Q&A กับ Grey: ตอน สิ่งที่ชื่นชอบ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
1,248 คำ 203 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ช่วงถามตอบนี้เริ่มจากคำถามเรื่องสิ่งที่ชอบซึ่งตอบยาก ไปสู่แล็ปท็อปเก่าที่เป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวในการทำงานอิสระ แล้วพูดถึงการอ่าน การเลือกแลก การเมือง และการจากไปโดยไม่ร่ำลา ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. On the spot, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: หมายถึงการต้องตอบทันทีโดยไม่ได้เตรียมตัว ไม่ใช่การยืนอยู่ ณ จุดหนึ่งตามความหมายตรง 2. Burned through — กริยาวลี: ใช้บรรยายว่าเงิน เวลา หรือทรัพยากรจำกัดถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่เหลือ 3. there are no solutions, only trade-offs. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เป็นประโยคเปรียบต่างที่ปฏิเสธทางออกสมบูรณ์แบบและมองการตัดสินใจเป็นการชั่งต้นทุนกับประโยชน์

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Challenge.

0:00

คำท้า

Can you post another Q&A within 6 months?

0:00

คุณช่วยลงวิดีโอ Q&A อีกอันภายใน 6 เดือนได้ไหม?

No, I cannot.

0:03

ไม่ได้ครับ ผมทำไม่ได้

What are your favorite and least favorite kinds of questions to answer?

0:05

คำถามประเภทไหนที่คุณชอบและไม่ชอบตอบมากที่สุด?

A long time ago in a state far away, วัฒนธรรม

0:07

นานมาแล้ว ในรัฐที่ห่างไกลออกไป

วัฒนธรรม

“A long time ago in a state far away” ในฐานะการอ้างอิงแบบขบขัน

ประโยคเปิดนี้ชวนให้นึกถึงประโยคดังจาก Star Wars ว่า A long time ago in a galaxy far, far away ผู้พูดเปลี่ยน galaxy เป็น state จึงทำให้เรื่องส่วนตัวธรรมดาเริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่ราวกับการผจญภัยในอวกาศ การอ้างอิงนี้บอกว่ากำลังจะเริ่มเล่าเรื่องในอดีต พร้อมเพิ่มอารมณ์ขันแบบสนุกและชวนให้นึกถึงวันเก่า ๆ เล็กน้อย นี่เป็นการดัดแปลงโดยตั้งใจ ไม่ใช่สำนวนตายตัวสำหรับบอกเวลาและสถานที่

แบบฝึกหัด

ประโยคเปิด A long time ago in a state far away ให้ผลหลักอย่างไร

  1. ประโยคนี้ใช้สำนวนทางการมาตรฐานเพื่อแนะนำข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์
  2. ประโยคนี้ให้วันที่ทางประวัติศาสตร์และตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่แม่นยำ
  3. ประโยคนี้อ้างอิง Star Wars อย่างขบขันเพื่อเปิดเรื่องส่วนตัวให้ดูยิ่งใหญ่
ดูคำตอบ

ประโยคนี้อ้างอิง Star Wars อย่างขบขันเพื่อเปิดเรื่องส่วนตัวให้ดูยิ่งใหญ่

I did an event with some friends where my job was to pick questions from the audience.

0:09

ผมไปร่วมงานกับเพื่อนๆ โดยหน้าที่ของผมคือเลือกคำถามจากผู้ชม

Right before the show started,

0:13

ก่อนที่โชว์จะเริ่มพอดี

Pretty Derek turned to me and said, "Please don't pick superlatives." ไวยากรณ์

0:14

ดีเร็กสุดหล่อหันมาหาผมแล้วพูดว่า "ได้โปรดอย่าเลือกคำถามที่เป็นขั้นสุดเลยนะ"

ไวยากรณ์

superlatives: best, worst และตัวเลือกที่สุดโต่งอื่น ๆ

Superlatives คือรูปคำที่วางคนหรือสิ่งของไว้ที่จุดสูงสุดหรือต่ำสุดในกลุ่ม เช่น best, worst, most interesting และ least useful โดยปกติใช้ตอบคำถามอย่าง “สิ่งใดมากที่สุดหรือน้อยที่สุด ...?” ในที่นี้ Please don't pick superlatives หมายถึง “อย่าให้ฉันต้องเลือกสิ่งที่สุดโต่ง” ผู้พูดใช้ศัพท์ไวยากรณ์นี้ในความหมายกว้างขึ้นเล็กน้อย โดยรวมป้ายบอกความชอบที่สุดโต่งอย่าง favorite และ least favorite ด้วย ไม่ได้หมายถึงคำที่รุนแรงหรือเกินจริงทุกคำ

แบบฝึกหัด

คำถามต่อยอดข้อใดหลีกเลี่ยง superlative หรือป้ายบอกตัวเลือกที่สุดโต่งแบบอื่น

  1. Which book did you enjoy recently?
  2. What is the best book you have ever read?
  3. What is your least favorite book?
ดูคำตอบ

Which book did you enjoy recently?

And I said, "What's a superlative?"

0:18

ผมก็เลยถามว่า "ขั้นสุดคืออะไรอะ?"

Best, worst, favorite, least favorite.

0:20

ดีที่สุด, แย่ที่สุด, ชอบที่สุด, ไม่ชอบที่สุด

Ah.

0:23

อ๋อ

The show begins and those were probably half the questions in the bowl.

0:24

พอเริ่มงาน คำถามพวกนั้นก็ปาเข้าไปครึ่งโถแล้ว

But Derek,

0:27

แต่ดีเร็ก

having had much more experience with Q&As,

0:28

ซึ่งมีประสบการณ์การทำ Q&A มากกว่าเยอะ

was totally right.

0:30

พูดถูกเผงเลย

On the spot, those questions are pretty hard to answer. สำนวน

0:31

การต้องตอบคำถามพวกนั้นสดๆ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก

สำนวน

On the spot: ตอบทันทีโดยไม่มีเวลาเตรียมตัว

ในที่นี้ On the spot หมายถึง “ทันทีโดยไม่มีเวลาเตรียมตัว” และยังให้ความรู้สึกกดดันด้วย กล่าวคือ คำถามเหล่านี้ยากเพราะผู้พูดต้องตอบทันที วลีนี้ใช้บอกการตอบ การตัดสินใจ หรือการลงมือทำในขณะนั้นได้ ในความหมายนี้ วลีไม่ได้ใช้เพียงเพื่อบอกสถานที่จริงเท่านั้น

แบบฝึกหัด

on the spot ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? With no warning, the coach asked Mia to explain her decision on the spot.

  1. ทันทีโดยไม่มีเวลาเตรียมตัว
  2. หลังจากคิดมาทั้งคืน
  3. ที่สถานที่ฝึกซ้อมตามปกติ
ดูคำตอบ

ทันทีโดยไม่มีเวลาเตรียมตัว

But also, as I've grown up,

0:34

และยิ่งผมโตขึ้นด้วย

I've found the whole concept of a favorite X has become more abstract and situational.

0:35

ผมพบว่าแนวคิดของการมีสิ่งโปรดปรานสักอย่างมันเริ่มเป็นนามธรรมและขึ้นอยู่กับสถานการณ์มากขึ้น

Favorite things seem to be more important the younger you are, ไวยากรณ์

0:41

ยิ่งอายุน้อย ของโปรดดูเหมือนจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น

ไวยากรณ์

The younger you are: การเปรียบเทียบที่เปลี่ยนแปลงสัมพันธ์กัน

the younger you are เป็นอนุประโยคที่ใช้โครงสร้าง the + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า โดย younger เป็นรูปขั้นกว่าของ young และ the ในที่นี้ไม่ได้ชี้ถึงคนใดคนหนึ่ง อนุประโยคนี้หมายถึง “เมื่ออายุลดลง” โครงสร้างนี้เชื่อมอายุกับแนวคิดเปรียบเทียบก่อนหน้า more important กล่าวคือ ระดับความสำคัญเพิ่มขึ้นเมื่ออายุลดลง ภาษาอังกฤษสามารถวางผลลัพธ์หลักไว้ก่อนเหมือนในประโยคนี้ แทนที่จะใช้ลำดับคู่เต็มรูป The younger you are, the more important your favorite things seem.

แบบฝึกหัด

ใช้คำ the, young, you และ be เพื่อเติมการเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ให้สมบูรณ์: Stories can feel more magical ____.

ดูคำตอบ

the younger you are

which makes sense because you don't really know who you are and so define yourself by the world around you.

0:43

ซึ่งก็สมเหตุสมผล เพราะคุณยังไม่ค่อยรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ก็เลยใช้อีกโลกรอบตัวมานิยามความเป็นตัวเอง

And it's also practice for the tribal affiliation games we never escape even as adults, สำนวน

0:48

และมันยังเป็นการฝึกสำหรับเกมการสังกัดชนเผ่าที่เราไม่มีทางหนีพ้นแม้กระทั่งตอนเป็นผู้ใหญ่

สำนวน

the tribal affiliation games ในฐานะอุปลักษณ์ของกลุ่มสังคม

ในประโยคนี้ the tribal affiliation games เป็นอุปลักษณ์ถึงนิสัยทางสังคมที่เราแบ่งตัวเองเป็นกลุ่มและพิสูจน์ว่าอยู่ฝ่ายใดผ่านความชอบ เช่น หนังสือ ทีมกีฬา หรือแบรนด์โปรด ไม่ได้หมายถึงเกมจริง ๆ หรือชนเผ่าจริง ๆ วลีนี้ทำให้คำถามธรรมดาเรื่องความชอบดูเหมือนการแข่งขันเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของกลุ่ม ผู้พูดกำลังวิจารณ์แรงกดดันที่ทำให้คนมองว่ารสนิยมส่วนตัวเป็นหลักฐานว่าใครอยู่ฝ่ายไหน

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ the tribal affiliation games ในประโยคนี้ได้ตรงที่สุด

  1. เกมดั้งเดิมที่เล่นโดยสมาชิกของชนเผ่าจริง ๆ
  2. เกมส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์
  3. การแข่งขันทางสังคมที่ผู้คนใช้ความชอบเพื่อแสดงว่าตนอยู่ในกลุ่มใด
ดูคำตอบ

การแข่งขันทางสังคมที่ผู้คนใช้ความชอบเพื่อแสดงว่าตนอยู่ในกลุ่มใด

which can make trying to answer these questions super un-fun when people take the answer way too seriously. วลี

0:53

ซึ่งนั่นทำให้การพยายามตอบคำถามพวกนี้ไม่สนุกเอามากๆ เวลาคนจริงจังกับคำตอบมากเกินไป

วลี

way too seriously: การใช้ way เพื่อเน้น too

ในที่นี้ way เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เน้น too ให้แรงขึ้น Way too seriously หมายถึงจริงจังมากเกินกว่าระดับที่สมเหตุสมผลหรือเป็นประโยชน์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ way too + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ เช่น way too expensive และ way too quickly รูปแบบนี้ไม่ได้แค่บอกว่าระดับสูง แต่ยังวิจารณ์ว่าระดับนั้นมากเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีเน้นย้ำจากบทเรียน: We're treating this tiny mistake ____.

ดูคำตอบ

way too seriously

So a question about my favorite is by far my least favorite, วลี

0:59

ดังนั้นคำถามว่าผมชอบอะไรที่สุดจึงเป็นคำถามที่ผมไม่ชอบที่สุดแบบทิ้งห่างเลย

วลี

by far + ขั้นสูงสุด

ในประโยคนี้ by far ขยายวลีขั้นสูงสุด my least favorite ให้หนักแน่นขึ้น หมายความว่ามีความแตกต่างมาก กล่าวคือ ในความเห็นของผู้พูด คำถามนี้อยู่ต่ำกว่าคำถามอื่นทั้งหมดอย่างมาก far ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระยะทางจริง โครงสร้างทั่วไป by far + the/คำแสดงความเป็นเจ้าของ + ขั้นสูงสุด ใช้เพิ่มน้ำหนักอย่างมาก เช่น by far the easiest และ by far my best result

แบบฝึกหัด

เติมคำเน้นสองคำที่หมายถึง “ทิ้งห่างอย่างมาก” ลงในประโยค: Of all the routes, this one is ____ the quickest.

