ทำไมคุณจึงควรอ่าน "หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว"? - Francisco Díez-Buzo: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าถึงที่มาและความสำคัญของ One Hundred Years of Solitude โดยอธิบายว่าสัจนิยมมหัศจรรย์เชื่อมเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในมาคอนโดเข้ากับประวัติศาสตร์โคลอมเบีย ความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดซ้ำ และประสบการณ์ในครอบครัวของการ์เซีย มาร์เกซอย่างไร ก่อนเปลี่ยนจากชะตานิยมในนวนิยายไปสู่ความหวังที่ยังคงอยู่ต่อโลกที่ดีกว่า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. was to remember — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า was to + คำกริยาใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ยังเป็นอนาคตเมื่อมองจากจุดยืนของเรื่องเล่าในอดีต คุณจะจับนัยเชิงวรรณกรรมเรื่องโชคชะตาหรือการบอกเหตุล่วงหน้า และติดตามความสัมพันธ์ทางเวลาระหว่างความทรงจำ ฉากเผชิญหน้ากองประหาร และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังได้ 2. while the real events of human life and history reveal themselves to be full of fantastical absurdity. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่า while เชื่อมแนวคิดสองด้านที่ตรงข้ามกัน โดยเรื่องเหนือธรรมชาติถูกเล่าอย่างเป็นเรื่องปกติ แต่ชีวิตและประวัติศาสตร์จริงกลับดูพิสดารและไร้เหตุผล วิธีนี้ช่วยให้คุณมองเห็นข้อเปรียบต่างหลักที่ใช้อธิบายสัจนิยมมหัศจรรย์ และนำไปสร้างบทวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบที่สมดุลได้ 3. In spite of all this fatalism, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจวลีแสดงการยอมรับข้อโต้แย้งนี้ในฐานะสัญญาณเปลี่ยนจากโศกนาฏกรรมซ้ำซากและความไร้อำนาจไปสู่ความเป็นไปได้ของความหวัง คุณจะใช้ in spite of เพื่อจำกัดหรือเปลี่ยนทิศทางข้อสรุปโดยไม่ปฏิเสธหลักฐานที่วางไว้ก่อนหน้าได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Colombian journalist Gabriel García Márquez
0:11นักหนังสือพิมพ์ชาวโคลอมเบีย กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ
while driving to Acapulco for a vacation with his family, ...: บอกฉากหลังก่อนเหตุการณ์หลัก
อนุประโยค while ที่ไฮไลต์ไว้ทำหน้าที่บอกฉากหลังด้านเวลาให้กับเหตุการณ์หลัก โดยบอกว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นเมื่อเหตุการณ์หลักเกิดขึ้น เหตุการณ์หลักอยู่หลังเครื่องหมายจุลภาคใน abruptly turned his car around เนื่องจากประธานของ driving เป็นคนเดียวกับประธานของ turned ภาษาอังกฤษจึงละ he was และใช้ while + -ing ได้ เวลาอ่านประโยคยาว ให้มองการกระทำตอนต้นเป็นฉากหลัง แล้วหาเหตุการณ์สำคัญใน main clause
แบบฝึกหัด
เติมรูป -ing ของ walk ให้สมบูรณ์: While ____ home from school, Nina found a lost key.
ดูคำตอบ
walking
turned his car around, ...: ทำให้รถเปลี่ยนทิศทางและกลับไปทางเดิม
turned his car around ในประโยคนี้หมายถึงทำให้รถเปลี่ยนทิศทางและมุ่งกลับไปทางเดิมที่มา โดยมี his car ซึ่งเป็นกรรมอยู่ระหว่าง turn และ around จึงเป็น phrasal verb ที่แยกส่วนได้ คำว่า abruptly แสดงว่าการเคลื่อนไหวหรือการตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน จุดสำคัญไม่ใช่การที่คนหันตัว แต่เป็นการที่รถเปลี่ยนทิศทาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง turn ... around: We missed the last exit, so we had to ____ the car ____.
ดูคำตอบ
turn · around
asked his wife to take care of the family's finances for the coming months, วลี
0:17เขาขอให้ภรรยาช่วยดูแลการเงินของครอบครัวในอีกหลายเดือนข้างหน้า
take care of the family's finances: รับผิดชอบจัดการการเงินของครอบครัว
ใน take care of the family's finances คำว่า take care of หมายถึง “รับผิดชอบจัดการหรือบริหาร” ไม่ใช่ “ดูแลความเป็นอยู่ของใครบางคน” กรรม finances ชี้ถึงงานเกี่ยวกับเงิน เช่น การทำงบประมาณ ใบเรียกเก็บเงิน และบัญชี โครงสร้าง take care of + งาน เรื่อง หรือปัญหา มักหมายถึงจัดการเรื่องนั้นหรือทำให้แน่ใจว่าเรื่องนั้นได้รับการจัดการ ให้ดูกรรมเพื่อเลือกความหมายที่ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
take care of ในประโยค “Maya will take care of the budget while I am away” หมายถึงอะไร?
- รับผิดชอบจัดการมัน
- ใช้มันจนหมด
- ปกป้องมันจากอันตรายทางกายภาพ
ดูคำตอบ
รับผิดชอบจัดการมัน
The beginning of a new book had suddenly come to him. วลี
0:24จุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มใหม่ผุดขึ้นในหัวเขาอย่างกะทันหัน
come to him: เมื่อแนวคิดผุดขึ้นมาในใจใครบางคน
come to him ในที่นี้หมายถึง “ปรากฏขึ้นในความคิดของเขา” หรือ “ผุดขึ้นมาในใจเขา” ประธาน The beginning of a new book เป็นแนวคิด จึงไม่ได้มีการเคลื่อนที่จริง ในโครงสร้างนี้ แนวคิด คำตอบ ความทรงจำ หรือถ้อยคำเป็นประธานทางไวยากรณ์ ส่วนบุคคลอยู่หลัง come to โครงสร้างนี้มักนำเสนอความคิดว่าเกิดขึ้นเองโดยฉับพลัน มากกว่าจะเป็นสิ่งที่ตั้งใจคิดอย่างเป็นขั้นตอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าคำตอบผุดขึ้นมาในใจของใครบางคนเอง?
- The answer came to Luis during lunch.
- Luis carried the answer sheet to his teacher.
- The teacher came to Luis during lunch.
ดูคำตอบ
The answer came to Luis during lunch.
the firing squad: หน่วยประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า
firing squad คือกลุ่มคนติดอาวุธที่ได้รับมอบหมายให้ประหารชีวิตด้วยการยิง ในวลี face the firing squad ความหมายคือการเผชิญกับการถูกประหาร ไม่ใช่เพียงการเห็นหน่วยทหารที่มีปืน ความหมายที่เป็นทางการและรุนแรงทำให้ช่วงเวลานั้นกลายเป็นสถานการณ์ความเป็นความตายทันที คำว่า firing บอกจุดประสงค์ของหน่วยนี้ว่าเป็นผู้ดำเนินการยิงประหาร
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ “The prisoner was led before a firing squad,” คำว่า a firing squad หมายถึงอะไร?
- กลุ่มที่กำลังฝึกยิงเป้า
- กลุ่มที่ได้รับมอบหมายให้ประหารคนด้วยการยิง
- ทีมที่ทำหน้าที่ดับไฟ
ดูคำตอบ
กลุ่มที่ได้รับมอบหมายให้ประหารคนด้วยการยิง
was to remember: บอกเป็นนัยถึงการนึกถึงในภายหลัง
ในงานเล่าเรื่องเชิงวรรณกรรมนี้ was to remember หมายถึง “ต่อมาจะนึกถึง” ผู้บรรยายมองไปข้างหน้าจากจุดหนึ่งในอดีตสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังบนเส้นเวลาของเรื่อง โครงสร้าง was/were to + คำกริยารูปพื้นฐาน สามารถนำเสนอเหตุการณ์ภายหลังราวกับถูกกำหนดไว้แล้วโดยโชคชะตาหรือประวัติศาสตร์ ในที่นี้ใช้เพื่อบอกเป็นนัยถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่ได้เป็นคำสั่งหรือหน้าที่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบการเล่าอดีตเชิงวรรณกรรม be to remember: Years later, he ____ this small kindness as the moment that changed his life.
ดูคำตอบ
was to remember
those words would blossom into 100 Years of Solitude, สำนวน
0:42ถ้อยคำเหล่านั้นได้เบ่งบานกลายเป็น หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว
would blossom into: ค่อย ๆ เติบโตไปสู่ผลลัพธ์ในภายหลัง
ในที่นี้ would blossom into นำเสนอถ้อยคำเหล่านั้นว่าเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เติบโตและสุกงอมจนกลายเป็นนวนิยายที่เสร็จสมบูรณ์ Blossom เป็นอุปลักษณ์ของการเติบโต จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงดูเป็นธรรมชาติ สร้างสรรค์ และประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือเป็นกลไก Would แสดงอนาคตเมื่อมองจากจุดหนึ่งในอดีต กล่าวคือ ในช่วงต้นของเรื่อง ผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์ยังอยู่ในอนาคต ในการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ would + คำกริยาสามารถบอกสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในภายหลังได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับผลลัพธ์สมมติเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์โดยใช้ would และสำนวนจากภาพการเติบโตของดอกไม้ที่หมายถึง “ค่อย ๆ พัฒนากลายเป็น”: At the time, no one knew the small idea ____ a national charity.
ดูคำตอบ
would blossom into
a novel that would go on to bring Latin American literature to the forefront of the global imagination, วลี
0:46นวนิยายที่จะนำพาวรรณกรรมละตินอเมริกาให้ก้าวสู่แนวหน้าแห่งจินตนาการของโลก
would go on to bring: ผลลัพธ์ในภายหลังของเรื่องเล่าในอดีต
Would go on to bring เชื่อมโยงนวนิยายเรื่องนี้เข้ากับผลลัพธ์สำคัญที่เกิดขึ้นในภายหลัง Go on to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกการกระทำ ความสำเร็จ หรือผลลัพธ์ใหม่ที่ตามมา ในที่นี้ bring นำเข้าสู่ผลกระทบที่นวนิยายมีต่อวรรณกรรมลาตินอเมริกาในภายหลัง Would รักษามุมมองให้อยู่ที่ช่วงเวลาก่อนหน้าในอดีต เมื่อนำมารวมกัน would go on to บอกผู้ฟังว่า “เรื่องไม่ได้จบลงตรงนี้ ต่อจากนั้นเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคชีวประวัติโดยใช้ would go on to + คำกริยารูปพื้นฐานที่ถูกต้อง: After working as a schoolteacher, Maya ____ three award-winning novels.
ดูคำตอบ
would go on to write
bring X to the forefront of Y: ทำให้ X เป็นจุดสนใจหลักใน Y
ในประโยคนี้ bring Latin American literature to the forefront of the global imagination หมายถึงทำให้วรรณกรรมลาตินอเมริกาโดดเด่นและอยู่ในจุดศูนย์กลางของวิธีที่ผู้คนทั่วโลกมองวรรณกรรม คำว่า forefront ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ bring X to the forefront of Y ซึ่งหมายถึงทำให้ X กลายเป็นหนึ่งในจุดสนใจหลักของการอภิปราย วงการ หรือแนวคิดที่ผู้คนมีร่วมกัน
แบบฝึกหัด
เติมคำสำคัญในรูปแบบ bring X to the forefront of Y ให้สมบูรณ์: The investigation brought data privacy to the ____ of the national debate.
