี่แห่งที่ยังไม่ได้สำรวจ คำว่า last ในที่นี้เน้นสิ่งที่ยังเหลือให้ทำ ไม่ได้หมายถึงสถานที่สุดท้ายตามลำดับเวลาเพียงอย่างเดียว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ one of the + คำนามพหูพจน์ + for + บุคคลหรือกลุ่ม + to + คำกริยา คำนามหลัง one of the ต้องเป็นพหูพจน์ ส่วน for humans บอกว่าใครเป็นผู้ทำกริยา explore
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าปัญหาหนึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาไม่กี่ข้อที่ทีมยังต้องแก้?
- This is the one of last problems for the team to solve.
- This is one of the last problems for the team to solve.
- This is one of the last problem for the team to solve.
ดูคำตอบ
This is one of the last problems for the team to solve.
Pitch black and under a thousand atmospheres of pressure, วลี
0:47มืดสนิทและอยู่ภายใต้ความกดดันถึงหนึ่งพันบรรยากาศ
Pitch black: มืดสนิท
Pitch black เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงมืดสนิท โดยมีแสงที่มองเห็นได้น้อยมากหรือไม่มีเลย ในข้อความส่วนนี้ สำนวนนี้ทำหน้าที่เป็นวลีคุณศัพท์สั้น ๆ ที่ใช้บรรยายสภาพแวดล้อม คำว่า pitch ในที่นี้ช่วยเน้นระดับของ black ไม่ได้หมายถึงระดับเสียง การขว้าง หรือการนำเสนอขาย วลีทั้งหมดมีความหมายแรงและให้ภาพชัดกว่า very dark
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “มืดสนิท”: When the power failed, the room became ____, and we could not see anything.
ดูคำตอบ
pitch black
it's a relatively pristine environment thanks to the absence of humans. วลี
0:50มันเป็นสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างบริสุทธิ์เนื่องจากไม่มีมนุษย์
thanks to: นำเสนอสาเหตุว่าเป็นประโยชน์หรือเป็นการประชด
thanks to ใช้บอกสาเหตุของผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ผลลัพธ์คือสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างบริสุทธิ์และไม่ถูกรบกวน ส่วนสาเหตุคือการไม่มีมนุษย์ คำนี้ไม่ได้แปลว่าแสดงความขอบคุณตามตัวอักษร แต่เสนอว่าสาเหตุนั้นเป็นสิ่งที่ให้ผลดี ในบริบทนี้จึงเป็นความเห็นเชิงเหน็บแนมเล็กน้อยเกี่ยวกับผลกระทบของมนุษย์
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: “The outdoor concert went ahead thanks to the volunteers.” ในที่นี้ thanks to สื่อความหมายอะไร?
- คอนเสิร์ตจัดขึ้นแม้อาสาสมัครจะพยายามหยุดยั้ง
- อาสาสมัครทำให้ผลลัพธ์เชิงบวกนั้นเกิดขึ้นได้
- ผู้พูดกำลังกล่าว “ขอบคุณ” ต่ออาสาสมัครโดยตรง
ดูคำตอบ
อาสาสมัครทำให้ผลลัพธ์เชิงบวกนั้นเกิดขึ้นได้
A great place for our nuclear test. น้ำเสียง/เจตนา
0:55เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการทดสอบนิวเคลียร์ของเรา
“A great place for our nuclear test.” ในฐานะการประชดแบบหน้าตาย
เมื่อมองตามผิวเผิน A great place ฟังเหมือนคำชื่นชมอย่างกระตือรือร้น แต่เมื่อนำมาใช้กับ our nuclear test ก็ขัดแย้งกับคำบรรยายก่อนหน้าที่บอกว่าสภาพแวดล้อมนั้นบริสุทธิ์และไม่มีมนุษย์ ความขัดแย้งนี้ทำให้เกิดการประชดแบบหน้าตาย ผู้พูดดำเนินตามตรรกะอันเย็นชาที่ว่าสถานที่ซึ่งยังไม่ถูกทำลายนั้น “ยอดเยี่ยม” เพราะนำไปใช้ทำสิ่งที่สร้างความเสียหายได้ ประโยคนี้ไม่ใช่คำแนะนำด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงใจ และเพียงประโยคเดียวก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้พูดเห็นชอบกับการทดสอบนิวเคลียร์ในทางศีลธรรม
แบบฝึกหัด
ผู้พูดมองถนนที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนักแล้วพูดว่า “Great weather for a picnic.” เจตนาที่เป็นไปได้มากที่สุดคืออะไร?
- ใช้ถ้อยคำเชิงบวกอย่างประชด เพราะสถานการณ์ไม่เหมาะอย่างชัดเจน
- รายงานสภาพอากาศอย่างจริงใจและแนะนำให้ไปปิกนิก
- ถามว่ามีใครนำอาหารปิกนิกมาหรือไม่
ดูคำตอบ
ใช้ถ้อยคำเชิงบวกอย่างประชด เพราะสถานการณ์ไม่เหมาะอย่างชัดเจน
the most powerful nuclear bomb humans have ever exploded: การละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม
ในนามวลีนี้ humans have ever exploded เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย the most powerful nuclear bomb คำว่า bomb เป็นกรรมของ exploded จึงละคำสรรพนามสัมพันธ์ that ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมได้ และการเติม that ในที่นี้ไม่ทำให้ความหมายเปลี่ยน ขั้นสูงสุด the most powerful และ ever ใช้ร่วมกันเพื่อบอกสถิติสูงสุดตลอดช่วงเวลาจนถึงจุดที่กล่าวถึง ในที่นี้ ever หมายถึง “ณ เวลาใดก็ตาม” หรือ “เท่าที่เคย” ไม่ได้หมายถึง “เสมอ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ ever ได้ถูกต้องในอนุประโยคสัมพันธ์ที่ละคำสรรพนามสัมพันธ์ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรม?
- This is the hardest puzzle I have always solved.
- This is the hardest puzzle I have ever solved.
- This is the hardest puzzle has ever solved.
ดูคำตอบ
This is the hardest puzzle I have ever solved.
the RDS-220 hydrogen bomb, or Tsar Bomba: or ที่หมายถึง “หรือที่เรียกว่า”
RDS-220 เป็นรหัสรุ่น hydrogen bomb ระบุประเภทของอาวุธ และ Tsar Bomba เป็นชื่อที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในประโยคนี้ทั้งหมดหมายถึงระเบิดลูกเดียวกัน or ในที่นี้ใช้แนะนำชื่ออีกชื่อหนึ่งและหมายถึง “หรือที่เรียกว่า” ไม่ได้หมายถึงการเลือกระหว่างระเบิดสองลูก ในงานเขียนเชิงข้อมูล มักใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่น or ที่ทำหน้าที่บอกชื่อเช่นนี้
แบบฝึกหัด
or ในประโยคตัวอย่างสื่อความหมายใด?
- Tsar Bomba เป็นส่วนประกอบภายใน RDS-220
- มีการเสนอระเบิดสองลูกที่แตกต่างกันให้เลือก
- Tsar Bomba เป็นอีกชื่อหนึ่งของระเบิดไฮโดรเจน RDS-220
ดูคำตอบ
Tsar Bomba เป็นอีกชื่อหนึ่งของระเบิดไฮโดรเจน RDS-220
that its shockwave traveled around the Earth three times,
1:10จนคลื่นกระแทกของมันเดินทางรอบโลกถึงสามรอบ
so massive that: เชื่อมระดับเข้ากับผลลัพธ์
โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + อนุประโยค that เชื่อมระดับที่สูงเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ so เน้นระดับของ massive และอนุประโยค that บอกผลที่ตามมา คือคลื่นกระแทกเดินทางรอบโลกสามรอบ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อระดับของคุณสมบัติหนึ่งอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา เช่น so difficult that..., so loud that..., so cold that....
