ชาวอเมริกันที่โหวตเลือกประธานาธิบดีไม่ได้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
1,099 คำ 186 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายสหรัฐอเมริกาที่ไม่ได้มีเพียงห้าสิบรัฐ ตั้งแต่วอชิงตัน ดี.ซี. และเขตสงวน ไปจนถึงดินแดนเกาะ อเมริกันซามัว และสามประเทศแปซิฟิกที่มีความสัมพันธ์แบบเสรี ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "as time marched on," เป็นสำนวนและถ้อยคำเปรียบเทียบ ใช้บรรยายการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นตลอดหลายปี ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เจาะจง 2. "organized unincorporated territory" เป็นบริบทด้านวัฒนธรรมและสถาบัน เข้าใจว่าคำคุณศัพท์ทางกฎหมายใช้แยกรัฐบาลท้องถิ่นกับขอบเขตการใช้รัฐธรรมนูญอย่างไร 3. "don't hold your breath" เป็นสำนวนและถ้อยคำเปรียบเทียบ สื่อความไม่เชื่อว่ากระบวนการในรัฐสภาจะเสร็จเร็ว ไม่ใช่คำสั่งให้กลั้นหายใจตามตัวอักษร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The United States is shockingly a bunch of states that are united.

0:00

น่าประหลาดใจที่สหรัฐอเมริกาเป็นแค่กลุ่มของรัฐหลายๆ รัฐที่รวมตัวกัน

It was just 13 to start with,

0:03

เริ่มแรกมีเพียง 13 รัฐ

but as time marched on, the border marched west, สำนวน

0:04

แต่เมื่อเวลาผ่านไป พรมแดนก็ขยับขยายไปทางตะวันตก

สำนวน

As time marched on: การเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ที่เห็นภาพชัด

ในที่นี้ as time marched on หมายถึง “เมื่อเวลาผ่านไปอย่างต่อเนื่องและประวัติศาสตร์ยังคงดำเนินต่อไป” คำกริยา marched ทำให้เวลาดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีจุดหมายและเป็นจังหวะ ไม่ได้หมายถึงการเดินแถวจริง ๆ หรือช่วงเวลาที่เจาะจง การใช้คำแบบนี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงทีละน้อยดูชัดเจนและเหมือนเป็นกระแสที่หยุดยั้งได้ยาก ในประโยคนี้ยังปูทางให้มีการใช้ภาพเปรียบเดียวกันซ้ำใน the border marched west โดยเชื่อมการผ่านไปของเวลากับการขยายตัวไปทางตะวันตก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “As time marched on, the town slowly changed,” คำว่า As time marched on หมายความว่าอย่างไร

  1. ทหารเดินผ่านเมืองในเวลาที่ทราบแน่นอน
  2. ทุกคนรอให้นาฬิกาหยุดเดิน
  3. เวลาผ่านไปอย่างต่อเนื่องและเหตุการณ์ยังคงพัฒนาต่อไป
ดูคำตอบ

เวลาผ่านไปอย่างต่อเนื่องและเหตุการณ์ยังคงพัฒนาต่อไป

bringing us to today and the 48 contiguous states plus Alaska and Hawaii,

0:07

พาเรามาสู่ปัจจุบันกับ 48 รัฐที่อยู่ติดกัน รวมกับอะแลสกาและฮาวาย

usually drawn in these little boxes not to scale วลี

0:11

ซึ่งมักจะถูกวาดอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ไม่ได้สัดส่วน

วลี

Not to scale บนแผนภาพ

Not to scale เป็นข้อความกำกับมาตรฐานที่หมายความว่าภาพไม่ได้รักษาสัดส่วนของขนาดหรือระยะทางจริง ภาพอาจแสดงว่าสิ่งต่าง ๆ อยู่ที่ไหนหรือสัมพันธ์กันอย่างไร แต่ไม่สามารถวัดภาพแล้วถือว่าค่าที่วัดได้เป็นอัตราส่วนในโลกจริง ในที่นี้ scale หมายถึงการแสดงแบบเป็นสัดส่วนหรือมาตราส่วน ไม่ได้หมายถึงเครื่องชั่งหรือขนาดโดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมข้อความกำกับมาตรฐานของแผนภาพให้สมบูรณ์ ภาพร่างแสดงการเชื่อมต่อ แต่ขนาดและระยะทางไม่ถูกต้อง: The diagram is ____.

ดูคำตอบ

not to scale

because Hawaii is in the middle of a vast ocean of deadly nothingness

0:13

เพราะฮาวายอยู่กลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่ว่างเปล่าราวกับความตาย

and Alaska is monstrous.

0:16

ส่วนอะแลสกาก็มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร

Unlike other unions where members can leave if they so choose, ไวยากรณ์

0:18

ต่างจากสหภาพอื่นๆ ที่สมาชิกสามารถขอแยกตัวออกไปได้ตามต้องการ

ไวยากรณ์

if they so choose: การย้อนอ้างถึงการกระทำที่เจ้าตัวเลือก

ในอนุประโยคนี้ if ใช้เปิดเงื่อนไข ส่วน so ใช้แทนการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึงคือ leave ความหมายเต็มคือ “ถ้าพวกเขาเลือกที่จะออก” โดยไม่จำเป็นต้องพูด leave ซ้ำ ถ้อยคำนี้ยังเน้นว่าการออกเป็นการตัดสินใจของสมาชิกเอง รูปแบบ if + ประธาน + so choose เป็นวิธีที่กระชับและค่อนข้างเป็นทางการในการอ้างกลับไปยังการกระทำที่เจ้าตัวสามารถเลือกได้

แบบฝึกหัด

ใน “Members can leave if they so choose,” คำว่า so หมายถึงอะไร?

  1. ความหนักแน่นของการเลือก
  2. การออก
  3. การอยู่ต่อ
ดูคำตอบ

การออก

statehood is eternal, even for you, Texas.

0:22

สถานะความเป็นรัฐนั้นคงอยู่ตลอดไป แม้แต่กับคุณนะ เท็กซัส

Now, how the federal government works is a story for another time, วลี

0:25

เอาล่ะ เรื่องรัฐบาลกลางทำงานอย่างไรนั้นเอาไว้เล่าวันหลัง

วลี

a story for another time: การเลื่อนหัวข้อรองออกไป

“A story for another time” บอกผู้ฟังว่าจะยังไม่อธิบายหัวข้อนั้นในตอนนี้ เพราะจะทำให้การสนทนาออกจากประเด็นหลัก คำว่า story ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเรื่องแต่ง แต่หมายถึงเรื่องราวหรือคำอธิบายที่ครบถ้วนกว่า วลีนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณเปลี่ยนและจัดการหัวข้ออย่างราบรื่น โดยเลื่อนประเด็นรองออกไป แต่ไม่ได้แปลว่าผู้พูดสัญญาว่าจะกลับมาอธิบายในภายหลังเสมอไป

แบบฝึกหัด

ใน “The history of this custom is a story for another time,” ผู้พูดกำลังทำอะไร?

  1. บอกว่าหัวข้อนั้นไม่สำคัญ
  2. เลื่อนคำอธิบายที่ละเอียดกว่าออกไป
  3. สัญญาว่าจะเล่าเรื่องแต่งในภายหลัง
ดูคำตอบ

เลื่อนคำอธิบายที่ละเอียดกว่าออกไป

but at the moment all you need know is that Congress, ไวยากรณ์

0:28

แต่ตอนนี้สิ่งที่คุณต้องรู้คือ รัฐสภา

ไวยากรณ์

all you need know is that: โครงสร้างทางการที่ไม่มี to

โครงสร้าง all ... is that ... นำเสนอข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างว่าเป็นข้อมูลเดียวที่ผู้ฟังต้องให้ความสำคัญ ในที่นี้ all you need know หมายถึง “สิ่งเดียวที่คุณจำเป็นต้องรู้” และ is that ใช้นำเข้าสู่ข้อเท็จจริงสำคัญนั้น ใน need know คำว่า need ตามด้วย know โดยตรงโดยไม่มี to โครงสร้างย่อนี้ถูกต้องตามไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่เป็นทางการ แม้ว่า need to know จะใช้บ่อยกว่ามากในภาษาอังกฤษทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างย่อแบบเป็นทางการที่ละ “to”: All you ____ is that the museum closes at six.