ดูคำตอบ
forefront
earning García Márquez the 1982 Nobel Prize for Literature. โน้ต
0:52และทำให้ การ์เซีย มาร์เกซ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี 1982
ประโยคหลัก, earning...: อนุประโยค -ing ที่บอกผล
วลี earning García Márquez the 1982 Nobel Prize for Literature เป็นอนุประโยค -ing ที่ตามหลังเครื่องหมายจุลภาค และใช้บอกผลจากพัฒนาการที่กล่าวมาก่อนหน้า สามารถขยายเป็น and, as a result, it earned García Márquez... ได้ ดังนั้น earning จึงไม่ใช่กริยาแท้ตัวใหม่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประโยคหลัก, V-ing... ซึ่งรวมเหตุการณ์และผลที่ตามมาไว้ในประโยคเดียว ในที่นี้นวนิยายและอิทธิพลของนวนิยายถูกนำเสนอเป็นสาเหตุที่ทำให้ได้รับรางวัล ส่วน García Márquez คือผู้รับรางวัล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ earn เพื่อบอกผล: The app helped thousands of users, ____ its creators a national award.
ดูคำตอบ
earning
รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมปี 1982
the 1982 Nobel Prize for Literature หมายถึงรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมที่มอบในปี 1982 โดยปีดังกล่าวระบุปีที่มอบรางวัล ส่วน for Literature ระบุสาขาของรางวัล ในประโยคนี้ ชื่อรางวัลแสดงถึงการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างสูงต่อผลงานวรรณกรรมของการ์เซีย มาร์เกซ ไม่ใช่รางวัลทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the 1982 Nobel Prize for Literature หมายถึงอะไร
- รางวัลทั่วไปที่ครอบคลุมทุกสาขาวิชา
- นวนิยายที่ตีพิมพ์ในปี 1982
- รางวัลด้านวรรณกรรมที่ได้รับในปี 1982
ดูคำตอบ
รางวัลด้านวรรณกรรมที่ได้รับในปี 1982
What makes 100 Years of Solitude so remarkable? ไวยากรณ์
0:57อะไรทำให้ หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ถึงยอดเยี่ยมขนาดนี้
อะไรทำให้ X โดดเด่นถึงเพียงนี้?
What makes X so remarkable? ใช้ถามว่าคุณสมบัติหรือเหตุผลใดทำให้ X มีความโดดเด่นเช่นนั้น ในที่นี้ make หมายถึง “ทำให้เป็นหรือกลายเป็น” ไม่ใช่ “สร้าง” โครงสร้างคือ What + makes + X + so + adjective โดย What เป็นประธานของ makes จึงไม่ใช้ does ในคำถามนี้ มักใช้เปิดประเด็นเพื่ออธิบายว่าเหตุใดผลงาน บุคคล หรือปรากฏการณ์หนึ่งจึงโดดเด่น
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำถามให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: What ____ this app so useful?
ดูคำตอบ
makes
The novel chronicles the fortunes and misfortunes of the Buendía family over seven generations. การใช้คำ
1:00นวนิยายเล่าเรื่องราวความรุ่งโรจน์และความโชคร้ายของครอบครัวบวนเดียผ่านเจ็ดชั่วอายุคน
chronicles the fortunes and misfortunes: บอกเล่าความเปลี่ยนแปลงตามลำดับเวลา
chronicles เป็นคำกริยาในประโยคนี้ หมายถึงการบรรยายหรือบันทึกเหตุการณ์ตามพัฒนาการของมันตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน กรรมของคำกริยาคือ the fortunes and misfortunes ซึ่งหมายถึงความเปลี่ยนแปลงของชะตาชีวิตทั้งในทางที่ดีและร้ายของครอบครัวนี้ ถ้อยคำนี้ทำให้นวนิยายดูเป็นเรื่องที่ติดตามประวัติศาสตร์อันต่อเนื่องตลอดเจ็ดชั่วอายุคน ไม่ใช่เพียงกล่าวถึงเหตุการณ์ที่แยกขาดจากกันไม่กี่เหตุการณ์
แบบฝึกหัด
คำกริยาใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมคำบรรยายอย่างเป็นทางการของสารคดีที่ติดตามความเปลี่ยนแปลงตลอดสิบปี? The documentary ___ the neighborhood's recovery after the flood.
- tells
- lists
- chronicles
ดูคำตอบ
chronicles
cast of characters: กลุ่มตัวละครในเรื่อง
cast of characters หมายถึงกลุ่มคนหรือตัวละครสมมติที่ปรากฏในเรื่องหรือผลงานอื่น ใน large cast of characters คำว่า large บอกว่าผลงานนั้นมีตัวละครที่แตกต่างกันจำนวนมาก ในบทวิจารณ์นวนิยาย cast ไม่ได้หมายถึง “ขว้าง” วลีนี้ใช้รวมตัวละครในนวนิยายเป็นกลุ่มเดียวได้ แม้จะไม่มีนักแสดงมารับบทตัวละครเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ในบทวิจารณ์นวนิยาย a large cast of characters หมายถึงอะไร
- กลุ่มนักแสดงจริงจำนวนมาก
- เรื่องที่มีตัวละครจำนวนมาก
- การขว้างสิ่งของหลายครั้ง
ดูคำตอบ
เรื่องที่มีตัวละครจำนวนมาก
100 Years of Solitude is not an easy book to read, ไวยากรณ์
1:17หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ไม่ใช่หนังสือที่อ่านง่ายนัก
With its ...: เสนอเหตุผลก่อนให้คำประเมิน
วลีเปิด With its ... รวมลักษณะสามอย่างของนวนิยาย ได้แก่ รูปแบบประโยค ตัวละครจำนวนมาก และการเล่าเรื่องที่ซับซ้อน จากนั้นอนุประโยคหลักจึงให้คำประเมินว่าหนังสือเล่มนี้อ่านไม่ง่าย with ในที่นี้หมายถึง «มี» หรือ «เนื่องจาก» ไม่ใช่ «อยู่ด้วยกันกับ» รูปแบบนี้ทำให้บทวิจารณ์นำเสนอลักษณะที่สนับสนุนคำประเมินก่อน แล้วจึงให้ข้อสรุปภายหลัง: With + คำกำหนดแสดงความเป็นเจ้าของ + นามวลี, อนุประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติมคำเปิดสองคำจากบทเรียนที่นำเสนอลักษณะของคู่มือเองเป็นเหตุผล: ____ clear layout and practical examples, the guide is easy to use.
ดูคำตอบ
With its
not an easy book to read: คำคุณศัพท์ + คำนาม + to-infinitive
not an easy book to read ใช้โครงสร้าง คำคุณศัพท์ + คำนาม + to-infinitive เพื่อบอกว่าการทำกริยาหนึ่งกับสิ่งนั้นง่ายหรือยากเพียงใด ในที่นี้ book เป็นกรรมของ read ในทางความหมาย กล่าวคือ การอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากคำนามทำหน้าที่เป็นกรรมในทางความหมายอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกล่าวซ้ำหลังคำกริยา ให้พูดว่า an easy book to read ไม่ใช่ an easy book to read it โครงสร้างนี้ยังพบได้ใน a difficult problem to solve และ an easy tool to use
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง คำคุณศัพท์ + คำนาม + to-infinitive ให้สมบูรณ์ด้วยรูป infinitive ของ solve: This is a difficult problem ____.
ดูคำตอบ
to solve
with an epic assortment of intense romances, วลี
1:23ด้วยการรวบรวมเรื่องราวความรักอันเข้มข้นระดับมหากาพย์
epic assortment of: กลุ่มขนาดใหญ่และหลากหลาย
An assortment of หมายถึงกลุ่มหรือชุดที่มีสิ่งของหลายชนิดแตกต่างกัน ในที่นี้ romances ถูกนำเสนอว่ามีหลายรูปแบบ ไม่ใช่เรื่องรักที่เป็นแบบเดียวกันทั้งหมด Epic ใช้เน้นวลีนี้แบบไม่เป็นทางการ ทำให้กลุ่มดังกล่าวดูใหญ่โต เป็นละคร และน่าประทับใจเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายความว่าเรื่องรักเหล่านี้เป็นบทกวีมหากาพย์หรือเรื่องเล่าแบบมหากาพย์
แบบฝึกหัด
epic assortment of ในประโยคนี้เน้นความหมายใด?
- กลุ่มเล็ก ๆ ของเรื่องรักที่แทบเหมือนกันทั้งหมด
- เรื่องรักเพียงเรื่องเดียวที่เขียนในรูปแบบมหากาพย์โบราณ
- กลุ่มขนาดใหญ่และหลากหลายที่บรรยายด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
ดูคำตอบ
กลุ่มขนาดใหญ่และหลากหลายที่บรรยายด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
globe-trotting: เดินทางอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก
Globe-trotting เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึงการเดินทางบ่อยครั้งหรือเดินทางอย่างกว้างขวางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดย trotting ให้ภาพที่มีชีวิตชีวาของการเดินทางอยู่ตลอด ไม่ได้หมายถึงการวิ่งเหยาะ ๆ ข้ามโลกจริง ๆ เมื่อวางหน้า adventurers คำนี้จะบรรยายคนที่เดินทางผ่านหลายประเทศหรือหลายทวีป และเพิ่มน้ำเสียงที่มีสีสันและเต็มไปด้วยการผจญภัย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ ซึ่งขึ้นต้นด้วย globe- และหมายถึง “เดินทางอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก”: The magazine profiles a ____ photographer who has worked in over thirty countries.
ดูคำตอบ
globe-trotting
and more characters named Aureliano than you'd think possible. ไวยากรณ์
1:33และตัวละครที่ชื่อ ออเรลิอาโน ซึ่งมีมากกว่าที่คุณจะคาดคิด
more ... than you'd think possible: มากเกินความคาดหมาย
โครงสร้าง more ... than you'd think possible หมายถึงปริมาณหรือระดับที่สูงอย่างน่าประหลาดใจ ในประโยคนี้ more ขยาย characters จึงเน้นว่ามีตัวละครชื่อ Aureliano มากเกินคาด you ใน you'd think ใช้กล่าวถึงคนทั่วไปหรือผู้อ่านทั่วไป ไม่จำเป็นต้องหมายถึงผู้ฟังคนใดคนหนึ่ง โครงสร้างนี้นำเสนอว่าสิ่งหนึ่งเกินความคาดหมายตามปกติ
แบบฝึกหัด
เติมส่วนเปรียบเทียบให้มีความหมายว่าจำนวนแผนที่มากอย่างน่าประหลาดใจ: The archive contains more maps ____ you'd think possible.
