อธิบายกริยาช่วย (Modal verbs) - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
คำอธิบายวิดีโอ: บทเรียนสั้นนี้เปรียบเทียบ must, have to, mustn't และ don't have to เพื่ออธิบายว่าภาษาอังกฤษแยกการบอกหน้าที่และข้อห้ามออกจากสถานการณ์ที่ผู้พูดเปิดโอกาสให้เลือกอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Mustn't, และ are forbidden or not allowed. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า mustn't ใช้บอกข้อห้าม ไม่ได้หมายถึงไม่มีหน้าที่ต้องทำ จึงช่วยให้ตีความกฎได้ถูกต้องและบอกได้ว่าการกระทำใดไม่ได้รับอนุญาต 2. don't have to wear a tie — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: แยกแยะได้ว่า don't have to หมายถึงการผูกเนกไทเป็นทางเลือก ไม่ใช่ถูกห้าม และนำรูปแบบนี้ไปใช้พูดถึงข้อกำหนดในที่ทำงาน โรงเรียน หรืองานกิจกรรมได้ 3. You don't have to, but it is highly recommended. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้วิธีคงสิทธิ์ในการเลือกของผู้ฟังไว้ พร้อมกับให้คำแนะนำอย่างหนักแน่น ทำให้คำขอหรือคำแนะนำไม่ฟังดูเป็นการบังคับมากเกินไป
คำอธิบายในบทเรียนนี้
ความแตกต่างของ must, have to, mustn't และ don't have to
ประโยคนี้แนะนำโครงสร้างที่ใช้บ่อยสี่แบบพร้อมกัน แต่ไม่ได้มีความหมายว่า “ต้อง” ทั้งหมด must และ have to ใช้แสดงหน้าที่หรือข้อบังคับ หมายถึงจำเป็นต้องทำบางอย่าง mustn't แสดงข้อห้าม หมายถึงห้ามทำบางอย่าง ส่วน don't have to แสดงว่าไม่มีข้อบังคับ จะทำหรือไม่ทำก็ได้ ความแตกต่างของรูปปฏิเสธที่สำคัญที่สุดคือ mustn't หมายถึง “ห้าม” ส่วน don't have to หมายถึง “ไม่จำเป็นต้อง” แบบแรกห้ามการกระทำ แบบหลังเพียงบอกว่าไม่มีข้อบังคับและยังเลือกได้
แบบฝึกหัด
สำนวนใดหมายความว่าการกระทำนั้นเลือกได้ ครูมีดินสอสำรอง ดังนั้นคุณ ___ นำดินสอมาหนึ่งแท่ง
- mustn't
- don't have to
- must
ดูคำตอบ
don't have to
กรอบการจัดกลุ่มแบบ Three of them ... but one of them ...
รูปแบบ “Three of them ... but one of them ...” ใช้จัดระเบียบข้อมูลด้วยการแบ่งสิ่งต่าง ๆ ออกเป็นกลุ่ม ในที่นี้ them หมายถึงสำนวนสี่แบบจากประโยคก่อนหน้า โดยสามแบบอยู่ในกลุ่มเดียวกัน และอีกหนึ่งแบบถูกแยกออกมา คำว่า but เป็นสัญญาณของความแตกต่าง รูปแบบนี้เตรียมให้ผู้ฟังมองหาข้อยกเว้น และช่วยให้เข้าใจว่าทำไมสิ่งที่จะพูดต่อไปจึงสำคัญ ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกจำนวนเท่านั้น
แบบฝึกหัด
รูปแบบ Three of them ... but one of them ... มีหน้าที่หลักอย่างไรในคำอธิบายนี้
- จัดสิ่งส่วนใหญ่ไว้ในกลุ่มเดียวกันและชี้ให้เห็นสิ่งหนึ่งที่แตกต่าง
- บอกกฎว่าควรเลือกสิ่งต่าง ๆ กี่อย่าง
- บอกว่าสิ่งทั้งหมดมีความหมายเหมือนกันทุกประการ
ดูคำตอบ
จัดสิ่งส่วนใหญ่ไว้ในกลุ่มเดียวกันและชี้ให้เห็นสิ่งหนึ่งที่แตกต่าง
Must and have to can be used in a similar way. ไวยากรณ์
0:21Must และ have to สามารถใช้ในวิธีที่คล้ายคลึงกันได้
Must และ have to: วิธีคล้ายกันในการบอกความจำเป็น
Must และ have to ต่างก็ใช้บอกหน้าที่หรือความจำเป็นได้ โดยสื่อว่าจำเป็นต้องทำสิ่งหนึ่ง จึงสามารถใช้ในลักษณะที่คล้ายกันได้ คำว่า “คล้ายกัน” ไม่ได้หมายความว่าเหมือนกันทุกอย่าง must มักฟังดูหนักแน่นกว่าหรือแสดงความเห็นของผู้พูดเอง ส่วน have to มักชี้ถึงความจำเป็นที่มาจากกฎ แผน หรือสถานการณ์
