วิธีการกล่าวคำขอโทษที่ถูกต้อง ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าการกล่าวขอโทษในภาษาอังกฤษเปลี่ยนความหมายไปตามบริบท น้ำเสียง ความจริงใจ และการยอมรับความรับผิดชอบอย่างไร โดยใช้ทั้งนิสัยการขอโทษของชาวอังกฤษและคำขอโทษทางการเมืองที่เป็นข้อถกเถียง เพื่อแสดงว่าเหตุใดคำขอโทษบางครั้งจึงได้ผลหรืออาจล้มเหลว ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "I'm so sorry." — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้ว่าประโยคนี้ใช้เป็นคำขอโทษอย่างจริงใจหลังจากก่อเหตุเล็กน้อยได้ และฝึกแยกจากการแสดงความเห็นใจหรือการประชดด้วยบริบทและน้ำเสียง คุณจึงเลือกใช้ sorry ให้ตรงกับเจตนาและหลีกเลี่ยงการฟังดูไม่จริงใจได้ 2. But there is the caveat that — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าวลีแบบเป็นทางการนี้ใช้เพิ่มเงื่อนไข ข้อสงวน หรือข้อจำกัด ซึ่งทำให้คำกล่าวที่ดูชัดเจนมีน้ำหนักลดลง คุณจะสังเกตการจำกัดความอย่างระมัดระวังในบทวิจารณ์ทางการเมืองและสื่อได้ และนำไปใช้เมื่อข้ออ้างหนึ่งไม่ได้เป็นจริงโดยไม่มีเงื่อนไข 3. draw a line under the whole business — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงการถือว่าเรื่องยากสิ้นสุดแล้วเพื่อเดินหน้าต่อ ไม่ใช่การขีดเส้นจริง ๆ ฝึกใช้เมื่อพูดถึงความขัดแย้ง ความผิดพลาด หรือเรื่องอื้อฉาว พร้อมรับรู้นัยว่าการประกาศปิดเรื่องไม่ได้รับประกันว่าคนอื่นจะยอมรับการจบเรื่องนั้น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.
0:07สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English
There are many ways of saying sorry in English and they all have a slightly different meaning. ไวยากรณ์
0:12ในภาษาอังกฤษมีวิธีพูดขอโทษอยู่หลายแบบและทั้งหมดก็มีความหมายที่แตกต่างกันเล็กน้อย
ways of saying sorry: โครงสร้าง way(s) of + -ing
วลี ways of saying sorry หมายถึง “วิธีหรือรูปแบบในการกล่าวขอโทษ” และใช้โครงสร้าง way(s) of + -ing ในที่นี้ of เป็นคำบุพบท ดังนั้น saying จึงเป็น gerund หรือรูป -ing ที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม ไม่ได้แสดงว่าการกระทำนั้นกำลังเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ improve ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมโครงสร้าง way(s) of + -ing ให้สมบูรณ์: Reading aloud is one way of ____ pronunciation.
ดูคำตอบ
improving
that means I sympathize and I hope you get better soon.
0:21นั่นหมายความว่าผมเห็นใจและหวังว่าคุณจะหายเร็วๆ
"Oh, I'm sorry.": การแสดงความเห็นใจ
ในบริบทนี้ Oh, I'm sorry. ใช้แสดงความเห็นใจและความห่วงใยหลังจากได้ยินว่าใครบางคนป่วย มีความหมายใกล้เคียงกับ I'm sorry to hear that. ไม่ได้เป็นการยอมรับว่าผู้พูดทำให้อีกฝ่ายป่วยหรือทำอะไรผิด สถานการณ์จะช่วยบอกว่า I'm sorry เป็นคำขอโทษหรือเป็นการตอบสนองต่อข่าวร้าย
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า "My dog is very ill." คุณตอบว่า "Oh, I'm sorry." คำตอบของคุณหมายความว่าอย่างไร?
- ฉันรู้สึกเห็นใจและเป็นห่วงคุณ
- ฉันยอมรับว่าฉันทำให้สุนัขของคุณป่วย
- ฉันกำลังขอให้คุณขอโทษฉัน
ดูคำตอบ
ฉันรู้สึกเห็นใจและเป็นห่วงคุณ
"Oops, that was my fault and I didn't mean to do it." วลี
0:29"อุ๊ย นั่นเป็นความผิดของฉัน และฉันไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้น"
"I'm so sorry.": คำขอโทษอย่างจริงใจ
ในสถานการณ์นี้ I'm so sorry. เป็นคำขอโทษ ผู้พูดเผลอเหยียบเท้าคนอื่น ดังนั้น sorry จึงเป็นการตอบสนองต่อความเสียหายที่ผู้พูดก่อขึ้นเอง ไม่ใช่การแสดงความเสียใจต่อข่าวร้ายที่เพียงได้ยินมา so ทำให้คำขอโทษหนักแน่นขึ้น โดยแสดงความรู้สึกผิดมากกว่า Sorry. ที่พูดสั้น ๆ จุดสังเกตที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือความรับผิดชอบ—ถ้าการกระทำของคุณทำให้เกิดปัญหา sorry จะทำหน้าที่เป็นคำขอโทษ
แบบฝึกหัด
คุณเผลอทำเครื่องดื่มหกใส่หนังสือของเพื่อนแล้วพูดว่า "I'm so sorry." ประโยคนี้มีหน้าที่หลักอะไร?
- ขอโทษสำหรับปัญหาที่คุณก่อขึ้น
- แสดงความเห็นใจต่อข่าวร้ายที่คุณเพียงได้ยินมา
- โทษเพื่อนว่าเป็นผู้ก่อเหตุ
ดูคำตอบ
ขอโทษสำหรับปัญหาที่คุณก่อขึ้น
that was my fault: การยอมรับความรับผิดชอบ
that was my fault เป็นการยอมรับความรับผิดชอบโดยตรง that ย้อนกลับไปชี้ถึงเหตุการณ์หรือปัญหาที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน my fault หมายความว่าเรื่องนั้นเกิดจากความผิดพลาดหรือการกระทำของผู้พูด ในรูปแบบนี้ fault หมายถึงความรับผิดชอบหรือความผิด ไม่ใช่ความขัดข้องของเครื่องจักร สำนวนนี้ยอมรับว่าเป็นความผิดของตนได้ชัดเจนกว่าการกล่าวขอโทษแบบทั่วไปเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่ใช้ยอมรับความรับผิดชอบโดยตรง: I entered the wrong date. ____.
ดูคำตอบ
That was my fault
I didn't mean to do it: อธิบายว่าไม่ได้ตั้งใจทำ
ใน I didn't mean to do it วลี mean to do something หมายถึง “ตั้งใจจะทำบางสิ่ง” รูปปฏิเสธบอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้วางแผนหรือจงใจทำ วลีนี้ใช้บอกเจตนาหลังจากทำผิดพลาด มักตามหลังคำขอโทษหรือการยอมรับผิด ในประโยคนี้วลีดังกล่าวช่วยเสริมคำขอโทษ ไม่ได้ปฏิเสธว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำขอโทษด้วยวลีที่ตรงตัวซึ่งบอกว่าการกระทำนั้นไม่ได้ตั้งใจ: I spilled your drink, but I ____.
ดูคำตอบ
didn't mean to do it
meaning exactly the opposite that you're not sorry at all.
0:38ซึ่งหมายความตรงกันข้ามเลยว่าคุณไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิด
sarcastic: เมื่อท่าทีจริงตรงข้ามกับคำพูด
ในที่นี้ sarcastic ใช้อธิบายคำพูดที่ข้อความบนผิวหน้าไม่ตรงกับท่าทีจริงของผู้พูด “Oh, I'm so sorry” ฟังดูเหมือนคำขอโทษ แต่บริบทบอกว่าผู้พูดไม่ได้เสียใจเลย เรารับรู้การประชดจากความขัดแย้งระหว่างคำพูดกับสถานการณ์ และมักมีการเน้นเสียงหรือน้ำเสียงที่เกินจริงเป็นตัวช่วย Sarcastic ไม่ได้แปลเพียงว่า “หยาบคาย” คำพูดหยาบคายอาจตรงไปตรงมา แต่การประชดคือการพูดอย่างหนึ่งเพื่อสื่อถึงท่าทีที่ต่างออกไปหรือบางครั้งตรงกันข้าม
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะอธิบายด้วยคำว่า sarcastic?
- มีคนพูดว่า “Perfect!” หลังจากเค้กตกลงบนพื้น แต่เห็นได้ชัดว่าหมายถึงมันเป็นหายนะ
- มีคนบอกทางไปสถานีที่ใกล้ที่สุดอย่างชัดเจน
- มีคนพูดเบา ๆ ว่า “I'm sorry” และพยายามแก้ไขความเสียหายอย่างจริงใจ
ดูคำตอบ
มีคนพูดว่า “Perfect!” หลังจากเค้กตกลงบนพื้น แต่เห็นได้ชัดว่าหมายถึงมันเป็นหายนะ
Saying sorry for something you've done in English can be quite confusing
0:42การพูดขอโทษสำหรับสิ่งที่คุณทำลงไปในภาษาอังกฤษอาจทำให้สับสนได้มาก
the British are world's champions at apologizing. สำนวน
0:47ชาวอังกฤษยังเป็นแชมป์โลกในการกล่าวขอโทษ
to make things worse: ใช้เกริ่นถึงปัญหาที่เพิ่มขึ้น
to make things worse เป็นวลีเชื่อมแบบตายตัว หมายความว่าข้อเท็จจริงที่ตามมาเพิ่มปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หรือทำให้สถานการณ์ที่แย่อยู่แล้วรุนแรงขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยนำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นความยุ่งยากที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามีใครกำลังทำให้สิ่งต่าง ๆ แย่ลง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ to make things worse ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเพิ่มปัญหาอีกอย่างหนึ่ง
- The bus was late, and to make things worse, I had left my homework at home.
