ทำไมเราถึงถูกกำหนดมาให้โดดเดี่ยว: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: บทความมองความโดดเดี่ยวว่าเป็นราคาของโลกภายในที่ซับซ้อน และเป็นแหล่งของศิลปะ การรู้จักตนเอง และอุดมคติความใกล้ชิดที่สูงขึ้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “out on the ocean, drowning in the swell,” / “standing on the shore,”—สำนวนและการเปรียบเปรย: อ่านภาพทะเลเป็นความต่างระหว่างความเจ็บปวดส่วนตัวกับความช่วยเหลือที่จำกัด ไม่ใช่อุบัติเหตุจริง 2. “social intercourse”—ความหมายและระดับภาษา: รู้ว่าเป็นคำทางการแบบเก่าสำหรับปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ไม่ใช่เพศสัมพันธ์ 3. “what companionship must and could be.”—ไวยากรณ์และรูปประโยค: แยก must ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มั่นคงจาก could ซึ่งเป็นความเป็นไปได้ เพื่อสื่อความคาดหวังขั้นต่ำและอุดมคติที่สูงกว่า
คำอธิบายในบทเรียนนี้
There are a few more shameful confessions to make than that we are lonely.
0:05มีเรื่องน่าละอายไม่กี่เรื่องที่ต้องสารภาพ มากไปกว่าการยอมรับว่าเราเหงา
unless maybe they just moved country or been widowed. การใช้คำ
0:15เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาเพิ่งย้ายประเทศหรือเพิ่งเป็นม่าย
The basic assumption is that: การเกริ่นข้อสันนิษฐานที่ยังไม่พิสูจน์
The basic assumption is that ใช้เกริ่นความเชื่อที่เป็นจุดตั้งต้นของข้อโต้แย้งหรือมุมมองทางสังคม อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จะบอกเนื้อหาของความเชื่อนั้น การเรียกความเชื่อนี้ว่า assumption แสดงว่าเป็นแนวคิดที่ถูกยอมรับโดยยังไม่มีข้อพิสูจน์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว กรอบนี้ยังช่วยให้ผู้พูดเว้นระยะจากความเชื่อนั้น ผู้พูดสามารถเสนอข้อสันนิษฐานที่คนทั่วไปเชื่อก่อน แล้วจึงตรวจสอบ จำกัดขอบเขต หรือโต้แย้งในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมกรอบภาษาอังกฤษห้าคำที่ระบุว่าแนวคิดต่อไปนี้เป็นข้อสันนิษฐานพื้นฐานที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์: ____ every customer wants the cheapest option.
ดูคำตอบ
The basic assumption is that
moved country ในภาษาอังกฤษแบบบริติช
Moved country เป็นสำนวนแบบกระชับในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึง moved to another country to live ในสำนวนนี้ country ไม่ใช้คำนำหน้านามและไม่ใช้ to โดยทั้งวลีหมายถึงการเปลี่ยนประเทศที่อยู่อาศัย ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนย้ายประเทศหนึ่งทางกายภาพ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตที่อาจทำให้คนหนึ่งแยกออกจากวงสังคมเดิม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สำนวนแบบกระชับของภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึงย้ายไปอยู่อีกประเทศหนึ่ง
- After university, Maya moved country and started a new job in Canada.
- After university, Maya moved to the country and started farming.
- After university, Maya moved the country with an inspiring speech.
ดูคำตอบ
After university, Maya moved country and started a new job in Canada.
is an inexorable part of being a sensitive, intelligent human. วลี
0:21เป็นส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการเป็นมนุษย์ที่มีความอ่อนไหวและชาญฉลาด
ใช้ Yet in truth, เพื่อแก้ข้อสันนิษฐานก่อนหน้า
Yet in truth, เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่พาผู้อ่านออกจากข้อสันนิษฐานก่อนหน้า แล้วนำเข้าสู่สิ่งที่ผู้เขียนเสนอว่าเป็นสถานการณ์จริง ในที่นี้ วลีนี้แก้ความคิดที่ว่า คนที่น่านับถือไม่ควรรู้สึกโดดเดี่ยว Yet แสดงความขัดแย้ง ส่วน in truth ชี้ว่าข้อความใหม่คือการแก้ความเข้าใจให้ตรงกับความจริง เมื่อใช้ร่วมกันจึงทำมากกว่า but โดยจัดลำดับเหตุผลเป็น “ความคาดหมาย → การแก้ไข”
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้นใดบ่งบอกได้ดีที่สุดว่าผู้เขียนกำลังแก้ข้อสันนิษฐานก่อนหน้าและกำลังกล่าวถึงสิ่งที่เป็นจริง
- Loneliness can affect even successful people.
- Yet in truth, loneliness can affect even successful people.
- But loneliness can affect even successful people.
ดูคำตอบ
Yet in truth, loneliness can affect even successful people.
an inexorable part of: ส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
An inexorable part of หมายถึงส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ไม่อาจหยุด หลีกหนี หรือกำจัดออกไปได้ ในประโยคนี้ ผู้เขียนนำเสนอความโดดเดี่ยวอย่างมากว่าเป็นสิ่งที่แยกไม่ออกจากการเป็นคนอ่อนไหวและเฉลียวฉลาด Inexorable เพิ่มความรู้สึกถึงพลังหรือกระบวนการที่หยุดไม่ได้ จึงทำให้วลีนี้หนักแน่นและเป็นทางการกว่าการพูดเพียง a part of โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ an inexorable part of + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ an inexorable part of เพื่อนำเสนอว่าสิ่งหนึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือหยุดได้
- The blue cover is an inexorable part of this notebook.
- Change is an inexorable part of life, so we must learn to adapt.
- Fresh basil is an inexorable part of this recipe because I like its flavor.
ดูคำตอบ
Change is an inexorable part of life, so we must learn to adapt.
It's a built-in feature of a complex existence.
0:25มันเป็นคุณสมบัติที่ฝังแน่นอยู่ในการดำรงอยู่ที่ซับซ้อน
Much of what we need recognized and confirmed by others,
0:33หลายสิ่งที่เราต้องการให้ผู้อื่นรับรู้และยืนยัน
a lot of what it would be extremely comforting to share,
0:37หลายสิ่งที่จะรู้สึกสบายใจอย่างยิ่งหากได้แบ่งปัน
is going to be disturbing to society at large. วลี
0:40จะกลายเป็นเรื่องที่สร้างความไม่สบายใจให้กับสังคมโดยรวม
society at large: สังคมโดยรวม
ใน society at large คำว่า at large หมายถึง “โดยรวมทั้งหมด” หรือ “โดยทั่วไป” วลีนี้ขยายขอบเขตออกไปนอกเหนือจากคนคนเดียวหรือกลุ่มที่จำกัด เพื่อกล่าวถึงสังคมในวงกว้าง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปรียบเทียบปฏิกิริยาที่สาธารณชนทั่วไปอาจมี กับความสบายใจจากการแบ่งปันเรื่องนั้นเป็นการส่วนตัว จึงจัดวางความต่างระหว่างผู้ฟังกลุ่มเล็กที่ปลอดภัยกับสังคมทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ตามประโยคนี้ society at large หมายถึงอะไร
- ผู้คนที่อาศัยอยู่ในสถานที่ซึ่งมีขนาดใหญ่ทางกายภาพ
- สังคมทั้งหมด ไม่ใช่เพียงกลุ่มที่จำกัด
- คนที่หลบหนีและยังไม่ถูกจับ
ดูคำตอบ
สังคมทั้งหมด ไม่ใช่เพียงกลุ่มที่จำกัด
the recesses of our minds: ส่วนลึกที่ซ่อนอยู่ของจิตใจ
the recesses of our minds ใช้อุปลักษณ์เชิงพื้นที่ โดย recess คือส่วนลึกหรือส่วนที่ซ่อนอยู่ของสถานที่ จึงเปรียบว่าจิตใจมีพื้นที่ภายในที่เข้าถึงได้ยาก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงความคิดที่ถูกซ่อนจากผู้อื่น และแม้แต่เราเองก็อาจตรวจสอบได้ไม่ง่าย ภาพนี้เพิ่มความรู้สึกถึงความลึก ความลับ และการเข้าถึงที่จำกัด
แบบฝึกหัด
วลีใดอธิบายความกลัวที่ซ่อนลึกจนเจ้าตัวแทบไม่เคยตรวจสอบมันได้ดีที่สุด
- a fear on my mind
- a fear in the recesses of the mind
- a fear at the back of my mind
ดูคำตอบ
a fear in the recesses of the mind
โครงสร้างบอกผล too + คำคุณศัพท์ + to be
ในโครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to-infinitive คำว่า too หมายถึงมีระดับมากเกินไป ในที่นี้ too ครอบคลุมคำคุณศัพท์ทั้งสี่คำคือ odd, contrary, subtle และ alarming ส่วน to be safely revealed บอกผลที่ตามมา กล่าวคือลักษณะเหล่านี้ทำให้การเปิดเผยความคิดดังกล่าวไม่ปลอดภัยหรือไม่เหมาะสม To be revealed เป็น infinitive รูป passive หมายถึงความคิดถูกใครบางคนเปิดเผย วลีนี้บอกผลที่ถูกขัดขวางหรือไม่เหมาะสม ไม่ได้บอกจุดประสงค์ และ too ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ด้วย”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกผล too + คำคุณศัพท์ + to be: The crate is ____ heavy ____ lifted by one person.
