คุณช่วยได้แค่หนึ่งลำ— คุณจะเลือกใคร? - Doug MacKay: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
648 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในการกู้ภัยยานอวกาศนำเสนอเกณฑ์สามแบบที่แข่งขันกันในการจัดสรรทรัพยากรช่วยชีวิตซึ่งมีจำกัด ได้แก่ การเพิ่มความสุขรวมให้มากที่สุด การให้ความสำคัญกับผู้ที่เสียเปรียบกว่า และการให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. has lost a thruster, sending them careening towards an asteroid belt. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจวิธีวางอนุประโยค -ing ต่อจากเหตุการณ์ใน present perfect เพื่อสรุปผลที่เกิดขึ้นโดยตรงอย่างกระชับ รูปแบบนี้ช่วยให้ตีความและสร้างคำบรรยายความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลในข่าวหรือเรื่องเล่าที่ตึงเครียดได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. All things being equal, — การเรียบเรียงเรื่อง การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: มองออกว่านี่คือถ้อยคำกำกับที่สมมติให้เงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องคงเดิม สามารถใช้ก่อนการเปรียบเทียบหรือข้อสรุปเพื่อชี้ว่าคำตัดสินนั้นตั้งอยู่บนตัวแปรที่ถูกควบคุม ไม่ใช่ข้อสรุปที่ใช้ได้โดยไม่มีข้อยกเว้น 3. the numbers don't count. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า count ในที่นี้หมายถึง “มีความสำคัญต่อการตัดสินใจ” ไม่ใช่การนับหรือคำนวณ จึงช่วยให้จับข้อโต้แย้งที่ไม่ยอมรับจำนวนคนในแต่ละกลุ่มเป็นปัจจัยชี้ขาด และนำสำนวนไปใช้เมื่อความแตกต่างด้านตัวเลขไม่ควรกำหนดคำตัดสินได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

You are the captain of the Mallory 7,

0:06

คุณคือกัปตันของมัลลอรี 7

an interstellar cargo transport. การใช้คำ

0:09

ยานขนส่งสินค้าข้ามดวงดาว

การใช้คำ

an interstellar cargo transport: การหาคำนามหลัก

ใน an interstellar cargo transport คำว่า transport เป็นคำนามหลัก การมีคำนำหน้านาม an และการที่วลีนี้ใช้อธิบายว่า Mallory 7 คืออะไร แสดงว่า transport หมายถึงพาหนะขนส่ง โดยเฉพาะยานอวกาศบรรทุกสินค้า ไม่ใช่กิจกรรมการขนส่งสินค้า cargo บอกหน้าที่ของยาน ส่วน interstellar บอกขอบเขตการเดินทาง เมื่อต้องทำความเข้าใจคำนามที่มีคำขยายซ้อนกัน ให้เริ่มจากคำนามหลักคำสุดท้ายแล้วไล่ไปทางซ้าย: transport → cargo transport → interstellar cargo transport

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ an interstellar cargo transport หมายถึงอะไร

  1. กิจกรรมการเคลื่อนย้ายสินค้าในอวกาศ
  2. แผนกของท่าอวกาศที่ตรวจสอบสินค้า
  3. พาหนะหรือยานอวกาศที่ขนส่งสินค้าระหว่างดวงดาว
ดูคำตอบ

พาหนะหรือยานอวกาศที่ขนส่งสินค้าระหว่างดวงดาว

On your way to the New Lindley Spaceport, วลี

0:11

ระหว่างทางไปยังสถานีอวกาศนิวลินด์ลีย์

you receive a distress call. วลี

0:14

คุณได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือ

วลี

On your way to ...: การบอกฉากหลังระหว่างการเดินทาง

รูปแบบ on your way to + สถานที่ หมายถึง ขณะที่กำลังเดินทางไปยังสถานที่นั้น ในประโยคนี้ รูปแบบดังกล่าวบอกว่าได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือระหว่างเดินทางไปท่าอวกาศ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้จะให้ฉากหลังด้านเวลาและสถานการณ์แก่เหตุการณ์หลัก ในรูปแบบนี้ way หมายถึงการเดินทางหรือเส้นทาง ไม่ใช่วิธีทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ on one's way to โดยใช้ we: ____ the airport, we heard the news.

ดูคำตอบ

On our way to

วลี

receive a distress call: ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

receive a distress call หมายถึงได้รับข้อความฉุกเฉินจากผู้ที่กำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงและต้องการความช่วยเหลือทันที ในกลุ่มคำตายตัวนี้ distress หมายถึงภาวะฉุกเฉิน ไม่ใช่เพียงความเศร้าหรือความเครียดทั่วไป คำกริยา receive บอกว่าใครเป็นฝ่ายรับการสื่อสาร ส่วนผู้ที่ตกอยู่ในอันตรายจะ send หรือ make the distress call

แบบฝึกหัด

เติมรายงานฉุกเฉินโดยใช้ receive a distress call ในรูปอดีต: The control tower ____ from a small aircraft.

ดูคำตอบ

received a distress call

There's been an explosion on the Telic 12, ไวยากรณ์

0:16

เกิดการระเบิดบนยานเทลิก 12

and its passengers are running out of oxygen. กริยาวลี

0:19

และผู้โดยสารกำลังจะขาดออกซิเจน

ไวยากรณ์

There's been an explosion: เกิดการระเบิดที่ส่งผลต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

There's been เป็นรูปย่อของ There has been โดย there ที่ใช้แนะนำการมีอยู่จะนำเสนอการเกิดเหตุการณ์ ดังนั้น There's been an explosion จึงหมายความว่าเกิดการระเบิดขึ้น ส่วน there ในที่นี้ไม่ได้บอกสถานที่ present perfect ใน has been นำเสนอว่าเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในประโยคนี้ การระเบิดอธิบายวิกฤตขาดออกซิเจนที่ผู้โดยสารกำลังเผชิญอยู่

แบบฝึกหัด

เติมรายงานสถานการณ์ฉุกเฉินปัจจุบันด้วยรูปย่อ present perfect ของ There has been: ____ a gas leak, so everyone must leave now.

ดูคำตอบ

There's been

กริยาวลี

are running out of oxygen: ออกซิเจนกำลังจะหมด

ใน are running out of oxygen คำว่า run out of หมายถึง “ใช้สิ่งที่มีสำรองไว้จนไม่เหลือ” เป็นกริยาวลี โดย run ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการวิ่งจริง ๆ รูป present progressive คือ are running out of แสดงว่าปริมาณออกซิเจนกำลังลดลงและใกล้หมด แต่ยังไม่จำเป็นต้องหมดสนิทแล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + be running out of + ทรัพยากร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present progressive ของ run out of: The clinic is ____ clean water.

ดูคำตอบ

running out of

As you set a course to intercept, you check the Telic 12's manifest. ลำดับความ

0:22

ขณะที่คุณตั้งเส้นทางเพื่อไปสกัดกั้น คุณได้ตรวจสอบรายชื่อผู้โดยสารของเทลิก 12

ลำดับความ

As you set a course to intercept: ใช้ as นำเสนอการกระทำที่เกิดพร้อมกัน

ในที่นี้ as หมายถึง “ขณะที่” หรือ “เมื่อ” ไม่ได้หมายถึง “เพราะ” อนุประโยค as ที่ขึ้นต้นประโยคนำเสนอการกำหนดเส้นทางเป็นการกระทำเบื้องหลังที่กำลังดำเนินอยู่ ส่วนประโยคหลัก you check... เป็นจุดสนใจถัดไปของเรื่อง set a course หมายถึงเลือกเส้นทางสำหรับการเดินทาง และ to intercept บอกจุดประสงค์ของเส้นทางนั้น รูปแบบการจัดข้อมูลที่นำไปใช้ได้คือ As + การกระทำเบื้องหลังที่เกิดซ้อนกัน, การกระทำหลัก

แบบฝึกหัด

ใน “As you set a course to intercept, you check the manifest,” คำว่า as แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. จะตรวจบัญชีรายการหลังจากกำหนดเส้นทางเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น
  2. การกำหนดเส้นทางคือเหตุผลที่ตรวจบัญชีรายการ
  3. การกระทำทั้งสองเกิดคาบเกี่ยวกันในเวลา
ดูคำตอบ

การกระทำทั้งสองเกิดคาบเกี่ยวกันในเวลา

It's currently transporting 30 middle-aged individuals

0:26

ปัจจุบันยานลำนี้กำลังขนส่งผู้ใหญ่วัยกลางคน 30 คน

from some of Earth's poorest districts to the labor center

0:29

จากเขตที่ยากจนที่สุดของโลกไปยังศูนย์แรงงาน

on New Lindley,

0:32

บนนิวลินด์ลีย์

where they'll be assigned jobs on the spaceport. ไวยากรณ์

0:33

ซึ่งพวกเขาจะได้รับมอบหมายงานที่สถานีอวกาศ

ไวยากรณ์

where they'll be assigned jobs: การเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่

อนุประโยค where หลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในที่นี้ where ย้อนกลับไปอ้างถึง New Lindley และมีความหมายใกล้เคียงกับ ‘และที่นั่น’ ไม่ได้ใช้เพื่อตั้งคำถาม โครงสร้างนี้บอกจุดหมายก่อน แล้วจึงเพิ่มสิ่งที่จะเกิดขึ้น ณ สถานที่นั้น เมื่อไปถึง คนเหล่านี้จะได้รับมอบหมายงานที่ท่าอวกาศ รูปแบบนี้เชื่อมสถานที่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นั่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดกล่าวถึงหน้าที่ของ where ในตัวอย่างได้ถูกต้องที่สุด

  1. ใช้บอกเหตุผลของการเดินทาง
  2. ใช้ถามโดยตรงว่าจุดหมายอยู่ที่ไหน
  3. ใช้นำหน้าอนุประโยคสัมพันธ์ที่อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ณ สถานที่นั้น
ดูคำตอบ

ใช้นำหน้าอนุประโยคสัมพันธ์ที่อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ณ สถานที่นั้น

But as you approach the Telic 12,

0:36

แต่ในขณะที่คุณเข้าใกล้เทลิก 12

you receive a second distress call.

