ประวัติการค้นหาบอกอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
922 คำ 193 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้เปรียบเทียบการค้นหาใน Google แบบสำรวจ การเติมข้อความอัตโนมัติ และสื่อสังคม เพื่อแสดงว่าคำค้นหาส่วนตัวเผยความกังวลเรื่องเพศ อัตลักษณ์ที่ปกปิด ความเสียใจ การเหยียดเชื้อชาติ และช่องว่างระหว่างภาพสาธารณะกับชีวิตส่วนตัวได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. 3.5 times more common than — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: อ่านการเปรียบเทียบแบบหลายเท่าให้ถูกต้อง และแยกฐานเปรียบเทียบจากค่าร้อยละ 2. living in the closet. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปมาที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับการปกปิดอัตลักษณ์ทางเพศ ไม่ใช่สถานที่จริง 3. be skeptical of — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ตั้งข้อสงสัยต่อภาพบนสื่อสังคมอย่างระมัดระวัง โดยไม่ด่วนสรุปว่าคำกล่าวสาธารณะทั้งหมดเป็นเท็จ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

We all exaggerate and lie,

0:00

เราทุกคนต่างพูดเกินจริงและโกหก,

but alone on the internet our Google search history quickly reveals the truth. วลี

0:01

แต่เมื่ออยู่ตามลำพังบนอินเทอร์เน็ต ประวัติการค้นหาใน Google ของเราก็เผยความจริงออกมาอย่างรวดเร็ว

วลี

สำนวน reveal the truth

reveal the truth หมายถึงทำให้ข้อเท็จจริงที่ซ่อนอยู่หรือยังไม่ชัดเจนเป็นที่รับรู้ ในประโยคนี้ ประธานคือประวัติการค้นหา Google ซึ่งทำหน้าที่เป็นหลักฐาน ไม่ใช่คนที่กำลังสารภาพ reveal ไม่จำเป็นต้องมีเจตนา ข้อมูล บันทึก เบาะแส และผลการทดสอบสามารถ reveal the truth ได้ เพราะข้อมูลที่สิ่งเหล่านี้มีอยู่ทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏออกมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าหลักฐานทำให้ข้อเท็จจริงที่ซ่อนอยู่เป็นที่รับรู้?

  1. The audit tells the truth about the missing funds.
  2. The audit confesses the truth about the missing funds.
  3. The audit reveals the truth about the missing funds.
ดูคำตอบ

The audit reveals the truth about the missing funds.

With over 3 billion searches per day, ไวยากรณ์

0:05

ด้วยการค้นหามากกว่า 3 พันล้านครั้งต่อวัน,

we can discover a lot about human desires and our secret insecurities.

0:07

เราจึงค้นพบอะไรได้มากมายเกี่ยวกับความปรารถนาของมนุษย์และความไม่มั่นใจที่เราเก็บซ่อนไว้

ไวยากรณ์

การใช้ With over ... เปิดข้อมูลพื้นหลัง

With over 3 billion searches per day เป็นวลี with ที่อยู่ต้นประโยค ทำหน้าที่ให้ข้อมูลพื้นหลังด้านขนาดก่อนประโยคหลัก ในที่นี้ over หมายถึงมากกว่า ส่วน with หมายถึงเมื่อมีสถานการณ์นี้อยู่ ไม่ได้หมายถึงอยู่กับใครบางคน เนื่องจากส่วนเปิดนี้ไม่ได้แสดงใจความที่สมบูรณ์ด้วยตัวเอง จึงนำผู้อ่านไปสู่ประโยคหลักที่ตามมา รูปแบบ With + นามวลี, ประโยคหลัก ช่วยให้ผู้เขียนวางกรอบข้อมูลได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเปิดสองคำจากบทเรียน ซึ่งใช้เกริ่นปริมาณพื้นหลังและหมายถึง “เมื่อมีมากกว่า”: ____ 10,000 visitors each month, the museum needs more staff.

ดูคำตอบ

With over

So, how do you relate to this data? การใช้คำ

0:11

แล้วข้อมูลเหล่านี้สะท้อนตัวคุณอย่างไรบ้าง?

การใช้คำ

relate to: การเห็นความเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของตน

ในคำถามนี้ relate to หมายถึงการรู้สึกเชื่อมโยงเป็นการส่วนตัว หรือมองเห็นประสบการณ์ของตัวเองอยู่ในสิ่งนั้น ผู้พูดกำลังถามว่าข้อมูลนี้ฟังดูคุ้นเคยหรือตรงกับบางอย่างในชีวิตของผู้ฟังหรือไม่ รูปแบบคือ person + relate to + thing or experience โดย to เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนนี้ หากตัดออก ความหมายเรื่องความรู้สึกเชื่อมโยงส่วนตัวจะไม่คงเดิม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ relate to ในความหมายว่ารู้สึกเชื่อมโยงเป็นการส่วนตัวเหมือนในคำบรรยาย

  1. The presenter related the events in chronological order.
  2. I can relate to the survey results because I have had the same problem.
  3. The survey results are related to sleep habits.
ดูคำตอบ

I can relate to the survey results because I have had the same problem.

First off, ลำดับความ

0:13

อย่างแรกเลย,

people are struggling to have sex.

0:13

ผู้คนกำลังประสบปัญหาเรื่องการมีเซ็กซ์

ลำดับความ

First off: การเปิดประเด็นแรก

First off เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เปิดประเด็นแรกในลำดับเนื้อหา สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าแนวคิดถัดไปถูกจัดไว้อย่างไร ไม่ได้ใช้บรรยายผู้คนหรือการกระทำในประโยคหลัก เครื่องหมายจุลภาคแยกสำนวนนี้ออกจากข้อความหลัก First off มักบอกเป็นนัยว่าจะมีประเด็น เหตุผล หรือตัวอย่างอื่นตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ First off เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมเพื่อเปิดประเด็นแรกในการอธิบายแบบไม่เป็นทางการ

  1. At first, the battery seemed fine.
  2. The alarm went off during the test.
  3. First off, we need to check the battery.
ดูคำตอบ

First off, we need to check the battery.

Searches for sexless marriage

0:15

คำค้นหา "ชีวิตแต่งงานที่ไร้เซ็กซ์"

are 3.5 times more common ไวยากรณ์

0:17

พบได้บ่อยกว่า 3.5 เท่า

than unhappy marriage

0:19

เมื่อเทียบกับ "ชีวิตแต่งงานที่ไม่มีความสุข"

ไวยากรณ์

3.5 times more common than: พบบ่อยเป็น 3.5 เท่า

ในการเปรียบเทียบนี้ 3.5 times more common than หมายความว่า วลีแรกถูกค้นหาบ่อยประมาณ 3.5 เท่าของวลีที่สอง ตัวเลขนี้วัดความถี่ในการค้นหา ไม่ใช่จำนวนการแต่งงาน โครงสร้างคือ ตัวคูณ + times + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than + เกณฑ์เปรียบเทียบ ต้องคงข้อความหลัง than ไว้ เพราะส่วนนั้นบอกว่าสิ่งแรกถูกนำไปเปรียบเทียบกับอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการค้นหาเรื่องการรีเซ็ตรหัสผ่านเกิดขึ้นบ่อยเป็น 3.5 เท่าของการค้นหาเรื่องการเรียกเก็บเงิน

  1. Password-reset searches are 3.5 times more common than billing searches.
  2. Billing searches are 3.5 times more common than password-reset searches.
  3. Password-reset searches are 3.5% more common than billing searches.
ดูคำตอบ

Password-reset searches are 3.5 times more common than billing searches.

and eight times more than loveless marriage.

0:20

และบ่อยกว่า "ชีวิตแต่งงานที่ไร้ความรัก" ถึงแปดเท่า

And while the assumption may be that women have lower libido than men, ลำดับความ

0:22

และแม้คนทั่วไปอาจคิดว่าผู้หญิงมีความต้องการทางเพศต่ำกว่าผู้ชาย,

women are actually twice as likely to search for ไวยากรณ์

0:26

แต่จริง ๆ แล้ว ผู้หญิงมีแนวโน้มค้นหาข้อความนี้มากกว่าถึงสองเท่า:

"my boyfriend won't have sex with me"

0:28

"แฟนหนุ่มของฉันไม่ยอมมีเซ็กซ์กับฉัน"

compared to men searching

0:30

เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ค้นหาว่า

"my girlfriend won't have sex with me".

0:31

"แฟนสาวของฉันไม่ยอมมีเซ็กซ์กับฉัน"

ลำดับความ

while the assumption may be that ...: นำเสนอข้อสันนิษฐานก่อนสร้างความขัดแย้ง

อนุประโยคเปิด while the assumption may be that ... นำเสนอความเชื่อที่ผู้คนอาจคาดไว้อยู่แล้ว ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในขณะที่” assumption บอกว่าความเชื่อนั้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์ และ may be ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าวที่ว่าทุกคนเชื่อเช่นนั้น จากนั้นประโยคหลักจะนำเสนอความขัดแย้ง การแก้ไข หรือข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ กรอบนี้ช่วยให้ผู้พูดยอมรับมุมมองเดิมก่อนเปลี่ยนความสนใจไปยังหลักฐานที่หนักแน่นกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อยอมรับข้อสันนิษฐานก่อน แล้วจึงใช้หลักฐานโต้แย้งข้อสันนิษฐานนั้น

  1. While the mechanic checked the brakes, the driver waited outside.
  2. While the assumption may be that younger drivers take more risks, the data show that age was not the main factor.
  3. The assumption that younger drivers take more risks was confirmed by the data.
ดูคำตอบ

While the assumption may be that younger drivers take more risks, the data show that age was not the main factor.