ดูคำตอบ
than
no mere historical drama: ไม่ใช่แค่ละครอิงประวัติศาสตร์ธรรมดา
วลี no mere historical drama หมายถึงไม่ใช่แค่ละครอิงประวัติศาสตร์ธรรมดา mere แปลว่าเพียงหรือไม่มีอะไรมากไปกว่า ส่วน no ปฏิเสธคำอธิบายที่จำกัดเช่นนั้น โดยทั่วไป วลีนี้ไม่ได้ปฏิเสธว่าผลงานนั้นเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ แต่บอกว่าป้ายกำกับนี้ไม่ครอบคลุม เพราะผลงานมีขอบเขต ความลึก หรือความสำคัญมากกว่านั้น
แบบฝึกหัด
ข้อใดถ่ายทอดความหมายของ Yet this is no mere historical drama? ได้ถูกต้องที่สุด
- เป็นละครอิงประวัติศาสตร์ แต่เป็นมากกว่าละครธรรมดา
- ไม่ใช่ละครอิงประวัติศาสตร์เลย
- เป็นเพียงละครอิงประวัติศาสตร์ธรรมดา
ดูคำตอบ
เป็นละครอิงประวัติศาสตร์ แต่เป็นมากกว่าละครธรรมดา
100 Years of Solitude is one of the most famous examples of a literary genre known as magical realism. วัฒนธรรม
1:40หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว คือหนึ่งในตัวอย่างที่โด่งดังที่สุดของแนววรรณกรรมที่เรียกว่า สัจนิยมมหัศจรรย์
known as magical realism: เรียกว่า สัจนิยมมหัศจรรย์
known as ใช้แนะนำชื่อหรือป้ายเรียกที่ใช้ระบุคำนามก่อนหน้า ใน “a literary genre known as magical realism” รูปนี้เป็นอนุประโยคขยายแบบถูกกระทำที่ย่อไว้ และหมายถึง “ประเภทวรรณกรรมที่เรียกว่า magical realism” สัจนิยมมหัศจรรย์ผสมผสานโลกธรรมดาที่คุ้นเคยเข้ากับเหตุการณ์หรือความสามารถเหนือธรรมชาติ คำนี้สำคัญในที่นี้เพราะแนววรรณกรรมนี้นำองค์ประกอบอันน่าอัศจรรย์มาเสนอให้เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นจริงตามปกติในเรื่อง
แบบฝึกหัด
ใน “a literary genre known as magical realism” known as ทำหน้าที่อะไร
- บอกชื่อของประเภทนั้น
- บอกว่าประเภทนั้นไม่ถูกใช้อีกต่อไป
- บอกเหตุผลที่ทำให้ประเภทนั้นมีชื่อเสียง
ดูคำตอบ
บอกชื่อของประเภทนั้น
Here, supernatural events or abilities are described in a realistic and matter-of-fact tone, การใช้คำ
1:49ที่นี่ เหตุการณ์หรือความสามารถเหนือธรรมชาติถูกบรรยายด้วยน้ำเสียงที่สมจริงและเป็นเรื่องปกติธรรมดา
realistic and matter-of-fact tone: น้ำเสียงสมจริงและราบเรียบ
“a realistic and matter-of-fact tone” อธิบายวิธีการนำเสนอข้อมูล ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นจริงตามตัวอักษร realistic สื่อถึงการนำเสนอที่เรียบง่ายและคุ้นเคย ส่วน matter-of-fact หมายถึงการพูดอย่างสงบและตรงไปตรงมา โดยแทบไม่แสดงความประหลาดใจหรือเน้นความดราม่า ในที่นี้ เนื้อหาที่ไม่ธรรมดากับวิธีเล่าที่สงบถูกทำให้แตกต่างกันโดยตั้งใจ เหตุการณ์เหนือธรรมชาตินั้นพิเศษมาก แต่การบรรยายกลับนำเสนอราวกับเป็นข้อเท็จจริงทั่วไป วลีนี้เน้นผลลัพธ์ดังกล่าว
แบบฝึกหัด
ใน “supernatural events or abilities are described in a realistic and matter-of-fact tone” วลีนี้อธิบายอะไรเป็นหลัก
- วิธีนำเสนอเหตุการณ์อย่างสงบและตรงไปตรงมา
- รูปแบบการพูดที่ตื่นเต้นและทำให้เหตุการณ์ดูดราม่า
- หลักฐานว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง
ดูคำตอบ
วิธีนำเสนอเหตุการณ์อย่างสงบและตรงไปตรงมา
while the real events of human life and history reveal themselves to be full of fantastical absurdity. โน้ต
1:55ในขณะที่เหตุการณ์จริงในชีวิตมนุษย์และประวัติศาสตร์กลับเต็มไปด้วยความไร้สาระอันน่ามหัศจรรย์
while ที่ใช้แสดงความขัดแย้ง: เหตุการณ์จริงเผยความไร้เหตุผลอันน่าอัศจรรย์
while ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” แต่ใช้เปิดส่วนที่สองของความขัดแย้ง กล่าวคือ เหตุการณ์เหนือธรรมชาติอาจถูกนำเสนอให้ดูธรรมดาและน่าเชื่อถือ ขณะที่ชีวิตมนุษย์และประวัติศาสตร์จริงกลับอาจดูเหนือจริงและไร้เหตุผล อนุประโยคนี้จัดวางข้อสังเกตที่กลับทิศกันสองอย่างไว้คู่กัน โครงสร้างนี้ทำให้เห็นความตึงเครียดหลักอย่างชัดเจนว่า เรื่องเหนือจริงให้ความรู้สึกเหมือนความจริง ส่วนความจริงก็ให้ความรู้สึกเหมือนเรื่องเหนือจริง
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The app looks simple, while its settings offer many advanced tools," คำว่า while ทำหน้าที่อะไร
- ให้เหตุผลสำหรับข้อสังเกตแรก
- แสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นระหว่างที่อีกเหตุการณ์กำลังดำเนินอยู่
- ใช้เปรียบต่างข้อสังเกตสองอย่าง
ดูคำตอบ
ใช้เปรียบต่างข้อสังเกตสองอย่าง
reveal themselves to be: ลักษณะที่แท้จริงปรากฏชัดขึ้น
reveal themselves to be + ส่วนเติมเต็ม หมายถึงลักษณะหรือสภาพที่แท้จริงของประธานพหูพจน์ค่อย ๆ ปรากฏให้เห็น คำสรรพนามสะท้อน themselves อ้างกลับไปที่ประธานพหูพจน์ the real events ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเปิดเผยสิ่งอื่น เมื่อเทียบกับการใช้ are โดยตรง โครงสร้างนี้นำเสนอคำบรรยายเป็นข้อสรุปที่เห็นชัดขึ้นจากการสังเกตหรือพัฒนาการ ในประโยคนี้ ความเป็นจริงเองปรากฏว่าเต็มไปด้วยความไร้เหตุผลอันน่าอัศจรรย์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ reveal themselves to be: During the investigation, the small errors ____ signs of a larger problem.
ดูคำตอบ
revealed themselves to be
Surreal phenomena within the fictional village of Macondo
2:02ปรากฏการณ์เหนือจริงในหมู่บ้านสมมติที่ชื่อว่า มาคอนโด
intertwine seamlessly with events taking place in the real country of Colombia. วลี
2:05สอดประสานอย่างแนบเนียนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศโคลอมเบียในชีวิตจริง
intertwine seamlessly with: เชื่อมสองแนวเรื่องเข้าด้วยกันอย่างลื่นไหล
intertwine seamlessly with หมายถึง “เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอีกองค์ประกอบหนึ่งอย่างลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ” intertwine ทำให้เห็นภาพว่าองค์ประกอบสองอย่างถักทอเข้าด้วยกัน ส่วน seamlessly สื่อว่าไม่มีรอยขาดหรือการเปลี่ยนผ่านที่สะดุดอย่างชัดเจน ในประโยคนี้ ปรากฏการณ์เหนือจริงกับเหตุการณ์จริงในโคลอมเบียรวมกันเป็นเรื่องเล่าที่ต่อเนื่องเรื่องเดียว แทนที่จะเป็นสองชั้นที่แยกจากกัน โครงสร้าง X intertwines seamlessly with Y ใช้อธิบายหัวข้อ ประวัติศาสตร์ แนวเรื่อง หรืออิทธิพลที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “เชื่อมโยงกันอย่างลื่นไหลและใกล้ชิด”: In the documentary, personal memories ____ national history.
ดูคำตอบ
intertwine seamlessly with
events taking place in: วลีขยายเหตุการณ์หลังคำนาม
taking place in ... เป็นวลีคุณศัพท์ที่ใช้รูปกริยาเติม -ing และวางหลัง events มีความหมายว่า “ซึ่งกำลังเกิดขึ้นใน...” โดยระบุสถานที่ที่เหตุการณ์เกิดขึ้น วลีนี้เป็นรูปย่อของอนุประโยคขยายคำนาม events that are taking place in ... take place เป็นอกรรมกริยา จึงใช้ in นำหน้าสถานที่ สำนวนนี้พบบ่อยในงานเขียนเชิงข้อเท็จจริง ประวัติศาสตร์ และแบบเป็นทางการ และเป็นทางการกว่า happen เล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่วางหลังคำนาม: The report covers events ____ three cities at the same time.
ดูคำตอบ
taking place in
เริ่มต้นในสภาวะโดดเดี่ยวราวกับตำนาน
ในโครงสร้าง begins in a ... state of ... คำว่า in นำเข้าสู่สภาวะที่เป็นอยู่ในตอนเริ่มต้น ไม่ได้ระบุสถานที่จริง ประโยคนี้หมายความว่าในตอนแรกชุมชนแห่งนี้แยกตัวจากที่อื่น รูปแบบ a state of + คำนามนามธรรมทำให้สภาวะหนึ่งกลายเป็นวลีนาม เช่น a state of confusion หรือ a state of emergency เหมาะสำหรับอธิบายสภาวะทางสังคม ประวัติศาสตร์ หรือจิตใจที่ดำเนินต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบคำนามจากบทเรียนนี้: After the conflicting instructions, the team was in ____ confusion.
ดูคำตอบ
a state of
ค่อย ๆ ได้สัมผัสกับโลกภายนอก
be exposed to หมายถึงได้สัมผัสหรือมีประสบการณ์กับบางสิ่งที่อาจส่งอิทธิพลได้ ในประโยคนี้หมายถึงชุมชนค่อย ๆ ติดต่อกับโลกที่อยู่นอกเขตของตนมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าชุมชนถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ โครงสร้างกรรมวาจกคือ be + exposed + to + คำนามหรือรูป -ing ส่วน gradually แสดงว่าการสัมผัสนี้ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นทีละขั้น ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมดในคราวเดียว
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'During the exchange program, Leo was exposed to several new ideas,' คำว่า was exposed to หมายถึงอะไร
- แนวคิดเหล่านั้นถูกปิดบังไม่ให้เขารู้
- เขาได้สัมผัสกับแนวคิดเหล่านั้น
- รูปภาพของเขาถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะพร้อมกับแนวคิดเหล่านั้น
ดูคำตอบ
เขาได้สัมผัสกับแนวคิดเหล่านั้น
facing multiple calamities along the way: เผชิญภัยพิบัติหลายครั้งระหว่างกระบวนการ
ใน facing multiple calamities คำว่า face หมายถึง “พบเจอและต้องรับมือ” ส่วน calamities หมายถึงภัยพิบัติหรือเหตุร้ายแรง และ multiple แสดงว่ามีมากกว่าหนึ่งเหตุการณ์ along the way ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “ระหว่างกระบวนการโดยรวม” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงข้างถนนจริง ๆ อนุประโยค -ing ที่ขึ้นต้นด้วย facing ... เพิ่มข้อมูลว่าประธานเดียวกันพบเจออะไรขณะที่ค่อย ๆ เปิดรับโลกภายนอก
แบบฝึกหัด
facing multiple calamities along the way ในที่นี้หมายถึงอะไร?
- หันหน้าไปทางภัยพิบัติหลายแห่งที่อยู่ข้างถนน
- เผชิญภัยพิบัติร้ายแรงหลายครั้งในระหว่างกระบวนการ
- ไปถึงจุดหมายโดยไม่มีปัญหาร้ายแรงเลย
ดูคำตอบ
เผชิญภัยพิบัติร้ายแรงหลายครั้งในระหว่างกระบวนการ
As years pass ในฐานะคำเชื่อมเปลี่ยนเวลาในการเล่าเรื่อง
As years pass หมายถึง “เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย as ให้ฉากหลังด้านเวลาแบบกว้าง ๆ แทนที่จะระบุช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งอย่างแน่นอน เมื่ออยู่ต้นประโยคเล่าเรื่อง วลีนี้จะพาเรื่องราวข้ามช่วงเวลาที่ยาวนานและเตรียมผู้อ่านให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น ในที่นี้ วลีนี้ทำให้การแก่ตัวและการเสียชีวิตเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาหลายปี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้คำเชื่อมเปลี่ยนเวลาจากบทเรียนตามรูปเดิม: ____, the neighborhood slowly changes.
