ระเบิดใต้น้ำ (วิทยาศาสตร์กับ Alan Sailer!) - Smarter Every Day 63: บทเรียนภาษาอังกฤษ

SmarterEveryDay

ความยากในการเรียน
1,042 คำ 214 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: Destin และ Alan บันทึกภาพประทัดระเบิดใต้น้ำ แล้วอธิบายคาวิเทชัน การรบกวนของคลื่น และการแกว่งของความดันในขวด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "what we're going to do is we're going to change the lens." - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจอนุประโยค what ในภาษาพูดที่เน้นขั้นตอนถัดไปของแผน 2. "interfering with each other" - ความหมายและระดับภาษา: เข้าใจว่า interfere ในทางวิทยาศาสตร์หมายถึงคลื่นมีปฏิสัมพันธ์กัน ไม่ใช่แค่คนขัดขวางกัน 3. "took a good stab at it." - สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจคำชมที่ให้กำลังใจต่อความพยายามจริงจังแม้ผลยังไม่สมบูรณ์

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It's me Destin,

0:00

ผม Destin ครับ

welcome back to Smarter every day.

0:01

ยินดีต้อนรับกลับสู่ Smarter Every Day

So today I'm in California

0:02

วันนี้ผมอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย

and I have the great privilege of introducing the man วลี

0:04

และผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะแนะนำให้รู้จักกับผู้ชายคนนี้

วลี

การแนะนำอย่างเป็นทางการด้วย have the great privilege of introducing

โครงสร้าง have the privilege of + -ing บอกว่าผู้พูดรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ introducing ระบุการกระทำนั้น และ great ช่วยเน้นน้ำเสียงยกย่องที่เป็นทางการ privilege ในประโยคนี้หมายถึงเกียรติหรือโอกาสพิเศษ ไม่ใช่สิทธิตามกฎหมาย ผู้ดำเนินรายการใช้สำนวนนี้เพื่อให้การแนะนำฟังดูให้เกียรติและเป็นพิธีการ

แบบฝึกหัด

ในการประชุมอย่างเป็นทางการ ให้เติมประโยคของผู้ดำเนินรายการด้วยสำนวนที่หมายถึงรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้แนะนำบุคคลหนึ่ง: I ____ our keynote speaker, Dr. Elena Ruiz.

ดูคำตอบ

have the great privilege of introducing

Alan Sailer.

0:07

Alan Sailer ครับ

Hello.

0:09

สวัสดีครับ

Alan Sailer is, if you don't know,

0:10

ถ้าคุณยังไม่รู้ Alan Sailer คือ

one of the best high speed photographers

0:12

หนึ่งในช่างภาพถ่ายภาพความเร็วสูงที่ดีที่สุด

that currently does the art.

0:14

ที่ทำงานศิลปะด้านนี้อยู่ในปัจจุบัน

So I'm here in his garden back behind his house

0:16

ตอนนี้ผมอยู่ในสวนหลังบ้านของเขา

and we're going to basically study explosions

0:19

และเรากำลังจะมาศึกษาการระเบิด

underwater with some firecrackers.

0:22

ใต้น้ำโดยใช้ประทัดกันครับ

You typically do it with the high speed photography method, right?

0:23

คุณมักจะถ่ายด้วยวิธีถ่ายภาพความเร็วสูงใช่ไหมครับ?

Yeah, it's just a instant though.

0:26

ใช่ครับ แต่มันก็แค่ชั่วพริบตาเดียว

Instant of detonation

0:29

ชั่วพริบตาของการจุดระเบิด

and I'm really looking forward to seeing uh

0:30

และผมตั้งตารอที่จะได้เห็น เอ่อ

time.

0:33

เวลาครับ

Yeah.

0:34

ใช่

Exactly.

0:34

ถูกต้องครับ

It's not just one moment.

0:35

มันไม่ใช่แค่ชั่วขณะเดียว

This is a M320 Miro Phantom camera

0:36

นี่คือกล้อง M320 Miro Phantom

and what do you hope to learn here?

0:39

แล้วคุณหวังว่าจะได้เรียนรู้อะไรจากที่นี่ล่ะ?

I just want to be impressed. น้ำเสียง/เจตนา

0:41

ผมแค่อยากจะรู้สึกประทับใจน่ะครับ

น้ำเสียง/เจตนา

ความหมายเชิงขำขันของ just want to be impressed

just จำกัดความต้องการของผู้พูดไว้ที่เรื่องง่าย ๆ เพียงอย่างเดียว เขาไม่ได้บอกเป้าหมายการเรียนรู้โดยละเอียด ในคำตอบนี้ just ช่วยลดความหนักแน่น ทำให้ฟังดูสบาย ๆ และมีอารมณ์ขันเล็กน้อย be impressed บรรยายคนที่รู้สึกชื่นชม ประหลาดใจ หรือทึ่ง ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดต้องการทำให้คนอื่นประทับใจในตัวเขา

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่าคุณหวังให้การแสดงมายากลทำอะไรให้คุณ คำตอบใดหมายความว่าคุณอยากรู้สึกทึ่ง

  1. I just want to make an impression.
  2. I just want to impress them.
  3. I just want to be impressed.
ดูคำตอบ

I just want to be impressed.

So uh do it.

0:43

งั้น เอ่อ ลุยเลยครับ

Three, two, one, zero.

0:44

สาม สอง หนึ่ง ศูนย์

All right.

0:49

เอาล่ะ

Pretty cool.

0:52

เจ๋งไปเลย

Let's look at the video.

0:53

เรามาดูวิดีโอกันดีกว่า

Oh, look at that ripple.

1:01

โอ้ ดูคลื่นกระเพื่อมนั่นสิ

Yeah.

1:02

ใช่

Okay, so we decided we wanted a lower exposure time การใช้คำ

1:09

โอเค เราตัดสินใจว่าอยากได้เวลาเปิดหน้ากล้องที่น้อยลง

and also a higher frame rate.

1:12

และก็อยากได้เฟรมเรตที่สูงขึ้นด้วย

การใช้คำ

ความแตกต่างระหว่าง exposure time กับ frame rate

exposure time คือระยะเวลาที่แต่ละเฟรมรับแสง exposure time ที่ต่ำลง หรือพูดให้เป็นธรรมชาติกว่าคือสั้นลง จะหยุดการเคลื่อนไหวได้คมชัดกว่า เพราะมีการเคลื่อนที่น้อยลงในช่วงเวลาของหนึ่งเฟรม frame rate คือจำนวนเฟรมที่บันทึกในหนึ่งวินาที frame rate ที่สูงขึ้นให้ตัวอย่างตามเวลามากขึ้นสำหรับภาพสโลว์โมชัน การตั้งค่าทั้งสองเกี่ยวข้องกันในการถ่ายภาพ แต่หมายถึงคนละอย่าง คือระยะเวลาต่อเฟรมกับจำนวนเฟรมต่อวินาที

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดแยกความแตกต่างของการตั้งค่ากล้องทั้งสองอย่างได้ถูกต้อง

  1. exposure time และ frame rate เป็นชื่อสองชื่อของการตั้งค่าเดียวกัน
  2. exposure time คือจำนวนเฟรมที่บันทึกต่อวินาที ส่วน frame rate คือระยะเวลาที่แต่ละเฟรมรับแสง
  3. exposure time คือระยะเวลาที่แต่ละเฟรมรับแสง ส่วน frame rate คือจำนวนเฟรมที่บันทึกต่อวินาที
ดูคำตอบ

exposure time คือระยะเวลาที่แต่ละเฟรมรับแสง ส่วน frame rate คือจำนวนเฟรมที่บันทึกต่อวินาที

So what we're going to do is we're going to change the lens. ไวยากรณ์

1:13

ดังนั้นสิ่งที่เราจะทำก็คือเปลี่ยนเลนส์ครับ

ไวยากรณ์

เน้นขั้นตอนถัดไปด้วย What we're going to do is we're going to...