- The bus arrived early, and to make things worse, I found a comfortable seat.
- The bus was late, and to put it another way, I had left my homework at home.
ดูคำตอบ
The bus was late, and to make things worse, I had left my homework at home.
the British are world's champions at apologizing: การพูดเกินจริงเชิงขำขันด้วยภาพการแข่งขันกีฬา
ประโยคนี้ใช้ตำแหน่งแชมป์กีฬาเป็นการพูดเกินจริงเชิงขำขัน โดยสื่อว่าชาวอังกฤษขอโทษบ่อยมากหรือเป็นที่รู้จักเป็นพิเศษเรื่องการขอโทษ ไม่ได้กล่าวถึงการแข่งขันจริง การเรียกใครสักคนว่าเป็นแชมป์โลกในพฤติกรรมประจำวัน ทำให้พฤติกรรมนั้นดูเหมือนการแข่งขันในจินตนาการ รูปแบบนี้อาจเน้นความสามารถที่โดดเด่นหรือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมนั้น
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ 'the British are world's champions at apologizing' หมายความว่าอย่างไร
- ชาวอังกฤษแทบไม่เคยขอโทษ
- กล่าวเชิงขำขันว่าชาวอังกฤษขอโทษบ่อยมาก
- ชาวอังกฤษชนะการแข่งขันขอโทษระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
กล่าวเชิงขำขันว่าชาวอังกฤษขอโทษบ่อยมาก
we'll be learning some useful new vocabulary as well.
0:55เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ด้วย
and as usual, ...: แสดงกิจวัตรที่คุ้นเคย
ในประโยคนี้ and as usual ใช้แนะนำกิจกรรมอีกอย่างที่เป็นไปตามรูปแบบเดิมของรายการ ผู้พูดกำลังบอกว่าการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่เป็นส่วนหนึ่งของรายการตามปกติ ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาเฉพาะครั้งนี้ as usual เป็นวลีวิเศษณ์แบบตายตัว หมายถึง “ตามปกติ” หรือ “เหมือนที่มักจะเป็น” แม้ usual จะเป็นคำคุณศัพท์เมื่อใช้เดี่ยว ๆ แต่ as usual ทั้งวลีทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์ และวางไว้หลัง and เพื่อบอกว่ากิจกรรมถัดไปเป็นส่วนหนึ่งของลำดับปกติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีตายตัวเพื่อแสดงกิจวัตรที่ทำซ้ำได้ถูกต้อง
- As usually, the team checks the doors.
- As usual, the team checks the doors.
- As use, the team checks the doors.
ดูคำตอบ
As usual, the team checks the doors.
Sorry, but I'm going to have to stop you there, น้ำเสียง/เจตนา
0:58ขอโทษนะ แต่ผมต้องขอขัดจังหวะคุณตรงนี้ก่อน
Sorry, but I'm going to have to stop you there, ...: การขัดจังหวะอย่างสุภาพ
ในประโยคนี้ Sorry, but I'm going to have to stop you there เป็นสำนวนครบชุดสำหรับขัดจังหวะผู้อื่นอย่างสุภาพ Sorry ใช้แสดงคำขอโทษ but ใช้เปลี่ยนทิศทางของบทสนทนา และ I'm going to have to ทำให้การขัดจังหวะฟังดูเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่คำสั่งที่พูดขึ้นมาลอย ๆ stop you there ในที่นี้หมายถึงการหยุดช่วงการพูดของอีกฝ่ายไว้ตรงนั้น ไม่ได้หมายความว่าให้หยุดพูดตลอดไป สำนวนทั้งชุดแสดงการขอโทษที่ขัดจังหวะ และช่วยให้ผู้พูดรับช่วงการสนทนาเพื่อถามคำถาม
แบบฝึกหัด
ผู้นำการประชุมต้องหยุดคำอธิบายที่ยาวและถามรายละเอียดหนึ่งข้อ ประโยคใดเหมาะสมที่สุด
- Stop you there, please.
- Sorry, but I'm going to have to stop you there.
- You must stop talking now.
ดูคำตอบ
Sorry, but I'm going to have to stop you there.
In fact, a recent survey found that some Brits apologize up to 20 times a day. โน้ต
1:06ความจริงแล้ว ผลการสำรวจล่าสุดพบว่าชาวอังกฤษบางคนขอโทษมากถึง 20 ครั้งต่อวัน
In fact: เกริ่นข้อเท็จจริงที่ช่วยสนับสนุนได้หนักแน่นขึ้น
In fact เป็นสัญญาณว่าข้อความถัดไปจะให้ข้อเท็จจริงที่เจาะจงหรือหนักแน่นกว่าและเชื่อมโยงกับประเด็นก่อนหน้า ในประโยคนี้ใช้เกริ่นผลสำรวจเป็นหลักฐาน จึงช่วยสนับสนุนคำกล่าวเดิมด้วยข้อมูล ในฐานะคำเชื่อมที่ช่วยจัดลำดับข้อมูล คำนี้บอกผู้ฟังว่าผลสำรวจไม่ใช่หัวข้อใหม่ หลังจากนั้นมักเป็นข้อมูลสนับสนุน คำชี้แจง หรือบางครั้งเป็นการแก้ไขสิ่งที่เพิ่งพูดหรือเข้าใจกันไป
แบบฝึกหัด
In fact ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้? In fact, the school collected twice as many books as last year.
- เปลี่ยนไปยังหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
- เกริ่นข้อเท็จจริงที่หนักแน่นกว่าเพื่อสนับสนุนคำกล่าวก่อนหน้า
- แสดงเพียงการหยุดพูดโดยไม่ได้เพิ่มความหมาย
ดูคำตอบ
เกริ่นข้อเท็จจริงที่หนักแน่นกว่าเพื่อสนับสนุนคำกล่าวก่อนหน้า
up to 20 times a day: บอกความถี่สูงสุดต่อวัน
Up to 20 times a day หมายความว่า 20 คือจำนวนสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นได้ในหนึ่งวัน จำนวนจริงอาจน้อยกว่านี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็น 20 ครั้งพอดีเสมอ โครงสร้าง up to + จำนวน ใช้กำหนดขีดจำกัดสูงสุด ส่วน times a day บอกว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นกี่ครั้งต่อวัน เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึงความถี่สูงสุดต่อวัน
แบบฝึกหัด
A hall can hold up to 80 people. ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- 80 คือจำนวนต่ำสุด และห้องโถงอาจรองรับได้มากกว่านี้
- ในห้องโถงต้องมีคน 80 คนพอดีตลอดเวลา
- 80 คือจำนวนสูงสุด และอาจมีจำนวนน้อยกว่านี้ได้
ดูคำตอบ
80 คือจำนวนสูงสุด และอาจมีจำนวนน้อยกว่านี้ได้
how many times per day does the average Brit say sorry? การใช้คำ
1:14ชาวอังกฤษทั่วไปพูดขอโทษโดยเฉลี่ยวันละกี่ครั้ง?
according to the same survey: การระบุแหล่งข้อมูล
according to the same survey บอกผู้ฟังว่าคำถามนี้อ้างอิงจากผลสำรวจที่กล่าวถึงไปแล้ว คำว่า same เชื่อมแหล่งข้อมูลนี้กลับไปยังผลสำรวจก่อนหน้า โครงสร้าง according to + นามวลี ใช้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล ไม่ใช่ความคิดเห็นของผู้พูดเอง เช่นเดียวกับประโยคนี้ วลีบอกแหล่งที่มาสามารถอยู่ต้นประโยคและคั่นจากคำถามหรือข้อความหลักด้วยเครื่องหมายจุลภาค
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ใช้ระบุแหล่งข้อมูล: ____ the survey, 62 percent of respondents preferred tea.