ดูคำตอบ
too · to be
and understandably, mostly choose the latter. การใช้คำ
0:56และเป็นที่เข้าใจได้ว่า เรามักจะเลือกอย่างหลัง
face a choice between A and B: เผชิญกับทางเลือกระหว่างสองทาง
Face a choice หมายถึง “ต้องเผชิญและจัดการกับการตัดสินใจ” โครงสร้าง face a choice between A and B นำเสนอสองทางเลือกในฐานะการตัดสินใจที่อยู่ตรงหน้าและต้องรับมือ โดยมักมีแรงกดดันหรือความยากอยู่บ้าง ในที่นี้ A คือ honesty และ B คือ acceptability คำว่า face เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เผชิญ” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงใบหน้า ส่วน between ใช้นำเสนอสองทางเลือก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ face a choice between A and B ในรูปที่ถูกต้อง: The council ____ raising taxes and reducing services.
ดูคำตอบ
faces a choice between
the latter: ตัวเลือกที่สองจากสองตัวเลือกที่กล่าวถึง
the latter ใช้ย้อนกลับไปอ้างถึงคน สิ่งของ หรือแนวคิดลำดับที่สองจากสองอย่างที่เพิ่งกล่าวถึง ในประโยคนี้ honesty มาก่อนและ acceptability มาทีหลัง ดังนั้น the latter จึงหมายถึง acceptability การอ้างแบบนี้ช่วยเลี่ยงการพูดคำนามซ้ำและช่วยจัดระเบียบการเปรียบเทียบ โดยใช้ได้เมื่อรายการทั้งสองและลำดับของรายการนั้นชัดเจนเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ทีมสามารถย่นเวลาประชุมหรือเลื่อนการประชุมได้ ตัวเลือกใดใช้หมายถึงการเลื่อนการประชุมได้ถูกต้องใน “_____ would give us more preparation time”?
- The former
- The latter
- Later
ดูคำตอบ
The latter
and enter sympathetically into their experiences.
1:03และเข้าไปมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ของพวกเขาด้วยความเห็นอกเห็นใจ
It takes a lot of energy to: บอกว่าการกระทำต้องใช้อะไร
ในโครงสร้าง It takes + ทรัพยากรหรือปริมาณ + to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า it เป็นประธานสมมติและไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ ส่วน infinitive ระบุการกระทำ และส่วนตรงกลางระบุว่าการกระทำนั้นต้องใช้อะไร ในประโยคนี้ การกระทำที่เชื่อมกันทั้งสองอย่างต้องใช้ a lot of energy ได้แก่ การฟังผู้อื่นและการเข้าไปทำความเข้าใจประสบการณ์ของเขาด้วยความเห็นอกเห็นใจ ทรัพยากรที่ใช้ยังอาจเป็นเวลา ความอดทน ความกล้า หรือสิ่งอื่นที่การกระทำนั้นต้องการ
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง It takes ... to เติมประโยคให้สมบูรณ์: “____ patience ____ explain the rule calmly.”
ดูคำตอบ
It takes · to
We shouldn't blame others for their failure to focus on who we are.
1:06เราไม่ควรตำหนิคนอื่นที่พวกเขาไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่เราเป็น
the topic of their own lives at the center of the conversation.
1:15เรื่องราวชีวิตของพวกเขาเองให้เป็นศูนย์กลางของบทสนทนา
keep A at the center of B: ทำให้ A ยังคงเป็นศูนย์กลางของ B
โครงสร้าง keep + กรรม + at the center of + คำนาม หมายถึงการทำให้สิ่งหนึ่งยังคงเป็นจุดสนใจหลักของกิจกรรมหรือการสนทนา ในประโยคนี้ กรรมคือ “the topic of their own lives” และบริบทที่ใหญ่กว่าคือ “the conversation” keep ในที่นี้หมายถึงการรักษาสภาวะหนึ่งไว้ ไม่ได้หมายถึงการเก็บหรือเป็นเจ้าของสิ่งของ โครงสร้างนี้นำไปใช้กับจุดสนใจและบริบทอื่นได้ เช่น keeping safety at the center of a decision
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมาย keep A at the center of B ให้สมบูรณ์: The moderator tried to keep climate policy ____ the conversation.
ดูคำตอบ
at the center of
which really means that our pain is for us alone to endure.
1:22ซึ่งนั่นหมายความว่าความเจ็บปวดของเราก็มีเพียงเราคนเดียวที่ต้องแบกรับ
and others, even the nice ones, are standing on the shore,
1:33และคนอื่นๆ แม้แต่คนที่ดีๆ ก็ยังยืนอยู่บนชายฝั่ง
out on the ocean ... standing on the shore: อุปลักษณ์ต่อเนื่อง
ฉากมหาสมุทรนี้เป็นอุปลักษณ์ต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง การอยู่ในสภาพ “out on the ocean, drowning in the swell” วาดภาพคนที่ติดอยู่ในความทุกข์อันท่วมท้น ในที่นี้ swell หมายถึงการเคลื่อนตัวสูงขึ้นของน้ำทะเล ซึ่งสื่อถึงแรงที่ควบคุมได้ยาก ในทางตรงกันข้าม คนอื่น ๆ กำลัง “standing on the shore” โดยอยู่ในที่ปลอดภัยและแยกจากประสบการณ์นั้น พวกเขาอาจโบกมือและให้กำลังใจได้ แต่ไม่อาจเข้าไปอยู่ในความทุกข์หรือแบกรับการต่อสู้ของคนนั้นได้ทั้งหมด ภาพคู่กันนี้สื่อว่าแรงสนับสนุนอาจมาจากความหวังดีแต่ก็ยังมีขีดจำกัด
แบบฝึกหัด
ภาพทะเลและฝั่งที่จับคู่กันในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ผู้พูดกำลังบรรยายการช่วยชีวิตจริงที่คนบนฝั่งปฏิเสธจะลงมือ
- ผู้ที่กำลังทุกข์รู้สึกว่ารับไม่ไหว ขณะที่คนอื่นให้กำลังใจได้โดยไม่ได้ร่วมรับประสบการณ์นั้นอย่างเต็มที่
- ทุกคนกำลังเผชิญอันตรายเดียวกันร่วมกันและมีความสามารถช่วยเหลือเท่าเทียมกัน
ดูคำตอบ
ผู้ที่กำลังทุกข์รู้สึกว่ารับไม่ไหว ขณะที่คนอื่นให้กำลังใจได้โดยไม่ได้ร่วมรับประสบการณ์นั้นอย่างเต็มที่
on exactly the same page of the soul as us. สำนวน
1:44ที่อยู่ในหน้าเพจเดียวกันของจิตวิญญาณกับเราอย่างพอดิบพอดี
on exactly the same page of the soul as us: เข้ากับเราได้อย่างสมบูรณ์ถึงระดับจิตวิญญาณ
On the same page เป็นสำนวนที่หมายถึงคนหลายคนมีความเข้าใจ มุมมอง หรือเจตนาตรงกัน ไม่ได้หมายถึงหน้าหนังสือจริง ๆ ในประโยคนี้ ผู้เขียนเติม of the soul เพื่อขยายสำนวนอย่างสร้างสรรค์ จากการเห็นพ้องกันในเรื่องทั่วไปไปสู่การเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ในความรู้สึกและมุมมองภายในที่ลึกที่สุด Exactly เน้นว่าความสอดคล้องนี้สมบูรณ์ทั้งหมด ส่วน of the soul เป็นส่วนขยายที่ผู้เขียนสร้างขึ้น ไม่ใช่ส่วนที่จำเป็นของสำนวน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ on exactly the same page of the soul หมายความว่าอย่างไร
