เรียนภาษาอังกฤษผ่านเรื่องราว | เส้นทางการศึกษาของฉัน | พัฒนาภาษาอังกฤษของคุณ | ทักษะการฟังและการพูด: บทเรียนภาษาอังกฤษ

PodEnglish

ความยากในการเรียน
603 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ผู้พูดย้อนเล่าเส้นทางการศึกษาของตนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย โดยกล่าวถึงความท้าทายด้านการเรียนและสังคมที่เพิ่มขึ้น โอกาสที่นำไปสู่การเติบโตส่วนบุคคล ตลอดจนบทเรียนเรื่องการขอความช่วยเหลือ การทำตามความสนใจ การเรียนรู้จากความผิดพลาด และการมุ่งมั่นต่อเป้าหมาย ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. As I got older, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้อนุประโยคบอกเวลาที่ขึ้นต้นด้วย As เพื่อแสดงว่าอายุเพิ่มขึ้น พร้อมเชื่อมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงเดียวกัน รูปแบบนี้ช่วยให้เล่าเรื่องการเติบโต การศึกษา หรือประสบการณ์ระยะยาวโดยเชื่อมแต่ละช่วงได้อย่างลื่นไหล 2. then came the big question, — การเรียบเรียงเรื่อง การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการกลับลำดับที่วางประธานไว้หลังคำกริยา เพื่อเปิดตัวการตัดสินใจครั้งสำคัญอย่างมีน้ำหนัก ผู้เรียนสามารถใช้เพื่อบอกจุดเปลี่ยน สร้างความคาดหวัง และพาผู้ฟังจากเหตุการณ์เบื้องหลังเข้าสู่ประเด็นหลักของเรื่องเล่า 3. Don't be afraid to — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: ใช้กรอบถ้อยคำที่ให้กำลังใจนี้หน้าคำกริยา เพื่อชวนให้อีกฝ่ายลงมือทำแม้จะกังวลหรือลังเล เหมาะสำหรับแนะนำให้ขอความช่วยเหลือ ยอมรับความผิดพลาด หรือลองสิ่งใหม่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและช่วยให้สบายใจกว่าคำสั่งตรง ๆ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Today, I am going to talk a little bit about my own educational journey. โน้ต

0:00

วันนี้ฉันจะมาพูดถึงเส้นทางการศึกษาของฉันสักเล็กน้อย

ไวยากรณ์

am going to talk: บอกหัวข้อที่วางแผนจะพูด

am going to talk ใช้โครงสร้าง be going to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้หมายถึง “ฉันวางแผนจะพูด” หรือ “ตอนนี้ฉันกำลังจะพูด” โดย going ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใด โครงสร้างนี้ช่วยบอกผู้ฟังว่าต่อไปจะพูดเรื่องอะไร การเปิดด้วย Today, I am going to talk about... ทำให้ผู้ฟังรู้หัวข้อชัดเจนก่อนเข้าสู่รายละเอียด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปิดการนำเสนอในชั้นเรียนด้วย am going to และคำกริยา talk: Today, I ____ about our class garden.

ดูคำตอบ

am going to talk

วลี

a little bit about: จำกัดขอบเขตหัวข้ออย่างนุ่มนวล

ในโครงสร้าง talk a little bit about X คำว่า a little bit หมายถึง “ปริมาณเล็กน้อย” และ about ใช้นำหน้าหัวข้อ ผู้พูดบอกว่าจะให้ข้อมูลบางส่วน ไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมด วลีนี้ยังช่วยให้คำเปิดฟังดูนุ่มนวลขึ้น ทำให้หัวข้อดูไม่หนักและเป็นธรรมชาติในการสนทนา โดย bit ในที่นี้หมายถึงปริมาณเล็กน้อย ไม่ใช่หน่วยข้อมูลคอมพิวเตอร์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นวิธีที่เป็นมิตรและถูกต้องตามไวยากรณ์ในการให้ข้อมูลเพียงบางส่วนเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง?

  1. Let me tell you a little bit about my new school.
  2. Let me tell you a little bit my new school.
  3. I will explain every detail about my new school.
ดูคำตอบ

Let me tell you a little bit about my new school.

สำนวน

educational journey: เปรียบกระบวนการเรียนรู้เป็นการเดินทาง

ในประโยคนี้ educational journey หมายถึงประวัติการเรียนรู้และการเติบโตของผู้พูดตลอดช่วงการศึกษาต่าง ๆ คำว่า journey ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเดินทางจริง อุปมานี้นำเสนอการศึกษาว่าเป็นกระบวนการที่มีหลายช่วง มีการเปลี่ยนแปลง ความท้าทาย และการเติบโต ไม่ใช่เหตุการณ์เพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Her educational journey continued when she returned to college at thirty." educational journey หมายถึงอะไร?

  1. การเรียนรู้และการเติบโตของเธอผ่านการศึกษาหลายช่วง
  2. การเดินทางจริงที่เธอไปเพื่อเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย
  3. เส้นทางที่รถโรงเรียนใช้
ดูคำตอบ

การเรียนรู้และการเติบโตของเธอผ่านการศึกษาหลายช่วง

I know it may not sound like the most exciting topic, ไวยากรณ์

0:05

ฉันรู้ว่ามันอาจจะฟังดูไม่ใช่หัวข้อที่น่าตื่นเต้นที่สุด

but I think it's important to share our experiences and learn from each other. ไวยากรณ์

0:09

แต่ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่จะแบ่งปันประสบการณ์และเรียนรู้จากกันและกัน

ไวยากรณ์

it may not sound like: ยอมรับความประทับใจแรกที่อาจเกิดขึ้น

ในที่นี้ it may not sound like หมายถึง “สำหรับผู้ฟังแล้ว มันอาจดูไม่เหมือนว่าเป็น…” คำว่า sound บรรยายความรู้สึกหรือภาพที่เกิดจากแนวคิดหรือคำอธิบาย ไม่ใช่เสียงจริง โครงสร้างคือ may not sound like + นามวลี ผู้พูดยอมรับก่อนว่าหัวข้อนี้อาจดูไม่น่าตื่นเต้นในตอนแรก วิธีนี้ช่วยปูทางไปสู่ใจความที่ขัดแย้งกันหลัง but ซึ่งผู้พูดจะอธิบายว่าทำไมหัวข้อนี้จึงยังสำคัญ

แบบฝึกหัด

ใช้ may และ sound like เติมประโยคให้สมบูรณ์: Cleaning the park ____ an exciting activity, but it helps everyone.

