เรียนภาษาอังกฤษผ่านเรื่องราว | เส้นทางการศึกษาของฉัน | พัฒนาภาษาอังกฤษของคุณ | ทักษะการฟังและการพูด: บทเรียนภาษาอังกฤษ
PodEnglish
ภาพรวมวิดีโอ: ผู้พูดย้อนเล่าเส้นทางการศึกษาของตนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย โดยกล่าวถึงความท้าทายด้านการเรียนและสังคมที่เพิ่มขึ้น โอกาสที่นำไปสู่การเติบโตส่วนบุคคล ตลอดจนบทเรียนเรื่องการขอความช่วยเหลือ การทำตามความสนใจ การเรียนรู้จากความผิดพลาด และการมุ่งมั่นต่อเป้าหมาย ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. As I got older, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้อนุประโยคบอกเวลาที่ขึ้นต้นด้วย As เพื่อแสดงว่าอายุเพิ่มขึ้น พร้อมเชื่อมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงเดียวกัน รูปแบบนี้ช่วยให้เล่าเรื่องการเติบโต การศึกษา หรือประสบการณ์ระยะยาวโดยเชื่อมแต่ละช่วงได้อย่างลื่นไหล 2. then came the big question, — การเรียบเรียงเรื่อง การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการกลับลำดับที่วางประธานไว้หลังคำกริยา เพื่อเปิดตัวการตัดสินใจครั้งสำคัญอย่างมีน้ำหนัก ผู้เรียนสามารถใช้เพื่อบอกจุดเปลี่ยน สร้างความคาดหวัง และพาผู้ฟังจากเหตุการณ์เบื้องหลังเข้าสู่ประเด็นหลักของเรื่องเล่า 3. Don't be afraid to — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: ใช้กรอบถ้อยคำที่ให้กำลังใจนี้หน้าคำกริยา เพื่อชวนให้อีกฝ่ายลงมือทำแม้จะกังวลหรือลังเล เหมาะสำหรับแนะนำให้ขอความช่วยเหลือ ยอมรับความผิดพลาด หรือลองสิ่งใหม่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและช่วยให้สบายใจกว่าคำสั่งตรง ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Today, I am going to talk a little bit about my own educational journey. โน้ต
0:00วันนี้ฉันจะมาพูดถึงเส้นทางการศึกษาของฉันสักเล็กน้อย
am going to talk: บอกหัวข้อที่วางแผนจะพูด
am going to talk ใช้โครงสร้าง be going to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้หมายถึง “ฉันวางแผนจะพูด” หรือ “ตอนนี้ฉันกำลังจะพูด” โดย going ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใด โครงสร้างนี้ช่วยบอกผู้ฟังว่าต่อไปจะพูดเรื่องอะไร การเปิดด้วย Today, I am going to talk about... ทำให้ผู้ฟังรู้หัวข้อชัดเจนก่อนเข้าสู่รายละเอียด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปิดการนำเสนอในชั้นเรียนด้วย am going to และคำกริยา talk: Today, I ____ about our class garden.
ดูคำตอบ
am going to talk
a little bit about: จำกัดขอบเขตหัวข้ออย่างนุ่มนวล
ในโครงสร้าง talk a little bit about X คำว่า a little bit หมายถึง “ปริมาณเล็กน้อย” และ about ใช้นำหน้าหัวข้อ ผู้พูดบอกว่าจะให้ข้อมูลบางส่วน ไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมด วลีนี้ยังช่วยให้คำเปิดฟังดูนุ่มนวลขึ้น ทำให้หัวข้อดูไม่หนักและเป็นธรรมชาติในการสนทนา โดย bit ในที่นี้หมายถึงปริมาณเล็กน้อย ไม่ใช่หน่วยข้อมูลคอมพิวเตอร์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นวิธีที่เป็นมิตรและถูกต้องตามไวยากรณ์ในการให้ข้อมูลเพียงบางส่วนเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง?
- Let me tell you a little bit about my new school.
- Let me tell you a little bit my new school.
- I will explain every detail about my new school.
ดูคำตอบ
Let me tell you a little bit about my new school.
educational journey: เปรียบกระบวนการเรียนรู้เป็นการเดินทาง
ในประโยคนี้ educational journey หมายถึงประวัติการเรียนรู้และการเติบโตของผู้พูดตลอดช่วงการศึกษาต่าง ๆ คำว่า journey ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเดินทางจริง อุปมานี้นำเสนอการศึกษาว่าเป็นกระบวนการที่มีหลายช่วง มีการเปลี่ยนแปลง ความท้าทาย และการเติบโต ไม่ใช่เหตุการณ์เพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Her educational journey continued when she returned to college at thirty." educational journey หมายถึงอะไร?
- การเรียนรู้และการเติบโตของเธอผ่านการศึกษาหลายช่วง
- การเดินทางจริงที่เธอไปเพื่อเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย
- เส้นทางที่รถโรงเรียนใช้
ดูคำตอบ
การเรียนรู้และการเติบโตของเธอผ่านการศึกษาหลายช่วง
but I think it's important to share our experiences and learn from each other. ไวยากรณ์
0:09แต่ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่จะแบ่งปันประสบการณ์และเรียนรู้จากกันและกัน
it may not sound like: ยอมรับความประทับใจแรกที่อาจเกิดขึ้น
ในที่นี้ it may not sound like หมายถึง “สำหรับผู้ฟังแล้ว มันอาจดูไม่เหมือนว่าเป็น…” คำว่า sound บรรยายความรู้สึกหรือภาพที่เกิดจากแนวคิดหรือคำอธิบาย ไม่ใช่เสียงจริง โครงสร้างคือ may not sound like + นามวลี ผู้พูดยอมรับก่อนว่าหัวข้อนี้อาจดูไม่น่าตื่นเต้นในตอนแรก วิธีนี้ช่วยปูทางไปสู่ใจความที่ขัดแย้งกันหลัง but ซึ่งผู้พูดจะอธิบายว่าทำไมหัวข้อนี้จึงยังสำคัญ
แบบฝึกหัด
ใช้ may และ sound like เติมประโยคให้สมบูรณ์: Cleaning the park ____ an exciting activity, but it helps everyone.
