พลังทางวิทยาศาสตร์ของการทำสมาธิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
558 คำ 200 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: งานวิจัยสำรวจผลที่การทำสมาธิอาจมีต่อสมอง ร่างกาย ภูมิคุ้มกัน และความชราของเซลล์ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. from a scientific perspective (วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์): กรอบนี้เปลี่ยนจากการปฏิบัติเก่าแก่ไปสู่การศึกษาด้วยหลักฐาน ใช้เพื่อระบุมุมวิเคราะห์และเปิดคำถามที่ชัดเจน 2. not only do we see / but it can also (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): สังเกตการกลับคำหลังกริยาช่วยเมื่อ not only อยู่ต้นประโยค และการรับกับ but ... also เพื่อเชื่อมผลสองข้อให้ชัด 3. working out your brain (สำนวนและภาษาภาพพจน์): เข้าใจอุปมาเรื่องการออกกำลังกาย และรักษาน้ำเสียงระวังของ seems กับ may โดยไม่เปลี่ยนเป็นคำรับรองทางการแพทย์

คำอธิบายในบทเรียนนี้

For thousands of years people have practiced meditation for spiritual, emotional, and physical well-being. วลี

0:00

ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา ผู้คนฝึกทำสมาธิเพื่อสุขภาวะทางจิตวิญญาณ อารมณ์ และร่างกาย

วลี

For thousands of years: ระยะเวลาที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

“For thousands of years” ตอบคำถามว่า “นานเท่าไร” คำบุพบท for ใช้นำหน้าช่วงระยะเวลา ไม่ใช่จุดเวลาที่บางสิ่งเริ่มต้น เมื่อใช้กับ “have practiced” วลีนี้นำเสนอว่าการฝึกสมาธิเริ่มขึ้นในอดีตอันไกลโพ้นและดำเนินต่อมาตลอดประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ for + ระยะเวลา และมักใช้กับ perfect tense เมื่อสถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้บอกระยะเวลาให้ประโยคสมบูรณ์: Our family has lived here ____ ten years.

ดูคำตอบ

for

But from a scientific perspective, ลำดับความ

0:05

แต่หากมองจากมุมวิทยาศาสตร์

how exactly does meditating affect your body? ไวยากรณ์

0:07

การทำสมาธิส่งผลต่อร่างกายของคุณอย่างไรกันแน่

ลำดับความ

From a scientific perspective: การกำหนดมุมมองในการวิเคราะห์

“From a scientific perspective” บอกผู้ฟังว่าควรใช้มุมมองใดในการพิจารณาคำถามที่ตามมา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนการอภิปรายจากประเพณีการทำสมาธิที่มีมายาวนานไปสู่ผลกระทบที่สามารถสังเกต วัด และทดสอบได้ โครงสร้าง from a/an + คำคุณศัพท์ + perspective จัดระเบียบข้อมูลด้วยการจำกัดมุมของการวิเคราะห์ ตัววลีไม่ได้ให้หลักฐาน แต่ส่งสัญญาณว่าหลักฐานหรือเหตุผลประเภทใดเกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกมุมมองโดยใช้ financial: ____, the cheaper plan is better for us.

ดูคำตอบ

From a financial perspective

ไวยากรณ์

How exactly does X affect Y?:ถามถึงวิธีที่ส่งผลอย่างเจาะจง

How exactly does X affect Y? ใช้ถามว่า X ส่งผลต่อ Y ด้วยวิธีใดโดยเฉพาะ ในตัวอย่าง ผู้พูดไม่ได้เพียงถามว่าการทำสมาธิมีผลหรือไม่ แต่ต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับกระบวนการหรือการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม คำถามนี้ใช้ does ไว้หน้าประธาน และใช้กริยารูปพื้นฐาน affect หลังประธาน: How exactly + does + X + affect + Y? คำว่า Exactly เน้นว่าต้องการคำอธิบายที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

เติมคำถาม present simple ที่เจาะจงโดยใช้ affect: How exactly ____ regular exercise ____ heart health?

ดูคำตอบ

does · affect

Does it really do anything?

0:09

มันได้ผลจริงหรือ

It all starts in the brain.

0:11

ทุกอย่างเริ่มต้นที่สมอง

During meditation,

0:12

ระหว่างทำสมาธิ

brain scans see increased activity in regions directly correlated with decreased anxiety and depression การใช้คำ

0:13

ภาพสแกนสมองแสดงให้เห็นกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในบริเวณที่สัมพันธ์โดยตรงกับการลดลงของความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า

along with increased pain tolerance.

0:19

รวมถึงความทนทานต่อความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้น

การใช้คำ

Correlated with:ความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุและผล

Correlated with ใช้รายงานความสัมพันธ์ที่สังเกตพบระหว่างค่าที่วัดได้สองค่า ในที่นี้ กิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในบางบริเวณของสมองมีความสัมพันธ์กับความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าที่ลดลง กล่าวคือ ค่าต่าง ๆ เปลี่ยนไปด้วยกันตามรูปแบบที่สม่ำเสมอ ข้อความนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่ากิจกรรมของสมองทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นทำให้เกิดกิจกรรมของสมอง หรือไม่มีปัจจัยที่สาม ความสัมพันธ์แบบสหสัมพันธ์บอกว่ามีความเกี่ยวข้องกัน ส่วนเหตุและผลต้องใช้หลักฐานที่หนักแน่นกว่าว่าอะไรทำให้เกิดอะไร

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า Daily step count was correlated with lower blood pressure. ข้อสรุปใดสมเหตุสมผลจากประโยคนี้เพียงอย่างเดียว?

