ความลับของการหักสปาเก็ตตี้ในมุมมองสโลว์โมชั่น - Smarter Every Day 127: บทเรียนภาษาอังกฤษ

SmarterEveryDay

ความยากในการเรียน
1,247 คำ 213 คำ/นาที

ภาพรวม: ที่ 250,000 เฟรมต่อวินาที Destin แสดงว่าการแตกเป็นลูกโซ่ของสปาเกตตีเกิดจากการเหยียดตรงที่ล่าช้าเพราะความโค้งและแรงบิดสวนทาง ไม่ใช่การสั่น ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “it's no surprise that”——กลุ่มคำสำเร็จรูป: เชื่อมหลักฐานก่อนหน้ากับข้อสรุปที่คาดได้ โดยไม่ถือว่าความสมเหตุผลคือการพิสูจน์แล้ว 2. “sheds some light into what's going on here.”——ภาษาภาพพจน์: เข้าใจ shed light ว่า “ทำให้ชัดเจน” และเลือกใช้รูปมาตรฐาน shed light on 3. “If the whole rod were to release at one time, it'd be fine,”——ไวยากรณ์: ใช้ were to กับ would เพื่อเปรียบเทียบกลไกสมมติกับสิ่งที่เกิดจริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Looks good to me.

0:00

ดูดีเลยสำหรับฉัน

Nice.

0:02

เยี่ยม

Hey, it's me Destin.

0:04

เฮ้ ฉันเดสตินเอง

Welcome back to Smarter Every Day.

0:04

ยินดีต้อนรับกลับสู่ Smarter Every Day

So, I'm going to show you something today that's fascinating.

0:06

วันนี้ฉันจะให้พวกคุณดูอะไรที่น่าทึ่ง

If you take a normal piece of dry spaghetti,

0:08

ถ้าคุณเอาเส้นสปาเก็ตตี้แห้งธรรมดามาสักเส้น

you can do this in your home,

0:11

คุณทำแบบนี้ที่บ้านได้นะ

and you bend it right up until the point it breaks. วลี

0:12

แล้วคุณก็งอจนกว่ามันจะหัก

วลี

right up until: การเน้นจุดสิ้นสุดที่แน่นอน

ในที่นี้ right up until หมายถึง “ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเวลาพอดีที่บางสิ่งเกิดขึ้น” การงอดำเนินต่อไปจนถึงจุดที่หัก ไม่ได้หยุดก่อนหน้านั้น right ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้เน้น ไม่ได้หมายถึงทิศทาง “ขวา” รูปแบบ right up until + เวลา เหตุการณ์ หรือขอบเขต ช่วยเน้นว่าจุดสิ้นสุดนั้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่เน้นจุดสิ้นสุดที่แน่นอนลงในประโยค: We kept rehearsing ____ the doors opened.

ดูคำตอบ

right up until

It doesn't do what you think it should. ไวยากรณ์

0:15

มันไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิดหรอก

ไวยากรณ์

what you think it should: อนุประโยค what ที่มีการละคำ

ใน what you think it should คำว่า what หมายถึง “สิ่งหรือการกระทำที่...” อนุประโยค what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ do สิ่งที่มันทำจริงจึงต่างจากสิ่งที่คุณคาดไว้ หลัง should มีการละกริยา do เพราะความหมายชัดเจนอยู่แล้วจากช่วงต้นของประโยค แนวคิดแบบเต็มคือ what you think it should do ในที่นี้ should แสดงความคาดหวังว่าสิ่งหนึ่งควรทำงานอย่างไร ไม่ได้กล่าวถึงหน้าที่ทางศีลธรรม

แบบฝึกหัด

ในประโยค “It doesn't do what you think it should,” วลี “what you think it should” หมายถึงอะไร

  1. สิ่งหรือการกระทำที่คุณคาดว่ามันจะทำ
  2. กฎที่บอกว่ามันมีหน้าที่ต้องทำ
  3. เหตุผลที่คุณคิดว่ามันควรทำบางอย่าง
ดูคำตอบ

สิ่งหรือการกระทำที่คุณคาดว่ามันจะทำ

It doesn't break into two pieces.

0:16

มันไม่ได้หักเป็นสองท่อน

It breaks into three.

0:18

มันหักเป็นสามท่อน

It happens almost every time.

0:21

มันเป็นแบบนี้เกือบทุกครั้งเลย

You see that?

0:22

เห็นไหม

That broke out of the middle.

0:23

มันหักออกมาจากตรงกลาง

Today on Smarter Every Day,

0:24

วันนี้ใน Smarter Every Day

we're going to wait till the kids finish their dinner,

0:25

เราจะรอจนกว่าเด็กๆ กินข้าวเย็นเสร็จ

and then we're going to break out the Phantom V1610 and record this at a quarter million frames per second. กริยาวลี

0:27

แล้วเราจะเอา Phantom V1610 ออกมาและบันทึกภาพนี้ที่ความเร็วสองแสนห้าหมื่นเฟรมต่อวินาที

กริยาวลี

“break out” ในความหมายว่านำอุปกรณ์พิเศษออกมาใช้

ในที่นี้ break out หมายถึงนำสิ่งของพิเศษหรือสิ่งที่เก็บไว้ออกมาแล้วเริ่มใช้งาน กรรมวางต่อจากกริยาวลีโดยตรง: break out the Phantom V1610 การใช้นี้มักทำให้สิ่งของนั้นดูน่าประทับใจ เป็นของที่เก็บไว้ใช้ในโอกาสพิเศษ หรือแตกต่างจากอุปกรณ์ตามปกติ ไม่ได้หมายความว่ากล้องหลบหนีออกมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ break out ในความหมายว่านำอุปกรณ์พิเศษออกมาใช้งาน

  1. Running in the heat can make some people break out.
  2. The prisoner tried to break out before sunrise.
  3. The forecast is clear, so let's break out the telescope.
  4. A small fire broke out in the kitchen.
ดูคำตอบ

The forecast is clear, so let's break out the telescope.

And we're going to unravel the secret of why spaghetti shatters the way it does. สำนวน

0:32

และเราจะมาไขความลับว่าทำไมสปาเก็ตตี้ถึงหักแบบนั้น

สำนวน

“unravel the secret of why” เพื่อไขสาเหตุที่ซ่อนอยู่

ความหมายตรงตัวของ unravel คือคลายเส้นด้ายที่พันกัน ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการสืบค้นคำถามที่ยากจนกระทั่งสาเหตุที่ซ่อนอยู่ชัดเจนขึ้น ใน unravel the secret of why spaghetti shatters ส่วน of why นำเข้าสู่คำถามที่กำลังหาคำตอบ นั่นคือทำไมมันจึงแตกแบบนั้น ส่วน secret หมายถึงสาเหตุที่ยังไม่เข้าใจ ไม่ใช่ข้อมูลลับที่ต้องปกปิด

แบบฝึกหัด

วลีใดสื่อชัดเจนที่สุดถึงการค่อย ๆ ไขสาเหตุที่ซับซ้อนและซ่อนอยู่

  1. find out why
  2. reveal why
  3. ask why
  4. unravel the secret of why
ดูคำตอบ

unravel the secret of why

You're getting smarter every day.

0:38

คุณกำลังฉลาดขึ้นทุกวัน

If you haven't already run to the kitchen, ไวยากรณ์

0:43

ถ้าคุณยังไม่ได้วิ่งไปที่ห้องครัว

do that now.

0:45

ไปตอนนี้เลย

ไวยากรณ์

If you haven't already ... do that now: ถ้ายังไม่ได้ทำ ให้ทำตอนนี้

วลี If you haven't already เปิดเงื่อนไขว่าผู้ฟังอาจยังทำการกระทำนั้นไม่เสร็จจนถึงตอนนี้ ในที่นี้ already อยู่ใน present perfect รูปปฏิเสธ haven't run จึงไม่ได้หมายความว่าการวิ่งนั้นเกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอน Do that now ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำทั้งหมดคือ run to the kitchen และใช้สั่งให้ทำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If you haven't already + กริยาช่องที่ 3 ..., do that now.

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งด้วยรูปแบบสองส่วนตามบทเรียนให้ตรงทั้งหมด: ____ saved your work, ____.

ดูคำตอบ

If you haven't already · do that now

Grab some spaghetti and goggle up cuz science is about to happen. ไวยากรณ์

0:46

หยิบสปาเก็ตตี้มาสักหน่อยแล้วใส่แว่นตาป้องกัน เพราะวิทยาศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว

ไวยากรณ์

is about to happen: กำลังจะเกิดขึ้น

Is about to happen ใช้โครงสร้าง be about to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าเหตุการณ์หนึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วมาก โดยปกติคือภายในไม่กี่อึดใจข้างหน้า About to เป็นสำนวนตายตัวที่บอกอนาคตอันใกล้ ในที่นี้ about ไม่ได้แปลว่าเกี่ยวกับ ในประโยคนี้ ผู้พูดสร้างความตื่นเต้นรอคอย เพราะกิจกรรมวิทยาศาสตร์กำลังจะเริ่ม รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและกาล: it is about to happen; they were about to leave.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกชัดเจนที่สุดว่างานจะเริ่มภายในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า

  1. The show starts every Friday.
  2. The show is about to start.
  3. The show might start next year.
ดูคำตอบ

The show is about to start.

One at a time,

0:50

ทีละเส้นนะ

grab a noodle on both ends and bend it until it breaks.

0:50

จับปลายทั้งสองข้างแล้วงอจนมันหัก

You'll notice that the majority of the noodles break into more than two pieces.

0:54

คุณจะสังเกตเห็นว่าส่วนใหญ่มันจะหักเป็นมากกว่าสองท่อน

Now,

0:57

ทีนี้

you might not think this is a big deal, ลำดับความ

0:57

คุณอาจจะคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่

but it's a really big deal.

