มดพวกนี้ใช้ลูกของมันต่างปืนกาว: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,109 คำ 166 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: แอนิเมชันนี้เล่าเรื่องมดแดงที่สร้างรังจากใบไม้ ดูแลแมลงผลิตน้ำหวาน และรบเพื่ออาณาเขตบนเรือนยอดไม้ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. high elves — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: รู้จักต้นแบบแฟนตาซีที่สง่างามแต่เป็นอันตราย เพื่อไม่เข้าใจการเปรียบเทียบว่าเป็นชื่อหมวดหมู่ทางชีววิทยา 2. cultivate cattle — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปมาภาษาปศุสัตว์สำหรับมดที่ดูแลเพลี้ยและหนอนเพื่อรับน้ำหวาน และนำไปใช้กับความสัมพันธ์ด้านทรัพยากรที่ถูกจัดการ 3. push back — กริยาวลี: แยกการบังคับผู้โจมตีให้ถอยออกจากการต่อต้านความคิด ข้อเรียกร้อง หรือแรงกดดัน และเลือกกรรมให้เป็นธรรมชาติ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Deep in tropical jungles lie floating kingdoms สำนวน

0:01

ลึกเข้าไปในป่าเขตร้อน มีอาณาจักรลอยฟ้าซ่อนอยู่

ruled by beautiful and deadly masters.

0:04

ซึ่งปกครองโดยผู้เป็นนายที่งดงามแต่เต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต

สำนวน

อุปลักษณ์ “floating kingdoms”

“Floating kingdoms” (“อาณาจักรลอยฟ้า”) เป็นอุปลักษณ์ที่ใช้วางกรอบการเล่าเรื่อง อาณาเขตของมดไม่ได้ลอยอยู่จริง ๆ รังและเส้นทางของพวกมันอยู่สูงท่ามกลางพืชที่เชื่อมถึงกัน จึงทำให้เครือข่ายทั้งหมดดูเหมือนแขวนอยู่เหนือพื้นดิน การเรียกพื้นที่เหล่านี้ว่า “อาณาจักร” ทำให้เครือข่ายนั้นกลายเป็นโลกที่มีผู้ปกครอง เขตแดน และความขัดแย้ง ภาพนี้ช่วยให้ผู้ชมมีกรอบที่ชัดเจนสำหรับทำความเข้าใจระบบธรรมชาติที่อธิบายต่อจากนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “floating kingdoms” สื่อถึงอะไร?

  1. อาณาเขตของมดแผ่ไปตามพืชที่เชื่อมถึงกันและอยู่สูงเหนือพื้นดิน
  2. ประเทศจริง ๆ กำลังลอยอย่างอิสระอยู่ในอากาศ
  3. ฝูงมดแต่ละฝูงอาศัยอยู่บนเรือในป่า
ดูคำตอบ

อาณาเขตของมดแผ่ไปตามพืชที่เชื่อมถึงกันและอยู่สูงเหนือพื้นดิน

They're sort of the high elves of the ant kingdoms. โน้ต

0:07

พวกมันเปรียบเสมือนไฮเอลฟ์แห่งอาณาจักรมด

วลี

ใช้ “sort of” เพื่อลดความตรงของการเปรียบเทียบ

ในที่นี้ “sort of” ขยายการเปรียบเทียบกับ “the high elves” ทั้งหมด โดยหมายถึง “ในแง่หนึ่ง” หรือ “อาจมองพวกมันว่าเป็นแบบนั้นก็ได้” ผู้พูดกำลังเสนอการเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัด ไม่ได้จัดมดไว้ในหมวดหมู่ที่มีอยู่จริง คำลดความหนักแน่นนี้บอกผู้ฟังว่าการเปรียบเทียบช่วยให้เข้าใจได้ แต่ไม่ได้ตรงทุกด้าน นอกจากนี้ยังทำให้คำบรรยายมีน้ำเสียงแบบสนทนา แทนที่จะฟังเหมือนคำจำกัดความทางวิทยาศาสตร์ที่เคร่งครัด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “sort of” เพื่อแสดงว่าเป็นการเปรียบเทียบโดยประมาณ ไม่ใช่การจัดประเภทที่แน่นอน?

  1. The new library is a sort of public building.
  2. The new library has several reading rooms.
  3. The new library is sort of the town's living room.
ดูคำตอบ

The new library is sort of the town's living room.

วัฒนธรรม

high elves ในฐานะต้นแบบแฟนตาซี

high elves เป็นชื่อเผ่าเอลฟ์ที่คุ้นเคยในงานแฟนตาซี โดยมักถูกนำเสนอว่าสง่างาม สูงศักดิ์ อายุยืน และเก่งด้านเวทมนตร์หรือการต่อสู้ การเรียกมดเหล่านี้ว่าเป็น high elves แห่งโลกของพวกมันจึงสื่อว่าพวกมันเป็นนักสู้ที่สง่างามแต่มีอันตราย high ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเผ่าแฟนตาซี คำนี้ชวนให้นึกถึงสถานะที่สูงส่งและความยิ่งใหญ่ และยังอาจเชื่อมโยงกับการที่มดอาศัยอยู่สูงบนต้นไม้ด้วย ไม่ได้หมายความเพียงว่าเอลฟ์ตัวสูงหรืออยู่ในที่สูง

แบบฝึกหัด

high elves ในประโยคนี้สื่อถึงอะไรเป็นหลัก

  1. เอลฟ์ประเภทหนึ่งในโลกแฟนตาซีที่เชื่อมโยงกับความสง่างาม สถานะสูงส่ง และพลังเวทมนตร์หรือการต่อสู้
  2. เอลฟ์ที่เพียงแค่ตัวสูงผิดปกติ
  3. คนจริงที่ปกครองอาณาจักรบนภูเขา
  4. ชื่อวิทยาศาสตร์ของมดสายพันธุ์หนึ่ง
ดูคำตอบ

เอลฟ์ประเภทหนึ่งในโลกแฟนตาซีที่เชื่อมโยงกับความสง่างาม สถานะสูงส่ง และพลังเวทมนตร์หรือการต่อสู้

Talented architects that create castles and city-states.

0:10

เป็นสถาปนิกผู้มีพรสวรรค์ในการสร้างปราสาทและนครรัฐ

But they are also fierce and expansionist warriors

0:15

แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นนักรบที่ดุร้ายและกระหายการขยายอำนาจ

and their kingdoms are ensnared in a never-ending war for survival. สำนวน

0:18

และอาณาจักรของพวกมันก็ติดหล่มอยู่ในสงครามเพื่อความอยู่รอดที่ไม่มีวันจบสิ้น

สำนวน

be ensnared in: ติดอยู่ในสถานการณ์ที่หลุดออกมาได้ยาก

be ensnared in หมายถึงติดอยู่ในสถานการณ์ที่หลุดออกมาได้ยาก ensnare ตามความหมายตรงตัวคือจับบางสิ่งด้วยบ่วงหรือตาข่าย แต่ในที่นี้สงครามถูกเปรียบเป็นกับดัก รูปถูกกระทำ are ensnared เน้นว่าอาณาจักรเหล่านี้ติดอยู่ในความขัดแย้ง ไม่ได้เลือกเข้าร่วมอย่างอิสระ ส่วน never-ending และ for survival ทำให้กับดักนี้ดูเหมือนจะคงอยู่ตลอดไปและเป็นเรื่องความเป็นความตาย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ be ensnared in เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After the risky loan, the family ____ a cycle of debt.

ดูคำตอบ

was ensnared in

Oecophylla weaver ants.

0:23

มดแดง หรือ Oecophylla weaver ants

Oecophylla weavers walk on long legs,

0:33

มดแดงเดินด้วยขายาวๆ

have slender bodies and large eyes,

0:35

มีลำตัวเพรียวบางและดวงตากลมโต

which make them look pretty cute.

0:37

ซึ่งทำให้พวกมันดูค่อนข้างน่ารัก

Although their strong mandibles and the ability to shoot acid

0:40

แม้ว่ากรามที่แข็งแรงและความสามารถในการพ่นกรด

also make them pretty good at killing.

0:43

จะทำให้พวกมันเป็นนักฆ่าที่เก่งกาจมากด้วยเช่นกัน

But more on that later. ลำดับความ

0:46

แต่เรื่องนั้นเอาไว้พูดถึงทีหลัง

ลำดับความ

"more on that later": ไว้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมภายหลัง

ในวลี "more on that later" คำว่า more หมายถึง "ข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติม" ส่วน that ย้อนกลับไปถึงความสามารถในการสังหารของมดที่เพิ่งกล่าวไป ผู้บรรยายไม่ได้หมายความว่าจะทำการกระทำบางอย่างให้มากขึ้นในภายหลัง นี่คือคำเชื่อมที่บอกล่วงหน้าว่าจะมีการอธิบายต่อ ผู้บรรยายพักประเด็นรองไว้ชั่วคราวและสัญญาว่าจะกลับมาพูดถึงทีหลัง วิธีนี้ช่วยรักษาลำดับของคำอธิบายและทำให้ผู้ฟังจำประเด็นที่พักไว้ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสี่คำจากบทเรียนที่บอกว่าจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมภายหลัง: "The schedule raises another issue, but ____."

