อะไรเป็นตัวกำหนดรสนิยมของเรา? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
แนะนำวิดีโอ: บทสนทนาจาก BBC อธิบายว่ายีนและตัวรับรสมีผลต่อความชอบอาหารของแต่ละคนอย่างไร เหตุใดการศึกษากลุ่มประชากรที่หลากหลายจึงสำคัญ และผู้ตัดสินผู้เชี่ยวชาญพยายามวางอคติส่วนตัวอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. What tastes sweet to me might taste sour or salty to someone else. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้โครงสร้างเปรียบต่างเพื่ออธิบายว่าอาหาร ประสบการณ์ หรือสถานการณ์เดียวกันอาจทำให้แต่ละคนรู้สึกไม่เหมือนกัน และใช้ might เพื่อนำเสนอความแตกต่างว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ไม่ใช่กฎตายตัว 2. are broadening our horizons — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงการขยายความรู้หรือมุมมอง ไม่ใช่การทำให้สิ่งของกว้างขึ้นจริง ๆ และนำไปใช้เมื่อพูดถึงงานวิจัยที่ครอบคลุมประชากรมากขึ้น รวมถึงการเรียนรู้ การเดินทาง หรือประสบการณ์ใหม่ 3. individual taste is subjective. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า subjective หมายถึงสิ่งที่ขึ้นอยู่กับความรู้สึกและการตัดสินส่วนบุคคล มากกว่าข้อเท็จจริงเชิงวัตถุ และใช้ประโยคสั้นที่ค่อนข้างเป็นทางการนี้เพื่อแยกการประเมินส่วนตัวออกจากหลักฐานเมื่อพูดถึงอาหาร ศิลปะ บทวิจารณ์ หรือการแข่งขัน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.
0:07สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English
you'll soon see there's no right or wrong answer. วลี
0:20คุณจะเห็นเลยว่ามันไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด
ask around, ...: ถามหลาย ๆ คน
Ask around เป็นกริยาวลีที่หมายถึงถามข้อมูล คำแนะนำ หรือความคิดเห็นจากหลายคน ในประโยคนี้หมายถึงการลองฟังว่าคนต่าง ๆ คิดอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการถามเกี่ยวกับสถานที่ใกล้ ๆ ถ้าทั้งคนที่ถามและหัวข้อชัดเจนแล้ว สามารถใช้ ask around ได้เลย หากต้องการบอกหัวข้อ ให้ใช้ ask around about something จุดสำคัญคือการถามมากกว่าหนึ่งคน
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่มีความหมายว่า “ถามหลาย ๆ คน”:Before choosing a club, I want to ____ and hear different opinions.
ดูคำตอบ
ask around
there's no right or wrong answer.: ความชอบส่วนตัวไม่มีมาตรฐานถูกผิดตายตัว
There's no right or wrong answer เป็นกรอบประโยคที่ใช้บอกว่าคำตอบขึ้นอยู่กับรสนิยม ความชอบ หรือความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมาตรฐานตายตัวเพียงอย่างเดียว ในประโยคนี้ ความชอบเรื่องอาหารที่แตกต่างกันล้วนเป็นคำตอบที่ยอมรับได้ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครตอบได้ แต่หมายความว่าคำถามนี้เป็นเรื่องความเห็นส่วนตัว จึงไม่เหมาะที่จะตัดสินคำตอบด้วยคำว่า “ถูก” หรือ “ผิด”
แบบฝึกหัด
เลือกความหมายของ there's no right or wrong answer ในบทเรียนนี้
- หมายความว่าคำตอบทุกข้อผิดตามข้อเท็จจริง
- หมายความว่าคำถามนั้นไม่มีคำตอบที่เป็นไปได้
- หมายความว่าความชอบส่วนตัวไม่สามารถตัดสินด้วยมาตรฐานตายตัวเพียงอย่างเดียว
ดูคำตอบ
หมายความว่าความชอบส่วนตัวไม่สามารถตัดสินด้วยมาตรฐานตายตัวเพียงอย่างเดียว
It's all a question of taste: การตัดสินขึ้นอยู่กับความชอบ
“It's all a question of X” หมายความว่าผลลัพธ์หรือการตัดสินขึ้นอยู่กับ X ในท้ายที่สุด question ในที่นี้ไม่ใช่คำถามที่มีคนถาม ส่วน a question of หมายถึง “เรื่องที่ถูกกำหนดด้วยปัจจัยหนึ่งโดยเฉพาะ” taste หมายถึงความชอบส่วนบุคคลหรือรสนิยมว่าอะไรดี ในบริบทเกี่ยวกับอาหาร คำนี้ยังชวนให้นึกถึงความหมายตรงตัวว่า “รสชาติ”
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “It's all a question of taste” หมายความว่าอย่างไร
- มีคนกำลังถามคำถามเกี่ยวกับรสชาติ
- การตัดสินนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล
- มีคำตัดสินที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงเพียงแบบเดียว
ดูคำตอบ
การตัดสินนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล
it turns out: บอกสิ่งที่ค้นพบในภายหลัง
it turns out เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกข้อเท็จจริงที่เพิ่งรู้ในภายหลัง ซึ่งมักแก้ไขหรือทำให้ความคิดเดิมลึกซึ้งขึ้น ในที่นี้ สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าความคิดง่าย ๆ ที่ว่า “รสนิยมเป็นเพียงความคิดเห็น” กำลังจะถูกปรับใหม่ ในประโยคนี้ it turns out เป็นข้อความเสริมที่แทรกไว้หลังประธาน our taste เมื่อตัดออก ประโยคหลักก็ยังสมบูรณ์: But our taste isn't simply a matter of opinion. เมื่ออยู่ต้นประโยค ตัวจัดระเบียบข้อมูลนี้มักใช้รูป It turns out that + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ it turns out บอกอะไรแก่ผู้ฟัง
- ผู้พูดกำลังบอกข้อเท็จจริงที่ค้นพบในภายหลัง
- ผู้พูดกำลังออกคำสั่ง
- มีคนกำลังหมุนตัวจริง ๆ
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังบอกข้อเท็จจริงที่ค้นพบในภายหลัง
a matter of opinion: การแสดงการตัดสินส่วนบุคคล
a matter of opinion ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินหรือความชอบส่วนบุคคล แทนที่จะมีคำตอบเดียวที่ข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียวสามารถตัดสินได้ ในประโยคนี้ isn't simply a matter of opinion แก้ความคิดที่ว่าการรับรสเป็นเรื่อง субъективный เพียงอย่างเดียว ในที่นี้ matter หมายถึงเรื่องหรือแง่มุม ไม่ได้หมายถึงสสารหรือวัสดุ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a matter of opinion กับการตัดสินที่คนแต่ละคนอาจมีความเห็นแตกต่างกันได้อย่างสมเหตุสมผล
- The height of the Eiffel Tower is a matter of opinion.