ดูคำตอบ

need know

where national laws are written, is made of representatives sent from the states.

0:30

ซึ่งเป็นที่สำหรับร่างกฎหมายระดับชาติ ประกอบไปด้วยตัวแทนที่ส่งมาจากรัฐต่างๆ

Now, there are some non-state gaps not visible on this map.

0:34

ตอนนี้ บนแผนที่นี้ยังมีช่องโหว่บางจุดที่ไม่ใช่รัฐและมองไม่เห็นอยู่

The first is Washington DC, the nation's capital,

0:38

ที่แรกคือ วอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของประเทศ

which is a stateless limbo land between Maryland and Virginia. สำนวน

0:41

ซึ่งเป็นดินแดนที่ไม่มีสถานะเป็นรัฐ คั่นอยู่ระหว่างรัฐแมริแลนด์และเวอร์จิเนีย

สำนวน

stateless limbo land ในฐานะอุปลักษณ์เชิงประเมิน

stateless ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าผู้คนที่นั่นไม่มีสัญชาติ เมื่อใช้กับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คำนี้หมายความว่าเขตดังกล่าวไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐใดในสหรัฐฯ limbo land เป็นอุปลักษณ์เชิงพื้นที่แบบไม่เป็นทางการสำหรับสถานที่หรือสถานการณ์ที่ค้างอยู่ระหว่างหมวดหมู่ที่กำหนดไว้แล้ว เมื่อรวมกัน stateless limbo land จึงวาดภาพสถานะทางการเมืองของเขตนี้ว่าอึดอัด ยังไม่ลงตัว และอยู่กึ่งกลาง นี่เป็นคำบรรยายที่มีการประเมินของผู้พูด ไม่ใช่ชื่อทางกฎหมาย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “stateless limbo land” สื่อถึงอะไร?

  1. พื้นที่ชนบทอันสงบระหว่างรัฐแมริแลนด์กับรัฐเวอร์จิเนีย
  2. ประเทศที่ประชาชนไม่มีสัญชาติตามกฎหมาย
  3. เขตที่ไม่สังกัดรัฐใดในสหรัฐฯ และอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองก้ำกึ่งที่น่าอึดอัด
ดูคำตอบ

เขตที่ไม่สังกัดรัฐใดในสหรัฐฯ และอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองก้ำกึ่งที่น่าอึดอัด

As DC is a city without a state, it puts her under the control of Congress, วลี

0:45

เนื่องจากดี.ซี. เป็นเมืองที่ไม่มีรัฐ จึงต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐสภา

วลี

puts her under the control of Congress: ทำให้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐสภา

ในที่นี้ puts her under the control of Congress หมายถึงทำให้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐสภา คำว่า her เป็นการทำให้ดี.ซี. มีลักษณะเหมือนบุคคล และไม่ได้หมายถึงผู้หญิงคนหนึ่ง under บอกความสัมพันธ์ด้านอำนาจ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ put + บุคคล องค์กร หรือสถานที่ + under the control of + ฝ่ายที่มีอำนาจควบคุม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงอยู่ภายใต้อำนาจของอีกฝ่าย: The reform will put local offices ____ the national regulator.

ดูคำตอบ

under the control of

meaning that all the other states get the final say on how DC is run, วลี

0:50

หมายความว่ารัฐอื่นๆ ทั้งหมดจะมีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าดี.ซี. ควรบริหารอย่างไร

วลี

get the final say: ได้รับอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ในที่นี้ get the final say หมายถึงได้รับหรือกลายเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายที่มีผล หลังจากผู้อื่นเสนอความคิดเห็นแล้ว say เป็นคำนามที่หมายถึงอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่เพียงการพูด ใช้ get the final say on + หัวข้อหรือคำถาม เช่น get the final say on the budget ส่วน in ใช้นำหน้าขอบเขตหรือกิจกรรมได้ เช่น get the final say in hiring

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงได้รับอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้าย: After everyone gives feedback, the director will ____ on the final design.

ดูคำตอบ

get the final say

while she doesn't get a vote in anything.

0:54

ในขณะที่ตัวดี.ซี. เองไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในเรื่องใดเลย

It didn't matter when this District of Columbia was basically uninhabited,

0:56

มันคงไม่เป็นไรหรอกในตอนที่เขตโคลัมเบียแห่งนี้แทบจะไม่มีคนอาศัยอยู่

but since more people live in DC now than do in a couple of states, ไวยากรณ์

0:59

แต่ในเมื่อตอนนี้มีคนอาศัยอยู่ในดี.ซี. มากกว่าหลายๆ รัฐรวมกันเสียอีก

ไวยากรณ์

more people ... than do ...: do ที่ใช้แทนกริยาในการเปรียบเทียบ

ใน than do in a couple of states คำว่า do ทำหน้าที่แทนกริยา live ที่กล่าวไปแล้ว จึงไม่ต้องพูด live ซ้ำ ความหมายเทียบได้กับ “than people live in a couple of states” ไม่ได้หมายความว่าผู้คน “ทำ” การกระทำบางอย่าง นี่เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบที่กระชับและค่อนข้างเป็นทางการ ในรูปแบบที่วางกริยาช่วยไว้ข้างหน้า do จะอยู่ถัดจาก than ทันที ส่วนแนวคิดของประธาน people ที่ซ้ำกันจะละไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท โครงสร้างนี้ทำให้ตัวเลขประชากรทั้งสองฝั่งขนานกัน

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบแบบกระชับและเป็นทางการด้วยรูปแบบสองคำที่ do ใช้แทน live: More people live in Metro City now ____ in two nearby regions.

ดูคำตอบ

than do

it's an uncomfortable arrangement.

1:03

มันจึงกลายเป็นระบบที่น่าอึดอัด

The other gaps on this map are the American Indian reservations,

1:05

ช่องโหว่อื่นๆ บนแผนที่นี้คือเขตสงวนอินเดียนแดง

which are numerous.

1:08

ซึ่งมีอยู่มากมาย

The United States kind of administers them while sort of treating them as foreign nations, น้ำเสียง/เจตนา

1:10

สหรัฐฯ ค่อนข้างจะบริหารจัดการพื้นที่เหล่านี้ในขณะที่ก็ทำเหมือนพวกเขาเป็นต่างประเทศ

น้ำเสียง/เจตนา

kind of ... sort of ในฐานะคำลดความหนักแน่นในภาษาพูด

เมื่ออยู่หน้าคำกริยา kind of และ sort of อาจหมายถึง “ในระดับหนึ่ง” “โดยประมาณ” หรือ “ไม่ใช่อย่างนั้นเสียทีเดียว” ในประโยคนี้ ทั้งสองวลีช่วยลดความหนักแน่นของ administers และ treating โดยผู้พูดมองว่าคำกริยาเหล่านี้เป็นเพียงคำอธิบายโดยประมาณที่พอใช้ได้ ไม่ใช่คำอธิบายที่ครบถ้วน วลีเหล่านี้ยังลดระดับการยืนยันของผู้พูดต่อข้อความที่หนักแน่นและเด็ดขาดด้วย ในประโยคนี้ไม่ได้ใช้เพื่อจัดความสัมพันธ์ดังกล่าวว่าเป็นสิ่งประเภทใดประเภทหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ kind of หรือ sort of เป็นคำลดความหนักแน่นในความหมายว่า “ในระดับหนึ่ง”

  1. This beetle is a kind of insect.
  2. The new rule sort of solves the problem, but not completely.
  3. What kind of music do you like?
ดูคำตอบ

The new rule sort of solves the problem, but not completely.

which means you could draw the state boundaries to look like this

1:14

ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถวาดพรมแดนของรัฐให้หน้าตาเป็นแบบนี้ได้

because the reservations are kind of apart from those states.

