ความดันโลหิตทำงานอย่างไร - Wilfred Manzano: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
561 คำ 145 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: อธิบายว่าความดันโลหิตเกิดขึ้นอย่างไร ความดันสูงเรื้อรังทำลายหลอดเลือดแดงจนเกิดคราบพลัค ลิ่มเลือด หัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างไร และการขยายหลอดเลือดกับขดลวดช่วยฟื้นการไหลเวียนของเลือดอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. If you lined up / they'd be — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าเงื่อนไขนี้ใช้คำนวณจากสถานการณ์สมมติ ไม่ได้หมายความว่ามีคนนำหลอดเลือดมาเรียงจริง ๆ คุณจึงนำรูปแบบเดียวกันไปใช้ตั้งเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริง แล้วคาดคะเนขนาด ปริมาณ หรือผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจได้ 2. latch on — กริยาวลี: สังเกตว่ากริยาวลีนี้บรรยายไขมันและคอเลสเตอรอลที่เกาะบริเวณหลอดเลือดแดงซึ่งบาดเจ็บ คุณยังตีความได้เมื่อกล่าวถึงการยึดติดทางกายภาพ และเมื่อบริบทเหมาะสม ก็ใช้กับการรับแนวคิดหนึ่งไว้หรือการคว้าโอกาสได้ด้วย 3. a procedure called an angioplasty. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้วิธีใช้คำทั่วไปตามด้วย called เพื่อแนะนำชื่อที่เฉพาะเจาะจงของหัตถการทางการแพทย์ รูปแบบนี้ช่วยให้คุณตามคำอธิบายเชิงผู้เชี่ยวชาญได้ และแนะนำศัพท์เทคนิคที่ไม่คุ้นเคยอย่างชัดเจนก่อนอธิบายหน้าที่ของมัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

If you lined up all the blood vessels in your body, โน้ต

0:06

หากคุณนำหลอดเลือดทั้งหมดในร่างกายมาต่อกัน

they'd be 95,000 km long.

0:11

มันจะมีความยาวถึง 95,000 กิโลเมตร

ไวยากรณ์

If you lined up ... they'd be: เงื่อนไขและผลลัพธ์สมมติ

If you lined up ... ตั้งเงื่อนไขที่จินตนาการขึ้น ส่วน they'd be ... บอกผลลัพธ์ที่จินตนาการตามมา ผู้พูดกำลังใช้การทดลองทางความคิด ไม่ได้บอกว่ามีคนจัดเรียงหลอดเลือดจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ If + ประธาน + รูปอดีต, ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ lined up แสดงว่าสถานการณ์ห่างจากความเป็นจริง และ they'd ย่อมาจาก they would รูปอดีตนี้ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสมมติด้วยรูปอดีตของ stack และรูปย่อของ they would: If you ____ all these boxes, ____ reach the ceiling.

ดูคำตอบ

stacked · they'd

กริยาวลี

lined up: จัดคนหรือสิ่งของให้เป็นแถว

Line up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงจัดคนหรือสิ่งของให้เป็นแถวหรือเป็นเส้นตรง ในประโยคนี้ you lined up all the blood vessels หมายถึงจินตนาการว่านำหลอดเลือดทั้งหมดมาวางต่อปลายกันเป็นเส้นยาวต่อเนื่อง เพื่อบอกความยาวทั้งหมด กริยานี้มีกรรมตามหลังได้ เช่น line up the chairs และใช้โดยไม่มีกรรมได้เมื่อคนหรือสิ่งของตั้งเป็นแถว เช่น The runners lined up ในที่นี้ up เป็นส่วนหนึ่งของกริยา ส่วน line ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงเส้น

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งด้วยกริยาวลีที่หมายถึงจัดให้เป็นแถว: Please ____ the toy cars from shortest to tallest.

ดูคำตอบ

line up

And every day, they carry the equivalent วลี

0:15

และในแต่ละวัน หลอดเลือดเหล่านี้จะลำเลียงเลือด

of over 7,500 L of blood.

0:17

เทียบเท่ากับปริมาณมากกว่า 7,500 ลิตร

วลี

the equivalent of สำหรับเปรียบเทียบปริมาณ

ในที่นี้ the equivalent of ใช้บอกปริมาณที่เท่ากับตัวเลขหลัง of ในด้านที่กำลังเปรียบเทียบ ปริมาณรวมต่อวันมากกว่า 7,500 ลิตร แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายมีเลือดมากเท่านั้นอยู่พร้อมกัน โครงสร้าง the equivalent of + คำนามหรือปริมาณ ช่วยเปลี่ยนตัวเลขให้เป็นการเปรียบเทียบที่นึกภาพง่ายขึ้น Equivalent หมายถึงเท่ากันในด้านที่กำลังวัด ไม่ใช่เหมือนกันทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ปริมาณที่เท่ากับ”: The battery can store ____ three days of electricity for the cabin.

ดูคำตอบ

the equivalent of

Though that's actually the same 4 or 5 L ลำดับความ

0:21

แม้ว่าจริงๆ แล้วมันจะเป็นเลือด 4 หรือ 5 ลิตรเดิม

recycled over and over, วลี

0:25

ที่ถูกหมุนเวียนใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ลำดับความ

Though that's actually... เพื่อแก้ไขความประทับใจ

Though เริ่มการยอมรับบางส่วน โดยยอมรับว่าปริมาณรวมต่อวันที่กล่าวก่อนหน้านี้ถูกต้อง แต่ส่งสัญญาณว่าภาพแรกที่ผู้ฟังนึกไว้ต้องมีข้อจำกัด That's actually จากนั้นจึงให้ข้อมูลที่แก้ความเข้าใจ คือปริมาณรวมนั้นมาจากเลือด 4 หรือ 5 ลิตรเดิมที่หมุนเวียนซ้ำ ไม่ใช่เลือดคนละส่วนจำนวนหลายพันลิตร รูปแบบนี้จัดคำอธิบายเป็น “ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ แล้วตามด้วยข้อจำกัด” ทำให้ข้อความแรกแม่นยำขึ้น แทนที่จะบอกว่าข้อความนั้นผิด

แบบฝึกหัด

หลังจากผู้พูดกล่าวว่า “Though that's actually...” ผู้ฟังควรคาดว่าจะได้ยินอะไรต่อไป?

  1. การแก้ไขหรือจำกัดความประทับใจก่อนหน้า
  2. หลักฐานว่าข้อความก่อนหน้าไม่ต้องมีคำอธิบาย
  3. หัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
ดูคำตอบ

การแก้ไขหรือจำกัดความประทับใจก่อนหน้า

วลี

over and over: ซ้ำหลายครั้ง

over and over เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงซ้ำ ๆ หรือหลายครั้ง ใน recycled over and over วลีนี้บอกว่าเลือดชุดเดิมยังคงหมุนเวียนต่อไป ไม่ได้ถูกใช้เพียงครั้งเดียว วลีนี้มักอยู่หลังการกระทำที่ขยายความ ให้อ่านเป็นหน่วยเดียว เพราะ over ทั้งสองคำในที่นี้ไม่ได้มีความหมายแยกจากกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ over and over เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงการกระทำเดิมเกิดขึ้นซ้ำ ๆ

  1. The machine checks the same code over and over.
  2. The game is over, and everyone is going home.
  3. The plane flew over the city and over the mountains.
ดูคำตอบ

The machine checks the same code over and over.

delivering oxygen and precious nutrients วลี

0:27

เพื่อส่งออกซิเจนและสารอาหารที่มีค่า

like glucose and amino acids to the body's tissues.