อนุประโยค what คือ what we're going to do นำเสนอหัวข้อว่าเป็น "สิ่งที่เรากำลังจะทำ" จากนั้นกริยา is จะนำเข้าสู่การกระทำที่เจาะจงคือ we're going to change the lens นี่เป็นโครงสร้างเน้นจุดสำคัญในภาษาพูด ไม่ใช่คำถาม การใช้ What ... is ... ช่วยให้ผู้พูดประกาศและเน้นขั้นตอนถัดไป การพูด we're going to ซ้ำหลัง is เป็นธรรมชาติในบทสนทนา เพราะอนุประโยคที่สองระบุการกระทำเป็นข้อความที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเน้นจุดสำคัญในภาษาพูดที่ใช้ประกาศขั้นตอนถัดไปให้สมบูรณ์: ____ we're going to change the lens.

ดูคำตอบ

What we're going to do is

Three, two, one, zero.

1:16

สาม สอง หนึ่ง ศูนย์

About 20 ft.

1:22

ประมาณ 20 ฟุต

Yeah.

1:23

ใช่

Man, the uh

1:32

โหย เอ่อ

I wonder if that was from impact or if

1:35

ผมสงสัยว่านั่นเกิดจากแรงกระแทกหรือว่า

if the bottle itself... It sucks in.

1:36

หรือตัวขวดเอง... มันถูกดูดเข้าไป

There's cavitation that appears on the top

1:39

มีปรากฏการณ์คาวิเทชัน (การเกิดโพรงไอ) ปรากฏขึ้นที่ด้านบน

if you looked at the photograph.

1:40

ถ้าคุณดูที่ภาพถ่ายนะ

Yeah?

1:42

งั้นเหรอ?

Yeah.

1:43

ใช่

All right, let's just look at the video.

1:43

เอาล่ะ เรามาดูวิดีโอกันเลยดีกว่า

All right, I have a scientific mystery

1:58

เอาล่ะ ผมมีปริศนาทางวิทยาศาสตร์

that I need your help figuring out. กริยาวลี

2:00

ที่ต้องการให้คุณช่วยหาคำตอบ

กริยาวลี

figure out: หาคำตอบด้วยการคิดหรือพิจารณาหลักฐาน

figure out หมายถึงค้นพบหรือเข้าใจคำตอบด้วยการคิด การสังเกต หรือพิจารณาหลักฐาน ในประโยคนี้ ผู้พูดขอความช่วยเหลือเพื่อหาคำอธิบายของปริศนาทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงการคำนวณตัวเลข need your help figuring out หมายถึง “ต้องการให้คุณช่วยหาคำตอบ” ในที่นี้ figuring เป็นรูป -ing และ figure กับ out รวมกันเป็นกริยาวลี

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ค้นหาสาเหตุด้วยการคิดหรือพิจารณาหลักฐาน” ลงในประโยค: We need to ____ why the hallway lights keep flickering.

ดูคำตอบ

figure out

Let's first define what an explosion is, right? ลำดับความ

2:01

ขั้นแรกเรามานิยามกันก่อนว่าการระเบิดคืออะไร ดีไหมครับ?

ลำดับความ

Let's first define what ... is: สร้างจุดเริ่มต้นร่วมกัน

รูปแบบ Let's first define what ... is ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางของการอธิบาย โดยบอกผู้ฟังว่าขั้นแรกคือตกลงความหมายของคำสำคัญให้ตรงกันก่อนจะพูดถึงสาเหตุหรือหลักฐาน first แสดงลำดับ ส่วน let's ทำให้ขั้นตอนนี้เป็นกิจกรรมร่วมกันแทนที่จะเป็นคำสั่ง ในตัวอย่าง what an explosion is เป็นคำถามแฝงที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ define คำถามแฝงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า จึงใช้ what an explosion is ไม่ใช่ what is an explosion วิธีนี้ทำให้ผู้พูดวางการนิยามไว้ในแผนการอธิบายที่ใหญ่กว่าได้

แบบฝึกหัด

เติมคำภาษาอังกฤษสามคำที่ตรงตามรูปแบบสำหรับบอกขั้นแรกของการนำเสนอ: ____ what digital privacy means before we discuss the new policy.

ดูคำตอบ

Let's first define

So basically it's a rapid formation of gas

2:04

โดยพื้นฐานแล้วมันคือการก่อตัวของก๊าซอย่างรวดเร็ว

and you have it contained in some type of mechanical device

2:07

และคุณกักเก็บมันไว้ในอุปกรณ์เชิงกลบางอย่าง

and it increases pressure

2:10

แล้วมันก็ไปเพิ่มแรงดัน

and that mechanical restraining device will eventually fail

2:11

จนในที่สุดอุปกรณ์เชิงกลที่กักเก็บนั้นก็ทนไม่ไหว

and blow outwards, correct?

2:14

และระเบิดออกด้านนอก ถูกต้องไหมครับ?

But here's the question.

2:17

แต่คำถามคือแบบนี้ครับ

After each shot, I would go find the bottle on the ground

2:18

หลังจากการถ่ายแต่ละครั้ง ผมจะไปหาขวดที่ตกอยู่บนพื้น

and the bottle would be sucked in on the top กริยาวลี

2:21

และพบว่าขวดมันยุบตัวเข้าไปที่ด้านบน

instead of blown out like you would think.

2:24

แทนที่จะพองออกด้านนอกอย่างที่คุณคิด

กริยาวลี

be sucked in ... blown out: การยุบเข้าและดันออก

ใน “would be sucked in” โครงสร้าง be + sucked เป็นรูปถูกกระทำ โดยความต่างของแรงดันทำให้ส่วนบนเคลื่อนหรือยุบเข้าด้านใน คำว่า in ระบุทิศทางเข้าด้านใน “Instead of blown out” เปรียบต่างกับผลที่คาดว่าจะเคลื่อนออกด้านนอก be ตัวเดียวกันใช้กับทั้ง sucked in และ blown out ในที่นี้ suck in อธิบายการเปลี่ยนรูปทางกายภาพ ไม่ได้หมายถึงการสูดลมหายใจหรือหลอกใคร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแรงดันรูปถูกกระทำสองวลีจากบทเรียน โดยใส่ทิศเข้าด้านในก่อน แล้วจึงทิศออกด้านนอก: “When the air inside was removed, the flexible lid would ____ rather than ____.”

ดูคำตอบ

be sucked in · be blown out

This is counterintuitive การใช้คำ

2:26

นี่มันค้านกับสามัญสำนึก

การใช้คำ

counterintuitive: ขัดกับความคาดหมายตามสัญชาตญาณ

Counterintuitive ใช้อธิบายผลลัพธ์หรือแนวคิดที่ตรงข้ามกับสิ่งที่คนทั่วไปคาดไว้จากสามัญสำนึกหรือความรู้สึกแรก คำนี้ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์นั้นเป็นเท็จ แต่ชี้ว่าความคาดหมายกับความจริงไม่ตรงกัน ดังนั้นผลลัพธ์อาจต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

งานวิจัยพบว่าการให้เครื่องจักรพักช่วงสั้น ๆ ทำให้เครื่องทำงานเสร็จโดยรวมได้มากขึ้น และผลนี้ได้รับการยืนยันแล้ว ข้อใดอธิบายได้ดีที่สุดว่าทำไมผลนี้จึง counterintuitive?