  1. ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าความดันโลหิตที่ลดลงทำให้คนเดินมากขึ้น
  2. ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าการเดินมากขึ้นทำให้ความดันโลหิตลดลง
  3. คนที่เดินมากกว่าต่อวันมีแนวโน้มที่จะมีความดันโลหิตต่ำกว่า
ดูคำตอบ

คนที่เดินมากกว่าต่อวันมีแนวโน้มที่จะมีความดันโลหิตต่ำกว่า

The default mode network in particular

0:21

โดยเฉพาะเครือข่ายภาวะปริยาย

is activated when one's mind is at rest and not focusing on the outside world วลี

0:23

จะทำงานเมื่อจิตใจอยู่ในภาวะพักและไม่ได้จดจ่อกับโลกภายนอก

วลี

at rest: อยู่ในภาวะผ่อนคลายหรือไม่ทำงาน

ในที่นี้ at rest หมายถึงไม่ได้มุ่งความสนใจไปที่งานภายนอกอย่างตั้งใจ คนคนนั้นยังอาจตื่นอยู่ได้ คำว่า rest บรรยายภาวะที่ใช้ความคิดน้อยและความสนใจหันเข้าด้านใน ไม่ได้หมายถึงการหลับ วลีตายตัว be at rest ใช้บรรยายคน จิตใจ ร่างกาย วัตถุ หรือระบบที่ผ่อนคลาย อยู่นิ่ง หรือไม่ทำงาน ส่วนจะเป็นการหยุดแบบใดต้องดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ at rest บอกอะไรเกี่ยวกับสภาวะของจิตใจ?

  1. จิตใจไม่ได้จดจ่อกับงานภายนอก
  2. ร่างกายกำลังนอนราบอยู่
  3. จิตใจกำลังหลับอยู่อย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

จิตใจไม่ได้จดจ่อกับงานภายนอก

and has been found to improve memory, self-awareness, and goal setting. ไวยากรณ์

0:27

และพบว่าช่วยเพิ่มความจำ การตระหนักรู้ในตนเอง และการตั้งเป้าหมาย

ไวยากรณ์

has been found to improve: รายงานหลักฐานด้วยโครงสร้างแบบถูกกระทำ

ใน has been found to improve ส่วน has been found เป็นรูป present perfect แบบถูกกระทำที่ใช้รายงานข้อค้นพบ โดย has สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ has been วางข้อค้นพบไว้ในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน และ been found ทำให้เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำ ส่วน to improve ที่ตามมาระบุผลที่งานวิจัยรายงาน โครงสร้างนี้เน้นประธาน ซึ่งก็คือเครือข่ายโหมดปริยาย และประโยชน์ที่มีรายงาน โดยไม่ต้องระบุชื่อนักวิจัย หมายความว่างานศึกษาจนถึงปัจจุบันได้รายงานผลที่ดีขึ้น แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดผลเดียวกันทุกกรณีหรือพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลง่าย ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างแบบถูกกระทำเพื่อรายงานหลักฐาน และเน้น regular reading แทนนักวิจัยเป็นหัวข้อหลัก?

  1. Regular reading has been found to improve children's vocabulary.
  2. Researchers have found that regular reading improves children's vocabulary.
  3. Regular reading will improve every child's vocabulary.
ดูคำตอบ

Regular reading has been found to improve children's vocabulary.

Want to be more caring to your friends and family?

0:30

อยากดูแลเอาใจใส่เพื่อนและครอบครัวให้มากขึ้นไหม

When scientists compared the brains of Buddhist monks to new meditators, วลี

0:32

เมื่อนักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบสมองของพระสงฆ์ในพุทธศาสนากับสมองของผู้ที่เพิ่งเริ่มทำสมาธิ

วลี

โครงสร้าง compare A to B: compared ... to

ในโครงสร้าง compared A to B คำว่า compared เป็นรูปอดีตของ compare โดย A คือสิ่งแรกที่นำมาตรวจสอบ และ to ใช้นำ B ซึ่งเป็นสิ่งที่สองในการเปรียบเทียบ ในที่นี้ สมองของคนสองกลุ่มถูกนำมาตรวจสอบเทียบกัน โครงสร้างนี้ไม่ได้บอกว่า A และ B เหมือนกัน เพียงแต่นำทั้งสองมาเทียบกันเพื่อหาความเหมือนหรือความแตกต่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ compare A to B ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่ากำลังตรวจสอบคนสองกลุ่ม?

  1. Researchers compared the first group to the second group.
  2. Researchers described the first group as the second group.
  3. Researchers separated the first group from the second group.
ดูคำตอบ

Researchers compared the first group to the second group.

they found the region of the brain associated with empathy

0:36

พวกเขาพบว่าบริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับความเห็นอกเห็นใจ

to be much more pronounced in the monks. การใช้คำ

0:38

เด่นชัดกว่ามากในกลุ่มพระสงฆ์

การใช้คำ

pronounced: เด่นชัดและสังเกตได้ง่าย

ในที่นี้ pronounced เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “สังเกตเห็นได้ชัดมาก” หรือ “เด่นชัด” โดยบอกว่าบริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับความเห็นอกเห็นใจโดดเด่นกว่ามากในกลุ่มพระภิกษุ ในการใช้นี้ pronounced อธิบายว่าลักษณะหนึ่งชัดเจนเพียงใด ไม่ได้หมายถึงการออกเสียงคำหนึ่งออกมาดัง ๆ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: "The improvement was pronounced." pronounced หมายความว่าอะไร?

  1. ถูกเขียนไว้ในรายงานอย่างเป็นทางการ
  2. ถูกพูดออกเสียงอย่างระมัดระวัง
  3. สังเกตเห็นได้ชัดมากหรือเด่นชัด
ดูคำตอบ

สังเกตเห็นได้ชัดมากหรือเด่นชัด

It also literally changes your brain waves

0:40

การทำสมาธิยังเปลี่ยนคลื่นสมองของคุณจริง ๆ

and we can measure these frequencies.

0:43

และเราสามารถวัดความถี่เหล่านี้ได้

Meditators have higher levels of alpha waves

0:45

ผู้ทำสมาธิมีคลื่นแอลฟาในระดับสูงกว่า

which have been shown to reduce feelings of negative mood,

0:47

ซึ่งพบว่าช่วยลดอารมณ์ด้านลบ

tension, sadness, and anger.

0:49

ความตึงเครียด ความเศร้า และความโกรธ

And if that wasn't enough, ลำดับความ

0:51

และถ้าแค่นั้นยังไม่พอ

it also physically changes our brain shape and size.