1:18

เพราะเขตสงวนนั้นค่อนข้างจะแยกตัวออกจากรัฐเหล่านั้น

But the American Indian reservations are such a full of asterisks oh so sensitive situation, สำนวน

1:21

แต่เขตสงวนอินเดียนแดงเป็นสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขและละเอียดอ่อนมาก

สำนวน

“full of asterisks” เพื่อสื่อว่ามีเงื่อนไขและข้อยกเว้นมากมาย

ในประโยคนี้ full of asterisks เป็นอุปมาเชิงสร้างสรรค์ เครื่องหมายดอกจันบนหน้ากระดาษมักชี้ไปยังเชิงอรรถที่มีเงื่อนไข ข้อยกเว้น หรือข้อจำกัด ดังนั้นการบรรยายสิ่งใดแบบนี้จึงหมายความว่าสิ่งนั้นมีความซับซ้อนมากและไม่อาจสรุปด้วยข้อความง่าย ๆ เพียงข้อความเดียว ไม่ได้หมายความว่าหัวข้อนั้นมีสัญลักษณ์รูปดาวอยู่จริง ๆ ผู้พูดกำลังเตือนว่าการกล่าวโดยรวมเกี่ยวกับสถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีถ้อยคำจำกัดความหมายอย่างรอบคอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอุปมาภาษาอังกฤษสามคำที่สื่อว่ามีเงื่อนไขในเชิงอรรถจำนวนมาก: The offer looks simple, but it is ____ because several fees and exclusions apply.

ดูคำตอบ

full of asterisks

it's also better as a story for another time.

1:26

เอาไว้เล่าวันหลังจะดีกว่า

Gaps aside, ลำดับความ

1:29

พักเรื่องช่องโหว่เอาไว้ก่อน

ลำดับความ

“Gaps aside,” ในฐานะกรอบจัดการหัวข้อ

Gaps aside เป็นโครงสร้างสั้น ๆ แบบคำนาม + aside หมายถึง “พักเรื่องช่องว่างเหล่านี้ไว้ชั่วคราว” และบอกผู้ฟังว่าประเด็นนี้จะไม่เป็นตัวกำหนดสาระถัดไป aside ในที่นี้ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ โครงสร้างนี้ยอมรับข้อจำกัดหนึ่งอย่าง พักไว้ก่อน แล้วกลับเข้าสู่แนวหลักของการอภิปราย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำภาษาอังกฤษหนึ่งคำที่ใช้จัดการหัวข้อโดยพักเรื่องงบประมาณไว้ชั่วคราว: Budget ____, the design meets our technical needs.

ดูคำตอบ

aside

the continent and Hawaii is mostly straightforward,

1:29

พื้นที่แผ่นดินทวีปและฮาวายนั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา

but there's more than just these United States.

1:32

แต่ยังมีพื้นที่อื่นอีกที่ไม่ใช่แค่สหรัฐอเมริกาเหล่านี้

When the US ran out of lands to manifest destiny, โน้ต

1:35

เมื่อสหรัฐฯ หมดพื้นที่แผ่นดินที่จะขยายอำนาจตามแนวคิด "ชะตาลิขิต"

กริยาวลี

run out of: ใช้หมดหรือไม่มีเหลือ

ran out of เป็นรูปอดีตของ run out of หมายถึงไม่มีสิ่งนั้นเหลือให้ใช้อีกแล้ว หลัง of ให้ระบุสิ่งที่หมดไป ซึ่งอาจเป็นของที่จับต้องได้อย่าง ink หรือสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่าง time หรือ options ในประโยคนี้ lands ถูกพูดถึงอย่างขบขันราวกับเป็นทรัพยากรดินแดนที่มีจำกัดสำหรับการขยายอำนาจ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ วิ่งไปที่ใดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ run out of: The car stopped because it ____ fuel.

ดูคำตอบ

ran out of

วัฒนธรรม

การใช้ manifest destiny เป็นคำกริยาเชิงเสียดสี

Manifest Destiny เป็นชื่อที่ปกติเขียนด้วยอักษรตัวใหญ่ของความเชื่อในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ว่าการขยายดินแดนของสหรัฐฯ โดยเฉพาะไปทางตะวันตกของอเมริกาเหนือ เป็นสิ่งที่ชอบธรรมหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในที่นี้ คำที่เขียนด้วยตัวเล็กอยู่หลัง to ซึ่งตามปกติภาษาอังกฤษต้องการคำกริยา ผู้เขียนจึงเปลี่ยนชื่อทางประวัติศาสตร์ให้เป็นการกระทำเชิงขบขัน หมายถึงการขยายดินแดนต่อไปในนามของ Manifest Destiny การเปลี่ยนชนิดคำที่ไม่เป็นมาตรฐานนี้สร้างน้ำเสียงเสียดสี ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำให้ชะตากรรมปรากฏชัด

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย manifest destiny ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. เป็นการเปลี่ยน Manifest Destiny ให้เป็นการกระทำเชิงขบขันที่หมายถึงการขยายดินแดนต่อไป
  2. เป็นวลีกริยามาตรฐานและเป็นทางการที่หมายถึงการทำความทะเยอทะยานส่วนตัวใด ๆ ให้สำเร็จ
  3. เป็นชื่อแผนการเดินทางที่เป็นกลางและไม่มีนัยทางประวัติศาสตร์หรือการเมือง
ดูคำตอบ

เป็นการเปลี่ยน Manifest Destiny ให้เป็นการกระทำเชิงขบขันที่หมายถึงการขยายดินแดนต่อไป

she learned from the best and territorialized a whole bunch of islands.

1:38

จึงได้เรียนรู้วิธีจากผู้ที่เก่งที่สุดและเข้ายึดครองเกาะต่างๆ มากมายเป็นดินแดนของตน

First up,

1:41

เริ่มจาก

Puerto Rico,

1:42

เปอร์โตริโก

an organized unincorporated territory of the US. วัฒนธรรม

1:43

ดินแดนที่ไม่ได้รวมเข้าด้วยกันอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯ

วัฒนธรรม

ดินแดนที่มีโครงสร้างการปกครองแต่ยังไม่ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่ง: สองมิติทางกฎหมาย

ในการจัดประเภทตามกฎหมายของสหรัฐฯ นี้ organized และ unincorporated อธิบายคนละมิติ organized หมายถึงสภาคองเกรสได้จัดตั้งหรือรับรองกรอบการปกครองพลเรือน ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ที่เป็นระเบียบในทางภูมิศาสตร์ unincorporated หมายถึงดินแดนนั้นยังไม่ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ในทางรัฐธรรมนูญ ดังนั้นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญจึงไม่ได้มีผลใช้โดยอัตโนมัติและครบถ้วนทุกข้อ ป้ายกำกับทั้งสองใช้พร้อมกันได้ และ territory ไม่ได้หมายถึงรัฐหนึ่งของสหรัฐฯ

แบบฝึกหัด

ในวลี “an organized unincorporated territory of the US” คำว่า organized และ unincorporated บ่งบอกอะไร?

  1. กรอบการปกครองพลเรือนที่สภาคองเกรสรับรอง และสถานะที่รัฐธรรมนูญไม่ได้มีผลใช้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
  2. รัฐหนึ่งของสหรัฐฯ ที่ถูกรวมเข้าโดยสมบูรณ์และไม่มีสถานะเป็นดินแดนอีกต่อไป
  3. พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่วางแผนไว้อย่างเป็นระเบียบ และธุรกิจที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัท
ดูคำตอบ

กรอบการปกครองพลเรือนที่สภาคองเกรสรับรอง และสถานะที่รัฐธรรมนูญไม่ได้มีผลใช้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

This means she's self-governing to some extent วลี

1:45

นั่นหมายความว่าปกครองตนเองได้ในระดับหนึ่ง

วลี

to some extent: จำกัดขอบเขตของข้อความ

To some extent หมายถึง “บางส่วน” หรือ “ในระดับที่จำกัด” ในที่นี้วลีนี้จำกัดความหมายของ self-governing คือข้อความนั้นเป็นจริง แต่ไม่เป็นจริงทั้งหมด วลีนี้วางหลังข้อความที่ขยายได้เหมือนในประโยคนี้ หรือวางไว้ต้นอนุประโยคก็ได้ โดยทั่วไปวลีนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวแบบเด็ดขาด และทำให้การเห็นด้วยหรือการวิจารณ์ฟังดูมีความพอดีมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “บางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด”: I agree with your point ____.

ดูคำตอบ

to some extent

and that all of the US Constitution doesn't automatically apply on the island.