ไวยากรณ์

twice as likely to ... compared to ...: มีแนวโน้มเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับ...

โครงสร้าง “A is twice as likely to do X compared to B” หมายความว่า ความน่าจะเป็นที่ A จะทำ X เป็นสองเท่าของความน่าจะเป็นของ B คำว่า “likely” บอกความน่าจะเป็นหรืออัตราที่สังเกตได้ ไม่ใช่ความต้องการหรือความเต็มใจ ในประโยคนี้ มีการจับคู่พฤติกรรมการค้นหาสองแบบที่ขนานกัน ได้แก่ ผู้หญิงค้นหาวลีแรก และผู้ชายค้นหาวลีที่สอง ส่วน “compared to” ใช้นำกลุ่มและการกระทำอ้างอิงที่เป็นฐานในการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมรายงานให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างอัตราส่วนความน่าจะเป็นตามบทเรียน: Survey respondents under 30 were ____ use mobile banking ____ respondents over 60.

ดูคำตอบ

twice as likely to · compared to

And if you're worried you aren't having as much sex as others,

0:33

และถ้าคุณกังวลว่าตัวเองมีเซ็กซ์ไม่บ่อยเท่าคนอื่น,

just know they're exaggerating too. น้ำเสียง/เจตนา

0:36

ก็ขอให้รู้ไว้ว่าคนอื่นก็พูดเกินจริงเหมือนกัน

น้ำเสียง/เจตนา

just know เพื่อให้ความมั่นใจ

ใน “just know they're exaggerating too” คำว่า “just know” ใช้นำข้อเท็จจริงที่ช่วยให้สบายใจและผู้พูดอยากให้ผู้ฟังจดจำไว้ ความหมายใกล้กับ “จำเรื่องนี้ไว้” หรือ “วางใจได้” ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรให้มีความรู้นั้น ประธานที่ละไว้ของประโยคคำสั่งคือ “you” และสามารถละ “that” ก่อนอนุประโยคที่ตามมาได้ ในที่นี้ “just” ชี้ความสนใจไปยังประเด็นเดียวที่ช่วยปลอบใจ และทำให้คำสั่งฟังดูนุ่มนวลขึ้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งกำลังกังวลก่อนสอบ ประโยคใดใช้ “just know” อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อให้เขาสบายใจ?

  1. I only know that one test does not define your future.
  2. Just know that one test does not define your future.
  3. Do you know that one test does not define your future?
ดูคำตอบ

Just know that one test does not define your future.

In terms of heterosexual sex, ลำดับความ

0:38

สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง,

a large survey found that women say

0:40

ผลสำรวจขนาดใหญ่ชิ้นหนึ่งพบว่าผู้หญิงบอกว่า

they have sex 55 times each year

0:42

พวกเธอมีเซ็กซ์ปีละ 55 ครั้ง

using a condom 16% of the time,

0:44

และใช้ถุงยางอนามัย 16% ของจำนวนครั้งทั้งหมด,

meaning 1.1 billion condoms a year. ลำดับความ

0:46

ซึ่งเท่ากับถุงยาง 1.1 พันล้านชิ้นต่อปี

ลำดับความ

In terms of: การจำกัดขอบเขต

“In terms of heterosexual sex” เป็นวลีที่ใช้กำหนดกรอบของเนื้อหา โดยจำกัดขอบเขตของสถิติที่ตามมาไว้ที่การมีเพศสัมพันธ์แบบชายหญิงโดยเฉพาะ ไม่ได้กล่าวเหมารวมถึงกิจกรรมทางเพศทุกประเภท รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ in terms of + คำนามหรือนามวลี ใช้วางหน้าข้อความเมื่อต้องการระบุมิติ เกณฑ์ หรือแง่มุมที่จะพูดถึง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายหน้าที่ของ “In terms of” ในประโยคได้ดีที่สุด

  1. เปลี่ยนหัวข้อจากแบบสำรวจไปเป็นถุงยางอนามัย
  2. จำกัดข้อกล่าวไว้ที่แง่มุมเฉพาะอย่างหนึ่ง คือการมีเพศสัมพันธ์แบบชายหญิง
  3. บอกว่าการมีเพศสัมพันธ์แบบชายหญิงเป็นสาเหตุให้เกิดแบบสำรวจ
ดูคำตอบ

จำกัดข้อกล่าวไว้ที่แง่มุมเฉพาะอย่างหนึ่ง คือการมีเพศสัมพันธ์แบบชายหญิง

ลำดับความ

Meaning: การนำเสนอผลที่อนุมานได้

ในที่นี้ meaning ใช้นำเสนอผลที่คำนวณจากตัวเลขก่อนหน้า โดยเชื่อมความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์และอัตราการใช้ถุงยางอนามัยที่รายงานไว้เข้ากับยอดรวมต่อปีโดยประมาณ ไม่ได้หมายถึงเจตนาของใคร เมื่ออยู่หลังเครื่องหมายจุลภาค meaning สามารถเพิ่มผลลัพธ์หรือคำตีความของข้อความก่อนหน้าทั้งหมดได้ เป็นส่วนเสริมแบบย่อที่คล้ายกับ which means และช่วยให้ผู้เขียนเปลี่ยนจากข้อมูลไปสู่สิ่งที่ข้อมูลนั้นบ่งชี้ได้โดยตรง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ mean เพื่อนำเสนอผลที่ตามมา: The train leaves at 6:00 a.m., ____ we need to wake up before five.

ดูคำตอบ

meaning

Men claim to be using 1.6 billion condoms, การใช้คำ

0:49

ส่วนผู้ชายอ้างว่าใช้ถุงยางถึง 1.6 พันล้านชิ้น,

but only 600 million condoms are sold in America each year.

0:52

แต่ในอเมริกาขายถุงยางได้เพียง 600 ล้านชิ้นต่อปีเท่านั้น

การใช้คำ

claim to be using: การรายงานคำกล่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

ในประโยคนี้ claim to be using ใช้รายงานสิ่งที่ผู้ชายพูดเกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัยโดยไม่ได้นำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว คำว่า claim สร้างระยะห่าง โดยผู้พูดยังเปิดความเป็นไปได้ว่าตัวเลขที่รายงานอาจไม่ถูกต้อง โครงสร้าง claim to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้รายงานการกระทำหรือสภาวะที่ใครบางคนยืนยัน ส่วน claim to be + -ing เน้นกิจกรรมที่เจ้าตัวบอกว่ากำลังเกิดขึ้น ในที่นี้ การเปรียบเทียบกับยอดขายจริงทำให้คำกล่าวนั้นดูน่าสงสัย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานคำกล่าวของบริษัทได้ดีที่สุดโดยยังคงให้ความจริงของคำกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับการยืนยัน

  1. The company definitely uses only recycled materials.
  2. The company proves that it uses only recycled materials.
  3. The company claims to be using only recycled materials.
ดูคำตอบ

The company claims to be using only recycled materials.

Perhaps this lack of sex is rooted in physical insecurities. สำนวน

0:56

บางทีการขาดเซ็กซ์นี้อาจมีต้นเหตุมาจากความไม่มั่นใจในร่างกายของตัวเอง

สำนวน

is rooted in: การชี้ไปยังต้นตอที่ลึก

Is rooted in หมายถึงมีต้นตอที่ลึกหรือเป็นพื้นฐาน สำนวนนี้ใช้ภาพรากของต้นไม้เพื่อเสนอว่าความไม่มั่นใจในรูปร่างอาจเป็นสาเหตุพื้นฐานของสถานการณ์นี้ ไม่ได้หมายถึงรากจริง ๆ โครงสร้างคือ X + be rooted in + Y โดยมักสื่อว่า Y เป็นต้นตอที่ลึก เป็นพื้นฐาน หรือก่อตัวมาเป็นเวลานาน ซึ่งเน้นความลึกมากกว่าการพูดเพียงว่า X comes from Y คำว่า Perhaps ทำให้คำอธิบายนี้ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ดังนั้นประโยคจึงไม่ได้พิสูจน์ว่านี่เป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงมีต้นตอพื้นฐานที่ลึก: The repeated conflict ____ a lack of trust.

ดูคำตอบ

is rooted in

Unsurprisingly, men Google about their penises

0:59

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้ชายค้นหาเรื่องอวัยวะเพศของตัวเองใน Google

more than any other body part.

1:01

มากกว่าอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

In fact,

1:03

ที่จริงแล้ว,

more than their lungs,

1:03

พวกเขาค้นหาเรื่องนี้มากกว่าเรื่องปอด,

liver, feet,

1:04

ตับ เท้า,

ears, nose, throat,

1:05

หู จมูก ลำคอ,

and brain combined.