0:52

การทำสมาธิยังเปลี่ยนรูปร่างและขนาดของสมองเราในทางกายภาพด้วย

ลำดับความ

ใช้ if that wasn't enough, เพื่อเพิ่มน้ำหนักของข้อมูล

ในประโยคนี้ if that wasn't enough เป็นวลีเชื่อมเชิงวาทศิลป์ ไม่ได้ถามจริง ๆ ว่าหลักฐานก่อนหน้านั้นเพียงพอหรือไม่ แต่ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเพิ่มผลกระทบอีกอย่างที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม วลีนี้จัดข้อมูลแบบไล่ระดับความสำคัญ โดยเสนอประเด็นหลายอย่างก่อน แล้วจึงใช้วลีนี้นำเข้าสู่ประเด็นเพิ่มเติมที่ช่วยทำให้ข้อโต้แย้งหนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมเชิงวาทศิลป์จากบทเรียนเพื่อเพิ่มข้อดีที่น่าประทับใจอีกอย่างหนึ่ง: The course includes live feedback, and ____, every session is free.

ดูคำตอบ

if that wasn't enough

Studies found that after 8 weeks of a meditation program,

0:56

งานวิจัยพบว่าหลังเข้าร่วมโปรแกรมทำสมาธิเป็นเวลา 8 สัปดาห์

gray matter was more dense in areas associated with learning,

0:59

เนื้อสมองสีเทามีความหนาแน่นมากขึ้นในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้

memory processing, and emotion regulation.

1:01

การประมวลผลความจำ และการควบคุมอารมณ์

And yet the amygdala, ลำดับความ

1:04

แต่ในทางกลับกัน อะมิกดะลา

which deals with stress, blood pressure, and fear, การใช้คำ

1:05

ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเครียด ความดันโลหิต และความกลัว

had decreased gray matter.

1:07

กลับมีเนื้อสมองสีเทาลดลง

ลำดับความ

ใช้ And yet เป็นคำเชื่อมเพื่อเน้นความแตกต่าง

ในข้อความนี้ And yet นำผลลัพธ์สองอย่างมาเปรียบต่างกันอย่างชัดเจน คือเนื้อสมองสีเทาในบางบริเวณหนาแน่นขึ้น ขณะที่ในอะมิกดะลากลับลดลง ผลการค้นพบนี้เกี่ยวข้องกับสมองคนละบริเวณ ดังนั้นคำเชื่อมจึงเน้นทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่ตรงข้ามกัน โดยไม่ได้บอกว่าผลทั้งสองขัดแย้งกันทางตรรกะ And ที่ต้นประโยคเชื่อมประโยคใหม่เข้ากับผลการค้นพบก่อนหน้า ส่วน yet แสดงว่าผลลัพธ์ที่สองเป็นเรื่องไม่คาดคิดเมื่อพิจารณาจากผลลัพธ์แรก เมื่อใช้ร่วมกันจึงทำให้ความแตกต่างนั้นชัดเจนและมีน้ำหนักเน้นย้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนเพื่อเน้นความแตกต่างที่น่าประหลาดใจ: The north side stayed completely dry. ____ the south side flooded within minutes.

ดูคำตอบ

And yet

การใช้คำ

deals with ที่บอกหน้าที่ของระบบ

ในที่นี้ deals with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “มีบทบาทใน” เพราะประธานคืออะมิกดะลา วลีนี้จึงเชื่อมโยงสมองส่วนนี้กับความเครียด ความดันโลหิต และความกลัว ให้ดูประธานและกรรมเพื่อเลือกความหมายของ deal with ส่วนหนึ่งของร่างกายหรือระบบอาจมีบทบาทในหน้าที่บางอย่างได้ โดยไม่ได้หมายความว่ามันตั้งใจ “แก้” ปัญหา และไม่ได้เกี่ยวกับการซื้อขาย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “This part of the brain deals with balance,” deals with หมายถึงอะไร

  1. ซื้อและขายสมดุล
  2. แก้ปัญหาเรื่องสมดุลได้อย่างสมบูรณ์
  3. มีส่วนในการควบคุมหรือรักษาสมดุล
ดูคำตอบ

มีส่วนในการควบคุมหรือรักษาสมดุล

When we look at the entire body,

1:09

เมื่อเรามองร่างกายโดยรวม

not only do we see decreased blood pressure, ไวยากรณ์

1:10

ไม่เพียงแต่จะเห็นว่าความดันโลหิตลดลง

but it can also increase the variability of your heart rate.

1:12

แต่ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจก็เพิ่มขึ้นได้ด้วย

ไวยากรณ์

การจับคู่และการกลับลำดับใน Not only do we ... but it can also ...

โครงสร้างคู่ not only ... but ... also ใช้นำเสนอผลลัพธ์สองอย่างที่เกี่ยวข้องกัน และเน้นผลลัพธ์อย่างที่สองเพิ่มขึ้น ในที่นี้ ความดันโลหิตที่ลดลงคือผลลัพธ์แรก ส่วนความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นคือผลลัพธ์ที่เสริมเข้ามา เมื่อ Not only อยู่ต้นอนุประโยค ให้วางกริยาช่วยไว้หน้าประธาน คือ do we see ไม่ใช่ we see การกลับลำดับนี้ใช้เฉพาะอนุประโยคแรก หลัง but ให้ใช้ลำดับคำปกติ คือ it can also increase

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ not only ที่ต้นประโยคได้ถูกต้อง

  1. Not only did Leo clean his room, but he also washed the dishes.
  2. Not only did Leo clean his room, but did he also wash the dishes.
  3. Not only Leo cleaned his room, but he also washed the dishes.
ดูคำตอบ

Not only did Leo clean his room, but he also washed the dishes.

And while this may sound harmful, ไวยากรณ์

1:15

แม้สิ่งนี้อาจฟังดูเป็นอันตราย

it actually plays a critical role in properly transporting oxygen and carbon dioxide วลี

1:17

แต่จริง ๆ แล้วมันมีบทบาทสำคัญในการลำเลียงออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเหมาะสม

throughout your body.