ดูคำตอบ

may not sound like

ไวยากรณ์

it's important to ...: การประเมินว่าการกระทำสำคัญ

it's important to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ประเมินว่าการกระทำอย่างหนึ่งสำคัญ จำเป็น หรือคุ้มค่าที่จะทำ ในประโยคนี้ it เป็นประธานรูปแบบ ส่วนเนื้อหาที่ถูกประเมินจริง ๆ คือ to share our experiences and learn from each other โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดแสดงความคิดเห็นก่อน แล้วจึงบอกการกระทำที่ конкретเจาะจง จึงเหมาะกับการให้คำแนะนำ การบอกหลักการ และการอธิบายเหตุผลอย่างเป็นระบบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง it's important to + คำกริยารูปพื้นฐาน: It's important ____ the figures before you send the report.

ดูคำตอบ

to check

My journey started in elementary school.

0:14

เส้นทางของฉันเริ่มต้นขึ้นในโรงเรียนประถม

Back then, I was just a young child,

0:18

ในตอนนั้น ฉันยังเป็นแค่เด็กน้อย

brimming with energy and excitement to learn new things. วลี

0:21

ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความตื่นเต้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

วลี

brimming with energy and excitement: บรรยายความรู้สึกเชิงบวกที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมให้เห็นภาพ

brimming with + กลุ่มคำนาม หมายถึง เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก คุณลักษณะ หรือความคิดบางอย่าง เดิมทีสำนวนนี้มาจากภาพของภาชนะที่เต็มจนถึงขอบ แต่ในประโยคนี้ใช้เป็นภาพเปรียบเทียบว่าคนคนนั้นมีพลังและความตื่นเต้นอย่างมากในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ สำนวนนี้ให้ภาพที่ชัดเจนและมีอารมณ์มากกว่า full of แบบธรรมดา จึงทำให้คำบรรยายดูมีชีวิตชีวาแทนที่จะเป็นเพียงการบอกข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ brimming with ได้ถูกต้องเพื่อบรรยายทีมที่เต็มไปด้วยพลังเชิงบวก

  1. The team was brimming energy.
  2. The team was brimming of energy.
  3. The team was brimming with energy.
ดูคำตอบ

The team was brimming with energy.

I remember loving story time and drawing pictures. ไวยากรณ์

0:25

ฉันจำได้ว่าชอบเวลาเล่านิทานและการวาดภาพ

ไวยากรณ์

remember loving: remember + -ing สำหรับความรู้สึกในอดีต

Remember loving ใช้ remember + รูป -ing เพื่อย้อนนึกถึงความรู้สึกหรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังนึกถึงการที่ตนเองชอบช่วงเวลาเล่านิทานและการวาดรูป รูป -ing ทำให้ loving เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในอดีต ส่วน remember to do มีความหมายต่างกัน คืออย่าลืมทำสิ่งที่ยังต้องทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า คุณจำได้ว่าคุณชอบดนตรีตอนเป็นเด็ก

  1. I remember loving music as a child.
  2. I remember to love music as a child.
  3. I remember loved music as a child.
ดูคำตอบ

I remember loving music as a child.

I also remember struggling a bit with math,

0:29

ฉันยังจำได้ว่าเคยลำบากกับวิชาคณิตศาสตร์สักหน่อย

but my teachers were always patient and helped me understand.

0:32

แต่คุณครูของฉันก็มักจะใจเย็นและช่วยให้ฉันเข้าใจ

As I got older, ไวยากรณ์

0:36

เมื่อฉันโตขึ้น

things started to become a little more challenging.

0:38

สิ่งต่างๆ ก็เริ่มมีความท้าทายมากขึ้นเล็กน้อย

ไวยากรณ์

As I got older: as + การเปลี่ยนแปลงตามเวลา

ใน As I got older คำว่า as นำหน้าประโยคย่อยที่บอกทั้งเวลาและการเปลี่ยนแปลง หมายความว่า ขณะที่ผู้พูดมีอายุมากขึ้น สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปด้วย คำนี้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เกิดขึ้นไปพร้อมกัน สำนวนนี้ช่วยพาเรื่องราวจากช่วงหนึ่งของชีวิตไปสู่อีกช่วงหนึ่ง ในที่นี้ as ไม่ได้แปลว่า because แต่ใช้บอกกรอบเวลาที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ไม่ได้บอกว่านี่เป็นสาเหตุโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเกิดขึ้นไปพร้อมกัน

  1. Because I practiced, the song became easier to play.
  2. Like I practiced, the song became easier to play.
  3. As I practiced, the song became easier to play.
ดูคำตอบ

As I practiced, the song became easier to play.

Middle school was a period of significant changes,

0:41

โรงเรียนมัธยมต้นเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

both academically and socially. ไวยากรณ์

0:45

ทั้งในด้านการเรียนและสังคม

ไวยากรณ์

both academically and socially: เชื่อมสองด้านที่ขนานกัน

โครงสร้าง both A and B ให้ความสำคัญเท่ากันกับแนวคิดสองอย่างที่เกี่ยวข้องกัน ในที่นี้ academically หมายถึง “ในด้านการเรียน” และ socially หมายถึง “ในด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น” A และ B ควรมีรูปแบบไวยากรณ์เหมือนกัน ในประโยคนี้ทั้งสองคำเป็นคำวิเศษณ์ จึงช่วยบอกได้ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในสองด้านใด

แบบฝึกหัด

เติมหนึ่งคำเพื่อทำให้โครงสร้างขนานสมบูรณ์: The program helped Leo both academically ____ socially.

ดูคำตอบ

and

I had to adapt to new teachers, วลี

0:48

ฉันต้องปรับตัวกับคุณครูคนใหม่

วลี

adapt to: ค่อย ๆ คุ้นเคยกับสิ่งใหม่

adapt to หมายถึง “เปลี่ยนนิสัยหรือพฤติกรรมของตนเองเพื่อให้รับมือกับสถานการณ์ใหม่ได้ง่ายขึ้น” ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องทำความคุ้นเคยกับการมีครูใหม่ to ในวลีนี้เป็นคำบุพบท หลัง to ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น adapt to a new school, adapt to it หรือ adapt to working with a new team

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวให้สมบูรณ์: It took Nina time to adapt ____ her new schedule.

ดูคำตอบ

to

new classmates,

0:50

เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่

and even a new school building.

0:51

และแม้กระทั่งอาคารเรียนหลังใหม่

But I also had some great experiences.