1:06

และสมองรวมกันเสียอีก

For every one search made by a woman ไวยากรณ์

1:08

ทุก ๆ หนึ่งครั้งที่ผู้หญิงค้นหา

about their partner's phallus,

1:10

เรื่องอวัยวะเพศชายของคู่รัก,

there are roughly 170 searches

1:11

จะมีการค้นหาราว 170 ครั้ง

men make about their own.

1:14

ที่ผู้ชายค้นหาเรื่องอวัยวะเพศของตัวเอง

ไวยากรณ์

For every ... there are ...: การบอกอัตราส่วน

โครงสร้างคู่ “For every X, there are Y” ใช้เปรียบเทียบปริมาณสองชุดที่สัมพันธ์กัน โดย X กำหนดหน่วยอ้างอิง และ Y ระบุว่ามีกรณีในกลุ่มที่สองกี่กรณีที่สอดคล้องกับหน่วยนั้น ในประโยคนี้ การค้นหาหนึ่งครั้งของผู้หญิงเป็นค่าฐาน ส่วนการค้นหาประมาณ 170 ครั้งของผู้ชายเป็นจำนวนที่นำมาเปรียบเทียบ “Roughly” บอกว่า 170 เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่จำนวนที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบเชิงอัตราส่วนด้วยโครงสร้างสองส่วนจากบทเรียน: “____ electric bike sold, ____ four regular bikes sold.”

ดูคำตอบ

For every · there are

But guys, don't fret too much about your size น้ำเสียง/เจตนา

1:15

แต่หนุ่ม ๆ อย่ากังวลเรื่องขนาดของตัวเองมากเกินไป

น้ำเสียง/เจตนา

don't fret too much about: ปลอบว่าอย่ากังวลมากเกินไป

“Don't fret too much about X” เป็นประโยคคำสั่งเชิงปฏิเสธที่ใช้ปลอบใจ โดยบอกอีกฝ่ายว่าอย่าคอยกังวลหรือทุกข์ใจกับ X ในประโยคนี้ ผู้พูดเรียกผู้ฟังตรง ๆ ว่า “guys” และพยายามลดความวิตกกังวลของพวกเขา “Fret” หมายถึงกังวลซ้ำ ๆ ซึ่งมักเป็นเรื่องที่อาจไม่ควรใส่ใจมากขนาดนั้น ส่วน “Too much” มุ่งไปที่ความกังวลที่มากเกินไป จึงเป็นการปลอบที่นุ่มนวลกว่าการยืนยันตรง ๆ ว่าไม่มีอะไรให้กังวลเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคปลอบใจด้วยคำกริยาและคำบุพบทเป้าหมาย: “The delay is only five minutes, so don't ____ it.”

ดูคำตอบ

fret about

as 40% of women are complaining

1:17

เพราะผู้หญิง 40% บ่นว่า

that it's too big

1:19

มันใหญ่เกินไป

causing pain.

1:20

จนทำให้เจ็บ

When women search about their vaginas,

1:22

เมื่อผู้หญิงค้นหาเรื่องช่องคลอดของตัวเอง,

30% of questions are related

1:23

คำถาม 30% เกี่ยวข้องกับ

to how others perceive them, การใช้คำ

1:25

ว่าคนอื่นมองอวัยวะส่วนนั้นอย่างไร,

particularly the smell.

1:26

โดยเฉพาะเรื่องกลิ่น

การใช้คำ

How others perceive them: การที่คนอื่นสร้างความประทับใจ

how others perceive them เป็นอนุประโยคที่ใช้ how เพื่อบอกว่าคนอื่นสร้างความประทับใจต่อผู้หญิงที่กำลังกล่าวถึงอย่างไร ในที่นี้ perceive ครอบคลุมความหมายของการมอง การรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส หรือการประเมินพวกเธอ ส่วน particularly the smell ชี้ว่ากลิ่นเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อความประทับใจนั้น การรับรู้เป็นการตีความของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง โครงสร้าง how + ประธาน + perceive + กรรม ใช้ได้เมื่อต้องพูดถึงชื่อเสียง ภาพลักษณ์ทางสังคม หรือประสบการณ์ของผู้ใช้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ how others perceive them หมายความว่าอะไร

  1. วิธีที่พวกเธอใช้วัดคนอื่นอย่างเป็นกลาง
  2. วิธีที่คนอื่นสร้างความประทับใจต่อพวกเธอ
  3. เหตุผลที่พวกเธอปฏิเสธที่จะสังเกตคนอื่น
ดูคำตอบ

วิธีที่คนอื่นสร้างความประทับใจต่อพวกเธอ

Women are also twice as likely

1:28

นอกจากนี้ ผู้หญิงยังมีแนวโน้มมากกว่าถึงสองเท่า

to look up how to perform better oral sex กริยาวลี

1:29

ที่จะค้นหาวิธีทำออรัลเซ็กซ์ให้ดีขึ้น

compared to men.

1:31

เมื่อเทียบกับผู้ชาย

กริยาวลี

Look up: ค้นหาข้อมูล

ในที่นี้ look up หมายถึงการตั้งใจค้นหาและนำข้อมูลมาจากแหล่งอย่างเครื่องมือค้นหา พจนานุกรม หรือเอกสารอ้างอิง กรรมของคำนี้คืออนุประโยคบอกวิธี how to perform better oral sex ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้หมายถึงการเงยหน้าขึ้นมอง look up สามารถรับข้อเท็จจริง คำ ชื่อ หรือคำถามเป็นกรรมได้ เป็นกริยาวลีที่ใช้บ่อยสำหรับการค้นหาข้อมูลที่มีเป้าหมายเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “ค้นหาข้อมูล” และวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: I don't know what this abbreviation means, so I'll ____ in the glossary.

ดูคำตอบ

look it up

And when men do search about oral sex tips, ไวยากรณ์

1:32

และเมื่อผู้ชายค้นหาเคล็ดลับการทำออรัลเซ็กซ์,

they're just as likely to research ไวยากรณ์

1:35

พวกเขาก็มีแนวโน้มจะหาข้อมูล

how to perform it on a partner

1:36

เรื่องวิธีทำออรัลเซ็กซ์ให้คู่ของตน

as they are to Google

1:38

พอ ๆ กับการค้นหาใน Google ว่า

how to perform it on themselves.

1:38

จะทำออรัลเซ็กซ์ให้ตัวเองอย่างไร

ไวยากรณ์

do ที่ใช้เน้นใน do search

ในที่นี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า Men do search หมายถึง “ผู้ชายค้นหาจริง ๆ” ไม่ได้หมายความว่า do เป็นอีกการกระทำหนึ่ง รูปนี้ใช้โต้แย้งหรือแก้ความคาดหมายก่อนหน้าที่ว่าผู้ชายอาจไม่ได้ค้นหาบ่อยนัก โครงสร้างคือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เมื่อต้องการยืนยัน แก้ไข หรือสร้างความเปรียบต่าง เช่น They do search, She does search, They did search

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อแก้ความคาดหมายให้สมบูรณ์: “Some people assume teenagers never check the facts, but they ____ search for reliable sources.”

ดูคำตอบ

do

ไวยากรณ์

โครงสร้างแสดงความเป็นไปได้เท่ากัน just as likely to ... as they are to ...

กรอบ just as likely to A as they are to B บอกว่า A และ B มีความเป็นไปได้เท่ากัน just ช่วยเน้นความเท่ากันอย่างแท้จริง และไม่ได้หมายถึง “เพียงแค่” ในที่นี้ ส่วนหลังใช้ ประธาน + be + to ซ้ำเพื่อให้การเปรียบเทียบขนานกัน: they are just as likely to research A as they are to Google B กริยาหลัง to แต่ละตัวอาจต่างกันได้ แต่ทั้งสองด้านต้องอธิบายสองการกระทำที่กำลังเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบความเป็นไปได้เท่ากันที่ถูกต้อง โดยต้องมีประธานและกริยาช่วยซ้ำ: “During a sale, shoppers are ____ buy online ____ buy in the store.”

ดูคำตอบ

just as likely to · as they are to

When it comes to pornography, ลำดับความ

1:40

เมื่อพูดถึงสื่อลามก,

of the top 100 searches on Pornhub,

1:42

ในบรรดาคำค้นหายอดนิยม 100 อันดับแรกบน Pornhub,

16 of them are incest themed for men

1:44

มี 16 คำค้นหาของผู้ชายที่เป็นแนวร่วมประเวณีในครอบครัว

and nine for women,

1:46

และของผู้หญิงอีกเก้าคำ,

such as brother and sister,

1:47

เช่น พี่ชายกับน้องสาว,

stepmom son,

1:49

แม่เลี้ยงกับลูกชาย,

father and daughter,

1:50

พ่อกับลูกสาว,

and real brother and sister.

1:51

และพี่ชายกับน้องสาวแท้ ๆ

ลำดับความ

When it comes to: การกำหนดหัวข้อ

“When it comes to + หัวข้อ” หมายถึง “เมื่อพิจารณาหรือพูดถึงหัวข้อนี้” วลีนี้กำหนดกรอบหัวข้อให้กับข้อความที่ตามมา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนประเด็นไปที่สื่อลามกและบอกว่าสถิติการค้นหาที่ตามมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คำว่า come ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้กำหนดหัวข้อให้สมบูรณ์: “____ online privacy, strong passwords are essential.”