ดูคำตอบ
may not sound like
it's important to ...: การประเมินว่าการกระทำสำคัญ
it's important to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ประเมินว่าการกระทำอย่างหนึ่งสำคัญ จำเป็น หรือคุ้มค่าที่จะทำ ในประโยคนี้ it เป็นประธานรูปแบบ ส่วนเนื้อหาที่ถูกประเมินจริง ๆ คือ to share our experiences and learn from each other โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดแสดงความคิดเห็นก่อน แล้วจึงบอกการกระทำที่ конкретเจาะจง จึงเหมาะกับการให้คำแนะนำ การบอกหลักการ และการอธิบายเหตุผลอย่างเป็นระบบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง it's important to + คำกริยารูปพื้นฐาน: It's important ____ the figures before you send the report.
ดูคำตอบ
to check
brimming with energy and excitement to learn new things. วลี
0:21ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความตื่นเต้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
brimming with energy and excitement: บรรยายความรู้สึกเชิงบวกที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมให้เห็นภาพ
brimming with + กลุ่มคำนาม หมายถึง เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก คุณลักษณะ หรือความคิดบางอย่าง เดิมทีสำนวนนี้มาจากภาพของภาชนะที่เต็มจนถึงขอบ แต่ในประโยคนี้ใช้เป็นภาพเปรียบเทียบว่าคนคนนั้นมีพลังและความตื่นเต้นอย่างมากในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ สำนวนนี้ให้ภาพที่ชัดเจนและมีอารมณ์มากกว่า full of แบบธรรมดา จึงทำให้คำบรรยายดูมีชีวิตชีวาแทนที่จะเป็นเพียงการบอกข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ brimming with ได้ถูกต้องเพื่อบรรยายทีมที่เต็มไปด้วยพลังเชิงบวก
- The team was brimming energy.
- The team was brimming of energy.
- The team was brimming with energy.
ดูคำตอบ
The team was brimming with energy.
I remember loving story time and drawing pictures. ไวยากรณ์
0:25ฉันจำได้ว่าชอบเวลาเล่านิทานและการวาดภาพ
remember loving: remember + -ing สำหรับความรู้สึกในอดีต
Remember loving ใช้ remember + รูป -ing เพื่อย้อนนึกถึงความรู้สึกหรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังนึกถึงการที่ตนเองชอบช่วงเวลาเล่านิทานและการวาดรูป รูป -ing ทำให้ loving เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในอดีต ส่วน remember to do มีความหมายต่างกัน คืออย่าลืมทำสิ่งที่ยังต้องทำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า คุณจำได้ว่าคุณชอบดนตรีตอนเป็นเด็ก
- I remember loving music as a child.
- I remember to love music as a child.
- I remember loved music as a child.
ดูคำตอบ
I remember loving music as a child.
but my teachers were always patient and helped me understand.
0:32แต่คุณครูของฉันก็มักจะใจเย็นและช่วยให้ฉันเข้าใจ
things started to become a little more challenging.
0:38สิ่งต่างๆ ก็เริ่มมีความท้าทายมากขึ้นเล็กน้อย
As I got older: as + การเปลี่ยนแปลงตามเวลา
ใน As I got older คำว่า as นำหน้าประโยคย่อยที่บอกทั้งเวลาและการเปลี่ยนแปลง หมายความว่า ขณะที่ผู้พูดมีอายุมากขึ้น สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปด้วย คำนี้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เกิดขึ้นไปพร้อมกัน สำนวนนี้ช่วยพาเรื่องราวจากช่วงหนึ่งของชีวิตไปสู่อีกช่วงหนึ่ง ในที่นี้ as ไม่ได้แปลว่า because แต่ใช้บอกกรอบเวลาที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ไม่ได้บอกว่านี่เป็นสาเหตุโดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเกิดขึ้นไปพร้อมกัน
- Because I practiced, the song became easier to play.
- Like I practiced, the song became easier to play.
- As I practiced, the song became easier to play.
ดูคำตอบ
As I practiced, the song became easier to play.
Middle school was a period of significant changes,
0:41โรงเรียนมัธยมต้นเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
both academically and socially: เชื่อมสองด้านที่ขนานกัน
โครงสร้าง both A and B ให้ความสำคัญเท่ากันกับแนวคิดสองอย่างที่เกี่ยวข้องกัน ในที่นี้ academically หมายถึง “ในด้านการเรียน” และ socially หมายถึง “ในด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น” A และ B ควรมีรูปแบบไวยากรณ์เหมือนกัน ในประโยคนี้ทั้งสองคำเป็นคำวิเศษณ์ จึงช่วยบอกได้ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในสองด้านใด
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำเพื่อทำให้โครงสร้างขนานสมบูรณ์: The program helped Leo both academically ____ socially.
ดูคำตอบ
and
adapt to: ค่อย ๆ คุ้นเคยกับสิ่งใหม่
adapt to หมายถึง “เปลี่ยนนิสัยหรือพฤติกรรมของตนเองเพื่อให้รับมือกับสถานการณ์ใหม่ได้ง่ายขึ้น” ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องทำความคุ้นเคยกับการมีครูใหม่ to ในวลีนี้เป็นคำบุพบท หลัง to ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น adapt to a new school, adapt to it หรือ adapt to working with a new team
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวให้สมบูรณ์: It took Nina time to adapt ____ her new schedule.