0:54

แต่ฉันก็มีประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมบางอย่างเช่นกัน

I joined the school band,

0:58

ฉันเข้าร่วมวงโยธวาทิตของโรงเรียน

which was something I had always wanted to do. ไวยากรณ์

0:59

ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำมาตลอด

ไวยากรณ์

something I had always wanted to do: อนุประโยคสัมพันธ์ที่อยู่หลัง something

ใน something I had always wanted to do ส่วน I had always wanted to do วางไว้หลัง something เพื่อบอกว่าหมายถึงการกระทำอะไร มีการละ that ที่จะใส่หรือไม่ก็ได้: something (that) I had always wanted to do เนื่องจาก that จะทำหน้าที่เป็นกรรมของ do การละจึงเป็นธรรมชาติ something ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ แต่ย้อนกลับไปถึงการเข้าร่วมวงดนตรีของโรงเรียน ส่วน had always wanted แสดงว่าความต้องการนี้มีมานานก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่ได้เข้าร่วมวง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าการเรียนว่ายน้ำเป็นสิ่งที่ Mia อยากทำมานานแล้ว

  1. Learning to swim was something Mia had always wanted to do it.
  2. Learning to swim was something had Mia always wanted to do.
  3. Learning to swim was something Mia had always wanted to do.
ดูคำตอบ

Learning to swim was something Mia had always wanted to do.

And I have made some amazing friends

1:03

และฉันก็ได้เพื่อนที่ยอดเยี่ยมมาบ้าง

whom I still keep in touch with today. วลี

1:05

ซึ่งจนถึงวันนี้ฉันก็ยังคงติดต่อกับพวกเขาอยู่

วลี

keep in touch with: ติดต่อกับใครบางคนอย่างต่อเนื่อง

Keep in touch with someone หมายถึงการสื่อสารกับคนนั้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ส่งข้อความ โทรหา หรือพบกัน เป็นการบอกว่าความสัมพันธ์ยังดำเนินต่อไป ไม่ใช่แค่ติดต่อครั้งเดียว โครงสร้างคือ keep in touch with + คน ในประโยคนี้ whom หมายถึง some amazing friends และเป็นกรรมของ with ส่วน today บอกว่าการติดต่อดำเนินมาจนถึงตอนนี้ แต่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวลีตายตัว

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงการติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง: After graduation, I hope to keep ____ my classmates.

ดูคำตอบ

in touch with

High school was a completely different experience.

1:08

โรงเรียนมัธยมปลายนั้นเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

The workload became heavier,

1:12

ภาระงานหนักขึ้น

and there was definitely pressure to perform. วลี

1:14

และมีความกดดันที่จะต้องทำผลงานให้ดีอย่างแน่นอน

วลี

pressure to perform: แรงกดดันว่าต้องทำให้ดี

“Pressure to perform” หมายถึงความเครียดที่เกิดจากความคาดหวังว่าต้องทำให้ดีหรือสร้างผลลัพธ์ที่ดี ในบริบทของโรงเรียนนี้ perform หมายถึง “แสดงให้เห็นว่าตนทำได้ดีแค่ไหน” ไม่ใช่ “แสดงต่อหน้าผู้ชม” โครงสร้าง “pressure to + คำกริยา” บอกว่าคนคนนั้นรู้สึกว่าถูกคาดหวังให้ทำอะไร เช่น pressure to succeed

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายตรงตัวที่หมายถึง “แรงกดดันว่าต้องทำให้ดี”: Before the final exam, many students feel ____.

ดูคำตอบ

pressure to perform

I started to think about what I wanted to do with my life after graduation, ไวยากรณ์

1:18

ฉันเริ่มคิดถึงสิ่งที่ฉันอยากทำกับชีวิตหลังเรียนจบ

ไวยากรณ์

what I wanted to do with my life: ลำดับคำในคำถามที่ซ้อนอยู่ในประโยค

“What I wanted to do with my life” คือสิ่งที่ผู้พูดเริ่มคิดถึง ในที่นี้ “what” นำอนุประโยคที่กล่าวถึงเส้นทางอนาคต งาน หรือเป้าหมายที่ผู้พูดอยากเลือก เนื่องจากอนุประโยคนี้อยู่ในประโยคใหญ่หลัง “think about” จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ “what I wanted” ไม่ใช่ลำดับคำของคำถามตรง “what did I want” คำถามที่ซ้อนอยู่ในประโยคอื่นก็ใช้ลำดับแบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำที่ถูกต้องสำหรับคำถามที่ซ้อนอยู่ในประโยคอื่น?

  1. I thought about what did I want to do next.
  2. I thought about what wanted I to do next.
  3. I thought about what I wanted to do next.
ดูคำตอบ

I thought about what I wanted to do next.

which was initially a bit daunting. การใช้คำ

1:22

ซึ่งในตอนแรกมันค่อนข้างน่าหวั่นใจ

การใช้คำ

a bit daunting: ความรู้สึกหวั่นใจที่พูดให้นุ่มลง

a bit daunting ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งดูน่ากังวลหรือน่าหนักใจเล็กน้อยและรับมือได้ไม่ง่าย ไม่ได้หมายถึงแค่ยากในแง่ข้อเท็จจริงเท่านั้น ในประโยคนี้ การคิดว่าจะทำอะไรหลังเรียนจบทำให้รู้สึกกดดันอยู่บ้างในช่วงแรก a bit ช่วยลดความแรงของคำประเมิน ทำให้ผู้พูดฟังดูพูดอย่างพอดี ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดูรุนแรงเกินไป วลีนี้ยังใช้กับงานใหญ่ การตัดสินใจสำคัญ หรือสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยได้ด้วย

But I also had some incredible opportunities.