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างบอกผล so ... that: The alarm was ____ loud ____ everyone left the room.
ดูคำตอบ
so · that
and its mushroom cloud stretched 56 km into the sky.
1:13และเมฆรูปเห็ดของมันทอดยาวขึ้นไปบนท้องฟ้าถึง 56 กิโลเมตร
to destroy everything in a thousand square kilometers,
1:20ที่จะทำลายล้างทุกสิ่งในพื้นที่หนึ่งพันตารางกิโลเมตร
strong enough to: มีระดับถึงขั้นที่จำเป็นสำหรับผลลัพธ์
โครงสร้างคำคุณศัพท์ + enough + to-infinitive หมายถึงคุณสมบัติหนึ่งมีระดับถึงขั้นที่จำเป็นสำหรับการกระทำหรือผลลัพธ์ ในที่นี้ strong enough หมายถึงคลื่นกระแทกมีความแรงตามที่ต้องการ และ to destroy ระบุผลลัพธ์ที่จึงเป็นไปได้ enough วางหลังคำคุณศัพท์ เช่น strong enough, warm enough, clear enough โดยปกติในโครงสร้างนี้จะไม่วาง enough หน้าคำคุณศัพท์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ strong และโครงสร้างคำคุณศัพท์ + enough + to: The bridge is ____ to carry the truck.
ดูคำตอบ
strong enough
that they could boil away an entire lake. กริยาวลี
1:30จนสามารถทำให้ทะเลสาบทั้งแห่งเดือดจนระเหยหายไปได้
such an enormous amount of energy ... that: การเชื่อมปริมาณกับผลลัพธ์
Such ขยายกลุ่มคำนาม an enormous amount of energy ทั้งกลุ่ม ส่วน that ใช้นำเข้าสู่ผลที่ตามมา โครงสร้างพื้นฐานคือ such + (adjective) + noun phrase + that + result ในที่นี้ at once อธิบายลักษณะการปล่อยพลังงานและอยู่ระหว่างกลุ่มคำนามกับ that การมีวลีนี้คั่นกลางไม่ได้ทำให้โครงสร้างขาดจากกัน แต่ยังสื่อว่าปริมาณนั้นมากพอที่จะทำให้เกิดผลที่กล่าวไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย such และ that: The lab collected ____ a large amount of data overnight ____ the server ran out of space.
ดูคำตอบ
such · that
boil away: หายไปเพราะเดือด
Boil away หมายถึงของเหลวกลายเป็นไอและหายไปเพราะเดือดต่อเนื่อง โดยมักสื่อว่าหายไปทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด Away แสดงผลลัพธ์ว่าของเหลวหายไป ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด ในตัวอย่าง they เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดผลดังกล่าว กริยาจึงใช้แบบมีกรรมใน they could boil away an entire lake วลีนี้ใช้แบบไม่มีกรรมได้ด้วย เช่น The water boiled away.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่หมายถึงหายไปในรูปไอเพราะการเดือด: We forgot the pan on the stove, and all the water ____.
ดูคำตอบ
boiled away
And if we set off a nuclear bomb in the Mariana Trench, กริยาวลี
1:34และถ้าเราจุดระเบิดนิวเคลียร์ในร่องลึกบาดาลมาเรียนา
set off a nuclear bomb: จุดระเบิดนิวเคลียร์
ในที่นี้ set off หมายถึง “ทำให้บางสิ่งระเบิด” กรรม a nuclear bomb ทำให้ความหมายชัดเจนว่าเป็นการจุดชนวนให้เกิดการระเบิด ไม่ใช่การ “ออกเดินทาง” ในความหมายนี้ set off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ จึงใช้ได้ทั้ง set off the bomb และ set the bomb off แต่ถ้ากรรมเป็นสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น set it off
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ set off ในความหมายว่า “กระตุ้นหรือทำให้ทำงาน”
- We set off for the station before sunrise.
- The dark frame sets off the bright painting.
- Steam from the shower set off the smoke alarm.
ดูคำตอบ
Steam from the shower set off the smoke alarm.
pull the trigger: ตัดสินใจขั้นสุดท้ายแล้วลงมือ
ตามความหมายตรงตัว pull the trigger คือการเหนี่ยวชิ้นส่วนของปืนที่ทำให้ปืนยิง ในที่นี้ใช้เป็นสัญญาณเชิงละครเพื่อเริ่มการกระทำอันตรายในจินตนาการ ไม่จำเป็นต้องมีใครถือปืนจริง ๆ ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ สำนวนนี้หมายถึงการตัดสินใจขั้นสุดท้ายและเริ่มลงมือ มักเกิดขึ้นหลังจากเตรียมตัวหรือลังเล ภาพของการเหนี่ยวไกสื่อถึงขั้นตอนที่เด็ดขาดและอาจย้อนกลับได้ยาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าบางคนตัดสินใจขั้นสุดท้ายเพื่อเริ่มการกระทำที่วางแผนไว้
- After reviewing the budget, Maya pulled the trigger on the renovation.
- Maya kept postponing the renovation.
- Before the budget was approved, Maya jumped the gun and hired a contractor.
ดูคำตอบ
After reviewing the budget, Maya pulled the trigger on the renovation.
undergoes its chain reaction: undergo + กระบวนการ
ในที่นี้ undergoes หมายถึง “ผ่านกระบวนการหนึ่งและได้รับผลจากกระบวนการนั้น” เชื้อเพลิงนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ไม่ใช่ผู้กระทำที่ตั้งใจทำให้ปฏิกิริยานั้นเกิดขึ้น undergo เป็นสกรรมกริยา ดังนั้นคำนามที่บอกกระบวนการจึงตามหลังโดยตรง เช่น undergo a reaction โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับคำนามบอกกระบวนการอย่าง change, treatment, testing และ surgery ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ undergo: Before approval, every component ____ safety testing.
ดูคำตอบ
undergoes
and explodes with the power of 50 megatons of TNT. วลี
1:48และระเบิดด้วยพลังเทียบเท่ากับทีเอ็นที 50 เมกะตัน
with the power of: การเปรียบเทียบกำลังหรืออานุภาพ
with the power of ใช้นำค่าหรือสิ่งเปรียบเทียบที่บอกว่าบางสิ่งมีพลังมากเพียงใด ในที่นี้หมายถึงการระเบิดมีแรงทำลายเทียบเท่ากับ TNT 50 เมกะตัน ข้อความนี้ไม่ได้หมายความว่าวัตถุนั้นมี TNT ปริมาณดังกล่าวอยู่จริง power ในที่นี้หมายถึงกำลังหรือความสามารถในการทำลาย ไม่ใช่ไฟฟ้าหรืออำนาจทางการเมือง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ใช้เปรียบเทียบกำลัง: The compact laser cuts steel ____ a much larger industrial machine.
ดูคำตอบ
with the power of
A blinding flash of light illuminates the darkness of the trench
1:53แสงสว่างจ้าบาดตาทำให้ความมืดมิดของร่องลึกสว่างไสวขึ้น
The bubble grows quickly as it vaporizes the water around it.