0:59

แต่มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก

ลำดับความ

คุณอาจคิดว่าไม่สำคัญ... แต่จริง ๆ แล้วสำคัญมาก

ประโยคนี้ใช้กรอบการแก้ความเข้าใจสองส่วน โดย you might not think... คาดการณ์ปฏิกิริยาที่ผู้ฟังน่าจะมี และ but นำเสนอความเห็นที่ตรงกันข้ามของผู้พูด การพูด big deal ซ้ำทำให้เห็นการพลิกมุมมองได้ชัดเจน ในที่นี้ a big deal หมายถึงเรื่องสำคัญหรือเรื่องร้ายแรง ไม่ใช่ข้อตกลงทางธุรกิจ โครงสร้างนี้ย้ายความสนใจจากการประเมินที่คาดว่าจะมองว่าไม่สำคัญ ไปยังประเด็นที่ผู้พูดต้องการเน้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยอมรับก่อนว่าผู้ฟังอาจประเมินบางสิ่งต่ำเกินไป แล้วจึงแก้ความคิดนั้นอย่างหนักแน่น?

  1. You might not think the delay is a big deal, but it's a really big deal.
  2. The delay is a big deal, and everyone already knows it.
  3. You might think the delay is serious, so there is nothing more to explain.
ดูคำตอบ

You might not think the delay is a big deal, but it's a really big deal.

You see, it's really easy to understand why bending a rod makes it break into two pieces. ไวยากรณ์

1:01

คุณรู้ไหม การจะเข้าใจว่าทำไมการงอแท่งไม้ถึงทำให้มันหักเป็นสองท่อนนั้นง่ายมาก

ไวยากรณ์

makes it break: make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน

ใน makes it break คำว่า make ทำหน้าที่เป็นคำกริยาแสดงเหตุให้เกิดผล กล่าวคือ การงอแท่งวัสดุทำให้มันหัก โครงสร้างคือ make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น it เป็นกรรม และ break เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคแบบประธานเป็นผู้กระทำ อย่าเติม to หลัง make ต้องพูดว่า makes it break ไม่ใช่ makes it to break โครงสร้างนี้ใช้บอกเหตุหรือผลโดยตรงได้

แบบฝึกหัด

ใช้ make / the plastic / melt เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน: Too much heat can ____.

ดูคำตอบ

make the plastic melt

The bottom is in compression, การใช้คำ

1:06

ด้านล่างได้รับแรงอัด

and the top is in tension.

1:07

และด้านบนได้รับแรงดึง

การใช้คำ

in compression ... in tension: ภาวะรับแรงอัดกับภาวะรับแรงดึง

ในที่นี้ in compression หมายถึงส่วนหนึ่งกำลังถูกบีบอัด ส่วน in tension หมายถึงส่วนนั้นกำลังถูกดึงหรือยืด คำบุพบท in ใช้บอกสภาวะทางกลของแต่ละส่วน คำสองคำนี้มักใช้เป็นคู่เมื่อคานหรือแท่งเกิดการดัด ด้านหนึ่งจะสั้นลงจากแรงอัด ส่วนด้านตรงข้ามจะยาวขึ้นจากแรงดึง tension ในที่นี้เป็นสภาวะแรงทางกายภาพ ไม่ใช่ความรู้สึกตึงเครียด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางวิศวกรรมด้วยวลีเทคนิคสองวลีจากบทเรียน: In a bent beam, the squeezed side is ____, and the stretched side is ____.

ดูคำตอบ

in compression · in tension

When the tension on the top exceeds the maximum allowable tensile stress, การใช้คำ

1:09

เมื่อแรงดึงที่ด้านบนเกินขีดจำกัดความเค้นดึงสูงสุดที่รับได้

การใช้คำ

maximum allowable tensile stress: ความเค้นดึงสูงสุดที่ยอมให้

ใน maximum allowable tensile stress คำหลักคือ stress โดย tensile บอกว่าความเค้นเกิดจากการดึง allowable บอกว่าเป็นค่าที่วัสดุหรือการออกแบบยอมให้ และ maximum บอกว่าเป็นค่าสูงสุดที่ยอมให้นั้น คำขยายจำกัดความหมายจากขวาไปซ้าย ได้แก่ tensile stress จากนั้น allowable tensile stress และสุดท้าย maximum allowable tensile stress ในประโยคนี้ การเกินขีดจำกัดบนดังกล่าวนำไปสู่การเสียหายที่กล่าวถึงต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์วิศวกรรมสี่คำที่หมายถึงความเค้นสูงสุดจากการดึงที่ยอมให้: The cable must stay below its ____.

ดูคำตอบ

maximum allowable tensile stress

it rips it in half,

1:12

มันก็ฉีกขาดตรงกลาง

and you're left with only two pieces of the rod left. วลี

1:13

แล้วคุณก็เหลือแท่งไม้อยู่แค่สองท่อน

วลี

you're left with: ผลลัพธ์ที่เหลืออยู่

You're left with หมายถึง หลังจากการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างแล้ว มีบางสิ่งเหลืออยู่ให้คุณมีไว้หรือจัดการต่อ วลีนี้เน้นผลลัพธ์สุดท้าย ไม่ใช่การกระทำที่ทำให้เกิดผลนั้น ประธานคือคน กลุ่มคน หรือสิ่งของที่ลงท้ายด้วยการมีสิ่งที่เหลืออยู่ ในประโยคนี้ you're ย่อมาจาก you are และ left เป็น past participle ของ leave วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณอยู่ทางซ้าย แต่หมายความว่าสุดท้ายแล้วคุณเหลือชิ้นส่วนของแท่งนั้นเพียงสองชิ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติลงในช่องว่าง: After the cleanup, you're ____ only a few boxes.

ดูคำตอบ

left with

So, why is spaghetti different?

1:16

แล้วทำไมสปาเก็ตตี้ถึงต่างออกไปล่ะ

Something else is happening here.

1:19

ต้องมีอะไรอย่างอื่นเกิดขึ้นที่นี่แน่ๆ

The simple act of snapping spaghetti has stumped brilliant scientists for years, การใช้คำ

1:20

การหักสปาเก็ตตี้ง่ายๆ นี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องงุนงงมาหลายปี

การใช้คำ

stumped: ทำให้แก้หรืออธิบายไม่ได้

ในที่นี้ stumped เป็นคำกริยา หมายถึง ทำให้ใครบางคนไม่สามารถแก้หรืออธิบายบางสิ่งได้ ในประโยค The simple act of snapping spaghetti has stumped brilliant scientists การกระทำนั้นเป็นประธาน และ brilliant scientists คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วน has stumped เป็นรูป present perfect ในประโยค active ไม่ใช่ passive คำนี้มักใช้กับปัญหา คำถาม หรือปริศนาที่ทำให้คนหาคำตอบไม่ได้ ความหมายแรงกว่าการทำให้รู้สึกไม่แน่ใจธรรมดา เพราะเน้นว่าคนนั้นแก้หรืออธิบายเรื่องนั้นไม่ได้

แบบฝึกหัด

คำใดเติมประโยคนี้ได้ดีที่สุด The last riddle ___ the whole team, so nobody could explain it.

  1. impressed
  2. stumped
  3. confused
  4. solved
ดูคำตอบ

stumped

including Richard Feynman,

1:24

รวมถึง ริชาร์ด ไฟน์แมน

who, as you might know,

1:25

ซึ่งอย่างที่คุณอาจจะรู้

was on the theoretical physics team during the Manhattan project and also won a Nobel Prize for physics in 1965. วัฒนธรรม

1:26

เขาอยู่ในทีมฟิสิกส์ทฤษฎีระหว่างโครงการแมนฮัตตันและยังได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี 1965 ด้วย

วัฒนธรรม

ทีมฟิสิกส์ทฤษฎีระหว่างโครงการแมนฮัตตัน

โครงการแมนฮัตตันเป็นชื่อรหัสของโครงการลับในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำและพัฒนาระเบิดปรมาณูลูกแรก ๆ คำว่า project ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงโครงการก่อสร้างทั่วไปในแมนฮัตตัน วลี the theoretical physics team during the Manhattan Project ระบุว่าไฟน์แมนเป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีส่วนร่วมในงานวิทยาศาสตร์ช่วงสงครามนี้ ในประโยคนี้ ภูมิหลังดังกล่าวช่วยสร้างความน่าเชื่อถือของเขาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ก่อนจะกล่าวถึงทฤษฎีเรื่องเส้นสปาเกตตี

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ วลีที่เน้นบอกอะไรเกี่ยวกับไฟน์แมน?

  1. เขาเข้าชมรมฟิสิกส์ของโรงเรียนหลังได้รับรางวัลโนเบล
  2. เขาทำงานด้านฟิสิกส์ทฤษฎีในโครงการพัฒนาระเบิดปรมาณูช่วงสงครามที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำ
  3. เขาบริหารโครงการก่อสร้างในนครนิวยอร์ก
ดูคำตอบ

เขาทำงานด้านฟิสิกส์ทฤษฎีในโครงการพัฒนาระเบิดปรมาณูช่วงสงครามที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำ

Everyone accepts that Richard Feynman was a genius.

1:32

ทุกคนยอมรับว่า ริชาร์ด ไฟน์แมน เป็นอัจฉริยะ

So, it's no surprise that his theory about why spaghetti snaps into multiple pieces makes a lot of sense. วลี

1:34

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทฤษฎีของเขาเกี่ยวกับสาเหตุที่สปาเก็ตตี้หักเป็นหลายท่อนจะดูมีเหตุผลมาก

วลี

it's no surprise that: ข้อสรุปที่คาดไว้

โครงสร้าง it's no surprise that + อนุประโยค ใช้นำเสนอข้อความที่ตามมาว่าเป็นข้อสรุปที่คาดได้จากข้อมูลก่อนหน้า ในที่นี้ it's ย่อมาจาก it is และ no surprise หมายความว่าผลลัพธ์สอดคล้องกับสิ่งที่เรารู้ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่สนใจ ในประโยคนี้ ประวัติอันโดดเด่นด้านฟิสิกส์ของไฟน์แมนทำให้ผู้พูดคาดว่าคำอธิบายเรื่องการหักของเส้นสปาเกตตีจะสมเหตุสมผล วลีนี้เชื่อมหลักฐานก่อนหน้าเข้ากับข้อสรุป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายความว่าผลลัพธ์เป็นสิ่งที่คาดไว้: The team had rehearsed for weeks, so ____ their presentation went smoothly.