0:38

คุณได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือที่สอง

A luxury space cruiser called the Pareto

0:40

ยานอวกาศลาดตระเวนสุดหรูที่ชื่อพาเรโต

has lost a thruster, ไวยากรณ์

0:43

ได้สูญเสียทรัสเตอร์ไป

sending them careening towards an asteroid belt. การใช้คำ

0:44

ทำให้พวกเขาพุ่งทะยานไปทางแถบดาวเคราะห์น้อย

ไวยากรณ์

has lost a thruster, sending...: การแสดงผลที่เกิดขึ้น

อนุประโยคหลัก has lost a thruster บอกเหตุการณ์ ส่วนอนุประโยค sending หลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นอนุประโยคกริยารูปปัจจุบันกาลที่บอกผลของเหตุการณ์ทั้งหมด กล่าวคือ การสูญเสียเครื่องขับดันทำให้พวกเขาเคลื่อนที่อย่างควบคุมไม่ได้ไปยังแถบดาวเคราะห์น้อย Sending ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวหนึ่ง และไม่ได้บอกจุดประสงค์ที่วางแผนไว้ รูปแบบเหตุการณ์ที่สมบูรณ์ + เครื่องหมายจุลภาค + อนุประโยค -ing สามารถบอกผลที่เกิดจากเหตุการณ์ก่อนหน้าได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

sending them careening towards an asteroid belt ในตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. เริ่มบอกเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งในอนุประโยคหลักใหม่
  2. บอกจุดประสงค์ที่ยานตั้งใจจะทำให้สำเร็จ
  3. บอกผลที่เกิดจากการสูญเสียเครื่องขับดัน
ดูคำตอบ

บอกผลที่เกิดจากการสูญเสียเครื่องขับดัน

การใช้คำ

sending them careening towards...: การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและควบคุมไม่ได้

ในที่นี้ careening towards หมายถึงเคลื่อนที่เข้าหาบางสิ่งอย่างรวดเร็วมากโดยแทบควบคุมไม่ได้หรือควบคุมไม่ได้เลย คำนี้สร้างภาพของการส่ายหรือพุ่งเข้าสู่อันตราย ไม่ใช่การเดินทางตามปกติไปในทิศทางที่ตั้งใจไว้ อนุประโยคบอกผล sending them careening... เชื่อมเหตุขัดข้องของเครื่องขับดันกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา ในโครงสร้าง send + กรรม + -ing คำว่า send หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งของเคลื่อนที่หรือเข้าสู่การกระทำที่ดำเนินต่อเนื่อง ดังนั้นเหตุขัดข้องจึงทำให้คนบนยานพุ่งไปยังแถบดาวเคราะห์น้อยอย่างควบคุมไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ careened ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The lamp careened on the desk without moving.
  2. The train careened along its normal route at a steady, controlled speed.
  3. The van careened across the road after its brakes failed.
ดูคำตอบ

The van careened across the road after its brakes failed.

Without your help, ไวยากรณ์

0:47

หากไม่มีความช่วยเหลือจากคุณ

the 20 college students headed for vacation วลี

0:48

นักศึกษา 20 คนที่มุ่งหน้าไปพักผ่อน

aboard the Pareto are all doomed.

0:51

บนยานพาเรโตจะต้องพบกับจุดจบ

ไวยากรณ์

Without your help: การตั้งเงื่อนไขด้วย without + นามวลี

Without your help ตั้งเงื่อนไขเชิงลบ ในประโยคนี้หมายถึง หากคุณไม่ช่วย ส่วนประโยคหลักระบุผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขนั้น without + นามวลี สามารถย่ออนุประโยคเงื่อนไขที่ใช้ if ให้กระชับขึ้นได้ เวลาและระดับความแน่นอนมาจากประโยคหลัก: Without your help, we will fail กล่าวถึงอนาคต ส่วน Without your help, we would have failed กล่าวถึงอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'Without a ticket, you cannot enter,' วลี 'Without a ticket' หมายความว่าอย่างไร

  1. หากคุณไม่มีตั๋ว
  2. เพราะคุณใช้ตั๋วไปแล้ว
  3. หลังจากคุณซื้อตั๋ว
ดูคำตอบ

หากคุณไม่มีตั๋ว

วลี

headed for vacation aboard the Pareto: ส่วนขยายหลังคำนามแบบกระชับ

วลี headed for vacation aboard the Pareto วางหลัง the 20 college students เพื่อระบุว่ากำลังกล่าวถึงนักศึกษากลุ่มใด เป็นส่วนขยายหลังคำนามแบบย่อ ซึ่งเทียบได้กับ the students who are headed for vacation aboard the Pareto ในที่นี้ headed for หมายถึงกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายหรือออกเดินทางเพื่อทำกิจกรรมหนึ่ง for vacation บอกจุดประสงค์ของการเดินทาง ส่วน aboard the Pareto บอกว่าพวกเขาอยู่หรือเดินทางบนเรือที่ชื่อ Pareto

แบบฝึกหัด

headed for Paris aboard the night train บอกข้อมูลอะไรเกี่ยวกับนักดนตรีเหล่านั้น

  1. พวกเขากำลังเดินทางไปปารีสด้วยรถไฟกลางคืน
  2. พวกเขากำลังควบคุมรถไฟด้วยการขยับศีรษะ
  3. พวกเขากลับจากปารีสและลงจากรถไฟแล้ว
ดูคำตอบ

พวกเขากำลังเดินทางไปปารีสด้วยรถไฟกลางคืน

So, with only enough time to save one ship, ลำดับความ

0:54

ด้วยเวลาที่พอจะช่วยยานได้แค่ลำเดียว

which one should you choose?

0:57

คุณควรเลือกช่วยลำไหนดี?

ลำดับความ

So, with only enough time...: การตั้งประเด็นให้เลือกสิ่งสำคัญ

So เชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้ากับคำถามที่ตามมา กล่าวคือ เมื่อทราบข้อเท็จจริงเหล่านั้นแล้วควรตัดสินใจอย่างไร คำนี้ส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากข้อมูลเบื้องหลังเข้าสู่ประเด็นหลัก วลีที่ขึ้นต้นด้วย with กำหนดเงื่อนไขจำกัดก่อน ในที่นี้ with หมายถึง “ภายใต้สถานการณ์ที่” ไม่ใช่การมีหรือถือสิ่งของอยู่ กล่าวคือ มีเวลาช่วยเรือได้เพียงลำเดียว การวางเงื่อนไขก่อนคำถามทำให้เห็นภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกชัดเจนก่อนถามว่าจะเลือกเรือลำใด

แบบฝึกหัด

ส่วนเปิดของประโยคนี้จัดลำดับข้อมูลอย่างไร: So, with only enough space for one more guest, whom should we invite?

  1. ส่วนนี้เชื่อมกับสถานการณ์ก่อนหน้า ระบุข้อจำกัด แล้วจึงเสนอสิ่งที่ต้องเลือก
  2. ส่วนนี้บอกว่าผู้พูดกำลังถือพื้นที่ส่วนเกินอยู่จริง ๆ
  3. ส่วนนี้แสดงว่าผู้พูดได้เลือกไปแล้ว
ดูคำตอบ

ส่วนนี้เชื่อมกับสถานการณ์ก่อนหน้า ระบุข้อจำกัด แล้วจึงเสนอสิ่งที่ต้องเลือก

This dilemma is an example of a broader class of problems ลำดับความ

0:59

ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้เป็นตัวอย่างของปัญหาในวงกว้าง

where a life-saving resource, ไวยากรณ์

1:03

เมื่อทรัพยากรที่ช่วยชีวิต

such as a donated organ or vaccine,

1:05

เช่น อวัยวะบริจาคหรือวัคซีน

is scarce.

1:07

มีจำกัด

ลำดับความ

This dilemma is an example of a broader class of problems: จากกรณีหนึ่งไปสู่หมวดหมู่ทั่วไป

This dilemma ระบุทางเลือกที่ยากและเฉพาะเจาะจงหนึ่งกรณี โครงสร้าง X is an example of a broader class of Y จัดให้กรณีนั้นอยู่ในหมวดหมู่ที่ใหญ่กว่า โดย class ในที่นี้หมายถึง “หมวดหมู่” ไม่ใช่ชั้นเรียน ในด้านการจัดลำดับเนื้อหา ประโยคนี้เปลี่ยนการอภิปรายจากภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพียงกรณีเดียวไปสู่ปัญหาประเภททั่วไปที่กรณีนั้นเป็นตัวแทน คุณใช้โครงสร้างนี้เพื่อเกริ่นเข้าสู่การวิเคราะห์ที่กว้างขึ้นหลังจากยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมได้

แบบฝึกหัด

ข้อความที่เน้นไว้ทำหน้าที่เปลี่ยนลำดับการอภิปรายอย่างไร?

  1. ระบุสถานที่ทางกายภาพของภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
  2. นำเสนอภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกหนึ่งกรณีว่าอยู่ในหมวดหมู่ปัญหาที่กว้างขึ้น
  3. บอกว่าภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเกิดขึ้นระหว่างชั้นเรียน
ดูคำตอบ

นำเสนอภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกหนึ่งกรณีว่าอยู่ในหมวดหมู่ปัญหาที่กว้างขึ้น

ไวยากรณ์

problems where ...: where ที่อ้างถึงสถานการณ์เชิงนามธรรม

Where นำหน้าอนุประโยคสัมพันธ์และย้อนกลับไปอ้างถึง a broader class of problems โดยหมายถึง “ในปัญหาเหล่านั้น” หรือ “ในสถานการณ์แบบนั้น” และอนุประโยคบอกเงื่อนไขที่ปัญหาเหล่านี้มีร่วมกัน คือทรัพยากรช่วยชีวิตมีอยู่อย่างจำกัด Where ไม่ได้ใช้อ้างถึงสถานที่ทางกายภาพเท่านั้น หลังคำนามนามธรรมอย่าง situation, case, problem หรือ system คำนี้สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นหรือเป็นจริงภายในสภาพแวดล้อมนั้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ where ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายเงื่อนไขภายในสภาพแวดล้อมเชิงนามธรรม?