ดูคำตอบ
According to
the average Brit: ความหมายเชิงสถิติและระดับภาษาที่ไม่เป็นทางการ
ในคำถามจากผลสำรวจนี้ the average Brit หมายถึงการมองคนอังกฤษเป็นกลุ่มทางสถิติ โดยคำตอบมีจุดประสงค์เพื่ออธิบายพฤติกรรมเฉลี่ยของกลุ่ม วลีนี้ไม่ได้ชี้ถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และไม่ได้กล่าวว่าคนอังกฤษทุกคนมีพฤติกรรมเหมือนกัน Brit เป็นคำนามแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงคนอังกฤษ ส่วน average ในที่นี้มีความหมายเชิงสถิติ ไม่ใช่คำวิจารณ์ว่าใครธรรมดาหรือขาดความสามารถ
แบบฝึกหัด
การตีความ the average Brit แบบใดเหมาะกับคำถามจากผลสำรวจนี้มากที่สุด
- คนอังกฤษที่มีความสามารถธรรมดา และ Brit ใช้หมายถึงนักเรียนเท่านั้น
- ค่าเฉลี่ยทางสถิติที่ใช้แทนคนอังกฤษในฐานะกลุ่ม และ Brit เป็นคำไม่เป็นทางการ
- คนอังกฤษทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น และ Brit เป็นศัพท์ทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
ค่าเฉลี่ยทางสถิติที่ใช้แทนคนอังกฤษในฐานะกลุ่ม และ Brit เป็นคำไม่เป็นทางการ
I'm going to guess...:การเดาคำตอบในตอนนี้
I'm going to guess ใช้เพื่อเริ่มคำตอบที่ผู้พูดกำลังจะเสนอ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าถูกต้องแน่นอน ในประโยคนี้ six times a day ถูกนำเสนอว่าเป็นการเดา ณ ตอนนั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้ว be going to ในที่นี้หมายถึงการกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้น คือการเดาตอนนี้ ไม่ใช่แผนระยะยาว สำนวนนี้ช่วยให้ตอบคำถามพร้อมแสดงว่าคำตอบอาจผิดได้
แบบฝึกหัด
I'm going to guess ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร
- ผู้พูดมีแผนระยะยาวที่แน่นอน
- ผู้พูดกำลังจะให้คำตอบที่ยังไม่แน่นอน
- ผู้พูดมั่นใจว่าคำตอบถูกต้อง
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังจะให้คำตอบที่ยังไม่แน่นอน
I'll reveal the answer later in the program.: เปิดเผยคำตอบในภายหลัง
I'll reveal the answer later in the program บอกผู้ชมว่าคำตอบจะถูกเปิดเผยในภายหลัง ไม่ใช่ตอนนี้ reveal ในที่นี้หมายถึงการเปิดเผยสิ่งที่ยังไม่รู้หรือจงใจเก็บไว้ จึงช่วยสร้างความลุ้นและบอกว่าจะกลับมาพูดถึงคำถามนี้อีกในภายหลัง โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับของรายการด้วย I'll บอกการกระทำที่ผู้พูดจะทำในอนาคต ส่วน later in the program บอกเวลา reveal มีความหมายเฉพาะกว่าคำว่า I'll show the answer เพราะเน้นการเปลี่ยนจากสิ่งที่ยังไม่รู้หรือถูกปิดบังให้กลายเป็นสิ่งที่รู้
แบบฝึกหัด
I'll reveal the answer later in the program บอกอะไรแก่ผู้ชม
- คำตอบจะถูกเปิดเผยภายหลัง ไม่ใช่ตอนนี้
- ผู้พูดไม่มีคำตอบ
- ทุกคนรู้คำตอบอยู่แล้ว
ดูคำตอบ
คำตอบจะถูกเปิดเผยภายหลัง ไม่ใช่ตอนนี้
it's no surprise that Louise Mullany started researching the language of apologizing in Britain at the University of Nottingham. วลี
1:36จึงไม่น่าแปลกใจที่ Louise Mullany เริ่มทำการวิจัยเกี่ยวกับภาษาของการขอโทษในอังกฤษที่มหาวิทยาลัย Nottingham
Since + เหตุผล: ใช้ข้อเท็จจริงที่ทราบแล้วเพื่อนำไปสู่ข้อสรุป
ในที่นี้ Since ใช้นำเสนอเหตุผล คือชาวอังกฤษขึ้นชื่อเรื่องการกล่าวขอโทษ ข้อมูลพื้นฐานที่ทราบกันนี้เป็นเหตุรองรับข้อสรุปหลักที่ว่า “it's no surprise...”. ใช้ Since + อนุประโยคเมื่อข้อเท็จจริงที่ทราบอยู่แล้วหรือยอมรับได้ง่ายนำไปสู่ผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติ ในการใช้นี้ since หมายถึง “เพราะ” หรือ “เนื่องจาก” ไม่ใช่ “ตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต”
แบบฝึกหัด
ใช้คำจากบทเรียนที่อาจหมายถึง “เพราะ” หรือ “ตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต” แต่ในที่นี้ใช้บอกเหตุผล: ____ the library is closed, we'll return tomorrow.
ดูคำตอบ
Since
It's no surprise that + อนุประโยค: บอกผลลัพธ์ที่คาดไว้
“It's no surprise that + อนุประโยค” หมายความว่าเหตุการณ์ในอนุประโยคที่ตามหลัง that เป็นสิ่งที่คาดไว้หรือคาดเดาได้ง่าย ในประโยคนี้ ข้อเท็จจริงก่อนหน้าเกี่ยวกับการขอโทษของชาวอังกฤษทำให้หัวข้องานวิจัยดูสมเหตุสมผล It เป็นประธานที่ใช้เติมโครงสร้าง ส่วนเนื้อหาที่ได้รับการประเมินว่าไม่น่าแปลกใจจะอยู่หลัง that ควรใช้กรอบเต็มว่า It is/It's no surprise that + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนจากบทเรียนให้ตรงตามรูปเดิมเพื่อแสดงว่าผลลัพธ์นี้เป็นสิ่งที่คาดไว้: ____ Ava solved the puzzle quickly; she had practised similar ones.
ดูคำตอบ
It's no surprise that
Louise spoke with the BBC Radio 4 program Word of Mouth.
1:46Louise ได้ให้สัมภาษณ์กับรายการ Word of Mouth ทางสถานีวิทยุ BBC Radio 4
professor of sociolinguistics: ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและสังคม
Professor of sociolinguistics หมายถึงศาสตราจารย์ที่มีภาษาศาสตร์สังคมเป็นสาขาวิชาหลัก ภาษาศาสตร์สังคมศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับสังคม รวมถึงอัตลักษณ์ กลุ่มทางสังคม อำนาจ ความสุภาพ และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการใช้ภาษา ตำแหน่งนี้แสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านรูปแบบทางสังคมของภาษา ไม่ใช่การศึกษาเฉพาะสังคมหรือเฉพาะโครงสร้างภาษา การขอโทษเปลี่ยนไปตามความสัมพันธ์และสถานการณ์ จึงเป็นหัวข้อที่เหมาะกับการวิจัยทางภาษาศาสตร์สังคม
แบบฝึกหัด
ภาษาศาสตร์สังคมศึกษาเรื่องใดเป็นหลัก?
- ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับสังคม
- เฉพาะโครงสร้างของรัฐบาล
- การเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์
ดูคำตอบ
ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับสังคม
And I was really interested in looking at how people apologize, วลี
1:50และฉันสนใจมากที่จะดูว่าผู้คนขอโทษกันอย่างไร
was really interested in looking at: สนใจอย่างมากที่จะศึกษาหัวข้อหนึ่ง
Was really interested in looking at สื่อว่าผู้พูดเคยสนใจอย่างมากที่จะตรวจสอบหัวข้อหนึ่ง โครงสร้าง be interested in ตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ดังนั้น look จึงเปลี่ยนเป็น looking หลัง in ส่วน really ใช้เน้นระดับความสนใจ ในบริบทของการวิจัยหรือการอภิปราย look at มักหมายถึง “ตรวจสอบ” หรือ “ศึกษา” ไม่ใช่เพียงมองด้วยตา ในที่นี้ looking at นำเข้าสู่คำถามที่กำลังศึกษา คือผู้คนขอโทษกันอย่างไร
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ look at หลัง interested in: For our class survey, Mia was really interested in ____ how families recycle at home.
ดูคำตอบ
looking at
public figures: บุคคลที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน
Public figures หมายถึงบุคคลที่คำพูดและการกระทำได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากสาธารณชนและสื่อ เนื่องจากบทบาท ชื่อเสียง หรืออิทธิพลของบุคคลนั้น นักการเมือง บุคคลมีชื่อเสียงในวงการบันเทิง และผู้นำธุรกิจที่เป็นที่จับตามองล้วนเป็น public figures ได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดสนใจเป็นพิเศษว่าบุคคลที่เป็นที่จับตามองเหล่านี้ขอโทษอย่างไร figure ในที่นี้หมายถึง “บุคคล” ไม่ใช่ “ตัวเลข” หรือ “รูปร่าง”
แบบฝึกหัด
ใน “The rule applies to public figures such as senior politicians and well-known actors” public figures หมายถึงใคร?