ดูคำตอบ

When it comes to

Pornography searches can also help answer

1:52

การค้นหาสื่อลามกยังช่วยตอบ

big questions about human sexuality.

1:54

คำถามสำคัญเกี่ยวกับเพศวิถีของมนุษย์ได้ด้วย

In America, 5% of all porn searches among men

1:56

ในอเมริกา 5% ของการค้นหาสื่อลามกทั้งหมดของผู้ชาย

are for gay porn,

1:59

เป็นการค้นหาสื่อลามกเกย์,

but survey data and Facebook reports show

2:01

แต่ข้อมูลจากแบบสำรวจและรายงานของ Facebook แสดงว่า

that only 2 to 3% of men identify as gay. การใช้คำ

2:03

มีผู้ชายเพียง 2-3% เท่านั้นที่ระบุว่าตัวเองเป็นเกย์

การใช้คำ

identify as: การบอกอัตลักษณ์ที่กำหนดด้วยตนเอง

identify as หมายถึงการบอกว่าตนเองอยู่ในอัตลักษณ์หรือหมวดหมู่ใด โครงสร้างคือ identify as + คำระบุอัตลักษณ์ เช่น identify as gay ในประโยคนี้ ตัวเลขร้อยละหมายถึงผู้ชายที่ใช้คำนั้นเรียกอัตลักษณ์ของตนเองในข้อมูลแบบสำรวจหรือรายงาน วลีนี้ไม่ได้หมายถึง “จำแนกหรือระบุว่าเป็นใคร” และพฤติกรรมภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่ได้กำหนดว่าคนคนนั้นระบุตัวตนอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Jordan ใช้ “nonbinary” เป็นคำระบุอัตลักษณ์ของตนเอง

  1. The witness identified Jordan as the driver.
  2. Jordan identifies with the nonbinary character.
  3. Jordan identifies as nonbinary.
ดูคำตอบ

Jordan identifies as nonbinary.

The population of self-identified openly gay men

2:06

สัดส่วนของผู้ชายที่เปิดเผยและระบุตัวเองว่าเป็นเกย์

is twice as high in Rhode Island,

2:09

ในรัฐโรดไอแลนด์สูงกว่าถึงสองเท่า,

the state with the highest support for gay marriage,

2:10

ซึ่งเป็นรัฐที่สนับสนุนการแต่งงานของคนเพศเดียวกันมากที่สุด,

compared to Mississippi,

2:12

เมื่อเทียบกับรัฐมิสซิสซิปปี,

the state with the lowest support.

2:14

ซึ่งเป็นรัฐที่สนับสนุนน้อยที่สุด

One explanation is that those living in intolerant states ลำดับความ

2:15

คำอธิบายหนึ่งคือ คนที่อาศัยอยู่ในรัฐที่ไม่ยอมรับความหลากหลาย

move to more open states,

2:18

ย้ายไปอยู่รัฐที่เปิดกว้างกว่า,

but statistics show this only accounts กริยาวลี

2:19

แต่สถิติชี้ว่าสาเหตุนี้อธิบายได้เพียง

for half of the difference.

2:21

ครึ่งหนึ่งของความแตกต่างเท่านั้น

ลำดับความ

One explanation is that: การเสนอเหตุผลที่เป็นไปได้ข้อหนึ่ง

กรอบ One explanation is that ใช้เกริ่นอนุประโยค that ที่ตามมาว่าเป็นคำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้ของสิ่งที่สังเกตพบ ในประโยคนี้ ข้อเสนอคือผู้คนย้ายจากรัฐที่เปิดรับความแตกต่างน้อยกว่าไปยังรัฐที่เปิดกว้างกว่า การใช้ One แทน The ทำให้ข้อสรุปยังเปิดไว้ ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่ามีสาเหตุเดียวที่พิสูจน์แล้ว ส่วนที่กล่าวต่อมาว่าการย้ายถิ่นอธิบายความแตกต่างได้เพียงครึ่งเดียวก็ยืนยันว่าอาจยังต้องมีคำอธิบายอื่น

แบบฝึกหัด

ข้อใดเป็นการขึ้นต้นที่เหมาะที่สุดในการเสนอเหตุผลที่เป็นไปได้ พร้อมเปิดโอกาสให้มีคำอธิบายอื่นอย่างชัดเจน

  1. One explanation is that lower sales reflect seasonal demand.
  2. Lower sales definitely reflect seasonal demand.
  3. The explanation is that lower sales reflect seasonal demand.
ดูคำตอบ

One explanation is that lower sales reflect seasonal demand.

กริยาวลี

accounts for half of: การระบุสัดส่วนที่อธิบายได้

ในบริบททางสถิตินี้ accounts for หมายถึง อธิบายส่วนที่วัดได้ของผลลัพธ์หรือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดส่วนนั้น ประธาน this หมายถึงรูปแบบการย้ายถิ่นที่เสนอไว้ ส่วน half of the difference คือส่วนของความแตกต่างที่รูปแบบดังกล่าวอธิบายได้ โครงสร้างคือ X accounts for + จำนวน/สัดส่วน + of Y ใช้ระบุเชิงปริมาณว่าปัจจัยหนึ่งอธิบายผลลัพธ์ที่สังเกตพบได้มากเพียงใด ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการทำบัญชีการเงิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเชิงวิเคราะห์เป้าหมายที่หมายถึง อธิบาย 50% ของบางสิ่ง: In this model, income differences ____ the variation in spending.

ดูคำตอบ

account for half of

Sadly, millions of Americans are living in the closet. สำนวน

2:23

น่าเศร้าที่ชาวอเมริกันหลายล้านคนยังต้องปิดบังรสนิยมทางเพศของตัวเอง

สำนวน

ความหมายของ living in the closet

ในประโยคนี้ living in the closet หมายถึงการปกปิดรสนิยมทางเพศหรืออัตลักษณ์ LGBTQ+ ของตนจากผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักเกิดจากการที่การเปิดเผยตัวตนอาจนำไปสู่การถูกปฏิเสธ การเลือกปฏิบัติ หรืออันตราย คำว่า closet เป็นอุปมา ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง รูปต่อเนื่อง living แสดงว่าการปกปิดนี้เป็นสภาวะที่ดำเนินอยู่ สำนวนนี้ช่วยอธิบายแรงกดดันจากการไม่สามารถเปิดเผยอัตลักษณ์ต่อสาธารณะได้ แต่ไม่ได้บอกเหตุผลของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เว้นแต่บริบทจะให้ข้อมูลนั้น

แบบฝึกหัด

living in the closet ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ประกาศอัตลักษณ์ของตนต่อทุกคนอย่างเปิดเผย
  2. อาศัยอยู่ในตู้เก็บของจริง ๆ
  3. ปกปิดรสนิยมทางเพศหรืออัตลักษณ์ LGBTQ+ ของตนจากผู้อื่น
  4. อาศัยอยู่นอกบ้านเป็นการชั่วคราว
ดูคำตอบ

ปกปิดรสนิยมทางเพศหรืออัตลักษณ์ LGBTQ+ ของตนจากผู้อื่น

Pair that with Google autocomplete, ลำดับความ

2:26

เมื่อนำเรื่องนี้มารวมกับฟีเจอร์เติมข้อความอัตโนมัติของ Google,

which calibrates based on the most popular searches, การใช้คำ

2:27

ซึ่งปรับคำแนะนำตามคำค้นหาที่ได้รับความนิยมสูงสุด,

and you'll see that when you type in กริยาวลี

2:30

คุณจะเห็นว่าเมื่อพิมพ์ว่า

"is my husband",

2:31

"สามีของฉันเป็น",

it autocompletes to gay.

2:33

ระบบจะเติมคำว่า "เกย์" ให้อัตโนมัติ

ลำดับความ

โครงสร้าง Pair that with ... and you'll see that ...

Pair that with บอกให้ผู้ฟังนำข้อเท็จจริงที่กล่าวถึงก่อนหน้า ซึ่งแทนด้วย that มารวมกับหลักฐานชิ้นที่สอง ในที่นี้ pair เป็นคำกริยารูปคำสั่งที่หมายถึง “นำมารวมกัน” ไม่ใช่คำนาม อนุประโยคที่เชื่อมต่อกัน and you'll see that นำเข้าสู่ข้อสังเกตที่คาดว่าจะเห็นหลังจากพิจารณาข้อมูลทั้งสองร่วมกัน โครงสร้างข้อมูลที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Pair A with B, and you'll see that C ซึ่งช่วยจัดลำดับการให้เหตุผล แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้พิสูจน์ว่า A หรือ B เป็นสาเหตุของ C

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง Pair ... with ..., and you'll see that ...: The survey shows that customers dislike the new menu. ____ the sales figures, ____ the change hurt the restaurant.