2:08ฟองนั้นขยายตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับระเหยน้ำที่อยู่รอบๆ
plowing outwards as if there's nothing in the way, ไวยากรณ์
2:15ดันออกไปข้างนอกราวกับไม่มีอะไรขวางกั้น
as if สำหรับแสดงความรู้สึกที่ชัดเจนและไม่ใช่ความหมายตรงตัว
“As if” ใช้เชื่อมการเปรียบเทียบที่อิงจากสิ่งที่เห็นหรือความรู้สึก ในที่นี้ แรงที่พุ่งออกด้านนอกมีพลังมากจนดูเหมือนไม่มีสิ่งใดขวางอยู่ แต่ประโยคไม่ได้ยืนยันว่าน้ำหรือแรงต้านไม่มีอยู่จริง อนุประโยคหลัง as if สามารถใช้รูปปัจจุบันธรรมดาเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกในขณะนั้นอย่างชัดเจนได้ เช่น “as if there’s nothing in the way” การใช้ as if ไม่ได้ทำให้อนุประโยคกลายเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับความจริงโดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อให้หมายถึง “ในลักษณะที่ทำให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้น”? The child stared at the magician ____ he could not believe his eyes.
- so that
- as if
- even if
ดูคำตอบ
as if
that will be felt by seismic stations and whales around the world.
2:19ที่สถานีวัดแผ่นดินไหวและวาฬทั่วโลกจะสัมผัสได้
plowing outwards ... sending off a shockwave: สายโซ่การกระทำแบบ -ing ที่กระชับ
อนุประโยค -ing สองส่วนคือ “plowing outwards” และ “sending off a shockwave” เป็นส่วนเสริมที่เชื่อมกับประโยคหลัก “The pressure of the bubble is immense” ไม่ใช่ภาคแสดงหลักที่ผันรูปเพิ่มขึ้นมา ทั้งสองส่วนมีประธานโดยนัยเดียวกัน คือแรงดันของฟอง หรือถ้าพูดให้แม่นยำกว่านั้นก็คือแรงที่ผลักออกด้านนอกซึ่งเกิดจากแรงดันนั้น ส่วนแรกบรรยายแรงดังกล่าวที่พุ่งออกด้านนอก ส่วนที่สองบอกการกระทำต่อมาที่เป็นผลตามมา การวางทั้งสองส่วนไว้หลังประโยคหลักช่วยย่อสายโซ่ของการกระทำและผลที่เกิดร่วมกัน โดยยังคงเน้นข้อความหลักไว้
แบบฝึกหัด
“plowing outwards” และ “sending off a shockwave” ทำหน้าที่อะไรในประโยคต้นฉบับ
- ทั้งสองส่วนเริ่มประโยคหลักอิสระสองประโยคที่มีประธานต่างกัน
- ทั้งสองส่วนบรรยายการกระทำที่เสร็จสิ้นก่อนแรงดันจะมีขนาดมหาศาล
- ทั้งสองส่วนเพิ่มการกระทำและผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงกัน โดยมีแรงดันของฟองเป็นประธานโดยนัย
ดูคำตอบ
ทั้งสองส่วนเพิ่มการกระทำและผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงกัน โดยมีแรงดันของฟองเป็นประธานโดยนัย
almost as fast as: ความเร็วเกือบเท่ากัน
โครงสร้าง almost as + คำคุณศัพท์/คำกริยาวิเศษณ์ + as หมายถึงสองสิ่งมีระดับใกล้เคียงกัน แต่ไม่ได้เท่ากันอย่างสมบูรณ์ ในที่นี้ it stops almost as fast as it emerges เปรียบเทียบความเร็วในการหยุดกับความเร็วในการปรากฏขึ้น ซึ่งทั้งสองอย่างเกิดขึ้นด้วยความเร็วเกือบเท่ากัน as ตัวแรกช่วยกำหนดระดับของ fast ส่วน as ตัวที่สองนำเข้าสิ่งหรือเหตุการณ์ที่ใช้เปรียบเทียบ almost ขยายการเปรียบเทียบ as fast as ทั้งหมด จึงสื่อว่าเกือบเท่ากัน ไม่ใช่เท่ากันพอดี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่ารถไฟขบวนใหม่เร็วเกือบเท่าขบวนเก่า แต่ยังไม่เท่ากันพอดี
- The new train is not nearly as fast as the old train.
- The new train is as fast as the old train.
- The new train is almost as fast as the old train.
ดูคำตอบ
The new train is almost as fast as the old train.
this fireball bubble would grow to 10 km the second after it's detonated
2:30ฟองลูกไฟนี้จะขยายใหญ่ถึง 10 กิโลเมตรในวินาทีหลังจากที่มันถูกจุดชนวน
as the atmosphere barely puts up a fight to hold it back. โน้ต
2:34เนื่องจากชั้นบรรยากาศแทบจะไม่มีแรงต้านเพื่อรั้งมันไว้
barely puts up a fight: แทบไม่มีการต่อต้าน
Put up a fight หมายถึงต่อต้านแทนที่จะยอมง่าย ๆ ในประโยคนี้ ชั้นบรรยากาศถูกทำให้เหมือนเป็นคู่ต่อสู้ที่พยายามหน่วงบางสิ่งไว้ วลีนี้บรรยายแรงต้านทางกายภาพ ไม่ใช่การต่อสู้จริง Barely หมายถึงแทบไม่เลย และขยายการกระทำ puts up a fight ทั้งหมด ดังนั้นชั้นบรรยากาศจึงแทบไม่มีแรงต้านที่ได้ผล ไม่ได้หมายความว่ามันต่อสู้แล้วประสบความสำเร็จอย่างหวุดหวิด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ากุญแจเก่าแทบไม่ต้านทานเลย
- The old lock barely put up a fight.
- The old lock put up a fight.
- The old lock put up a good fight.
ดูคำตอบ
The old lock barely put up a fight.
hold it back: ยับยั้งการเคลื่อนไหวหรือการขยายตัว
ในประโยคนี้ hold it back หมายถึง “หยุดไม่ให้มันเคลื่อนที่หรือขยายออกไปอีก” คำสรรพนาม it หมายถึงฟองลูกไฟที่กำลังขยายตัว ส่วนชั้นบรรยากาศคือแรงที่พยายามยับยั้งมัน แต่ทำได้เพียงเล็กน้อย hold back เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง hold กับ back: hold it back รูปแบบเดียวกันนี้ใช้พูดถึงการยับยั้งการเคลื่อนไหว ความคืบหน้า อารมณ์ หรือข้อมูลได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ hold back ตามลำดับคำที่ถูกต้อง: The barrier stopped the rolling ball and helped ____.
ดูคำตอบ
hold it back
But the pressure at the bottom of the Mariana Trench is enormous.
2:38แต่แรงดันที่ก้นร่องลึกบาดาลมาเรียนานั้นมหาศาล
With 11 km of water overhead: การบอกสภาพพื้นหลัง
รูปแบบขึ้นต้น With + คำนาม + ส่วนเติมเต็ม ใช้ตั้งสถานการณ์ที่เป็นจริงในขณะที่เหตุการณ์ในอนุประโยคหลักเกิดขึ้น ในที่นี้ 11 km of water เป็นนามวลี และ overhead เป็นส่วนเติมเต็มที่บอกตำแหน่ง หมายความว่าน้ำอยู่เหนือคนคนนั้น วลี with นี้ให้ภูมิหลังทางกายภาพแก่การเปรียบเทียบ With ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “โดยใช้” และ overhead หมายถึง “อยู่เหนือศีรษะ” ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั่วไปของธุรกิจ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้ขึ้นต้นสภาพพื้นหลังให้สมบูรณ์: ____ the road completely blocked, the bus had to turn around.