1:21

ไปทั่วร่างกายของคุณ

ไวยากรณ์

while this may sound harmful: ยอมรับความรู้สึกแรกก่อนแก้ไข

ในที่นี้ while นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อนหักมุม โดยยอมรับความรู้สึกแรกว่า “สิ่งนี้อาจฟังดูเป็นอันตราย” ก่อนที่ประโยคหลักจะให้ข้อเท็จจริงที่แก้ความเข้าใจนั้น ความหมายใกล้กับ although ไม่ใช่ “ในระหว่างที่” โครงสร้าง while + อนุประโยค, ประโยคหลัก มีประโยชน์เมื่อสิ่งหนึ่งดูเป็นลบหรือน่าประหลาดใจ แต่คำอธิบายที่ครบถ้วนกว่าชี้ไปอีกทางหนึ่ง may sound อธิบายเพียงว่าสิ่งนั้นอาจให้ความรู้สึกอย่างไร ไม่ได้บอกว่ามันเป็นอันตรายจริง

แบบฝึกหัด

while this may sound harmful ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. พิสูจน์ว่ากระบวนการนั้นเป็นอันตรายจริงแม้ว่าจะมีประโยชน์
  2. ยอมรับก่อนว่าอาจมีความรู้สึกในแง่ลบ แล้วประโยคหลักจึงแก้ความรู้สึกนั้น
  3. บอกว่ากระบวนการสำคัญเกิดขึ้นเฉพาะระหว่างเหตุการณ์ที่เป็นอันตราย
ดูคำตอบ

ยอมรับก่อนว่าอาจมีความรู้สึกในแง่ลบ แล้วประโยคหลักจึงแก้ความรู้สึกนั้น

วลี

plays a critical role in + คำนามหรือรูป -ing

Play a critical role in หมายถึงมีความสำคัญอย่างมากต่อกระบวนการหรือผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ประธานมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการลำเลียงออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ โดย role ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่บทบาทในการแสดง โครงสร้างคือ ประธาน + play/plays a critical role in + คำนามหรือรูป -ing เนื่องจาก in เป็นคำบุพบท เมื่อมีคำกริยาตามหลังจึงใช้ transporting ไม่ใช่ transport

แบบฝึกหัด

ใช้กลุ่มคำ play a critical role in ตามเดิม และเปลี่ยนรูป play ให้สอดคล้องกับประธาน: Clear communication ____ preventing medical errors.

ดูคำตอบ

plays a critical role in

Think you're getting sick? ไวยากรณ์

1:22

คิดว่าตัวเองกำลังจะป่วยใช่ไหม

ไวยากรณ์

Think you're ...?: คำถามภาษาพูดที่ย่อมาจาก Do you think ...?

ในการสนทนาแบบกันเอง Think you're getting sick? เป็นรูปย่อของ Do you think you're getting sick? คำที่ไม่ได้พูดคือ Do you ดังนั้นแม้ประโยคจะเริ่มด้วย think แต่ก็ไม่ใช่คำสั่ง รูปแบบนี้ใช้ถามความเห็นหรือการคาดเดาของผู้ฟัง: Think + อนุประโยคที่มีประธานและกริยา? พบได้บ่อยในการสนทนาที่รวดเร็วและตรงไปตรงมา

แบบฝึกหัด

ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า Think you're getting sick?

  1. ผู้พูดบอกว่าตัวเองกำลังจะป่วย
  2. เป็นคำสั่งให้คิดเรื่องการเจ็บป่วย
  3. Do you think you're getting sick?
ดูคำตอบ

Do you think you're getting sick?

In a study where both meditators and non-meditators were given the flu virus,

1:23

ในการศึกษาที่ให้เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่แก่ทั้งผู้ที่ทำสมาธิและผู้ที่ไม่ได้ทำ

meditators were able to produce a greater number of antibodies

1:27

ผู้ที่ทำสมาธิสามารถสร้างแอนติบอดีได้มากกว่า

and had increased immune function.

1:30

และมีการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น

If we go a little deeper, สำนวน

1:32

หากเรามองลึกลงไปอีกหน่อย

we can even see changes on a cellular level. วลี

1:33

เรายังเห็นการเปลี่ยนแปลงได้แม้แต่ในระดับเซลล์

สำนวน

go a little deeper: เปลี่ยนจากภาพรวมไปสู่การวิเคราะห์ที่ละเอียดขึ้น

ในที่นี้ go a little deeper เป็นการใช้เชิงอุปมา หมายถึงการก้าวพ้นจากภาพรวมไปพิจารณาระดับที่ละเอียดหรือพื้นฐานยิ่งขึ้น ไม่ได้มีการเคลื่อนลงด้านล่างจริง ๆ โครงสร้าง go + คำคุณศัพท์ขั้นกว่าใช้บอกการเปลี่ยนแปลงของระดับได้ ส่วน a little ทำให้การเปลี่ยนหัวข้อนุ่มนวลขึ้น เพราะผู้พูดเสนอให้ก้าวต่อไปเพียงเล็กน้อย วลีนี้ช่วยนำผู้ฟังจากคำอธิบายระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “วิเคราะห์ให้ละเอียดขึ้นอีกเล็กน้อย”: Before we choose a supplier, let's ____ and compare the hidden costs.

ดูคำตอบ

go a little deeper

วลี

on a cellular level: การระบุมาตราส่วนของการวิเคราะห์

ใน on a cellular level คำว่า level หมายถึงระดับหรือมาตราส่วนของการสังเกตและการวิเคราะห์ วลีนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงจะมองเห็นได้เมื่อตรวจร่างกายในระดับเซลล์ ไม่ได้หมายถึงชั้นของอาคารหรือระดับความสามารถ รูปแบบ on a/an + adjective + level ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนไปมาระหว่างมาตราส่วนต่าง ๆ เช่น on a personal level, on a social level หรือ on a molecular level ในประโยคนี้ รูปแบบดังกล่าวพาคำอธิบายจากร่างกายทั้งระบบไปสู่มาตราส่วนที่เล็กกว่ามาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ on a ... level เพื่อระบุมาตราส่วนของการวิเคราะห์

  1. Her office is on the third level of the building.
  2. On a molecular level, the two samples behave differently.
  3. His reading level improved after the course.
ดูคำตอบ

On a molecular level, the two samples behave differently.