- เฉพาะพนักงานที่ทำงานให้รัฐบาลเท่านั้น
- ตัวเลขที่แสดงต่อสาธารณะในรายงาน
- บุคคลที่ชีวิตหรือการกระทำได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากสาธารณชน
ดูคำตอบ
บุคคลที่ชีวิตหรือการกระทำได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากสาธารณชน
So, I did a lot of research in the workplace and looking at the media and looking at politicians in particular. วลี
1:56ดังนั้น ฉันจึงทำการวิจัยในที่ทำงานเป็นจำนวนมาก และพิจารณาสื่อ รวมถึงนักการเมืองเป็นพิเศษ
looking at politicians in particular: จำกัดขอบเขตไปยังจุดเน้นสำคัญ
ในที่นี้ in particular อยู่หลัง politicians และชี้ว่านักการเมืองเป็นจุดเน้นสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในงานวิจัยที่กว้างกว่าของผู้พูด ข้อมูลจึงเปลี่ยนจากขอบเขตกว้างไปสู่กลุ่มหนึ่งที่สำคัญเป็นพิเศษ Looking at ในที่นี้หมายถึง “ตรวจสอบ” หรือ “ศึกษา” ดังนั้น looking at politicians in particular จึงหมายถึงการให้ความสนใจเป็นพิเศษกับนักการเมืองในการวิจัย ไม่ได้หมายความว่านักการเมืองเป็นหัวข้อเดียวที่ศึกษา
แบบฝึกหัด
ใน “We discussed several school subjects, science in particular” in particular ทำหน้าที่อะไร?
- เน้นวิทยาศาสตร์ให้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
- หมายความว่าการสนทนาเกิดขึ้นเป็นการส่วนตัว
- บอกว่าวิทยาศาสตร์เป็นวิชาเดียวที่มีการพูดถึง
ดูคำตอบ
เน้นวิทยาศาสตร์ให้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
And one of the things that really interested me at the time was a lot of writers were talking about us entering an age of an apology. โน้ต
2:02และสิ่งหนึ่งที่ฉันสนใจมากในเวลานั้นคือ นักเขียนหลายคนกำลังพูดถึงการที่เรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งการขอโทษ
One of the things that ... was ...: การยกประเด็นสำคัญขึ้นมาหนึ่งข้อ
โครงสร้าง One of the things that ... was ... เลือกสิ่งหนึ่งจากหลายสิ่งแล้วนำสิ่งนั้นมาเป็นจุดสำคัญ ในประโยคต้นฉบับ that really interested me at the time ขยายคำว่า things และยังไม่ได้ทำให้ข้อความหลักสมบูรณ์ คำหลักของประธานคือ one ซึ่งเป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยาเชื่อม was ส่วนหลัง was จะระบุว่าสิ่งที่น่าสนใจนั้นคืออะไร และส่วนนั้นอาจเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ทั้งส่วนได้เหมือนในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตเอกพจน์ของ be: During yesterday's meeting, one of the things that surprised me ____ how calmly everyone responded.
ดูคำตอบ
was
Us entering an age of an apology: การอธิบายแนวโน้มกว้าง ๆ ว่าเป็นยุคหนึ่ง
ใน entering an age of ... คำว่า age หมายถึงช่วงเวลากว้าง ๆ ที่มีแนวโน้มสำคัญเป็นลักษณะเด่น ไม่ใช่ยุคประวัติศาสตร์ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการ ผู้เขียนเหล่านั้นถูกกล่าวถึงว่ากำลังบอกว่าการขอโทษเริ่มกลายเป็นลักษณะเด่นของสังคม คำว่า us entering ทำให้เห็นว่าผู้พูดและชุมชนโดยรวมกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลานั้นด้วยกัน สำนวน an age of an apology เข้าใจความหมายได้ แต่การใช้ an apology ซึ่งเป็นรูปเอกพจน์ที่มักหมายถึงการกระทำหนึ่งครั้งนั้นไม่ค่อยปกติเมื่อต้องการพูดถึงแนวโน้มทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในประโยคต้นฉบับ entering an age of an apology มีความหมายหลักว่าอะไร?
- การเข้าสู่ช่วงเวลาทางสังคมในวงกว้างที่มีการขอโทษเป็นลักษณะเด่น
- การอยู่ในเหตุการณ์ขอโทษครั้งใดครั้งหนึ่ง
- การเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ที่มีวันที่กำหนดอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
การเข้าสู่ช่วงเวลาทางสังคมในวงกว้างที่มีการขอโทษเป็นลักษณะเด่น
And there's a real sense that public figures in particular are called upon to apologize for multiple different things and if they don't apologize, วลี
2:09และมีความรู้สึกจริงๆ ว่าโดยเฉพาะบุคคลสาธารณะมักถูกเรียกร้องให้ขอโทษในเรื่องต่างๆ มากมาย และถ้าพวกเขาไม่ขอโทษ
And there's a real sense that: การนำเสนอความรู้สึกโดยรวมที่ชัดเจน
And เชื่อมข้อสังเกตนี้เข้ากับแนวคิดก่อนหน้า โครงสร้าง there's a real sense that นำเสนออนุประโยคที่ตามมาว่าเป็นความรู้สึกหรือภาพรวมที่ชัดเจนและหนักแน่น แทนที่จะเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วโดยตรง เนื่องจากไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้รู้สึก ความรู้สึกนี้จึงอาจฟังเหมือนเป็นมุมมองที่ผู้คนจำนวนมากมีร่วมกันในบทสนทนา real เน้นว่าความรู้สึกนั้นมีอยู่จริง ส่วน sense ในที่นี้หมายถึงความรู้สึกหรือความเข้าใจ ไม่ใช่ประสาทสัมผัสทางกาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนที่ใช้แสดงความรู้สึกที่หนักแน่นแต่ไม่ได้วัดอย่างแม่นยำ: Although no exact figures are available, ____ residents want safer crossings.
ดูคำตอบ
there's a real sense that
are called upon to apologize: ความคาดหวังแบบเป็นทางการในรูปถูกกระทำ
Are called upon to apologize เป็นรูปถูกกระทำของ call upon someone to do something หมายความว่าบุคคลสาธารณะถูกขอ เรียกร้อง หรือคาดหวังอย่างเป็นทางการให้ขอโทษ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับบทบาทหรือความรับผิดชอบของพวกเขา รูปถูกกระทำไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้เรียกร้อง และเน้นแรงกดดันจากภายนอก call upon ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำแบบเป็นทางการจากบทเรียน: During the emergency, local officials were ____ provide daily updates.
ดูคำตอบ
called upon to
a big faux pas: การละเมิดมารยาททางสังคมอย่างร้ายแรง
“a big faux pas” หมายถึงการละเมิดมารยาททางสังคมที่ร้ายแรงหรือน่าอับอาย ในประโยคนี้ การไม่ขอโทษทั้งที่ควรมีคำขอโทษถูกมองว่าเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับไม่ได้ ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดธรรมดา faux pas คือการกระทำหรือคำพูดที่ฝ่าฝืนกฎทางสังคมที่ไม่ได้เขียนไว้ และอาจทำให้ผู้อื่นอับอายหรือรู้สึกถูกลบหลู่ คำคุณศัพท์ big ทำให้คำตัดสินรุนแรงขึ้น
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า faux pas มากที่สุด
- ช่างเทคนิคเปลี่ยนสายเคเบิลที่ชำรุด
- นักเขียนแก้ไขคำที่สะกดผิด
- แขกคนหนึ่งพูดแทรกสุนทรพจน์ในงานแต่งงานเสียงดัง
ดูคำตอบ
แขกคนหนึ่งพูดแทรกสุนทรพจน์ในงานแต่งงานเสียงดัง
Saying sorry is especially important in politics
2:19การพูดขอโทษมีความสำคัญเป็นพิเศษในวงการการเมือง
and Professor Mullany studied the apologies of public figures,
2:22และศาสตราจารย์ Mullany ได้ศึกษาการขอโทษของบุคคลสาธารณะ
including politicians who are often discussed in newspapers and seen on radio and television.
2:27รวมถึงนักการเมืองที่มักถูกพูดถึงในหนังสือพิมพ์และพบเห็นได้ทางวิทยุและโทรทัศน์
they are expected to apologize and failing to say sorry is a faux pas, ไวยากรณ์
2:36พวกเขาจะถูกคาดหวังให้ขอโทษ และการไม่พูดขอโทษถือเป็นการเสียมารยาท (faux pas)
they are expected to apologize: be expected to ที่ใช้แสดงหน้าที่ทางสังคม
“They are expected to apologize” ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be expected to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยสื่อว่าคนอื่นหรือบรรทัดฐานทางสังคมมองว่าการขอโทษเป็นสิ่งที่สมควรทำ expected ในที่นี้แสดงหน้าที่หรือบรรทัดฐาน ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าจะมีการขอโทษเกิดขึ้นอย่างแน่นอน บุคคลเหล่านั้นอาจยังคงไม่ขอโทษก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกที่แสดงกฎหรือความคาดหวังทางสังคม: Visitors ____ keep their phones silent in the library.
ดูคำตอบ
are expected to
a remark made in a social situation that causes embarrassment or offense.
2:41ซึ่งก็คือคำพูดที่ทำในสถานการณ์ทางสังคมที่ทำให้เกิดความอับอายหรือขุ่นเคือง
Most politicians hate apologizing and with good reason. วลี
2:47นักการเมืองส่วนใหญ่เกลียดการขอโทษ และก็มีเหตุผลที่ดี
and with good reason: เสริมว่าสิ่งนั้นมีเหตุผลรองรับ
with good reason หมายถึง “ด้วยเหตุผลที่หนักแน่นหรือสมเหตุสมผล” ในประโยคนี้ and with good reason ย้อนกลับไปกล่าวถึงข้อความที่ว่านักการเมืองส่วนใหญ่ไม่ชอบขอโทษ และเสริมการประเมินของผู้พูดว่าท่าทีดังกล่าวมีเหตุผลรองรับ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นความเห็นสั้น ๆ ต่อข้อความทั้งหมด และมักนำไปสู่การอธิบายเหตุผลโดยละเอียดต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่ขึ้นต้นด้วย with ให้สมบูรณ์: The neighbors were worried about the smoke, and ____.