0:29

อย่างเช่นกลูโคสและกรดอะมิโนไปยังเนื้อเยื่อในร่างกาย

วลี

deliver X to Y: ส่ง X ไปยังจุดหมาย

ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง deliver X to Y โดย X คือ oxygen and precious nutrients และ Y คือ the body's tissues ในที่นี้ deliver หมายถึงการขนส่งหรือส่งบางสิ่งไปยังจุดหมาย ไม่ได้หมายถึงแค่การส่งพัสดุให้ใครบางคน โครงสร้างนี้ยังใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่ออธิบายยา น้ำ พลังงาน หรือข้อมูลที่เคลื่อนผ่านระบบ จุดหมายหรือผู้รับจะอยู่หลัง to

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปในโครงสร้าง deliver X to Y: The inhaler delivers medicine ____ the lungs.

ดูคำตอบ

to

All that blood exerts a force วลี

0:34

เลือดทั้งหมดนั้นสร้างแรงดัน

on the muscular walls of the blood vessels.

0:37

กระทำต่อผนังกล้ามเนื้อของหลอดเลือด

วลี

exerts a force on: ออกแรงทางกายภาพต่อสิ่งหนึ่ง

exerts a force on หมายถึง “ออกแรงทางกายภาพต่อ……” ในโครงสร้าง A exerts a force on B นั้น A คือแหล่งกำเนิดแรง ส่วน B คือสิ่งที่รับแรง ในประโยคนี้ A คือเลือด และ B คือผนังหลอดเลือดที่เป็นกล้ามเนื้อ สำนวนนี้มีประโยชน์ในการอธิบายกลไก เพราะระบุทั้งแรงและสิ่งที่แรงนั้นกระทำต่อ ในประโยคนี้ แรงดังกล่าวเป็นพื้นฐานของแนวคิดเรื่องความดันโลหิต

แบบฝึกหัด

เติมประโยควิทยาศาสตร์ด้วยสำนวนเป้าหมาย: A magnet ____ an iron nail.

ดูคำตอบ

exerts a force on

That force is called blood pressure,

0:40

แรงดันนั้นเรียกว่าความดันโลหิต

and it rises and falls with the phases of the heartbeat. วลี

0:42

และมันจะสูงขึ้นและต่ำลงตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

วลี

rises and falls with: เพิ่มขึ้นและลดลงไปพร้อมกับสิ่งหนึ่ง

rises and falls with หมายถึง “เพิ่มขึ้นและลดลงเมื่ออีกกระบวนการหนึ่งเปลี่ยนแปลง” ประธานของประโยคบอกปริมาณที่เปลี่ยนแปลง ส่วน with นำหน้าวงจรหรือปัจจัยที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงนั้น ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวบอกว่าความดันโลหิตสูงขึ้นและต่ำลงในช่วงต่าง ๆ ของการเต้นของหัวใจ with จึงหมายถึง “ไปพร้อมกับ” หรือ “ตามที่……เปลี่ยน” ไม่ได้หมายถึง “ใช้”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “เพิ่มขึ้นและลดลงเมื่ออีกปัจจัยหนึ่งเปลี่ยนแปลง”: The cost of a hotel room ____ seasonal demand.

ดูคำตอบ

rises and falls with

It's highest during systole, การใช้คำ

0:46

มันจะสูงที่สุดในช่วงหัวใจบีบตัว

when the heart contracts to force blood through the arteries.

0:49

เมื่อหัวใจหดตัวเพื่อดันเลือดผ่านหลอดเลือดแดง

การใช้คำ

systole: ช่วงที่หัวใจบีบตัว

Systole เป็นคำศัพท์ทางการแพทย์ที่หมายถึงช่วงที่กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวและดันเลือดเข้าสู่หลอดเลือดแดง ในประโยคนี้ ความดันโลหิตสูงที่สุดในช่วงดังกล่าว คำนี้ใช้เรียกช่วงหนึ่งโดยเฉพาะของวงจรการเต้นของหัวใจ ไม่ใช่คำบอกเวลาทั่วไป คำคุณศัพท์ที่เกี่ยวข้องคือ systolic เช่น systolic pressure หมายถึงความดันที่วัดได้ในช่วง systole

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ systole หมายถึงอะไร

  1. ช่วงที่หัวใจคลายตัวระหว่างการบีบตัว
  2. ช่วงเวลาทั่วไปที่เลือดไหลเวียนในร่างกาย
  3. ช่วงที่หัวใจบีบตัวและดันเลือดเข้าสู่หลอดเลือดแดง
ดูคำตอบ

ช่วงที่หัวใจบีบตัวและดันเลือดเข้าสู่หลอดเลือดแดง

This is your systolic blood pressure.

0:52

นี่คือความดันโลหิตตัวบน (systolic) ของคุณ

When the heart is at rest between beats, วลี

0:55

เมื่อหัวใจพักในระหว่างจังหวะการเต้น

blood pressure falls to its lowest value,

0:57

ความดันโลหิตจะลดลงสู่จุดต่ำสุด

the diastolic pressure. การใช้คำ

1:00

เรียกว่าความดันโลหิตตัวล่าง (diastolic)

วลี

is at rest between beats: ภาวะไม่ทำงานชั่วคราว

Is at rest between beats อธิบายว่าหัวใจไม่ได้บีบตัวในช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างการเต้นของหัวใจสองครั้ง ในประโยคนี้ ภาวะดังกล่าวอธิบายว่าทำไมความดันโลหิตจึงลดลงสู่ค่าต่ำสุด ซึ่งเรียกว่าความดันไดแอสโตลิก At rest อธิบายสภาวะ ไม่ใช่สถานที่ โครงสร้าง be at rest ยังใช้บรรยายคน อวัยวะหรือส่วนของร่างกาย วัตถุ หรือระบบที่ไม่ได้ทำงานหรืออยู่นิ่งชั่วคราวได้ ส่วน between beats ระบุเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำและกำหนดขอบเขตของช่วงเวลานั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้สำนวนจากบทเรียน: The heart ____, so the pressure is lower.

ดูคำตอบ

is at rest between beats

การใช้คำ

diastolic pressure: ค่าความดันโลหิตตัวล่าง

diastolic pressure คือความดันในหลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจคลายตัวระหว่างการเต้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นชื่อของ its lowest value ซึ่งหมายถึงตัวเลขที่ต่ำกว่าจากค่าความดันโลหิตสองตัว คำคุณศัพท์ diastolic ขยายคำว่า pressure และเชื่อมค่านี้กับช่วงที่หัวใจคลายตัวโดยเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงความดันใด ๆ ที่บังเอิญมีค่าต่ำ

แบบฝึกหัด

ในการวัดความดันโลหิต diastolic pressure วัดอะไร?

  1. ความดันขณะที่หัวใจคลายตัวระหว่างการเต้น
  2. ความดันขณะที่หัวใจบีบตัว
  3. ปริมาณเลือดทั้งหมดที่สูบฉีดในหนึ่งวัน
ดูคำตอบ

ความดันขณะที่หัวใจคลายตัวระหว่างการเต้น

A typical healthy individual produces a systolic pressure

1:02

คนที่มีสุขภาพดีทั่วไปจะมีความดันโลหิตตัวบน

between 90 and 120 mm of mercury วัฒนธรรม

1:06

อยู่ระหว่าง 90 ถึง 120 มิลลิเมตรปรอท

and diastolic pressure between 60 and 80.

1:10

มีความดันโลหิตตัวล่างอยู่ระหว่าง 60 ถึง 80

วัฒนธรรม

mm of mercury: หน่วยของความดัน

ใน mm of mercury คำว่า mm หมายถึง millimeters หรือมิลลิเมตร ส่วน mercury หมายถึงโลหะเหลวที่ใช้ในเครื่องวัดความดันแบบดั้งเดิม ซึ่งก็คือปรอท วลีทั้งหมดเป็นชื่อหน่วยความดันที่มักเขียนว่า mmHg ในประโยคนี้ 90 ถึง 120 คือช่วงความดันโลหิตที่วัดด้วยหน่วยดังกล่าว ช่วง 60 ถึง 80 ที่ตามมาก็ใช้หน่วยเดียวกันแม้จะไม่ได้เขียนซ้ำ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้บอกความยาวของส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหรือปริมาณปรอท

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ 90 to 120 mm of mercury อธิบายอะไร?