  1. We need a system where every user can protects their data.
  2. We need a system where every user can protect their data.
  3. We need a system where can every user protect their data.
ดูคำตอบ

We need a system where every user can protect their data.

There are many schools of thought on how to approach these problems, วลี

1:09

มีแนวคิดหลายสำนักเกี่ยวกับวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้

วลี

There are many schools of thought on how to...: การเกริ่นจุดยืนทางทฤษฎีหลายแบบ

schools of thought หมายถึงแนวคิดหรือระบบความคิดที่เป็นแบบแผนและเสนอวิธีทำความเข้าใจเรื่องหนึ่ง ๆ ที่แตกต่างกัน ในที่นี้หมายถึงจุดยืนทางทฤษฎีที่ต่างกันเกี่ยวกับวิธีจัดการปัญหา ไม่ได้หมายถึงโรงเรียนจริง ๆ โครงสร้าง There are many schools of thought on how to... ใช้เปิดการอภิปรายโดยบอกว่าไม่ได้ตั้งสมมติฐานว่ามีเพียงแนวทางเดียว ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย on ระบุประเด็นที่สำนักความคิดเหล่านั้นเห็นต่างกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ schools of thought หมายถึงอะไร?

  1. ความคิดที่นักเรียนมีขณะอยู่ที่โรงเรียน
  2. ระบบความคิดที่เป็นที่ยอมรับหรือจุดยืนทางทฤษฎี
  3. สถานศึกษาที่มีตารางเวลาแตกต่างกัน
ดูคำตอบ

ระบบความคิดที่เป็นที่ยอมรับหรือจุดยืนทางทฤษฎี

and one of the most influential is utilitarianism,

1:12

และหนึ่งในแนวคิดที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือลัทธิประโยชน์นิยม

an ethical view first systematically developed by Jeremy Bentham and John Stuart Mill. วัฒนธรรม

1:15

มุมมองทางจริยธรรมที่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบครั้งแรกโดยเจเรมี เบนทัม และจอห์น สจ๊วต มิลล์

วัฒนธรรม

an ethical view ... developed by Jeremy Bentham and John Stuart Mill: ลักษณะและภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของประโยชน์นิยม

วลีนามที่ไฮไลต์เป็นส่วนขยายแบบ appositive กล่าวคือ เปลี่ยนชื่อและอธิบาย utilitarianism ว่าเป็น an ethical view หรือทฤษฎีเกี่ยวกับวิธีตัดสินการกระทำและตัวเลือกทางศีลธรรม อนุประโยคย่อ first systematically developed by... ขยาย view และเพิ่มข้อมูลการเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ความคิดตามที่ประโยคระบุ Jeremy Bentham และ John Stuart Mill เป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนาแนวคิดประโยชน์นิยม ภูมิหลังนี้ช่วยให้เข้าใจว่าการกล่าวถึงความสุขโดยรวมในช่วงต่อมาเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีทางจริยศาสตร์ ไม่ใช่เพียงคำแนะนำทั่วไปให้ทำสิ่งที่มีประโยชน์

แบบฝึกหัด

วลีที่ไฮไลต์เพิ่มข้อมูลสำคัญอะไรให้กับประโยค?

  1. ระบุว่าประโยชน์นิยมเป็นจุดยืนทางจริยศาสตร์และให้ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ความคิด
  2. อ้างว่าทุกสิ่งที่มีประโยชน์ย่อมถูกต้องทางศีลธรรมโดยอัตโนมัติ
  3. บอกว่า Bentham และ Mill สร้างศาสตร์ด้านจริยธรรมทั้งหมดขึ้นมา
ดูคำตอบ

ระบุว่าประโยชน์นิยมเป็นจุดยืนทางจริยศาสตร์และให้ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ความคิด

In this view, ลำดับความ

1:21

ในมุมมองนี้

you should choose the action which promises the greatest sum of happiness, ไวยากรณ์

1:22

คุณควรเลือกการกระทำที่รับประกันผลรวมของความสุขที่มากที่สุด

ลำดับความ

In this view, ...: การระบุมุมมอง

In this view หมายถึง “ตามมุมมองหรือทฤษฎีนี้” ในที่นี้ this view ย้อนกลับไปหมายถึงแนวคิดประโยชน์นิยมที่กล่าวถึงก่อนหน้า จึงบอกว่าการเลือกที่ตามมาถูกตัดสินภายใต้กรอบความคิดนั้น ไม่ใช่กฎทั่วไปที่ไม่ได้ระบุมุมมอง ในฐานะคำบ่งชี้การดำเนินความคิดที่นำไปใช้ซ้ำได้ วลีนี้ใช้ระบุว่าข้ออ้างหรือคำแนะนำมาจากกรอบความคิดใด ในที่นี้ view หมายถึงจุดยืนหรือทฤษฎีเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่มองเห็น

แบบฝึกหัด

ใน “In this view” คำว่า “this view” หมายถึงอะไรในที่นี้

  1. มุมมองแบบประโยชน์นิยมที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
  2. วิธีดำเนินการ
  3. ภาพหรือฉากที่มองเห็น
ดูคำตอบ

มุมมองแบบประโยชน์นิยมที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

ไวยากรณ์

you should choose the action which promises ...: โครงสร้างบอกเกณฑ์การเลือก

โครงสร้างของ you should choose the action which promises ... คือ choose + the action + which promises ... โดย which promises the greatest sum of happiness เป็นอนุประโยคขยายคำนาม ใช้ระบุว่าควรเลือก action ใด และอธิบายผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดจากการกระทำนั้น ในที่นี้ promises ไม่ได้หมายถึง “ให้คำมั่นด้วยคำพูด” แต่หมายถึง “มีแนวโน้มว่าจะก่อให้เกิด” หรือ “มีโอกาสที่จะก่อให้เกิด” วลีทั้งหมดเป็นกฎสำหรับเปรียบเทียบการกระทำ คือให้เลือกการกระทำที่คาดว่าจะก่อให้เกิดความสุขรวมมากที่สุด

แบบฝึกหัด

เลือกส่วนเติมที่ทำให้ประโยคแสดงเกณฑ์การเลือกได้อย่างเป็นธรรมชาติ: When resources are limited, choose the policy ___

  1. which promises the greatest public benefit
  2. which the greatest public benefit promises
  3. which promises the public benefit greatest
ดูคำตอบ

which promises the greatest public benefit

though how to define and measure happiness is a difficult question. ลำดับความ

1:26

แม้ว่าวิธีการกำหนดและวัดความสุขจะเป็นคำถามที่ยากก็ตาม

ลำดับความ

though how to define and measure happiness...: การเพิ่มข้อความแสดงการยอมรับข้อจำกัด

อนุประโยคหลักเสนอหลักการขึ้นมาก่อน จากนั้นเครื่องหมายจุลภาคและ though เพิ่มข้อความแสดงการยอมรับข้อจำกัดว่า การตัดสินว่าความสุขหมายถึงอะไรและจะวัดอย่างไรยังเป็นเรื่องที่ยากมาก ความยากนี้ทำให้การนำหลักการไปใช้จริงมีความแน่นอนน้อยลง แต่ไม่ได้ล้มล้างหลักการนั้น นี่เป็นรูปแบบการให้เหตุผลที่มีประโยชน์ คือเสนอข้ออ้างก่อน แล้วใช้ though เพื่อยอมรับประเด็นที่ซับซ้อน อนุประโยค how to define and measure happiness รวมการกระทำที่ยังหาคำตอบไม่ได้สองอย่างไว้เป็น “คำถามที่ยาก”

แบบฝึกหัด

อนุประโยค though ในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?

  1. ปฏิเสธหลักการสำคัญอย่างสิ้นเชิง
  2. บอกสาเหตุของหลักการสำคัญ
  3. ยอมรับว่ามีปัญหา แต่ยังคงหลักการสำคัญไว้
ดูคำตอบ

ยอมรับว่ามีปัญหา แต่ยังคงหลักการสำคัญไว้

For example,

1:30

ตัวอย่างเช่น

hedonists would suggest a happy life contains the most pleasure and the least pain. วัฒนธรรม

1:31

ผู้นิยมความรื่นรมย์อาจเสนอว่าชีวิตที่มีความสุขคือชีวิตที่มีความสุขมากที่สุดและมีความทุกข์น้อยที่สุด

วัฒนธรรม

hedonists would suggest...: ความรื่นรมย์และความเจ็บปวดในฐานะเกณฑ์วัดความสุข

ในการอภิปรายทางจริยศาสตร์นี้ hedonists หมายถึงผู้ที่ยึดถือแนวคิดสุขนิยม ซึ่งมองว่าความรื่นรมย์และความเจ็บปวดเป็นเกณฑ์สำคัญในการวัดว่าชีวิตดีหรือมีความสุขเพียงใด ประโยคนี้สรุปแนวคิดดังกล่าวว่าเป็นการเพิ่มความรื่นรมย์ให้มากที่สุดและลดความเจ็บปวดให้น้อยที่สุด ไม่ใช่คำตำหนิแบบไม่เป็นทางการต่อคนที่ชอบความสนุกสนาน Would suggest แสดงว่าข้อความนี้เป็นมุมมองที่นักคิดกลุ่มดังกล่าวน่าจะเสนอ เป็นการระบุจุดยืนทางทฤษฎี ไม่ได้กล่าวว่านักสุขนิยมทุกคนเคยใช้ถ้อยคำเดียวกันนี้ทุกคำ

แบบฝึกหัด

ในบริบททางปรัชญานี้ hedonists หมายถึงคนกลุ่มใด?