ดูคำตอบ
to
something I had always wanted to do: อนุประโยคสัมพันธ์ที่อยู่หลัง something
ใน something I had always wanted to do ส่วน I had always wanted to do วางไว้หลัง something เพื่อบอกว่าหมายถึงการกระทำอะไร มีการละ that ที่จะใส่หรือไม่ก็ได้: something (that) I had always wanted to do เนื่องจาก that จะทำหน้าที่เป็นกรรมของ do การละจึงเป็นธรรมชาติ something ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ แต่ย้อนกลับไปถึงการเข้าร่วมวงดนตรีของโรงเรียน ส่วน had always wanted แสดงว่าความต้องการนี้มีมานานก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่ได้เข้าร่วมวง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าการเรียนว่ายน้ำเป็นสิ่งที่ Mia อยากทำมานานแล้ว
- Learning to swim was something Mia had always wanted to do it.
- Learning to swim was something had Mia always wanted to do.
- Learning to swim was something Mia had always wanted to do.
ดูคำตอบ
Learning to swim was something Mia had always wanted to do.
keep in touch with: ติดต่อกับใครบางคนอย่างต่อเนื่อง
Keep in touch with someone หมายถึงการสื่อสารกับคนนั้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ส่งข้อความ โทรหา หรือพบกัน เป็นการบอกว่าความสัมพันธ์ยังดำเนินต่อไป ไม่ใช่แค่ติดต่อครั้งเดียว โครงสร้างคือ keep in touch with + คน ในประโยคนี้ whom หมายถึง some amazing friends และเป็นกรรมของ with ส่วน today บอกว่าการติดต่อดำเนินมาจนถึงตอนนี้ แต่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวลีตายตัว
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่หมายถึงการติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง: After graduation, I hope to keep ____ my classmates.
ดูคำตอบ
in touch with
High school was a completely different experience.
1:08โรงเรียนมัธยมปลายนั้นเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
and there was definitely pressure to perform. วลี
1:14และมีความกดดันที่จะต้องทำผลงานให้ดีอย่างแน่นอน
pressure to perform: แรงกดดันว่าต้องทำให้ดี
“Pressure to perform” หมายถึงความเครียดที่เกิดจากความคาดหวังว่าต้องทำให้ดีหรือสร้างผลลัพธ์ที่ดี ในบริบทของโรงเรียนนี้ perform หมายถึง “แสดงให้เห็นว่าตนทำได้ดีแค่ไหน” ไม่ใช่ “แสดงต่อหน้าผู้ชม” โครงสร้าง “pressure to + คำกริยา” บอกว่าคนคนนั้นรู้สึกว่าถูกคาดหวังให้ทำอะไร เช่น pressure to succeed
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายตรงตัวที่หมายถึง “แรงกดดันว่าต้องทำให้ดี”: Before the final exam, many students feel ____.
ดูคำตอบ
pressure to perform
I started to think about what I wanted to do with my life after graduation, ไวยากรณ์
1:18ฉันเริ่มคิดถึงสิ่งที่ฉันอยากทำกับชีวิตหลังเรียนจบ
what I wanted to do with my life: ลำดับคำในคำถามที่ซ้อนอยู่ในประโยค
“What I wanted to do with my life” คือสิ่งที่ผู้พูดเริ่มคิดถึง ในที่นี้ “what” นำอนุประโยคที่กล่าวถึงเส้นทางอนาคต งาน หรือเป้าหมายที่ผู้พูดอยากเลือก เนื่องจากอนุประโยคนี้อยู่ในประโยคใหญ่หลัง “think about” จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ “what I wanted” ไม่ใช่ลำดับคำของคำถามตรง “what did I want” คำถามที่ซ้อนอยู่ในประโยคอื่นก็ใช้ลำดับแบบเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ลำดับคำที่ถูกต้องสำหรับคำถามที่ซ้อนอยู่ในประโยคอื่น?
- I thought about what did I want to do next.
- I thought about what wanted I to do next.
- I thought about what I wanted to do next.
ดูคำตอบ
I thought about what I wanted to do next.
a bit daunting: ความรู้สึกหวั่นใจที่พูดให้นุ่มลง
a bit daunting ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งดูน่ากังวลหรือน่าหนักใจเล็กน้อยและรับมือได้ไม่ง่าย ไม่ได้หมายถึงแค่ยากในแง่ข้อเท็จจริงเท่านั้น ในประโยคนี้ การคิดว่าจะทำอะไรหลังเรียนจบทำให้รู้สึกกดดันอยู่บ้างในช่วงแรก a bit ช่วยลดความแรงของคำประเมิน ทำให้ผู้พูดฟังดูพูดอย่างพอดี ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดูรุนแรงเกินไป วลีนี้ยังใช้กับงานใหญ่ การตัดสินใจสำคัญ หรือสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยได้ด้วย
I took some advanced classes that I really enjoyed, การใช้คำ
1:29ฉันได้เรียนวิชาขั้นสูงบางวิชาที่ฉันชอบมากๆ
advanced classes: ชั้นเรียนที่สูงกว่าระดับทั่วไป
advanced classes หมายถึงชั้นเรียนที่มีระดับความยาก เนื้อหา หรือการเตรียมตัวที่สูงกว่าปกติ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเล่าถึงวิชาในโรงเรียนที่มีระดับสูงขึ้น ซึ่งตนเองเลือกเรียนและชอบมาก ในที่นี้ advanced บอกระดับของวิชา ไม่ได้บอกว่าเรียนในช่วงเวลาเช้าหรือสมัครเรียนเร็วกว่าคนอื่น ชื่อเรียกที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปตามโรงเรียน จึงไม่ได้หมายความว่าเป็นวิชาระดับมหาวิทยาลัยโดยอัตโนมัติ
and I even had the opportunity to participate in a few research projects. วลี
1:32และฉันถึงขั้นมีโอกาสได้เข้าร่วมในโครงการวิจัยสองสามโครงการ
had the opportunity to participate in: มีโอกาสได้เข้าร่วม
had the opportunity to เป็นรูปอดีตของ have the opportunity to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าคนคนหนึ่งมีโอกาสหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้สามารถทำสิ่งหนึ่งได้ participate in หมายถึง “มีส่วนร่วมหรือเข้าร่วม” และต้องมี in ก่อนกิจกรรมหรือโครงการ เมื่อใช้รวมกัน had the opportunity to participate in จะนำเสนองานวิจัยว่าเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าซึ่งผู้พูดมีโอกาสได้เข้าร่วม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่เน้นไว้: Last summer, I ____ a community science project.
