คุณไขปริศนาแหกคุกได้หรือไม่? - Dan Finkel: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
505 คำ 179 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: นักโทษที่นาฬิกาเสียต้องจับเวลาให้ได้ 45 วินาทีพอดี โดยใช้สายชนวนสองเส้นซึ่งแต่ละเส้นไหม้หมดในหนึ่งนาทีแต่ไหม้ไม่สม่ำเสมอ เนื้อหาอธิบายว่าการจุดไฟทั้งสองปลายเปลี่ยนเวลาที่เหลืออย่างไร และจะใช้สายชนวนทั้งคู่ร่วมกันเพื่อสร้างช่วงสั้น ๆ สำหรับหลบหนีได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. break out of jail. — กริยาวลี: เข้าใจว่าวลีนี้หมายถึงการหลบหนีออกจากสถานที่คุมขัง ไม่ใช่การทำลายเรือนจำตามตัวอักษร คุณจะสังเกตและใช้สำนวนกระชับนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติในข่าวอาชญากรรม เรื่องแนวแอ็กชัน และบทสนทนาเกี่ยวกับแผนหลบหนี 2. If you had started it from the other end, it would have reached the exact same spot — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เห็นวิธีใช้ประโยคเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงในอดีตเพื่อเปรียบเทียบเหตุการณ์จริงกับทางเลือกสมมติ ช่วยให้ติดตามเหตุผลแบบโต้แย้งข้อเท็จจริง และอธิบายได้ว่าการกระทำอีกแบบในอดีตน่าจะให้ผลอย่างไร 3. hiccups back to life, — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: สังเกตการพรรณนาวงจรที่เริ่มทำงานใหม่ราวกับสิ่งมีชีวิตฟื้นคืนมาแบบสะดุดเล็กน้อย คุณจะตีความและใช้คำกริยาที่สร้างภาพเพื่อบรรยายเครื่องจักร ไฟ หรือระบบที่กลับมาทำงานอย่างฉับพลันแต่ยังไม่ราบรื่นนักได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Your timing made you and your partner

0:06

การกะเวลาที่แม่นยำทำให้คุณและคู่หู

the most infamous bank robbers in the west. วัฒนธรรม

0:08

กลายเป็นโจรปล้นธนาคารที่ฉาวโฉ่ที่สุดในแดนตะวันตก

วัฒนธรรม

the most infamous bank robbers in the West: ดินแดนตะวันตกของอเมริกาในเรื่องราวคนนอกกฎหมาย

ในประโยคนี้ the West หมายถึงดินแดนตะวันตกของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฉากหลังทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับเมืองชายแดน คาวบอย และคนนอกกฎหมาย ไม่ได้หมายถึงทิศตะวันตกเพียงอย่างเดียว การเรียกพวกเขาว่า “the most infamous bank robbers in the West” ทำให้คำบรรยายมีบรรยากาศแบบเรื่องราวคนนอกกฎหมายในหนังตะวันตก ความหมายเชิงภูมิภาคนี้เชื่อมโยงโจรปล้นธนาคารเข้ากับชื่อเสียงอันเลวร้ายของพวกเขา

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the West หมายถึงอะไร

  1. ประเทศใดก็ตามที่อยู่ทางตะวันตกของผู้พูด
  2. ด้านตะวันตกของอาคารแห่งหนึ่ง
  3. ดินแดนตะวันตกของอเมริกาในฐานะฉากของเรื่องราวชายแดนและคนนอกกฎหมาย
ดูคำตอบ

ดินแดนตะวันตกของอเมริกาในฐานะฉากของเรื่องราวชายแดนและคนนอกกฎหมาย

Now, you'll need to use that timing

0:11

ตอนนี้ คุณต้องใช้การกะเวลานั้น

to help you break out of jail. กริยาวลี

0:13

มาช่วยให้คุณแหกคุกออกไปได้

กริยาวลี

break out of jail: หนีออกจากสถานที่กักตัว

Break out of jail หมายถึงหนีออกจากคุกโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือก็คือแหกคุก ในที่นี้ break out เป็นกริยาวลี ส่วน of jail ระบุสถานที่ที่หนีออกมา อย่าเข้าใจ break ตามตัวอักษรว่าหมายถึงการทุบคุกให้พัง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ break out of + สถานที่ที่ถูกกักหรือปิดไว้ เช่น break out of prison หรือ break out of a locked room

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลี break out และคำบุพบทที่จำเป็น: The prisoners planned to ____ jail before dawn.

ดูคำตอบ

break out of

At the appointed time, การใช้คำ

0:15

เมื่อถึงเวลานัดหมาย

you'll be walking in the yard

0:17

คุณจะเดินอยู่ในสนาม

near the electric fence.

0:18

ใกล้กับรั้วไฟฟ้า

การใช้คำ

เมื่อถึงเวลาที่กำหนด…

ในที่นี้ appointed หมายถึง “ถูกกำหนดหรือจัดไว้ล่วงหน้า” ไม่ใช่ “ได้รับการแต่งตั้ง” At the appointed time หมายถึงเวลาที่กำหนดไว้อย่างแน่นอนในแผน วลีนี้อยู่ต้นประโยคเพื่อบอกก่อนว่าการกระทำจะเกิดขึ้นเมื่อไร ให้ความรู้สึกเป็นทางการและเป็นการวางแผนมากกว่า at that time และเน้นความแม่นยำของเวลา

แบบฝึกหัด

เลือกความหมายของ At the appointed time, ในประโยคนี้

  1. เวลาที่ใครบางคนได้รับตำแหน่ง
  2. เวลาใดก็ได้ที่สะดวก
  3. เวลาที่เลือกหรือกำหนดไว้อย่างแน่นอนล่วงหน้า
ดูคำตอบ

เวลาที่เลือกหรือกำหนดไว้อย่างแน่นอนล่วงหน้า

Your partner will flash you the signal วลี

0:20

คู่หูของคุณจะส่งสัญญาณไฟให้คุณ

and exactly 45 seconds later

0:22

และหลังจากนั้น 45 วินาทีเป๊ะ

will short out the fence circuit. กริยาวลี

0:25

เขาจะลัดวงจรรั้วไฟฟ้า

วลี

Flash you the signal: แสดงสัญญาณให้เห็นอย่างรวดเร็ว

ในที่นี้ flash หมายถึงการแสดงบางสิ่งให้เห็นอย่างรวดเร็วและชั่วครู่ ไม่ได้หมายถึงการถ่ายรูป ใน flash you the signal โครงสร้างคือ flash + คน + สิ่งของ หมายถึงคู่หูจะแสดงสัญญาณสั้น ๆ ที่มองเห็นได้ให้คุณ ถ้อยคำนี้เน้นการแสดงสัญญาณให้คุณเห็นอย่างฉับพลัน สัญญาณอาจเป็นแสง ท่าทาง หรือเครื่องหมายอื่นที่มองเห็นได้ แต่ flash ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการแสดงค้างไว้เป็นเวลานาน