  1. ผู้ที่เชื่อว่าเราไม่สามารถอภิปรายเรื่องความสุขได้เลย
  2. ทุกคนที่ชอบความบันเทิงในเวลาว่าง
  3. ผู้ที่ถือว่าความรื่นรมย์และความเจ็บปวดเป็นเกณฑ์สำคัญของชีวิตที่ดีหรือมีความสุข
ดูคำตอบ

ผู้ที่ถือว่าความรื่นรมย์และความเจ็บปวดเป็นเกณฑ์สำคัญของชีวิตที่ดีหรือมีความสุข

Others might say it's the life where your desires are most fulfilled. ไวยากรณ์

1:36

ส่วนคนอื่นอาจบอกว่ามันคือชีวิตที่ความปรารถนาของคุณได้รับการตอบสนองมากที่สุด

ไวยากรณ์

where your desires are most fulfilled: where สำหรับสถานการณ์เชิงนามธรรม

ในที่นี้ where นำอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย the life โดย the life ไม่ใช่สถานที่จริง แต่เป็นสถานการณ์เชิงนามธรรม อนุประโยคนี้หมายถึง “ในชีวิตแบบนั้น ความปรารถนาของคุณได้รับการเติมเต็มในระดับสูงสุด” ภาษาอังกฤษมักใช้ where หลังคำนามที่สื่อถึงสภาพแวดล้อมหรือชุดของเงื่อนไข เช่น life, situation, job หรือ world เมื่ออนุประโยคที่ตามมาอธิบายสิ่งที่เป็นจริงภายในสภาพแวดล้อมนั้น สามารถเข้าใจ where ว่าเป็น “in which” ได้ ส่วน To fulfill a desire หมายถึงทำให้ความปรารถนาเป็นจริงหรือตอบสนองความปรารถนา ไม่ใช่เติมให้เต็มตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเติมประโยค: We want a system ___ every learner gets a fair chance.

  1. who
  2. when
  3. where
ดูคำตอบ

where

However happiness is defined, ลำดับความ

1:40

ไม่ว่าจะนิยามความสุขไว้อย่างไร

most would agree that saving 30 lives

1:42

คนส่วนใหญ่คงเห็นด้วยว่าการช่วย 30 ชีวิต

has the potential to generate more happiness than saving 20. วลี

1:45

มีศักยภาพที่จะสร้างความสุขได้มากกว่าการช่วย 20 ชีวิต

ลำดับความ

However happiness is defined: however ในความหมายว่าไม่ว่าจะอย่างไร

ในที่นี้ however หมายถึง “ไม่ว่าจะอย่างไร” ไม่ใช่ “อย่างไรก็ตาม” ในอนุประโยคแสดงการยอมรับ However happiness is defined คำนี้ขยาย is defined โดยกล่าวถึงวิธีที่ใช้ให้นิยาม ความหมายจึงเป็น “ไม่ว่าจะใช้นิยามความสุขแบบใดก็ตาม” ส่วนเปิดนี้พักความเห็นต่างเรื่องนิยามไว้ก่อน เพื่อให้พิจารณาข้อกล่าวอ้างหลักได้ภายใต้นิยามใดก็ได้ อนุประโยค however ที่อยู่ต้นประโยคเช่นนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วยการยอมรับก่อนว่าอาจมีความแตกต่าง แล้วจึงเสนอข้อสรุปที่ตั้งใจให้ยังคงเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ใช้ however เติมส่วนเปิดที่แสดงการยอมรับให้มีความหมายว่า “ไม่ว่าจะนิยามความปลอดภัยอย่างไร”: ____, the policy must protect children.

ดูคำตอบ

However safety is defined

วลี

has the potential to generate more ... than ...: มีศักยภาพที่จะสร้างมากกว่าอีกทางเลือกหนึ่ง

Has the potential to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งอาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ได้ ในประโยคนี้ การช่วยชีวิต 30 คนถูกนำเสนอว่าอาจสร้างความสุขได้มากกว่าการช่วยชีวิต 20 คน แต่ถ้อยคำนี้ไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์นั้นแน่นอนหรือเกิดขึ้นแล้ว โครงสร้างคือ have/has the potential to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ generate นำเข้าสู่ผลลัพธ์ ส่วน more ... than ใช้เปรียบเทียบผลที่อาจเกิดจากการกระทำสองอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสี่คำที่สื่อถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น: Better insulation ____ reduce energy use.

ดูคำตอบ

has the potential to

But is it enough to consider how many lives would be saved, ลำดับความ

1:49

แต่มันเพียงพอหรือไม่ที่จะพิจารณาว่าจะมีกี่ชีวิตที่รอดตาย

or should you also consider how many life years would be?

1:52

หรือคุณควรพิจารณาด้วยว่าจะมี "ปีชีวิต" รอดเท่าไร?

ลำดับความ

พิจารณา A อย่างเดียวเพียงพอหรือ หรือควรพิจารณา B ด้วย?

คำถามคู่ Is it enough to consider A, or should you also consider B? เริ่มจากตั้งข้อสงสัยว่าเกณฑ์หนึ่งอย่างเพียงพอหรือไม่ แล้วจึงเพิ่มเกณฑ์ที่สอง โครงสร้างนี้ใช้ขยายพื้นฐานในการตัดสินเพื่อเดินหน้าการให้เหตุผล ไม่ใช่การถามสองคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ในที่นี้ But ส่งสัญญาณว่าแนวคิดกำลังเปลี่ยนจากการมุ่งดูจำนวนชีวิต ส่วนแรกระบุเกณฑ์เดิม และ or should you also consider...? เพิ่มจำนวนปีชีวิตเป็นอีกเกณฑ์หนึ่ง ในอนุประโยคสุดท้าย saved ที่เข้าใจว่าตามหลัง would be ถูกละไว้เพื่อไม่ให้ซ้ำ

แบบฝึกหัด

ในการให้เหตุผล รูปแบบคำถามนี้มีหน้าที่หลักอย่างไร? Is it enough to consider A, or should you also consider B?

  1. ตั้งคำถามว่าเกณฑ์หนึ่งเพียงพอหรือไม่ แล้วเพิ่มอีกเกณฑ์หนึ่ง
  2. ขอให้ผู้ฟังเลือก A และปฏิเสธ B
  3. กล่าวเกณฑ์เดิมซ้ำด้วยสองวิธีที่ต่างกัน
ดูคำตอบ

ตั้งคำถามว่าเกณฑ์หนึ่งเพียงพอหรือไม่ แล้วเพิ่มอีกเกณฑ์หนึ่ง

Assuming a life expectancy of 80, ไวยากรณ์

1:57

สมมติว่าอายุขัยเฉลี่ยคือ 80 ปี

saving the lives of the students with an average age of 20

1:59

การช่วยชีวิตนักศึกษาที่มีอายุเฉลี่ย 20 ปี

saves 1,200 life years, ลำดับความ

2:03

จะช่วยได้ 1,200 ปีชีวิต

ไวยากรณ์

Assuming a life expectancy of 80: การกำหนดสมมติฐานสำหรับการคำนวณ

Assuming a life expectancy of 80 หมายถึง “ถ้าเราสมมติว่าคนเรามีชีวิตถึงอายุ 80 ปี” วลีเปิดประโยคนี้กำหนดเงื่อนไขที่ใช้ในการคำนวณต่อจากนั้น ไม่ได้บรรยายการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น รูปแบบ Assuming + นามวลีหรืออนุประโยค ช่วยให้ผู้พูดระบุสมมติฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์อย่างกระชับ ก่อนเสนอค่าประมาณ ข้อสรุป หรือแผน

แบบฝึกหัด

เติมคำเป้าหมายที่ใช้เกริ่นสมมติฐานของการคำนวณให้สมบูรณ์: ____ a ticket price of 10 dollars, selling 200 tickets will bring in 2,000 dollars.

ดูคำตอบ

Assuming

while saving the workers with an average age of 45

2:05

ขณะที่การช่วยแรงงานที่มีอายุเฉลี่ย 45 ปี

saves 1,050.

2:09

จะช่วยได้ 1,050 ปีชีวิต

ลำดับความ

saves 1,200 life years ... saves 1,050: การเปรียบเทียบตัวเลขด้วยโครงสร้างขนาน

ประโยคนี้ใช้อนุประโยคที่มีโครงสร้างขนานกัน ได้แก่ saving ... saves 1,200 life years และ saving ... saves 1,050 การใช้รูปแบบ saving ... saves ... ซ้ำทำให้โครงสร้างไวยากรณ์คงที่ ผู้ฟังจึงมุ่งความสนใจไปที่ความแตกต่างของผลลัพธ์สองค่าได้ หลัง 1,050 มีการละ life years ไว้ เพราะอนุประโยคแรกระบุหน่วยนี้ไปแล้ว และเข้าใจได้ว่าอนุประโยคที่สองใช้หน่วยเดียวกัน ดังนั้น saves 1,050 จึงหมายถึง “รักษาปีชีวิตไว้ 1,050 ปี” ไม่ใช่ “ช่วยคน 1,050 คน”

แบบฝึกหัด

ในการเปรียบเทียบแบบขนานนี้ หลัง saves 1,050 ละอะไรไว้แต่ยังเข้าใจได้?

  1. คำนาม “workers”
  2. หน่วย “life years”
  3. คำนาม “lives”
ดูคำตอบ

หน่วย “life years”

All things being equal, ลำดับความ

2:11

หากทุกสิ่งเท่าเทียมกัน

a longer life should promise a greater sum of happiness วลี

2:13

ชีวิตที่ยืนยาวควรจะให้ผลรวมของความสุขที่มากกว่า

than a shorter one.

