ความคูลคืออะไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Vsauce

ความยากในการเรียน
777 คำ 153 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: Michael สำรวจประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและจิตวิทยาของ “cool” ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “with it.” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นคำไม่เป็นทางการสำหรับคนที่ทันกระแส ไม่ใช่ความหมายตรงตัวว่าอยู่ข้างสิ่งหนึ่ง 2. “Italian concept of sprezzatura.” — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: เข้าใจอุดมคติอิตาลีศตวรรษที่ 15 ที่ต้องดูสงบและไม่เปลืองแรงแม้ต้องทำงานหนัก รวมทั้งความเชื่อมโยงกับ cool 3. “the less worried you are with being cool, the more developed your brain is.” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้ the less ..., the more ... บอกระดับสองอย่างที่เปลี่ยนสวนทางกัน และมองข้อสรุปเรื่องสมองว่าเป็นการสรุปเชิงวาทศิลป์แบบง่าย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, Vsauce.

0:00

เฮ้ Vsauce

Michael here.

0:01

ไมเคิลเองครับ

And a couple of weeks ago, Vice's new channel Noisey blindfolded me,

0:02

และเมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน Noisey ช่องใหม่ของ Vice ได้เอาผ้าปิดตาผม

the Gregory Brothers,

0:07

วง Gregory Brothers

about 200 other people,

0:08

และคนอื่น ๆ อีกราว 200 คน

and then bused us to a hidden Skrillex show. การใช้คำ

0:10

ก่อนจะพาพวกเราขึ้นรถบัสไปชมการแสดงลับของ Skrillex

การใช้คำ

Bus someone to a place: พาใครไปยังสถานที่หนึ่งด้วยรถบัส

ในที่นี้ bus เป็นสกรรมกริยาที่หมายถึงขนส่งผู้คนด้วยรถบัส รูปอดีต bused แสดงว่าคนกลุ่มนั้นถูกพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งด้วยรถบัส โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ bus + คนหรือกลุ่มคน + to + จุดหมาย คนหรือกลุ่มคนทำหน้าที่เป็นกรรม และ to ใช้นำหน้าสถานที่ที่พวกเขาถูกพาไป

แบบฝึกหัด

เติมกริยาและบุพบทจากโครงสร้าง bus someone to a place ให้สมบูรณ์: The school will ____ the team ____ the stadium.

ดูคำตอบ

bus · to

It was cool,

0:18

มันเจ๋งมาก

but what is cool?

0:19

แต่ “เจ๋ง” คืออะไรกันแน่

I mean, what does it mean to be cool? ไวยากรณ์

0:22

ผมหมายถึง การเป็นคนเจ๋งหมายความว่าอย่างไร

ไวยากรณ์

What does it mean to be ...?: ถามความหมายที่แท้จริงของสภาวะหรืออัตลักษณ์

โครงสร้าง What does it mean to be + คำคุณศัพท์หรือคำนาม? ใช้ถามถึงคุณลักษณะ ผลที่ตามมา หรือความสำคัญของการอยู่ในสภาวะหรือมีอัตลักษณ์แบบหนึ่ง ในประโยคนี้ cool เป็นแนวคิดที่กำลังถูกสำรวจ ไม่ใช่เพียงคำที่ต้องแปล ในทางไวยากรณ์ it ชี้ไปยังวลี infinitive to be cool ที่ตามมา ซึ่งทำหน้าที่ให้เนื้อหาแก่ mean ส่วน to-infinitive ในที่นี้ไม่ได้แสดงจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคำถามเชิงไตร่ตรองให้สมบูรณ์: What ____ to be independent?

ดูคำตอบ

does it mean

Cool is a judgment of taste. การใช้คำ

0:26

ความเจ๋งเป็นเรื่องของการตัดสินตามรสนิยม

การใช้คำ

a judgment of taste: การประเมินตามรสนิยมด้านความงาม

ในประโยคนี้ a judgment of taste หมายถึงการประเมินโดยอาศัยว่าสิ่งใดดูมีสไตล์ น่าดึงดูด หรือน่าชื่นชอบสำหรับแต่ละคน Taste หมายถึงรสนิยมด้านความงามหรือความชอบส่วนบุคคล ไม่ใช่รสชาติอาหาร และ judgment หมายถึงการประเมิน ไม่ใช่คำตัดสินทางกฎหมาย วลีนี้ชี้ว่าการเรียกสิ่งใดว่า cool เป็นเรื่องตามความรู้สึกส่วนตัว คนต่างกันหรือยุคต่างกันจึงอาจประเมินไม่เหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a judgment of taste หมายถึงอะไร

  1. คำตัดสินทางกฎหมายเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์
  2. การทดสอบว่าอาหารมีรสชาติอย่างไร
  3. การประเมินตามความชอบส่วนบุคคลหรือรสนิยมด้านความงาม
ดูคำตอบ

การประเมินตามความชอบส่วนบุคคลหรือรสนิยมด้านความงาม

People who are cool are with it. สำนวน

0:28

คนเจ๋ง ๆ รู้ทันกระแส

สำนวน

with it: รับรู้กระแสปัจจุบัน

With it เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงการรับรู้แนวคิดและกระแสปัจจุบัน จึงดูทันสมัยหรือเป็นคนตามแฟชั่น ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวใช้บรรยายคนที่ถูกมองว่า cool ไม่ได้หมายถึงการอยู่กับสิ่งของบางอย่างที่ไม่ได้ระบุจริง ๆ คำสรรพนาม it เป็นส่วนที่ตายตัวของสำนวน และไม่ได้ชี้ไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่งในการสนทนา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “รับรู้กระแสปัจจุบัน”: Leo always knows the newest styles, so he is ____.

ดูคำตอบ

with it

They exhibit a style that people want to emulate.

0:31

พวกเขามีสไตล์ที่ใคร ๆ ก็อยากเลียนแบบ

They're fashionable.

0:34

พวกเขาทันสมัย

But being cool isn't just about confidence or being above the situation. ไวยากรณ์

0:35

แต่ความเจ๋งไม่ได้มีแค่ความมั่นใจหรือการวางตัวเหนือสถานการณ์

ไวยากรณ์

isn't just about: ปฏิเสธคำอธิบายที่มีเพียงปัจจัยเดียว

ในประโยคนี้ isn't just about หมายความว่า ความมั่นใจหรือการวางตัวเหนือสถานการณ์เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด แต่ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด ตรงนี้ just จำกัดขอบเขต โดยหมายถึง “เพียงแค่” ไม่ใช่ “เมื่อครู่นี้” ใช้ not just about + คำนามหรือรูป -ing เพื่อแก้คำอธิบายที่ง่ายเกินไปและเปิดทางให้กล่าวถึงอีกปัจจัยหนึ่ง: X isn't just about A; it also involves B.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่บอกว่าปัจจัยหนึ่งไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด: Winning the game ____ one great player; teamwork matters too.

ดูคำตอบ

isn't just about

In fact,

0:41

ที่จริงแล้ว

what is considered cool changes all the time. ไวยากรณ์

0:41

สิ่งที่คนมองว่าเจ๋งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ไวยากรณ์

what is considered cool ในฐานะอนุประโยคประธาน

ใน what is considered cool changes all the time อนุประโยค what is considered cool ทั้งหมดเป็นประธานของ changes และหมายถึง “สิ่งหรือลักษณะที่ผู้คนตัดสินว่าเท่” ตรงนี้ what ไม่ได้ใช้ถามคำถาม แต่หมายถึง “สิ่งที่” ภายในอนุประโยค is considered เป็นรูปถูกกระทำ ผู้คนเป็นฝ่ายตัดสิน ส่วนสิ่งที่ถูกบอกว่า cool เป็นฝ่ายรับการตัดสินนั้น รูปแบบ what is considered + คำคุณศัพท์หรือคำนาม สร้างกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและนำไปใส่ในประโยคที่ใหญ่กว่าได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค what เป็นประธาน และหมายความว่า “สิ่งที่ผู้คนตัดสินว่าสนุกอาจเปลี่ยนแปลงได้”

  1. What is considered fun can change.
  2. Why is this game considered fun?
  3. What do people consider fun?
ดูคำตอบ

What is considered fun can change.

Here's a fantastic illustration charting by time and location what was generally considered cool.

0:45

นี่คือภาพประกอบอันยอดเยี่ยมที่แสดงว่าสิ่งใดถูกมองว่าเจ๋งในแต่ละช่วงเวลาและสถานที่

To truly get to the origin of what we today mean by cool, วลี

0:52

หากจะย้อนหาต้นกำเนิดที่แท้จริงของความหมายของคำว่า “cool” ในปัจจุบัน

we're going to have to go back to West Africa in the 15th century.