  1. ผลนี้เขียนด้วยภาษาที่เข้าใจยาก
  2. ผลนี้ตรงข้ามกับความคาดหมายที่สมเหตุสมผลว่าการทำงานโดยไม่หยุดจะเร็วกว่า แต่ผลนั้นยังอาจเป็นจริงได้
  3. มีการพิสูจน์แล้วว่าผลนี้ผิดจากข้อเท็จจริง
ดูคำตอบ

ผลนี้ตรงข้ามกับความคาดหมายที่สมเหตุสมผลว่าการทำงานโดยไม่หยุดจะเร็วกว่า แต่ผลนั้นยังอาจเป็นจริงได้

and we have to figure out why.

2:27

และเราต้องหาคำตอบว่าทำไม

My theory is that as the bottle blows up on the bottom, ลำดับความ

2:29

ทฤษฎีของผมก็คือ เมื่อขวดระเบิดที่ด้านล่าง

ลำดับความ

My theory is that: บอกว่าเป็นคำอธิบายเบื้องต้น

My theory is that ใช้นำอนุประโยคหลัง that ว่าเป็นคำอธิบายที่ผู้พูดเสนอขึ้นมา ช่วยจัดข้อมูลโดยแยกสมมติฐานออกจากสิ่งที่สังเกตโดยตรงหรือพิสูจน์แล้ว theory ในที่นี้หมายถึงสมมติฐานชั่วคราวของผู้พูด ไม่จำเป็นต้องเป็นทฤษฎีวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับแล้ว ผู้พูดกำลังสื่อว่า “นี่คือคำอธิบายในตอนนี้ของฉัน และอาจยังต้องทดสอบ”

แบบฝึกหัด

My theory is that ที่ต้นประโยคบอกอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังรายงานข้อเท็จจริงที่สังเกตโดยตรง
  2. ผู้พูดกำลังเสนอคำอธิบายเบื้องต้น
  3. ผู้พูดกำลังประกาศข้อสรุปสุดท้ายที่พิสูจน์แล้ว
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังเสนอคำอธิบายเบื้องต้น

it begins to shoot up like a rocket.

2:32

มันจะเริ่มพุ่งขึ้นไปเหมือนจรวด

And when it does this, it starts to wrinkle like grandma legs

2:34

และเมื่อเป็นเช่นนั้น มันก็เริ่มย่นเหมือนขาของคุณยาย

if you can see it as it pushes the rest of the bottle forward.

2:37

ถ้าคุณเห็นตอนที่มันดันส่วนที่เหลือของขวดไปข้างหน้า

Now, the cap has more mass than the sidewalls of the bottle.

2:40

ทีนี้ ฝาขวดมีมวลมากกว่าผนังด้านข้างของขวด

So my theory was that the bottle was pushing the cap,

2:44

ทฤษฎีของผมก็คือขวดกำลังดันฝาอยู่

but the cap weighs too much

2:48

แต่ฝามันหนักเกินไป

and so the bottle is outrunning the cap. การใช้คำ

2:49

ขวดก็เลยพุ่งนำหน้าฝาไป

การใช้คำ

outrunning the cap: เคลื่อนที่เร็วกว่าฝา

Outrunning เป็นรูป -ing ของ outrun โครงสร้างคือ outrun + กรรม: ถ้า X outruns Y หมายความว่า X เคลื่อนที่หรือพัฒนาเร็วกว่า Y ต่างจาก faster than ตรงที่ outrun รับสิ่งที่ช้ากว่าเป็นกรรมโดยตรง ในประโยคนี้ ตัวขวดถูกบรรยายว่าเคลื่อนขึ้นเร็วกว่าฝา ไม่ได้มีการแข่งขันหรือเจตนาจริง ๆ คำกริยานี้ทำให้ความต่างของความเร็วดูเหมือนการแข่งขัน เพื่อให้เห็นภาพการเคลื่อนไหวชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ารถสามารถเคลื่อนที่เร็วพอที่จะอยู่ข้างหน้าพายุที่กำลังใกล้เข้ามา?

  1. The car can fall behind the approaching storm.
  2. The car can keep pace with the approaching storm.
  3. The car can outrun the approaching storm.
ดูคำตอบ

The car can outrun the approaching storm.

Alan on the other hand disagreed with me. ลำดับความ

2:52

แต่ทางด้าน Alan ไม่เห็นด้วยกับผมครับ

ลำดับความ

on the other hand: การเกริ่นอีกด้านที่ตรงข้ามกัน

on the other hand ใช้เกริ่นมุมมองหรือตัวเลือกที่สองซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่กำลังพูดถึงอยู่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนจากคำอธิบายก่อนหน้าไปเป็นคำอธิบายที่ต่างออกไปของ Alan วลีนี้ช่วยจัดข้อมูลเป็นสองด้านเพื่อเปรียบเทียบกัน ไม่ได้หมายความว่ามุมมองที่สองผิดโดยอัตโนมัติ และใช้ได้แม้ก่อนหน้านี้จะไม่ได้พูดว่า on the one hand

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดสำหรับนำเสนอมุมมองของ Daniel ในฐานะด้านที่สองของการเปรียบเทียบ? Priya thinks the plan will save money. Daniel, ___, believes it will cost more in the long run.

  1. for example
  2. on the other hand
  3. as a result
ดูคำตอบ

on the other hand

My position is that after detonation,

2:54

จุดยืนของผมก็คือ หลังจากการจุดระเบิด

there's nothing but high pressure in the bottle. วลี

2:55

ภายในขวดจะมีแต่แรงดันสูงเท่านั้น

วลี

nothing but: ความหมายเน้นย้ำว่า “เพียง”

ในโครงสร้าง nothing but + นามวลี คำว่า nothing but หมายถึง “เพียง” หรือ “ไม่มีอะไรมากไปกว่า” ดังนั้น There's nothing but high pressure จึงบอกว่าแรงดันสูงเป็นสภาวะเดียวในขวดที่เกี่ยวข้องกับการอธิบายนี้ ในที่นี้ให้เข้าใจ nothing but เป็นวลีตายตัวหนึ่งหน่วย คำว่า but ไม่ใช่คำแสดงความขัดแย้งแบบในประโยค I tried, but I failed แต่วลีทั้งหมดเน้นอย่างชัดเจนว่ามีอยู่เพียงสิ่งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเน้นย้ำสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เพียง”: After the move, the drawer contained ____ old keys.

ดูคำตอบ

nothing but

But Alan referenced me back to some of his photos from his Flickr stream.

2:57

แต่ Alan ให้ผมกลับไปดูรูปถ่ายบางรูปจากฟีด Flickr ของเขา

He always sees bubbles after detonation, always.

3:00

เขามักจะเห็นฟองอากาศหลังการจุดระเบิดเสมอ เสมอเลยครับ

What causes bubbles to form in a liquid? ไวยากรณ์

3:04

อะไรทำให้เกิดฟองอากาศในของเหลว?

ไวยากรณ์

cause + กรรม + to-infinitive ใน “causes bubbles to form”

ในโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive ประธานบอกสาเหตุ กรรมคือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ และ to-infinitive บอกการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลตามมา ในที่นี้ bubbles เป็นกรรมและ to form เป็นผลลัพธ์ ดังนั้นคำถามจึงถามว่าอะไรทำให้ฟองปรากฏขึ้นในของเหลว form ในที่นี้เป็นกริยาอกรรม หมายถึงฟองก่อตัวขึ้น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้เชื่อมเงื่อนไขหรือเหตุการณ์กับผลลัพธ์ได้ในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ข่าว และสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cause + กรรม + to-infinitive เพื่ออธิบายผลลัพธ์ได้ถูกต้อง

  1. Cold weather can cause to freeze pipes.
  2. Cold weather can cause pipes to freeze.
  3. Cold weather can cause pipes freeze.
ดูคำตอบ

Cold weather can cause pipes to freeze.