1:25

แต่ฉันก็ได้รับโอกาสที่เหลือเชื่อบางอย่างด้วย

I took some advanced classes that I really enjoyed, การใช้คำ

1:29

ฉันได้เรียนวิชาขั้นสูงบางวิชาที่ฉันชอบมากๆ

การใช้คำ

advanced classes: ชั้นเรียนที่สูงกว่าระดับทั่วไป

advanced classes หมายถึงชั้นเรียนที่มีระดับความยาก เนื้อหา หรือการเตรียมตัวที่สูงกว่าปกติ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเล่าถึงวิชาในโรงเรียนที่มีระดับสูงขึ้น ซึ่งตนเองเลือกเรียนและชอบมาก ในที่นี้ advanced บอกระดับของวิชา ไม่ได้บอกว่าเรียนในช่วงเวลาเช้าหรือสมัครเรียนเร็วกว่าคนอื่น ชื่อเรียกที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปตามโรงเรียน จึงไม่ได้หมายความว่าเป็นวิชาระดับมหาวิทยาลัยโดยอัตโนมัติ

and I even had the opportunity to participate in a few research projects. วลี

1:32

และฉันถึงขั้นมีโอกาสได้เข้าร่วมในโครงการวิจัยสองสามโครงการ

วลี

had the opportunity to participate in: มีโอกาสได้เข้าร่วม

had the opportunity to เป็นรูปอดีตของ have the opportunity to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าคนคนหนึ่งมีโอกาสหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้สามารถทำสิ่งหนึ่งได้ participate in หมายถึง “มีส่วนร่วมหรือเข้าร่วม” และต้องมี in ก่อนกิจกรรมหรือโครงการ เมื่อใช้รวมกัน had the opportunity to participate in จะนำเสนองานวิจัยว่าเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าซึ่งผู้พูดมีโอกาสได้เข้าร่วม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่เน้นไว้: Last summer, I ____ a community science project.

ดูคำตอบ

had the opportunity to participate in

And then came the big question, ลำดับความ

1:38

และแล้วก็มาถึงคำถามสำคัญ

college.

1:40

มหาวิทยาลัย

ลำดับความ

then came the big question: การกลับลำดับเพื่อเน้นจุดเปลี่ยน

then นำจุดถัดไปในเรื่องมาไว้ก่อน และ came อยู่หน้าประธาน the big question การเรียงคำแบบกลับลำดับนี้ทำให้ข้อมูลใหม่ที่สำคัญมาช้าลงและโดดเด่นในฐานะจุดเปลี่ยนของเรื่อง came ในที่นี้หมายถึงคำถาม “เกิดขึ้น” หรือ “กลายเป็นประเด็นถัดไป” ไม่ได้หมายถึงคำถามเคลื่อนที่มาจริง ๆ ส่วน college ระบุหัวข้อของ the big question ทำให้ตอนจบสั้น ๆ เปิดเผยว่าสิ่งที่ปูทางมาก่อนหน้านี้กำลังนำไปสู่อะไร

แบบฝึกหัด

เติมเรื่องราวด้วยโครงสร้างกลับลำดับที่เน้นไว้: The early rounds were easy. ____ the final challenge: speaking in front of the judges.

ดูคำตอบ

Then came

I was overwhelmed by all the choices, วลี

1:41

ฉันรู้สึกท่วมท้นไปด้วยตัวเลือกทั้งหมด

วลี

overwhelmed by: บอกสาเหตุของความรู้สึกว่ารับมือไม่ไหว

be overwhelmed by something หมายถึงรู้สึกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีมาก ยาก หรือรุนแรงเกินกว่าจะรับมือได้ ในประโยคนี้ ตัวเลือกจำนวนมากทำให้ผู้พูดตัดสินใจได้ยาก ไม่ได้หมายถึงการถูกกดทับทางกายภาพ โครงสร้างคือ be/feel + overwhelmed + by + สาเหตุ โดย by นำหน้าสิ่งที่ทำให้รู้สึกรับมือไม่ไหว จึงนำโครงสร้างนี้ไปใช้กับสาเหตุของความกดดันอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย overwhelmed และคำบุพบทที่ใช้บอกสาเหตุ: At first, Lina felt ____ all the new instructions.

ดูคำตอบ

overwhelmed by

but I finally decided on a school that felt right for me. โน้ต

1:44

แต่สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจเลือกโรงเรียนที่รู้สึกว่าใช่สำหรับฉัน

วลี

decided on a school: เลือกโรงเรียนหนึ่งแห่งจากหลายตัวเลือก

decide on + คำนาม หมายถึงเลือกคน สิ่งของ เวลา หรือแผนหนึ่งอย่างหลังจากพิจารณาหลายตัวเลือก ในที่นี้ decided on a school หมายถึงผู้พูดเลือกโรงเรียนหนึ่งแห่งเป็นตัวเลือกสุดท้าย วลีคำนามหลัง on บอกสิ่งที่เลือกในท้ายที่สุด ใช้โครงสร้างนี้เมื่อเน้นว่าเลือกตัวเลือกใด ไม่ใช่เพียงแค่ว่าได้ตัดสินใจหรือไม่

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ decide on เติมประโยคให้สมบูรณ์: After comparing three routes, we ____ the shortest one.

ดูคำตอบ

decided on

การใช้คำ

felt right for me: รู้สึกว่าเหมาะกับตัวเอง

ใน felt right for me คำว่า right หมายถึงเหมาะสมหรือเข้ากับตัวเองได้ดี ไม่ได้หมายถึงถูกต้องอย่างเป็นกลาง โรงเรียนนี้ตรงกับความต้องการ เป้าหมาย และความรู้สึกของผู้พูดเอง โครงสร้าง something feels right for someone ใช้บอกความรู้สึกจากสัญชาตญาณว่าตัวเลือกหนึ่งเหมาะกับคนนั้น

แบบฝึกหัด

หลังจากไปดูอะพาร์ตเมนต์สามแห่ง Maya พูดว่า "The small one felt right for me." เธอหมายความว่าอย่างไร

  1. มันดูเหมาะกับเธอเป็นการส่วนตัว
  2. มันเป็นตัวเลือกเดียวที่ถูกต้องอย่างเป็นกลาง
  3. มันอยู่ทางขวามือของเธอ
ดูคำตอบ

มันดูเหมาะกับเธอเป็นการส่วนตัว

College was a completely new experience.

1:48

มหาวิทยาลัยเป็นประสบการณ์ที่ใหม่เอี่ยมเลยทีเดียว

It was challenging, demanding, and sometimes even frustrating.

1:52

มันท้าทาย เรียกร้องความพยายาม และบางครั้งก็ชวนให้รู้สึกหงุดหงิด

But it was also the most rewarding experience of my life so far. การใช้คำ

1:57

แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตของฉันจนถึงตอนนี้

การใช้คำ

the most rewarding experience: ประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกคุ้มค่ามากที่สุด

Rewarding ใช้อธิบายสิ่งที่ทำให้รู้สึกมีคุณค่า เติบโต หรือพึงพอใจอย่างมาก เพราะความพยายามนั้นดูคุ้มค่า ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเงินหรือรางวัล ใน the most rewarding experience คำว่า the most ทำให้เป็นขั้นสูงสุด หมายถึงในบรรดาประสบการณ์ของผู้พูด ประสบการณ์นี้ให้ความรู้สึกคุ้มค่ามากที่สุด ส่วน of my life so far จำกัดขอบเขตการเปรียบเทียบไว้ที่ชีวิตจนถึงตอนนี้

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเติมประโยค: Mentoring younger players took time, but it was deeply ____.