ดูคำตอบ

by far

but Fahrenheit is still my favorite.

1:01

แต่ฟาเรนไฮต์ก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจผมอยู่ดี

Come at me. น้ำเสียง/เจตนา

1:02

เข้ามาเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Come at me. ในความหมายท้าทาย

Come at me. เป็นคำท้าทายแบบไม่เป็นทางการ ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้เพียงขอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ แต่กำลังพูดว่า “ถ้ากล้าก็มาเถียงหรือท้าทายความคิดเห็นของฉันสิ” มักใช้หลังจากแสดงความคิดเห็นที่แรงหรือไม่เป็นที่นิยม และทำให้ผู้พูดดูมั่นใจ แข็งกร้าว หรือยั่วแบบขำ ๆ น้ำเสียงที่แท้จริงขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ระหว่างการเห็นต่างกันอย่างสุภาพในห้องเรียน ผู้เรียนพูดกับครูว่า Come at me. นี่เป็นวิธีที่เป็นกลางและเหมาะสมในการเชิญให้ครูแสดงความคิดเห็นหรือไม่

  1. ไม่ใช่ ฟังดูเผชิญหน้าและไม่เหมาะกับสถานการณ์นี้
  2. ใช่ เป็นคำพูดที่เป็นกลางและสุภาพ
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ ฟังดูเผชิญหน้าและไม่เหมาะกับสถานการณ์นี้

Anyway, if you're ever at a show or submitting questions to a Q&A,

1:03

เอาเป็นว่า ถ้าคุณได้ไปดูโชว์หรือส่งคำถามในรายการ Q&A สักแห่ง

to raise the odds of getting an answer, วลี

1:07

เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้รับคำตอบ

วลี

raise the odds of + คำนามหรือรูป -ing

Raise the odds of หมายถึง “ทำให้บางสิ่งมีโอกาสเกิดขึ้นมากขึ้น” ในที่นี้ การเปลี่ยนวิธีถามอาจทำให้มีโอกาสได้รับคำตอบมากขึ้น โครงสร้างคือ raise the odds of + คำนามหรือรูป -ing เช่น raise the odds of success และ raise the odds of getting an answer คำว่า odds ในที่นี้เป็นรูปพหูพจน์และหมายถึง “ความน่าจะเป็น”

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายให้สมบูรณ์: A clear plan can raise the ____ finishing on time.

ดูคำตอบ

odds of

try turning it a bit.

1:08

ลองพลิกแพลงคำถามดูสักนิด

For example,

1:10

ตัวอย่างเช่น

whose videos do you watch the most?

1:11

คุณดูวิดีโอของใครบ่อยที่สุด?

That's an easy answer.

1:12

นั่นเป็นคำตอบที่ง่ายมาก

RedLetterMedia by a mile. สำนวน

1:13

RedLetterMedia แบบทิ้งห่างเลย

สำนวน

by a mile: ชนะอย่างชัดเจน

By a mile เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ด้วยความแตกต่างอย่างมาก” หรือ “อย่างสบาย ๆ” สำนวนนี้มาจากภาพของการชนะการแข่งขันโดยทิ้งห่างมาก แต่ในที่นี้ไม่ได้มีการวัดระยะหนึ่งไมล์จริง ๆ ในคำตอบสั้น ๆ นี้ ความหมายเต็มที่เข้าใจกันคือ “RedLetterMedia คือช่องที่ฉันดูมากที่สุดแบบทิ้งห่างช่องอื่น” สำนวนนี้ช่วยเน้นตัวเลือกและบอกว่าตัวเลือกอื่นเทียบไม่ติด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ by a mile ได้อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า “ด้วยความแตกต่างอย่างมาก”?

  1. That was the funniest scene with a mile.
  2. That was the funniest scene by a mile.
  3. That was the funniest scene at a mile.
ดูคำตอบ

That was the funniest scene by a mile.

I started with the highly produced Gateway Classics and over the years progressed to mainlining the hardcore stuff. สำนวน

1:15

ผมเริ่มจาก Gateway Classics ที่โปรดักชันดีๆ และในช่วงหลายปีก็เปลี่ยนมาเสพอะไรที่ฮาร์ดคอร์ขึ้น

สำนวน

Mainlining the hardcore stuff: อุปมาแบบพูดเกินจริง

mainlining ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้ยาเสพติดจริง ๆ แต่ยืมภาพของการฉีดยาเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงมาใช้ เพื่อสื่อถึงการเสพบางสิ่งในปริมาณมากอย่างเข้มข้น จนแทบเหมือนหยุดไม่ได้ การเปลี่ยนจาก Gateway Classics ไปสู่ hardcore stuff เป็นการไล่ระดับแบบขำ ๆ จากเนื้อหาสำหรับผู้เริ่มต้นไปสู่เนื้อหาที่ยากและเฉพาะทางกว่า อุปมานี้เพิ่มความโอเวอร์และน้ำเสียงล้อเลียนตัวเอง เพื่อบอกว่าผู้พูดหมกมุ่นอยู่กับเนื้อหานั้นอย่างมาก

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง mainlining the hardcore stuff หมายถึงอะไร

  1. ผลิตเนื้อหาที่ประณีตสำหรับผู้เริ่มต้น
  2. เสพเนื้อหาที่เข้มข้นหรือเฉพาะทางเป็นจำนวนมาก
  3. ใช้ยาเสพติดผิดกฎหมายขณะทำวิดีโอ
ดูคำตอบ

เสพเนื้อหาที่เข้มข้นหรือเฉพาะทางเป็นจำนวนมาก

It's hard to say why I so like watching guys I don't know view movies and instructional videos I never will,

1:20

พูดยากว่าทำไมผมถึงชอบดูคนที่ไม่รู้จักมานั่งวิจารณ์หนังและวิดีโอสอนทำนู่นทำนี่ที่ผมไม่มีทางได้ดูแน่ๆ

but it's strangely comforting and engaging.

1:26

แต่มันเป็นความเพลิดเพลินและน่าดึงดูดใจอย่างประหลาด

And let's not talk about how many hundreds of hours of RedLetterMedia I've had on while animating since starting my own channel. กริยาวลี

1:29

และไม่ต้องพูดถึงเลยว่าผมเปิด RedLetterMedia ทิ้งไว้เป็นร้อยๆ ชั่วโมงตอนทำแอนิเมชันตั้งแต่เริ่มทำช่องของตัวเอง

กริยาวลี

Have something on: เปิดหรือเล่นสื่อค้างไว้

ในประโยคนี้ had ... on หมายถึงเปิดบางสิ่งให้เล่นต่อไปหรือเปิดทิ้งไว้ RedLetterMedia เป็นเนื้อหาสื่อ ดังนั้น had on จึงไม่ได้สื่อถึงการเป็นเจ้าของหรือการสวมเสื้อผ้า รูปแบบปกติคือ have + เนื้อหาหรืออุปกรณ์ + on เช่น I had the radio on ในที่นี้กรรมยาว how many hundreds of hours of RedLetterMedia อยู่หน้า I’ve had on เพราะโครงสร้าง how many จึงทำให้ had กับ on อยู่ติดกัน วลีนี้มักใช้อธิบายว่าสื่อเล่นเป็นพื้นหลังต่อไประหว่างที่ทำกิจกรรมอื่น ในที่นี้ผู้พูดเปิดเนื้อหาดังกล่าวไว้ขณะทำแอนิเมชัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ have ... on: While I was cooking, I ____ the radio ____.

ดูคำตอบ

had · on

I'm glad YouTube doesn't track and timeshame การใช้คำ

1:35

ผมดีใจนะที่ YouTube ไม่จับตาดูและทำให้รู้สึกผิดกับเวลาที่เสียไป

การใช้คำ

timeshame ในฐานะคำกริยาที่สร้างขึ้นเพื่อความขำ

timeshame เป็นคำกริยาเชิงขำขันที่ผู้พูดสร้างขึ้นตรงนี้โดยนำ time กับ shame มารวมกัน ในประโยคนี้หมายถึง “ทำให้ใครบางคนรู้สึกอายที่ใช้เวลาดูวิดีโอไปมากแค่ไหน” ผู้ใช้ภาษาอังกฤษมักเข้าใจคำประสมใหม่แบบนี้ได้ แม้จะไม่มีในพจนานุกรม เพราะส่วนประกอบของคำให้ความหมายพื้นฐาน และบริบทบอกว่าใครทำให้รู้สึกอายและเพราะอะไร คำที่สร้างขึ้นนี้ยังทำให้การตำหนิตัวเองฟังดูตลกมากกว่าเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ timeshame น่าจะหมายถึงอะไร

  1. ห้ามใครบางคนดูวิดีโอในเวลาหนึ่ง
  2. บันทึกเวลาที่แน่นอนซึ่งใครบางคนดูวิดีโอ
  3. ทำให้ใครบางคนรู้สึกอายที่ใช้เวลาไปมากเพียงใด
ดูคำตอบ

ทำให้ใครบางคนรู้สึกอายที่ใช้เวลาไปมากเพียงใด

unlike some other services I could mention.

1:37

ไม่เหมือนบางบริการที่ผมพอนึกออก

I also picked this question because I can't bear watching RedLetterMedia keep inching closer to a million subscribers any longer. การใช้คำ

1:40

ผมเลือกคำถามนี้ด้วยเพราะทนดู RedLetterMedia ค่อยๆ กระดืบไปทีละนิดจนกว่าจะถึงล้านซับต่อไปไม่ไหวแล้ว

การใช้คำ

inching closer to: ค่อย ๆ คืบหน้าไปหาเป้าหมาย

Inching closer to หมายถึงการเคลื่อนที่หรือคืบหน้าไปหาบางสิ่งทีละน้อยมาก ในที่นี้จำนวนผู้ติดตามกำลังค่อย ๆ เข้าใกล้หนึ่งล้านคน ไม่ได้หมายถึงการวัดเป็นหน่วยนิ้วจริง ๆ รูปแบบคือ inch closer to + เป้าหมาย ใช้บอกการเคลื่อนที่ทางกายภาพได้ และยังใช้บ่อยกับตัวเลข กำหนดเวลา เป้าหมาย และการตัดสินใจที่เปลี่ยนไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่ตรงกันและเน้นความคืบหน้าทีละน้อยอย่างช้า ๆ: With each new signature, the petition is ____ its target.

ดูคำตอบ

inching closer to

Can we get these guys their gold play button already? วัฒนธรรม

1:47

เรารีบมอบโล่ทองให้พวกเขากันสักทีได้ไหม?

วัฒนธรรม

“gold play button”: รางวัลครีเอเตอร์ของ YouTube

ในที่นี้ gold play button เป็นชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการที่ใช้กันทั่วไปสำหรับรางวัลครีเอเตอร์ของ YouTube แบบจับต้องได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการมีผู้ติดตามครบหนึ่งล้านคน ไม่ได้หมายถึงปุ่มเล่นสีทองบนเครื่องเล่นวิดีโอ เนื่องจากช่องนี้ใกล้ถึงเป้าหมายดังกล่าว Can we get these guys... จึงเป็นการชวนอย่างตื่นเต้นให้ช่วยกันผลักดันช่องให้ถึงเป้าหมาย ไม่ใช่การขอให้ใครนำรางวัลมามอบให้ทันทีตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The channel finally received its gold play button.” คำว่า gold play button หมายถึงอะไร?