0:57

เราต้องย้อนกลับไปยังแอฟริกาตะวันตกในศตวรรษที่ 15

วลี

get to the origin of: สืบย้อนบางสิ่งจนถึงแหล่งที่มา

ในประโยคนี้ get to the origin of หมายถึงการสืบย้อนแนวคิดหนึ่งกลับไปจนถึงจุดเริ่มต้นหรือแหล่งที่มาที่แท้จริง get to บรรยายความคืบหน้าของการสืบค้น ไม่ใช่การเดินทางไปยังสถานที่จริง โครงสร้างคือ get to the origin of + คำนามหรือกลุ่มคำนาม ใช้ได้เมื่อผู้พูดต้องตรวจสอบประวัติหรือหลักฐานที่เก่ากว่า ก่อนจะอธิบายว่าบางสิ่งเริ่มต้นจากที่ใด

แบบฝึกหัด

นักประวัติศาสตร์ต้องการเน้นกระบวนการสืบย้อนผ่านหลักฐานเก่าไปจนถึงแหล่งที่มาของประเพณี วลีใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. find the origin of
  2. get to the bottom of
  3. get to the origin of
ดูคำตอบ

get to the origin of

The Yoruba language has a great word,

1:01

ภาษาโยรูบามีคำที่ยอดเยี่ยมคำหนึ่ง

It means physical beauty,

1:05

คำนี้หมายถึงความงามทางกาย

but also being calm and detached from your circumstances, การใช้คำ

1:07

แต่ยังหมายถึงการสงบนิ่งและไม่ยึดติดกับสถานการณ์รอบตัว

almost unnaturally so, ไวยากรณ์

1:12

จนแทบดูผิดธรรมชาติ

การใช้คำ

Detached from your circumstances: ไม่ปล่อยให้สถานการณ์มากระทบอารมณ์

ในที่นี้ detached from your circumstances หมายถึงการรักษาระยะห่างทางอารมณ์จากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว บุคคลนั้นยังคงสงบแทนที่จะปล่อยให้สถานการณ์ส่งผลอย่างมากต่อความรู้สึกของตน detached อาจหมายถึงถูกแยกออกจากกันทางกายภาพได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่ความหมายในที่นี้ circumstances หมายถึงสถานการณ์หรือเงื่อนไขโดยรวมของบุคคล ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์เดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ detached from her circumstances หมายความว่าอย่างไร? Even when the plan fell apart, Nia stayed detached from her circumstances.

  1. เธอไม่ปล่อยให้สถานการณ์ควบคุมอารมณ์ของตน
  2. เธอถูกถอดออกจากเครื่องจักรทางกายภาพ
  3. เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรอบตัว
ดูคำตอบ

เธอไม่ปล่อยให้สถานการณ์ควบคุมอารมณ์ของตน

ไวยากรณ์

Almost unnaturally so: ใช้ so แทนสภาวะที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

ใน almost unnaturally so คำว่า so ใช้แทนสภาวะที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือการสงบและไม่ปล่อยให้สถานการณ์ของตนมากระทบอารมณ์ ผู้พูดจึงไม่ต้องกล่าวคำอธิบายทั้งหมดซ้ำ almost ขยาย unnaturally หมายความว่าความสงบนั้นเกือบดูไม่เป็นธรรมชาติ ในที่นี้ so หมายถึง “ในลักษณะนั้น” หรือ “ถึงระดับนั้น” ไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น”

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้แทน completely relaxed ให้สมบูรณ์: Maya looked completely relaxed, almost strangely ____.

ดูคำตอบ

so

in a superhuman kind of way.

1:14

ในแบบที่เหนือมนุษย์

วัฒนธรรม

itutu: ความงาม ความสงบ และการไม่ถูกสถานการณ์ครอบงำ

ในที่นี้ itutu ถูกนำเสนอว่าเป็นแนวคิดของชาวโยรูบาที่รวมความงามทางกายเข้ากับความสงบและการไม่ถูกสถานการณ์ตรงหน้าครอบงำ ความสงบนั้นถูกบรรยายว่าสมบูรณ์จนดูเหมือนอยู่เหนือปฏิกิริยาของมนุษย์ทั่วไป วิดีโอใช้แนวคิดนี้เป็นภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของส่วนหนึ่งในความหมายของ cool ทุกวันนี้ นั่นคือความสุขุมและการดูเหมือนไม่ได้รับผลกระทบ itutu ไม่ได้เป็นเพียงคำพ้องความหมายภาษาอังกฤษของ cool และไม่ควรย่อความหมายให้เหลือเพียงความงาม

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ itutu ตามที่อธิบายไว้ในประโยคมากที่สุด

  1. อากาศหนาวและอุณหภูมิต่ำ
  2. ความงามทางกายที่รวมกับความสงบและการไม่ถูกสถานการณ์ครอบงำอย่างโดดเด่น
  3. พฤติกรรมทันสมัยและความนิยม
ดูคำตอบ

ความงามทางกายที่รวมกับความสงบและการไม่ถูกสถานการณ์ครอบงำอย่างโดดเด่น

And a similar but more specific term comes from the Italian concept of sprezzatura. วัฒนธรรม

1:16

และคำที่คล้ายกันแต่เฉพาะเจาะจงกว่ามาจากแนวคิด sprezzatura ของอิตาลี

This was a way of behaving favored by the wealthy upper class in 15th century Italy.

1:22

นี่เป็นวิธีวางตัวที่ชนชั้นสูงผู้มั่งคั่งในอิตาลีศตวรรษที่ 15 นิยม

And to exhibit this behavior,

1:28

และเพื่อแสดงพฤติกรรมเช่นนี้

you wanted to act nonchalant,

1:30

คุณต้องทำเป็นไม่ใส่ใจ

even if doing so would take a lot of work. ไวยากรณ์

1:31

แม้ว่าการทำเช่นนั้นจะต้องใช้ความพยายามอย่างมาก

วัฒนธรรม

แนวคิด sprezzatura ของอิตาลี

sprezzatura ในที่นี้เป็นแนวคิดทางวัฒนธรรมของอิตาลีที่เกี่ยวข้องกับการวางตัวของชนชั้นสูงผู้มั่งคั่งในอิตาลีช่วงศตวรรษที่ 15 หมายถึงการทำให้พฤติกรรมที่ยากและเตรียมมาอย่างรอบคอบดูง่าย สงบ และเป็นธรรมชาติ ดังนั้นท่าทีสบาย ๆ ที่มองเห็นจึงเป็นสิ่งที่จงใจแสดงออก ไม่ใช่หลักฐานว่าไม่ได้ใช้ความพยายามหรือไม่สนใจผลลัพธ์ ใจความสำคัญคือการซ่อนความพยายามไว้เบื้องหลังความสบาย

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ sprezzatura ในตัวอย่างมากที่สุด

  1. ทำให้สิ่งที่ยากดูเป็นธรรมชาติและไม่ต้องใช้ความพยายาม
  2. แสดงให้เห็นอย่างเปิดเผยว่าตนพยายามมากเพียงใด
  3. ไม่เตรียมตัวเลยเพราะผลลัพธ์ไม่สำคัญ
ดูคำตอบ

ทำให้สิ่งที่ยากดูเป็นธรรมชาติและไม่ต้องใช้ความพยายาม

ไวยากรณ์

even if: ผลลัพธ์ยังคงเดิม

even if ใช้นำความหมายเชิงยอมรับที่ตั้งอยู่บนเงื่อนไขซึ่งอาจเกิดขึ้นหรือเป็นเพียงสิ่งสมมติ โดยบอกว่าผลลัพธ์หรือการตัดสินใจในประโยคหลักยังคงเดิม ไม่ว่าเงื่อนไขนั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ในที่นี้ ความเป็นไปได้ที่การทำตัวสบาย ๆ อาจต้องใช้ความพยายามมาก ไม่ได้ทำให้เป้าหมายที่จะดูสบาย ๆ เปลี่ยนไป ต่างจากประโยคเงื่อนไข if ทั่วไป ซึ่งเงื่อนไขอาจเป็นตัวกำหนดว่าจะเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่แสดงว่าแผนจะไม่เปลี่ยนไปเมื่อมีเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น: We will play outside ____ it gets cold.