  1. reward
  2. rewarded
  3. rewarding
ดูคำตอบ

rewarding

I learned so much,

2:02

ฉันได้เรียนรู้มากมาย

met many amazing people,

2:03

ได้พบปะผู้คนที่ยอดเยี่ยมหลายคน

and experienced personal growth beyond what I thought was possible. ไวยากรณ์

2:05

และได้สัมผัสกับการเติบโตส่วนบุคคลในระดับที่เกินกว่าฉันจะคิดว่าเป็นไปได้

ไวยากรณ์

beyond what I thought was possible: เกินกว่าที่ฉันคิดว่าจะเป็นไปได้

ใน beyond what I thought was possible คำว่า beyond หมายถึง “เกินขีดจำกัดหรือระดับ” ไม่ได้หมายถึงสถานที่ทางกายภาพ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ระบุขีดจำกัดที่คิดไว้ โดย what I thought was possible หมายถึง “ระดับที่ฉันเชื่อว่าสามารถไปถึงได้” เมื่อวางหลัง personal growth วลีนี้บอกว่าระดับการเติบโตเกินความคาดหมายของผู้พูดเอง โครงสร้าง beyond what + อนุประโยค สามารถนำไปใช้เพื่อบอกว่าผลลัพธ์เกินขีดจำกัดที่เคยเชื่อหรือคาดไว้

แบบฝึกหัด

beyond what I thought was possible บอกอะไรเกี่ยวกับการเติบโตของผู้พูด?

  1. ยังอยู่ภายในความคาดหมายเดิมของผู้พูด
  2. เกินระดับที่ผู้พูดเคยเชื่อว่าจะเป็นไปได้
  3. เกิดขึ้นในสถานที่ที่อยู่ไกลจากผู้พูดมาก
ดูคำตอบ

เกินระดับที่ผู้พูดเคยเชื่อว่าจะเป็นไปได้

My educational journey has been long and winding, สำนวน

2:09

เส้นทางการศึกษาของฉันนั้นยาวไกลและคดเคี้ยว

สำนวน

long and winding ในฐานะอุปมาเรื่องการเดินทาง

Long and winding มีความหมายตามตัวอักษรว่าด้วยเส้นทางที่ทอดยาวและมีทางโค้งมากมาย ในที่นี้ educational journey เป็นอุปมา วลีนี้จึงอธิบายการศึกษาที่ใช้เวลานานและมีการเปลี่ยนแปลง การอ้อมทาง หรือความยากลำบาก ภาพของถนนทำให้ประสบการณ์ดูไม่ตรงไปตรงมาและซับซ้อน ไม่ได้หมายความว่าอากาศมีลมแรง อุปมาแบบเดียวกันนี้ใช้บรรยายการศึกษา อาชีพ หรือกระบวนการอื่นในชีวิตได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ long and winding เป็นอุปมาของกระบวนการที่มีจุดเปลี่ยนมากมาย?

  1. Her path to becoming a doctor was long and winding.
  2. The road through the mountains was long and winding.
  3. The afternoon was long and windy.
ดูคำตอบ

Her path to becoming a doctor was long and winding.

but it has definitely been worth it. วลี

2:12

แต่มันก็คุ้มค่าอย่างแน่นอน

วลี

been worth it:คุ้มค่าจริง ๆ

Be worth it หมายความว่าผลลัพธ์หรือประโยชน์ที่ได้คุ้มกับเวลา ความพยายาม ค่าใช้จ่าย หรือความยากลำบากที่ต้องเผชิญ ในประโยคนี้ it หมายถึงเส้นทางการศึกษาที่ยาวนานและไม่ง่ายของผู้พูด จึงสื่อว่าเส้นทางนั้นคุ้มค่าในท้ายที่สุด Been เป็นรูป past participle ของ be และใช้ตามหลัง has ใน has been worth it รูปนี้เชื่อมความพยายามในอดีตเข้ากับการประเมินของผู้พูดในตอนนี้ ส่วน definitely ช่วยเน้นความมั่นใจในการประเมินนั้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนคงที่ที่ใช้บอกว่าผลลัพธ์คุ้มกับความพยายาม:The hike was steep, but the view made it ____.

ดูคำตอบ

worth it

I am truly grateful for all the experiences I've had, โน้ต

2:16

ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจจริงๆ สำหรับประสบการณ์ทั้งหมดที่ฉันได้รับ

วลี

grateful for:รู้สึกขอบคุณบางสิ่ง

Be grateful for + สิ่งของ ประสบการณ์ ความช่วยเหลือ หรือโอกาส หมายถึงรู้สึกขอบคุณสิ่งนั้น ในประโยคนี้ for นำหน้า all the experiences I've had ผู้พูดเห็นคุณค่าของสิ่งที่ประสบการณ์เหล่านั้นมอบให้ ไม่ใช่เพียงบอกว่ารู้สึกมีความสุข Grateful เป็นคำคุณศัพท์ จึงมักต้องใช้ร่วมกับ be เช่น I am grateful for ...

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ใช้ขอบคุณสิ่งหนึ่ง:I am grateful ____ your support

ดูคำตอบ

for

the knowledge I've gained,

2:19

ความรู้ที่ฉันได้สั่งสมมา

and the people I've met along the way. สำนวน

2:20

และผู้คนที่ฉันได้พบเจอระหว่างทาง

ลำดับความ

the experiences I've had ... the knowledge I've gained ... the people I've met: บทสรุปแบบโครงสร้างขนาน

ส่วนที่เน้นเป็นรายการเดียวที่ประกอบด้วยนามวลีสามส่วนซึ่งวางขนานกัน ได้แก่ the experiences I've had, the knowledge I've gained และ the people I've met ทั้งสามส่วนตามหลัง grateful for และร่วมกันบอกว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ผู้พูดรู้สึกขอบคุณ แต่ละส่วนใช้รูปแบบคล้ายกันคือ คำนาม + I've + กริยาช่องที่สาม โครงสร้างขนานนี้ทำให้การสรุปย้อนหลังเข้าใจง่ายและมีจังหวะสม่ำเสมอ ส่วน and บอกว่าส่วนสุดท้ายกำลังมาและช่วยปิดรายการ

แบบฝึกหัด

ส่วนที่เน้นมีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดระเบียบข้อมูล?