  1. ช่วงความดันโลหิตที่วัดด้วยหน่วยความดัน
  2. ปริมาณปรอทในเลือด
  3. ความยาวของหลอดเลือด
ดูคำตอบ

ช่วงความดันโลหิตที่วัดด้วยหน่วยความดัน

Taken together, a normal reading ลำดับความ

1:13

เมื่อรวมกันแล้ว ค่าปกติ

is a bit less than 120 over 80. การใช้คำ

1:16

จะน้อยกว่า 120 ต่อ 80 เล็กน้อย

ลำดับความ

Taken together: รวมข้อมูลเพื่อสรุปเป็นข้อเดียว

Taken together บอกให้ผู้ฟังนำข้อเท็จจริงที่แยกกันมาพิจารณาเป็นชุดเดียว แล้วจึงเข้าใจข้อสรุปที่ตามมา ในที่นี้ข้อมูลความดันช่วงหัวใจบีบตัวและช่วงหัวใจคลายตัวถูกนำมารวมเป็นค่าความดันโลหิตที่สมบูรณ์หนึ่งชุด เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูลและหมายถึง “เมื่อพิจารณาสิ่งเหล่านี้โดยรวม” ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปที่ใดที่หนึ่งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

Taken together ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. รวมข้อมูลก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปเดียว
  2. บอกว่าสิ่งของบางอย่างถูกนำออกไปพร้อมกัน
  3. ยกตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาก่อนหน้า
ดูคำตอบ

รวมข้อมูลก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปเดียว

การใช้คำ

120 over 80: วิธีอ่านค่าความดันโลหิต

ในการอ่านค่าความดันโลหิต 120 over 80 แสดงตัวเลขสองค่าในลำดับที่กำหนด โดย 120 คือความดันช่วงหัวใจบีบตัว และ 80 คือความดันช่วงหัวใจคลายตัว ในที่นี้ over เป็นคำเชื่อมที่ใช้ตามปกติเพื่ออ่านเครื่องหมายทับใน 120/80 ไม่ได้หมายความว่าสิ่งหนึ่งอยู่เหนืออีกสิ่งหนึ่งจริง ๆ a bit less than ขยายค่าทั้งชุด ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าค่าปกติต่ำกว่า 120/80 เล็กน้อย ไม่ได้เท่ากับ 120/80 พอดี

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแบบเต็ม แล้วเลือกค่าความดันโลหิตที่ได้ยิน โดยสังเกตตัวเลขสองค่ากับลำดับของมันที่อยู่รอบคำว่า over

  1. The nurse said my blood pressure was one twenty over eighty.
  2. The nurse said my blood pressure was eighty over one twenty.
  3. The nurse said my blood pressure was one twelve over eighty.
ดูคำตอบ

The nurse said my blood pressure was one twenty over eighty.

The blood traverses the landscape of the body

1:19

เลือดเดินทางผ่านพื้นที่ต่างๆ ในร่างกาย

through the pipes of the circulatory system. ลำดับความ

1:22

ผ่านทางท่อของระบบไหลเวียนโลหิต

In any plumbing system,

1:24

ในระบบท่อประปาใดๆ ก็ตาม

several things can increase the force on the walls of the pipes,

1:26

มีหลายสิ่งที่สามารถเพิ่มแรงดันต่อผนังท่อได้

the properties of the fluid, extra fluid, or narrower pipes.

1:30

เช่น คุณสมบัติของของเหลว ปริมาณของเหลวที่เพิ่มขึ้น หรือท่อที่แคบลง

ลำดับความ

pipes of the circulatory system ... plumbing system: อุปมาเรื่องท่อที่ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย

ในที่นี้ pipes of the circulatory system และ plumbing system สร้างอุปมาโดยเปรียบหลอดเลือดเป็นท่อ และเปรียบเลือดเป็นของไหลที่เคลื่อนผ่านท่อเหล่านั้น อุปมานี้ช่วยจัดลำดับรายละเอียดถัดไป คุณสมบัติของของไหล ของไหลส่วนเกิน และท่อที่แคบลง ล้วนเข้าใจได้ว่าเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงบนผนัง นี่เป็นแบบจำลองเพื่อช่วยให้เข้าใจการไหลและแรงดัน ไม่ได้หมายความว่าร่างกายมีระบบท่อประปาในบ้านอยู่จริง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในที่นี้ plumbing system หมายความว่าภายในร่างกายมีท่อน้ำแบบในบ้านอยู่จริง

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

So if the blood thickens, ไวยากรณ์

1:34

ดังนั้น หากเลือดข้นขึ้น

a higher pressure is needed to push it,

1:36

จะต้องใช้แรงดันสูงขึ้นเพื่อผลักดันมัน

so the heart will pump harder.

1:38

หัวใจจึงต้องสูบฉีดแรงขึ้น

ไวยากรณ์

if ... is needed to ...: เงื่อนไขและความจำเป็นเชิงวัตถุวิสัย

อนุประโยคที่มี if บอกเงื่อนไขว่าเลือดข้นขึ้น ส่วนประโยคหลักบอกสิ่งที่จำเป็นตามมา คือ ต้องใช้แรงดันที่สูงขึ้นเพื่อดันเลือด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + เงื่อนไข, X is needed to + คำกริยา รูปถูกกระทำ is needed เน้นแรง ทรัพยากร หรือมาตรการที่จำเป็น แทนที่จะเน้นว่าบุคคลหนึ่งต้องการอะไร ในที่นี้ needed บอกความจำเป็นเชิงวัตถุวิสัยเพื่อให้เกิดการไหล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ If + เงื่อนไข, X is needed to + คำกริยา ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายความจำเป็นเชิงวัตถุวิสัย

  1. If the door gets heavier, more force needs to push it open.
  2. If the door gets heavier, it is needed more force to push it open.
  3. If the door gets heavier, more force is needed to push it open.
ดูคำตอบ

If the door gets heavier, more force is needed to push it open.

A high salt diet will lead to a similar result. วลี

1:41

อาหารที่มีเกลือสูงก็จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน

วลี

lead to a similar result: การแสดงเหตุและผล

ในประโยคนี้ lead to a similar result หมายถึง “ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่คล้ายกับผลที่กล่าวไปแล้ว” ประธานบอกสาเหตุ ส่วนกลุ่มคำนามหลัง lead to บอกผลลัพธ์ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ สาเหตุ + lead to + ผลลัพธ์ ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม กลุ่มคำนาม หรือรูป -ing ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแสดงเหตุและผลสองคำที่ขึ้นต้นด้วย lead: Good planning can ____ fewer mistakes.

ดูคำตอบ

lead to

The salt promotes water retention, การใช้คำ

1:44

เกลือส่งผลให้ร่างกายกักเก็บน้ำ

and the extra fluid increases the blood volume and blood pressure.