- เห็นด้วยกันเฉพาะเรื่องแผนปฏิบัติเรื่องเดียว
- อ่านหนังสือเล่มเดียวกันในเวลาเดียวกัน
- มีความรู้สึกลึก ๆ และมุมมองภายในเหมือนกันทุกประการ
ดูคำตอบ
มีความรู้สึกลึก ๆ และมุมมองภายในเหมือนกันทุกประการ
but there will be constant dissonance because we appeared on the earth at different times, สำนวน
1:49แต่จะมีความไม่ลงรอยกันเกิดขึ้นเสมอ เพราะเราปรากฏขึ้นบนโลกในเวลาที่ต่างกัน
long for utter congruity: โหยหาความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์
Long for หมายถึงต้องการบางสิ่งอย่างลึกซึ้งมาก โดยมักเป็นความต้องการที่ต่อเนื่องยาวนาน และสิ่งนั้นมักไม่มีอยู่ใกล้ตัวหรือได้มายาก ในที่นี้ long เป็นคำกริยา และ for นำหน้าสิ่งที่ปรารถนา Utter หมายถึง “สมบูรณ์” หรือ “โดยสิ้นเชิง” ส่วน congruity เป็นคำทางการที่หมายถึงความสอดคล้องหรือความกลมกลืน ดังนั้น long for utter congruity จึงหมายถึงการปรารถนาความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์อย่างแรงกล้า ส่วนการนำไปเปรียบกับ constant dissonance ในช่วงถัดไปทำให้ความปรารถนานี้ดูเหมือนจะเป็นจริงได้ยาก
แบบฝึกหัด
ข้อใดถ่ายทอดความหมายของ We will long for utter congruity ได้ดีที่สุด
- เราจะหลีกเลี่ยงการเห็นพ้องกัน
- เราจะปรารถนาความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์จากใจจริง
- เราจะขอให้ประนีประนอมเล็กน้อยเป็นเวลาสั้น ๆ
ดูคำตอบ
เราจะปรารถนาความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์จากใจจริง
constant dissonance: ความไม่สอดคล้องระหว่างผู้คนที่เกิดซ้ำ ๆ
Dissonance ตามความหมายตรงตัวคือการขาดความกลมกลืนทางดนตรี แต่ constant dissonance ในที่นี้เป็นอุปมา หมายถึงความตึงเครียดหรือความไม่สอดคล้องที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ระหว่างความคิด ความรู้สึก และมุมมองต่อโลกของผู้คน ไม่ได้กล่าวถึงเสียงหรือดนตรีจริง ๆ วลีนี้ถูกนำไปตรงข้ามกับ utter congruity ซึ่งหมายถึงความเห็นพ้องและความเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ ความขัดแย้งนี้ชี้ว่า แม้ผู้คนอาจต้องการความกลมกลืนอย่างเต็มที่ แต่ภูมิหลังทางครอบครัวและประสบการณ์ที่ต่างกันก็ยังสร้างความไม่สอดคล้องอยู่เรื่อย ๆ
แบบฝึกหัด
“constant dissonance” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ความคิดและความรู้สึกของผู้คนที่ไม่สอดคล้องกันอย่างต่อเนื่อง
- เสียงดนตรีที่เล่นอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา
- บทสนทนาสั้น ๆ ที่ทุกคนมีความคิดเห็นเหมือนกัน
ดูคำตอบ
ความคิดและความรู้สึกของผู้คนที่ไม่สอดคล้องกันอย่างต่อเนื่อง
are the product of different families and experiences,
1:54เป็นผลผลิตของครอบครัวและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน
and are just not made of quite the same fabric. สำนวน
1:57และไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากวัสดุเดียวกันเป๊ะๆ
not made of quite the same fabric: มีเนื้อแท้ไม่เหมือนกันทั้งหมด
Fabric ตามความหมายตรงตัวคือวัสดุที่เป็นผ้า แต่ในที่นี้เป็นอุปมาถึงคุณสมบัติ ภูมิหลัง และประสบการณ์ที่หล่อหลอมคนคนหนึ่ง หากคนสองคน are not made of quite the same fabric ก็หมายความว่าเนื้อแท้ของพวกเขาไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด ไม่ได้พูดถึงเสื้อผ้าหรือวัสดุของร่างกาย ในโครงสร้าง not ... quite the same คำว่า quite มีความหมายว่า “อย่างสมบูรณ์” การปฏิเสธจึงนุ่มนวลลง กล่าวคือ คนสองคนอาจมีลักษณะบางอย่างเหมือนกัน แต่บุคลิกหรือมุมมองไม่ได้เหมือนกันทุกประการ
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ “not made of quite the same fabric” ในบริบทนี้ได้เหมาะสมที่สุด
- ร่างกายของคนเหล่านี้ทำจากผ้าคนละชนิดกัน
- คนเหล่านี้มีบางอย่างคล้ายกัน แต่ภูมิหลังและคุณสมบัติไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
- คนเหล่านี้มีบุคลิกเหมือนกันทุกประการแม้จะมีประสบการณ์ต่างกัน
ดูคำตอบ
คนเหล่านี้มีบางอย่างคล้ายกัน แต่ภูมิหลังและคุณสมบัติไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
on coming out of the cinema: การใช้ on + -ing เพื่อบอกเวลา
ใน “on coming out of the cinema,” โครงสร้าง on + -ing หมายถึง “เมื่อ” หรือ “ทันทีหลังจาก” ประโยคนี้กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นขณะพวกเขาออกจากโรงภาพยนตร์ ไม่ได้หมายถึงการอยู่ “บน” สิ่งใดในเชิงสถานที่ ประธานที่ละไว้ของ coming เป็นตัวเดียวกับประธานในประโยคหลัก คือ they โครงสร้างย่อ on + -ing วางเหตุการณ์หนึ่งไว้ ณ จุดที่สถานการณ์ถัดไปเริ่มต้น
แบบฝึกหัด
เขียน “As soon as Maya opened the email” ใหม่โดยใช้ on + -ing: ____, Maya called me.
ดูคำตอบ
On opening the email
they will perhaps be remembering a painfully banal
2:11พวกเขาอาจกำลังนึกถึงเรื่องที่แสนจะน่าเบื่อหน่าย
and untimely detail from an area of domestic life,
2:13และรายละเอียดที่ไม่ถูกเวลาจากมุมใดมุมหนึ่งของชีวิตครอบครัว
high-flown: ภาษาที่จงใจให้ฟังดูยิ่งใหญ่และมีนัยวิจารณ์
high-flown ใช้บรรยายถ้อยคำ แนวคิด หรือลีลาที่พยายามให้ฟังดูยิ่งใหญ่ สูงส่ง หรือสำคัญ มักสื่อว่าผลลัพธ์นั้นเกินจริงหรือไม่เป็นธรรมชาติ จึงมักมีน้ำเสียงไม่เห็นด้วยเล็กน้อย ไม่ใช่คำชมแบบเป็นกลาง ในที่นี้ something high-flown and beautiful คือคำพูดสูงส่งแบบที่ผู้พูดหวังจะได้ยิน คำว่า high-flown ยังบอกเป็นนัยว่าภาษานั้นอาจยิ่งใหญ่เกินไป จึงทำให้ความขัดแย้งกับ a painfully banal ... detail ชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ high-flown อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อวิจารณ์ภาษาเล็กน้อย
- The high-flown kite disappeared behind the trees.
- The safety instructions were high-flown because they were short, clear, and practical.
- His speech was full of high-flown phrases that sounded impressive but said very little.