ดูคำตอบ

Pair that with · and you'll see that

การใช้คำ

“Calibrates Based On”: điều chỉnh hệ thống dựa trên dữ liệu

ในประโยคนี้ calibrates based on the most popular searches หมายถึงการเติมข้อความอัตโนมัติของ Google ปรับวิธีสร้างคำแนะนำโดยใช้ข้อมูลการค้นหายอดนิยมเป็นข้อมูลอ้างอิง คำว่า calibrate ใช้อธิบายการปรับพฤติกรรมของซอฟต์แวร์ได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะการตรวจสอบเครื่องมือจริงเทียบกับมาตรฐานเท่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ calibrate something based on data or a reference หากเข้าใจอยู่แล้วว่าปรับอะไร ก็สามารถใช้ calibrate based on โดยไม่ต้องมีกรรมได้ Based on ระบุข้อมูลที่ใช้ในการปรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าคำแนะนำที่ได้เป็นความจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเซนเซอร์ปรับค่าที่อ่านได้โดยใช้ค่าการวัดอ้างอิง

  1. The sensor calibrates its readings based on a reference measurement.
  2. The sensor's design is based on an older model.
  3. The sensor calculates a total based on five measurements.
ดูคำตอบ

The sensor calibrates its readings based on a reference measurement.

กริยาวลี

“Type In”: ป้อนข้อความลงในช่องดิจิทัล

Type in หมายถึงการป้อนตัวอักษร ตัวเลข หรือข้อความอื่นลงในช่องดิจิทัลโดยใช้แป้นพิมพ์หรือแป้นตัวเลข ในที่นี้ ผู้ใช้ป้อนข้อความค้นหาที่ยังไม่สมบูรณ์ลงในช่องค้นหาของ Google in เป็นคำอนุภาคที่ทำให้กริยาวลีสมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่เข้าไปในสถานที่จริง เมื่อกรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง type in the address และ type the address in

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งด้วยกริยาวลีเป้าหมายที่สร้างจาก type และหมายถึง “ป้อนด้วยแป้นพิมพ์”: ____ your six-digit code, then press Continue.

ดูคำตอบ

Type in

Women are 10% more likely to type this in

2:35

ผู้หญิงมีแนวโน้มพิมพ์คำนี้มากกว่า 10%

than "is my husband cheating",

2:37

เมื่อเทียบกับ "สามีของฉันนอกใจหรือเปล่า",

which is the second most common option.

2:39

ซึ่งเป็นตัวเลือกที่พบบ่อยเป็นอันดับสอง

In 21 of the 25 states

2:41

ใน 21 จากทั้งหมด 25 รัฐ

where "is my husband gay" is most frequently searched,

2:42

ที่มีการค้นหา "สามีของฉันเป็นเกย์หรือเปล่า" บ่อยที่สุด,

support for gay marriage is lower

2:45

การสนับสนุนการแต่งงานของคนเพศเดียวกันต่ำกว่า

than the national average.

2:46

ค่าเฉลี่ยของประเทศ

The same can be said for casual encounters on Craigslist, โน้ต

2:48

เรื่องเดียวกันนี้พบได้ในการนัดเจอแบบไม่ผูกมัดบน Craigslist,

where ads for men seeking men การใช้คำ

2:51

ซึ่งประกาศของผู้ชายที่มองหาผู้ชาย

are larger in less tolerant states

2:52

มีมากกว่าในรัฐที่ยอมรับความหลากหลายน้อยกว่า,

การใช้คำ

men seeking men ในโฆษณาหาคู่

ในบริบทของโฆษณาหาคู่ “men seeking men” เป็นป้ายกำกับแบบย่อ หมายถึงผู้ชายที่กำลังมองหาคู่รักชายหรือคู่นัดเดตชาย วลีนามนี้ละคำอย่าง who are ไว้และไม่ได้ระบุอย่างเจาะจงว่าต้องการความสัมพันธ์แบบใด นี่เป็นภาษาสำหรับการจัดหมวดหมู่ โดย men คำแรกหมายถึงคนที่โฆษณากล่าวถึง ส่วน seeking men บอกว่าพวกเขาต้องการพบใคร ไม่ควรตีความว่าเป็นการตามหาผู้ชายที่สูญหาย และป้ายกำกับนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันอัตลักษณ์ของบุคคลใด

แบบฝึกหัด

ในหัวข้อโฆษณาหาคู่ “men seeking men” มีความหมายโดยตรงที่สุดว่าอะไร

  1. ผู้ชายที่กำลังมองหาคู่รักชายหรือคู่นัดเดตชาย
  2. ผู้ที่กำลังตามหาผู้ชายที่สูญหาย
  3. เจ้าหน้าที่ที่พยายามระบุตัวผู้ชายที่ไม่ทราบชื่อ
ดูคำตอบ

ผู้ชายที่กำลังมองหาคู่รักชายหรือคู่นัดเดตชาย

with highest percentages in Kentucky,

2:54

โดยรัฐที่มีสัดส่วนสูงสุดได้แก่เคนทักกี,

Louisiana, and Alabama.

2:56

ลุยเซียนา และแอละแบมา

ลำดับความ

The same can be said for ... ในฐานะกรอบเชื่อมความคิด

The same อ้างถึงข้อสังเกตหรือแนวเหตุผลที่เพิ่งกล่าวไว้ ส่วน can be said for ใช้แนะนำกรณีใหม่ ซึ่งในที่นี้คือการนัดพบแบบไม่ผูกมัดบน Craigslist และบอกว่าข้อสังเกตก่อนหน้าก็ใช้กับกรณีนี้ได้เช่นกัน กรอบประโยคนี้เชื่อมหลักฐานที่เป็นกรณีคู่ขนานกันโดยไม่ต้องกล่าวข้อสรุปทั้งหมดซ้ำ ไม่ได้หมายความว่าสองหัวข้อนั้นเหมือนกันทุกอย่าง แต่เป็นการนำเฉพาะข้อสรุปที่เกี่ยวข้องมาใช้กับหัวข้อใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคก่อนหน้าระบุว่าข้อกังวลหนึ่งส่งผลต่อบริษัทขนาดใหญ่ ประโยคต่อใดขยายข้อสังเกตนั้นไปยังธุรกิจขนาดเล็กได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่บอกว่าทั้งสองกลุ่มเหมือนกันทุกอย่าง

  1. The same can be said for small businesses.
  2. Small businesses caused the concern in large companies.
  3. Large companies and small businesses are exactly the same.
ดูคำตอบ

The same can be said for small businesses.

วัฒนธรรม

casual encounters on Craigslist ในโฆษณาส่วนบุคคลสมัยก่อน

casual encounters ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการบังเอิญพบคนขณะกำลังดูเว็บไซต์ ในบริบทของโฆษณาส่วนบุคคลบน Craigslist คำนี้เป็นคำเลี่ยงที่ใช้เรียกการนัดพบทางเพศระยะสั้นแบบไม่ผูกมัด Craigslist เคยเป็นที่รู้จักจากโฆษณาย่อยและโฆษณาส่วนบุคคล ดังนั้น on Craigslist จึงระบุแพลตฟอร์มที่โฆษณาเหล่านั้นปรากฏ ถ้อยคำนี้กล่าวถึงบริบทโฆษณาออนไลน์ในอดีต ไม่ได้หมายความว่าหมวดเดียวกันยังมีอยู่บนเว็บไซต์ในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ในบริบทของโฆษณาส่วนบุคคลบน Craigslist ในอดีต casual encounters น่าจะหมายถึงอะไร

  1. การประชุมธุรกิจสั้น ๆ ที่นัดผ่านโฆษณาย่อย
  2. การนัดพบทางเพศระยะสั้นโดยไม่คาดหวังข้อผูกมัด
  3. การบังเอิญเห็นใครสักคนขณะดูเว็บไซต์
ดูคำตอบ

การนัดพบทางเพศระยะสั้นโดยไม่คาดหวังข้อผูกมัด

Google autocomplete won't suggest certain words

2:58

ระบบเติมข้อความอัตโนมัติของ Google จะไม่แนะนำคำบางคำ

it deems inappropriate, การใช้คำ

3:00

ที่ระบบมองว่าไม่เหมาะสม,

like cock or porn,

3:01

เช่น "ควย" หรือ "หนังโป๊",

but if you type in

3:02

แต่ถ้าคุณพิมพ์ว่า

"is it normal to want to",

3:03

"เป็นเรื่องปกติไหมที่อยากจะ",

Google used to suggest kill. ไวยากรณ์

3:05

เมื่อก่อน Google จะแนะนำคำว่า "ฆ่า"

การใช้คำ

deem + กรรม + คำคุณศัพท์: deems inappropriate

Deem + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ตัดสินหรือพิจารณาว่ากรรมมีคุณสมบัตินั้น” ใน “certain words it deems inappropriate” สรรพนามสัมพันธ์ที่ละไว้ชี้กลับไปยัง certain words ซึ่งเป็นกรรมโดยนัยของ deems ส่วน inappropriate เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บรรยายคำเหล่านั้น ในที่นี้ การตัดสินเป็นของระบบเติมข้อความอัตโนมัติของ Google ซึ่งจัดให้คำเหล่านั้นไม่เหมาะสมสำหรับการแนะนำ Deem สื่อถึงการประเมินของบุคคล สถาบัน กฎ หรือระบบ ไม่ได้ทำให้คุณสมบัตินั้นเป็นจริงในทุกกรณีหรือเป็นข้อเท็จจริงเชิงวัตถุวิสัย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ deem: The review board ____ this content inappropriate.