แบบฝึกหัด

flash you the signal ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. แสดงสัญญาณสั้น ๆ ให้คุณเห็นอย่างรวดเร็ว
  2. ทำให้สัญญาณมองเห็นค้างไว้นาน ๆ
  3. ถ่ายรูปคุณด้วยแฟลช
ดูคำตอบ

แสดงสัญญาณสั้น ๆ ให้คุณเห็นอย่างรวดเร็ว

กริยาวลี

will short out: ทำให้วงจรรั้วลัดวงจร

Short out เป็น phrasal verb ที่เกี่ยวกับไฟฟ้า ในประโยคนี้ your partner will short out the fence circuit หมายความว่า คู่หูของคุณจะทำให้วงจรรั้วเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและหยุดทำงานชั่วคราว short ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “สั้น” และ out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีนี้ โดยทั่วไป คนหรือสิ่งของสามารถ short out อุปกรณ์หรือวงจรได้ และเรายังพูดได้ว่าอุปกรณ์หรือวงจร short out เองเมื่อเสียเพราะไฟฟ้าลัดวงจร

แบบฝึกหัด

เติม phrasal verb ที่หมายถึง “ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร” ลงในประโยค: A loose wire may ____ the lamp

ดูคำตอบ

short out

It'll automatically restart after a second or two,

0:27

มันจะรีสตาร์ทอัตโนมัติในเวลาหนึ่งหรือสองวินาที

but as long as you move fast, ไวยากรณ์

0:30

แต่ตราบใดที่คุณเคลื่อนไหวเร็ว

you'll be home free. สำนวน

0:32

คุณก็จะหนีรอดไปได้

ไวยากรณ์

as long as you move fast: เงื่อนไขเพื่อหนีออกมา

ในประโยคนี้ as long as you move fast ใช้บอกเงื่อนไขของผลลัพธ์ในประโยคหลัก หมายความว่า แค่คุณเคลื่อนไหวเร็วก็เพียงพอที่จะหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย เครื่องหมายจุลภาคแยกอนุประโยคเงื่อนไขออกจากผลลัพธ์ as long as ในที่นี้หมายถึง “ขอแค่” หรือ “ตราบใดที่” ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบความยาว แต่มุ่งเน้นเงื่อนไขที่ต้องทำให้สำเร็จ ไม่ใช่ระยะเวลาที่การกระทำนั้นดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

as long as you move fast ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. การเคลื่อนไหวเร็วเป็นเงื่อนไขที่ทำให้คุณหนีออกมาได้
  2. ความเร็วของคุณต้องเท่ากับความเร็วของคนอื่น
  3. คุณต้องเคลื่อนไหวต่อไปเป็นระยะเวลาที่กำหนด
ดูคำตอบ

การเคลื่อนไหวเร็วเป็นเงื่อนไขที่ทำให้คุณหนีออกมาได้

สำนวน

you'll be home free: พ้นอันตรายและเกือบจะแน่นอนว่าจะสำเร็จ

ในประโยคนี้ you'll be home free หมายถึง คุณจะพ้นอันตรายและแทบจะแน่นอนว่าจะสำเร็จ ถ้าคุณเคลื่อนไหวให้เร็ว ไม่ได้หมายถึงการกลับบ้านจริง ๆ และ free ก็ไม่ได้หมายถึง “ฟรี” สำนวนนี้บอกว่ายังเหลือเงื่อนไขหรืออุปสรรคสุดท้ายอยู่หนึ่งอย่าง เมื่อผ่านไปได้ ส่วนที่ยากก็ถือว่าจบลงแล้ว ใช้พูดถึงการหนีจากอันตราย การทำแผนให้สำเร็จ หรือการอยู่ในจุดที่มีโอกาสชนะสูงได้

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง you'll be home free หมายความว่าอะไร?

  1. คุณจะกลับบ้านโดยไม่ต้องจ่ายเงิน
  2. คุณจะไม่มีหน้าที่รับผิดชอบที่บ้าน
  3. คุณจะพ้นอันตรายและแทบจะแน่นอนว่าจะสำเร็จ
ดูคำตอบ

คุณจะพ้นอันตรายและแทบจะแน่นอนว่าจะสำเร็จ

And then you notice, to your horror, วลี

0:34

แต่แล้วคุณก็แทบช็อกเมื่อพบว่า

that your watch is broken

0:36

นาฬิกาของคุณพัง

and there's no time to fix it.

0:38

และไม่มีเวลาซ่อมแล้ว

วลี

to your horror: บอกปฏิกิริยาหวาดกลัว

To your horror หมายถึง “ทำให้คุณรู้สึกหวาดกลัว” หรือในที่นี้พูดให้เป็นธรรมชาติว่า “คุณพบเรื่องนี้ด้วยความหวาดกลัว” เป็นวลีแทรกที่บอกปฏิกิริยาทางอารมณ์ของคุณต่อข้อเท็จจริงที่ตามมา คือ นาฬิกาเสียและซ่อมไม่ทัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ to + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + คำนามแสดงอารมณ์ เช่น to my surprise หรือ to her relief ผู้เล่าใช้รูปแบบนี้เพื่อวางกรอบการค้นพบโดยระบุอารมณ์ที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “สิ่งที่ค้นพบทำให้ฉันหวาดกลัว”: ____, I realized that the backup file was empty.

ดูคำตอบ

To my horror

The signal is coming

0:40

สัญญาณกำลังจะมา

and if you make even a small mistake วลี

0:41

และถ้าคุณพลาดแม้แต่นิดเดียว

in counting off 45 seconds, กริยาวลี

0:43

ในการนับ 45 วินาที

you'll get fried.

0:45

คุณก็จะถูกไฟช็อตเกรียม

วลี

make even a small mistake: การใช้ make คู่กับ mistake

make a mistake เป็นคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติเพื่อหมายถึงการทำผิดหรือทำบางอย่างพลาด ใน make even a small mistake คำว่า even a small เน้นว่าความผิดพลาดไม่จำเป็นต้องใหญ่ เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะก่อให้เกิดผลตามมา เมื่อเปลี่ยนจำนวนหรือกาล ก็ยังใช้รูปของ make เช่น make a mistake, make mistakes และ made a mistake

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่ใช้คู่กันตามมาตรฐานและมีความหมายว่า “ทำผิด” ให้สมบูรณ์: Please check the total so you do not ____ a mistake.

ดูคำตอบ

make

กริยาวลี

counting off: การนับหน่วยเวลาตามลำดับ

counting off 45 seconds หมายถึงการนับวินาทีทีละวินาทีตามลำดับขณะที่เวลาผ่านไป เพื่อกะช่วงเวลา 45 วินาที ในที่นี้ off เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี count off ไม่ได้หมายถึง “ออกไป” “เสร็จแล้ว” หรือ “หยุดนับ” โดยทั่วไป count off หมายถึงการพูดหรือทำเครื่องหมายตัวเลข คน หรือหน่วยต่าง ๆ ตามลำดับ เช่น กลุ่มคนอาจ count off เพื่อกำหนดตำแหน่ง ส่วนคนที่ไม่มีนาฬิกาจับเวลาอาจ count off seconds เพื่อกะเวลา

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Maya counted off ten seconds before opening her eyes.” Maya ทำอะไร?