2:16

เมื่อเทียบกับชีวิตที่สั้นกว่า

ลำดับความ

All things being equal: ถือว่าเงื่อนไขอื่นคงที่

All things being equal เป็นวลีจำกัดเงื่อนไขที่วางไว้ต้นประโยค หมายถึง “ถ้าเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องเหมือนกัน” วลีนี้บอกผู้ฟังให้เปรียบเทียบสองกรณีโดยพักความแตกต่างอื่นนอกเหนือจากปัจจัยที่กำลังพิจารณาไว้ก่อน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ข้อสรุปเกี่ยวกับชีวิตที่ยาวกว่าและสั้นกว่าเป็นข้อสรุปที่มีเงื่อนไข ไม่ใช่ความจริงที่ใช้ได้ทุกกรณี และไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งหรือทุกคนเท่าเทียมกันตามตัวอักษร แต่เป็นการจัดลำดับเหตุผลโดยบอกสมมติฐานของการเปรียบเทียบก่อน

แบบฝึกหัด

วลี All things being equal ที่ต้นประโยคทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. วลีนี้จำกัดการเปรียบเทียบโดยสมมติว่าเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องเหมือนกัน
  2. วลีนี้บอกว่าทุกคนและทุกสิ่งเท่าเทียมกัน
  3. วลีนี้ทำให้ข้อสรุปแน่นอนในทุกสถานการณ์
ดูคำตอบ

วลีนี้จำกัดการเปรียบเทียบโดยสมมติว่าเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องเหมือนกัน

วลี

promise a greater sum of happiness: บอกประโยชน์ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น

ใน a longer life should promise a greater sum of happiness คำว่า promise หมายถึง “แสดงศักยภาพว่าจะนำมาซึ่ง” หรือ “ทำให้มีเหตุผลที่จะคาดหวัง” ประธาน a longer life ไม่ได้ให้คำมั่น แต่กำลังถูกประเมินว่าเป็นสิ่งที่น่าจะก่อให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง โครงสร้างคือ “สิ่งหรือสถานการณ์ + promise + ผลลัพธ์ที่คาดหวัง” เช่น a plan promises benefits ส่วน Should เพิ่มความคาดหวังที่มีเหตุผลรองรับ ดังนั้น should promise จึงบอกแนวโน้มที่ดี ไม่ใช่การรับประกัน

แบบฝึกหัด

promises ใน The new battery design promises longer life หมายถึงอะไร

  1. ปฏิเสธที่จะมอบสิ่งนั้น
  2. แสดงศักยภาพว่าจะมอบสิ่งนั้นได้
  3. ให้คำมั่นด้วยคำพูดว่าจะมอบสิ่งนั้น
ดูคำตอบ

แสดงศักยภาพว่าจะมอบสิ่งนั้นได้

So perhaps saving the smaller ship ลำดับความ

2:18

ดังนั้นบางทีการช่วยยานลำที่เล็กกว่า

actually has the potential to generate the most happiness.

2:20

อาจมีศักยภาพในการสร้างความสุขได้มากที่สุดจริงๆ

ลำดับความ

So perhaps ... actually ...: ปรับข้อสรุปที่คาดไว้ด้วยความระมัดระวัง

So แสดงว่าข้อความนี้เป็นข้อสรุปที่ได้จากเหตุผลก่อนหน้า ส่วน perhaps ทำให้ข้อสรุปนั้นเป็นเพียงสิ่งที่อาจเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน Actually ชี้ว่าผลลัพธ์ขัดกับความคาดหมายแรกที่ดูชัดเจนกว่า เมื่อใช้ So perhaps ... actually ... ร่วมกัน ผู้พูดจะปรับการตัดสินใจเดิมอย่างระมัดระวังได้ว่า ตัวเลือกที่ดูไม่น่าเป็นไปได้อาจกลับให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดบอกหน้าที่ของ So perhaps ... actually ... ในตัวอย่างได้ดีที่สุด

  1. บอกลำดับที่การกระทำทางกายภาพสองอย่างเกิดขึ้น
  2. นำเสนอข้อสรุปอย่างระมัดระวังเพื่อปรับความคาดหมายเดิม
  3. เปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยความมั่นใจเต็มที่
ดูคำตอบ

นำเสนอข้อสรุปอย่างระมัดระวังเพื่อปรับความคาดหมายเดิม

If all these calculations feel a bit cold, น้ำเสียง/เจตนา

2:24

หากการคำนวณทั้งหมดนี้ดูเลือดเย็นไปหน่อย

you may want to consider a different approach.

2:26

คุณอาจต้องการพิจารณาแนวทางที่แตกต่างออกไป

น้ำเสียง/เจตนา

feel a bit cold: ดูห่างเหินและขาดความอบอุ่นทางอารมณ์

ใน feel a bit cold คำว่า cold ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการคำนวณที่ดูห่างเหินทางอารมณ์หรือขาดความเห็นอกเห็นใจ ไม่ได้หมายถึงมีอุณหภูมิต่ำจริง ๆ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ยอมรับว่าผู้ฟังอาจรู้สึกเช่นนั้น โดยไม่ได้บอกว่าทุกคนต้องรู้สึกเหมือนกัน ส่วน a bit ช่วยลดความแรงของคำวิจารณ์ ทำให้ผู้พูดคำนึงถึงความไม่สบายใจของผู้ฟังและเปลี่ยนไปสู่แนวทางอื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ดูขาดความอบอุ่นหรือความเห็นอกเห็นใจเล็กน้อย”: The automated apology may ____ to an upset customer.

ดูคำตอบ

feel a bit cold

The philosopher Derek Parfit argues we should give priority to the worse off, วลี

2:29

นักปรัชญา ดีเรก พาร์ฟิต แย้งว่าเราควรให้ความสำคัญกับผู้ที่ลำบากกว่า

since benefits to those groups matter more than equivalent benefits to the well-off. ไวยากรณ์

2:33

เนื่องจากผลประโยชน์ที่กลุ่มนั้นได้รับมีความสำคัญมากกว่าผลประโยชน์ที่เท่าเทียมกันของผู้ที่มีฐานะดี

วลี

give priority to the worse off: ช่วยผู้ที่เสียเปรียบกว่าก่อน

give priority to + คำนาม หมายถึงการถือว่าบุคคล กลุ่ม หรือความต้องการนั้นสำคัญกว่าเมื่อต้องเลือกหรือเมื่อทรัพยากรมีจำกัด ในประโยคนี้ we should give priority to the worse off หมายถึงควรช่วยผู้ที่มีสภาพชีวิตหรือทรัพยากรที่ด้อยกว่าก่อน the worse off ทำให้วลีเปรียบเทียบ worse off ทำหน้าที่เป็นนามวลีที่หมายถึงผู้ที่มีสถานการณ์โดยรวมไม่มั่นคงหรือเสียเปรียบกว่า โดยสื่อถึงความเสียเปรียบด้านเงิน สุขภาพ หรือสภาพความเป็นอยู่ ไม่ใช่แค่รู้สึกแย่ชั่วครู่

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนที่ตรงกับในบทเรียนนี้เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: When aid is limited, the policy says we should ____.

ดูคำตอบ

give priority to the worse off

ไวยากรณ์

since benefits ... matter more: ใช้ since เพื่อบอกเหตุผล

ในที่นี้ since หมายถึง because หรือ “เพราะ” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย since ให้เหตุผลสนับสนุนข้อกล่าวก่อนหน้าว่าควรให้ความสำคัญกับผู้ที่มีสภาพความเป็นอยู่ด้อยกว่า ไม่ได้ระบุจุดเริ่มต้นของเวลา ประโยชน์ที่ those groups ได้รับถูกเปรียบเทียบกับ equivalent benefits ที่ the well-off ได้รับ คำว่า equivalent ทำให้ขนาดของประโยชน์เท่ากัน ส่วน matter more บอกว่าความสำคัญต่างกันตามผู้ที่ได้รับ ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงสนับสนุนข้อกล่าวก่อนหน้าแทนที่จะเพิ่มหัวข้อใหม่

แบบฝึกหัด

since ในตัวอย่างมีความหมายใด?

  1. ตั้งแต่เวลาที่; ใช้บอกจุดเริ่มต้น
  2. เพราะ; ใช้บอกเหตุผล
  3. แม้ว่า; ใช้บอกความขัดแย้ง
ดูคำตอบ

เพราะ; ใช้บอกเหตุผล

In this view,

2:39

ในมุมมองนี้

it's more urgent to help those whose basic needs aren't met, ไวยากรณ์

2:40

การช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานถือเป็นเรื่องเร่งด่วนกว่า

even if they're harder to help than those who are flourishing. ลำดับความ

2:43

แม้ว่าพวกเขาจะช่วยเหลือได้ยากกว่าผู้ที่กำลังเจริญรุ่งเรืองก็ตาม

ไวยากรณ์

การช่วยผู้ที่ความต้องการพื้นฐานยังไม่ได้รับการตอบสนองเป็นเรื่องเร่งด่วนกว่า

โครงสร้าง it is + adjective + to-infinitive ใช้ประเมินการกระทำ ในที่นี้ it's more urgent to help หมายความว่าการช่วยคนกลุ่มนี้ควรได้รับความสำคัญมากกว่าการช่วยอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ได้หมายความเพียงว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นเร็วกว่า Those หมายถึง “คนเหล่านั้น” และ whose basic needs aren't met เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ระบุว่าพวกเขาคือใคร ในที่นี้ whose แสดงความสัมพันธ์ระหว่างคนเหล่านั้นกับความต้องการของพวกเขา ไม่ใช่คำถามที่แปลว่า “ของใคร?”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบความเร่งด่วนจากบทเรียนนี้: Because the fire is spreading toward one neighborhood, it is ____ evacuate residents there first.