1:48

และรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ไม่ได้บังคับใช้บนเกาะทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

Now, 3.7 million people live in Puerto Rico,

1:52

ปัจจุบัน มีประชาชน 3.7 ล้านคนอาศัยอยู่ในเปอร์โตริโก

which is 91% of the people living on US territorial islands

1:56

ซึ่งคิดเป็น 91% ของผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะดินแดนของสหรัฐฯ

and more people than live in 21 of the states.

2:00

และมีคนเยอะกว่า 21 รัฐในอเมริกาเสียอีก

And the US treats Puerto Rico as a state in almost all but name, สำนวน

2:04

และสหรัฐฯ ก็ปฏิบัติกับเปอร์โตริโกเหมือนเป็นรัฐในเกือบทุกด้านเว้นแต่เพียงชื่อเรียก

สำนวน

in almost all but name: แทบทุกด้านยกเว้นชื่ออย่างเป็นทางการ

สำนวน in all but name ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีลักษณะหรือทำหน้าที่เหมือนสิ่งที่อยู่ในหมวดหมู่หนึ่งในทางปฏิบัติ แต่ไม่มีชื่อหรือสถานะทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ ในที่นี้ เปอร์โตริโกได้รับการปฏิบัติเกือบเหมือนรัฐ ทั้งที่ไม่ได้เป็นรัฐอย่างเป็นทางการ almost ทำให้ความหมายของ all อ่อนลง ผู้พูดไม่ได้บอกว่ารายละเอียดในทางปฏิบัติทุกอย่างเหมือนกันทั้งหมด ในโครงสร้างนี้ but หมายถึง “ยกเว้น” จึงไม่ได้หมายความว่าแทบไม่ได้รับการปฏิบัติเหมือนรัฐเลย

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งพูดว่า "Nina is the department head in almost all but name." หมายความว่าอย่างไร

  1. นีน่าทำหน้าที่ของหัวหน้าแผนกเกือบทั้งหมด แต่ไม่ได้มีตำแหน่งนั้นอย่างเป็นทางการ
  2. นีน่ามีตำแหน่งนั้นอย่างเป็นทางการ แต่แทบไม่ได้ทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเลย
  3. นีน่ามีความคล้ายกับหัวหน้าแผนกเพียงเล็กน้อยไม่กี่อย่าง
ดูคำตอบ

นีน่าทำหน้าที่ของหัวหน้าแผนกเกือบทั้งหมด แต่ไม่ได้มีตำแหน่งนั้นอย่างเป็นทางการ

which possibly soon she will be anyway,

2:08

ซึ่งบางทีในเร็วๆ นี้ก็อาจจะกลายเป็นรัฐจริงๆ

bringing the number of stars to a nice even 51.

2:11

ทำให้จำนวนดาวบนธงเพิ่มเป็นตัวเลขกลมๆ ที่ 51 ดวงพอดี

But Puerto Rico isn't the only organized unincorporated territory.

2:14

แต่เปอร์โตริโกไม่ใช่ดินแดนแห่งเดียวที่ไม่ได้รวมเข้าด้วยกันอย่างเป็นทางการ

There's also Guam,

2:18

ยังมีกวม

which was acquired in the Spanish-American War along with Puerto Rico.

2:19

ซึ่งได้มาในช่วงสงครามสเปน-อเมริกาพร้อมกับเปอร์โตริโก

There's the Northern Mariana Islands taken from Japan during World War II

2:22

มีหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาที่ยึดมาจากญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

and the US Virgin Islands taken from nobody.

2:25

และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ ที่ไม่ได้แย่งมาจากใคร

Denmark sold her.

2:27

แต่เดนมาร์กเป็นคนขายให้

The people in these territories are American citizens.

2:29

ผู้คนในดินแดนเหล่านี้เป็นพลเมืองอเมริกัน

In most ways, the territories are just like DC.

2:31

ในหลายๆ ด้าน ดินแดนเหล่านี้ก็เหมือนกับดี.ซี.

Congress can override their local governments and they don't have representation because no state-tation. สำนวน

2:34

รัฐสภาสามารถใช้อำนาจเหนือรัฐบาลท้องถิ่นของพวกเขาได้ และพวกเขาไม่มีตัวแทนเพราะไม่ได้เป็นรัฐ

สำนวน

คำสร้าง state-tation

state-tation เป็นคำที่สร้างขึ้นใช้เฉพาะครั้งนี้ ไม่ใช่คำภาษาอังกฤษมาตรฐาน คำนี้นำ state มารวมกับคำลงท้ายที่ชวนให้นึกถึง representation เพื่อเชื่อมการไม่มีสถานะเป็นรัฐเข้ากับการไม่มีผู้แทน วลี no state-tation เปลี่ยนข้อโต้แย้งทางการเมืองให้เป็นมุกสั้น ๆ อารมณ์ขันเกิดจากการได้ยิน state ในรูปคำที่ชวนให้นึกถึง representation

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วย no state-tation ในประโยคนี้

  1. แก้การออกเสียงคำมาตรฐาน representation
  2. ใช้ศัพท์กฎหมายอย่างเป็นทางการสำหรับดินแดนที่ไม่มีสมาชิกซึ่งมีสิทธิออกเสียง
  3. สร้างมุกเล่นคำเฉพาะครั้งที่เชื่อมการไม่มีสถานะเป็นรัฐเข้ากับการไม่มีผู้แทน
ดูคำตอบ

สร้างมุกเล่นคำเฉพาะครั้งที่เชื่อมการไม่มีสถานะเป็นรัฐเข้ากับการไม่มีผู้แทน

But otherwise, it's America.

2:40

แต่นอกเหนือจากนั้น ที่นี่ก็คืออเมริกา

Actually, the territories and DC do get to elect congressional representatives ไวยากรณ์

2:42

อันที่จริง ดินแดนเหล่านี้และดี.ซี. มีสิทธิ์เลือกตัวแทนรัฐสภา

ไวยากรณ์

do ที่ใช้เน้นใน do get to elect

ในประโยคบอกเล่านี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นและวางไว้หน้ากริยารูปพื้นฐาน get โดยใช้แก้ความเข้าใจผิดว่า ดินแดนต่าง ๆ และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีความสามารถนี้จริง แม้ความสามารถดังกล่าวอาจมีข้อจำกัด get to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีโอกาส ได้รับอนุญาต หรือมีสิทธิ์ทำบางอย่าง ดังนั้น get to elect จึงหมายความว่าพวกเขาได้รับอนุญาตหรือมีสิทธิ์เลือกผู้แทน แต่ไม่ได้บอกว่าผู้แทนเหล่านั้นมีอำนาจอะไรบ้าง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเน้น do get to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อแก้คำกล่าวนี้: Residents ____ a local council.

ดูคำตอบ

do get to elect

who attend all of the meetings, but just can't vote in any of them,

2:45

ซึ่งสามารถเข้าร่วมได้ทุกการประชุม แต่กลับไม่สามารถออกเสียงลงคะแนนได้เลย

which is either the worst job in the world or the best job in the world, ไวยากรณ์

2:49

ซึ่งนี่อาจเป็นงานที่แย่ที่สุดในโลก หรืองานที่ดีที่สุดในโลกก็ได้

depending on the kind of person who gets it.

2:53

ขึ้นอยู่กับว่าใครจะได้งานนี้ไปทำ

ไวยากรณ์

โครงสร้าง either A or B, depending on X

Either A or B ใช้นำเสนอทางเลือกสองทาง ในที่นี้ A และ B เป็นคำบรรยายสุดขั้วที่ตรงข้ามกันของงานเดียวกัน คือแย่ที่สุดกับดีที่สุด จึงสร้างความขัดแย้งที่ชัดเจนและมีอารมณ์ขัน depending on the kind of person who gets it ระบุเงื่อนไขที่ตัดสินว่าคำบรรยายใดเหมาะสม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ either A or B, depending on X ซึ่งแสดงว่าสิ่งเดียวกันอาจได้รับการประเมินต่างกันเมื่อบุคคล เงื่อนไข หรือมุมมองเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคู่ด้วย either ... or: The hike will be ____ peaceful ____ exhausting, depending on the weather.