ดูคำตอบ
had the opportunity to participate in
then came the big question: การกลับลำดับเพื่อเน้นจุดเปลี่ยน
then นำจุดถัดไปในเรื่องมาไว้ก่อน และ came อยู่หน้าประธาน the big question การเรียงคำแบบกลับลำดับนี้ทำให้ข้อมูลใหม่ที่สำคัญมาช้าลงและโดดเด่นในฐานะจุดเปลี่ยนของเรื่อง came ในที่นี้หมายถึงคำถาม “เกิดขึ้น” หรือ “กลายเป็นประเด็นถัดไป” ไม่ได้หมายถึงคำถามเคลื่อนที่มาจริง ๆ ส่วน college ระบุหัวข้อของ the big question ทำให้ตอนจบสั้น ๆ เปิดเผยว่าสิ่งที่ปูทางมาก่อนหน้านี้กำลังนำไปสู่อะไร
แบบฝึกหัด
เติมเรื่องราวด้วยโครงสร้างกลับลำดับที่เน้นไว้: The early rounds were easy. ____ the final challenge: speaking in front of the judges.
ดูคำตอบ
Then came
overwhelmed by: บอกสาเหตุของความรู้สึกว่ารับมือไม่ไหว
be overwhelmed by something หมายถึงรู้สึกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีมาก ยาก หรือรุนแรงเกินกว่าจะรับมือได้ ในประโยคนี้ ตัวเลือกจำนวนมากทำให้ผู้พูดตัดสินใจได้ยาก ไม่ได้หมายถึงการถูกกดทับทางกายภาพ โครงสร้างคือ be/feel + overwhelmed + by + สาเหตุ โดย by นำหน้าสิ่งที่ทำให้รู้สึกรับมือไม่ไหว จึงนำโครงสร้างนี้ไปใช้กับสาเหตุของความกดดันอื่นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย overwhelmed และคำบุพบทที่ใช้บอกสาเหตุ: At first, Lina felt ____ all the new instructions.
ดูคำตอบ
overwhelmed by
but I finally decided on a school that felt right for me. โน้ต
1:44แต่สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจเลือกโรงเรียนที่รู้สึกว่าใช่สำหรับฉัน
decided on a school: เลือกโรงเรียนหนึ่งแห่งจากหลายตัวเลือก
decide on + คำนาม หมายถึงเลือกคน สิ่งของ เวลา หรือแผนหนึ่งอย่างหลังจากพิจารณาหลายตัวเลือก ในที่นี้ decided on a school หมายถึงผู้พูดเลือกโรงเรียนหนึ่งแห่งเป็นตัวเลือกสุดท้าย วลีคำนามหลัง on บอกสิ่งที่เลือกในท้ายที่สุด ใช้โครงสร้างนี้เมื่อเน้นว่าเลือกตัวเลือกใด ไม่ใช่เพียงแค่ว่าได้ตัดสินใจหรือไม่
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ decide on เติมประโยคให้สมบูรณ์: After comparing three routes, we ____ the shortest one.
ดูคำตอบ
decided on
felt right for me: รู้สึกว่าเหมาะกับตัวเอง
ใน felt right for me คำว่า right หมายถึงเหมาะสมหรือเข้ากับตัวเองได้ดี ไม่ได้หมายถึงถูกต้องอย่างเป็นกลาง โรงเรียนนี้ตรงกับความต้องการ เป้าหมาย และความรู้สึกของผู้พูดเอง โครงสร้าง something feels right for someone ใช้บอกความรู้สึกจากสัญชาตญาณว่าตัวเลือกหนึ่งเหมาะกับคนนั้น
แบบฝึกหัด
หลังจากไปดูอะพาร์ตเมนต์สามแห่ง Maya พูดว่า "The small one felt right for me." เธอหมายความว่าอย่างไร
- มันดูเหมาะกับเธอเป็นการส่วนตัว
- มันเป็นตัวเลือกเดียวที่ถูกต้องอย่างเป็นกลาง
- มันอยู่ทางขวามือของเธอ
ดูคำตอบ
มันดูเหมาะกับเธอเป็นการส่วนตัว
It was challenging, demanding, and sometimes even frustrating.
