การเติบโตแบบก้าวกระโดด: การพับกระดาษจะพาคุณไปดวงจันทร์ได้อย่างไร: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
447 คำ 166 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: การทดลองทางความคิดเริ่มจากกระดาษพิมพ์คัมภีร์ไบเบิลที่บางมาก และแสดงให้เห็นว่าการเพิ่มความหนาเป็นสองเท่าทุกครั้งที่พับทำให้เกิดการเติบโตแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล โดยพับ 25 ครั้งจะหนาเกือบหนึ่งในสี่ไมล์ 45 ครั้งจะไปถึงดวงจันทร์ และเพิ่มเป็นสองเท่าอีกครั้งจะเท่ากับระยะกลับมายังโลก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. let's say — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้วิธีนำเสนอค่าที่สมมติขึ้นหรือสถานการณ์เชิงสมมติอย่างเป็นธรรมชาติในการอธิบายด้วยคำพูด ในที่นี้วลีนี้ใช้กำหนดความหนาเริ่มต้นของกระดาษ และยังนำไปใช้ตั้งต้นตัวอย่าง การประมาณ เงื่อนไขการทดลอง หรือการคำนวณได้ โดยไม่ต้องพึ่ง for example ที่เป็นทางการกว่าทุกครั้ง 2. If we were able to fold it 25 times, then we would get — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างเงื่อนไขที่ใช้คาดการณ์ผลของการกระทำซึ่งข้อจำกัดในทางปฏิบัติทำให้เกิดขึ้นได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้ ช่วยแยกการคำนวณเชิงสมมติออกจากการรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และใช้อธิบายสถานการณ์ทางวิทยาศาสตร์หรือตัวเลขที่มีข้อจำกัดได้ 3. is called exponential growth, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่ารูปกรรมวาจก is called ใช้นำเสนอชื่อที่ยอมรับกันของปรากฏการณ์ที่สังเกตพบ ทำให้เปลี่ยนจากการแสดงผลไปสู่คำนิยาม และเรียกกระบวนการอย่างการเติบโตแบบเอ็กซ์โพเนนเชียลได้อย่างแม่นยำ เมื่อการคูณซ้ำทำให้เกิดค่าที่สูงเกินคาดอย่างมาก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

How many times can you fold a piece of paper? ไวยากรณ์

0:13

คุณคิดว่าจะพับกระดาษแผ่นหนึ่งได้กี่ครั้ง?

ไวยากรณ์

How many times can you + คำกริยารูปพื้นฐาน?

โครงสร้าง How many times can you + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ถามจำนวนครั้งที่สามารถทำหรือได้รับอนุญาตให้ทำซ้ำได้ ในประโยคนี้ถามว่ากระดาษหนึ่งแผ่นพับได้กี่ครั้ง ตรงนี้ times หมายถึง “จำนวนครั้ง” หรือการทำซ้ำ ไม่ใช่ปริมาณเวลา ใช้รูปคำถามนี้เมื่องาน การทดลอง หรือความท้าทายเน้นการนับการกระทำที่ทำซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้เป็นการถามจำนวนครั้ง: ____ can you press the button before the light turns off?

ดูคำตอบ

How many times

Assume that one had a piece of paper that was very fine, โน้ต

0:17

สมมติว่ามีคนหนึ่งมีกระดาษที่บางมากๆ

วลี

Assume that + อนุประโยค

Assume that + อนุประโยค ใช้บอกผู้ฟังหรือผู้อ่านให้ถือว่าเงื่อนไขหนึ่งเป็นจริงสำหรับส่วนถัดไปของการคำนวณ คำอธิบาย หรือการให้เหตุผล อนุประโยคหลัง that จะระบุเงื่อนไขนั้น ในประโยคนี้ใช้แนะนำกระดาษชนิดสมมติเพื่อใช้ในการให้เหตุผล เงื่อนไขนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วหรือความเชื่อส่วนตัว แต่เป็นจุดเริ่มต้นชั่วคราวที่การให้เหตุผลต่อจากนั้นต้องอาศัย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแนะนำข้อสมมติชั่วคราวสำหรับการคำนวณได้ชัดเจนที่สุด

  1. Prove that the train travels at a constant speed.
  2. Believe that the train travels at a constant speed.
  3. Assume that the train travels at a constant speed.
ดูคำตอบ

Assume that the train travels at a constant speed.

การใช้คำ

very fine paper: วัสดุที่บางและละเอียดมาก

ใน very fine paper คำว่า fine บอกคุณสมบัติทางกายภาพของกระดาษว่า บางและละเอียดมาก ส่วน very ทำให้ความหมายด้านวัสดุนี้เข้มขึ้น fine ตรงนี้ไม่ได้เป็นการประเมินทั่ว ๆ ไปว่า “ดี” หรือ “พอใช้” คำนาม paper และการกล่าวถึงกระดาษที่ใช้พิมพ์คัมภีร์ไบเบิลช่วยชี้ว่าเป็นความหมายด้านวัสดุ ในความหมายที่กว้างขึ้น fine ใช้บรรยายสิ่งที่มีอนุภาคเล็กมาก บางมาก หรือแคบมากได้ เช่น fine dust หรือ a fine line

แบบฝึกหัด

fine หมายถึงอะไรในประโยคนี้? “The book is printed on very fine paper so it will not become too thick.”

  1. มีคุณภาพสูงมาก
  2. พอใช้แต่ไม่พิเศษ
  3. บางและละเอียดมาก
ดูคำตอบ

บางและละเอียดมาก

like the kind they typically use to print the Bible. วัฒนธรรม

0:20

แบบเดียวกับที่พวกเขาใช้พิมพ์คัมภีร์ไบเบิล

วัฒนธรรม

the kind they typically use to print the Bible: การใช้กระดาษบางที่คุ้นเคยเป็นสิ่งอ้างอิง

วลีนี้ย้อนกลับไปถึง paper ที่เพิ่งกล่าวถึง โดย the kind หมายถึง “กระดาษชนิดนั้น” และ they ใช้กล่าวโดยรวมถึงคนหรือสำนักพิมพ์ที่พิมพ์คัมภีร์ไบเบิล คัมภีร์ไบเบิลหลายฉบับมีหน้าจำนวนมาก จึงมักพิมพ์บนกระดาษที่บางและเบามากเพื่อไม่ให้หนังสือหนาเกินไป การอ้างถึงสิ่งนี้ช่วยให้ผู้ฟังนึกภาพความบางของกระดาษ ไม่ได้เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นเนื้อหาทางศาสนาในคัมภีร์ไบเบิล

แบบฝึกหัด

การกล่าวถึงคัมภีร์ไบเบิลในประโยคนี้มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นความเชื่อทางศาสนา
  2. เป็นตัวอย่างที่คุ้นเคยของกระดาษที่บางมาก
  3. บอกว่ามีข้อความจากคัมภีร์ไบเบิลพิมพ์อยู่บนกระดาษแล้ว
ดูคำตอบ

