วิธีการกล่าวคำขอโทษที่ถูกต้อง ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
970 คำ 172 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าการกล่าวขอโทษในภาษาอังกฤษเปลี่ยนความหมายไปตามบริบท น้ำเสียง ความจริงใจ และการยอมรับความรับผิดชอบอย่างไร โดยใช้ทั้งนิสัยการขอโทษของชาวอังกฤษและคำขอโทษทางการเมืองที่เป็นข้อถกเถียง เพื่อแสดงว่าเหตุใดคำขอโทษบางครั้งจึงได้ผลหรืออาจล้มเหลว ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "I'm so sorry." — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้ว่าประโยคนี้ใช้เป็นคำขอโทษอย่างจริงใจหลังจากก่อเหตุเล็กน้อยได้ และฝึกแยกจากการแสดงความเห็นใจหรือการประชดด้วยบริบทและน้ำเสียง คุณจึงเลือกใช้ sorry ให้ตรงกับเจตนาและหลีกเลี่ยงการฟังดูไม่จริงใจได้ 2. But there is the caveat that — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าวลีแบบเป็นทางการนี้ใช้เพิ่มเงื่อนไข ข้อสงวน หรือข้อจำกัด ซึ่งทำให้คำกล่าวที่ดูชัดเจนมีน้ำหนักลดลง คุณจะสังเกตการจำกัดความอย่างระมัดระวังในบทวิจารณ์ทางการเมืองและสื่อได้ และนำไปใช้เมื่อข้ออ้างหนึ่งไม่ได้เป็นจริงโดยไม่มีเงื่อนไข 3. draw a line under the whole business — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงการถือว่าเรื่องยากสิ้นสุดแล้วเพื่อเดินหน้าต่อ ไม่ใช่การขีดเส้นจริง ๆ ฝึกใช้เมื่อพูดถึงความขัดแย้ง ความผิดพลาด หรือเรื่องอื้อฉาว พร้อมรับรู้นัยว่าการประกาศปิดเรื่องไม่ได้รับประกันว่าคนอื่นจะยอมรับการจบเรื่องนั้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:11

ผม Neil

And I'm Beth.

0:11

และฉัน Beth ค่ะ

There are many ways of saying sorry in English and they all have a slightly different meaning. ไวยากรณ์

0:12

ในภาษาอังกฤษมีวิธีพูดขอโทษอยู่หลายแบบและทั้งหมดก็มีความหมายที่แตกต่างกันเล็กน้อย

ไวยากรณ์

ways of saying sorry: โครงสร้าง way(s) of + -ing

วลี ways of saying sorry หมายถึง “วิธีหรือรูปแบบในการกล่าวขอโทษ” และใช้โครงสร้าง way(s) of + -ing ในที่นี้ of เป็นคำบุพบท ดังนั้น saying จึงเป็น gerund หรือรูป -ing ที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม ไม่ได้แสดงว่าการกระทำนั้นกำลังเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้ improve ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมโครงสร้าง way(s) of + -ing ให้สมบูรณ์: Reading aloud is one way of ____ pronunciation.

ดูคำตอบ

improving

If you tell me you're ill and I say,

0:18

ถ้าคุณบอกผมว่าคุณป่วยแล้วผมพูดว่า

"Oh, I'm sorry." น้ำเสียง/เจตนา

0:20

"Oh, I'm sorry."

that means I sympathize and I hope you get better soon.

0:21

นั่นหมายความว่าผมเห็นใจและหวังว่าคุณจะหายเร็วๆ

น้ำเสียง/เจตนา

"Oh, I'm sorry.": การแสดงความเห็นใจ

ในบริบทนี้ Oh, I'm sorry. ใช้แสดงความเห็นใจและความห่วงใยหลังจากได้ยินว่าใครบางคนป่วย มีความหมายใกล้เคียงกับ I'm sorry to hear that. ไม่ได้เป็นการยอมรับว่าผู้พูดทำให้อีกฝ่ายป่วยหรือทำอะไรผิด สถานการณ์จะช่วยบอกว่า I'm sorry เป็นคำขอโทษหรือเป็นการตอบสนองต่อข่าวร้าย

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า "My dog is very ill." คุณตอบว่า "Oh, I'm sorry." คำตอบของคุณหมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันรู้สึกเห็นใจและเป็นห่วงคุณ
  2. ฉันยอมรับว่าฉันทำให้สุนัขของคุณป่วย
  3. ฉันกำลังขอให้คุณขอโทษฉัน
ดูคำตอบ

ฉันรู้สึกเห็นใจและเป็นห่วงคุณ

If you step on my toes by mistake and say,

0:24

ถ้าคุณบังเอิญเหยียบเท้าฉันแล้วพูดว่า

"I'm so sorry." น้ำเสียง/เจตนา

0:27

"I'm so sorry."

you mean,

0:28

คุณหมายความว่า

"Oops, that was my fault and I didn't mean to do it." วลี

0:29

"อุ๊ย นั่นเป็นความผิดของฉัน และฉันไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้น"

น้ำเสียง/เจตนา

"I'm so sorry.": คำขอโทษอย่างจริงใจ

ในสถานการณ์นี้ I'm so sorry. เป็นคำขอโทษ ผู้พูดเผลอเหยียบเท้าคนอื่น ดังนั้น sorry จึงเป็นการตอบสนองต่อความเสียหายที่ผู้พูดก่อขึ้นเอง ไม่ใช่การแสดงความเสียใจต่อข่าวร้ายที่เพียงได้ยินมา so ทำให้คำขอโทษหนักแน่นขึ้น โดยแสดงความรู้สึกผิดมากกว่า Sorry. ที่พูดสั้น ๆ จุดสังเกตที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือความรับผิดชอบ—ถ้าการกระทำของคุณทำให้เกิดปัญหา sorry จะทำหน้าที่เป็นคำขอโทษ

แบบฝึกหัด

คุณเผลอทำเครื่องดื่มหกใส่หนังสือของเพื่อนแล้วพูดว่า "I'm so sorry." ประโยคนี้มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ขอโทษสำหรับปัญหาที่คุณก่อขึ้น
  2. แสดงความเห็นใจต่อข่าวร้ายที่คุณเพียงได้ยินมา
  3. โทษเพื่อนว่าเป็นผู้ก่อเหตุ
ดูคำตอบ

ขอโทษสำหรับปัญหาที่คุณก่อขึ้น

วลี

that was my fault: การยอมรับความรับผิดชอบ

that was my fault เป็นการยอมรับความรับผิดชอบโดยตรง that ย้อนกลับไปชี้ถึงเหตุการณ์หรือปัญหาที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน my fault หมายความว่าเรื่องนั้นเกิดจากความผิดพลาดหรือการกระทำของผู้พูด ในรูปแบบนี้ fault หมายถึงความรับผิดชอบหรือความผิด ไม่ใช่ความขัดข้องของเครื่องจักร สำนวนนี้ยอมรับว่าเป็นความผิดของตนได้ชัดเจนกว่าการกล่าวขอโทษแบบทั่วไปเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่ใช้ยอมรับความรับผิดชอบโดยตรง: I entered the wrong date. ____.

ดูคำตอบ

That was my fault

วลี

I didn't mean to do it: อธิบายว่าไม่ได้ตั้งใจทำ

ใน I didn't mean to do it วลี mean to do something หมายถึง “ตั้งใจจะทำบางสิ่ง” รูปปฏิเสธบอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้วางแผนหรือจงใจทำ วลีนี้ใช้บอกเจตนาหลังจากทำผิดพลาด มักตามหลังคำขอโทษหรือการยอมรับผิด ในประโยคนี้วลีดังกล่าวช่วยเสริมคำขอโทษ ไม่ได้ปฏิเสธว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำขอโทษด้วยวลีที่ตรงตัวซึ่งบอกว่าการกระทำนั้นไม่ได้ตั้งใจ: I spilled your drink, but I ____.

ดูคำตอบ

didn't mean to do it

And if you don't really feel sorry,

0:32

และถ้าคุณไม่ได้รู้สึกเสียใจจริงๆ

you might be sarcastic. การใช้คำ

0:34

คุณอาจจะกำลังประชดประชัน

"Oh, I'm so sorry."

0:35

"Oh, I'm so sorry."

meaning exactly the opposite that you're not sorry at all.

0:38

ซึ่งหมายความตรงกันข้ามเลยว่าคุณไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิด

การใช้คำ

sarcastic: เมื่อท่าทีจริงตรงข้ามกับคำพูด

ในที่นี้ sarcastic ใช้อธิบายคำพูดที่ข้อความบนผิวหน้าไม่ตรงกับท่าทีจริงของผู้พูด “Oh, I'm so sorry” ฟังดูเหมือนคำขอโทษ แต่บริบทบอกว่าผู้พูดไม่ได้เสียใจเลย เรารับรู้การประชดจากความขัดแย้งระหว่างคำพูดกับสถานการณ์ และมักมีการเน้นเสียงหรือน้ำเสียงที่เกินจริงเป็นตัวช่วย Sarcastic ไม่ได้แปลเพียงว่า “หยาบคาย” คำพูดหยาบคายอาจตรงไปตรงมา แต่การประชดคือการพูดอย่างหนึ่งเพื่อสื่อถึงท่าทีที่ต่างออกไปหรือบางครั้งตรงกันข้าม

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะอธิบายด้วยคำว่า sarcastic?