ดูคำตอบ

even if

ไวยากรณ์

ใช้ “doing so” ชี้กลับไปยังการกระทำก่อนหน้า

ในประโยคนี้ doing so หมายถึง “การทำเป็นไม่ใส่ใจ” คำกริยา do แสดงการกระทำสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ส่วน so ชี้กลับไปยังการกระทำนั้นแทนที่จะกล่าวซ้ำ เนื่องจาก doing เป็นรูป gerund ทั้งวลีจึงทำหน้าที่เป็นประธานของ would take ได้: doing so would take a lot of work รูปแบบการอ้างกลับไปยังการกระทำนี้ช่วยให้คำอธิบายกระชับ แต่ต้องระบุได้จากบริบทว่าหมายถึงการกระทำใด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Maya agreed to apologize, and doing so eased the tension,” คำว่า “doing so” หมายถึงอะไร?

  1. การที่ความตึงเครียดลดลง
  2. การที่มายาขอโทษ
  3. การที่มายาตกลง
ดูคำตอบ

การที่มายาขอโทษ

You would hide your desires and emotions behind ironic detachment. สำนวน

1:34

คุณจะซ่อนความปรารถนาและอารมณ์ไว้เบื้องหลังท่าทีวางเฉยแบบย้อนแย้ง

สำนวน

ใช้ “hide A behind B” เพื่อปกปิดอารมณ์

ในที่นี้ hide A behind B เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ A คือความปรารถนาและอารมณ์ที่แท้จริงของบุคคล ส่วน B คือท่าทีภายนอกแบบ ironic detachment ซึ่งเป็นการรักษาระยะห่างอย่างเย็นชาและแฝงการเยาะเล็กน้อย ท่าทีนี้ทำหน้าที่เหมือนสิ่งปกปิด ทำให้มองเห็นความรู้สึกภายในได้ยากขึ้น รูปแบบ hide A behind B ที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้ หมายถึงการใช้พฤติกรรม ท่าที หรือคำอธิบายที่มองเห็นได้เพื่อซ่อนสิ่งที่มองเห็นได้ยากกว่า Behind ระบุสิ่งที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องปกปิด ไม่ใช่ตำแหน่งตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่ทำให้รอยยิ้มอย่างมั่นใจเป็นสิ่งปกปิด: “He hid his uncertainty ____ a confident smile.”

ดูคำตอบ

behind

But where can you see sprezzatura?

1:39

แล้วเราจะเห็น sprezzatura ได้ที่ไหน

Well,

1:42

อืม

how about here?

1:43

ตรงนี้เป็นอย่างไร

The Mona Lisa.

1:45

โมนาลิซา

She doesn't laugh.

1:46

เธอไม่หัวเราะ

She's exercising restraint. วลี

1:48

เธอกำลังข่มอารมณ์ไว้

วลี

exercise restraint: ยับยั้งตนเองอย่างตั้งใจ

ในวลี exercise restraint คำว่า exercise หมายถึง “ใช้” หรือ “แสดง” ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกาย วลีทั้งหมดหมายถึงการควบคุมอารมณ์ ปฏิกิริยา หรือการกระทำของตนอย่างตั้งใจ ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงมีคนอื่นมาห้ามเธอ แต่สีหน้าสงบของเธอถูกตีความว่าเป็นการเลือกควบคุมตนเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึง “ควบคุมปฏิกิริยาของตนอย่างตั้งใจ”: Although Leo was furious, he chose to ____ and answer calmly.

ดูคำตอบ

exercise restraint

It almost feels like she's looking down on you, กริยาวลี

1:50

ให้ความรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังมองคุณอย่างดูแคลน

smugly.

1:53

ด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง

กริยาวลี

look down on someone: คิดว่าใครบางคนด้อยกว่า

Look down on someone เป็นกริยาวลีที่หมายถึงคิดว่าคนนั้นด้อยกว่า สำคัญน้อยกว่า หรือมีคุณค่าน้อยกว่าตนเอง วลีนี้บรรยายท่าทีที่รู้สึกว่าตนเหนือกว่าและไม่ให้เกียรติผู้อื่น ในประโยคนี้ ความหมายดังกล่าวมาจากสีหน้าที่พอใจในตัวเองของเธอ ไม่ได้หมายถึงการมองลงมาจากที่สูงจริง ๆ

แบบฝึกหัด

looks down on ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร? Nina looks down on anyone who asks for help.

  1. นีนามองผู้คนจากที่สูงกว่า
  2. นีนาคิดว่าคนที่ขอความช่วยเหลือด้อยกว่า
  3. นีนาขอความช่วยเหลือจากคนอื่น
ดูคำตอบ

นีนาคิดว่าคนที่ขอความช่วยเหลือด้อยกว่า

Now, to make this more clear,

1:54

ทีนี้ เพื่อให้เห็นชัดขึ้น

let's take a look at a recent discovery, ลำดับความ

1:56

มาดูการค้นพบเมื่อไม่นานมานี้กัน

ลำดับความ

Let's take a look at ในฐานะวลีเปลี่ยนผ่านของการนำเสนอ

ในประโยคนี้ let's take a look at เป็นการชวนผู้ฟังให้มาพิจารณาการค้นพบนี้ร่วมกับผู้พูด Let's ครอบคลุมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ส่วน take a look at หมายถึง “ดู” หรือ “พิจารณา” ไม่ได้ใช้ take ตามความหมายตรงตัว วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยเปลี่ยนจากคำกล่าวกว้าง ๆ ว่าเรื่องจะชัดเจนขึ้น ไปสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ผู้พูดมักใช้ Let's take a look at + คำนาม เพื่อบอกว่าผู้ฟังควรสนใจสิ่งใดต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมการเปลี่ยนผ่านของผู้นำเสนอด้วยวลีเชิญชวนจากบทเรียน: We have discussed the rule. Now, ____ an example.

ดูคำตอบ

let's take a look at

a painting that used to be thought of as a copy of the Mona Lisa made years and years later. โน้ต

1:58

นั่นคือภาพวาดที่เคยเชื่อกันว่าเป็นสำเนาโมนาลิซาที่สร้างขึ้นในอีกหลายปีต่อมา

ไวยากรณ์

Used to be thought of as สำหรับความเชื่อในอดีต

Used to บอกสภาวะหรือเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำในอดีต แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ในที่นี้ used to be แสดงว่าภาพวาดเคยถูกจัดประเภทเช่นนี้ในอดีต แต่ตอนนี้ไม่ได้ถูกนำเสนอแบบนั้นแล้ว Thought of as เป็นรูปกรรมวาจกของ think of A as B หมายถึง “ถูกมองว่าเป็น” หรือ “ถูกจัดประเภทว่าเป็น” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + used to be thought of as + คำอธิบาย ซึ่งใช้รายงานความเชื่อในอดีตโดยไม่ต้องระบุว่าใครเป็นผู้เชื่อเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าคนเคยจัดสิ่งของนี้ว่าเป็นของจำลองในอดีต แต่มุมมองนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว

  1. The object used to be thought of as a replica.
  2. The object is thought of as a replica.
  3. The object is used to being thought of as a replica.
ดูคำตอบ

The object used to be thought of as a replica.

ลำดับความ

การเน้นระยะเวลาใน years and years later

years and years ซ้ำคำว่า years เพื่อเน้นระยะเวลาที่ยาวนาน years สองคำนี้ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาสองช่วงที่แยกจากกัน แต่รวมกันหมายถึงเวลาหลายปีมากโดยไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน later วางช่วงเวลาที่ยาวนานนี้ไว้หลังเวลา หรือเหตุการณ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงความเชื่อเดิมว่าสำเนาถูกวาดขึ้นหลังต้นฉบับเป็นเวลานานมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นว่ามีเวลาที่ยาวนานมากโดยไม่ระบุระยะเวลาที่แน่นอนผ่านไปก่อนการกลับมา

  1. They returned to the island every year.
  2. They returned to the island the next day.
  3. They returned to the island years and years later.
ดูคำตอบ

They returned to the island years and years later.