ดูคำตอบ

it's no surprise that

วลี

makes a lot of sense: มีเหตุผลมาก

ในประโยคนี้ makes a lot of sense หมายความว่าทฤษฎีนั้นดูมีเหตุผลและน่าเชื่อถือมาก ประธาน theory เป็นเอกพจน์ จึงต้องเติม -s ที่ make เป็น theory makes ส่วน a lot ใช้เพิ่มระดับความหมายของ make sense ไม่ใช่โครงสร้าง a lot of ที่ขยาย sense Make sense ใช้ประเมินว่าแนวคิด คำอธิบาย หรือแผนการสอดคล้องกับข้อมูลที่มีและเข้าใจได้ง่ายหรือไม่ ตัวสำนวนนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าทฤษฎีนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าตารางใหม่ดูมีเหตุผลมาก

  1. The new schedule makes a lot of sense.
  2. The new schedule takes a lot of time.
  3. The new schedule needs a lot of changes.
ดูคำตอบ

The new schedule makes a lot of sense.

If you tried it by now yourself,

1:39

ถ้าคุณลองทำเองดูแล้ว

you know that when you snap it,

1:41

คุณจะรู้ว่าตอนที่คุณหักมัน

you feel this little vibration in your fingers.

1:42

คุณจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ ที่นิ้ว

He thought that this vibration,

1:44

เขาคิดว่าแรงสั่นสะเทือนนี้

if it was significant enough, ไวยากรณ์

1:45

ถ้ามันรุนแรงพอ

could excite the remaining spaghetti sufficiently so that it would cause a secondary fracture on down the rod.

1:47

จะสามารถกระตุ้นเส้นสปาเก็ตตี้ที่เหลืออยู่มากพอที่จะทำให้เกิดการหักครั้งที่สองตามแนวเส้น

ไวยากรณ์

significant enough ... sufficiently so that: ระดับที่เพียงพอและผลลัพธ์

ใน significant enough คำว่า enough วางหลังคำคุณศัพท์ ในที่นี้ significant หมายถึงมีขนาดหรือความรุนแรงมากพอที่จะก่อผลทางกายภาพ ไม่ได้หมายถึง “สำคัญ” ในความหมายทั่วไป ส่วน enough ระบุเกณฑ์ที่ต้องไปให้ถึง Sufficiently ขยาย excite และหมายถึงในระดับที่เพียงพอ ส่วน so that นำเข้าผลที่อาจเกิดขึ้นเมื่อถึงระดับนั้น ซึ่งก็คือการแตกอีกครั้ง ดังนั้นสองช่วงนี้จึงสร้างลำดับจากระดับที่ต้องการไปสู่ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกระดับสองคำให้ประโยคสมบูรณ์ ใช้คำทั่วไปหลังคำคุณศัพท์ก่อน แล้วใช้คำวิเศษณ์ที่เป็นทางการกว่าก่อน so that: The motor was powerful ____ to lift the gate and raised the gate ____ so that people could walk underneath.

ดูคำตอบ

enough · sufficiently

To test this theory, ลำดับความ

1:53

เพื่อทดสอบทฤษฎีนี้

ลำดับความ

To test this theory: บอกจุดประสงค์และเชื่อมไปยังขั้นตอนถัดไป

ใน To test this theory โครงสร้าง to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงจุดประสงค์ โดยบอกว่าเหตุใดจึงทำการกระทำที่ตามมา ในที่นี้ theory คือแนวคิดที่ถูกนำมาทดสอบ ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ทดสอบสิ่งอื่น เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะเชื่อมข้อสันนิษฐานที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับวิธีการที่ตามมา เป็นรูปแบบที่พบบ่อยในคำอธิบาย: To + verb ..., subject + action.

แบบฝึกหัด

ใน “To test this theory, the team changed one variable,” วลีต้นประโยคทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกจุดประสงค์ของการเปลี่ยนตัวแปรหนึ่งตัว
  2. รายงานผลของการเปลี่ยนตัวแปรหนึ่งตัว
  3. บอกว่าทฤษฎีจะทดสอบตัวแปรหนึ่งตัว
ดูคำตอบ

บอกจุดประสงค์ของการเปลี่ยนตัวแปรหนึ่งตัว

Feynman and a friend decided to snap spaghetti underwater

1:54

ไฟน์แมนและเพื่อนตัดสินใจหักสปาเก็ตตี้ใต้น้ำ

to dampen out this vibration. กริยาวลี

1:57

เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนนี้

กริยาวลี

dampen out: ทำให้การสั่นค่อย ๆ ลดลงจนหายไป

ในประโยคนี้ dampen out หมายถึงการลดการสั่นด้วยการดูดซับพลังงาน โดยมุ่งให้การสั่นค่อย ๆ หายไป out เพิ่มความหมายของการกดผลกระทบให้ลดลงไปจนถึงจุดสิ้นสุด Dampen อาจหมายถึงทำให้บางสิ่งเปียกหมาด ๆ ได้เช่นกัน แต่นั่นไม่ใช่ความหมายในที่นี้ แม้สปาเกตตีจะอยู่ใต้น้ำจริง แต่จุดประสงค์ของน้ำคือทำให้การสั่นอ่อนลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ตรงกับความหมาย “ทำให้การสั่นค่อย ๆ หายไป”: Rubber mounts help ____ vibrations from the motor.

ดูคำตอบ

dampen out

They were surprised to find out that when they snapped it underwater,

1:59

พวกเขาประหลาดใจเมื่อพบว่าตอนที่หักใต้น้ำ

it still seemed to break into multiple pieces.

2:01

มันก็ยังดูเหมือนจะหักเป็นหลายท่อนอยู่ดี

So, here we are.

2:04

ดังนั้น เราก็เลยมาอยู่ที่นี่

If a smart dude like Richard Feynman can't figure this out,

2:05

ถ้าคนฉลาดๆ อย่าง ริชาร์ด ไฟน์แมน ยังคิดไม่ออก

what chance do we have? น้ำเสียง/เจตนา

2:08

แล้วเราจะมีโอกาสอะไรล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

คำถามเชิงวาทศิลป์ what chance do we have?

what chance do we have? ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ได้ถามหาตัวเลขหรือการประเมินโอกาสจริง ๆ แต่หมายความว่าเราน่าจะมีโอกาสน้อยมากหรือไม่มีเลย อนุประโยคที่มี if สร้างการเปรียบเทียบว่า ถ้าแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่างริชาร์ด ไฟน์แมนยังแก้ปัญหาไม่ได้ คนทั่วไปก็น่าจะยิ่งมีโอกาสสำเร็จน้อยลงไปอีก ในบริบทนี้ คำถามใช้การล้อตัวเองเพื่อสร้างความน่าติดตาม ไม่ได้ประกาศว่าผู้พูดจะเลิกลอง

แบบฝึกหัด

ช่างผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งซ่อมอุปกรณ์ไม่ได้ มีคนพูดว่า If she can't fix it, what chance do we have? คำถามนี้สื่อความหมายอะไร?

  1. เราต้องรู้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนก่อนจึงจะทำต่อได้
  2. เราคงทำสำเร็จได้ยาก เพราะแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังทำไม่สำเร็จ
  3. เรามีโอกาสมากกว่าช่างผู้เชี่ยวชาญ
ดูคำตอบ

เราคงทำสำเร็จได้ยาก เพราะแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังทำไม่สำเร็จ

So, we're going to figure this out in my kitchen.

2:09

ดังนั้น เราจะมาหาคำตอบนี้ในห้องครัวของฉัน

This is what we're doing.

2:11

นี่คือสิ่งที่เรากำลังทำ

My wife brought home all kinds of different pasta for me at my request. วลี

2:12

ภรรยาของฉันซื้อพาสต้าหลากหลายชนิดมาให้ตามคำขอของฉัน

วลี

at my request: ตามคำขอของฉัน

At my request หมายถึง เพราะฉันขอให้ทำเช่นนั้น วลีบุพบทนี้อธิบายว่าอะไรเป็นเหตุให้เกิดการกระทำ กล่าวคือ ภรรยานำพาสต้ากลับมาบ้านเพื่อตอบสนองคำขอของผู้พูด โครงสร้างคือ at + คำแสดงความเป็นเจ้าของหรือคำนามรูปแสดงความเป็นเจ้าของ + request เช่น at her request และ at the manager's request วลีนี้กระชับและเป็นทางการกว่า because I asked เล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าฉันเป็นคนขอให้เปลี่ยนแปลง?

  1. The appointment was moved to Monday at my request.
  2. The appointment can be moved to Monday on request.
  3. The appointment was moved before my request.
ดูคำตอบ

The appointment was moved to Monday at my request.

I've got them taken out here,

2:17

ฉันเอาออกมาไว้ตรงนี้

and we're running an experiment with this high-speed camera.

2:18

และเรากำลังทำการทดลองด้วยกล้องความเร็วสูงตัวนี้

It's a Phantom V1610.