ดูคำตอบ

more on that later

Their colonies usually have two to three worker classes

0:48

รังของพวกมันมักจะมีวรรณะมดงานสองถึงสามระดับ

that vary dramatically in size.

0:52

ซึ่งมีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน

Majors, minors, and sometimes even tiny minim workers. การใช้คำ

0:54

มดงานขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก และบางครั้งก็มีมดงานขนาดจิ๋ว

การใช้คำ

Majors, minors และ minim workers: วรรณะมดงานตามขนาด

ในบริบทเรื่องมดนี้ major workers, minor workers และ minim workers เป็นชื่อเฉพาะของวรรณะมดงาน โดยหลักใช้แยกมดตามขนาดร่างกายเมื่อเทียบกัน และมักเชื่อมโยงกับงานที่เหมาะกับขนาดนั้น ไม่ได้หมายถึงสาขาวิชา อายุ หรือยศทหาร ในคำบรรยาย majors และ minors ใช้เป็นคำนามพหูพจน์โดยละ workers ซึ่งเข้าใจได้จากบริบท ส่วนใน tiny minim workers คำว่า minim ขยาย workers และเป็นชื่อวรรณะมดงานที่เล็กที่สุด

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The colony has major, minor, and minim workers," คำว่า major, minor และ minim ใช้อธิบายอะไร

  1. สาขาวิชาในมหาวิทยาลัยที่มีระดับความสำคัญต่างกัน
  2. สมาชิกวัยผู้ใหญ่ วัยรุ่น และวัยเด็กของรัง
  3. ยศทหารที่กำหนดให้มดงาน
  4. วรรณะมดงานเฉพาะที่แบ่งโดยหลักตามขนาด
ดูคำตอบ

วรรณะมดงานเฉพาะที่แบ่งโดยหลักตามขนาด

Depending on location and species, ไวยากรณ์

0:59

ขึ้นอยู่กับสถานที่และสายพันธุ์

they vary in color from dark brown to emerald green. ไวยากรณ์

1:02

สีของพวกมันมีหลากหลายตั้งแต่สีน้ำตาลเข้มไปจนถึงสีเขียวมรกต

ไวยากรณ์

Depending on + เงื่อนไข

Depending on + นามหรือนามวลี ใช้วางเงื่อนไขหรือปัจจัยที่กำหนดผลลัพธ์ไว้เป็นข้อมูลพื้นหลังก่อนข้อความหลัก ในที่นี้ location and species คือปัจจัยที่อาจทำให้สีของมดเปลี่ยนไป ในโครงสร้างขึ้นต้นประโยคนี้ depending เป็นรูป -ing ที่ใช้เกริ่นเงื่อนไข ไม่ได้บอกว่ามดตั้งใจทำการกระทำใด ความหมายที่นำไปใช้ต่อได้คือ “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนไปตามปัจจัยนี้”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนขึ้นต้นที่เน้นไว้ ซึ่งหมายความว่าผลลัพธ์เปลี่ยนไปตามเงื่อนไข: ____ the weather, practice will be indoors or outside.

ดูคำตอบ

Depending on

ไวยากรณ์

vary in color from A to B

vary in + ลักษณะ ใช้บอกว่าสมาชิกในกลุ่มแตกต่างกันในด้านใด ในที่นี้ in color ระบุอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่แตกต่างกันคือสี from A to B ใช้บอกช่วงของความแตกต่างนั้น dark brown และ emerald green เป็นจุดปลายทั้งสองของช่วงสี ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงสองสีนี้เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ vary กับคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อเติมโครงสร้างให้สมบูรณ์: These butterflies ____ wing color ____ pale yellow to deep orange.

ดูคำตอบ

vary in · from

Other than their fancy looks,

1:06

นอกเหนือจากรูปลักษณ์ที่ดูหรูหราแล้ว

what makes weavers special is that they're in the kingdom-building business. โน้ต

1:07

สิ่งที่ทำให้มดแดงพิเศษก็คือพวกมันเป็นยอดนักสร้างอาณาจักร

ไวยากรณ์

What makes X special is that...: โครงสร้างอธิบายสิ่งที่ทำให้ X พิเศษ

ในประโยคบอกเล่านี้ What makes weavers special เป็นอนุประโยคคำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน what ใช้นำลักษณะที่ทำให้มดทอใบไม้พิเศษ และเข้าใจได้ในความหมาย the thing that ตรงนี้ไม่ได้ใช้ถามคำถามโดยตรง กริยาเชื่อม is เชื่อมประธานนี้กับ that they're in the kingdom-building business ซึ่งเป็นส่วนที่ให้คำตอบ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้อีกคือ What makes X special is that + อนุประโยค โดยจะชี้ลักษณะเด่นก่อน แล้วจึงอธิบายว่าลักษณะนั้นคืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้างเป้าหมาย: ____ this library special ____ it stays open all night.

ดูคำตอบ

What makes · is that

สำนวน

In the kingdom-building business: โครงสร้าง be in the ... business

Be in the X business โดยทั่วไปหมายถึงการทำงานเป็นประจำในสาขาหรือกิจกรรม X หรือยึดสิ่งนั้นเป็นภารกิจต่อเนื่อง ใน kingdom-building รูป -ing คือ building รวมกับ kingdom เป็นคำขยายที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ เพื่อบอกว่าเป็น business ประเภทใด ในที่นี้เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบและมีอารมณ์ขัน มดทอใบไม้ไม่ได้บริหารบริษัทจริง ๆ ผู้บรรยายเพียงนำเสนอการขยายอาณาเขตของรังอย่างเป็นระบบให้ดูเหมือนกิจการระดับมืออาชีพ โครงสร้างนี้ยังใช้เน้นภารกิจที่ใครคนหนึ่งทำเป็นประจำได้ ไม่ได้หมายถึงการค้าขายเพื่อรับเงินตามตัวอักษรเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค As coaches, we're in the confidence-building business วลีนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. การสร้างความมั่นใจเป็นส่วนสำคัญของภารกิจประจำของโค้ช
  2. โค้ชกำลังก่อสร้างอาคารให้ธุรกิจแห่งหนึ่ง
  3. โค้ชเป็นเจ้าของบริษัทที่ขายความมั่นใจ
ดูคำตอบ

การสร้างความมั่นใจเป็นส่วนสำคัญของภารกิจประจำของโค้ช

They like to build at pretty much all heights,

1:12

พวกมันชอบสร้างรังในแทบทุกระดับความสูง

starting in shrubs a few centimeters above the ground

1:15

เริ่มตั้งแต่ไม้พุ่มที่สูงจากพื้นดินเพียงไม่กี่เซนติเมตร

and up to 10 m in the tree canopy.

1:18

ไปจนถึงยอดไม้ที่สูงถึง 10 เมตร

But they're not satisfied with ruling just one plant. วลี

1:21

แต่พวกมันไม่พอใจที่จะยึดครองพืชเพียงต้นเดียว

วลี

not satisfied with ruling: โครงสร้าง satisfied with + รูป -ing

Be satisfied with หมายถึง รู้สึกว่าบางสิ่งดีพอหรือยอมรับได้ เมื่อมีคำกริยาตามหลังบุพบท with ต้องใช้รูป -ing ดังนั้น ruling จึงเป็น gerund ที่ใช้เรียกกิจกรรม ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกริยารูป progressive ในที่นี้ not satisfied with ruling just one plant หมายถึง การควบคุมพืชเพียงต้นเดียวยังไม่เพียงพอสำหรับมดทอใบไม้ คำว่า Ruling ทำให้มดดูเหมือนผู้ปกครองอาณาจักร และรูปปฏิเสธบอกว่าพวกมันต้องการขยายอาณาเขตต่อไป

แบบฝึกหัด

ใช้ satisfied และบุพบทที่ถูกต้องเติมประโยคให้สมบูรณ์: The team is not ____ finishing second every year.

ดูคำตอบ

satisfied with

Weavers will look for twigs or lianas that bridge the gap to other trees สำนวน

1:24

มดแดงจะมองหากิ่งไม้หรือเถาวัลย์เพื่อทำเป็นสะพานเชื่อมไปยังต้นไม้อื่น

สำนวน

bridge the gap: สร้างความเชื่อมโยงข้ามสิ่งที่แบ่งแยก

ใน bridge the gap คำว่า bridge เป็นคำกริยา หมายถึง “สร้างทางเชื่อมข้ามจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง” ในที่นี้ gap คือช่องว่างจริง โดยกิ่งไม้หรือเถาวัลย์ทอดจากต้นไม้หนึ่งไปยังอีกต้น ทำให้มดข้ามไปได้ สำนวนเดียวกันนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย การ bridge the gap ระหว่างสองกลุ่ม แนวคิด หรือระดับทักษะ หมายถึง การสร้างความเชื่อมโยงที่มีประโยชน์หรือลดระยะห่างระหว่างกัน ส่วนช่องว่างนั้นเป็นเรื่องใดให้ดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ bridge the gap ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าเป็นการสร้างความเชื่อมโยงข้ามความแตกต่าง?