เป็นตัวอย่างที่คุ้นเคยของกระดาษที่บางมาก

In reality, ลำดับความ

0:24

ในความเป็นจริง

ลำดับความ

In reality, เพื่อเปรียบเทียบกับความเป็นจริง

In reality เป็นวลีเชื่อมความคิดที่พาผู้ฟังจากการสมมติ การคาดการณ์ หรือคำอธิบายแบบนามธรรม ไปสู่สิ่งที่เป็นจริงในโลกจริง วลีนี้บอกว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปเป็นการตรวจสอบความเป็นจริงอย่างชัดเจน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วยการเปรียบเทียบความคิดก่อนหน้ากับสิ่งที่สังเกตได้จริง และอาจนำไปสู่การแก้ไข ข้อสรุปที่น่าประหลาดใจ หรือคำอธิบายที่ใช้ได้จริงมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ In reality, ได้ถูกต้องเพื่อเปลี่ยนจากสิ่งที่คาดไว้ไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง

  1. The bag looks small. In theory, it holds ten books.
  2. The bag looks small. In addition, it holds ten books.
  3. The bag looks small. In reality, it holds ten books.
ดูคำตอบ

The bag looks small. In reality, it holds ten books.

it seems like a piece of silk. สำนวน

0:26

มันให้ความรู้สึกเหมือนแผ่นผ้าไหมเลยทีเดียว

สำนวน

seems like a piece of silk. การเปรียบเทียบจากความรู้สึก

seems like + วลีคำนาม ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งให้ความรู้สึกหรือมีลักษณะคล้ายอีกสิ่งหนึ่ง ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นสิ่งนั้นจริง ๆ ในประโยคนี้ a piece of silk เป็นภาพที่คุ้นเคยเพื่อสื่อว่ากระดาษเบา บาง และนุ่ม วลีนี้ช่วยอธิบายคุณสมบัติผ่านการเปรียบเทียบทางประสาทสัมผัส ไม่ได้หมายความว่ากระดาษทำจากผ้าไหมจริง ๆ

แบบฝึกหัด

จริงหรือไม่จริง: ในประโยค "The new backpack seems like a small suitcase" เป้ใบนั้นเป็นกระเป๋าเดินทางใบเล็กอย่างแน่นอน

  1. ไม่จริง
  2. จริง
ดูคำตอบ

ไม่จริง

To qualify these ideas, ลำดับความ

0:28

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

ลำดับความ

To qualify these ideas: การเพิ่มเงื่อนไขและข้อจำกัด

ในที่นี้ To qualify these ideas หมายถึง “เพิ่มเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเพื่อให้แนวคิดแม่นยำขึ้น” qualify เป็นสกรรมกริยา โดย the ideas คือข้อความที่กำลังถูกจำกัดขอบเขตหรือปรับให้รัดกุม ไม่ใช่คนที่กำลังถูกตัดสินว่ามีคุณสมบัติหรือไม่ เมื่ออยู่ต้นประโยคในฐานะวลีบอกจุดประสงค์ To qualify these ideas จะบอกวิธีจัดข้อมูลถัดไปว่า ผู้พูดกำลังจะเพิ่มรายละเอียดเพื่อกำหนดขอบเขตของสิ่งที่เพิ่งกล่าว

แบบฝึกหัด

To qualify these ideas ในที่นี้บอกอะไร?

  1. ปฏิเสธแนวคิดโดยไม่อธิบายเพิ่มเติม
  2. แสดงว่าแนวคิดผ่านข้อกำหนดด้านคุณสมบัติ
  3. เพิ่มเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเพื่อให้แนวคิดแม่นยำขึ้น
ดูคำตอบ

เพิ่มเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเพื่อให้แนวคิดแม่นยำขึ้น

let's say you have a paper that's 1/1000 of a centimeter in thickness. วลี

0:30

สมมติว่าคุณมีกระดาษที่มีความหนา 1/1000 เซนติเมตร

วลี

let's say: การนำเสนอตัวอย่างสมมติ

ในที่นี้ let's say หมายถึง “สมมติว่าสำหรับตัวอย่างนี้” ใช้เพื่อนำเสนอสถานการณ์ที่แต่งขึ้นหรือค่าที่เลือกไว้ เพื่อให้ผู้พูดอธิบายหรือคำนวณสิ่งถัดไปได้ โดย say ไม่ได้หมายถึงการพูดจริง ๆ โครงสร้างคือ let's say + อนุประโยค เช่น let's say the trip takes an hour และอาจตามด้วยค่าสั้น ๆ ได้ เช่น let's say ten minutes

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสนทนาสองคำจากบทเรียนที่ใช้เกริ่นค่าประมาณสมมติ: ____ the bus takes thirty minutes. When should we leave?

ดูคำตอบ

Let's say

วลี

การใช้ in thickness หลังค่าการวัด

in thickness บอกว่าค่าการวัดก่อนหน้าเป็นมิติด้านใด ในประโยคนี้ 1/1000 of a centimeter คือความหนาของกระดาษ ไม่ใช่ความยาวหรือความกว้าง ใช้โครงสร้าง be + ค่าการวัด + in thickness เมื่อใช้ thickness เป็นคำนาม บุพบท in จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้

แบบฝึกหัด

ใช้คำนาม thickness เติมประโยคให้สมบูรณ์: The glass is three millimeters ____.

ดูคำตอบ

in thickness

That is 10 to the power of -3 cm, การใช้คำ

0:35

นั่นคือ 10 ยกกำลัง -3 ซม.

การใช้คำ

10 to the power of -3: การอ่านเลขชี้กำลัง

โครงสร้างคือ ฐาน + to the power of + เลขชี้กำลัง ในประโยคนี้ 10 คือฐานและ -3 คือเลขชี้กำลัง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง 10⁻³ หรือหนึ่งในพัน power ในที่นี้หมายถึงการยกกำลังทางคณิตศาสตร์ เลขชี้กำลังติดลบทำให้ได้ส่วนกลับ: 10⁻³ = 1/10³

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบการอ่านเลขชี้กำลังให้สมบูรณ์: ten ____ negative three.

ดูคำตอบ

to the power of

which equals .001 cm.

0:39

ซึ่งเท่ากับ .001 ซม.

Let's also assume that you have a big piece of paper,

0:43

และลองสมมติว่าคุณมีกระดาษแผ่นใหญ่ด้วย

like a page out of the newspaper. วลี

0:46

เหมือนกับหน้าหนังสือพิมพ์

วลี

a page out of the newspaper: ใช้ out of เพื่อบอกแหล่งที่มา

ใน a page out of the newspaper คำว่า out of แสดงว่าหน้านั้นมาจากหนังสือพิมพ์ โดยเป็นส่วนหนึ่งที่นำออกมาจากสิ่งที่ใหญ่กว่า ไม่ได้หมายความว่าหน้านั้นอยู่ข้างนอกหนังสือพิมพ์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + out of + แหล่งที่มา เช่น a page out of a magazine หรือ a card out of a deck เมื่อใช้กับคำกริยาอย่าง take, pull หรือ tear ก็มักทำให้ความหมายของการนำสิ่งนั้นออกมาชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Mia นำกระดาษที่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของสมุดออกมา?

  1. Mia laid a sheet on top of her notebook.
  2. Mia tore a sheet out of her notebook.
  3. Mia wrote about her notebook on a sheet.
ดูคำตอบ

Mia tore a sheet out of her notebook.