  1. รวมสามส่วนที่วางขนานกันเป็นบทสรุปเดียวของสิ่งที่ผู้พูดรู้สึกขอบคุณ
  2. บอกว่าประสบการณ์ ความรู้ และผู้คนมีความหมายเหมือนกัน
  3. เล่าเหตุการณ์สามอย่างตามลำดับเวลาที่เกิดขึ้นอย่างเคร่งครัด
ดูคำตอบ

รวมสามส่วนที่วางขนานกันเป็นบทสรุปเดียวของสิ่งที่ผู้พูดรู้สึกขอบคุณ

สำนวน

along the way: ในระหว่างการเดินทางหรือกระบวนการ

ในประโยคนี้ along the way หมายถึง “ในระหว่างประสบการณ์หรือกระบวนการที่ยาวนานกว่า” คำว่า way ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงเส้นทางการศึกษาของผู้พูด ไม่จำเป็นต้องเป็นถนนจริง เมื่อวางไว้ท้ายประโยค วลีนี้บอกว่าการพบผู้คนเหล่านั้นเกิดขึ้นในช่วงต่าง ๆ ของเส้นทางดังกล่าว นอกจากนี้ยังใช้บรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะที่ใครบางคนกำลังเรียน ทำโครงการ หรือเติบโตขึ้นในฐานะบุคคลได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ในระหว่างกระบวนการ”: We made a few mistakes ____, but each one taught us something.

ดูคำตอบ

along the way

Here are some words and expressions from our story

2:23

นี่คือคำศัพท์และสำนวนบางส่วนจากเรื่องราวของเรา

to help improve our English skills.

2:26

เพื่อช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเรา

Journey,

2:28

Journey

noun.

2:29

คำนาม

This noun refers to the process of traveling or progressing วลี

2:30

คำนามนี้อ้างอิงถึงกระบวนการเดินทางหรือการก้าวไปข้างหน้า

through a period of time or experience.

2:34

ผ่านช่วงเวลาหนึ่งหรือประสบการณ์หนึ่ง

วลี

refers to ... กระบวนการเดินทางหรือก้าวหน้า

ในคำจำกัดความ refers to หมายถึง “ชี้ไปที่หรือหมายถึง” ใช้เพื่ออธิบายว่าคำ วลี หรือสัญลักษณ์หนึ่งหมายถึงอะไร ในประโยค This noun refers to ... วลีนี้กำลังอธิบายความหมายของคำนาม ไม่ได้หมายถึงการกระทำต่อบุคคล คำที่กำลังอธิบายทำหน้าที่เป็นประธาน และ to เป็นส่วนหนึ่งของวลีคงรูป noun + refers to + สิ่งหรือแนวคิดที่คำนั้นหมายถึง โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในพจนานุกรม บทเรียน คู่มือ และงานเขียนเชิงอธิบาย

แบบฝึกหัด

เติมคำในคำจำกัดความ: In this manual, the term “offline mode” ____ a feature that works without an internet connection.

ดูคำตอบ

refers to

It can be used for physical travel การใช้คำ

2:37

สามารถใช้กับการเดินทางทางกายภาพ

or for abstract concepts like learning or growth.

2:38

หรือกับแนวคิดที่เป็นนามธรรม เช่น การเรียนรู้หรือการเติบโต

การใช้คำ

physical travel ... abstract concepts: การเดินทางจริงและแนวคิดนามธรรม

ในที่นี้ physical travel หมายถึงการเคลื่อนที่จริงจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง ส่วน abstract concepts หมายถึงความคิดหรือกระบวนการที่ไม่ใช่วัตถุทางกายภาพ เช่น learning หรือ growth ประโยคนี้ขยายความเข้าใจเกี่ยวกับ journey ให้กว้างขึ้น คำนี้อาจหมายถึงการเดินทางตามตัวอักษร หรือใช้การเดินทางเป็นภาพเปรียบเทียบของการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ใน educational journey ไม่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนที่จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ journey เพื่ออธิบายกระบวนการเชิงนามธรรม ไม่ใช่การเดินทางจริง

  1. The train journey ended at the central station.
  2. Learning to play the piano has been a long journey.
  3. The hikers followed a mountain trail for six hours.
ดูคำตอบ

Learning to play the piano has been a long journey.

Example,

2:42

ตัวอย่าง

my educational journey has been long and winding,

2:43

เส้นทางการศึกษาของฉันนั้นยาวไกลและคดเคี้ยว

but it's definitely been worth it.

2:46

แต่มันคุ้มค่าอย่างแน่นอน

Elementary,

2:48

Elementary

adjective.

2:50

คำคุณศัพท์

This adjective describes something that is basic, fundamental, or introductory. การใช้คำ

2:51

คำคุณศัพท์นี้ใช้อธิบายสิ่งที่เป็นพื้นฐาน รากฐาน หรือขั้นต้น

การใช้คำ

basic, fundamental หรือ introductory: ความแตกต่างของความหมายใน elementary

ในคำจำกัดความนี้ basic, fundamental หรือ introductory ใช้อธิบาย elementary ในความหมายว่า “อยู่ในระดับเริ่มต้นหรือระดับพื้นฐาน” ไม่ได้หมายถึง “เกี่ยวกับโรงเรียนประถม” เท่านั้น คำทั้งสามมีความหมายทับซ้อนกัน แต่ใช้แทนกันไม่ได้เสมอไป Basic เน้นความง่ายหรือความรู้ที่จำเป็น fundamental เน้นรากฐานที่รองรับสิ่งอื่น และ introductory เน้นก้าวแรกสำหรับผู้เริ่มต้น

แบบฝึกหัด

หลักสูตรหนึ่งช่วยให้ผู้ที่ไม่เคยเรียนเรื่องนี้มาก่อนได้เห็นภาพรวมของหัวข้อนั้นเป็นครั้งแรก คำคุณศัพท์ใดเหมาะที่สุด

  1. introductory
  2. fundamental
  3. basic
ดูคำตอบ

introductory

Example,

2:56

ตัวอย่าง

my education journey started in elementary school,

2:57

เส้นทางการศึกษาของฉันเริ่มต้นในโรงเรียนประถม

where I learned the basics of reading, writing, and math.

3:00

ซึ่งเป็นที่ที่ฉันได้เรียนรู้พื้นฐานของการอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์

Challenging,

3:04

Challenging

adjective.

