ทำไมเมื่อก่อนนักโทษถึงใส่ชุดลายทางจริงๆ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Infographics Show

ความยากในการเรียน
1,608 คำ 210 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: การเปลี่ยนชุดผู้ต้องขังสหรัฐฯ จากลายขาวดำเป็นชุดหมีสีส้มและบางครั้งกลับมาใช้ลายทาง เชื่อมโยงกับการหลบหนี วินัย การทำให้อับอาย การฟื้นฟู และกฎการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ในประเภท “กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน” came into being บอกอย่างเป็นทางการว่าระบบเริ่มมีอยู่เมื่อใด ช่วยให้เล่าที่มาทางประวัติศาสตร์โดยไม่สื่อถึงการสร้างเพียงครั้งเดียว 2. ในประเภท “สำนวนและภาษาภาพพจน์” a badge of shame. เปลี่ยนเครื่องแบบเป็นสัญลักษณ์ของตราบาป ช่วยให้เข้าใจประเด็นอัตลักษณ์และศักดิ์ศรีโดยไม่คิดว่าเป็นเข็มกลัดจริง 3. ในประเภท “ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา” in no manner คือคำปฏิเสธเด็ดขาดแบบกฎหมาย ช่วยให้แยกจาก not at all ในภาษาทั่วไปและอ่านกฎแมนเดลาได้ถูกต้อง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

So you and your crack team of convicts have come up with the most brilliant escape plan ever. โน้ต

0:00

เอาละ คุณกับทีมนักโทษหัวกะทิคิดแผนแหกคุกที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลขึ้นมาได้

การใช้คำ

crack team: ทีมชั้นยอดที่มีความสามารถสูง

crack ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ที่วางหน้าคำนาม หมายถึงมีฝีมือหรือมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง A crack team หมายถึงทีมชั้นยอดที่มีความสามารถสูง โดย crack ในวลีนี้ไม่ได้หมายถึงรอยร้าว เสียงแตก หรือยาเสพติด คำชมนี้อาจใช้ด้วยความจริงใจได้ แต่ในประโยคนี้มีน้ำเสียงหยอกล้อหรือประชด การเรียกเหล่านักโทษว่า crack team ทำให้แผนแหกคุกที่อ้างว่ายอดเยี่ยมของพวกเขาฟังดูถูกยกยออย่างจงใจ

แบบฝึกหัด

ใน "your crack team of convicts" คำว่า crack team หมายถึงอะไร

  1. ทีมที่สมาชิกได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย
  2. ทีมที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
  3. ทีมชั้นยอดที่มีความสามารถสูง
  4. ทีมที่ทำหน้าที่ซ่อมรอยร้าว
ดูคำตอบ

ทีมชั้นยอดที่มีความสามารถสูง

กริยาวลี

come up with: คิดหรือสร้างแนวคิดหรือแผนขึ้นมา

Come up with เป็นกริยาวลีสามคำ หมายถึงคิด สร้าง หรือเสนอแนวคิด แผน คำตอบ หรือวิธีแก้ปัญหา ในประโยคนี้ เหล่านักโทษได้คิดแผนแหกคุกขึ้นมา ทั้งสามคำทำหน้าที่เป็นหน่วยความหมายเดียวกัน โดยกรรมจะอยู่หลัง with เช่น come up with a plan หรือ come up with it คำประกอบในวลีนี้ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “คิดหรือสร้างขึ้นมา”: Can you ____ a safer way to store the data?

ดูคำตอบ

come up with

You've spent weeks making a tunnel with nothing but spoons ไวยากรณ์

0:06

พวกคุณใช้เวลาหลายสัปดาห์ขุดอุโมงค์ด้วยช้อนเพียงอย่างเดียว

you've had smuggled into the prison

0:09

ช้อนเหล่านั้นถูกลักลอบนำเข้ามาในเรือนจำ

ไวยากรณ์

spoons you've had smuggled: ช้อนที่คุณให้คนอื่นลักลอบนำเข้า

ในประโยคเต็ม you have had spoons smuggled โครงสร้าง have + กรรม + past participle เป็นโครงสร้าง使役 หมายความว่าคุณจัดการหรือให้คนอื่นลักลอบนำช้อนเข้าไป ประโยคไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนลงมือจริง และไม่ได้หมายความว่าคุณลักลอบนำเข้าเอง เนื่องจากโครงสร้างนี้อยู่ในรูป present perfect คำกริยา have ที่ทำหน้าที่使役จึงเปลี่ยนเป็น had หลัง auxiliary have ทำให้ได้รูป you've had ... วลีนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของอนุประโยคขยายคำนามที่ย่อมาจาก spoons (that) you've had smuggled into the prison โดยละ that ซึ่งเป็นกรรมของโครงสร้าง使役ไว้ และ had ในที่นี้ไม่ใช่ had ของ past perfect ทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ามีคนอื่นติดตั้งกุญแจให้เธอ

  1. She had installed the lock before closing.
  2. She had the lock installed before closing.
  3. She installed the lock herself before closing.
ดูคำตอบ

She had the lock installed before closing.

and you've got dummies that look just like you,

0:11

และยังมีหุ่นจำลองที่ดูเหมือนพวกคุณไม่มีผิด

which you'll put in your bed

0:13

ซึ่งจะถูกนำไปวางบนเตียง

while you're busy crawling through your escape tunnel.

0:14

ระหว่างที่พวกคุณกำลังคลานผ่านอุโมงค์หลบหนี

Yep,

0:17

ใช่แล้ว

you've heard that story before

0:17

คุณคงเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

because it's actually been done.

0:19

เพราะมีคนเคยทำจริง ๆ

The problem with escaping from prison is getting out is just the ลำดับความ

0:20

ปัญหาของการแหกคุกคือ การออกจากคุกเป็นเพียง

beginning.

0:24

จุดเริ่มต้น

Staying out is actually the hard part.

0:25

ส่วนที่ยากจริง ๆ คือการหนีให้รอดโดยไม่ถูกจับกลับมา

ลำดับความ

getting out is just the beginning ... Staying out is actually the hard part: การหนีออกมาเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การอยู่ข้างนอกต่อไปคือส่วนที่ยาก

Getting out และ staying out เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน Getting out หมายถึงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะอิสระ ส่วน staying out หมายถึงการรักษาสภาวะนั้นต่อไป การใช้รูปแบบ X is just the beginning. Y is actually the hard part. ซ้ำกัน ทำให้จุดสนใจเปลี่ยนจากความสำเร็จครั้งแรกไปสู่ความท้าทายที่ยังดำเนินต่อไป ในที่นี้ out หมายถึงการออกจากเรือนจำและยังคงเป็นอิสระ ไม่ใช่เพียงการอยู่ข้างนอกชั่วครู่ ประโยคที่สองบอกว่าการหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกจับกลับไปคือความยากที่แท้จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ประธานที่เป็น gerund แบบคู่ขนานเพื่อแสดงว่าการหลบหนีเป็นเพียงขั้นแรก และการยังคงเป็นอิสระนั้นยากกว่า

  1. Getting out is just the beginning. Staying out is actually the hard part.
  2. Getting out is actually the hard part. Staying out is just the beginning.
  3. Getting out is just the beginning. Getting back in is actually the hard part.
ดูคำตอบ

Getting out is just the beginning. Staying out is actually the hard part.

It's not exactly easy to leave a prison and then just mingle with the local population วลี

0:27

การออกจากเรือนจำแล้วทำตัวกลมกลืนกับคนในท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

วลี

mingle with the local population: เข้าร่วมกลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ

ในที่นี้ mingle with the local population หมายถึงการเข้าไปอยู่ท่ามกลางคนในพื้นที่และมีปฏิสัมพันธ์ตามปกติ เพื่อไม่ให้ตนเองดูโดดเด่น จุดสำคัญคือการเข้ากลุ่มคนรอบข้างอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การนำคนสองกลุ่มมาผสมกัน เมื่อใช้ความหมายนี้ mingle มักเป็นกริยาอกรรม สามารถพูดว่า a person mingles with people หรือ mingles at an event ได้ โครงสร้างคือ mingle with + บุคคลหรือกลุ่มคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “เดินอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนและมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับพวกเขา”: At the reception, guests could ____ the artists after the talk.

ดูคำตอบ

mingle with

and the reason for that is, of course,

0:32

และเหตุผลก็คือ แน่นอนว่า

you might not have any civilian clothes.

0:33

คุณอาจไม่มีเสื้อผ้าของคนทั่วไปเลย

We're going to focus on the USA today

0:36

วันนี้เราจะเน้นพูดถึงสหรัฐอเมริกา

because that's where the black and white stripes were first worn.

0:38

เพราะที่นั่นเป็นสถานที่แรกที่มีการสวมชุดลายขาวดำ

In fact,

0:41

ที่จริงแล้ว

if you look at many prisons around the world today,

0:41

หากมองดูเรือนจำหลายแห่งทั่วโลกในปัจจุบัน

inmates can wear what you might call normal clothing, น้ำเสียง/เจตนา

0:44

ผู้ต้องขังสามารถสวมสิ่งที่เราอาจเรียกว่าเสื้อผ้าธรรมดา

น้ำเสียง/เจตนา

what you might call + นามวลี: ชื่อเรียกแบบไม่ฟันธง

What you might call ใช้นำเสนอชื่อเรียกที่ผู้พูดเห็นว่ามีประโยชน์ แต่ไม่ได้ถูกต้องสมบูรณ์หรือเป็นที่ยอมรับของทุกคน ในที่นี้ normal clothing เป็นชื่อเรียกที่สะดวกสำหรับเสื้อผ้าที่ดูธรรมดาแทนที่จะดูเหมือนชุดนักโทษ โครงสร้างคือ what you might call + นามวลี คำว่า might ช่วยลดความหนักแน่นของการตั้งชื่อ ทำให้ผู้พูดฟังดูระมัดระวัง ให้ความหมายโดยประมาณ หรือบางครั้งแฝงการประชดเล็กน้อย ส่วน call ในที่นี้หมายถึง “เรียกหรือบรรยาย” ไม่ใช่ “โทรศัพท์”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The café has what you might call a minimalist menu,” วลี what you might call แสดงถึงอะไร

  1. ผู้พูดคิดว่าอาจมีใครโทรศัพท์
  2. ผู้พูดกำลังเสนอชื่อเรียกอย่างระมัดระวังหรือโดยประมาณ
  3. ผู้พูดกำลังถามชื่ออย่างเป็นทางการของเมนู
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังเสนอชื่อเรียกอย่างระมัดระวังหรือโดยประมาณ

often a T-shirt and jogging pants or something similar.

0:47

มักเป็นเสื้อยืดกับกางเกงวอร์มหรืออะไรที่คล้ายกัน

The rigid rules about what men have to wear in American prisons

0:49

กฎอันเข้มงวดว่าผู้ชายต้องสวมอะไรในเรือนจำอเมริกัน

is actually quite unique.