Now,

0:49

ทีนี้

we begin to fold it in half. วลี

0:49

เราเริ่มพับครึ่งมัน

วลี

fold it in half: fold + กรรม + in half

Fold it in half หมายถึงพับสิ่งนั้นให้ด้านทั้งสองหรือปลายทั้งสองมาประกบกัน จนเกิดเป็นสองชั้นหรือสองส่วนที่เท่ากัน in half บอกผลที่ได้จากการพับ ไม่ได้บอกสถานที่ โครงสร้างทั่วไปคือ fold + กรรม + in half เช่น fold the paper in half ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ก็ยังวางไว้หลัง fold เช่น fold it in half

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง “ให้เกิดเป็นสองส่วนที่เท่ากัน” เพื่อทำคำสั่งให้สมบูรณ์: Fold the card ____ along the dotted line.

ดูคำตอบ

in half

How many times do you think it could be folded like that? ไวยากรณ์

0:52

คุณคิดว่าจะพับแบบนั้นได้กี่ครั้ง?

ไวยากรณ์

could be folded: ความเป็นไปได้ในโครงสร้างถูกกระทำ

could be folded ประกอบด้วย could + be + กริยาช่องสาม folded และเป็นโครงสร้างประโยคถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วยแบบ modal วลีนี้บอกว่ากระดาษอาจถูกพับได้ หรืออาจรับการพับได้ โดยเน้นกระดาษที่ได้รับผลจากการกระทำ ไม่ใช่คนที่พับ ในคำถามนี้ could แสดงความเป็นไปได้ในสถานการณ์สมมติ ไม่ได้หมายถึงความสามารถของกระดาษในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายการกระทำแบบถูกกระทำที่อาจเกิดขึ้นกับกระดาษได้ถูกต้อง

  1. The paper could folded.
  2. The paper could fold by someone.
  3. The paper could be folded.
ดูคำตอบ

The paper could be folded.

And another question.

0:56

และอีกคำถามหนึ่ง

If you could fold the paper over and over as many times as you wish, โน้ต

0:57

ถ้าคุณสามารถพับกระดาษทบไปทบมาได้หลายครั้งตามต้องการ

วลี

over and over: การทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ

Over and over เป็นวลีวิเศษณ์ที่หมายถึง “ซ้ำแล้วซ้ำอีก” หรือ “หลายครั้ง” ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่าการพับเกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว ให้เข้าใจ over ทั้งสองคำรวมกันเป็นสำนวนตายตัว ไม่ใช่คำบอกตำแหน่งสองคำแยกกัน เป็นสำนวนที่เป็นธรรมชาติในการสนทนาเพื่อบอกการกระทำซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ over and over เพื่อแสดงว่าการกระทำเดิมเกิดขึ้นซ้ำ ๆ

  1. She practiced the new song above and above.
  2. She practiced the new song only once.
  3. She practiced the new song over and over.
ดูคำตอบ

She practiced the new song over and over.

ไวยากรณ์

as many times as you wish: ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่ทำซ้ำ

ในที่นี้ as many times as you wish หมายถึง “ทำกี่ครั้งก็ได้ตามที่เลือก” จึงไม่มีการกำหนดจำนวนครั้งสูงสุดไว้ โดย wish หมายถึง “ต้องการ” หรือ “เลือกเอง” ไม่ได้หมายถึง “อธิษฐานขอพร” โครงสร้างคือ as many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ + as + อนุประโยค ใช้บอกจำนวนที่ไม่จำกัดได้ เช่น as many questions as you like

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่ทำซ้ำ” ให้สมบูรณ์: You may replay the lesson ____.

ดูคำตอบ

as many times as you wish

say 30 times, การใช้คำ

1:01

สมมติว่า 30 ครั้ง

การใช้คำ

say 30 times: say ที่หมายถึง “ตัวอย่างเช่น”

ในที่นี้ say ใช้เกริ่น 30 times ว่าเป็นตัวเลขตัวอย่าง หมายถึง “เช่น 30 ครั้ง” หรือ “สมมติว่าเป็น 30 ครั้ง” ไม่ได้สั่งให้ใครพูดคำว่า 30 times ออกมา การใช้ say แบบสั้นนี้ช่วยแทรกตัวเลข เวลา สถานที่ หรือตัวอย่างอื่นที่เป็นไปได้ โดยไม่ได้ยืนยันว่าค่านั้นแม่นยำ

แบบฝึกหัด

say ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: “Try the move, say, 30 times.”

  1. ระบุว่าจำนวนเท่ากับ 30 พอดี
  2. สั่งให้ใครบางคนพูดคำว่า “30 times” ออกมาดัง ๆ
  3. ใช้เกริ่น 30 ว่าเป็นตัวอย่าง
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่น 30 ว่าเป็นตัวอย่าง

what would you imagine the thickness of the paper would be then? ไวยากรณ์

1:03

คุณจินตนาการว่ากระดาษจะมีความหนาเท่าไหร่ในตอนนั้น?

ไวยากรณ์

What would you imagine ... would be? สำหรับการคาดคะเนเชิงสมมติ

What would you imagine ... would be? ใช้ชวนผู้ฟังให้คาดคะเนผลในสถานการณ์สมมติ would ตัวแรกทำให้คำถามมีน้ำเสียงไม่ตรงเกินไปและเป็นเชิงสมมติ แทนที่จะถามข้อเท็จจริงในปัจจุบันโดยตรง หลัง imagine อนุประโยคที่เป็นเนื้อหาใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: the thickness of the paper would be ส่วน would ตัวที่สองอยู่ในผลที่จินตนาการไว้ จึงไม่ใช่คำซ้ำที่เกิดจากความผิดพลาด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ถามการคาดคะเนเชิงสมมติได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. What would you imagine the travel time would be?
  2. What would you imagine would the travel time be?
  3. What would you imagine the travel time would?
ดูคำตอบ

What would you imagine the travel time would be?

Before you move on, ลำดับความ

1:07

ก่อนที่คุณจะไปต่อ

ลำดับความ

Before you move on เพื่อหยุดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

Before you move on เป็นสัญญาณที่ช่วยจัดลำดับขั้นตอน โดยหยุดผู้ฟังไว้ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนหรือส่วนถัดไป และบอกว่ามีสิ่งที่ต้องใส่ใจก่อน เช่น คิด ตรวจสอบ หรือบันทึก ในที่นี้ move on หมายถึงดำเนินต่อไปยังขั้นตอนหรือหัวข้อถัดไป ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ของร่างกาย

แบบฝึกหัด

ในบทแนะนำ Before you move on มักหมายความว่าอย่างไร

  1. หลังจากทำทุกขั้นตอนเสร็จ
  2. ก่อนเดินไปยังอีกที่หนึ่ง
  3. ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
ดูคำตอบ

ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

I encourage you to actually think about a possible answer to this question. น้ำเสียง/เจตนา

1:08

ผมขอแนะนำให้คุณลองคิดถึงคำตอบที่เป็นไปได้สำหรับคำถามนี้จริงๆ ดูก่อน

น้ำเสียง/เจตนา

I encourage you to actually think about...: การกระตุ้นให้คิดอย่างสุภาพ

I encourage you to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีสุภาพในการกระตุ้นให้ใครสักคนทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังชี้นำให้ผู้ฟังคิด ไม่ได้ออกคำสั่งหรือเพียงให้กำลังใจทางอารมณ์เท่านั้น actually ช่วยเน้นว่าผู้ฟังควรหยุดและคิดหาคำตอบอย่างจริงจัง แทนที่จะปล่อยให้คำถามผ่านไปเฉย ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ encourage + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ครูต้องการกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดทบทวนอย่างสุภาพ โดยยังเปิดโอกาสให้เลือก ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. I encourage you to actually think about why the result changed.
  2. Think about why the result changed right now.
  3. You must think about why the result changed.
ดูคำตอบ

I encourage you to actually think about why the result changed.