  1. ปุ่มควบคุมสีทองที่ใช้เริ่มเล่นวิดีโอ
  2. รางวัลครีเอเตอร์ของ YouTube แบบจับต้องได้ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักชัยด้านจำนวนผู้ติดตาม
  3. ฟีเจอร์แบบชำระเงินที่ทำให้วิดีโอเล่นเร็วขึ้น
ดูคำตอบ

รางวัลครีเอเตอร์ของ YouTube แบบจับต้องได้ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักชัยด้านจำนวนผู้ติดตาม

Click and subscribe.

1:49

คลิกและกดติดตามด้วยนะ

What's your favorite joke you've hidden in a video?

1:50

มุกตลกที่คุณชอบที่สุดที่เคยซ่อนไว้ในวิดีโอคืออะไร?

I'm gonna let this one slide because oh man, สำนวน

1:52

ข้อนี้ผมขอผ่านนะ เพราะให้ตายสิ

สำนวน

“let this one slide”: เลือกไม่บังคับใช้กฎในครั้งนี้

Let this one slide หมายถึงผู้พูดสังเกตเห็นความผิดพลาดเล็กน้อยหรือการทำผิดกฎ แต่เลือกที่จะไม่คัดค้าน ไม่ลงโทษ หรือไม่บังคับใช้กฎในครั้งนี้ one หมายถึงกรณีที่กำลังพูดถึง ส่วน slide ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว สำนวนนี้สื่อว่าผู้พูดมีสิทธิ์หรืออำนาจที่จะดำเนินการ แต่เลือกยกเว้นให้ this one มักกำหนดขอบเขตว่าครั้งต่อไปอาจไม่ยอมรับเรื่องเดียวกันนี้

แบบฝึกหัด

คำตอบใดแสดงว่าผู้พูดสังเกตเห็นการทำผิดกฎเล็กน้อย แต่เลือกที่จะไม่ดำเนินการในครั้งนี้?

  1. ผู้พูดบอกว่าไม่ทันสังเกตเห็นปัญหาใด ๆ
  2. ผู้พูดพูดว่า “I'll let this one slide.”
  3. ผู้พูดยกเลิกกฎนั้นอย่างถาวร
ดูคำตอบ

ผู้พูดพูดว่า “I'll let this one slide.”

do I love hiding stuff in videos

1:54

ผมชอบซ่อนอะไรๆ ไว้ในวิดีโอมาก

and it brings me tremendous joy when people find all the things.

1:56

และมันทำให้ผมดีใจสุดๆ เวลาคนหาเจอทุกอย่าง

For example,

2:00

อย่างเช่น

have you found all the bees?

2:01

พวกคุณหาผึ้งเจอหมดหรือยัง?

There's a lot of them now.

2:02

ตอนนี้มันมีเยอะมากเลยนะ

Again, no favorites,

2:03

ย้ำอีกครั้งว่าไม่มีอะไรที่ชอบที่สุด

but a recent one I'm pleased with is this dude in the airport reading The Hobbit and then The Fellowship of the Ring and then the entire Rings trilogy,

2:04

แต่ที่ผมถูกใจเมื่อเร็วๆ นี้คือผู้ชายที่สนามบินคนนี้ที่กำลังอ่าน The Hobbit ตามด้วย The Fellowship of the Ring แล้วก็ทั้งไตรภาคของ The Lord of the Rings เลย

implying the wait to board that flight was really long.

2:12

ซึ่งสื่อนัยว่าเวลาที่รอขึ้นเครื่องบินเที่ยวบินนั้นมันยาวนานมากจริงๆ

Favorite integer?

2:16

จำนวนเต็มที่ชอบที่สุด?

No, I don't.

2:16

ไม่ ผมไม่มี

Favorite color?

2:17

สีที่ชอบที่สุด?

I shouldn't have. ไวยากรณ์

2:18

ผมไม่น่าเปิดประเด็นนี้เลย

ไวยากรณ์

shouldn't have: การละคำเพื่อแสดงความเสียใจต่อการกระทำในอดีต

ในคำตอบนี้ shouldn't have ใช้ย้อนมองการกระทำที่เกิดขึ้นแล้วและตัดสินว่าเป็นความผิดพลาด รูปเต็มคือ should not have + กริยาช่อง 3 เช่น I shouldn't have answered ในที่นี้ละกริยาช่อง 3 และส่วนที่เหลือของการกระทำ เพราะบทสนทนาก่อนหน้าทำให้เข้าใจอยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร ดังนั้น I shouldn't have ที่พูดเดี่ยว ๆ จึงหมายถึง “ฉันทำไปแล้ว แต่ตอนนี้คิดว่าเป็นการเลือกที่ผิด”

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยรูป modal perfect แบบละคำที่เรียน เพื่อแสดงความเสียใจต่อการกระทำในอดีต: I answered the personal question, but I ____.

ดูคำตอบ

shouldn't have

Favorite magic colors?

2:19

สีการ์ด Magic ที่ชอบที่สุด?

Well, black and blue obviously,

2:20

ก็ต้องสีดำกับสีน้ำเงินอยู่แล้ว

but no getting around this one. สำนวน

2:22

แต่ข้อนี้คงเลี่ยงไม่ได้แฮะ

สำนวน

no getting around this one: เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในที่นี้ get around หมายถึง “หลีกเลี่ยงการรับมือกับบางสิ่ง” ไม่ใช่เดินอ้อมสิ่งนั้นจริง ๆ no getting around this one จึงหมายความว่าคำถามหรือประเด็นปัจจุบันเลี่ยงไม่ได้ ประโยคนี้เป็นรูปละคำแบบภาษาพูดของ There’s no getting around this one โครงสร้าง there’s no + -ing บอกว่าการกระทำนั้นทำไม่ได้ ส่วน this one ชี้ไปยังหัวข้อที่ระบุไว้แล้วในการสนทนา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”: The safety inspection is required, so there's ____ it.

ดูคำตอบ

no getting around

Favorite YouTuber?

2:23

YouTuber ที่ชอบที่สุด?

You know these people are my friends.

2:24

คุณก็รู้ว่าคนพวกนี้คือเพื่อนผม

It would be really weird to pick a

2:25

มันคงแปลกมากถ้าให้เลือกแค่

Favorite podcast?

2:26

พอดแคสต์ที่ชอบที่สุด?

No, I already explained-

2:27

ไม่ ผมอธิบายไปแล้ว-

Favorite movie, favorite liberian country flag,

2:28

หนังที่ชอบที่สุด ธงประจำมณฑลของไลบีเรียที่ชอบที่สุด

favorite world leader?

2:30

ผู้นำโลกที่ชอบที่สุด?

You can't be serious. น้ำเสียง/เจตนา

2:31

คุณต้องล้อเล่นแน่ๆ

น้ำเสียง/เจตนา

You can't be serious: การแสดงความไม่เชื่ออย่างมาก

You can't be serious ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายไม่มีความสามารถที่จะจริงจัง แต่เป็นปฏิกิริยาที่แสดงความไม่เชื่ออย่างมาก ผู้พูดคิดว่าคำถามหรือคำกล่าวนั้นไร้เหตุผลเกินกว่าจะพูดอย่างจริงจัง น้ำเสียงที่ต่างกันอาจสื่อถึงความรำคาญหรือการหยอกล้อได้ด้วย ประโยคนี้ตั้งคำถามว่าอีกฝ่ายหมายความอย่างนั้นจริงหรือไม่ ไม่ได้บอกข้อจำกัดด้านความสามารถ

แบบฝึกหัด

เพื่อนขอสิ่งที่ไร้เหตุผล และคุณต้องการแสดงความไม่เชื่ออย่างมากพร้อมความรำคาญเล็กน้อย คำตอบใดเหมาะสมที่สุด

  1. I am not serious.
  2. Could you explain that?
  3. You can't be serious.
ดูคำตอบ

You can't be serious.

Favorite law of physics,

2:32

กฎฟิสิกส์ที่ชอบที่สุด

favorite conspiracy theory,

2:33

ทฤษฎีสมคบคิดที่ชอบที่สุด

favorite tree?

2:34

ต้นไม้ที่ชอบที่สุด?

What?

2:35

ห๊ะ?

On a scale of 1 to 10,

2:35

ในระดับ 1 ถึง 10

what is your favorite color of the alphabet?

2:36

สีของตัวอักษรที่คุณชอบที่สุดคือสีอะไร?

No.

2:38

ไม่

Okay,

2:38

โอเค

this is my fault.

2:38

ผมผิดเอง

I shouldn't have opened this door. สำนวน

2:39

ผมไม่น่าเปิดประตูบานนี้เลย

สำนวน

opened this door: การสร้างความเป็นไปได้ใหม่

Opened this door ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ การตอบหรือยอมให้บางอย่างเกิดขึ้นหนึ่งครั้งทำให้ผู้พูดสร้างโอกาสหรือแบบอย่างที่ทำให้เรื่องคล้ายกันตามมาได้ ไม่ได้หมายถึงการเปิดประตูจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ open the door to หรือ for something ซึ่งหมายถึงการกระทำหนึ่งทำให้อีกสิ่งเป็นไปได้ ในประโยคนี้ this ชี้ถึงโอกาสเฉพาะที่ผู้พูดกำลังเสียใจว่าได้สร้างขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน open the door ในรูปอดีต: Allowing one late submission ____ more requests.

ดูคำตอบ

opened the door to

What is your favorite spelling of favorite?

2:40

คุณชอบสะกดคำว่า favorite แบบไหนที่สุด?

Okay, enough of the

2:42

โอเค พอทีกับคำว่า

What is the most persistent physical object you own?

2:43

วัตถุที่คงทนที่สุดที่คุณครอบครองคืออะไร?

That's a good question.

2:46

นั่นเป็นคำถามที่ดีนะ

Like,

2:47

อืม

it must be my original wedding ring.

2:47

มันน่าจะเป็นแหวนแต่งงานวงแรกของผม

I can't think of an object that's been with me longer.

2:49

ผมนึกไม่ออกแล้วว่ามีของชิ้นไหนที่อยู่กับผมมานานกว่านี้

I currently wear a second edition,

2:51

ตอนนี้ผมใส่วงที่สองอยู่

which will eventually become the third most persistent object in my life.

2:53

ซึ่งในท้ายที่สุดจะกลายเป็นของที่อยู่กับผมทนที่สุดเป็นอันดับสามในชีวิต

What's the second most persistent?

2:58

แล้วอันดับสองที่คงทนที่สุดคืออะไร?

Well,

2:59

คือว่า

while moving office recently,

3:00

ตอนที่เพิ่งย้ายออฟฟิศเมื่อเร็วๆ นี้

I found it hiding in an envelope at the bottom of a box.

3:02

ผมเจอมันซ่อนอยู่ในซองจดหมายก้นกล่อง

Sure,

3:06

แน่นอนว่า

I had thrown it away,

3:06

ผมทิ้งมันไปแล้ว

positive in fact,

3:07

มั่นใจมากด้วย

but somehow this specter evaded my many moves and purges. สำนวน

3:09

แต่ไม่รู้อีท่าไหน เจ้าย้ายปีศาจนี่ถึงรอดพ้นจากการย้ายของและโละทิ้งหลายต่อหลายครั้งของผมมาได้

สำนวน

Specter ที่ถูกทำให้เหมือนมีชีวิตและหลบพ้นการย้ายบ้านกับการโละของ

คอมพิวเตอร์เครื่องเก่าถูกเรียกว่า specter หรือ “ภูตผี” แต่ไม่ได้หมายถึงผีจริง ๆ เป็นภาพแทนของสิ่งเตือนใจจากอดีตที่ไม่ต้องการแต่ยังคงตามหลอกหลอนอยู่ ภาพนี้สร้างความรู้สึกไม่สบายใจและแสดงให้เห็นว่าทำไมการพบมันจึงมีความสำคัญทางอารมณ์ สิ่งของชิ้นนี้ถูกทำให้เหมือนมีชีวิต โดยบอกว่ามัน evaded หรือ “หลบหนี” จาก moves ซึ่งหมายถึงการย้ายบ้าน และ purges ซึ่งหมายถึงการโละของครั้งใหญ่ คำว่า evaded ทำให้มันดูฉลาดพอที่จะหนีรอดได้ สำนวนทั้งหมดจึงสื่อว่าผู้พูดพยายามทิ้งความทรงจำนี้ไว้เบื้องหลังหลายครั้ง แต่มันยังคงกลับมา

แบบฝึกหัด

ข้อความที่เน้นไว้ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร

  1. คอมพิวเตอร์เก่ารอดจากการย้ายบ้านและการโละของครั้งใหญ่หลายครั้ง จึงยังคงเป็นสิ่งเตือนใจจากอดีตที่ทำให้ไม่สบายใจ
  2. ผีจริง ๆ ซ่อนคอมพิวเตอร์ทุกครั้งที่ผู้พูดย้ายบ้าน
  3. ผู้พูดดูแลคอมพิวเตอร์อย่างดีเพราะมันเป็นตัวแทนของความสำเร็จ
ดูคำตอบ

คอมพิวเตอร์เก่ารอดจากการย้ายบ้านและการโละของครั้งใหญ่หลายครั้ง จึงยังคงเป็นสิ่งเตือนใจจากอดีตที่ทำให้ไม่สบายใจ

I have no idea how it shadowed me,

3:13

ผมไม่รู้เลยว่ามันสะกดรอยตามผมมาได้ยังไง

hiding nearby for a decade.