ดูคำตอบ
With
is like being crushed by a hydraulic press: อุปมาจากประสบการณ์ทางร่างกาย
โครงสร้าง X is like being + กริยาช่อง 3 ใช้สร้างอุปมาเกี่ยวกับประสบการณ์ ในประโยคนี้ แรงดันน้ำมหาศาลถูกเปรียบกับความรู้สึกที่ถูกเครื่องอัดไฮดรอลิกบีบจากทุกทิศทาง เครื่องอัดเป็นเพียงภาพเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีเครื่องนี้อยู่จริงในร่องลึก โครงสร้างนี้ช่วยเปลี่ยนสภาวะที่เป็นนามธรรมหรือรุนแรงมากให้เป็นประสบการณ์ทางร่างกายที่ผู้ฟังนึกภาพได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้เป็นอุปมาที่เห็นภาพชัดเจน ไม่ใช่การบอกข้อเท็จจริงตามตัวอักษร
- Working in the heat happens because an oven traps you.
- Working in the heat is like being trapped in an oven.
- Working in the heat requires being trapped in an oven.
ดูคำตอบ
Working in the heat is like being trapped in an oven.
about a kilometer across: ขนาดจากด้านหนึ่งถึงอีกด้านหนึ่ง
เมื่อ across อยู่หลังค่าการวัด จะหมายถึงระยะจากด้านหนึ่งของวัตถุหรือพื้นที่ไปยังอีกด้านหนึ่ง เป็นการบอกขนาด ไม่ใช่การเคลื่อนที่ เนื่องจากฟองมีรูปร่างเกือบกลม about a kilometer across จึงหมายความว่าเส้นผ่านศูนย์กลางยาวประมาณหนึ่งกิโลเมตร โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งที่กลมหรือกว้างได้ เช่น หลุมอุกกาบาต ทะเลสาบ ห้อง หรือเกาะ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หมายถึงจากด้านหนึ่งถึงอีกด้านหนึ่งเพื่อให้คำบรรยายขนาดสมบูรณ์: The round pond is about fifty meters ____.
ดูคำตอบ
across
oddly enough ในฐานะวลีแทรกที่แสดงความประหลาดใจ
oddly enough เป็นวลีแทรกที่หมายถึง “อย่างน่าประหลาดใจ” หรือ “น่าแปลกที่...” วลีนี้เตรียมผู้ฟังให้รับรู้ว่าข้อเท็จจริงต่อไปไม่ตรงกับสิ่งที่มักคาดไว้ ในที่นี้ ฟองอากาศกำลังขยายตัวอยู่ ดังนั้นการที่มันเริ่มหดตัวจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เหนือความคาดหมาย enough ไม่ได้หมายถึงปริมาณที่เพียงพอ แต่ oddly enough ทั้งวลีทำหน้าที่แสดงความเห็นต่อข้อความทั้งหมดที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนนี้ที่แสดงความประหลาดใจเล็กน้อย: ____, the quietest player scored the winning goal.
ดูคำตอบ
Oddly enough
turns it back: ทำให้การเคลื่อนที่หรือความคืบหน้าย้อนกลับ
ใน turns it back โครงสร้าง turn + กรรม + back หมายถึง “ทำให้คนหรือสิ่งของหยุดเคลื่อนไปข้างหน้าและไปในทิศทางตรงกันข้าม” คำสรรพนามกรรม it หมายถึงฟองอากาศ ในที่นี้ น้ำรอบข้างทำให้การขยายตัวของฟองอากาศย้อนกลับ ฟองอากาศจึงถูกบีบอัดอีกครั้ง วลีนี้บอกถึงการย้อนกลับที่เกิดจากแรงภายนอก ไม่ใช่เพียงการหมุนฟองอากาศหรือการกลับไปยังหัวข้อหรือสถานที่เดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ turn คำสรรพนาม us และ back ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: The bridge was unsafe, so the ranger ____.
ดูคำตอบ
turned us back
The tug of war between the fiery death bubble and water goes back and forth a few times, สำนวน
3:05ชักเย่อระหว่างฟองเพลิงมรณะและน้ำเกิดขึ้นไปมาสองสามครั้ง
tug of war between: การชักเย่อระหว่างแรงที่เป็นปฏิปักษ์
ในประโยคนี้ tug of war เป็นอุปมาถึงแรงสองฝ่ายที่ต้านกันอยู่ ฟองอากาศร้อนขยายตัว ขณะที่น้ำรอบ ๆ ดันกลับ โครงสร้าง a tug of war between A and B ใช้ระบุสองฝ่ายที่กำลังต่อสู้กัน ภาพนี้สื่อถึงการแข่งขันที่ดำเนินต่อเนื่องและความได้เปรียบอาจสลับฝ่าย ไม่ได้หมายถึงการเล่นชักเย่อจริง ๆ ใช้พูดถึงความขัดแย้งระหว่างคน กลุ่ม ผลประโยชน์ หรือแนวโน้มต่าง ๆ เมื่อยังไม่มีฝ่ายใดชนะทันที
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้เพื่อบรรยายการต่อสู้ระหว่างสองฝ่ายที่ยืดเยื้อ: The budget debate became a ____ the mayor and the council.
ดูคำตอบ
tug of war between
goes back and forth: การเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงซ้ำ ๆ
Back and forth หมายถึงการเคลื่อนไปทางหนึ่งแล้วกลับไปอีกทางซ้ำ ๆ หรือการสลับระหว่างสองสภาวะหรือสองจุดยืน ในที่นี้ goes back and forth บรรยายว่าการต่อสู้เปลี่ยนไปมาหลายครั้งขณะที่ฟองหดตัวและขยายตัว คำเหล่านี้รวมกันเป็นวลีวิเศษณ์หนึ่งชุดหลัง go คำกริยาจะเปลี่ยนตามกาลและประธานเป็น go, goes, went หรือ has gone แต่ back and forth ต้องอยู่ด้วยกันเสมอ
แบบฝึกหัด
คณะกรรมการเปลี่ยนจุดยืนต่อข้อเสนอหลายครั้ง ประโยคใดสื่อถึงการสลับไปมาซ้ำ ๆ นี้ได้ดีที่สุด
- The committee goes back to the proposal.
- The committee goes back and forth on the proposal.
- The committee members come and go during the meeting.
ดูคำตอบ
The committee goes back and forth on the proposal.
for good: การสิ้นสุดอย่างถาวร
ในประโยคนี้ for good หมายถึง “อย่างถาวร” หรือ “จะไม่เกิดขึ้นอีก” ฟองอากาศอาจฟื้นตัวได้ชั่วคราว แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้และไม่ฟื้นตัวอีก for good เป็นสำนวนบอกเวลาแบบตายตัว มักตามหลังการกระทำ เช่น leave, close, stop หรือ disappear เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นขั้นสุดท้าย ไม่ใช่เพียงชั่วคราว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “อย่างถาวร”: After its final day, the small theater closed ____.
ดูคำตอบ
for good
chop it up: ทำให้สิ่งหนึ่งแตกเป็นส่วนเล็ก ๆ
ในที่นี้ chop it up หมายถึง “ทำให้ฟองอากาศขนาดใหญ่แตกเป็นส่วนเล็ก ๆ” ไม่มีการใช้มีด แต่เป็นกระแสน้ำปั่นป่วนที่ทำให้มันแตก chop up เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ คำว่า up เพิ่มความหมายของผลลัพธ์ว่าถูกแบ่งเป็นส่วนที่เล็กลง เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม เช่น it ให้วางไว้ระหว่างกริยากับ up: chop it up
แบบฝึกหัด
ใช้ chop ... up กับคำสรรพนาม it เพื่อเติมประโยคภาษาอังกฤษ: This block of chocolate is too large, so please ____ before melting it.