Okay,

1:14

เอาล่ะ

after we have folded the paper once, ไวยากรณ์

1:14

หลังจากที่เราพับกระดาษหนึ่งครั้ง

ไวยากรณ์

after we have folded the paper once: การระบุขั้นตอนที่เสร็จสมบูรณ์

After ใช้บอกขั้นตอนที่เกิดก่อน และ have folded เป็น present perfect ซึ่งมีโครงสร้าง have + past participle เมื่อรวมกัน after we have folded... หมายความว่าต้องพับให้เสร็จก่อนที่ขั้นตอนถัดไปจะเริ่ม ในคำแนะนำ present perfect เน้นว่าขั้นตอนก่อนหน้าเสร็จสมบูรณ์แล้วและเน้นสภาพที่เกิดขึ้นตามมา ส่วนรูป simple present อย่าง after we fold... ก็มักใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่เน้นความเสร็จสมบูรณ์น้อยกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect ของ finish เพื่อเน้นว่าขั้นตอนแรกเสร็จสมบูรณ์แล้ว: After we ____ the first draft, we can edit it.

ดูคำตอบ

have finished

it is now 2/1000 of a centimeter in thickness.

1:17

ตอนนี้มันมีความหนาเป็น 2/1000 เซนติเมตร

If we fold it in half once again, ไวยากรณ์

1:21

ถ้าเราพับครึ่งมันอีกครั้ง

ไวยากรณ์

If we fold it in half once again: ใช้ if + simple present เพื่อบอกเงื่อนไข

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if นำเสนอการกระทำขั้นต่อไปในฐานะเงื่อนไข คือการพับสิ่งนั้นครึ่งหนึ่งอีกครั้ง และเตรียมผู้ฟังให้รอฟังผลที่จะตามมา สำหรับเงื่อนไขทั่วไปที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต ให้ใช้ simple present ในอนุประโยค if: If we fold.... ส่วนอนุประโยคบอกผลใช้ will หรือ can ได้ จึงไม่ต้องเติม will ในอนุประโยค if เพียงเพราะผลจะเกิดในอนาคต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงเงื่อนไขทั่วไปที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง?

  1. If we pressed this button, the light will turns on.
  2. If we press this button, the light will turn on.
  3. If we will press this button, the light turns on.
ดูคำตอบ

If we press this button, the light will turn on.

the paper will become 4/1000 of a centimeter.

1:23

กระดาษจะกลายเป็น 4/1000 เซนติเมตร

With every fold we make, ไวยากรณ์

1:27

ทุกครั้งที่เราพับ

ไวยากรณ์

With every fold we make: การเปลี่ยนแปลงหนึ่งครั้งต่อการกระทำที่เกิดซ้ำแต่ละครั้ง

With every fold we make หมายถึง “ทุกครั้งที่เราพับเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง” ในที่นี้ with เชื่อมการกระทำแต่ละครั้งที่เกิดซ้ำกับผลที่สอดคล้องกัน ไม่ได้หมายถึง “พร้อมกับ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ With every + คำนามนับได้เอกพจน์ แล้วตามด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง: With every step, the path gets steeper. คำว่า we make ระบุว่ากำลังนับรอยพับที่เราทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าราคาสูงขึ้นทุกครั้งที่เพิ่มตั๋วอีกหนึ่งใบ?

  1. With every extra ticket, the total price rises.
  2. After the final ticket, the total price rises.
  3. With one extra ticket, the total price rises.
ดูคำตอบ

With every extra ticket, the total price rises.

the paper doubles in thickness. วลี

1:29

กระดาษจะหนาขึ้นเป็นสองเท่า

วลี

double in thickness: มีความหนาเพิ่มเป็นสองเท่า

ในประโยคนี้ doubles เป็นคำกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม หมายถึงตัวกระดาษเปลี่ยนไปจนมีความหนาเป็นสองเท่าของเดิม ส่วน in thickness บอกว่าค่าที่เปลี่ยนคือความหนา รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + double + in + สิ่งที่วัด เช่น The image doubled in size. รูปแบบนี้บอกผลของการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้หมายความว่ากระดาษไปทำบางอย่างกับวัตถุอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ double: After one more fold, the paper ____ in thickness.

ดูคำตอบ

doubles

And if we continue to fold it again and again,

1:32

และถ้าเรายังคงพับต่อไปเรื่อยๆ

always in half,

1:35

โดยพับครึ่งเสมอ

we would confront the following situation after 10 folds. การใช้คำ

1:36

เราจะพบกับสถานการณ์ต่อไปนี้หลังจากพับ 10 ครั้ง

การใช้คำ

would confront the following situation: เผชิญกับสถานการณ์ต่อไปอย่างเป็นทางการ

ในประโยคนี้ confront รับ situation เป็นกรรมตรง และหมายถึง “เผชิญหน้าหรือจัดการกับ” ไม่ใช่ “ทะเลาะกับ” ส่วน following ชี้ไปยังสถานการณ์ที่จะนำเสนอต่อไป would แสดงว่านี่เป็นผลจากการคำนวณตามสมมติฐาน กล่าวคือ หลังจากพับสิบครั้ง เราจะพบกับสถานการณ์นี้ สำนวนทั้งหมดมีน้ำเสียงค่อนข้างเป็นทางการและใช้ในการอธิบาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนทางการได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่าเราจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ถัดไป

  1. We would confront with the following situation.
  2. We would confront the following situation.
  3. We would argue the following situation.
ดูคำตอบ

We would confront the following situation.

2 to the power of 10,

1:40

2 ยกกำลัง 10

meaning that you multiply 2 by itself 10 times, โน้ต

1:42

หมายความว่าคุณนำ 2 มาคูณกัน 10 ครั้ง

ลำดับความ

meaning that: คำที่ใช้เพื่ออธิบายความหมายของข้อความก่อนหน้า

meaning that ใช้เพื่อเริ่มคำอธิบายทันทีเกี่ยวกับสิ่งที่พูดไปก่อนหน้า ในประโยคนี้แสดงว่าส่วนที่ตามมาจะอธิบายว่านิพจน์ทางคณิตศาสตร์ก่อนหน้านั้นหมายความว่าอย่างไร ไม่ได้เพิ่มข้อสรุปใหม่ที่เป็นอิสระ แต่เปลี่ยนความคิดเดิมให้เป็นคำอธิบายที่เป็นรูปธรรมและเข้าใจง่ายขึ้น โครงสร้างคือ meaning that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

meaning that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. แนะนำข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. แสดงว่าผู้พูดปฏิเสธข้อความนั้น
  3. อธิบายความหมายของข้อความก่อนหน้า
ดูคำตอบ