ดูคำตอบ

either · or

Also,

2:55

นอกจากนี้

since votes for president are based on state population,

2:56

เนื่องจากคะแนนโหวตเลือกตั้งประธานาธิบดีขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรของรัฐ

citizens in the territories can't vote,

2:59

พลเมืองในดินแดนเหล่านี้จึงไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง

which,

3:01

ซึ่ง

as mentioned in a previous video,

3:01

ดังที่กล่าวไว้ในวิดีโอก่อนหน้านี้

leads to the weird situation

3:02

มันนำไปสู่สถานการณ์แปลกๆ

that Americans who live in foreign countries can vote for president in the state where they last lived,

3:04

ที่ชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศสามารถโหวตเลือกประธานาธิบดีในรัฐที่เคยอาศัยอยู่ล่าสุดได้

while Americans who live in America, just in a territory, cannot.

3:09

ในขณะที่ชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในอเมริกา แต่แค่ในดินแดน กลับไม่มีสิทธิ์

Along with these unincorporated organized territories, วัฒนธรรม

3:13

นอกจากดินแดนที่มีการจัดตั้งรัฐบาลท้องถิ่นแล้ว

there are also unincorporated unorganized territories,

3:16

ยังมีดินแดนที่ไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลท้องถิ่นและไม่ได้รวมเข้าด้วยกันอีกด้วย

วัฒนธรรม

unincorporated organized territories เทียบกับ unincorporated unorganized territories

ทั้งสองวลีเป็นชื่อประเภททางกฎหมายของดินแดนสหรัฐฯ คำคุณศัพท์ที่ใช้ร่วมกันคือ unincorporated ซึ่งบอกสถานะตามรัฐธรรมนูญที่เหมือนกันว่า ดินแดนเหล่านี้อยู่ใต้อธิปไตยของสหรัฐฯ แต่ไม่ได้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ อย่างสมบูรณ์สำหรับวัตถุประสงค์ตามรัฐธรรมนูญทุกประการ คำคุณศัพท์ตัวที่สองบอกความแตกต่างทางกฎหมาย Organized หมายถึงรัฐสภาได้จัดตั้งหรือรับรองโครงสร้างรัฐบาลของดินแดนอย่างเป็นทางการ ส่วน unorganized หมายถึงรัฐสภาไม่ได้จัดตั้งดินแดนนั้นในความหมายทางกฎหมายนี้

แบบฝึกหัด

ข้อความใดแยกความแตกต่างระหว่างสองประเภทที่เน้นไว้ได้ถูกต้อง?

  1. รัฐสภาได้จัดตั้งโครงสร้างรัฐบาลของดินแดนอย่างเป็นทางการสำหรับประเภทแรก แต่ไม่ได้ทำเช่นนั้นสำหรับประเภทที่สอง
  2. ประเภทแรกบริหารจัดการดี ส่วนประเภทที่สองไร้ระเบียบ
  3. ประเภทแรกเป็นรัฐของสหรัฐฯ ส่วนประเภทที่สองเป็นประเทศเอกราช
ดูคำตอบ

รัฐสภาได้จัดตั้งโครงสร้างรัฐบาลของดินแดนอย่างเป็นทางการสำหรับประเภทแรก แต่ไม่ได้ทำเช่นนั้นสำหรับประเภทที่สอง

actually quite a few.

3:19

ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีเยอะเลย

They are Howland Island, Navassa Island, Wake Island, Jarvis

3:21

ได้แก่ เกาะฮาวแลนด์ เกาะนาวาสซา เกาะเวก เกาะ

Island, Johnston Atoll, Kingman Reef, Midway Reef,

3:24

จาร์วิส จอห์นสตันอะทอลล์ คิงแมนรีฟ มิดเวย์รีฟ

Serranilla Bank, and Bajo Nuevo Bank.

3:26

เซอร์รานิลลาแบงก์ และบาโฮนูเอโบแบงก์

Most of these were acquired under the delightfully named Guano Islands Act วัฒนธรรม

3:28

พื้นที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ได้มาภายใต้กฎหมายที่มีชื่อชวนขำว่า พระราชบัญญัติหมู่เกาะขี้นก

วัฒนธรรม

Guano Islands Act, Luật Đảo Phân chim biển

Guano Islands Act เป็นกฎหมายสหรัฐฯ ที่ประกาศใช้ในปี 1856 กฎหมายนี้อนุญาตให้พลเมืองสหรัฐฯ ที่พบกัวโนบนเกาะบางแห่งซึ่งยังไม่มีผู้ใดอ้างสิทธิ์ สามารถอ้างสิทธิ์เหนือเกาะนั้นได้ และสหรัฐฯ สามารถรับรองเกาะดังกล่าวเป็นดินแดนของตนภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด Guano หมายถึงมูลนกทะเลที่ใช้เป็นปุ๋ย เนื้อหาที่ธรรมดาและตรงไปตรงมานี้อยู่เบื้องหลังชื่อกฎหมายทางการที่ฟังดูยิ่งใหญ่ จึงทำให้ delightfully named มีอารมณ์ขันและปูทางไปสู่การกล่าวถึง bird poop ในภายหลัง

แบบฝึกหัด

Guano Islands Act ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. กฎหมายสมัยใหม่ที่ห้ามใช้มูลนกทะเลเป็นปุ๋ย
  2. กฎหมายสหรัฐฯ ปี 1856 เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์เหนือเกาะบางแห่งที่ยังไม่มีผู้ใดอ้างสิทธิ์และมีกัวโนจำนวนมาก
  3. ชื่อทางภูมิศาสตร์ทั่วไปสำหรับเกาะใดก็ตามที่เรียกว่า Guano
ดูคำตอบ

กฎหมายสหรัฐฯ ปี 1856 เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์เหนือเกาะบางแห่งที่ยังไม่มีผู้ใดอ้างสิทธิ์และมีกัวโนจำนวนมาก

when the US decided she wanted a bunch of islands filled with bird poop.

3:31

ในตอนที่สหรัฐฯ ตัดสินใจว่าอยากได้เกาะหลายๆ แห่งที่เต็มไปด้วยขี้นก

No, really, the US just straight up wrote a law to declare that those islands were now hers. โน้ต

3:35

ไม่นะ จริงๆ นะ สหรัฐฯ เขียนกฎหมายขึ้นมาดื้อๆ เพื่อประกาศว่าเกาะเหล่านั้นเป็นของตนแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

No, really, เพื่อยืนยันว่าคำกล่าวที่น่าประหลาดใจเป็นเรื่องจริง

No, really, ใช้คาดไว้ก่อนว่าผู้ฟังอาจคิดว่าคำพูดก่อนหน้าเป็นเรื่องล้อเล่นหรือพูดเกินจริง คำว่า No ปฏิเสธปฏิกิริยาที่คาดไว้นั้น ไม่ได้ปฏิเสธเนื้อหาที่พูดไป ส่วน really เน้นว่าผู้พูดพูดจริง ใช้วลีเปิดนี้ก่อนพูดซ้ำหรือให้รายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องที่น่าประหลาดใจแต่เป็นจริง วลีนี้ทำหน้าที่แก้ความเข้าใจในการสนทนาว่า “คุณอาจไม่เชื่อฉัน แต่มันเป็นเรื่องจริง”

แบบฝึกหัด

เพื่อนหัวเราะเพราะคำกล่าวที่น่าประหลาดใจของคุณฟังดูเหมือนแต่งขึ้น คำขึ้นต้นใดยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงแทนที่จะปฏิเสธเนื้อหา?

  1. No, really, ...
  2. No, thanks, ...
  3. Not really, ...
ดูคำตอบ

No, really, ...

การใช้คำ

straight up ในฐานะคำวิเศษณ์เน้นความหมายแบบไม่เป็นทางการ

ตรงนี้ straight up ขยายคำว่า wrote และหมายถึง “ทำเช่นนั้นจริง ๆ แบบไม่มีข้อแม้ สหรัฐฯ ทำลงไปจริง” วลีนี้เพิ่มน้ำหนักให้คำกล่าวและทำให้การกระทำฟังดูตรงไปตรงมา รุนแรง และน่าตกใจ ตรงนี้ไม่ได้มีความหมายบอกทิศทางว่า “ขึ้นไปในแนวดิ่ง” ในการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการ straight up มักอยู่หน้าคำกริยาเพื่อเน้นว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง โดยไม่ลดทอนความสุดโต่งของมัน

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคแบบไม่เป็นทางการนี้ได้ดีที่สุด เพื่อสื่อว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริงอย่างตรงไปตรงมาและไม่มีข้อแม้? The referee ___ ignored the obvious foul.