ดูคำตอบ
His speech was full of high-flown phrases that sounded impressive but said very little.
การใช้ vice versa เพื่อสลับความสัมพันธ์
Vice versa หมายความว่าความสัมพันธ์ที่เพิ่งกล่าวถึงยังเป็นจริงเมื่อสลับสองฝ่ายกลับกัน ในที่นี้ คนที่เชื่อมโยงกับคำพูดสูงส่งที่เราหวังจะได้ยิน กับคนที่เชื่อมโยงกับความคิดธรรมดาเกี่ยวกับชีวิตในบ้าน สามารถสลับกันได้ สำนวนนี้ใช้แทนอนุประโยคที่ต้องพูดซ้ำ ดังนั้นผู้อ่านต้องระบุได้อย่างชัดเจนว่ากำลังสลับบทบาท ทิศทาง หรือความสัมพันธ์สองอย่างใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่สลับบทบาท: At work, I review Sam's reports, and ____.
ดูคำตอบ
vice versa
do ที่ใช้เน้นใน they do exist
ในประโยคบอกเล่า do + กริยารูปพื้นฐานใช้เน้นว่าสิ่งหนึ่งเป็นความจริงอย่างแท้จริงได้ They do exist หมายถึง “พวกเขามีอยู่จริง” และเป็นการโต้ความสงสัยที่เกิดจาก never meet นี่ไม่ใช่คำถาม และ do ไม่ได้หมายถึง “ทำ” กริยาช่วยเป็นตัวแสดงกาลและความสอดคล้องกับประธาน: ใช้ do/does ในปัจจุบัน และ did ในอดีต ส่วนกริยาหลักคงรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เพื่อนคนหนึ่งสงสัยว่า Mia เข้าใจกฎหรือไม่ เติมคำตอบโดยใช้ do แบบเน้นและ understand: Mia ____ the rule.
ดูคำตอบ
does understand
though neither of us had the slightest idea of the potential for connection. วลี
2:31ทั้งที่เราทั้งคู่ไม่ได้ตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่จะเชื่อมโยงกันเลยแม้แต่น้อย
“the slightest idea” ภายใต้ขอบเขตปฏิเสธ
ในประโยคนี้ ประธาน neither of us ทำให้ had the slightest idea อยู่ภายใต้ขอบเขตปฏิเสธ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “แม้แต่ความรู้เพียงน้อยนิด” กล่าวคือ ทั้งสองคนไม่รู้อะไรเลย รูปแบบ not/neither ... have the slightest idea เป็นการเน้นว่า “ไม่รู้เลย” โดยมักตามด้วย of, about หรือคำแสดงคำถาม เช่น what หรือ why
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเน้นที่หมายถึง “ไม่มีความรู้เลย”: Neither of us had ____ why the door was locked.
ดูคำตอบ
the slightest idea
Or maybe, they died in Sydney 2 weeks ago,
2:36หรือบางที พวกเขาอาจจะตายไปแล้วที่ซิดนีย์เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
“wouldn't be born until ...” ในเส้นเวลาสมมติ
ในที่นี้ would นำเสนอความเป็นไปได้แขนงหนึ่งในเส้นเวลาที่สมมติขึ้น บุคคลนี้อาจอยู่ในอนาคตและจะเกิดก็ต่อเมื่อถึงศตวรรษที่ 22 ความเป็นไปได้นี้วางคู่กับข้อสมมติอีกอย่างคือ died in Sydney 2 weeks ago ไม่ใช่การคาดการณ์ตรง ๆ รูปแบบ would not ... until กำหนดขอบเขตเวลาที่ล่าช้า wouldn't be born until the 22nd century หมายความว่าการเกิดจะเกิดขึ้นเมื่อศตวรรษนั้นมาถึงเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเมื่อถึงตอนนั้นแล้วก็ยังจะไม่เกิด
แบบฝึกหัด
เติมเส้นเวลาสมมติด้วยรูปย่อ wouldn't และคำเชื่อมที่หมายถึง “เมื่อถึงตอนนั้นเท่านั้น ไม่ก่อนหน้านั้น”: In that version of history, she ____ be born ____ 2200.
ดูคำตอบ
wouldn't · until
We would just have needed a lot more luck. ไวยากรณ์
2:43เราแค่ต้องการความโชคดีมากกว่านี้อีกสักหน่อย
“would just have needed” สำหรับความต้องการในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริง
Would have needed ประกอบด้วย would + have + กริยาช่อง past participle คือ needed โครงสร้างนี้ใช้ย้อนมองความเป็นไปได้ในอดีต และบอกว่าสิ่งใดน่าจะจำเป็นหากสถานการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นหรือพลาดไปนั้นได้เกิดขึ้นจริง ในที่นี้ just แสดงว่าโชคเป็นองค์ประกอบเดียวที่ขาดไป ไม่ได้หมายความว่าปริมาณที่ต้องการมีน้อย เพราะ a lot more ระบุชัดว่าต้องการเป็นจำนวนมาก ดังนั้นประโยคนี้จึงย้อนมองความเป็นไปได้ที่จบไปแล้ว ไม่ใช่ความต้องการในปัจจุบันหรืออนาคต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวถึงสิ่งที่จำเป็นในสถานการณ์อดีตที่ไม่เกิดขึ้นหรือพลาดไปอย่างชัดเจน
- We would need another key if we went back tomorrow.
- We needed another key, so we borrowed one.
- We would have needed another key to enter, but the office had already closed.
ดูคำตอบ
We would have needed another key to enter, but the office had already closed.
“get worse the more thoughtful and perceptive we are” ที่เชื่อมระดับสองอย่างซึ่งเปลี่ยนไปพร้อมกัน
อนุประโยค the more thoughtful and perceptive we are เป็นอนุประโยคเปรียบเทียบระดับ หมายถึง “เมื่อความรอบคอบและความสามารถในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ของเราเพิ่มขึ้น” ไม่ได้หมายถึง “มีคนที่รอบคอบมากขึ้น” โดย the more ขยายทั้ง thoughtful และ perceptive ภาษาอังกฤษมักใช้รูปแบบ the ... the ... เพื่อเชื่อมระดับสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน ในที่นี้อนุประโยคผลลัพธ์มาก่อน คือ The problem is sure to get worse ส่วนอนุประโยค the more ที่ตามมาระบุระดับที่สัมพันธ์กับผลนั้น กล่าวคือ ยิ่งรอบคอบและมองได้เฉียบคมมากขึ้น ปัญหาก็ยิ่งแย่ลง
แบบฝึกหัด
“The trail becomes steeper the higher we climb” หมายความว่าอย่างไร
- ยิ่งเราปีนสูงขึ้น เส้นทางก็ยิ่งชันขึ้น
- เมื่อเราไปถึงยอดแล้ว เส้นทางจะง่ายขึ้น
- เมื่อเส้นทางชัน จะมีคนปีนมากขึ้น
ดูคำตอบ
ยิ่งเราปีนสูงขึ้น เส้นทางก็ยิ่งชันขึ้น
ความแตกต่างระหว่าง less people กับ fewer people
people ในที่นี้เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ ในภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐาน คำนามนับได้รูปพหูพจน์มักใช้ fewer เมื่อต้องการสื่อว่ามีจำนวนน้อยลง: fewer people รูป less people ในคำบรรยายเป็นรูปที่แพร่หลายและเข้าใจได้ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ เป็นการขยายการใช้ less ไปยังบริบทที่นับได้ แต่ไม่ใช่รูปที่ควรเลือกเป็นหลักในงานเขียนทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้เป็นภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐาน: After the route changed, ____ people took the late bus.
ดูคำตอบ
fewer
Loneliness truly is a kind of tax: tax ในฐานะราคาที่ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ
tax ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ความเหงาถูกนำเสนอว่าเป็นราคาหรือภาระที่มาพร้อมกับการมีจิตใจซับซ้อน ไม่ได้หมายถึงเงินที่ต้องจ่ายให้รัฐบาล โครงสร้าง X is a kind of tax เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่ได้กับราคาที่ต้องจ่ายให้เป็นภาพที่ชัดเจน กล่าวคือ สิ่งที่มีคุณค่าอาจมีราคาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ truly เน้นย้ำคำกล่าว ส่วน a kind of แสดงว่าเป็นการเปรียบเทียบ ไม่ใช่การบอกว่าเป็นสิ่งเดียวกันตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The constant pressure was a tax she paid for leading the project,' คำว่า a tax หมายถึงอะไร?