0:53

ถือว่าค่อนข้างมีเอกลักษณ์ทีเดียว

You might wonder why the USA is special in this regard

0:54

คุณอาจสงสัยว่าเหตุใดสหรัฐฯ จึงแตกต่างในเรื่องนี้

and the topic is actually quite controversial.

0:57

และหัวข้อนี้ก็เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก

We'll get to that controversy later

0:59

เราจะกลับมาพูดถึงข้อถกเถียงนี้ในภายหลัง

and first give you a short history lesson.

1:01

แต่ก่อนอื่น มาฟังบทเรียนประวัติศาสตร์สั้น ๆ กัน

So the black and white stripes came into being วลี

1:04

ชุดลายขาวดำถือกำเนิดขึ้น

วลี

came into being: เริ่มมีอยู่

Came into being หมายถึง เริ่มมีอยู่ หรือก่อตัวขึ้น ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวนำเสนอลายทางสีดำและสีขาวว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ โดยไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ตั้งใจสร้างมันขึ้นมา เป็นสำนวนค่อนข้างเป็นทางการและมักใช้ในการเล่าประวัติศาสตร์ เพื่อพูดถึงต้นกำเนิดของสิ่งของ สถาบัน แนวปฏิบัติ หรือสถานการณ์ ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปในสถานที่หรือเข้าไปในร่างกายของสิ่งมีชีวิต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ came into being ได้อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า某สิ่งเริ่มมีอยู่

  1. The online archive came about after several libraries joined the project.
  2. The online archive came into the building after several libraries joined the project.
  3. The online archive came into being after several libraries joined the project.
ดูคำตอบ

The online archive came into being after several libraries joined the project.

during something called the Auburn system. วัฒนธรรม

1:06

ในช่วงที่ใช้สิ่งที่เรียกว่าระบบ Auburn

The system was developed in the 1820s in New York State

1:08

ระบบนี้พัฒนาขึ้นในรัฐนิวยอร์กช่วงทศวรรษ 1820

วัฒนธรรม

the Auburn system: ระบบออเบิร์น

The Auburn system คือชื่อของรูปแบบการบริหารเรือนจำในศตวรรษที่ 19 ซึ่งพัฒนาขึ้นที่เรือนจำออเบิร์นในรัฐนิวยอร์ก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงระบบทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดของลายทางสีดำและสีขาวบนชุดนักโทษ คำว่า system ในที่นี้หมายถึงชุดกฎและแนวปฏิบัติที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่รูปแบบของเสื้อผ้า ระบบนี้เกี่ยวข้องกับการทำงานอย่างเงียบ ๆ ในเวลากลางวันและห้องขังแยกในเวลากลางคืน ดังนั้นวลีนี้จึงชี้ไปที่ระเบียบวินัยและการควบคุมในวงกว้างกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the Auburn system เพื่อเรียกรูปแบบการบริหารเรือนจำทางประวัติศาสตร์

  1. The museum describes how the Auburn system was a modern computer network.
  2. The museum describes how the Auburn system organized prison life in nineteenth-century New York.
  3. The museum describes how the Auburn system was a prison building in nineteenth-century New York.
ดูคำตอบ

The museum describes how the Auburn system organized prison life in nineteenth-century New York.

and it was supposed to be an improvement on other prison systems.

1:12

และตั้งใจให้เป็นการปรับปรุงระบบเรือนจำรูปแบบอื่น

What it basically meant was that prisoners were no longer confined to their cells all the time

1:15

โดยหลักแล้ว ระบบนี้หมายความว่านักโทษไม่ต้องถูกขังอยู่ในห้องขังตลอดเวลาอีกต่อไป

and they were told they had to work throughout the day.

1:19

แต่ถูกสั่งให้ทำงานตลอดทั้งวัน

During the night,

1:22

ในเวลากลางคืน

they had to stay in their cells

1:22

พวกเขาต้องอยู่ในห้องขัง

but the catch was they had to remain silent. ลำดับความ

1:24

แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเงียบสนิท

ลำดับความ

the catch was: การเปิดเผยข้อเสียที่ซ่อนอยู่

the catch was ใช้เปิดเผยข้อเสีย ข้อจำกัด หรือเงื่อนไขที่ซ่อนอยู่ หลังจากสิ่งหนึ่งฟังดูเป็นประโยชน์ ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนความสนใจของผู้ฟังจากข้อดีที่เห็นอยู่ไปยังข้อกำหนดว่านักโทษต้องนิ่งเงียบ กรอบนี้จัดข้อมูลแบบบอกข้อดีก่อน แล้วจึงบอกเงื่อนไขที่จำกัด ประโยคย่อยที่ตามมาระบุข้อเสีย โดยใส่ that ได้ แต่มักละในการสนทนา: the catch was (that) … ส่วน was แสดงว่าเป็นข้อตกลงในอดีต ถ้าเป็นข้อตกลงปัจจุบันใช้ the catch is

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ใช้เปิดเผยข้อเสียที่ซ่อนอยู่: The cabin looked inexpensive, but ____ guests had to bring all their own water.

ดูคำตอบ

the catch was

The guards were very strict about this

1:26

ผู้คุมเข้มงวดกับเรื่องนี้มาก

and it drove some of the prisoners half crazy. วลี

1:28

จนทำให้นักโทษบางคนแทบเสียสติ

วลี

drive + คน + คำคุณศัพท์: drove ... half crazy

drive + กรรม + คำคุณศัพท์ เป็นโครงสร้างส่วนเติมเต็มที่บอกผลลัพธ์ หมายถึงบางสิ่งทำให้กรรมเข้าสู่สภาพที่คำคุณศัพท์ระบุ โดยมักเกิดจากแรงกดดันหรือความรำคาญต่อเนื่อง ในประโยคนี้ drove เป็นรูปอดีต some of the prisoners เป็นกรรม และ half crazy บอกสภาพที่เกิดขึ้น half ในที่นี้เป็นคำขยายระดับแบบไม่เป็นทางการ half crazy ใช้เน้นว่าบ้าหรือเสียสติเกือบเต็มที่หรือในระดับหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงครึ่งหนึ่งอย่างแม่นยำและไม่ใช่การวินิจฉัยทางคลินิก ลำดับที่นำไปใช้ต่อได้คือ drive + คน + คำคุณศัพท์ เช่น drive someone mad

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ drive + everyone + crazy: The nonstop alarm ____.

ดูคำตอบ

drove everyone crazy

This system was supposed to rehabilitate people rather than just let them rot. สำนวน

1:30

ระบบนี้ควรจะฟื้นฟูผู้คน แทนที่จะปล่อยให้พวกเขาเน่าตายอยู่ในคุก

สำนวน

let them rot: ทอดทิ้งให้ทุกข์ทรมานเป็นเวลานาน

ใน let them rot คำว่า rot ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นเน่าเปื่อยจริง ๆ แต่หมายถึงการปล่อยให้พวกเขาถูกขังหรือติดอยู่ในสภาพเลวร้ายเป็นเวลานานโดยแทบไม่ใส่ใจความเป็นอยู่ของพวกเขา สำนวนนี้เปรียบการละเลยเป็นการทำลายอย่างช้า ๆ จึงมีน้ำเสียงประณามอย่างรุนแรง ในประโยคนี้เป็นการเปรียบเทียบการฟื้นฟูคนกับการเพียงขังพวกเขาไว้และปล่อยให้ชีวิตค่อย ๆ พังลง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “They built no support programs and simply let the detainees rot.” วลี let the detainees rot หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาช่วยให้ผู้ถูกควบคุมตัวฟื้นตัว
  2. พวกเขาปล่อยให้อาหารของผู้ถูกควบคุมตัวเน่าเสีย
  3. พวกเขาทอดทิ้งผู้ถูกควบคุมตัวให้ทุกข์ทรมานโดยไม่มีใครดูแล
ดูคำตอบ

พวกเขาทอดทิ้งผู้ถูกควบคุมตัวให้ทุกข์ทรมานโดยไม่มีใครดูแล

The rules were incredibly strict

1:34

กฎต่าง ๆ เข้มงวดอย่างเหลือเชื่อ

and that was supposed to make the men more disciplined,

1:36

โดยเชื่อว่าจะทำให้ผู้ชายเหล่านี้มีระเบียบวินัยมากขึ้น

something that might change their unruly behavior.

1:39

และอาจเปลี่ยนพฤติกรรมที่ควบคุมไม่ได้ของพวกเขา

Not only did they have to remain silent at night, ไวยากรณ์

1:41

พวกเขาไม่เพียงต้องเงียบในเวลากลางคืน

but when they walked in the day,

1:44

แต่เมื่อต้องเดินในตอนกลางวัน

they marched in single file, วลี

1:45

ก็ต้องเดินเรียงแถวตอนเดียว

ไวยากรณ์

Not only ... but ... กับการสลับตำแหน่งประธานและกริยาช่วย

โครงสร้างต้นประโยค Not only + กริยาช่วย + ประธาน + กริยาหลัก ใช้เพิ่มประเด็นแรกและส่งสัญญาณว่าจะมีประเด็นที่สองตามมาด้วย but ซึ่งมักสำคัญพอ ๆ กันหรือน่าประหลาดใจกว่า เนื่องจาก Not only อยู่ต้นประโยค อนุประโยคแรกจึงสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วยเป็น did they have ไม่ใช่ they had กริยาช่วยเป็นตัวแสดงกาล กริยาหลักจึงกลับเป็นรูปพื้นฐาน คือ did ... have ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย but มักใช้ลำดับคำปกติ หลัง but มักมี also แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ ดังที่เห็นในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่สลับตำแหน่งและคำเชื่อมให้ครบ: Not only ____ Maya finish the report early, ____ she also checked every figure.

ดูคำตอบ

did · but

วลี

in single file: เรียงเป็นแถวตอนเดียว

In single file เป็นวลีขยายกริยาแบบตายตัว หมายถึงการอยู่ในแถวเดียวโดยแต่ละคนอยู่ด้านหลังคนก่อนหน้า ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่าพวกเขาเดินอย่างไร file ในที่นี้หมายถึงแถวของคน ไม่ใช่ไฟล์คอมพิวเตอร์หรือบันทึกที่จัดเก็บไว้ วลีนี้ใช้บรรยายการเรียงตัวของคนที่กำลังเคลื่อนที่หรือยืนอยู่ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งนี้ด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “อยู่ในแถวเดียว โดยคนหนึ่งอยู่ด้านหลังอีกคนหนึ่ง”: Please walk ____ through the narrow hallway.

ดูคำตอบ

in single file

locked to the prisoner in front of them.