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบายประโยคนี้ได้ถูกต้องที่สุด
- Must และ have to ใช้แทนกันได้ในทุกประโยคและทุกกาล
- Must และ have to ต่างก็ใช้บอกหน้าที่ได้ แต่น้ำเสียงหรือการใช้ไม่ได้เหมือนกันเสมอไป
- Must ใช้บอกหน้าที่ แต่ have to ใช้บอกการอนุญาตเท่านั้น
ดูคำตอบ
Must และ have to ต่างก็ใช้บอกหน้าที่ได้ แต่น้ำเสียงหรือการใช้ไม่ได้เหมือนกันเสมอไป
must complete ... by: must + กริยารูปพื้นฐานและเส้นตาย
must ตามด้วยกริยารูปพื้นฐานโดยตรง: must complete อย่าเติม to หลัง must by Friday กำหนดเส้นตาย หมายความว่าโครงการต้องเสร็จไม่เกินวันศุกร์ และอาจเสร็จก่อนหน้านั้นได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ must + กริยารูปพื้นฐาน + ... + by + เส้นตาย
แบบฝึกหัด
ใช้ must และ complete เติมช่องว่าง: I ____ this form by noon.
ดูคำตอบ
must complete
have to call the client: have to + คำกริยารูปพื้นฐาน
have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกหน้าที่หรือความจำเป็นในทางปฏิบัติ ใน have to call the client คำว่า call เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน และทั้งวลีหมายความว่าจำเป็นต้องโทรศัพท์ ในที่นี้ have to แสดงว่าต้องโทรเพราะตารางเวลาหรือสถานการณ์ในการทำงาน ไม่ได้ใช้ have เพียงคำเดียวในความหมายว่า “มี”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ have to: I ____ call the dentist tomorrow.
ดูคำตอบ
have to
So, to talk about things that are forbidden or not allowed.
0:33ซึ่งก็คือใช้พูดถึงสิ่งที่ถูกห้ามหรือไม่ได้รับอนุญาต
mustn't: หมายถึง forbidden หรือ not allowed
mustn't เป็นรูปย่อของ must not และใช้แสดงข้อห้ามว่าไม่อนุญาตให้ทำการกระทำนั้น คำว่า are forbidden or not allowed อธิบายความหมายที่ต้องการสื่อในที่นี้ mustn't ไม่ได้หมายความว่าจะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่หมายความว่าต้องไม่เกิดการกระทำนั้น
แบบฝึกหัด
ป้ายบอกว่าห้ามเข้า ประโยคใดกล่าวถึงกฎนี้?
- You mustn't enter this room.
- You have to enter this room.
- You don't have to enter this room.
ดูคำตอบ
You mustn't enter this room.
mustn't smoke: การแสดงข้อห้าม
mustn't + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าการกระทำนั้นไม่ได้รับอนุญาต ใน mustn't smoke คำว่า smoke ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน และวลีทั้งหมดแสดงข้อห้าม on public transport ในที่นี้หมายถึงบนระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถโดยสาร รถไฟ และรถไฟใต้ดิน ประโยคนี้บอกกฎ ไม่ใช่คำแนะนำ
แบบฝึกหัด
เติมกฎให้สมบูรณ์ด้วยรูปย่อของ must not: You ____ smoke on public transport.
ดูคำตอบ
mustn't
However: สัญญาณบอกความขัดแย้ง
However ที่อยู่ต้นประโยคบอกผู้ฟังว่าแนวคิดถัดไปจะแตกต่างหรือขัดแย้งกับแนวคิดก่อนหน้า ในที่นี้ คำอธิบายเปลี่ยนจาก mustn't ซึ่งแสดงข้อห้าม ไปเป็น don't have to ซึ่งแสดงว่ามีทางเลือก เมื่อได้ยิน However ให้คาดว่าจะมีความแตกต่าง ข้อจำกัด หรือประเด็นตรงข้ามตามมา คำนี้ช่วยจัดความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิด ไม่ได้เป็นเพียงการหยุดพูด
แบบฝึกหัด
However แสดงความสัมพันธ์ใดในประโยคนี้?