  1. upright
  2. straight up
  3. straight ahead
ดูคำตอบ

straight up

Unorganized in this system means there's no local government on these islands

3:40

ไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลท้องถิ่นในระบบนี้หมายความว่าไม่มีรัฐบาลท้องถิ่นบนเกาะเหล่านี้

because no one lives in these places.

3:44

เพราะไม่มีใครอาศัยอยู่ในสถานที่พวกนี้เลย

Some of them are barely above the waterline.

3:46

บางเกาะก็แทบจะโผล่พ้นผิวน้ำมานิดเดียวเท่านั้น

Now, the weird category is unorganized incorporated territories,

3:49

ทีนี้ หมวดหมู่ที่แปลกที่สุดคือ ดินแดนที่ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลท้องถิ่นแต่ถูกรวมเข้าด้วยกัน

of which there is one, the Palmyra Atoll,

3:53

ซึ่งมีอยู่แห่งเดียวคือ พาลไมราอะทอลล์

claimed by the US after the totally peaceful annexation of Hawaii. น้ำเสียง/เจตนา

3:55

ที่สหรัฐฯ อ้างสิทธิ์ครอบครองหลังจากการผนวกฮาวายแบบ "สันติสุดๆ"

น้ำเสียง/เจตนา

การประชดใน “totally peaceful annexation”

ในประโยคนี้ “totally peaceful” ไม่ใช่การประเมินทางประวัติศาสตร์ที่เป็นกลางหรือจริงใจ คำเน้น “totally” ทำให้คำบรรยายเชิงบวกฟังดูมั่นใจเกินจริงโดยเจตนาเมื่ออยู่ข้างคำที่มีนัยทางการเมืองอย่าง “annexation” จึงเป็นสัญญาณของการประชดและทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการเข้าควบคุมนั้นสงบจริงหรือไม่ หากต้องการสังเกตการประชดด้วยถ้อยคำแบบนี้ ให้เปรียบเทียบคำชมกับเหตุการณ์ที่กำลังกล่าวถึงและน้ำเสียงโดยรวมของผู้พูด คำเน้นอาจทำให้ข้อกล่าวอ้างที่ไม่น่าเชื่อฟังดูประชดมากขึ้น ไม่ได้น่าเชื่อถือขึ้น

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “totally peaceful annexation” ในประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. ผู้พูดใช้คำชมที่เกินจริงเพื่อตั้งคำถามว่าการผนวกนั้นสงบจริงหรือไม่
  2. ผู้พูดบอกว่าฮาวายผนวกสหรัฐอเมริกาอย่างสงบ
  3. ผู้พูดยืนยันอย่างจริงใจว่าไม่มีความขัดแย้งหรือการบังคับใด ๆ
ดูคำตอบ

ผู้พูดใช้คำชมที่เกินจริงเพื่อตั้งคำถามว่าการผนวกนั้นสงบจริงหรือไม่

They're currently an uninhabited nature reserve,

4:00

ปัจจุบันพื้นที่นี้เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่ไม่มีคนอยู่อาศัย

but incorporated means the US Constitution applies here.

4:02

แต่การที่ถูกรวมเข้าด้วยกันหมายความว่ารัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ บังคับใช้ที่นี่

To who?

4:06

กับใครล่ะ?

The Palmyra Atoll is like that question about a tree falling in the forest. วัฒนธรรม

4:07

พาลไมราอะทอลล์ ก็เหมือนกับคำถามที่ว่าต้นไม้ล้มในป่า

วัฒนธรรม

การกล่าวพาดพิงใน “a tree falling in the forest”

วลีนี้กล่าวพาดพิงถึงคำถามที่รู้จักกันดีว่า “ถ้าต้นไม้ล้มในป่าและไม่มีใครอยู่แถวนั้นเพื่อได้ยิน มันทำให้เกิดเสียงหรือไม่” นี่เป็นการทดลองทางความคิดเกี่ยวกับว่าสิ่งหนึ่งยังคงมีอยู่หรือก่อให้เกิดผลหรือไม่ เมื่อไม่มีใครสังเกตหรือรับรู้ ในที่นี้ การกล่าวพาดพิงใช้สร้างการเปรียบเทียบ ไม่ใช่เพื่อพูดเรื่องต้นไม้ เนื่องจากอะทอลล์พัลไมราไม่มีประชากรอาศัยถาวร ผู้พูดจึงตั้งคำถามทางกฎหมายที่คล้ายกันว่า รัฐธรรมนูญยังใช้บังคับที่นั่นหรือไม่เมื่อไม่มีใครอยู่ภายใต้การปกครองของมัน การอ้างถึงคำถามนี้ช่วยให้เห็นภาพประเด็นนามธรรมได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เหตุใดผู้พูดจึงเปรียบอะทอลล์พัลไมรากับคำถามเรื่องต้นไม้ล้มในป่า

  1. เพื่อถามว่ากฎยังคงใช้บังคับหรือไม่เมื่อไม่มีใครอยู่ภายใต้กฎนั้น
  2. เพื่ออธิบายว่าทำไมต้นไม้จึงเติบโตบนอะทอลล์ไม่ได้
  3. เพื่ออ้างว่ามีเพียงเสียงเท่านั้นที่ดำรงอยู่ได้เมื่อไม่มีพยาน แต่กฎหมายทำไม่ได้
ดูคำตอบ

เพื่อถามว่ากฎยังคงใช้บังคับหรือไม่เมื่อไม่มีใครอยู่ภายใต้กฎนั้น

If there are no people for the Constitution to apply to,

4:11

ถ้าไม่มีคนให้รัฐธรรมนูญไปบังคับใช้ด้วย

does the Constitution still apply?

4:13

รัฐธรรมนูญจะยังคงบังคับใช้อยู่หรือไม่?

Yes.

4:15

ใช่

This means if a foreigner gives birth on this uninhabited strip

4:16

นั่นหมายความว่าถ้าคนต่างชาติมาคลอดลูกบนดินแดนไร้ผู้คนแห่งนี้

and doesn't die from the nature,

4:19

และไม่ตายเพราะสภาพธรรมชาติไปเสียก่อน

their child would be an American citizen.

4:21

ลูกของพวกเขาก็จะได้เป็นพลเมืองอเมริกัน

Now, this category is empty.

4:24

ตอนนี้ หมวดหมู่นี้ว่างเปล่า

It's where territories go before they become states,

4:25

มันเป็นสถานะของดินแดนก่อนที่จะกลายเป็นรัฐ

when basically the Constitution fully applies

4:28

ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว รัฐธรรมนูญจะถูกบังคับใช้อย่างสมบูรณ์

and it was last occupied by Hawaii.

4:30

และดินแดนล่าสุดที่เคยอยู่ในสถานะนี้คือ ฮาวาย

We've gone full circle, but there is one territory we've left out, โน้ต

4:32

เราวนมาครบวงจรแล้ว แต่ยังมีอีกหนึ่งดินแดนที่เราข้ามไป

สำนวน

gone full circle: ผ่านหนึ่งวงรอบแล้วกลับสู่จุดเริ่มต้น

Go full circle หมายถึงผ่านหลายขั้นตอนแล้วกลับมาจบที่จุดเริ่มต้น แนวคิดเดิม หรือสภาพเดิม ในประโยคนี้หมายความว่าคำอธิบายวนกลับมาที่เรื่องซึ่งเริ่มต้นไว้ ไม่ได้หมายถึงการเดินเป็นวงกลมจริง ๆ We've gone เป็นรูป present perfect ของ go รูปนี้แสดงว่าวงรอบดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้ว ณ ตอนนี้ ผู้พูดจึงใช้การกลับมานี้เพื่อจัดลำดับเนื้อหาที่จะพูดต่อไป

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งลองแผนใหม่หลายแบบ แล้วสุดท้ายเลือกแผนเดิม ประโยคใดอธิบายวงรอบที่เสร็จสมบูรณ์นี้ได้ดีที่สุด

  1. We've been going around in circles.
  2. We're back to square one.
  3. We've gone full circle.
ดูคำตอบ

We've gone full circle.