Your chromosomes have protective protein complexes called telomeres, ไวยากรณ์

1:35

โครโมโซมของคุณมีโครงสร้างโปรตีนเชิงซ้อนที่ทำหน้าที่ปกป้องซึ่งเรียกว่าเทโลเมียร์

ไวยากรณ์

protein complexes called telomeres: รูปแบบ noun + called + name

ใน protein complexes called telomeres ส่วน called telomeres อยู่หลังคำนาม protein complexes และบอกชื่อของสิ่งนั้น ในที่นี้ called มีความหมายเท่ากับ that are called ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์ นี่คืออนุประโยคสัมพัทธ์รูปถูกกระทำที่ย่อแล้ว: noun + called + name รูปแบบนี้ช่วยแนะนำคำศัพท์เฉพาะอย่างกระชับ โดยเฉพาะในคำนิยามและคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคแบบกระชับที่มีความหมายว่า a tool that is called a spectrometer

  1. We used a tool calling a spectrometer.
  2. We used a tool is called a spectrometer.
  3. We used a tool called a spectrometer.
ดูคำตอบ

We used a tool called a spectrometer.

which help reduce damage to your DNA

1:38

ซึ่งช่วยลดความเสียหายต่อ DNA

and lower cell death.

1:40

และลดการตายของเซลล์

And a shortened telomere length

1:41

ส่วนความยาวของเทโลเมียร์ที่สั้นลง

has been linked to several diseases such as cardiovascular disease,

1:43

มีความเชื่อมโยงกับโรคหลายชนิด เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด

diabetes, Alzheimer's, and cancer.

1:46

เบาหวาน อัลไซเมอร์ และมะเร็ง

Amazingly, when cancer survivors completed a meditation program,

1:48

น่าทึ่งที่เมื่อผู้รอดชีวิตจากมะเร็งเข้าร่วมโปรแกรมทำสมาธิจนครบ

their bodies showed significant increases in telomere length. วลี

1:52

ร่างกายของพวกเขามีความยาวเทโลเมียร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

วลี

การเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดของความยาวเทโลเมียร์

ในประโยคนี้ significant increases in telomere length หมายถึงความยาวของเทโลเมียร์เพิ่มขึ้นในระดับที่เห็นได้ชัดหรือมีความสำคัญ คำนาม increases ใช้เรียกการเปลี่ยนแปลงนั้น และ in นำหน้าค่าที่เปลี่ยนไป ซึ่งก็คือ telomere length รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ significant increase(s) in + ค่าที่วัด รูปแบบนี้พบบ่อยในงานวิจัยและรายงานข้อมูล และเป็นทางการกว่า went up a lot คำว่า significant เพียงคำเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าผลนั้นมีนัยสำคัญทางสถิติ หรือว่าการทำสมาธิเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุค่าที่เปลี่ยนไปได้อย่างเป็นธรรมชาติในรายงานทางการ

  1. The trial showed reading speed a significant increase.
  2. The trial showed a significant increase of reading speed.
  3. The trial showed a significant increase in reading speed.
ดูคำตอบ

The trial showed a significant increase in reading speed.

It's believed that psychological intervention, ไวยากรณ์

1:55

เชื่อกันว่าการบำบัดทางจิตวิทยา

particularly decreasing stress,

1:57

โดยเฉพาะการลดความเครียด

has a direct effect on the enzyme telomerase, วลี

1:59

ส่งผลโดยตรงต่อเอนไซม์เทโลเมอเรส

ไวยากรณ์

It's believed that: เชื่อกันว่า

It's believed that ใช้รายงานแนวคิดโดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้เชื่อ It ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใด แต่เป็นประธานเชิงไวยากรณ์ believed อยู่ในรูปถูกกระทำ และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกแนวคิดที่กำลังรายงาน ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวนำเสนอคำอธิบายในฐานะความเชื่อหรือการตีความในปัจจุบัน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ไม่มีข้อโต้แย้ง ทำให้น้ำเสียงระมัดระวังและไม่ผูกกับบุคคล แต่ไม่ได้บอกว่าหลักฐานหนักแน่นเพียงใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานความเห็นทั่วไปอย่างระมัดระวัง โดยไม่ระบุแหล่งที่มาและไม่อ้างว่าได้รับการพิสูจน์แล้ว

  1. It's been proven that regular sleep supports memory.
  2. Researchers believe that regular sleep may support memory.
  3. It's believed that regular sleep may support memory.
ดูคำตอบ

It's believed that regular sleep may support memory.

วลี

has a direct effect on: มีผลโดยตรงต่อ

ในประโยคนี้ has a direct effect on หมายถึงสิ่งหนึ่งส่งผลโดยตรงต่ออีกสิ่งหนึ่ง psychological intervention คือสาเหตุ ส่วน the enzyme telomerase คือสิ่งที่ได้รับผล รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have/has + a direct effect + on + คำนาม โดย effect เป็นคำนาม และ on ใช้นำหน้าคนหรือสิ่งที่ได้รับผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำที่มี effect ซึ่งเรียนในบทนี้: Regular sleep can ____ your concentration during class.

ดูคำตอบ

have a direct effect on

which has been shown to counteract shortening

2:01

ซึ่งพบว่าสามารถต้านการหดสั้นลงได้

by adding DNA to the shrinking telomeres. ไวยากรณ์

2:03

ด้วยการเติม DNA เข้าไปในเทโลเมียร์ที่กำลังสั้นลง

ไวยากรณ์

by adding: ด้วยการเติม

ในที่นี้ by adding อธิบายว่าเทโลเมอเรสต้านการสั้นลงอย่างไร นั่นคือทำได้ด้วยการเติม DNA โครงสร้างนี้ตอบคำถามว่า “ด้วยวิธีใด” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ by + กริยา-ing ใช้หลังการกระทำหรือผลลัพธ์เพื่อระบุวิธีหรือกลไกที่ทำให้เกิดผลนั้น ในประโยคนี้เข้าใจว่าผู้ทำ adding คือ telomerase

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย by + รูป -ing ของ use เพื่อบอกวิธี: The school cut paper waste ____ reusable folders.