- The temperature at which pure water freezes is a matter of opinion.
- Whether the sculpture is beautiful is a matter of opinion.
ดูคำตอบ
Whether the sculpture is beautiful is a matter of opinion.
Rather, scientists have discovered that taste is influenced by our genes and DNA. ไวยากรณ์
0:31นักวิทยาศาสตร์กลับพบว่ารสนิยมการรับรสได้รับอิทธิพลจากยีนและดีเอ็นเอของเราต่างหาก
is influenced by: ระบุอิทธิพลที่มีต่อการรับรส
is influenced by เป็นรูปแบบประโยคถูกกระทำ: A is influenced by B หมายความว่า B ส่งผลต่อ A ในบางทาง ในประโยคนี้ taste คือสิ่งที่ได้รับผล ส่วน our genes and DNA คือปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสิ่งนั้น รูปแบบนี้บอกว่ามีอิทธิพลต่อกัน แต่ไม่ได้หมายความว่านั่นเป็นสาเหตุเดียวหรือเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ทั้งหมด By ใช้นำหน้าสาเหตุหรือปัจจัยได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับคนที่ตั้งใจลงมือทำเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมรูปประโยคถูกกระทำของ influence: Our choices ____ our friends
ดูคำตอบ
are influenced by
worth listening to……ผู้เชี่ยวชาญควรค่าแก่การฟังไหม
Be worth doing หมายถึงการกระทำนั้นคุ้มค่าที่จะเสียเวลาหรือให้ความสนใจทำ ใน worth listening to คำว่า listening เป็น gerund ที่ตามหลัง worth และ to เป็นส่วนหนึ่งของ listen to ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึง คุ้มค่าที่จะฟัง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังถามว่าคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้คุ้มค่าที่เราจะใส่ใจหรือไม่ ไม่ได้ถามว่าผู้เชี่ยวชาญได้ยินอะไรหรือไม่ โครงสร้างนี้ใช้ประเมินกิจกรรมอื่นได้ด้วย เช่น worth reading, worth watching หรือ worth trying
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ worth + gerund และคงบุพบทใน listen to ไว้
- This advice is worth to listen to.
- This advice is worth listening.
- This advice is worth listening to.
ดูคำตอบ
This advice is worth listening to.
we'll be learning some useful new vocabulary as well.
0:49เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ด้วย
is with the nation's best-loved snack, crisps. วลี
1:00ก็คือผ่านขนมขบเคี้ยวสุดโปรดของคนในชาติอย่างมันฝรั่งทอดกรอบ
of finding out about……การเรียนรู้รสนิยมของชาวอังกฤษ
Find out about something หมายถึงการหาข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง โดยมักทำผ่านการถาม การอ่าน การตรวจสอบ หรือการสังเกต ใน of finding out about British tastes คำว่า finding เป็น gerund ที่ตามหลังบุพบท of และ about ใช้นำหัวข้อที่กำลังศึกษา ประโยคนี้เสนอให้ใช้มันฝรั่งทอดกรอบเป็นวิธีเรียนรู้ว่าชาวอังกฤษชอบรสชาติแบบใด Find out about เน้นการเรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง ไม่ใช่การค้นหาสิ่งของที่เป็นวัตถุ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความอย่างเป็นธรรมชาติว่าเราไปห้องสมุดเพื่อเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
- We visited the library to find out local history about.
- We visited the library to find out about local history.
- We visited the library to find about local history.
ดูคำตอบ
We visited the library to find out about local history.
nation's best-loved snack:ขนมขบเคี้ยวที่คนทั้งประเทศชื่นชอบ
ใน the nation's best-loved snack คำว่า best-loved เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายขีดกลาง หมายถึงสิ่งที่ผู้คนจำนวนมากชื่นชอบ คำนี้ขยาย snack ส่วน nation's แปลว่า “ของประเทศนั้น” และแสดงว่าความชื่นชอบนี้เชื่อมโยงกับคนทั้งประเทศ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอ crisps ว่าเป็นอาหารที่สะท้อนรสนิยมของชาวอังกฤษ best-loved สื่อถึงความชื่นชอบอย่างกว้างขวาง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ใน “the nation's best-loved snack” คำว่า best-loved สื่อความหมายใด
- ขนมขบเคี้ยวที่ทำจากวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด
- ขนมขบเคี้ยวที่คนจำนวนมากทั่วประเทศชื่นชอบ
- ขนมขบเคี้ยวที่ได้รับการจัดอันดับอย่างเป็นทางการว่าเป็นอันดับหนึ่ง
ดูคำตอบ
ขนมขบเคี้ยวที่คนจำนวนมากทั่วประเทศชื่นชอบ
what is the most popular flavor of crisps in the UK? วัฒนธรรม
1:05มันฝรั่งทอดกรอบรสชาติไหนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสหราชอาณาจักร?
crisps ในสหราชอาณาจักร: คำเรียกแบบอังกฤษสำหรับขนมมันฝรั่งแผ่นบาง
ในภาษาอังกฤษแบบสหราชอาณาจักร crisps หมายถึงมันฝรั่งแผ่นบางที่ทอดหรืออบจนกรอบ โดยทั่วไปขายเป็นถุงสำหรับกินเล่น ในคำถามนี้ คำนี้เป็นชื่ออาหาร ไม่ใช่คำคุณศัพท์ crisp ในสหราชอาณาจักร chips มักหมายถึงมันฝรั่งทอดร้อน ๆ ชิ้นหนา ซึ่งเสิร์ฟเป็นอาหารประเภทเฟรนช์ฟรายส์ ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักใช้ potato chips สำหรับอาหารที่ภาษาอังกฤษแบบสหราชอาณาจักรเรียกว่า crisps ดังนั้นต้องดูว่ากำลังใช้ภาษาอังกฤษแบบใด
แบบฝึกหัด
ในภาษาอังกฤษแบบสหราชอาณาจักร หากคุณขอ crisps หนึ่งถุง โดยทั่วไปจะได้อะไร
- ขนมมันฝรั่งแผ่นบางหนึ่งถุง
- มันฝรั่งทอดชิ้นหนาร้อน ๆ หนึ่งที่
- บิสกิตรสหวานหนึ่งชิ้น
ดูคำตอบ
ขนมมันฝรั่งแผ่นบางหนึ่งถุง
I'll reveal the answer later in the program. ลำดับความ
1:21เดี๋ยวผมจะมาเฉลยคำตอบในช่วงท้ายรายการนะครับ
ฉันจะเฉลยคำตอบในช่วงหลังของรายการ
ในประโยคนี้ I'll reveal หมายถึง ฉันจะเปิดเผยคำตอบที่ก่อนหน้านี้เก็บไว้ไม่ให้รู้ reveal มีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่า say เพราะเน้นว่าข้อมูลนั้นยังไม่ได้ประกาศให้ทราบ later in the program ใช้จัดลำดับเวลาของข้อมูลในรายการ พิธีกรตั้งใจเลื่อนการเฉลยออกไป เพื่อให้ทุกคนได้ทายก่อนและฟังต่อจนรู้ผล
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ reveal the answer สื่อถึงอะไร
- ขอให้ผู้ชมเลิกทาย
- แปลคำตอบเป็นภาษาอื่น
- เปิดเผยคำตอบที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ
เปิดเผยคำตอบที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้
Science's understanding of how taste works started only 25 years ago ไวยากรณ์
1:24ความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการทำงานของระบบรับรสเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 25 ปีก่อน
how taste works:อนุประโยค how ที่ฝังอยู่
how taste works เป็นเนื้อหาของคำว่า understanding ในวลี understanding of how taste works หมายถึงวิธีที่การรับรสทำงาน และในที่นี้ไม่ได้เป็นคำถามโดยตรง เนื่องจากอนุประโยคนี้อยู่ภายในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ taste อยู่หน้าคำว่า works ในบริบทนี้ works หมายถึง ทำงาน หรือ ทำหน้าที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค how ที่ฝังอยู่หลัง understand ได้ถูกต้อง
- I want to understand how the sensor works.