2:21

มันคือ Phantom V1610

We have a lamp set up, ไวยากรณ์

2:23

เราตั้งไฟไว้แล้ว

ไวยากรณ์

have a lamp set up: เน้นผลลัพธ์ที่พร้อมใช้งานแล้ว

ในประโยคนี้ have + กรรม + กริยาช่อง 3 แสดงสภาพผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว กล่าวคือ โคมไฟติดตั้งเรียบร้อยและพร้อมใช้งาน จุดสำคัญคือสภาพของโคมไฟในตอนนี้ ไม่ใช่ว่าใครเป็นผู้ติดตั้ง ในบริบทอื่น โครงสร้างเดียวกันอาจมีความหมายเชิงให้ผู้อื่นทำ โดยหมายถึงการจัดให้มีคนทำกริยานั้น ต้องดูบริบทประกอบ หากพูดถึงความพร้อม มักตีความเป็นสภาพผลลัพธ์ แต่ถ้ามีการกล่าวถึงผู้ทำ กำหนดเวลา หรือแผนในอนาคต ก็อาจตีความเป็นการให้ผู้อื่นทำได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ have + กรรม + กริยาช่อง 3 เพื่อบอกว่าอุปกรณ์พร้อมใช้งานแล้วได้ชัดเจนที่สุด

  1. We have a technician set up the microphones every Monday.
  2. We have the microphones set up, so we can start recording.
  3. We will set up the microphones after lunch.
ดูคำตอบ

We have the microphones set up, so we can start recording.

and we're just going to sit and break pasta and observe.

2:25

และเราแค่จะนั่งหักพาสต้าแล้วก็สังเกต

I looked all over the internet,

2:28

ฉันค้นดูทั่วอินเทอร์เน็ตแล้ว

and the fastest research imagery I could find was 4,000 frames per second. ไวยากรณ์

2:29

และภาพการวิจัยที่เร็วที่สุดที่ฉันหาได้คือ 4,000 เฟรมต่อวินาที

ไวยากรณ์

the fastest research imagery I could find: อนุประโยคสัมพันธ์ที่ละ that

วลีนี้มีโครงสร้างเป็นนามวลีขั้นสูงสุด + อนุประโยคสัมพันธ์แบบจำกัดความ: the fastest research imagery + (that) I could find ในอนุประโยคสัมพันธ์ ส่วนที่ละไว้คือกรรมของ find จึงสามารถละ that ได้ อนุประโยค I could find จำกัดขอบเขตไว้เฉพาะสิ่งที่ผู้พูดหาได้ จึงหมายถึงภาพงานวิจัยที่เร็วที่สุดในบรรดาภาพที่ผู้พูดค้นพบ ไม่จำเป็นต้องเป็นภาพที่เร็วที่สุดในบรรดาภาพทั้งหมดที่มีอยู่ ในที่นี้ fastest หมายถึงอัตราการบันทึกภาพ เช่น จำนวนเฟรมต่อวินาที

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้นามวลีขั้นสูงสุดตามด้วยอนุประโยคสัมพันธ์ที่ละสรรพนามสัมพันธ์ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรม

  1. This is the clearest photo that showed the damage.
  2. This is the clearest photo that I could find.
  3. This is the clearest photo I could find.
ดูคำตอบ

This is the clearest photo I could find.

So, in order to further science, ไวยากรณ์

2:34

ดังนั้น เพื่อส่งเสริมวิทยาศาสตร์

ไวยากรณ์

in order to: บอกจุดประสงค์อย่างชัดเจน

in order to ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำ ในประโยคนี้ การกระทำที่วางแผนไว้มีจุดประสงค์เพื่อ further science หรือทำให้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้า วลีนี้ไม่ได้หมายถึงลำดับ โครงสร้างคือ in order to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น in order to further โดยชัดเจนกว่า to ที่ใช้บอกจุดประสงค์เพียงอย่างเดียว จึงช่วยเชื่อมเป้าหมายกับการกระทำให้เห็นชัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่ใช้บอกจุดประสงค์อย่างชัดเจน: We checked the map twice ____ avoid getting lost.

ดูคำตอบ

in order to

we're going to start out at least 18,000 frames per second,

2:35

เราจะเริ่มต้นที่อย่างน้อย 18,000 เฟรมต่อวินาที

which surely should tell us something, right?

2:38

ซึ่งมันน่าจะบอกอะไรเราได้บ้างแหละ จริงไหม

Woah.

2:45

ว้าว

That was fast.

2:46

นั่นมันเร็วมาก

Okay, I couldn't even tell which fracture happened first.

2:48

โอเค ฉันบอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารอยหักไหนเกิดขึ้นก่อน

We'll zoom it back in and go frame by frame. วลี

2:50

เราจะซูมกลับเข้าไปและดูทีละเฟรม

วลี

frame by frame: ดูภาพวิดีโอครั้งละหนึ่งเฟรม

frame by frame หมายถึงการดูภาพวิดีโอครั้งละหนึ่งเฟรม ผู้พูดวางแผนจะซูมเข้าและตรวจแต่ละเฟรมแยกกัน แทนที่จะดูคลิปด้วยความเร็วปกติเท่านั้น รูปแบบ คำนาม + by + คำนามเดิม สามารถบอกการดำเนินไปทีละหน่วยหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น frame by frame, step by step และ day by day ความหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับคำนาม

แบบฝึกหัด

The coach reviewed the recording frame by frame. frame by frame ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ดูเฉพาะภาพแรกกับภาพสุดท้าย
  2. ครั้งละหนึ่งภาพวิดีโอ
  3. อยู่ภายในกรอบรูป
ดูคำตอบ

ครั้งละหนึ่งภาพวิดีโอ

Yeah, it's way too fast.

2:56

ใช่ มันเร็วเกินไปจริงๆ

Both fractures happen at what seems to be the same time. ไวยากรณ์

2:58

รอยหักทั้งสองดูเหมือนจะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

ไวยากรณ์

at what seems to be the same time: ในเวลาที่ดูเหมือนจะเป็นเวลาเดียวกัน

ในที่นี้ what seems to be the same time เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนามตามหลัง at คำว่า what ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม แต่ใช้กล่าวถึงเวลาที่สังเกตเห็น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเวลาเดียวกันสำหรับรอยแตกทั้งสอง seems to be ช่วยให้คำกล่าวมีความระมัดระวัง ภาพบ่งชี้ว่าเหตุการณ์ทั้งสองอาจเกิดพร้อมกัน แต่หลักฐานยังไม่ได้พิสูจน์เช่นนั้น ใช้รูปแบบนี้เมื่อต้องการรายงานสิ่งที่เห็นโดยไม่กล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานผลที่สังเกตเห็นอย่างระมัดระวัง โดยไม่อ้างว่าเรื่องเวลาได้รับการพิสูจน์แล้ว

  1. The second light flashed after the first.
  2. The two lights flashed at what seems to be the same time.
  3. The two lights flashed at exactly the same time.
ดูคำตอบ

The two lights flashed at what seems to be the same time.

Let's look at another piece that breaks up even more

3:01

มาดูอีกเส้นที่หักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยยิ่งกว่าเดิม

and see if it sheds some light into what's going on here. สำนวน

3:03

แล้วดูว่ามันจะช่วยให้ความกระจ่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ได้ไหม

สำนวน

sheds some light into ... และรูปมาตรฐาน shed light on

Shed light on something เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่หมายถึง “ทำให้บางเรื่องชัดเจนขึ้น” หรือ “ช่วยอธิบายเรื่องนั้น” ในประโยคนี้ ผู้พูดหวังว่าชิ้นส่วนใหม่จะให้หลักฐานเกี่ยวกับกระบวนการแตก คำว่า some light ทำให้คำกล่าวไม่หนักแน่นเกินไป คืออาจช่วยได้แม้จะยังไม่ได้ให้คำตอบทั้งหมด ตัวอย่างใช้ sheds some light into ซึ่งยังเข้าใจความหมายที่ต้องการได้ แต่รูปที่เป็นมาตรฐานในการพูดและเขียนอย่างรอบคอบคือ sheds some light on what's going on here

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนมาตรฐานที่หมายถึง “ช่วยอธิบาย”: The new photographs may ____ how the bridge was damaged.

ดูคำตอบ

shed light on

What?

3:09

อะไรนะ

It's like all the fracture points are happening at the exact same time,

3:09

เหมือนกับว่าจุดที่หักทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันเป๊ะเลย

which is crazy cuz we're well below a millisecond timescale here. วลี

3:13

ซึ่งมันบ้ามาก เพราะเวลาที่นี่น้อยกว่าระดับมิลลิวินาทีเสียอีก

วลี

well below: ต่ำกว่าค่าหรือเกณฑ์อยู่มาก

ในประโยคนี้ well below หมายถึง ต่ำกว่ามาก หรือน้อยกว่ามาก มาตราส่วนเวลาไม่ได้เพียงแค่ต่ำกว่าหนึ่งมิลลิวินาที แต่ต่ำกว่าค่านั้นอยู่มาก well ในที่นี้เป็นคำกริยาวิเศษณ์บอกระดับที่เน้นความหมายของ below รูปแบบนี้ใช้ได้เมื่อต้องการเปรียบเทียบค่าที่วัดได้กับตัวเลข ขีดจำกัด ค่าเฉลี่ย หรือเกณฑ์

แบบฝึกหัด

ขีดจำกัดความปลอดภัยคือ 100 หน่วย แต่ค่าที่วัดได้มีเพียง 20 หน่วย วลีใดอธิบายค่านี้ได้ดีที่สุด

  1. just below the limit
  2. well above the limit
  3. well below the limit
ดูคำตอบ

well below the limit

I'm not really sure what the researchers were seeing at 4,000 frames per second,

3:17

ฉันไม่ค่อยแน่ใจว่านักวิจัยเห็นอะไรที่ 4,000 เฟรมต่อวินาที

but I'm not seeing it.