1:46

และของเหลวส่วนเกินนั้นจะเพิ่มปริมาณเลือดและระดับความดันโลหิต

การใช้คำ

promotes water retention: promote ในความหมายว่า “ส่งเสริมกระบวนการ”

ในประโยคนี้ promotes water retention หมายถึง “ทำให้ร่างกายมีแนวโน้มกักเก็บน้ำมากขึ้น” promote สามารถหมายถึงการช่วยให้กระบวนการหนึ่งเกิดขึ้นหรือเพิ่มมากขึ้น โดยกรรมในที่นี้คือ water retention ซึ่งเป็นกระบวนการทางชีวภาพ Water retention คือการที่ร่างกายกักเก็บของเหลวส่วนเกิน วลีนี้แสดงขั้นแรกของคำอธิบาย คือเกลือส่งเสริมกระบวนการนี้ แล้วของเหลวส่วนเกินจึงเพิ่มปริมาตรเลือดและความดันโลหิต

แบบฝึกหัด

promotes water retention ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. เลื่อนน้ำไปสู่ตำแหน่งงานที่สูงขึ้น
  2. ทำให้ร่างกายมีแนวโน้มกักเก็บน้ำมากขึ้น
  3. โฆษณาน้ำในฐานะผลิตภัณฑ์
ดูคำตอบ

ทำให้ร่างกายมีแนวโน้มกักเก็บน้ำมากขึ้น

And stress, like the fight or flight response, วัฒนธรรม

1:51

และความเครียด อย่างเช่นการตอบสนองแบบสู้หรือหนี

releases hormones like epinephrine and norepinephrine

1:54

จะหลั่งฮอร์โมนอย่างเอพิเนฟรินและนอร์เอพิเนฟริน

วัฒนธรรม

the fight or flight response: การตอบสนองแบบสู้หรือหนี

the fight or flight response คือการตอบสนองต่อความเครียดโดยอัตโนมัติของร่างกายเมื่อเผชิญอันตรายหรือภัยคุกคามร้ายแรง ร่างกายจะเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับภัยคุกคามหรือหนีออกไป และอาจกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน เช่น เอพิเนฟรินและนอร์เอพิเนฟริน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงการตอบสนองทางชีวภาพ ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้จริง ๆ หรือการเดินทางด้วยเครื่องบิน วลีนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมความเครียดจึงนำไปสู่การหลั่งฮอร์โมนได้

แบบฝึกหัด

ในบทเรียนวิทยาศาสตร์ the fight or flight response หมายถึงอะไร

  1. ฮอร์โมนที่ลำเลียงเลือดไปทั่วร่างกาย
  2. การเลือกระหว่างการต่อสู้กับการขึ้นเครื่องบิน
  3. การตอบสนองโดยอัตโนมัติของร่างกายที่เตรียมให้คนเผชิญอันตรายหรือหนี
ดูคำตอบ

การตอบสนองโดยอัตโนมัติของร่างกายที่เตรียมให้คนเผชิญอันตรายหรือหนี

that constrict key vessels, การใช้คำ

1:58

ซึ่งจะไปหดรัดหลอดเลือดที่สำคัญ

increasing the resistance to flow การใช้คำ

2:00

ทำให้แรงต้านการไหลของเลือดเพิ่มขึ้น

and raising the pressure upstream. การใช้คำ

2:02

และเพิ่มความดันในส่วนต้นทาง

การใช้คำ

constrict key vessels: ทำให้หลอดเลือดสำคัญหดตัว

constrict key vessels หมายถึงทำให้หลอดเลือดที่สำคัญแคบลงหรือหดตัว ในที่นี้ key หมายถึง “สำคัญ” ส่วน constrict ใช้อธิบายการลดความกว้างของท่อหรือทางผ่าน ในประโยคนี้ ฮอร์โมนทำให้หลอดเลือดแคบลง จึงเพิ่มแรงต้านต่อการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มความดันทางด้านต้นน้ำ วลีนี้อธิบายการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของหลอดเลือด ไม่ได้หมายความว่าหลอดเลือดถูกปิดสนิท

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Cold air can constrict small blood vessels in the skin” constrict หมายถึงอะไร

  1. ย้ายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย
  2. ทำให้แคบลง
  3. ปิดให้สนิท
ดูคำตอบ

ทำให้แคบลง

การใช้คำ

resistance to flow: แรงต้านทางกายภาพต่อการเคลื่อนที่ของของไหล

ในที่นี้ resistance to flow หมายถึงแรงต้านทางกายภาพที่เลือดพบขณะไหลผ่านหลอดเลือด ไม่ได้หมายถึงการต่อต้านทางสังคมหรือการเมือง วลีนี้บอกขั้นตอนหนึ่งของเหตุและผล เมื่อหลอดเลือดหดตัว ช่องทางจะแคบลงและเลือดไหลผ่านได้ยากขึ้น ในกลุ่มคำนามนี้ resistance หมายถึงแรงต้าน ส่วนวลีบุพบท to flow ระบุการเคลื่อนที่ที่ถูกขัดขวาง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ resistance to flow หมายถึงอะไร

  1. ทิศทางที่ของไหลเคลื่อนที่
  2. กลุ่มสังคมที่ต่อต้านกฎหมาย
  3. แรงต้านทางกายภาพที่ของไหลพบขณะเคลื่อนที่
ดูคำตอบ

แรงต้านทางกายภาพที่ของไหลพบขณะเคลื่อนที่

การใช้คำ

the pressure upstream: ความดันก่อนถึงจุดต้านการไหล

Upstream บอกตำแหน่งโดยเทียบกับทิศทางการไหล ใน raising the pressure upstream คำนี้ระบุว่าความดันเพิ่มขึ้นที่ใด คือด้านที่ใกล้แหล่งกำเนิดของการไหลก่อนถึงหลอดเลือดส่วนที่แคบและก่อนเลือดจะพบจุดที่มีแรงต้านมากขึ้น Upstream ไม่ได้ใช้กับแม่น้ำเท่านั้น ในท่อ หลอดเลือด และระบบอื่นที่มีทิศทางชัดเจน คำนี้หมายถึงด้านที่มุ่งไปยังจุดที่การไหลเริ่มมา ในที่นี้คำนี้อยู่หลัง pressure เพราะทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์บอกสถานที่

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: A clogged filter raises the pressure upstream. ความดันเพิ่มขึ้นที่ใด

  1. อยู่เหนือตัวกรองโดยตรง ไม่ว่าการไหลจะไปทางใด
  2. ด้านแหล่งกำเนิด ก่อนที่ของไหลจะถึงตัวกรอง
  3. อีกด้านหนึ่ง หลังจากของไหลผ่านตัวกรองแล้ว
ดูคำตอบ

ด้านแหล่งกำเนิด ก่อนที่ของไหลจะถึงตัวกรอง

Blood vessels can usually handle these fluctuations easily.

2:05

หลอดเลือดมักจะรับมือกับความผันผวนเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

Elastic fibers embedded in their walls make them resilient.

2:08

เส้นใยยืดหยุ่นที่ฝังอยู่ในผนังหลอดเลือดทำให้มันยืดหยุ่นได้ดี

But if your blood pressure regularly rises

2:13

แต่หากความดันโลหิตของคุณสูงขึ้นเป็นประจำ

above about 140 over 90,

2:15

จนเกินกว่า 140 ต่อ 90

what we call hypertension, and stays there, วลี

2:18

ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเรียกว่าโรคความดันโลหิตสูง และค้างอยู่ในระดับนั้น

it can cause serious problems.

2:21

มันอาจก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงได้

วลี

what we call hypertension:การตั้งชื่อภาวะทางการแพทย์

what we call hypertension ใช้ตั้งชื่อทางการแพทย์ให้กับภาวะที่เพิ่งอธิบายไป คือความดันโลหิตที่ยังคงสูงกว่าระดับที่กล่าวถึง วลีนี้เชื่อมคำอธิบายที่สังเกตได้เข้ากับคำศัพท์ที่เป็นที่ยอมรับอย่าง hypertension ไม่ใช่ชื่อเล่นที่ตั้งขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ โครงสร้าง what we call + วลีคำนามเหมาะสำหรับการอธิบายสิ่งหนึ่งก่อน แล้วจึงบอกชื่อทางเทคนิคหรือชื่อที่ใช้ทั่วไปของสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง what we call hypertension ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าภาวะนั้นเป็นเพียงชื่อเล่น
  2. ถามว่าควรเลือกชื่อใด
  3. ตั้งชื่อทางการแพทย์ให้ภาวะนั้น
  4. กล่าวถึงการโทรศัพท์
ดูคำตอบ

ตั้งชื่อทางการแพทย์ให้ภาวะนั้น

That's because the extra strain on the arterial wall โน้ต

2:23

นั่นเป็นเพราะแรงเค้นส่วนเกินที่กระทำต่อผนังหลอดเลือดแดง

can produce small tears.