3:16

ซ่อนอยู่ใกล้ๆ มาเป็นสิบปี

So,

3:18

ดังนั้น

to explain this thing,

3:18

เพื่ออธิบายเจ้านี่

back in the long ago,

3:20

ย้อนกลับไปเมื่อนานมาแล้ว

I quit teaching,

3:21

ผมลาออกจากการเป็นครู

packed all my belongings,

3:22

เก็บข้าวของทั้งหมด

bundled my savings,

3:23

รวบรวมเงินเก็บ

heading off into the sunset with the sure knowledge I was to achieve the project of my life, โน้ต

3:24

มุ่งหน้าเข้าสู่ช่วงตะวันตกดินด้วยความเชื่อมั่นว่าผมจะบรรลุโปรเจกต์แห่งชีวิต

สำนวน

อุปลักษณ์แบบภาพยนตร์ heading off into the sunset

Heading off into the sunset ใช้ภาพที่คุ้นเคยจากหนังตะวันตก ซึ่งตัวละครจากไปพร้อมกับดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าและเรื่องราวก็จบลง ในที่นี้ไม่ได้บอกทิศทางหรือเวลาจริง ๆ ผู้พูดนำเสนอการลาออกจากงานสอนเพื่อเป็นผู้ทำงานอิสระว่าเป็นการออกเดินทางอย่างกล้าหาญและมองโลกในแง่ดีไปสู่ชีวิตใหม่ในอุดมคติ ภาพแบบภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจนี้ยังอาจเตรียมผู้ชมให้พบกับความย้อนแย้ง หากเหตุการณ์ต่อมาไม่เป็นไปตามความมั่นใจนั้น

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายเชิงเปรียบเทียบของ heading off into the sunset มากที่สุด

  1. คนคนหนึ่งตรวจสอบเวลาพระอาทิตย์ตกก่อนขับรถในช่วงเย็น
  2. คนคนหนึ่งออกจากอาชีพที่ทำมานานด้วยความมั่นใจและคาดหวังบทใหม่ที่มีความสุข
  3. คนคนหนึ่งย้อนกลับมาชั่วครู่เพราะลืมกุญแจ
ดูคำตอบ

คนคนหนึ่งออกจากอาชีพที่ทำมานานด้วยความมั่นใจและคาดหวังบทใหม่ที่มีความสุข

ไวยากรณ์

was to achieve: อนาคตที่คาดไว้เมื่อมองจากอดีต

ในประโยคนี้ was to achieve วางการทำสำเร็จไว้หลังจุดมองในอดีต ผู้พูดกำลังย้อนมองสิ่งที่รู้สึกว่าแน่นอนในเวลานั้น รูปแบบนี้ไม่ได้บอกว่าโครงการนั้นสำเร็จจริงในภายหลัง รูปแบบ was/were to + คำกริยารูปพื้นฐาน สามารถนำเสนอเหตุการณ์ในอนาคตจากมุมมองในอดีตว่าเป็นสิ่งที่วางแผนไว้ จัดเตรียมไว้ คาดว่าจะเกิด หรือดูเหมือนถูกกำหนดโดยโชคชะตา ในที่นี้ sure knowledge ทำให้ความคาดหวังฟังดูมั่นใจมาก และเปิดทางให้เหตุการณ์ภายหลังพิสูจน์ว่าความมั่นใจนั้นผิดได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการนำทีมว่าเป็นอนาคตที่ Leo คาดไว้จากมุมมองในอดีต โดยไม่ได้บอกว่าชัยชนะเกิดขึ้นจริง?

  1. At that moment, Leo had led the team to victory.
  2. At that moment, Leo led the team to victory.
  3. At that moment, Leo was certain he was to lead the team to victory.
ดูคำตอบ

At that moment, Leo was certain he was to lead the team to victory.

to escape the system, ลำดับความ

3:29

ที่จะหลุดพ้นจากระบบ

to become self-employed,

3:31

เป็นนายตัวเอง

to be free.

3:32

มีอิสระ

ลำดับความ

to escape ... to become ... to be: รายการเป้าหมายแบบขนาน

วลี to-infinitive ทั้งสามสร้างรายการแบบขนานที่แจกแจงรายละเอียดของโครงการแห่งชีวิต การใช้ to ซ้ำช่วยบอกจุดเริ่มต้นของแต่ละเป้าหมายอย่างชัดเจน และแสดงว่าทั้งสามรายการทำหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือนกัน ลำดับยังสร้างการไล่ระดับด้วย คือออกจากระบบที่ไม่ต้องการ ทำงานให้ตัวเอง แล้วไปถึงแนวคิดที่กว้างกว่าคืออิสรภาพ คุณสามารถนำกรอบที่ซ้ำนี้ไปใช้เพื่อนำเสนอเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน มีจังหวะ และจบด้วยขั้นสุดท้ายที่หนักแน่นกว่า

แบบฝึกหัด

เติมรายการแบบขนานให้สมบูรณ์ ใช้ reduce, protect และ keep ตามลำดับ และใช้ to ซ้ำหน้าคำกริยาแต่ละคำ: The campaign aims ____ plastic waste, ____ local wildlife, and ____ the beaches clean.

ดูคำตอบ

to reduce · to protect · to keep

And I totally failed.

3:33

แล้วผมก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

Burned through my savings and returned to London, กริยาวลี

3:36

ผลาญเงินเก็บจนเกลี้ยงแล้วซมซานกลับลอนดอน

กริยาวลี

Burned through: การใช้ทรัพยากรที่จำกัดอย่างรวดเร็ว

Burn through หมายถึงใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดอย่างรวดเร็วมากจนมักเหลือน้อยมากหรือไม่เหลือเลย ในประโยคนี้หมายถึงผู้พูดใช้เงินเก็บไปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มีอะไรไหม้จริง ๆ คำว่า through ทำให้เห็นภาพว่าทรัพยากรถูกใช้ไปตั้งแต่ต้นจนเกือบหมด วลีนี้จึงเน้นทั้งความเร็วและการร่อยหรอมากกว่าคำกลาง ๆ อย่าง spend

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ burn through: In just two weeks, the team ____ its entire travel budget.

ดูคำตอบ

burned through

humbled, ไวยากรณ์

3:38

อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

having to find another teaching job.

3:39

ต้องไปหางานสอนหนังสืออีกครั้ง

ไวยากรณ์

humbled, having to ...: การย่อข้อมูลเสริม

คำหลังเครื่องหมายจุลภาคเพิ่มข้อมูลสองอย่างเกี่ยวกับประธานที่ละไว้ของ returned to London คำว่า Humbled บอกสภาพของประธานหลังแผนล้มเหลว กล่าวคือประสบการณ์นั้นทำให้เจ้าตัวลดความทะนงหรือเข้าใจข้อจำกัดของตนมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวกำลังทำให้คนอื่นอับอาย Having to find another teaching job เป็นอนุประโยค -ing ที่สร้างจาก have to ในบริบทนี้ ส่วนนี้เพิ่มภาระที่ไม่ต้องการซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการกลับมา ส่วนขยายทั้งสองมีประธานเดียวกับประโยคหลัก จึงรวมการกระทำ สภาพ และผลที่ตามมาได้โดยไม่ต้องเขียนเป็นสามอนุประโยคเต็ม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบย่อแบบเดียวกันได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มสภาพและภาระใหม่ให้กับประธาน

  1. She returned home, was disappointed, having to rethink her plan.
  2. She returned home, disappointed, having to rethink her plan.
  3. She returned home, disappointing, had to rethink her plan.
ดูคำตอบ

She returned home, disappointed, having to rethink her plan.

That year of failure was not a great time

3:41

หนึ่งปีแห่งความล้มเหลวนั้นไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีนัก

and what I thought would be my Mjolnir with which to forge my new life was instead a cursed object. โน้ต

3:44

และสิ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นค้อนโยเนียร์ที่จะใช้ตีพิมพ์ชีวิตใหม่ กลับกลายเป็นสิ่งของต้องคำสาป

วัฒนธรรม

Mjolnir: ค้อนของธอร์ในฐานะสัญลักษณ์แห่งพลัง

Mjolnir เป็นชื่อเฉพาะของค้อนของธอร์ในตำนานนอร์สและเรื่องราวของมาร์เวล ค้อนนี้ขึ้นชื่อว่าทรงพลังมาก จึงใช้แทนภาพของเครื่องมือพิเศษที่ทำให้ผู้ใช้สามารถทำสิ่งยาก ๆ ให้สำเร็จได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดจินตนาการว่าคอมพิวเตอร์เป็น Mjolnir ของตนเอง หรือเป็นเครื่องมือที่จะช่วยสร้างและกำหนดชีวิตใหม่ แต่การเรียกมันว่า “วัตถุต้องคำสาป” ในภายหลังกลับภาพที่เต็มไปด้วยความหวัง และแสดงว่าเครื่องมือนี้สร้างปัญหาแทน

แบบฝึกหัด

Mjolnir เพิ่มความหมายอะไรให้ประโยคนี้

  1. ระบุว่าคอมพิวเตอร์เป็นคำสาปวิเศษมาตั้งแต่ต้น
  2. บอกว่าคอมพิวเตอร์เป็นค้อนธรรมดาที่ใช้ทำงานโลหะ
  3. นำเสนอคอมพิวเตอร์ว่าเป็นเครื่องมือทรงพลังที่อาจช่วยสร้างชีวิตใหม่ได้
ดูคำตอบ

นำเสนอคอมพิวเตอร์ว่าเป็นเครื่องมือทรงพลังที่อาจช่วยสร้างชีวิตใหม่ได้

ไวยากรณ์

with which to forge: โครงสร้างคำบุพบท + which + infinitive

วลี with which to forge ขยายคำว่า Mjolnir โดย which ย้อนกลับไปอ้างถึง Mjolnir และ with แสดงว่าสิ่งนั้นเป็นเครื่องมือที่ใช้ทำกริยา ความหมายคือ with which I could forge หรือในภาษาพูดมากกว่าคือ to forge my new life with รูปแบบคือ คำนาม + คำบุพบท + which + to-infinitive: a key with which to open the door รูปแบบนี้รวมทั้งความหมายเรื่องจุดประสงค์และเครื่องมือไว้ในส่วนขยายสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้หมายความว่าเธอจะใช้แปรงวาดภาพฝาผนัง โดยใช้รูปแบบคำบุพบท + which + infinitive: She bought a sturdy brush ____ the mural.