Except, recent restoration has shown that the very same mistakes and corrections that Da Vinci made on the original ลำดับความ

2:05

แต่การบูรณะเมื่อไม่นานมานี้เผยว่า ข้อผิดพลาดและการแก้ไขแบบเดียวกับที่ Da Vinci ทำไว้ในภาพต้นฉบับ

were also done on this painting,

2:11

ก็ปรากฏอยู่ในภาพนี้เช่นกัน

ลำดับความ

Except แบบเดี่ยว ๆ ที่ส่งสัญญาณการพลิกเรื่องอย่างฉับพลัน

Except ในที่นี้เป็นคำส่งสัญญาณทางการเล่าเรื่องที่อยู่เดี่ยว ๆ ไม่ใช่ except แบบทั่วไปที่ใช้บอกสิ่งที่ถูกยกเว้น คำนี้ขัดจังหวะการเล่าเรื่องและนำเสนอข้อเท็จจริงที่ขัดกับความคาดหมายซึ่งเพิ่งสร้างขึ้น รูปแบบที่ตั้งใจให้ไม่เป็นประโยคสมบูรณ์ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยเริ่มจากการเสนอความเชื่อเดิม แล้วใช้ Except ส่งสัญญาณถึงหลักฐานสำคัญที่คัดค้านความเชื่อนั้น โดยมีความหมายประมาณว่า “แต่คำอธิบายนั้นมีปัญหาอยู่”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Except เป็นคำส่งสัญญาณแบบสนทนาที่อยู่เดี่ยว ๆ เพื่อพลิกความคาดหมาย

  1. Everyone crossed the bridge except Leo.
  2. The trip seemed easy. Except, the bridge was closed.
  3. Except for one delay, the trip was easy.
ดูคำตอบ

The trip seemed easy. Except, the bridge was closed.

leading restorers to believe that this painting was made side by side with the actual Mona Lisa. โน้ต

2:14

ทำให้นักบูรณะเชื่อว่าภาพนี้ถูกวาดเคียงข้างกับโมนาลิซาตัวจริง

ไวยากรณ์

leading restorers to believe that ในฐานะอนุประโยคแสดงผล

ในที่นี้ leading restorers to believe that ... บอกผลที่เกิดจากข้อผิดพลาดและร่องรอยการแก้ไขที่ตรงกัน หลักฐานเหล่านี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณะคิดว่าภาพทั้งสองถูกสร้างขึ้นพร้อมกัน นี่คืออนุประโยคแสดงผลที่ใช้ present participle อนุประโยค -ing ต้องอาศัยข้อความสมบูรณ์ที่อยู่ข้างหน้า Leading ไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สองและไม่ได้หมายถึงการนำทางใคร รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ข้อความหลัก, leading someone to believe that + ข้อสรุป

แบบฝึกหัด

leading restorers to believe that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. บอกผลจากหลักฐานก่อนหน้า คือผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณะได้ข้อสรุปอย่างหนึ่ง
  2. บอกว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณะเป็นผู้แก้ไขภาพเหล่านั้นเอง
  3. เริ่มการกระทำอีกอย่างหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณะพาใครไปยังสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

บอกผลจากหลักฐานก่อนหน้า คือผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณะได้ข้อสรุปอย่างหนึ่ง

วลี

side by side with สำหรับตำแหน่งหรือกิจกรรมแบบคู่ขนาน

Side by side with หมายถึงอยู่ข้างและเรียงเคียงกับบุคคลหรือสิ่งของอีกอย่างหนึ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าภาพที่สองน่าจะถูกสร้างขึ้นใกล้กับโมนาลิซาของจริง ภายในกระบวนการทำงานเดียวกัน วลีนี้ใช้บอกได้ทั้งตำแหน่งทางกายภาพและการที่คนหรือกิจกรรมดำเนินไปด้วยกันแบบคู่ขนาน ในที่นี้กล่าวถึงการสร้างภาพ ไม่ใช่การนำภาพที่เสร็จแล้วมาแสดงเคียงกันในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง ‘ทำงานอยู่ข้างใครบางคนแบบคู่ขนาน’: Ana worked ____ her brother on the model.

ดูคำตอบ

side by side with

Look at her expression.

2:22

ดูสีหน้าของเธอสิ

It's even more clear that she's looking at you like, การใช้คำ

2:24

ยิ่งเห็นชัดเลยว่าเธอมองคุณราวกับจะพูดว่า

"Huh, really?

2:26

“หา จริงเหรอ

You think you're cool?

2:28

คิดว่าตัวเองเจ๋งเหรอ

Okay."

2:31

ก็ได้”

การใช้คำ

looking at you like, "...": แสดงปฏิกิริยาเงียบแบบมีอารมณ์

ในรูปแบบภาษาพูดนี้ look at someone like ที่ตามด้วยคำพูดในเครื่องหมายคำพูด จะเปลี่ยนสีหน้าหรือปฏิกิริยาที่ไร้คำพูดให้เป็นการแสดงสั้น ๆ คำหลัง like แทนสิ่งที่สายตานั้นดูเหมือนกำลังสื่อ ไม่ได้ยืนยันว่าบุคคลนั้นพูดออกมาจริง ๆ ในประโยคนี้ คำถามที่สมมติขึ้นทำให้สายตาของผู้หญิงดูสงสัยและเยาะเล็กน้อย โดยทั่วไป ผู้พูดสามารถใช้ like ก่อนคำพูดที่แสดงแบบมีอารมณ์ เพื่อถ่ายทอดความคิด ท่าที หรือปฏิกิริยาที่ดูเหมือนเป็นของใครบางคน

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกภาษาพูดหนึ่งคำที่ใช้เปิดปฏิกิริยาเงียบในจินตนาการให้ประโยคสมบูรณ์: When I suggested a third meeting, she looked at me ____, "Another one?"

ดูคำตอบ

like

Related is the Italian concept of omertà. วัฒนธรรม

2:32

แนวคิดที่เกี่ยวข้องกันคือ omertà ของอิตาลี

This is keeping your cool and not telling the authorities anything about anybody. โน้ต

2:36

หมายถึงการรักษาความเยือกเย็นและไม่ปริปากบอกเจ้าหน้าที่เรื่องใครทั้งนั้น

สำนวน

keeping your cool: รักษาความสงบภายใต้แรงกดดัน

ใน keeping your cool คำว่า cool เป็นคำนามที่หมายถึงการควบคุมตนเองอย่างสงบ ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิต่ำ สำนวนนี้บอกว่าคนคนหนึ่งยังคงนิ่งแทนที่จะตื่นตระหนกหรือตอบโต้ด้วยความโกรธเมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดัน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ keep + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + cool เช่น keep my cool และ keep her cool ในที่นี้ your ใช้กล่าวถึงคนทั่วไปที่อยู่ในสถานการณ์นั้น ไม่ได้เจาะจงผู้ฟังคนใดคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “รักษาความสงบภายใต้แรงกดดัน” ให้สมบูรณ์: Even when the customer started shouting, Maya managed to ____.

ดูคำตอบ

keep her cool

ไวยากรณ์

not ... anything ... anybody: การปฏิเสธหนึ่งครั้งในภาษาอังกฤษมาตรฐาน

Not ทำให้ telling เป็นปฏิเสธ ภายในขอบเขตของการปฏิเสธนี้ anything หมายถึงข้อมูลหรือสิ่งต่าง ๆ ส่วน anybody หมายถึงคน ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่าไม่มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลใดแก่เจ้าหน้าที่ ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน คำกลุ่ม any- ใช้คู่กับ not อย่างเป็นธรรมชาติ: not ... anything ... anybody การใช้ nothing หรือ nobody ร่วมกับ not เพื่อสื่อการปฏิเสธเพียงครั้งเดียวจะเกิดการสอดคล้องของคำปฏิเสธ ซึ่งไม่ใช่รูปแบบมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างปฏิเสธตามภาษาอังกฤษมาตรฐานและหมายความว่าเธอไม่ได้เปิดเผยข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับใครเลย

  1. She did not tell the reporter anything about anybody.
  2. She told the reporter anything about anybody.
  3. She did not tell the reporter nothing about nobody.
ดูคำตอบ

She did not tell the reporter anything about anybody.

It's the type of attitude you see in movies like Goodfellas or The Godfather.

2:42

เป็นท่าทีแบบที่เห็นในภาพยนตร์อย่าง Goodfellas หรือ The Godfather

วัฒนธรรม

แนวคิด omertà ของอิตาลี: กฎแห่งความเงียบ

Omertà เป็นคำภาษาอิตาลีที่หมายถึงกฎแห่งความเงียบ สมาชิกของกลุ่มปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับกันและกันแก่เจ้าหน้าที่ ในที่นี้คำดังกล่าวอธิบายท่าทีที่ควบคุมตนเอง โดยเก็บอารมณ์และไม่พูดอะไร ตัวอย่างภาพยนตร์ชี้ไปยังเรื่องราวเกี่ยวกับอาชญากรรมที่เป็นขบวนการ ซึ่งความเงียบแสดงถึงความภักดีและการต่อต้านแรงกดดันจากตำรวจ คำนี้เรียกกฎหรือท่าทีดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการเก็บข้อมูลเป็นส่วนตัวทุกกรณี

แบบฝึกหัด

ในละครอาชญากรรม พยานคนหนึ่งปฏิเสธที่จะบอกชื่อใครแก่ตำรวจ คำอธิบายใดตรงกับ omertà มากที่สุด?