- ราคาหนักหนาที่มาพร้อมกับบทบาทนั้น
- รางวัลสำหรับการทำงานได้ดี
- เงินที่รัฐบาลเรียกเก็บ
ดูคำตอบ
ราคาหนักหนาที่มาพร้อมกับบทบาทนั้น
atone for: ชดใช้ความผิด
atone for หมายถึงการชดใช้ความผิด บาป หรือความเสียหายที่ก่อขึ้น กรรมที่ตามหลัง for จะบอกว่าสิ่งใดกำลังได้รับการชดใช้ เช่น atone for a mistake และ atone for the damage ในประโยคนี้เป็นการใช้เชิงวาทศิลป์ โดยกล่าวถึง a certain complexity of mind ราวกับว่าเป็นความผิดที่ต้องจ่ายราคาเพื่อชดใช้ ไม่ได้หมายความตามตรงว่าสิ่งนั้นเป็นบาป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ atone for ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The larger suitcase atoned for all our clothes.
- He spent years helping the community to atone for the harm he had caused.
- She atoned for the ticket at the station.
ดูคำตอบ
He spent years helping the community to atone for the harm he had caused.
end up + ผลลัพธ์: ลงเอยด้วยผลที่ไม่ได้วางแผนไว้
end up ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการ โดยเฉพาะผลที่ไม่ได้วางแผนหรือคาดไว้ ในที่นี้ end up locked หมายถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้คนเหล่านั้นลงเอยด้วยการติดอยู่ในความสัมพันธ์ดังกล่าว รูปแบบที่พบบ่อยคือ end up + -ing เช่น end up waiting, end up + คำคุณศัพท์หรือ past participle เช่น end up alone หรือ end up locked out และ end up + วลีบอกสถานที่ เช่น end up at home อย่าใช้ end up to do ในความหมายนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ end up เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่ไม่ได้วางแผนไว้: We missed the last bus and ____ walking home.
ดูคำตอบ
ended up
don't have much to say to: ไม่มีเรื่องคุยกันมากนัก
ในที่นี้ don't have much to say to หมายถึงมีเรื่องให้คุยกับคนบางคนไม่มากนัก สื่อว่ามีจุดร่วมหรือความเชื่อมโยงทางอารมณ์อย่างจำกัด ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่มีความสามารถในการพูดหรือกำลังมีความขัดแย้งรุนแรง การใช้ much ในวลีปฏิเสธทำให้น้ำเสียงอ่อนกว่า have nothing to say to ใน people we don't have much to say to คำว่า people เป็นกรรมที่เข้าใจกันของ to ท้ายประโยค ภาษาอังกฤษมักคงคำบุพบทไว้ท้ายอนุประโยคสัมพันธ์: we don't have much to say to those people.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ใช้ much และมีน้ำเสียงนุ่มนวลกว่า: Although Leo is friendly, we ____ him because we share almost no interests.
ดูคำตอบ
don't have much to say to
because we were once fatefully interested in the shape of their nose
3:17เพราะครั้งหนึ่งเราเคยสนใจในรูปทรงจมูกของพวกเขาอย่างโชคชะตาบันดาล
we shouldn't be frightened or discomfited by our pervasive loneliness. การใช้คำ
3:26เราก็ไม่ควรหวาดกลัวหรือรู้สึกอึดอัดกับความเหงาที่แผ่ซ่านของเรา
And yet, despite all this: จุดเปลี่ยนเชิงยอมรับข้อเท็จจริงที่เน้นย้ำ
And yet บอกผู้ฟังว่าแนวคิดถัดไปจะสวนทางกับข้อสรุปที่อาจคาดไว้จากเนื้อหาก่อนหน้า ส่วน despite all this รวบรวมความยากลำบากก่อนหน้านั้นให้เป็นข้อยอมรับเดียว กล่าวคือ ผู้พูดยอมรับว่าปัญหาเหล่านั้นมีอยู่ แต่ไม่ปล่อยให้ปัญหากำหนดข้อสรุป เมื่อนำสัญญาณทั้งสองมาใช้ร่วมกัน จะเกิดการเปลี่ยนทิศทางที่ชัดเจนในระดับย่อหน้า จากการอธิบายปัญหาไปสู่การให้ความมั่นใจ การซ้อนกันนี้เป็นการเน้นโดยเจตนาในการพูด ไม่ใช่ความขัดแย้งทางตรรกะหรือการพูดซ้ำโดยไม่ตั้งใจ
แบบฝึกหัด
And yet, despite all this, ทำหน้าที่เปลี่ยนทิศทางของเนื้อหาอย่างไรในประโยคนี้?
- แก้ไขข้อผิดพลาดทางข้อเท็จจริงในความหมายของ all this
- เพิ่มความยากลำบากอีกหนึ่งอย่างเพื่อสนับสนุนข้อสรุปเชิงลบก่อนหน้า
- ยอมรับความยากลำบากก่อนหน้า แล้วเปลี่ยนไปสู่ข้อสรุปที่คาดไม่ถึงและช่วยให้สบายใจ
ดูคำตอบ
ยอมรับความยากลำบากก่อนหน้า แล้วเปลี่ยนไปสู่ข้อสรุปที่คาดไม่ถึงและช่วยให้สบายใจ
discomfited by: ความไม่สบายใจทางอารมณ์ในภาษาทางการ
ในประโยคนี้ discomfited หมายถึง “ถูกทำให้ไม่สบายใจ อับอาย หรือใจเสีย” คำนี้วางคู่กับ frightened แต่เน้นความกระอักกระอ่วนภายในหรือการเสียความสงบมากกว่าความกลัว โครงสร้าง be discomfited by + สาเหตุ ใช้ระบุว่าอะไรทำให้เกิดปฏิกิริยานั้น ในที่นี้ by our pervasive loneliness ระบุสาเหตุ ไม่ได้บรรยายความไม่สบายทางกาย
แบบฝึกหัด
ในคำบรรยายแบบเป็นทางการ “The witness was discomfited by the sudden accusation” หมายความว่าอย่างไร
- ข้อกล่าวหาทำให้พยานรู้สึกไม่สบายใจและอับอาย
- ข้อกล่าวหาทำให้พยานรู้สึกสบายทางกาย
- พยานเพิกเฉยต่อข้อกล่าวหาอย่างสงบ
ดูคำตอบ
ข้อกล่าวหาทำให้พยานรู้สึกไม่สบายใจและอับอาย
At an exasperated moment near the end of his life,
3:30ในช่วงเวลาแห่งความฉุนเฉียวใกล้ถึงบั้นปลายชีวิตของเขา
appeared to have had: infinitive แบบ perfect สำหรับสภาวะที่เกิดก่อนหน้า
Appeared to have had หมายถึง “ดูเหมือนว่าเคยมีหรือเคยประสบสิ่งใดมาก่อน” appeared รายงานความรู้สึกหรือภาพที่เห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ส่วน infinitive แบบ perfect อย่าง to have had ย้อนกลับไปยังเวลาก่อนมุมมองนั้น have ทั้งสองรูปทำหน้าที่ต่างกัน ใน to have had คำว่า have เป็นกริยาช่วยที่สร้าง infinitive แบบ perfect ส่วน had เป็น past participle ของกริยาหลัก have ซึ่งในที่นี้หมายถึง “มี”
แบบฝึกหัด
ใช้ infinitive แบบ perfect ของ have เพื่อแสดงว่าความสำเร็จเกิดก่อนการตัดสิน: From the old reviews, the play appeared ____ considerable success before it closed.