อธิบายความหมายของข้อความก่อนหน้า

วลี

multiply 2 by itself 10 times: อธิบายการคูณตัวเดิมซ้ำ ๆ

multiply A by B หมายถึงนำ A และ B มาคูณกัน โดยใช้ทั้งสองจำนวนเป็นตัวคูณ ใน multiply 2 by itself คำว่า by itself หมายถึงตัวคูณตัวที่สองก็คือ 2 ไม่ได้หมายถึงการทำอะไรตามลำพัง ในที่นี้วลีนี้มีเจตนาอธิบาย 2^10 ว่าเป็นการคูณซ้ำ ๆ หากต้องการระบุจำนวนตัวคูณให้ชัดเจน ควรพูดว่า multiply ten 2s together ซึ่งหมายถึงมี 2 อยู่สิบตัวในผลคูณ ผู้ฟังเข้าใจ multiply 2 by itself 10 times ได้ แต่บางคนอาจตีความว่าเป็นการคูณเพิ่มอีกสิบครั้งหลังจากเริ่มด้วย 2

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความหมายที่ตั้งใจของ 2^10 ได้แม่นยำที่สุด

  1. คูณ 2 ด้วย 10
  2. คูณ 2 สิบตัวเข้าด้วยกัน
  3. บวก 2 เข้ากับตัวมันเอง 10 ครั้ง
ดูคำตอบ

คูณ 2 สิบตัวเข้าด้วยกัน

is 1,024 thousandths of a centimeter,

1:46

คือ 1,024 ส่วนพันของเซนติเมตร

which is a little bit over 1 centimeter. วลี

1:51

ซึ่งเกิน 1 เซนติเมตรมานิดหน่อย

วลี

a little bit over:มากกว่าค่าที่ระบุเล็กน้อย

ในประโยค which is a little bit over 1 centimeter, a little bit over หมายถึงมากกว่า 1 เซนติเมตรเพียงเล็กน้อย ใช้บอกว่าปริมาณนั้นเกินค่าที่วัดไว้เล็กน้อย โดยไม่ได้ระบุว่าเกินเท่าไรอย่างแน่นอน ในที่นี้ over หมายถึงการเกินขอบเขตของตัวเลข ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ด้านบน a little bit บอกว่าปริมาณที่เกินนั้นมีน้อย จึงเป็นการบอกค่าประมาณในภาษาพูดหรือการอธิบาย

แบบฝึกหัด

ในประโยค The package weighs a little bit over two kilograms, a little bit over two kilograms หมายความว่าอย่างไร

  1. เท่ากับสองกิโลกรัมพอดี
  2. มากกว่าสองกิโลกรัมเล็กน้อย
  3. มากกว่าสองกิโลกรัมมาก
ดูคำตอบ

มากกว่าสองกิโลกรัมเล็กน้อย

Assume we continue folding the paper in half.

1:54

สมมติว่าเราพับกระดาษครึ่งหนึ่งต่อไป

What will happen then?

1:57

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

If we fold it 17 times,

1:59

ถ้าเราพับ 17 ครั้ง

we'll get a thickness of 2 to the power of 17, วลี

2:01

เราจะได้ความหนาเท่ากับ 2 ยกกำลัง 17

วลี

we'll get a thickness of:ได้ค่าความหนาจากการคำนวณหรือการวัด

ใน we'll get a thickness of 2 to the power of 17, we'll get หมายถึงการคำนวณหรือกระบวนการจะให้ผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือรับสิ่งของจริง a thickness of ใช้แนะนำประเภทของผลลัพธ์ ส่วนตัวเลขหรือข้อความหลัง of จะบอกค่า โครงสร้าง we'll get a measurement of value ใช้แสดงผลลัพธ์ที่คาดการณ์หรือคำนวณได้ เหมาะสำหรับอธิบายว่าจะได้อะไรหลังจากขั้นตอนทางคณิตศาสตร์หรือการทดลอง

แบบฝึกหัด

ในประโยค We'll get a thickness of 5 millimeters after the test คำว่า get หมายถึงอะไร

  1. หยิบวัตถุจริง
  2. ได้ผลลัพธ์จากการคำนวณหรือการวัด
  3. ย้ายความหนาไปที่ใดที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

ได้ผลลัพธ์จากการคำนวณหรือการวัด

which is 131 cm,

2:04

ซึ่งก็คือ 131 ซม.

and that equals just over 4 ft.

2:07

และนั่นเท่ากับเกิน 4 ฟุตมาเล็กน้อย

If we were able to fold it 25 times, ไวยากรณ์

2:10

ถ้าเราสามารถพับได้ 25 ครั้ง

then we would get 2 to the power of 25,

2:13

เราก็จะได้ 2 ยกกำลัง 25

ไวยากรณ์

If we were able to... then we would... เพื่อบอกผลลัพธ์ตามสมมติฐาน

ประโยคนี้สมมติถึงความสามารถที่ติดข้อจำกัดในความเป็นจริงหรือแทบเป็นไปไม่ได้ ใน If we were able to fold it 25 times คำว่า were able to ไม่ได้บอกว่าเคยทำสำเร็จในอดีต แต่รูปอดีตช่วยทำให้สมมติฐานนี้ห่างจากสถานการณ์จริง อนุประโยคผลลัพธ์ใช้ would get เพื่อแสดงว่าจะเกิดอะไรขึ้นภายในสถานการณ์ที่สมมติขึ้นมา ส่วน then ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น แต่ตัด then ออกได้โดยที่ประโยคยังสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอความสามารถว่าเป็นความเป็นไปได้เชิงทฤษฎีที่ติดข้อจำกัดในความเป็นจริง

  1. If we were able to build a bridge that long, it would cross the whole valley.
  2. If we are able to build a bridge that long, it will cross the whole valley.
  3. We were able to build a bridge that long, so it crossed the whole valley.
ดูคำตอบ

If we were able to build a bridge that long, it would cross the whole valley.

which is 33,554 cm,

2:16

ซึ่งก็คือ 33,554 ซม.

just over 1,100 ft.

2:21

เกิน 1,100 ฟุตมานิดหน่อย

That would make it almost as tall as the Empire State Building. โน้ต

2:24

นั่นจะทำให้มันสูงพอๆ กับตึกเอ็มไพร์สเตตเลยทีเดียว

ไวยากรณ์

make it almost as tall as เพื่อทำให้เกิดสภาพผลลัพธ์

make ในที่นี้หมายถึงทำให้เกิดสภาพหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงสร้างสิ่งของ โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ ใช้อธิบายสภาพที่เป็นผลลัพธ์ เช่น make it tall หมายถึงทำให้มันสูงขึ้น almost as tall as ใช้เริ่มการเปรียบเทียบความสูง โดย as tall as หมายถึงสูงเท่ากัน ส่วน almost แสดงว่าความสูงใกล้เคียงมากแต่ยังไม่เท่ากันทั้งหมด would บอกว่าสภาพนี้เป็นผลจากเงื่อนไขสมมติที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make + กรรม + คำคุณศัพท์ ได้ถูกต้องเพื่อบอกการเปรียบเทียบแบบเกือบเท่ากันที่เกิดจากน้ำที่เพิ่มเข้ามา

  1. The extra water would make the backpack into a suitcase.
  2. The extra water would make the backpack look like a suitcase.
  3. The extra water would make the backpack almost as heavy as a suitcase.
ดูคำตอบ

The extra water would make the backpack almost as heavy as a suitcase.