2:26

อาจทำให้เกิดรอยฉีกขาดเล็กๆ ได้

ลำดับความ

That's because:เชื่อมผลลัพธ์กับสาเหตุ

That's because อ้างกลับไปถึงข้อความก่อนหน้าทั้งหมดและนำเสนอเหตุผลของข้อความนั้น ในที่นี้ that หมายถึงข้อสรุปที่ว่าความดันโลหิตสูงอาจทำให้เกิดปัญหาร้ายแรง ไม่ได้หมายถึงคำใดคำหนึ่งโดยเฉพาะ เครื่องหมายนี้จัดลำดับข้อมูลเป็นผลลัพธ์แล้วจึงตามด้วยเหตุผล คือพูดถึงผลลัพธ์หรือสถานการณ์ก่อน แล้วอธิบายว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น จึงเป็นธรรมชาติโดยเฉพาะในการอธิบายด้วยคำพูดและการนำเสนอ

แบบฝึกหัด

ทางเดินมืด วลีใดเชื่อมผลลัพธ์นี้กับสาเหตุได้ดีที่สุดตามรูปแบบภาษาพูดในตัวอย่าง

  1. On the other hand
  2. What we call
  3. That's because
  4. For example
ดูคำตอบ

That's because

การใช้คำ

extra strain on the arterial wall: ภาระทางกายภาพเพิ่มเติมที่ผนังหลอดเลือดแดงต้องรับ

extra strain on the arterial wall เป็นวลีคำนามที่หมายถึงแรงหรือภาระทางกายภาพเพิ่มเติมซึ่งผนังหลอดเลือดแดงต้องรับ ในที่นี้ strain หมายถึงภาระเชิงกลที่กระทำต่อเนื้อเยื่อ ไม่ใช่ความกังวลหรือความกดดันทางอารมณ์ ส่วน on the arterial wall ระบุว่าสิ่งที่รับภาระคือผนังหลอดเลือดแดง และ extra บอกว่าภาระนี้มากกว่าปกติ ในประโยคนี้ ภาระเพิ่มเติมดังกล่าวถูกอธิบายว่าเป็นสาเหตุของรอยฉีกขาดเล็ก ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ extra strain on the arterial wall หมายถึงอะไร

  1. ภาระทางกายภาพเพิ่มเติมที่ผนังหลอดเลือดแดงต้องรับ
  2. ชนิดทางพันธุกรรมของไวรัส
  3. การเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนของผนังหลอดเลือดแดง
  4. ความกังวลทางอารมณ์เกี่ยวกับหลอดเลือดแดง
ดูคำตอบ

ภาระทางกายภาพเพิ่มเติมที่ผนังหลอดเลือดแดงต้องรับ

When the injured tissue swells up, กริยาวลี

2:28

เมื่อเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บบวมขึ้น

substances that respond to the inflammation,

2:30

สารต่างๆ ที่ตอบสนองต่อการอักเสบ

like white blood cells, collect around the tears.

2:33

เช่น เม็ดเลือดขาว จะมารวมตัวกันรอบๆ รอยฉีกขาด

กริยาวลี

swells up: บวมขึ้น

swells up เป็นรูปกริยาปัจจุบันเอกพจน์บุรุษที่สามของ swell up หมายถึงมีขนาดใหญ่ขึ้นและบวมอย่างเห็นได้ชัด เช่น เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บอาจเป็นเช่นนั้นระหว่างเกิดการอักเสบ up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน แต่เพิ่มความหมายว่าการบวมค่อย ๆ เกิดขึ้นหรือเห็นได้ชัดขึ้น ดังนั้นทั้งวลีจึงแสดงการเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพที่บวม

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ swell up เติมประโยคให้สมบูรณ์: After the bee sting, her finger ____.

ดูคำตอบ

swelled up

Fat and cholesterol floating in the blood latch on too, กริยาวลี

2:36

ไขมันและคอเลสเตอรอลที่ลอยอยู่ในเลือดก็จะเข้ามาเกาะด้วย

กริยาวลี

latch on: เกาะติดแน่น

ในประโยคนี้ latch on หมายถึงเกาะติดและยึดอยู่กับที่ ไขมันและคอเลสเตอรอลถูกบรรยายให้เห็นภาพว่าเข้าไปเกาะบริเวณที่เสียหายอยู่แล้ว แทนที่จะเพียงลอยผ่านไป ตรงนี้ latch on เป็นกริยาวลี ไม่ใช่คำนาม latch ที่หมายถึงกลอนประตู จุดที่มันเกาะเข้าใจได้จากบริบท และเมื่อต้องการระบุสิ่งที่เกาะ ให้ใช้ latch on to + คำนาม

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง latch on หมายถึงอะไร?

  1. ลอยห่างออกไป
  2. ปิดประตูด้วยกลอน
  3. เกาะติดและยึดอยู่
  4. แตกออกเป็นชิ้น ๆ
ดูคำตอบ

เกาะติดและยึดอยู่

eventually building up to form a plaque กริยาวลี

2:40

จนในที่สุดจะสะสมก่อตัวเป็นคราบพลัค

กริยาวลี

eventually building up to form a plaque: การสะสมทีละน้อยและผลที่เกิดขึ้น

Building up หมายถึงการค่อย ๆ สะสมหรือเพิ่มขึ้นตามเวลา ในที่นี้ไขมันและคอเลสเตอรอลสะสมต่อเนื่อง ไม่ได้ปรากฏขึ้นทั้งหมดในทันที eventually ชี้ไปที่ผลซึ่งเกิดขึ้นภายหลัง และ to form a plaque ระบุว่าผลนั้นคือการเกิดคราบพลัค อนุประโยค -ing เพิ่มข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากสารเหล่านี้เกาะติด นั่นคือการสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไปทำให้เกิดคราบพลัค

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ build up แล้วตามด้วย to form เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Minerals collected inside the pipe for years, eventually ____ a hard layer.

ดูคำตอบ

building up to form

that stiffens and thickens the inner arterial wall.

2:43

ซึ่งทำให้ผนังด้านในของหลอดเลือดแดงแข็งและหนาขึ้น

This condition is called atherosclerosis, การใช้คำ

2:47

ภาวะนี้เรียกว่าโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

and it can have dangerous consequences.

2:50

และมันอาจส่งผลลัพธ์ที่อันตรายได้

การใช้คำ

atherosclerosis: โรคหลอดเลือดแดงที่เกี่ยวข้องกับคราบพลัค

Atherosclerosis เป็นชื่อทางการแพทย์เฉพาะของโรคที่มีคราบพลัคสะสมอยู่ภายในหลอดเลือดแดง การสะสมนี้ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาและแข็งขึ้น และอาจทำให้ช่องทางที่เลือดไหลผ่านแคบลง ในประโยคนี้ This condition ย้อนกลับไปหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับคราบพลัคซึ่งเพิ่งอธิบายไป ส่วน called atherosclerosis เป็นการบอกชื่ออย่างเป็นทางการ ให้เข้าใจคำนี้เป็นชื่อโรคหนึ่งชื่อ ไม่ใช่คำคุณศัพท์ทั่วไปที่แปลว่าแข็ง

แบบฝึกหัด

atherosclerosis ในประโยคนี้เป็นชื่อของอะไร

  1. การรักษาที่ทำให้หลอดเลือดแดงกว้างขึ้น
  2. อัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว
  3. รอยฉีกขาดบนผิวหนัง
  4. โรคที่เกี่ยวข้องกับคราบพลัคซึ่งทำให้หลอดเลือดแดงหนาและแข็งขึ้น
ดูคำตอบ