- แนวคิดถัดไปขัดแย้งกับแนวคิดก่อนหน้า
- ผู้พูดกำลังจบหัวข้อ
- แนวคิดถัดไปกล่าวซ้ำแนวคิดก่อนหน้า
ดูคำตอบ
แนวคิดถัดไปขัดแย้งกับแนวคิดก่อนหน้า
don't have to ... show a choice: แสดงว่ามีทางเลือก
ในประโยคนี้ don't have to หมายถึงบุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องทำสิ่งนั้น เขาเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ รูปปฏิเสธนี้ตัดความจำเป็นในการทำออกไป แต่ไม่ได้ห้ามการกระทำนั้น ดังนั้น don't have to จึงหมายถึงไม่มีข้อบังคับ ไม่ได้หมายถึงข้อห้าม
แบบฝึกหัด
'You don't have to come early' หมายความว่าอย่างไร
- ห้ามมาเช้า
- การมาเช้าเป็นทางเลือก
- จำเป็นต้องมาเช้า
ดูคำตอบ
การมาเช้าเป็นทางเลือก
don't have to wear a tie: ไม่จำเป็นต้องผูกเนกไท
don't have to wear a tie หมายถึงไม่มีกฎของออฟฟิศที่บังคับว่าต้องผูกเนกไท บุคคลนั้นจะผูกก็ได้ หรือเลือกไม่ผูกก็ได้ วลีนี้ตัดข้อบังคับออก แต่ไม่ได้ห้ามผูกเนกไท
แบบฝึกหัด
ถูกหรือผิด: You don't have to wear a tie หมายความว่าห้ามผูกเนกไท
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
It's up to you: การยกสิทธิ์ตัดสินใจให้อีกฝ่าย
It's up to you หมายถึงอีกฝ่ายเป็นผู้ตัดสินใจ ในที่นี้ up to someone เป็นสำนวนตายตัวที่บอกว่าใครมีสิทธิ์หรือหน้าที่ในการเลือก ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดอยู่เหนือศีรษะของคนนั้นจริง ๆ ใช้เมื่อเสนอทางเลือกและยกการตัดสินใจสุดท้ายให้อีกฝ่าย ประโยคนี้สามารถใช้เป็นคำตอบที่สมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง
แบบฝึกหัด
เพื่อนของคุณเป็นคนเลือกเกม จงเติมประโยคให้สมบูรณ์: We can play tag or hide-and-seek. It's ____ you.
ดูคำตอบ
up to
are all used to talk about ...: การอธิบายจุดประสงค์และหน้าที่
Are all used to talk about ... เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำ: be used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายว่า must, have to และ mustn't ทั้งสามสำนวนมีไว้ใช้ทำอะไร คำว่า all แสดงว่าคำอธิบายเดียวกันนี้ใช้กับทุกรายการในชุด ในที่นี้ to นำหน้าคำกริยา talk ที่บอกจุดประสงค์ ไม่ใช่โครงสร้าง used to ที่พูดถึงนิสัยในอดีต รูปแบบนี้พบบ่อยในบทเรียนและคำอธิบายที่บอกว่าคำ รูปภาษา หรือเครื่องมือมีไว้ทำอะไร
แบบฝึกหัด
ใช้ be used to + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกจุดประสงค์ แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: These signs ____ warn drivers about danger.