ดูคำตอบ

more urgent to

ลำดับความ

แม้ว่าพวกเขาจะช่วยเหลือได้ยากกว่าผู้ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

Even if ใช้แสดงการยอมรับข้อแม้ โดยเพิ่มอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นแต่ไม่ล้มล้างลำดับความสำคัญที่กล่าวไว้ก่อนหน้า อนุประโยคนี้ยอมรับว่าคนกลุ่มนี้อาจช่วยเหลือได้ยากกว่า แต่ข้อสรุปที่ว่าการช่วยพวกเขาเร่งด่วนกว่ายังคงเดิม Harder to help than สร้างการเปรียบเทียบกับ those who are flourishing ในที่นี้ flourishing หมายถึงการใช้ชีวิตอย่างมั่นคงและไปได้ดี ไม่ได้หมายถึงการเจริญงอกงามเหมือนพืชตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We will deliver the medicine even if the road is closed,” คำว่า even if สื่อความหมายใด?

  1. จะนำยาไปส่งเฉพาะเมื่อถนนปิดเท่านั้น
  2. ความเป็นไปได้ที่ถนนจะปิดจะไม่เปลี่ยนแผนการนำยาไปส่ง
  3. ผู้พูดรู้ว่ายาถูกนำไปส่งแล้ว
ดูคำตอบ

ความเป็นไปได้ที่ถนนจะปิดจะไม่เปลี่ยนแผนการนำยาไปส่ง

But often determining which group is truly worse off can get complicated fast. ลำดับความ

2:47

แต่บ่อยครั้งที่การตัดสินว่ากลุ่มใดกำลังลำบากกว่าจริงๆ อาจกลายเป็นเรื่องซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว

ลำดับความ

But ... can get complicated fast: จากหลักการสู่ความยากในทางปฏิบัติ

But แสดงการเปลี่ยนจากหลักการหรือความคาดหมายที่กล่าวไว้ก่อนหน้าไปสู่อุปสรรคในทางปฏิบัติ คำนี้บอกผู้ฟังว่าประเด็นถัดไปจะจำกัดหรือทำให้แนวคิดก่อนหน้าซับซ้อนขึ้น อนุประโยค -ing determining which group is truly worse off เป็นประธานของประโยค can get complicated fast หมายถึงงานในการตัดสินอาจยากขึ้นอย่างรวดเร็วและเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย โดย fast บอกว่างานนั้นซับซ้อนขึ้นเร็วเพียงใด

แบบฝึกหัด

But ... can get complicated fast ทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผลนี้

  1. เปลี่ยนจากแนวคิดทั่วไปไปสู่ความยากในการนำไปใช้
  2. บอกว่าการอภิปรายจบลงแล้ว
  3. บอกว่าตัวกลุ่มต่าง ๆ กำลังซับซ้อนขึ้น
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากแนวคิดทั่วไปไปสู่ความยากในการนำไปใช้

In our case,

2:52

ในกรณีของเรา

Earth is still beset by drastic inequalities in wealth and opportunity. การใช้คำ

2:53

โลกยังคงประสบกับความไม่เท่าเทียมกันอย่างรุนแรงในด้านความมั่งคั่งและโอกาส

การใช้คำ

be beset by drastic inequalities in wealth and opportunity: เผชิญกับความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรงด้านความมั่งคั่งและโอกาส

be beset by หมายถึงการได้รับความเดือดร้อนอย่างรุนแรงและต่อเนื่องจากสิ่งที่เป็นปัญหา ในประโยคนี้ Earth หมายถึงสังคมมนุษย์โดยรวม และ still แสดงว่าปัญหานั้นยังดำเนินอยู่ drastic inequalities in wealth and opportunity หมายถึงช่องว่างอย่างรุนแรงในทรัพยากรและโอกาสของผู้คน สองด้านที่ตามหลัง in บอกว่าความไม่เท่าเทียมเกิดขึ้นในเรื่องใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนเป้าหมายที่ใช้ beset: The coastal town is still ____ repeated flooding.

ดูคำตอบ

beset by

And those able to afford a vacation on New Lindley ไวยากรณ์

2:58

และผู้ที่สามารถจ่ายค่าพักผ่อนบนนิวลินด์ลีย์

and transport on a luxury cruiser

3:01

รวมถึงค่าเดินทางด้วยยานสุดหรูได้

are no doubt among the most well-off people on the planet. วลี

3:03

เป็นกลุ่มคนที่มีฐานะดีที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

ไวยากรณ์

those able to afford ...: those + วลีคุณศัพท์

ใน those able to afford ... คำว่า those หมายถึง “คนที่ตรงตามคำอธิบายที่ตามมา” วลีคุณศัพท์ able to afford ... วางหลัง those เพื่อระบุว่าหมายถึงคนกลุ่มใด และมีความหมายเท่ากับ those who are able to afford .... ส่วนที่ไฮไลต์ทั้งหมดเป็นประธานของประโยค กริยาแท้หลักของประธานนี้คือ are ที่อยู่ถัดไป ดังนั้น able to afford จึงไม่ใช่ประโยคหลักที่สมบูรณ์ รูปแบบกระชับ those + วลีคุณศัพท์ พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษที่เป็นทางการหรือมีข้อมูลหนาแน่น

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ able to afford a vacation on New Lindley and transport on a luxury cruiser ทำหน้าที่อะไร?

  1. อธิบายเรือลาดตระเวนสุดหรู
  2. เป็นวลีกริยาหลักของทั้งประโยค
  3. อธิบายว่า those หมายถึงคนกลุ่มใด
ดูคำตอบ

อธิบายว่า those หมายถึงคนกลุ่มใด

วลี

no doubt among the most well-off people: การจัดเข้ากลุ่มระดับบนอย่างมั่นใจ

no doubt ช่วยเน้นการตัดสินว่า คนเหล่านี้อยู่ในกลุ่มคนที่มั่งคั่งที่สุดบนดาวเคราะห์ดวงนี้อย่างชัดเจน รูปแบบ be among the most + คำคุณศัพท์ + คำนามพหูพจน์ จัดให้คนหรือสิ่งใดอยู่ในกลุ่มระดับบน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอันดับหนึ่งเพียงรายเดียว well-off หมายถึงมีฐานะทางการเงินที่ดีหรือมั่งคั่ง ในที่นี้ใช้บรรยายสภาพทางเศรษฐกิจ ไม่ได้หมายถึงสุขภาพ ความสุข หรือความหมายตามตัวอักษรของ well และ off

แบบฝึกหัด

no doubt among the most well-off people ในประโยคนี้สื่อความหมายว่าอย่างไร?

  1. พวกเขาอาจสุขภาพดี แต่ไม่ทราบฐานะทางการเงิน
  2. พวกเขาทุกคนเป็นบุคคลเดียวที่ร่ำรวยที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น
  3. พวกเขาอยู่ในกลุ่มที่มั่งคั่งที่สุดกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน
ดูคำตอบ

พวกเขาอยู่ในกลุ่มที่มั่งคั่งที่สุดกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน

The workers, by contrast, ลำดับความ

3:07

ในทางตรงกันข้าม กลุ่มแรงงาน

are among the most disadvantaged,

3:09

จัดอยู่ในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่สุด

traveling away from home for months at a time to perform service work. ไวยากรณ์

3:11

พวกเขาต้องเดินทางห่างจากบ้านเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อทำงานบริการ

ลำดับความ

The workers, by contrast: แสดงการเปรียบเทียบที่ชัดเจน

by contrast แสดงว่าคนงานแตกต่างอย่างชัดเจนจากนักท่องเที่ยวผู้มั่งคั่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ และส่งสัญญาณให้ผู้ฟังเปรียบเทียบคนสองกลุ่ม โดยเฉพาะสถานะทางเศรษฐกิจของพวกเขา เมื่อวาง by contrast หลังประธานและคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค สำนวนนี้จะช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้งว่า กลุ่มแรกมีฐานะดี แต่คนงานอยู่ในกลุ่มที่เสียเปรียบมากที่สุด จึงเป็นคำบอกโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงคำเติม

แบบฝึกหัด

by contrast ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. แสดงว่าคนงานกับนักท่องเที่ยวอยู่ในสถานะเดียวกัน
  2. แสดงว่าคนงานแตกต่างอย่างชัดเจนจากนักท่องเที่ยวผู้มั่งคั่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
  3. ใช้บอกช่วงเวลาที่คนงานเดินทาง
ดูคำตอบ

แสดงว่าคนงานแตกต่างอย่างชัดเจนจากนักท่องเที่ยวผู้มั่งคั่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

ไวยากรณ์

traveling away from home ... to perform service work: อนุประโยค -ing ที่เพิ่มเข้ามา

เครื่องหมายจุลภาคนำเข้าสู่อนุประโยค -ing คือ traveling away from home ... to perform service work ซึ่งให้ข้อมูลพื้นหลังเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนงาน ประโยคหลักที่สมบูรณ์คือ The workers ... are among the most disadvantaged ดังนั้น are จึงเป็นกริยาที่ผันตามกาล ส่วน traveling ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวหนึ่ง ภายในอนุประโยคที่เพิ่มเข้ามา for months at a time หมายถึงการอยู่ไกลบ้านแต่ละครั้งกินเวลาหลายเดือน และ to perform service work บอกจุดประสงค์ของการเดินทาง โครงสร้างนี้ช่วยย่อข้อมูลเสริมไว้หลังประโยคหลักที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ traveling away from home ... to perform service work ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อย่างไร?

  1. อนุประโยค -ing ที่เพิ่มข้อมูลพื้นหลังเกี่ยวกับคนงาน
  2. กริยาหลักที่ผันตามกาลของประโยค
  3. นามวลีที่ระบุชื่องานของคนงาน
ดูคำตอบ

อนุประโยค -ing ที่เพิ่มข้อมูลพื้นหลังเกี่ยวกับคนงาน

With fewer resources and opportunities, ไวยากรณ์

3:15

ด้วยทรัพยากรและโอกาสที่น้อยกว่า

it's likely they've experienced more hardship in their lives than the vacationers.