โรคที่เกี่ยวข้องกับคราบพลัคซึ่งทำให้หลอดเลือดแดงหนาและแข็งขึ้น

If the plaque ruptures,

2:52

หากคราบพลัคแตกออก

a blood clot forms on top of the tear,

2:54

ลิ่มเลือดจะก่อตัวขึ้นเหนือรอยฉีกขาด

clogging the already narrowed pipe. ลำดับความ

2:56

อุดตันหลอดเลือดที่แคบอยู่แล้วให้ตีบตันลงอีก

ลำดับความ

clogging the already narrowed pipe: ลำดับเหตุการณ์และการเปรียบหลอดเลือดกับท่อ

อนุประโยค -ing ที่ว่า clogging the already narrowed pipe เพิ่มผลที่เกิดจากการก่อตัวของลิ่มเลือด นั่นคือลิ่มเลือดขวางทางไหลของเลือดมากขึ้น Pipe ยังคงการเปรียบหลอดเลือดกับท่อประปา ทำให้กระบวนการทางการแพทย์ที่มองไม่เห็นนึกภาพได้ง่ายขึ้น ลำดับเหตุการณ์สำคัญ Already narrowed บอกว่าคราบพลัคทำให้ช่องทางแคบลงก่อน จากนั้นลิ่มเลือดที่เกิดใหม่จึงทำให้เกิดการอุดตันเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าลิ่มเลือดเป็นสิ่งที่ทำให้หลอดเลือดเริ่มแคบลงตั้งแต่แรก

แบบฝึกหัด

clogging the already narrowed pipe แสดงลำดับเหตุการณ์ใด

  1. ลิ่มเลือดทำให้หลอดเลือดที่กว้างอยู่แล้วกว้างขึ้นอีก
  2. หลอดเลือดกลายเป็นท่อจริง ๆ หลังจากฉีกขาด
  3. ลิ่มเลือดเปิดหลอดเลือดก่อนที่คราบพลัคจะปรากฏ
  4. คราบพลัคทำให้หลอดเลือดแคบลงแล้ว จากนั้นลิ่มเลือดจึงอุดตันเพิ่มขึ้น
ดูคำตอบ

คราบพลัคทำให้หลอดเลือดแคบลงแล้ว จากนั้นลิ่มเลือดจึงอุดตันเพิ่มขึ้น

If the clot is big enough, ไวยากรณ์

2:59

หากลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่พอ

it can completely block the flow of oxygen วลี

3:01

มันสามารถขัดขวางการไหลเวียนของออกซิเจน

and nutrients to cells downstream. การใช้คำ

3:03

และสารอาหารไปยังเซลล์ปลายทางได้อย่างสมบูรณ์

ไวยากรณ์

is big enough: คำคุณศัพท์ + enough

Big enough หมายถึงใหญ่เพียงพอที่จะทำให้ผลอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ในประโยคนี้ ลิ่มเลือดอาจมีขนาดใหญ่จนสามารถหยุดการไหลได้ทั้งหมด เมื่อ enough ขยายคำคุณศัพท์ จะวางไว้หลังคำคุณศัพท์ เช่น big enough, strong enough หรือ clear enough และมักตามด้วย to + คำกริยา หรือ for + คำนาม เช่น big enough to cause a problem และ big enough for the books

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ big + enough: The storage box is ____ to hold all the toys.

ดูคำตอบ

big enough

วลี

block the flow of oxygen and nutrients: ปิดกั้นการไหลของออกซิเจนและสารอาหาร

Block the flow of X หมายถึงขัดขวางหรือหยุด X ขณะที่เคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง ในที่นี้ oxygen and nutrients คือสิ่งที่อาจถูกหยุดไม่ให้เคลื่อนที่ไปยังเซลล์ ในโครงสร้าง block + the flow + of + คำนาม คำว่า flow เป็นคำนาม และวลีหลัง of บอกว่าสิ่งใดกำลังเคลื่อนที่ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้งกับการเคลื่อนที่จริงและสิ่งที่มองว่าเป็นกระแส เช่น ข้อมูล

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง block + the flow + of เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: A dirty filter can ____ air into the room.

ดูคำตอบ

block the flow of

การใช้คำ

downstream: อยู่ถัดไปตามทิศทางการไหล

ในประโยคนี้ downstream ใช้บรรยายเซลล์ที่อยู่ถัดไปตามทิศทางที่เลือดไหลตามปกติ หากลิ่มเลือดขวางการไหล ออกซิเจนและสารอาหารจะไปไม่ถึงเซลล์เหล่านั้น คำนี้ไม่ได้ใช้กับแม่น้ำเท่านั้น ในทางการแพทย์และระบบอื่น ๆ คำนี้ยังหมายถึงตำแหน่งหรือขั้นตอนที่อยู่ถัดไปตามการไหล กระบวนการ หรือลำดับของผลกระทบได้

แบบฝึกหัด

ใช้คำที่ไฮไลต์เติมประโยคใหม่ให้สมบูรณ์: The filter keeps debris from reaching the pumps ____.

ดูคำตอบ

downstream

In vessels that feed the heart, การใช้คำ

3:06

ในหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจ

that will cause a heart attack,

3:08

สิ่งนั้นจะทำให้เกิดอาการหัวใจวาย

การใช้คำ

feed the heart: ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจ

ในที่นี้ feed หมายถึง “ส่งไปเลี้ยง” หรือ “จัดหาให้” ไม่ใช่ “ป้อนอาหาร” หลอดเลือดที่ feed the heart จะนำเลือดไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ และเลือดนั้นก็นำออกซิเจนกับสารอาหารไปด้วย ความหมายว่า “จัดหาให้” นี้พบได้บ่อยเมื่อหลอดเลือด ท่อ สายเคเบิล หรือแหล่งข้อมูลนำสิ่งที่จำเป็นเข้าสู่อวัยวะ เครื่องจักร หรือระบบ

แบบฝึกหัด

feed the heart ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ทำให้หัวใจเต้นช้าลง
  2. นำออกซิเจนออกจากหัวใจ
  3. ป้อนอาหารให้หัวใจโดยตรง
  4. ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจ
ดูคำตอบ

ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจ

when oxygen-deprived cardiac muscle cells start to die. การใช้คำ

3:10

เมื่อเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจที่ขาดออกซิเจนเริ่มตายลง

การใช้คำ

oxygen-deprived cardiac muscle cells: เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจที่ขาดออกซิเจน

oxygen-deprived cardiac muscle cells เป็นวลีนามที่มี cells เป็นคำนามหลัก โดย cardiac muscle ระบุชนิดของเซลล์ และ oxygen-deprived บอกสภาพว่าเซลล์เหล่านี้ไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอ ในคำประสมอย่าง oxygen-deprived และ sleep-deprived คำนามหน้า -deprived จะระบุสิ่งที่ขาด ในที่นี้ deprived ไม่ได้หมายถึง “ด้อยโอกาสทางสังคม”

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึง “นอนหลับไม่เพียงพอ” ในประโยค: After studying all night, the ____ student had trouble focusing.

ดูคำตอบ

sleep-deprived

If the clot cuts off blood flow to the brain, กริยาวลี

3:15

หากลิ่มเลือดตัดขาดการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมอง

it causes a stroke.

3:17

มันจะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง

กริยาวลี

cuts off blood flow: ขัดขวางการไหลของเลือด

ในที่นี้ cuts off blood flow หมายถึงขัดขวางการไหลของเลือดจนเลือดไปไม่ถึงสมอง Cut off ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้มีเครื่องมือมาตัดจริง ๆ Cuts เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามเพราะประธานคือ the clot โครงสร้างคือ cut off + สิ่งที่ถูกหยุด เช่น cut off power, water, communication หรือ access

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าพายุทำให้ไฟฟ้าที่จ่ายไปยังหมู่บ้านหยุดลงโดยสิ้นเชิง

  1. The storm reduced the power supply to the village.
  2. The storm cut off power to the village.
  3. The storm restored power to the village.
ดูคำตอบ

The storm cut off power to the village.