  1. เธอตัดเวลา 10 วินาทีออกจากเวลารวม
  2. เธอหยุดนับก่อนลืมตา 10 วินาที
  3. เธอนับวินาทีทีละวินาทีเพื่อกะเวลา
ดูคำตอบ

เธอนับวินาทีทีละวินาทีเพื่อกะเวลา

Searching your pockets, ไวยากรณ์

0:47

เมื่อค้นกระเป๋า

you find something that might help,

0:48

คุณเจอของที่อาจช่วยได้

a lighter and two fuses

0:51

ไฟแช็กและสายชนวนสองเส้น

you made earlier in the prison work program.

0:53

ที่คุณทำไว้ก่อนหน้านี้ในโครงการฝึกอาชีพของเรือนจำ

ไวยากรณ์

Searching your pockets: อนุประโยค -ing ที่ขึ้นต้นประโยค

Searching your pockets เป็นอนุประโยค -ing ที่ขึ้นต้นประโยคและให้การกระทำเบื้องหลังแก่ประโยคหลัก you find something หมายความว่าคุณพบสิ่งนั้นระหว่างที่กำลังค้นกระเป๋า ประธานที่ละไว้ของ searching คือประธานของประโยคหลักซึ่งก็คือ you ส่วนนี้ไม่สามารถเป็นประโยคสมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง แต่เป็นการย่อ While you are searching your pockets ให้เป็นรูปแบบการเล่าเรื่องที่กระชับขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ขึ้นต้นประโยคได้ถูกต้อง โดยประธานที่ละไว้ตรงกับประธานของประโยคหลัก

  1. Walking through the park, a lost key appeared beside Mia.
  2. Walking through the park, Mia found a lost key.
  3. Walking through the park, the trees looked beautiful to Mia.
ดูคำตอบ

Walking through the park, Mia found a lost key.

Each fuse is a length of flammable twine

0:56

สายชนวนแต่ละเส้นคือเชือกติดไฟ

built to be lit on either end โน้ต

0:59

ที่ทำขึ้นให้จุดได้จากปลายทั้งสองข้าง

and burn for precisely 1 minute.

1:01

และจะไหม้หมดใน 1 นาทีพอดี

ไวยากรณ์

built to be lit on either end: การอธิบายวัตถุประสงค์ในการออกแบบ

Built to be lit on either end อธิบายคุณลักษณะการออกแบบของเชือก คือทำขึ้นเพื่อให้คนจุดไฟจากปลายด้านใดด้านหนึ่งได้ Either end หมายถึงสามารถเลือกปลายใดปลายหนึ่งจากสองปลายได้ ไม่ได้หมายความว่าต้องจุดไฟทั้งสองปลายพร้อมกัน built เป็นคำกริยาช่องสามที่ขยาย a length of flammable twine ส่วน infinitive แบบถูกกระทำ to be lit ใช้เพราะเชือกเป็นฝ่ายรับการกระทำ คือมีคนจุดไฟให้ ที่นี่ built หมายถึง “ออกแบบ” หรือ “ทำขึ้น” ไม่ใช่การก่อสร้างที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ built + infinitive แบบถูกกระทำในความหมายว่า “ออกแบบมาให้คนเปิดได้” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This container is ____ with one hand.

ดูคำตอบ

built to be opened

การใช้คำ

on either end: เลือกปลายด้านใดด้านหนึ่งจากสองด้าน

either ใช้เมื่อมีทางเลือกสองอย่าง on either end หมายถึงสามารถเลือกปลายด้านหนึ่งหรืออีกด้านเป็นตำแหน่งสำหรับจุดไฟที่ชนวนได้ โดยปลายทั้งสองด้านต่างก็เป็นตัวเลือก วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าจุดไฟที่ปลายทั้งสองพร้อมกัน ถ้ารวมปลายทั้งสองด้านจะใช้ both ends

แบบฝึกหัด

ท่อสามารถเปิดจากปลายด้านหนึ่งหรืออีกด้านได้ คำสั่งใดสื่อถึงตัวเลือกนี้

  1. You may open the tube from either end.
  2. You must open the tube from both ends.
  3. You may open the tube only from the marked end.
ดูคำตอบ

You may open the tube from either end.

The problem is that even though the fuses look uniform, ไวยากรณ์

1:04

ปัญหาคือถึงแม้ชนวนจะดูสม่ำเสมอ

they don't burn evenly. วลี

1:07

แต่มันก็ไม่ได้ไหม้สม่ำเสมอกัน

ไวยากรณ์

even though the fuses look uniform: แสดงความขัดแย้งที่เกินคาด

even though ใช้นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริง ในที่นี้คือชนวนดูสม่ำเสมอ ซึ่งตามปกติรูปลักษณ์เช่นนี้จะทำให้คาดว่าชนวนเผาไหม้ด้วยอัตราคงที่ ประโยคหลัก they don't burn evenly หักล้างความคาดหมายนั้น ใช้ even though เมื่อข้อเท็จจริงทั้งสองเป็นจริง แต่ข้อเท็จจริงที่สองขัดกับสิ่งที่ข้อแรกทำให้คาดไว้ ไม่ได้มีความหมายว่า because

แบบฝึกหัด

กล่องดูหนัก แต่ยกได้ง่าย ประโยคใดใช้ even though เพื่อแสดงความขัดแย้งที่เกินคาดนี้

  1. The box is easy to lift because it looks light.
  2. Even though the box looks heavy, it is easy to lift.
  3. Because the box looks heavy, it is easy to lift.
ดูคำตอบ

Even though the box looks heavy, it is easy to lift.

วลี

they don't burn evenly: กระบวนการไหม้ที่ไม่สม่ำเสมอ

ใน they don't burn evenly คำว่า evenly อธิบายลักษณะของการไหม้ อัตราการไหม้ไม่ได้คงที่ตลอดแนวชนวน โดยส่วนหนึ่งอาจไหม้เร็วกว่าหรือช้ากว่าอีกส่วนหนึ่ง ในที่นี้ evenly หมายถึง “ด้วยอัตราที่คงที่หรือสม่ำเสมอทั่วทุกส่วน” ไม่ได้หมายถึง “อย่างยุติธรรม” วลีนี้บอกว่าเราไม่สามารถใช้เพียงความยาวของชนวนเพื่อคาดเดาเวลาที่แต่ละส่วนจะไหม้ได้

แบบฝึกหัด

“they don't burn evenly” ในที่นี้หมายความว่าอะไร?

  1. อัตราการไหม้ไม่คงที่ตลอดทุกส่วนของชนวน
  2. ชนวนไม่สามารถติดไฟได้เลย
  3. ชนวนถูกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม
ดูคำตอบ

อัตราการไหม้ไม่คงที่ตลอดทุกส่วนของชนวน

So if you cut one in half, for example, วลี

1:09

ดังนั้นถ้าคุณตัดแบ่งครึ่ง เช่น

one side might burn longer than the other.