ดูคำตอบ

with which to paint

This original MacBook Air,

3:50

MacBook Air รุ่นแรกเครื่องนี้

the laptop sold on its thinness and lightness, การใช้คำ

3:52

แล็ปท็อปที่ขายความบางและเบา

การใช้คำ

sold on its thinness and lightness: ขายโดยชูจุดเด่นเรื่องความบางและน้ำหนักเบา

ในประโยคนี้ sold on หมายความว่า จุดดึงดูดทางการขายของแล็ปท็อปเครื่องนี้อยู่ที่ความบางและน้ำหนักเบา โดยนำคุณสมบัติเหล่านี้มาเสนอเป็นเหตุผลสำคัญในการซื้อ คำนี้อธิบายจุดขายของสินค้า ไม่ได้อธิบายความคิดเห็นของคน เมื่อสินค้าเป็นประธาน sell on อาจหมายถึงสินค้าขายได้ดีในตลาดเพราะคุณสมบัติบางอย่าง หรือใช้คุณสมบัตินั้นเป็นจุดขาย ความหมายนี้ต่างจาก be sold on something ซึ่งหมายถึงคนคนหนึ่งถูกโน้มน้าวจนเชื่อว่าสิ่งนั้นดีหรือคุ้มค่า

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The laptop sold on its thinness and lightness” sold on หมายความว่าอะไร

  1. แล็ปท็อปเครื่องนี้ถูกโน้มน้าวให้เชื่อว่าความบางและน้ำหนักเบามีคุณค่า
  2. แล็ปท็อปเครื่องนี้ถูกขายต่อให้เจ้าของคนใหม่
  3. ความบางและน้ำหนักเบาเป็นจุดขายหลักของแล็ปท็อปเครื่องนี้
ดูคำตอบ

ความบางและน้ำหนักเบาเป็นจุดขายหลักของแล็ปท็อปเครื่องนี้

the machine I spent a significant portion of my savings on as it seemed perfect for the life of peregrination before me. วลี

3:55

เครื่องที่ผมเอาเงินเก็บส่วนใหญ่ไปทุ่มซื้อ เพราะมันดูเพอร์เฟกต์สำหรับชีวิตการเดินทางรอนแรมที่รออยู่ตรงหน้า

วลี

a significant portion of my savings: ส่วนใหญ่ของเงินเก็บของฉัน

a significant portion of หมายถึงส่วนที่ค่อนข้างมากและมีนัยสำคัญของทั้งหมด ในที่นี้ทั้งหมดคือ my savings จึงหมายความว่าผู้พูดใช้เงินเก็บไปกับเครื่องนี้เป็นส่วนใหญ่จำนวนมาก portion เน้นความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนเงินกับยอดรวม แต่ไม่ได้บอกเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอน ส่วน significant ในที่นี้หมายถึงมีปริมาณมากหรือมีความสำคัญ ไม่ได้หมายถึงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์เป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

หากต้องการเน้นส่วนที่ค่อนข้างมากของยอดรวมด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเป็นทางการ ควรเติมวลีใดในประโยคนี้จึงจะเหมาะที่สุด “I spent ___ my savings on the machine.”

  1. ส่วนเล็ก ๆ ของ
  2. ส่วนที่ค่อนข้างมากของ
  3. มากมาย
ดูคำตอบ

ส่วนที่ค่อนข้างมากของ

This laptop was a disaster with catastrophic thermal problems making it run painfully slow. ไวยากรณ์

4:01

แล็ปท็อปเครื่องนี้เป็นหายนะที่มาพร้อมกับปัญหาความร้อนขั้นรุนแรงที่ทำให้มันทำงานช้าจนน่าปวดใจ

ไวยากรณ์

make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ใน making it run painfully slow

อนุประโยค -ing making it run painfully slow แสดงผลที่เกิดจาก catastrophic thermal problems โดยปัญหาดังกล่าวเป็นประธานโดยนัยของ making ภายในอนุประโยคนี้ make ใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย it หมายถึงแล็ปท็อป และไม่มี to หน้า run ส่วน painfully เน้นความหมายของ slow ว่าเครื่องทำงานช้ามากจนน่าหงุดหงิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ run: The outdated software made the tablet ____ much more slowly.

ดูคำตอบ

run

And during this dark time,

4:08

และในช่วงเวลาอันมืดมนนี้

I lived in Hawaii with family to save money.

4:10

ผมไปอยู่ฮาวายกับครอบครัวเพื่อประหยัดเงิน

Now,

4:12

คือว่า

Hawaii doesn't believe in air conditioning because the island is paradise and the weather is perfect. สำนวน

4:13

ฮาวายไม่เชื่อเรื่องเครื่องปรับอากาศ เพราะเกาะคือสวรรค์และอากาศก็สมบูรณ์แบบ

สำนวน

การทำให้เป็นบุคคลใน Hawaii doesn't believe in air conditioning

ประโยคนี้ทำให้ Hawaii มีลักษณะเหมือนคน โดยชื่อสถานที่ใช้แทนอาคาร ธุรกิจ บริการ หรือนิสัยที่พบได้ทั่วไปในพื้นที่ Doesn't believe in air conditioning ไม่ได้หมายความว่าฮาวายมีความเชื่อทางศาสนา หรือสงสัยว่าเครื่องปรับอากาศมีอยู่จริงหรือไม่ ในที่นี้ believe in หมายถึงสนับสนุน เห็นคุณค่า หรือเลือกใช้สิ่งหนึ่ง การพูดเกินจริงนี้เปลี่ยนข้อบ่นที่ว่าเครื่องปรับอากาศดูเหมือนจะหาได้ยากหรือไม่ได้รับความสำคัญ ให้กลายเป็นคำวิจารณ์เชิงขบขัน นี่เป็นความรู้สึกโดยรวมของผู้พูด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทุกสถานที่ในฮาวาย

แบบฝึกหัด

ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า “This office doesn't believe in unnecessary meetings”?

  1. คนที่นั่นสงสัยว่าการประชุมมีอยู่จริงหรือไม่
  2. ตัวอาคารเองมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการประชุมจริง ๆ
  3. วัฒนธรรมของสำนักงานหลีกเลี่ยงหรือไม่เห็นด้วยกับการประชุมที่ไม่จำเป็น
ดูคำตอบ

วัฒนธรรมของสำนักงานหลีกเลี่ยงหรือไม่เห็นด้วยกับการประชุมที่ไม่จำเป็น

It isn't.

4:19

มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย

I have such a visceral memory of being inescapably hot and sweaty, การใช้คำ

4:20

ผมมีความทรงจำที่ฝังลึกถึงความร้อนระอุและเหงื่อที่ไหลไคลย้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้

การใช้คำ

“Visceral memory”: ความทรงจำที่รู้สึกได้ในร่างกาย

ในที่นี้ a visceral memory คือความทรงจำที่เชื่อมกับปฏิกิริยาทางร่างกายหรืออารมณ์ที่เกิดขึ้นทันที ผู้พูดไม่ได้เพียงจำความร้อนได้ชัด แต่เมื่อหวนคิดก็เหมือนได้สัมผัสความร้อนและเหงื่ออีกครั้ง ใช้ visceral เมื่อความทรงจำนั้นให้ความรู้สึกเป็นสัญชาตญาณ รับรู้ได้ทางร่างกาย และยากจะวางระยะห่าง คำนี้เน้นปฏิกิริยาระดับร่างกายมากกว่าการบอกเพียงว่าจำได้ชัดหรือมีรายละเอียด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ visceral memory ได้ถูกต้องที่สุด

  1. I have a visceral memory of the phone number because I copied it correctly.
  2. I have a visceral memory of the crash, and my stomach still tightens when I think about it.
  3. I have a visceral memory of the meeting time because it is written in my calendar.
ดูคำตอบ

I have a visceral memory of the crash, and my stomach still tightens when I think about it.

trying to work while heat poured out from the keyboard,

4:24

พยายามทำงานในขณะที่ความร้อนพุ่งพรวดออกมาจากแป้นพิมพ์

melting me, สำนวน

4:28

ละลายตัวผม

melting my dreams.

4:29

ละลายความฝันของผม

สำนวน

“Melting me, melting my dreams”: การซ้ำจากความหมายตรงสู่ความหมายเชิงเปรียบเทียบ

melting คำแรกกล่าวเกินจริงถึงผลทางร่างกายของความร้อน ผู้พูดรู้สึกราวกับว่าร่างกายกำลังละลาย ส่วนคำที่สองซ้ำกริยาเดิมในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เพื่อบอกว่าความหวังกำลังอ่อนแรงหรือหายไป การซ้ำแบบขนานนี้เชื่อมความไม่สบายทางร่างกายเข้ากับความผิดหวังทางอารมณ์ การใช้กริยาเดิมซ้ำทำให้ภาพทางกายภาพกลายเป็นสะพานเชื่อมสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายและสิ่งที่เกิดขึ้นกับแผนของผู้พูด

แบบฝึกหัด

การซ้ำใน “melting me, melting my dreams” ทำหน้าที่อะไร

  1. แจกแจงผลของความร้อนสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. เชื่อมความทุกข์ทางร่างกายเข้ากับการสูญเสียความหวังอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  3. บอกว่าทั้งผู้พูดและความฝันกลายเป็นของเหลวจริง ๆ
ดูคำตอบ

เชื่อมความทุกข์ทางร่างกายเข้ากับการสูญเสียความหวังอย่างค่อยเป็นค่อยไป

I thought I had long gotten rid of this totem of the absolute failure of a younger man. สำนวน

4:31

ผมคิดว่าผมกำจัดสัญลักษณ์แห่งความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของชายหนุ่มคนนี้ทิ้งไปนานแล้วเสียอีก

สำนวน

totem of the absolute failure ในฐานะสิ่งของเชิงสัญลักษณ์

ในที่นี้ totem ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสิ่งของที่เป็นตัวแทนของความคิดหรือความทรงจำอันแรงกล้า ไม่ได้หมายถึงวัตถุในพิธีกรรมหรือศาสนาตามตัวอักษร การเรียกคอมพิวเตอร์ว่า a totem of the absolute failure ทำให้สิ่งของนั้นแบกรับการตัดสินที่ผู้พูดมีต่อตัวเองในวัยหนุ่ม มันเป็นตัวแทนของช่วงเวลาอันเจ็บปวดทั้งหมด ไม่ใช่เพียงความล้มเหลวครั้งเดียว ถ้อยคำเชิงวรรณกรรมนี้จึงทำให้สิ่งของมีน้ำหนักทางอารมณ์อย่างมาก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “totem of the absolute failure” หมายถึงอะไร

  1. บันทึกรายละเอียดของความผิดพลาดทุกครั้ง
  2. ของนำโชคที่รับประกันความสำเร็จในอนาคต
  3. เครื่องมือที่ใช้ซ่อมคอมพิวเตอร์เก่า
  4. สิ่งของที่เป็นตัวแทนอย่างชัดเจนของช่วงเวลาอันเจ็บปวด
ดูคำตอบ

สิ่งของที่เป็นตัวแทนอย่างชัดเจนของช่วงเวลาอันเจ็บปวด

But it's weird.

4:36

แต่มันก็แปลกดีนะ

Now that it's been so long, ไวยากรณ์

4:37

ตอนนี้เวลาผ่านไปนานมากแล้ว

ไวยากรณ์

Now that it's been so long: ใช้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเป็นเหตุผล

Now that เป็นคำเชื่อมที่หมายถึง “เพราะตอนนี้สิ่งนี้เป็นจริงแล้ว” หรือ “ในเมื่อขณะนี้เป็นเช่นนี้แล้ว” โดยนำสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นแล้วมาเป็นเหตุผลของสิ่งที่จะกล่าวต่อ และมักสื่อว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากอดีต ใน it's been so long คำว่า it's ย่อมาจาก it has ไม่ใช่ it is รูป present perfect ที่ใช้ been เชื่อมช่วงเวลาที่ยาวนานเข้ากับปัจจุบัน เมื่อรวมกันแล้ว อนุประโยคนี้จึงบอกเหตุผลที่ตอนนี้ผู้พูดสามารถคิดหรือทำสิ่งต่าง ๆ ได้ต่างจากเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่แสดงว่าสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปและกลายเป็นเหตุผล: ____ everyone is ready, we can start the game.