ดูคำตอบ
chop it up
It becomes something like the underwater equivalent of a mushroom cloud วลี
3:19มันกลายเป็นสิ่งที่คล้ายกับเมฆรูปเห็ดใต้น้ำ
the underwater equivalent of: การเปรียบเทียบสิ่งที่สอดคล้องกันข้ามสภาพแวดล้อม
ในโครงสร้าง the X equivalent of Y คำว่า X บอกสภาพแวดล้อม ส่วน Y บอกสิ่งที่นำมาใช้เปรียบเทียบ ในที่นี้ the underwater equivalent of a mushroom cloud หมายถึงปรากฏการณ์ใต้น้ำที่มีบทบาทหรือผลคล้ายคลึงกับเมฆรูปเห็ด Equivalent ไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งนั้นเหมือนกันทุกประการ รูปร่างหรือวิธีทำงานอาจต่างกันได้ โดยสำนวนนี้เน้นลักษณะที่ทำให้ทั้งสองสิ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกันในคนละสภาพแวดล้อม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี the digital equivalent of: A digital signature is ____ signing your name on paper.
ดูคำตอบ
the digital equivalent of
as it disintegrates into many smaller hot and radioactive bubbles drifting upwards.
3:23เมื่อมันแตกตัวเป็นฟองเล็กๆ ที่ร้อนและมีกัมมันตภาพรังสีลอยตัวขึ้นไป
And as our mighty destructive blast rises to the surface,
3:28และเมื่อแรงระเบิดที่ทรงพลังของเราลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ
and a bubbling plume of radioactive warm water in the Pacific.
3:35และควันฟองน้ำอุ่นกัมมันตภาพรังสีที่ปุดๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก
No tsunami will wash away Japan or California, กริยาวลี
3:40จะไม่มีสึนามิพัดพาญี่ปุ่นหรือแคลิฟอร์เนียหายไป
wash away: การถูกน้ำพัดออกไปหรือทำลาย
Wash away เป็นกริยาวลีที่หมายถึงน้ำที่ไหลแรงพัดพาหรือทำลายสิ่งหนึ่งโดยพาวัสดุนั้นออกไป เมื่อใช้กับชื่อพื้นที่ขนาดใหญ่อย่าง Japan หรือ California ไม่ได้หมายถึงการล้างหรือย้ายสถานที่ทั้งหมดเหมือนเป็นวัตถุชิ้นเดียว แต่หมายถึงการทำลายพื้นดิน อาคาร หรือชายฝั่งในพื้นที่นั้นอย่างรุนแรง คำว่า away เพิ่มความหมายว่าสิ่งนั้นถูกพาออกไปจนหายหรือเสียหายหนัก รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้เมื่อเกิดน้ำท่วมพัดถนน สะพาน ดิน หรือร่องรอยทางกายภาพหายไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย wash away: Heavy rain can ____ the loose soil on this slope.
ดูคำตอบ
wash away
although boats and whales in the area might have a bad time. น้ำเสียง/เจตนา
3:43แม้ว่าเรือและวาฬในพื้นที่อาจจะต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก
Might Have a Bad Time ในฐานะการกล่าวลดทอนเชิงขำขัน
“Might have a bad time” ตามความหมายตรงตัวฟังดูเหมือนความไม่สะดวกเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน แต่ในที่นี้เรือและวาฬที่อยู่ใกล้เคียงอาจได้รับอันตรายร้ายแรง ผู้พูดจึงตั้งใจใช้ถ้อยคำที่เบากว่าอันตรายจริงมาก ความไม่เข้ากันนี้ทำให้เกิดอารมณ์ขันแบบหน้าตาย เมื่อผลลัพธ์ร้ายแรงถูกบรรยายด้วยคำสบาย ๆ และฟังดูเบา ให้ใช้ข้อเท็จจริงรอบข้างเพื่อเข้าใจระดับความร้ายแรงที่แท้จริง อย่าจำกัดความหมายไว้เพียงประสบการณ์ไม่น่าพอใจธรรมดา ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “might have a bad time” สื่อความหมายใด?
- พวกมันไม่พอใจอยู่แล้วเพราะการเดินทางใช้เวลานานเกินไป
- พวกมันอาจได้รับอันตรายร้ายแรง ซึ่งถูกบรรยายด้วยถ้อยคำเบา ๆ โดยตั้งใจ
- พวกมันจะมีการเดินทางที่ไม่น่าพอใจเล็กน้อย แต่ยังปลอดภัย
ดูคำตอบ
พวกมันอาจได้รับอันตรายร้ายแรง ซึ่งถูกบรรยายด้วยถ้อยคำเบา ๆ โดยตั้งใจ
The radioactive fallout will be diluted into the Pacific after a few days, การใช้คำ
3:48ฝุ่นกัมมันตภาพรังสีจะเจือจางลงในมหาสมุทรแปซิฟิกหลังจากผ่านไปสองสามวัน
Radioactive Fallout: สารปนเปื้อนจากนิวเคลียร์ตามความหมายตรงตัว
Radioactive fallout หมายถึงฝุ่นและอนุภาคกัมมันตรังสีอื่น ๆ ที่ถูกแรงระเบิดนิวเคลียร์พาขึ้นสู่อากาศแล้วตกลงสู่สิ่งแวดล้อมในภายหลัง เนื่องจากประโยคบอกว่าวัตถุนี้จะเจือจางในมหาสมุทรแปซิฟิก fallout ในที่นี้จึงหมายถึงสารปนเปื้อนจริง ไม่ใช่ผลกระทบเชิงนามธรรม ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในข่าว fallout ยังใช้เชิงเปรียบเทียบได้ เช่น political fallout ซึ่งหมายถึงผลเสีย คำขยาย radioactive ทำให้ชัดเจนว่าที่นี่เป็นความหมายตรงตัวเกี่ยวกับนิวเคลียร์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคข่าวด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงอนุภาคกัมมันตรังสีซึ่งตกลงมาหลังการระเบิดนิวเคลียร์: Officials monitored the air for ____.
ดูคำตอบ
radioactive fallout
although a fair amount of radioactive water and salt makes it to the atmosphere, โน้ต
3:52แม้ว่าน้ำและเกลือที่มีกัมมันตภาพรังสีจำนวนพอสมควรจะลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
ใช้ “a fair amount of” บอกปริมาณที่ไม่แน่นอน
“a fair amount of” หมายถึงปริมาณที่เห็นได้ชัดหรือค่อนข้างมาก แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขที่แน่นอน ในที่นี้ “fair” ช่วยเน้นว่าปริมาณไม่น้อย ไม่ได้หมายถึง “ยุติธรรม” หรือ “เป็นกลาง” รูปแบบคือ “a fair amount of + คำนามนับไม่ได้หรือแนวคิดที่มองเป็นมวลรวม” ในประโยคนี้ น้ำและเกลือถูกมองเป็นปริมาณรวมหนึ่งหน่วย กริยาเอกพจน์ “makes” จึงสอดคล้องกับคำหลัก “amount”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “ปริมาณที่ค่อนข้างมากแต่ไม่แน่นอน”: The project required ____ patience.