  1. The mentor helped bridge the gap between classroom theory and real work.
  2. The runner closed the gap on the leader.
  3. The worker filled the gap in the wall with foam.
ดูคำตอบ

The mentor helped bridge the gap between classroom theory and real work.

and expand to every plant they can reach.

1:29

และขยายอาณาเขตไปยังพืชทุกต้นที่พวกมันเข้าถึง

This way,

1:32

ด้วยวิธีนี้

colonies spread upwards and sideways through the treetops.

1:33

รังของพวกมันจึงแผ่ขยายขึ้นด้านบนและออกด้านข้างไปทั่วเรือนยอด

The largest weaver ant kingdoms we know of

1:37

อาณาจักรมดแดงที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เราทราบ

occupy up to 1,600 square meters,

1:40

ครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,600 ตารางเมตร

around four basketball courts.

1:44

หรือประมาณสนามบาสเกตบอลสี่สนาม

A lot of ground to cover for tiny ants สำนวน

1:46

ถือเป็นพื้นที่มหาศาลที่มดตัวเล็กๆ ต้องดูแล

สำนวน

A lot of ground to cover: ยังมีพื้นที่หรืองานอีกมากที่ต้องจัดการ

ในประโยคนี้ A lot of ground to cover หมายถึงมดตัวจิ๋วมีพื้นที่ขนาดใหญ่มากที่ต้องเดินไปให้ทั่ว ใช้งาน หรือควบคุม คำว่า cover ในที่นี้หมายถึงการไปถึงหรือจัดการพื้นที่ทั้งหมด ไม่ใช่การนำสิ่งของมาปิดคลุมพื้น วลีนี้ใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำบอกสั้น ๆ เหมือนในประโยคต้นฉบับก็ได้ หรือใช้ตามหลัง have เช่น We have a lot of ground to cover เมื่อใช้เป็นความหมายเปรียบเทียบ จะหมายถึงยังมีงาน ข้อมูล ระยะทาง หรือหัวข้ออีกมากที่ต้องจัดการ

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึงยังมีเรื่องให้หารืออีกมาก: We have a lot of ____ before the meeting ends.

ดูคำตอบ

ground to cover

and impossibly hard to control.

1:49

และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะควบคุม

So, weaver ants construct dozens of nests

1:52

ดังนั้น มดแดงจึงสร้างรังย่อยหลายสิบแห่ง

scattered all over their territory,

1:55

กระจายไปทั่วอาณาเขตของพวกมัน

outposts to defend the kingdom.

1:57

เพื่อเป็นป้อมปราการคอยปกป้องอาณาจักร

Tubes or balls made from leaves

1:59

มีทั้งรูปทรงท่อหรือทรงกลมที่ทำจากใบไม้

and ghostly silk sheets.

2:01

และแผ่นใยไหมสีขาวราวกับผีสาง

These masterpieces of high-ant architecture

2:04

ผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมมดชั้นสูงเหล่านี้

are created by the weaver majors,

2:07

สร้างสรรค์โดยมดงานขนาดใหญ่

the larger worker ants,

2:09

ซึ่งเป็นมดงานที่มีขนาดตัวโตกว่า

which are responsible for the more dangerous jobs วลี

2:10

รับหน้าที่ในงานที่อันตรายกว่า

like fighting, foraging, and nest construction.

2:13

เช่น การต่อสู้ การหาอาหาร และการสร้างรัง

วลี

Responsible for: มีหน้าที่รับผิดชอบ

ในที่นี้ are responsible for หมายถึงมีหน้าที่ต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มดงานตัวใหญ่ได้รับมอบหมายงานอันตราย วลีนี้อธิบายบทบาทของพวกมัน ไม่ได้หมายความว่าพวกมันถูกตำหนิว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องไม่ดี ใช้ be responsible for + คำนามหรือรูป -ing เช่น responsible for nest construction และ responsible for fighting คำที่ตามหลัง for ระบุงาน ขอบเขต บุคคล หรือผลลัพธ์ที่อยู่ในความดูแลของใครคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ responsible for ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายหน้าที่ในการทำงาน

  1. Maya is responsible for prepare the safety report.
  2. Maya is responsible for preparing the safety report.
  3. Maya is responsible to preparing the safety report.
ดูคำตอบ

Maya is responsible for preparing the safety report.

To start a new nest,

2:17

ในการเริ่มสร้างรังใหม่

a major tries to bend different leaves

2:18

มดงานขนาดใหญ่จะพยายามดัดใบไม้ต่างๆ

in her surroundings into a tube.

2:20

รอบตัวให้โค้งเข้าหากันเป็นรูปหลอด

If one of the leaves is flexible enough, ไวยากรณ์

2:22

ถ้าใบไม้ใบใดใบหนึ่งมีความยืดหยุ่นพอ

more workers will arrive to help.

2:24

มดงานตัวอื่นๆ จะเข้ามาช่วย

ไวยากรณ์

flexible enough: คำคุณศัพท์ + enough

Flexible enough หมายถึง “ยืดหยุ่นถึงระดับที่จำเป็น” Enough วางหลังคำคุณศัพท์ตามโครงสร้าง adjective + enough โครงสร้างนี้ตามด้วย to + คำกริยา หรือผลที่เกิดขึ้นได้ ในประโยคนี้ ใบไม้มีความยืดหยุ่นถึงระดับที่ต้องการ จึงมีมดงานเพิ่มมาช่วยได้

แบบฝึกหัด

ใช้ strong ในโครงสร้าง adjective + enough: The rope is ____ to hold the box safely.

ดูคำตอบ

strong enough

Chains of workers pull the leaves' edges together

2:27

พวกมันจะเกาะเกี่ยวกันเป็นสายโซ่ดึงขอบใบไม้เข้าหากัน

or reach across gaps and grab distant leaves

2:30

หรือเอื้อมข้ามช่องว่างไปจับใบไม้ที่อยู่ไกลๆ

to add them to the construction.

2:33

เพื่อนำมาประกอบเข้ากับโครงสร้าง

While the bending and pulling is going on, กริยาวลี

2:35

ในขณะที่กำลังดึงและดัดใบอยู่นั้น

other workers carry larvae from the closest nest

2:37

มดงานตัวอื่นๆ ก็จะขนตัวอ่อนจากรังที่ใกล้ที่สุด

to the construction site.

2:40

มายังไซต์ก่อสร้าง

กริยาวลี

going on: กำลังเกิดขึ้นหรือดำเนินอยู่

ในประโยคนี้ is going on หมายถึง “กำลังเกิดขึ้น” หรือ “กำลังดำเนินอยู่” การดัดและดึงเป็นกิจกรรมเบื้องหลังที่เกิดขึ้นขณะที่มดงานตัวอื่นขนตัวอ่อน เมื่อใช้ในความหมายนี้ go on มักทำหน้าที่เป็นคำกริยาหลัก เช่น What is going on? หรือ The work is still going on. ซึ่งต่างจากโครงสร้างที่มีคำกริยาอีกคำตามหลัง go on

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ go on ในความหมายว่า “เกิดขึ้นหรือกำลังดำเนินอยู่”?

  1. The meeting is going on upstairs.
  2. He went on to explain the next step.
  3. She went on reading after the break.
ดูคำตอบ

The meeting is going on upstairs.

Usually, ant larvae spin themselves a cocoon

2:42

โดยปกติแล้ว ตัวอ่อนของมดจะพ่นใยหุ้มตัวเองเป็นดักแด้

to protect themselves,

2:44

เพื่อปกป้องตัวเอง

but the weaver ant larvae give all of their silk

2:46

แต่ตัวอ่อนของมดแดงจะสละเส้นใยทั้งหมด

to the colony as building material.

2:49

ให้กับอาณาจักรเพื่อใช้เป็นวัสดุก่อสร้าง

So, when the workers tap the larvae's heads on the leaf,

2:52

ดังนั้น เมื่อมดงานเอาหัวตัวอ่อนแตะลงบนใบไม้

they release their sticky thread

2:55

ตัวอ่อนก็จะปล่อยเส้นใยเหนียวๆ ออกมา

like tiny cute glue guns. ลำดับความ

2:56

ราวกับปืนกาวร้อนตัวจิ๋วแสนน่ารัก

ลำดับความ

like tiny cute glue guns: การอุปมาจากหน้าที่

วลี like tiny cute glue guns ใช้ like เพื่อเริ่มการอุปมา ทำให้กระบวนการที่ไม่คุ้นเคยกลายเป็นภาพที่เข้าใจง่าย กล่าวคือ เมื่อตัวอ่อนถูกแตะ มันจะปล่อยเส้นใยเหนียวในลักษณะคล้ายปืนกาวขนาดเล็กที่ปล่อยกาวออกมา การเปรียบเทียบนี้เน้นหน้าที่ ไม่ได้บอกว่าสองสิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวกัน ตัวอ่อนเป็นสิ่งมีชีวิต แต่การอุปมาช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจอย่างรวดเร็วว่ามันทำอะไรในขั้นตอนนี้

แบบฝึกหัด

ใน “The seed pods burst open like tiny fireworks,” การอุปมานี้เปรียบเทียบอะไรเป็นหลัก?