1:52มันท้าทาย เรียกร้องความพยายาม และบางครั้งก็ชวนให้รู้สึกหงุดหงิด
But it was also the most rewarding experience of my life so far. การใช้คำ
1:57แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตของฉันจนถึงตอนนี้
the most rewarding experience: ประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกคุ้มค่ามากที่สุด
Rewarding ใช้อธิบายสิ่งที่ทำให้รู้สึกมีคุณค่า เติบโต หรือพึงพอใจอย่างมาก เพราะความพยายามนั้นดูคุ้มค่า ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเงินหรือรางวัล ใน the most rewarding experience คำว่า the most ทำให้เป็นขั้นสูงสุด หมายถึงในบรรดาประสบการณ์ของผู้พูด ประสบการณ์นี้ให้ความรู้สึกคุ้มค่ามากที่สุด ส่วน of my life so far จำกัดขอบเขตการเปรียบเทียบไว้ที่ชีวิตจนถึงตอนนี้
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเติมประโยค: Mentoring younger players took time, but it was deeply ____.
- reward
- rewarded
- rewarding
ดูคำตอบ
rewarding
and experienced personal growth beyond what I thought was possible. ไวยากรณ์
2:05และได้สัมผัสกับการเติบโตส่วนบุคคลในระดับที่เกินกว่าฉันจะคิดว่าเป็นไปได้
beyond what I thought was possible: เกินกว่าที่ฉันคิดว่าจะเป็นไปได้
ใน beyond what I thought was possible คำว่า beyond หมายถึง “เกินขีดจำกัดหรือระดับ” ไม่ได้หมายถึงสถานที่ทางกายภาพ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ระบุขีดจำกัดที่คิดไว้ โดย what I thought was possible หมายถึง “ระดับที่ฉันเชื่อว่าสามารถไปถึงได้” เมื่อวางหลัง personal growth วลีนี้บอกว่าระดับการเติบโตเกินความคาดหมายของผู้พูดเอง โครงสร้าง beyond what + อนุประโยค สามารถนำไปใช้เพื่อบอกว่าผลลัพธ์เกินขีดจำกัดที่เคยเชื่อหรือคาดไว้
แบบฝึกหัด
beyond what I thought was possible บอกอะไรเกี่ยวกับการเติบโตของผู้พูด?
- ยังอยู่ภายในความคาดหมายเดิมของผู้พูด
- เกินระดับที่ผู้พูดเคยเชื่อว่าจะเป็นไปได้
- เกิดขึ้นในสถานที่ที่อยู่ไกลจากผู้พูดมาก
ดูคำตอบ
เกินระดับที่ผู้พูดเคยเชื่อว่าจะเป็นไปได้
My educational journey has been long and winding, สำนวน
2:09เส้นทางการศึกษาของฉันนั้นยาวไกลและคดเคี้ยว
long and winding ในฐานะอุปมาเรื่องการเดินทาง
Long and winding มีความหมายตามตัวอักษรว่าด้วยเส้นทางที่ทอดยาวและมีทางโค้งมากมาย ในที่นี้ educational journey เป็นอุปมา วลีนี้จึงอธิบายการศึกษาที่ใช้เวลานานและมีการเปลี่ยนแปลง การอ้อมทาง หรือความยากลำบาก ภาพของถนนทำให้ประสบการณ์ดูไม่ตรงไปตรงมาและซับซ้อน ไม่ได้หมายความว่าอากาศมีลมแรง อุปมาแบบเดียวกันนี้ใช้บรรยายการศึกษา อาชีพ หรือกระบวนการอื่นในชีวิตได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ long and winding เป็นอุปมาของกระบวนการที่มีจุดเปลี่ยนมากมาย?
- Her path to becoming a doctor was long and winding.
- The road through the mountains was long and winding.
- The afternoon was long and windy.
ดูคำตอบ
Her path to becoming a doctor was long and winding.
been worth it:คุ้มค่าจริง ๆ
Be worth it หมายความว่าผลลัพธ์หรือประโยชน์ที่ได้คุ้มกับเวลา ความพยายาม ค่าใช้จ่าย หรือความยากลำบากที่ต้องเผชิญ ในประโยคนี้ it หมายถึงเส้นทางการศึกษาที่ยาวนานและไม่ง่ายของผู้พูด จึงสื่อว่าเส้นทางนั้นคุ้มค่าในท้ายที่สุด Been เป็นรูป past participle ของ be และใช้ตามหลัง has ใน has been worth it รูปนี้เชื่อมความพยายามในอดีตเข้ากับการประเมินของผู้พูดในตอนนี้ ส่วน definitely ช่วยเน้นความมั่นใจในการประเมินนั้น
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนคงที่ที่ใช้บอกว่าผลลัพธ์คุ้มกับความพยายาม:The hike was steep, but the view made it ____.
ดูคำตอบ
worth it
I am truly grateful for all the experiences I've had, โน้ต
2:16ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจจริงๆ สำหรับประสบการณ์ทั้งหมดที่ฉันได้รับ
grateful for:รู้สึกขอบคุณบางสิ่ง
Be grateful for + สิ่งของ ประสบการณ์ ความช่วยเหลือ หรือโอกาส หมายถึงรู้สึกขอบคุณสิ่งนั้น ในประโยคนี้ for นำหน้า all the experiences I've had ผู้พูดเห็นคุณค่าของสิ่งที่ประสบการณ์เหล่านั้นมอบให้ ไม่ใช่เพียงบอกว่ารู้สึกมีความสุข Grateful เป็นคำคุณศัพท์ จึงมักต้องใช้ร่วมกับ be เช่น I am grateful for ...