3:20

แต่ฉันมองไม่เห็นเลย

So, let's bump this thing up to 40,000 frames per second, กริยาวลี

3:21

งั้นเรามาเพิ่มเป็น 40,000 เฟรมต่อวินาทีกันดีกว่า

which is 10 times faster than any research paper I've read. ไวยากรณ์

3:24

ซึ่งเร็วกว่างานวิจัยทุกฉบับที่ฉันเคยอ่านมาถึง 10 เท่า

กริยาวลี

bump this thing up to: เพิ่มค่าการตั้งค่าเป็นค่าใหม่

ในประโยคนี้ bump this thing up to หมายถึง เพิ่มการตั้งค่านี้เป็น ผู้พูดจะเปลี่ยนการตั้งค่าอัตราเฟรมเพื่อให้ค่าใหม่เป็น 40,000 เฟรมต่อวินาที รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ bump + กรรม + up to + ค่าเป้าหมาย หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ระหว่าง bump กับ up เช่น bump it up to 40,000

แบบฝึกหัด

ใช้ bump ... up to เติมคำขอแบบไม่เป็นทางการนี้ให้สมบูรณ์: “Can we ____ the budget ____ $5,000?”

ดูคำตอบ

bump · up to

ไวยากรณ์

10 times faster than: รูปแบบตัวคูณ + คำขั้นกว่า + than

ใน 10 times faster than คำว่า 10 times บอกตัวคูณ faster เป็นคำคุณศัพท์ขั้นกว่า และ than นำสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบเข้ามา ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการบอกว่า 40,000 เฟรมต่อวินาทีมีค่าเป็นประมาณสิบเท่าของอัตราเปรียบเทียบที่ 4,000 เฟรมต่อวินาที รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ตัวคูณ + คำขั้นกว่า + than เช่น three times larger than หรือ five times faster than รูปแบบนี้เน้นว่าความแตกต่างระหว่างสองสิ่งมีขนาดมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ ตัวคูณ + คำขั้นกว่า + than: The upgraded scanner works five ____ the older model.

ดูคำตอบ

times faster than

Hmm.

3:33

อืม

Okay, so we're starting to learn something.

3:34

โอเค เราเริ่มจะรู้อะไรบางอย่างแล้ว

I can at least tell that the right side broke first,

3:35

อย่างน้อยฉันก็บอกได้ว่าฝั่งขวาหักก่อน

but both still seemed to be happening within a 100 microseconds of each other,

3:38

แต่ทั้งสองจุดก็ยังดูเหมือนเกิดขึ้นห่างกันไม่ถึง 100 ไมโครวินาที

which is really, really fast.

3:41

ซึ่งมันเร็วมากๆ

Also, let's start to watch the rotation direction of the broken pieces.

3:43

นอกจากนี้ เรามาเริ่มดูทิศทางการหมุนของเศษที่หักกันเถอะ

Let's watch another one and see if vibration has anything to do with that second fracture. วลี

3:47

มาดูอีกอันแล้วดูว่าแรงสั่นสะเทือนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหักครั้งที่สองไหม

วลี

has anything to do with: ถามถึงความเกี่ยวข้องที่อาจเป็นไปได้

ใน has anything to do with สำนวน have something to do with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “เป็นสาเหตุของ” ที่ใช้ anything เพราะอนุประโยคนี้เป็นคำถามทางอ้อมแบบตอบใช่หรือไม่ใช่ซึ่งนำด้วย if ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าการสั่นสะเทือนเกี่ยวข้องกับการแตกครั้งที่สองหรือไม่ ไม่ได้ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกัน ใช้ have หรือ has anything to do with เมื่อถามหรือสงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องใด ๆ หรือไม่ ใช้ has กับประธานบุรุษที่สามเอกพจน์ และใช้ have กับประธานอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามว่ามีความเกี่ยวข้องหรือไม่โดยไม่ได้ยืนยันว่ามีจริง

  1. The new setting has something to do with the error.
  2. The new setting has nothing to do with the error.
  3. Could the new setting have anything to do with the error?
ดูคำตอบ

Could the new setting have anything to do with the error?

No.

3:57

ไม่เลย

In fact, it appears that the longer rods aren't even vibrating on the same timescale. ลำดับความ

3:57

อันที่จริง ดูเหมือนว่าเส้นที่ยาวกว่าจะไม่สั่นในระดับเวลาเดียวกันด้วยซ้ำ

ลำดับความ

In fact, it appears that: แก้ข้อสรุปอย่างระมัดระวัง

In fact บอกว่าผู้พูดกำลังแก้ความคิดก่อนหน้า หรือใช้หลักฐานย้ำทิศทางที่ต่างจากที่คาดไว้ วลีนี้ช่วยพาคำอธิบายเดินหน้าต่อ โดยบอกว่าสิ่งที่จะตามมาเป็นหลักฐานสำคัญ It appears that ทำให้ข้อความที่ตามมายังคงเป็นข้อสรุปชั่วคราวจากการสังเกต กล่าวคือรูปแบบที่มองเห็นชวนให้คิดเช่นนั้น แต่ยังไม่ได้เสนอว่าเป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วอย่างเด็ดขาด เมื่อใช้ร่วมกัน ทั้งสองส่วนสื่อว่าหลักฐานกำลังชี้ไปในทิศทางที่น่าประหลาดใจ แต่ข้อสรุปยังคงระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างสองส่วนจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ เพื่อแก้ข้อสันนิษฐานก่อนหน้าและยังคงให้ข้อสรุปใหม่เป็นเพียงข้อสรุปชั่วคราว: ____, ____ the smaller battery lasts longer.

ดูคำตอบ

In fact · it appears that

Here's something, though.

4:02

แต่มีสิ่งหนึ่งล่ะ

If you look, the smaller broken pieces,

4:03

ถ้าคุณดู เศษเล็กๆ ที่หักออกมา

when they start to rotate,

4:05

ตอนที่มันเริ่มหมุน

always seem to rotate away from the first fracture.

4:06

ดูเหมือนมันจะหมุนออกจากรอยหักแรกเสมอ

The back, however, appears to be breaking downwards.

4:10

ส่วนด้านหลัง ดูเหมือนจะหักลงด้านล่าง

It's almost as if the spaghetti is trying to straighten itself out, โน้ต

4:13

มันเกือบจะเหมือนกับว่าสปาเก็ตตี้พยายามจะยืดตัวเองให้ตรง

กริยาวลี

straighten itself out: กลับมาตรงได้เอง

ในที่นี้ straighten itself out หมายถึง “กลับมาตรงอีกครั้ง” เส้นสปาเกตตีเดิมโค้งอยู่ แล้วเคลื่อนไปสู่รูปร่างที่ตรงขึ้น รูปแบบคำกริยาคือ straighten + กรรม + out ใน straighten itself out คำว่า itself เป็นสรรพนามสะท้อนกลับที่อ้างถึง spaghetti ดังนั้นสิ่งเดียวกันจึงเป็นทั้งประธานและกรรมของการเปลี่ยนแปลง ในบริบทอื่น straighten out อาจหมายถึง “แก้ปัญหา” แต่ประโยคนี้พูดถึงการเปลี่ยนรูปร่างทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ straighten ... out ที่ถูกต้อง เพื่อบอกว่าโปสเตอร์กลับมาตรงได้เอง: After I unrolled the poster, it slowly ____.

ดูคำตอบ

straightened itself out

but it can't overcome its own mass.

4:16

แต่มันเอาชนะมวลของตัวเองไม่ได้

ไวยากรณ์

It's almost as if: การเปรียบเทียบที่ไม่ใช่ตามตัวอักษรและลดความหนักแน่น

It's almost as if ใช้นำเสนอความรู้สึกที่เห็นหรือการเปรียบเทียบ สิ่งที่ตามมาดูคล้ายคำอธิบายที่เป็นไปได้ แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าเป็นจริงตามตัวอักษร Almost ช่วยลดความหนักแน่นของการเปรียบเทียบลงอีก ทำให้หมายถึงว่าสิ่งนั้นดูเกือบจะเป็นเช่นนั้น ในที่นี้ trying ทำให้สปาเกตตีดูเหมือนมีความตั้งใจแบบมนุษย์ โครงสร้างนี้บอกให้เข้าใจข้อความดังกล่าวว่าเป็นการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีลักษณะเหมือนคนเพื่อช่วยให้นึกภาพการเคลื่อนไหว ไม่ใช่การอ้างว่าสปาเกตตีตัดสินใจได้ว่าจะทำอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายความรู้สึกที่เห็น พร้อมทั้งแสดงว่าสิ่งนั้นอาจไม่เป็นจริงตามตัวอักษร

  1. The clock has proved that it can think.
  2. It's almost as if the clock is refusing to move.
  3. The clock is refusing to move on purpose.
ดูคำตอบ

It's almost as if the clock is refusing to move.

Buckle your seat belt cuz we're going to a quarter million frames per second. สำนวน

4:18

คาดเข็มขัดนิรภัยให้ดี เพราะเรากำลังจะไปที่สองแสนห้าหมื่นเฟรมต่อวินาที

สำนวน

Buckle your seat belt: สัญญาณขบขันให้เตรียมพร้อม

Buckle your seat belt ตามตัวอักษรเป็นประโยคคำสั่งให้ใครสักคนคาดเข็มขัดนิรภัย แต่ในที่นี้ไม่มีการเดินทางกำลังจะเริ่ม ผู้ดำเนินรายการใช้ประโยคนี้อย่างขบขันเพื่อสื่อว่า get ready หรือ “เตรียมตัวให้พร้อม” วลีนี้สร้างความตื่นเต้นก่อนเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันเป็น 250,000 เฟรมต่อวินาที ในสื่อและบทสนทนา ภาษาด้านความปลอดภัยแบบนี้สามารถใช้เป็นการเปลี่ยนช่วงแบบเร้าอารมณ์ ก่อนสิ่งที่รวดเร็ว รุนแรง หรือน่าประหลาดใจจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในวิดีโอวิทยาศาสตร์ ผู้ดำเนินรายการพูดว่า “Buckle your seat belt—we're about to watch the action at 250,000 frames per second.” ผู้ดำเนินรายการน่าจะกำลังให้คำสั่งด้านความปลอดภัยของยานพาหนะตามตัวอักษร

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Man,

4:28

ให้ตายเถอะ

we had to go way faster than I thought we would to get this answer, ไวยากรณ์

4:29

เราต้องใช้ความเร็วมากกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยกว่าจะได้คำตอบนี้