  1. วัสดุในฝักเมล็ดและวัสดุในดอกไม้ไฟ
  2. ลักษณะที่ฝักเมล็ดเปิดและลักษณะที่ดอกไม้ไฟระเบิด
  3. ขนาดของฝักเมล็ดและขนาดของเมือง
ดูคำตอบ

ลักษณะที่ฝักเมล็ดเปิดและลักษณะที่ดอกไม้ไฟระเบิด

This way, the workers sew the bent leaf onto itself,

2:59

ด้วยวิธีนี้ มดงานก็จะเย็บใบไม้ที่ดัดโค้งให้ติดกัน

so it won't unfold anymore.

3:02

เพื่อไม่ให้มันกางออกอีก

This creates a central chamber that's used as the basis วลี

3:04

สิ่งนี้จะสร้างเป็นห้องโถงกลางซึ่งใช้เป็นฐาน

for up to 300 more leaves that are wound around it. การใช้คำ

3:08

สำหรับใบไม้อีกกว่า 300 ใบที่จะถูกนำมาห่อหุ้มไว้รอบๆ

วลี

used as the basis for: การกำหนดบทบาทให้เป็นฐาน

ในโครงสร้าง be used as the basis for something คำว่า as ระบุบทบาทที่มอบให้สิ่งแรก นั่นคือสิ่งนั้นทำหน้าที่เป็นฐาน ส่วน for นำเข้าสู่โครงสร้าง แผน หรือการตัดสินใจภายหลังที่อาศัยฐานดังกล่าว ในประโยคนี้ ห้องตรงกลางเป็นโครงสร้างเริ่มต้นที่มีใบไม้อีกจำนวนมากเพิ่มเข้ามารอบ ๆ รูปแบบเดียวกันนี้ยังใช้อธิบายฐานที่เป็นนามธรรมได้ เช่น หลักฐานที่สนับสนุนข้อสรุปหรือการทดลองระยะแรกที่สนับสนุนแผนขนาดใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ถูกใช้เป็นฐานสำหรับ”: The interviews will be ____ the documentary.

ดูคำตอบ

used as the basis for

การใช้คำ

wound around: รูป past participle ของ wind

ใน are wound around it คำว่า wound เป็นรูป past participle ของคำกริยา wind หมายถึง “พันหรือม้วนสิ่งหนึ่งรอบอีกสิ่งหนึ่ง” โครงสร้าง passive are wound แสดงว่าใบไม้เป็นสิ่งที่ถูกพัน ส่วน it ย้อนกลับไปหมายถึง central chamber wind เป็นคำกริยาไม่ปกติ: wind–wound–wound คำว่า wound ตรงนี้ไม่ใช่คำนาม wound ที่แปลว่า “บาดแผล” และไม่ใช่คำกริยากลุ่ม wound–wounded–wounded ที่แปลว่า “ทำให้บาดเจ็บ”

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยสังเกตว่า wound ออกเสียงว่า /waʊnd/ หรือ /wuːnd/

  1. The nurse cleaned the wound on his arm.
  2. The nurse wound the bandage around his arm.
ดูคำตอบ

The nurse wound the bandage around his arm.

Together, they form little pockets

3:12

เมื่อรวมกันแล้วจะเกิดเป็นกระเปาะเล็กๆ

and act as additional rooms for the new outpost.

3:14

และทำหน้าที่เป็นห้องเพิ่มเติมสำหรับป้อมปราการแห่งใหม่

To make it even more cozy,

3:17

เพื่อให้มันน่าอยู่ยิ่งขึ้น

minor workers use the larvae to weave additional floors and chambers.

3:19

มดงานขนาดเล็กจะใช้ตัวอ่อนเพื่อทอพื้นและห้องต่างๆ เพิ่มเติม

Nests are usually constructed as barracks on the territory's borders ไวยากรณ์

3:23

รังมักจะถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นค่ายทหารบริเวณชายแดนของอาณาเขต

or as storage for brood and food supplies. การใช้คำ

3:27

หรือเป็นคลังเก็บตัวอ่อนและเสบียงอาหาร

ไวยากรณ์

constructed as barracks ... or as storage: บทบาทขนานที่ระบุด้วย as

วลีสองชุดที่ขึ้นต้นด้วย as ทำหน้าที่เติม constructed แบบขนานกัน โดยแบ่งรังตามบทบาทที่ตั้งใจไว้: แบบแรกคือ barracks ที่อยู่ตามแนวเขตแดนของอาณาเขต และแบบที่สองคือ storage สำหรับตัวอ่อนและเสบียงอาหาร การใส่ as ซ้ำหลัง or ทำให้เห็นจุดเริ่มของบทบาทที่สองได้ง่ายในประโยคยาว และช่วยจัดกลุ่มรายละเอียดที่อยู่ใกล้กันให้ถูกต้อง: on the territory's borders ขยาย barracks ส่วน for brood and food supplies ขยาย storage รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ construct, design หรือ use something as A or as B เมื่อต้องการบอกบทบาท รูปแบบ หรือการใช้งานทางเลือกสองอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกบทบาทหนึ่งคำลงในช่องว่างทั้งสองเพื่อแสดงบทบาทที่ขนานกัน: The new building was designed ____ a clinic or ____ an emergency shelter.

ดูคำตอบ

as · as

การใช้คำ

brood: สมาชิกวัยอ่อนที่กำลังพัฒนาของฝูง

ในที่นี้ brood เป็นคำนามรวมทางชีววิทยา ใช้เรียกสมาชิกวัยอ่อนของฝูงที่ยังพัฒนาอยู่ โดยเฉพาะไข่และตัวอ่อน คำนี้มองทั้งหมดเป็นกลุ่มเดียว ไม่ได้หมายถึงตัวใดตัวหนึ่ง ในวลี storage for brood and food supplies สิ่งที่เก็บไว้ในรังมีสองอย่าง คือ brood และ food supplies ความหมายที่เป็นคำนามนี้ต่างจากคำกริยา brood ซึ่งหมายถึงการคิดถึงเรื่องหนึ่งอย่างเป็นทุกข์หรือกังวลซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำนามรวมทางชีววิทยาที่หมายถึงไข่และตัวอ่อนของฝูง: During the move, worker ants carry the ____ to a safer chamber.

ดูคำตอบ

brood

This way, the ants don't need to cross vast distances to the headquarters,

3:30

วิธีนี้ ทำให้มดไม่ต้องเดินทางไกลข้ามอาณาเขตกลับมาที่ศูนย์บัญชาการ

but have soldiers close to any potential point of conflict.

3:34

แต่จะมีทหารประจำการอยู่ใกล้ๆ กับจุดที่อาจเกิดความขัดแย้งทุกแห่ง

Apart from one special nest in the middle of the network,

3:38

นอกเหนือจากรังพิเศษหนึ่งรังที่อยู่ใจกลางเครือข่าย

which is reserved for the queen and her guards.

3:41

ซึ่งสงวนไว้สำหรับราชินีและองครักษ์ของนาง

Here, she produces hundreds of eggs a day,

3:44

ที่นี่ นางจะออกไข่วันละหลายร้อยฟอง

which get transferred to suitable nests with brood chambers.

3:46

ซึ่งไข่เหล่านี้จะถูกย้ายไปยังรังที่มีห้องอนุบาลอย่างเหมาะสม

So, a colony is a network of little castles and moats

3:50

อาณาจักรมดจึงเป็นเสมือนเครือข่ายของปราสาทและคูน้ำขนาดเล็ก

connected by suspension bridges made from leaves, lianas, and twigs.

3:53

ที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพานแขวนซึ่งทำจากใบไม้ เถาวัลย์ และกิ่งไม้

An established colony easily has half a million individuals

3:59

รังที่สร้างตัวเต็มที่แล้วมักจะมีประชากรถึงห้าแสนตัว

that need to be fed.

4:02

ที่ต้องการอาหารเพื่อหล่อเลี้ยง

Fortunately, weaver ants evolved to have very close

4:04

โชคดีที่มดแดงวิวัฒนาการมาให้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด

and beneficial relationships with their hosts, การใช้คำ

4:07

และพึ่งพาอาศัยกันกับโฮสต์ของพวกมัน

shrubs, and trees.