Of course, cavitation.

3:06

แน่นอนครับ คาวิเทชัน

A phase diagram is a fancy chart that uses pressure and temperature การใช้คำ

3:08

แผนภาพเฟสคือแผนภูมิสุดล้ำที่ใช้แรงดันและอุณหภูมิ

การใช้คำ

“phase diagram” ในฐานะศัพท์วิทยาศาสตร์

phase diagram หรือแผนภาพเฟสคือแผนภูมิทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงว่าเฟสใดของสาร เช่น ของแข็ง ของเหลว หรือแก๊ส มีความเสถียรภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ แกนมักแสดงอุณหภูมิและความดัน ส่วนเส้นจะแสดงขอบเขตที่เฟสหนึ่งเปลี่ยนเป็นอีกเฟสหนึ่ง ในคำศัพท์นี้ phase หมายถึงสถานะทางกายภาพของสสาร ไม่ใช่ช่วงของโครงการหรือช่วงชีวิต การอ่านแผนภาพนี้ช่วยให้คาดการณ์สถานะของสารเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนไปได้

แบบฝึกหัด

ในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ แผนภูมิใดออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อแสดงเฟสที่เสถียรภายใต้เงื่อนไขอย่างอุณหภูมิและความดัน

  1. A phase diagram
  2. A bar chart of experiment scores
  3. A project timeline
ดูคำตอบ

A phase diagram

to describe what state the matter should be in.

3:12

เพื่ออธิบายว่าสสารควรอยู่ในสถานะใด

We're located about right here, which is 23°C.

3:14

เราอยู่ประมาณตรงนี้ ซึ่งก็คือ 23 องศาเซลเซียส

Now, there's only a couple of ways we can go from liquid over to vapor.

3:18

ทีนี้ มีเพียงไม่กี่วิธีที่เราจะเปลี่ยนจากของเหลวไปเป็นไอได้

One is we can move along the right here and increase the temperature.

3:22

วิธีหนึ่งคือเลื่อนไปทางขวาตรงนี้และเพิ่มอุณหภูมิ

I don't think we're heating the water up enough in order to do that. วลี

3:25

ผมไม่คิดว่าเราทำให้น้ำร้อนพอที่จะเกิดแบบนั้นได้

วลี

in order to do that: บอกจุดประสงค์และอ้างกลับไปยังเนื้อหาก่อนหน้า

In order to ใช้บอกจุดประสงค์ที่การกระทำหนึ่งต้องการทำให้สำเร็จ ในประโยคนี้ การเพิ่มความร้อนให้น้ำเป็นวิธีการ ส่วน do that ย้อนกลับไปหมายถึงผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือการเปลี่ยนน้ำในสถานะของเหลวให้เป็นไอ โครงสร้างคือ in order to + กริยารูปพื้นฐาน คำสรรพนามอย่าง that สามารถแทนการกระทำหรือผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้าได้ จึงต้องหาสิ่งที่มันอ้างถึงจากคำอธิบายโดยรอบ ไม่ใช่ดูเพียงกริยาที่อยู่ใกล้ที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมบอกจุดประสงค์อย่างชัดเจนจากบทเรียนนี้: We left early ____ avoid traffic.

ดูคำตอบ

in order to

So I would conclude that Alan is correct. ลำดับความ

3:28

ดังนั้นผมขอสรุปว่า Alan พูดถูกครับ

ลำดับความ

I would conclude that: ใช้เกริ่นข้อสรุปอย่างระมัดระวัง

I would conclude that ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากหลักฐานหรือการให้เหตุผลไปสู่ข้อสรุป วลีนี้จัดให้ Alan is correct เป็นผลจากการวิเคราะห์ก่อนหน้า จึงช่วยจัดลำดับข้อมูลในคำอธิบาย ในที่นี้ would ช่วยลดความเด็ดขาดของคำกล่าว ผู้พูดเสนอข้อสรุปในฐานะคำตัดสินที่ผ่านการให้เหตุผล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน และไม่ได้หมายถึงอนาคตที่มองจากอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้ข้อสรุปในปัจจุบันอย่างระมัดระวังโดยอิงจากหลักฐาน

  1. I would have concluded that the battery was faulty.
  2. I conclude that the battery is faulty.
  3. I would conclude that the battery is faulty.
ดูคำตอบ

I would conclude that the battery is faulty.

I believe we are lowering the pressure enough ไวยากรณ์

3:30

ผมเชื่อว่าเรากำลังลดแรงดันลงมากพอ

that we go beyond this vapor boundary and turn into vapor.

3:32

จนทะลุขอบเขตการเกิดไอนี้และกลายเป็นไอ

ไวยากรณ์

enough that: ถึงระดับที่เพียงพอจนเกิดผลลัพธ์

ใน lowering the pressure enough that... คำว่า enough บอกระดับของการลดความดัน หมายถึงลดความดันจนถึงระดับที่จำเป็น ไม่ได้หมายความว่าตัวความดันเองมีอยู่ “เพียงพอ” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลที่เกิดขึ้นเมื่อถึงระดับนั้น คือข้ามขอบเขตระหว่างสถานะของเหลวกับไอและกลายเป็นไอ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ verb + enough that + อนุประโยคสมบูรณ์ ซึ่งสามารถระบุได้ว่าใครหรือสิ่งใดเป็นผู้ได้รับผลนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองคำที่หมายถึง “ถึงระดับที่เพียงพอจนเกิดผลว่า”:We dimmed the lights ____ everyone could see the screen clearly.

ดูคำตอบ

enough that

And all we have to do to turn it back into a liquid is repressurize. ไวยากรณ์

3:36

และสิ่งที่เราต้องทำเพื่อให้มันกลับมาเป็นของเหลวก็แค่เพิ่มแรงดันกลับเข้าไป

ไวยากรณ์

All we have to do ... is ...: เน้นการกระทำเพียงอย่างเดียวที่จำเป็น

ใน all we have to do ... is repressurize คำว่า all หมายถึง “สิ่งเดียวที่ต้องทำ” ผู้พูดจึงนำเสนอการเพิ่มความดันอีกครั้งว่าเป็นการกระทำเพียงอย่างเดียวที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมาย ในที่นี้ repressurize หมายถึงเพิ่มความดันอีกครั้งเพื่อให้ไอกลับเป็นของเหลว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ All + ประธาน + have to do + (จุดประสงค์) + is + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อส่วนที่เน้นมี do กริยาหลัง is มักใช้รูปพื้นฐานที่ไม่มี to ดังนั้นจึงเป็น is repressurize

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าการกดปุ่มหนึ่งปุ่มคือการกระทำเพียงอย่างเดียวที่จำเป็นในการเปิดเครื่อง

  1. All we have to start the machine is press this button.
  2. All we have to do to start the machine is press this button.
  3. All we have to do to start the machine is pressing this button.
ดูคำตอบ

All we have to do to start the machine is press this button.

Okay, let's look at the cavitation.

3:39

โอเค เรามาดูคาวิเทชันกันครับ

Immediately after detonation, we're seeing bubbles all over the bottle.