ดูคำตอบ

Now that

I kind of want to mount it on my office wall as #neverforget. น้ำเสียง/เจตนา

4:38

ผมเริ่มอยากจะเอามันไปติดไว้บนผนังออฟฟิศเป็น #neverforget ซะแล้วสิ

น้ำเสียง/เจตนา

kind of want to เพื่อทำให้ความอยากฟังดูเบาลง

ใน kind of want to คำว่า kind of ช่วยลดน้ำหนักของ want ผู้พูดอยากเอามันไปติดบนผนังอยู่บ้าง แต่ยังเป็นเพียงความคิดที่ไม่แน่นอน ไม่ใช่แผนที่ตัดสินใจแล้ว ตรงนี้ kind of เป็นคำช่วยผ่อนน้ำเสียงในภาษาพูด เพื่อลดระดับความอยากและความมุ่งมั่น ทำให้ความต้องการฟังดูไม่เด็ดขาด และอาจแฝงน้ำเสียงขำตัวเองหรือพูดเล่นเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

kind of want to ในประโยคนี้แสดงท่าทีแบบใด

  1. ผู้พูดตัดสินใจแน่นอนแล้วและจะทำอย่างแน่นอน
  2. ผู้พูดอยากทำอยู่บ้าง แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจเต็มที่
  3. ผู้พูดไม่อยากทำเลย
ดูคำตอบ

ผู้พูดอยากทำอยู่บ้าง แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจเต็มที่

I don't think I really will,

4:42

ผมไม่คิดว่าผมจะทำแบบนั้นจริงๆ หรอก

but I haven't thrown it out yet. กริยาวลี

4:43

แต่ผมก็ยังไม่ได้ทิ้งมันไป

กริยาวลี

thrown it out: ตำแหน่งคำสรรพนามกับ throw out

Throw something out หมายถึงทิ้งสิ่งของลงถังขยะ เพราะไม่ต้องการหรือไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ใน thrown it out คำว่า it เป็นกรรมและหมายถึงคอมพิวเตอร์เครื่องเก่า Throw out เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่างกริยากับ out เช่น throw it out และ thrown it out แต่ถ้ากรรมเป็นคำนามจะวางได้ทั้งสองตำแหน่ง เช่น throw the box out หรือ throw out the box

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ throw out และคำสรรพนาม it ตามลำดับที่ถูกต้อง: This carton is empty, so please ____.

ดูคำตอบ

throw it out

What is one topic you will never discuss?

4:45

หัวข้อเดียวที่คุณจะไม่มีวันพูดถึงเลยคืออะไร?

How am I to answer this question? ไวยากรณ์

4:47

แล้วผมจะตอบคำถามนี้ยังไงเนี่ย?

ไวยากรณ์

How am I to answer this question? ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์

ใน How am I to answer this question? โครงสร้างคือ How + be + subject + to + base verb? ในที่นี้ be to ไม่ได้บอกแผนหรือกำหนดการ แต่ถามว่าผู้พูดถูกคาดหมายอย่างสมเหตุสมผลให้ใช้วิธีใด คำถามนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ เพราะโจทย์ขัดแย้งในตัวเอง ผู้พูดไม่ได้เพียงขอคำแนะนำ แต่กำลังแย้งว่าไม่มีคำตอบที่น่าพอใจ พร้อมสื่อความหงุดหงิดหรือจนปัญญา

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยรูป be to เชิงวาทศิลป์: The two instructions contradict each other. ____ follow both?

ดูคำตอบ

How am I to

Is there still hope for the Catan video?

4:50

ยังมีความหวังสำหรับวิดีโอเกม Catan ไหม?

No.

4:55

ไม่มี

What are your tips on improving one's ability to read?

4:55

คุณมีเคล็ดลับอะไรในการพัฒนาความสามารถในการอ่านบ้าง?

Spend less time on the Tweetbooks and Snapstagrams. การใช้คำ

4:58

ใช้เวลากับ Tweetbooks และ Snapstagrams ให้น้อยลง

การใช้คำ

Tweetbooks และ Snapstagrams ในฐานะคำแต่งเชิงขบขัน

Tweetbooks ผสมคำว่า tweet กับ Facebook ส่วน Snapstagrams ผสม Snapchat กับ Instagram ทั้งสองคำเป็นชื่อที่แต่งขึ้นเพื่อความขบขัน ไม่ใช่แพลตฟอร์มจริง เมื่อใช้ร่วมกัน ชื่อพหูพจน์เหล่านี้หมายถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียโดยทั่วไป การผสมชื่อแบรนด์ที่คุ้นเคยทำให้คำแนะนำฟังเหมือนการแซวและดูแคลนเล็กน้อย ราวกับว่าแอปเหล่านี้เป็นสิ่งรบกวนที่แทนกันได้ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

Tweetbooks และ Snapstagrams หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. เครื่องมือทางเทคนิคสำหรับแก้ไขความคิดเห็น
  2. แบรนด์โซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการสองแบรนด์
  3. ชื่อสมมติแบบขบขันสำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
  4. หนังสือฉบับพิมพ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพ
ดูคำตอบ

ชื่อสมมติแบบขบขันสำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

I kind of left a lot of the internet temporarily a while back.

5:01

เมื่อสักพักใหญ่ๆ ผมได้ปลีกตัวออกจากโลกอินเทอร์เน็ตไปพักหนึ่ง

I don't know if you've heard. น้ำเสียง/เจตนา

5:05

ไม่รู้ว่าพวกคุณรู้กันหรือเปล่า

I've only made a vlog and talked about it repeatedly on my podcasts.

5:06

ผมทำแค่ Vlog ตัวเดียว แล้วก็พูดถึงมันซ้ำๆ ในพอดแคสต์ของผม

น้ำเสียง/เจตนา

«I don't know if you've heard» ... «I've only made a vlog» กับการพูดแบบถ่อมตัวเชิงประชด

ประโยคแรกฟังดูเหมือนกำลังถามอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายรู้ข่าวนี้หรือไม่ แต่ในบริบทนี้ ประโยคดังกล่าวปูทางไปสู่ความขัดแย้งกับประโยคถัดไป ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลนี้เป็นเรื่องที่มีคนรู้น้อยจริง ๆ คำว่า only จงใจทำให้การกระทำของผู้พูดดูเล็กน้อย ขณะที่ made a vlog และ talked about it repeatedly แสดงว่าผู้พูดพูดถึงเรื่องนี้ต่อสาธารณะมาหลายครั้งแล้ว ความไม่สอดคล้องนี้ทำให้เกิดการพูดประชดตัวเอง ผู้พูดทำเหมือนว่าข้อมูลนี้อาจเป็นเรื่องใหม่ ทั้งที่ยอมรับว่าตนเองประกาศเรื่องนี้ซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

มีคนพูดว่า “I don't know if you've heard. I've only made a vlog and talked about it repeatedly on my podcasts.” ประโยคนี้สื่อเป็นนัยว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ต่อสาธารณะเลย
  2. ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ฟังเลิกพูดถึงเรื่องนี้
  3. ผู้พูดกำลังพูดลดทอนอย่างประชดประชันว่าตนพูดถึงเรื่องนี้บ่อยแค่ไหน
  4. ข้อมูลนี้น่าจะเป็นความลับและแทบไม่เคยมีใครพูดถึง
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังพูดลดทอนอย่างประชดประชันว่าตนพูดถึงเรื่องนี้บ่อยแค่ไหน

Anyway,

5:09

อย่างไรก็ตาม

I think internet comments train my brain to have a short attention span. วลี

5:09

ผมคิดว่าคอมเมนต์บนอินเทอร์เน็ตฝึกให้สมองของผมมีสมาธิสั้นลง

วลี

ความหมายและการใช้ short attention span

short attention span เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงความสามารถในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ในที่นี้ span หมายถึงระยะเวลา ไม่ใช่ระยะทางทางกายภาพ ส่วน attention หมายถึงการจดจ่อทางความคิด ใน have a short attention span คำว่า short อธิบายว่าการจดจ่ออย่างต่อเนื่องอยู่ได้นานแค่ไหน ผู้พูดบอกว่าการอ่านความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ตอาจฝึกสมองให้เสียสมาธิได้เร็วขึ้น นี่เป็นการพูดถึงแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่การเสียสมาธิเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนที่เป็นธรรมชาติ: The long online meeting showed me that I have a ____.

ดูคำตอบ

short attention span

So,

5:13

ดังนั้น

less of the Reddit equals more of the books, ลำดับความ

5:14

ลด Reddit ลงก็เท่ากับเพิ่มหนังสือมากขึ้น

ลำดับความ

ใช้ less of ... equals more of ... เป็นสูตรสรุปการแลกเปลี่ยน

ในที่นี้ less of the Reddit equals more of the books เป็นวิธีสรุปการแลกเปลี่ยนระหว่างสองสิ่งแบบสั้น ๆ คล้ายสมการ โดยนำสองด้านมาเทียบกันว่า การให้ความสนใจกับ Reddit น้อยลงทำให้เหลือความสนใจหรือเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น Equals ตรงนี้ไม่ใช่การพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ แต่หมายถึง “นำไปสู่” หรือ “เปิดพื้นที่ให้” รูปแบบ less ... more ... ที่ซ้ำกันทำให้จำความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลได้ง่ายขึ้น ส่วนคำนำหน้านามใน the Reddit และ the books ถูกใช้ให้ฟังขำอย่างตั้งใจ ราวกับมองกิจกรรมแต่ละอย่างเป็นหมวดใหญ่ทั้งหมวด ไม่ใช่ปริมาณที่วัดไว้อย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่ใช้ในรูปแบบนี้เพื่อให้ประโยคสรุปแบบสมการสมบูรณ์: Less time checking notifications ____ more time for focused work.

ดูคำตอบ

equals

which I think is a net positive. การใช้คำ

5:16

ซึ่งผมคิดว่าโดยรวมแล้วเป็นผลดีนะ

การใช้คำ

a net positive: โดยรวมเป็นผลดีหลังจากชั่งข้อดีข้อเสีย

ใน a net positive คำว่า net ใช้ความหมายแบบทางบัญชี คือผลที่เหลือหลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อเสียแล้ว ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอินเทอร์เน็ต ผู้พูดกำลังบอกว่าแม้อาจมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่ผลโดยรวมยังเป็นประโยชน์ วลีนี้แม่นยำกว่าการพูดเพียงว่า good เพราะยอมรับอย่างชัดเจนว่าผลกระทบอาจมีทั้งด้านดีและด้านเสีย ในทางไวยากรณ์ a net positive เป็นนามวลีที่วางหลัง be ได้ เช่น the change is a net positive.

แบบฝึกหัด

a net positive ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร? The plan has some costs, but it is a net positive.