1:11

ด้านหนึ่งอาจจะไหม้นานกว่าอีกด้าน

วลี

cut one in half: โครงสร้าง cut + กรรม + in half

ใน cut one in half โครงสร้างคือ cut + กรรม + in half โดย in half เป็นวลีที่บอกผลลัพธ์ หลังจากตัดแล้ว วัตถุจะกลายเป็นสองส่วนที่เท่ากันหรือมีขนาดใกล้เคียงกัน one ใช้แทนชนวนหนึ่งเส้นที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ และเป็นกรรมของ cut ส่วน in half อธิบายผลจากการตัด ไม่ได้บอกสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ขึ้นต้นด้วย in และหมายถึง “เป็นสองส่วนที่เท่ากัน” ลงในประโยค: Before serving it, cut the sandwich ____.

ดูคำตอบ

in half

Your partner is going to give the signal any minute วลี

1:15

คู่หูของคุณกำลังจะส่งสัญญาณในไม่ช้านี้แล้ว

and you'll have to make your move. วลี

1:17

และคุณต้องเริ่มลงมือ

วลี

any minute: เร็ว ๆ นี้ ณ เวลาที่ยังไม่แน่นอน

ในประโยคนี้ any minute หมายถึงเร็ว ๆ นี้หรือเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยไม่ทราบเวลาที่แน่นอน คาดว่าสัญญาณจะมาในไม่ช้า แต่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อใดพอดี วลีนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายบอกเวลาของ give the signal คำว่า any ชี้ถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่แน่นอนในอนาคตอันใกล้ ไม่ได้หมายถึงให้เลือกหนึ่งนาทีตามใจชอบ

แบบฝึกหัด

any minute ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. เป็นเวลาหกสิบวินาทีพอดี
  2. ในหนึ่งนาทีที่เลือกได้อย่างอิสระ
  3. เร็ว ๆ นี้ ณ เวลาที่ยังไม่แน่นอน
ดูคำตอบ

เร็ว ๆ นี้ ณ เวลาที่ยังไม่แน่นอน

วลี

you'll have to make your move: จำเป็นต้องลงมือเชิงกลยุทธ์

You'll have to บอกว่าเมื่อสัญญาณมา การลงมือทำนั้นจะเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก Make your move หมายถึงลงมือทำสิ่งสำคัญที่วางแผนไว้เมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม move ในที่นี้คือก้าวเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตำแหน่งร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึงลงมือทำตามแผน: The chance will disappear soon, so you'll have to ____.

ดูคำตอบ

make your move

How can you use the fuses and lighter

1:19

คุณจะใช้ชนวนกับไฟแช็กอย่างไร

to time exactly 45 seconds?

1:21

เพื่อจับเวลา 45 วินาทีให้เป๊ะ

The length of the fuse may not tell you anything, ไวยากรณ์

1:35

ความยาวของชนวนอาจจะไม่ได้บอกอะไรคุณเลย

but you do know the fuses take exactly 60 seconds โน้ต

1:37

แต่คุณรู้ว่าชนวนใช้เวลา 60 วินาทีพอดี

to burn from end to end.

1:40

ในการไหม้จากปลายด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง

ไวยากรณ์

may not tell you anything: ข้อสรุปเชิงปฏิเสธอย่างระมัดระวัง

ในประโยคนี้ may not หมายถึง “เป็นไปได้ว่าบางสิ่งจะไม่เกิดขึ้น” ผู้พูดกำลังบอกอย่างระมัดระวังว่าความยาวของชนวนอาจไม่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาเลย ตรงนี้ tell you anything ไม่ได้หมายถึงการพูดกับคุณตามตัวอักษร แต่หมายถึง “เปิดเผยหรือบ่งบอกสิ่งที่เป็นประโยชน์” เนื่องจากประธานเป็นเบาะแสที่ไม่มีชีวิตและประโยคกำลังประเมินหลักฐาน may not จึงแสดงความไม่แน่นอน ไม่ได้แปลว่าไม่ได้รับอนุญาต

แบบฝึกหัด

may not tell you anything ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. สิ่งนั้นถูกห้ามไม่ให้ให้ข้อมูล
  2. สิ่งนั้นอธิบายทุกอย่างได้อย่างแน่นอน
  3. สิ่งนั้นอาจไม่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เลย
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นอาจไม่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เลย

ไวยากรณ์

you do know: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ใน you do know คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นกริยาบอกเล่า know โดยเพิ่มความหมายว่า “คุณรู้จริง ๆ หรือรู้อย่างแน่นอน” ไม่ได้หมายถึงการลงมือทำสิ่งใด การเน้นนี้ทำให้ข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้วตัดกับความไม่แน่นอนก่อนหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน เช่น I do agree, she does remember และ they did call

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นและสอดคล้องกับประธาน: Maya seems quiet, but she ____ enjoy the party.

ดูคำตอบ

does

วลี

ใช้เวลา 60 วินาทีพอดีในการไหม้จากปลายหนึ่งไปอีกปลายหนึ่ง

ในประโยคนี้ take หมายถึง “ต้องใช้เวลาจำนวนหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “หยิบ” หรือ “เอาออกไป” โครงสร้างคือ ประธาน + take + ระยะเวลา + to-infinitive โดย the fuses เป็นประธาน exactly 60 seconds เป็นระยะเวลา และ to burn เป็นการกระทำที่กำลังจับเวลา From end to end กำหนดขอบเขตของกระบวนการทั้งหมด คือเริ่มไหม้จากปลายด้านหนึ่งและลามไปถึงอีกด้านหนึ่ง เมื่อรวมกันจึงหมายความว่าสายชนวนทั้งเส้นใช้เวลาไหม้จนหมด 60 วินาทีพอดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง take + ระยะเวลา โดยใช้ exactly two minutes: The robot ____ to move from one end of the track to the other.

ดูคำตอบ

takes exactly two minutes

Here's the key insight. ลำดับความ

1:43

นี่คือแนวคิดสำคัญ

ลำดับความ

Here's the key insight: ส่งสัญญาณถึงแนวคิดหลัก

Here's the key insight เป็นวลีบอกทางในการอธิบาย โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะนำเสนอแนวคิดหลักที่จำเป็นต่อการทำความเข้าใจหรือแก้ปัญหา วลีนี้ช่วยจัดระเบียบคำอธิบายด้วยการบอกจุดเปลี่ยนจากการปูพื้นไปสู่เหตุผลสำคัญ Here's เป็นรูปย่อของ here is ในการใช้เพื่อจัดลำดับเนื้อหาแบบนี้ here ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่จริงเป็นหลัก แต่ใช้เสนอแนวคิดสำคัญในขณะนั้น Insight ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริง แต่เป็นความเข้าใจที่ทำให้ปัญหาชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

ในการอธิบาย “Here's the key insight” มักส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. นำเสนอหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. บอกว่าคำอธิบายจบลงแล้ว
  3. บอกว่าแนวคิดหลักกำลังจะตามมา
ดูคำตอบ