  1. มีคนพูดว่า “Perfect!” หลังจากเค้กตกลงบนพื้น แต่เห็นได้ชัดว่าหมายถึงมันเป็นหายนะ
  2. มีคนบอกทางไปสถานีที่ใกล้ที่สุดอย่างชัดเจน
  3. มีคนพูดเบา ๆ ว่า “I'm sorry” และพยายามแก้ไขความเสียหายอย่างจริงใจ
ดูคำตอบ

มีคนพูดว่า “Perfect!” หลังจากเค้กตกลงบนพื้น แต่เห็นได้ชัดว่าหมายถึงมันเป็นหายนะ

Saying sorry for something you've done in English can be quite confusing

0:42

การพูดขอโทษสำหรับสิ่งที่คุณทำลงไปในภาษาอังกฤษอาจทำให้สับสนได้มาก

and to make things worse, วลี

0:46

และยิ่งไปกว่านั้น

the British are world's champions at apologizing. สำนวน

0:47

ชาวอังกฤษยังเป็นแชมป์โลกในการกล่าวขอโทษ

วลี

to make things worse: ใช้เกริ่นถึงปัญหาที่เพิ่มขึ้น

to make things worse เป็นวลีเชื่อมแบบตายตัว หมายความว่าข้อเท็จจริงที่ตามมาเพิ่มปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หรือทำให้สถานการณ์ที่แย่อยู่แล้วรุนแรงขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยนำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นความยุ่งยากที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามีใครกำลังทำให้สิ่งต่าง ๆ แย่ลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ to make things worse ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเพิ่มปัญหาอีกอย่างหนึ่ง

  1. The bus was late, and to make things worse, I had left my homework at home.
  2. The bus arrived early, and to make things worse, I found a comfortable seat.
  3. The bus was late, and to put it another way, I had left my homework at home.
ดูคำตอบ

The bus was late, and to make things worse, I had left my homework at home.

สำนวน

the British are world's champions at apologizing: การพูดเกินจริงเชิงขำขันด้วยภาพการแข่งขันกีฬา

ประโยคนี้ใช้ตำแหน่งแชมป์กีฬาเป็นการพูดเกินจริงเชิงขำขัน โดยสื่อว่าชาวอังกฤษขอโทษบ่อยมากหรือเป็นที่รู้จักเป็นพิเศษเรื่องการขอโทษ ไม่ได้กล่าวถึงการแข่งขันจริง การเรียกใครสักคนว่าเป็นแชมป์โลกในพฤติกรรมประจำวัน ทำให้พฤติกรรมนั้นดูเหมือนการแข่งขันในจินตนาการ รูปแบบนี้อาจเน้นความสามารถที่โดดเด่นหรือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมนั้น

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ 'the British are world's champions at apologizing' หมายความว่าอย่างไร

  1. ชาวอังกฤษแทบไม่เคยขอโทษ
  2. กล่าวเชิงขำขันว่าชาวอังกฤษขอโทษบ่อยมาก
  3. ชาวอังกฤษชนะการแข่งขันขอโทษระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

กล่าวเชิงขำขันว่าชาวอังกฤษขอโทษบ่อยมาก

In this program,

0:51

ในรายการนี้

we'll discuss ways of saying sorry

0:52

เราจะมาหารือเกี่ยวกับวิธีพูดขอโทษ

and as usual, วลี

0:54

และเช่นเคย

we'll be learning some useful new vocabulary as well.

0:55

เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ด้วย

วลี

and as usual, ...: แสดงกิจวัตรที่คุ้นเคย

ในประโยคนี้ and as usual ใช้แนะนำกิจกรรมอีกอย่างที่เป็นไปตามรูปแบบเดิมของรายการ ผู้พูดกำลังบอกว่าการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่เป็นส่วนหนึ่งของรายการตามปกติ ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาเฉพาะครั้งนี้ as usual เป็นวลีวิเศษณ์แบบตายตัว หมายถึง “ตามปกติ” หรือ “เหมือนที่มักจะเป็น” แม้ usual จะเป็นคำคุณศัพท์เมื่อใช้เดี่ยว ๆ แต่ as usual ทั้งวลีทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์ และวางไว้หลัง and เพื่อบอกว่ากิจกรรมถัดไปเป็นส่วนหนึ่งของลำดับปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีตายตัวเพื่อแสดงกิจวัตรที่ทำซ้ำได้ถูกต้อง

  1. As usually, the team checks the doors.
  2. As usual, the team checks the doors.
  3. As use, the team checks the doors.
ดูคำตอบ

As usual, the team checks the doors.

Sorry, but I'm going to have to stop you there, น้ำเสียง/เจตนา

0:58

ขอโทษนะ แต่ผมต้องขอขัดจังหวะคุณตรงนี้ก่อน

Beth, because first I have a question to ask.

1:00

Beth เพราะอันดับแรกผมมีคำถามจะถาม

น้ำเสียง/เจตนา

Sorry, but I'm going to have to stop you there, ...: การขัดจังหวะอย่างสุภาพ

ในประโยคนี้ Sorry, but I'm going to have to stop you there เป็นสำนวนครบชุดสำหรับขัดจังหวะผู้อื่นอย่างสุภาพ Sorry ใช้แสดงคำขอโทษ but ใช้เปลี่ยนทิศทางของบทสนทนา และ I'm going to have to ทำให้การขัดจังหวะฟังดูเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่คำสั่งที่พูดขึ้นมาลอย ๆ stop you there ในที่นี้หมายถึงการหยุดช่วงการพูดของอีกฝ่ายไว้ตรงนั้น ไม่ได้หมายความว่าให้หยุดพูดตลอดไป สำนวนทั้งชุดแสดงการขอโทษที่ขัดจังหวะ และช่วยให้ผู้พูดรับช่วงการสนทนาเพื่อถามคำถาม

แบบฝึกหัด

ผู้นำการประชุมต้องหยุดคำอธิบายที่ยาวและถามรายละเอียดหนึ่งข้อ ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. Stop you there, please.
  2. Sorry, but I'm going to have to stop you there.
  3. You must stop talking now.
ดูคำตอบ

Sorry, but I'm going to have to stop you there.

We know that the British love to say sorry.

1:03

เรารู้ว่าชาวอังกฤษชอบพูดขอโทษ

In fact, a recent survey found that some Brits apologize up to 20 times a day. โน้ต

1:06

ความจริงแล้ว ผลการสำรวจล่าสุดพบว่าชาวอังกฤษบางคนขอโทษมากถึง 20 ครั้งต่อวัน

ลำดับความ

In fact: เกริ่นข้อเท็จจริงที่ช่วยสนับสนุนได้หนักแน่นขึ้น

In fact เป็นสัญญาณว่าข้อความถัดไปจะให้ข้อเท็จจริงที่เจาะจงหรือหนักแน่นกว่าและเชื่อมโยงกับประเด็นก่อนหน้า ในประโยคนี้ใช้เกริ่นผลสำรวจเป็นหลักฐาน จึงช่วยสนับสนุนคำกล่าวเดิมด้วยข้อมูล ในฐานะคำเชื่อมที่ช่วยจัดลำดับข้อมูล คำนี้บอกผู้ฟังว่าผลสำรวจไม่ใช่หัวข้อใหม่ หลังจากนั้นมักเป็นข้อมูลสนับสนุน คำชี้แจง หรือบางครั้งเป็นการแก้ไขสิ่งที่เพิ่งพูดหรือเข้าใจกันไป

แบบฝึกหัด

In fact ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้? In fact, the school collected twice as many books as last year.

  1. เปลี่ยนไปยังหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. เกริ่นข้อเท็จจริงที่หนักแน่นกว่าเพื่อสนับสนุนคำกล่าวก่อนหน้า
  3. แสดงเพียงการหยุดพูดโดยไม่ได้เพิ่มความหมาย
ดูคำตอบ

เกริ่นข้อเท็จจริงที่หนักแน่นกว่าเพื่อสนับสนุนคำกล่าวก่อนหน้า

ไวยากรณ์

up to 20 times a day: บอกความถี่สูงสุดต่อวัน

Up to 20 times a day หมายความว่า 20 คือจำนวนสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นได้ในหนึ่งวัน จำนวนจริงอาจน้อยกว่านี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็น 20 ครั้งพอดีเสมอ โครงสร้าง up to + จำนวน ใช้กำหนดขีดจำกัดสูงสุด ส่วน times a day บอกว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นกี่ครั้งต่อวัน เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึงความถี่สูงสุดต่อวัน

แบบฝึกหัด

A hall can hold up to 80 people. ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. 80 คือจำนวนต่ำสุด และห้องโถงอาจรองรับได้มากกว่านี้
  2. ในห้องโถงต้องมีคน 80 คนพอดีตลอดเวลา
  3. 80 คือจำนวนสูงสุด และอาจมีจำนวนน้อยกว่านี้ได้
ดูคำตอบ

80 คือจำนวนสูงสุด และอาจมีจำนวนน้อยกว่านี้ได้

So,

1:12

ดังนั้น

according to the same survey, วลี

1:12

จากการสำรวจเดียวกันนี้

how many times per day does the average Brit say sorry? การใช้คำ

1:14

ชาวอังกฤษทั่วไปพูดขอโทษโดยเฉลี่ยวันละกี่ครั้ง?

วลี

according to the same survey: การระบุแหล่งข้อมูล

according to the same survey บอกผู้ฟังว่าคำถามนี้อ้างอิงจากผลสำรวจที่กล่าวถึงไปแล้ว คำว่า same เชื่อมแหล่งข้อมูลนี้กลับไปยังผลสำรวจก่อนหน้า โครงสร้าง according to + นามวลี ใช้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล ไม่ใช่ความคิดเห็นของผู้พูดเอง เช่นเดียวกับประโยคนี้ วลีบอกแหล่งที่มาสามารถอยู่ต้นประโยคและคั่นจากคำถามหรือข้อความหลักด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ใช้ระบุแหล่งข้อมูล: ____ the survey, 62 percent of respondents preferred tea.

ดูคำตอบ

According to

การใช้คำ

the average Brit: ความหมายเชิงสถิติและระดับภาษาที่ไม่เป็นทางการ

ในคำถามจากผลสำรวจนี้ the average Brit หมายถึงการมองคนอังกฤษเป็นกลุ่มทางสถิติ โดยคำตอบมีจุดประสงค์เพื่ออธิบายพฤติกรรมเฉลี่ยของกลุ่ม วลีนี้ไม่ได้ชี้ถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และไม่ได้กล่าวว่าคนอังกฤษทุกคนมีพฤติกรรมเหมือนกัน Brit เป็นคำนามแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงคนอังกฤษ ส่วน average ในที่นี้มีความหมายเชิงสถิติ ไม่ใช่คำวิจารณ์ว่าใครธรรมดาหรือขาดความสามารถ

แบบฝึกหัด

การตีความ the average Brit แบบใดเหมาะกับคำถามจากผลสำรวจนี้มากที่สุด

  1. คนอังกฤษที่มีความสามารถธรรมดา และ Brit ใช้หมายถึงนักเรียนเท่านั้น
  2. ค่าเฉลี่ยทางสถิติที่ใช้แทนคนอังกฤษในฐานะกลุ่ม และ Brit เป็นคำไม่เป็นทางการ
  3. คนอังกฤษทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น และ Brit เป็นศัพท์ทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

ค่าเฉลี่ยทางสถิติที่ใช้แทนคนอังกฤษในฐานะกลุ่ม และ Brit เป็นคำไม่เป็นทางการ

Is it A,

1:19

คือ A

four times a day,

1:20

วันละสี่ครั้ง

B,

1:21

B

six times a day,

1:22

วันละหกครั้ง

or C,

1:24

หรือ C

eight times a day?