3:40

ทันทีหลังจากการจุดระเบิด เราเห็นฟองอากาศเต็มขวดไปหมด

That's interesting, but 150 microseconds later on the next frame,

3:44

น่าสนใจดีครับ แต่ 150 ไมโครวินาทีต่อมาในเฟรมถัดไป

all the bubbles seem to be confined in one area. ไวยากรณ์

3:47

ฟองอากาศทั้งหมดดูเหมือนจะถูกจำกัดอยู่ในบริเวณเดียว

ไวยากรณ์

seem to be confined: การบอกสภาพกรรมวาจกอย่างระมัดระวัง

seem to บอกว่าข้อสรุปมาจากสิ่งที่ผู้พูดสังเกตเห็น ไม่ใช่หลักฐานที่ยืนยันได้ทั้งหมด จึงทำให้ข้อความระมัดระวังขึ้น กล่าวคือ ฟองอากาศดูเหมือนอยู่ในสภาพดังกล่าว be confined เป็นโครงสร้างกรรมวาจก หมายถึง “ถูกกักหรือจำกัดให้อยู่ภายในพื้นที่หนึ่ง” เมื่อนำมารวมกัน seem to be confined ใช้บอกสภาพแบบกรรมวาจกที่สังเกตเห็นแต่ยังอาจไม่แน่นอน ในที่นี้ confined หมายถึงการถูกจำกัดเชิงพื้นที่ ไม่ใช่การถูกคุมขัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานสิ่งที่เห็นได้เหมาะสมที่สุดโดยไม่ยืนยันว่าแน่นอนทั้งหมด

  1. The gas confines one chamber.
  2. The gas seems to be confined to one chamber.
  3. The gas is confined to one chamber.
ดูคำตอบ

The gas seems to be confined to one chamber.

Basically, the shock waves are bouncing off the sides of the cylindrical bottle on the inside กริยาวลี

3:49

พูดง่ายๆ ก็คือ คลื่นกระแทกสะท้อนกับผนังด้านในของขวดทรงกระบอก

and they're bouncing back toward each other

3:53

แล้วพวกมันก็สะท้อนกลับเข้าหากัน

กริยาวลี

bouncing off ... bouncing back: การกระทบและการเคลื่อนกลับ

bounce off ระบุพื้นผิวที่เกิดการสัมผัส โดยวัตถุหรือคลื่นที่กำลังเคลื่อนที่จะกระทบพื้นผิวนั้นแล้วสะท้อนออกจากพื้นผิว ใน bouncing off the sides คำว่า sides คือพื้นผิวที่ทำให้คลื่นกระแทกเปลี่ยนทิศทาง bounce back เน้นการเคลื่อนกลับหลังการกระทบหรือการสะท้อน ในที่นี้ คลื่นสะท้อนจากผนังด้านในของขวดก่อน แล้วจึงกลับเข้าหากัน off ตอบว่า “สะท้อนจากพื้นผิวใด” ส่วน back ตอบว่า “กลับไปในทิศทางใด”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ bounce off และ bounce back ในรูปอดีต: The ball hit the wall, ____ it, and ____ toward me.

ดูคำตอบ

bounced off · bounced back

and then they're interfering with each other การใช้คำ

3:55

จากนั้นก็แทรกสอดกัน

การใช้คำ

Interfering with Each Other ในฟิสิกส์ของคลื่น

ในบริบทฟิสิกส์นี้ interfering with each other หมายถึงคลื่นมาพบและซ้อนทับกัน ผลของคลื่นจะรวมกันในแต่ละจุด ทำให้ความดันหรือแอมพลิจูดเฉพาะจุดเปลี่ยนไป การแทรกสอดอาจทำให้ผลรวมแรงขึ้นในบางตำแหน่งและอ่อนลงในตำแหน่งอื่น ไม่ได้สื่อว่าคลื่นมีเจตนาขัดขวางกัน และไม่ได้หมายความว่าจะหักล้างกันหมดเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ “the waves are interfering with each other” หมายความว่าอะไร?

  1. คลื่นจงใจขัดขวางไม่ให้อีกฝ่ายเคลื่อนที่
  2. คลื่นจะต้องหายไปทั้งหมด
  3. คลื่นซ้อนทับกันและผลของคลื่นรวมเข้าด้วยกัน
ดูคำตอบ

คลื่นซ้อนทับกันและผลของคลื่นรวมเข้าด้วยกัน

and creating a low pressure spot.

3:56

จนเกิดเป็นจุดที่มีแรงดันต่ำ

I think that's pretty cool

3:59

ผมคิดว่ามันเจ๋งมากเลย

because you can already see the cap beginning to suck in.

3:59

เพราะคุณจะเห็นว่าฝาเริ่มถูกดูดเข้าไปแล้ว

On the next frame,

4:02

ในเฟรมถัดไป

you can see what I call the wrinkly grandma leg effect. ลำดับความ

4:03

คุณจะเห็นสิ่งที่ผมเรียกว่า เอฟเฟกต์ขายายย่น ครับ

ลำดับความ

What I Call: การแนะนำป้ายเรียกที่ตั้งขึ้นเอง

What I call ใช้แนะนำชื่อหรือป้ายเรียกที่ผู้พูดเลือกขึ้นเอง ในที่นี้เป็นการบอกผู้ฟังว่า “the wrinkly grandma leg effect” เป็นคำบรรยายแบบขำ ๆ ของผู้พูด ไม่ใช่ศัพท์วิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับ โครงสร้าง what I call + นามวลี ช่วยจัดระเบียบข้อมูลโดยตั้งป้ายเรียกชั่วคราวที่จำง่ายให้กับแนวคิดใหม่

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่แสดงว่า paper-fan effect เป็นป้ายเรียกที่ผู้พูดตั้งขึ้นเองให้สมบูรณ์: The folds create ____ the paper-fan effect.

ดูคำตอบ

what I call

Now, I think it's pretty interesting that the bubble is collapsing from the left to the right,

4:05

ทีนี้ ผมคิดว่ามันน่าสนใจมากที่ฟองอากาศยุบตัวจากซ้ายไปขวา

which might mean that's a compression wave going towards the front of the bottle. ลำดับความ

4:09

ซึ่งอาจหมายความว่านั่นคือคลื่นความดันที่กำลังมุ่งไปที่ส่วนหน้าของขวด

ลำดับความ

which might mean: แสดงข้อสรุปเบื้องต้น

ในประโยคนี้ which อ้างกลับไปถึงข้อสังเกตทั้งหมดที่ว่าฟองกำลังยุบตัวจากซ้ายไปขวา ไม่ได้หมายถึงเฉพาะวลีที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่าง the right วลี might mean เปลี่ยนข้อสังเกตนั้นให้เป็นข้อสรุปเบื้องต้น รูปแบบดังกล่าวอาจเป็นหลักฐานของคลื่นอัด แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าได้รับการพิสูจน์แล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “ข้อสังเกต + which might mean + คำอธิบายที่เป็นไปได้”

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ทำให้ข้อสรุปฟังดูระมัดระวัง: The office lights are off, _____ everyone has gone home.

  1. which means
  2. which might mean
  3. which proves
ดูคำตอบ

which might mean

But what's confusing to me ไวยากรณ์

4:13

แต่สิ่งที่ทำให้ผมสับสนก็คือ

is the cap of the bottle is still being sucked in.

4:14

ฝาขวดก็ยังคงถูกดูดเข้าไปอยู่ดี

ไวยากรณ์

what's confusing to me is: เน้นปัญหาที่เฉพาะเจาะจง

What's confusing to me หมายถึง “the thing that is confusing to me” โดยอนุประโยค what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน และ is อีกตัวที่ตามมาจะนำเข้าสู่ประเด็นที่เป็นปัญหาโดยตรง โครงสร้างนี้ช่วยเน้นการสนทนาไปที่ประเด็นหนึ่งซึ่งยังไม่ได้รับคำตอบ แทนที่จะพูดกว้าง ๆ ว่า I don't understand เมื่อเนื้อหาที่ตามมาเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ การเติม that จะทำให้โครงสร้างชัดเจนเป็นพิเศษ: What's confusing to me is that the cap is still being sucked in.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเน้นประเด็นเป้าหมาย โดยต้องมี that: ____ the schedule lists two different starting times.