- I want to understand how the sensor work.
- I want to understand how does the sensor work?
ดูคำตอบ
I want to understand how the sensor works.
cells located in the taste buds on your tongue. การใช้คำ
1:33ซึ่งเป็นเซลล์ที่อยู่ในตุ่มรับรสบนลิ้นของคุณ
taste receptors: โครงสร้างทางชีวภาพที่ตรวจจับรส
ในประโยคนี้ taste receptors หมายถึงโครงสร้างทางชีวภาพที่ตอบสนองต่อสารในอาหารและช่วยให้ร่างกายรับรู้รส ในที่นี้ receptor หมายถึงโครงสร้างในร่างกายที่รับหรือตอบสนองต่อสัญญาณ ไม่ได้หมายถึงคนที่คอยต้อนรับผู้มาเยือน วลีหลังเครื่องหมายจุลภาค cells located in the taste buds on your tongue อธิบายว่าสิ่งที่ผู้พูดเรียกว่า taste receptors คืออะไรและอยู่ที่ไหน
แบบฝึกหัด
ในประโยควิทยาศาสตร์นี้ taste receptors หมายถึงอะไร
- สูตรสำหรับทำอาหารที่มีรสเข้มข้น
- โครงสร้างทางชีวภาพที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าเกี่ยวกับรส
- คนที่คอยต้อนรับผู้มาเยือน
ดูคำตอบ
โครงสร้างทางชีวภาพที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าเกี่ยวกับรส
taste buds: โครงสร้างขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับการรับรส
taste buds คือโครงสร้างรับความรู้สึกขนาดเล็กในช่องปาก โดยเฉพาะบนลิ้น ซึ่งมีเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจจับรส taste buds เป็นคำศัพท์มาตรฐานแบบตายตัวสำหรับโครงสร้างส่วนนี้ของร่างกาย แม้ว่า bud จะหมายถึงยอดอ่อนของพืชได้ แต่ความหมายนั้นไม่ใช้ในสำนวน taste buds
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์เป้าหมายให้ประโยคสมบูรณ์: The small structures on the tongue that help you sense taste are called ____.
ดูคำตอบ
taste buds
unique to them: บอกว่าลักษณะเฉพาะนั้นเป็นของใคร
รูปแบบ be unique to + บุคคล กลุ่ม สถานที่ หรือสายพันธุ์ หมายความว่าลักษณะหนึ่งเป็นของบุคคลหรือสิ่งนั้นเพียงผู้เดียว หรือเป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งนั้นเท่านั้น ในที่นี้ them อ้างกลับไปถึง people หมายความว่าแต่ละคนมีรสนิยมด้านรสชาติเป็นของตนเอง to ระบุว่าใครเป็นผู้มีลักษณะเฉพาะนั้น ไม่ได้แสดงการเคลื่อนที่ไปหาพวกเขา
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ใช้หลัง unique ให้ประโยคสมบูรณ์: This greeting is unique ____ the village.
ดูคำตอบ
to
What tastes sweet to me might ... to someone else: เปรียบเทียบการรับรู้ของแต่ละคน
อนุประโยคเปิด What tastes sweet to me หมายถึง “สิ่งที่มีรสหวานสำหรับฉัน” เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและเป็นประธานของ might taste โดย What ตรงนี้ไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มคำถาม รูปแบบ What + กริยารับรู้ + คำคุณศัพท์ + to one person + might + กริยารับรู้ + คำคุณศัพท์อีกคำ + to someone else ใช้เปรียบเทียบประสบการณ์ของคนสองคนที่มีต่อสิ่งเดียวกัน taste ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม ดังนั้น sweet, sour และ salty จึงเป็นคำคุณศัพท์
แบบฝึกหัด
ในประโยค "What feels easy to me might feel hard to someone else," ข้อความ "What feels easy to me" หมายถึงอะไร
- สิ่งที่รู้สึกว่าง่ายสำหรับฉัน
- คำถามโดยตรงที่ขอให้ใครบางคนบอกสิ่งที่ง่าย
- คนที่ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย
ดูคำตอบ
สิ่งที่รู้สึกว่าง่ายสำหรับฉัน
And this is because of differences in the receptors we're born with. วลี
1:44และนี่เป็นเพราะความแตกต่างของตัวรับรสที่เรามีมาตั้งแต่เกิด
we're born ... with: มีบางสิ่งมาตั้งแต่เกิด
ใน receptors we're born with รูปที่เต็มกว่าคือ receptors that we're born with โดยละคำเชื่อม that และคง with ไว้ท้ายส่วนประโยค เพราะ with เชื่อมความหมายกลับไปที่ receptors be born with หมายถึงมีลักษณะ ภาวะ หรือความสามารถบางอย่างมาตั้งแต่เกิด ในที่นี้หมายถึงคนเราเกิดมาพร้อมตัวรับที่แตกต่างกัน โดย with นำหน้าความหมายของสิ่งที่มีตั้งแต่เกิด ไม่ได้หมายถึงคนที่อยู่ข้าง ๆ ตอนเกิด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ be born with: Mia has had perfect pitch since birth. She ____ it.