ดูคำตอบ
with good reason
Saying sorry means taking responsibility and the apology needs to be sincere. วลี
2:50การพูดขอโทษหมายถึงการรับผิดชอบ และคำขอโทษนั้นจำเป็นต้องมีความจริงใจ
taking responsibility: ยอมรับและรับผิดชอบ
taking responsibility หมายถึงการยอมรับว่าตนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำหรือผลลัพธ์ และยอมรับหน้าที่ที่จะเผชิญหรือจัดการกับผลที่ตามมา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการพูด sorry ไม่ใช่แค่การเอ่ยคำขอโทษเท่านั้น take responsibility มักใช้กับ for + คำนามหรือรูป -ing เพื่อระบุเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ เช่น take responsibility for the mistake หรือ take responsibility for losing the key ในประโยคต้นฉบับ taking เป็นรูป -ing ที่ใช้หลัง means
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ take responsibility: A sincere apology means ____ for your mistake.
ดูคำตอบ
taking responsibility
needs to be sincere: การบอกคุณสมบัติที่จำเป็น
วลี needs to be sincere ใช้โครงสร้าง need to be + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกคุณสมบัติที่จำเป็น ประธานคือ the apology ดังนั้นความจริงใจจึงเป็นสิ่งที่ต้องมี ไม่ใช่แค่ข้อดีเพิ่มเติม sincere หมายถึงจริงใจและมาจากความรู้สึกที่แท้จริง ในที่นี้คำขอโทษต้องฟังดูจริงใจ ไม่ใช่เพียงคำพูดที่กล่าวตามพิธี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงจำเป็นต้องมีความรู้สึกจริงใจ: A meaningful apology ____.
ดูคำตอบ
needs to be sincere
the House of Commons: สภาล่างที่มาจากการเลือกตั้งของรัฐสภาสหราชอาณาจักร
the House of Commons คือสภาล่างของรัฐสภาสหราชอาณาจักรที่สมาชิกมาจากการเลือกตั้ง สมาชิกรัฐสภาจะอภิปรายกฎหมายและตั้งคำถามต่อรัฐบาลที่นั่น ในประโยคนี้ made to the House of Commons หมายถึงคำขอโทษที่กล่าวอย่างเป็นทางการต่อองค์กรรัฐสภาแห่งนี้และสมาชิกของสภา House เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะของสถาบัน ไม่ได้หมายถึงอาคารบ้านเรือนทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the House of Commons หมายถึงอะไร
- รัฐสภาสหราชอาณาจักรทั้งหมดซึ่งรวมทั้งสองสภา
- อาคารสาธารณะที่เปิดให้ทุกคนเข้าใช้
- สภาล่างที่มาจากการเลือกตั้งของรัฐสภาสหราชอาณาจักร
ดูคำตอบ
สภาล่างที่มาจากการเลือกตั้งของรัฐสภาสหราชอาณาจักร
Partygate scandal: ชื่อเหตุอื้อฉาวทางการเมืองของสหราชอาณาจักร
Partygate เป็นชื่อที่ใช้กันอย่างแพร่หลายของเหตุอื้อฉาวทางการเมืองในสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับการรวมตัวของผู้ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลในช่วงที่มาตรการล็อกดาวน์โควิดยังมีผลบังคับใช้ ในประโยคนี้จึงไม่ใช่ชื่อของงานปาร์ตี้ทั่วไป คำลงท้าย -gate มาจาก Watergate และสื่อมักนำไปต่อท้ายหัวข้อเพื่อใช้ตั้งชื่อเหตุอื้อฉาว การจำรูปแบบนี้ได้ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดเรื่องนี้จึงทำให้สาธารณชนตั้งคำถามเรื่องการฝ่าฝืนกฎและความไว้วางใจ
แบบฝึกหัด
ในบทความข่าว Partygate หมายถึงอะไร?
- งานเฉลิมฉลองสาธารณะที่จัดขึ้นทุกปีในสหราชอาณาจักร
- เหตุอื้อฉาวทางการเมืองในสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับการรวมตัวระหว่างมาตรการล็อกดาวน์โควิด
- ประตูทางเข้าสถานที่จัดงานปาร์ตี้
ดูคำตอบ
เหตุอื้อฉาวทางการเมืองในสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับการรวมตัวระหว่างมาตรการล็อกดาวน์โควิด
when he broke COVID lockdown rules and had to pay a fine. วลี
3:04เมื่อเขาละเมิดกฎการล็อกดาวน์โควิด และต้องจ่ายค่าปรับ
broke COVID lockdown rules: break + rules เพื่อบอกว่าฝ่าฝืนกฎ
ใน broke COVID lockdown rules คำว่า broke เป็นรูปอดีตของ break ในที่นี้ break หมายถึง “ไม่ปฏิบัติตาม” หรือ “ฝ่าฝืน” ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าเขาไม่ปฏิบัติตามกฎล็อกดาวน์ ไม่ได้หมายถึงการทำสิ่งของเสียหาย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ break + a rule, the rules หรือ the law และสามารถเติม by + กริยารูป -ing เพื่อบอกว่าฝ่าฝืนกฎอย่างไร เช่น She broke the rule by leaving early.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ break เพื่อให้หมายถึง “ไม่ปฏิบัติตาม”: He ____ the safety rules and had to leave.
ดูคำตอบ
broke
had to pay a fine: ต้องจ่ายค่าปรับ
had to pay a fine หมายถึง ต้องจ่ายเงินเป็นค่าปรับเพราะฝ่าฝืนกฎหรือมีผลทางกฎหมายบังคับให้ทำ had to เป็นรูปอดีตของ have to และ pay a fine เป็นคำที่ใช้ร่วมกันทั่วไปในความหมายว่า “จ่ายค่าปรับ” fine ในที่นี้เป็นคำนามแปลว่า “ค่าปรับ” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่แปลว่า “ดี” หรือ “มีคุณภาพดี”
แบบฝึกหัด
ใน had to pay a fine คำว่า fine หมายถึงอะไร
- สิ่งที่มีคุณภาพดี
- การจ่ายเงินสำหรับบริการหรือสมาชิก
- บทลงโทษเป็นเงินจากการฝ่าฝืนกฎ
ดูคำตอบ
บทลงโทษเป็นเงินจากการฝ่าฝืนกฎ
That's a sum of money paid as a punishment for breaking the rules.
3:08นั่นคือจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพื่อเป็นบทลงโทษสำหรับการฝ่าฝืนกฎ
Professor Louise Mullany analyzes the apology for BBC Radio 4 program Word of Mouth.
3:12ศาสตราจารย์ Louise Mullany วิเคราะห์คำขอโทษสำหรับรายการ Word of Mouth ของวิทยุ BBC Radio 4
It's very unusual in a political apology because he comes out and says, "I am responsible." โน้ต
3:19มันเป็นเรื่องผิดปกติมากในการขอโทษทางการเมือง เพราะเขาออกมาและพูดว่า "ผมเป็นผู้รับผิดชอบ"
he comes out and says: พูดแสดงจุดยืนต่อสาธารณะอย่างชัดเจน
ใน he comes out and says, come out and say หมายถึง พูดหรือประกาศบางอย่างอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา ไม่ได้หมายถึงการเดินออกมาจากสถานที่ โดย I am responsible คือข้อความที่เขาพูดต่อจากนั้น สำนวนนี้เน้นว่าผู้พูดแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อสาธารณะ และอาจสื่อว่าก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้พูดอย่างชัดเจนขนาดนั้น ในคำขอโทษนี้ การยอมรับความรับผิดชอบโดยตรงทำให้คำพูดดังกล่าวดูไม่ปกติ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ he comes out and says เน้นอะไร
- รายงานคำพูดธรรมดาอย่างเป็นกลาง
- ประกาศจุดยืนต่อสาธารณะอย่างชัดเจน
- เดินออกจากสถานที่แล้วจึงพูดบางอย่าง
ดูคำตอบ
ประกาศจุดยืนต่อสาธารณะอย่างชัดเจน
I am responsible: การยอมรับความรับผิดชอบโดยตรง
ในการขอโทษนี้ I am responsible ระบุโดยตรงว่าความรับผิดชอบอยู่ที่ผู้พูด ประโยคนี้ไม่ได้เพียงแสดงความเสียใจ แต่ยังตอบด้วยว่าใครยอมรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น จึงเป็นการยอมรับที่ชัดเจนและหนักแน่น ในที่นี้ responsible หมายถึง “รับผิดชอบต่อการกระทำหรือผลที่ตามมา” ไม่ใช่ “น่าเชื่อถือ” หากต้องการระบุเรื่องที่รับผิดชอบ ให้ใช้ be responsible for + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
ในการขอโทษ I am responsible สื่ออะไรโดยตรงที่สุด?