วัฒนธรรม

the Empire State Building ในฐานะจุดอ้างอิงความสูง

ตึกเอ็มไพร์สเตตเป็นตึกระฟ้าที่มีชื่อเสียงในนครนิวยอร์ก ในประโยคนี้ ความสูงที่คนทั่วไปรู้จักของตึกช่วยให้ผู้ฟังเห็นภาพที่เป็นรูปธรรมของ almost as tall as การเอ่ยชื่อนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเล่าเรื่องตัวอาคาร แต่เปลี่ยนผลลัพธ์ที่เป็นนามธรรมให้เป็นมาตราส่วนที่จินตนาการได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ทำไมผู้พูดจึงกล่าวถึง the Empire State Building?

  1. เพื่ออธิบายประวัติของอาคาร
  2. เพื่อบอกว่าวัตถุนั้นผลิตที่ไหน
  3. เพื่อให้จุดอ้างอิงด้านความสูงที่คุ้นเคย
ดูคำตอบ

เพื่อให้จุดอ้างอิงด้านความสูงที่คุ้นเคย

It's worthwhile to stop here and reflect for a moment. น้ำเสียง/เจตนา

2:29

มันคุ้มค่าที่จะหยุดตรงนี้และทบทวนสักครู่

น้ำเสียง/เจตนา

It's worthwhile to stop here and reflect: การชวนให้หยุดคิดอย่างนุ่มนวล

It's worthwhile to ... หมายถึงการกระทำนั้นคุ้มค่ากับเวลาหรือความพยายามที่ต้องใช้ ใน to stop here and reflect คำว่า here หมายถึงจุดนี้ของคำอธิบาย ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง และ stop กับ reflect ใช้ to ตัวเดียวกัน ผู้พูดบอกว่าการหยุดนั้นคุ้มค่าแทนที่จะออกคำสั่ง จึงเป็นการชวนผู้ฟังอย่างนุ่มนวลให้คิดถึงสิ่งที่เพิ่งได้ยิน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ It is worthwhile to + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งใช้แนะนำการกระทำด้วยการบอกคุณค่าโดยไม่ออกคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง It's worthwhile to ...: Before we make a final choice, ____ review the facts.

ดูคำตอบ

it's worthwhile to

Folding a paper in half,

2:32

การพับกระดาษครึ่งหนึ่ง

even a paper as fine as that of the Bible, ไวยากรณ์

2:34

แม้แต่กระดาษที่บางเฉียบอย่างของคัมภีร์ไบเบิล

ไวยากรณ์

even a paper as fine as that of the Bible: การเปรียบเทียบแบบยอมรับเงื่อนไขสุดขั้ว

Even ยกกรณีสุดขั้วที่คนอาจคาดว่าจะทำให้ผลเปลี่ยนไปขึ้นมา แต่ข้อความที่ตามมายังคงเป็นจริงแม้กระดาษจะบางขนาดนี้ โครงสร้าง even + คำนาม + as + คำคุณศัพท์ + as ... แสดงการเปรียบเทียบที่ยอมรับเงื่อนไขสุดขั้วแต่ผลยังไม่เปลี่ยน ในที่นี้ fine หมายถึง “บางมากหรือละเอียด” ไม่ใช่ “ยอดเยี่ยม” ใน that of the Bible คำว่า that ใช้แทน paper ดังนั้นจึงเป็นการเปรียบเทียบกระดาษแผ่นหนึ่งกับกระดาษที่ใช้ในพระคัมภีร์ ไม่ใช่เปรียบเทียบกระดาษกับตัวหนังสือ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดถอดความวลีที่เน้นไว้ได้ตรงที่สุด?

  1. กระดาษหนึ่งแผ่นที่วางไว้ข้างพระคัมภีร์
  2. แม้แต่กระดาษหนึ่งแผ่นที่บางเท่ากับกระดาษที่ใช้ในพระคัมภีร์
  3. เฉพาะพระคัมภีร์ที่ทำจากกระดาษคุณภาพเยี่ยม
ดูคำตอบ

แม้แต่กระดาษหนึ่งแผ่นที่บางเท่ากับกระดาษที่ใช้ในพระคัมภีร์

25 times would give us a paper almost a quarter of a mile. การใช้คำ

2:37

การพับ 25 ครั้งจะทำให้เราได้กระดาษที่มีความหนาเกือบหนึ่งในสี่ไมล์

การใช้คำ

would give us: การก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คาดไว้

ในที่นี้ would give us หมายถึง “จะทำให้เราได้ผลลัพธ์” หรือ “จะนำไปสู่” ประธานคือการทำซ้ำหรือการคำนวณ และกระดาษคือผลลัพธ์ที่คาดการณ์ไว้ give ไม่ได้หมายถึงการยื่นสิ่งของให้กันจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X would give someone Y โดย X เป็นเงื่อนไข การกระทำ หรือปริมาณ ส่วน Y เป็นผลลัพธ์ Would แสดงว่าผลลัพธ์นั้นเป็นสิ่งสมมติหรือคำนวณได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “จะทำให้เราได้ผลลัพธ์”: A second measurement ____ a more reliable average.

ดูคำตอบ

would give us

การใช้คำ

almost a quarter of a mile: เกือบหนึ่งในสี่ไมล์

a quarter of a mile หมายถึง “หนึ่งในสี่ของหนึ่งไมล์” โดย quarter ในที่นี้คือเศษส่วน 1/4 ไม่ใช่เหรียญ 25 เซนต์ almost บอกว่าระยะนั้นใกล้กับค่านี้มาก แต่ยังไม่ถึง รูปแบบ almost + a fraction of + a unit ใช้บอกค่าประมาณแทนค่าที่วัดได้อย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “The trail is almost a quarter of a mile long.” ค่าระยะทางนี้หมายถึงอะไร

  1. ยี่สิบห้าไมล์
  2. หนึ่งในสี่ไมล์พอดี
  3. น้อยกว่าหนึ่งในสี่ไมล์เล็กน้อย
ดูคำตอบ

น้อยกว่าหนึ่งในสี่ไมล์เล็กน้อย

What do we learn? ลำดับความ

2:42

เราเรียนรู้อะไรจากสิ่งนี้?

ลำดับความ

What do we learn?: คำถามที่เชื่อมไปสู่ข้อสรุป

ในที่นี้ What do we learn? ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อถามหาข้อมูลที่ผู้พูดไม่รู้ ผู้พูดมีผลการคำนวณอยู่แล้ว และใช้คำถามนี้นำผู้ฟังไปสู่บทเรียนหรือข้อสรุป ในการอธิบาย คำถามลักษณะนี้จัดลำดับข้อมูลเป็นหลักฐานก่อน แล้วจึงตามด้วยประเด็นสำคัญ ทั้งยังดึงความสนใจของผู้ฟังกลับมาที่ใจความหลัก

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอเพิ่งแสดงผลการทดสอบแล้วถามว่า “What do we learn?” จุดประสงค์หลักของคำถามนี้คืออะไร

  1. เพื่อประกาศว่าผู้นำเสนอลืมผลลัพธ์
  2. เพื่อถามผู้ฟังว่าเรียนวิชาอะไรที่โรงเรียน
  3. เพื่อเปลี่ยนจากผลลัพธ์ไปสู่ข้อสรุปสำคัญ
ดูคำตอบ

เพื่อเปลี่ยนจากผลลัพธ์ไปสู่ข้อสรุปสำคัญ

This type of growth is called exponential growth, การใช้คำ

2:43

การเติบโตประเภทนี้เรียกว่าการเติบโตแบบก้าวกระโดด

การใช้คำ

is called exponential growth: การตั้งชื่อให้ปรากฏการณ์

ในประโยคนี้ is called exponential growth เป็นการให้คำศัพท์มาตรฐานแก่การเติบโตชนิดนี้ โครงสร้างคือ สิ่งที่กล่าวถึง + be called + ชื่อหรือคำศัพท์ โดย This type of growth คือสิ่งที่ถูกตั้งชื่อ และ exponential growth คือคำศัพท์นั้น วางชื่อไว้หลัง called โดยตรง โครงสร้างนี้ช่วยเปลี่ยนจากการอธิบายสิ่งหนึ่งไปสู่การบอกชื่อหรือให้คำนิยาม

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างตั้งชื่อ be called: A process in which liquid changes into gas ____ evaporation.