ดูคำตอบ
was born with
In other words: เกริ่นเพื่อนำไปสู่การกล่าวซ้ำที่ชัดเจน
In other words เป็นคำบอกลำดับความคิดที่ใช้เกริ่นการกล่าวซ้ำ กล่าวคือ ข้อความถัดไปจะสื่อแนวคิดหลักเดิมให้เรียบง่าย ตรงไปตรงมา หรือชัดเจนยิ่งขึ้น ในที่นี้ใช้เปลี่ยนคำอธิบายเรื่องความแตกต่างของตัวรับที่มีมาแต่กำเนิดให้เป็นข้อสรุป taste is partly genetic เมื่อได้ยินวลีนี้ ให้คาดว่าต่อไปจะเป็นคำชี้แจงหรือข้อสรุป ไม่ใช่ความเห็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
แบบฝึกหัด
วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคที่สอง? You must show your library card before borrowing a book. ___, you cannot borrow a book without it.
- In other words
- However
- For example
ดูคำตอบ
In other words
researcher at the Monell Chemical Senses Center in Philadelphia,
1:52นักวิจัยจาก Monell Chemical Senses Center ในฟิลาเดลเฟีย
explaining more to BBC World Service program, The Food Chain.
1:56อธิบายเพิ่มเติมในรายการ The Food Chain ของ BBC World Service กันครับ
to looking at a few Europeans, people of European ancestry. การใช้คำ
2:06โดยศึกษาเพียงชาวยุโรปกลุ่มหนึ่ง คือคนที่มีเชื้อสายยุโรปเท่านั้น
confine ourselves to looking at: จำกัดขอบเขต
confine ourselves to looking at something หมายถึงจำกัดกิจกรรมหรือความสนใจของเราไว้ที่การตรวจดูสิ่งนั้น ในที่นี้นักวิจัยบอกว่างานวิจัยช่วงแรกครอบคลุมเพียงกลุ่มตัวอย่างชาวยุโรปกลุ่มเล็ก ๆ ไม่ได้หมายถึงการถูกกักขังทางร่างกาย โครงสร้างคือ confine oneself to + คำนามหรือรูป -ing ใน to looking คำว่า to เป็นคำบุพบท ดังนั้น look จึงต้องอยู่ในรูป -ing ส่วน just เน้นว่าขอบเขตนั้นแคบมาก
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ confine itself to และรูปที่ถูกต้องของ examine เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: During its first audit, the company ____ invoices from 2024.
ดูคำตอบ
confined itself to examining
people of European ancestry: ภูมิหลังทางบรรพบุรุษ ไม่ใช่สัญชาติ
people of European ancestry หมายถึงผู้ที่มีต้นกำเนิดทางบรรพบุรุษเกี่ยวข้องกับยุโรป ancestry หมายถึงเชื้อสายครอบครัวที่สืบย้อนไปหลายรุ่น ไม่ได้หมายถึงสถานที่เกิดหรือที่อยู่อาศัยปัจจุบันของบุคคลโดยอัตโนมัติ ในบริบทการวิจัยนี้ วลีดังกล่าวระบุภูมิหลังของกลุ่มตัวอย่าง แต่ไม่ได้บอกว่าทุกคนมีสัญชาติหรือสถานะพลเมืองของประเทศในยุโรปในปัจจุบัน หรือมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมแบบเดียวกัน
แบบฝึกหัด
people of European ancestry ในประโยคนี้หมายถึงใคร? The survey included people of European ancestry.
- ผู้ที่ปัจจุบันถือสถานะพลเมืองของประเทศในยุโรป
- ผู้ที่กำลังเดินทางท่องเที่ยวในยุโรป
- ผู้ที่มีบรรพบุรุษมาจากยุโรป
ดูคำตอบ
ผู้ที่มีบรรพบุรุษมาจากยุโรป
the broad diversity of humans on the planet: ความหลากหลายอันกว้างขวางของมนุษย์บนโลก
ในวลีคำนาม the broad diversity of humans on the planet แนวคิดหลักคือ diversity ซึ่งหมายถึงมนุษย์มีความแตกต่างกันในหลายด้าน broad ขยาย diversity และบอกว่าความแตกต่างเหล่านั้นครอบคลุมขอบเขตที่กว้าง ไม่ได้บอกว่ารูปร่างของมนุษย์กว้าง ส่วน of humans on the planet กำหนดกลุ่มและขอบเขตว่าเป็นมนุษยชาติทั่วโลก ถ้อยคำแบบเป็นทางการนี้เน้นขอบเขตของความแตกต่างในประชากรหลายกลุ่ม แทนที่จะเพียงบอกว่ามีผู้คนที่แตกต่างกันอยู่มากมาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ broad ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าความหลากหลายครอบคลุมขอบเขตที่กว้าง?
- The report examines the broad people who speak languages in the city.
- The report examines the diversity broad of languages spoken in the city.
- The report examines the broad diversity of languages spoken in the city.
ดูคำตอบ
The report examines the broad diversity of languages spoken in the city.
are broadening our horizons: กำลังขยายความรู้และประสบการณ์ของเรา
Broaden our horizons เป็นสำนวนที่หมายถึงการขยายสิ่งที่เรารู้ ประสบการณ์ของเรา หรือขอบเขตสิ่งที่เราพิจารณา ในประโยคนี้ are broadening แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ นักวิจัยกำลังขยายขอบเขตของกลุ่มคนที่ศึกษา และจึงขยายความเข้าใจของตนด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ broaden someone's horizons ให้เปลี่ยน someone's เป็นคำแสดงความเป็นเจ้าของที่ตรงกับบุคคล เช่น broaden my horizons, broaden your horizons หรือ broaden their horizons คำว่า horizons มีความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่เส้นจริงที่ดูเหมือนท้องฟ้าบรรจบกับพื้นดิน
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่ขึ้นต้นด้วย broaden และกล่าวถึงผู้อ่านให้สมบูรณ์: Visiting a new country can ____.
ดูคำตอบ
broaden your horizons
that people are much more diverse than we ever realized. ไวยากรณ์
2:29มนุษย์มีความหลากหลายมากกว่าที่เราเคยตระหนักไว้มาก
has really opened up the: ทำให้เข้าถึงความรู้ใหม่ได้
ในที่นี้ open up ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ใน has really opened up the knowledge... หมายถึง งานวิจัยทำให้เราเข้าถึงความเข้าใจที่กว้างขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเปิดสิ่งของจริง ๆ คำว่า really เน้นว่าความเข้าใจเปลี่ยนไปมากเพียงใด has opened up เป็น present perfect: งานวิจัยที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้สร้างผลที่ยังสำคัญอยู่ในปัจจุบัน แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือ open up สามารถหมายถึงการทำให้ขอบเขตเชิงนามธรรมเข้าถึงหรือเข้าใจได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ open up ในความหมายเชิงนามธรรมแบบเดียวกับในคำบรรยาย?
- Leo opened up the box to find his keys.
- The discovery opened up new ways of understanding the brain.
- The wind opened the gate.