- ผู้พูดบอกว่าตนเองเป็นคนน่าเชื่อถือ
- ผู้พูดเพียงบอกว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น
- ผู้พูดยอมรับความรับผิดชอบโดยตรง
ดูคำตอบ
ผู้พูดยอมรับความรับผิดชอบโดยตรง
But there is the caveat that: การเพิ่มข้อจำกัดประกอบ
But ส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากข้อกล่าวก่อนหน้า และ there is the caveat that ใช้เกริ่นข้อมูลที่จำกัดหรือเพิ่มเงื่อนไขให้กับข้อกล่าวนั้น ประเด็นก่อนหน้าอาจยังเป็นจริง แต่ไม่ควรเข้าใจโดยละเลยเงื่อนไขนี้ ข้อจำกัดในที่นี้คือเขาไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังฝ่าฝืนกฎอยู่หรือไม่ ดังนั้นวลีนี้จึงทำให้คำอธิบายก่อนหน้าว่าเขายอมรับความรับผิดชอบมีความเด็ดขาดน้อยลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างแบบเป็นทางการจากบทเรียน: The plan is affordable, but ____ delivery will take six months.
ดูคำตอบ
there is the caveat that
which he continues to say in his apology that came out after the fine. กริยาวลี
3:29ซึ่งเขายังคงพูดในคำขอโทษที่ออกมาหลังจากถูกปรับ
came out after the fine: come out ในความหมายว่าเผยแพร่ต่อสาธารณะ
ใน that came out after the fine คำว่า that นำอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย his apology อนุประโยคนี้บอกว่าคำขอโทษเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อใด นั่นคือหลังจากมีการปรับ เมื่อข้อมูล แถลงการณ์ รายงาน หนังสือ หรือภาพยนตร์ comes out หมายถึงสิ่งนั้นได้รับการเผยแพร่หรือเปิดให้สาธารณชนเข้าถึง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกมาจริง ๆ และต่างจากโครงสร้าง come out and say ซึ่งหมายถึงบุคคลพูดอย่างเปิดเผย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ come out ในความหมายว่าเผยแพร่ต่อสาธารณะ: The results ____ the day after the vote.
ดูคำตอบ
came out
So, he repeats the apology and he caveats it around other political events. การใช้คำ
3:34ดังนั้น เขาจึงย้ำคำขอโทษและกำหนดข้อแม้เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองอื่นๆ
he caveats it: การใช้ caveat เป็นกริยา
ใน he caveats it คำว่า caveat ใช้เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม หมายถึงเพิ่มข้อสงวนหรือกำหนดข้อจำกัดให้สิ่งหนึ่ง it หมายถึงคำขอโทษ ดังนั้นผู้พูดจึงหมายความว่าเขากล่าวคำขอโทษซ้ำ พร้อมเพิ่มข้อจำกัดหรือข้อสงวนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองอื่น ภาษาอังกฤษสามารถนำคำนามบางคำมาใช้เป็นกริยาได้ การใช้ caveat เป็นกริยาแบบนี้เป็นการใช้ที่ยอมรับได้ แต่พบไม่บ่อยนักและมีน้ำเสียงเป็นทางการเชิงวิเคราะห์
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The report supports the policy but caveats that support with several conditions,” คำว่า caveats หมายถึงอะไร
- กล่าวย้ำการสนับสนุนโดยไม่เปลี่ยนแปลง
- นำเงื่อนไขทั้งหมดออกจากการสนับสนุน
- เพิ่มข้อสงวนที่จำกัดการสนับสนุน
ดูคำตอบ
เพิ่มข้อสงวนที่จำกัดการสนับสนุน
And he uses humility when he was in the House การใช้คำ
3:39และเขาใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตนเมื่อเขาอยู่ในสภา
he uses humility: ใช้ท่าทีถ่อมตน
ในคำวิจารณ์นี้ he uses humility หมายถึงเขาใช้ท่าทีสุภาพถ่อมตนและไม่ยกตนขณะพูด ในการขอโทษ สิ่งนี้อาจรวมถึงการยอมรับผิด ไม่วางตัวเหนือผู้อื่น และแสดงว่าพร้อมรับคำวิจารณ์ คำกริยา uses ทำให้ humility ดูเป็นวิธีการทางวาทศิลป์ ดังนั้นถ้อยคำนี้อาจสื่อถึงความพยายามกู้ภาพลักษณ์หรือโน้มน้าวผู้อื่น แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าความถ่อมตนนั้นไม่จริงใจ และ humility ก็ไม่เหมือนกับความขี้อาย
แบบฝึกหัด
ในบริบทของการขอโทษต่อสาธารณะ he uses humility มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
- เขาตอบด้วยท่าทีหยิ่งและวางตัวเหนือผู้อื่น
- เขาใช้ท่าทีถ่อมตนและแสดงความเสียใจ
- เขาขี้อายเกินกว่าจะพูด
ดูคำตอบ
เขาใช้ท่าทีถ่อมตนและแสดงความเสียใจ
the day after he'd paid his fine and was very quick to say, วลี
3:43หนึ่งวันหลังจากที่เขาจ่ายค่าปรับ และรีบพูดอย่างรวดเร็วว่า
was very quick to say: be quick to + คำกริยา
Was very quick to say ใช้โครงสร้าง be quick to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงเขาตอบสนองทันทีด้วยการพูดข้อความที่ตามมา ไม่ได้เน้นว่าเขาพูดด้วยความเร็วสูง โครงสร้างนี้มักใช้ประเมินความพร้อมหรือแนวโน้มของคนในการตอบสนอง โดยอาจฟังเป็นแง่บวก เช่น รีบช่วยเหลือ หรือเป็นเชิงวิจารณ์เล็กน้อย เช่น รีบปฏิเสธหรือแก้ตัว ทั้งนี้ quick เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกแรงจูงใจของคนนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคอดีตนี้ด้วยโครงสร้าง be quick to: After the error, Maya ____ apologize and offer a refund.
ดูคำตอบ
was quick to
I've given the reparation: การชดเชยอย่างเป็นทางการต่อความผิด
ในประโยคนี้ reparation หมายถึงการกระทำหรือการจ่ายเงินเพื่อชดเชยความเสียหาย ความอยุติธรรม หรือความผิดร้ายแรง ผู้พูดบอกว่าได้มอบการชดเชยที่กล่าวถึงแล้ว ไม่ได้หมายถึงการซ่อมสิ่งของ I've given เป็นรูป present perfect ซึ่งเชื่อมการกระทำที่เสร็จแล้วกับปัจจุบัน ผู้พูดจึงกำลังยืนยันว่าตนได้ทำหน้าที่รับผิดชอบเรียบร้อยแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อถึงการชดเชยอย่างเป็นทางการต่อความผิดร้ายแรง?
- The customer paid for the groceries.
- The government agreed to pay reparations to the displaced families.
- The mechanic repaired the damaged gate.
ดูคำตอบ
The government agreed to pay reparations to the displaced families.
draw a line under the whole business: ยุติเรื่องทั้งหมด
Draw a line under something เป็นสำนวนที่พบบ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงการตัดสินว่าเรื่องยุ่งยากได้จบลงแล้ว และหยุดพูดถึงหรือไล่ตามเรื่องนั้นต่อ ในที่นี้ the whole business หมายถึงสถานการณ์ที่เป็นปัญหาทั้งหมด ไม่ใช่บริษัทหรือกิจกรรมทางธุรกิจ Let's ... now ทำให้ประโยคนี้เป็นข้อเสนอให้ทุกคนปิดเรื่องร่วมกันแล้วเดินหน้าต่อไป สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการวาดเส้นจริง ๆ และไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนรู้สึกว่าเรื่องได้รับการแก้ไขแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนแบบบริติชให้สมบูรณ์: After the complaint was resolved, both sides agreed to ____ the matter and move on.
ดูคำตอบ
draw a line under
Boris Johnson claimed he didn't know he was breaking the rules. การใช้คำ
3:52Boris Johnson อ้างว่าเขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังละเมิดกฎ
claimed he didn't know: การถ่ายทอดคำกล่าวอ้างที่ยังอาจถูกตั้งคำถาม
ใน claimed he didn't know คำว่า claimed ใช้ถ่ายทอดคำพูดของจอห์นสันเอง โดยไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในที่นี้หมายถึงเขากล่าวว่าตนไม่รู้ และผู้พูดยังคงเว้นระยะจากคำถามว่าคำกล่าวนั้นจริงหรือไม่ เมื่อเทียบกับ said ที่เป็นกลาง claimed มักบอกเป็นนัยว่าคำกล่าวนั้นยังไม่ผ่านการยืนยัน มีข้อโต้แย้ง หรือเป็นการแก้ตัว แต่คำนี้เพียงคำเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าคำกล่าวนั้นเป็นเท็จ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ claim เพื่อถ่ายทอดคำกล่าวที่ยังอาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นจริงหรือไม่
- The official admitted he had hidden the files.
- The official said the meeting began at nine.
- The official claimed he did not know about the missing files.
ดูคำตอบ
The official claimed he did not know about the missing files.
a warning that what he said was limited or not completely true.