ดูคำตอบ

by using

Of course, ลำดับความ

2:05

แน่นอนว่า

meditation is not a substitute for other medical advice วลี

2:06

การทำสมาธิไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์อื่น ๆ

or a healthy lifestyle.

2:09

หรือวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพได้

ลำดับความ

ใช้ Of course, เพื่อเกริ่นข้อจำกัดสำคัญ

ในที่นี้ Of course ไม่ได้ใช้เพื่อเกริ่นข้อกล่าวอ้างหลัก แต่เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเพิ่มข้อจำกัดสำคัญหลังจากกล่าวถึงประโยชน์ที่เป็นไปได้ของการทำสมาธิ คำนี้นำเสนอข้อจำกัดดังกล่าวว่าเป็นเรื่องที่คนมีเหตุผลควรยอมรับร่วมกันอยู่แล้ว: ประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นไม่ได้ทำให้คำแนะนำทางการแพทย์หรือนิสัยที่ดีต่อสุขภาพหมดความจำเป็น ในการให้เหตุผล การใช้แบบนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ข้อกล่าวอ้างเชิงบวกก่อนหน้าถูกตีความกว้างเกินไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Of course ส่งสัญญาณอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังปฏิเสธงานวิจัยทั้งหมดที่กล่าวถึงก่อนหน้า
  2. ผู้พูดกำลังเพิ่มข้อจำกัดสำคัญที่คาดว่าผู้ฟังจะยอมรับ
  3. ผู้พูดรู้สึกประหลาดใจที่การทำสมาธิอาจช่วยได้
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังเพิ่มข้อจำกัดสำคัญที่คาดว่าผู้ฟังจะยอมรับ

วลี

is not a substitute for: บอกว่าสิ่งหนึ่งไม่สามารถแทนอีกสิ่งหนึ่งได้

ในโครงสร้าง X is not a substitute for Y คำว่า substitute เป็นคำนาม หมายถึงสิ่งที่เข้ามาแทนอีกสิ่งหนึ่ง โครงสร้างนี้บอกว่า X ไม่สามารถแทน Y ได้ แม้ว่า X จะมีประโยชน์ในตัวเองก็ตาม คำบุพบท for ใช้นำหน้าสิ่งที่ไม่ควรถูกแทนที่ ในที่นี้ การทำสมาธิอาจมีประโยชน์ แต่ไม่สามารถแทนคำแนะนำทางการแพทย์หรือวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพได้

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้านความปลอดภัยด้วยสำนวนเป้าหมาย: A helmet can reduce injuries, but it ____ riding carefully.

ดูคำตอบ

is not a substitute for

We don't want you leaving this video thinking it will cure cancer. ไวยากรณ์

2:10

เราไม่อยากให้คุณดูวิดีโอนี้จบแล้วคิดว่าการทำสมาธิจะรักษามะเร็งได้

ไวยากรณ์

don't want you leaving: กรรม + รูป -ing

ใน don't want you leaving คำว่า want รับ you เป็นกรรม และ leaving เป็นส่วนเติมเต็มรูป -ing การปฏิเสธครอบคลุมสถานการณ์ที่คาดไว้ทั้งหมด คือ “คุณจากไป...พร้อมกับคิดว่า...” ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผู้พูดต้องการป้องกัน ปัญหาหลักในที่นี้ไม่ใช่การจากไป ผู้พูดไม่ต้องการให้ผู้ชมดูวิดีโอจบโดยยังมีความเชื่อผิด ๆ ว่ามันจะรักษามะเร็งได้ โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อสิ่งที่คุณกังวลคือบุคคลทำการกระทำนั้นอย่างไรหรืออยู่ในสภาพใด ไม่ใช่เพียงว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง don't want + object + -ing: We ____ the workshop believing the rumor is true.

ดูคำตอบ

don't want you leaving

But much like hitting the gym can grow your muscles and increase your overall health, โน้ต

2:13

แต่เช่นเดียวกับการเข้ายิมที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและส่งเสริมสุขภาพโดยรวม

สำนวน

hitting the gym: ไปยิมเพื่อออกกำลังกาย

'Hitting the gym' เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงการไปยิมเพื่อออกกำลังกาย ในที่นี้ hitting ไม่ได้หมายถึงการตีสถานที่หรือสิ่งของ วลีรูป -ing นี้เรียกกิจกรรมที่ใช้ในการเปรียบเทียบ ซึ่งกิจกรรมนี้ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคไม่เป็นทางการนี้ด้วยวลีที่หมายถึง “ไปยิมเพื่อออกกำลังกาย”: After work, I am going to ____ before dinner.

ดูคำตอบ

hit the gym

it seems that meditation may be a way of working out your brain สำนวน

2:16

ดูเหมือนว่าการทำสมาธิอาจเป็นวิธีหนึ่งในการฝึกสมอง

with extra health benefits.

2:20

พร้อมประโยชน์เพิ่มเติมต่อสุขภาพ

ลำดับความ

much like ในฐานะสัญญาณของการเปรียบเทียบเชิงอุปมา

Much like นำเสนอด้านที่คุ้นเคยของการเปรียบเทียบเชิงอุปมาก่อนข้อเสนอหลัก การเปรียบเทียบเรื่องการเข้ายิมในตอนต้นช่วยให้ผู้ฟังมีแบบจำลองสำหรับทำความเข้าใจแนวคิดที่ตามมา กล่าวคือ การทำสมาธิถูกนำเสนอว่าเป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่งสำหรับสมอง วลีนี้จัดระเบียบแนวคิดสองอย่างโดยอาศัยความคล้ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้บอกว่ากิจกรรมทั้งสองเหมือนกันทุกอย่างหรือพิสูจน์ผลทางการแพทย์ของกิจกรรมเหล่านั้น เมื่ออ่าน ให้หาความสัมพันธ์เฉพาะที่ถูกนำจากสถานการณ์แรกไปเทียบกับสถานการณ์ที่สอง

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ทำให้สถานการณ์แรกเป็นอุปมา: ____ a map guides a traveler through a city, an outline guides a reader through an essay.