ดูคำตอบ

deems

ไวยากรณ์

used to suggest: สถานการณ์ในอดีตที่ตอนนี้ไม่เป็นจริงแล้ว

used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกนิสัยหรือสภาพในอดีตที่ตอนนี้ไม่เป็นจริงแล้ว หรือผู้พูดนำเสนอว่าไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ในที่นี้ used to suggest หมายความว่า Google เคยให้คำแนะนำนี้ในอดีต ประโยคไม่ได้บอกว่าตอนนี้ยังทำเช่นนั้นอยู่ หลัง used to ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน suggest ไม่ใช่ suggested หรือ suggesting โครงสร้างนี้สร้างความเปรียบต่างระหว่างอดีตกับปัจจุบันอย่างเป็นธรรมชาติ แม้จะไม่ได้บอกสถานการณ์ปัจจุบันโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่บอกว่าสถานการณ์ในอดีตไม่เป็นจริงแล้วในปัจจุบัน: The town library ____ stay open until midnight, but it now closes at eight.

ดูคำตอบ

used to

Similarly, few would want to admit they regret having children, โน้ต

3:07

ในทำนองเดียวกัน คงมีน้อยคนที่อยากยอมรับว่าตัวเองเสียใจที่มีลูก,

but adults with children are 3.6 times more likely

3:10

แต่ผู้ใหญ่ที่มีลูกมีแนวโน้มมากกว่าถึง 3.6 เท่า

to tell Google they regret having them

3:13

ที่จะบอก Google ว่าพวกเขาเสียใจที่มีลูก

than adults without children

3:15

เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ที่ไม่มีลูก

will say they regret not having kids.

3:17

ซึ่งบอกว่าเสียใจที่ไม่ได้มีลูก

น้ำเสียง/เจตนา

few would want to admit: การสรุปเชิงลบอย่างระมัดระวัง

few หมายถึง “แทบไม่มีใคร” ดังนั้น few would want to admit จึงสื่อว่าแทบไม่มีใครน่าจะอยากหรือเต็มใจพูดเรื่องหนึ่งอย่างเปิดเผย ความหมายด้านปริมาณเป็นเชิงลบมากกว่า a few อย่างชัดเจน would ในที่นี้ไม่ได้บอกอดีต แต่ช่วยเพิ่มระยะห่างให้การสรุปอย่างระมัดระวังว่าผู้คนมีแนวโน้มจะเลือกทำอะไรในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน ส่วน admit สื่อถึงการยอมรับอย่างไม่เต็มใจเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้อึดอัด น่าอาย หรือไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างระมัดระวังว่าแทบไม่มีสมาชิกคณะกรรมการคนใดน่าจะยอมรับความผิดพลาดที่น่าอาย?

  1. Few would want to admit that they ignored the warning.
  2. A few would want to admit that they ignored the warning.
  3. Few admitted that they ignored the warning.
ดูคำตอบ

Few would want to admit that they ignored the warning.

ไวยากรณ์

regret having... เทียบกับ regret not having...

ในที่นี้ regret ตามด้วยวลี gerund คือ regret having children ซึ่งหมายถึงการรู้สึกเสียใจในตอนนี้ต่อสถานการณ์ที่กลายเป็นความจริงไปแล้ว โดย having children นำเสนอการเป็นพ่อแม่ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ใน regret not having kids คำว่า not เป็นส่วนหนึ่งของวลี gerund และทำให้วลีนั้นเป็นปฏิเสธ กล่าวคือ ข้อเท็จจริงที่ผู้พูดเสียใจคือการไม่ได้มีลูก ทั้งสองวลีจึงเปรียบต่างระหว่างการเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือกลายเป็นจริงแล้ว กับการเสียใจกับสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

Leo ย้ายไปต่างประเทศเมื่อปีที่แล้ว และตอนนี้อยากให้ตนเองไม่ได้ย้ายไป ประโยคใดแสดงความเสียใจของเขาต่อการเลือกในอดีตนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Leo regrets to move abroad.
  2. Leo regrets moving abroad.
  3. Leo regrets move abroad.
ดูคำตอบ

Leo regrets moving abroad.

Google also reveals how racism is still alive and well. สำนวน

3:19

Google ยังเผยให้เห็นว่าการเหยียดเชื้อชาติยังคงมีอยู่อย่างแพร่หลาย

สำนวน

alive and well: ยังคงมีอยู่และมีบทบาท

alive and well เป็นสำนวนเน้นความหมายว่าสิ่งหนึ่งยังคงมีอยู่และยังสร้างผลกระทบที่เห็นได้ชัด แม้ตามความหมายตรงตัวจะใช้บรรยายว่าบุคคลหนึ่งยังมีชีวิตและสุขภาพดีได้ แต่เมื่อใช้กับประธานเชิงนามธรรมอย่าง racism จะเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ well ไม่ได้แสดงการเห็นชอบ สำนวนนี้เน้นเชิงวิพากษ์ว่าการเหยียดเชื้อชาติยังไม่หายไปและยังคงมีบทบาทอยู่

แบบฝึกหัด

ในรายงานที่บอกว่าแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมยังคงพบได้ทั่วไป The practice is alive and well หมายความว่าอะไร

  1. สิ่งนั้นหายไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
  2. สิ่งนั้นยังคงมีอยู่และยังมีบทบาทอยู่
  3. สิ่งนั้นดีในทางศีลธรรมและมีสุขภาพดี
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นยังคงมีอยู่และยังมีบทบาทอยู่

The N-word is searched with the same frequency การใช้คำ

3:22

คำเหยียดคนผิวดำที่ขึ้นต้นด้วยตัว N ถูกค้นหาบ่อยพอ ๆ

as the Lakers and migraine

3:24

กับ Lakers และไมเกรน,

with 20% of searches including the term "jokes".

3:26

โดย 20% ของการค้นหามีคำว่า "เรื่องตลก" รวมอยู่ด้วย

การใช้คำ

คำเลี่ยง “the N-word”

“the N-word” เป็นคำเรียกแบบเลี่ยงถ้อยคำสำหรับคำเหยียดเชื้อชาติคำหนึ่งที่รุนแรงอย่างยิ่งและมุ่งดูหมิ่นคนผิวดำ ผู้พูดจึงสามารถระบุหรือพูดถึงคำเหยียดนั้นได้โดยไม่ต้องพูดหรือสะกดคำจริง คำเลี่ยงนี้ช่วยไม่ให้กล่าวคำเหยียดซ้ำโดยตรง แต่ไม่ได้ลบประวัติศาสตร์หรืออันตรายของคำนั้น ในประโยคนี้ คำดังกล่าวใช้ระบุคำค้นหาในการอภิปรายเรื่องอคติทางเชื้อชาติ ไม่ใช่ชื่อเรียกทั่วไปของคนผิวดำ

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าคำเป้าหมายใช้ได้เหมาะสมหรือไม่ในสถานการณ์นี้: รายงานข่าวเขียนว่า “The post contained the N-word.” โดยไม่ได้สะกดคำเหยียดนั้นออกมา

  1. เหมาะสมในบริบทนี้
  2. ไม่เหมาะสมในบริบทนี้
ดูคำตอบ

เหมาะสมในบริบทนี้

On Obama's first election night in 2008,

3:29

ในคืนที่ Obama ชนะการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2008,

when a lot of commentary focused

3:31

ตอนที่ความเห็นจำนวนมากมุ่งเน้น

on praise of the historic night,

3:33

ไปที่การยกย่องค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์นั้น,

one in 100 searches that included the word Obama ไวยากรณ์

3:35

หนึ่งในทุก 100 การค้นหาที่มีคำว่า Obama

also included KKK or the N-word.

3:37

มีคำว่า KKK หรือคำเหยียดผิวที่ขึ้นต้นด้วย N อยู่ด้วย

ไวยากรณ์

“one in 100” ในฐานะสัดส่วน

“one in 100” ใช้บอกสัดส่วน หมายถึง 1 กรณีในทุก 100 กรณีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเท่ากับ 1% ในประโยคนี้ กลุ่มอ้างอิงคือการค้นหาที่มีคำว่า Obama ดังนั้นข้อความนี้จึงหมายความว่า 1% ของการค้นหาเหล่านั้นมี KKK หรือ N-word อยู่ด้วย ไม่ได้หมายถึงการค้นหาทั้งหมดหรืออันดับของผลการค้นหา

แบบฝึกหัด

เติมสถิติด้วยโครงสร้างตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “หนึ่งในทุกหนึ่งร้อย”: About ____ customers request a refund.

ดูคำตอบ

one in 100

Stereotypically, many assume most racism exists in the southern states, ลำดับความ

3:40

ตามภาพจำ หลายคนคิดว่าการเหยียดเชื้อชาติส่วนใหญ่เกิดขึ้นในรัฐทางใต้,

but the highest racist search results

3:44

แต่พื้นที่ที่มีการค้นหาเชิงเหยียดเชื้อชาติสูงสุด

were in upstate New York,

3:45

กลับเป็นตอนเหนือของรัฐนิวยอร์ก,

western Pennsylvania, and eastern Ohio.