1:24

วันละแปดครั้ง?

Hmm, I'm going to guess it's six times a day. วลี

1:26

อืม ฉันขอเดาว่าวันละหกครั้งค่ะ

วลี

I'm going to guess...:การเดาคำตอบในตอนนี้

I'm going to guess ใช้เพื่อเริ่มคำตอบที่ผู้พูดกำลังจะเสนอ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าถูกต้องแน่นอน ในประโยคนี้ six times a day ถูกนำเสนอว่าเป็นการเดา ณ ตอนนั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้ว be going to ในที่นี้หมายถึงการกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้น คือการเดาตอนนี้ ไม่ใช่แผนระยะยาว สำนวนนี้ช่วยให้ตอบคำถามพร้อมแสดงว่าคำตอบอาจผิดได้

แบบฝึกหัด

I'm going to guess ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร

  1. ผู้พูดมีแผนระยะยาวที่แน่นอน
  2. ผู้พูดกำลังจะให้คำตอบที่ยังไม่แน่นอน
  3. ผู้พูดมั่นใจว่าคำตอบถูกต้อง
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังจะให้คำตอบที่ยังไม่แน่นอน

Okay, Beth,

1:29

โอเค Beth

I'll reveal the answer later in the program. ลำดับความ

1:30

ผมจะเฉลยคำตอบในช่วงท้ายของรายการนะครับ

ลำดับความ

I'll reveal the answer later in the program.: เปิดเผยคำตอบในภายหลัง

I'll reveal the answer later in the program บอกผู้ชมว่าคำตอบจะถูกเปิดเผยในภายหลัง ไม่ใช่ตอนนี้ reveal ในที่นี้หมายถึงการเปิดเผยสิ่งที่ยังไม่รู้หรือจงใจเก็บไว้ จึงช่วยสร้างความลุ้นและบอกว่าจะกลับมาพูดถึงคำถามนี้อีกในภายหลัง โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับของรายการด้วย I'll บอกการกระทำที่ผู้พูดจะทำในอนาคต ส่วน later in the program บอกเวลา reveal มีความหมายเฉพาะกว่าคำว่า I'll show the answer เพราะเน้นการเปลี่ยนจากสิ่งที่ยังไม่รู้หรือถูกปิดบังให้กลายเป็นสิ่งที่รู้

แบบฝึกหัด

I'll reveal the answer later in the program บอกอะไรแก่ผู้ชม

  1. คำตอบจะถูกเปิดเผยภายหลัง ไม่ใช่ตอนนี้
  2. ผู้พูดไม่มีคำตอบ
  3. ทุกคนรู้คำตอบอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

คำตอบจะถูกเปิดเผยภายหลัง ไม่ใช่ตอนนี้

Since the British are famous for apologizing, ไวยากรณ์

1:33

เนื่องจากชาวอังกฤษมีชื่อเสียงในเรื่องการขอโทษ

it's no surprise that Louise Mullany started researching the language of apologizing in Britain at the University of Nottingham. วลี

1:36

จึงไม่น่าแปลกใจที่ Louise Mullany เริ่มทำการวิจัยเกี่ยวกับภาษาของการขอโทษในอังกฤษที่มหาวิทยาลัย Nottingham

ไวยากรณ์

Since + เหตุผล: ใช้ข้อเท็จจริงที่ทราบแล้วเพื่อนำไปสู่ข้อสรุป

ในที่นี้ Since ใช้นำเสนอเหตุผล คือชาวอังกฤษขึ้นชื่อเรื่องการกล่าวขอโทษ ข้อมูลพื้นฐานที่ทราบกันนี้เป็นเหตุรองรับข้อสรุปหลักที่ว่า “it's no surprise...”. ใช้ Since + อนุประโยคเมื่อข้อเท็จจริงที่ทราบอยู่แล้วหรือยอมรับได้ง่ายนำไปสู่ผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติ ในการใช้นี้ since หมายถึง “เพราะ” หรือ “เนื่องจาก” ไม่ใช่ “ตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต”

แบบฝึกหัด

ใช้คำจากบทเรียนที่อาจหมายถึง “เพราะ” หรือ “ตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต” แต่ในที่นี้ใช้บอกเหตุผล: ____ the library is closed, we'll return tomorrow.

ดูคำตอบ

Since

วลี

It's no surprise that + อนุประโยค: บอกผลลัพธ์ที่คาดไว้

“It's no surprise that + อนุประโยค” หมายความว่าเหตุการณ์ในอนุประโยคที่ตามหลัง that เป็นสิ่งที่คาดไว้หรือคาดเดาได้ง่าย ในประโยคนี้ ข้อเท็จจริงก่อนหน้าเกี่ยวกับการขอโทษของชาวอังกฤษทำให้หัวข้องานวิจัยดูสมเหตุสมผล It เป็นประธานที่ใช้เติมโครงสร้าง ส่วนเนื้อหาที่ได้รับการประเมินว่าไม่น่าแปลกใจจะอยู่หลัง that ควรใช้กรอบเต็มว่า It is/It's no surprise that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนให้ตรงตามรูปเดิมเพื่อแสดงว่าผลลัพธ์นี้เป็นสิ่งที่คาดไว้: ____ Ava solved the puzzle quickly; she had practised similar ones.

ดูคำตอบ

It's no surprise that

Now a professor of sociolinguistics, การใช้คำ

1:44

ปัจจุบันเธอเป็นศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์สังคม

Louise spoke with the BBC Radio 4 program Word of Mouth.

1:46

Louise ได้ให้สัมภาษณ์กับรายการ Word of Mouth ทางสถานีวิทยุ BBC Radio 4

การใช้คำ

professor of sociolinguistics: ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและสังคม

Professor of sociolinguistics หมายถึงศาสตราจารย์ที่มีภาษาศาสตร์สังคมเป็นสาขาวิชาหลัก ภาษาศาสตร์สังคมศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับสังคม รวมถึงอัตลักษณ์ กลุ่มทางสังคม อำนาจ ความสุภาพ และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการใช้ภาษา ตำแหน่งนี้แสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านรูปแบบทางสังคมของภาษา ไม่ใช่การศึกษาเฉพาะสังคมหรือเฉพาะโครงสร้างภาษา การขอโทษเปลี่ยนไปตามความสัมพันธ์และสถานการณ์ จึงเป็นหัวข้อที่เหมาะกับการวิจัยทางภาษาศาสตร์สังคม

แบบฝึกหัด

ภาษาศาสตร์สังคมศึกษาเรื่องใดเป็นหลัก?

  1. ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับสังคม
  2. เฉพาะโครงสร้างของรัฐบาล
  3. การเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์
ดูคำตอบ

ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับสังคม

And I was really interested in looking at how people apologize, วลี

1:50

และฉันสนใจมากที่จะดูว่าผู้คนขอโทษกันอย่างไร

วลี

was really interested in looking at: สนใจอย่างมากที่จะศึกษาหัวข้อหนึ่ง

Was really interested in looking at สื่อว่าผู้พูดเคยสนใจอย่างมากที่จะตรวจสอบหัวข้อหนึ่ง โครงสร้าง be interested in ตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ดังนั้น look จึงเปลี่ยนเป็น looking หลัง in ส่วน really ใช้เน้นระดับความสนใจ ในบริบทของการวิจัยหรือการอภิปราย look at มักหมายถึง “ตรวจสอบ” หรือ “ศึกษา” ไม่ใช่เพียงมองด้วยตา ในที่นี้ looking at นำเข้าสู่คำถามที่กำลังศึกษา คือผู้คนขอโทษกันอย่างไร

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ look at หลัง interested in: For our class survey, Mia was really interested in ____ how families recycle at home.

ดูคำตอบ

looking at

particularly public figures. การใช้คำ

1:55

โดยเฉพาะบุคคลสาธารณะ

การใช้คำ

public figures: บุคคลที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน

Public figures หมายถึงบุคคลที่คำพูดและการกระทำได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากสาธารณชนและสื่อ เนื่องจากบทบาท ชื่อเสียง หรืออิทธิพลของบุคคลนั้น นักการเมือง บุคคลมีชื่อเสียงในวงการบันเทิง และผู้นำธุรกิจที่เป็นที่จับตามองล้วนเป็น public figures ได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดสนใจเป็นพิเศษว่าบุคคลที่เป็นที่จับตามองเหล่านี้ขอโทษอย่างไร figure ในที่นี้หมายถึง “บุคคล” ไม่ใช่ “ตัวเลข” หรือ “รูปร่าง”

แบบฝึกหัด

ใน “The rule applies to public figures such as senior politicians and well-known actors” public figures หมายถึงใคร?