ดูคำตอบ

is called

and as you see, ลำดับความ

2:47

และอย่างที่คุณเห็น

ลำดับความ

as you see: ดึงความสนใจกลับไปยังหลักฐานที่มองเห็นได้

as you see เป็นคำเชื่อมที่ดึงความสนใจของผู้ฟังกลับไปยังหลักฐานที่เพิ่งแสดง และเตรียมให้ผู้ฟังรับข้อสังเกตหรือข้อสรุปต่อไป ในที่นี้ see หมายถึงสังเกตหรือเข้าใจจากหลักฐาน ไม่ได้หมายถึงมีความสามารถในการมองเห็น คำนี้จัดข้อมูลตามลำดับดังนี้: แสดงบางอย่าง ใช้ as you see แล้วจึงบอกว่าหลักฐานนั้นแสดงอะไร

แบบฝึกหัด

as you see ทำหน้าที่อะไรในประโยคนำเสนอนี้? As you see, the water level is above the red line?

  1. ชมว่าผู้ฟังมีสายตาดี
  2. ดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังหลักฐานที่มองเห็นได้
  3. บอกว่าผู้ฟังไม่สามารถเข้าถึงหลักฐานได้
ดูคำตอบ

ดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังหลักฐานที่มองเห็นได้

just by folding a paper we can go very far, โน้ต

2:48

แค่เพียงการพับกระดาษเราก็สามารถไปได้ไกลมาก

ไวยากรณ์

just by folding a paper: ใช้ by + gerund เพื่อบอกวิธี

by + gerund ใช้บอกการกระทำที่เป็นวิธีทำให้เกิดผลลัพธ์ ใน by folding a paper คำว่า folding บอกว่าผลลัพธ์หลังจากนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ตรงนี้ by เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามมาจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ folding ไม่ใช่ fold just แปลว่า “เพียงแค่” หรือ “แค่” และเน้นว่าการกระทำง่าย ๆ เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่ามาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ fold: Just by ____ the map once, Mia made it fit in her pocket.

ดูคำตอบ

folding

but very fast too.

2:52

และเร็วมากเช่นกัน

สำนวน

go very far, but very fast too: เปรียบการเติบโตกับการเคลื่อนที่

go very far และ go very fast ใช้ภาษาที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่เป็นคำเปรียบเทียบ far บอกขนาดหรือระดับของผลลัพธ์ ส่วน fast บอกว่าไปถึงผลลัพธ์นั้นเร็วเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าคนหรือสิ่งของกำลังเดินทางจริง ๆ ในที่นี้ but ... too เพิ่มประเด็นที่สองซึ่งค่อนข้างน่าประหลาดใจ คือกระบวนการนี้ไม่เพียงไปถึงผลลัพธ์ที่ใหญ่มาก แต่ยังไปถึงได้อย่างรวดเร็วด้วย but ไม่ได้ปฏิเสธความคิดแรก

แบบฝึกหัด

ในการพูดถึงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว we can go very far, but very fast too หมายความว่าอย่างไร?

  1. ตัวเลขมีขนาดใหญ่มากภายในเวลาอันสั้น
  2. ตัวเลขยังคงมีขนาดเล็กเพราะกระบวนการจบลงอย่างรวดเร็ว
  3. มีคนถือกระดาษเดินทางเป็นระยะไกลด้วยความเร็วสูง
ดูคำตอบ

ตัวเลขมีขนาดใหญ่มากภายในเวลาอันสั้น

Summarizing, ลำดับความ

2:54

สรุปแล้ว

ลำดับความ

Summarizing, ในฐานะสัญญาณเข้าสู่การสรุป

ในที่นี้ Summarizing, ทำหน้าที่เป็นสัญญาณบอกโครงสร้าง โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะรวบรวมประเด็นสำคัญหรือกล่าวผลสรุปโดยรวม หน้าที่ของคำนี้คือจัดระเบียบเนื้อหาที่จะตามมา ไม่ใช่เพียงบรรยายการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อได้ยินคำนี้ ให้คาดว่าจะมีการทบทวน ข้อสรุป หรือรายการสั้น ๆ ของข้อเท็จจริงสำคัญ สัญญาณแบบนี้ช่วยให้ติดตามโครงสร้างของคำพูดได้

แบบฝึกหัด

ในคำพูด คำขึ้นต้น Summarizing, ตรงนี้ส่งสัญญาณว่าอะไร?

  1. ผู้ฟังต้องเขียนบทสรุปเดี๋ยวนี้
  2. กำลังจะเริ่มหัวข้อใหม่ที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
  3. กำลังจะมีการทบทวนประเด็นสำคัญ
ดูคำตอบ

กำลังจะมีการทบทวนประเด็นสำคัญ

if we fold a paper 25 times,

2:55

ถ้าเราพับกระดาษ 25 ครั้ง

the thickness is almost a quarter of a mile.

2:58

ความหนาจะเกือบหนึ่งในสี่ไมล์

30 times,

3:02

30 ครั้ง

the thickness reaches 6.5 mi, การใช้คำ

3:03

ความหนาจะถึง 6.5 ไมล์

การใช้คำ

the thickness reaches 6.5 mi: reach ตามด้วยค่าที่วัดได้

ใน the thickness reaches 6.5 mi คำว่า reach หมายถึงค่าที่วัดได้ไปถึงระดับหนึ่ง ประธานคือสิ่งที่วัด นั่นคือ the thickness และหลัง reach ตามด้วยค่าตัวเลขได้โดยตรงโดยไม่ต้องมีคำบุพบท โครงสร้าง “สิ่งที่วัด + reach + ตัวเลข” พบได้บ่อยในการอธิบายอุณหภูมิ ความเร็ว ความสูง ขนาด และสถิติ โดยเน้นระดับที่ไปถึง ไม่ใช่การเคลื่อนที่ไปยังสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป simple present ของ reach: During each test, the temperature ____ 90 degrees Celsius.

ดูคำตอบ

reaches

which is about the average height that planes fly.