3:05

คำคุณศัพท์

This adjective describes something that is difficult or demanding.

3:06

คำคุณศัพท์นี้ใช้อธิบายสิ่งที่ยากหรือต้องใช้ความพยายามสูง

Example,

3:10

ตัวอย่าง

high school was a challenging time,

3:11

โรงเรียนมัธยมปลายคือช่วงเวลาที่ท้าทาย

but it helped me prepare for the even greater challenges of college. วลี

3:13

แต่มันก็ช่วยให้ฉันเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าในมหาวิทยาลัย

วลี

helped me prepare for: เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลัง

helped me prepare for ใช้โครงสร้าง help + คน + prepare for + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งช่วยให้บุคคลนั้นพร้อมมากขึ้นสำหรับเหตุการณ์ งาน หรือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ในประโยคนี้ ประสบการณ์ในช่วงมัธยมปลายมีประโยชน์ต่อผู้พูดในการรับมือกับความท้าทายที่ยิ่งขึ้นในมหาวิทยาลัย คำว่า for ใช้นำหน้าสิ่งที่ผู้พูดต้องเตรียมพร้อมรับมือ

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตให้ประโยคสมบูรณ์: The workshop helped me prepare ____ the interview.

ดูคำตอบ

for

Overwhelmed,

3:18

Overwhelmed

verb.

3:18

คำกริยา

This verb describes the feeling of being unable to cope with something วลี

3:19

คำกริยานี้ใช้อธิบายความรู้สึกของการไม่สามารถรับมือกับบางสิ่งบางอย่างได้

because it is too much or too difficult.

3:23

เพราะมันมีมากเกินไปหรือยากเกินไป

วลี

unable to cope with: ไม่สามารถรับมือได้

unable to cope with หมายถึง “ไม่สามารถจัดการหรือรับมือกับ” สถานการณ์ ความรู้สึก หรือปริมาณงานที่ยากได้ โครงสร้างคือ unable to + cope with + คำนาม ในประโยคนี้ วลีนี้ช่วยอธิบาย overwhelmed คือบางสิ่งสร้างภาระมากจนคนคนนั้นจัดการไม่ไหว cope with หมายถึงการรับมือกับความยากลำบาก ไม่ได้หมายถึง “คัดลอก”

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับบทเรียนและหมายถึง “ไม่สามารถรับมือได้” ลงในประโยค: After three sleepless nights, Leo felt ____ the pressure.

ดูคำตอบ

unable to cope with

Example,

3:26

ตัวอย่าง

I was overwhelmed by the choices

3:27

ฉันรู้สึกท่วมท้นไปกับตัวเลือกต่างๆ

when it came to choosing a college, วลี

3:29

เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกมหาวิทยาลัย

วลี

when it came to + คำนามหรือรูป -ing

when it came to ใช้เปิดประเด็นหรือแง่มุมเฉพาะที่สำคัญในสถานการณ์อดีต ในที่นี้วลีนี้จำกัดหัวข้อไว้ที่ choosing a college ส่วน came ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง Came เป็นรูปอดีตที่ใช้ในกรอบ when it comes to ในกรอบนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น when it came to choosing a college

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่ใช้เปิดหัวข้อในอดีตลงในประโยค: ____ choosing a class project, everyone had a different idea.

ดูคำตอบ

When it came to

but I eventually found the right fit for me. การใช้คำ

3:31

แต่สุดท้ายฉันก็เจอที่ที่เหมาะสมกับฉัน

การใช้คำ

the right fit for me: ตัวเลือกที่เหมาะกับฉัน

ในประโยคนี้ the right fit for me หมายถึง “ตัวเลือกที่เหมาะกับฉันเป็นการส่วนตัว” คำว่า fit เป็นคำนาม โดยหมายถึงความเข้ากันได้ดีระหว่างคนคนหนึ่งกับโรงเรียน งาน ทีม หรือตัวเลือกอื่น วลีนี้เน้นว่าตัวเลือกนั้นตรงกับความต้องการและเป้าหมายของผู้พูด สิ่งที่เหมาะกับคนหนึ่งอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ตัวเลือกที่เหมาะกับฉันเป็นการส่วนตัว”: I tried several clubs, and the music club was ____.

ดูคำตอบ

the right fit for me

Grateful,

3:34

Grateful

adjective.

3:34

คำคุณศัพท์

This adjective describes the feeling of being thankful or appreciative for something.

3:36

คำคุณศัพท์นี้ใช้อธิบายความรู้สึกขอบคุณหรือซาบซึ้งใจต่อบางสิ่งบางอย่าง

Example,

3:41

ตัวอย่าง

I'm so grateful for all the experiences I've had,

3:42

ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจมากสำหรับประสบการณ์ทั้งหมดที่ฉันได้รับ

the knowledge I've gained,

3:45

ความรู้ที่ฉันสั่งสมมา

and the people I've met along my educational journey.

3:46

และผู้คนที่ฉันได้พบเจอตลอดเส้นทางการศึกษาของฉัน

A few pieces of advice for your educational journey.

3:50

คำแนะนำสองสามข้อสำหรับเส้นทางการศึกษาของคุณ

Don't be afraid to ask for help.

3:53

อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือ

There are so many people who want to support you and see you succeed.

3:56

มีผู้คนมากมายที่ต้องการสนับสนุนคุณและอยากเห็นคุณประสบความสำเร็จ

Find something you are passionate about and pursue it with all your heart. โน้ต

4:00

ค้นหาสิ่งที่คุณหลงใหลและไล่ตามมันด้วยหัวใจทั้งหมดของคุณ

วลี

passionate about: มีความหลงใหลใน…

be passionate about something หมายถึงการมีความกระตือรือร้นอย่างมากและต่อเนื่องต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง about ใช้นำหัวข้อหรือกิจกรรม และตามด้วยคำนามหรือคำกริยารูป -ing ได้ ในคำแนะนำนี้ something you are passionate about หมายถึงสิ่งที่สำคัญต่อคุณมากและทำให้คุณอยากลงมือทำ มีน้ำหนักมากกว่าการพูดเพียงว่าคุณ like สิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคำคุณศัพท์ที่ใช้ทั่วไปให้สมบูรณ์: Leo is passionate ____ caring for animals.