ดูคำตอบ
As years pass
only to return as ghosts...: ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
Only to return as ghosts เป็นโครงสร้าง only to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งวางไว้หลังการกระทำหนึ่งอย่างหรือชุดของการกระทำหลายอย่าง ในที่นี้ ตัวละครมีอายุมากขึ้นและตายก่อน แต่ผลที่ไม่คาดคิดคือพวกเขากลับมาในรูปของผี สำนวนนี้สร้างการหักมุมอย่างชัดเจนระหว่างการตายกับการกลับมา ในภาษาอังกฤษแบบเล่าเรื่อง only to do มักใช้ย่อผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดให้เป็นอนุประโยค infinitive เดียว ทั้งนี้อาจสื่อถึงความประหลาดใจ การเสียดสี ความผิดหวัง หรือความรู้สึกน่าขนลุกตามบริบท
แบบฝึกหัด
only to return as ghosts ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร
- ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
- ความเคยชินที่เกิดซ้ำ
- จุดประสงค์ที่วางแผนไว้
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
or to be seemingly reincarnated in the next generation. ไวยากรณ์
2:25หรือดูเหมือนจะกลับชาติมาเกิดในเจเนอเรชันถัดไป
to be seemingly reincarnated in the next generation...: infinitive แบบถูกกระทำ
To be seemingly reincarnated in the next generation เป็น infinitive แบบถูกกระทำ: to be ตามด้วย past participle โครงสร้างนี้นำเสนอตัวละครว่าเป็นผู้ที่ได้รับการกลับชาติมาเกิด ส่วน seemingly แสดงว่านี่เป็นเพียงสิ่งที่ดูเหมือนหรือเป็นการตีความ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในที่นี้ วลีนี้เป็น to-infinitive อีกชุดหนึ่งที่เชื่อมขนานกับ to return as ghosts จึงย่อความต่อเนื่องเหนือธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นให้เป็นสำนวนเล่าเรื่องที่กระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ infinitive แบบถูกกระทำได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าฮีโร่อาจกลับมาเกิดใหม่ในรุ่นต่อมา
- The hero appears being reincarnated in a later generation.
- The hero appears to be reincarnated in a later generation.
- The hero appears to reincarnate in a later generation.
ดูคำตอบ
The hero appears to be reincarnated in a later generation.
American Fruit Company ในฐานะสัญญาณทางประวัติศาสตร์
ในที่นี้ American Fruit Company ไม่ได้เป็นเพียงชื่อบริษัทที่ไม่มีนัยอื่น การมาถึงของบริษัทส่งสัญญาณว่ามีอำนาจทางการค้าจากภายนอกเข้ามาในเมืองและเริ่มเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนในพื้นที่ ชื่อนี้เพิ่มมิติทางประวัติศาสตร์จริงให้กับฉากสมมติ โดยชวนให้นึกถึงอิทธิพลของบริษัทผลไม้ต่างชาติในลาตินอเมริกา และปูบริบทให้กับไร่ขนาดใหญ่ ความขัดแย้งด้านแรงงาน และความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายหลัง
แบบฝึกหัด
ในบทวิจารณ์นี้ American Fruit Company สื่อถึงสิ่งใดเป็นหลัก?
- ความสนใจส่วนตัวของตัวละครที่มีต่อผลไม้
- ร้านขายผลไม้ในท้องถิ่นทั่วไป
- การเข้ามาของอำนาจทางการค้าจากภายนอกและความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์
ดูคำตอบ
การเข้ามาของอำนาจทางการค้าจากภายนอกและความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์
so does a romantic mechanic who is always followed by yellow butterflies. ไวยากรณ์
2:32ช่างเครื่องผู้โรแมนติกที่มักจะมีผีเสื้อสีเหลืองบินตามมาด้วยก็ปรากฏตัวขึ้น
so does: การกลับคำเพื่อคล้อยตามการกระทำก่อนหน้า
so does ใช้นำประธานตัวที่สองซึ่งทำการกระทำเชิงบวกแบบเดียวกับประธานตัวแรก ในที่นี้ does ใช้แทน comes to town ดังนั้น so does a romantic mechanic จึงหมายความว่าช่างเครื่องผู้โรแมนติกก็เข้ามาในเมืองด้วย โครงสร้างคือ so + กริยาช่วย + ประธาน โดยกริยาช่วยต้องสอดคล้องกับอนุประโยคก่อนหน้า และสอดคล้องกับประธานใหม่เมื่อจำเป็น: comes ... so does; came ... so did
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างการคล้อยตามแบบกลับคำที่มีความหมายว่า 'her brother does too': Lena plays chess every Friday, and ____ her brother.
ดูคำตอบ
so does
followed by yellow butterflies: การบรรยายแบบ passive
ส่วนที่เน้นมี past participle คือ followed เป็นแกนหลัก ภายในอนุประโยค who คำว่า followed ใช้ร่วมกับ is เพื่อสร้างรูป passive ว่า is always followed by yellow butterflies โดยช่างเครื่องผู้แสนโรแมนติกเป็นฝ่ายที่ถูกตาม ส่วนผีเสื้อสีเหลืองเป็นฝ่ายที่ตาม อนุประโยค who ทั้งหมดใช้ขยาย mechanic โครงสร้าง be + past participle + by + ผู้กระทำ ช่วยบรรยายคนหรือสิ่งของผ่านสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนนั้นหรือสิ่งนั้น และระบุว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ทำกริยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าช่างภาพเดินตามหลังนักแสดง
- Photographers were followed by the actor.
- The actor was followed by photographers.
- The actor was following photographers.
ดูคำตอบ
The actor was followed by photographers.
up and floats away: การกระทำที่กะทันหันและไม่คาดคิด
ในรูปแบบไม่เป็นทางการ up and + คำกริยา คำว่า up ไม่ได้เป็นเพียงคำบอกทิศทาง รูปแบบนี้นำเสนอการกระทำของคำกริยาว่าเกิดขึ้นอย่างกะทันหันหรือเกินความคาดหมาย คล้ายกับ suddenly หรือ just ในที่นี้ up and floats away หมายความว่าหญิงสาวลอยจากไปอย่างไม่คาดคิด รูปแบบนี้ทำให้ประโยคมีจังหวะที่มีชีวิตชีวาเหมือนการเล่าเรื่องด้วยภาษาพูด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ up and เพื่อนำเสนอว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและไม่คาดคิด
- He walked up and closed the window.
- He up and quit the team without warning.
- He looked up and saw a bird.
ดูคำตอบ
He up and quit the team without warning.
Although the novel moves forward ..., time moves ...: ยอมรับข้อหนึ่งก่อนเสนอใจความหลัก
Although นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน อนุประโยคแรกยอมรับว่านวนิยายดำเนินไปข้างหน้าเป็นเส้นตรงผ่านคนรุ่นต่อ ๆ มา ส่วนประโยคหลักเสนอข้อสังเกตที่สำคัญกว่า คือเวลาดูเหมือนเคลื่อนไปเกือบเป็นวงจร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Although A, B โดยยอมรับว่า A เป็นจริง แล้ววางข้อเสนอหลักที่ขัดแย้งไว้ใน B รูปแบบนี้ช่วยให้งานเขียนเชิงวิเคราะห์เปลี่ยนจากข้อเท็จจริงที่เห็นบนผิวหน้าไปสู่การตีความที่ลึกขึ้น
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับโครงสร้าง Although the novel moves forward ..., time moves ... มากที่สุด
- อนุประโยคแรกบอกสาเหตุ ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์
- อนุประโยคแรกยอมรับข้อเท็จจริง ส่วนประโยคหลักเสนอข้อกล่าวอ้างสำคัญที่ขัดแย้งกัน
- ทั้งสองอนุประโยคกล่าวซ้ำประเด็นเดียวกันโดยไม่มีความขัดแย้ง
ดูคำตอบ
อนุประโยคแรกยอมรับข้อเท็จจริง ส่วนประโยคหลักเสนอข้อกล่าวอ้างสำคัญที่ขัดแย้งกัน
forebears: คำทางการที่หมายถึงคนรุ่นก่อน
Forebears หมายถึง ancestors หรือบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นคนในครอบครัวหรือชุมชนจากคนรุ่นก่อน ในประโยคนี้ ตัวละครมีลักษณะคล้ายคนในอดีตเหล่านั้นและทำผิดพลาดซ้ำรอยพวกเขา คำนี้เป็นทางการและมีลักษณะเป็นภาษาวรรณกรรมมากกว่า ancestors อีกทั้งมักสื่อถึงประวัติศาสตร์หรือขนบที่สืบทอดกันมา จึงเหมาะกับบทวิเคราะห์ทางวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ forebears ได้ถูกต้องในความหมายเชิงประวัติศาสตร์ที่เป็นทางการ
- Our forebears are the colleagues who work beside us today.
- Our forebears passed these customs down through many generations.
- Our forebears will be born in the next century.
ดูคำตอบ
Our forebears passed these customs down through many generations.
Strange prophecies and visits from mysterious gypsies การใช้คำ
2:52คำทำนายประหลาดและการมาเยือนของชาวยิปซีลึกลับ
from mysterious gypsies: ทำความเข้าใจคำเรียกชาติพันธุ์ที่อาจเป็นการดูหมิ่น
ในวลี visits from mysterious gypsies คำว่า from ระบุผู้คนที่ถูกนำเสนอว่าเป็นฝ่ายมาเยือน คำนาม gypsies เป็นคำเรียกแบบเก่าที่มักใช้กับชาวโรมานี (Romani people) และในบางข้อความก็ใช้กับกลุ่มผู้เดินทางกลุ่มอื่นด้วย ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน คำเรียกนี้อาจฟังดูล้าสมัยหรือเป็นการดูหมิ่น โดยเฉพาะเมื่อใช้คู่กับภาพเหมารวมเรื่องความลึกลับ การทำนายโชคชะตา หรือการเร่ร่อน ในที่นี้ให้เข้าใจว่าเป็นคำบรรยายแบบเก่าที่ทำให้คนกลุ่มนั้นดูแปลกตา แต่ไม่ควรนำไปใช้เป็นแบบอย่างที่เป็นกลางในการพูดถึงคนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: ในข่าวปัจจุบัน ผู้เขียนเรียกชุมชนโรมานีแห่งหนึ่งว่า “mysterious gypsies” โดยไม่ได้อ้างจากแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์
- ถ้อยคำที่เป็นกลางและเหมาะสม
- ถ้อยคำที่ไม่เหมาะจะใช้เป็นกลาง
ดูคำตอบ
ถ้อยคำที่ไม่เหมาะจะใช้เป็นกลาง
give way to the skirmishes and firing squads of repeated civil wars. กริยาวลี
2:56นำไปสู่การปะทะและลานประหารในสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
give way to: ช่วงหรือสภาพหนึ่งถูกแทนที่ด้วยอีกช่วงหรือสภาพหนึ่ง
ในประโยคนี้ give way to หมายถึง “สิ่งหนึ่งค่อย ๆ จางหายหรือสิ้นสุดลง แล้วอีกสิ่งหนึ่งเข้ามาแทนที่” คำพยากรณ์ประหลาดและการมาเยือนไม่ใช่จุดสนใจอีกต่อไป ส่วนฉากความรุนแรงของสงครามกลางเมืองกลายเป็นจุดสนใจแทน โครงสร้างคือ A gives/gave way to B มักใช้บรรยายอารมณ์ ช่วงเวลา สภาพ หรือประเด็นหนึ่งที่ลดความสำคัญลง ขณะที่อีกสิ่งหนึ่งเข้ามามีบทบาทหลัก ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การหลีกทางให้ใครผ่านไปตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ give way to: The early confusion gradually ____ a clear plan.
ดูคำตอบ
gave way to
An American Fruit Company opens a plantation near the village
3:01บริษัทยูไนเต็ดฟรุตเปิดสวนเกษตรใกล้กับหมู่บ้าน
and ends up massacring thousands of striking workers, โน้ต
3:04และลงเอยด้วยการสังหารหมู่คนงานที่นัดหยุดงานหลายพันคน
ends up massacring: end up + -ing เพื่อบอกผลลัพธ์สุดท้าย
ใน ends up massacring โครงสร้าง end up + คำกริยารูป -ing นำเสนอ massacring ว่าเป็นผลลัพธ์ที่สถานการณ์ดำเนินไปถึงในท้ายที่สุด บริษัทเริ่มจากการเปิดไร่เพาะปลูก แต่เรื่องราวต่อมากลับไปสู่ผลลัพธ์ที่รุนแรงกว่ามาก โครงสร้างนี้มักเน้นผลลัพธ์ที่ดูไม่ใช่แผนเดิมหรือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้ยืนยันว่าผลนั้นเกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ รูปของ end เปลี่ยนตามกาลและประธาน เช่น ends up massacring และ ended up massacring
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ end up: We planned a short meeting, but we ____ talking for three hours.