บอกว่าแนวคิดหลักกำลังจะตามมา

If you start a fuse on one side

1:44

ถ้าคุณจุดชนวนจากด้านหนึ่ง

and it burns for 30 seconds,

1:46

และปล่อยให้มันไหม้ 30 วินาที

there will still be 30 seconds of fuse left. ไวยากรณ์

1:48

จะเหลือชนวนที่ใช้เวลาไหม้อีก 30 วินาที

ไวยากรณ์

there will still be ... left: การบอกจำนวนที่ยังเหลืออยู่

There will still be ... left ใช้บอกว่าหลังจากถึงเวลาใดเวลาหนึ่งหรือทำสิ่งหนึ่งในอนาคตแล้ว จะมีบางอย่างเหลืออยู่เท่าไร There will be ใช้เกริ่นว่ามีจำนวนดังกล่าว still เน้นว่า ณ ตอนนั้นยังคงมีอยู่ และ left หมายถึง “ที่เหลืออยู่” ในรูปแบบนี้ left มักอยู่หลังจำนวนหรือกลุ่มคำนาม ในที่นี้ 30 seconds of fuse เป็นการวัดชนวนที่เหลือด้วยเวลาที่มันยังไหม้ต่อได้ ไม่ได้บอกความยาว Left หมายถึง “เหลืออยู่” ไม่ใช่ทิศ “ซ้าย”

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หมายถึง “เหลืออยู่” ในประโยค: We have twelve tickets. After we sell ten, there will still be two tickets ____.

ดูคำตอบ

left

If you had started it from the other end, ไวยากรณ์

1:52

ถ้าคุณจุดจากปลายอีกด้าน

it would have reached the exact same spot

1:54

มันก็จะไปถึงจุดเดียวกันพอดี

in 30 seconds.

1:56

ใน 30 วินาที

ไวยากรณ์

If you had started ... it would have reached: เงื่อนไขสมมติที่ตรงข้ามกับอดีต

นี่คือประโยคเงื่อนไขสมมติที่ตรงข้ามกับความจริงในอดีต อนุประโยค if ใช้ past perfect คือ If + had + past participle (had started) และส่วนผลลัพธ์ใช้ would have + past participle (would have reached) โครงสร้างนี้ให้จินตนาการถึงการกระทำอีกแบบหนึ่งในอดีตที่จบไปแล้วและผลลัพธ์สมมติของมัน ในบริบทนี้ไม่ได้จุดชนวนจากปลายอีกด้านจริง ๆ แต่ใช้กรณีสมมติเพื่อเปรียบเทียบและให้เหตุผล

แบบฝึกหัด

ใช้ check และ find เติมรูปแบบ If + had done, would have done ให้สมบูรณ์: If Maya ____ the map, she ____ the shorter route.

ดูคำตอบ

had checked · would have found

That means that if you lit it

1:58

นั่นหมายความว่าถ้าคุณจุด

from both ends simultaneously, วลี

1:59

จากทั้งสองปลายพร้อมกัน

it would burn out in precisely 30 seconds. กริยาวลี

2:01

มันจะไหม้หมดภายใน 30 วินาทีพอดี

วลี

from both ends simultaneously: จากปลายทั้งสองด้านพร้อมกัน

From both ends หมายถึงการเริ่มทำสิ่งเดียวกันจากปลายทั้งสองด้านของวัตถุ ส่วน simultaneously หมายถึงการเริ่มทั้งสองด้านในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่เริ่มทีละด้าน ในประโยคนี้ การจุดปลายทั้งสองพร้อมกันทำให้สายชนวนไหม้หมดโดยใช้เวลาครึ่งหนึ่งของเวลาที่ปกติจะใช้ทั้งหมด วลีนี้ยังใช้บรรยายการกระทำอื่นที่ทำตรงปลายสองด้านในเวลาเดียวกันได้ด้วย

แบบฝึกหัด

from both ends simultaneously บอกให้คุณทำอย่างไร

  1. เริ่มจากปลายด้านหนึ่งแล้วจึงไปอีกด้านหนึ่ง
  2. เริ่มจากปลายทั้งสองด้านในเวลาเดียวกัน
  3. เริ่มจากตรงกลางแล้วเคลื่อนไปด้านนอก
ดูคำตอบ

เริ่มจากปลายทั้งสองด้านในเวลาเดียวกัน

กริยาวลี

burn out in precisely 30 seconds: ไหม้หมดในเวลา 30 วินาทีพอดี

ในที่นี้ burn out หมายถึงไหม้จนหมด เพราะวัสดุที่สามารถเผาไหม้ได้ถูกใช้จนหมดแล้ว ส่วน out แสดงว่ากระบวนการสิ้นสุด ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปด้านนอก วลีบอกเวลา in precisely 30 seconds ระบุระยะเวลาที่แน่นอนตั้งแต่จุดสายชนวนจนกระทั่งไหม้หมดอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ it would burn out in precisely 30 seconds หมายความว่าอย่างไร

  1. มันจะไหม้หมดหลังจากผ่านไป 30 วินาทีพอดี
  2. มันจะไหม้ไปทางด้านนอกเป็นเวลา 30 วินาที
  3. มันจะถูกดับก่อนที่จะไหม้หมด
ดูคำตอบ

มันจะไหม้หมดหลังจากผ่านไป 30 วินาทีพอดี

But how will you time the last 15? ลำดับความ

2:05

แต่คุณจะจับเวลา 15 วินาทีสุดท้ายอย่างไร

That'll have to come from the second fuse.

2:07

นั่นต้องมาจากชนวนเส้นที่สอง

ลำดับความ

But how will you time the last 15? ในฐานะคำถามนำทาง

คำถามนี้ทำหน้าที่จัดลำดับคำอธิบาย ไม่ได้เป็นเพียงการขอความช่วยเหลือจากผู้ฟัง คำว่า But ชี้ว่ายังมีช่องว่างหลังจากแก้ปัญหาไปส่วนหนึ่งแล้ว กล่าวคือ ได้ช่วงเวลา 30 วินาทีมาแล้ว และตอนนี้ผู้พูดกำลังพาความสนใจไปยังปัญหาที่เหลืออยู่ ในที่นี้ time เป็นคำกริยาที่หมายถึง “วัดระยะเวลา” ส่วน the last 15 หมายถึง 15 วินาทีสุดท้าย รูปแบบ But how will you ...? สามารถใช้เปิดประเด็นไปยังขั้นต่อไปที่ยังแก้ไม่สำเร็จในการอธิบายได้

แบบฝึกหัด

“But how will you time the last 15?” ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้?

  1. กล่าวถึงสิ่งของสิบห้าชิ้นสุดท้าย
  2. ประกาศว่าวิธีแก้ทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์แล้ว
  3. เปิดประเด็นไปยังขั้นที่เหลือซึ่งยังแก้ไม่สำเร็จ
ดูคำตอบ

เปิดประเด็นไปยังขั้นที่เหลือซึ่งยังแก้ไม่สำเร็จ

If it were a 30-second fuse, ไวยากรณ์

2:10

ถ้ามันเป็นชนวน 30 วินาที

you'd be able to use that same trick again ไวยากรณ์

2:12

คุณก็จะใช้ทริคเดิมได้อีก

to double the burning speed ไวยากรณ์

2:14

เพื่อเพิ่มความเร็วในการไหม้เป็นสองเท่า

and make it last exactly 15 seconds.