  1. เฉพาะพนักงานที่ทำงานให้รัฐบาลเท่านั้น
  2. ตัวเลขที่แสดงต่อสาธารณะในรายงาน
  3. บุคคลที่ชีวิตหรือการกระทำได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากสาธารณชน
ดูคำตอบ

บุคคลที่ชีวิตหรือการกระทำได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากสาธารณชน

So, I did a lot of research in the workplace and looking at the media and looking at politicians in particular. วลี

1:56

ดังนั้น ฉันจึงทำการวิจัยในที่ทำงานเป็นจำนวนมาก และพิจารณาสื่อ รวมถึงนักการเมืองเป็นพิเศษ

วลี

looking at politicians in particular: จำกัดขอบเขตไปยังจุดเน้นสำคัญ

ในที่นี้ in particular อยู่หลัง politicians และชี้ว่านักการเมืองเป็นจุดเน้นสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในงานวิจัยที่กว้างกว่าของผู้พูด ข้อมูลจึงเปลี่ยนจากขอบเขตกว้างไปสู่กลุ่มหนึ่งที่สำคัญเป็นพิเศษ Looking at ในที่นี้หมายถึง “ตรวจสอบ” หรือ “ศึกษา” ดังนั้น looking at politicians in particular จึงหมายถึงการให้ความสนใจเป็นพิเศษกับนักการเมืองในการวิจัย ไม่ได้หมายความว่านักการเมืองเป็นหัวข้อเดียวที่ศึกษา

แบบฝึกหัด

ใน “We discussed several school subjects, science in particular” in particular ทำหน้าที่อะไร?

  1. เน้นวิทยาศาสตร์ให้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
  2. หมายความว่าการสนทนาเกิดขึ้นเป็นการส่วนตัว
  3. บอกว่าวิทยาศาสตร์เป็นวิชาเดียวที่มีการพูดถึง
ดูคำตอบ

เน้นวิทยาศาสตร์ให้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

And one of the things that really interested me at the time was a lot of writers were talking about us entering an age of an apology. โน้ต

2:02

และสิ่งหนึ่งที่ฉันสนใจมากในเวลานั้นคือ นักเขียนหลายคนกำลังพูดถึงการที่เรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งการขอโทษ

ไวยากรณ์

One of the things that ... was ...: การยกประเด็นสำคัญขึ้นมาหนึ่งข้อ

โครงสร้าง One of the things that ... was ... เลือกสิ่งหนึ่งจากหลายสิ่งแล้วนำสิ่งนั้นมาเป็นจุดสำคัญ ในประโยคต้นฉบับ that really interested me at the time ขยายคำว่า things และยังไม่ได้ทำให้ข้อความหลักสมบูรณ์ คำหลักของประธานคือ one ซึ่งเป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยาเชื่อม was ส่วนหลัง was จะระบุว่าสิ่งที่น่าสนใจนั้นคืออะไร และส่วนนั้นอาจเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ทั้งส่วนได้เหมือนในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตเอกพจน์ของ be: During yesterday's meeting, one of the things that surprised me ____ how calmly everyone responded.

ดูคำตอบ

was

สำนวน

Us entering an age of an apology: การอธิบายแนวโน้มกว้าง ๆ ว่าเป็นยุคหนึ่ง

ใน entering an age of ... คำว่า age หมายถึงช่วงเวลากว้าง ๆ ที่มีแนวโน้มสำคัญเป็นลักษณะเด่น ไม่ใช่ยุคประวัติศาสตร์ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการ ผู้เขียนเหล่านั้นถูกกล่าวถึงว่ากำลังบอกว่าการขอโทษเริ่มกลายเป็นลักษณะเด่นของสังคม คำว่า us entering ทำให้เห็นว่าผู้พูดและชุมชนโดยรวมกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลานั้นด้วยกัน สำนวน an age of an apology เข้าใจความหมายได้ แต่การใช้ an apology ซึ่งเป็นรูปเอกพจน์ที่มักหมายถึงการกระทำหนึ่งครั้งนั้นไม่ค่อยปกติเมื่อต้องการพูดถึงแนวโน้มทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ entering an age of an apology มีความหมายหลักว่าอะไร?

  1. การเข้าสู่ช่วงเวลาทางสังคมในวงกว้างที่มีการขอโทษเป็นลักษณะเด่น
  2. การอยู่ในเหตุการณ์ขอโทษครั้งใดครั้งหนึ่ง
  3. การเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ที่มีวันที่กำหนดอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

การเข้าสู่ช่วงเวลาทางสังคมในวงกว้างที่มีการขอโทษเป็นลักษณะเด่น

And there's a real sense that public figures in particular are called upon to apologize for multiple different things and if they don't apologize, วลี

2:09

และมีความรู้สึกจริงๆ ว่าโดยเฉพาะบุคคลสาธารณะมักถูกเรียกร้องให้ขอโทษในเรื่องต่างๆ มากมาย และถ้าพวกเขาไม่ขอโทษ

วลี

And there's a real sense that: การนำเสนอความรู้สึกโดยรวมที่ชัดเจน

And เชื่อมข้อสังเกตนี้เข้ากับแนวคิดก่อนหน้า โครงสร้าง there's a real sense that นำเสนออนุประโยคที่ตามมาว่าเป็นความรู้สึกหรือภาพรวมที่ชัดเจนและหนักแน่น แทนที่จะเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วโดยตรง เนื่องจากไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้รู้สึก ความรู้สึกนี้จึงอาจฟังเหมือนเป็นมุมมองที่ผู้คนจำนวนมากมีร่วมกันในบทสนทนา real เน้นว่าความรู้สึกนั้นมีอยู่จริง ส่วน sense ในที่นี้หมายถึงความรู้สึกหรือความเข้าใจ ไม่ใช่ประสาทสัมผัสทางกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนที่ใช้แสดงความรู้สึกที่หนักแน่นแต่ไม่ได้วัดอย่างแม่นยำ: Although no exact figures are available, ____ residents want safer crossings.

ดูคำตอบ

there's a real sense that

วลี

are called upon to apologize: ความคาดหวังแบบเป็นทางการในรูปถูกกระทำ

Are called upon to apologize เป็นรูปถูกกระทำของ call upon someone to do something หมายความว่าบุคคลสาธารณะถูกขอ เรียกร้อง หรือคาดหวังอย่างเป็นทางการให้ขอโทษ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับบทบาทหรือความรับผิดชอบของพวกเขา รูปถูกกระทำไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้เรียกร้อง และเน้นแรงกดดันจากภายนอก call upon ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำแบบเป็นทางการจากบทเรียน: During the emergency, local officials were ____ provide daily updates.

ดูคำตอบ

called upon to

then that's a big faux pas. การใช้คำ

2:16

นั่นก็ถือเป็นการเสียมารยาท (faux pas) อย่างร้ายแรง

การใช้คำ

a big faux pas: การละเมิดมารยาททางสังคมอย่างร้ายแรง

“a big faux pas” หมายถึงการละเมิดมารยาททางสังคมที่ร้ายแรงหรือน่าอับอาย ในประโยคนี้ การไม่ขอโทษทั้งที่ควรมีคำขอโทษถูกมองว่าเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับไม่ได้ ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดธรรมดา faux pas คือการกระทำหรือคำพูดที่ฝ่าฝืนกฎทางสังคมที่ไม่ได้เขียนไว้ และอาจทำให้ผู้อื่นอับอายหรือรู้สึกถูกลบหลู่ คำคุณศัพท์ big ทำให้คำตัดสินรุนแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า faux pas มากที่สุด

  1. ช่างเทคนิคเปลี่ยนสายเคเบิลที่ชำรุด
  2. นักเขียนแก้ไขคำที่สะกดผิด
  3. แขกคนหนึ่งพูดแทรกสุนทรพจน์ในงานแต่งงานเสียงดัง
ดูคำตอบ

แขกคนหนึ่งพูดแทรกสุนทรพจน์ในงานแต่งงานเสียงดัง

Saying sorry is especially important in politics

2:19

การพูดขอโทษมีความสำคัญเป็นพิเศษในวงการการเมือง

and Professor Mullany studied the apologies of public figures,

2:22

และศาสตราจารย์ Mullany ได้ศึกษาการขอโทษของบุคคลสาธารณะ

famous people,

2:26

คนดัง

including politicians who are often discussed in newspapers and seen on radio and television.

2:27

รวมถึงนักการเมืองที่มักถูกพูดถึงในหนังสือพิมพ์และพบเห็นได้ทางวิทยุและโทรทัศน์

When politicians make mistakes,

2:34

เมื่อนักการเมืองทำผิดพลาด

they are expected to apologize and failing to say sorry is a faux pas, ไวยากรณ์

2:36

พวกเขาจะถูกคาดหวังให้ขอโทษ และการไม่พูดขอโทษถือเป็นการเสียมารยาท (faux pas)

ไวยากรณ์

they are expected to apologize: be expected to ที่ใช้แสดงหน้าที่ทางสังคม

“They are expected to apologize” ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be expected to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยสื่อว่าคนอื่นหรือบรรทัดฐานทางสังคมมองว่าการขอโทษเป็นสิ่งที่สมควรทำ expected ในที่นี้แสดงหน้าที่หรือบรรทัดฐาน ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าจะมีการขอโทษเกิดขึ้นอย่างแน่นอน บุคคลเหล่านั้นอาจยังคงไม่ขอโทษก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกที่แสดงกฎหรือความคาดหวังทางสังคม: Visitors ____ keep their phones silent in the library.

ดูคำตอบ

are expected to

a remark made in a social situation that causes embarrassment or offense.

2:41

ซึ่งก็คือคำพูดที่ทำในสถานการณ์ทางสังคมที่ทำให้เกิดความอับอายหรือขุ่นเคือง

Most politicians hate apologizing and with good reason. วลี

2:47

นักการเมืองส่วนใหญ่เกลียดการขอโทษ และก็มีเหตุผลที่ดี

วลี

and with good reason: เสริมว่าสิ่งนั้นมีเหตุผลรองรับ

with good reason หมายถึง “ด้วยเหตุผลที่หนักแน่นหรือสมเหตุสมผล” ในประโยคนี้ and with good reason ย้อนกลับไปกล่าวถึงข้อความที่ว่านักการเมืองส่วนใหญ่ไม่ชอบขอโทษ และเสริมการประเมินของผู้พูดว่าท่าทีดังกล่าวมีเหตุผลรองรับ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นความเห็นสั้น ๆ ต่อข้อความทั้งหมด และมักนำไปสู่การอธิบายเหตุผลโดยละเอียดต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่ขึ้นต้นด้วย with ให้สมบูรณ์: The neighbors were worried about the smoke, and ____.