ดูคำตอบ
ended up
striking workers: คนงานที่กำลังนัดหยุดงาน
ในที่นี้ striking workers หมายถึงคนงานที่กำลังนัดหยุดงาน พวกเขาหยุดทำงานร่วมกันเพื่อเรียกร้องสิ่งที่ต้องการ striking เป็นรูป -ing ของ strike และใช้ขยายคำนาม workers โดยวางไว้ข้างหน้า บริบทความขัดแย้งด้านแรงงานทำให้ต้องเลือกความหมายนี้ strike ยังมีความหมายอื่น จึงควรดูโครงสร้างประโยคและบริบทแทนการแปล striking แยกออกมาเพียงคำเดียว
แบบฝึกหัด
striking nurses หมายถึงอะไรในประโยคนี้: The striking nurses asked the hospital for better staffing.
- พยาบาลที่หยุดทำงานเพื่อประท้วง
- พยาบาลที่กำลังตีคน
- พยาบาลที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ
พยาบาลที่หยุดทำงานเพื่อประท้วง
mirroring the real-life Banana Massacre of 1928. วัฒนธรรม
3:07ซึ่งสะท้อนถึงการสังหารหมู่คนงานไร่กล้วยในปี 1928 ในชีวิตจริง
เหตุสังหารหมู่คนงานสวนกล้วยปี 1928 ที่เกิดขึ้นจริง: การอ้างอิงทางประวัติศาสตร์
เหตุสังหารหมู่คนงานสวนกล้วยเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในโคลอมเบียเมื่อเดือนธันวาคม ปี 1928 โดยกองทัพใช้ความรุนแรงปราบปรามคนงานที่นัดหยุดงานและเกี่ยวข้องกับสวนกล้วยของบริษัท United Fruit Company หลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตแตกต่างกัน ในประโยคนี้ real-life บอกว่าเหตุสังหารหมู่ในนิยายสะท้อนประวัติศาสตร์ดังกล่าว การอ้างอิงนี้เชื่อมสัจนิยมมหัศจรรย์ของเรื่องเข้ากับความรุนแรงทางแรงงานและการเมืองที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้เสนอเหตุการณ์นั้นว่าเป็นเพียงจินตนาการ
แบบฝึกหัด
วลี the real-life Banana Massacre of 1928 บอกอะไรเกี่ยวกับเหตุสังหารหมู่ในนิยาย?
- เป็นงานเฉลิมฉลองการปลูกกล้วย
- สะท้อนการโจมตีคนงานสวนกล้วยที่นัดหยุดงานในโคลอมเบียซึ่งเกิดขึ้นจริงในปี 1928
- เป็นเหตุการณ์ที่แต่งขึ้นทั้งหมดและไม่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์
ดูคำตอบ
สะท้อนการโจมตีคนงานสวนกล้วยที่นัดหยุดงานในโคลอมเบียซึ่งเกิดขึ้นจริงในปี 1928
Combined with ..., this produces ...: รวมปัจจัยเพื่อสรุปผลลัพธ์
Combined with the novel's magical realism เป็นวลี participle ที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้เพิ่มสัจนิยมมหัศจรรย์เข้าไปในปัจจัยที่กล่าวไว้ก่อนหน้าประโยคนี้ ส่วนประธาน this อ้างกลับไปยังปัจจัยเดิม จากนั้นประโยคหลัก this produces ... ระบุผลที่ปัจจัยเหล่านั้นร่วมกันก่อให้เกิด โครงสร้างนี้ช่วยให้งานเขียนเชิงวิเคราะห์เคลื่อนจากประเด็นก่อนหน้า ไปยังปัจจัยที่เพิ่มเข้ามา แล้วจึงสรุปผล กล่าวคือ ปัจจัยเดิมบวก X ทำให้เกิด Y
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: The room has no windows. ____ the dark walls, this produces a gloomy atmosphere.
ดูคำตอบ
Combined with
a downward spiral: กระบวนการแย่ลงที่ทำให้ตัวเองรุนแรงขึ้น
a downward spiral เป็นคำเปรียบเทียบถึงสถานการณ์ที่แย่ลงเรื่อย ๆ เพราะปัญหาใหม่แต่ละอย่างช่วยก่อให้เกิดปัญหาถัดไป downward สื่อถึงการแย่ลง ส่วน spiral สื่อถึงรูปแบบที่เกิดซ้ำและทำให้ตัวเองรุนแรงขึ้น ไม่ใช่การตกลงเพียงครั้งเดียว ในประโยคนี้ ประวัติศาสตร์ดูเหมือนรูปแบบที่แย่ลงเช่นนั้น จึงรู้สึกว่าหลุดพ้นได้ยาก ให้เข้าใจภาพนี้ว่าเป็นห่วงโซ่ของความเสื่อมถอยที่ดำเนินต่อไป ไม่ใช่การเคลื่อนที่ลงในพื้นที่จริง ๆ
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ a downward spiral มากที่สุด
- ปัญหาชั่วคราวที่ตามมาด้วยการฟื้นตัว
- การพัฒนาอย่างสม่ำเสมอโดยไม่มีอุปสรรค
- กระบวนการที่ทำให้ตัวเองรุนแรงขึ้นและแย่ลงเรื่อย ๆ
ดูคำตอบ
กระบวนการที่ทำให้ตัวเองรุนแรงขึ้นและแย่ลงเรื่อย ๆ
powerless to escape: คำคุณศัพท์ + to-infinitive
powerless to escape ใช้โครงสร้างคำคุณศัพท์ + to-infinitive โดย powerless บรรยายว่าตัวละครขาดอำนาจหรือการควบคุม ส่วน to escape ระบุว่าการกระทำที่พวกเขาทำไม่ได้คือการหลบหนี วลีนี้นำเสนอความไม่สามารถในฐานะสภาวะหนึ่ง ไม่ใช่แค่ข้อเท็จจริงว่าพวกเขาไม่ได้หนี เมื่อเทียบกับ cannot escape แล้ว วลีนี้เน้นความรู้สึกไร้อำนาจและการควบคุมที่จำกัดมากกว่า
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคำคุณศัพท์ + to-infinitive โดยใช้ powerless: The local council was ____ to stop the closure.
ดูคำตอบ
powerless
Beneath the magic is a story about the pattern of Colombian and Latin American history from colonial times onward. โน้ต
3:21เบื้องหลังเวทมนตร์คือเรื่องราวเกี่ยวกับรูปแบบประวัติศาสตร์ของโคลอมเบียและละตินอเมริกาตั้งแต่ยุคอาณานิคมเป็นต้นมา
Beneath the magic: จากพื้นผิวสู่ความหมายที่ลึกกว่า
ในที่นี้ Beneath the magic นำเสนอความมหัศจรรย์ว่าเป็นชั้นที่มองเห็นได้ของผลงาน และส่งสัญญาณว่ากำลังจะเปิดเผยประเด็นที่ลึกกว่านั้น ซึ่งก็คือแบบแผนที่เกิดซ้ำในประวัติศาสตร์โคลอมเบียและลาตินอเมริกา ดังนั้น beneath จึงเป็นการเปรียบเปรย ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ โครงสร้างเปิดประโยค Beneath X is Y จัดข้อมูลโดยกล่าวถึงพื้นผิว X ก่อน แล้วจึงเปิดเผยความหมายที่ลึกกว่า Y ในบทวิจารณ์และการวิเคราะห์ โครงสร้างนี้ช่วยเปลี่ยนจากสิ่งที่ผลงานดูเหมือนจะเป็น ไปสู่สิ่งที่ผลงานกล่าวถึงจริง ๆ
แบบฝึกหัด
Beneath the magic ส่งสัญญาณอะไรในประโยคนี้
- ข้ออ้างว่าความมหัศจรรย์เกิดขึ้นก่อนประวัติศาสตร์
- การเปลี่ยนจากพื้นผิวที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ไปสู่ประเด็นทางประวัติศาสตร์ที่ลึกกว่า
- ตำแหน่งทางกายภาพใต้สิ่งของวิเศษ
ดูคำตอบ
การเปลี่ยนจากพื้นผิวที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ไปสู่ประเด็นทางประวัติศาสตร์ที่ลึกกว่า
from colonial times onward: เริ่มตั้งแต่ตอนนั้นและดำเนินต่อไป
ใน from colonial times onward คำว่า from ระบุช่วงเวลาเริ่มต้น ส่วน onward ขยายขอบเขตเวลาไปยังช่วงหลังจากนั้น วลีนี้หมายถึงเริ่มในยุคอาณานิคมและดำเนินต่อไปในยุคต่อ ๆ มา ไม่ได้หมายถึงเฉพาะยุคอาณานิคมเท่านั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ from + จุดเวลาหรือช่วงเวลา + onward ใช้กำหนดกรอบของประวัติศาสตร์ นิสัย นโยบาย หรือแนวโน้มที่ดำเนินต่อจากจุดเริ่มต้นที่เลือกไว้
แบบฝึกหัด
การเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นในปี 2015 และดำเนินต่อหลังจากนั้น จงเติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง from X onward ตามที่กำหนด: The archive has stored all records digitally ____.
ดูคำตอบ
from 2015 onward
This is a history that the author experienced firsthand. การใช้คำ
3:29นี่คือประวัติศาสตร์ที่ผู้เขียนมีประสบการณ์โดยตรง
experienced firsthand: ประสบด้วยตนเอง
ในประโยค This is a history that the author experienced firsthand คำว่า experienced firsthand หมายถึงผู้เขียนได้ประสบเหตุการณ์นั้นด้วยตนเองหรือสัมผัสเหตุการณ์โดยตรง firsthand เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่บอกว่าแหล่งที่มาของประสบการณ์เป็นสิ่งที่ผู้เขียนพบโดยตรง ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นเล่าให้ฟัง วลีนี้เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ดังกล่าวเข้ากับประสบการณ์ของผู้เขียนเอง ไม่ใช่เพียงข้อมูลที่ได้รับการบอกต่อหรือข่าวลือ
แบบฝึกหัด
experienced firsthand ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ผู้เขียนประสบเหตุการณ์นั้นด้วยตนเองหรือสัมผัสเหตุการณ์โดยตรง
- ผู้เขียนพบเหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรก
- ผู้เขียนได้ยินเรื่องนี้มาจากคนอื่น
ดูคำตอบ
ผู้เขียนประสบเหตุการณ์นั้นด้วยตนเองหรือสัมผัสเหตุการณ์โดยตรง
between its conservative and liberal political parties. วัฒนธรรม
3:37ระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมและเสรีนิยม
grew up: บรรยายสภาพแวดล้อมในวัยเด็ก
ในประโยค Gabriel García Márquez grew up in a Colombia ... คำว่า grew up เป็นรูปอดีตของ grow up ซึ่งเป็นกริยาวลีที่หมายถึงคนคนหนึ่งใช้ชีวิตในวัยเด็กและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ในที่นี้ grew up in a Colombia ... วางวัยเด็กของมาร์เกซไว้ในสภาพแวดล้อมของประเทศที่แตกร้าวจากความขัดแย้ง ในการเขียนชีวประวัติ grew up in ... ใช้เชื่อมโยงสภาพแวดล้อมในช่วงต้นชีวิตกับประสบการณ์ที่อาจหล่อหลอมชีวิตในภายหลัง วลีนี้บรรยายการเติบโตของเจ้าตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวเลี้ยงดูคนอื่น
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคเกี่ยวกับวัยเด็กของคนคนหนึ่งได้ถูกต้อง She ____ in a quiet village.