2:16

และทำให้มันใช้เวลา 15 วินาทีพอดี

ไวยากรณ์

If it were a 30-second fuse: เงื่อนไขที่ตรงข้ามกับความจริง

If it were a 30-second fuse สร้างเงื่อนไขที่ตรงข้ามกับความจริง กล่าวคือ ชนวนนั้นไม่ได้เป็นชนวน 30 วินาทีจริง ๆ แต่ผู้พูดลองสมมติชั่วคราวว่าเป็นเช่นนั้นเพื่อใช้สมมติฐานนี้ในการให้เหตุผล Were ในที่นี้ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ในอดีต ในรูปแบบ if + ประธาน + were คำว่า were ใช้ระบุเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงหรือขัดกับข้อเท็จจริง และมักใช้คู่กับ would หรือ could ในอนุประโยคผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมรูปเงื่อนไขที่ตรงข้ามกับความจริงแบบมาตรฐานให้สมบูรณ์: If the room ____ larger, we could hold the meeting here.

ดูคำตอบ

were

ไวยากรณ์

you'd be able to use that same trick again: ความสามารถภายใต้เงื่อนไขสมมุติ

ในประโยคเงื่อนไขสมมุตินี้ you'd ย่อมาจาก you would ส่วน If it were a 30-second fuse เป็นการตั้งเงื่อนไขที่สมมุติขึ้น และ would be able to บอกความสามารถที่จะเกิดขึ้นตามเงื่อนไขนั้น หลัง would ต้องใช้ be able to เพราะภาษาอังกฤษไม่ใช้ would กับ can ต่อกันโดยตรง ส่วน use that same trick again ในที่นี้หมายถึงการทำวิธีเดิมที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ซ้ำอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมผลของเงื่อนไขสมมุติด้วยวลีที่หมายถึง “มีความสามารถ”: If the lab stayed open later, we'd ____ finish the test tonight.

ดูคำตอบ

be able to

ไวยากรณ์

to double ... and make ...: การกระทำคู่ขนานที่ใช้ to ร่วมกัน

กลุ่มคำ infinitive to double ... and make ... อธิบายผลที่ต้องการจากการใช้วิธีนี้ กลุ่มกริยาทั้งสองใช้ to ร่วมกันเพียงคำเดียว โดย to นี้ครอบคลุมทั้ง double และ make จึงไม่ต้องใส่ to อีกครั้งหน้า make double ในที่นี้เป็นกริยาและมี the burning speed เป็นกรรม ดังนั้นสิ่งที่เพิ่มเป็นสองเท่าคือความเร็ว ไม่ใช่ความยาวของชนวน ใน make it last คำว่า make ตามด้วยกรรม it และกริยารูปพื้นฐาน last ส่วน last exactly 15 seconds หมายถึงดำเนินต่อไปเป็นเวลาตามนั้น ในบริบทนี้ เมื่อความเร็วเพิ่มเป็นสองเท่า เวลาการไหม้ที่เหลือจะลดลงเหลือ 15 วินาที

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชื่อมสองการกระทำหลัง to ได้ถูกต้อง และใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน?

  1. We changed the setting to double the download speed and make the backup to finish sooner.
  2. We changed the setting to double the download speed and makes the backup finish sooner.
  3. We changed the setting to double the download speed and make the backup finish sooner.
ดูคำตอบ

We changed the setting to double the download speed and make the backup finish sooner.

And you realize you can shorten the second fuse

2:19

และคุณก็นึกขึ้นได้ว่า คุณสามารถทำให้ชนวนเส้นที่สองสั้นลงได้

by lighting one end of ไวยากรณ์

2:22

โดยการจุดไฟที่ปลายด้านหนึ่งของมัน

it at the same time as you light the first.

2:24

พร้อมๆ กับตอนที่คุณจุดเส้นแรก

ไวยากรณ์

by lighting ... at the same time as ...: วิธีการและการทำพร้อมกัน

ในที่นี้ by lighting one end of it อธิบายวิธีที่ใช้ลดเวลาเผาไหม้ของชนวนเส้นที่สอง ในโครงสร้าง by + -ing คำว่า by หมายถึง “ด้วยการทำ...” ไม่ใช่ความหมายบอกตำแหน่งว่า “ข้างๆ” at the same time as you light the first เพิ่มเงื่อนไขด้านเวลา คือการจุดทั้งสองครั้งเกิดขึ้นพร้อมกัน เมื่อต้องใช้การกระทำที่ประสานเวลากันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ สามารถนำรูปแบบ ผลลัพธ์ + by + -ing ... และ at the same time as + อนุประโยค ไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ ช่องแรกให้ใช้ by กับรูป -ing ของ organize เพื่อบอกวิธี และช่องที่สองให้ใช้วลีห้าคำจากบทเรียนที่แสดงความพร้อมกัน: You can save time ____ the files ____ you back up the computer.

ดูคำตอบ

by organizing · at the same time as

At the moment the first burns out, วลี

2:27

ในตอนที่เส้นแรกไหม้หมดพอดี

you'll be left with 30 seconds on the second fuse. ไวยากรณ์

2:29

คุณจะเหลือชนวนเส้นที่สองที่ใช้เวลาไหม้ 30 วินาที

วลี

At the moment + อนุประโยคบอกเหตุการณ์: จังหวะที่แน่นอน

At the moment the first burns out วางผลลัพธ์ในประโยคหลักไว้ตรงจังหวะที่ชนวนเส้นแรกไหม้หมดพอดี อนุประโยค the first burns out ระบุว่าหมายถึงช่วงเวลาใด ในที่นี้ moment คือจุดหนึ่งบนเส้นเวลา ไม่ใช่ระยะเวลา รูปแบบ At the moment + อนุประโยคบอกเหตุการณ์, ประโยคหลัก ใช้ระบุจังหวะที่แน่นอนซึ่งเป็นตัวกระตุ้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ at the moment + อนุประโยคบอกเหตุการณ์ เพื่อระบุจุดกระตุ้นที่แน่นอน?

  1. Wait for a moment before removing the tray.
  2. At the moment the timer reaches zero, remove the tray.
  3. The timer is not working at the moment.
ดูคำตอบ

At the moment the timer reaches zero, remove the tray.