ไวยากรณ์

โครงสร้าง way faster than I thought we would

way ที่วางหน้า comparative faster ใช้เน้นว่า “มากกว่ามาก” หรือมีความแตกต่างมาก ดังนั้น way faster จึงหมายถึง “เร็วกว่ามาก” ไม่ได้หมายถึง way ที่แปลว่าเส้นทางหรือทิศทาง อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย than เปรียบเทียบความเร็วจริงกับความเร็วที่คาดไว้ ใน I thought we would มีการละ go หลัง would เพราะบริบททำให้รู้ว่าหมายถึง would go ภาษาอังกฤษมักละกริยาที่ซ้ำหลังคำกริยาช่วยเมื่อความหมายชัดเจน

แบบฝึกหัด

way faster than I thought we would ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. เราเคลื่อนที่ด้วยความเร็วตรงตามที่คาดไว้ทุกอย่าง
  2. เราเลือกเส้นทางที่ต่างจากที่วางแผนไว้
  3. เราต้องเคลื่อนที่เร็วกว่าที่คาดไว้มาก
ดูคำตอบ

เราต้องเคลื่อนที่เร็วกว่าที่คาดไว้มาก

but there it is. น้ำเสียง/เจตนา

4:31

แต่มันก็อยู่นี่แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ There it is. เพื่อบอกว่าผลลัพธ์ปรากฏแล้ว

There it is เป็นวลีที่ใช้ชี้ให้เห็นว่าสิ่งของ คำตอบ หรือหลักฐานที่ตามหาอยู่ปรากฏให้เห็นแล้ว จุดสำคัญคือการดึงความสนใจไปยังผลลัพธ์ ไม่ใช่เพียงบอกตำแหน่งของมัน คำสรรพนาม it ต้องหมายถึงสิ่งที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้วจากสถานการณ์ วลีนี้ใช้บอกช่วงเวลาที่ค้นพบ จำได้ หรือยืนยันได้ กล่าวคือ ผู้พูดกำลังบอกว่าตอนนี้ทุกคนมองเห็นเป้าหมายแล้ว

แบบฝึกหัด

ในที่สุดแผนภูมิก็แสดงรูปแบบที่คุณตามหา ประโยคใดใช้ประกาศอย่างเป็นธรรมชาติว่าตอนนี้คุณมองเห็นรูปแบบนั้นแล้ว

  1. Here you are.
  2. There it is.
  3. There is a chart.
ดูคำตอบ

There it is.

I mean, it's not vibration.

4:33

หมายความว่า มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือน

It's the curvature of the spaghetti as it straightens out.

4:34

มันคือความโค้งของสปาเก็ตตี้ตอนที่มันยืดให้ตรงต่างหาก

Think about it this way. ลำดับความ

4:38

ลองคิดแบบนี้นะ

ลำดับความ

การใช้ Think about it this way เพื่อเปลี่ยนกรอบความคิด

Think about it this way เป็นคำเชื่อมที่ชวนให้ผู้ฟังหยุดสักครู่แล้วใช้กรอบความคิดใหม่เพื่อทำความเข้าใจแนวคิดหนึ่ง ในที่นี้ this way หมายถึง “จากมุมมองนี้” หรือ “ตามวิธีอธิบายที่จะตามมา” ไม่ได้หมายถึงทิศทางจริง ผู้พูดมักใช้ประโยคนี้ก่อนยกตัวอย่างเปรียบเทียบ เสนอแบบจำลองที่ง่ายขึ้น หรืออธิบายเป็นขั้นตอน ประโยคนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลและส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีมุมมองที่เข้าใจได้ชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

ใน Think about it this way คำว่า this way หมายถึงอะไร

  1. คำสั่งให้ยอมรับข้อสรุปทันที
  2. วิธีหนึ่งโดยเฉพาะในการทำความเข้าใจแนวคิด
  3. ทิศทางจริงที่สายตาของผู้ฟังต้องมองไป
ดูคำตอบ

วิธีหนึ่งโดยเฉพาะในการทำความเข้าใจแนวคิด

The entire spaghetti rod is under torque, การใช้คำ

4:39

เส้นสปาเก็ตตี้ทั้งเส้นอยู่ภายใต้แรงบิด

right?

4:41

ใช่ไหม

การใช้คำ

under torque สำหรับภาระที่ทำให้เกิดการหมุน

Under torque หมายถึงแท่งนั้นกำลังได้รับ torque หรือแรงบิด ซึ่งทำให้เกิดการหมุนหรือการบิดรอบแกน โครงสร้าง under + คำนาม ใช้บอกสภาพที่เกิดจากแรงกระทำหรืออิทธิพลบางอย่างได้ เช่น under pressure หรือ under tension Torque ไม่ได้หมายถึงแรงทุกชนิด แต่หมายถึงผลของแรงที่ทำให้เกิดการหมุนโดยเฉพาะ ดังนั้น under torque จึงบอกว่าแท่งนั้นกำลังรับภาระที่ทำให้หมุนหรือบิด

แบบฝึกหัด

มอเตอร์ทำให้เพลาบิดรอบแกนของตัวเอง ประโยคใดอธิบายสภาพทางกลของเพลาได้ดีที่สุด

  1. It is under torque.
  2. It is under tension.
  3. It is under compression.
ดูคำตอบ

It is under torque.

Because of this torque, it bends in a curve.

4:42

เพราะแรงบิดนี้ มันถึงโค้งงอ

And when a break occurs,

4:44

และเมื่อเกิดการหักขึ้น

the side near the break is now free from torque.

4:45

ตอนนี้ด้านที่อยู่ใกล้รอยหักก็เป็นอิสระจากแรงบิดแล้ว

But there's still this counter torque built up in the rod. กริยาวลี

4:49

แต่ยังมีแรงบิดสวนทางสะสมอยู่ในเส้น

กริยาวลี

built up: สภาพที่ค่อย ๆ สะสมขึ้น

ในที่นี้ built up อธิบายแรงบิดต้านที่ค่อย ๆ สะสมและยังเก็บอยู่ในแท่ง ไม่ได้หมายความว่ามีใคร “สร้าง” แรงบิดขึ้นมา Built เป็นรูป past participle ของ build ใน counter torque built up in the rod วลี participle ขยาย counter torque และบอกสภาพที่มีอยู่แล้ว กริยาวลีเดียวกันยังใช้ใน Pressure builds up และ Twisting the rod builds up torque ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past participle ของ build up: After repeated twisting, elastic energy is ____ in the band.

ดูคำตอบ

built up

So, it starts to straighten itself out from left to right,

4:52

ดังนั้น มันจึงเริ่มยืดตัวเองให้ตรงจากซ้ายไปขวา

rotating up and straightening out along the way. วลี

4:54

หมุนขึ้นและยืดให้ตรงไปตามทาง

วลี

along the way: ระหว่างกระบวนการ

ในที่นี้ along the way หมายถึง “ขณะที่การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้น” หรือ “ขณะที่กระบวนการดำเนินต่อไป” เส้นสปาเกตตีหมุนและเหยียดตรงระหว่างการคลายตัว โดย way ไม่ได้หมายถึงถนนจริง ๆ วลีนี้อาจใช้กับการเดินทางจริง หรือใช้กับเส้นทางเชิงเปรียบเทียบของงานหรือการเปลี่ยนแปลงเหมือนในประโยคนี้ก็ได้ มักใช้เพิ่มเหตุการณ์ ผลลัพธ์ หรือสิ่งที่ค้นพบซึ่งเกิดขึ้นก่อนกระบวนการจะสิ้นสุด

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่หมายถึง “ระหว่างกระบวนการ”: We changed our plan several times and learned a lot ___.

  1. on the way
  2. by the way
  3. along the way
ดูคำตอบ

along the way

Because the spaghetti on the left is already straightened out

4:57

เนื่องจากสปาเก็ตตี้ฝั่งซ้ายยืดตรงแล้ว

and the spaghetti on the right is still curved,

4:59

และสปาเก็ตตี้ฝั่งขวายังโค้งอยู่

the point where they meet is now even more curved,

5:01

จุดที่มันมาเจอกันจึงยิ่งโค้งงอมากขึ้นไปอีก

which causes the spaghetti to bend beyond the minimum failure radius.

5:03

ซึ่งทำให้สปาเก็ตตี้งอเกินรัศมีความล้มเหลวขั้นต่ำ

This results in a fracture. วลี

5:07

นี่ส่งผลให้เกิดการหัก

วลี

result in + ผลลัพธ์

ในประโยคนี้ result in หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “นำไปสู่” This หมายถึงสถานการณ์ที่เพิ่งอธิบาย ส่วน a fracture คือผลที่เกิดขึ้น ใช้ result in + คำนามหรือวลีคำนามเพื่อบอกความสัมพันธ์จากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์: สาเหตุ → ผลลัพธ์ ประธานไม่จำเป็นต้องเป็นคนหรือการกระทำที่ตั้งใจทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่มี result และชี้จากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์: A blocked vent can ____ overheating.

ดูคำตอบ

result in

It's like one side doesn't get the message fast enough. สำนวน

5:09

เหมือนกับว่าฝั่งหนึ่งได้รับข้อความไม่เร็วพอ

สำนวน

การใช้ doesn't get the message fast enough แบบบุคลาธิษฐาน

get the message โดยทั่วไปหมายถึง “เข้าใจสิ่งที่มีการสื่อสาร” ในที่นี้ไม่มีการส่งข้อความจริง ผู้พูดทำให้ด้านหนึ่งของวัตถุมีลักษณะเหมือนคน ราวกับว่าด้านนั้นรับรู้การเปลี่ยนแปลงได้ไม่เร็วพอ fast enough หมายถึง “ด้วยความเร็วที่กระบวนการนั้นต้องการ” อุปมานี้เปลี่ยนความล่าช้าในการแพร่ของการเปลี่ยนแปลงผ่านวัสดุ ให้เป็นภาพของการสื่อสารที่มาถึงช้าซึ่งเข้าใจได้ง่าย

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: During the dance, my feet didn't get the message fast enough. อุปมานี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันลืมชื่อเพลง
  2. เท้าของฉันได้รับข้อความทางโทรศัพท์
  3. เท้าของฉันตอบสนองช้าเกินไป
ดูคำตอบ

เท้าของฉันตอบสนองช้าเกินไป

If the whole rod were to release at one time, ไวยากรณ์

5:12

ถ้าทั้งเส้นคลายตัวพร้อมกันทีเดียว

it'd be fine, but it doesn't.