ดูคำตอบ
to have had
No one ... never ... No one: ห่วงโซ่คำปฏิเสธที่ขยายกว้างขึ้น
ทั้งสามประโยคสร้างรูปแบบปฏิเสธที่ขนานกันโดยใช้ No one, never และ No one การซ้ำ understood/understands และ anyone ทำให้เกิดจังหวะสม่ำเสมอ จึงทำให้แต่ละข้อย้ำเสริมข้อก่อนหน้า ขอบเขตขยายขึ้นทีละขั้น: แรกเริ่มคือคนอื่นไม่เคยเข้าใจผู้พูดอย่างแท้จริง ต่อมาคือผู้พูดเองก็ไม่เคยเข้าใจคนอื่นอย่างครบถ้วน และสุดท้ายถ้อยคำกลายเป็นข้อสรุปครอบคลุมทุกคน สองประโยคแรกใช้ present perfect เพื่อเล่าประสบการณ์ ส่วนประโยคสุดท้ายใช้ simple present เพื่อนำเสนอแนวคิดเสมือนเป็นกฎทั่วไป ในที่นี้ properly และ fully หมายถึง “อย่างเพียงพอหรืออย่างครบถ้วน” ไม่ใช่ “อย่างสุภาพ” หรือ “ในลักษณะที่ทำเสร็จสมบูรณ์ทางเทคนิค”
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายการจัดลำดับแนวคิดของทั้งสามประโยคได้ดีที่สุด
- ประโยคทั้งสามกล่าวซ้ำคำบ่นส่วนตัวเรื่องเดิมโดยไม่ได้ขยายขอบเขต
- ประโยคเริ่มจากการที่ผู้พูดไม่เป็นที่เข้าใจ ต่อด้วยการที่ผู้พูดเองก็ไม่เข้าใจผู้อื่น และจบด้วยข้อกล่าวอ้างสากลเกี่ยวกับทุกคน
- ประโยคลดขอบเขตจากกฎเกี่ยวกับทุกคนมาเป็นเหตุการณ์ส่วนตัวเล็ก ๆ เพียงเรื่องเดียว
ดูคำตอบ
ประโยคเริ่มจากการที่ผู้พูดไม่เป็นที่เข้าใจ ต่อด้วยการที่ผู้พูดเองก็ไม่เข้าใจผู้อื่น และจบด้วยข้อกล่าวอ้างสากลเกี่ยวกับทุกคน
It was a helpful outburst from such a great man.
3:47มันเป็นการระเบิดอารมณ์ที่เป็นประโยชน์จากชายผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้
A degree of distance and mutual incomprehension
3:52ระดับของความห่างเหินและความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน
isn't a sign that life has gone wrong. กริยาวลี
3:55ไม่ใช่สัญญาณที่บ่งบอกว่าชีวิตกำลังดำเนินไปในทางที่ผิด
has gone wrong: ผลของปัญหาที่ยังเห็นอยู่ในปัจจุบัน
Go wrong หมายถึง “เกิดปัญหา ล้มเหลว หรือไม่ดำเนินไปตามแนวทางที่คาดไว้” ในที่นี้ has gone wrong ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ผิด แต่หมายถึงชีวิตได้เข้าสู่สภาพที่ไม่ดีหรือไม่ประสบความสำเร็จ Has gone เป็นรูป present perfect คือพิจารณาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดก่อนหน้านี้จากผลที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน เมื่ออยู่ในโครงสร้าง isn't a sign that... วลีนี้ระบุข้อสรุปที่ผู้พูดปฏิเสธ กล่าวคือ การมีระยะห่างกันบ้างไม่ได้พิสูจน์ว่าชีวิตโดยรวมล้มเหลว
แบบฝึกหัด
ใช้รูป present perfect ของ go wrong เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The printer has stopped working, but we do not know what ____.
ดูคำตอบ
has gone wrong
when we do: ใช้ do เพื่อเลี่ยงการพูดซ้ำ
ใน when we do คำว่า do ใช้แทนวลีกริยาเต็มที่เพิ่งกล่าวถึงก่อนหน้านั้น ในที่นี้มีความหมายโดยประมาณว่า when we expect this from the very start ไม่ได้เพิ่มการกระทำใหม่ที่หมายถึง “ทำ” นี่คือการใช้กริยาช่วยแทนส่วนที่ละไว้ เมื่อการกระทำที่ถูกละมีความหมายชัดเจน รูปที่เหมาะสมของ do จะแสดงกาลและความสอดคล้องกับประธานได้โดยไม่ต้องพูดวลีกริยาทั้งหมดซ้ำ ผู้ฟังจะเติมความหมายจากประโยคก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ประโยคก่อนหน้าคือ “We often overlook small warning signs.” ประโยคต่อใดใช้ do เพื่อเลี่ยงการพูดวลีกริยาซ้ำ
- When we do, problems can grow.
- When we are, problems can grow.
- When we do warning signs, problems can grow.
ดูคำตอบ
When we do, problems can grow.
Once we accept loneliness, we can get creative. ไวยากรณ์
4:03เมื่อเรายอมรับความเหงา เราก็สามารถมีความคิดสร้างสรรค์ได้
Once we accept loneliness, we can ...: ใช้ present simple หลัง once
อนุประโยค Once we accept loneliness กำหนดให้การยอมรับเป็นจุดที่หลังจากนั้นผลลัพธ์จึงเป็นไปได้ และยังทำให้การยอมรับเป็นเงื่อนไขของผลลัพธ์นั้นด้วย once ในที่นี้จึงมีทั้งความหมายด้านเวลาว่า “หลังจากเรื่องนั้นเกิดขึ้น” และความหมายด้านเงื่อนไขว่า “เมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริง” แม้ผลลัพธ์จะอยู่ในอนาคต อนุประโยคที่มี once ก็ยังใช้ present simple คือ accept ส่วนประโยคหลักที่มี can แสดงความสามารถหรือความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น คือ we can get creative โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Once + present simple, ... can + กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
คุณเชื่อว่าทีมจะตกลงกันได้ และต้องการสื่อว่าสามารถเริ่มวางแผนได้หลังจากจุดนั้น ประโยคใดเหมาะสมที่สุด
- If the team agrees, we can begin planning.
- Once the team will agree, we can begin planning.
- Once the team agrees, we can begin planning.
ดูคำตอบ
Once the team agrees, we can begin planning.
ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ send out messages in a bottle
ในที่นี้ send out messages in a bottle เป็นคำเปรียบเปรยถึงการสร้างบางสิ่งแล้วส่งออกไปหาผู้คนที่ผู้สร้างอาจไม่มีวันได้รู้จัก เช่นเดียวกับขวดที่ลอยไปในทะเล ผลงานนั้นอาจเดินทางไปไกลและมีผู้เข้าใจในเวลาต่อมาอีกนาน ภาพเปรียบนี้เชื่อมโยงเพลง บทกวี หนังสือ และบล็อกให้เป็นการกระทำชนิดเดียวกัน เพราะสิ่งเหล่านี้นำสารส่วนตัวออกไปไกลกว่าวงคนใกล้ตัวของผู้พูด ไม่ได้หมายถึงการใส่กระดาษลงในขวดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ send out messages in a bottle สื่อถึงอะไร?
- ส่งข้อความส่วนตัวทั่วไปให้เพื่อนที่อยู่ใกล้ ๆ
- ใส่ข้อความที่เขียนด้วยมือลงในขวดจริง ๆ
- สร้างงานศิลปะที่อาจเข้าถึงคนแปลกหน้าข้ามระยะทางหรือกาลเวลา
ดูคำตอบ
สร้างงานศิลปะที่อาจเข้าถึงคนแปลกหน้าข้ามระยะทางหรือกาลเวลา
We can sing, write poetry, produce books and blogs,
4:09เราสามารถร้องเพลง เขียนบทกวี ผลิตหนังสือและบล็อก
that people around us won't ever fully get us, การใช้คำ
4:14ที่ว่าคนรอบข้างจะไม่มีวันเข้าใจเราอย่างถ่องแท้
วลีบอกเหตุ stemming from the realization
ใน stemming from the realization คำว่า stem from หมายถึง “มีที่มาจาก” หรือ “เกิดจาก” อนุประโยค -ing นี้ขยาย activities และย้อนกลับไปบอกที่มาของการร้องเพลง การเขียน และการตีพิมพ์ The realization หมายถึงข้อเท็จจริงที่ได้ตระหนักหรือเข้าใจแล้ว ส่วนอนุประโยค that ที่ตามมาบอกเนื้อหาของการตระหนักนั้น โครงสร้างที่กระชับนี้มีประโยชน์เมื่อต้องอธิบายรากเหง้าของการกระทำ ปัญหา หรือแนวโน้ม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: The new policy was one of several changes ____ that the old rules were unfair.