กริยาวลี

left out: ละหรือไม่รวมคนหรือสิ่งของ

Left out เป็นรูป past participle ของ leave out ซึ่งเป็น phrasal verb ที่แยกคำได้และหมายถึง “ไม่รวม” หรือ “ละไว้” การตกหล่นอาจเกิดจากความผิดพลาดหรือความตั้งใจ ประโยคนี้บอกว่ามีดินแดนหนึ่งไม่ได้ถูกรวมไว้ในคำอธิบาย ใน one territory we've left out คำสรรพนามเชื่อม that ที่ไม่ได้กล่าวออกมาเป็นกรรมของ left out: one territory [that] we've left out ในประโยคทั่วไปพูดได้ทั้ง leave something out และ leave out something แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนามต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น leave it out ไม่ใช่ leave out it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ phrasal verb สองคำที่หมายถึง “ไม่ได้รวมไว้”: The editor accidentally ____ one important source.

ดูคำตอบ

left out

American Samoa, home to 55,000 people.

4:36

อเมริกันซามัว ที่อยู่ของประชากร 55,000 คน

Uniquely, American Samoans don't get to be citizens, but instead are American nationals. วัฒนธรรม

4:40

ที่แปลกคือ ชาวอเมริกันซามัวไม่ได้รับสิทธิ์เป็นพลเมือง (Citizen) แต่เป็นคนสัญชาติอเมริกัน (National) แทน

วัฒนธรรม

ความแตกต่างระหว่าง citizens กับ American nationals

ในที่นี้ citizens และ American nationals หมายถึงสถานะทางกฎหมายของสหรัฐฯ สองแบบที่แตกต่างกัน ผู้ที่เกิดในอเมริกันซามัวโดยทั่วไปเป็น U.S. nationals ตั้งแต่เกิด แต่ไม่ได้เป็น U.S. citizens โดยอัตโนมัติ พวกเขาสามารถขอสัญชาติผ่านกระบวนการแปลงสัญชาติได้ ดังนั้น don't get to be citizens ในที่นี้จึงหมายถึงไม่ได้รับสถานะพลเมืองโดยอัตโนมัติ ไม่ได้หมายความว่าถูกห้ามไม่ให้เป็นพลเมืองตลอดไป U.S. national มีความผูกพันอย่างเป็นทางการในด้านความจงรักภักดีต่อสหรัฐอเมริกา และโดยทั่วไปสามารถอาศัยและทำงานในประเทศได้ แต่ nationals ที่ไม่ใช่พลเมืองไม่ได้รับสิทธิทางการเมืองทั้งหมดที่มาพร้อมกับสถานะพลเมืองโดยอัตโนมัติ ในภาษาทั่วไป national อาจใช้กว้าง ๆ เพื่อหมายถึงพลเมืองของประเทศหนึ่ง แต่ในประโยคนี้ความแตกต่างทางกฎหมายโดยเฉพาะเป็นสิ่งสำคัญ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายความแตกต่างในประโยคนี้ได้ถูกต้อง

  1. ผู้ที่เกิดในอเมริกันซามัวโดยทั่วไปเป็น U.S. nationals แต่ไม่ได้รับ U.S. citizenship โดยอัตโนมัติตั้งแต่เกิด
  2. พวกเขาเป็น foreign nationals ซึ่งโดยทั่วไปต้องใช้วีซ่าสหรัฐฯ เพื่ออาศัยและทำงานในสหรัฐอเมริกา
  3. American national และ U.S. citizen หมายถึงสถานะทางกฎหมายเดียวกันทุกครั้ง
ดูคำตอบ

ผู้ที่เกิดในอเมริกันซามัวโดยทั่วไปเป็น U.S. nationals แต่ไม่ได้รับ U.S. citizenship โดยอัตโนมัติตั้งแต่เกิด

They can live in the states, but can't vote in presidential elections

4:44

พวกเขาสามารถอาศัยอยู่ในรัฐต่างๆ ได้ แต่ไม่สามารถโหวตเลือกตั้งประธานาธิบดีได้

unless they go through the immigration process like any foreigner,

4:48

เว้นแต่พวกเขาจะผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองเหมือนชาวต่างชาติทั่วไป

even though in all other ways they're indistinguishable from citizens.

4:51

ทั้งที่ในด้านอื่นๆ พวกเขาก็แทบแยกไม่ออกจากพลเมืองอเมริกันเลย

This is unique to American Samoa

4:55

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับอเมริกันซามัวที่เดียว

and there seems to be no reason for it other than that Congress hasn't gotten around to updating the system. กริยาวลี

4:57

และดูเหมือนจะไม่มีเหตุผลอื่นใดนอกเสียจากว่ารัฐสภายังไม่มีเวลามาอัปเดตระบบใหม่

กริยาวลี

ความหมายและโครงสร้างของ gotten around to

Get around to something หมายถึง ในที่สุดก็หาเวลาหรือเริ่มลงมือทำสิ่งที่เลื่อนมานาน ใน hasn't gotten around to updating สภาคองเกรสยังไม่ได้ปรับปรุงระบบ สำนวนนี้สื่อว่างานดังกล่าวยังไม่ได้ถูกจัดเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ได้หมายความว่าการปรับปรุงเป็นไปไม่ได้ รูปแบบคือ get around to + คำนามหรือรูป -ing เช่น get around to the report และ get around to fixing it ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงไม่ใช้ get around to update ส่วน gotten เป็นรูป past participle ของ get ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ใช้หลัง has หรือ have ขณะที่ภาษาอังกฤษแบบบริติชมักใช้ got ในบริบทนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect แบบอเมริกันของ get around to: Despite several reminders, she still hasn't ____ replying to the message.

ดูคำตอบ

gotten around to

American Samoa is in the no government category,

5:03

อเมริกันซามัวถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ไม่มีรัฐบาล

like it's Lord of the Flies over there, วัฒนธรรม

5:05

เหมือนกับว่าที่นั่นเป็นแบบเรื่อง Lord of the Flies

วัฒนธรรม

Lord of the Flies: การอ้างอิงถึงความไร้ระเบียบในสังคม

Lord of the Flies เป็นชื่อนวนิยายของวิลเลียม โกลดิง ว่าด้วยกลุ่มเด็กนักเรียนที่ใช้ชีวิตโดยไม่มีอำนาจของผู้ใหญ่ แล้วค่อย ๆ ตกอยู่ในความกลัวและความรุนแรง ในที่นี้ ชื่อเรื่องทำหน้าที่เป็นการอ้างอิงทางวัฒนธรรม ผู้พูดกำลังพูดเกินจริงถึงแนวคิดที่ว่าสถานที่ซึ่งไม่มีรูปแบบการปกครองบางอย่างจะต้องวุ่นวาย ประโยคที่ตามมาว่า which it obviously isn't ถอนภาพนั้นกลับ จึงไม่ใช่การบรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอเมริกันซามัว

แบบฝึกหัด

การอ้างอิงถึง Lord of the Flies ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร?

  1. ภาพที่พูดเกินจริงของสังคมที่ตกอยู่ในความวุ่นวายเมื่อไม่มีอำนาจควบคุม
  2. สถานที่นั้นเกี่ยวข้องกับการตีพิมพ์นวนิยายที่มีชื่อเสียง
  3. ผู้พูดกำลังบรรยายปัญหาที่ผิดปกติเกี่ยวกับแมลง
ดูคำตอบ

ภาพที่พูดเกินจริงของสังคมที่ตกอยู่ในความวุ่นวายเมื่อไม่มีอำนาจควบคุม

which it obviously isn't.

5:07

ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เลย

So, American Samoa with its organized government needs to go over here

5:09

ดังนั้น อเมริกันซามัวซึ่งมีรัฐบาลท้องถิ่นควรจะถูกย้ายมาอยู่ตรงนี้

and Puerto Rico, essentially a state, needs to go over here

5:13

และเปอร์โตริโก ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วคือรัฐ ก็ควรจะย้ายมาตรงนี้

and the empty Palmyra Atoll needs to go over here.