ดูคำตอบ
are used to
Don't have to is used to show choice: don't have to แสดงว่าสามารถเลือกได้
Don't have to หมายความว่าการกระทำนั้นไม่จำเป็นต้องทำ จะทำก็ได้ หรือจะเลือกไม่ทำก็ได้ โครงสร้าง is used to show อธิบายหน้าที่ของสำนวนนี้ แนวคิดสำคัญในที่นี้คือ choice: don't have to ยกเลิกข้อบังคับ แต่ไม่ได้ห้ามการกระทำนั้น
แบบฝึกหัด
You don't have to finish the puzzle tonight. ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- การทำให้เสร็จคืนนี้เป็นทางเลือก
- ต้องทำให้เสร็จคืนนี้
- ห้ามทำให้เสร็จคืนนี้
ดูคำตอบ
การทำให้เสร็จคืนนี้เป็นทางเลือก
Click on the button below to subscribe to our channel น้ำเสียง/เจตนา
1:04คลิกที่ปุ่มด้านล่างเพื่อติดตามช่องของเรา
Click on the button below to subscribe to our channel ในฐานะคำกระตุ้นให้ลงมือทำ
Click on the button below บอกผู้ชมโดยตรงว่าต้องทำอะไร ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่งที่ละประธาน you ไว้ To subscribe to our channel บอกจุดประสงค์ของการคลิก การคลิกเป็นขั้นตอนที่ทำให้ผู้ชมสมัครรับข้อมูลได้ ในวิดีโอ ประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นคำกระตุ้นให้ลงมือทำ
แบบฝึกหัด
ใน Click on the button below to subscribe to our channel ส่วน to subscribe to our channel อธิบายอะไร
- ตำแหน่งของปุ่ม
- เหตุผลที่ผู้ชมควรคลิก
- เวลาที่ผู้ชมควรคลิก
ดูคำตอบ
เหตุผลที่ผู้ชมควรคลิก
and keep up to date with the rest of our upcoming videos. โน้ต
1:06และรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับวิดีโอที่กำลังจะมาถึงของเรานะคะ
keep up to date with: ติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ...
keep up to date with หมายถึง “รับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับบางสิ่งอย่างต่อเนื่อง” หลัง with คือเรื่องที่ติดตาม ในประโยคนี้คือวิดีโอที่ผู้พูดกำลังจะเผยแพร่ ให้เข้าใจ keep up to date เป็นสำนวนเดียว ไม่ใช่นำความหมายตรงตัวของ keep, up และ date มารวมกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ keep up to date with: I check the class page to ____ school news.
ดูคำตอบ
keep up to date with
upcoming videos: วิดีโอที่กำลังจะเผยแพร่
upcoming เป็นคำคุณศัพท์ที่วางหน้าคำนาม หมายถึงสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ปรากฏ หรือเผยแพร่ในเร็ว ๆ นี้ โดยมักเป็นสิ่งที่วางแผนไว้แล้ว ดังนั้น upcoming videos คือวิดีโอที่คาดว่าจะเผยแพร่ในเร็ว ๆ นี้ upcoming ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน ในประโยคนี้ up เป็นส่วนหนึ่งของคำเต็มว่า upcoming
แบบฝึกหัด
วลีใดสื่อถึงวิดีโอที่คาดว่าจะเผยแพร่ในเร็ว ๆ นี้และมักเป็นส่วนหนึ่งของแผนได้ชัดเจนที่สุด?
- recent videos
- upcoming videos
- future videos
ดูคำตอบ
upcoming videos
You don't have to ... but it is highly recommended: ไม่บังคับแต่แนะนำอย่างยิ่ง
ในที่นี้ You don't have to หมายความว่าผู้ฟังเลือกที่จะไม่ทำสิ่งนั้นได้ ไม่ได้หมายความว่าห้ามทำ การกระทำหลัง have to ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้ชัดเจนจากบริบทก่อนหน้าอยู่แล้ว และคำว่า it ก็หมายถึงการกระทำเดียวกันนั้น ส่วนหลัง but it is highly recommended เพิ่มคำแนะนำอย่างหนักแน่นหลังจากบอกให้ชัดว่าผู้ฟังมีสิทธิ์เลือก รูปแบบนี้ช่วยลดแรงกดดัน แต่ยังแสดงสิ่งที่ผู้พูดเห็นว่าดีกว่าอย่างชัดเจน กล่าวคือ ไม่ได้บังคับ แต่ผู้พูดคิดว่าการทำสิ่งนั้นเป็นความคิดที่ดีมาก
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้สื่อความหมายว่าอย่างไร
- การกระทำนั้นไม่บังคับ แต่ผู้พูดแนะนำอย่างยิ่งให้ทำ
- การกระทำนั้นเป็นข้อบังคับ และผู้ฟังไม่มีสิทธิ์เลือก
- การกระทำนั้นถูกห้าม และผู้ฟังต้องไม่ทำ
ดูคำตอบ
การกระทำนั้นไม่บังคับ แต่ผู้พูดแนะนำอย่างยิ่งให้ทำ