4:10

ซึ่งก็คือไม้พุ่มและต้นไม้

การใช้คำ

hosts: สิ่งมีชีวิตที่ให้ที่อยู่อาศัยหรือทรัพยากร

ในที่นี้ hosts หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ให้ที่อยู่อาศัยและทรัพยากรที่เป็นประโยชน์แก่มด คำว่า shrubs และ trees ระบุว่าสิ่งมีชีวิตเจ้าบ้านเหล่านั้นคืออะไร ไม่ได้หมายถึงผู้ร่วมความสัมพันธ์ประเภทที่สาม ในนิเวศวิทยา host เป็นคำที่บอกความสัมพันธ์ โดยสิ่งมีชีวิตหนึ่งรองรับ แบก หรือเป็นที่อาศัยของอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ตัวคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าฝ่ายใดได้รับประโยชน์หรือได้รับอันตราย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ host ในความหมายทางนิเวศวิทยาแบบเดียวกับตัวอย่าง

  1. The oak tree is a host for several species of caterpillar.
  2. Our host showed us to the dining room.
  3. Maya will host the school concert tonight.
ดูคำตอบ

The oak tree is a host for several species of caterpillar.

The tree gives the ants a home and access to sweet sap to drink,

4:12

ต้นไม้เป็นทั้งบ้านและแหล่งน้ำหวานให้มดได้ดื่มกิน

but maybe even more importantly,

4:16

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น

it allows them to cultivate cattle สำนวน

4:18

ต้นไม้ยังอนุญาตให้พวกมันเลี้ยง "ปศุสัตว์"

like aphids or caterpillars that produce honeydew for them. การใช้คำ

4:20

เช่น เพลี้ยอ่อน หรือ หนอนผีเสื้อ ที่คอยผลิตน้ำหวานให้พวกมัน

สำนวน

cultivate cattle ในฐานะอุปมาเรื่องการเลี้ยงปศุสัตว์

cultivate cattle ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัด มดดูแลเพลี้ยอ่อนหรือหนอนผีเสื้อเพื่อให้แมลงเหล่านี้ผลิตมูลหวานต่อไป คล้ายกับที่มนุษย์จัดการปศุสัตว์เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีประโยชน์ โดยทั่วไป cultivate หมายถึงการทำให้บางสิ่งเติบโตหรือพัฒนาผ่านการดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่วน cattle ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวัวจริง ๆ แต่เปรียบแมลงที่ได้รับการปกป้องและจัดการเพื่อเป็นแหล่งอาหารอย่างต่อเนื่องว่าเป็น “ปศุสัตว์”

แบบฝึกหัด

cultivate cattle ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. นำวัวจริง ๆ ขึ้นไปบนต้นไม้
  2. ปลูกพืชไว้ให้วัวกิน
  3. ดูแลแมลงบางชนิดเพื่อให้พวกมันผลิตมูลหวานต่อไป
ดูคำตอบ

ดูแลแมลงบางชนิดเพื่อให้พวกมันผลิตมูลหวานต่อไป

การใช้คำ

honeydew ในความหมายของของเหลวที่แมลงผลิต

honeydew ในที่นี้คือมูลหวาน ซึ่งเป็นของเหลวรสหวานและเหนียวที่แมลงกินน้ำเลี้ยงพืช เช่น เพลี้ยอ่อน ขับออกมา มดดื่มของเหลวนี้ ดังนั้นมูลหวานจึงเป็นผลผลิตที่มีประโยชน์และทำให้การดูแลแมลงเหล่านั้นคุ้มค่า ในบริบทเกี่ยวกับอาหาร honeydew อาจหมายถึงเมลอนชนิดหนึ่งได้ด้วย แต่ความหมายนี้ไม่เข้ากับบริบทเรื่องแมลงและต้นไม้ และคำนี้ก็ไม่ได้หมายถึงน้ำค้างยามเช้าทั่วไป

แบบฝึกหัด

honeydew ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ของเหลวที่ไหลอยู่ภายในพืช
  2. ของเหลวรสหวานที่ดอกไม้ผลิตขึ้น
  3. ของเหลวที่มีน้ำตาลซึ่งแมลงกินน้ำเลี้ยงพืชขับออกมา
ดูคำตอบ

ของเหลวที่มีน้ำตาลซึ่งแมลงกินน้ำเลี้ยงพืชขับออกมา

This would usually hurt a tree,

4:24

ซึ่งโดยปกติแล้วสัตว์เหล่านี้จะทำร้ายต้นไม้

but these insects belong to a small group of VIPs. สำนวน

4:26

แต่แมลงเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มแขกวีไอพีกลุ่มเล็กๆ

สำนวน

a small group of VIPs ในฐานะคำเปรียบเทียบแบบสนุก ๆ

VIP ย่อมาจาก very important person หมายถึงบุคคลสำคัญที่ได้รับความสนใจหรือการปฏิบัติเป็นพิเศษ การเรียกแมลงเหล่านี้ว่า a small group of VIPs เป็นการทำให้ดูเหมือนมนุษย์และช่วยให้คำอธิบายมีชีวิตชีวา ในที่นี้ VIPs ไม่ใช่ตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่หมายความว่าแมลงเพียงไม่กี่ชนิดนี้เป็นข้อยกเว้น แม้การกินอาหารของพวกมันมักทำร้ายต้นไม้ แต่พวกมันได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อและได้รับการคุ้มครองเพราะเป็นประโยชน์ต่อมด เมื่อใช้ VIP กับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ คำเปรียบเทียบนี้สื่อว่าสิ่งนั้นได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a small group of VIPs หมายถึงอะไร

  1. แมลงเหล่านี้มีงานอย่างเป็นทางการและตำแหน่งแบบมนุษย์
  2. แมลงเพียงไม่กี่ชนิดได้รับการปฏิบัติเป็นข้อยกเว้นพิเศษและได้รับการคุ้มครอง
  3. แมลงทุกชนิดบนต้นไม้ได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน
ดูคำตอบ

แมลงเพียงไม่กี่ชนิดได้รับการปฏิบัติเป็นข้อยกเว้นพิเศษและได้รับการคุ้มครอง

Only a few selected neighbors and the ants' cattle

4:29

มีเพียงเพื่อนบ้านที่ถูกเลือกไม่กี่ตัวและปศุสัตว์ของมดเท่านั้น

are allowed on the fruit tree.

4:32

ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่บนไม้ผล

Many other insects and even larger herbivores

4:34

แมลงอื่นๆ จำนวนมาก หรือแม้กระทั่งสัตว์กินพืชที่ใหญ่กว่า

are scared off or even killed and eaten. กริยาวลี

4:37

ล้วนถูกไล่ตะเพิด หรือแม้แต่ถูกฆ่าและกินเป็นอาหาร

กริยาวลี

scared off: ถูกทำให้กลัวจนหนีไป

Scare someone or something off หมายถึงทำให้คนหรือสัตว์ออกไปจากที่นั้นด้วยการทำให้กลัวหรือข่มขู่ คำว่า off แสดงผลของการกระทำ คือการออกห่างจากสถานที่เดิม ใน are scared off วลีนี้อยู่ในรูปประโยคถูกกระทำ แมลงและสัตว์กินพืชเป็นฝ่ายที่ได้รับการกระทำ ดังนั้นประโยคจึงหมายความว่ามีบางสิ่ง—ซึ่งตามบริบทคือมด—ทำให้พวกมันกลัวจนหนีไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ scare off ในรูปถูกกระทำ: The deer were ____ by the barking dogs.

ดูคำตอบ

scared off

So, in most cases,

4:41

ดังนั้น ในกรณีส่วนใหญ่

the tree only has to tolerate acceptable levels of damage

4:42

ต้นไม้เพียงแค่ต้องทนต่อความเสียหายในระดับที่ยอมรับได้

while being protected from more dangerous pests. ไวยากรณ์

4:46

ในขณะที่ได้รับการปกป้องจากศัตรูพืชที่อันตรายกว่า

ไวยากรณ์

while being protected from: อนุประโยคกรรมวาจกที่ใช้ประธานร่วมกัน

while being protected from ... เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบลดรูป ประธานที่ละไว้เป็นตัวเดียวกับประธานในประโยคหลัก คือ the tree และรูปเต็มเทียบได้กับ while it is being protected from more dangerous pests while แสดงว่าเหตุการณ์เกิดพร้อมกัน ต้นไม้ทนต่อความเสียหายระดับหนึ่งไปพร้อมกับที่มันได้รับการปกป้อง ส่วน from นำหน้าภัยคุกคามที่ถูกกันออกไป ไม่ได้ขยายคำว่า damage

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ถูกต้องว่าประธานคนเดิมได้รับการปกป้องในเวลาเดียวกัน

  1. The cyclist tolerates light rain while being protected from the wind by a jacket.
  2. The cyclist tolerates light rain after being protected from the wind by a jacket.
  3. The cyclist tolerates light rain while protecting a child from the wind.
ดูคำตอบ

The cyclist tolerates light rain while being protected from the wind by a jacket.

The weaver ant kingdom could be an ant paradise ไวยากรณ์

4:49

อาณาจักรมดแดงอาจเป็นสวรรค์ของมด

if there wasn't competition, mostly from other kingdoms.