ดูคำตอบ
The discovery opened up new ways of understanding the brain.
much more diverse than we ever realized: การเปรียบเทียบที่เน้นมากขึ้น
more diverse than สร้างการเปรียบเทียบว่า ความหลากหลายที่แท้จริงมีมากกว่าระดับที่ผู้คนเคยเข้าใจ ส่วน much วางหน้าวลีเปรียบเทียบ more diverse เพื่อเน้นว่าความแตกต่างนั้นมาก คือ far more diverse ไม่ใช่เพียงหลากหลายขึ้นเล็กน้อย than we ever realized ใช้ความเข้าใจเดิมเป็นจุดเปรียบเทียบ คำว่า ever ครอบคลุมช่วงเวลาทั้งหมดก่อนการค้นพบใหม่ วลีนี้จึงมักแสดงว่าหลักฐานใหม่ได้แก้ไขหรือขยายความเชื่อเดิม
แบบฝึกหัด
ใช้ much more ... than เติมประโยคเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: The full survey showed that the neighborhood was ____ diverse ____ we had ever realized.
ดูคำตอบ
much more · than
what you're saying is: กล่าวสรุปและยืนยันประเด็นของอีกฝ่าย
What you're saying is ใช้เกริ่นก่อนสรุปประเด็นของอีกฝ่ายด้วยคำพูดของคุณเอง ในประโยคนี้ ผู้ดำเนินรายการกำลังตรวจสอบว่าผู้เชี่ยวชาญหมายถึงรสนิยมมีพื้นฐานจากชีววิทยา ไม่ใช่เพียงความคิดเห็นส่วนตัวใช่หรือไม่ สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ตามมาจะเป็นคำพูดเดิมทุกคำ โครงสร้าง What you're saying is (that) + ข้อสรุป ใช้ยืนยันใจความสำคัญก่อนดำเนินบทสนทนาต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่ใช้กล่าวสรุปประเด็นของอีกฝ่าย: So ____, we need a cheaper plan.
ดูคำตอบ
what you're saying is
Chastise someone for doing something: ตำหนิใครอย่างรุนแรงเพราะทำบางอย่าง
Chastise someone for something หมายถึงวิจารณ์หรือดุด่าคนหนึ่งอย่างรุนแรงเพราะเรื่องนั้น ใน we wouldn't chastise them for... คำว่า them คือผู้ที่ถูกตำหนิ ส่วน for ใช้นำเข้าสาเหตุ ได้แก่ การมองไม่เห็นสีแดงและการสวมเสื้อผ้าบางสี Wouldn't แสดงว่าผู้พูดมองว่าการตำหนิอย่างรุนแรงเช่นนี้ไม่เหมาะสมในสถานการณ์นี้ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ chastise + คน + for + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่แสดงการตำหนิอย่างรุนแรง ใช้รูปอดีตของ chastise ในช่องแรกและคำบุพบทที่ถูกต้องในช่องที่สอง: The coach ____ the players ____ ignoring the safety rules.
ดูคำตอบ
chastised · for
But we feel very free to criticize our friends' sense of taste. น้ำเสียง/เจตนา
2:50แต่เรากลับรู้สึกมีอิสระอย่างมากในการวิพากษ์วิจารณ์รสนิยมการรับรสของเพื่อน
we feel very free to criticize: วิจารณ์อย่างไม่ยับยั้งชั่งใจ
ในที่นี้ we feel very free to criticize หมายถึงผู้คนวิจารณ์โดยแทบไม่ลังเลหรือยับยั้งชั่งใจ วลีนี้บอกว่าผู้คนรู้สึกสบายใจแค่ไหนที่จะทำสิ่งนั้น ไม่ได้เป็นการอนุญาต เพราะการกระทำคือ criticize และประโยคขึ้นต้นด้วย But คำว่า very free จึงสื่อถึงการไม่เห็นด้วย ผู้พูดกำลังชี้ว่าผู้คนพร้อมตัดสินรสนิยมของเพื่อนง่ายเกินไป ไม่ได้กำลังชื่นชมเสรีภาพเช่นนี้
แบบฝึกหัด
feel very free to criticize ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร
- ผู้คนวิจารณ์ไม่ได้เพราะไม่มีอิสระ
- ผู้คนวิจารณ์โดยไม่ยับยั้งชั่งใจมากพอ และผู้พูดไม่เห็นด้วย
- มีคนอนุญาตให้ผู้อื่นวิจารณ์อย่างสุภาพ
ดูคำตอบ
ผู้คนวิจารณ์โดยไม่ยับยั้งชั่งใจมากพอ และผู้พูดไม่เห็นด้วย
that they realized the diversity of human taste.
2:59พวกเขาก็ได้ตระหนักถึงความหลากหลายของรสนิยมทางรสชาติของมนุษย์
It was only when ... that they realized: เมื่อนั้นจึงตระหนักได้
โครงสร้าง It was only when + อนุประโยค + that + ผลลัพธ์ เน้นเวลา หรือเหตุการณ์ที่ต้องเกิดขึ้นก่อน แล้วผลลัพธ์จึงเกิดตามมา ในตัวอย่าง นักวิทยาศาสตร์ตระหนักถึงเรื่องนี้หลังจากมองออกไปนอกยุโรปแล้วเท่านั้น นี่คือโครงสร้างเน้นความที่เรียกว่า it-cleft อนุประโยคที่มี when บอกจุดเปลี่ยนสำคัญ ส่วนอนุประโยคที่มี that บอกผลลัพธ์ โครงสร้างนี้สื่อว่าเหตุการณ์ยังไม่เกิดจนถึงเวลานั้น ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นเมื่อใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง It was only when ... that ...: It was ____ Ben opened the box ____ he saw the note.
ดูคำตอบ
only when · that
Danielle says they broadened their horizons.
3:03แดเนียลกล่าวว่าพวกเขาได้ broadened their horizons (เปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น)
to increase their knowledge and understanding of it.