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่ใช้ขอบคุณสิ่งหนึ่ง:I am grateful ____ your support
ดูคำตอบ
for
the experiences I've had ... the knowledge I've gained ... the people I've met: บทสรุปแบบโครงสร้างขนาน
ส่วนที่เน้นเป็นรายการเดียวที่ประกอบด้วยนามวลีสามส่วนซึ่งวางขนานกัน ได้แก่ the experiences I've had, the knowledge I've gained และ the people I've met ทั้งสามส่วนตามหลัง grateful for และร่วมกันบอกว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ผู้พูดรู้สึกขอบคุณ แต่ละส่วนใช้รูปแบบคล้ายกันคือ คำนาม + I've + กริยาช่องที่สาม โครงสร้างขนานนี้ทำให้การสรุปย้อนหลังเข้าใจง่ายและมีจังหวะสม่ำเสมอ ส่วน and บอกว่าส่วนสุดท้ายกำลังมาและช่วยปิดรายการ
แบบฝึกหัด
ส่วนที่เน้นมีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดระเบียบข้อมูล?
- รวมสามส่วนที่วางขนานกันเป็นบทสรุปเดียวของสิ่งที่ผู้พูดรู้สึกขอบคุณ
- บอกว่าประสบการณ์ ความรู้ และผู้คนมีความหมายเหมือนกัน
- เล่าเหตุการณ์สามอย่างตามลำดับเวลาที่เกิดขึ้นอย่างเคร่งครัด
ดูคำตอบ
รวมสามส่วนที่วางขนานกันเป็นบทสรุปเดียวของสิ่งที่ผู้พูดรู้สึกขอบคุณ
along the way: ในระหว่างการเดินทางหรือกระบวนการ
ในประโยคนี้ along the way หมายถึง “ในระหว่างประสบการณ์หรือกระบวนการที่ยาวนานกว่า” คำว่า way ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงเส้นทางการศึกษาของผู้พูด ไม่จำเป็นต้องเป็นถนนจริง เมื่อวางไว้ท้ายประโยค วลีนี้บอกว่าการพบผู้คนเหล่านั้นเกิดขึ้นในช่วงต่าง ๆ ของเส้นทางดังกล่าว นอกจากนี้ยังใช้บรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะที่ใครบางคนกำลังเรียน ทำโครงการ หรือเติบโตขึ้นในฐานะบุคคลได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ในระหว่างกระบวนการ”: We made a few mistakes ____, but each one taught us something.
ดูคำตอบ
along the way
Here are some words and expressions from our story
2:23นี่คือคำศัพท์และสำนวนบางส่วนจากเรื่องราวของเรา
refers to ... กระบวนการเดินทางหรือก้าวหน้า
ในคำจำกัดความ refers to หมายถึง “ชี้ไปที่หรือหมายถึง” ใช้เพื่ออธิบายว่าคำ วลี หรือสัญลักษณ์หนึ่งหมายถึงอะไร ในประโยค This noun refers to ... วลีนี้กำลังอธิบายความหมายของคำนาม ไม่ได้หมายถึงการกระทำต่อบุคคล คำที่กำลังอธิบายทำหน้าที่เป็นประธาน และ to เป็นส่วนหนึ่งของวลีคงรูป noun + refers to + สิ่งหรือแนวคิดที่คำนั้นหมายถึง โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในพจนานุกรม บทเรียน คู่มือ และงานเขียนเชิงอธิบาย
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำจำกัดความ: In this manual, the term “offline mode” ____ a feature that works without an internet connection.
ดูคำตอบ
refers to
or for abstract concepts like learning or growth.
2:38หรือกับแนวคิดที่เป็นนามธรรม เช่น การเรียนรู้หรือการเติบโต
physical travel ... abstract concepts: การเดินทางจริงและแนวคิดนามธรรม
ในที่นี้ physical travel หมายถึงการเคลื่อนที่จริงจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง ส่วน abstract concepts หมายถึงความคิดหรือกระบวนการที่ไม่ใช่วัตถุทางกายภาพ เช่น learning หรือ growth ประโยคนี้ขยายความเข้าใจเกี่ยวกับ journey ให้กว้างขึ้น คำนี้อาจหมายถึงการเดินทางตามตัวอักษร หรือใช้การเดินทางเป็นภาพเปรียบเทียบของการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ใน educational journey ไม่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนที่จริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ journey เพื่ออธิบายกระบวนการเชิงนามธรรม ไม่ใช่การเดินทางจริง
- The train journey ended at the central station.
- Learning to play the piano has been a long journey.
- The hikers followed a mountain trail for six hours.
ดูคำตอบ
Learning to play the piano has been a long journey.
This adjective describes something that is basic, fundamental, or introductory. การใช้คำ
2:51คำคุณศัพท์นี้ใช้อธิบายสิ่งที่เป็นพื้นฐาน รากฐาน หรือขั้นต้น
basic, fundamental หรือ introductory: ความแตกต่างของความหมายใน elementary
ในคำจำกัดความนี้ basic, fundamental หรือ introductory ใช้อธิบาย elementary ในความหมายว่า “อยู่ในระดับเริ่มต้นหรือระดับพื้นฐาน” ไม่ได้หมายถึง “เกี่ยวกับโรงเรียนประถม” เท่านั้น คำทั้งสามมีความหมายทับซ้อนกัน แต่ใช้แทนกันไม่ได้เสมอไป Basic เน้นความง่ายหรือความรู้ที่จำเป็น fundamental เน้นรากฐานที่รองรับสิ่งอื่น และ introductory เน้นก้าวแรกสำหรับผู้เริ่มต้น
แบบฝึกหัด
หลักสูตรหนึ่งช่วยให้ผู้ที่ไม่เคยเรียนเรื่องนี้มาก่อนได้เห็นภาพรวมของหัวข้อนั้นเป็นครั้งแรก คำคุณศัพท์ใดเหมาะที่สุด
- introductory
- fundamental
- basic
ดูคำตอบ
introductory
my education journey started in elementary school,
2:57เส้นทางการศึกษาของฉันเริ่มต้นในโรงเรียนประถม
where I learned the basics of reading, writing, and math.