ไวยากรณ์

เหลือเวลา 30 วินาทีบนชนวนเส้นที่สอง: be left with

Be left with หมายถึง หลังจากมีบางสิ่งเกิดขึ้นแล้ว ยังมีบางสิ่งเหลืออยู่สำหรับใครบางคนหรือในสถานการณ์นั้น ในประโยคนี้ you'll be left with 30 seconds on the second fuse หมายความว่า ณ ตอนนั้น ชนวนเส้นที่สองจะเหลือเวลาเผาไหม้อีก 30 วินาที สำนวนนี้นำเสนอสิ่งที่เหลืออยู่ในฐานะผลลัพธ์จากกระบวนการก่อนหน้า ในที่นี้ left ไม่ได้หมายถึงจากไปหรือด้านซ้าย แต่เป็นรูป past participle ของ leave ในโครงสร้างที่บอกสภาพซึ่งเกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ทำให้เกิดโครงสร้าง be left with และสื่อว่าจำนวนหนึ่งยังเหลืออยู่: After paying the deposit, Maya will be ____ with only forty dollars for the week.

ดูคำตอบ

left

Just when you've got this all figured out, ลำดับความ

2:33

พอคุณคิดเรื่องทั้งหมดนี้ออกปุ๊บ

you see the signal from your partner

2:35

คุณก็เห็นสัญญาณจากคู่หู

and spring into action. สำนวน

2:37

และรีบลงมือทันที

ลำดับความ

ในจังหวะที่เข้าใจทุกอย่างแล้วพอดี: จุดหักมุมกะทันหัน

Just when you've got this all figured out ใช้กำหนดจุดเวลา คือช่วงที่คุณคิดว่าตัวเองเข้าใจหรือแก้ปัญหาบางอย่างได้อย่างสมบูรณ์แล้วพอดี ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้เหตุการณ์ถัดไปเกิดขึ้นทันทีในจังหวะนั้น อนุประโยคนี้จัดลำดับเรื่องโดยวางความคิดที่ดูเหมือนจบลงแล้วไว้ก่อนการกระทำใหม่หรือการถูกขัดจังหวะ Just when เพิ่มความรู้สึกว่ามีจุดหักมุมกะทันหัน และให้ความรู้สึกเข้มกว่าการใช้ when ธรรมดา

แบบฝึกหัด

ในการเล่าเรื่อง Just when you've got this all figured out สื่อความหมายหลักอย่างไร

  1. เหตุการณ์สองอย่างเกิดทับช่วงเวลากันตามปกติโดยไม่มีจุดหักมุมพิเศษ
  2. เหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้นพอดีกับจังหวะที่สถานการณ์ดูเหมือนจะเข้าใจแล้ว ทำให้เกิดจุดหักมุมกะทันหัน
  3. ผู้พูดไม่เข้าใจสถานการณ์นั้นเลย
ดูคำตอบ

เหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้นพอดีกับจังหวะที่สถานการณ์ดูเหมือนจะเข้าใจแล้ว ทำให้เกิดจุดหักมุมกะทันหัน

สำนวน

spring into action: เริ่มลงมืออย่างรวดเร็ว

ในที่นี้ spring into action หมายถึงเริ่มลงมืออย่างฉับพลันและรวดเร็วหลังจากมีสิ่งกระตุ้น spring ทำหน้าที่เป็นคำกริยาที่สื่อถึงการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ไม่ได้หมายถึงฤดูใบไม้ผลิหรือสปริงที่เป็นวัตถุ วลีนี้นำเสนอสัญญาณจากคู่หูว่าเป็นสิ่งกระตุ้นให้ลงมือทันที โดยทั่วไปใช้ได้เมื่อคน ทีม หรือองค์กรเปลี่ยนจากการรอหรือการเตรียมตัวไปสู่การลงมือจริงอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง spring into action หมายความว่าอย่างไร

  1. รอจนกว่าสถานการณ์จะสงบลง
  2. กระโดดเพราะถูกสปริงดัน
  3. เริ่มลงมืออย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อสัญญาณ
ดูคำตอบ

เริ่มลงมืออย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อสัญญาณ

You gather the four ends of the two fuses

2:38

คุณรวบปลายทั้งสี่ของชนวนสองเส้น

and light three of them.

2:41

และจุดไฟที่ปลายสามด้าน

The moment the first burns out, วลี

2:43

วินาทีที่ชนวนเส้นแรกไหม้หมด

you light the other end of the second fuse.

2:44

คุณก็จุดไฟที่ปลายอีกด้านของเส้นที่สอง

วลี

The moment + อนุประโยค: เหตุการณ์ที่ตามมาทันที

ในที่นี้ The moment ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา ดังนั้น The moment the first burns out จึงหมายถึง “ทันทีที่ชนวนเส้นแรกไหม้หมด” The first ใช้แทน the first fuse และไม่ได้เป็นประธานของทั้งประโยค โครงสร้างนี้นำเสนอเหตุการณ์ในอนุประโยคว่าเป็นตัวกระตุ้นการกระทำในประโยคหลัก และสื่ออย่างชัดเจนว่าการกระทำหลักเกิดตามมาทันที รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ The moment + อนุประโยค, ประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยคำเชื่อมเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ทันทีที่”: '____ the bell rings, leave the room.'

ดูคำตอบ

The moment

When it flickers and dies, สำนวน

2:47

เมื่อมันวูบวาบและดับลง

you know that exactly 45 seconds have passed ไวยากรณ์

2:49

คุณจะรู้ว่าผ่านไป 45 วินาทีพอดี

and the electric fence is dead.

2:52

และรั้วไฟฟ้าก็ดับแล้ว

สำนวน

flickers and dies: วิธีที่เห็นภาพชัดในการบอกว่าเปลวไฟดับลง

flicker หมายถึงการส่องแสงอย่างไม่สม่ำเสมอ โดยความสว่างเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ในประโยคนี้ เปลวไฟกะพริบก่อนจะหยุดไหม้ die ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เปลวไฟหรือแสงไม่ได้ “ตาย” จริง ๆ แต่ดับลง เมื่อนำ flickers and dies มาใช้ร่วมกัน จะเห็นลำดับชัดเจนว่าแสงกะพริบไม่สม่ำเสมอก่อน แล้วจึงมืดลง จึงให้ภาพชัดกว่า goes out ที่เป็นกลางกว่า

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนคำกริยาสองคำที่ให้ภาพชัดและหมายถึง “กะพริบอย่างไม่สม่ำเสมอแล้วดับลง”: The stage lights ____, and the theater went dark.

ดูคำตอบ

flickered and died

ไวยากรณ์

exactly 45 seconds have passed: เวลาที่ผ่านไปจนถึงตอนนี้

ใน you know that exactly 45 seconds have passed คำว่า have passed เป็นรูป present perfect การจับเวลาเริ่มก่อนหน้านี้ และช่วงเวลา 45 วินาทีครบถ้วนแล้ว ณ ตอนที่ผู้พูดรู้ผล เมื่อระยะเวลาเป็นประธาน pass หมายถึง “ผ่านไป” ส่วน exactly บอกว่าการวัดนั้นแม่นยำ รูปนี้เชื่อมจุดเริ่มจับเวลาก่อนหน้านี้เข้ากับผลที่เป็นจริงอยู่ในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ pass: The timer started 45 seconds ago, and it is still running now. Exactly 45 seconds ____ since it started.