3:59คำเตือนว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมีข้อจำกัดหรือไม่เป็นความจริงทั้งหมด
but many people didn't trust him and he couldn't draw a line under the Partygate scandal.
4:07แต่หลายคนไม่เชื่อใจเขา และเขาก็ไม่สามารถจบเรื่องอื้อฉาว Partygate ได้
Johnson did apologize: did ที่เน้นยืนยันว่าการกระทำเกิดขึ้นจริง
ใน Johnson did apologize คำว่า did เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่าอดีตกาล โดยยืนยันว่าการขอโทษเกิดขึ้นจริง มักใช้เพื่อตอบความสงสัยหรือหักกับสิ่งที่คาดไว้ตรงกันข้าม โครงสร้างคือ did + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น apologize จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน ส่วน but ที่ตามมายอมรับก่อนว่าการขอโทษเป็นข้อเท็จจริง แล้วจึงนำเข้าสู่ปัญหาที่ยังเหลืออยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปเน้นของ replied: Leo seemed silent, but he ____ to the email yesterday.
ดูคำตอบ
did reply
you try to move on from a bad situation and make a fresh start. โน้ต
4:15คุณพยายามจะก้าวข้ามสถานการณ์ที่เลวร้ายและเริ่มต้นใหม่
try to move on from a bad situation: พยายามก้าวข้ามสถานการณ์ที่เลวร้าย
ในประโยคนี้ try to move on หมายถึงพยายามไม่ปล่อยให้ประสบการณ์ที่เลวร้ายฉุดรั้งอีกต่อไปและดำเนินชีวิตต่อ เป็นการก้าวไปข้างหน้าทางความรู้สึกหรือในชีวิตจริง ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ ใช้ move on from + ปัญหา เหตุการณ์ หรือความสัมพันธ์ในอดีต เพื่อระบุสิ่งที่คนคนหนึ่งกำลังพยายามทิ้งไว้เบื้องหลัง ส่วน try to แสดงว่าสิ่งนี้อาจต้องใช้ความพยายามและอาจไม่เกิดขึ้นทันที
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบเป้าหมาย move on from ให้สมบูรณ์: It took Sam time to ____ the argument.
ดูคำตอบ
move on from
make a fresh start: เริ่มต้นใหม่
Make a fresh start หมายถึงเริ่มต้นอีกครั้งโดยไม่ปล่อยให้ปัญหาหรือความผิดพลาดก่อนหน้านี้ควบคุมช่วงใหม่ของชีวิต ในประโยคนี้ สำนวนนี้คือก้าวต่อไปในทางบวกหลังจากทิ้งสถานการณ์ที่เลวร้ายไว้เบื้องหลัง Fresh ในที่นี้หมายถึงใหม่หรือได้รับการเริ่มใหม่ ไม่ได้หมายถึงเพิ่งทำเสร็จหรือเกี่ยวกับความสดของอาหาร รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปคือ make a fresh start ซึ่งมักใช้หลังความล้มเหลวหรือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมาย make a fresh start ให้สมบูรณ์: After changing schools, Mia hoped to make a ____.
ดูคำตอบ
fresh start
The apology must be sincere and often the person does something to show they mean it. น้ำเสียง/เจตนา
4:21คำขอโทษต้องจริงใจ และบ่อยครั้งที่บุคคลนั้นต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อแสดงว่าพวกเขาหมายความตามนั้นจริงๆ
to show they mean it: พิสูจน์ความจริงใจด้วยการกระทำ
ใน to show they mean it นั้น mean it หมายถึง “จริงจังและจริงใจกับสิ่งที่พูดไป” ไม่ใช่ “มีความหมาย” โดยสรรพนาม it อ้างถึงคำขอโทษที่กล่าวไว้ก่อนหน้า to show อธิบายว่าทำไมคนคนนั้นจึงลงมือทำ การกระทำนั้นเป็นหลักฐานว่าคำขอโทษจริงใจ โดยทั่วไป show you mean it เชื่อมคำพูดที่จริงจังเข้ากับการพิสูจน์ด้วยการกระทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ที่แปลว่า “พิสูจน์ว่าคุณจริงใจ”: Don't just say you're sorry; ____ by fixing the damage.
ดูคำตอบ
show you mean it
Which reminds me that it's time to reveal the answer to my question, ลำดับความ
4:26ซึ่งทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของผมแล้ว
Which reminds me that ...: คำเชื่อมเพื่อไปสู่ความคิดที่เกี่ยวข้อง
Which reminds me that ใช้ความคิดหรือสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้าเป็นสิ่งที่ทำให้นึกถึงเรื่องใหม่ โดย which ในที่นี้อ้างถึงบริบททั้งหมด ไม่ได้อ้างถึงคำนามที่อยู่ใกล้เพียงคำเดียว สำนวนนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนเรื่อง ผู้พูดเชื่อมความคิดใหม่กับสิ่งที่เพิ่งพูด แล้วจึงไปสู่ข้อเท็จจริง งานที่ต้องทำ หรือช่วงถัดไปที่เกี่ยวข้อง ในภาษาอังกฤษแบบสนทนา สามารถวาง Which reminds me that ไว้ต้นประโยคใหม่ได้ แม้จะต้องอาศัยประโยคก่อนหน้าเพื่อให้เข้าใจบริบท
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมเปลี่ยนเรื่องด้วยสำนวนที่ตรงจากบทเรียนนี้: We were talking about the class schedule. ____ the library closes early today.
ดูคำตอบ
Which reminds me that
you asked me how many times a day the average Brit says sorry and I guessed it was six.
4:31คุณถามฉันว่าชาวอังกฤษโดยเฉลี่ยพูดขอโทษวันละกี่ครั้ง และฉันเดาว่าหกครั้ง
I'm very sorry, but ... สำหรับการแก้ไขอย่างสุภาพ
ในประโยคนี้ I'm very sorry ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อยอมรับว่าผู้พูดทำอะไรผิด แต่แสดงความเสียใจที่ต้องให้คำตอบซึ่งอาจทำให้อีกฝ่ายผิดหวัง และช่วยลดความแข็งของข้อความที่ตามมา but นำเข้าสู่ใจความหลักว่า that was the wrong answer รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ I'm sorry, but ... ซึ่งช่วยเกริ่นอย่างสุภาพก่อนการแก้ไข การปฏิเสธ หรือข่าวที่ไม่น่ายินดี โดยไม่ได้ทำให้เนื้อหาเชิงลบหายไป
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ใน “I'm very sorry, but that was the wrong answer.” คำว่า sorry มีความหมายหลักว่าผู้พูดยอมรับผิดและรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตน
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
The average Brit says sorry around eight times a day,
4:41ชาวอังกฤษโดยเฉลี่ยพูดขอโทษวันละประมาณแปดครั้ง
making it probably the most overused word in the English language. ไวยากรณ์
4:45ทำให้มันอาจจะเป็นคำที่ถูกใช้มากเกินไปที่สุดในภาษาอังกฤษเลยทีเดียว
making it probably the most overused word ที่เป็นอนุประโยคบอกผล
making it probably the most overused word in the English language เป็นอนุประโยค present participle ที่บอกผลลัพธ์หรือการประเมินจากข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อนหน้า ผู้คนพูด sorry บ่อยมาก ความถี่นี้จึงทำให้ sorry มีแนวโน้มเป็นคำภาษาอังกฤษที่ถูกใช้มากเกินไปที่สุด เพื่อให้เข้าใจถูกต้อง ให้มองข้อความก่อนหน้าทั้งหมดว่าเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ ไม่ใช่มองว่า making เป็นการกระทำของ the average Brit เพียงอย่างเดียว it หมายถึงคำว่า sorry รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือข้อความที่สมบูรณ์ตามด้วย making + กรรม + ส่วนเติมเต็ม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกผลแบบ -ing จำนวนสองคำจากบทนี้: The path is covered in ice, ____ dangerous to walk on.
ดูคำตอบ
making it
Sorry about that. สำหรับปัญหาเล็กน้อยที่เพิ่งเกิดขึ้น
“Sorry about that.” เป็นคำตอบสั้น ๆ แบบภาษาพูดต่อความผิดพลาดเล็กน้อย ความไม่สะดวก หรือข่าวร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้น โดยทั่วไปใช้ขอโทษเกี่ยวกับปัญหานั้น และเมื่อเป็นข่าวร้ายก็อาจใช้แสดงความเห็นใจได้ “That” ย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าหมายถึงอะไร สำนวนนี้ใช้ยอมรับสถานการณ์สั้น ๆ โดยไม่ต้องเล่าเรื่องนั้นซ้ำหรือกล่าวขอโทษแบบยาวและเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดสำหรับการพูดว่า “Sorry about that.”?