5:14

มันก็คงไม่เป็นไร แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น

ไวยากรณ์

โครงสร้างสมมุติ If ... were to ..., it'd ...

อนุประโยค if สมมุติสถานการณ์ที่ต่างจากกลไกจริง นั่นคือแรงบิดของแท่งทั้งหมดคลายออกพร้อมกัน were to + กริยารูปพื้นฐานแสดงเงื่อนไขที่เป็นสมมุติฐานหรือมีโอกาสเกิดน้อย ไม่ได้บอกเหตุการณ์ในอดีต อนุประโยคผลลัพธ์ it'd be fine หมายความว่า ถ้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่สมมุติไว้ก็คงไม่มีปัญหา โครงสร้างคือ if + ประธาน + were to + กริยา, ประธาน + would + กริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสมมุติแบบเป็นทางการจากบทเรียน: If the backup system ____ fail, the main server would keep running.

ดูคำตอบ

were to

It breaks itself apart along the way.

5:15

มันหักตัวเองเป็นชิ้นๆ ไปตลอดทาง

Every time you have a new break,

5:18

ทุกครั้งที่เกิดรอยหักใหม่

the process starts all over again. วลี

5:19

กระบวนการก็เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

วลี

start all over again: เริ่มใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น

Start all over again หมายถึงเริ่มกระบวนการทั้งหมดใหม่ตั้งแต่ต้น คำว่า all ช่วยเน้นว่าไม่ได้ทำต่อจากจุดกึ่งกลาง ในที่นี้ รอยแตกใหม่แต่ละครั้งทำให้กระบวนการเดิมเริ่มขึ้นใหม่ วลีนี้ยังใช้เมื่อทำงานใหม่ตั้งแต่ต้นหลังเกิดข้อผิดพลาด การหยุดชะงัก หรือความพยายามที่ล้มเหลวได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The process starts all over again,” วลี starts all over again หมายความว่าอะไร?

  1. กระบวนการทั้งหมดเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น
  2. กระบวนการจบลงอย่างถาวร
  3. กระบวนการดำเนินต่อจากจุดเดิม
ดูคำตอบ

กระบวนการทั้งหมดเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น

This physical phenomenon is called a cascading fracture. การใช้คำ

5:21

ปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์นี้เรียกว่า การแตกร้าวแบบต่อเนื่อง

การใช้คำ

cascading fracture: การแตกหักที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน

ใน cascading fracture คำว่า fracture หมายถึงการแตกหักทางกายภาพ ส่วน cascading บอกว่าการแตกหักแพร่ต่อกันเป็นลำดับ การแตกหักครั้งหนึ่งทำให้ความเค้นไปกระจุกตัวที่ส่วนอื่น และทำให้เกิดการแตกหักครั้งถัดไป ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงกระบวนการแตกหักที่กระตุ้นต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ ไม่ใช่การแตกหักเพียงครั้งเดียว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นชื่อของปรากฏการณ์ ไม่ได้หมายความว่ารอยร้าวจำนวนมากเกิดขึ้นพร้อมกันพอดี โดยทั่วไป cascading หมายถึงกระบวนการที่ความขัดข้องหรือเหตุการณ์หนึ่งกระตุ้นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องให้เกิดขึ้นต่อ ๆ กัน

แบบฝึกหัด

A break that triggers more breaks in sequence is called a ____.

ดูคำตอบ

cascading fracture

Until recently, the math behind this phenomenon wasn't very well understood.

5:24

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ คณิตศาสตร์เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ยังไม่เป็นที่เข้าใจดีนัก

But, I did find a really cool French research paper on the topic,

5:28

แต่ฉันเจองานวิจัยของฝรั่งเศสที่เจ๋งมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

as well as a neat simulation created by some Norwegian petroleum engineers. วลี

5:31

รวมถึงแบบจำลองที่สร้างสรรค์โดยวิศวกรปิโตรเลียมชาวนอร์เวย์ด้วย

วลี

as well as: การเพิ่มองค์ประกอบเสริม

as well as เป็นวลีเชื่อมที่ใช้เพิ่มคน สิ่งของ หรือการกระทำอย่างที่สองต่อจากอย่างแรก ในประโยคนี้ ผู้พูดนำเสนอบทความวิจัยฝรั่งเศสเป็นสิ่งที่ค้นพบหลัก และเสริมแบบจำลองที่สร้างโดยวิศวกรชาวนอร์เวย์ว่าเป็นสิ่งที่ค้นพบเพิ่มเติม ต่างจากรายการธรรมดาที่ทำให้ทุกองค์ประกอบดูมีน้ำหนักเท่ากัน as well as สามารถทำให้องค์ประกอบที่สองมีบทบาทเป็นข้อมูลเสริมได้ ความหมายใกล้กับ and also แต่ช่วยจัดข้อมูลให้เป็นหัวข้อหลักหนึ่งอย่างและสิ่งที่เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งอย่าง

แบบฝึกหัด

Which sentence uses as well as to add a second item as supplementary information?

  1. because of
  2. instead of
  3. as well as
ดูคำตอบ

as well as

To my knowledge, though, the video that we just watched gives more insight into this physical phenomenon โน้ต

5:35

แต่เท่าที่ฉันรู้ วิดีโอที่เราเพิ่งดูกันไปให้ความเข้าใจเชิงลึกในปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์นี้

than anything else that's ever been done.

5:40

มากกว่าสิ่งใดๆ ที่เคยทำมาเลยล่ะ

ลำดับความ

To my knowledge, though: จำกัดข้อความพร้อมแสดงการยอมรับข้อโต้แย้ง

To my knowledge จำกัดขอบเขตของข้อความที่ตามมา โดยหมายถึงตามข้อมูลที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์โดยไม่มีข้อสงสัย วลีนี้บอกขอบเขตความรู้ของผู้พูด Though เพิ่มความหมายเชิงยอมรับข้อโต้แย้ง ผู้พูดยอมรับว่ามีงานศึกษาก่อนหน้าหรือหลักฐานอื่น แต่ยังคงกล่าวการเปรียบเทียบที่หนักแน่นกว่าในส่วนถัดไป เมื่อใช้สองส่วนนี้ร่วมกัน ข้อความที่หนักแน่นจะไม่ฟังดูเด็ดขาดเกินไป และยังเชื่อมกับประเด็นที่ขัดแย้งกันก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ข้อใดเป็นคำขึ้นต้นที่เหมาะที่สุดสำหรับการกล่าวข้อเท็จจริงตามความรู้ที่คุณมีอยู่ตอนนี้ พร้อมทั้งยอมรับประเด็นที่ขัดแย้งซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า

  1. In my opinion, therefore, no other team has repeated the result.
  2. To my knowledge, though, no other team has repeated the result.
  3. Without a doubt, no other team has repeated the result.
ดูคำตอบ

To my knowledge, though, no other team has repeated the result.

ไวยากรณ์

more insight into ... than anything else that's ever been done: การเปรียบเทียบที่ครอบคลุม

รูปแบบ more insight into X than anything else จัดให้แหล่งข้อมูลหนึ่งอยู่เหนือแหล่งข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในแง่ของความเข้าใจที่มอบให้ Insight into หมายถึงความเข้าใจ X ที่ลึกขึ้น และ else ตัดแหล่งข้อมูลที่กำลังกล่าวถึงออกจากกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ อนุประโยคขยาย that's ever been done ขยาย anything else โดย that's หมายถึง that has และรูป present perfect แบบ passive คือ has ever been done ครอบคลุมงานที่เสร็จสิ้นในช่วงเวลาใดก็ตามจนถึงปัจจุบัน ในที่นี้ anything else หมายถึงงานวิจัยหรือการสังเกตอื่น ไม่ได้หมายถึงทุกสิ่งในโลกตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบการเปรียบเทียบที่ครอบคลุมจากบทเรียน: This experiment gives ____ sleep ____ in our lab.

ดูคำตอบ

more insight into · than anything else that's ever been done

We just did it at a quarter of a million frames per second,

5:42

เราเพิ่งบันทึกภาพมันที่ความเร็วสองแสนห้าหมื่นเฟรมต่อวินาที

which is amazing.