1:47

โดยถูกล่ามติดกับนักโทษที่อยู่ข้างหน้า

When they marched in the daytime,

1:49

เมื่อเดินแถวในเวลากลางวัน

they were neither allowed to look at the guards or even at other prisoners. ไวยากรณ์

1:51

พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้มองผู้คุม หรือแม้แต่นักโทษคนอื่น

ไวยากรณ์

neither ... nor ไม่ใช่ neither ... or

ประโยคนี้หมายความว่าการกระทำทั้งสองอย่างถูกห้าม คือห้ามมองผู้คุมและห้ามมองนักโทษคนอื่นด้วย ในภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐาน neither ต้องใช้คู่กับ nor ไม่ใช่ or: They were allowed to look neither at the guards nor even at other prisoners. องค์ประกอบหลัง neither และ nor ควรมีโครงสร้างขนานกัน อีกโครงสร้างหนึ่งที่เป็นธรรมชาติคือ not ... or: They were not allowed to look at the guards or even at other prisoners. neither ... or ในคำบรรยายเป็นรูปแบบผสมที่อาจพบได้ในภาษาพูด แต่ไม่ใช่แบบที่ปลอดภัยสำหรับงานเขียนทางการ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคู่มาตรฐานให้สมบูรณ์: The app collects neither your name ____ your location.

ดูคำตอบ

nor

If that sounds dehumanizing, ลำดับความ

1:54

หากฟังดูเป็นการลดทอนความเป็นมนุษย์

that's exactly what it was supposed to be.

1:56

นั่นแหละคือสิ่งที่ระบบนี้ตั้งใจให้เป็น

ลำดับความ

If that sounds ..., that's exactly what it was supposed to be: การคาดการณ์และยืนยัน

If that sounds dehumanizing เป็นอนุประโยค if เชิงวาทศิลป์ที่คาดการณ์คำตัดสินซึ่งผู้ฟังน่าจะคิดขึ้นมา ที่นี่ if ไม่ได้แสดงว่าผู้พูดสงสัยว่าระบบนั้นลดทอนความเป็นมนุษย์หรือไม่ แต่ทำหน้าที่นำปฏิกิริยาของผู้ฟังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างประโยค จากนั้น That's exactly what it was supposed to be ยืนยันว่าคำตัดสินนั้นตรงกับผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ If that sounds X, that's exactly ... ซึ่งยอมรับข้อโต้แย้งหรือความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้น แล้วเปลี่ยนสิ่งนั้นให้กลายเป็นหลักสนับสนุนประเด็นของผู้พูด ทำให้เกิดการหักมุมที่หนักแน่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีรูปย่อจากโครงสร้างเชิงวาทศิลป์: If that sounds unusually strict, ____ what the safety policy was designed to be.

ดูคำตอบ

that's exactly

The system was all about making the men conform to rules วลี

1:58

ระบบนี้มุ่งบังคับให้ผู้ชายทำตามกฎ

วลี

conform to rules: โครงสร้าง conform to + มาตรฐาน

Conform to rules หมายถึงการปรับหรือควบคุมพฤติกรรมให้ตรงตามกฎที่กำหนดไว้ บุพบท to ใช้นำหน้ามาตรฐานที่ต้องปฏิบัติให้สอดคล้อง เช่น conform to a rule, standard, norm หรือ expectation ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอการปฏิบัติตามกฎว่าเป็นเป้าหมายของระบบ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ conform to + คำนาม ไม่ใช่ conform + คำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยบุพบทที่ conform ต้องใช้: All contractors must conform ____ the safety rules.

ดูคำตอบ

to

and so another thing they had to conform to was wearing the correct uniform.

2:01

ดังนั้นอีกเรื่องที่ต้องทำตามก็คือการสวมเครื่องแบบที่ถูกต้อง

That uniform was the famous black and white stripes.

2:04

เครื่องแบบนั้นก็คือชุดลายขาวดำอันโด่งดัง

The governor of Auburn prison at the time

2:07

ผู้บัญชาการเรือนจำ Auburn ในเวลานั้น

said he wanted to take away the men's sense of self. การใช้คำ

2:09

กล่าวว่าเขาต้องการพรากความรู้สึกเป็นตัวของตัวเองไปจากผู้ชายเหล่านี้

การใช้คำ

men's sense of self: อัตลักษณ์และความเป็นปัจเจก

ในประโยคนี้ men's sense of self หมายถึงความเข้าใจของผู้ชายเหล่านั้นว่าตนเองเป็นใครในฐานะปัจเจกบุคคลที่แตกต่างจากผู้อื่น ซึ่งรวมถึงอัตลักษณ์ ความเป็นตัวของตัวเอง และความสามารถในการกำหนดการกระทำของตน การพรากสิ่งนี้ไปหมายถึงการทำให้อัตลักษณ์ภายในอ่อนแอลง ไม่ใช่การพรากประสาทสัมผัสทางกายหรือเพียงทำให้ขาดความมั่นใจ โครงสร้าง someone's sense of self ใช้พูดถึงการที่ประสบการณ์ กลุ่ม หรือสถาบันหล่อหลอมความเข้าใจที่บุคคลมีต่อตนเองได้

แบบฝึกหัด

men's sense of self ในตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. ความเข้าใจเกี่ยวกับอัตลักษณ์และความเป็นปัจเจกของตนเอง
  2. ประสาทสัมผัสทางกาย เช่น การมองเห็นและการได้ยิน
  3. ความมั่นใจในความสามารถของตนเอง
ดูคำตอบ

ความเข้าใจเกี่ยวกับอัตลักษณ์และความเป็นปัจเจกของตนเอง

He wanted them to become more like robots,

2:12

เขาต้องการให้พวกเขาเป็นเหมือนหุ่นยนต์มากขึ้น

men who did exactly what they were told.

2:14

เป็นคนที่ทำตามคำสั่งทุกอย่างอย่างเคร่งครัด

He wanted to take their identity away from them and re-educate them.

2:16

เขาต้องการพรากอัตลักษณ์ของพวกเขาไปแล้วให้การศึกษาเสียใหม่

This was why they all had to look the same.

2:19

นี่คือเหตุผลที่ทุกคนต้องดูเหมือนกัน

So while the uniform was supposed to make the men stand out if they should escape, กริยาวลี

2:22

แม้เครื่องแบบจะมีไว้เพื่อให้พวกเขาโดดเด่นหากหลบหนี

กริยาวลี

stand out: มองเห็นได้ง่ายอย่างเด่นชัด

stand out ในที่นี้หมายถึงมองเห็นได้เด่นชัด จึงทำให้ระบุตัวได้ง่ายท่ามกลางคนอื่น เครื่องแบบมีจุดประสงค์เพื่อไม่ให้นักโทษที่หลบหนีกลมกลืนไปกับฝูงชน Stand out เป็นกริยาวลีที่ไม่ต้องมีกรรม โดยให้บุคคลหรือสิ่งของเป็นประธาน และมักใช้กับ among, against หรือ from เพื่อระบุฉากหลังหรือกลุ่มที่ใช้เปรียบเทียบ บริบทจะเป็นตัวกำหนดว่าการโดดเด่นนั้นมีประโยชน์ น่าชื่นชม ไม่เป็นที่ต้องการ หรือเป็นอันตราย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stand out ในความหมายว่ามองเห็นได้ง่ายเช่นเดียวกับตัวอย่าง

  1. The red suitcase stood out among the black ones.
  2. Her research stands out for its originality.
  3. Please stand outside until your name is called.
ดูคำตอบ

The red suitcase stood out among the black ones.

it was also about trying to rid them of their character, วลี

2:25

แต่มันยังมีไว้เพื่อพยายามกำจัดบุคลิกของพวกเขา

วลี

rid them of their character: โครงสร้าง rid someone of something

ในโครงสร้าง rid someone of something คำว่า rid เป็นสกรรมกริยา ตามด้วยคนหรือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ แล้วจึงตามด้วย of และสิ่งที่ถูกนำออกไป: rid + someone + of + something ในที่นี้ them หมายถึงนักโทษ ส่วน their character หมายถึงความเป็นตัวตนและลักษณะเฉพาะของพวกเขา ระบบกำลังพรากสิ่งเหล่านี้ไป ไม่ได้กำลังช่วยให้พวกเขาเลิกนิสัยไม่ดีด้วยเจตนาดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง rid someone of something: The treatment was designed to ____ the patient ____ the infection.

ดูคำตอบ

rid · of

a character that was seen as criminal.

2:28

ซึ่งเป็นบุคลิกที่ถูกมองว่าเป็นแบบอาชญากร

We should also point out that this was around the time

2:30

เราควรชี้ให้เห็นด้วยว่า ช่วงเวลาดังกล่าวใกล้เคียงกับตอนที่

that whipping or flogging a prisoner was seen as inhumane.

2:32

การเฆี่ยนหรือตีนักโทษเริ่มถูกมองว่าไร้มนุษยธรรม

So the system wanted to beat the men psychologically. สำนวน

2:36

ดังนั้นระบบนี้จึงต้องการทำร้ายพวกเขาทางจิตใจแทน

สำนวน

beat the men psychologically: ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ beat

ในที่นี้ beat ไม่ได้หมายถึงการตีชายเหล่านั้นหรือเอาชนะพวกเขาในการแข่งขัน แต่เป็นคำเปรียบเทียบที่มีนัยรุนแรง หมายถึงการกดข่มหรือทำลายความตั้งใจต่อต้านของพวกเขาด้วยแรงกดดันทางจิตใจ คำวิเศษณ์ psychologically ระบุว่าความเสียหายเกิดขึ้นที่จิตใจ ไม่ใช่ร่างกาย ถ้อยคำนี้นำแนวคิดเรื่องการลงโทษทางกายมาใช้บรรยายการควบคุมทางจิตใจ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The regime tried to beat the prisoners psychologically," คำว่า beat หมายถึงอะไร

  1. ทำร้ายร่างกายพวกเขา
  2. ทำลายความต้านทานทางจิตใจของพวกเขาด้วยแรงกดดัน
  3. เอาชนะพวกเขาในการแข่งขันกีฬา
ดูคำตอบ

ทำลายความต้านทานทางจิตใจของพวกเขาด้วยแรงกดดัน

In the 20th century,

2:39

ในศตวรรษที่ 20

attitudes started to change and the dehumanization of prisoners was viewed by some more progressive people

2:40

ทัศนคติเริ่มเปลี่ยนไป และคนที่มีแนวคิดก้าวหน้าบางส่วนมองว่าการลดทอนความเป็นมนุษย์ของนักโทษ

as not the best way to treat a prisoner.