- grew
- raised
- grew up
ดูคำตอบ
grew up
torn apart by civil conflict: การแตกแยกภายในอย่างรุนแรง
วลี torn apart by civil conflict สื่อว่าการต่อสู้ภายในทำให้โคลอมเบียแตกแยกและเสียหายอย่างรุนแรง torn apart ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าประเทศถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ จริง ๆ ในด้านไวยากรณ์ torn apart by civil conflict เป็นวลีคำกริยาช่องสามที่ขยาย Colombia และเป็นรูปย่อของ that was torn apart by civil conflict โดย by ใช้บอกสาเหตุ
แบบฝึกหัด
ในวลี "a country torn apart by civil conflict" คำว่า torn apart by สื่อถึงอะไร
- ประเทศนั้นมีความเห็นไม่ตรงกันเล็กน้อยโดยไม่มีผลกระทบระยะยาว
- ประเทศนั้นได้รับการจัดระเบียบใหม่อย่างสงบหลังความขัดแย้ง
- ประเทศนั้นแตกแยกและเสียหายอย่างรุนแรงเพราะความขัดแย้ง
ดูคำตอบ
ประเทศนั้นแตกแยกและเสียหายอย่างรุนแรงเพราะความขัดแย้ง
conservative and liberal political parties ในฐานะป้ายระบุฝ่ายการเมือง
ในประโยคนี้ conservative and liberal political parties หมายถึงสองฝ่ายการเมืองของโคลอมเบียที่เป็นปฏิปักษ์กันและเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายใน conservative และ liberal ขยายคำว่า political parties จึงทำหน้าที่เป็นป้ายระบุฝ่ายการเมือง ไม่ใช่คำบรรยายบุคลิกของแต่ละคน ข้อมูลนี้ชี้ว่า civil conflict ในที่นี้หมายถึงความรุนแรงทางการเมืองภายในประเทศระหว่างฝ่ายที่แบ่งตามพรรค ไม่ใช่ความเห็นไม่ตรงกันทั่วไปของบุคคล
แบบฝึกหัด
ในประโยคเชิงประวัติศาสตร์นี้ ควรเข้าใจ "conservative and liberal political parties" อย่างไร
- เป็นป้ายเรียกฝ่ายการเมืองโคลอมเบียที่เป็นปฏิปักษ์กันและเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายในประเทศ
- เป็นหลักฐานว่าป้ายเหล่านี้หมายถึงนโยบายเดียวกันในทุกประเทศ
- เป็นคำบรรยายบุคลิกส่วนตัวของคนสองกลุ่ม
ดูคำตอบ
เป็นป้ายเรียกฝ่ายการเมืองโคลอมเบียที่เป็นปฏิปักษ์กันและเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายในประเทศ
and covered the 1958 Venezuelan coup d'état as a journalist. โน้ต
3:43และรายงานข่าวการรัฐประหารในเวเนซุเอลาปี 1958 ในฐานะนักข่าว
covered the 1958 Venezuelan coup d'état as a journalist: การรายงานข่าวเหตุการณ์
ในประโยคนี้ covered หมายถึงการรายงานข่าว การสืบค้นข้อมูล และการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์หนึ่ง เหตุการณ์ที่เป็นกรรมเป็นเหตุการณ์ข่าวสำคัญ และ as a journalist ระบุบทบาททางอาชีพ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าเขารายงานข่าวรัฐประหารดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงาน Cover + event, story หรือ topic เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยในภาษาสื่อ ในที่นี้ cover ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปคลุมเหตุการณ์จริง ๆ คำนามที่ตามมาและบริบทด้านข่าวเป็นตัวกำหนดความหมายว่า “รายงานข่าว”
แบบฝึกหัด
ใน covered the 1958 Venezuelan coup d'état as a journalist คำว่า covered หมายถึงอะไร
- จ่ายค่าใช้จ่ายนั้น
- รายงานข่าวเหตุการณ์นั้น
- นำสิ่งของไปคลุมเหตุการณ์นั้น
ดูคำตอบ
รายงานข่าวเหตุการณ์นั้น
coup d'état: การยึดอำนาจทางการเมืองของประเทศอย่างฉับพลัน
coup d'état เป็นศัพท์ทางการที่ใช้ในด้านการเมือง ประวัติศาสตร์ และข่าว หมายถึงความพยายามที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและโดยทั่วไปมีการจัดตั้ง เพื่อยึดการควบคุมรัฐบาลของประเทศนอกกระบวนการตามรัฐธรรมนูญปกติ ความพยายามนั้นอาจสำเร็จหรือล้มเหลวก็ได้ แก่นของความหมายคือการพยายามยึดอำนาจรัฐ ซึ่งมักไม่ได้เกิดจากการเลือกตั้งตามปกติ ในประโยคนี้วลีดังกล่าวหมายถึงเหตุการณ์ทางการเมืองที่นักข่าวรายงาน คำนี้มีความหมายเฉพาะกว่าความวุ่นวายทั่วไป protest คือการแสดงออกเพื่อต่อต้าน ส่วน rebellion คือการต่อต้านในความหมายที่กว้างกว่า ความหมายหลักของ coup d'état คือความพยายามยึดอำนาจทางการเมืองของประเทศนอกกระบวนการปกติ
แบบฝึกหัด
coup d'état ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- การยึดอำนาจทางการเมืองของประเทศอย่างฉับพลัน
- ข้อพิพาทระหว่างบริษัทเอกชน
- การแสดงความไม่เห็นด้วยต่อสาธารณะ
ดูคำตอบ
การยึดอำนาจทางการเมืองของประเทศอย่างฉับพลัน
But perhaps his biggest influences were his maternal grandparents.
3:48แต่อิทธิพลที่ใหญ่ที่สุดของเขาอาจมาจากตาและยายของเขา
Nicolás Ricardo Márquez was a decorated veteran of the Thousand Days War, โน้ต
3:52นิโคลัส ริคาร์โด มาร์เกซ เป็นทหารผ่านศึกที่ได้รับเหรียญกล้าหาญจากสงครามพันวัน
decorated veteran: ทหารผ่านศึกที่ได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติ
ใน decorated veteran คำว่า decorated หมายความว่าทหารผ่านศึกคนนั้นได้รับเหรียญหรือเกียรติยศอย่างเป็นทางการอื่น ๆ จากการรับราชการทหาร ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นถูกตกแต่งให้สวยงาม veteran ในที่นี้หมายถึงผู้ที่เคยรับราชการในกองทัพ และมักหมายถึงผู้ที่ไม่ได้ประจำการแล้ว วลีนี้จึงเน้นว่าการรับราชการของเขาได้รับการยกย่อง ไม่ได้บอกเพียงว่ามีประสบการณ์มานาน
แบบฝึกหัด
decorated ในวลี a decorated veteran หมายความว่าอย่างไร?
- ถูกประดับตกแต่งให้ดูสวยงาม
- เพิ่งกลับมาจากการใช้ชีวิตพลเรือน
- ได้รับเหรียญหรือเกียรติยศอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
ได้รับเหรียญหรือเกียรติยศอย่างเป็นทางการ
Thousand Days War: สงครามพันวันของโคลอมเบีย
The Thousand Days War เป็นชื่อเฉพาะของสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่ในโคลอมเบีย ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1899 ถึง 1902 โดยมีการสู้รบระหว่างฝ่ายเสรีนิยมกับฝ่ายอนุรักษนิยมเป็นหลัก ในประโยคนี้ of the Thousand Days War ระบุว่ามาร์เกซเคยรับราชการในสงครามใด การเข้าใจว่านี่คือชื่อทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่คำบรรยายทั่วไปของสงครามที่ยาวนานมาก ช่วยเชื่อมโยงชีวประวัติครอบครัวนี้กับประวัติศาสตร์การเมืองของโคลอมเบีย
แบบฝึกหัด
the Thousand Days War ในประโยคหมายถึงอะไร?
- สงครามใด ๆ ที่กินเวลาครบหนึ่งพันวันพอดี
- การแข่งขันสมมติระหว่างทหารผ่านศึก
- สงครามกลางเมืองครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โคลอมเบีย
ดูคำตอบ
สงครามกลางเมืองครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โคลอมเบีย
whose accounts of the rebellion against Colombia's conservative government การใช้คำ
3:57ซึ่งเรื่องราวเกี่ยวกับการกบฏต่อต้านรัฐบาลอนุรักษ์นิยมของโคลอมเบีย
accounts of the rebellion against: accounts ในความหมายว่าเรื่องเล่า
ในที่นี้ accounts หมายถึงคำบอกเล่าหรือบันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์ ไม่ใช่บัญชีทางการเงิน accounts of the rebellion จึงหมายถึงเรื่องเล่าหรือความทรงจำหลายมุมเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการกบฏ รูปแบบ account(s) of + event ใช้ระบุเหตุการณ์ที่ถูกเล่าถึง ในวลีนี้ against Colombia's conservative government บอกว่าการกบฏต่อต้านใครหรือสิ่งใด
แบบฝึกหัด
ในวลี accounts of the rebellion คำว่า accounts หมายถึงอะไร?
- คำบรรยายหรือรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์
- บัญชีธนาคาร
- โปรไฟล์ผู้ใช้บนเว็บไซต์
ดูคำตอบ
คำบรรยายหรือรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์
led Gabriel García Márquez to a socialist outlook. วลี
4:01ทำให้ กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ มีมุมมองแบบสังคมนิยม
led Gabriel García Márquez to a socialist outlook: ทำให้บุคคลไปถึงผลลัพธ์หนึ่ง
Led เป็นรูปอดีตของ lead ในโครงสร้าง lead someone to + noun ประธานทำให้หรือมีอิทธิพลอย่างมากต่อบุคคลหนึ่งจนไปถึงผลลัพธ์บางอย่าง ในที่นี้ เรื่องเล่าเหล่านั้นมีอิทธิพลให้กาเบรียล การ์ซิอา มาร์เกซพัฒนามุมมองแบบสังคมนิยม ไม่ได้หมายถึงการพาเขาเดินทางไปยังสถานที่จริง outlook หมายถึงวิธีมองสังคมหรือชีวิตโดยรวม ในที่นี้ to ตามด้วยนามวลี a socialist outlook หากผลลัพธ์เป็นการกระทำ จะใช้โครงสร้างที่เกี่ยวข้องคือ lead someone to + base verb เช่น lead someone to reconsider
แบบฝึกหัด
ใช้ lead ในรูปอดีตเพื่อเติมโครงสร้าง lead someone to + noun ให้สมบูรณ์: The new evidence ____ a different conclusion.
ดูคำตอบ
led the committee to
became the foundation of 100 Years of Solitude's style. วลี
4:09ก็กลายเป็นรากฐานของรูปแบบใน หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว
Doña: คำนำหน้าชื่อภาษาสเปนเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้หญิง
Doña เป็นคำนำหน้าชื่อเชิงยกย่องในภาษาสเปนที่วางไว้หน้าชื่อต้นหรือชื่อเต็มของผู้หญิง ใน Doña Tranquilina Iguarán Cotes คำนี้แสดงการเรียกหรือกล่าวถึงบุคคลนั้นอย่างให้เกียรติ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชื่อ Tranquilina งานเขียนภาษาอังกฤษมักคง Doña ไว้เพื่อรักษาบริบททางวัฒนธรรมของสเปนหรือลาตินอเมริกา ความหมายใกล้เคียงกับคำนำหน้าชื่อที่ให้เกียรติอย่าง “คุณผู้หญิง” แต่เป็นคำที่ผูกกับวัฒนธรรมเฉพาะและไม่ได้หมายถึง Mrs. เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
Doña ทำหน้าที่อะไรใน Doña Tranquilina Iguarán Cotes?