5:45

ซึ่งมันสุดยอดมาก

So, there you go. น้ำเสียง/เจตนา

5:46

ดังนั้น นั่นแหละ

น้ำเสียง/เจตนา

there you go.:ใช้ปิดท้ายคำอธิบาย

ในที่นี้ there you go. เป็นสำนวนพูดเพื่อปิดท้ายบทสนทนา หลังจากอธิบายเสร็จแล้ว สำนวนนี้นำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นเรื่องที่ชัดเจนและได้ข้อสรุปแล้ว มีความหมายประมาณว่า “นี่คือคำตอบ” หรือ “หลักการทำงานก็เป็นแบบนี้” สำนวนนี้ใช้ได้หลายแบบ ในบริบทอื่นอาจใช้ตอนยื่นของให้ใคร แสดงผลลัพธ์ หรือให้กำลังใจคนที่เพิ่งทำบางอย่างเสร็จ ต้องดูการกระทำและสถานการณ์รอบข้างเพื่อเข้าใจความหมายที่ตั้งใจไว้

แบบฝึกหัด

หลังจากอธิบายว่ากล้องจับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างไร คุณพูดว่า “So, there you go.” ในที่นี้ there you go. ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกให้ผู้ฟังเดินไปยังสถานที่อื่น
  2. ชี้ไปที่สิ่งของซึ่งอยู่ใกล้ ๆ
  3. ปิดท้ายคำอธิบายโดยนำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นเรื่องที่ชัดเจนแล้ว
  4. ขอให้ผู้ฟังพูดคำอธิบายซ้ำ
ดูคำตอบ

ปิดท้ายคำอธิบายโดยนำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นเรื่องที่ชัดเจนแล้ว

The secret of snapping spaghetti is not just a party trick. ลำดับความ

5:47

ความลับของการหักสปาเก็ตตี้ไม่ใช่แค่กลในงานปาร์ตี้

ลำดับความ

is not just a party trick.:การปรับกรอบความเข้าใจของการสาธิต

ในที่นี้ is not just a party trick. ปฏิเสธความเข้าใจที่ว่าการสาธิตเรื่องสปาเกตตีมีไว้เพื่อความบันเทิงเท่านั้น โครงสร้างคือ be + not just + กลุ่มคำนาม โดยยอมรับคำอธิบายอย่างหนึ่งก่อน แล้วบอกว่าสิ่งนั้นยังมีคุณค่าหรือจุดประสงค์เพิ่มเติม นี่เป็นวิธีจัดระเบียบข้อมูล not just ชี้ให้เห็นการตีความที่แคบ และผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังขยายความเข้าใจให้กว้างขึ้น การสาธิตอาจสนุก แต่ก็เผยให้เห็นกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงด้วย

แบบฝึกหัด

ครูพูดว่า “This model is not just a party trick; it shows how bridges carry weight.” not just ในที่นี้บอกอะไร

  1. ขอให้ทุกคนสาธิตโมเดลนี้ในงานปาร์ตี้
  2. บอกว่าโมเดลอาจสนุก แต่ก็มีจุดประสงค์ที่ลึกซึ้งกว่าด้วย
  3. บอกว่าโมเดลไม่เกี่ยวข้องกับสะพาน
  4. บอกว่าโมเดลมีไว้เพื่อสร้างความบันเทิงให้ผู้คนเท่านั้น
ดูคำตอบ

บอกว่าโมเดลอาจสนุก แต่ก็มีจุดประสงค์ที่ลึกซึ้งกว่าด้วย

The next time you boil spaghetti,

5:50

ครั้งหน้าที่คุณต้มสปาเก็ตตี้

be careful because you are about to explore the very edge of scientific knowledge. สำนวน

5:52

ระวังให้ดีล่ะ เพราะคุณกำลังจะได้สำรวจสุดขอบของความรู้วิทยาศาสตร์

สำนวน

the very edge of scientific knowledge: พรมแดนสุดขอบของความรู้ทางวิทยาศาสตร์

ในที่นี้ the edge of scientific knowledge เป็นอุปลักษณ์เชิงพื้นที่ หมายถึงเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่วิทยาศาสตร์เข้าใจแล้วกับสิ่งที่ยังไม่รู้ ไม่ได้หมายถึงขอบที่มีอยู่จริง the very ทำให้เส้นแบ่งนั้นฟังดูเฉพาะเจาะจงและสุดขอบ กล่าวคือ คุณอยู่ตรงพรมแดนของความเข้าใจในปัจจุบันพอดี การพูดแบบนี้ทำให้ขีดจำกัดเชิงนามธรรมของงานวิจัยดูเหมือนสถานที่ที่เราเข้าไปใกล้และสำรวจได้

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. เส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่วิทยาศาสตร์รู้กับสิ่งที่ยังไม่รู้
  2. กฎข้อสุดท้ายที่นักวิทยาศาสตร์ห้ามตั้งคำถาม
  3. ขอบแหลมจริง ๆ ของเครื่องมือวิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ

เส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่วิทยาศาสตร์รู้กับสิ่งที่ยังไม่รู้

So, thank you very much for watching this episode of Smarter Every Day.

5:57

ดังนั้น ขอบคุณมากที่รับชม Smarter Every Day ตอนนี้

If you would like to get a book that talks about all the things that Richard Feynman studied,

6:00

ถ้าคุณอยากได้หนังสือที่พูดถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ ริชาร์ด ไฟน์แมน ศึกษา

I recommend an Audible book called Surely You're Joking,

6:05

ฉันขอแนะนำหนังสือเสียงใน Audible ที่ชื่อ Surely You're Joking,

Mr. Feynman.

6:08

Mr. Feynman

I'm listening to it right now,

6:09

ฉันกำลังฟังอยู่ตอนนี้เลย

and it's really good.

6:11

และมันดีมากๆ

If you would like to support Smarter Every Day,

6:12

ถ้าคุณอยากสนับสนุน Smarter Every Day

go to audible.com/smarter

6:14

ไปที่ audible.com/smarter

and download Surely You're Joking, Mr. Feynman,

6:16

และดาวน์โหลด Surely You're Joking, Mr. Feynman

and you would support Smarter Every Day,

6:19

แล้วคุณก็จะได้สนับสนุน Smarter Every Day

and I would greatly appreciate that. น้ำเสียง/เจตนา

6:20

และฉันจะซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง

น้ำเสียง/เจตนา

would greatly appreciate that: จะขอบคุณมากจริง ๆ

Would appreciate เป็นวิธีพูดอย่างสุภาพว่าการกระทำของอีกฝ่ายจะมีคุณค่าหรือน่ายินดี ในที่นี้ would ไม่ได้แสดงเวลาอดีต แต่ช่วยทำให้ข้อความนุ่มนวลลง เพราะการกระทำที่หวังไว้นั้นขึ้นอยู่กับอีกฝ่าย Greatly เพิ่มระดับความรู้สึกขอบคุณ ส่วน that หมายถึงการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง ในโครงสร้างนี้ appreciate รับกรรมโดยตรง เช่น appreciate that, appreciate your help หรือ appreciate it

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นวิธีพูดที่เป็นธรรมชาติและสุภาพว่า ความช่วยเหลือที่อีกฝ่ายจะให้ในอนาคตมีความสำคัญต่อคุณ

  1. If you can send the notes today, I would greatly appreciate for that.
  2. If you can send the notes today, I would greatly appreciated that.
  3. If you can send the notes today, I would greatly appreciate that.
ดูคำตอบ

If you can send the notes today, I would greatly appreciate that.

So, thank you very much.

6:22

ดังนั้น ขอบคุณมาก

I'm Destin.

6:23

ฉันเดสติน

You're getting smarter every day.

6:24

คุณกำลังฉลาดขึ้นทุกวัน

Have a good one. วลี

6:26

ขอให้เป็นวันที่ดี

วลี

Have a good one. ในฐานะคำกล่าวลาแบบไม่เป็นทางการ

Have a good one. เป็นคำกล่าวลาที่เป็นมิตรและไม่เป็นทางการ ในที่นี้ one หมายถึงช่วงเวลาหรือโอกาสที่กำลังจะมาถึง เช่น เวลาที่เหลือของวัน ช่วงเย็น หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ผู้ฟังเข้าใจคำนามที่ละไว้ได้จากบริบท จึงมักไม่จำเป็นต้องถามว่า one หมายถึงอะไร สำนวนนี้ใช้ส่งความปรารถนาดีให้อีกฝ่ายเมื่อจบการสนทนา

แบบฝึกหัด

พนักงานเก็บเงินพูดว่า 'Thanks for stopping by. Have a good one.' ประโยคสุดท้ายหมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันหวังว่าช่วงเวลาที่เหลือของคุณจะเป็นไปด้วยดี
  2. ฉันหวังว่าคุณจะซื้อของดี ๆ หนึ่งชิ้น
  3. โปรดบอกให้ชัดว่าคุณต้องการของชิ้นไหน
ดูคำตอบ

ฉันหวังว่าช่วงเวลาที่เหลือของคุณจะเป็นไปด้วยดี

You ever heard of Richard Feynman?

6:27

ลูกเคยได้ยินชื่อ ริชาร์ด ไฟน์แมน ไหม

No.

6:29

ไม่ครับ

No idea. น้ำเสียง/เจตนา

6:29

ไม่รู้จักเลย

น้ำเสียง/เจตนา

No idea. ในฐานะคำตอบแบบย่อ

No idea. เป็นคำตอบแบบย่อในการสนทนา หมายถึง I have no idea หรือ I don't know at all โดยละประธานและคำกริยาเพราะคำถามทำให้รู้อยู่แล้วว่าใครตอบและไม่รู้อะไร เมื่อใช้เป็นคำตอบเดี่ยว ๆ สำนวนนี้จะตรงและไม่เป็นทางการ ผู้ฟังเข้าใจจากบริบทได้ว่าผู้พูดไม่รู้เรื่องใด

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า 'Do you know where Maya left her backpack?' คำตอบสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการข้อใดหมายถึงคุณไม่รู้เลย?

  1. Good idea.
  2. Any idea?
  3. No idea.
ดูคำตอบ

No idea.

No idea?

6:30

ไม่รู้จักเลยเหรอ

I have no idea who he is,

6:31

ผมไม่รู้เลยว่าเขาคือใคร

but it sounds fine.

6:33

แต่ก็ฟังดูดีนะ

Well, he is.

6:35

ใช่ เขาเป็นคนแบบนั้นแหละ

He's a little different than daddy,

6:37

เขาจะต่างจากพ่อนิดหน่อย

but he's a pretty smart awesome dude.

6:39

แต่เขาเป็นคนที่ฉลาดและเจ๋งมากเลยล่ะ

Three.

6:42

สาม

At least four.

6:46

อย่างน้อยก็สี่

I hope this video earned your subscription.

6:48

หวังว่าวิดีโอนี้จะทำให้คุณอยากกดติดตามนะ

If not, just enjoy this confused fish.

6:50

ถ้าไม่ ก็แค่เพลิดเพลินไปกับปลาที่กำลังสับสนตัวนี้แล้วกัน

Thanks.

6:52

ขอบคุณ