ดูคำตอบ
a fair amount of
“Makes it to” ในความหมายว่า “ไปถึงได้สำเร็จ”
“makes it to” หมายถึงไปถึงหรือมาถึงจุดหมายได้สำเร็จ คำว่า “it” เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบตายตัว “make it to + สถานที่หรือขั้นตอน” และไม่ได้ใช้แทนกรรมอีกสิ่งหนึ่งในที่นี้ เมื่อเทียบกับ “reaches” แบบตรง ๆ สำนวนนี้มักเน้นว่าบางสิ่งเดินทางหรือผ่านกระบวนการไปจนสำเร็จ บางครั้งมีนัยว่าเกิดความล่าช้า ระยะทางไกล หรือความยากลำบาก ในประโยคนี้หมายถึงว่าสสารดังกล่าวเข้าสู่ชั้นบรรยากาศในที่สุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “ไปถึงได้สำเร็จ”: Even after the long delay, the package ____ the island.
ดูคำตอบ
makes it to
where it collects and then rains down again. กริยาวลี
3:56ซึ่งมันจะรวมตัวกันแล้วตกลงมาเป็นฝนอีกครั้ง
rains down: สิ่งจำนวนมากตกลงมาจากด้านบน
ในประโยคนี้ ประธานของ rains down คือสารกัมมันตรังสีที่สะสมอยู่ ไม่ใช่ฝนตามธรรมชาติ หมายความว่าสารนั้นตกจากชั้นบรรยากาศกลับลงมาพร้อมหยาดน้ำฟ้า ราวกับเป็นฝน กริยาวลี rain down สร้างภาพที่ชัดเจนของสิ่งจำนวนมากที่ตกลงมาจากด้านบน ประธานอาจเป็นสารชนิดหนึ่งหรือสิ่งของหลายชิ้นก็ได้ และรูปกริยาต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น it rains down แต่ particles rain down
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ rain down: After the explosion, small pieces of metal ____ onto the empty road.
ดูคำตอบ
rained down
the worst of it probably happens over the oceans.
4:02สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็อาจจะเกิดขึ้นเหนือมหาสมุทร
Even if: เงื่อนไขสมมติที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
Even if ใช้นำเงื่อนไขที่ไม่แน่นอนหรือเป็นเพียงสมมติฐาน และแสดงว่าเงื่อนไขนั้นจะไม่เปลี่ยนผลลัพธ์หลัก ในประโยคนี้ การที่ลมพัดฝุ่นกัมมันตรังสีไปทางฟิลิปปินส์เป็นเพียงกรณีเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่คำพยากรณ์ที่ยืนยันแล้ว โครงสร้างทั่วไปคือ even if + เงื่อนไข ตามด้วยข้อสรุปหลัก กริยารูปปัจจุบันอาจใช้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในอนาคตได้: Even if the wind blows ..., the worst ... probably happens over the oceans. คำว่า even เพิ่มความหมายว่า “แม้แต่ในกรณีสุดขั้วนี้ก็เช่นกัน”
แบบฝึกหัด
หากการล่าช้าเป็นเพียงความเป็นไปได้ ควรใช้สำนวนใดขึ้นต้นประโยคนี้? “… the train is late tomorrow, we will still arrive before noon.”
- Even if
- Even though
- Because
ดูคำตอบ
Even if
But clearly, the real danger comes from our explosion-triggering earthquakes and volcanoes, right? น้ำเสียง/เจตนา
4:05แต่ที่แน่ๆ อันตรายที่แท้จริงมาจากแผ่นดินไหวและภูเขาไฟที่เกิดจากการระเบิดของเราใช่ไหม?
การใช้ right? ท้ายประโยคเชิงวาทศิลป์
right? ที่ท้ายประโยคทำให้ข้อความก่อนหน้ากลายเป็นการขอให้อีกฝ่ายยืนยันหรือเห็นด้วย มักแฝงคำตอบที่คาดไว้ คือผู้พูดเสนอความคิดนั้นราวกับว่าควรเห็นได้ชัด ในประโยคนี้ right? ใช้ปูสมมติฐานที่ผู้พูดกำลังจะตั้งคำถาม ไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้พูดยอมรับข้อกล่าวอ้างนั้น ต้องดูคำตอบที่ตามมาว่าเป็นการขอคำยืนยันจริง ๆ หรือเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนานี้ right? มีหน้าที่หลักอย่างไร “The broken charger must be the problem, right? Well, not necessarily.”
- ใช้เสนอสมมติฐานที่ผู้พูดกำลังจะตั้งคำถาม
- ใช้ขอให้ผู้ฟังวินิจฉัยปัญหาทางเทคนิคอย่างเด็ดขาด
- ใช้แสดงว่าผู้พูดยอมรับสมมติฐานนั้นทั้งหมดแล้ว
ดูคำตอบ
ใช้เสนอสมมติฐานที่ผู้พูดกำลังจะตั้งคำถาม
The explosion would vaporize a part of the seafloor
4:19การระเบิดจะทำให้ส่วนหนึ่งของพื้นเปลือกโลกใต้ทะเลระเหยกลายเป็นไอ
turn a lot of sand into glass กับโครงสร้าง turn A into B
ในโครงสร้าง turn A into B นั้น A คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ส่วน B คือรูปแบบใหม่หรือผลลัพธ์ โครงสร้างนี้หมายถึง “ทำให้ A กลายเป็น B” ในที่นี้ sand คือ A และ glass คือ B ส่วนสาเหตุเข้าใจได้จากบริบท คือความร้อนสูงทำให้วัสดุเปลี่ยนแปลง แม้ส่วนของประโยคนี้จะไม่ได้ระบุความร้อนเป็นประธาน ในโครงสร้างแสดงการเปลี่ยนแปลงนี้ into ใช้นำหน้าผลลัพธ์และแทนด้วย in ไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn A into B: Last year, the renovation ____ the factory ____ a museum.
ดูคำตอบ
turned · into
goes into สำหรับการถ่ายโอนพลังงานและการทุ่มทรัพยากร
ในที่นี้ goes into บอกว่าพลังงานถูกถ่ายโอนไปที่ใดหรือถูกอะไรดูดซับ พลังงานส่วนใหญ่ถูกน้ำดูดซับ ส่วนที่กลายเป็นคลื่นไหวสะเทือนมีน้อยกว่า ไม่ได้หมายความว่าพลังงานเป็นวัตถุที่เคลื่อนเข้าไปในน้ำจริง ๆ รูปแบบเชิงนามธรรมนี้ใช้บอกได้ว่าทรัพยากรถูกใช้หรือส่งไปทางใด พลังงานอาจถูกถ่ายโอนไปยังตัวกลาง ส่วนเวลา เงิน หรือความพยายามอาจถูกทุ่มให้กับกิจกรรมหรือผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย goes into: A lot of care ____ making these instruments.
ดูคำตอบ
goes into
Earthquakes are already quite common at tectonic plate boundaries,
4:28แผ่นดินไหวเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่บริเวณรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก
and earthquakes with as much seismic energy as our bomb happen a few times a year ไวยากรณ์
4:32และแผ่นดินไหวที่มีพลังงานเทียบเท่ากับระเบิดของเราก็เกิดขึ้นไม่กี่ครั้งต่อปี
as much seismic energy as สำหรับเปรียบเทียบปริมาณที่นับไม่ได้
ใน as much seismic energy as our bomb คำว่า much ขยายคำนามนับไม่ได้ energy โครงสร้าง as much + คำนามนับไม่ได้ + as ใช้เปรียบเทียบปริมาณของคำนามนั้นระหว่างสองสิ่ง สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบมีเพียงปริมาณพลังงานแผ่นดินไหว ไม่ได้หมายความว่าแผ่นดินไหวกับระเบิดเหมือนกันทุกด้าน เนื่องจาก energy เป็นคำนามนับไม่ได้ในที่นี้ จึงมองเป็นปริมาณรวม ไม่ใช่จำนวนสิ่งของที่แยกนับได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเปรียบเทียบปริมาณของ time ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้ได้อย่างถูกต้องว่าเท่ากัน
- The repair took as much time as the inspection.