3:09เพื่อเพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจในสิ่งนั้น
or unable to see the difference between certain colors like green and red. วลี
3:18หรือการไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างสีบางสี เช่น สีเขียวกับสีแดงได้
Danielle เปรียบเทียบการรับรสกับ……
โครงสร้าง compare A to B ใช้เมื่อผู้พูดนำ B มาเป็นสิ่งเปรียบเทียบเพื่ออธิบาย A ที่นี่ Danielle ใช้ภาวะตาบอดสีซึ่งเป็นภาวะที่คุ้นเคย เพื่อช่วยอธิบายว่าการรับรสก็อาจถูกกำหนดโดยพันธุกรรมได้เช่นกัน การเปรียบเทียบนี้ชี้ให้เห็นจุดที่คล้ายกัน ไม่ได้หมายความว่าการรับรสกับภาวะตาบอดสีเป็นภาวะเดียวกัน โครงสร้างนี้ใช้บ่อยเพื่อทำให้แนวคิดที่เป็นนามธรรมเข้าใจง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Danielle ใช้ compares taste to เพื่อทำอะไร
- แจกแจงความแตกต่างทั้งหมดระหว่างการรับรสกับภาวะอื่น
- นำการรับรสไปเปรียบเทียบกับภาวะอื่นเพื่ออธิบายแนวคิด
- บอกว่าการรับรสเปลี่ยนไปเป็นภาวะอื่น
ดูคำตอบ
นำการรับรสไปเปรียบเทียบกับภาวะอื่นเพื่ออธิบายแนวคิด
ไม่สามารถมองเห็นความแตกต่างระหว่าง…
โครงสร้าง unable to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐานใช้บอกว่าใครคนหนึ่งไม่สามารถทำบางสิ่งได้ ใน unable to see the difference between A and B คำว่า see the difference หมายถึงการแยกแยะ A ออกจาก B ส่วน between ใช้นำหน้าสิ่งที่ต้องแยกแยะ ที่นี่หมายถึงการไม่สามารถแยกแยะสีต่าง ๆ ด้วยการมองเห็น เช่น สีเขียวกับสีแดง โครงสร้างนี้ใช้กับการรับรู้หรือการจำแนกประเภทอื่นได้เช่นกัน แต่ควรเลือกคำกริยาให้ตรงกับประสาทสัมผัส เช่น ถ้าพูดถึงเสียงให้ใช้ hear the difference
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายคนที่ไม่สามารถแยกแยะสีสองสีด้วยการมองเห็นได้อย่างถูกต้อง
- She is unable to seeing the difference between the two shades of blue.
- She is unable to see the difference between the two shades of blue.
- She is unable to see the difference of the two shades of blue.
ดูคำตอบ
She is unable to see the difference between the two shades of blue.
criticize, or punish someone for being colorblind.
3:25วิจารณ์ หรือลงโทษใครสักคนเพียงเพราะเขาตาบอดสี
น้ำหนักเชิงวาทศิลป์ของ “So, why criticize someone's taste?”
ในประโยคนี้ So เชื่อมคำถามเข้ากับเหตุผลก่อนหน้าและนำเสนอเป็นข้อสรุปถัดไป ส่วน Why criticize someone's taste? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้ต้องการให้แจกแจงเหตุผล ความหมายโดยนัยคือ ไม่มีเหตุผลที่ดีพอที่จะวิจารณ์รสนิยมของคนอื่น โดยทั่วไป So, why + คำกริยารูปพื้นฐาน...? สามารถนำเหตุผลก่อนหน้ามาใช้ตั้งคำถามว่าการกระทำหนึ่งสมเหตุสมผลหรือไม่
แบบฝึกหัด
ผู้พูดใช้ “So, why criticize someone's taste?” เพื่อทำอะไรเป็นหลัก?
- เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นเรื่องการทำงานของการรับรส
- ขอให้แจกแจงเหตุผลอย่างละเอียด
- ตั้งคำถามว่าการวิจารณ์รสนิยมของคนอื่นสมเหตุสมผลหรือไม่
ดูคำตอบ
ตั้งคำถามว่าการวิจารณ์รสนิยมของคนอื่นสมเหตุสมผลหรือไม่
But if scientists are telling us taste is largely genetic,
3:32แต่ถ้านักวิทยาศาสตร์บอกเราว่ารสชาติเป็นเรื่องของพันธุกรรมเป็นส่วนใหญ่
what about restaurant critics and wine connoisseurs? โน้ต
3:36แล้วเหล่านักวิจารณ์ร้านอาหารกับผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ล่ะ?
what about: ยกกรณีที่ถูกมองข้ามขึ้นมาท้าทายข้อความก่อนหน้า
ในประโยคนี้ what about เปลี่ยนการอภิปรายจากคำกล่าวทั่วไปไปยังคนที่มีบทบาทซึ่งอาจดูเข้ากับคำกล่าวนั้นได้ยาก ได้แก่ นักวิจารณ์ร้านอาหารและผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ ความหมายคือ “คำกล่าวนั้นมีผลอย่างไรต่อคนกลุ่มนี้?” หรือ “กรณีของคนกลุ่มนี้ท้าทายคำกล่าวนั้นหรือไม่?” วลีนี้ช่วยจัดโครงสร้างข้อโต้แย้งโดยยกกรณีที่ถูกมองข้าม ข้อยกเว้นที่เป็นไปได้ หรือผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ what about เพื่อยกกรณีที่ถูกมองข้ามและอาจท้าทายคำกล่าวแรก?
- Can you tell me what the article is about?
- What about meeting at three?
- Cars can use the new road, but what about people on bicycles?
ดูคำตอบ
Cars can use the new road, but what about people on bicycles?
wine connoisseurs: ผู้เชี่ยวชาญในการชื่นชมไวน์
ในคำถามนี้ wine connoisseurs หมายถึงคนที่มีความรู้เรื่องไวน์อย่างลึกซึ้ง สามารถชิมอย่างละเอียดและตัดสินคุณภาพของไวน์ได้ ไม่ได้หมายถึงทุกคนที่เพียงแค่ชอบดื่มไวน์ connoisseur ยังใช้กับสาขาอื่นที่ต้องอาศัยความรู้ในการชื่นชมได้ เช่น an art connoisseur หรือ a connoisseur of coffee คำนี้สื่อว่าการตัดสินของบุคคลนั้นมาจากประสบการณ์และความสามารถที่ฝึกฝนมาอย่างดีในการมองเห็นคุณภาพ
แบบฝึกหัด
คนแบบใดสามารถเรียกว่า wine connoisseur ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- คนที่เคยชิมไวน์เพียงครั้งเดียวแต่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับไวน์เลย
- คนที่สามารถระบุแหล่งผลิตและปีเก็บเกี่ยวของไวน์ได้จากการชิมอย่างมีความรู้
- คนที่ส่งขวดไวน์ซึ่งยังไม่ได้เปิด
ดูคำตอบ
คนที่สามารถระบุแหล่งผลิตและปีเก็บเกี่ยวของไวน์ได้จากการชิมอย่างมีความรู้
People whose job it is to tell us what to eat and drink.