4:52

หากไม่มีการแข่งขัน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอาณาจักรอื่น

ไวยากรณ์

could be ... if there wasn't ...: เงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน

could be ... if there wasn't ... นำเสนอสมมติฐานที่ตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน อนุประโยค if ใช้รูปอดีต wasn't แต่ไม่ได้กล่าวถึงเวลาในอดีต รูปนี้ถือว่า “ไม่มีการแข่งขัน” เป็นเงื่อนไขที่ตรงข้ามกับสถานการณ์ปัจจุบัน และ could be แสดงผลที่จินตนาการไว้ ดังนั้น ประโยคนี้จึงบอกเป็นนัยว่าตอนนี้มีการแข่งขันอยู่จริง และสวรรค์ของมดเป็นเพียงสิ่งสมมติ ไม่ใช่ความจริง

แบบฝึกหัด

ตอนนี้สวนแห่งหนึ่งมีเสียงดัง ประโยคใดจินตนาการถึงผลที่ไม่เป็นจริงหากปัญหานั้นไม่มีอยู่

  1. The park can be peaceful if there isn't any traffic.
  2. The park was peaceful because there wasn't any traffic.
  3. The park could be peaceful if there wasn't any traffic.
ดูคำตอบ

The park could be peaceful if there wasn't any traffic.

Just like medieval humans, ลำดับความ

4:57

เช่นเดียวกับมนุษย์ในยุคกลาง

every queen seeks to conquer others

4:59

ราชินีทุกตัวพยายามที่จะพิชิตผู้อื่น

and make their land their own. สำนวน

5:01

และยึดครองดินแดนเหล่านั้นมาเป็นของตน

ลำดับความ

Just like medieval humans, ในฐานะกรอบเปรียบเทียบต้นประโยค

Just like medieval humans, เป็นกรอบการเปรียบเทียบที่วางไว้ต้นประโยค โดยให้แบบอย่างที่ผู้ฟังคุ้นเคยก่อน แล้วประโยคหลักจึงระบุพฤติกรรมที่คล้ายกันอย่างชัดเจน นั่นคือราชินีแต่ละตัวพิชิตคู่แข่งและยึดดินแดน ในที่นี้ just เน้นความหมายของ like ให้ใกล้กับ “ในแบบเดียวกับ” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” การเปรียบเทียบจำกัดอยู่ที่การขยายอาณาเขตและการปกครอง ไม่ได้บอกว่าสังคมมดกับสังคมมนุษย์ยุคกลางเหมือนกันทุกด้าน

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้น “Just like medieval humans,” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ส่วนนี้ให้แบบอย่างที่คุ้นเคยก่อน และจำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่พฤติกรรมการยึดดินแดนของเหล่าราชินี
  2. ส่วนนี้บอกว่าผู้ปกครองมนุษย์เพิ่งพิชิตเหล่าราชินีเมื่อสักครู่
  3. ส่วนนี้กล่าวว่าสังคมมดกับสังคมมนุษย์ยุคกลางเหมือนกันทุกด้าน
ดูคำตอบ

ส่วนนี้ให้แบบอย่างที่คุ้นเคยก่อน และจำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่พฤติกรรมการยึดดินแดนของเหล่าราชินี

สำนวน

make their land their own: make + กรรม + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + own

ใน make their land their own คำว่า make ตามด้วยกรรม (their land) และส่วนเติมเต็มที่บอกผลลัพธ์ (their own) โครงสร้าง make + กรรม + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + own หมายถึงทำให้บางสิ่งกลายเป็นทรัพย์สิน ความรับผิดชอบ หรือพื้นที่ภายใต้การควบคุมของใครคนหนึ่ง their ตัวแรกอยู่กับ land และหมายถึงเหล่าราชินีที่ถูกพิชิต ดินแดนนั้นเดิมเป็นของพวกมัน ส่วน their ตัวที่สองหมายถึงเหล่าราชินีผู้พิชิต ดินแดนจึงกลายเป็นของฝ่ายนั้น ในบริบทอื่น โครงสร้างนี้ยังใช้บอกการปรับสถานที่ แนวคิด หรือการแสดงให้เป็นแบบของตนเองได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make it one's own และใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของที่ตรงกับ Maya: After buying the neglected garden, Maya redesigned it and ____.

ดูคำตอบ

made it her own

Controlling fertile land is the key to survive in the jungle.

5:03

การควบคุมดินแดนที่อุดมสมบูรณ์คือกุญแจสำคัญในการอยู่รอดในป่า

And if a kingdom loses too much of it,

5:07

และหากอาณาจักรสูญเสียดินแดนไปมากเกินไป

it shrinks and is overrun or starves to death. โน้ต

5:09

มันก็จะหดตัวลงและถูกบุกรุก หรืออดตาย

การใช้คำ

is overrun: ถูกบุกยึดหรือถูกถาโถมจนรับมือไม่ไหว

ในประโยคนี้ is overrun อยู่ในรูปถูกกระทำ หมายถึงอาณาจักรถูกกองกำลังที่ต้านทานไม่ไหวบุกเข้าและยึดการควบคุม ผู้กระทำไม่ได้ถูกระบุเพราะเข้าใจได้จากบริบทของความขัดแย้ง แนวคิดหลักคือจำนวนหรือกำลังที่มากจนรับมือไม่ไหว นอกบริบทสงคราม สถานที่หนึ่งอาจ be overrun with tourists or pests และระบบหนึ่งอาจ be overrun with requests

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ is overrun หมายความว่าอะไร

  1. ทำงานต่อไปนานกว่าที่วางแผนไว้
  2. ถูกรถชนและทับ
  3. ถูกกองกำลังที่เหนือกว่าบุกและยึดครอง
ดูคำตอบ

ถูกกองกำลังที่เหนือกว่าบุกและยึดครอง

วลี

starves to death: ผลลัพธ์คือการอดตาย

starves to death หมายถึง “ตายเพราะมีอาหารน้อยเกินไปเป็นเวลานาน” starves บอกกระบวนการของการอดอาหาร ส่วน to death บอกผลสุดท้ายว่าเสียชีวิต รูปนี้เป็นโครงสร้าง verb + to death โดย to death แสดงว่าการกระทำหรือสภาพหนึ่งไปถึงผลลัพธ์ที่ทำให้เสียชีวิต หากใช้เพียง starve อาจหมายถึงการทนทุกข์จากการขาดอาหารโดยไม่ได้บอกว่าเสียชีวิต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกผลลัพธ์ที่ตรงกับความหมายว่า “ตายเพราะไม่มีอาหาร”: Without help, the stranded animals may ____.

ดูคำตอบ

starve to death

So, expanding and defending their borders

5:13

ดังนั้น การขยายและปกป้องเขตแดนของพวกมัน

is critical to keep the colony alive.

5:15

จึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาชีวิตของอาณาจักร

When a kingdom invades another,

5:19

เมื่ออาณาจักรหนึ่งเข้ารุกรานอีกอาณาจักรหนึ่ง

it first gathers an army of a few thousand majors

5:20

อันดับแรกมันจะรวบรวมกองทัพมดงานขนาดใหญ่หลายพันตัว

who make their way towards the opposing colony. วลี

5:23

แล้วเคลื่อนทัพไปยังรังของศัตรู

วลี

make their way towards: ค่อย ๆ มุ่งหน้าไปในทิศทางหนึ่ง

Make their way towards หมายถึงการเดินทางหรือเคลื่อนไปในทิศทางของสถานที่หนึ่ง โดยเน้นขั้นตอนการเคลื่อนที่หรือเส้นทางมากกว่าการขยับเพียงชั่วขณะ ในประโยคนี้ กองทัพกำลังรุกไปยังอาณานิคมฝ่ายตรงข้าม แต่ไม่ได้หมายความว่าไปถึงแล้ว คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน เช่น I make my way, we make our way และ they make their way ส่วน towards ใช้นำหน้าทิศทางหรือจุดหมาย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ make one's way towards เติมประโยคให้สมบูรณ์: We left the museum and ____ the bus stop.

ดูคำตอบ

made our way towards

The goal is to steal a bit of territory

5:26

เป้าหมายคือเพื่อแย่งชิงอาณาเขตส่วนหนึ่ง

and take it over. กริยาวลี

5:28

และเข้ายึดครอง

กริยาวลี

take it over: เข้าควบคุมและวางตำแหน่งคำสรรพนาม

Take it over หมายถึงการเข้าควบคุมดินแดนและเริ่มปกครองพื้นที่นั้น ในที่นี้ it อ้างถึง a bit of territory Take over เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม เช่น it, him หรือ them ต้องวางกรรมไว้ระหว่าง take กับ over เป็น take it over แต่ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง take over the territory และ take the territory over

แบบฝึกหัด

กลุ่มคู่แข่งต้องการเข้าควบคุมสถานีวิทยุ เมื่อแทน radio station ด้วย it ประโยคใดเป็นธรรมชาติ?

  1. They want to take it over.
  2. They want to take it.
  3. They want to take over it.
ดูคำตอบ

They want to take it over.

Defending weaver patrols quickly spot the invaders

5:30

หน่วยลาดตระเวนฝ่ายตั้งรับจะพบเห็นผู้บุกรุกอย่างรวดเร็ว

and immediately release an alarm pheromone.