2:45

ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการปฏิบัติต่อนักโทษ

They saw those stripes as humiliating,

2:47

พวกเขามองว่าลายเหล่านั้นเป็นสิ่งที่น่าอับอาย

something you might call a badge of shame. สำนวน

2:49

หรือสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็นตราแห่งความอัปยศ

สำนวน

“A badge of shame” ในฐานะตราแห่งมลทินต่อสาธารณะ

ในประโยคนี้ “a badge of shame” เป็นคำเปรียบเปรยถึงเครื่องแบบนักโทษลายทาง โดยปกติ badge ใช้ระบุตัวผู้สวมใส่และอาจสื่อถึงสถานะ แต่ในที่นี้ลายทางที่มองเห็นได้กลับเปิดเผยตัวนักโทษต่อสาธารณะในลักษณะที่ทำให้อับอาย สำนวนนี้ใช้กล่าวถึงลักษณะ ป้ายกำกับ หรือเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้ใครบางคนรู้สึกว่าตนถูกตีตราต่อสาธารณะได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีตราหรือเข็มกลัดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “a badge of shame” สื่อว่าลายทางเหล่านั้นมีความหมายอย่างไร

  1. สัญลักษณ์ที่มองเห็นได้ซึ่งตีตรานักโทษด้วยความเสื่อมเสียต่อสาธารณะ
  2. ตราตกแต่งที่ติดอยู่กับเครื่องแบบ
  3. รางวัลอย่างเป็นทางการสำหรับการประพฤติตัวดี
ดูคำตอบ

สัญลักษณ์ที่มองเห็นได้ซึ่งตีตรานักโทษด้วยความเสื่อมเสียต่อสาธารณะ

Those progressives said the uniforms only served to make the men feel like convicts

2:51

กลุ่มคนหัวก้าวหน้าเหล่านั้นกล่าวว่าเครื่องแบบมีแต่ทำให้ผู้ชายรู้สึกว่าตนเป็นอาชญากร

and that was hardly in line with rehabilitation. วลี

2:55

ซึ่งแทบไม่สอดคล้องกับเป้าหมายในการฟื้นฟูเลย

วลี

“Hardly in line with” สำหรับประเมินความไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย

“Be in line with” หมายถึงสอดคล้องกับหรือสนับสนุนกฎ หลักการ แผน หรือเป้าหมาย ในที่นี้ประธานที่ละไว้คือการปฏิบัติที่ทำให้อับอาย ซึ่งถูกประเมินโดยเทียบกับเป้าหมายของการฟื้นฟู “Hardly” หมายถึง “แทบไม่” ดังนั้น “hardly in line with rehabilitation” จึงเป็นคำวิจารณ์ที่ใช้ถ้อยคำยับยั้งแต่ชัดเจนว่า การปฏิบัตินั้นส่วนใหญ่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายในการช่วยให้นักโทษปรับปรุงตนเอง ไม่ได้หมายถึง “ด้วยความพยายามอย่างหนัก”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “แทบไม่สอดคล้องกับ”: The new rule is ____ our commitment to fairness.

ดูคำตอบ

hardly in line with

That's why a lot of prisons then changed and had prisoners wear things such as blue jeans and a white T-shirt

2:58

ด้วยเหตุนี้ เรือนจำหลายแห่งจึงเปลี่ยนมาให้นักโทษสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินกับเสื้อยืดสีขาว

or maybe khaki pants and a denim work shirt.

3:03

หรืออาจเป็นกางเกงสีกากีกับเสื้อทำงานผ้าเดนิม

It all depended on where a person was imprisoned.

3:05

ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าบุคคลนั้นถูกคุมขังอยู่ที่ไหน

Okay,

3:07

เอาละ

so why did the orange jumpsuit take over many US prisons? กริยาวลี

3:08

แล้วเหตุใดชุดหมีสีส้มจึงเข้ามาครองเรือนจำหลายแห่งในสหรัฐฯ?

กริยาวลี

take over: กลายเป็นสิ่งหลักหรือแทนที่สิ่งเดิม

ในที่นี้ take over หมายถึงการกลายเป็นตัวเลือกหลักหรือมาตรฐาน โดยเข้ามาแทนเสื้อผ้าที่ใช้ก่อนหน้านั้น ประธาน jumpsuit เป็นสิ่งไม่มีชีวิต วลีนี้จึงไม่ได้หมายถึงบุคคลที่เข้ายึดสถาบันแห่งหนึ่ง โดยทั่วไป X takes over ใช้เมื่อ X แพร่หลายขึ้น มีบทบาทนำ หรือเข้ามาแทนระบบ ผลิตภัณฑ์ รูปแบบ หรือกลุ่มเดิม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจค่อยเป็นค่อยไป ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการบังคับ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Within a decade, digital payments began to take over in many stores,” take over หมายความว่าอย่างไร

  1. กลายเป็นวิธีหลักหรือวิธีที่ใช้กันตามปกติ
  2. เลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปไว้ภายหลัง
  3. ยกสิ่งของแล้วนำออกไปจริง ๆ
ดูคำตอบ

กลายเป็นวิธีหลักหรือวิธีที่ใช้กันตามปกติ

And that's a good question.

3:12

นั่นเป็นคำถามที่ดี

Thanks for asking.

3:13

ขอบคุณที่ถาม

It's a complicated answer because some prisons don't make men wear orange and others do.

3:14

คำตอบนั้นซับซ้อน เพราะเรือนจำบางแห่งไม่บังคับให้ผู้ชายสวมสีส้ม แต่อีกหลายแห่งบังคับ

In some facilities,

3:19

ในสถานกักกันบางแห่ง

the prisoners were only doled out those orange suits when they're out in public กริยาวลี

3:20

นักโทษจะได้รับชุดสีส้มเหล่านั้นเฉพาะเวลาต้องออกสู่ที่สาธารณะ

กริยาวลี

doled out: แจกจ่ายเป็นส่วนภายใต้การควบคุม

Dole out หมายถึงการแจกจ่ายบางสิ่งในปริมาณที่ควบคุมไว้หรือตามกฎ ในที่นี้ ชุดสีส้มจะถูกจ่ายให้เฉพาะในสถานการณ์หนึ่ง จึงให้ความรู้สึกว่าเป็นการจัดสรรตามระเบียบ ไม่ใช่การให้อย่างทั่วไป ในรูปถูกกระทำ the prisoners were doled out those orange suits นั้น the prisoners เป็นผู้รับ ไม่ใช่ผู้แจก รูปประโยคกระทำที่ใช้ได้ทั่วไปคือ officials doled out those orange suits to the prisoners

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The coordinator doled out meal vouchers to the volunteers,” doled out สื่อความหมายอย่างไร

  1. เก็บจากทุกคนเพื่อนำไปจัดเก็บ
  2. แจกให้ผู้รับภายใต้การควบคุมของผู้ประสานงาน
  3. ยืมจากอาสาสมัครเป็นการชั่วคราว
ดูคำตอบ

แจกให้ผู้รับภายใต้การควบคุมของผู้ประสานงาน

or being moved around.

3:23

หรือถูกเคลื่อนย้าย

The reason, of course,

3:25

เหตุผลแน่นอนว่า

is so they stand out.

3:26

เพื่อให้พวกเขาเห็นเด่นชัด

Some prisons might make men and women wear pink shirts and yellow and white striped pants

3:27

เรือนจำบางแห่งอาจให้ผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงสวมเสื้อสีชมพูกับกางเกงลายเหลืองขาว

and again the reason is so they stand out.

3:31

และเหตุผลก็ยังคงเป็นการทำให้พวกเขาโดดเด่น

Sheriff Joseph Arpaio of Maricopa County, Arizona,

3:34

นายอำเภอ Joseph Arpaio แห่ง Maricopa County รัฐแอริโซนา

who's detested by some progressives and loved by hardliners, การใช้คำ

3:37

ผู้ถูกกลุ่มหัวก้าวหน้าบางส่วนเกลียดชัง แต่เป็นที่รักของกลุ่มสายแข็ง

การใช้คำ

progressives กับ hardliners ในการรายงานข่าวการเมือง

ในที่นี้ progressives เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึงคนที่มักสนับสนุนการปฏิรูปทางสังคมหรือการเมือง ส่วน hardliners หมายถึงคนที่ยืนกรานท่าทีแข็งกร้าวและไม่ยอมประนีประนอม โครงสร้าง detested by ... and loved by ... ทำให้ปฏิกิริยาของสองกลุ่มตัดกันอย่างชัดเจน ทั้งสองคำเป็นป้ายเรียกกลุ่มที่ใช้ในภาษาข่าว ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่าเป็นคนที่กำลังก้าวหน้าหรือคนที่ขีดเส้นแข็ง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ progressives และ hardliners หมายถึงอะไร

  1. คนที่กำลังก้าวหน้าในชีวิตส่วนตัว ตัดกับคนที่ทำงานเกี่ยวกับเส้นแข็ง
  2. สองกลุ่มที่สนับสนุนนายอำเภอด้วยเหตุผลเดียวกัน
  3. คนที่สนับสนุนการปฏิรูป ตัดกับคนที่มีจุดยืนเข้มงวดและไม่ประนีประนอม
ดูคำตอบ

คนที่สนับสนุนการปฏิรูป ตัดกับคนที่มีจุดยืนเข้มงวดและไม่ประนีประนอม

has made men wear pink underwear to humiliate them

3:40

เคยบังคับให้ผู้ชายสวมกางเกงชั้นในสีชมพูเพื่อทำให้พวกเขาอับอาย

and he's also had men wear black and white stripes.

3:43

และยังให้ผู้ชายสวมชุดลายขาวดำด้วย

That sheriff adheres to the old concept that men should be dehumanized.

3:45

นายอำเภอผู้นี้ยึดถือแนวคิดเก่าที่ว่าควรลดทอนความเป็นมนุษย์ของคนเหล่านี้

He also went a step further, วลี

3:49

เขายังก้าวไปไกลกว่านั้นอีก

วลี

went a step further ในฐานะสัญญาณบอกการยกระดับ

Went a step further เป็นรูปอดีตของ go a step further หมายถึงหลังจากทำหรือพูดสิ่งหนึ่งแล้ว คนคนนั้นเพิ่มการกระทำหรือประเด็นอีกอย่างที่ไปไกลกว่าเดิม โดยไม่จำเป็นต้องก้าวเท้าจริง ๆ ในที่นี้วลีนี้เป็นสัญญาณจัดลำดับข้อมูล โดยบอกว่ารายละเอียดถัดไปจะยกระดับจากสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า ตัววลีเองเป็นกลาง ส่วนการกระทำที่ตามมาเป็นตัวกำหนดว่าการยกระดับนั้นดูเป็นประโยชน์ กล้าหาญ มากเกินไป หรือน่ากังวล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go a step further: The coach first sent written advice, then ____ by recording a personal video for each player.