ดูคำตอบ

What's confusing to me is that

So I convinced Alan to do a self-portrait with me,

4:17

ผมเลยโน้มน้าวให้ Alan มาถ่ายวิดีโอเซลฟี่กับผม

but what I didn't realize is this self-portrait would reveal more information ลำดับความ

4:19

แต่สิ่งที่ผมไม่ได้ตระหนักเลยก็คือ วิดีโอเซลฟี่นี้จะเปิดเผยข้อมูล

than any of the other videos.

4:22

มากกว่าวิดีโออื่นๆ เสียอีก

ลำดับความ

ใช้ What I didn't realize is ... เพื่อเปิดเผยสิ่งที่เพิ่งรู้ภายหลัง

What I didn't realize is ... เป็นกรอบประโยคสำหรับย้อนกลับไปเปิดเผยสิ่งที่เพิ่งทราบภายหลัง ผู้พูดมองย้อนจากปัจจุบันไปยังอดีตและระบุสิ่งที่ตนยังไม่รู้ในเวลานั้น ในที่นี้ realize หมายถึง 'ตระหนักหรือรู้ขึ้นมา' ไม่ใช่ 'บรรลุผล' หรือ 'ทำให้บางอย่างเกิดขึ้น' อนุประโยค what จะเว้นข้อมูลที่ยังขาดไว้ก่อน แล้ว is จึงนำข้อมูลนั้นมาเสนอเป็นประเด็นใหม่ที่สำคัญ รูปแบบ What I didn't realize is (that) + อนุประโยค ทำให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสิ่งที่รู้ก่อนและหลัง จึงมักใช้ส่งสัญญาณถึงจุดพลิกผันในเรื่องราวหรือคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบการเล่าเรื่องที่ย้อนถึงสิ่งที่ไม่รู้มาก่อนและนำไปสู่การค้นพบในภายหลัง: ____ that the door had locked behind me.

ดูคำตอบ

What I didn't realize is

At the point of detonation,

4:24

ณ จุดที่เกิดการระเบิด

clearly we have high pressure in the bottle.

4:25

เห็นได้ชัดว่าเรามีแรงดันสูงในขวด

Then you can see the lid suck in

4:27

จากนั้นคุณจะเห็นฝาถูกดูดเข้าไป

and then check that out, the lid shoots off. น้ำเสียง/เจตนา

4:29

แล้วดูนั่นสิ ฝากระเด็นหลุดออกไปเลย

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Check that out เพื่อเรียกความสนใจแบบไม่เป็นทางการ

Check that out เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกความสนใจ ในที่นี้หมายถึง 'ดูนั่นสิ' หรือ 'สังเกตนั่น' เพราะผู้พูดต้องการให้ผู้ชมเห็นฝาที่พุ่งหลุดออกมาอย่างกะทันหัน that ชี้ไปยังสิ่งของหรือเหตุการณ์ ส่วน out ทำให้กริยาวลี check out สมบูรณ์ ในการใช้เพื่อเรียกความสนใจนี้ วลีดังกล่าวอาจแสดงความสนใจ ความประหลาดใจ หรือความตื่นเต้น ไม่ได้ขอให้อีกฝ่ายตรวจสอบว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณชี้ไปที่ก้อนเมฆรูปร่างแปลก เติมคำเรียกความสนใจแบบไม่เป็นทางการให้สมบูรณ์: ____—it looks like a dragon!

ดูคำตอบ

Check that out

So that implies to me that you have low pressure and then high pressure. ลำดับความ

4:33

นั่นบอกเป็นนัยกับผมว่า คุณมีแรงดันต่ำแล้วตามด้วยแรงดันสูง

ลำดับความ

that implies to me that: จากหลักฐานสู่ข้อสรุปส่วนตัว

That ย้อนกลับไปอ้างถึงสิ่งที่เพิ่งสังเกตไป โครงสร้าง That implies to me that + อนุประโยค นำเสนอใจความถัดไปว่าเป็นข้อสรุปที่มีข้อสังเกตนั้นสนับสนุน ไม่ใช่สิ่งที่เห็นโดยตรงหรือพิสูจน์แล้วอย่างสมบูรณ์ To me แสดงว่าข้อสรุปนั้นเป็นการตีความของผู้พูด จึงทำให้การให้เหตุผลฟังดูระมัดระวังและเป็นมุมมองส่วนตัวมากขึ้น เพราะคนอื่นอาจตีความหลักฐานเดียวกันต่างออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบห้าคำที่ขึ้นต้นด้วย That ใช้ implies และใช้ to me เพื่อแสดงว่าข้อสรุปเป็นมุมมองของคุณเอง: The security light came on at midnight. ____ someone entered the yard.

ดูคำตอบ

That implies to me that

Once the fluid is blown out of the bottom of that bottle, ไวยากรณ์

4:37

เมื่อของไหลถูกเป่าออกจากก้นขวดนั้น

it begins to pull fluid out of the top of the bottle with it.

4:40

มันก็จะเริ่มดึงของไหลที่อยู่ด้านบนของขวดออกมาด้วย

ไวยากรณ์

Once ..., it begins to ...: ลำดับที่เริ่มจากตัวกระตุ้น

Once + อนุประโยค ระบุว่าเหตุการณ์แรกเป็นจุดที่ทำให้หรือกระตุ้นให้ขั้นตอนต่อไปเกิดขึ้น ในที่นี้ is blown out เป็นรูปถูกกระทำ เพราะคำอธิบายเน้นของไหลและกระบวนการ ไม่ได้เน้นว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ดันมันออกไป อนุประโยคหลัก it begins to pull ... บอกว่าการกระทำถัดไปเริ่มหลังจากจุดกระตุ้นนั้น รูปแบบ Once A happens, B begins to happen เหมาะสำหรับอธิบายกลไกและกระบวนการทีละขั้น และในประโยคนี้ลำดับเวลาก็สื่อความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอเหตุการณ์แรกว่าเป็นตัวกระตุ้น และบอกว่าการกระทำที่สองเริ่มขึ้นถัดมา

  1. Once the valve opens, water begins to flow through the pipe.
  2. While the valve is open, water continues to sit in the pipe.
  3. Water begins to flow through the pipe, so the valve opens afterward.
ดูคำตอบ

Once the valve opens, water begins to flow through the pipe.

So we have an oscillation in pressure. การใช้คำ

4:44

ดังนั้นเราจึงเกิดการแกว่งกวัดของแรงดัน

การใช้คำ

oscillation in pressure: ความดันเพิ่มขึ้นและลดลงซ้ำ ๆ

ในประโยคนี้ “oscillation in pressure” หมายถึงความดันเพิ่มขึ้นและลดลงซ้ำ ๆ แทนที่จะเปลี่ยนไปในทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่อง ปริมาณที่เปลี่ยนคือความดัน ไม่จำเป็นต้องมีวัตถุใดแกว่งไปมาจนมองเห็นได้ ในคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ รูปแบบ “oscillation in + quantity” ใช้แสดงการเปลี่ยนแปลงซ้ำรอบระดับหนึ่งหรือสลับระหว่างสถานะต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

วลีใดเหมาะกับสถานการณ์นี้มากที่สุด? “The pressure rises, falls, and rises again in a repeating pattern.”