- The repair took as many time as the inspection.
- The repair took as much times as the inspection.
ดูคำตอบ
The repair took as much time as the inspection.
without triggering: โครงสร้าง without + รูป -ing
ในประโยคนี้ without triggering หมายความว่าเกิดแผ่นดินไหวขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้เกิดวันสิ้นโลก วลีนี้เพิ่มผลลัพธ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นให้กับเหตุการณ์หลัก หลังคำบุพบท without ต้องใช้รูป -ing: without + triggering โครงสร้างนี้แสดงว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น ขณะที่การกระทำหรือผลลัพธ์อีกอย่างไม่ได้เกิดขึ้น และใช้แสดงได้ว่าเหตุการณ์หนึ่งเป็นหลักฐานโต้แย้งผลลัพธ์ที่คาดไว้
แบบฝึกหัด
ใช้ without และรูป -ing ของ trigger เติมประโยคให้สมบูรณ์: The workers moved the equipment ____ the alarm.
ดูคำตอบ
without triggering
Since no mass is taken away or added to the Earth,
4:42เนื่องจากไม่มีมวลใดถูกพรากไปหรือเพิ่มเข้ามายังโลก
Also, there have been well over a thousand nuclear tests in the last 70 years, วลี
4:48นอกจากนี้ยังมีการทดสอบนิวเคลียร์มาแล้วมากกว่าหนึ่งพันครั้งในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา
well over: สูงกว่าจำนวนหนึ่งอย่างชัดเจน
well over a thousand หมายถึงมากกว่าหนึ่งพันอย่างชัดเจน ไม่ใช่มากกว่าเพียงเล็กน้อย ในที่นี้ well ทำให้ความหมายของ over เข้มขึ้น ไม่ได้หมายถึงอย่างดี ใช้ well over หน้าตัวเลขหรือปริมาณเมื่อค่าที่แน่นอนไม่สำคัญเท่ากับการเน้นว่าค่านั้นสูงกว่าจุดอ้างอิงอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสองคำที่เน้นว่ายอดรวมสูงกว่า 500 อย่างชัดเจนเพื่อเติมประโยค: The museum welcomed ____ 500 visitors today.
ดูคำตอบ
well over
so why would this time be different?: ข้อสรุปจากหลักฐานก่อนหน้า
ในประโยคนี้ so เชื่อมหลักฐานก่อนหน้าเข้ากับข้อสรุป กล่าวคือ การกระทำที่รุนแรงคล้ายกันไม่ได้เปลี่ยนวงโคจรในอดีต ผู้พูดจึงไม่เห็นเหตุผลที่จะคาดว่าครั้งนี้จะได้ผลลัพธ์ใหม่ Why would this time be different? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การขอข้อมูลอย่างเป็นกลาง would แสดงการคาดคะเนในสถานการณ์สมมติ และคำตอบที่คาดไว้คือ “ครั้งนี้ก็คงไม่ต่าง” รูปแบบนี้ใช้หลักฐานจากอดีตตั้งคำถามต่อความคิดที่ว่าครั้งต่อไปจะเป็นข้อยกเว้น
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยคำว่า “so why would this time be different?”
- ใช้หลักฐานก่อนหน้าเพื่อโต้แย้งว่ากรณีใหม่ควรให้ผลลัพธ์เหมือนเดิม
- ยืนยันว่ากรณีใหม่จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างแน่นอน
- ขอคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์โดยละเอียดโดยไม่ได้คาดหวังคำตอบใดไว้
ดูคำตอบ
ใช้หลักฐานก่อนหน้าเพื่อโต้แย้งว่ากรณีใหม่ควรให้ผลลัพธ์เหมือนเดิม
that ที่ถูกละใน forces humanity can unleash
ใน forces humanity can unleash ส่วน humanity can unleash เป็นอนุประโยคขยายคำนามแบบระบุเจาะจงที่ขยาย forces รูปเต็มที่เข้าใจได้คือ forces that humanity can unleash that เป็นกรรมของ unleash จึงสามารถละได้ในภาษาอังกฤษ วลีแบบกระชับนี้ยังคงหมายถึง “พลังที่มนุษย์สามารถปลดปล่อยออกมาได้” และ humanity can unleash ไม่ใช่ประโยคหลักอีกประโยคหนึ่งที่วางขนานกับประโยคหลักเดิม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดละสรรพนามเชื่อมความได้อย่างถูกต้อง?
- The device can measure heat is expensive.
- The tools we need are in the garage.
- The scientist who found the error called us.
ดูคำตอบ
The tools we need are in the garage.
laughable compared to: เล็กน้อยจนน่าขันเมื่อเทียบกับ
ในการเปรียบเทียบนี้ laughable หมายถึง “เล็ก อ่อนแอ หรือไม่เพียงพอจนดูน่าขัน” โครงสร้าง laughable compared to + คำนาม แสดงว่าของสองอย่างแตกต่างกันมาก การพูดแบบนี้รุนแรงและมีการตัดสินมากกว่าการบอกเพียงว่าสิ่งหนึ่งเล็กกว่า ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าพลังเหล่านั้นทำให้ใครหัวเราะ แต่เป็นการลดความสำคัญว่าพลังเหล่านั้นเล็กน้อยมากเมื่ออยู่ข้างพลังของธรรมชาติ จนไม่ควรค่าแก่การจริงจัง
แบบฝึกหัด
'laughable compared to' ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร
- มีพลังเกือบเท่ากับธรรมชาติ
- เล็กหรืออ่อนแอมากเมื่อเปรียบเทียบจนดูน่าขัน
- ตลกมากจนทำให้ธรรมชาติหัวเราะ
ดูคำตอบ
เล็กหรืออ่อนแอมากเมื่อเปรียบเทียบจนดูน่าขัน
โลกใบนี้ใหญ่เกินไป มันไม่สนใจหรอก
ประโยคสั้นประโยคแรกให้เหตุผลว่า ขนาดอันมหาศาลของโลกทำให้พลังที่มนุษย์สร้างขึ้นดูเหมือนไม่สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญได้ ในที่นี้ too big หมายถึง “ใหญ่จนเรื่องนี้แทบไม่มีความสำคัญ” ไม่ใช่ “ใหญ่เกินขนาดที่เหมาะสม” ประโยคสั้นประโยคที่สองเปลี่ยนข้อสรุปนั้นให้เป็นคำปิดท้ายที่ทรงพลัง โดยทำให้โลกมีลักษณะเหมือนมนุษย์ผ่านคำว่า 'doesn't care' ซึ่งหมายความว่าโลกแทบไม่ได้รับผลกระทบ ไม่ได้หมายความว่าโลกมีความคิดหรือความรู้สึก ประโยคสั้นที่ฉับไวทั้งสองประโยคพาเนื้อหาจากเหตุผลไปสู่ข้อสรุปที่น่าจดจำ
แบบฝึกหัด
ผลหลักของข้อความ 'The planet is too big. It doesn't care.' คืออะไร
- บอกว่าขนาดของโลกไม่เหมาะสมและควรทำให้เล็กลง
- เปลี่ยนจากเหตุผลเรื่องขนาดไปสู่คำปิดท้ายแบบทำให้โลกเหมือนมนุษย์ ซึ่งบอกว่าโลกแทบไม่ได้รับผลกระทบ
- อ้างว่าโลกมีสติและเลือกที่จะเพิกเฉยต่อมนุษย์
ดูคำตอบ
เปลี่ยนจากเหตุผลเรื่องขนาดไปสู่คำปิดท้ายแบบทำให้โลกเหมือนมนุษย์ ซึ่งบอกว่าโลกแทบไม่ได้รับผลกระทบ
So, what happens to us if we detonate a nuclear weapon
5:06แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเราถ้าเราจุดชนวนอาวุธนิวเคลียร์
Pretty much: เกือบจะ แต่ไม่ทั้งหมด
ในที่นี้ “pretty much” หมายถึง “เกือบจะ” หรือ “โดยพื้นฐานแล้ว” ทำให้คำว่า “nothing” ไม่ได้เป็นคำตัดสินแบบเด็ดขาด อาจมีข้อยกเว้นเล็กน้อยมาก แต่ผลโดยรวมก็ยังใกล้เคียงกับการไม่มีอะไรเลย ในวลีนี้ “pretty” เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ ไม่ได้หมายถึง “น่าดึงดูด” ใช้ “pretty much” นำหน้าคำสรุปกว้าง ๆ เช่น nothing, the same, finished หรือ impossible ได้
แบบฝึกหัด
“Pretty much nothing” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- แทบไม่มีอะไรเลย แต่อาจมีข้อยกเว้นเล็กน้อยมาก
- มีบางสิ่งที่ดูน่าดึงดูด
- ไม่มีอะไรเลยอย่างแน่นอนและไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ
ดูคำตอบ
แทบไม่มีอะไรเลย แต่อาจมีข้อยกเว้นเล็กน้อยมาก
Did you know that every bird in our videos has an owner? ลำดับความ
5:15คุณรู้ไหมว่านกทุกตัวในวิดีโอของเรามีเจ้าของ?