ดูคำตอบ

with good reason

Saying sorry means taking responsibility and the apology needs to be sincere. วลี

2:50

การพูดขอโทษหมายถึงการรับผิดชอบ และคำขอโทษนั้นจำเป็นต้องมีความจริงใจ

วลี

taking responsibility: ยอมรับและรับผิดชอบ

taking responsibility หมายถึงการยอมรับว่าตนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำหรือผลลัพธ์ และยอมรับหน้าที่ที่จะเผชิญหรือจัดการกับผลที่ตามมา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการพูด sorry ไม่ใช่แค่การเอ่ยคำขอโทษเท่านั้น take responsibility มักใช้กับ for + คำนามหรือรูป -ing เพื่อระบุเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ เช่น take responsibility for the mistake หรือ take responsibility for losing the key ในประโยคต้นฉบับ taking เป็นรูป -ing ที่ใช้หลัง means

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ take responsibility: A sincere apology means ____ for your mistake.

ดูคำตอบ

taking responsibility

วลี

needs to be sincere: การบอกคุณสมบัติที่จำเป็น

วลี needs to be sincere ใช้โครงสร้าง need to be + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกคุณสมบัติที่จำเป็น ประธานคือ the apology ดังนั้นความจริงใจจึงเป็นสิ่งที่ต้องมี ไม่ใช่แค่ข้อดีเพิ่มเติม sincere หมายถึงจริงใจและมาจากความรู้สึกที่แท้จริง ในที่นี้คำขอโทษต้องฟังดูจริงใจ ไม่ใช่เพียงคำพูดที่กล่าวตามพิธี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงจำเป็นต้องมีความรู้สึกจริงใจ: A meaningful apology ____.

ดูคำตอบ

needs to be sincere

A good example of this is the apology Boris Johnson made to the House of Commons วัฒนธรรม

2:56

ตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้คือคำขอโทษที่ Boris Johnson กล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร

during the Partygate scandal in the UK วัฒนธรรม

3:01

ในช่วงเรื่องอื้อฉาว Partygate ในสหราชอาณาจักร

วัฒนธรรม

the House of Commons: สภาล่างที่มาจากการเลือกตั้งของรัฐสภาสหราชอาณาจักร

the House of Commons คือสภาล่างของรัฐสภาสหราชอาณาจักรที่สมาชิกมาจากการเลือกตั้ง สมาชิกรัฐสภาจะอภิปรายกฎหมายและตั้งคำถามต่อรัฐบาลที่นั่น ในประโยคนี้ made to the House of Commons หมายถึงคำขอโทษที่กล่าวอย่างเป็นทางการต่อองค์กรรัฐสภาแห่งนี้และสมาชิกของสภา House เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะของสถาบัน ไม่ได้หมายถึงอาคารบ้านเรือนทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the House of Commons หมายถึงอะไร

  1. รัฐสภาสหราชอาณาจักรทั้งหมดซึ่งรวมทั้งสองสภา
  2. อาคารสาธารณะที่เปิดให้ทุกคนเข้าใช้
  3. สภาล่างที่มาจากการเลือกตั้งของรัฐสภาสหราชอาณาจักร
ดูคำตอบ

สภาล่างที่มาจากการเลือกตั้งของรัฐสภาสหราชอาณาจักร

วัฒนธรรม

Partygate scandal: ชื่อเหตุอื้อฉาวทางการเมืองของสหราชอาณาจักร

Partygate เป็นชื่อที่ใช้กันอย่างแพร่หลายของเหตุอื้อฉาวทางการเมืองในสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับการรวมตัวของผู้ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลในช่วงที่มาตรการล็อกดาวน์โควิดยังมีผลบังคับใช้ ในประโยคนี้จึงไม่ใช่ชื่อของงานปาร์ตี้ทั่วไป คำลงท้าย -gate มาจาก Watergate และสื่อมักนำไปต่อท้ายหัวข้อเพื่อใช้ตั้งชื่อเหตุอื้อฉาว การจำรูปแบบนี้ได้ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดเรื่องนี้จึงทำให้สาธารณชนตั้งคำถามเรื่องการฝ่าฝืนกฎและความไว้วางใจ

แบบฝึกหัด

ในบทความข่าว Partygate หมายถึงอะไร?

  1. งานเฉลิมฉลองสาธารณะที่จัดขึ้นทุกปีในสหราชอาณาจักร
  2. เหตุอื้อฉาวทางการเมืองในสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับการรวมตัวระหว่างมาตรการล็อกดาวน์โควิด
  3. ประตูทางเข้าสถานที่จัดงานปาร์ตี้
ดูคำตอบ

เหตุอื้อฉาวทางการเมืองในสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับการรวมตัวระหว่างมาตรการล็อกดาวน์โควิด

when he broke COVID lockdown rules and had to pay a fine. วลี

3:04

เมื่อเขาละเมิดกฎการล็อกดาวน์โควิด และต้องจ่ายค่าปรับ

วลี

broke COVID lockdown rules: break + rules เพื่อบอกว่าฝ่าฝืนกฎ

ใน broke COVID lockdown rules คำว่า broke เป็นรูปอดีตของ break ในที่นี้ break หมายถึง “ไม่ปฏิบัติตาม” หรือ “ฝ่าฝืน” ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าเขาไม่ปฏิบัติตามกฎล็อกดาวน์ ไม่ได้หมายถึงการทำสิ่งของเสียหาย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ break + a rule, the rules หรือ the law และสามารถเติม by + กริยารูป -ing เพื่อบอกว่าฝ่าฝืนกฎอย่างไร เช่น She broke the rule by leaving early.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ break เพื่อให้หมายถึง “ไม่ปฏิบัติตาม”: He ____ the safety rules and had to leave.

ดูคำตอบ

broke

วลี

had to pay a fine: ต้องจ่ายค่าปรับ

had to pay a fine หมายถึง ต้องจ่ายเงินเป็นค่าปรับเพราะฝ่าฝืนกฎหรือมีผลทางกฎหมายบังคับให้ทำ had to เป็นรูปอดีตของ have to และ pay a fine เป็นคำที่ใช้ร่วมกันทั่วไปในความหมายว่า “จ่ายค่าปรับ” fine ในที่นี้เป็นคำนามแปลว่า “ค่าปรับ” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่แปลว่า “ดี” หรือ “มีคุณภาพดี”

แบบฝึกหัด

ใน had to pay a fine คำว่า fine หมายถึงอะไร

  1. สิ่งที่มีคุณภาพดี
  2. การจ่ายเงินสำหรับบริการหรือสมาชิก
  3. บทลงโทษเป็นเงินจากการฝ่าฝืนกฎ
ดูคำตอบ

บทลงโทษเป็นเงินจากการฝ่าฝืนกฎ

That's a sum of money paid as a punishment for breaking the rules.

3:08

นั่นคือจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพื่อเป็นบทลงโทษสำหรับการฝ่าฝืนกฎ

Here,

3:12

ที่นี่

Professor Louise Mullany analyzes the apology for BBC Radio 4 program Word of Mouth.

3:12

ศาสตราจารย์ Louise Mullany วิเคราะห์คำขอโทษสำหรับรายการ Word of Mouth ของวิทยุ BBC Radio 4

It's very unusual in a political apology because he comes out and says, "I am responsible." โน้ต

3:19

มันเป็นเรื่องผิดปกติมากในการขอโทษทางการเมือง เพราะเขาออกมาและพูดว่า "ผมเป็นผู้รับผิดชอบ"

กริยาวลี

he comes out and says: พูดแสดงจุดยืนต่อสาธารณะอย่างชัดเจน

ใน he comes out and says, come out and say หมายถึง พูดหรือประกาศบางอย่างอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา ไม่ได้หมายถึงการเดินออกมาจากสถานที่ โดย I am responsible คือข้อความที่เขาพูดต่อจากนั้น สำนวนนี้เน้นว่าผู้พูดแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อสาธารณะ และอาจสื่อว่าก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้พูดอย่างชัดเจนขนาดนั้น ในคำขอโทษนี้ การยอมรับความรับผิดชอบโดยตรงทำให้คำพูดดังกล่าวดูไม่ปกติ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ he comes out and says เน้นอะไร

  1. รายงานคำพูดธรรมดาอย่างเป็นกลาง
  2. ประกาศจุดยืนต่อสาธารณะอย่างชัดเจน
  3. เดินออกจากสถานที่แล้วจึงพูดบางอย่าง
ดูคำตอบ

ประกาศจุดยืนต่อสาธารณะอย่างชัดเจน

น้ำเสียง/เจตนา

I am responsible: การยอมรับความรับผิดชอบโดยตรง

ในการขอโทษนี้ I am responsible ระบุโดยตรงว่าความรับผิดชอบอยู่ที่ผู้พูด ประโยคนี้ไม่ได้เพียงแสดงความเสียใจ แต่ยังตอบด้วยว่าใครยอมรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น จึงเป็นการยอมรับที่ชัดเจนและหนักแน่น ในที่นี้ responsible หมายถึง “รับผิดชอบต่อการกระทำหรือผลที่ตามมา” ไม่ใช่ “น่าเชื่อถือ” หากต้องการระบุเรื่องที่รับผิดชอบ ให้ใช้ be responsible for + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

ในการขอโทษ I am responsible สื่ออะไรโดยตรงที่สุด?

  1. ผู้พูดบอกว่าตนเองเป็นคนน่าเชื่อถือ
  2. ผู้พูดเพียงบอกว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น
  3. ผู้พูดยอมรับความรับผิดชอบโดยตรง
ดูคำตอบ

ผู้พูดยอมรับความรับผิดชอบโดยตรง

But there is the caveat that การใช้คำ

3:24

แต่มีข้อแม้ว่า

he wasn't certain that he was breaking the rules.

3:26

เขาไม่แน่ใจว่าเขากำลังละเมิดกฎ

การใช้คำ

But there is the caveat that: การเพิ่มข้อจำกัดประกอบ

But ส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากข้อกล่าวก่อนหน้า และ there is the caveat that ใช้เกริ่นข้อมูลที่จำกัดหรือเพิ่มเงื่อนไขให้กับข้อกล่าวนั้น ประเด็นก่อนหน้าอาจยังเป็นจริง แต่ไม่ควรเข้าใจโดยละเลยเงื่อนไขนี้ ข้อจำกัดในที่นี้คือเขาไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังฝ่าฝืนกฎอยู่หรือไม่ ดังนั้นวลีนี้จึงทำให้คำอธิบายก่อนหน้าว่าเขายอมรับความรับผิดชอบมีความเด็ดขาดน้อยลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแบบเป็นทางการจากบทเรียน: The plan is affordable, but ____ delivery will take six months.