5:33

และปล่อยฟีโรโมนเตือนภัยออกมาทันที

Some rush to the front to defend,

5:36

บางส่วนจะรีบมุ่งหน้าไปป้องกันที่แนวหน้า

while others rush to the closest outpost for help,

5:38

ในขณะที่ตัวอื่นๆ จะวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากป้อมปราการที่ใกล้ที่สุด

marking their route with pheromones. ไวยากรณ์

5:41

พร้อมกับทิ้งรอยฟีโรโมนไว้ตามทาง

ไวยากรณ์

marking their route with pheromones: อนุประโยค -ing ที่แสดงการกระทำควบคู่

อนุประโยค -ing marking their route with pheromones เพิ่มการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกับการรีบไปยังด่านหน้า อนุประโยคนี้ไม่ผันตามกาล ดังนั้น marking จึงไม่ได้กำหนดกาลแยกต่างหาก แต่ rush เป็นตัวให้กรอบเวลา ประธานที่เข้าใจกันโดยนัยคือ others ซึ่งเป็นประธานของอนุประโยคที่อยู่ใกล้ที่สุด กล่าวคือ กลุ่มเดียวกันเป็นทั้งผู้วิ่งและผู้ทำเครื่องหมาย ส่วน with pheromones บอกวิธีหรือสิ่งที่ใช้ โครงสร้างนี้ช่วยรวมการกระทำหลักและการกระทำที่เกิดควบคู่ของประธานเดียวกันไว้ในประโยคเดียวอย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าหน่วยสอดแนมทำเครื่องหมายเส้นทางขณะวิ่ง?

  1. The scouts ran back to camp after workers marked the path with chalk.
  2. Marking the path with chalk, the camp was reached by the scouts.
  3. The scouts ran back to camp, marking the path with chalk.
ดูคำตอบ

The scouts ran back to camp, marking the path with chalk.

Whenever they meet other sisters,

5:44

เมื่อใดก็ตามที่พวกมันพบพี่น้องตัวอื่นๆ

they jerk their bodies as if in a fight ไวยากรณ์

5:45

พวกมันจะกระตุกตัวไปมาคล้ายกับกำลังต่อสู้

to signal them to follow the pheromone trail

5:47

เพื่อส่งสัญญาณให้เดินตามรอยฟีโรโมนไป

to the front line.

5:49

ยังแนวหน้า

ไวยากรณ์

as if in a fight: บอกลักษณะที่เห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

ใน as if in a fight คำว่า as if ใช้นำการเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่จินตนาการขึ้น การกระตุกตัวของมดดูคล้ายการต่อสู้ แต่ประโยคไม่ได้บอกว่ากำลังเกิดการต่อสู้จริง จุดประสงค์ที่แท้จริงคือส่งสัญญาณให้มดตัวอื่น in a fight เป็นส่วนเติมเต็มแบบย่อ โดย as if in a fight มีความหมายเท่ากับ as if they were in a fight วลีสั้นลักษณะเดียวกันสามารถตามหลัง as if ได้เมื่อเข้าใจประธานและรูปของ be ที่ละไว้ได้ชัดเจนจากประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกเพียงว่าเด็ก ๆ ดูเหมือนกำลังต่อสู้ โดยไม่ได้บอกว่าเกิดการต่อสู้จริง?

  1. The children were in a fight.
  2. The children moved as if in a fight.
  3. The children moved away from the fight.
ดูคำตอบ

The children moved as if in a fight.

At the site of battle,

5:51

ณ จุดปะทะ

majors from both parties raise their bodies, การใช้คำ

5:52

มดงานขนาดใหญ่จากทั้งสองฝ่ายจะยกตัวขึ้น

circle each other with mandibles wide open,

5:55

เดินวนดูเชิงกันโดยอ้ากรามกว้าง

and try to seize their opponents.

5:57

และพยายามงับคู่ต่อสู้

การใช้คำ

both parties: ผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการสองฝ่ายพอดี

ในที่นี้ both parties หมายถึงสองฝ่ายที่เข้าร่วมความขัดแย้ง ได้แก่ ฝ่ายโจมตีและฝ่ายป้องกัน คำว่า party สามารถหมายถึงบุคคลหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท ข้อตกลง การเจรจา หรือสถานการณ์ที่เป็นทางการอื่น ๆ ได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงงานเลี้ยง คำว่า both สำคัญเพราะบอกว่าฝ่ายลักษณะนี้มีอยู่สองฝ่ายพอดี

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: Both parties signed the contract. both parties หมายถึงใคร?

  1. ทุกคนในงานเลี้ยง
  2. องค์กรทางการเมืองสององค์กร
  3. บุคคลหรือกลุ่มสองฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสัญญา
ดูคำตอบ

บุคคลหรือกลุ่มสองฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสัญญา

If an ant gets a hold of her opponent, สำนวน

6:00

หากมดตัวใดจับคู่ต่อสู้ได้

the victim is pulled into a group of allied majors

6:02

เหยื่อจะถูกลากเข้าไปในกลุ่มของมดงานขนาดใหญ่ฝ่ายเดียวกัน

and pinned down. กริยาวลี

6:05

และถูกตรึงไว้กับพื้น

สำนวน

get a hold of: จับไว้ได้สำเร็จ

ในที่นี้ gets a hold of หมายถึงจับคู่ต่อสู้ได้สำเร็จและควบคุมไว้อย่างแน่นหนา get แสดงการเปลี่ยนจากสภาพที่ยังจับไม่ได้ไปเป็นจับไว้ได้ ส่วน a hold หมายถึงการจับที่มั่นคง โครงสร้าง get a hold of + คำนาม ยังอาจหมายถึงพยายามติดต่อบุคคลได้สำเร็จหรือหาอะไรบางอย่างมาได้ การต่อสู้ทางกายและการกระทำต่อจากนั้นแสดงว่าในประโยคนี้ใช้ความหมายตรงตัวว่า “จับและควบคุม”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get a hold of: During the rescue, Maya ____ the child's hand and pulled him to safety.

ดูคำตอบ

got a hold of

กริยาวลี

pinned down: ถูกกดไว้จนขยับไม่ได้

ในที่นี้ pinned down หมายถึงถูกกดติดกับพื้นผิวหรือถูกจับให้อยู่กับที่จนเหยื่อขยับหรือหนีไม่ได้ คำว่า down บอกผลของการถูกใช้กำลังควบคุม ไม่ได้หมายถึงเพียงตำแหน่งที่อยู่ต่ำกว่า กริยาวลีคือ pin down ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถพูดได้ทั้ง pin the opponent down และ pin down the opponent แต่ถ้าเป็นคำสรรพนามต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น pin her down แนวคิดหลักเรื่องการจำกัดอิสระยังนำไปสู่ความหมายเชิงเปรียบเทียบด้วย โดย pin someone down อาจหมายถึงบังคับให้ใครให้คำตอบหรือคำมั่นที่ชัดเจน และ pin something down อาจหมายถึงระบุบางสิ่งให้แน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pin down ในความหมายว่าจับหรือกดคนไว้ไม่ให้ขยับ?

  1. The officers pinned the man down until he stopped struggling.
  2. The officers wrote the man's name down before he left.
  3. The officers pointed down the street to show the way.
ดูคำตอบ

The officers pinned the man down until he stopped struggling.

The ants then rip the victim apart,

6:07

จากนั้นมดตัวอื่นๆ จะฉีกร่างเหยื่อออกเป็นชิ้นๆ

clipping off antennae and legs,

6:09

กัดหนวดและขาจนขาด

and slicing open their abdomens.

6:11

และกรีดผ่าส่วนท้องให้เปิดออก

To slow down the advance of the attackers,

6:14

เพื่อชะลอการบุกของผู้โจมตี

the defending majors squirt formic acid over the battlefield

6:16

มดฝ่ายตั้งรับจะพ่นกรดฟอร์มิกไปทั่วสนามรบ

to chemically burn their targets.

6:19

เพื่อใช้สารเคมีเผาไหม้เป้าหมาย

This is soon answered in the same way by the attackers. การใช้คำ

6:22

ซึ่งในไม่ช้าฝ่ายโจมตีก็จะตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกัน

การใช้คำ

answered in the same way: ตอบโต้ด้วยการกระทำแบบเดียวกัน

ในที่นี้ answered ไม่ได้หมายถึงการตอบคำถาม แต่หมายถึงการตอบการกระทำหนึ่งด้วยอีกการกระทำหนึ่ง ฝ่ายโจมตีตอบโต้การใช้กรดก่อนหน้านั้นด้วยการใช้กรดเช่นกัน และ by the attackers ระบุว่าใครเป็นผู้ตอบโต้ในแบบเดียวกัน ความหมายที่เป็นการกระทำนี้มักใช้เมื่อมีการตอบหมาก การโจมตี การทำคะแนน หรือคำท้าทายด้วยอีกการกระทำหนึ่ง ในโครงสร้างกรรมวาจก be answered by/with เหตุการณ์แรกถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดหรือเรียกให้มีการตอบสนอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ answer ในความหมายว่าตอบโต้ด้วยการกระทำ ไม่ใช่ให้ข้อมูลหรือรับสายโทรศัพท์?