5:16

ส่วนพาลไมราอะทอลล์ที่ว่างเปล่าก็ต้องย้ายมาอยู่ตรงนี้

But don't hold your breath for the paperwork to make its way through Congress anytime soon. โน้ต

5:19

แต่ก็อย่าเพิ่งตั้งตารอว่าเอกสารเหล่านี้จะผ่านรัฐสภาในเร็วๆ นี้ล่ะ

สำนวน

don't hold your breath: อย่าคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้

Don't hold your breath เป็นสำนวนที่หมายถึง “อย่าคาดหวังว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลย” มักสื่อถึงความสงสัย ความไม่อดทน หรืออารมณ์ขันแบบนิ่ง ๆ ในประโยคนี้ กระบวนการอันยาวนานในสภาคองเกรสถูกมองว่าไม่น่าจะเสร็จในเร็ว ๆ นี้ สำนวนนี้ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรเกี่ยวกับการหายใจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า 'The landlord promised to fix the elevator someday.' คำตอบใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณไม่คาดหวังให้มีการซ่อมอย่างรวดเร็ว?

  1. Take a deep breath.
  2. Don't hold your breath.
  3. Hold your breath for it.
ดูคำตอบ

Don't hold your breath.

วลี

make its way through: ค่อย ๆ คืบหน้าผ่านหลายขั้นตอน

make its way through เปรียบเอกสารเสมือนสิ่งที่ค่อย ๆ เคลื่อนไปตามเส้นทางทีละขั้น ในที่นี้ เส้นทางคือกระบวนการทางกฎหมายในสภาคองเกรส ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงเอกสารต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ หลายขั้นในสภาคองเกรส สำนวนนี้เน้นความคืบหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเคลื่อนที่จริงหรือการรับรองว่าจะได้รับอนุมัติ คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น a bill makes its way แต่ applications make their way

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ make one's way through ในรูปที่ถูกต้อง: The permit must ____ several review stages before construction can begin.

ดูคำตอบ

make its way through

So, that's all the territory of the United States,

5:23

และนั่นก็คือดินแดนทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา

but there is one final thing to talk about,

5:25

แต่ยังมีเรื่องสุดท้ายที่ต้องพูดถึง

three tiny nations,

5:27

ประเทศเล็กๆ 3 ประเทศ

Palau, the Marshall Islands, and the Federated States of Micronesia.

5:29

ปาเลา หมู่เกาะมาร์แชลล์ และสหพันธรัฐไมโครนีเซีย

These are separate countries with UN seats and everything,

5:32

ประเทศเหล่านี้เป็นประเทศเอกราชที่มีที่นั่งใน UN และมีทุกอย่าง

but they have a quote Compact of Free Association with the United States. วัฒนธรรม

5:34

แต่พวกเขามีสิ่งที่เรียกว่า "สนธิสัญญาสมาคมเสรี" กับสหรัฐอเมริกา

วัฒนธรรม

Compact of Free Association: compact หมายถึงข้อตกลงอย่างเป็นทางการ

ในที่นี้ Compact เป็นคำนามที่หมายถึงข้อตกลงอย่างเป็นทางการ Compact of Free Association เป็นชื่อทางการที่ใช้เรียกข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศในแปซิฟิกสามประเทศ ได้แก่ ปาเลา หมู่เกาะมาร์แชลล์ และสหพันธรัฐไมโครนีเซีย ประเทศเหล่านี้เป็นรัฐเอกราช ไม่ใช่รัฐหรือดินแดนของสหรัฐอเมริกา ข้อตกลงครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ เช่น ความช่วยเหลือและการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ และมีข้อกำหนดพิเศษที่อนุญาตให้พลเมืองที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์อาศัยและทำงานในสหรัฐอเมริกาได้ การขึ้นต้นคำด้วยตัวพิมพ์ใหญ่แสดงว่านี่เป็นชื่ออย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ใน Compact of Free Association คำว่า Compact หมายถึงอะไร

  1. ข้อตกลงอย่างเป็นทางการ
  2. สิ่งที่เล็กและจัดวางอย่างแน่นหนา
  3. ดินแดนที่ปกครองในฐานะส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา
ดูคำตอบ

ข้อตกลงอย่างเป็นทางการ

The deal is that the US provides economic support and military defense to the Compact Nations

5:38

ข้อตกลงคือสหรัฐฯ จะให้การสนับสนุนทางเศรษฐกิจและการป้องกันทางทหารแก่ประเทศภาคีเหล่านี้

in return for being allowed to build military bases there. วลี

5:43

เพื่อแลกกับการได้รับอนุญาตให้สร้างฐานทัพทหารที่นั่น

วลี

in return for: แสดงสิ่งที่มอบให้เป็นการตอบแทน

in return for ใช้นำผลประโยชน์หรือการกระทำที่ฝ่ายหนึ่งมอบให้เป็นสิ่งตอบแทนในการแลกเปลี่ยน ในประโยคนี้ การได้รับอนุญาตให้สร้างฐานทัพคือสิ่งที่ได้รับแลกกับการสนับสนุนที่กล่าวถึงก่อนหน้า โครงสร้างคือ in return for + คำนาม นามวลี หรือรูป -ing ไม่ได้หมายถึงการกลับไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: The company received free office space ____ providing weekly training.

ดูคำตอบ

in return for

Also, Compact citizens can live and work in the United States and vice versa. วลี

5:47

นอกจากนี้ พลเมืองของประเทศภาคียังสามารถอาศัยและทำงานในสหรัฐอเมริกาได้ และในทางกลับกันด้วย

วลี

vice versa: สลับความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย

vice versa หมายความว่าความสัมพันธ์ที่เพิ่งกล่าวไปยังเป็นจริงเมื่อสลับสองฝ่าย ในที่นี้ พลเมืองของประเทศภายใต้ข้อตกลง Compact สามารถอาศัยและทำงานในสหรัฐอเมริกาได้ และพลเมืองสหรัฐฯ ก็สามารถอาศัยและทำงานในประเทศเหล่านั้นได้เช่นกัน สำนวนนี้ใช้แทนอนุประโยคที่ต้องกล่าวซ้ำ แต่ผู้ฟังต้องระบุได้อย่างชัดเจนว่าบทบาทหรือสิ่งใดสองอย่างถูกสลับกัน

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Maya checks Leo's work, and vice versa. vice versa เพิ่มความหมายใด?

  1. Maya ตรวจงานของตัวเอง
  2. Leo ตรวจเฉพาะงานของตัวเอง
  3. Leo ตรวจงานของ Maya ด้วย
ดูคำตอบ

Leo ตรวจงานของ Maya ด้วย

The Americans wanting to live abroad, you have three easy options.

5:51

ชาวอเมริกันที่อยากไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ คุณมี 3 ทางเลือกง่ายๆ

So, that's America, ลำดับความ

5:55

และนี่ก็คืออเมริกา

50 states, many reservations,

5:56

50 รัฐ เขตสงวนอีกมากมาย

one district, lots of island territories,

5:57

1 เขตปกครอง ดินแดนหมู่เกาะจำนวนมาก

some even with people, and three tiny associated countries.

6:00

บางแห่งก็มีผู้คนอาศัยอยู่ และอีก 3 ประเทศพันธมิตรขนาดเล็ก

ลำดับความ

การใช้ So, that's America, เพื่อสรุปปิดท้าย

เมื่ออยู่ต้นประโยค “So, that's America,” บอกผู้ฟังว่าคำอธิบายกำลังจะเข้าสู่บทสรุป So เป็นสัญญาณของการปิดเรื่อง ส่วน that's America ชี้ย้อนกลับไปยังภาพรวมที่เพิ่งอธิบายมา ไม่ได้เปิดหัวข้อใหม่ รายการที่ตามมารวบหมวดหมู่ก่อนหน้านี้ให้เป็นภาพรวมเดียวที่จำง่าย รายการเหล่านี้ถูกจัดไว้ด้วยกันเพราะล้วนเป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายเกี่ยวกับสถานที่ที่เชื่อมโยงกับสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่เพราะมีสถานะทางกฎหมายเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

“So, that's America,” ทำหน้าที่อะไรหน้ารายการสุดท้าย?

  1. เปิดหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำอธิบายก่อนหน้า
  2. เป็นสัญญาณว่าจะสรุปภาพรวมที่เพิ่งอธิบายไป
  3. อ้างว่าสถานที่ทั้งหมดในรายการมีสถานะทางกฎหมายเหมือนกัน
ดูคำตอบ

เป็นสัญญาณว่าจะสรุปภาพรวมที่เพิ่งอธิบายไป