ดูคำตอบ

went a step further

as he usually does, น้ำเสียง/เจตนา

3:51

อย่างที่เขามักทำ

น้ำเสียง/เจตนา

ความเห็นแทรก “as he usually does”

“as he usually does” เป็นความเห็นแทรกเกี่ยวกับการกระทำก่อนหน้า โดย does ใช้แทนการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึงคือ go a step further จึงนำเสนอการทำเกินไปอีกขั้นว่าเป็นนิสัยที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่เหตุการณ์เพียงครั้งเดียว ในบริบทเชิงลบนี้ วลีแทรกสื่อการประชดแบบเหนื่อยหน่ายหรือการตำหนิ ผู้พูดมองว่าการยกระดับการกระทำของเขาเป็นพฤติกรรมเดิมที่คาดเดาได้ ในบริบทอื่นคำเหล่านี้อาจเป็นกลางได้ ดังนั้นน้ำเสียงตำหนิจึงมาจากการประเมินรอบข้างและวิธีพูด ไม่ได้มาจาก usually เพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

ในบริบทที่แสดงความหงุดหงิด วลีแทรกใน “Jordan changed the deadline again, as he usually does,” สื่ออะไรได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Jordan เคยเปลี่ยนกำหนดส่งเพียงครั้งเดียว
  2. การเปลี่ยนกำหนดส่งเป็นนิสัยที่คาดเดาได้และผู้พูดกำลังตำหนิ
  3. กฎอย่างเป็นทางการบังคับให้ Jordan เปลี่ยนกำหนดส่ง
  4. ผู้พูดชื่นชม Jordan ที่มีความสม่ำเสมอ
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนกำหนดส่งเป็นนิสัยที่คาดเดาได้และผู้พูดกำลังตำหนิ

and got inmates to write ESCAPEE on the inside of their black and white striped uniforms

3:52

โดยให้นักโทษเขียนคำว่า ESCAPEE ไว้ด้านในเครื่องแบบลายขาวดำ

so if they escaped,

3:57

ดังนั้นหากพวกเขาหลบหนี

they couldn't turn the uniform inside out.

3:58

ก็จะกลับด้านเครื่องแบบแล้วสวมไม่ได้

In the American system,

4:00

ในระบบของอเมริกา

you've also got color codes which designate what kind of prisoner is locked up.

4:01

ยังมีรหัสสีที่ใช้ระบุประเภทของนักโทษที่ถูกคุมขัง

In some prisons,

4:04

ในเรือนจำบางแห่ง

if a person wears a dark red,

4:05

หากใครสวมสีแดงเข้ม

he's designated as the worst of the worst, สำนวน

4:07

เขาจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่เลวร้ายที่สุดในบรรดาคนที่เลวร้ายที่สุด

สำนวน

ป้ายกำกับเน้นย้ำ “the worst of the worst”

“the worst of the worst” เป็นรูปแบบขั้นสูงสุดที่ใช้เน้นย้ำ โดย the worst ชุดที่สองหลัง of หมายถึงกลุ่มที่ถูกตัดสินว่าเลวร้ายหรือเป็นอันตรายที่สุดอยู่แล้ว ส่วน the worst ชุดแรกเลือกสมาชิกที่รุนแรงที่สุดจากกลุ่มนั้น ความหมายโดยประมาณคือ “ผู้ที่เลวร้ายที่สุดในกลุ่มที่เลวร้ายอยู่แล้ว” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำหน้าที่เป็นป้ายกำกับความอันตรายที่รุนแรง มีน้ำหนักและความเป็นละครมากกว่า very bad เป็นการตัดสินแบบสุดขั้ว ไม่ใช่การจัดประเภทที่แม่นยำและวัดผลได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเน้นย้ำห้าคำที่หมายถึงสมาชิกที่รุนแรงที่สุดในกลุ่มที่แย่อยู่แล้ว: The documentary portrays these predators as ____.

ดูคำตอบ

the worst of the worst

a violent individual who should be feared.

4:09

เป็นบุคคลอันตรายที่ใช้ความรุนแรงและควรหวาดกลัว

You might have red as a designation of just high risk

4:11

สีแดงอาจใช้ระบุว่ามีความเสี่ยงสูง

and you might have yellow as a designation of low risk.

4:15

ส่วนสีเหลืองอาจหมายถึงความเสี่ยงต่ำ

So the black and white stripes went out and the orange came in along with all kinds of other colors, ลำดับความ

4:17

ดังนั้นลายขาวดำจึงหายไป และสีส้มพร้อมสีอื่น ๆ อีกมากมายก็เข้ามาแทน

ลำดับความ

ใช้ “stripes went out ... orange came in” บอกการแทนที่แบบคู่ขนาน

“stripes went out” และ “orange came in” สร้างความเปรียบต่างที่สมดุล กล่าวคือ รูปแบบเครื่องแบบเก่าเลิกใช้ ส่วนสีใหม่เริ่มถูกนำมาใช้ สีและลวดลายในที่นี้ใช้แทนเครื่องแบบที่มีลักษณะเหล่านั้น จึงไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ๆ การวางอนุประโยคสั้นสองส่วนไว้คู่กันช่วยจัดระเบียบการเปลี่ยนแปลงให้เป็นการส่งต่อจากของเก่าไปสู่ของใหม่ โครงสร้างคู่ขนานนี้ทำให้สรุปแนวโน้มหรือการแทนที่ได้อย่างกระชับและมีจังหวะ

แบบฝึกหัด

เติมบทสรุปแบบคู่ขนานด้วยสองสำนวนจากบทเรียน: In the latest redesign, sharp corners ____, and rounded edges ____.

ดูคำตอบ

went out · came in

but then something strange happened in the early 2000s

4:23

แต่แล้วก็เกิดเรื่องแปลกขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2000

and that was prisons all over the US started bringing back the black and white stripes.

4:26

เรือนจำทั่วสหรัฐฯ เริ่มนำชุดลายขาวดำกลับมาใช้อีกครั้ง

So what was the reason for that?

4:30

แล้วเหตุผลคืออะไร?

The problem, according to some authorities,

4:32

ปัญหาตามที่เจ้าหน้าที่บางคนกล่าวไว้

was that if prisoners in jumpsuits escaped,

4:34

คือหากนักโทษที่สวมชุดหมีหลบหนี

they might blend in on the outside กริยาวลี

4:36

พวกเขาอาจกลมกลืนกับคนภายนอก

with workmen or highway workers or any other law-abiding citizen that just wears a jumpsuit to work. วลี

4:38

ไม่ว่าจะเป็นคนงาน คนงานทางหลวง หรือพลเมืองที่ปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งสวมชุดหมีไปทำงาน

กริยาวลี

“blend in” để hòa lẫn và khó bị chú ý

“Blend in” หมายถึงการมีรูปลักษณ์หรือพฤติกรรมคล้ายกับผู้คนหรือสภาพแวดล้อมรอบตัวมากพอที่จะไม่ถูกสังเกตเห็นได้ง่าย ในที่นี้ ชุดหมีของนักโทษอาจดูคล้ายเสื้อผ้าของคนงาน ทำให้นักโทษที่หลบหนีไม่สะดุดตา คำว่า “in” เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีนี้ สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอาจละไว้ให้เข้าใจจากบริบทเหมือนในคำบรรยาย หรือระบุด้วย “with” เช่น “blend in with the crowd”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าเสื้อผ้าของ Mia ทำให้สังเกตเห็นเธอได้ยากในฝูงชน?

  1. Mia's neutral jacket helps her blend in with the crowd.
  2. Mia's bright hat makes her stand out in the crowd.
  3. Mia's friendly manner helps her fit in with the group.
ดูคำตอบ

Mia's neutral jacket helps her blend in with the crowd.

วลี

law-abiding citizen: ผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ในประโยคนี้ law-abiding citizen หมายถึงสมาชิกของสังคมที่ปฏิบัติตามกฎหมาย law-abiding บรรยายพฤติกรรมของบุคคลนั้นเอง ไม่ได้มีความหมายเชิงถูกกระทำว่าเป็นคนที่ถูกกฎหมายควบคุม คำคุณศัพท์ประสมที่มีขีดกลาง law-abiding ขยายคำนาม citizen และทำให้เห็นความแตกต่างชัดเจนจากผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย คำคุณศัพท์เดียวกันนี้ใช้บรรยาย resident, driver, business หรือบุคคลและองค์กรอื่นที่ปฏิบัติตามกฎหมายได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “สมาชิกของสังคมที่ปฏิบัติตามกฎหมาย”: The report described the witness as a ____.

ดูคำตอบ

law-abiding citizen

The zebra look made a comeback even though many years earlier โน้ต

4:43

รูปลักษณ์แบบม้าลายกลับมาอีกครั้ง แม้เมื่อหลายปีก่อน

that look was said to be too dehumanizing.

4:46

รูปลักษณ์นั้นเคยถูกกล่าวหาว่าลดทอนความเป็นมนุษย์มากเกินไป

สำนวน

the zebra look: ลักษณะลายทางขาวดำ

ในที่นี้ the zebra look เป็นคำเรียกเชิงภาพแบบไม่เป็นทางการสำหรับลักษณะลายทางขาวดำของชุดนักโทษแบบเก่า โดยเปรียบชุดเหล่านั้นกับลายที่คุ้นตาของม้าลาย ไม่ได้หมายถึงสัตว์จริง ๆ ในวลี the zebra look คำว่า look เป็นคำนามที่หมายถึงลักษณะโดยรวมหรือสไตล์ คำเรียกที่เห็นภาพชัดนี้ช่วยให้ผู้พูดกล่าวถึงการออกแบบลายทางทั้งหมดได้อย่างสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the zebra look หมายถึงอะไร?

  1. ชื่ออย่างเป็นทางการของนโยบายเรือนจำ
  2. ลักษณะลายทางขาวดำของชุดนักโทษ
  3. การนำม้าลายจริง ๆ กลับมา
  4. สีหน้าของนักโทษ
ดูคำตอบ

ลักษณะลายทางขาวดำของชุดนักโทษ

วลี

made a comeback: กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง

Made a comeback หมายถึง “กลับมาเป็นที่นิยม ประสบความสำเร็จ หรือได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจากตกต่ำหรือหายไปช่วงหนึ่ง” ในประโยคนี้ ลุคลายม้าลายเคยถูกเลิกใช้แล้วภายหลังกลับมาใช้อีก โครงสร้างคือ make + a comeback โดย comeback เป็นคำนามนับได้ และประธานอาจเป็นคน ทีม สไตล์ สินค้า หรือแนวปฏิบัติก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง”: After years out of fashion, vinyl records ____.

ดูคำตอบ

made a comeback

Does this mean the system is in a state of regression

4:49

นี่หมายความว่าระบบกำลังถอยหลัง

and actually becoming more inhumane?

4:51

และกำลังไร้มนุษยธรรมมากขึ้นจริง ๆ หรือไม่?

Well, that's an ongoing argument.

4:54

นี่เป็นข้อถกเถียงที่ยังดำเนินอยู่

One sheriff interviewed by the New York Times said it was not about humiliating prisoners ไวยากรณ์

4:55

นายอำเภอคนหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้นักโทษอับอาย

with a badge of shame,

5:00

ด้วยตราแห่งความอัปยศ

but just about preventing them from successfully escaping.

5:01

แต่มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาหลบหนีสำเร็จเท่านั้น

ไวยากรณ์

not about A, but just about B: เปลี่ยนแรงจูงใจที่กล่าวไว้

โครงสร้างคู่ not about A, but (just) about B ปฏิเสธว่า A เป็นแรงจูงใจหรือจุดประสงค์ แล้วแทนที่ด้วย B ในประโยคนี้ทั้งสองตำแหน่งใช้ about + gerund ได้แก่ about humiliating และ about preventing Just ในที่นี้หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” ทำให้ขอบเขตของจุดประสงค์ที่ผู้พูดอ้างแคบลง ไม่ได้หมายถึง “ยุติธรรม” หรือ “ถูกต้องทางศีลธรรม” การทำให้ A และ B มีโครงสร้างไวยากรณ์ขนานกันช่วยให้การแก้ความเข้าใจชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าจุดประสงค์คือการหาคนรับผิด และเปลี่ยนไปบอกว่าจุดประสงค์คือการหาวิธีแก้ปัญหา?