  1. เทคนิคในการทำให้ดูทันสมัย
  2. กฎแห่งความเงียบที่ห้ามแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่
  3. คำมั่นตามกฎหมายว่าจะให้การอย่างเปิดเผย
ดูคำตอบ

กฎแห่งความเงียบที่ห้ามแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่

But our modern definition of cool may most directly come from slaves and prisoners.

2:46

แต่คำนิยาม “ความเจ๋ง” ในยุคใหม่อาจมาจากทาสและนักโทษโดยตรงที่สุด

People in those positions are subjected to authority in a very direct way, การใช้คำ

2:52

คนที่ตกอยู่ในสถานะเหล่านั้นถูกกดอยู่ใต้อำนาจโดยตรง

การใช้คำ

are subjected to authority: การควบคุมด้วยอำนาจที่ถูกบังคับใช้กับผู้คน

Are subjected to authority เป็นโครงสร้างประโยคถูกกระทำ หมายความว่าอำนาจถูกบังคับใช้กับคนเหล่านี้ พวกเขาจึงเผชิญการควบคุมนั้นโดยตรง ไม่ใช่แค่ยอมรับสถานะของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ในที่นี้ subject เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงหัวข้อ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ be subjected to + คำนาม รูปแบบนี้สื่อว่าผู้ได้รับผลกระทบแทบไม่มีทางเลือก ส่วนคำนามหลัง to ระบุการควบคุม การปฏิบัติ แรงกดดัน การทดสอบ หรือสภาพที่ถูกยัดเยียดให้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ subject ที่หมายถึงถูกบังคับให้เผชิญบางสิ่ง: During the investigation, the workers ____ repeated questioning.

ดูคำตอบ

were subjected to

and any kind of rebellion against authority or fighting against it

2:57

และการขัดขืนหรือต่อสู้กับผู้มีอำนาจไม่ว่าในรูปแบบใด

is most certainly going to be answered with nothing but punishment and very little chance of success. โน้ต

3:00

ย่อมได้รับเพียงการลงโทษ และแทบไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จ

การใช้คำ

be answered with: ได้รับการตอบสนองในรูปแบบหนึ่ง

Be answered with เป็นรูปถูกกระทำของ answer something with something เหตุการณ์หรือการกระทำที่อยู่ก่อนคำกริยารูปถูกกระทำเป็นสิ่งที่ได้รับการตอบสนอง ส่วน with ใช้บอกว่าการตอบสนองนั้นมาในรูปแบบใด ในประโยคนี้ การกบฏได้รับการตอบโต้ด้วยการลงโทษ ไม่ใช่คำตอบที่พูดออกมา รูปแบบนี้มักแสดงว่าการกระทำหนึ่งก่อให้เกิดผลหรือการตอบโต้ การตอบสนองอาจเป็นคำพูด ความเงียบ ความช่วยเหลือ กำลัง หรือการกระทำอื่น บริบทจะบอกว่าฟังดูเป็นกลาง สนับสนุน หรือเป็นการแก้แค้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ answer ... with ซึ่งหมายถึงได้รับการตอบสนองในรูปแบบหนึ่ง: The villagers' request for help ____ a warning to remain silent.

ดูคำตอบ

was answered with

วลี

nothing but punishment: “มีแต่การลงโทษเท่านั้น”

ในประโยคนี้ nothing but punishment หมายถึง “มีแต่การลงโทษเท่านั้น” หรือ “การลงโทษโดยไม่มีผลลัพธ์อื่น” โครงสร้าง nothing but + นามวลีจะตัดทางเลือกอื่นทั้งหมดออกและเน้นผลลัพธ์เดียวที่เหลืออยู่อย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่การปฏิเสธว่าไม่มีการลงโทษ ผู้พูดกำลังคาดการณ์ว่าการต่อต้านโดยตรงจะได้รับเพียงการลงโทษและแทบไม่มีโอกาสสำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “มีแต่การลงโทษเท่านั้น”: If the team breaks the rules again, it will face ____.

ดูคำตอบ

nothing but punishment

And so instead, an attitude of ironic detachment is taken on, กริยาวลี

3:06

พวกเขาจึงเลือกวางตัวห่างเหินแบบย้อนแย้งแทน

กริยาวลี

is taken on: การเลือกใช้ท่าทีหนึ่ง

ในที่นี้ take on หมายถึง “นำมาใช้” หรือ “เริ่มแสดงออก” และมี an attitude of ironic detachment เป็นกรรม ความหมายนี้มาจากกริยาวลีทั้งชุด ไม่ใช่การแยกตีความ take กับ on ในรูปประธานเป็นผู้กระทำ จะเป็น someone takes on an attitude แต่โครงสร้างกรรมวาจกในคำบรรยายใช้ the attitude is taken on กรรมวาจกทำให้ท่าทีเป็นจุดเน้น แทนที่จะระบุว่าใครเป็นผู้ใช้ท่าทีนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปสองคำของ take on: To keep the discussion calm, a more respectful tone was ____.

ดูคำตอบ

taken on

which allows you to distance yourself from that authority, วลี

3:11

ซึ่งช่วยให้พวกเขาถอยห่างจากอำนาจนั้น

วลี

distance yourself from: ลดความเกี่ยวข้องหรือการสนับสนุน

ในประโยคนี้ distance yourself from that authority หมายถึงทำให้ตัวคุณเกี่ยวข้องกับอำนาจนั้นน้อยลงในด้านความคิดเห็น การสนับสนุน หรือจุดยืนที่แสดงต่อสาธารณะ ไม่จำเป็นต้องขยับตัวออกไปให้ไกลขึ้นจริง ๆ โครงสร้างคือ distance + สรรพนามสะท้อนกลับ + from + คนหรือสิ่งหนึ่ง สรรพนามสะท้อนกลับจะเปลี่ยนตามประธาน: I distance myself, you distance yourself และ they distance themselves สำนวนนี้มักแสดงถึงการลดการสนับสนุน การมีส่วนร่วม หรือความเกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ใช้ distance สรรพนามสะท้อนกลับที่ตรงกับประธาน และ from เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Mia did not support the unfair rule, so she chose to ____ it.

ดูคำตอบ

distance herself from

to be away from it, against it,

3:13

แยกตัวออกมาและอยู่ฝ่ายตรงข้าม

without actively confronting it and getting in trouble. ไวยากรณ์

3:15

โดยไม่ต้องเผชิญหน้าโดยตรงจนตัวเองเดือดร้อน

ไวยากรณ์

without confronting ... and getting in trouble: วลี -ing สองวลีหลัง without เพียงคำเดียว

ในที่นี้ without อธิบายว่าอะไรไม่ได้เกิดขึ้นขณะที่บุคคลนั้นรักษาระยะห่าง กล่าวคือ เขาไม่ได้เผชิญหน้ากับอำนาจนั้นอย่างจริงจังและไม่ได้ทำให้ตัวเองเดือดร้อน Confronting และ getting เป็นรูป -ing ที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and โดย without เพียงคำเดียวครอบคลุมทั้งสองส่วน Get in trouble เป็นสำนวนที่หมายถึงได้รับโทษหรือพบปัญหาเพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปในสถานที่แห่งหนึ่ง โครงสร้าง without + -ing ใช้บอกว่าบางสิ่งเกิดขึ้นโดยหลีกเลี่ยงการกระทำหรือผลอีกอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ confront และ get เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Nina stepped away without directly ____ the coach and ____ in trouble.

ดูคำตอบ

confronting · getting

Now, later on in the 1940s,

3:19

ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1940

the actual word cool began to stick to this attitude.