  1. ต้นทุนกับประโยชน์เท่ากันพอดี
  2. ผลโดยรวมเป็นประโยชน์หลังจากชั่งน้ำหนักต้นทุนกับประโยชน์แล้ว
  3. ผลกระทบทุกอย่างเป็นประโยชน์ทั้งหมด
ดูคำตอบ

ผลโดยรวมเป็นประโยชน์หลังจากชั่งน้ำหนักต้นทุนกับประโยชน์แล้ว

But I do miss the Wild West of the Internets. สำนวน

5:18

แต่ผมก็แอบคิดถึงความป่าเถื่อนของโลกอินเทอร์เน็ตอยู่เหมือนกัน

สำนวน

อุปมาเชิงขำขัน “the Wild West of the Internets”

ใน the Wild West of the Internets คำว่า Wild West เป็นอุปมาถึงโลกออนไลน์ที่ยังไม่มีกฎเกณฑ์ชัดเจนมากนัก โลกนั้นดูเปิดกว้างและสร้างสรรค์ แต่ก็วุ่นวายและมีความเสี่ยงด้วย ผู้พูดคิดถึงบรรยากาศที่เป็นอิสระกว่าเดิม ไม่ได้คิดถึงสถานที่จริงในภาคตะวันตกของสหรัฐฯ Internets เป็นรูปที่ตั้งใจใช้แบบไม่เป็นมาตรฐาน ปกติภาษาอังกฤษใช้ the internet การทำให้เป็นพหูพจน์แบบขำ ๆ ทำให้ประโยคฟังดูตลกและมีความรู้สึกคิดถึงอดีตเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

the Wild West of the Internets ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. แผนที่พื้นที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตในภาคตะวันตกของสหรัฐฯ
  2. เว็บไซต์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ภาคตะวันตกของสหรัฐฯ
  3. โลกออนไลน์ที่ดูเป็นอิสระ วุ่นวาย และมีกฎควบคุมน้อย
ดูคำตอบ

โลกออนไลน์ที่ดูเป็นอิสระ วุ่นวาย และมีกฎควบคุมน้อย

Sometimes I can hear the memes calling me.

5:21

บางครั้งผมก็ได้ยินเสียงมีมรียกหาผมเลยล่ะ

Now,

5:24

ทีนี้

anything you want to have more of in your life,

5:24

สิ่งไหนก็ตามที่คุณอยากให้มีมากขึ้นในชีวิต

like reading,

5:26

อย่างเช่น การอ่าน

also try to decide ahead of time what you're going to have less of to make space for it. วลี

5:27

ให้ลองตัดสินใจล่วงหน้าด้วยว่าคุณจะลดอะไรลงเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับสิ่งนั้น

วลี

ใช้ ahead of time เพื่อพูดถึงการวางแผนล่วงหน้า

Ahead of time หมายถึงก่อนเหตุการณ์ กำหนดเวลา หรือความจำเป็นจะมาถึง ในที่นี้สื่อให้ตัดสินใจก่อนว่าจะลดอะไรลง ก่อนเพิ่มกิจกรรมใหม่ เพื่อให้การปรับสมดุลนี้ผ่านการวางแผนและไม่ถูกทิ้งไว้จนถึงนาทีสุดท้าย สำนวนนี้กล่าวถึงเวลา ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ รูปแบบที่พบบ่อยคือคำกริยา + ahead of time เช่น decide ahead of time, prepare ahead of time หรือ tell someone ahead of time

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อชัดว่าตัดสินใจก่อนที่จะจำเป็นต้องตัดสินใจ ไม่ใช่เพียงตัดสินใจในเวลาเช้า?

  1. We chose our meals for the morning.
  2. We chose our meals ahead of time.
  3. We chose our meals early in the morning.
ดูคำตอบ

We chose our meals ahead of time.

วลี

make space for it: จัดเวลาและความสนใจให้สิ่งหนึ่ง

ใน make space for it คำว่า space ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ผู้พูดหมายถึงการลดกิจกรรมอื่นเพื่อให้มีเวลาและความสนใจเพียงพอสำหรับกิจกรรมที่ it กล่าวถึง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ make space for + คำนามหรือคำสรรพนาม หมายถึงการปรับเวลา พลังงาน หรือลำดับความสำคัญที่มีจำกัดเพื่อให้สิ่งหนึ่งเข้ามาอยู่ได้ วลีนี้ใช้กับการเคลียร์พื้นที่จริงได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่ความหมายในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

คุณต้องการเริ่มวาดรูปทุกเย็น ประโยคใดแสดงการลดกิจกรรมอื่นเพื่อจัดเวลาและความสนใจได้ดีที่สุด

  1. I'll spend less time gaming to make space for it.
  2. I'll draw more without changing anything else.
  3. I'll clear one shelf to make space for it.
ดูคำตอบ

I'll spend less time gaming to make space for it.

Saying you want to do more X without also saying what you want to do less of is a recipe for failure. โน้ต

5:31

การบอกว่าคุณอยากทำ X ให้มากขึ้นโดยไม่บอกว่าจะทำอะไรให้น้อยลง คือสูตรสำเร็จของความล้มเหลว

ไวยากรณ์

do more X ... what to do less of: การบอกสิ่งที่ต้องแลกกัน

ในที่นี้ X เป็นตัวแทนของกิจกรรม เช่น reading แนวคิดที่จับคู่กันคือ do more X และ do less of something ซึ่งแสดงการแลกกันของเวลา เมื่อเพิ่มกิจกรรมหนึ่ง โดยปกติก็ต้องลดอีกกิจกรรมหนึ่ง without also saying นำขั้นตอนประกอบที่ขาดไปเข้ามา ใน what you want to do less of คำว่า what แทนกิจกรรมที่จะลด ดังนั้น less of จึงมีสิ่งที่อ้างถึง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ X เป็นตัวแทนได้ถูกต้องและแสดงการแลกกันของกิจกรรม

  1. To do more X, decide what you will do less of.
  2. To do more X, look for an activity called X.
  3. To do more X, keep every other part of your schedule unchanged.
ดูคำตอบ

To do more X, decide what you will do less of.

สำนวน

การใช้ 'a recipe for failure' เพื่อเตือน

ในประโยคนี้ a recipe for failure เป็นคำเปรียบเทียบถึงชุดการตัดสินใจที่มีแนวโน้มสูงมากว่าจะทำให้ล้มเหลว เช่นเดียวกับสูตรอาหารที่รวมส่วนผสมเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ การอยากเพิ่มกิจกรรมโดยไม่ตัดสินใจว่าจะลดอะไรจึงสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่ผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ ใช้รูปแบบ a recipe for + ผลลัพธ์ เพื่อเตือนถึงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลอย่างชัดเจน รูปแบบนี้หนักแน่นและเฉพาะเจาะจงกว่าการบอกเพียงว่าแนวคิดนั้นไม่ดี เพราะชี้ให้เห็นว่าเงื่อนไขใดรวมกันแล้วทำให้ผลนั้นมีแนวโน้มเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยคำเปรียบเทียบที่ตรงกับบทเรียน: Setting goals without making time for them is ____.

ดูคำตอบ

a recipe for failure

In life,

5:36

ในชีวิต

there are no solutions, ลำดับความ

5:37

ไม่มีวิธีแก้ปัญหาหรอก

only trade-offs.

5:38

มีแต่การได้อย่างเสียอย่าง

ลำดับความ

“ไม่มีทางออก มีแต่สิ่งที่ต้องแลก” ในฐานะบทสรุปแบบเปรียบต่าง

รูปแบบ there are no X, only Y เริ่มจากปฏิเสธกรอบมองปัญหาแบบหนึ่ง แล้วแทนที่ด้วยประเด็นที่ผู้พูดต้องการเน้น คำว่า there are ที่ซ้ำกันถูกละไว้หน้า only ดังนั้นตรรกะเต็มคือ there are no solutions; there are only trade-offs ในที่นี้ solutions หมายถึงคำตอบที่สมบูรณ์แบบและไม่มีข้อเสียสำคัญ ส่วน trade-offs คือทางเลือกที่การได้ประโยชน์อย่างหนึ่งต้องแลกกับต้นทุนหรือการสละประโยชน์อีกอย่าง ประโยคนี้จึงย้ายจุดสนใจจากการหาคำตอบที่ไม่มีต้นทุน ไปสู่การตัดสินใจว่าจะยอมรับประโยชน์และต้นทุนใด

แบบฝึกหัด

ข้อความ 'there are no solutions, only trade-offs' ทำหน้าที่อย่างไรในการให้เหตุผล?

  1. บอกว่าทุกทางเลือกที่มีอยู่ให้ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ
  2. ปฏิเสธแนวคิดว่ามีคำตอบที่สมบูรณ์แบบ และหันความสนใจไปที่การชั่งน้ำหนักประโยชน์กับต้นทุน
  3. อ้างว่าไม่สามารถตัดสินใจเรื่องใดได้เลย
ดูคำตอบ

ปฏิเสธแนวคิดว่ามีคำตอบที่สมบูรณ์แบบ และหันความสนใจไปที่การชั่งน้ำหนักประโยชน์กับต้นทุน

How come you don't mention D&D more often? ไวยากรณ์

5:39

ทำไมคุณถึงไม่พูดถึง D&D บ่อยๆ ล่ะ?

ไวยากรณ์

How come + ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า

How come ในที่นี้หมายถึง “ทำไม” ใช้ถามเหตุผลที่อีกฝ่ายไม่พูดถึง D&D ให้บ่อยกว่านี้ และอาจแฝงความแปลกใจหรือความสงสัยเล็กน้อย หลัง How come ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: How come + ประธาน + กริยา ตัวอย่างใช้ you don't mention ไม่ใช่ don't you mention

แบบฝึกหัด

เติมคำถามแบบไม่เป็นทางการด้วยสำนวนสองคำที่ตามด้วยลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: “____ Leo doesn't talk about the club more often?”

ดูคำตอบ

How come

Despite,

5:41

ถึงแม้ว่า

as you might imagine,

5:42

อย่างที่คุณคงนึกออก

the child me being right in the demographic for D&D, วลี

5:43

ว่าผมในวัยเด็กนั้นตรงกับกลุ่มเป้าหมายของ D&D พอดี

วลี

right in the demographic for: ตรงกับกลุ่มเป้าหมายพอดี

ใน right in the demographic for D&D คำว่า right หมายถึง “พอดี” หรือ “ตรงอย่างมาก” ไม่ได้บอกทิศทาง ผู้พูดกำลังบอกว่าตัวเองในวัยเด็กตรงกับคนประเภทที่คาดว่า D&D จะดึงดูดได้อย่างมาก ในที่นี้ demographic คือกลุ่มคนที่มีลักษณะร่วมกันในฐานะผู้รับสาร เช่น อายุหรือความสนใจ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be right in the demographic for + ผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรม ซึ่งหมายถึง “ตรงกับกลุ่มเป้าหมายอย่างมาก”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ right in the target demographic ในความหมายว่า “ตรงกับกลุ่มเป้าหมายอย่างมาก”?

  1. The report lists the demographics of the game's players.
  2. At twelve, Mia was right in the target demographic for the new adventure game.
  3. Mia was right about the game's sales figures.
ดูคำตอบ

At twelve, Mia was right in the target demographic for the new adventure game.

I never played it.

5:46

แต่ผมก็ไม่เคยเล่นมันเลย

So,

5:48

ดังนั้น

that's why I don't mention it.

5:48

นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่พูดถึงมัน

The closest I ever got was Baby's First D&D, โน้ต

5:49

ที่ใกล้เคียงที่สุดที่ผมเคยเล่นก็คือ D&D ฉบับเด็กน้อย

ไวยากรณ์

The closest I ever got was ... หมายถึง “ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงที่สุดคือ...”

The closest I ever got was ... ใช้กล่าวถึงประสบการณ์หนึ่งที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายหรือกิจกรรมนั้นมากที่สุด ในที่นี้ closest วัดความคล้ายกับการเล่น D&D ไม่ใช่ระยะห่างทางกายภาพ รูปแบบนี้มักสื่อว่าผู้พูดยังไม่เคยมีประสบการณ์นั้นจริง ๆ แบบตรงตัว รูปเต็มคือ The closest I ever got to playing D&D was HeroQuest และเมื่อต่างฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงเป้าหมายใด ก็ละ to + คำนามหรือวลี -ing ได้

แบบฝึกหัด

Maya ไม่เคยแสดงภาพยนตร์ แต่เคยแสดงละครโรงเรียน ประโยค “The closest I ever got to acting in a film was performing in a school play” หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอบอกว่าละครโรงเรียนจัดใกล้สตูดิโอภาพยนตร์
  2. เธอบอกว่าตอนแสดงละครโรงเรียน เธอเกือบได้แสดงภาพยนตร์
  3. เธอบอกว่าละครโรงเรียนเป็นประสบการณ์ที่คล้ายที่สุด ไม่ได้บอกว่าเธอเคยแสดงภาพยนตร์
ดูคำตอบ

เธอบอกว่าละครโรงเรียนเป็นประสบการณ์ที่คล้ายที่สุด ไม่ได้บอกว่าเธอเคยแสดงภาพยนตร์

HeroQuest,

5:52

HeroQuest

which I loved playing as the Dungeon Master.