  1. The meeting is not about assigning blame, but just about finding a solution.
  2. The meeting is about both assigning blame and finding a solution.
  3. The meeting is not only about assigning blame, but also about finding a solution.
ดูคำตอบ

The meeting is not about assigning blame, but just about finding a solution.

He said this:

5:04

เขากล่าวว่า

"The likelihood of recovering someone in stripes is 100% better than if they're not.

5:04

“โอกาสที่จะจับตัวคนที่สวมชุดลายทางกลับมาได้นั้นสูงกว่าตอนที่ไม่ได้สวมถึง 100%

It turns the public into one heck of an eye for us." สำนวน

5:09

มันทำให้ประชาชนกลายเป็นหูเป็นตาชั้นยอดให้เรา”

สำนวน

one heck of an eye: การเน้นอย่างมากและคำเปรียบเทียบ eye

one heck of an เป็นรูปแบบเน้นความหมายแบบไม่เป็นทางการที่ใช้หน้าคำนามนับได้เอกพจน์ ในประโยคนี้หมายความว่าสาธารณชนกลายเป็น “ดวงตา” ที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งสำหรับเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่เพียงผู้สังเกตการณ์ธรรมดา Eye เป็นคำเปรียบเทียบ เพราะคนทั่วไปสามารถสังเกตและระบุตัวบุคคลได้ จึงทำหน้าที่เหมือนผู้สังเกตการณ์เพิ่มเติม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ one heck of a/an + คำนาม โดยเลือก a หรือ an ตามเสียงที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ใน “It turns the public into one heck of an eye for us,” คำว่า “one heck of an eye” หมายถึงอะไร

  1. ผู้สังเกตการณ์เพิ่มเติมที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง
  2. อวัยวะส่วนเกินตามความหมายตรงตัว
  3. กลุ่มผู้ชมขนาดเล็กที่ไม่สำคัญ
ดูคำตอบ

ผู้สังเกตการณ์เพิ่มเติมที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

Actually, prison escapes in the US are very rare.

5:12

ที่จริงแล้ว การแหกคุกในสหรัฐฯ เกิดขึ้นน้อยมาก

If you look at the statistics, ลำดับความ

5:15

หากดูสถิติ

they're a bit misleading because they include prisoners who are allowed outside during the day

5:17

ตัวเลขเหล่านั้นอาจทำให้เข้าใจผิดเล็กน้อย เพราะรวมถึงนักโทษที่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกตอนกลางวัน

ลำดับความ

ใช้ If you look at ... they're ... because ... เพื่อชี้ข้อจำกัดของหลักฐาน

If you look at the statistics ไม่ได้ทำหน้าที่หลักเป็นคำเตือนเกี่ยวกับเงื่อนไขในอนาคต แต่ชี้ความสนใจของผู้ฟังไปยังแหล่งหลักฐานและปูทางให้ความคิดเห็นที่จะตามมา จากนั้นผู้พูดให้ข้อประเมินแบบลดความตรงด้วย they're a bit misleading และใช้ because เพื่อบอกเหตุผลว่า หมวดหมู่ดังกล่าวรวมกรณีที่อาจไม่ตรงกับภาพของ “การหลบหนี” ที่คนทั่วไปนึกถึง รูปแบบการให้เหตุผลที่นำไปใช้ต่อได้คือ ชี้หลักฐาน จำกัดข้อสรุปที่หลักฐานดูเหมือนจะแสดง แล้วอธิบายข้อจำกัดนั้น

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายได้ดีที่สุดว่า “If you look at the statistics, they're a bit misleading because ...” จัดลำดับข้อมูลอย่างไร

  1. ประโยคนี้ให้สาเหตุก่อนและไม่ได้ระบุข้อประเมิน
  2. ประโยคนี้นำเสนอตัวเลข ใส่ข้อจำกัดในการตีความ แล้วบอกเหตุผลของข้อจำกัดนั้น
  3. ประโยคนี้บอกว่าตัวเลขถูกต้องเฉพาะตอนที่ไม่มีใครตรวจดู
ดูคำตอบ

ประโยคนี้นำเสนอตัวเลข ใส่ข้อจำกัดในการตีความ แล้วบอกเหตุผลของข้อจำกัดนั้น

and then have to check back in at night.

5:21

แล้วต้องกลับมารายงานตัวในเวลากลางคืน

Some of those guys just fail to check back in. กริยาวลี

5:23

นักโทษบางคนเพียงแค่ไม่กลับมารายงานตัว

กริยาวลี

Check back in: กลับมาและรายงานตัวอีกครั้ง

ในที่นี้ check back in หมายถึง “กลับมายังสถานที่ที่กำหนดและรายงานว่าตนกลับมาแล้ว” คนเหล่านี้ได้รับอนุญาตให้ออกไปชั่วคราว แต่บางคนไม่กลับมาและรายงานตัวตามที่กำหนด วลีนี้ต่อยอดจาก check in ซึ่งหมายถึง “รายงานการมาถึงหรือการอยู่ในสถานที่นั้น” คำว่า back เพิ่มความหมายของการกลับมาหลังจากออกไป ส่วน in ยังคงความหมายของการรายงานตัวหรือกลับเข้าสู่ระบบที่กำหนดไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “กลับมาและรายงานว่าตนอยู่ที่นี่”: After your day pass, you must ____ by 8 p.m.

ดูคำตอบ

check back in

This is more like going AWOL. วัฒนธรรม

5:26

เรื่องนี้จึงคล้ายกับการขาดงานโดยไม่ได้รับอนุญาตมากกว่า

วัฒนธรรม

Go AWOL: ไม่อยู่โดยไม่ได้รับอนุญาต

AWOL เป็นตัวย่อทางทหารของ absent without leave ซึ่งหมายถึง “ไม่อยู่โดยไม่ได้รับอนุญาต” ในวลี go AWOL คำนี้อธิบายการออกจากจุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่กลับมาตามกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาต ในที่นี้มีการยืมคำทางทหารมาใช้กับนักโทษที่ได้รับอนุญาตให้ออกไป แต่ไม่กลับมาเมื่อถึงเวลาที่กำหนด เหตุการณ์จึงถูกมองว่าเป็นการขาดหายไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ใช่การฝ่าการควบคุมที่แน่นหนาเพื่อหลบหนี

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะอธิบายว่าเป็น “going AWOL”

  1. พนักงานออกจากเวรที่ได้รับมอบหมายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่สามารถติดต่อได้
  2. นักท่องเที่ยวหลงทางระหว่างเดินป่าหลังจากบอกเส้นทางที่วางแผนไว้ให้เพื่อนทราบ
  3. นักโทษบังคับเปิดประตูที่ล็อกไว้และหนีจากการควบคุมตัว
ดูคำตอบ

พนักงานออกจากเวรที่ได้รับมอบหมายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่สามารถติดต่อได้

Maximum security breakouts are so rare these days that one researcher said it was hard to research them. ไวยากรณ์

5:27

ทุกวันนี้ การแหกคุกที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงสุดพบได้น้อยมาก จนนักวิจัยคนหนึ่งบอกว่ายากจะศึกษา

ไวยากรณ์

so rare ... that: เชื่อมระดับเข้ากับผล

ในโครงสร้าง so + adjective + that คำว่า so เพิ่มระดับของคำคุณศัพท์ และ that นำเข้าสู่ผลที่เกิดจากระดับอันสุดขั้วนั้น ในประโยคนี้ การแหกคุกเกิดขึ้นน้อยมากจนทำให้ศึกษาเรื่องนี้ได้ยาก ส่วนขยายเวลา these days อยู่ระหว่าง rare กับ that โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างหลัก คือ so rare these days that อาจมีส่วนขยายอื่นอยู่ก่อน that ได้ และ that ในที่นี้ยังคงเป็นคำสันธานที่นำเข้าสู่ผล ไม่ใช่สรรพนามเชื่อมความ

แบบฝึกหัด

เติมสองคำเพื่อทำให้โครงสร้างบอกระดับและผลสมบูรณ์: The instructions were ____ unclear ____ several people made the same mistake.

ดูคำตอบ

so · that

Out of the 2.3 million or so incarcerated people in the USA,

5:33

จากผู้ถูกคุมขังราว 2.3 ล้านคนในสหรัฐฯ

very few of them escape

5:36

มีเพียงน้อยคนนักที่หลบหนี

and we mean hardly any at all. ไวยากรณ์

5:38

และเราหมายถึงแทบไม่มีเลยจริง ๆ

ไวยากรณ์

hardly any at all: เน้นปริมาณที่เกือบเป็นศูนย์

Hardly any หมายถึงแทบไม่มีหรือแทบไม่มีปริมาณเลย ในที่นี้ hardly มีความหมายคล้ายการปฏิเสธ ไม่ได้หมายถึงทำอย่างยากลำบาก ส่วน at all เพิ่มน้ำหนักว่าปริมาณนั้นใกล้ศูนย์มาก แต่สำนวนนี้ยังอาจเปิดให้มีปริมาณเล็กน้อยที่ไม่ใช่ศูนย์อยู่ได้ เมื่อเข้าใจอยู่แล้วว่ากล่าวถึงคำนามใด สำนวนนี้ใช้เดี่ยว ๆ ได้ เช่น hardly any at all และยังใช้ขยายคำนามได้ เช่น hardly any time at all หรือ hardly any tickets at all

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเน้นย้ำที่หมายถึงแทบไม่มีให้สมบูรณ์: Of the applications we received, there were ____.

ดูคำตอบ

hardly any at all

Even if men do escape,

5:40

แม้ผู้ชายจะหลบหนีได้

they usually have some help on the outside

5:42

โดยปกติพวกเขาก็มีคนภายนอกคอยช่วยเหลือ

and can quickly take off that uniform and change into civilian clothes.