  1. a steady increase in pressure
  2. an oscillation in pressure
  3. a one-time change in pressure
ดูคำตอบ

an oscillation in pressure

Where have we seen something like that before? ลำดับความ

4:46

เราเคยเห็นอะไรแบบนี้ที่ไหนมาก่อนนะ?

ลำดับความ

Where have we seen something like that before?: คำถามเชื่อมไปสู่การเปรียบเทียบ

คำถาม “Where have we seen something like that before?” ไม่ได้มุ่งถามสถานที่ทางกายภาพเป็นหลัก ในที่นี้ where หมายถึง “ในตัวอย่างหรือสถานการณ์ใดที่เราคุ้นเคย” ส่วน something like that หมายถึงรูปแบบหรือกลไกที่คล้ายกัน เมื่อใช้เป็นคำถามเชื่อมเนื้อหา ประโยคนี้ชวนผู้ฟังนำแนวคิดใหม่ไปเชื่อมกับความรู้เดิม ผู้พูดอาจถามก่อนยกสิ่งหนึ่งมาเปรียบเทียบ และคำตอบอาจเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สถานที่

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อถามว่า “Where have we seen something like that before?”

  1. ถามตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของเหตุการณ์ก่อนหน้า
  2. ชวนผู้ฟังเชื่อมแนวคิดใหม่กับตัวอย่างที่คุ้นเคย
  3. ถามว่าเหตุการณ์ปัจจุบันเริ่มขึ้นเมื่อใด
ดูคำตอบ

ชวนผู้ฟังเชื่อมแนวคิดใหม่กับตัวอย่างที่คุ้นเคย

Sometimes when I'm drinking with a straw,

4:48

บางครั้งเวลาผมใช้หลอดดูดน้ำ

I like to put my finger over the end of the straw วลี

4:49

ผมชอบเอานิ้วไปอุดที่ปลายหลอด

วลี

Put my finger over the end of the straw: ใช้นิ้วปิดปลายหลอด

ในที่นี้ put my finger over the end of the straw หมายถึงวางนิ้วให้ปิดและอุดช่องเปิดของหลอด คำว่า over สื่อถึงการปิดคลุมและสัมผัส ไม่ใช่ให้นิ้วลอยอยู่สูงกว่าช่องเปิด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ put + สิ่งของหรือส่วนของร่างกาย + over + ช่องเปิด รูปแบบนี้ใช้เมื่อการกระทำปิดหรืออุดช่องเปิดไว้ชั่วคราว

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หมายถึงนิ้วปิดช่องเปิดให้ประโยคภาษาอังกฤษสมบูรณ์: To keep the water in the tube, put your finger ____ the end.

ดูคำตอบ

over

and bring the fluid up out of the cup.

4:51

แล้วดึงของเหลวขึ้นมาจากแก้ว

And then I'll release my finger

4:54

จากนั้นผมก็จะปล่อยนิ้ว

and watch what the liquid does.

4:55

และดูว่าของเหลวจะเป็นยังไง

It oscillates.

4:57

มันจะแกว่งขึ้นลงครับ

That's pretty cool and I think that's caused by fluid momentum การใช้คำ

4:58

เจ๋งดีนะ ผมคิดว่านั่นเกิดจากโมเมนตัมของของไหล

or the inertia of the fluid itself.

5:02

หรือความเฉื่อยของตัวของไหลเอง

การใช้คำ

Fluid momentum กับ inertia of the fluid: โมเมนตัมและความเฉื่อย

Fluid momentum คือโมเมนตัมของของไหลที่กำลังเคลื่อนที่ สำหรับของไหลปริมาณหนึ่ง แบบจำลองอย่างง่ายคือ มวล × ความเร็ว ส่วน inertia of the fluid คือแนวโน้มของของไหลที่จะต้านการเปลี่ยนแปลงสภาวะการเคลื่อนที่ของตน แนวคิดทั้งสองเกี่ยวข้องกันในที่นี้ เพราะลำของไหลที่กำลังเคลื่อนที่มีแนวโน้มจะเคลื่อนที่ต่อไป คำว่า or ของผู้พูดเป็นการกล่าวใหม่แบบคร่าว ๆ แต่ไม่ได้ทำให้ momentum กับ inertia เป็นคำที่มีความหมายเหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดใช้ momentum และ inertia ได้ถูกต้อง

  1. “Momentum” คือปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของของไหล ส่วน “inertia” คือการต้านการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่
  2. “Momentum” และ “inertia” เป็นคำที่มีความหมายเหมือนกันทุกประการในทุกบริบททางฟิสิกส์
  3. ของไหลมี “momentum” แม้จะอยู่นิ่งสนิท แต่ไม่มี “inertia”
ดูคำตอบ

“Momentum” คือปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของของไหล ส่วน “inertia” คือการต้านการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่

So this momentum effect of fluid applies to what we're doing too. วลี

5:04

ดังนั้นผลจากโมเมนตัมของของไหลนี้ ก็ประยุกต์ใช้กับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ได้เช่นกัน

วลี

applies to: บอกว่ากฎหรือผลหนึ่งเกี่ยวข้องและใช้ได้

ในประโยคนี้ applies to หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “ใช้ได้กับ” ผู้พูดนำผลทั่วไปที่เกี่ยวกับโมเมนตัมของของไหลมาอธิบายว่า ผลเดียวกันนี้ใช้ได้กับสถานการณ์ที่กำลังพูดถึงด้วย รูปแบบคือ something applies to someone or something โดยกฎ หลักการ ผล หรือเงื่อนไขมักเป็นประธาน ส่วนบุคคลหรือกรณีที่สิ่งนั้นครอบคลุมจะตามหลัง to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “เกี่ยวข้องและใช้ได้กับ”: The new parking rule does not ____ bicycles.

ดูคำตอบ

apply to

As the fluid is blown out of the bottom of that bottle,

5:07

ขณะที่ของไหลถูกเป่าออกจากก้นขวดนั้น

you can see that it starts to pull liquid out of the top of the bottle

5:09

คุณจะเห็นว่ามันเริ่มดึงของเหลวออกจากด้านบนของขวด

and collapse the sidewalls of the bottle.

5:13

และทำให้ผนังด้านข้างของขวดยุบตัวลง

That's pretty cool too.

5:15

นั่นก็เจ๋งสุดๆ ไปเลย

So seriously, thanks for your time.

5:17

บอกจริงๆ นะ ขอบคุณสำหรับเวลาของคุณครับ

It's way more fun to think this through with you. โน้ต

5:18

มันสนุกกว่าเยอะเลยที่ได้คิดเรื่องนี้ไปพร้อมกับคุณ

การใช้คำ

way more fun: การเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการที่เน้นมาก

ในที่นี้ way ใช้เพิ่มน้ำหนักให้วลีขั้นกว่า more fun โดย way more fun หมายถึง “สนุกกว่ามาก” ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าการคิดไปด้วยกันทำให้เรื่องนี้สนุกขึ้นมาก ในการใช้นี้ way จะอยู่หน้ารูปขั้นกว่าโดยตรง เช่น way more useful, way faster หรือ way better และแสดงถึงความแตกต่างที่มาก ไม่ได้หมายถึง “ทาง” หรือ “วิธี”

แบบฝึกหัด

ใช้คำเน้นแบบไม่เป็นทางการสองคำจากบทเรียนนี้: This puzzle is ____ difficult than the last one.

ดูคำตอบ

way more

กริยาวลี

think this through: พิจารณาทุกขั้นตอนและผลที่ตามมา

ในประโยคนี้ think this through หมายถึงการตรวจสอบภาพและเหตุผลอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงแต่ละขั้นตอนและข้อสรุปที่อาจเป็นไปได้ through สื่อถึงกระบวนการคิดที่ครบถ้วน ไม่ใช่การเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่จริง โครงสร้างคือ think + กรรม + through หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ปกติจะวางไว้ตรงกลาง เช่น think it through

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “พิจารณาเรื่องนี้อย่างครบถ้วน” โดยใช้ this เป็นกรรม: This is an important decision. Let's ____ before we sign anything.