5:53

ซึ่งผมชอบเล่นเป็น Dungeon Master มาก

วัฒนธรรม

ภูมิหลังของ Baby's First D&D ... the Dungeon Master

Baby's First D&D ไม่ใช่ชื่อทางการของ HeroQuest แต่เป็นฉายาแบบขำ ๆ ที่ทำให้เข้าใจง่าย ผู้พูดนำเสนอ HeroQuest ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายกว่าในการสัมผัสแนวคิดบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับ Dungeons & Dragons หรือ D&D เช่น การผจญภัยแฟนตาซีและการมีคนคอยนำเกม HeroQuest กับ D&D เป็นคนละเกมกัน ในความทรงจำนี้ Dungeon Master หมายถึงคนที่ดำเนินหรือนำการผจญภัย ไม่ใช่เจ้านายของคุกใต้ดินตามความหมายตรงตัว ภูมิหลังนี้อธิบายว่าทำไม HeroQuest จึงนับเป็นประสบการณ์ที่คล้าย D&D มากที่สุดของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ ทำไมผู้พูดจึงเรียก HeroQuest ว่า “Baby's First D&D”

  1. เพื่อบอกชื่อทางการเต็มรูปแบบที่พิมพ์อยู่บนกล่อง HeroQuest
  2. เพื่อบอกว่า HeroQuest กับ D&D เป็นเกมเดียวกันทุกประการ
  3. เพื่อพูดเล่นว่าเป็นประสบการณ์ที่ง่ายกว่า เหมาะกับผู้เริ่มต้น และมีบางอย่างคล้าย D&D
ดูคำตอบ

เพื่อพูดเล่นว่าเป็นประสบการณ์ที่ง่ายกว่า เหมาะกับผู้เริ่มต้น และมีบางอย่างคล้าย D&D

Does it frustrate you how all the months have different numbers of days?

5:56

คุณหงุดหงิดไหมที่ทุกเดือนมีจำนวนวันไม่เท่ากัน?

It makes spreadsheets very untidy.

5:59

มันทำให้สเปรดชีตดูไม่เป็นระเบียบเอามากๆ

So,

6:00

เพราะฉะนั้น

yes.

6:01

ใช่ครับ

Have any answers from the previous Q&As changed?

6:01

มีคำตอบไหนจากรายการ Q&A ครั้งก่อนๆ ที่เปลี่ยนไปบ้างไหม?

Man,

6:03

ให้ตายสิ

every time this gets asked,

6:04

ทุกครั้งที่มีคนถามแบบนี้

I have more videos to check.

6:05

ผมก็ต้องกลับไปเช็กวิดีโอเพิ่มขึ้นอีก

This time through, วลี

6:07

รอบนี้ที่ไปดู

วลี

This time through: ในการไล่ดูรอบนี้

“This time through” ใช้กำหนดกรอบเวลา หมายถึง “ในการไล่ดูเนื้อหาหรือทำกระบวนการรอบนี้ ซึ่งเคยดูหรือทำมาก่อนแล้ว” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังกลับไปทบทวนเนื้อหาชุดเดิมอีกครั้ง ตรงนี้ “through” สื่อถึงการทำตั้งแต่ส่วนหนึ่งไปยังอีกส่วนจนจบหนึ่งรอบ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านสถานที่จริง กิจกรรมหลัง “through” ถูกละไว้เพราะบริบททำให้เข้าใจได้อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทนี้ที่หมายถึง “ในการไล่ดูเนื้อหาเดิมรอบนี้”: We checked the list again. ____, we found two missing names.

ดูคำตอบ

This time through

I noticed I've previously mentioned a proportional Senate as one of my top three changes to the Constitution,

6:08

ผมสังเกตเห็นว่าผมเคยพูดถึงเรื่องการมีวุฒิสภาแบบสัดส่วนเป็นหนึ่งในสามการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญอันดับแรกของผม

which was totally surprising to current me to see. การใช้คำ

6:13

ซึ่งทำให้ผมในปัจจุบันแปลกใจมากที่ได้เห็น

Maybe past me meant a Senate run by MMP?

6:16

บางทีตัวผมในอดีตอาจจะหมายถึงวุฒิสภาที่บริหารโดยระบบ MMP มั้ง?

การใช้คำ

current me ... past me: คนคนเดียวกันในช่วงเวลาที่ต่างกัน

“current me” และ “past me” ใช้ me เป็นป้ายเรียกแบบไม่เป็นทางการสำหรับคนคนเดียวกันในช่วงเวลาที่ต่างกัน “current me” หมายถึงตัวตนในตอนนี้ ส่วน “past me” หมายถึงคนคนเดียวกันในช่วงเวลาก่อนหน้า วิธีพูดนี้ช่วยให้ผู้พูดเปรียบเทียบความคิดที่เปลี่ยนไป พร้อมสร้างระยะห่างแบบขำเล็กน้อยจากตัวตนในอดีต ไม่ได้หมายถึงคนสองคนที่ต่างกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Past me avoided public speaking, but current me enjoys it,” คำว่า “past me” และ “current me” หมายถึงใคร?

  1. คนคนเดียวกันในสองช่วงเวลาที่ต่างกัน
  2. คนสองคนที่ต่างกัน
  3. คนหนึ่งคนกับครูของเขา
ดูคำตอบ

คนคนเดียวกันในสองช่วงเวลาที่ต่างกัน

If so,

6:18

ถ้าเป็นอย่างนั้น

I didn't make that very clear.

6:19

ผมก็สื่อสารได้ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่

Anyway,

6:20

ยังไงก็ตาม

I'm still pretty firmly against the Electoral College, วัฒนธรรม

6:21

ผมก็ยังคงต่อต้านระบบคณะผู้เลือกตั้งอย่างหนักแน่น

วัฒนธรรม

Electoral College: ระบบเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

Electoral College คือระบบของสหรัฐฯ ที่เลือกประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการผ่านคะแนนคณะผู้เลือกตั้งซึ่งจัดสรรให้แต่ละรัฐและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คำนี้ไม่ได้หมายถึงโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ในประโยคนี้ being against the Electoral College หมายถึงการคัดค้านระบบการเลือกตั้งดังกล่าว เนื่องจากเป็นชื่อทางการ Electoral College จึงมักขึ้นต้นทั้งสองคำด้วยตัวพิมพ์ใหญ่และใช้ร่วมกับ the เป็น the Electoral College

แบบฝึกหัด

Electoral College ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. มหาวิทยาลัยที่เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งเข้าเรียน
  2. ระบบของสหรัฐฯ ที่ใช้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งของแต่ละรัฐเพื่อเลือกประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ
  3. การลงคะแนนทั่วประเทศที่มีเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยเข้าร่วม
ดูคำตอบ

ระบบของสหรัฐฯ ที่ใช้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งของแต่ละรัฐเพื่อเลือกประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ

not because of the original idea, ไวยากรณ์

6:23

ไม่ใช่เพราะแนวคิดดั้งเดิมนะ

but because of what has changed in the last centuries.

6:25

แต่เป็นเพราะสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมาต่างหาก

ไวยากรณ์

not because of A, but because of B: แทนที่เหตุผลหนึ่งด้วยอีกเหตุผลหนึ่ง

รูปแบบ not because of A, but because of B ปฏิเสธว่า A เป็นเหตุผล แล้วแทนที่ด้วย B ซึ่งเป็นเหตุผลที่แท้จริง รูปแบบนี้ช่วยแก้ข้อสันนิษฐานหรือทำให้ข้อโต้แย้งชัดเจนและแม่นยำขึ้น ในที่นี้ not ปฏิเสธเฉพาะเหตุผลแรกคือ the original idea ไม่ได้ปฏิเสธจุดยืนคัดค้านของผู้พูด ทั้งสองส่วนใช้ because of ตามด้วยเหตุผลที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อปฏิเสธว่าอากาศหนาวเป็นเหตุผล และระบุว่าน้ำแข็งที่ไม่ปลอดภัยเป็นเหตุผลที่แท้จริง: The match was canceled ____ the cold, ____ the unsafe ice.

ดูคำตอบ

not because of · but because of

But the House and Senate system seems like a pretty good way to try to balance the power of the states and the people. วัฒนธรรม

6:27

แต่ระบบสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก็ดูจะเป็นวิธีที่ดีทีเดียวในการพยายามสร้างสมดุลอำนาจระหว่างรัฐต่างๆ กับประชาชน

วัฒนธรรม

“House and Senate system” ของสหรัฐอเมริกา

ในสหรัฐอเมริกา สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเป็นสองสภาของรัฐสภา ในที่นี้ House หมายถึงสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่บ้าน ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรจัดสรรตามจำนวนประชากรของแต่ละมลรัฐเป็นหลัก ส่วนทุกมลรัฐมีวุฒิสมาชิกจำนวนเท่ากัน เนื่องจากทั้งสองสภาเป็นตัวแทนของประชาชนและมลรัฐด้วยวิธีที่ต่างกัน โดยปกติกฎหมายจึงต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองสภา ระบบนี้จึงพยายามสร้างสมดุลระหว่างอำนาจของประชาชนกับอำนาจของมลรัฐ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง House and Senate system สร้างสมดุลสำคัญในเรื่องใด?

  1. ทั้งสองสภาให้ทุกมลรัฐมีตัวแทนเท่าเทียมกัน
  2. ทั้งสองสภาเป็นตัวแทนตามจำนวนประชากร
  3. สภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนตามจำนวนประชากร ส่วนวุฒิสภาให้แต่ละมลรัฐมีตัวแทนเท่าเทียมกัน
ดูคำตอบ

สภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนตามจำนวนประชากร ส่วนวุฒิสภาให้แต่ละมลรัฐมีตัวแทนเท่าเทียมกัน

What's your favorite exit?

6:32

การบอกลาที่คุณชอบที่สุดคือแบบไหน?

The exit of my people,

6:34

การบอกลาของชนชาติผม

the Irish exit. วัฒนธรรม

6:35

การจากไปแบบไอริช (หนีกลับโดยไม่บอกลา)

วัฒนธรรม

สำนวนไม่เป็นทางการ “Irish exit”

“Irish exit” เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงการออกจากงานสังคมโดยไม่เดินไปกล่าวลากับทุกคน ในที่นี้ผู้พูดเรียกวิธีออกจากงานแบบนั้นด้วยชื่อนี้ และพูดติดตลกเชื่อมโยงกับความเป็นชาวไอริชของตน สำนวนนี้บอกว่าคนคนหนึ่งออกไปอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการออกจากไอร์แลนด์ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

สำนวนนี้เหมาะกับสถานการณ์ต่อไปนี้หรือไม่ รายงานการทำงานอย่างเป็นทางการระบุว่า “The client made an Irish exit before the meeting ended.”

  1. เหมาะ “Irish exit” ใช้ได้ในรายงานที่เป็นทางการทุกประเภท
  2. ไม่เหมาะ ควรใช้คำที่เป็นกลางอย่าง “left without saying goodbye”
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ ควรใช้คำที่เป็นกลางอย่าง “left without saying goodbye”

Goodbyes are uncomfortable.

6:36

การบอกลามันน่าอึดอัด

When you're done,

6:38

เมื่อคุณเสร็จธุระแล้ว

you're done.

6:38

ก็คือเสร็จแล้ว

Just go.

6:39

แค่เดินออกไปก็พอ