Did you know that ...?: คำเปิดเพื่อเกริ่นนำข้อเท็จจริง
“Did you know that ...?” นำข้อเท็จจริงมาใส่ในคำเปิดที่มีรูปแบบเป็นคำถาม ในที่นี้หน้าที่หลักคือดึงความสนใจและเกริ่นนำข้อความที่ตามมา ไม่ใช่เพียงทดสอบว่าผู้ฟังรู้อยู่แล้วหรือไม่ โครงสร้างนี้ยังช่วยจัดระเบียบข้อมูล โดยส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนไปสู่ข้อเท็จจริงใหม่ที่น่าสนใจ และทำให้ผู้ฟังอยากฟังอนุประโยคต่อไป
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักของ “Did you know that ...?” ในตัวอย่างคืออะไร?
- ขอให้ผู้ฟังพิสูจน์ว่าใครเป็นเจ้าของนก
- ใช้เกริ่นนำข้อเท็จจริงและดึงความสนใจของผู้ฟัง
- แสดงว่าผู้พูดสงสัยว่านกตัวใดมีเจ้าของหรือไม่
ดูคำตอบ
ใช้เกริ่นนำข้อเท็จจริงและดึงความสนใจของผู้ฟัง
have got สำหรับบอกการครอบครองในปัจจุบัน
ในที่นี้ have got หมายถึง “มี” หรือ “เป็นเจ้าของ” ผู้คนมากกว่า 1,000 คนต่างมีตัวละครนกของตนเอง คำว่า got ไม่ได้บอกว่าเพิ่งได้รับหรือได้มันมา เมื่อต้องการบอกการครอบครองในปัจจุบัน โครงสร้างคือ ประธาน + have/has got + นามวลี: They have got a bird; she has got a bird อย่าสับสนกับ have got to + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งแสดงความจำเป็นหรือหน้าที่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแสดงการครอบครองสองคำจากบทเรียน: The volunteers ____ their own name tags.
ดูคำตอบ
have got
clowns around: ทำตัวตลกและเล่นสนุก
Clowns around เป็นรูปประธานบุรุษที่สามเอกพจน์ของกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ clown around หมายถึง “ทำตัวตลกและเล่นสนุก” มักทำเพื่อให้คนอื่นหัวเราะหรือเพราะไม่ได้จริงจังกับสิ่งที่กำลังทำ ในที่นี้ clown เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงนักแสดงตลก และ around เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีนี้ สำนวนนี้อธิบายพฤติกรรมของตัวละครนกในฉากหลัง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งของมัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ clown around: During the team photo, Leo kept ____ and making everyone laugh.
ดูคำตอบ
clowning around
and you want it to appear in one of our videos,
5:32และอยากให้มันปรากฏในวิดีโอของเราเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
Patreon is one of the main ways we sustain ourselves, การใช้คำ
5:40Patreon เป็นหนึ่งในวิธีหลักที่เราใช้หล่อเลี้ยงตัวเอง
sustain ourselves ในบริบทการจัดหาเงินทุนให้องค์กร
ในที่นี้ sustain ourselves หมายถึงการได้รับเงินและทรัพยากรอื่น ๆ อย่างเพียงพอ เพื่อให้ทีมดำเนินงานและผลิตเนื้อหาต่อไปได้ คำสรรพนามสะท้อนกลับ ourselves หมายถึงผู้คนที่อยู่เบื้องหลังช่อง ไม่ได้หมายถึงเพียงร่างกายหรือความต้องการด้านอาหารของพวกเขา Sustain มักหมายถึงการทำให้บางสิ่งดำรงอยู่ต่อไปในระยะยาว เมื่อกรรมเป็นบุคคลหรือทีม บริบทจะบอกว่าการสนับสนุนประเภทใดช่วยให้ดำเนินต่อไปได้ ในที่นี้ Patreon ให้การสนับสนุนด้านการเงินและการดำเนินงาน
แบบฝึกหัด
ในข้อความเกี่ยวกับการสนับสนุนเงินทุนให้ช่อง “Patreon helps us sustain ourselves” มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร
- Patreon จัดหาเพียงอาหารที่แต่ละคนต้องใช้เพื่อความอยู่รอด
- Patreon มอบทรัพยากรให้ทีมอย่างเพียงพอเพื่อให้ดำเนินงานและผลิตเนื้อหาต่อไปได้
- Patreon พยุงสมาชิกในทีมทางกายภาพเพื่อให้พวกเขายืนอยู่ได้
ดูคำตอบ
Patreon มอบทรัพยากรให้ทีมอย่างเพียงพอเพื่อให้ดำเนินงานและผลิตเนื้อหาต่อไปได้
on top of ในความหมายเพิ่มเติม + คำนามหรือรูป -ing
ในที่นี้ on top of เป็นคำเชื่อมเพื่อเพิ่มข้อมูล หมายถึง in addition to หรือ “นอกจาก……แล้วยัง” การได้รับอวตารที่สวยมากเป็นประโยชน์ข้อหนึ่ง และข้อมูลที่ตามมาจะเพิ่มประโยชน์อีกข้อ หลัง on top of ใช้นามวลีหรือรูป -ing เช่น on top of getting โครงสร้างนี้ช่วยให้เห็นว่ามีการเพิ่มประโยชน์ ค่าใช้จ่าย หรือความรับผิดชอบอีกอย่างจากสิ่งที่กล่าวไปแล้ว ในประโยคนี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “นอกจาก……แล้วยัง”: “____ working full time, Maya studies at night.”
ดูคำตอบ
On top of
you also help us make more and better videos.
5:46คุณยังช่วยให้เราสร้างวิดีโอที่มากขึ้นและดีขึ้นอีกด้วย