3:47

ตะวันตกของเพนซิลเวเนีย และตะวันออกของโอไฮโอ

ลำดับความ

Stereotypically, many assume เพื่อระบุว่าคำกล่าวเป็นภาพเหมารวม

เมื่ออยู่ต้นประโยค Stereotypically จะทำเครื่องหมายว่าแนวคิดที่ตามมาเป็นภาพเหมารวมที่คุ้นเคย กล่าวคือ หลายคนคิดว่าการเหยียดเชื้อชาติส่วนใหญ่อยู่ในรัฐทางใต้ ผู้พูดกำลังรายงานว่าคำกล่าวนี้มักถูกนำเสนออย่างไร ไม่ได้ยืนยันว่าคำกล่าวนั้นเป็นความจริง คำว่า but ที่ตามมานำเสนอหลักฐานซึ่งหักล้างความคาดหมายนั้น การขึ้นต้นแบบนี้จึงจัดลำดับข้อโต้แย้งเป็น “กล่าวถึงความเชื่อทั่วไปก่อน แล้วจึงให้หลักฐานโต้แย้ง” และช่วยให้ผู้พูดเว้นระยะจากมุมมองที่กำลังจะถูกตั้งคำถาม

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดบอกหน้าที่ของ “Stereotypically, many assume” ในตัวอย่างได้ดีที่สุด

  1. พิสูจน์ว่าคำกล่าวที่ตามมามักเป็นความจริง
  2. นำเสนอคำกล่าวที่ตามมาว่าเป็นภาพเหมารวมทั่วไปซึ่งผู้พูดกำลังจะโต้แย้ง
  3. นำเสนอข้อสรุปเชิงตัวเลขจากข้อมูลการค้นหา
  4. บอกว่าผู้พูดสังเกตรูปแบบนั้นด้วยตนเอง
ดูคำตอบ

นำเสนอคำกล่าวที่ตามมาว่าเป็นภาพเหมารวมทั่วไปซึ่งผู้พูดกำลังจะโต้แย้ง

Statistician Nate Silver found

3:49

Nate Silver นักสถิติพบว่า

that the greatest correlation for predicting

3:50

ตัวแปรที่สัมพันธ์กับการคาดการณ์

the Trump primary support

3:52

การสนับสนุน Trump ในการเลือกตั้งขั้นต้นมากที่สุด

wasn't unemployment, ลำดับความ

3:54

ไม่ใช่การว่างงาน,

gun ownership, religion, or rates of immigration,

3:55

การครอบครองปืน ศาสนา หรืออัตราการอพยพเข้าเมือง,

but Google searches for the N-word.

3:57

แต่เป็นการค้นหาคำเหยียดคนผิวดำที่ขึ้นต้นด้วย N ใน Google

ลำดับความ

wasn't X, but Y เพื่อเน้นข้อมูลที่ใช้แก้ไข

โครงสร้าง wasn't X, but Y ปฏิเสธคำตอบที่ผู้ฟังคาดไว้ แล้วแทนที่ด้วยคำตอบที่ผู้พูดต้องการเน้น ในที่นี้ X ถูกขยายเป็นรายการ ได้แก่ อัตราการว่างงาน การครอบครองปืน ศาสนา และอัตราการย้ายถิ่นฐาน ก่อนที่ but จะเน้นหนักที่สุดไปที่การค้นหาใน Google เกี่ยวกับคำเหยียดผิวที่ขึ้นต้นด้วย N นี่คือการเปรียบต่างเพื่อแก้ไขข้อมูล เนื้อหาหลัง but คือข้อสรุปที่ผู้ฟังควรจดจำ โครงสร้างนี้จัดระเบียบข้อมูลและจุดเน้น แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ทางสถิติที่กล่าวถึงให้เป็นหลักฐานของเหตุและผล

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบต่างเพื่อแก้ไขด้วย wasn't ... but: The main obstacle ____ the price, ____ the delivery date.

ดูคำตอบ

wasn't · but

Facebook data scientists have used status updates

3:59

นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ Facebook ใช้การอัปเดตสถานะ

to measure the gross national happiness on each day,

4:02

เพื่อวัดความสุขมวลรวมประชาชาติในแต่ละวัน,

and Christmas appears to be the happiest day of the year. ลำดับความ

4:04

และดูเหมือนว่าวันคริสต์มาสจะเป็นวันที่ผู้คนมีความสุขที่สุดของปี

ลำดับความ

ใช้ appears to be เพื่อเสนอข้อสรุปอย่างระมัดระวัง

ในที่นี้ appears to be นำเสนอข้อกล่าวเกี่ยวกับวันคริสต์มาสในฐานะข้อสรุปที่ได้จากสัญญาณหรือข้อมูลที่มีอยู่ โดยจงใจเปิดพื้นที่ไว้ให้กับความไม่แน่นอน ประโยคนี้ไม่ได้กล่าวว่าข้อสรุปดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้ว โครงสร้างคือ ประธาน + appear(s) to be + ส่วนเติมเต็ม ผู้เขียนใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกว่าสิ่งที่หลักฐานในขณะนี้ชี้ไปคืออะไร พร้อมทั้งควบคุมน้ำหนักของข้อกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่นำเสนอข้อสรุปแบบยังไม่ฟันธง: Based on the preliminary results, the new policy ____ effective.

ดูคำตอบ

appears to be

This is reflected in Gallup polls วลี

4:07

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นในผลสำรวจของ Gallup

and Google searches as well,

4:08

และการค้นหาใน Google เช่นกัน,

but it's also important to be skeptical วลี

4:09

แต่เราก็ควรตั้งคำถาม

of how people appear on social media.

4:11

กับภาพลักษณ์ที่ผู้คนแสดงบนโซเชียลมีเดีย

วลี

is reflected in: เชื่อมแนวโน้มกับหลักฐานสนับสนุน

ในที่นี้ is reflected in หมายความว่าแนวโน้มเดียวกันสามารถมองเห็นได้จากผลสำรวจของ Gallup และการค้นหาใน Google ด้วย สำนวนนี้เชื่อมข้อกล่าวเข้ากับแหล่งหลักฐานอีกแหล่งหนึ่ง ไม่ได้กล่าวถึงแสงหรือกระจก โครงสร้างข้อมูลคือ รูปแบบหรือแนวโน้ม + be reflected in + หลักฐานหรือผลลัพธ์ รูปแบบถูกกระทำที่เน้นไว้ทำให้แนวโน้มยังคงเป็นหัวข้อ ส่วนวลีหลัง in ระบุว่าสามารถสังเกตเห็นแนวโน้มนั้นได้จากที่ใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนรูปถูกกระทำจากบทเรียน: The improvement in air quality ____ the latest health data.

ดูคำตอบ

is reflected in

วลี

Be skeptical of: ชะลอการตัดสินจนกว่าจะมีหลักฐาน

be skeptical of + คำนามหรือกลุ่มคำนาม หมายถึงการตั้งคำถามว่าสิ่งหนึ่งน่าเชื่อถือหรือเป็นความจริงหรือไม่ และรอหลักฐานที่หนักแน่นกว่าก่อนยอมรับ ในประโยคนี้ ผู้พูดแนะนำว่าไม่ควรเชื่อภาพที่ผู้คนแสดงบนโซเชียลมีเดียทันที การตั้งข้อสงสัยยังเปิดโอกาสให้ตรวจสอบต่อ ไม่ได้ยืนยันว่าภาพนั้นเป็นเท็จหรือว่าบุคคลนั้นกำลังโกหก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงการระมัดระวังและต้องการหลักฐานเพิ่มเติม: When an online claim gives no source, you should ____ it.

ดูคำตอบ

be skeptical of

The respected magazine The Atlantic วัฒนธรรม

4:13

นิตยสารที่ได้รับการยอมรับอย่าง The Atlantic

has 1.5 million followers on Twitter,

4:15

มีผู้ติดตามบน Twitter 1.5 ล้านคน,

while only 18,000 follow The National Enquirer,

4:17

ขณะที่ The National Enquirer มีผู้ติดตามเพียง 18,000 คน,

a gossipy tabloid. การใช้คำ

4:20

ซึ่งเป็นแท็บลอยด์ที่เต็มไปด้วยข่าวซุบซิบ

วัฒนธรรม

The Atlantic เทียบกับ The National Enquirer: เกียรติภูมิกับชื่อเสียงแบบแท็บลอยด์

The Atlantic และ The National Enquirer เป็นชื่อสื่อสิ่งพิมพ์ของสหรัฐฯ ไม่ใช่กลุ่มคำนามทั่วไปที่ควรแปลตรงตัว The Atlantic เชื่อมโยงกับงานข่าวจริงจังด้านสถานการณ์ปัจจุบันและวัฒนธรรม ส่วน The National Enquirer เป็นแท็บลอยด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องข่าวคนดังแบบหวือหวา คำบรรยาย respected และ gossipy tabloid สร้างความแตกต่างด้านชื่อเสียง ในการเปรียบเทียบจากบริบทรอบข้าง ยอดจำหน่ายของทั้งสองฉบับใกล้เคียงกันกว่าจำนวนผู้ติดตามบน Twitter มาก จึงเกิดความย้อนแย้งระหว่างการแสดงตัวต่อสาธารณะว่าสนใจสื่อที่มีเกียรติกับการบริโภคสื่อที่มีเกียรติน้อยกว่าเป็นการส่วนตัว ความแตกต่างนี้กล่าวถึงภาพลักษณ์สาธารณะ ไม่ได้ตัดสินนิสัยของผู้อ่านทุกคน