ดูคำตอบ
stemming from the realization
get us: เข้าใจตัวตนของใครบางคน
ในประโยคนี้ get us หมายถึง “เข้าใจเรา” โดยเฉพาะเข้าใจความคิด ความรู้สึก หรือตัวตนที่แท้จริงของเรา คำสรรพนามกรรม us ระบุคนที่ถูกเข้าใจ ส่วน get ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” “ไปเอามา” หรือ “มาถึง” fully และ ever ช่วยเน้นการปฏิเสธ โดย won't ever fully get us หมายความว่าคนใกล้ตัวเราอาจไม่มีวันเข้าใจเราได้ทั้งหมด ความหมายแบบไม่เป็นทางการของ get นี้พบได้บ่อยเมื่อพูดถึงความเข้าใจหรือความผูกพันส่วนตัว
แบบฝึกหัด
ในประโยค “My best friend gets me even when I cannot find the right words,” gets me หมายความว่าอย่างไร?
- มารับฉัน
- ได้รับข้อความจากฉัน
- เข้าใจความรู้สึกและวิธีคิดของฉัน
ดูคำตอบ
เข้าใจความรู้สึกและวิธีคิดของฉัน
might just: เติมวลีกริยาที่ถูกละไว้
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ส่วนที่สองมีโครงสร้างขนานกับส่วนแรก คือ that people around us won't ever fully get us, but that others ... might just หลัง might just มีการละวลี fully get us ซึ่งเป็นข้อมูลที่รู้อยู่แล้ว ภาษาอังกฤษสามารถละวลีกริยาที่ซ้ำได้เมื่อความขัดแย้งในประโยคทำให้เติมความหมายกลับได้ง่าย ในที่นี้ might แสดงความไม่แน่นอน ส่วน just เพิ่มน้ำเสียงแบบยับยั้งว่า “บางทีอาจเป็นไปได้อย่างเหนือความคาดหมาย” เมื่อใช้ร่วมกัน ตอนจบจึงสื่อความหวังเล็ก ๆ แต่มีอยู่จริงว่าคนที่อยู่ห่างไกลอาจเข้าใจเราได้ just ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เมื่อสักครู่”
แบบฝึกหัด
ใน “The rest of us may never solve the puzzle, but Lena might just.” หลัง might just ละความหมายใดไว้?
- leave the puzzle unfinished
- have solved the puzzle a moment ago
- solve the puzzle
ดูคำตอบ
solve the puzzle
who couldn't find anyone in the vicinity to talk to.
4:24ที่ไม่สามารถหาใครในบริเวณใกล้เคียงเพื่อพูดคุยด้วยได้
in say the words of a Roman poet who died in 10 BC,
4:31ตัวอย่างเช่นในถ้อยคำของกวีชาวโรมันผู้เสียชีวิตเมื่อ 10 ปีก่อนคริสตกาล
take up the coded offer of intimacy: ตอบรับคำเชื้อเชิญสู่ความใกล้ชิดที่สื่อไว้อย่างแฝง
ในประโยคนี้ take up หมายถึง “ยอมรับและตอบสนอง” ส่วน offer ไม่ใช่ข้อเสนอที่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา แต่เป็นการที่ผลงานเชื้อเชิญผู้รับสารทางอ้อมให้รู้สึกใกล้ชิดกับผู้สร้างผลงาน coded หมายความว่าคำเชื้อเชิญนั้นถูกถ่ายทอดผ่านถ้อยคำ ลีลา หรือการแสดงออกที่บันทึกไว้ แทนที่จะพูดออกมาตรง ๆ ส่วน intimacy ในที่นี้คือความใกล้ชิดทางอารมณ์หรือความคิดที่ข้ามกาลเวลา ไม่จำเป็นต้องเป็นความรักเชิงชู้สาว
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ take up the coded offer of intimacy หมายความว่าอย่างไร
- ยกข้อความที่มีรหัสขึ้นมาจริง ๆ
- ตอบสนองต่อคำเชื้อเชิญทางอ้อมให้รู้สึกใกล้ชิดกับผู้สร้าง
- ยอมรับคำขอโดยตรงให้เริ่มความสัมพันธ์เชิงรักใคร่
ดูคำตอบ
ตอบสนองต่อคำเชื้อเชิญทางอ้อมให้รู้สึกใกล้ชิดกับผู้สร้าง
or the lyrics of a singer who described just our blues
4:35หรือเนื้อเพลงของนักร้องที่อธิบายถึงความเศร้าหมองของเราได้อย่างตรงจุด
Loneliness makes us more capable of true intimacy,
4:42ความเหงาทำให้เรามีความสามารถมากขึ้นที่จะมีความใกล้ชิดอย่างแท้จริง
do ที่ใช้เน้นความหมายใน do come along
ในอนุประโยคบอกเล่า opportunities do come along คำว่า do ทำหน้าที่เน้นความหมาย ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม แต่เพิ่มความหมายว่า “จริง ๆ” หรือ “อย่างแท้จริง” ส่วน come ยังคงอยู่ในรูปกริยาพื้นฐานหลัง do come along ในที่นี้หมายถึง “ปรากฏขึ้น” หรือ “มีให้คว้าไว้” เมื่อใช้ร่วมกับ if ever ถ้อยคำนี้ยอมรับก่อนว่าโอกาสเช่นนั้นอาจมีน้อย แล้วจึงเน้นว่าโอกาสนั้นอาจปรากฏขึ้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้ do แบบเน้นและ come along เติมประโยคให้สมบูรณ์: Useful ideas ____ when people keep experimenting.
ดูคำตอบ
do come along
Loneliness renders us elegant and strangely alluring. การใช้คำ
5:07ความเหงาทำให้เราสง่างามและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด
render + กรรม + คำคุณศัพท์: “renders us elegant”
ใน renders us elegant คำว่า render หมายถึง “ทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งกลายเป็นหรืออยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่ง” โครงสร้างคือ render + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย us เป็นกรรม และ elegant เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมที่บอกสภาพผลลัพธ์ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้เขียนบอกว่าสิ่งหนึ่งก่อให้เกิดหรือทำให้คุณสมบัติบางอย่างปรากฏในคนหรือสิ่งของ ในที่นี้ ความสง่างามถูกนำเสนอว่าเป็นผลจากความโดดเดี่ยว ไม่ใช่เพียงเรื่องเสื้อผ้าหรือการจัดแต่งภายนอก
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The new evidence rendered the old theory useless,” วลี rendered the old theory useless หมายความว่าอย่างไร
- ทำให้ทฤษฎีเก่ากลายเป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้
- แปลทฤษฎีเก่าเป็นภาษาอื่น
- สร้างภาพดิจิทัลของทฤษฎีเก่า
ดูคำตอบ
ทำให้ทฤษฎีเก่ากลายเป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้
It suggests there's more about us to understand
5:11มันบ่งบอกว่ายังมีสิ่งต่างๆ ในตัวเราอีกมากที่รอให้ทำความเข้าใจ
than the normal patterns of social intercourse can accommodate, การใช้คำ
5:14เกินกว่าที่รูปแบบปฏิสัมพันธ์ทางสังคมปกติจะรองรับได้
“social intercourse” ในความหมายทางการว่าเป็นการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
ใน social intercourse คำว่า intercourse หมายถึงการสื่อสารและการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างผู้คน คำคุณศัพท์ social กำหนดความหมายที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศอย่างชัดเจน ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงวิธีทั่วไปที่ผู้คนพบปะ พูดคุย และมีปฏิสัมพันธ์กัน วลีนี้เป็นทางการและค่อนข้างเก่า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงรูปแบบปกติของปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ซึ่งอาจไม่สามารถรองรับทุกแง่มุมที่ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับคนคนหนึ่งได้
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ social intercourse ในตัวอย่างมากที่สุด
- กิจกรรมทางเพศ
- การซื้อสินค้าออนไลน์
- การปฏิสัมพันธ์และการสื่อสารทางสังคมทั่วไป
ดูคำตอบ
การปฏิสัมพันธ์และการสื่อสารทางสังคมทั่วไป
as we suspect but usually prevent ourselves from feeling
5:22อย่างที่เราสงสัยแต่มักจะห้ามไม่ให้ตัวเองรู้สึก
ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ “signing up to a club”
ในที่นี้ signing up to a club เป็นคำเปรียบเทียบ การยอมรับความโดดเดี่ยวไม่ได้หมายถึงการกรอกแบบฟอร์ม จ่ายค่าธรรมเนียม หรือเข้าร่วมองค์กรจริง แต่หมายถึงการตระหนักว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของคนกลุ่มใหญ่ที่เคยรู้สึกแบบเดียวกัน วลีนี้เปลี่ยนความรู้สึกส่วนตัวให้กลายเป็นความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งร่วมกับผู้อื่น และยังปูทางไปสู่รายชื่อผู้สร้างสรรค์ผลงานที่เชื่อมโยงกับความโดดเดี่ยวในช่วงถัดไป
แบบฝึกหัด
signing up to a club หมายความว่าอะไรในประโยค “Admitting loneliness can feel like signing up to a club”?