3:21

คำว่า “cool” ก็เริ่มถูกใช้เรียกท่าทีแบบนี้

It came out of the smoke-filled nightclubs where jazz, beatnik, and bohemian culture thrived. กริยาวลี

3:26

คำนี้ถือกำเนิดในไนต์คลับที่ควันคลุ้ง ซึ่งดนตรีแจ๊สและวัฒนธรรมบีตนิกกับโบฮีเมียนเฟื่องฟู

กริยาวลี

came out of: มีต้นกำเนิดจากสภาพแวดล้อมหนึ่ง

ในประโยคนี้ came out of หมายถึง “มีต้นกำเนิดหรือพัฒนามาจาก” ความหมายเชิงวัฒนธรรมของ cool ก่อตัวขึ้นในบรรยากาศของไนต์คลับที่เต็มไปด้วยควัน ซึ่งดนตรีแจ๊สและวัฒนธรรมโบฮีเมียนกำลังเฟื่องฟู วลีนี้ใช้บรรยายแนวคิด รูปแบบ ธรรมเนียม หรือทัศนคติที่เกิดจากสภาพแวดล้อมทางสังคมหรือประเพณีได้ ในที่นี้ out of ชี้ถึงแหล่งที่มา ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ และไม่เหมือนกับ come out ที่ไม่มี of ซึ่งอาจหมายถึง “ได้รับการเผยแพร่” หรือ “เปิดเผยเรื่องส่วนตัว”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The new dance style came out of neighborhood block parties,” came out of หมายความว่าอะไร

  1. นักเต้นนำรูปแบบนั้นออกจากบริเวณงานปาร์ตี้จริง ๆ
  2. รูปแบบนั้นได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกหลังจากงานปาร์ตี้จบลง
  3. รูปแบบนั้นเกิดและพัฒนามาจากงานปาร์ตี้เหล่านั้น
ดูคำตอบ

รูปแบบนั้นเกิดและพัฒนามาจากงานปาร์ตี้เหล่านั้น

The only way to freshen up that smoke-filled air was to open windows and let the cool night air in. โน้ต

3:32

วิธีเดียวที่จะทำให้อากาศควันคลุ้งสดชื่นขึ้นคือเปิดหน้าต่างรับลมเย็นยามค่ำคืน

ไวยากรณ์

The only way to ... was to ...: เสนอทางแก้เพียงทางเดียวในอดีต

รูปแบบ The only way to X was to Y เชื่อมเป้าหมายหรือปัญหาเข้ากับทางแก้เพียงทางเดียวที่ผู้พูดเสนอ ในที่นี้ X คือการทำให้อากาศที่เต็มไปด้วยควันสดชื่นขึ้น และ Y คือการเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศเย็นเข้ามา to ตัวแรกเป็นส่วนหนึ่งของ way to + คำกริยา และใช้บอกเป้าหมาย ส่วน was to + คำกริยาใช้บอกทางแก้ โดย was สอดคล้องกับการเล่าเรื่องในอดีต สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันให้ใช้ The only way to X is to Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคอดีตด้วยสองส่วนของรูปแบบที่บอกทางแก้เพียงทางเดียว: After every other entrance was locked, the ____ get inside ____ use the back door.

ดูคำตอบ

only way to · was to

กริยาวลี

freshen up: ทำให้อากาศสดชื่นขึ้น

ใน freshen up that smoke-filled air คำว่า freshen up หมายถึงทำให้อากาศสดชื่นขึ้นและลดความอับหรือกลิ่นควัน กรรมตรง that smoke-filled air ชี้ว่าประโยคนี้พูดถึงการทำให้อากาศดีขึ้น ไม่ใช่การที่คนล้างหน้าหรือจัดแต่งตัว freshen up เป็นกริยาวลี โดย up ให้ความรู้สึกว่าเปลี่ยนไปสู่สภาพที่สดชื่นกว่า โครงสร้าง freshen up + สิ่งของ ใช้บรรยายการทำให้อากาศหรือสถานที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็วและสังเกตได้

แบบฝึกหัด

เติมคำอนุภาคที่ทำให้กริยาวลีเป้าหมายสมบูรณ์: Open the windows to freshen ____ the room before the guests arrive.

ดูคำตอบ

up

กริยาวลี

let the cool night air in: let + กรรม + in

let the cool night air in หมายถึงปล่อยให้อากาศเย็นยามค่ำคืนเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ ในที่นี้ let หมายถึงอนุญาตหรือปล่อยให้ ส่วน in เป็นคำอนุภาคที่แสดงการเคลื่อนจากข้างนอกเข้าข้างใน ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง let + กรรม + in: let [the cool night air] in ถ้าเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง let the air in และ let in the air แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับคำอนุภาค คือ let it in ไม่ใช่ let in it

แบบฝึกหัด

เรียงคำสรรพนาม it และคำอนุภาค in ให้ถูกต้อง: The puppy is waiting outside, so please let ____.

ดูคำตอบ

it in

Saxophonist Lester Young is credited with making this connection and popularizing the use of the word cool. ไวยากรณ์

3:40

Lester Young นักแซ็กโซโฟนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เชื่อมโยงสองสิ่งนี้และทำให้คำว่า “cool” แพร่หลาย

ไวยากรณ์

is credited with + -ing: ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ทำบางสิ่ง

is credited with หมายถึง บุคคลหนึ่งได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นผู้ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นหรือทำบางสิ่งสำเร็จ ในประโยคนี้ เลสเตอร์ ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สร้างความเชื่อมโยงและช่วยให้คำว่า cool เป็นที่นิยม แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าเขาทำเพียงคนเดียว โครงสร้างคือ be credited with + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ with ตามด้วย making และ popularizing โดยเปลี่ยน be ให้ตรงกับประธานและเวลา เช่น is credited, was credited หรือ are credited

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ be credited with ในรูปปัจจุบัน: Jordan ____ organizing the charity race.

ดูคำตอบ

is credited with

Even cooler is the fact that Lester also popularized the use of the word bread to mean money. โน้ต

3:47

ที่เจ๋งยิ่งกว่านั้นคือ Lester ยังทำให้การใช้คำว่า “bread” ในความหมายว่าเงินแพร่หลายด้วย

ไวยากรณ์

Even cooler is the fact that ...: เน้นข้อเท็จจริงที่น่าประทับใจยิ่งขึ้น

Even cooler is the fact that ... ใช้เสนอข้อเท็จจริงใหม่ว่าน่าสนใจหรือน่าประทับใจกว่าสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป cooler ในที่นี้เป็นการแสดงความคิดเห็น ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิที่ต่ำกว่า ลำดับคำปกติคือ The fact that ... is even cooler การย้าย even cooler มาไว้ข้างหน้าทำให้ผู้พูดแสดงการประเมินก่อน แล้วจึงใช้อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกข้อเท็จจริง ทำให้ประเด็นถัดไปเด่นขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างแบบนำส่วนประเมินไว้ข้างหน้าจากบทเรียนเพื่อเติมประโยคที่สอง: The club has a new art room. ____ members can use it for free.

ดูคำตอบ

Even cooler is the fact that

การใช้คำ

bread ในฐานะคำสแลงไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เงิน”

ในประโยคนี้ bread เป็นคำสแลงไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เงิน” ไม่ใช่อาหาร วลี the use of the word และ to mean money บอกอย่างชัดเจนว่ากำลังพูดถึงความหมายพิเศษของคำนี้ ความหมายนี้มักพบในบทสนทนาแบบกันเอง เพลง และวัฒนธรรมป๊อป การจำความหมายนี้ได้ช่วยให้เข้าใจว่าการพูดถึงการหา เก็บออม หรือต้องการ bread คือการพูดถึงเงิน

แบบฝึกหัด

ในประโยค "He needs more bread to pay the rent," คำว่า bread หมายถึงอะไร?

  1. เงิน
  2. อาหารอบ
  3. เวลาว่าง
ดูคำตอบ

เงิน

Well, look at that, the sun has come out. กริยาวลี

3:53

ดูนั่นสิ แดดออกแล้ว

That's cool.

3:55

เจ๋งดีนะ

กริยาวลี

the sun has come out สำหรับการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เพิ่งเกิดขึ้น

ในที่นี้ the sun has come out หมายถึงดวงอาทิตย์ที่เคยถูกเมฆบังได้ปรากฏให้เห็นแล้ว come out อธิบายการเปลี่ยนแปลงจากมองไม่เห็นเป็นมองเห็น ไม่ได้หมายความว่าดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า รูป present perfect อย่าง has come out นำเสนอเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่งเกิดขึ้นและผลยังสำคัญในตอนนี้ กล่าวคือ ผู้พูดมองเห็นแสงแดดอยู่ในขณะนี้

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect ของ come out เติมรายงานอากาศให้สมบูรณ์: "The clouds have moved away, and the sun ____."

ดูคำตอบ

has come out

It also means it's a good time to talk about the brain. ลำดับความ

3:56

และยังแปลว่าถึงเวลาที่เหมาะจะคุยเรื่องสมองแล้ว

ลำดับความ

ใช้ a good time to talk about เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่หัวข้อใหม่

ในที่นี้ a good time to talk about ทำให้ช่วงเวลาปัจจุบันดูเป็นโอกาสที่เหมาะสำหรับเริ่มหัวข้อหนึ่ง ผู้พูดใช้สำนวนนี้เพื่อเปลี่ยนไปพูดเรื่องสมองอย่างเป็นธรรมชาติ แทนที่จะประกาศหัวข้อใหม่อย่างกะทันหัน โครงสร้างคือ a good time to talk about + หัวข้อ สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับการสนทนา โดยสื่อว่าสถานการณ์ปัจจุบันทำให้เหมาะที่จะพูดเรื่องนั้นตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์นั้นเป็นเหตุทางตรรกะของความคิดถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: Everyone has finished the activity, so now is ____ what we learned.