แบบฝึกหัด

การตีความใดอธิบายได้ดีที่สุดว่าเหตุใดชื่อของสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งสองจึงสำคัญในข้อความนี้

  1. ทั้งสองเป็นชื่อของสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับเดียวกันในภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
  2. The Atlantic มีภาพลักษณ์จริงจังและมีเกียรติ ส่วน The National Enquirer มีภาพลักษณ์เป็นแท็บลอยด์แนวหวือหวา
  3. The National Enquirer ถูกนำเสนอว่าเป็นสื่อที่ได้รับความนับถือทางวิชาการมากกว่า
ดูคำตอบ

The Atlantic มีภาพลักษณ์จริงจังและมีเกียรติ ส่วน The National Enquirer มีภาพลักษณ์เป็นแท็บลอยด์แนวหวือหวา

การใช้คำ

gossipy tabloid: หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ที่เน้นเรื่องซุบซิบ

ในที่นี้ tabloid หมายถึงหนังสือพิมพ์หรือสื่อข่าวประเภทหนึ่งที่มักเชื่อมโยงกับข่าวหวือหวา ข่าวคนดัง และเรื่องซุบซิบ ไม่ได้หมายถึงเพียงรูปแบบสิ่งพิมพ์ขนาดกะทัดรัดเท่านั้น คำว่า gossipy ย้ำความหมายนี้โดยบอกว่าเนื้อหาเน้นข่าวลือและชีวิตส่วนตัวของผู้คน วลีนี้มีน้ำเสียงเชิงประเมิน โดยนำเสนอ The National Enquirer ว่าจริงจังหรือมีชื่อเสียงน้อยกว่าสิ่งพิมพ์ที่ได้รับความเคารพ วลีนี้บรรยายแนวบรรณาธิการ แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่าทุกข่าวเป็นเรื่องเท็จ

แบบฝึกหัด

a gossipy tabloid ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. หนังสือพิมพ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องข่าวซุบซิบของคนดังและเรื่องหวือหวา
  2. หนังสือพิมพ์ที่นิยามด้วยขนาดหน้ากระดาษกะทัดรัดเท่านั้น
  3. วารสารวิชาการที่เผยแพร่งานวิจัยซึ่งผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ
ดูคำตอบ

หนังสือพิมพ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องข่าวซุบซิบของคนดังและเรื่องหวือหวา

But both have around the same physical การใช้คำ

4:21

แต่นิตยสารทั้งสองกลับมียอดเผยแพร่ฉบับพิมพ์

and online circulation.

4:23

และยอดเผยแพร่ออนไลน์พอ ๆ กัน

การใช้คำ

physical and online circulation: ยอดเผยแพร่ฉบับพิมพ์และออนไลน์

ในที่นี้ circulation เป็นตัวชี้วัดด้านสิ่งพิมพ์ หมายถึงขนาดการเผยแพร่สิ่งพิมพ์หรือการเข้าถึงผู้อ่าน physical circulation หมายถึงฉบับพิมพ์ที่ขายหรือแจกจ่าย ส่วน online circulation หมายถึงการเผยแพร่หรือการเข้าถึงผู้อ่านผ่านช่องทางดิจิทัล ประโยคนี้บอกว่าสิ่งพิมพ์ทั้งสองมีการเข้าถึงผ่านช่องทางเหล่านี้ใกล้เคียงกัน แม้จำนวนผู้ติดตามจะแตกต่างกัน circulation ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไหลเวียนของเลือดหรือการเคลื่อนที่ของผู้คน

แบบฝึกหัด

ในบริบทการพิมพ์ physical and online circulation เปรียบเทียบอะไร?

  1. การเคลื่อนที่ของลูกค้าระหว่างร้านค้ากับเว็บไซต์
  2. การเผยแพร่หรือการเข้าถึงของฉบับพิมพ์และฉบับดิจิทัล
  3. เฉพาะจำนวนผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย
ดูคำตอบ

การเผยแพร่หรือการเข้าถึงของฉบับพิมพ์และฉบับดิจิทัล

Or consider the way a woman will describe her husband ลำดับความ

4:25

หรือลองดูวิธีที่ผู้หญิงบรรยายถึงสามีของตัวเอง

on Facebook versus Google searches.

4:27

บน Facebook เทียบกับตอนค้นหาใน Google

ลำดับความ

consider the way: การชี้นำความสนใจไปยังหลักฐาน

ในประโยคนี้ consider เป็นคำสั่งที่เชิญชวนให้ผู้ฟังพิจารณาบางสิ่ง ไม่ใช่การประกาศว่าได้ตัดสินใจแล้ว ส่วนนามวลี the way ใช้นำเข้าสู่พฤติกรรมหรือรูปแบบที่ควรสังเกต ในฐานะกลวิธีจัดลำดับเนื้อหา consider the way เปลี่ยนจากข้อกล่าวอ้างทั่วไปไปสู่การเปรียบเทียบที่เป็นรูปธรรม และนำเสนอการเปรียบเทียบนั้นเป็นหลักฐาน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Consider the way + ประธาน + กริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ชี้นำให้ผู้ฟังพิจารณารูปแบบหนึ่งในฐานะหลักฐาน: ____ the new schedule affects night-shift workers.

ดูคำตอบ

Consider the way

On Facebook, the top terms for a husband is "the best",

4:29

บน Facebook คำที่ใช้พูดถึงสามีมากที่สุดคือ "ดีที่สุด",

"my best friend", "amazing",

4:32

"เพื่อนสนิทของฉัน" "น่าทึ่ง",

"the greatest", and "so cute",

4:33

"ยอดเยี่ยมที่สุด" และ "น่ารักมาก",

while the top searches on Google

4:35

ส่วนคำค้นหายอดนิยมบน Google

related to their husband is gay,

4:36

ที่เกี่ยวกับสามีคือ "เป็นเกย์",

a jerk, amazing, annoying, and mean.

4:39

"เฮงซวย" "น่าทึ่ง" "น่ารำคาญ" และ "ใจร้าย"

We decided to take a look

4:41

เราจึงตัดสินใจลองดู

into each other's search history ไวยากรณ์

4:42

ประวัติการค้นหาของกันและกัน

and found out some pretty interesting things กริยาวลี

4:44

แล้วพบเรื่องน่าสนใจทีเดียว

about one another.

4:46

เกี่ยวกับอีกฝ่าย

ไวยากรณ์

each other's ... one another: รูปแสดงความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันในตำแหน่งต่างกัน

Each other's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของของสรรพนามแสดงความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน each other โดยวางไว้หน้าคำนามที่ระบุสิ่งที่เป็นเจ้าของอย่าง search history และหมายความว่าแต่ละคนดูประวัติของอีกฝ่าย เครื่องหมายอะพอสทรอฟีใช้ระบุความเป็นเจ้าของ One another ในที่นี้เป็นสรรพนามแสดงความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันที่ไม่ใช่รูปแสดงความเป็นเจ้าของ และทำหน้าที่เป็นกรรมของ about ทั้งสองรูปอ้างกลับไปยังผู้มีส่วนร่วมและแสดงความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน each other และ one another มักใช้แทนกันได้ไม่ว่าจะกล่าวถึงสองคนหรือมากกว่า ความแตกต่างสำคัญในที่นี้คือรูปแสดงความเป็นเจ้าของกับรูปที่ไม่แสดงความเป็นเจ้าของ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย each other's และ one another โดยใช้แต่ละรูปหนึ่งครั้ง: After swapping laptops, the two roommates checked ____ settings and learned more about ____.

ดูคำตอบ

each other's · one another

กริยาวลี

found out: ได้รู้ข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ไม่รู้

ในประโยคนี้ found out หมายถึงการค้นพบหรือได้รู้ข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ ข้อมูลดังกล่าวมาจากการดูประวัติการค้นหาของกันและกัน วลีนี้จึงเน้นการได้รับความรู้ใหม่ผ่านหลักฐานหรือประสบการณ์ ไม่ใช่เพียงภาวะที่รู้อยู่แล้ว Found out เป็นรูปอดีตของ find out ในที่นี้ตามด้วยนามวลี some pretty interesting things ส่วน about one another ระบุว่าข้อมูลที่ค้นพบนั้นเกี่ยวกับใคร นอกจากนี้ยังใช้โครงสร้าง find out about + topic หรือ find out that + clause ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของกริยาวลีที่หมายถึง “ค้นพบหรือได้รู้”: After checking the website, I ____ that the museum was closed.

ดูคำตอบ

found out

You can watch that video by clicking here.

4:47

คุณคลิกตรงนี้เพื่อดูวิดีโอนั้นได้

The research for this episode came

4:49

งานวิจัยที่ใช้ในตอนนี้มาจาก

from the fascinating book Everybody Lies

4:50

หนังสือแสนน่าสนใจชื่อ Everybody Lies

by Seth Stephens-Davidowitz.

4:52

ของ Seth Stephens-Davidowitz

We highly recommend it.

4:54

เราขอแนะนำหนังสือเล่มนี้อย่างยิ่ง

And subscribe for more weekly science videos

4:55

และอย่าลืมกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์

every Thursday.

4:57

ทุกวันพฤหัสบดี