- คุณกำลังเริ่มเล่าเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง และไม่มีใครรู้ว่า “that” หมายถึงอะไร
- คุณทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและต้องกล่าวขอโทษอย่างครบถ้วน
- คุณส่งลิงก์ผิดให้เพื่อนร่วมชั้นและรู้ตัวทันที
ดูคำตอบ
คุณส่งลิงก์ผิดให้เพื่อนร่วมชั้นและรู้ตัวทันที
Let's recap เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่การทบทวนประเด็นสำคัญ
“Let's recap” หมายถึง “มาทบทวนประเด็นสำคัญแบบสั้น ๆ กัน” ในบทเรียน รายการ หรือการประชุม สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าการนำเสนอข้อมูลใหม่กำลังพักลง และกำลังจะเริ่มสรุปเนื้อหาก่อนหน้าแบบสั้น ๆ คำกริยา recap สามารถมีเนื้อหาที่จะทบทวนเป็นกรรมได้ เช่น recap the vocabulary, recap the main ideas หรือ recap what happened
แบบฝึกหัด
ประโยคใดส่งสัญญาณว่าจะมีการสรุปประเด็นสำคัญแบบสั้น ๆ?
- Let's start a completely new topic before we finish.
- Let's repeat every sentence word for word before we finish.
- Let's recap the three main points before we finish.
ดูคำตอบ
Let's recap the three main points before we finish.
starting with sarcastic: การบอกหัวข้อแรก
ในประโยคนี้ starting with sarcastic บอกผู้ฟังว่าจะทบทวนคำศัพท์คำใดเป็นคำแรก ไม่ได้หมายความว่าจะทบทวนเพียงคำเดียว แต่เป็นการเปิดลำดับการทบทวน โครงสร้างคือ starting with + คำนามหรือหัวข้อ ในที่นี้ sarcastic คือชื่อคำแรก หากหัวข้อแรกเป็นการกระทำ ให้ใช้รูป -ing เช่น starting with checking the title
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้สำนวนจัดลำดับที่เน้นไว้: We'll review all three questions, ____ question one.
ดูคำตอบ
starting with
Doing or saying the opposite of what you really mean.
4:57การทำหรือพูดในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่คุณหมายความจริงๆ
A public figure is a famous person whose life and behavior is often discussed in the media and in public.
5:04public figure (บุคคลสาธารณะ) คือคนดังที่ชีวิตและพฤติกรรมมักถูกนำไปพูดคุยในสื่อและในที่สาธารณะ
A faux pas is a socially embarrassing remark or action.
5:11faux pas (การเสียมารยาท) คือคำพูดหรือการกระทำที่น่าอับอายทางสังคม
A fine is a sum of money paid as a punishment for doing something illegal or breaking a rule.
5:14fine (ค่าปรับ) คือจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพื่อเป็นบทลงโทษสำหรับการทำสิ่งผิดกฎหมายหรือละเมิดกฎ
it contains a warning that what you have said may not be completely true or is limited in some way.
5:23มันจะมีคำเตือนรวมอยู่ด้วยว่าสิ่งที่คุณพูดไปนั้นอาจไม่เป็นความจริงทั้งหมดหรือมีข้อจำกัดในบางประการ
if you draw a line under something,
5:30ถ้าคุณ draw a line under something (ขีดเส้นจบเรื่องบางอย่าง)
you consider it finished in order to move on and make a fresh start.
5:31คุณจะถือว่าเรื่องนั้นจบลงเพื่อที่จะก้าวต่อไปและเริ่มต้นใหม่
our 6 minutes are up and it's time to draw a line under this program. วลี
5:37เวลา 6 นาทีของเราหมดลงแล้ว และถึงเวลาต้องจบรายการนี้แล้ว
I'm sorry to say that: การเกริ่นข่าวร้ายให้นุ่มนวล
I'm sorry to say that ใช้นำหน้าข่าวที่ผู้พูดคิดว่าจะทำให้ผู้ฟังผิดหวังหรือไม่พอใจ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวช่วยเตรียมผู้ฟังอย่างนุ่มนวลก่อนบอกว่าเวลาของรายการหมดแล้ว sorry ในที่นี้แสดงความเสียใจต่อสถานการณ์ ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่าผู้พูดเป็นผู้ทำให้เกิดเรื่องนั้นหรือกำลังยอมรับผิด ส่วนอนุประโยคหลัง that บอกเนื้อหาของข่าวร้าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งใช้เกริ่นข่าวร้าย: ____ the museum is closed today.
ดูคำตอบ
I'm sorry to say that
our 6 minutes are up: เวลาที่กำหนดสิ้นสุดลงแล้ว
เมื่อใช้ช่วงเวลากับ be up จะหมายความว่าเวลาที่กำหนดหรือจัดไว้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ในที่นี้ our 6 minutes are up เป็นการประกาศว่าเวลาหกนาทีที่จัดไว้สำหรับรายการหมดลงแล้ว ในโครงสร้างนี้ up ไม่ได้หมายถึง “ขึ้นด้านบน” สามารถใช้ be + up กับ time หรือระยะเวลาที่ระบุชัดเจนได้ เช่น Time is up; Your ten minutes are up.
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสองคำที่หมายถึงเวลาที่กำหนดสิ้นสุดลงแล้ว: Time ____. Please put down your pens.
ดูคำตอบ
is up
We want to tell you about some of our other podcasts.
5:46เราอยากบอกคุณเกี่ยวกับพอดแคสต์อื่นๆ ของเรา
we shouldn't have to apologize because the other podcasts are brilliant. โน้ต
5:49เราไม่ควรจะต้องขอโทษเลย เพราะพอดแคสต์อื่นๆ ของเรานั้นยอดเยี่ยมมาก
we shouldn't have to apologize: ปฏิเสธความจำเป็นหรือข้อผูกมัด
Shouldn't have to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าในมุมมองของผู้พูด ไม่ควรมีความจำเป็นหรือข้อผูกมัดให้ทำสิ่งนั้น We shouldn't have to apologize จึงหมายความว่าไม่น่าจะจำเป็นต้องขอโทษ โครงสร้างคือ should not + have to + apologize โดยพูดถึงความจำเป็นในปัจจุบันหรือโดยทั่วไป ไม่ใช่การกระทำในอดีต เพราะ have เป็นส่วนหนึ่งของ have to จึงไม่ใช่โครงสร้างอดีต should have + กริยาช่องที่สาม
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ไม่ควรถูกกำหนดให้ต้องทำ”: Passengers ____ pay twice because of a booking error.
ดูคำตอบ
shouldn't have to
brilliant ในความหมายว่า “ยอดเยี่ยม”
ในอนุประโยค the other podcasts are brilliant คำว่า brilliant เป็นคำชมเชิงบวกที่แสดงความกระตือรือร้น หมายถึง “ยอดเยี่ยม” หรือ “ดีมาก” คำนี้บอกถึงคุณภาพของพอดแคสต์ ไม่ได้หมายความว่าพอดแคสต์ฉลาดหรือเปล่งแสงได้ การใช้แบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช เมื่อ brilliant ขยายคำอย่างไอเดีย รายการ ประสบการณ์ หรือผลลัพธ์ คำนามรอบ ๆ มักช่วยให้รู้ว่าเป็นคำชม
แบบฝึกหัด
ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้สนทนา brilliant ใน "The new science podcast is brilliant" หมายความว่าอะไร?
- พอดแคสต์นี้ดีมาก
- พอดแคสต์นี้ฉลาดมาก
- พอดแคสต์นี้เปล่งแสงสว่างจ้า
ดูคำตอบ
พอดแคสต์นี้ดีมาก
You can learn vocabulary from news headlines in News Review.
5:53คุณสามารถเรียนรู้คำศัพท์จากหัวข้อข่าวใน News Review
Impress your friends with idiomatic expressions in the English we speak. การใช้คำ
5:56ทำให้เพื่อนๆ ประทับใจด้วยสำนวนภาษาอังกฤษใน The English We Speak
idiomatic expressions: ถ้อยคำที่เป็นธรรมชาติและใช้กันตามแบบแผน
idiomatic expressions คือวลีหรือกลุ่มคำที่ผู้พูดภาษาอังกฤษใช้เป็นหน่วยเดียวกันตามแบบแผน รูปแบบของคำและบางครั้งความหมายทั้งหมดไม่สามารถอนุมานได้อย่างน่าเชื่อถือด้วยการแปลทีละคำ idiomatic ไม่ได้หมายถึงเฉพาะสำนวนที่มีภาพชัดเจนหรือกล่าวเกินจริงเท่านั้น แต่ยังใช้บอกถึงวลีตายตัว คำที่มักใช้คู่กัน หรือถ้อยคำอื่นที่ฟังเป็นธรรมชาติเพราะเป็นไปตามการใช้ภาษาอังกฤษที่เป็นที่ยอมรับ
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ idiomatic expressions มากที่สุด?
- เฉพาะคำพูดหายากและตลกที่มีภาพซึ่งเป็นไปไม่ได้
- กลุ่มคำที่เป็นธรรมชาติและใช้กันตามแบบแผน ซึ่งรูปแบบหรือความหมายทั้งหมดอาจคาดเดาทีละคำไม่ได้
- ประโยคทุกประโยคที่ถูกต้องตามกฎไวยากรณ์ แม้จะฟังไม่เป็นธรรมชาติ
ดูคำตอบ
กลุ่มคำที่เป็นธรรมชาติและใช้กันตามแบบแผน ซึ่งรูปแบบหรือความหมายทั้งหมดอาจคาดเดาทีละคำไม่ได้
Go to bbclearningenglish.com and download them for free.
6:02ไปที่ bbclearningenglish.com และดาวน์โหลดฟรี