ดูคำตอบ

a good time to talk about

Laurence Steinberg points out that there are systems in the brain that mature as we get older. วลี

3:59

Laurence Steinberg ชี้ว่าในสมองมีระบบต่าง ๆ ที่เติบโตเต็มที่เมื่อเราอายุมากขึ้น

วลี

ใช้ points out that เพื่อเน้นข้อสังเกตจากแหล่งข้อมูล

โครงสร้างคือ บุคคล + points out that + อนุประโยค ใช้เกริ่นข้อความหนึ่งพร้อมระบุว่าใครเป็นผู้ทำให้เราสนใจข้อความนั้น ในประโยคนี้ อนุประโยคหลัง that บอกข้อสังเกตของ Steinberg เกี่ยวกับระบบในสมอง ไม่ได้หมายถึงการใช้นิ้วชี้สิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อว่า Dr. Lee เน้นข้อเท็จจริงสำคัญ แทนที่จะเพียงรายงานคำพูดหรืออธิบายท่าทางการชี้จริง ๆ

  1. Dr. Lee points at the sleep chart.
  2. Dr. Lee says that small daily changes can improve sleep.
  3. Dr. Lee points out that small daily changes can improve sleep.
ดูคำตอบ

Dr. Lee points out that small daily changes can improve sleep.

The first is the socio-emotional network,

4:04

ระบบแรกคือเครือข่ายทางสังคมและอารมณ์

and this deals with social and emotional inputs. กริยาวลี

4:06

ซึ่งทำหน้าที่ประมวลข้อมูลทางสังคมและอารมณ์

กริยาวลี

deals with: สิ่งที่ระบบประมวลผล

ในประโยคนี้ deals with หมายถึง “ประมวลผล” หรือ “มีหน้าที่จัดการ” ประธานคือเครือข่าย ส่วนกรรม social and emotional inputs ระบุข้อมูลที่เครือข่ายนั้นทำงานด้วย รูปแบบ deal with + คำนาม ใช้บอกหน้าที่หรือหัวข้อที่ระบบ แผนก บท หรือบุคคลหนึ่งรับผิดชอบได้ ไม่จำเป็นต้องสื่อถึงปัญหาที่ยาก และในที่นี้ไม่เกี่ยวกับการซื้อขาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ประมวลผลหรือจัดการ”: This software ____ customer requests automatically.

ดูคำตอบ

deals with

The second is the cognitive control network.

4:09

ระบบที่สองคือเครือข่ายควบคุมการรู้คิด

This deals with regulating behavior and making ultimate decisions.

4:13

ระบบนี้ทำหน้าที่ควบคุมพฤติกรรมและตัดสินใจขั้นสุดท้าย

But these two networks do not mature at the same rate. วลี

4:17

แต่เครือข่ายทั้งสองไม่ได้เติบโตเต็มที่ด้วยอัตราเท่ากัน

วลี

at the same rate: อัตราการเปลี่ยนแปลงที่เท่ากัน

At the same rate หมายถึง “ด้วยความเร็วเท่ากัน” หรือ “เปลี่ยนแปลงในปริมาณเท่ากันภายในช่วงเวลาที่กำหนด” ในที่นี้ใช้เปรียบเทียบว่าเครือข่ายทั้งสองเติบโตเต็มที่เร็วเพียงใด สำนวนนี้เปรียบเทียบอัตราการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ระดับสุดท้ายหรือระดับความสมบูรณ์ สิ่งสองอย่างอาจพัฒนา at the same rate แม้เริ่มจากระดับต่างกัน จึงยังคงมีระดับไม่เท่ากันได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ด้วยอัตราเท่ากัน”: The two seedlings are growing ____, so neither is pulling ahead.

ดูคำตอบ

at the same rate

In fact, there's an awkward period in puberty and adolescence where the social-emotional network in our brain is more active,

4:20

ที่จริง ในช่วงวัยแรกรุ่นและวัยรุ่นจะมีระยะกระอักกระอ่วนที่เครือข่ายทางสังคมและอารมณ์ในสมองทำงานมากกว่า

and so whether or not people think you are cool matters more to you than is reasonable. ไวยากรณ์

4:28

ดังนั้น การที่คนอื่นจะมองว่าคุณเจ๋งหรือไม่จึงสำคัญกับคุณเกินกว่าที่ควร

ไวยากรณ์

whether or not: รวมความเป็นไปได้ทั้งสองทาง

whether or not ใช้นำประเด็นคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ที่ฝังอยู่ในประโยค กล่าวคือ คนอื่นอาจคิดว่าคุณเท่ หรืออาจไม่คิดเช่นนั้น or not ทำให้เห็นชัดว่าครอบคลุมทั้งสองความเป็นไปได้ ไม่ได้บอกถึงการกระทำที่สอง ในที่นี้ อนุประโยคทั้งชุด whether or not people think you are cool ทำหน้าที่เป็นประธานของ matters โดยทั่วไป อนุประโยค whether จะรวมประเด็นใช่หรือไม่ใช่ที่ยังไม่แน่นอนให้เป็นหน่วยคล้ายคำนาม ซึ่งใช้เป็นประธาน กรรม หรือส่วนเติมเต็มหลังคำบุพบทได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนที่ระบุชัดว่าครอบคลุมทั้งสองความเป็นไปได้: ____ the outdoor concert goes ahead affects our staffing plan.

ดูคำตอบ

Whether or not

ไวยากรณ์

matters more to you than is reasonable: เกินระดับที่สมเหตุสมผล

Matter to someone หมายถึง “มีความสำคัญต่อใครบางคน” ในประโยคนี้ ความคิดเห็นของคนอื่นส่งผลต่อคุณมากเกินกว่าระดับที่สมเหตุสมผล รูปแบบ verb + more ... than is reasonable เปรียบเทียบระดับของปฏิกิริยาหรือความสำคัญกับขีดจำกัดที่ยอมรับได้ อนุประโยค than ไม่กล่าวระดับที่นำมาเปรียบเทียบซ้ำ เพราะเข้าใจได้จาก more หากขยายความให้เต็มขึ้นจะหมายถึง “ในระดับที่มากกว่าระดับที่สมเหตุสมผล” ดังนั้น reasonable จึงประเมินระดับ ไม่ได้ประเมินว่าคุณเป็นคนมีเหตุผลหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบที่หมายถึง “เกินระดับที่เหมาะสม”: He worries about minor delays ____.

ดูคำตอบ

more than is reasonable

So, in a way, น้ำเสียง/เจตนา

4:34

ดังนั้น ในแง่หนึ่ง

you could say that the less worried you are with being cool, ไวยากรณ์

4:36

ยิ่งคุณกังวลเรื่องความเจ๋งน้อยเท่าไร

the more developed your brain is.

4:40

ก็ยิ่งพูดได้ว่าสมองของคุณพัฒนามากขึ้นเท่านั้น

น้ำเสียง/เจตนา

ลดความเด็ดขาดของข้อสรุปด้วย in a way, you could say that

in a way ทำให้ข้อสรุปถูกนำเสนอเป็นมุมมองหนึ่งที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่คำอธิบายที่ครบถ้วนหรือแม่นยำ ส่วน you could say that วางกรอบถ้อยคำให้เป็นข้อสรุปแบบหนึ่งที่ผู้ฟังอาจพิจารณาได้ เมื่อใช้ร่วมกัน ทั้งสองสำนวนจะช่วยลดความเด็ดขาดของการเหมารวมโดยไม่ถอนความเห็นนั้น ใช้ชุดสำนวนนี้เมื่อการตีความมีประโยชน์แต่เป็นการสรุปแบบง่าย ๆ กล่าวคือ ผู้พูดยังสนับสนุนใจความหลัก แต่จำกัดว่าควรเข้าใจตามตัวอักษรหรืออย่างแม่นยำเพียงใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการตีความแบบสรุปง่าย ๆ และยังแสดงว่าผู้พูดสนับสนุนการตีความนั้นโดยรวมได้ดีที่สุด

  1. I have no idea whether the delay helped us make a better decision.
  2. In a way, you could say that the delay helped us make a better decision.
  3. The delay definitely helped us make a better decision, with no exceptions.
ดูคำตอบ

In a way, you could say that the delay helped us make a better decision.