5:44

และสามารถถอดเครื่องแบบแล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าธรรมดาได้อย่างรวดเร็ว

So with that in mind, ลำดับความ

5:47

เมื่อคำนึงถึงเรื่องนี้

ลำดับความ

With that in mind: ใช้ข้อมูลก่อนหน้าเป็นแนวทางให้สิ่งที่จะกล่าวต่อ

with that in mind เป็นตัวบ่งชี้ทางวาทกรรมที่บอกผู้ฟังให้คำนึงถึงข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ก่อนหน้า ขณะทำความเข้าใจข้อสรุป คำแนะนำ หรือการตัดสินใจที่ตามมา ในที่นี้ that ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อมูลก่อนหน้าว่า การหลบหนีจากเรือนจำที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงเกิดขึ้นไม่บ่อย และผู้หลบหนีมักเปลี่ยนชุดนักโทษได้อย่างรวดเร็ว วลีนี้แสดงการเปลี่ยนจากหลักฐานเหล่านั้นไปสู่การประเมินโดยรวม ไม่ได้หมายถึงการนำบางสิ่งใส่เข้าไปในใจตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

หลังจากได้ยิน “The forecast says heavy snow tonight,” แล้ว “With that in mind, we should cancel the early drive” สื่อถึงอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. พยากรณ์หิมะเป็นเหตุผลของการตัดสินใจ
  3. ผู้พูดสงสัยว่ามีพยากรณ์ดังกล่าวจริงหรือไม่
ดูคำตอบ

พยากรณ์หิมะเป็นเหตุผลของการตัดสินใจ

you could say the uniform is related to that badge of shame as well as being an escape deterrent.

5:48

อาจกล่าวได้ว่าเครื่องแบบเกี่ยวข้องกับตราแห่งความอัปยศ และยังเป็นเครื่องป้องปรามการหลบหนีด้วย

And some people might say the uniformity of prison dress makes the prisoner more manageable

5:53

บางคนอาจบอกว่าการทำให้ชุดนักโทษเหมือนกันช่วยให้ควบคุมนักโทษได้ง่ายขึ้น

and he should be stripped of his dignity. สำนวน

5:58

และควรพรากศักดิ์ศรีของเขาไป

สำนวน

Be stripped of his dignity: การถูกบังคับพรากศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ใน be stripped of dignity คำว่า stripped ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โครงสร้างกรรมวาจก be stripped of + คำนาม หมายถึงการถูกบังคับพรากสิ่งสำคัญไป dignity หมายถึงความรู้สึกถึงคุณค่าของตนเองและสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ ไม่ได้หมายถึงเสื้อผ้า ถ้อยคำนี้นำเสนอว่าความสูญเสียดังกล่าวถูกบังคับโดยบุคคลหรือระบบ จึงมีน้ำเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังรายงานความคิดเห็นที่บางคนอาจเสนอ ไวยากรณ์ไม่ได้แสดงว่าผู้พูดเห็นด้วยกับความคิดเห็นนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้น stripped of his dignity: The degrading treatment made him feel he had been ____.

ดูคำตอบ

stripped of his dignity

Others would counter saying the badge of disgrace is not effective in terms of rehabilitating someone.

6:00

คนอื่นอาจโต้แย้งว่า ตราแห่งความเสื่อมเสียไม่ได้ช่วยฟื้นฟูใครเลย

Soldiers or some school kids might wear a uniform,

6:05

ทหารหรือเด็กนักเรียนบางคนอาจสวมเครื่องแบบ

but this is supposed to bring people together.

6:08

แต่เครื่องแบบเหล่านั้นมีไว้เพื่อรวมผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียว

It's for the purpose of a common cause

6:10

มันมีไว้เพื่อจุดมุ่งหมายร่วมกัน

and to foster cohesion, วลี

6:12

และเพื่อส่งเสริมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

working for the same team.

6:13

ให้ทุกคนทำงานเพื่อทีมเดียวกัน

วลี

to foster cohesion: เสริมสร้างสายสัมพันธ์ในกลุ่ม

ในที่นี้ to foster cohesion หมายถึง “ช่วยให้กลุ่มมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้นและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” foster เป็นคำกริยาที่หมายถึงการส่งเสริมให้สิ่งดี ๆ พัฒนาขึ้น ส่วน cohesion คือความแข็งแกร่งของสายสัมพันธ์ที่ยึดกลุ่มไว้ด้วยกัน วลีนี้บอกถึงจุดประสงค์ กล่าวคือ เครื่องแบบอาจช่วยเสริมอัตลักษณ์ร่วมของทีม cohesion ไม่ได้หมายความว่าสมาชิกทุกคนต้องมีความคิดเห็นเหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

โรงเรียนแห่งหนึ่งเริ่มโครงงานแบบทีมผสมเพื่อให้นักเรียนจากต่างห้องสร้างสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งขึ้น วลีใดอธิบายเป้าหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. build consensus
  2. foster cohesion
  3. enforce conformity
ดูคำตอบ

foster cohesion

But the question is,

6:15

แต่คำถามก็คือ

does prison uniform create kind of criminal cohesion?

6:16

เครื่องแบบนักโทษสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในหมู่อาชญากรหรือไม่?

Is that really necessary or even negative?

6:19

สิ่งนั้นจำเป็นจริง ๆ หรืออาจส่งผลเสียด้วยซ้ำ?

In 1955,

6:22

ในปี 1955

the United Nations came out with the standard minimum rules for the treatment of prisoners. กริยาวลี

6:23

องค์การสหประชาชาติได้เผยแพร่ข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง

กริยาวลี

came out with ในความหมายว่า “เผยแพร่อย่างเป็นทางการ”

ในที่นี้ came out with หมายถึง “เผยแพร่หรือประกาศอย่างเป็นทางการ” องค์การสหประชาชาติเป็นฝ่ายที่กระทำการ ส่วนกฎคือสิ่งที่องค์กรเปิดเผยต่อสาธารณะ Come out with ใช้กับผลิตภัณฑ์ นโยบาย แถลงการณ์ รายงาน หรือแนวคิดใหม่ได้ วลีนี้เน้นการทำให้บางสิ่งเป็นที่รับรู้หรือพร้อมให้ใช้ ไม่ได้หมายความว่ากฎเกิดขึ้นเองหรือเริ่มมีผลบังคับใช้

แบบฝึกหัด

หน่วยงานแห่งหนึ่งเผยแพร่แนวทางความปลอดภัยฉบับใหม่อย่างเป็นทางการหลังจากตรวจสอบเสร็จแล้ว ประโยคใดสื่อถึงการกระทำนี้

  1. The agency came out with new safety guidelines.
  2. The new safety guidelines came into effect.
  3. The agency came up with new safety guidelines.
ดูคำตอบ

The agency came out with new safety guidelines.

That was later revised as the Mandela Rules in 2015. วัฒนธรรม

6:28

ต่อมามีการแก้ไขเป็นข้อกำหนดแมนเดลาในปี 2015

วัฒนธรรม

Mandela Rules: ชื่อของมาตรฐานสากลเกี่ยวกับเรือนจำ

Mandela Rules เป็นชื่อเรียกแบบสั้นที่ใช้กันทั่วไปของข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง มาตรฐานสากลนี้ได้รับการแก้ไขและรับรองภายใต้ชื่อนี้ในปี 2015 ดังนั้น later revised จึงหมายความว่ามาตรฐานเดิมได้รับการปรับปรุง ข้อกำหนดนี้ตั้งชื่อตามเนลสัน แมนเดลาเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา ชื่อนี้ไม่ได้หมายความว่าแมนเดลาเป็นผู้เขียนข้อกำหนดทุกข้อด้วยตนเอง และเอกสารนี้เป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่ระเบียบภายในของเรือนจำแห่งใดแห่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในบทความด้านนโยบาย ชื่อ Mandela Rules ที่เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่หมายถึงอะไร

  1. ระเบียบการแต่งกายภายในของเรือนจำแห่งใดก็ได้
  2. เอกสารมาตรฐานของสหประชาชาติเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง
  3. กฎที่เนลสัน แมนเดลาเขียนด้วยตนเองสำหรับเรือนจำแห่งหนึ่ง
ดูคำตอบ

เอกสารมาตรฐานของสหประชาชาติเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง

This is one part of those rules:

6:31

นี่คือส่วนหนึ่งของข้อกำหนดดังกล่าว

"Every prisoner who is not allowed to wear his or her own clothing

6:33

“ผู้ต้องขังทุกคนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้สวมเสื้อผ้าของตนเอง

shall be provided with an outfit of clothing suitable for the climate ไวยากรณ์

6:37

จะต้องได้รับชุดเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ

and adequate to keep him or her in good health.

6:40

และเพียงพอที่จะช่วยให้เขาหรือเธอมีสุขภาพแข็งแรง

ไวยากรณ์

shall be provided with: หน้าที่อย่างเป็นทางการในรูปประโยคแบบถูกกระทำ

ในข้อกำหนดนี้ shall แสดงถึงหน้าที่ที่มีผลผูกพัน ไม่ใช่การคาดการณ์อนาคต รูปประโยคแบบถูกกระทำ shall be provided with หมายความว่าผู้ต้องขังต้องได้รับสิ่งของที่ระบุไว้ ผู้ต้องขังคือผู้รับเสื้อผ้า ข้อกำหนดไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้จัดหา เพราะหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติสำคัญกว่าการระบุตัวเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานเรือนจำที่ดำเนินการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคนโยบายอย่างเป็นทางการด้วยโครงสร้างหน้าที่แบบถูกกระทำจากบทเรียนนี้: Every laboratory worker ____ protective gloves.

ดูคำตอบ

shall be provided with

Such clothing shall in no manner be degrading or humiliating." การใช้คำ

6:42

เสื้อผ้าดังกล่าวจะต้องไม่ลดคุณค่าหรือสร้างความอับอายไม่ว่าในลักษณะใด”

การใช้คำ

In no manner: ข้อห้ามโดยเด็ดขาดแบบเป็นทางการ

“In no manner” เป็นวลีวิเศษณ์แบบเป็นทางการ หมายถึง “ไม่ว่าในทางใด” หรือ “ไม่ในแง่ใดเลย” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยาย “be degrading or humiliating” และทำให้ข้อห้ามเป็นข้อห้ามโดยเด็ดขาด “Manner” เป็นส่วนหนึ่งของวลีปฏิเสธตายตัว ไม่ได้หมายถึงมารยาท พฤติกรรม หรือวิธีวางตัวของบุคคล ในกฎที่เป็นทางการ วลีนี้บ่งชี้ว่าไม่อนุญาตให้คุณลักษณะที่ถูกห้ามปรากฏในรูปแบบหรือระดับใดเลย

แบบฝึกหัด

เติมกฎแบบเป็นทางการด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “ไม่ว่าในทางใด”: Personal data may ____ be disclosed without consent.

ดูคำตอบ

in no manner

And this is another part:

6:46

และนี่คืออีกส่วนหนึ่ง

"In exceptional circumstances, วลี

6:47

“ในสถานการณ์พิเศษ

วลี

In exceptional circumstances: การเกริ่นข้อยกเว้นที่เกิดขึ้นได้ยาก

“In exceptional circumstances” หมายความว่าข้อความที่ตามมาจะใช้เฉพาะเมื่อสถานการณ์อยู่นอกเงื่อนไขปกติหรือกิจวัตร ในบริบทของนโยบายเช่นนี้ “exceptional” หมายถึงเกิดขึ้นได้ยากหรือผิดปกติ ไม่ได้หมายถึงยอดเยี่ยม เมื่อวางไว้ต้นอนุประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้จะกำหนดให้อนุประโยคทั้งหมดเป็นเงื่อนไข และบ่งชี้ว่าการอนุญาตหรือข้อยกเว้นที่กล่าวถึงไม่ได้มีให้ใช้โดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคนโยบายด้วยวลีทางการเป้าหมายสำหรับข้อยกเว้นที่เกิดขึ้นได้ยาก: ____, the examination may be rescheduled.