ดูคำตอบ

about

สำนวน

with all your heart: อย่างสุดหัวใจ

with all your heart หมายถึงการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความจริงใจ ความกระตือรือร้น และความพยายามอย่างเต็มที่ คำว่า heart ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงความรู้สึกและความทุ่มเท ไม่ใช่อวัยวะในร่างกาย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นย้ำคำแนะนำให้มุ่งตามสิ่งที่คุณรัก ทำให้คำให้กำลังใจฟังดูอบอุ่นและมีอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าการบอกเพียงให้พยายามอย่างหนัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียนและหมายถึง “ด้วยความจริงใจและความพยายามอย่างเต็มที่”: If you choose to help, do it ____.

ดูคำตอบ

with all your heart

Education is about more than just grades. ลำดับความ

4:04

การศึกษาเป็นเรื่องที่มากกว่าแค่ผลการเรียน

ลำดับความ

more than just grades: การศึกษาไม่ได้มีแค่เกรด

more than just grades ขยายความหมายของการศึกษา โดยบอกว่าเกรดเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา แต่การศึกษายังรวมถึงสิ่งสำคัญอื่น ๆ ด้วย more than just ในที่นี้ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบจำนวน โครงสร้าง X is about more than just Y จะกล่าวถึงมุมมองที่แคบก่อน แล้วส่งสัญญาณให้ผู้ฟังมองข้าม Y เพื่อเข้าใจความหมายที่ครบถ้วนกว่าของ X

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ไม่ใช่เพียงแค่”: Friendship is about ____ having fun.

ดูคำตอบ

more than just

It's about discovering your interests and developing your talents.

4:07

มันคือการค้นพบความสนใจของคุณและพัฒนาพรสวรรค์ของคุณ

Don't be afraid to make mistakes. น้ำเสียง/เจตนา

4:11

อย่ากลัวที่จะทำผิดพลาด

น้ำเสียง/เจตนา

Don't be afraid to + คำกริยารูปพื้นฐาน

Don't be afraid to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ให้กำลังใจใครบางคนอย่างอ่อนโยนให้ทำสิ่งที่เขาอาจกังวลหรือไม่มั่นใจ รูปปฏิเสธนี้ไม่ใช่คำตำหนิ แต่บอกว่าอย่าปล่อยให้ความกลัวหยุดการลงมือทำ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังทำให้ผู้ฟังสบายใจว่าการทำผิดพลาดระหว่างเรียนเป็นเรื่องที่ยอมรับได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้กำลังใจให้สมบูรณ์: Don't be afraid ____ ask for help.

ดูคำตอบ

to

Everyone makes them,

4:14

ทุกคนเคยทำผิดพลาดทั้งนั้น

and they're actually a great way to learn and grow. ไวยากรณ์

4:15

และจริงๆ แล้วมันเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเรียนรู้และเติบโต

ไวยากรณ์

a great way to + คำกริยารูปพื้นฐาน

a great way to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าบางสิ่งเป็นวิธีที่มีประโยชน์หรือได้ผลมากในการทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ way หมายถึง “วิธี” ไม่ใช่ถนนหรือทิศทาง ในประโยคนี้ them หมายถึง mistakes โดยนำเสนอว่าความผิดพลาดเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้คนเรียนรู้และเติบโตได้ หลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น a great way to learn

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์: Drawing pictures is a great way ____ remember new words.

ดูคำตอบ

to

Most importantly,

4:18

ที่สำคัญที่สุด

never give up on your dreams. กริยาวลี

4:19

อย่ายอมแพ้ต่อความฝันของคุณ

กริยาวลี

give up on + คน แผน หรือเป้าหมาย

ใน give up on your dreams คำว่า on ใช้นำสิ่งที่ผู้ฟังควรเชื่อมั่นและพยายามต่อไป ซึ่งก็คือความฝันของตน เมื่อมี never ประโยคนี้จึงเป็นการให้กำลังใจอย่างหนักแน่นให้เดินหน้าต่อไป โครงสร้าง give up on + คน แผน หรือเป้าหมาย หมายถึงหยุดพยายามเพื่อ หยุดสนับสนุน หรือหยุดเชื่อในคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ใช้ phrasal verb สามคำจากบทเรียนเติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: Even after one setback, don't ____ your goal.

ดูคำตอบ

give up on

Education is a powerful tool สำนวน

4:22

การศึกษาคือเครื่องมืออันทรงพลัง

that can help you achieve anything you set your mind to. สำนวน

4:24

ที่สามารถช่วยคุณให้บรรลุทุกสิ่งที่คุณตั้งใจไว้ได้

สำนวน

a powerful tool ในฐานะคำเปรียบเทียบถึงวิธีที่มีประสิทธิภาพ

ในที่นี้ a powerful tool เป็นคำเปรียบเทียบ การศึกษาไม่ใช่วัตถุที่จับต้องได้ คำว่า tool หมายถึงวิธีที่มีประโยชน์ในการทำให้เกิดผลลัพธ์ ส่วน powerful บอกว่าวิธีนั้นสร้างความแตกต่างได้มาก โครงสร้าง X is a powerful tool นำเสนอแนวคิด ทักษะ หรือทรัพยากรว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการไปถึงเป้าหมาย ส่วนที่เหลือของประโยคบอกผลลัพธ์ว่า การศึกษาช่วยให้คนทำสิ่งที่ตัดสินใจไว้ให้สำเร็จได้

แบบฝึกหัด

Education is a powerful tool ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. การศึกษาเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความสามารถและบรรลุเป้าหมาย
  2. การศึกษาสอนเพียงวิธีใช้เครื่องจักรเท่านั้น
  3. การศึกษาเป็นวัตถุหนักที่คนสามารถถือไว้ได้
ดูคำตอบ

การศึกษาเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความสามารถและบรรลุเป้าหมาย

สำนวน

set your mind to: ตัดสินใจแน่วแน่และพยายามเพื่อเป้าหมาย

set your mind to something หมายถึง ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทำหรือทำบางสิ่งให้สำเร็จ แล้วทุ่มเทความสนใจและความพยายามให้กับสิ่งนั้น ไม่ได้หมายถึงการนำความคิดไปวางไว้ที่ใดตามตัวอักษร ใน anything you set your mind to คำว่า anything เป็นกรรมของคำบุพบท to แม้จะอยู่ข้างหน้า ความหมายรวมคือสิ่งใดก็ตามที่คุณตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะทำให้สำเร็จ หากวางการกระทำต่อจาก to โดยตรง ให้ใช้รูป -ing เช่น set your mind to learning

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ set your mind to และคำสรรพนามที่แทนเป้าหมาย: Nora can solve the puzzle if she ____.

ดูคำตอบ

sets her mind to it