ไวยากรณ์

การเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ the less ..., the more ...

the less X, the more Y เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ที่เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเข้าด้วยกัน เมื่อระดับความกังวลเรื่องการดูเท่ลดลง ระดับการพัฒนาของสมองตามที่ประโยคกล่าวอ้างก็เพิ่มขึ้น the แต่ละคำในที่นี้ใช้เปิดส่วนเปรียบเทียบ ไม่ได้เป็นคำนำหน้านามชี้เฉพาะ รูปแบบคือ the + อนุประโยคเปรียบเทียบ, the + อนุประโยคเปรียบเทียบ โครงสร้างนี้แสดงความสัมพันธ์หรือแนวโน้มทั่วไป ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าเป็นกฎที่แม่นยำ หรือเป็นหลักฐานว่าการเปลี่ยนแปลงหนึ่งทำให้อีกการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ด้วย less และ more โดยใช้แต่ละคำหนึ่งครั้ง: The ____ time we waste, the ____ progress we make.

ดูคำตอบ

less · more

Instead, focus on vocabulary,

4:43

หันมาใส่ใจคำศัพท์แทนดีกว่า

the only thing that doesn't change,

4:46

สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยน

the only coolness that doesn't fade is cool, สำนวน

4:48

ความเจ๋งเพียงอย่างเดียวที่ไม่เลือนหายก็คือ “cool”

the word.

4:53

ตัวคำนี้เอง

สำนวน

Cool, the word: การเล่นคำกับความเท่ที่ไม่จางหาย

ตรงนี้ cool ทำหน้าที่สองอย่าง ใน coolness that doesn't fade คำว่า coolness หมายถึงคุณสมบัติของการดูทันสมัยหรือน่าประทับใจ ซึ่งความนิยมแบบนั้นอาจจางหายได้ ส่วนใน cool, the word คำว่า cool ไม่ได้ใช้ตัดสินสิ่งใด แต่กำลังถูกกล่าวถึงในฐานะคำภาษาอังกฤษคำหนึ่ง ตอนจบสร้างความย้อนแย้งแบบขำ ๆ ผู้พูดไม่ได้ยืนยันอย่างจริงจังว่าความเท่เป็นสิ่งเดียวที่ไม่มีวันจางหาย ประโยคเปลี่ยนจากแนวคิดที่เปลี่ยนแปลงได้ไปสู่คำที่ยังคงมีอยู่ และ the word ชี้ให้เห็นว่า cool ตัวสุดท้ายหมายถึงตัวคำเอง

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ตอนจบเกิดการเล่นคำ?

  1. ประโยคบอกว่าทุกสิ่งที่ทันสมัยจะทันสมัยตลอดไป
  2. ประโยคเปลี่ยนจาก cool ที่เป็นคุณสมบัติซึ่งอาจจางหาย ไปเป็น cool ที่หมายถึงตัวคำเอง
  3. ประโยคแนะนำคำที่แตกต่างกันสองคำซึ่งต่างก็แปลว่า cool
ดูคำตอบ

ประโยคเปลี่ยนจาก cool ที่เป็นคุณสมบัติซึ่งอาจจางหาย ไปเป็น cool ที่หมายถึงตัวคำเอง

Over the years,

4:54

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

we have used all kinds of other words to mean cool,

4:55

เราใช้คำอื่นสารพัดคำในความหมายว่าเจ๋ง

but the one that has never changed, ลำดับความ

4:58

แต่คำเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน

the one that has always been cool to use,

5:00

คำที่ใช้แล้วเจ๋งเสมอมา

is cool.

5:03

ก็คือ “cool”

ลำดับความ

The one that ... the one that ... is cool: เลื่อนการเฉลยไปไว้ตอนท้าย

สองส่วนที่ขึ้นต้นด้วย the one that ชี้ไปยังสิ่งเดียวกัน คือคำว่า cool ส่วนที่สองไม่ได้แนะนำคำอีกคำหนึ่ง แต่เพิ่มคำอธิบายอีกอย่างให้ประธานเดียวกัน การใช้รูปแบบเดิมซ้ำทำให้ผู้ฟังต้องรอ is cool ที่ท้ายประโยค ข้อมูลจึงมาในลำดับคำอธิบายแรก คำอธิบายที่สอง แล้วจึงเฉลย วิธีนี้สร้างความคาดหวังและทำให้ cool ตัวสุดท้ายทำหน้าที่เหมือนมุกปิดท้าย

แบบฝึกหัด

รูปแบบ the one that ที่ซ้ำกันทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. รูปแบบนี้ให้คำอธิบายสองอย่างสำหรับประธานเดียวกันและเลื่อนการเฉลยออกไป
  2. รูปแบบนี้แก้คำอธิบายแรกโดยใช้คำอธิบายที่สองแทน
  3. รูปแบบนี้กล่าวถึงประธานสองอย่างที่แยกจากกันและทั้งคู่ cool
ดูคำตอบ

รูปแบบนี้ให้คำอธิบายสองอย่างสำหรับประธานเดียวกันและเลื่อนการเฉลยออกไป

And that's cool.

5:04

และนั่นก็เจ๋งดี

Go check out that Skrillex concert footage.

5:06

ลองไปดูภาพจากคอนเสิร์ต Skrillex นั่นกัน

Noisey is the channel that uploaded that new M.I.A. video,

5:08

Noisey คือช่องที่อัปโหลดวิดีโอใหม่ของ M.I.A.

as well as M.I.A.'s responses to YouTube comments.

5:10

รวมถึงคำตอบของ M.I.A. ต่อความคิดเห็นบน YouTube

And according to this guy, น้ำเสียง/เจตนา

5:14

และตามที่ผู้ชายคนนี้บอก

fat people shouldn't be making music.

5:15

คนอ้วนไม่ควรทำเพลง

น้ำเสียง/เจตนา

according to this guy: การอ้างแหล่งที่มาและการเว้นระยะห่าง

according to this guy ระบุว่าคำกล่าวที่ตามมาเป็นความคิดเห็นของอีกคนหนึ่ง วลีนี้บอกผู้ฟังว่ากำลังอ้างมุมมองของใคร ดังนั้นคำกล่าวนั้นจึงไม่กลายเป็นความเชื่อของผู้พูดเองโดยอัตโนมัติ according to เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ในบริบทนี้ คำเรียกแบบกันเองว่า this guy สร้างระยะห่างและช่วยแสดงว่าผู้พูดไม่ได้ยืนข้างความคิดเห็นที่ดูหมิ่นนั้น

แบบฝึกหัด

according to this guy ในตัวอย่างสื่ออะไรโดยตรงที่สุด

  1. พิสูจน์ว่าผู้พูดเห็นด้วยกับคำกล่าวนั้น
  2. แสดงว่าผู้พูดรู้ด้วยตนเองว่าคำกล่าวนั้นเป็นจริง
  3. นำคำกล่าวไปอ้างว่าเป็นของอีกคนหนึ่งและสร้างระยะห่างแบบกันเอง
ดูคำตอบ

นำคำกล่าวไปอ้างว่าเป็นของอีกคนหนึ่งและสร้างระยะห่างแบบกันเอง

All I know is, น้ำเสียง/เจตนา

5:18

สิ่งเดียวที่ผมรู้ก็คือ

as always,

5:19

เช่นเคย

thanks for watching.

5:20

ขอบคุณที่รับชมครับ

น้ำเสียง/เจตนา

All I know is: การจำกัดคำกล่าวหรือเปลี่ยนเรื่อง

All I know is นำเข้าสู่สิ่งเดียวที่ผู้พูดพร้อมจะยืนยันอย่างมั่นใจ เมื่อใช้ตามความหมายตรง วลีนี้จำกัดขอบเขตของคำกล่าว คือผู้พูดไม่ได้อ้างว่ารู้มากไปกว่าสิ่งที่ตามหลังมา ในที่นี้ วลีนี้เป็นการเปลี่ยนเรื่องแบบขบขัน แทนที่จะเข้าไปตอบโต้ความคิดเห็นที่ดูหมิ่น ผู้พูดหยุดเล็กน้อย ทิ้งประเด็นนั้นไว้ แล้วเปลี่ยนไปสู่คำขอบคุณปิดท้ายตามปกติ บริบท ไม่ใช่เพียงตัวคำพูด แสดงว่านี่คือการหลบประเด็นและการเปลี่ยนผ่านเชิงขบขัน ไม่ใช่การยอมรับอย่างจริงจังว่าตนไม่รู้

แบบฝึกหัด

All I know is ในตัวอย่างนี้ทำหน้าที่หลักอะไร

  1. หลบข้อถกเถียงอย่างขบขันแล้วเปลี่ยนไปสู่คำขอบคุณปิดท้าย
  2. ประกาศว่าผู้พูดลืมวิธีทำเพลงแล้ว
  3. นำเสนอหลักฐานที่สนับสนุนความคิดเห็นที่ดูหมิ่น
ดูคำตอบ

หลบข้อถกเถียงอย่างขบขันแล้วเปลี่ยนไปสู่คำขอบคุณปิดท้าย