3:00ซึ่งเป็นที่ที่ฉันได้เรียนรู้พื้นฐานของการอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์
This adjective describes something that is difficult or demanding.
3:06คำคุณศัพท์นี้ใช้อธิบายสิ่งที่ยากหรือต้องใช้ความพยายามสูง
but it helped me prepare for the even greater challenges of college. วลี
3:13แต่มันก็ช่วยให้ฉันเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าในมหาวิทยาลัย
helped me prepare for: เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลัง
helped me prepare for ใช้โครงสร้าง help + คน + prepare for + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งช่วยให้บุคคลนั้นพร้อมมากขึ้นสำหรับเหตุการณ์ งาน หรือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ในประโยคนี้ ประสบการณ์ในช่วงมัธยมปลายมีประโยชน์ต่อผู้พูดในการรับมือกับความท้าทายที่ยิ่งขึ้นในมหาวิทยาลัย คำว่า for ใช้นำหน้าสิ่งที่ผู้พูดต้องเตรียมพร้อมรับมือ
แบบฝึกหัด
เติมบุพบทที่ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตให้ประโยคสมบูรณ์: The workshop helped me prepare ____ the interview.
ดูคำตอบ
for
unable to cope with: ไม่สามารถรับมือได้
unable to cope with หมายถึง “ไม่สามารถจัดการหรือรับมือกับ” สถานการณ์ ความรู้สึก หรือปริมาณงานที่ยากได้ โครงสร้างคือ unable to + cope with + คำนาม ในประโยคนี้ วลีนี้ช่วยอธิบาย overwhelmed คือบางสิ่งสร้างภาระมากจนคนคนนั้นจัดการไม่ไหว cope with หมายถึงการรับมือกับความยากลำบาก ไม่ได้หมายถึง “คัดลอก”
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงกับบทเรียนและหมายถึง “ไม่สามารถรับมือได้” ลงในประโยค: After three sleepless nights, Leo felt ____ the pressure.
ดูคำตอบ
unable to cope with
when it came to + คำนามหรือรูป -ing
when it came to ใช้เปิดประเด็นหรือแง่มุมเฉพาะที่สำคัญในสถานการณ์อดีต ในที่นี้วลีนี้จำกัดหัวข้อไว้ที่ choosing a college ส่วน came ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง Came เป็นรูปอดีตที่ใช้ในกรอบ when it comes to ในกรอบนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น when it came to choosing a college
แบบฝึกหัด
เติมวลีจากบทเรียนที่ใช้เปิดหัวข้อในอดีตลงในประโยค: ____ choosing a class project, everyone had a different idea.
ดูคำตอบ
When it came to
the right fit for me: ตัวเลือกที่เหมาะกับฉัน
ในประโยคนี้ the right fit for me หมายถึง “ตัวเลือกที่เหมาะกับฉันเป็นการส่วนตัว” คำว่า fit เป็นคำนาม โดยหมายถึงความเข้ากันได้ดีระหว่างคนคนหนึ่งกับโรงเรียน งาน ทีม หรือตัวเลือกอื่น วลีนี้เน้นว่าตัวเลือกนั้นตรงกับความต้องการและเป้าหมายของผู้พูด สิ่งที่เหมาะกับคนหนึ่งอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ตัวเลือกที่เหมาะกับฉันเป็นการส่วนตัว”: I tried several clubs, and the music club was ____.
ดูคำตอบ
the right fit for me
This adjective describes the feeling of being thankful or appreciative for something.
3:36คำคุณศัพท์นี้ใช้อธิบายความรู้สึกขอบคุณหรือซาบซึ้งใจต่อบางสิ่งบางอย่าง
I'm so grateful for all the experiences I've had,
3:42ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจมากสำหรับประสบการณ์ทั้งหมดที่ฉันได้รับ
and the people I've met along my educational journey.
3:46และผู้คนที่ฉันได้พบเจอตลอดเส้นทางการศึกษาของฉัน
A few pieces of advice for your educational journey.
3:50คำแนะนำสองสามข้อสำหรับเส้นทางการศึกษาของคุณ
There are so many people who want to support you and see you succeed.
3:56มีผู้คนมากมายที่ต้องการสนับสนุนคุณและอยากเห็นคุณประสบความสำเร็จ
Find something you are passionate about and pursue it with all your heart. โน้ต
4:00ค้นหาสิ่งที่คุณหลงใหลและไล่ตามมันด้วยหัวใจทั้งหมดของคุณ
passionate about: มีความหลงใหลใน…
be passionate about something หมายถึงการมีความกระตือรือร้นอย่างมากและต่อเนื่องต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง about ใช้นำหัวข้อหรือกิจกรรม และตามด้วยคำนามหรือคำกริยารูป -ing ได้ ในคำแนะนำนี้ something you are passionate about หมายถึงสิ่งที่สำคัญต่อคุณมากและทำให้คุณอยากลงมือทำ มีน้ำหนักมากกว่าการพูดเพียงว่าคุณ like สิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคำคุณศัพท์ที่ใช้ทั่วไปให้สมบูรณ์: Leo is passionate ____ caring for animals.