Dangerously clogged blood vessels can be widened

3:20

หลอดเลือดที่อุดตันจนเป็นอันตรายสามารถขยายให้กว้างขึ้นได้

by a procedure called an angioplasty. การใช้คำ

3:23

ด้วยกระบวนการที่เรียกว่าการทำบอลลูนขยายหลอดเลือด

การใช้คำ

a procedure called an angioplasty: ใช้ called แนะนำคำศัพท์ทางการแพทย์

ใน a procedure called an angioplasty คำว่า procedure บอกหมวดหมู่ทั่วไป ส่วน angioplasty คือชื่อเฉพาะ โครงสร้างนี้แนะนำคำศัพท์ทางเทคนิคโดยบอกก่อนว่าสิ่งนั้นเป็นอะไรประเภทใด called ในที่นี้เป็นส่วนขยายที่ย่อมาจากความหมายว่า “ที่เรียกว่า” หรือ “ที่รู้จักกันในชื่อ” ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ โครงสร้าง a procedure called an angioplasty มีหน้าที่อะไร

  1. อธิบายคนที่โทรศัพท์ไปโรงพยาบาล
  2. บอกชื่อหัตถการทางการแพทย์หลังจากบอกหมวดหมู่ทั่วไป
  3. บอกชื่อยาที่ใช้ละลายลิ่มเลือด
  4. อธิบายวิธีขยายหลอดเลือดทีละขั้นตอน
ดูคำตอบ

บอกชื่อหัตถการทางการแพทย์หลังจากบอกหมวดหมู่ทั่วไป

There, doctors thread a wire through the vessel การใช้คำ

3:25

ในกระบวนการนั้น แพทย์จะสอดเส้นลวดผ่านหลอดเลือด

to the obstructed site,

3:29

ไปยังบริเวณที่อุดตัน

and then pass a deflated balloon catheter over the wire. การใช้คำ

3:30

จากนั้นจึงสอดสายสวนที่มีบอลลูนแฟบๆ เข้าไปตามเส้นลวด

การใช้คำ

thread a wire through the vessel: นำวัตถุบาง ๆ ผ่านทางแคบ

ในที่นี้ thread เป็นคำกริยา thread a wire through the vessel หมายถึงการค่อย ๆ นำวัตถุที่บางและยืดหยุ่นผ่านทางแคบอย่างระมัดระวัง โดย through the vessel บอกเส้นทาง และ to the obstructed site บอกจุดหมาย โครงสร้าง thread + สิ่งของ + through + ทางผ่าน ใช้บรรยายการนำวัตถุยาวและบางผ่านช่องเปิดหรือท่อแคบ ๆ โดยเน้นการเคลื่อนที่อย่างควบคุมไปตามเส้นทาง ไม่ใช่เพียงวางหรือโยนสิ่งนั้นเข้าไป

แบบฝึกหัด

ใน thread a wire through the vessel คำว่า thread หมายถึงอะไร

  1. นำวัตถุบาง ๆ ผ่านทางอย่างระมัดระวัง
  2. วางลวดไว้ด้านบนของหลอดเลือด
  3. ตัดลวดเป็นชิ้นสั้น ๆ
  4. โพสต์ข้อความในกระทู้อภิปรายออนไลน์
ดูคำตอบ

นำวัตถุบาง ๆ ผ่านทางอย่างระมัดระวัง

การใช้คำ

a deflated balloon catheter: สายสวนบอลลูนที่ยังแฟบอยู่

ใน a deflated balloon catheter คำนามหลักคือ catheter ส่วน balloon บอกว่าสายสวนมีบอลลูนที่ขยายได้ และ deflated บอกว่าบอลลูนนั้นยังแฟบอยู่ ไม่ได้ขยายตัว ในวลีทางการแพทย์นี้ balloon เป็นส่วนหนึ่งของสายสวน ไม่ใช่ลูกโป่งของเล่น คำขยายที่วางซ้อนกันด้านหน้าช่วยจำกัดความหมายทีละขั้นว่าเป็นสายสวน โดยเฉพาะสายสวนบอลลูน และอยู่ในสภาพที่ยังแฟบอยู่

แบบฝึกหัด

a deflated balloon catheter ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. สายสวนที่บอลลูนขยายแล้ว
  2. ลวดที่ใช้บังคับลูกโป่งของเล่นธรรมดา
  3. สายสวนที่บอลลูนยังแฟบอยู่
ดูคำตอบ

สายสวนที่บอลลูนยังแฟบอยู่

When the balloon is inflated,

3:34

เมื่อบอลลูนถูกสูบลม

it forces the passageway open again. วลี

3:36

มันจะบังคับให้ช่องทางเดินเปิดออกอีกครั้ง

วลี

forces the passageway open again: force + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน forces the passageway open คำว่า forces เป็นคำกริยาหลัก the passageway เป็นกรรม และ open เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพผลลัพธ์ของกรรม โครงสร้าง force + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงแรงกดหรือความพยายามทำให้กรรมเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพนั้น ในประโยคนี้ บอลลูนที่พองขึ้นทำให้ช่องทางอยู่ในสภาพเปิด again บอกว่าช่องทางเคยเปิดมาก่อนและกำลังกลับมาเปิดอีกครั้ง ส่วน open ไม่ใช่คำกริยาตัวที่สอง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกผลลัพธ์โดยใช้รูปอดีตของ force และคำคุณศัพท์ open: The strong wind ____ the stuck door ____.

ดูคำตอบ

forced · open

Sometimes a rigid tube called a stent การใช้คำ

3:39

บางครั้งจะมีการวางท่อแข็งที่เรียกว่าขดลวดถ่างขยายหลอดเลือด (stent)

is placed in the vessel to help hold it open, วลี

3:41

ไว้ในหลอดเลือดเพื่อช่วยคงสภาพให้มันเปิดกว้าง

การใช้คำ

a rigid tube called a stent: การใช้ called เพื่อแนะนำศัพท์

rigid tube ให้คำอธิบายง่าย ๆ ก่อนว่าเป็นท่อแข็ง จากนั้น called a stent จึงบอกศัพท์ทางการแพทย์ว่าท่อนี้เรียกว่า stent โครงสร้าง a/an + คำนามทั่วไป + called + ชื่อหรือศัพท์ ใช้อธิบายคำที่ผู้ฟังอาจยังไม่รู้จัก ในที่นี้ called a stent ขยายคำว่า tube ไม่ได้บอกการกระทำที่ท่อเป็นผู้ทำ

แบบฝึกหัด

เติม called เพื่อแนะนำศัพท์ทางการแพทย์ให้ประโยคสมบูรณ์: The doctor examined the ear with a small device ____ an otoscope.

ดูคำตอบ

called

วลี

hold it open: hold + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน hold it open คำว่า hold หมายถึงทำให้คงอยู่หรือรักษาสภาพไว้ ไม่ได้หมายถึงเพียงจับไว้เท่านั้น it หมายถึง vessel ส่วน open บอกสภาพที่หลอดเลือดยังคงเป็นอยู่ ดังนั้น stent จึงช่วยให้ช่องทางไม่อุดตัน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ hold + กรรม + คำคุณศัพท์ โดยคำคุณศัพท์บอกสภาพที่ถูกรักษาไว้ เช่น hold the door open, hold the ladder steady หรือ hold your hand still

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง hold + กรรม + คำคุณศัพท์: This small stand can ____ the lid ____ while you work.

ดูคำตอบ

hold · open

letting the blood flow freely to replenish การใช้คำ

3:44

เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้อย่างอิสระเพื่อไปเติมเต็ม

the oxygen-starved cells downstream.