3:17

มีความเป็นไปได้ว่าพวกเขาเคยผ่านความยากลำบากในชีวิตมามากกว่ากลุ่มนักท่องเที่ยว

ไวยากรณ์

With fewer resources and opportunities, ...: วางกรอบสถานการณ์

With fewer resources and opportunities ที่อยู่ต้นประโยคใช้วางกรอบสถานการณ์ให้กับข้อ判断ที่ตามมา มีความหมายประมาณว่า “ในสถานการณ์ที่พวกเขามีทรัพยากรและโอกาสน้อยกว่า” และช่วยอธิบายว่าทำไมจึงมองว่าพวกเขาน่าจะเคยเผชิญความยากลำบาก ในที่นี้ with + นามวลีให้ข้อมูลพื้นหลังแก่ประโยคหลักทั้งหมด ความสัมพันธ์ที่แน่นอนอาจเป็นสถานการณ์ เงื่อนไข หรือเหตุผล ซึ่งต้องอนุมานจากบริบท โดย with ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “อยู่ด้วยกันกับใครบางคน”

แบบฝึกหัด

วลีต้นประโยค “With fewer resources and opportunities,” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้บอกว่าคนเหล่านั้นเดินทางไปพร้อมกับทรัพยากร
  2. วลีนี้แจกแจงทรัพยากรที่เป็นของกลุ่มนักท่องเที่ยว
  3. วลีนี้วางกรอบสถานการณ์ที่อยู่เบื้องหลังข้อ判断ที่ตามมา
ดูคำตอบ

วลีนี้วางกรอบสถานการณ์ที่อยู่เบื้องหลังข้อ判断ที่ตามมา

So maybe they're more deserving of rescue. การใช้คำ

3:21

บางทีพวกเขาจึงสมควรได้รับการช่วยเหลือมากกว่า

การใช้คำ

they're more deserving of rescue: ประเมินว่าใครสมควรได้รับความช่วยเหลือมากกว่า

ใน they’re more deserving of rescue นั้น deserving of หมายถึง “สมควรได้รับ” ส่วน more ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ โดยผู้พูดกำลังเสนอว่ากลุ่มนี้มีเหตุผลหรือคุณสมบัติที่สมควรได้รับการช่วยเหลือมากกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง วลีนี้แสดงการประเมินเรื่องความสมควร ความเป็นธรรม หรือลำดับความสำคัญทางศีลธรรม ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาต้องการให้ช่วยเหลือมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเปรียบเทียบของ deserving และคำบุพบทที่ต้องใช้: Of the two projects, the one serving more people is ____ public funding.

ดูคำตอบ

more deserving of

On the other hand, ลำดับความ

3:23

ในทางกลับกัน

the students have experienced less life overall, ลำดับความ

3:24

โดยรวมแล้วพวกนักศึกษาใช้ชีวิตมาน้อยกว่า

so perhaps they're worse off.

3:27

บางทีพวกเขาอาจจะแย่กว่าก็ได้

ลำดับความ

On the other hand: การเปลี่ยนไปสู่มุมมองที่ต่างออกไป

On the other hand เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่เปลี่ยนจากข้อพิจารณาหนึ่งไปยังอีกข้อหนึ่งซึ่งชี้ไปคนละทิศทาง คำนี้ทำหน้าที่จัดโครงสร้างข้อโต้แย้ง โดย hand ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอวัยวะของร่างกาย ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังเหตุผลที่อาจเข้าข้างนักเรียน ประเด็นใหม่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าประเด็นก่อนหน้าผิด แต่เป็นการเพิ่มอีกด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมข้อความเปรียบต่างด้วยคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่เรียนในข้อนี้: The apartment is small. ____, it is close to the station.

ดูคำตอบ

On the other hand

ลำดับความ

less life overall, so perhaps they're worse off: การสรุปอย่างไม่ฟันธง

อนุประโยคนี้เริ่มด้วยการเสนอปัจจัยหนึ่ง คือโดยรวมแล้วนักเรียนผ่านชีวิตมาน้อยกว่า ในที่นี้ less life overall หมายถึงมีประสบการณ์ชีวิตสะสมหรือเวลาที่ใช้ชีวิตมาน้อยกว่า ไม่ได้หมายถึงมีคุณภาพชีวิตต่ำกว่า so เปลี่ยนปัจจัยนั้นให้เป็นข้อสรุป ส่วน perhaps บอกว่าข้อสรุปนี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน worse off หมายถึงอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบกว่าในการเปรียบเทียบนี้ และไม่ได้จำกัดว่าต้องยากจนกว่าเท่านั้น

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในข้อโต้แย้งนี้

  1. เสนอปัจจัยหนึ่ง แล้วใช้ so เพื่อสรุปอย่างไม่ฟันธง และใช้ perhaps เพื่อแสดงความไม่แน่นอน
  2. สรุปเพียงว่านักเรียนมีเงินน้อยกว่า
  3. ระบุเป็นข้อเท็จจริงว่านักเรียนมีคุณภาพชีวิตต่ำกว่า
ดูคำตอบ

เสนอปัจจัยหนึ่ง แล้วใช้ so เพื่อสรุปอย่างไม่ฟันธง และใช้ perhaps เพื่อแสดงความไม่แน่นอน

Or maybe none of these variables should influence our decision. ลำดับความ

3:29

หรือบางทีตัวแปรเหล่านี้อาจไม่ควรมีผลต่อการตัดสินใจของเราเลย

ลำดับความ

Or maybe … ปัจจัยเหล่านี้ไม่ควรมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเรา

Or maybe ใช้เพื่อเสนอความเป็นไปได้หรือจุดยืนอีกแบบหนึ่งในการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่ได้บังคับให้ยอมรับข้อสรุปใหม่ แต่เพิ่มทางเลือกให้พิจารณาอย่างนุ่มนวล ในประโยคนี้ ผู้พูดเสนอว่าปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวถึงไม่ควรมีผลต่อการตัดสินใจ ในประโยคนี้ variables หมายถึงปัจจัยที่อาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ไม่ได้หมายถึงตัวไม่ทราบค่าในคณิตศาสตร์เท่านั้น อาจรวมถึงจำนวนคน จำนวนปีของชีวิต ความมั่งคั่ง หรือสถานการณ์ส่วนบุคคลเมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

Or maybe ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. แสดงว่าผู้พูดกำลังแก้คำที่สะกดผิด
  2. บอกว่าผู้พูดไม่รู้เลยว่าควรทำอะไร
  3. เสนอจุดยืนที่เป็นไปได้อีกแบบในการอภิปราย
ดูคำตอบ

เสนอจุดยืนที่เป็นไปได้อีกแบบในการอภิปราย

The philosopher John Taurek famously argued that in these types of cases, วลี

3:33

นักปรัชญา จอห์น ทอเร็ก เคยโต้แย้งอย่างโด่งดังว่าในกรณีประเภทนี้

the numbers don't count. สำนวน

3:37

ตัวเลขไม่สำคัญ

วลี

in these types of cases … จำกัดข้อกล่าวอ้างไว้ที่สถานการณ์ประเภทหนึ่ง

in these types of cases ใช้จำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้างที่ตามมา หมายความว่าข้อกล่าวอ้างนั้นใช้กับสถานการณ์ประเภทใดประเภทหนึ่ง ไม่ได้ใช้กับทุกสถานการณ์โดยอัตโนมัติ คำว่า these ชี้กลับไปยังกรณีที่ได้ระบุไว้หรือเข้าใจได้จากการอภิปรายรอบข้าง ในที่นี้ cases หมายถึงสถานการณ์หรือตัวอย่างที่กำลังอภิปราย ไม่จำเป็นต้องหมายถึงคดีความ โครงสร้างนี้ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงหลักการหรือข้อสรุปโดยไม่เหมารวมเกินไป

แบบฝึกหัด

in these types of cases ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. จำกัดข้อกล่าวอ้างไว้ที่สถานการณ์ประเภทใดประเภทหนึ่ง
  2. แสดงว่าผู้พูดกำลังพูดถึงคดีในศาล
  3. บอกว่าข้อกล่าวอ้างใช้ได้กับทุกสถานการณ์
ดูคำตอบ

จำกัดข้อกล่าวอ้างไว้ที่สถานการณ์ประเภทใดประเภทหนึ่ง

สำนวน

the numbers don't count: count หมายถึง “มีความสำคัญ”

ในอนุประโยค the numbers don't count คำว่า count หมายถึง “สำคัญ” หรือ “มีน้ำหนักต่อการตัดสินใจ” ส่วน the numbers หมายถึงจำนวนคนในแต่ละฝ่าย ดังนั้นข้ออ้างนี้จึงหมายความว่า ฝ่ายที่มีคนมากกว่าไม่ควรเป็นตัวกำหนดโดยอัตโนมัติว่าควรทำอย่างไร นี่เป็นการใช้ count ในความหมายไม่ตรงตัว ไม่ได้หมายความว่าคำนวณตัวเลขไม่ได้หรือว่าตัวเลขไม่มีอยู่จริง

แบบฝึกหัด

the numbers don't count ในข้ออ้างนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดลืมจำนวนรวม
  2. ตัวเลขเหล่านี้ไม่สามารถคำนวณได้
  3. ความแตกต่างด้านจำนวนคนไม่ควรเป็นตัวกำหนดการตัดสินใจ
ดูคำตอบ

ความแตกต่างด้านจำนวนคนไม่ควรเป็นตัวกำหนดการตัดสินใจ

Each person is deserving of equal concern and respect, วลี

3:40

แต่ละคนสมควรได้รับความห่วงใยและความเคารพอย่างเท่าเทียมกัน

วลี

Each person is deserving of equal concern and respect: แต่ละคนสมควรได้รับความใส่ใจและความเคารพอย่างเท่าเทียมกัน

Each person เน้นที่คนแต่ละคนเป็นรายบุคคล ส่วน is deserving of หมายถึง “สมควรได้รับ” หรือ “คู่ควรที่จะได้รับ” และ equal concern and respect ระบุสิ่งที่ทุกคนควรได้รับ concern ในที่นี้หมายถึงการให้ความสำคัญอย่างจริงจังต่อผลประโยชน์และความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคล ไม่ใช่ความกังวลหรือความกลัว ประโยคนี้เป็นวิธีที่เป็นทางการในการกล่าวว่าทุกคนมีสถานะทางศีลธรรมเท่าเทียมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ be deserving of และวลี equal concern and respect: In a fair school, every student ____.