ดูคำตอบ

there is the caveat that

he didn't realize,

3:28

เขาไม่ตระหนักถึง

which he continues to say in his apology that came out after the fine. กริยาวลี

3:29

ซึ่งเขายังคงพูดในคำขอโทษที่ออกมาหลังจากถูกปรับ

กริยาวลี

came out after the fine: come out ในความหมายว่าเผยแพร่ต่อสาธารณะ

ใน that came out after the fine คำว่า that นำอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย his apology อนุประโยคนี้บอกว่าคำขอโทษเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อใด นั่นคือหลังจากมีการปรับ เมื่อข้อมูล แถลงการณ์ รายงาน หนังสือ หรือภาพยนตร์ comes out หมายถึงสิ่งนั้นได้รับการเผยแพร่หรือเปิดให้สาธารณชนเข้าถึง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกมาจริง ๆ และต่างจากโครงสร้าง come out and say ซึ่งหมายถึงบุคคลพูดอย่างเปิดเผย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ come out ในความหมายว่าเผยแพร่ต่อสาธารณะ: The results ____ the day after the vote.

ดูคำตอบ

came out

So, he repeats the apology and he caveats it around other political events. การใช้คำ

3:34

ดังนั้น เขาจึงย้ำคำขอโทษและกำหนดข้อแม้เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองอื่นๆ

การใช้คำ

he caveats it: การใช้ caveat เป็นกริยา

ใน he caveats it คำว่า caveat ใช้เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม หมายถึงเพิ่มข้อสงวนหรือกำหนดข้อจำกัดให้สิ่งหนึ่ง it หมายถึงคำขอโทษ ดังนั้นผู้พูดจึงหมายความว่าเขากล่าวคำขอโทษซ้ำ พร้อมเพิ่มข้อจำกัดหรือข้อสงวนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองอื่น ภาษาอังกฤษสามารถนำคำนามบางคำมาใช้เป็นกริยาได้ การใช้ caveat เป็นกริยาแบบนี้เป็นการใช้ที่ยอมรับได้ แต่พบไม่บ่อยนักและมีน้ำเสียงเป็นทางการเชิงวิเคราะห์

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The report supports the policy but caveats that support with several conditions,” คำว่า caveats หมายถึงอะไร

  1. กล่าวย้ำการสนับสนุนโดยไม่เปลี่ยนแปลง
  2. นำเงื่อนไขทั้งหมดออกจากการสนับสนุน
  3. เพิ่มข้อสงวนที่จำกัดการสนับสนุน
ดูคำตอบ

เพิ่มข้อสงวนที่จำกัดการสนับสนุน

And he uses humility when he was in the House การใช้คำ

3:39

และเขาใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตนเมื่อเขาอยู่ในสภา

การใช้คำ

he uses humility: ใช้ท่าทีถ่อมตน

ในคำวิจารณ์นี้ he uses humility หมายถึงเขาใช้ท่าทีสุภาพถ่อมตนและไม่ยกตนขณะพูด ในการขอโทษ สิ่งนี้อาจรวมถึงการยอมรับผิด ไม่วางตัวเหนือผู้อื่น และแสดงว่าพร้อมรับคำวิจารณ์ คำกริยา uses ทำให้ humility ดูเป็นวิธีการทางวาทศิลป์ ดังนั้นถ้อยคำนี้อาจสื่อถึงความพยายามกู้ภาพลักษณ์หรือโน้มน้าวผู้อื่น แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าความถ่อมตนนั้นไม่จริงใจ และ humility ก็ไม่เหมือนกับความขี้อาย

แบบฝึกหัด

ในบริบทของการขอโทษต่อสาธารณะ he uses humility มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด

  1. เขาตอบด้วยท่าทีหยิ่งและวางตัวเหนือผู้อื่น
  2. เขาใช้ท่าทีถ่อมตนและแสดงความเสียใจ
  3. เขาขี้อายเกินกว่าจะพูด
ดูคำตอบ

เขาใช้ท่าทีถ่อมตนและแสดงความเสียใจ

the day after he'd paid his fine and was very quick to say, วลี

3:43

หนึ่งวันหลังจากที่เขาจ่ายค่าปรับ และรีบพูดอย่างรวดเร็วว่า

วลี

was very quick to say: be quick to + คำกริยา

Was very quick to say ใช้โครงสร้าง be quick to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงเขาตอบสนองทันทีด้วยการพูดข้อความที่ตามมา ไม่ได้เน้นว่าเขาพูดด้วยความเร็วสูง โครงสร้างนี้มักใช้ประเมินความพร้อมหรือแนวโน้มของคนในการตอบสนอง โดยอาจฟังเป็นแง่บวก เช่น รีบช่วยเหลือ หรือเป็นเชิงวิจารณ์เล็กน้อย เช่น รีบปฏิเสธหรือแก้ตัว ทั้งนี้ quick เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกแรงจูงใจของคนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคอดีตนี้ด้วยโครงสร้าง be quick to: After the error, Maya ____ apologize and offer a refund.

ดูคำตอบ

was quick to

"I've paid the fine.

3:45

"ผมจ่ายค่าปรับแล้ว

I've given the reparation. การใช้คำ

3:46

ผมได้ชดเชยแล้ว

การใช้คำ

I've given the reparation: การชดเชยอย่างเป็นทางการต่อความผิด

ในประโยคนี้ reparation หมายถึงการกระทำหรือการจ่ายเงินเพื่อชดเชยความเสียหาย ความอยุติธรรม หรือความผิดร้ายแรง ผู้พูดบอกว่าได้มอบการชดเชยที่กล่าวถึงแล้ว ไม่ได้หมายถึงการซ่อมสิ่งของ I've given เป็นรูป present perfect ซึ่งเชื่อมการกระทำที่เสร็จแล้วกับปัจจุบัน ผู้พูดจึงกำลังยืนยันว่าตนได้ทำหน้าที่รับผิดชอบเรียบร้อยแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อถึงการชดเชยอย่างเป็นทางการต่อความผิดร้ายแรง?

  1. The customer paid for the groceries.
  2. The government agreed to pay reparations to the displaced families.
  3. The mechanic repaired the damaged gate.
ดูคำตอบ

The government agreed to pay reparations to the displaced families.

I've paid the money.

3:48

ผมจ่ายเงินแล้ว

Let's draw a line under the whole business now." สำนวน

3:49

เรามาจบเรื่องทั้งหมดนี้กันเถอะ"

สำนวน

draw a line under the whole business: ยุติเรื่องทั้งหมด

Draw a line under something เป็นสำนวนที่พบบ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงการตัดสินว่าเรื่องยุ่งยากได้จบลงแล้ว และหยุดพูดถึงหรือไล่ตามเรื่องนั้นต่อ ในที่นี้ the whole business หมายถึงสถานการณ์ที่เป็นปัญหาทั้งหมด ไม่ใช่บริษัทหรือกิจกรรมทางธุรกิจ Let's ... now ทำให้ประโยคนี้เป็นข้อเสนอให้ทุกคนปิดเรื่องร่วมกันแล้วเดินหน้าต่อไป สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการวาดเส้นจริง ๆ และไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนรู้สึกว่าเรื่องได้รับการแก้ไขแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนแบบบริติชให้สมบูรณ์: After the complaint was resolved, both sides agreed to ____ the matter and move on.

ดูคำตอบ

draw a line under

Boris Johnson claimed he didn't know he was breaking the rules. การใช้คำ

3:52

Boris Johnson อ้างว่าเขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังละเมิดกฎ

การใช้คำ

claimed he didn't know: การถ่ายทอดคำกล่าวอ้างที่ยังอาจถูกตั้งคำถาม

ใน claimed he didn't know คำว่า claimed ใช้ถ่ายทอดคำพูดของจอห์นสันเอง โดยไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในที่นี้หมายถึงเขากล่าวว่าตนไม่รู้ และผู้พูดยังคงเว้นระยะจากคำถามว่าคำกล่าวนั้นจริงหรือไม่ เมื่อเทียบกับ said ที่เป็นกลาง claimed มักบอกเป็นนัยว่าคำกล่าวนั้นยังไม่ผ่านการยืนยัน มีข้อโต้แย้ง หรือเป็นการแก้ตัว แต่คำนี้เพียงคำเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าคำกล่าวนั้นเป็นเท็จ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ claim เพื่อถ่ายทอดคำกล่าวที่ยังอาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นจริงหรือไม่

  1. The official admitted he had hidden the files.
  2. The official said the meeting began at nine.
  3. The official claimed he did not know about the missing files.
ดูคำตอบ

The official claimed he did not know about the missing files.

His apology contained a caveat,

3:56

คำขอโทษของเขามีข้อแม้ (caveat) รวมอยู่ด้วย

a warning that what he said was limited or not completely true.

3:59

คำเตือนว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมีข้อจำกัดหรือไม่เป็นความจริงทั้งหมด

Eventually, Boris Johnson did apologize, ไวยากรณ์

4:04

ในท้ายที่สุด Boris Johnson ก็ได้ออกมาขอโทษจริงๆ

but many people didn't trust him and he couldn't draw a line under the Partygate scandal.

4:07

แต่หลายคนไม่เชื่อใจเขา และเขาก็ไม่สามารถจบเรื่องอื้อฉาว Partygate ได้

ไวยากรณ์

Johnson did apologize: did ที่เน้นยืนยันว่าการกระทำเกิดขึ้นจริง

ใน Johnson did apologize คำว่า did เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่าอดีตกาล โดยยืนยันว่าการขอโทษเกิดขึ้นจริง มักใช้เพื่อตอบความสงสัยหรือหักกับสิ่งที่คาดไว้ตรงกันข้าม โครงสร้างคือ did + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น apologize จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน ส่วน but ที่ตามมายอมรับก่อนว่าการขอโทษเป็นข้อเท็จจริง แล้วจึงนำเข้าสู่ปัญหาที่ยังเหลืออยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเน้นของ replied: Leo seemed silent, but he ____ to the email yesterday.