ดูคำตอบ
about
with all your heart: อย่างสุดหัวใจ
with all your heart หมายถึงการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความจริงใจ ความกระตือรือร้น และความพยายามอย่างเต็มที่ คำว่า heart ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงความรู้สึกและความทุ่มเท ไม่ใช่อวัยวะในร่างกาย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นย้ำคำแนะนำให้มุ่งตามสิ่งที่คุณรัก ทำให้คำให้กำลังใจฟังดูอบอุ่นและมีอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าการบอกเพียงให้พยายามอย่างหนัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียนและหมายถึง “ด้วยความจริงใจและความพยายามอย่างเต็มที่”: If you choose to help, do it ____.
ดูคำตอบ
with all your heart
more than just grades: การศึกษาไม่ได้มีแค่เกรด
more than just grades ขยายความหมายของการศึกษา โดยบอกว่าเกรดเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา แต่การศึกษายังรวมถึงสิ่งสำคัญอื่น ๆ ด้วย more than just ในที่นี้ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบจำนวน โครงสร้าง X is about more than just Y จะกล่าวถึงมุมมองที่แคบก่อน แล้วส่งสัญญาณให้ผู้ฟังมองข้าม Y เพื่อเข้าใจความหมายที่ครบถ้วนกว่าของ X
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ไม่ใช่เพียงแค่”: Friendship is about ____ having fun.
ดูคำตอบ
more than just
It's about discovering your interests and developing your talents.
4:07มันคือการค้นพบความสนใจของคุณและพัฒนาพรสวรรค์ของคุณ
Don't be afraid to + คำกริยารูปพื้นฐาน
Don't be afraid to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ให้กำลังใจใครบางคนอย่างอ่อนโยนให้ทำสิ่งที่เขาอาจกังวลหรือไม่มั่นใจ รูปปฏิเสธนี้ไม่ใช่คำตำหนิ แต่บอกว่าอย่าปล่อยให้ความกลัวหยุดการลงมือทำ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังทำให้ผู้ฟังสบายใจว่าการทำผิดพลาดระหว่างเรียนเป็นเรื่องที่ยอมรับได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้กำลังใจให้สมบูรณ์: Don't be afraid ____ ask for help.
ดูคำตอบ
to
and they're actually a great way to learn and grow. ไวยากรณ์
4:15และจริงๆ แล้วมันเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเรียนรู้และเติบโต
a great way to + คำกริยารูปพื้นฐาน
a great way to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าบางสิ่งเป็นวิธีที่มีประโยชน์หรือได้ผลมากในการทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ way หมายถึง “วิธี” ไม่ใช่ถนนหรือทิศทาง ในประโยคนี้ them หมายถึง mistakes โดยนำเสนอว่าความผิดพลาดเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้คนเรียนรู้และเติบโตได้ หลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น a great way to learn
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์: Drawing pictures is a great way ____ remember new words.
ดูคำตอบ
to
give up on + คน แผน หรือเป้าหมาย
ใน give up on your dreams คำว่า on ใช้นำสิ่งที่ผู้ฟังควรเชื่อมั่นและพยายามต่อไป ซึ่งก็คือความฝันของตน เมื่อมี never ประโยคนี้จึงเป็นการให้กำลังใจอย่างหนักแน่นให้เดินหน้าต่อไป โครงสร้าง give up on + คน แผน หรือเป้าหมาย หมายถึงหยุดพยายามเพื่อ หยุดสนับสนุน หรือหยุดเชื่อในคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ใช้ phrasal verb สามคำจากบทเรียนเติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: Even after one setback, don't ____ your goal.
ดูคำตอบ
give up on
that can help you achieve anything you set your mind to. สำนวน
4:24ที่สามารถช่วยคุณให้บรรลุทุกสิ่งที่คุณตั้งใจไว้ได้
a powerful tool ในฐานะคำเปรียบเทียบถึงวิธีที่มีประสิทธิภาพ
ในที่นี้ a powerful tool เป็นคำเปรียบเทียบ การศึกษาไม่ใช่วัตถุที่จับต้องได้ คำว่า tool หมายถึงวิธีที่มีประโยชน์ในการทำให้เกิดผลลัพธ์ ส่วน powerful บอกว่าวิธีนั้นสร้างความแตกต่างได้มาก โครงสร้าง X is a powerful tool นำเสนอแนวคิด ทักษะ หรือทรัพยากรว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการไปถึงเป้าหมาย ส่วนที่เหลือของประโยคบอกผลลัพธ์ว่า การศึกษาช่วยให้คนทำสิ่งที่ตัดสินใจไว้ให้สำเร็จได้
แบบฝึกหัด
Education is a powerful tool ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- การศึกษาเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความสามารถและบรรลุเป้าหมาย
- การศึกษาสอนเพียงวิธีใช้เครื่องจักรเท่านั้น
- การศึกษาเป็นวัตถุหนักที่คนสามารถถือไว้ได้
ดูคำตอบ
การศึกษาเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความสามารถและบรรลุเป้าหมาย
set your mind to: ตัดสินใจแน่วแน่และพยายามเพื่อเป้าหมาย
set your mind to something หมายถึง ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทำหรือทำบางสิ่งให้สำเร็จ แล้วทุ่มเทความสนใจและความพยายามให้กับสิ่งนั้น ไม่ได้หมายถึงการนำความคิดไปวางไว้ที่ใดตามตัวอักษร ใน anything you set your mind to คำว่า anything เป็นกรรมของคำบุพบท to แม้จะอยู่ข้างหน้า ความหมายรวมคือสิ่งใดก็ตามที่คุณตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะทำให้สำเร็จ หากวางการกระทำต่อจาก to โดยตรง ให้ใช้รูป -ing เช่น set your mind to learning
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ set your mind to และคำสรรพนามที่แทนเป้าหมาย: Nora can solve the puzzle if she ____.
ดูคำตอบ
sets her mind to it