ดูคำตอบ

is deserving of equal concern and respect

so the best way to decide which passengers to save is to flip a coin. ไวยากรณ์

3:43

วิธีที่ดีที่สุดในการตัดสินใจว่าจะช่วยผู้โดยสารคนใดก็คือการโยนเหรียญ

ไวยากรณ์

the best way to ... is to ... และ flip a coin

โครงสร้าง the best way to + คำกริยา ... is to + คำกริยา ... จะบอกเป้าหมายก่อน แล้วจึงบอกวิธีที่เห็นว่าดีที่สุด ในประโยคนี้ เป้าหมายคือการตัดสินใจว่าจะช่วยผู้โดยสารคนใด และวิธีคือการโยนเหรียญ ในบริบทของการตัดสินใจ flip a coin หมายถึงปล่อยให้ผลจากการโยนเหรียญเป็นตัวกำหนดตัวเลือกแบบสุ่ม ซึ่งมักใช้กับสองทางเลือก จุดสำคัญคือการตัดสินใจแบบสุ่ม ไม่ใช่เพียงการโยนเหรียญจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง the best way to ... is to ...: The ____ solve this puzzle is ____ look for a repeating pattern.

ดูคำตอบ

best way to · to

While this might seem arbitrary at first, ลำดับความ

3:48

แม้ว่าในตอนแรกอาจดูเหมือนทำตามอำเภอใจ

this approach treats all parties equally, ลำดับความ

3:50

แต่วิธีการนี้ปฏิบัติต่อทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม

giving each individual an equal chance of being rescued.

3:53

โดยให้แต่ละคนมีโอกาสได้รับการช่วยเหลือเท่าๆ กัน

ลำดับความ

While this might seem arbitrary at first: ยอมรับข้อโต้แย้งก่อน

while ในที่นี้หมายถึง although หรือ «แม้ว่า» ไม่ได้หมายถึง «ในระหว่างที่» อนุประโยคเปิดยอมรับปฏิกิริยาแรกที่อาจเกิดขึ้นว่า วิธีนี้อาจดูเหมือนเป็นการตัดสินตามอำเภอใจ อนุประโยคนี้จัดลำดับเหตุผลโดยยอมรับข้อกังวลก่อน แล้วให้ประโยคหลักตอบด้วยเหตุผล might seem ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าว ส่วน at first แสดงว่าการตัดสินนั้นเป็นเพียงความประทับใจแรกที่อาจเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

อนุประโยคเปิด While this might seem arbitrary at first ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. แสดงว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
  2. บอกเหตุผลว่าวิธีนี้เป็นการตัดสินตามอำเภอใจเพราะอะไร
  3. ยอมรับข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้นก่อน แล้วจึงตอบข้อโต้แย้งนั้น
ดูคำตอบ

ยอมรับข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้นก่อน แล้วจึงตอบข้อโต้แย้งนั้น

ลำดับความ

treats all parties equally, giving...: เติมผลลัพธ์ด้วย giving...

ประโยคหลัก this approach treats all parties equally บอกใจความสำคัญว่าแนวทางนี้ปฏิบัติต่อทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ส่วน giving each individual... หลังเครื่องหมายจุลภาคอธิบายว่าความเท่าเทียมนั้นเกิดผลอย่างไร คือแนวทางนี้ให้แต่ละคนมีโอกาสได้รับการช่วยเหลือเท่ากัน giving เริ่มอนุประโยคกริยารูป -ing ไม่ได้เริ่มประโยคหลักใหม่ อนุประโยคนี้บอกผลลัพธ์หรือผลที่เป็นรูปธรรมจากสถานการณ์ทั้งหมดข้างหน้า โครงสร้างนี้ช่วยให้กล่าวถึงการกระทำหรือหลักการก่อน แล้วจึงเติมผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ give เพื่อให้อนุประโยคสุดท้ายบอกผลของนโยบาย: The policy treats every applicant equally, ____ each person the same chance to speak.

ดูคำตอบ

giving

Could any passenger argue that they're being treated unfairly by a coin flip? น้ำเสียง/เจตนา

3:57

จะมีผู้โดยสารคนไหนแย้งได้ไหมว่าตนถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากการโยนเหรียญ?

น้ำเสียง/เจตนา

Could any passenger argue that...?: คำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อชี้นำการตัดสิน

Could any passenger argue that...? มีรูปเป็นคำถาม แต่ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้ถามหาข้อมูลอย่างเป็นกลาง แต่คาดหวังข้อสรุปว่าไม่มีผู้โดยสารคนใดสามารถกล่าวอ้างเรื่องการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือ Could ถามว่าข้อโต้แย้งดังกล่าวมีความเป็นไปได้อย่างสมเหตุสมผลหรือสามารถปกป้องได้หรือไม่ ไม่ได้ถามว่าผู้โดยสารมีความสามารถทางกายภาพในการพูดหรือโต้แย้งหรือไม่ คำถามนี้ชวนให้ผู้ฟังตัดสินไปในทางเดียวกับผู้พูดด้วยตนเอง แทนที่ผู้พูดจะบอกข้อสรุปโดยตรง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลักด้วยคำถาม Could any passenger argue that they're being treated unfairly by a coin flip?

  1. ขอชื่อผู้โดยสารที่ยื่นเรื่องร้องเรียนแล้ว
  2. ชี้นำให้ผู้ฟังสรุปว่าเป็นเรื่องยากที่จะกล่าวอ้างเรื่องความไม่เป็นธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือ
  3. ถามว่าผู้โดยสารมีความสามารถทางกายภาพในการพูดหรือไม่
ดูคำตอบ

ชี้นำให้ผู้ฟังสรุปว่าเป็นเรื่องยากที่จะกล่าวอ้างเรื่องความไม่เป็นธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือ

It's tough to say, น้ำเสียง/เจตนา

4:02

ตอบยากนะ

but how they and you feel about the result may be another dilemma altogether. ลำดับความ

4:04

แต่ความรู้สึกของพวกเขาและคุณเกี่ยวกับผลลัพธ์อาจเป็นภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอีกเรื่องหนึ่งเลย

น้ำเสียง/เจตนา

It's tough to say: การตอบอย่างระมัดระวัง

It's tough to say หมายถึงบางสิ่งตัดสินได้ยากหรือสรุปให้ชัดเจนได้ไม่ง่าย โดย tough ในที่นี้หมายถึง “ยาก” ไม่ได้หมายถึง “แข็ง” ในทางกายภาพ ผู้พูดยอมรับว่าคำตอบยังไม่ชัดเจนและหลีกเลี่ยงการสรุปอย่างมั่นใจเกินไป ไม่ได้ปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องนั้น แต่กำลังบอกว่าต้องตัดสินอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ It's tough to say สื่อความหมายอะไร?

  1. การพูดต้องใช้แรงกาย
  2. ผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าคำตอบนั้นผิด
  3. คำตอบตัดสินได้ยาก
ดูคำตอบ

คำตอบตัดสินได้ยาก

ลำดับความ

but ... another dilemma altogether: เปลี่ยนไปสู่อีกประเด็นหนึ่ง

คำเชื่อม but เปลี่ยนการอภิปรายจากการตัดสินใจเดิมไปสู่ผลที่เกี่ยวข้อง คือผู้โดยสารและผู้ตัดสินใจอาจรู้สึกอย่างไรต่อผลลัพธ์ โดย how they and you feel about the result ทั้งหมดเป็นอนุประโยคคำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ may be another dilemma altogether แสดงว่าความรู้สึกเหล่านั้นเป็นปัญหาเพิ่มเติมที่แยกออกมาต่างหาก ไม่ใช่รายละเอียดเล็กน้อยของปัญหาแรก ในที่นี้ altogether หมายถึง “โดยสิ้นเชิง” หรือ “เป็นปัญหาในตัวเอง” ทำให้ตอนจบขยายประเด็นแทนที่จะคลี่คลายปัญหา

แบบฝึกหัด

อนุประโยค but ที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในประโยค?

  1. ยกเลิกภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเดิมและให้คำตอบสุดท้าย
  2. บอกว่าทุกคนจะรู้สึกเหมือนกันต่อผลลัพธ์
  3. เปลี่ยนจากการตัดสินใจไปสู่ปัญหาอีกเรื่องเกี่ยวกับปฏิกิริยาต่อผลลัพธ์
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากการตัดสินใจไปสู่ปัญหาอีกเรื่องเกี่ยวกับปฏิกิริยาต่อผลลัพธ์

Start practicing for tough decisions

4:09

เริ่มฝึกฝนสำหรับการตัดสินใจที่ยากลำบาก

using these five tips to improve your critical thinking.

4:12

โดยใช้เคล็ดลับห้าข้อนี้เพื่อพัฒนาการคิดเชิงวิพากษ์ของคุณ

Or if you've ever wanted to understand why people make irrational decisions,

4:17

หรือหากคุณเคยต้องการทำความเข้าใจว่าทำไมคนเราถึงตัดสินใจแบบไร้เหตุผล

this video might be for you.

4:22

วิดีโอนี้อาจเหมาะสำหรับคุณ