  1. Such as
  2. Much like
  3. Because
ดูคำตอบ

Much like

สำนวน

working out your brain: การเปรียบเทียบการฝึกจิตใจกับการออกกำลังกาย

'Working out your brain' ใช้การเปรียบเทียบกับการออกกำลังกาย หมายถึงการฝึกหรือบริหารจิตใจ ราวกับว่าสมองสามารถออกกำลังกายได้เหมือนร่างกาย ในที่นี้ วลีดังกล่าวอธิบายผลอย่างหนึ่งที่อาจเกิดจากการทำสมาธิ ไม่ได้หมายถึงการคำนวณหาคำตอบ คำว่า seems และ may ทำให้ข้อความนี้เป็นการกล่าวอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'Meditation can feel like working out your brain,' วลี working out your brain หมายถึงอะไร?

  1. แก้ปัญหาเพื่อหาคำตอบ
  2. พาสมองไปยิมเพื่อออกกำลังกาย
  3. ฝึกความคิดผ่านการฝึกทางจิตใจ
ดูคำตอบ

ฝึกความคิดผ่านการฝึกทางจิตใจ

And since your brain controls,

2:21

และในเมื่อสมองของคุณควบคุม

well, all of you, น้ำเสียง/เจตนา

2:23

เอ่อ... ทุกอย่างในตัวคุณ

น้ำเสียง/เจตนา

well แบบคำแทรกเพื่อหยุดในการพูดและเกริ่นอย่างขบขัน

well ในที่นี้เป็นคำช่วยจัดลำดับบทสนทนา ไม่ใช่คำวิเศษณ์ที่หมายถึง “อย่างดี” หรือคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “มีสุขภาพดี” คำนี้ทำให้ประโยคหยุดชั่วครู่ขณะที่ผู้พูดเตรียมส่วนที่จะเติมความคิดให้สมบูรณ์ ช่วงหยุดนี้ใช้เกริ่น all of you ให้เป็นคำอธิบายเสริมแบบกันเองและเกินจริงเล็กน้อยว่า สมองควบคุมแทบทั้งร่างกายและความเป็นตัวคุณ โดยทั่วไป well ที่แทรกกลางประโยคอาจบอกถึงความลังเล การปรับคำพูด หรือการเกริ่นอย่างขบขันก่อนเข้าสู่วลีถัดไป

แบบฝึกหัด

ใน “And since your brain controls, well, all of you,” คำว่า well ทำหน้าที่อะไร

  1. ทำเครื่องหมายการหยุดสั้น ๆ ก่อนคำอธิบายเสริมที่มีอารมณ์ขัน
  2. อธิบายว่าใครคนหนึ่งมีสุขภาพดี
  3. บอกว่าสมองควบคุมคุณอย่างชำนาญ
ดูคำตอบ

ทำเครื่องหมายการหยุดสั้น ๆ ก่อนคำอธิบายเสริมที่มีอารมณ์ขัน

why not relax and say om every once in a while. โน้ต

2:24

ทำไมไม่ลองผ่อนคลายแล้วเปล่งเสียง “โอม” เป็นครั้งคราวดูล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

why not + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อเสนอแนะอย่างสบาย ๆ

why not ในที่นี้ใช้เพื่อเสนอแนะอย่างสบาย ๆ ผู้พูดกำลังเสนอให้ relax and say om ไม่ได้ถามหาเหตุผลที่ไม่ควรทำ โครงสร้างคือ why not + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น why not relax รูปแบบนี้นำเสนอการกระทำว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายหรือควรลองพิจารณา และเปิดโอกาสให้ผู้ฟังยอมรับหรือปฏิเสธได้อย่างอิสระ บริบทและน้ำเสียงช่วยแยกข้อเสนอแนะนี้ออกจากคำถามตามความหมายตรง Why not? ที่ถามหลังจากใครบางคนปฏิเสธความคิดหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างสองคำจากบทเรียนเติมข้อเสนอแนะที่ไม่กดดันนี้ให้สมบูรณ์: “You have some free time, so ____ take a short walk?”

ดูคำตอบ

why not

วัฒนธรรม

om ในฐานะสัญลักษณ์ของการทำสมาธิ

om เป็นพยางค์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีรากมาจากขนบทางศาสนาของอินเดีย และเชื่อมโยงอย่างแพร่หลายกับการสวดและการทำสมาธิ ในที่นี้ say om ใช้ภาพเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมที่ผู้คนคุ้นเคย เพื่อสื่อถึงการสงบใจและเข้าสู่สภาวะทำสมาธิ om ไม่ใช่คำภาษาอังกฤษทั่วไปหรือเสียงแทรกที่ไร้ความหมาย และประโยคนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าธรรมเนียมการทำสมาธิทุกแบบใช้เสียงนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ say om ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงสิ่งใดเป็นหลัก

  1. การสะกดคำยาก
  2. การทำสมาธิอย่างสงบหรือการสวด
  3. การทำตามตารางเวลาที่แน่นอน
ดูคำตอบ

การทำสมาธิอย่างสงบหรือการสวด

วลี

every once in a while: ความถี่แบบเป็นครั้งคราว

Every once in a while เป็นสำนวนบอกเวลาแบบตายตัวที่หมายถึง “เป็นครั้งคราว” หรือ “บางครั้ง” ใช้บรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ไม่ได้เกิดบ่อยและไม่มีตารางเวลาที่แน่นอน ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวจำกัดความถี่ของ relax and say om ทำให้คำแนะนำฟังดูสบาย ๆ และไม่กดดัน แทนที่จะหมายถึงให้ทำตลอดเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เป็นครั้งคราว”: I turn off my phone and take a walk ____.