3:40คนที่มีหน้าที่บอกเราว่าต้องกินหรือดื่มอะไร
wine judge for the International Wine and Spirits Competition,
3:48กรรมการตัดสินไวน์ในงาน International Wine and Spirits Competition
Scientists have established that taste is individual
3:57นักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปว่าเรื่องรสชาตินั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล
to a large extent actually: คำกล่าวที่หนักแน่นแต่มีขอบเขต
To a large extent หมายถึง 'เป็นส่วนใหญ่' หรือ 'ในระดับมาก' ในประโยคนี้วลีดังกล่าวจำกัดความหมายของ genetic คือยีนมีอิทธิพลต่อการรับรสอย่างมาก แต่ยังเปิดโอกาสให้มีอิทธิพลจากปัจจัยอื่นด้วย Actually เป็นคำวิเศษณ์ที่แยกต่างหากและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ to a large extent คำนี้เพิ่มความหมายว่า 'จริง ๆ แล้ว' ทำให้ประเด็นเรื่องพันธุกรรมฟังดูน่าสนใจหรือเป็นการแก้ความเข้าใจเดิม ประโยคบอกก่อนว่าการรับรสแตกต่างกันในแต่ละคน แล้วจึงเสริมว่าถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นผลจากพันธุกรรมในระดับมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง 'เป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ทั้งหมด': The damage is ____ actually reversible.
ดูคำตอบ
to a large extent
does that render the wine competition a pointless exercise? ไวยากรณ์
4:05นั่นจะทำให้การแข่งขันไวน์กลายเป็นกิจกรรมที่ไร้จุดหมายไปเลยไหม?
render + กรรม + ส่วนเติมเต็ม: render the wine competition a pointless exercise
ในที่นี้ render หมายถึง “ทำให้กลายเป็น” ไม่ใช่ “สร้างภาพกราฟิก” โครงสร้างคือ render + กรรม + ส่วนเติมเต็มกรรม โดย the wine competition เป็นกรรม และ a pointless exercise บอกว่ากรรมนั้นจะกลายเป็นอะไร A pointless exercise คือกิจกรรมที่ไม่มีผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์หรือคุณค่าที่แท้จริง คำถามนี้ถามว่าข้อเท็จจริงที่เพิ่งกล่าวถึงจะทำให้การแข่งขันไร้ความหมายหรือไม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ render ได้ถูกต้องในความหมายว่า “ทำให้บางสิ่งเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพใหม่”
- The storm rendered into the road unsafe.
- The storm rendered the road to unsafe.
- The storm rendered the road unsafe.
ดูคำตอบ
The storm rendered the road unsafe.
ใช้ I would say that, wouldn't I? เพื่อยอมรับว่าอาจมีอคติอย่างที่คาดได้
I mean เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเสริมคำอธิบายอย่างตรงไปตรงมา ส่วน I would say that, wouldn't I? เป็นคำถามพ่วงที่แสดงว่าผู้พูดตระหนักถึงอคติของตนเอง โดยยอมรับว่าบทบาทหรือผลประโยชน์ของตนทำให้ความคิดเห็นนั้นเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ คำถามพ่วงนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อขอคำยืนยันเป็นหลัก ความหมายใกล้เคียงกับ “เมื่อดูจากจุดยืนของฉัน ฉันก็ต้องพูดแบบนั้นอยู่แล้ว” และมักมีน้ำเสียงขำ ๆ ที่ล้อเลียนตัวเองเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ใน “I'm the coach, so I would defend the team, wouldn't I?” คำถามพ่วงทำหน้าที่หลักอะไร
- ผู้พูดจำไม่ได้ว่าตนแสดงความคิดเห็นอะไรไป
- ผู้พูดกำลังขออนุญาตสนับสนุนทีม
- ผู้พูดยอมรับแบบสบาย ๆ ว่าการเป็นโค้ชทำให้ความคิดเห็นของตนเป็นสิ่งที่คาดเดาได้
ดูคำตอบ
ผู้พูดยอมรับแบบสบาย ๆ ว่าการเป็นโค้ชทำให้ความคิดเห็นของตนเป็นสิ่งที่คาดเดาได้
individual taste is subjective. การใช้คำ
4:13รสนิยมส่วนบุคคลเป็นเรื่องอัตวิสัย (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
individual taste is subjective: การตัดสินส่วนตัวอาจแตกต่างกัน
ในที่นี้ subjective หมายถึงการตัดสินที่ได้รับอิทธิพลจากความรู้สึก ประสบการณ์ และความชอบของแต่ละคน ประโยคนี้บอกว่าการตัดสินเรื่องรสนิยมอาจต่างกันไปในแต่ละคน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหนึ่งเดียวที่วัดได้ Subjective ไม่ได้แปลว่า “สุ่ม ๆ” “ไม่สำคัญ” หรือ “ผิด” แต่บอกว่าคำตัดสินนั้นมาจากผู้ที่ตัดสิน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ subjective ได้ถูกต้อง
- Subjective means an opinion is unimportant.
- The ruler says the desk is exactly one metre long, so the measurement is subjective.
- Whether a song is enjoyable is subjective.
ดูคำตอบ
Whether a song is enjoyable is subjective.
to park those ...: พักบางสิ่งไว้ชั่วคราว
ใน to park those prejudices คำว่า park เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงพักอคติเหล่านั้นไว้ก่อน เพื่อไม่ให้มีผลต่อการตัดสินที่กำลังทำอยู่ ไม่ได้หมายถึงการจอดรถ รูป infinitive คือ to park ตามหลัง encouraged หรือหลังจากผู้พูดแก้คำพูดของตนเอง ก็เกือบจะเป็น ordered คำว่า those ชี้ไปที่คำนาม prejudices ซึ่งตามมาข้างหลัง การใช้ park ในความหมายเชิงนามธรรมนี้ยังใช้กับประเด็น คำถาม หรือความคิดที่ยังไม่จัดการตอนนี้ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้การเปรียบเทียบกับการจอดรถ: We do not have enough facts yet, so let's ____ that question until tomorrow.
ดูคำตอบ
park
Since people's tastes are naturally different,
4:29เนื่องจากรสนิยมของผู้คนมีความแตกต่างกันโดยธรรมชาติ
Ruth asks if wine competitions are pointless,
4:32รูธจึงถามว่าการแข่งขันไวน์เป็นเรื่อง pointless (ไร้จุดหมาย) ไหม
a waste of time: นามวลีสำหรับสิ่งที่ไม่มีคุณค่า
a waste of time เป็นนามวลี หมายถึงกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่กินเวลาแต่ให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์น้อยมากหรือไม่มีเลย ในประโยคนี้ วลีนี้ช่วยอธิบายคำว่า pointless: สิ่งที่ไม่มีจุดประสงค์ที่เป็นประโยชน์อาจถูกมองว่าเป็น a waste of time ในที่นี้ waste เป็นคำนามนับได้ ไม่ใช่คำกริยา waste รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปคือ something is a waste of time โดยมีคำนำหน้านาม a
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: We waited for two hours, but no one came. It was ____.