- ตระหนักว่าตนเองมีประสบการณ์ร่วมกับคนอื่นอีกมากมาย
- สัญญาว่าจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกเลย
- จ่ายเงินเพื่อลงทะเบียนกับองค์กรทางสังคมที่มีอยู่จริง
ดูคำตอบ
ตระหนักว่าตนเองมีประสบการณ์ร่วมกับคนอื่นอีกมากมาย
เหตุใดฮอปเปอร์ โบดแลร์ และโคเฮนจึงทำให้นึกถึงความโดดเดี่ยว
ชื่อทั้งสามอ้างอิงถึงศิลปะคนละแขนง ภาพวาดของเอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์มักแสดงบุคคลที่โดดเดี่ยวและพื้นที่ในเมืองอันเงียบสงบ บทกวีของโบดแลร์มักสำรวจชีวิตในเมืองสมัยใหม่ ความเศร้าหมอง และความแปลกแยก ส่วนบทเพลงของเลนเนิร์ด โคเฮนมักกล่าวถึงความสันโดษ ความโหยหา และระยะห่างทางอารมณ์ เมื่อรวมกันแล้ว รายชื่อนี้นำเสนอความโดดเดี่ยวในฐานะหัวข้อที่ปรากฏซ้ำในหลายยุคสมัยและหลายสื่อ ไม่ใช่รายชื่อบุคคลมีชื่อเสียงที่สุ่มมา “ผู้คนที่เรารู้จัก” คือบุคคลและเสียงที่เราพบผ่านผลงานเหล่านี้ ไม่ใช่คนรู้จักส่วนตัว
แบบฝึกหัด
เหตุใด Edward Hopper, Baudelaire และ Leonard Cohen จึงถูกจัดไว้ด้วยกันในประโยคนี้?
- ผลงานด้านภาพวาด บทกวี และบทเพลงของพวกเขามักสำรวจความโดดเดี่ยวหรือความแปลกแยก
- พวกเขาทุกคนเป็นสมาชิกชมรมศิลปินอย่างเป็นทางการเดียวกัน
- พวกเขาร่วมมือกันทำโครงการเดียวเกี่ยวกับชีวิตในเมือง
ดูคำตอบ
ผลงานด้านภาพวาด บทกวี และบทเพลงของพวกเขามักสำรวจความโดดเดี่ยวหรือความแปลกแยก
Lonely, we enter a long and grand tradition. ไวยากรณ์
5:40ด้วยความเหงา เราได้ก้าวเข้าสู่ธรรมเนียมปฏิบัติที่ยาวนานและยิ่งใหญ่
Lonely, we enter...: คำคุณศัพท์ต้นประโยคที่บอกสภาพของประธาน
Lonely เป็นคำคุณศัพท์เสริมที่อธิบายประธาน we โดยบอกสภาพของกลุ่มผู้พูดในขณะที่ก้าวเข้าไป ความหมายใกล้เคียงกับ Being lonely, we enter... แต่รูปที่สั้นกว่ากระชับและมีลีลาเชิงวาทศิลป์มากกว่า การวาง Lonely ไว้ต้นประโยคทำให้สภาพนี้เด่นขึ้นก่อนเหตุการณ์หลัก คำนี้ไม่ใช่การเรียกคนที่ชื่อ Lonely และไม่ได้ขยาย tradition
แบบฝึกหัด
ใน “Lonely, we enter a long and grand tradition.” คำว่า Lonely อธิบายอะไร
- ขนบที่พวกเขาก้าวเข้าไป
- สภาพของกลุ่มผู้พูดในขณะที่ก้าวเข้าไป
- คนคนหนึ่งที่ถูกเรียกว่า Lonely
ดูคำตอบ
สภาพของกลุ่มผู้พูดในขณะที่ก้าวเข้าไป
We find ourselves surprisingly in great company. สำนวน
5:43เราพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่ยอดเยี่ยมอย่างน่าประหลาดใจ
in great company: อยู่ในกลุ่มเดียวกับคนชั้นยอด
In great company หมายถึงอยู่ท่ามกลางคนที่ยอดเยี่ยมและน่านับถือ หรืออยู่ในกลุ่มเชิงเปรียบเทียบเดียวกับคนเหล่านั้น ตรงนี้ company หมายถึงกลุ่มคนระดับเดียวกัน ไม่ใช่บริษัท และคนเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ถ้อยคำนี้จงใจสร้างความประหลาดใจ กลุ่มผู้พูดรู้สึกโดดเดี่ยว แต่กลับตระหนักว่าผู้สร้างสรรค์ผลงานที่น่าชื่นชมหลายคนก็มีประสบการณ์เดียวกัน great เป็นคำยกย่องคนในกลุ่มเชิงเปรียบเทียบนี้อย่างมาก
แบบฝึกหัด
in great company ในประโยค “We find ourselves surprisingly in great company.” หมายความว่าอย่างไร
- เราพบว่าเพื่อนที่ร่าเริงอยู่ข้างตัวเราจริง ๆ
- เราพบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนที่ยอดเยี่ยมและน่านับถือ
- เราพบว่าตนเองได้เข้าร่วมบริษัทที่ประสบความสำเร็จ
ดูคำตอบ
เราพบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนที่ยอดเยี่ยมและน่านับถือ
than suffering the compromises of false community.
5:53ดีกว่าต้องทนทุกข์กับการประนีประนอมในสังคมที่จอมปลอม
การยึดมั่นในมุมมองที่จริงใจและมุ่งหวังสูง
ในที่นี้ holding on to หมายถึงการยังคงรักษาและเชื่อในมุมมองหนึ่งต่อไปแทนที่จะละทิ้งมุมมองนั้น เนื่องจากกรรมคือ a sincere, ambitious view วลีนี้จึงมีความหมายเชิงนามธรรม ไม่ใช่การจับสิ่งของจริง ๆ วลีรูป -ing ตามหลัง for และบอกว่าทางเลือกใดอาจมีราคาที่ต้องจ่าย รูปแบบ pay a price for holding on to + ความเชื่อ มาตรฐาน หรือความหวัง แสดงการยืนหยัดว่าเป็นเรื่องยากแต่อาจคุ้มค่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ hold on to: Despite criticism, Elena continued ____ her belief that the rule should be fair.
ดูคำตอบ
holding on to
ความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมทางจำเป็นต้องเป็นอย่างไรและสามารถเป็นแบบใดได้บ้าง
อนุประโยค what companionship must and could be เป็นกรรมของคำบุพบท of ใน a view of... และใช้ลำดับคำแบบอนุประโยคซ้อน คือ what + ประธาน + กริยาช่วยบอกท่าที + กริยา ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม กริยาช่วยทั้งสองคำใช้ be ร่วมกัน แต่กำหนดคนละระดับ must be ชี้ถึงมาตรฐานที่จำเป็นและต่อรองไม่ได้ ส่วน could be เปิดความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมทางที่ดีกว่า ความหมายทั้งสองทำงานร่วมกันเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำกับอุดมคติที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
ใช้ must สำหรับข้อกำหนดที่ต่อรองไม่ได้ และ could สำหรับอุดมคติที่เป็นไปได้: The workshop explored what a fair school system ____ and ____ be.
ดูคำตอบ
must · could