ดูคำตอบ

In exceptional circumstances

whenever a prisoner is removed outside the prison for an authorized purpose,

6:48

เมื่อใดก็ตามที่ผู้ต้องขังถูกนำตัวออกนอกเรือนจำเพื่อจุดประสงค์ที่ได้รับอนุญาต

he or she shall be allowed to wear his or her own clothing

6:53

เขาหรือเธอจะต้องได้รับอนุญาตให้สวมเสื้อผ้าของตนเอง

or other inconspicuous clothing."

6:56

หรือเสื้อผ้าอื่นที่ไม่สะดุดตา”

It seems in the US some states are more concerned with following these rules than others

6:58

ดูเหมือนว่าในสหรัฐฯ บางรัฐจะใส่ใจปฏิบัติตามกฎเหล่านี้มากกว่ารัฐอื่น

and maybe it's a matter of opinion if pink underwear or black and white stripes are degrading or humiliating.

7:02

และการมองว่ากางเกงชั้นในสีชมพูหรือชุดลายขาวดำนั้นลดคุณค่าหรือสร้างความอับอายหรือไม่ อาจขึ้นอยู่กับความคิดเห็น

Maybe you believe an orange jumpsuit doesn't have to be worn when a prisoner is being transported ไวยากรณ์

7:07

คุณอาจเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องให้นักโทษสวมชุดหมีสีส้มระหว่างการเคลื่อนย้าย

ไวยากรณ์

doesn't have to be worn: ไม่ได้บังคับ ไม่ใช่ข้อห้าม

ใน doesn't have to be worn คำว่า have to แสดงถึงหน้าที่หรือข้อบังคับ ส่วน be worn เป็นรูป infinitive แบบ passive กล่าวคือ มีคนสวมชุด ดังนั้นชุดจึงเป็นสิ่งที่ถูกสวม การปฏิเสธ have to คือการตัดความจำเป็นออก ประโยคนี้บอกว่าการสวมชุดเป็นทางเลือกหรือไม่ได้ถูกบังคับ ไม่ได้บอกว่าห้ามสวม

แบบฝึกหัด

สถานที่แห่งหนึ่งติดกฎนี้ไว้: A jacket doesn't have to be worn indoors. กฎนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ห้ามสวมเสื้อแจ็กเก็ต
  2. ทุกคนต้องสวมเสื้อแจ็กเก็ต
  3. การสวมเสื้อแจ็กเก็ตเป็นทางเลือก
ดูคำตอบ

การสวมเสื้อแจ็กเก็ตเป็นทางเลือก

or maybe you think it's necessary.

7:12

หรืออาจคิดว่าจำเป็น

In some countries,

7:13

ในบางประเทศ

prisoners are still shackled when they have a court date or are moved. วัฒนธรรม

7:14

นักโทษยังคงถูกตีตรวนเมื่อต้องขึ้นศาลหรือถูกเคลื่อนย้าย

วัฒนธรรม

a court date: กำหนดวันไปศาล

ใน a court date คำว่า date หมายถึงวันหรือเวลาที่กำหนดไว้อย่างเป็นทางการสำหรับกระบวนการทางกฎหมาย โดยทั่วไปวลีนี้หมายถึงโอกาสที่บุคคลต้องไปปรากฏตัวที่ศาล ไม่ใช่นัดพบเชิงโรแมนติก ในประโยคนี้ การมีนัดขึ้นศาลเป็นเหตุผลว่าทำไมนักโทษจึงอาจต้องถูกเคลื่อนย้าย

แบบฝึกหัด

มีคนพูดว่า: I need to ask my manager for Tuesday off because I have a court date. สิ่งที่ถูกกำหนดไว้คืออะไร?

  1. การไปปรากฏตัวหรือกระบวนการทางกฎหมายในศาล
  2. นัดพบเชิงโรแมนติกในอาคารศาล
  3. การแข่งขันเทนนิสในสนาม
ดูคำตอบ

การไปปรากฏตัวหรือกระบวนการทางกฎหมายในศาล

So don't think every nation follows these Mandela Rules. น้ำเสียง/เจตนา

7:18

ดังนั้นอย่าคิดว่าทุกประเทศปฏิบัติตามข้อกำหนดแมนเดลาเหล่านี้

น้ำเสียง/เจตนา

Don't think every...: การเตือนไม่ให้เหมารวมเกินไป

ในที่นี้ don't think... เป็นคำเตือนที่หมายถึง “อย่าคิดเอาเองว่า...” ผู้พูดกำลังแก้ความเชื่อแบบกว้าง ๆ ที่ผู้ฟังอาจมี ไม่ได้สั่งให้ผู้ฟังหยุดคิด คำว่า every อยู่ภายในแนวคิดที่ถูกปฏิเสธ ความหมายคือไม่ใช่ทุกประเทศที่ปฏิบัติตามกฎ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีประเทศใดปฏิบัติตามเลย

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งคิดว่าตั๋วสายการบินราคาประหยัดทุกใบรวมสัมภาระเช็กอินหนึ่งชิ้น ประโยคใดแก้การเหมารวมนี้ได้ดีที่สุด

  1. Every budget airline ticket includes a checked bag.
  2. No budget airline ticket includes a checked bag.
  3. Don't think every budget airline ticket includes a checked bag.
ดูคำตอบ

Don't think every budget airline ticket includes a checked bag.

Like we said at the start, ลำดับความ

7:21

อย่างที่เรากล่าวไว้ตอนต้น

ลำดับความ

Like we said at the start: การอ้างย้อนกลับไปยังประเด็นก่อนหน้า

ในวลีนี้ like หมายถึง as โดยใช้เกริ่นเพื่อเตือนให้นึกถึงสิ่งที่ผู้พูดกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ we หมายถึงกลุ่มผู้พูด และ at the start ระบุช่วงเริ่มต้นของการพูดหรือการอภิปราย เมื่อวางไว้หน้าข้อความถัดไป วลีนี้จะเชื่อมประเด็นที่กำลังจะพูดกลับไปยังส่วนเปิดเรื่อง ช่วยให้ผู้ฟังติดตามโครงสร้างได้ และมักส่งสัญญาณว่ากำลังทบทวนหรือเปลี่ยนเข้าสู่บทสรุป

แบบฝึกหัด

ช่วงใกล้จบการนำเสนอ ผู้พูดสองคนต้องการเตือนผู้ฟังถึงคำเตือนที่ให้ไว้ตอนเปิดเรื่อง ประโยคใดทำหน้าที่นี้ได้ชัดเจน

  1. As we will explain later, the schedule may still change.
  2. Like we said at the start, the schedule may still change.
  3. This is the first time we've mentioned it: the schedule may still change.
ดูคำตอบ

Like we said at the start, the schedule may still change.

it's a controversial hot potato of a topic สำนวน

7:22

นี่เป็นประเด็นร้อนที่มีข้อถกเถียงสูง

สำนวน

สำนวน “hot potato”

“Hot potato” เป็นสำนวนที่หมายถึงปัญหาที่ยาก อ่อนไหว หรือเป็นที่ถกเถียง ซึ่งผู้คนอาจหลีกเลี่ยงการรับผิดชอบหรือการแสดงจุดยืนที่ชัดเจน เพราะการทำเช่นนั้นมีความเสี่ยง ใน “a controversial hot potato of a topic” สำนวนนี้ระบุว่าหัวข้อดังกล่าวจัดการได้ลำบากในทางการเมืองหรือสังคม นอกจากความยากทั่วไปแล้ว ยังสื่อถึงความไม่เต็มใจหรือการผลักความรับผิดชอบให้ผู้อื่นด้วย

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะเรียกว่า “hot potato”?

  1. ปัญหาการจัดตารางเล็กน้อยที่ทุกคนเต็มใจช่วยกันแก้
  2. โจทย์คณิตศาสตร์ที่คำนวณยาวแต่ใช้ขั้นตอนปกติ
  3. นโยบายในที่ทำงานที่เป็นข้อถกเถียงและผู้จัดการผลักให้กันไปมา เพราะไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรก็อาจทำให้พนักงานไม่พอใจ
ดูคำตอบ

นโยบายในที่ทำงานที่เป็นข้อถกเถียงและผู้จัดการผลักให้กันไปมา เพราะไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรก็อาจทำให้พนักงานไม่พอใจ

and it's not easy to come to a conclusion as to what is right and what's wrong. วลี

7:24

และไม่ง่ายที่จะสรุปว่าสิ่งใดถูกหรือผิด

วลี

come to a conclusion as to + คำถาม

“Come to a conclusion” หมายถึงการสร้างหรือได้ข้อวินิจฉัยหลังจากพิจารณาข้อมูลที่มีอยู่ โดยนำเสนอข้อวินิจฉัยนั้นว่าเป็นผลจากกระบวนการคิด ไม่ใช่ความคิดเห็นที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว “As to” ใช้แนะนำคำถามหรือประเด็นที่ข้อสรุปนั้นเกี่ยวข้องด้วยในลักษณะค่อนข้างเป็นทางการ โครงสร้างคือ come to a conclusion as to + นามวลี อนุประโยค whether หรืออนุประโยค wh ในที่นี้ “what is right and what’s wrong” ระบุคำถามที่ยังไม่มีข้อยุติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายในรูปกาลที่ถูกต้อง: After reviewing the evidence, the panel ____ whether the rule was fair.

ดูคำตอบ

came to a conclusion as to

That's why we'd love to know what you think about prison uniforms.

7:28

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราอยากรู้ว่าคุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับเครื่องแบบนักโทษ

Should prisoners be able to wear casual dress like in most countries

7:31

นักโทษควรสวมเสื้อผ้าลำลองได้เหมือนในประเทศส่วนใหญ่

or should they wear stripes or with the orange jumpsuits?

7:35

หรือควรสวมชุดลายทางหรือชุดหมีสีส้ม?

And since we've talked today about culture and how things are different in various countries,

7:37

และเนื่องจากวันนี้เราได้พูดถึงวัฒนธรรมและความแตกต่างระหว่างประเทศต่าง ๆ

we'll stay with the topic of culture and give you two fascinating videos to watch.

7:41

เราจะพูดเรื่องวัฒนธรรมต่อและแนะนำวิดีโอน่าสนใจสองเรื่องให้คุณชม

Have a look at one of these:

7:45

ลองดูเรื่องใดเรื่องหนึ่งต่อไปนี้

Taboos Around the World

7:47

ข้อห้ามทั่วโลก

and Embarrassing Tourist Mistakes You Make in Different Countries.

7:48

และข้อผิดพลาดน่าอายที่นักท่องเที่ยวทำในประเทศต่าง ๆ