ดูคำตอบ
a waste of time
Being a wine judge: วลีต้นประโยคที่บอกสถานะและเหตุผล
Being a wine judge เป็นวลีที่ใช้รูปกริยา present participle และวางไว้ต้นประโยค วลีนี้ให้ข้อมูลสถานะของ David เป็นพื้นหลัง และทำให้สถานะนั้นเป็นเหตุผลที่เขาไม่เห็นด้วย หากเขียนเป็นอนุประโยคเต็ม จะมีความหมายใกล้กับ Because he is a wine judge หรือ As he is a wine judge Being ในที่นี้ไม่ได้บอกการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่และไม่ได้หมายถึงการกลายเป็น ประธานที่เข้าใจได้ของ Being a wine judge คือ David ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก วลีต้นประโยคแบบนี้ต้องขยายประธานของประโยคหลักอย่างสมเหตุสมผล
แบบฝึกหัด
แทนที่ Because Leo was ด้วยวลีที่ขึ้นต้นด้วย Being และคงคำอื่นไว้เหมือนเดิม: Because Leo was the oldest child, he knew the family story. → ____, Leo knew the family story.
ดูคำตอบ
Being the oldest child
"But I would say that, wouldn't I?"
4:43"But I would say that, wouldn't I?" (แต่ผมก็ต้องพูดแบบนั้นอยู่แล้ว ใช่ไหมล่ะ?)
that what the speaker is saying is obviously biased towards them.
4:51ที่ทำให้สิ่งที่ผู้พูดพูดออกมานั้นเอนเอียงไปเข้าข้างพวกเขาอย่างชัดเจน
David admits that taste is subjective,
4:55เดวิดยอมรับว่าเรื่องรสชาตินั้นเป็นเรื่อง subjective (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
based on personal opinions and feelings rather than on facts. วลี
4:57ซึ่งอิงจากความคิดเห็นและความรู้สึกส่วนตัวมากกว่าข้อเท็จจริง
rather than on facts: ตัดพื้นฐานอีกอย่างออก
rather than ใช้เปิดส่วนที่บอกถึงพื้นฐานซึ่งถูกตัดออกไป กล่าวคือ รสนิยมมาจากความคิดเห็นและความรู้สึกส่วนบุคคล ไม่ใช่จากข้อเท็จจริง ในประโยคนี้ rather than on facts หมายถึง “แทนที่จะอิงข้อเท็จจริง” ทั้งสองส่วนมีโครงสร้างขนานกันคือ based on A rather than on B การกล่าว on ซ้ำหน้า facts ทำให้พื้นฐานสองอย่างที่นำมาเปรียบเทียบกันชัดเจนเป็นพิเศษ ภาษาอังกฤษยังใช้ based on A rather than B ได้เมื่อเห็นชัดว่าใช้คำบุพบทเดียวกันกับทั้งสองส่วน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าเราเลือกแผนโดยใช้ความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่ความเร็ว
- We picked the plan based on speed rather than on safety.
- We picked the plan based on safety rather than on speed.
- We picked the plan based on both safety and speed.
ดูคำตอบ
We picked the plan based on safety rather than on speed.
I think it's time to reveal the answer: ฉันคิดว่าถึงเวลาเฉลยคำตอบแล้ว
I think it's time to reveal the answer หมายความว่าผู้พูดคิดว่าถึงเวลาที่เหมาะสมในการประกาศคำตอบแล้ว ในรายการ ประโยคนี้ยังช่วยพาทุกคนเข้าสู่ช่วงเฉลยคำตอบอย่างเป็นธรรมชาติ รูปแบบคือ it's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย it เป็นประธานสมมติและไม่ได้หมายถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ ส่วน I think ทำให้ช่วงเวลานั้นเป็นมุมมองของผู้พูดและช่วยให้การเปลี่ยนช่วงไม่ดูกะทันหันเกินไป
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายความว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสม: I think ____ to announce the winner.
ดูคำตอบ
it's time
I asked for Britain's most popular flavor of crisp,
5:06ผมถามหารสชาติมันฝรั่งทอดกรอบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของอังกฤษ
Let's recap the vocabulary we've learned in this program, ลำดับความ
5:15เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เรียนไปในรายการนี้กันดีกว่า
มาทบทวนคำศัพท์กัน
“Let's recap the vocabulary” เป็นสัญญาณว่ากำลังจะเริ่มทบทวนคำศัพท์ที่สอนไปแล้วแบบสั้น ๆ ใช้ช่วยเปลี่ยนจากข้อมูลใหม่ไปสู่การสรุปที่ชัดเจนในชั้นเรียน รายการ หรือการประชุมได้ โครงสร้าง Let's + กริยารูปพื้นฐานเป็นการชวนผู้ฟังให้ทำสิ่งนั้นไปด้วยกัน ในที่นี้ recap หมายถึงการเลือกและทบทวนคำศัพท์สำคัญ ไม่ได้หมายถึงการพูดคำอธิบายทุกอย่างซ้ำทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เมื่อจบบทเรียน “Let's recap the main ideas” สื่อว่าอย่างไร
- ผู้พูดกำลังขอให้ทุกคนพูดซ้ำทุกประโยคแบบคำต่อคำ
- ผู้พูดกำลังเริ่มการทบทวนสั้น ๆ
- ผู้พูดกำลังแนะนำหัวข้อใหม่ทั้งหมด
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังเริ่มการทบทวนสั้น ๆ
starting with the phrase to broaden or expand your horizons,
5:19เริ่มจากวลี to broaden or expand your horizons
which increases your knowledge and understanding of it.
5:26ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับสิ่งนั้น
To chastise means to strongly punish or criticize.
5:30To chastise หมายถึง การลงโทษหรือวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง
A colorblind person is unable to distinguish certain colors,
5:34A colorblind person (คนตาบอดสี) คือคนที่ไม่สามารถแยกแยะสีบางสีได้
Something which is pointless has no purpose or meaning
5:41สิ่งที่เป็น pointless จะไม่มีจุดประสงค์หรือความหมาย
it's influenced by personal beliefs or feelings
5:56สิ่งนั้นจะได้รับอิทธิพลจากความเชื่อหรือความรู้สึกส่วนตัว
เวลาหกนาทีของเราหมดแล้ว
ในสำนวนเกี่ยวกับเวลา be up หมายถึงช่วงเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงหรือใช้หมดแล้ว ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน ในประโยคนี้ our 6 minutes หมายถึงช่วงเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สำหรับรายการ และ are up บอกว่าช่วงเวลานั้นจบลงแล้ว minutes เป็นประธานพหูพจน์ จึงใช้ are เป็น 6 minutes are up ความหมายเดียวกันสามารถประกาศสั้น ๆ ว่า Time is up ได้
แบบฝึกหัด
ในรายการ “Our 6 minutes are up” หมายความว่าอย่างไร
- รายการยังเหลือเวลาอีกหกนาที
- ผู้พูดกำลังขยับเวลาหกนาทีขึ้นด้านบน
- เวลาหกนาทีที่กำหนดไว้หมดลงแล้ว
ดูคำตอบ
เวลาหกนาทีที่กำหนดไว้หมดลงแล้ว