ดูคำตอบ

every once in a while

And if you like working out your brain,

2:27

และถ้าคุณชอบฝึกสมอง

be sure to get our AsapSCIENCE book,

2:29

อย่าลืมหาซื้อหนังสือ AsapSCIENCE ของเรา

which is now available for pre-sale at asapscience.com/book.

2:30

ซึ่งตอนนี้เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้วที่ asapscience.com/book

We've got answers to your most asked burning questions, สำนวน

2:34

เรามีคำตอบสำหรับคำถามคาใจที่พวกคุณถามกันมากที่สุด

persistent rumors,

2:37

ข่าวลือที่ยังคงแพร่สะพัด

and unexplained phenomenon.

2:38

และปรากฏการณ์ที่ยังอธิบายไม่ได้

สำนวน

burning questions: คำถามที่ผู้คนอยากได้คำตอบอย่างมาก

ใน burning questions คำว่า burning ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยเพิ่มความรู้สึกอยากรู้อย่างมากหรือเร่งด่วน หมายถึงคำถามที่ผู้คนอยากได้คำตอบเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายถึงคำถามที่กำลังติดไฟจริง ๆ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้หัวข้อต่าง ๆ ดูเป็นปริศนาสำคัญที่หนังสือจะกล่าวถึง และทำให้คำถามเหล่านั้นดูยากที่จะมองข้าม

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ That is the burning question everyone wants answered คำว่า burning question หมายความว่าอะไร

  1. คำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยจากอัคคีภัย
  2. คำถามที่ผู้คนอยากได้คำตอบอย่างมาก
  3. คำถามที่เขียนด้วยถ้อยคำโกรธเกรี้ยว
ดูคำตอบ

คำถามที่ผู้คนอยากได้คำตอบอย่างมาก

Whether you're a huge science fan or just a curious mind, ไวยากรณ์

2:39

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนวิทยาศาสตร์ตัวยงหรือแค่คนช่างสงสัย

the book has something for everyone วลี

2:42

หนังสือเล่มนี้ก็มีเนื้อหาสำหรับทุกคน

ไวยากรณ์

Whether A or B: ผลลัพธ์เดียวสำหรับทั้งสองทางเลือก

Whether A or B ใช้เกริ่นทางเลือกสองอย่างและแสดงว่าข้อความหลักเป็นจริงในทั้งสองกรณี ในประโยคนี้ หนังสือมีเนื้อหาสำหรับทั้งแฟนวิทยาศาสตร์ตัวยงและคนที่เพียงแค่อยากรู้อยากเห็น ผู้ฟังไม่ได้ถูกขอให้เลือกคำตอบอย่างใดอย่างหนึ่ง โครงสร้างนี้ช่วยขยายขอบเขตของข้อความ โดยมีรูปแบบ Whether + ทางเลือก A + or + ทางเลือก B, ประโยคหลัก ทางเลือกอาจเป็นตัวตน การกระทำ เงื่อนไข หรือผลลัพธ์ที่เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนที่แสดงว่าผลลัพธ์เดียวกันใช้ได้กับทั้งสองกรณี: ____ you're taking the bus ____ walking, leave ten minutes early.

ดูคำตอบ

Whether · or

วลี

Something for everyone: มีสิ่งที่เหมาะกับทุกคน

“something for everyone” หมายความว่า คนที่มีความสนใจต่างกันต่างก็สามารถพบสิ่งที่ตนจะชอบได้อย่างน้อยหนึ่งอย่าง ในประโยคนี้ หนังสือถูกนำเสนอว่าน่าสนใจทั้งสำหรับแฟนวิทยาศาสตร์ตัวยงและคนที่เพียงแค่อยากรู้อยากเห็น นี่เป็นการสรุปแบบครอบคลุมว่าหนังสือเหมาะกับคนหลายกลุ่ม ไม่ใช่คำสัญญาตามตัวอักษรว่าทุกคนจะได้รับสิ่งของชิ้นเดียวกัน รูปแบบ “has something for everyone” มักใช้บรรยายหนังสือ งานกิจกรรม เมนู สถานที่ หรือบริการที่มีตัวเลือกหลากหลาย

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยสำนวนที่หมายความว่าคนที่มีความสนใจต่างกันต่างก็พบตัวเลือกที่น่าสนใจได้: With sports, art classes, and quiet gardens, the club has ____.

ดูคำตอบ

something for everyone

and we're so excited for you to read it

2:43

และเราตื่นเต้นมากที่คุณจะได้อ่าน

and show off your new found knowledge to all your friends. กริยาวลี

2:45

และนำความรู้ใหม่ไปอวดเพื่อน ๆ ทุกคน

กริยาวลี

Show off: อวดเพื่อเรียกร้องความสนใจ

“Show off” หมายถึงจงใจแสดงทักษะ ความรู้ สิ่งของ หรือคุณสมบัติ เพื่อให้คนอื่นสังเกตเห็นหรือชื่นชม ในประโยคนี้ ผู้พูดพูดแบบขำ ๆ เพื่อชวนให้ผู้อ่านใช้สิ่งที่เรียนรู้ไปสร้างความประทับใจให้เพื่อน ไม่ได้เป็นการตำหนิอย่างรุนแรง เมื่อมีกรรม phrasal verb นี้สามารถแยกคำได้ โดยพูดได้ทั้ง “show off your knowledge” และ “show your knowledge off” ถ้าเป็นคำสรรพนามต้องวางไว้ตรงกลาง คือ “show it off” ไม่ใช่ “show off it” และยังใช้โดยไม่มีกรรมได้ เช่น “He is just showing off.”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb สองคำที่หมายถึง “จงใจแสดงความสามารถเพื่อเรียกร้องความสนใจ”: Nina loves to ____ her dance moves at parties.

ดูคำตอบ

show off

Thanks again for all the support through the years,

2:48

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกการสนับสนุนตลอดหลายปีที่ผ่านมา

helping us share our love of science with the world.

2:50

ที่ช่วยให้เราได้แบ่งปันความรักในวิทยาศาสตร์กับคนทั่วโลก

And subscribe for more weekly science videos.

2:52

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์