3:47

ให้กับเซลล์ที่หิวโหยออกซิเจนในส่วนปลายทาง

การใช้คำ

replenish the oxygen-starved cells downstream: ฟื้นฟูออกซิเจนให้เซลล์ที่อยู่ถัดไปตามกระแสเลือด

ในที่นี้ replenish หมายถึงการเติมสิ่งที่ถูกใช้ไปหรือขาดหายให้กลับคืนมา เลือดไม่ได้สร้างเซลล์ใหม่ แต่พาออกซิเจนกลับไปยังเซลล์ที่เคยได้รับออกซิเจนน้อยเกินไป ดังนั้น replenish the cells จึงเป็นสำนวนแบบกระชับที่หมายถึงการฟื้นฟูออกซิเจนให้เซลล์เหล่านั้น oxygen-starved หมายถึงขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง ไม่ได้หมายถึงหิว ส่วน downstream ระบุตำแหน่งเซลล์ที่อยู่ถัดไปตามทิศทางการไหลของเลือด หลังจุดที่ได้รับผลกระทบ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ replenish the oxygen-starved cells downstream หมายความว่าอย่างไร

  1. เป็นการส่งออกซิเจนกลับไปยังเซลล์ที่อยู่ถัดไปตามเส้นทางการไหลของเลือด
  2. เป็นการกำจัดเซลล์ที่ใช้ออกซิเจนมากเกินไป
  3. เป็นการทำให้เซลล์ที่อยู่ถัดไปในหลอดเลือดสร้างเลือดของตัวเอง
ดูคำตอบ

เป็นการส่งออกซิเจนกลับไปยังเซลล์ที่อยู่ถัดไปตามเส้นทางการไหลของเลือด

Staying flexible under pressure สำนวน

3:50

การรักษาความยืดหยุ่นภายใต้แรงดัน

is a tough job for arteries.

3:52

เป็นงานที่หนักหนาสำหรับหลอดเลือดแดง

สำนวน

Staying flexible under pressure: ความหมายตรงตัวและความหมายเชิงเปรียบเทียบ

ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้ในความหมายตรงตัว คือหลอดเลือดแดงต้องคงความยืดหยุ่นไว้ขณะที่เลือดออกแรงดันทางกายภาพต่อผนังหลอดเลือด ขณะเดียวกัน วลี Staying flexible under pressure ยังชวนให้นึกถึงความหมายเชิงเปรียบเทียบที่คุ้นเคย คือการปรับตัวต่อไปในสถานการณ์ที่ตึงเครียด การนำความหมายทั้งสองมารวมกันทำให้เกิดการเล่นคำและช่วยปิดท้ายคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างน่าจดจำ

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ Staying flexible under pressure ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในประโยคเกี่ยวกับหลอดเลือดแดง

  1. วลีนี้บรรยายแรงดันเลือดจริง พร้อมทั้งชวนให้นึกถึงการปรับตัวในสถานการณ์ที่ตึงเครียด
  2. วลีนี้บอกว่าหลอดเลือดแดงมีอารมณ์แบบมนุษย์เมื่องานยากขึ้น
  3. วลีนี้หมายความว่าหลอดเลือดแดงจะแข็งตัวทุกครั้งที่เลือดเริ่มไหล
ดูคำตอบ

วลีนี้บรรยายแรงดันเลือดจริง พร้อมทั้งชวนให้นึกถึงการปรับตัวในสถานการณ์ที่ตึงเครียด

The fluid they pump is composed of substances วลี

3:54

ของเหลวที่พวกมันสูบฉีดประกอบด้วยสารต่างๆ

that can get sticky and clog them. การใช้คำ

3:56

ที่สามารถเหนียวข้นและอุดตันพวกมันได้

วลี

is composed of: บอกว่าองค์รวมประกอบขึ้นจากอะไร

is composed of ใช้บอกว่าองค์รวมหนึ่งประกอบขึ้นจากส่วนหรือสารที่ระบุหลัง of ในประโยคนี้ the fluid คือองค์รวม และ substances คือส่วนประกอบ โครงสร้างคือ whole + be + composed of + components โดย composed ในที่นี้หมายถึง “ประกอบขึ้นจาก” ไม่ใช่ “เขียน” หรือ “แต่งเพลง” พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และคำบรรยายที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be composed of: The research team ____ six scientists.

ดูคำตอบ

is composed of

การใช้คำ

get sticky and clog them: เชื่อมการเปลี่ยนแปลงกับผลที่ตามมา

get sticky หมายถึง “เหนียวขึ้น” โดย get + adjective แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ไม่ใช่เพียงบอกสภาพที่มีอยู่แล้ว sticky ในที่นี้หมายถึงมีแนวโน้มที่จะเกาะหรือลงไปสะสม ไม่จำเป็นต้องเหนียวเหมือนกาว ประธานของทั้งสองการกระทำคือ substances กล่าวคือสารเหล่านั้นอาจ get sticky และอาจ clog them จากบริบทก่อนหน้า them หมายถึง arteries ดังนั้น clog จึงหมายถึงอุดตันทางผ่านและทำให้ไหลได้ไม่สะดวก วลีนี้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงเข้ากับผลที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าสารชนิดหนึ่งเหนียวขึ้นแล้วอุดตันทางผ่าน?

  1. The syrup can get sticky and clog the narrow tube.
  2. The syrup is stored beside the clean tube.
  3. The narrow tube can clean the sticky syrup.
ดูคำตอบ

The syrup can get sticky and clog the narrow tube.

And your typical healthy heart

3:59

และหัวใจของคนสุขภาพดีทั่วไป

beats about 70 times a minute

4:01

เต้นประมาณ 70 ครั้งต่อนาที

and at least 2 and a half billion times

4:03

และเต้นอย่างน้อย 2.5 พันล้านครั้ง

during an average lifetime.

4:05

ในช่วงชีวิตโดยเฉลี่ย

That may sound like an insurmountable amount of pressure, ลำดับความ

4:07

นั่นอาจฟังดูเหมือนเป็นปริมาณแรงดันที่ยากจะก้าวข้าม

but don't worry.

4:11

แต่ไม่ต้องกังวลไป

ลำดับความ

may sound like ... but don't worry: ยอมรับความกังวลแล้วทำให้สบายใจ

May sound like ใช้บอกความรู้สึกแรกที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่การยืนยันข้อเท็จจริง ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับก่อนว่าแรงดันปริมาณนั้นอาจดูมากจนรับมือไม่ไหว จากนั้น but don't worry เปลี่ยนทิศทางของคำอธิบายและทำให้ผู้ฟังสบายใจขึ้น โครงสร้างทั้งหมดจัดข้อมูลเป็นสองขั้น คือรับรู้ความกังวลก่อน แล้วส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีเหตุผลที่ช่วยให้มั่นใจตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเป้าหมายได้ดีที่สุดในการยอมรับความรู้สึกแรกที่น่ากังวล แล้วทำให้ผู้ฟังสบายใจขึ้น

  1. This may sound like a complicated process, and you should be even more worried.
  2. This may sound like a complicated process, but don't worry; I'll explain each step.
  3. This is definitely a complicated process, so there is no reason to explain it.
ดูคำตอบ

This may sound like a complicated process, but don't worry; I'll explain each step.

Your arteries are well-suited for the challenge. วลี

4:12

หลอดเลือดแดงของคุณเหมาะสมเป็นอย่างดีสำหรับความท้าทายนี้

วลี

be well-suited for the challenge: เหมาะอย่างยิ่งกับงานหรือความท้าทาย

Are well-suited for the challenge หมายความว่าลักษณะของหลอดเลือดแดงทำให้มันเหมาะอย่างมากกับงานที่ยาก ในประโยคนี้ the challenge คือการรับมือกับแรงดันที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ไม่ใช่การเข้าร่วมการแข่งขัน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be well-suited for + คำนาม ใช้เชื่อมคน เครื่องมือ ระบบ หรือส่วนของร่างกายเข้ากับงานหรือสถานการณ์ที่เหมาะกับคุณสมบัติของสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย well-suited for: This lightweight camera is ____ travel.

ดูคำตอบ

well-suited for