ดูคำตอบ

did reply

If you draw a line under something,

4:13

ถ้าคุณ draw a line under something (ขีดเส้นใต้/จบเรื่อง)

you try to move on from a bad situation and make a fresh start. โน้ต

4:15

คุณพยายามจะก้าวข้ามสถานการณ์ที่เลวร้ายและเริ่มต้นใหม่

กริยาวลี

try to move on from a bad situation: พยายามก้าวข้ามสถานการณ์ที่เลวร้าย

ในประโยคนี้ try to move on หมายถึงพยายามไม่ปล่อยให้ประสบการณ์ที่เลวร้ายฉุดรั้งอีกต่อไปและดำเนินชีวิตต่อ เป็นการก้าวไปข้างหน้าทางความรู้สึกหรือในชีวิตจริง ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ ใช้ move on from + ปัญหา เหตุการณ์ หรือความสัมพันธ์ในอดีต เพื่อระบุสิ่งที่คนคนหนึ่งกำลังพยายามทิ้งไว้เบื้องหลัง ส่วน try to แสดงว่าสิ่งนี้อาจต้องใช้ความพยายามและอาจไม่เกิดขึ้นทันที

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมาย move on from ให้สมบูรณ์: It took Sam time to ____ the argument.

ดูคำตอบ

move on from

วลี

make a fresh start: เริ่มต้นใหม่

Make a fresh start หมายถึงเริ่มต้นอีกครั้งโดยไม่ปล่อยให้ปัญหาหรือความผิดพลาดก่อนหน้านี้ควบคุมช่วงใหม่ของชีวิต ในประโยคนี้ สำนวนนี้คือก้าวต่อไปในทางบวกหลังจากทิ้งสถานการณ์ที่เลวร้ายไว้เบื้องหลัง Fresh ในที่นี้หมายถึงใหม่หรือได้รับการเริ่มใหม่ ไม่ได้หมายถึงเพิ่งทำเสร็จหรือเกี่ยวกับความสดของอาหาร รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปคือ make a fresh start ซึ่งมักใช้หลังความล้มเหลวหรือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมาย make a fresh start ให้สมบูรณ์: After changing schools, Mia hoped to make a ____.

ดูคำตอบ

fresh start

Apologizing is hard work.

4:19

การขอโทษเป็นงานที่ยากลำบาก

The apology must be sincere and often the person does something to show they mean it. น้ำเสียง/เจตนา

4:21

คำขอโทษต้องจริงใจ และบ่อยครั้งที่บุคคลนั้นต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อแสดงว่าพวกเขาหมายความตามนั้นจริงๆ

น้ำเสียง/เจตนา

to show they mean it: พิสูจน์ความจริงใจด้วยการกระทำ

ใน to show they mean it นั้น mean it หมายถึง “จริงจังและจริงใจกับสิ่งที่พูดไป” ไม่ใช่ “มีความหมาย” โดยสรรพนาม it อ้างถึงคำขอโทษที่กล่าวไว้ก่อนหน้า to show อธิบายว่าทำไมคนคนนั้นจึงลงมือทำ การกระทำนั้นเป็นหลักฐานว่าคำขอโทษจริงใจ โดยทั่วไป show you mean it เชื่อมคำพูดที่จริงจังเข้ากับการพิสูจน์ด้วยการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ที่แปลว่า “พิสูจน์ว่าคุณจริงใจ”: Don't just say you're sorry; ____ by fixing the damage.

ดูคำตอบ

show you mean it

Which reminds me that it's time to reveal the answer to my question, ลำดับความ

4:26

ซึ่งทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของผมแล้ว

ลำดับความ

Which reminds me that ...: คำเชื่อมเพื่อไปสู่ความคิดที่เกี่ยวข้อง

Which reminds me that ใช้ความคิดหรือสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้าเป็นสิ่งที่ทำให้นึกถึงเรื่องใหม่ โดย which ในที่นี้อ้างถึงบริบททั้งหมด ไม่ได้อ้างถึงคำนามที่อยู่ใกล้เพียงคำเดียว สำนวนนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนเรื่อง ผู้พูดเชื่อมความคิดใหม่กับสิ่งที่เพิ่งพูด แล้วจึงไปสู่ข้อเท็จจริง งานที่ต้องทำ หรือช่วงถัดไปที่เกี่ยวข้อง ในภาษาอังกฤษแบบสนทนา สามารถวาง Which reminds me that ไว้ต้นประโยคใหม่ได้ แม้จะต้องอาศัยประโยคก่อนหน้าเพื่อให้เข้าใจบริบท

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมเปลี่ยนเรื่องด้วยสำนวนที่ตรงจากบทเรียนนี้: We were talking about the class schedule. ____ the library closes early today.

ดูคำตอบ

Which reminds me that

Beth.

4:30

Beth

Yes,

4:30

ใช่ค่ะ

you asked me how many times a day the average Brit says sorry and I guessed it was six.

4:31

คุณถามฉันว่าชาวอังกฤษโดยเฉลี่ยพูดขอโทษวันละกี่ครั้ง และฉันเดาว่าหกครั้ง

Was I right?

4:37

ฉันเดาถูกไหมคะ?

Well,

4:38

อืม

I'm very sorry, น้ำเสียง/เจตนา

4:38

ผมเสียใจด้วยนะ

but that was the wrong answer.

4:40

แต่นั่นเป็นคำตอบที่ผิด

น้ำเสียง/เจตนา

I'm very sorry, but ... สำหรับการแก้ไขอย่างสุภาพ

ในประโยคนี้ I'm very sorry ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อยอมรับว่าผู้พูดทำอะไรผิด แต่แสดงความเสียใจที่ต้องให้คำตอบซึ่งอาจทำให้อีกฝ่ายผิดหวัง และช่วยลดความแข็งของข้อความที่ตามมา but นำเข้าสู่ใจความหลักว่า that was the wrong answer รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ I'm sorry, but ... ซึ่งช่วยเกริ่นอย่างสุภาพก่อนการแก้ไข การปฏิเสธ หรือข่าวที่ไม่น่ายินดี โดยไม่ได้ทำให้เนื้อหาเชิงลบหายไป

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ใน “I'm very sorry, but that was the wrong answer.” คำว่า sorry มีความหมายหลักว่าผู้พูดยอมรับผิดและรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตน

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

The average Brit says sorry around eight times a day,

4:41

ชาวอังกฤษโดยเฉลี่ยพูดขอโทษวันละประมาณแปดครั้ง

making it probably the most overused word in the English language. ไวยากรณ์

4:45

ทำให้มันอาจจะเป็นคำที่ถูกใช้มากเกินไปที่สุดในภาษาอังกฤษเลยทีเดียว

ไวยากรณ์

making it probably the most overused word ที่เป็นอนุประโยคบอกผล

making it probably the most overused word in the English language เป็นอนุประโยค present participle ที่บอกผลลัพธ์หรือการประเมินจากข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อนหน้า ผู้คนพูด sorry บ่อยมาก ความถี่นี้จึงทำให้ sorry มีแนวโน้มเป็นคำภาษาอังกฤษที่ถูกใช้มากเกินไปที่สุด เพื่อให้เข้าใจถูกต้อง ให้มองข้อความก่อนหน้าทั้งหมดว่าเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ ไม่ใช่มองว่า making เป็นการกระทำของ the average Brit เพียงอย่างเดียว it หมายถึงคำว่า sorry รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือข้อความที่สมบูรณ์ตามด้วย making + กรรม + ส่วนเติมเต็ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกผลแบบ -ing จำนวนสองคำจากบทนี้: The path is covered in ice, ____ dangerous to walk on.

ดูคำตอบ

making it

Sorry about that. น้ำเสียง/เจตนา

4:49

ขอโทษเรื่องนั้นด้วยนะครับ

น้ำเสียง/เจตนา

Sorry about that. สำหรับปัญหาเล็กน้อยที่เพิ่งเกิดขึ้น

“Sorry about that.” เป็นคำตอบสั้น ๆ แบบภาษาพูดต่อความผิดพลาดเล็กน้อย ความไม่สะดวก หรือข่าวร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้น โดยทั่วไปใช้ขอโทษเกี่ยวกับปัญหานั้น และเมื่อเป็นข่าวร้ายก็อาจใช้แสดงความเห็นใจได้ “That” ย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าหมายถึงอะไร สำนวนนี้ใช้ยอมรับสถานการณ์สั้น ๆ โดยไม่ต้องเล่าเรื่องนั้นซ้ำหรือกล่าวขอโทษแบบยาวและเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดสำหรับการพูดว่า “Sorry about that.”?

  1. คุณกำลังเริ่มเล่าเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง และไม่มีใครรู้ว่า “that” หมายถึงอะไร
  2. คุณทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและต้องกล่าวขอโทษอย่างครบถ้วน
  3. คุณส่งลิงก์ผิดให้เพื่อนร่วมชั้นและรู้ตัวทันที
ดูคำตอบ

คุณส่งลิงก์ผิดให้เพื่อนร่วมชั้นและรู้ตัวทันที

Right.

4:50

เอาล่ะค่ะ

Let's recap the vocabulary we've learned from this program about saying sorry, ลำดับความ

4:51

เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เราเรียนรู้จากรายการนี้เกี่ยวกับการพูดขอโทษกันเถอะ

starting with sarcastic. ลำดับความ

4:55

เริ่มจากคำว่า sarcastic (ประชดประชัน)

ลำดับความ

Let's recap เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่การทบทวนประเด็นสำคัญ

“Let's recap” หมายถึง “มาทบทวนประเด็นสำคัญแบบสั้น ๆ กัน” ในบทเรียน รายการ หรือการประชุม สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าการนำเสนอข้อมูลใหม่กำลังพักลง และกำลังจะเริ่มสรุปเนื้อหาก่อนหน้าแบบสั้น ๆ คำกริยา recap สามารถมีเนื้อหาที่จะทบทวนเป็นกรรมได้ เช่น recap the vocabulary, recap the main ideas หรือ recap what happened

แบบฝึกหัด

ประโยคใดส่งสัญญาณว่าจะมีการสรุปประเด็นสำคัญแบบสั้น ๆ?