3:06

ซึ่งเป็นความสูงเฉลี่ยที่เครื่องบินบินโดยประมาณ

40 times,

3:08

40 ครั้ง

the thickness is nearly 7,000 mi,

3:10

ความหนาจะเกือบ 7,000 ไมล์

or the average GPS satellite's orbit. วัฒนธรรม

3:13

หรือเท่ากับวงโคจรเฉลี่ยของดาวเทียม GPS

วัฒนธรรม

the average GPS satellite's orbit ในฐานะตัวอ้างอิงขนาด

วลีคำนามแสดงความเป็นเจ้าของนี้หมายถึงวงโคจรของดาวเทียม GPS ทั่วไป หรือเส้นทางที่ดาวเทียมโคจรรอบโลก เครื่องหมาย “'s” ใน “satellite's” แสดงความเป็นเจ้าของ ดังนั้นจึงหมายถึงวงโคจร ไม่ใช่ตัวดาวเทียมเอง ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้วงโคจรเป็นตัวอ้างอิงขนาดจากโลกจริง ช่วยให้ผู้ฟังนึกภาพค่าที่ใหญ่มากได้ง่ายขึ้น โดยเชื่อมโยงกับระยะทางในอวกาศที่เป็นรูปธรรม แทนที่จะเป็นเพียงตัวเลขนามธรรม “Average” หมายถึงค่าเฉลี่ยหรือแบบทั่วไป ไม่ใช่ดาวเทียมดวงใดดวงหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

วลี “the average GPS satellite's orbit” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ใช้สิ่งอ้างอิงจากโลกจริงเพื่อช่วยให้จินตนาการถึงค่าการวัดขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น
  2. บอกขนาดที่แน่นอนของดาวเทียม
  3. เรียกชื่อตัวยานอวกาศ GPS เอง
ดูคำตอบ

ใช้สิ่งอ้างอิงจากโลกจริงเพื่อช่วยให้จินตนาการถึงค่าการวัดขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น

48 times,

3:15

48 ครั้ง

the thickness is way over 1 million mi. วลี

3:17

ความหนาจะเกิน 1 ล้านไมล์ไปมาก

วลี

“way over 1 million mi.” เพื่อเน้นว่ามีปริมาณเกินกว่ามาก

“Way over” เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงมากกว่ามากหรือเกินกว่าอย่างมาก ใน “way over 1 million mi” คำว่า “over” ใช้หนึ่งล้านไมล์เป็นจุดอ้างอิง ส่วน “way” เน้นว่าปริมาณนั้นไม่ได้มากกว่าเพียงเล็กน้อย วลีนี้บอกขนาดโดยประมาณ ไม่ได้บอกส่วนต่างที่แน่นอน ในที่นี้ “way” ขยายความ “over” ไม่ได้หมายถึงถนนหรือเส้นทาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าจำนวนนั้นเกิน 50 ดอลลาร์ไปมาก

  1. The ticket price is just over 50 dollars.
  2. The ticket price is way over 50 dollars.
  3. The ticket price is exactly 50 dollars.
ดูคำตอบ

The ticket price is way over 50 dollars.

Now,

3:20

ทีนี้

if you think that the distance between the Earth and the Moon is less than 250,000 mi, วลี

3:21

ถ้าคุณคิดว่าระยะทางระหว่างโลกกับดวงจันทร์น้อยกว่า 250,000 ไมล์

วลี

distance between the Earth and the Moon: ระยะห่างระหว่าง A กับ B

Distance between A and B ใช้บอกว่าจุดอ้างอิงสองจุดอยู่ห่างกันเท่าใด ในประโยคนี้ A คือโลกและ B คือดวงจันทร์ วลีนี้จึงระบุขนาดของพื้นที่ที่คั่นระหว่างทั้งสอง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้งกับสถานที่จริงและระยะที่วัดได้บนมาตราส่วน เช่น ระยะระหว่างสองจุดบนเส้นจำนวน between ใช้เปิดคู่ของสิ่งที่นำมาเทียบ และ and ใช้นำสิ่งที่สองเข้ามา

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ทำให้เป็นโครงสร้าง distance between A and B อย่างถูกต้อง: The distance ____ the campsite and the lake is two miles.

ดูคำตอบ

between

then starting with a piece of Bible paper and folding it 45 times, วลี

3:27

ดังนั้นการเริ่มต้นด้วยกระดาษไบเบิลหนึ่งแผ่นแล้วพับมัน 45 ครั้ง

we get to the Moon. กริยาวลี

3:32

เราก็จะไปถึงดวงจันทร์ได้เลย

วลี

starting with a piece of Bible paper: starting with + คำนาม

Starting with + นามวลี ใช้นำเสนอวัสดุ เงื่อนไข หรือข้อมูลที่มีอยู่เมื่อเริ่มกระบวนการ ในที่นี้ กระดาษที่ใช้พิมพ์คัมภีร์ไบเบิลหนึ่งแผ่นคือวัสดุตั้งต้นก่อนการพับซ้ำ ๆ วลีนี้จึงกำหนดเงื่อนไขเริ่มต้น ไม่ได้เน้นว่าการเริ่มกำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น เมื่อวางไว้หน้าประโยคหลัก วลีนี้จะจัดลำดับคำสั่งหรือเหตุผลโดยบอกจุดเริ่มต้นก่อน แล้วจึงบอกการกระทำหรือผลลัพธ์ที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่ตรงตามบทเรียน เพื่อบอกว่าแผนที่เป็นทรัพยากรเริ่มต้น: ____ a simple map, we planned the shortest route.

ดูคำตอบ

Starting with

กริยาวลี

“get to the Moon”: ใช้ get to เพื่อบอกว่าไปถึง

ใน get to the Moon คำว่า get to หมายถึง “ไปถึง” หรือ “มาถึง” สถานที่หนึ่ง ในที่นี้ get ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” และบุพบท to ใช้บอกจุดหมาย โครงสร้าง get to + สถานที่ เน้นการไปถึงจุดหมาย เช่น get to school, get to the station หรือ get to the final level

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ไปถึง”: We need to ____ the museum before it closes.

ดูคำตอบ

get to

And if we double it one more time, วลี

3:34

และถ้าเราเพิ่มเป็นสองเท่าอีกครั้ง

วลี

“double it one more time”: คูณด้วยสองอีกครั้ง

ใน double it คำว่า double เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้ปริมาณปัจจุบันมีค่าเป็นสองเท่า” หรือคูณด้วยสอง ส่วน one more time บอกให้ทำขั้นตอนเดิมซ้ำอีกหนึ่งครั้ง ถ้าจำนวนหนึ่งถูกเพิ่มเป็นสองเท่าแล้ว double it one more time คือการนำจำนวนปัจจุบันมาคูณด้วยสองอีกครั้ง เมื่อทำให้เป็นสองเท่าสองครั้ง จำนวนเริ่มต้นจะกลายเป็นสี่เท่า

แบบฝึกหัด

ตอนนี้ปริมาณคือ 6 คำสั่งใดทำให้เป็น 12 โดยทำขั้นตอนเพิ่มเป็นสองเท่าซ้ำอีกหนึ่งครั้ง?

  1. Add one more to it.
  2. Double it one more time.
  3. Do it two more times.
ดูคำตอบ

Double it one more time.

we get back to Earth. กริยาวลี

3:36

เราก็จะกลับมาถึงโลก

กริยาวลี

get back to Earth: กลับไปยังสถานที่หนึ่ง

ใน “we get back to Earth.” วลี get back to Earth หมายถึงกลับมายังโลกหลังจากออกไปแล้ว คำว่า back เพิ่มความหมายว่า “กลับมา” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ด้านหลัง” โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ get back to + สถานที่ กาลแสดงที่คำว่า get โดยปัจจุบันใช้ get back to และอดีตใช้ got back to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ get back to ในรูปอดีต: Our class left school for a museum visit, and we ____ school by three o'clock.

ดูคำตอบ

got back to