ดูคำตอบ

think this through

Anyway, if you want the high speed footage,

5:20

ยังไงก็ตาม ถ้าคุณอยากได้วิดีโอความเร็วสูง

feel free to download it. น้ำเสียง/เจตนา

5:21

ก็ดาวน์โหลดได้ตามสบายเลยนะครับ

น้ำเสียง/เจตนา

feel free to: ให้อนุญาตโดยไม่กดดัน

Feel free to download it เป็นวิธีพูดอย่างเป็นมิตรว่าอนุญาตให้ดาวน์โหลดได้ และผู้ฟังเป็นคนเลือกเองทั้งหมดว่าจะทำหรือไม่ สำนวนนี้ช่วยลดแรงกดดันและไม่ใช่คำสั่ง โครงสร้างคือ feel free to + กริยารูปพื้นฐาน โดย free ในที่นี้หมายถึงไม่มีข้อจำกัด ดังนั้นตัวสำนวนเองไม่ได้หมายความว่าการดาวน์โหลดไม่มีค่าใช้จ่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่ขึ้นต้นด้วย feel และใช้ให้อนุญาตอย่างเป็นมิตรโดยไม่กดดัน: If you need another copy, ____ take one.

ดูคำตอบ

feel free to

Draw me some pictures

5:22

วาดรูปให้ผมดูหน่อย

and show me what you think the shock waves are doing on the video.

5:23

และบอกผมทีว่าคุณคิดว่าคลื่นกระแทกกำลังทำอะไรในวิดีโอ

This guy did it.

5:26

ผู้ชายคนนี้ทำมาแล้วครับ

I don't think he's exactly right,

5:27

ผมไม่คิดว่าเขาถูกเป๊ะๆ หรอกนะ

but he took a good stab at it. สำนวน

5:29

แต่เขาก็พยายามได้ดีมากเลย

สำนวน

took a good stab at it: ชื่นชมความพยายาม

take a stab at something หมายถึง “ลองทำบางสิ่ง” โดยเฉพาะเมื่อไม่แน่ใจว่าจะทำได้ถูกต้องหรือไม่ ในที่นี้ stab ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัวว่า “แทง” และไม่ได้สื่อถึงการใช้มีด ในประโยคนี้ good ชื่นชมคุณภาพของความพยายามหรือแรงที่ลงไป ผู้พูดจึงบอกได้ว่าคำตอบยังไม่ถูกต้องทั้งหมด พร้อมกับยอมรับว่าเป็นความพยายามที่น่าชื่นชม

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “he took a good stab at it” หมายความว่าอย่างไร?

  1. เขาพยายามได้อย่างน่าชื่นชม แม้ว่าผลลัพธ์จะยังไม่ถูกต้องทั้งหมด
  2. เขาใช้มีดโจมตีปัญหานั้นจริง ๆ
  3. เขาให้คำตอบที่ถูกต้องทั้งหมดโดยไม่ต้องพยายาม
ดูคำตอบ

เขาพยายามได้อย่างน่าชื่นชม แม้ว่าผลลัพธ์จะยังไม่ถูกต้องทั้งหมด

I'm Destin,

5:30

ผม Destin

you're getting smarter every day.

5:31

คุณกำลังฉลาดขึ้นในทุกๆ วัน

Have a good one. วลี

5:32

ขอให้เป็นวันที่ดีครับ

วลี

Have a good one: คำบอกลาแบบเป็นกันเอง

Have a good one เป็นคำบอกลาแบบเป็นกันเองและเป็นมิตร one ตั้งใจใช้แบบกว้าง ๆ โดยสถานการณ์จะช่วยให้เข้าใจว่าหมายถึงขอให้มีวันที่ดี ช่วงเย็นที่ดี วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดี หรือมีช่วงเวลาที่เหลืออย่างราบรื่น ปกติไม่ต้องระบุว่า one หมายถึงอะไรอย่างแน่นอน ประโยคนี้ใช้ปิดบทสนทนาอย่างอบอุ่น ไม่ได้หมายถึงการขอให้อีกฝ่ายได้รับสิ่งของบางอย่างที่ไม่ได้ระบุ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดสำหรับพูดว่า “Have a good one”?

  1. จบบทสนทนาแบบสบาย ๆ กับเพื่อนร่วมงาน
  2. เริ่มการนำเสนออย่างเป็นทางการต่อหน้าผู้ฟังจำนวนมาก
  3. ถามพนักงานร้านว่าควรซื้อสินค้าชิ้นใดเพียงชิ้นเดียว
ดูคำตอบ

จบบทสนทนาแบบสบาย ๆ กับเพื่อนร่วมงาน

One, zero.

5:34

หนึ่ง ศูนย์

By the way,

5:37

อีกอย่างนะครับ

Alan Sailer grows very good apricots.

5:37

Alan Sailer ปลูกแอปริคอตได้อร่อยมากเลยล่ะ

The Russians have developed a way to use

5:40

ชาวรัสเซียได้พัฒนาวิธีใช้

cavitation to create a bubble on the front of the torpedo.

5:41

คาวิเทชันเพื่อสร้างฟองอากาศที่ส่วนหน้าของตอร์ปิโด

This is called super cavitation. การใช้คำ

5:44

สิ่งนี้เรียกว่า ซูเปอร์คาวิเทชัน

การใช้คำ

super cavitation: โพรงไอที่ช่วยลดแรงต้าน

ในที่นี้ super cavitation เป็นศัพท์เทคนิคที่หมายถึงสภาวะซึ่งมีโพรงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยไอน้ำห่อหุ้มวัตถุใต้น้ำที่เคลื่อนที่เร็วเกือบทั้งหมด วัตถุจึงเคลื่อนที่ผ่านไอน้ำเป็นหลักแทนที่จะผ่านน้ำในสถานะของเหลว ทำให้ได้รับแรงต้านน้อยลงมาก คำนี้ต่อยอดจาก cavitation ซึ่งคือการเกิดโพรงไอในของเหลวเมื่อความดันลดลง Super- บอกว่าเป็นโพรงขนาดใหญ่ที่จงใจรักษาไว้ ไม่ได้หมายความเพียงว่าคาวิเทชันนั้น “ดีมาก”

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ super cavitation มากที่สุด

  1. สูบฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมากไปด้านหลังวัตถุเพื่อเพิ่มแรงขับ
  2. โพรงไอขนาดใหญ่หนึ่งโพรงห่อหุ้มวัตถุใต้น้ำเกือบทั้งหมด ทำให้วัตถุสัมผัสกับน้ำในสถานะของเหลวน้อยลง
  3. ทำให้พื้นผิวโลหะของวัตถุเย็นลงจนน้ำรอบ ๆ แข็งตัว
ดูคำตอบ

โพรงไอขนาดใหญ่หนึ่งโพรงห่อหุ้มวัตถุใต้น้ำเกือบทั้งหมด ทำให้วัตถุสัมผัสกับน้ำในสถานะของเหลวน้อยลง

If you fly the torpedo in that bubble,

5:46

ถ้าคุณปล่อยตอร์ปิโดให้แล่นไปในฟองอากาศนั้น

you have way less drag and you can move that torpedo way fast.

5:48

คุณจะมีแรงต้านน้อยลงมาก และทำให้ตอร์ปิโดเคลื่อนที่ได้เร็วสุดๆ