  1. Let's start a completely new topic before we finish.
  2. Let's repeat every sentence word for word before we finish.
  3. Let's recap the three main points before we finish.
ดูคำตอบ

Let's recap the three main points before we finish.

ลำดับความ

starting with sarcastic: การบอกหัวข้อแรก

ในประโยคนี้ starting with sarcastic บอกผู้ฟังว่าจะทบทวนคำศัพท์คำใดเป็นคำแรก ไม่ได้หมายความว่าจะทบทวนเพียงคำเดียว แต่เป็นการเปิดลำดับการทบทวน โครงสร้างคือ starting with + คำนามหรือหัวข้อ ในที่นี้ sarcastic คือชื่อคำแรก หากหัวข้อแรกเป็นการกระทำ ให้ใช้รูป -ing เช่น starting with checking the title

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้สำนวนจัดลำดับที่เน้นไว้: We'll review all three questions, ____ question one.

ดูคำตอบ

starting with

Doing or saying the opposite of what you really mean.

4:57

การทำหรือพูดในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่คุณหมายความจริงๆ

For example,

5:00

ตัวอย่างเช่น

saying,

5:01

การพูดว่า

"I'm really sorry."

5:01

"I'm really sorry."

when you aren't.

5:03

ในขณะที่คุณไม่ได้รู้สึกแบบนั้น

A public figure is a famous person whose life and behavior is often discussed in the media and in public.

5:04

public figure (บุคคลสาธารณะ) คือคนดังที่ชีวิตและพฤติกรรมมักถูกนำไปพูดคุยในสื่อและในที่สาธารณะ

A faux pas is a socially embarrassing remark or action.

5:11

faux pas (การเสียมารยาท) คือคำพูดหรือการกระทำที่น่าอับอายทางสังคม

A fine is a sum of money paid as a punishment for doing something illegal or breaking a rule.

5:14

fine (ค่าปรับ) คือจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพื่อเป็นบทลงโทษสำหรับการทำสิ่งผิดกฎหมายหรือละเมิดกฎ

If you say something with a caveat,

5:21

หากคุณพูดอะไรบางอย่างพร้อม caveat (ข้อแม้)

it contains a warning that what you have said may not be completely true or is limited in some way.

5:23

มันจะมีคำเตือนรวมอยู่ด้วยว่าสิ่งที่คุณพูดไปนั้นอาจไม่เป็นความจริงทั้งหมดหรือมีข้อจำกัดในบางประการ

And finally,

5:29

และสุดท้าย

if you draw a line under something,

5:30

ถ้าคุณ draw a line under something (ขีดเส้นจบเรื่องบางอย่าง)

you consider it finished in order to move on and make a fresh start.

5:31

คุณจะถือว่าเรื่องนั้นจบลงเพื่อที่จะก้าวต่อไปและเริ่มต้นใหม่

I'm sorry to say that once again, น้ำเสียง/เจตนา

5:36

ผมเสียใจที่ต้องพูดอีกครั้งว่า

our 6 minutes are up and it's time to draw a line under this program. วลี

5:37

เวลา 6 นาทีของเราหมดลงแล้ว และถึงเวลาต้องจบรายการนี้แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sorry to say that: การเกริ่นข่าวร้ายให้นุ่มนวล

I'm sorry to say that ใช้นำหน้าข่าวที่ผู้พูดคิดว่าจะทำให้ผู้ฟังผิดหวังหรือไม่พอใจ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวช่วยเตรียมผู้ฟังอย่างนุ่มนวลก่อนบอกว่าเวลาของรายการหมดแล้ว sorry ในที่นี้แสดงความเสียใจต่อสถานการณ์ ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่าผู้พูดเป็นผู้ทำให้เกิดเรื่องนั้นหรือกำลังยอมรับผิด ส่วนอนุประโยคหลัง that บอกเนื้อหาของข่าวร้าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งใช้เกริ่นข่าวร้าย: ____ the museum is closed today.

ดูคำตอบ

I'm sorry to say that

วลี

our 6 minutes are up: เวลาที่กำหนดสิ้นสุดลงแล้ว

เมื่อใช้ช่วงเวลากับ be up จะหมายความว่าเวลาที่กำหนดหรือจัดไว้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ในที่นี้ our 6 minutes are up เป็นการประกาศว่าเวลาหกนาทีที่จัดไว้สำหรับรายการหมดลงแล้ว ในโครงสร้างนี้ up ไม่ได้หมายถึง “ขึ้นด้านบน” สามารถใช้ be + up กับ time หรือระยะเวลาที่ระบุชัดเจนได้ เช่น Time is up; Your ten minutes are up.

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำที่หมายถึงเวลาที่กำหนดสิ้นสุดลงแล้ว: Time ____. Please put down your pens.

ดูคำตอบ

is up

Goodbye for now.

5:41

ลาก่อนสำหรับตอนนี้นะครับ

Bye.

5:42

ลาก่อนค่ะ

Sorry,

5:43

ขอโทษด้วย

everyone.

5:43

ทุกคน

We haven't finished yet.

5:44

เรายังไม่จบ

Oh, yeah.

5:45

อ้อ ใช่ค่ะ

Sorry.

5:46

ขอโทษค่ะ

We want to tell you about some of our other podcasts.

5:46

เราอยากบอกคุณเกี่ยวกับพอดแคสต์อื่นๆ ของเรา

Actually,

5:49

ที่จริงแล้ว

we shouldn't have to apologize because the other podcasts are brilliant. โน้ต

5:49

เราไม่ควรจะต้องขอโทษเลย เพราะพอดแคสต์อื่นๆ ของเรานั้นยอดเยี่ยมมาก

ไวยากรณ์

we shouldn't have to apologize: ปฏิเสธความจำเป็นหรือข้อผูกมัด

Shouldn't have to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าในมุมมองของผู้พูด ไม่ควรมีความจำเป็นหรือข้อผูกมัดให้ทำสิ่งนั้น We shouldn't have to apologize จึงหมายความว่าไม่น่าจะจำเป็นต้องขอโทษ โครงสร้างคือ should not + have to + apologize โดยพูดถึงความจำเป็นในปัจจุบันหรือโดยทั่วไป ไม่ใช่การกระทำในอดีต เพราะ have เป็นส่วนหนึ่งของ have to จึงไม่ใช่โครงสร้างอดีต should have + กริยาช่องที่สาม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ไม่ควรถูกกำหนดให้ต้องทำ”: Passengers ____ pay twice because of a booking error.

ดูคำตอบ

shouldn't have to

การใช้คำ

brilliant ในความหมายว่า “ยอดเยี่ยม”

ในอนุประโยค the other podcasts are brilliant คำว่า brilliant เป็นคำชมเชิงบวกที่แสดงความกระตือรือร้น หมายถึง “ยอดเยี่ยม” หรือ “ดีมาก” คำนี้บอกถึงคุณภาพของพอดแคสต์ ไม่ได้หมายความว่าพอดแคสต์ฉลาดหรือเปล่งแสงได้ การใช้แบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช เมื่อ brilliant ขยายคำอย่างไอเดีย รายการ ประสบการณ์ หรือผลลัพธ์ คำนามรอบ ๆ มักช่วยให้รู้ว่าเป็นคำชม

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้สนทนา brilliant ใน "The new science podcast is brilliant" หมายความว่าอะไร?

  1. พอดแคสต์นี้ดีมาก
  2. พอดแคสต์นี้ฉลาดมาก
  3. พอดแคสต์นี้เปล่งแสงสว่างจ้า
ดูคำตอบ

พอดแคสต์นี้ดีมาก

True.

5:53

จริงค่ะ

You can learn vocabulary from news headlines in News Review.

5:53

คุณสามารถเรียนรู้คำศัพท์จากหัวข้อข่าวใน News Review

Impress your friends with idiomatic expressions in the English we speak. การใช้คำ

5:56

ทำให้เพื่อนๆ ประทับใจด้วยสำนวนภาษาอังกฤษใน The English We Speak

การใช้คำ

idiomatic expressions: ถ้อยคำที่เป็นธรรมชาติและใช้กันตามแบบแผน

idiomatic expressions คือวลีหรือกลุ่มคำที่ผู้พูดภาษาอังกฤษใช้เป็นหน่วยเดียวกันตามแบบแผน รูปแบบของคำและบางครั้งความหมายทั้งหมดไม่สามารถอนุมานได้อย่างน่าเชื่อถือด้วยการแปลทีละคำ idiomatic ไม่ได้หมายถึงเฉพาะสำนวนที่มีภาพชัดเจนหรือกล่าวเกินจริงเท่านั้น แต่ยังใช้บอกถึงวลีตายตัว คำที่มักใช้คู่กัน หรือถ้อยคำอื่นที่ฟังเป็นธรรมชาติเพราะเป็นไปตามการใช้ภาษาอังกฤษที่เป็นที่ยอมรับ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ idiomatic expressions มากที่สุด?

  1. เฉพาะคำพูดหายากและตลกที่มีภาพซึ่งเป็นไปไม่ได้
  2. กลุ่มคำที่เป็นธรรมชาติและใช้กันตามแบบแผน ซึ่งรูปแบบหรือความหมายทั้งหมดอาจคาดเดาทีละคำไม่ได้
  3. ประโยคทุกประโยคที่ถูกต้องตามกฎไวยากรณ์ แม้จะฟังไม่เป็นธรรมชาติ
ดูคำตอบ

กลุ่มคำที่เป็นธรรมชาติและใช้กันตามแบบแผน ซึ่งรูปแบบหรือความหมายทั้งหมดอาจคาดเดาทีละคำไม่ได้

And we have even more.

6:00

และเรายังมีอีกมากมาย

Go to bbclearningenglish.com and download them for free.

6:02

ไปที่ bbclearningenglish.com และดาวน์โหลดฟรี

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:07

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com