ดูคำตอบ

have passed

By the time it hiccups back to life, โน้ต

2:55

กว่าระบบจะกลับมาทำงานอีกครั้ง

you're over the fence and home free.

2:57

คุณก็ข้ามรั้วและหนีรอดไปได้แล้ว

ไวยากรณ์

By the time ...: ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้วเมื่อถึงเส้นตาย

By the time + อนุประโยค ใช้เหตุการณ์ในอนุประโยคนั้นเป็นเส้นตายหรือจุดอ้างอิงทางเวลา ส่วนประโยคหลักบอกผลหรือสภาพที่เกิดขึ้นแล้วอย่างช้าที่สุดเมื่อถึงจุดนั้น ในประโยคนี้ การที่รั้วไฟฟ้ากลับมาทำงานคือจุดอ้างอิง ส่วนการข้ามรั้วและหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัยคือผลที่เกิดขึ้นแล้ว ในการใช้นี้ by บอกเส้นตายทางเวลา ไม่ได้บอกวิธีการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่กำหนดให้เวลารถไฟมาถึงเป็นเส้นตาย: ____ the train arrives, we will already be on the platform.

ดูคำตอบ

By the time

สำนวน

hiccups back to life: กลับมาทำงานแบบกระตุก

ในที่นี้ hiccups เป็นคำกริยาที่ใช้บุคลาธิษฐานอย่างเห็นภาพ โดยเปรียบการที่ไฟกลับเข้าสู่วงจรรั้วอย่างสั้น ๆ และไม่สม่ำเสมอกับการกระตุกเล็กน้อยที่ควบคุมไม่ได้ ทำให้การเริ่มทำงานอีกครั้งดูฉับพลันและไม่น่าไว้ใจ เมื่อใช้กับเครื่องจักรหรือระบบที่ไม่มีชีวิต back to life หมายถึงกลับมาทำงาน ดังนั้น hiccups back to life จึงหมายถึงวงจรเริ่มทำงานอีกครั้งแบบสะดุดและไม่สม่ำเสมอ ไม่ได้หมายความว่ามันมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

"the generator hiccups back to life" สื่อความหมายใดมากที่สุด?

  1. เครื่องปั่นไฟยังคงทำงานอย่างราบรื่นโดยไม่เคยหยุด
  2. เครื่องปั่นไฟกลายเป็นสิ่งมีชีวิตจริง ๆ
  3. เครื่องปั่นไฟเริ่มทำงานอีกครั้งแบบสั้น ๆ และไม่สม่ำเสมอ
ดูคำตอบ

เครื่องปั่นไฟเริ่มทำงานอีกครั้งแบบสั้น ๆ และไม่สม่ำเสมอ

Looking for a riddle that's a little trickier? ลำดับความ

3:00

กำลังมองหาปริศนาที่ยากกว่านี้อยู่หรือเปล่า?

Try this one,

3:03

ลองอันนี้สิ

which has been described ไวยากรณ์

3:04

ซึ่งได้รับการอธิบายไว้

as the hardest logic puzzle in the world.

3:05

ว่าเป็นปริศนาตรรกะที่ยากที่สุดในโลก

ลำดับความ

Looking for a riddle that's a little trickier? ในฐานะประโยคเปลี่ยนเรื่องที่พูดกับผู้ชมโดยตรง

Looking for...? เป็นรูปภาษาพูดแบบย่อของ Are you looking for...? และใช้พูดกับผู้ชมโดยตรง ไม่ได้หมายความว่าตัวละครหรือผู้พูดกำลังหาอะไรอยู่ ในที่นี้ คำถามระบุความต้องการที่ผู้ชมอาจมี นั่นคือปริศนาที่ยากขึ้น แล้วปูทางไปสู่คำแนะนำ Try this one รูปแบบที่ถามก่อนแล้วจึงเสนอแนะนี้ช่วยเปลี่ยนจากเนื้อหาที่จบแล้วไปยังตัวเลือกถัดไปที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุความต้องการของผู้ชมแล้วแนะนำตัวเลือกอื่นได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Looking for a harder challenge? Try the next puzzle.
  2. I am looking for a harder challenge, so I will try the next puzzle.
  3. The next puzzle offers a harder challenge.
ดูคำตอบ

Looking for a harder challenge? Try the next puzzle.

ไวยากรณ์

which has been described as... สำหรับรายงานการประเมินจากภายนอก

ในประโยคเต็ม which ย้อนกลับไปอ้างถึง this one ซึ่งก็คือปริศนาที่ผู้พูดแนะนำ เครื่องหมายจุลภาคเปิดอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ อนุประโยคนี้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับปริศนาที่ระบุชัดแล้ว ไม่ได้ใช้แยกแยะว่าหมายถึงปริศนาข้อใด Has been described as เป็นรูป present perfect แบบกรรมวาจกของ describe A as B โดยนำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นคำบรรยายที่ผู้อื่นให้ไว้ตลอดช่วงที่ผ่านมาโดยไม่ระบุว่าเป็นใคร ดังนั้นประโยคนี้จึงรายงานชื่อเสียงของปริศนา ไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่ามันยากที่สุดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจก present perfect ที่สร้างจาก describe as: The documentary ____ a powerful account of migration.

ดูคำตอบ

has been described as

Or if you're looking for something a bit tamer, ลำดับความ

3:08

หรือถ้าคุณกำลังมองหาอะไรที่ง่ายกว่านี้สักหน่อย

try this one,

3:10

ลองอันนี้ดูสิ

which has been described

3:12

ซึ่งได้รับการอธิบายไว้

as the easiest puzzle in the TED-Ed library.

3:13

ว่าเป็นปริศนาที่ง่ายที่สุดในคลังของ TED-Ed

ลำดับความ

if you're looking for something a bit tamer: การเสนอทางเลือกที่เบาลง

If you're looking for... ตั้งเงื่อนไขตามความชอบของผู้ฟัง กล่าวคือ หากผู้ฟังต้องการตัวเลือกแบบนี้ ก็จะมีคำแนะนำตามมา เมื่อใช้ร่วมกับ Or โครงสร้างนี้จะเสนออีกทางเลือกแทนตัวเลือกก่อนหน้าที่เข้มข้นหรือยากกว่า ในที่นี้ tamer ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงไม่เข้มข้นเท่า ท้าทายน้อยกว่า หรือรับมือได้ง่ายกว่า ไม่ได้หมายถึงถูกทำให้เชื่องกว่า ส่วน a bit ช่วยลดความแรงของการเปรียบเทียบ ทำให้คำแนะนำฟังดูนุ่มนวลแทนที่จะเป็นการดูถูกตัวเลือกนั้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่าทริปล่องแก่งระดับสูงดูเข้มข้นเกินไป คำตอบใดเสนอทางเลือกที่เบาลงตามความชอบนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. If you're looking at something a bit tamer, try the guided river tour.
  2. If you're looking for something a bit more domesticated, try the guided river tour.
  3. If you're looking for something a bit tamer, try the guided river tour.
ดูคำตอบ

If you're looking for something a bit tamer, try the guided river tour.