- เป็นคำนำหน้าชื่อเชิงยกย่องในภาษาสเปนที่วางไว้หน้าชื่อผู้หญิง
- เป็นส่วนหนึ่งของชื่อต้นของเธอ
- ใช้ระบุอาชีพของเธอ
ดูคำตอบ
เป็นคำนำหน้าชื่อเชิงยกย่องในภาษาสเปนที่วางไว้หน้าชื่อผู้หญิง
omnipresent superstition: ความเชื่อโชคลางที่ดูเหมือนอยู่ทุกหนแห่ง
ใน omnipresent superstition คำว่า omnipresent ขยาย superstition และหมายถึง “ดูเหมือนอยู่ทุกหนแห่ง” ส่วน superstition ในที่นี้หมายถึงความเชื่อหรืออิทธิพลจากความเชื่อโชคลางโดยรวม ไม่ใช่ความเชื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงอย่างเดียว วลีนี้บอกว่ามุมมองแบบเชื่อโชคลางของเธอแผ่ซ่านไปทั่วโลกรอบตัว คำว่า omnipresent มักใช้อธิบายอิทธิพลหรือบรรยากาศที่รู้สึกได้ทุกหนแห่ง แม้จะไม่ใช่วัตถุที่อยู่ในทุกสถานที่จริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในวลี omnipresent superstition คำว่า omnipresent สื่อความหมายว่าอย่างไร?
- ความเชื่อหรืออิทธิพลจากความเชื่อโชคลางดูเหมือนอยู่ทุกหนแห่ง
- ความเชื่อโชคลางปรากฏเพียงครั้งเดียวและแทบไม่มีอิทธิพล
- ความเชื่อโชคลางถูกเก็บไว้ในสถานที่ลับเพียงแห่งเดียว
ดูคำตอบ
ความเชื่อหรืออิทธิพลจากความเชื่อโชคลางดูเหมือนอยู่ทุกหนแห่ง
became the foundation of: กลายเป็นรากฐานสำคัญ
ในประโยคนี้ became the foundation of หมายความว่าความเชื่อเรื่องโชคลางของโดญา ตรังกิลินา อิกัวรัน โกเตส กลายมาเป็นพื้นฐานสำคัญที่หล่อหลอมรูปแบบของนวนิยาย คำว่า foundation ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ฐานทางกายภาพของอาคาร โครงสร้าง A became the foundation of B แสดงว่า A เป็นพื้นฐานที่ B พัฒนาต่อมาหรือต้องพึ่งพา จึงเน้นแรงสนับสนุนและอิทธิพลที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแนวคิดชั่วคราว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: Years of careful testing ____ the final safety standard.
ดูคำตอบ
became the foundation of
formed the main inspiration for: ระบุแหล่งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์
ในที่นี้ formed the main inspiration for หมายความว่าบ้านหลังนั้นเป็นแหล่งแนวคิดจากโลกจริงที่สำคัญที่สุดในการจินตนาการถึงมากอนโด บ้านไม่ได้กลายเป็นสถานที่สมมติแห่งนั้นจริง ๆ ในโครงสร้าง A formed the main inspiration for B นั้น A คือแหล่งที่มา และ B คือผลงานสร้างสรรค์ คำว่า formed ในที่นี้หมายถึง “ประกอบขึ้นเป็น” ไม่ใช่ “ปั้นให้มีรูปร่างทางกายภาพ”
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? The coastal village formed the main inspiration for her fictional island.
- หมู่บ้านกับเกาะสมมติเป็นสถานที่จริงแห่งเดียวกันทุกประการ
- หมู่บ้านเป็นแหล่งแนวคิดหลักของเกาะสมมติ
- เกาะสมมติเป็นแหล่งแนวคิดหลักของหมู่บ้าน
ดูคำตอบ
หมู่บ้านเป็นแหล่งแนวคิดหลักของเกาะสมมติ
Gabriel García Márquez found a unique way to capture the unique history of Latin America. วลี
4:22กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ ได้ค้นพบวิธีที่โดดเด่นในการถ่ายทอดประวัติศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของละตินอเมริกา
found a unique way to capture: การถ่ายทอดเชิงศิลปะ
Found a unique way to capture หมายถึง “ค้นพบวิธีที่สร้างสรรค์ในการแสดงหรือถ่ายทอดบางสิ่ง” โครงสร้างคือ find a way to do something โดย way ระบุวิธีการ และ to capture ระบุว่าวิธีนั้นทำให้เกิดผลอะไร ในที่นี้ capture ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ในบทวิจารณ์วรรณกรรมและศิลปะ คำนี้หมายถึงการถ่ายทอดลักษณะ ความรู้สึก หรือความซับซ้อนของเรื่องหนึ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้หมายถึงการจับสิ่งนั้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในบทวิจารณ์ “The novel captures the mood of the era” น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?
- นวนิยายแจกแจงเหตุการณ์ทุกอย่างในยุคนั้น
- นวนิยายถ่ายทอดบรรยากาศของยุคนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- นวนิยายจับบรรยากาศของยุคนั้นไว้จริง ๆ
ดูคำตอบ
นวนิยายถ่ายทอดบรรยากาศของยุคนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
forced to relive the tragedies of the past. ไวยากรณ์
4:33ที่ถูกบังคับให้ต้องทนทุกข์กับโศกนาฏกรรมในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่า
post-colonial society: ผลกระทบที่ยังคงอยู่หลังการปกครองแบบอาณานิคม
Post-colonial society หมายถึงสังคมที่ดำรงอยู่หลังจากการปกครองแบบอาณานิคมอย่างเป็นทางการสิ้นสุดลง แต่ยังคงถูกหล่อหลอมด้วยผลกระทบของการปกครองนั้น ผลกระทบดังกล่าวอาจรวมถึงสถาบันที่สืบทอดมา ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียม ความขัดแย้งทางวัฒนธรรม และบาดแผลทางประวัติศาสตร์ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวให้ภูมิหลังที่จำเป็นต่อการเข้าใจ “strange reality” นั่นคือรูปแบบจากยุคอาณานิคมและโศกนาฏกรรมในอดีตยังคงส่งผลต่อชีวิตปัจจุบัน Post-colonial ไม่ได้หมายความว่าอิทธิพลจากอาณานิคมทั้งหมดหายไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: post-colonial society เป็นเพียงสังคมที่การปกครองแบบอาณานิคมสิ้นสุดลงโดยไม่ทิ้งผลกระทบต่อเนื่องใด ๆ
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
forced to relive: ถูกบังคับให้ประสบอีกครั้ง
forced to relive ผสมโครงสร้างกรรมวาจก be forced to + คำกริยา เข้ากับ relive ซึ่งหมายถึงการประสบเหตุการณ์หรือผลกระทบของเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง สำนวนนี้นำเสนอว่าการประสบซ้ำเกิดจากสถานการณ์ภายนอกบังคับ ไม่ใช่การเลือกเอง ในประโยคนี้ forced to relive the tragedies of the past เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบลดรูปที่ขยาย society และสามารถขยายเป็น society that is forced to relive... ได้ ถ้อยคำนี้แสดงให้เห็นว่าสังคมเป็นฝ่ายที่ต้องรับผลจากประวัติศาสตร์ของตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ถูกบังคับให้ประสบอีกครั้ง”: During cross-examination, the witness was ____ the attack.
ดูคำตอบ
forced to relive
In spite of all this fatalism: ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแบบยอมรับข้อขัดแย้ง
In spite of all this fatalism เป็นวลีแสดงการยอมรับข้อขัดแย้งที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้ยอมรับมุมมองแบบชะตากำหนดที่กล่าวไว้แล้วก่อน จากนั้นจึงเตรียมผู้อ่านให้พบข้อสรุปที่สวนทางกัน คือ นวนิยายยังคงมีความหวัง all this อ้างย้อนถึงเนื้อหาที่สะสมมาจากการอภิปรายก่อนหน้า วลีนี้จึงเชื่อมข้อมูลเดิมกับข้อเสนอใหม่ การใช้ in spite of คู่กับ still ทำให้การเปลี่ยนทิศชัดเจนเป็นพิเศษ คือ แม้จะมี X แต่ Y ยังคงเป็นจริง
แบบฝึกหัด
อ่านประโยค: In spite of all these setbacks, the team still expects to finish on time. วลีต้นประโยคทำหน้าที่อะไร?
- บอกเหตุผลที่ทีมคาดว่าจะทำงานเสร็จตรงเวลา
- ยอมรับอุปสรรคก่อนนำเสนอข้อสรุปเชิงบวกที่สวนความคาดหมาย
- แสดงว่าอุปสรรคเกิดขึ้นหลังจากทีมทำงานเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ
ยอมรับอุปสรรคก่อนนำเสนอข้อสรุปเชิงบวกที่สวนความคาดหมาย
still holds hope: ความหวังยังคงอยู่ภายในสิ่งหนึ่ง
ในประโยคนี้ holds เปรียบ hope เป็นสิ่งที่นวนิยายบรรจุหรือเก็บไว้ได้ ความหมายคือความหวังยังคงอยู่ในนวนิยายหรือสารที่เรื่องสื่อออกมา โดย hold ไม่ได้หมายถึงการถือทางกายภาพ still เน้นความต่อเนื่อง กล่าวคือความหวังยังคงอยู่แม้สถานการณ์หรือเนื้อหารอบข้างอาจดูมืดมน รูปแบบนี้ยังใช้กับอนาคต สถานการณ์ หรือแนวคิดที่ยังมีความเป็นไปได้อันให้ความหวังได้ด้วย
แบบฝึกหัด
still holds hope หมายความว่าอย่างไรในประโยคนี้: The ending is painful, but the story still holds hope?
- เรื่องราวได้ลบความเป็นไปได้ของความหวังทั้งหมดออกไป
- เรื่องราวกำลังถือสิ่งของที่เรียกว่าความหวังอยู่จริง ๆ
- ความหวังยังคงอยู่ในเรื่องราว
ดูคำตอบ
ความหวังยังคงอยู่ในเรื่องราว
of civil strife and rampant iniquity. การใช้คำ
4:45เกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่เป็นธรรมที่แพร่ระบาด
reflected on: คิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง
reflected on หมายถึงคิดถึงหัวข้อหนึ่งอย่างรอบคอบและจริงจัง โดยมักย้อนมองเรื่องนั้นเพื่อทำความเข้าใจหรือประเมิน ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่กล่าวถึงหัวข้อนั้น โครงสร้างคือ reflect on + หัวข้อ ประสบการณ์ การตัดสินใจ หรือคำถาม ในที่นี้ reflected on ซึ่งเป็นรูปอดีตทำให้ประวัติศาสตร์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้พูดพิจารณาอย่างตั้งใจในปาฐกถาที่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ reflect on: After the project ended, Maya ____ what she had learned.
ดูคำตอบ
reflected on
civil strife and rampant iniquity: ถ้อยคำเป็นทางการสำหรับความขัดแย้งภายในและความอยุติธรรมที่แพร่หลาย
civil strife หมายถึงความขัดแย้งรุนแรงภายในประเทศหรือสังคม มักเกิดระหว่างกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มสังคม ส่วน rampant หมายถึงการแพร่ขยายอย่างควบคุมไม่ได้ และ iniquity เป็นคำทางการที่หมายถึงความอยุติธรรมร้ายแรงหรือการประพฤติชั่ว เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้นำเสนอความขัดแย้งภายในและความชั่วร้ายทางศีลธรรมในฐานะความทุกข์ของสังคมในวงกว้าง ไม่ใช่คำพูดในชีวิตประจำวันสำหรับการทะเลาะเล็ก ๆ หรือการกระทำที่ไม่ยุติธรรมเพียงครั้งเดียว น้ำเสียงจึงเคร่งขรึมและมีการประณามทางศีลธรรมอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในการอภิปรายประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ civil strife and rampant iniquity อธิบายถึงอะไร
- การอภิปรายอย่างสงบเกี่ยวกับวิธีพัฒนาเมือง
- การโต้เถียงเล็ก ๆ ระหว่างเพื่อนสองคนและการตัดสินใจที่ไม่ยุติธรรมหนึ่งครั้ง
- ความขัดแย้งภายในที่รุนแรงและความอยุติธรรมร้ายแรงที่แพร่หลาย
ดูคำตอบ
ความขัดแย้งภายในที่รุนแรงและความอยุติธรรมร้ายแรงที่แพร่หลาย
Yet he ended the speech by affirming the possibility of building a better world. โน้ต
4:48แต่เขาก็จบการกล่าวสุนทรพจน์ด้วยการยืนยันถึงความเป็นไปได้ในการสร้างโลกที่ดีกว่า
Yet he ended the speech by affirming: เปลี่ยนจากความทุกข์ไปสู่ความหวัง
Yet ใช้แสดงการเปลี่ยนทิศทางจากสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ในประโยคนี้คำดังกล่าวพาเนื้อหาจากประวัติศาสตร์แห่งความทุกข์ไปสู่ข้อสรุปสุดท้ายที่มีความหวัง ทำให้ตอนจบมีทิศทางเชิงบวกอย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพียงจบไปตามลำดับเวลา ended the speech by affirming ใช้โครงสร้าง end + กรรม + by + -ing หมายถึงผู้พูดจบสุนทรพจน์ด้วยการกระทำที่ยืนยันบางสิ่ง affirming หมายถึงการแสดงความเชื่อหรือการสนับสนุนแนวคิดอย่างหนักแน่น และน้ำเสียงที่เป็นทางการเหมาะกับสุนทรพจน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Yet เพื่อแสดงความขัดแย้ง และใช้โครงสร้าง end + กรรม + by + -ing เพื่อแสดงการกระทำปิดท้ายได้ถูกต้อง
- Yet she ended by the meeting affirming her shared goal.
- Yet she ended the meeting by affirming the team's shared goal.
- Yet she affirmed the meeting by ending the team's shared goal.
ดูคำตอบ
Yet she ended the meeting by affirming the team's shared goal.
ความเป็นไปได้ในการสร้างโลกที่ดีกว่า
นามวลี the possibility of building a better world นำเสนอ building a better world ว่าเป็นการกระทำในอนาคตที่อาจทำให้เกิดขึ้นจริงได้ ในโครงสร้าง possibility of + รูป -ing อนุประโยค -ing จะระบุการกระทำที่กำลังพิจารณาถึงโอกาสหรือความเป็นไปได้ในการทำให้สำเร็จ เนื่องจากผู้พูดยืนยันความเป็นไปได้นี้ ประโยคจึงจบด้วยข้อยืนยันที่ให้ความหวัง ไม่ได้บอกว่าโลกที่ดีกว่านั้นมีอยู่แล้ว การใช้คำนามเป็นหลักในลักษณะที่เป็นทางการนี้เหมาะกับการพูดถึงเป้าหมายระยะยาว การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และแนวทางการดำเนินการที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ build เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The council discussed the possibility of ____ a safer bridge.
ดูคำตอบ
building
"Where no one will be able to decide for others how they die, ลำดับความ
4:54"ที่ซึ่งจะไม่มีใครสามารถตัดสินใจแทนผู้อื่นได้ว่าพวกเขาจะตายอย่างไร
To quote: การระบุคำพูดอ้างอิงโดยตรง
To quote เป็นวลีเกริ่นที่ช่วยจัดระเบียบสารโดยบอกผู้ฟังว่าคำพูดถัดไปเป็นการยกคำพูดโดยตรง วลีนี้แสดงการเปลี่ยนจากถ้อยคำของผู้บรรยายเองไปเป็นถ้อยคำจากแหล่งข้อมูล ทำให้ผู้ฟังเข้าใจข้อความที่ยกว่าเป็นหลักฐานหรือการอ้างอิงที่ตรงถ้อยคำ ไม่ใช่การเล่าต่อของผู้บรรยาย
แบบฝึกหัด
To quote บอกอะไรในประโยคนี้? To quote the guide, "Check the weather before you leave."
- คำพูดถัดไปถ่ายทอดข้อความจากแหล่งข้อมูลโดยตรง
- ผู้พูดกำลังสรุปอย่างกว้าง ๆ ด้วยถ้อยคำใหม่
- ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
คำพูดถัดไปถ่ายทอดข้อความจากแหล่งข้อมูลโดยตรง
Where no one will be able to decide for others how they die:Where เพื่อ描绘โลกในอุดมคติ
ในที่นี้ Where ไม่ได้ใช้ถามถึงสถานที่จริง แต่ใช้เกริ่นลักษณะหรือเงื่อนไขของโลกในจินตนาการ ความหมายใกล้เคียงกับ “ในโลกที่ไม่มีใครสามารถตัดสินใจแทนคนอื่นได้ว่าพวกเขาจะตายอย่างไร” อนุประโยคนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where และวางขนานกัน เพื่อค่อย ๆ สร้างภาพสังคมในอุดมคติ ไม่ใช่การบรรยายสถานที่ทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในคำพูดที่ยกมานี้ Where ต้นประโยคทำหน้าที่หลักอย่างไร
- ถามว่าคนที่กล่าวถึงอยู่ที่ไหน
- บอกว่าผู้พูดรู้ว่าคนเราตายอย่างไรเมื่อใด
- เกริ่นเงื่อนไขที่กำหนดโลกในจินตนาการ
ดูคำตอบ
เกริ่นเงื่อนไขที่กำหนดโลกในจินตนาการ
will prove true:prove + คำคุณศัพท์สำหรับผลลัพธ์ที่ได้รับการยืนยันเมื่อเวลาผ่านไป
ใน will prove true คำว่า prove ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม และมีคำคุณศัพท์ true ตามหลังโดยตรง วลีนี้หมายความว่า หลักฐาน เหตุการณ์ หรือประสบการณ์ในภายหลังจะแสดงให้เห็นว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริง น่าเชื่อถือ หรือถูกต้อง ไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่าสิ่งนั้นเป็นจริงอยู่ในตอนนี้เท่านั้น ในภาพฝันนี้ love will prove true สื่อว่าความรักจะได้รับการยืนยันว่าเป็นความรักที่แท้จริงเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ใช่เป็นเพียงคำกล่าวอ้าง
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ prove + adjective ให้สมบูรณ์: The backup plan may ____ useful if the weather changes.
ดูคำตอบ
prove
and happiness be possible: will ที่ละไว้ในอนุประโยคขนาน
ใน and happiness be possible ต้องเข้าใจว่ามี modal will ที่ละไว้โดยดูจากอนุประโยคก่อนหน้า คือ where love will prove true รูปเต็มคือ and happiness will be possible นี่คือการละแบบ gapping ในโครงสร้างขนาน โดยละกริยาช่วยที่ซ้ำกันในอนุประโยคที่สอง ส่วน be ยังคงอยู่ในรูปพื้นฐาน การละเช่นนี้ทำให้สองแนวคิดกระชับและทำให้ประโยคมีจังหวะที่เป็นทางการและเป็นวรรณกรรม
แบบฝึกหัด
เติม modal ที่ละไว้ในอนุประโยคที่สอง: where love will prove true, and happiness ____ be possible.
ดูคำตอบ
will
the races condemned to 100 Years of Solitude: ความหมายเชิงวรรณกรรมแบบเก่าของ races
ในข้อความอ้างอิงเชิงวรรณกรรมนี้ races ใช้ในความหมายกว้างแบบเก่า หมายถึงชนชาติต่าง ๆ หรือกลุ่มมนุษย์ ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันวิ่ง และไม่ควรเข้าใจว่าเป็นการจัดประเภททางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่แม่นยำ Condemned to 100 Years of Solitude ขยาย the races โดยเปรียบชนชาติเหล่านั้นว่าเสมือนถูกตัดสินให้เผชิญชะตากรรมร่วมอันยาวนานของความโดดเดี่ยว วลีนี้มีน้ำเสียงเคร่งขรึมและเป็นสัญลักษณ์
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในอีเมลที่ทำงานปัจจุบัน races มักเป็นคำที่เป็นกลางและแม่นยำสำหรับเรียกชุมชนทางวัฒนธรรมหลายกลุ่ม
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ผิด
at last and forever: รอคอยมานานและคงอยู่ตลอดไป
at last หมายถึง “ในที่สุดหลังจากรอคอยมานาน” ส่วน forever หมายถึง “ตลอดไปนับจากนี้” เมื่อนำมาวางคู่กัน ทั้งสองคำทำให้โอกาสครั้งใหม่นี้ดูเป็นสิ่งที่รอคอยมานานและจะคงอยู่ตลอดไป การวางคู่กันสร้างจังหวะปิดท้ายที่ทรงพลังแบบสุนทรพจน์ ไม่ได้เพียงบอกเวลา แต่ยังทำให้ช่วงเวลานี้ฟังดูเป็นข้อยุติและมีความเด็ดขาด
แบบฝึกหัด
at last and forever เพิ่มความหมายใดให้กับประโยคนี้
- ทำให้การเปลี่ยนแปลงดูเป็นสิ่งที่รอคอยมานานและจะคงอยู่ตลอดไป
- บอกเป็นนัยว่าการเปลี่ยนแปลงจะอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ
- บอกวันที่แน่นอนที่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น
ดูคำตอบ
ทำให้การเปลี่ยนแปลงดูเป็นสิ่งที่รอคอยมานานและจะคงอยู่ตลอดไป
a second chance on Earth: โอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่
a second chance เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงโอกาสที่จะลองใหม่หลังจากความล้มเหลว การสูญเสีย หรือการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ในที่นี้ใช้กับอนาคตของชนกลุ่มหนึ่ง จึงหมายถึงโอกาสที่จะสร้างชีวิตและประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ ไม่ใช่รายการลำดับที่สองในชุดตัวเลข on Earth วางความหวังนี้ไว้ในชีวิตจริงของมนุษย์ โดยชี้ไปยังอนาคตใหม่ในโลกนี้ ไม่ใช่ดาวเคราะห์ดวงอื่นหรือชีวิตหลังความตาย
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ a second chance on Earth หมายถึงอะไร
- โอกาสที่จะออกจากโลกไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่น
- โอกาสที่ต้องอยู่ลำดับที่สองในรายการที่มีหมายเลข
- โอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ในชีวิตจริง
ดูคำตอบ
โอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ในชีวิตจริง
Are you ready to dive into Gabriel García Márquez's masterpiece? สำนวน
5:11คุณพร้อมหรือยังที่จะดำดิ่งสู่ผลงานชิ้นเอกของ กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ?
dive into Gabriel García Márquez's masterpiece: ดำดิ่งสู่ผลงานชิ้นเอกของมาร์เกซ
ในประโยคนี้ dive into ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเริ่มอ่านและสำรวจผลงานชิ้นเอกของมาร์เกซอย่างกระตือรือร้นและตั้งใจ ไม่ได้หมายถึงการกระโดดลงน้ำจริง ๆ โครงสร้างคือ dive into + คำนามหรือนามวลี โดยเปรียบการเริ่มอ่านหนังสือ ศึกษาหัวข้อ หรือทำงานว่าเป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ดังนั้น Are you ready...? จึงฟังเป็นคำชวนที่กระตือรือร้น ไม่ใช่เพียงคำถามกลาง ๆ ว่าจะเริ่มหรือไม่
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Let's dive into the report," คำว่า dive into หมายถึงอะไร
- ดูเพียงชื่อเรื่องแล้วหยุด
- กระโดดเข้าไปในเอกสารจริง ๆ
- เริ่มตรวจสอบอย่างกระตือรือร้นและตั้งใจ
ดูคำตอบ
เริ่มตรวจสอบอย่างกระตือรือร้นและตั้งใจ
You can download an audio version of 100 Years of Solitude for free by visiting audible.com/ted-ed.
5:15คุณสามารถดาวน์โหลด หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ในรูปแบบเสียงได้ฟรีโดยไปที่ audible.com/teded
Every free trial created through that link helps support TED-Ed's non-profit mission.
5:22ทุกการทดลองใช้ฟรีที่สร้างขึ้นผ่านลิงก์นั้นจะช่วยสนับสนุนภารกิจที่ไม่แสวงหาผลกำไรของ TED-Ed