  1. The visitors answered the home team's early goal with two goals before halftime.
  2. The referee answered the phone during the break.
  3. The coach answered a reporter's question after the match.
ดูคำตอบ

The visitors answered the home team's early goal with two goals before halftime.

In the chaotic battle,

6:26

ในสมรภูมิรบอันวุ่นวาย

both parties lose countless fighters

6:27

ทั้งสองฝ่ายต้องสูญเสียนักรบนับไม่ถ้วน

on the increasingly acidic battlefield.

6:29

บนสนามรบที่มีสภาพเป็นกรดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

After a few minutes,

6:32

ไม่กี่นาทีต่อมา

the backup from the outposts arrive,

6:33

กำลังเสริมจากป้อมปราการก็มาถึง

and the time window for a successful attack สำนวน

6:35

และช่วงเวลาทองสำหรับการโจมตีให้สำเร็จ

slowly closes.

6:38

ก็ค่อยๆ ปิดลง

สำนวน

เมื่อช่วงเวลาที่มีอยู่กำลังปิดลง

ในที่นี้ time window หมายถึงช่วงเวลาจำกัดที่การกระทำหนึ่งยังมีโอกาสสำเร็จ เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงหน้าต่างจริง ๆ เมื่อ the time window closes ช่วงเวลาที่ใช้ประโยชน์ได้นั้นก็สิ้นสุดลง ในประโยคนี้ การมาถึงของกำลังเสริมทำให้การโจมตีสำเร็จได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น slowly closes จึงสื่อว่าโอกาสกำลังค่อย ๆ หายไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงช่วงเวลาจำกัดซึ่งยังมีโอกาสประสบความสำเร็จ: With the battery losing power, the ____ for sending the data is closing.

ดูคำตอบ

time window

This is when the battle turns. การใช้คำ

6:39

นี่คือช่วงเวลาที่กระดานพลิก

การใช้คำ

The battle turns: สถานการณ์การรบพลิกผัน

ในที่นี้ the battle turns หมายถึงทิศทางหรือความได้เปรียบในการต่อสู้เปลี่ยนไป turn เป็นคำกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการหมุนทางกายภาพ ประโยคสั้น ๆ นี้บอกถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง บริบทจะบอกว่าฝ่ายใดเริ่มได้เปรียบ หากทิศทางยังไม่ชัด ภาษาอังกฤษมักเติม in our favor หรือ against them

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ turn เพื่อหมายถึงกระแสหรือความได้เปรียบของเหตุการณ์เปลี่ยนไป

  1. The game turned after the goalkeeper saved a penalty.
  2. The meeting turned into a party after the announcement.
  3. Leo turned the handle to open the door.
ดูคำตอบ

The game turned after the goalkeeper saved a penalty.

The defenders slowly push back the attack party. กริยาวลี

6:42

ฝ่ายตั้งรับค่อยๆ ดันกลุ่มผู้โจมตีให้ถอยร่นไป

กริยาวลี

“push back” ในความหมายว่าผลักกลุ่มที่รุกคืบให้ถอยกลับ

ในที่นี้ push back หมายถึงบังคับให้คนหรือกลุ่มที่กำลังรุกคืบถอยหลัง ฝ่ายป้องกันไม่ได้เพียงหยุดการโจมตี แต่การต้านทานของพวกเขาทำให้ยึดพื้นที่คืนและบังคับให้หน่วยจู่โจมถอยจากตำแหน่งที่รุกเข้ามา ในที่นี้ push เป็นสกรรมกริยา: push back the attack party เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ปกติจะวาง back ไว้หลังคำสรรพนาม: push them back กรรมช่วยให้เลือกความหมายได้ กลุ่มคนที่เคลื่อนที่ได้ทำให้เห็นชัดว่าที่นี่เป็นความหมายทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ push back ในความหมายทางกายภาพแบบเดียวกับในคำบรรยาย

  1. We pushed back the meeting until Friday.
  2. The team pushed back on the new rule.
  3. The guards pushed back the crowd at the gate.
ดูคำตอบ

The guards pushed back the crowd at the gate.

In the end,

6:45

ในท้ายที่สุด

the attackers can't keep up กริยาวลี

6:46

ผู้โจมตีไม่สามารถต้านทานได้

and have to retreat.

6:47

และต้องล่าถอยกลับไป

กริยาวลี

“keep up” ในความหมายว่ารักษาจังหวะหรือความพยายาม

ในที่นี้ can't keep up หมายถึงฝ่ายโจมตีไม่สามารถรักษาความเร็ว ความเข้มข้น หรือความพยายามที่การต่อสู้ต้องการได้ต่อไป สำนวนนี้บอกว่าพวกเขาไม่อาจดำเนินการที่ทำอยู่ต่อได้ จึงต้องล่าถอย Keep up ใช้โดยไม่มี with เพราะไม่ได้ระบุคนหรือสิ่งใดเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบโดยเฉพาะ ในบริบทอื่น keep up with + คำนาม จะระบุว่ากำลังพยายามตามใครหรืออะไรให้ทัน เช่น keep up with the class

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ keep up โดยไม่มี with ในความหมายว่ารักษาจังหวะหรือความพยายามที่จำเป็น

  1. You're doing great, Maya—keep it up!
  2. At first Maya worked quickly, but she couldn't keep up.
  3. Maya couldn't keep up with her older brother.
ดูคำตอบ

At first Maya worked quickly, but she couldn't keep up.

For both parties,

6:49

สำหรับทั้งสองฝ่าย

it was a costly battle. การใช้คำ

6:50

นี่เป็นสงครามที่ต้องแลกมาด้วยราคาแพง

การใช้คำ

costly battle: ความสูญเสียร้ายแรง ไม่ใช่แค่ราคาสูง

ในที่นี้ costly หมายถึงการก่อให้เกิดความสูญเสียหรือความเสียหายอย่างหนัก การต่อสู้ทำให้ทั้งสองฝ่ายสูญเสียชีวิตจำนวนมาก ดังนั้น cost จึงไม่ได้หมายถึงเงินเท่านั้น ใช้ costly กับการกระทำหรือเหตุการณ์ที่มีผลเสียร้ายแรง เช่น a costly mistake, a costly delay, a costly victory หรือ a costly conflict คำนามหลัง costly คือสิ่งที่นำมาซึ่งความสูญเสียนั้น

แบบฝึกหัด

คำใดอธิบายความผิดพลาดในสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุด? The missed safety check caused injuries and a month-long shutdown.

  1. colorful
  2. expensive
  3. costly
ดูคำตอบ

costly

Thousands of corpses lie piled up on the ground

6:53

ซากศพหลายพันซากกองพะเนินอยู่บนพื้นดิน

under the battlefield,

6:55

ใต้สนามรบ

and many ants are severely injured.

6:56

และมดหลายตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส

The defending colony's nests and brood

6:59

อย่างไรก็ตาม รังและตัวอ่อนของฝ่ายตั้งรับ

are safe, though. ลำดับความ

7:02

ยังคงปลอดภัย

ลำดับความ

though ท้ายประโยคใน safe, though

เมื่ออยู่ท้ายประโยค though มีความหมายว่า however หรือ even so คือ อย่างไรก็ตาม หรือ ถึงอย่างนั้น คำนี้ย้อนกลับไปเชื่อมกับแนวคิดก่อนหน้าว่าการต่อสู้ต้องแลกมาด้วยความสูญเสีย แล้วเสริมผลที่ตรงข้ามว่า รังและตัวอ่อนยังปลอดภัย ตรงนี้ though ไม่ได้ขึ้นต้นอนุประโยคใหม่ ผู้พูดบอกผลหลักก่อน แล้วเติม though สั้น ๆ ท้ายประโยคเพื่อเชื่อมทั้งประโยคกับข้อความก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ though ท้ายประโยคอย่างถูกต้องเพื่อแสดงความขัดแย้งกับ The test was difficult.?

  1. The test was difficult. I passed, though.
  2. The test was difficult. Although I passed.
  3. The test was difficult. I passed, although.
ดูคำตอบ

The test was difficult. I passed, though.

The attackers' attempt to steal new valuable territory

7:04

ความพยายามของผู้โจมตีที่จะแย่งชิงอาณาเขตใหม่ที่มีค่า

has failed, for today.

7:07

ล้มเหลวลงสำหรับวันนี้

They'll try again soon.

7:09

พวกมันจะกลับมาลองใหม่ในไม่ช้า

But the kingdom will be ready.

7:11

แต่อาณาจักรนี้ก็จะเตรียมพร้อมรับมือ

For the high ants of the floating kingdoms,

7:14

สำหรับมดชั้นสูงแห่งอาณาจักรลอยฟ้า

war is nothing special,

7:16

สงครามไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

it's just a fact of life. สำนวน

7:18

มันเป็นเพียงสัจธรรมของชีวิต

สำนวน

a fact of life: ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในประโยคนี้ a fact of life หมายถึงความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องยอมรับ แม้ผู้คนจะไม่ชอบก็ตาม สงครามถูกนำเสนอว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตที่เกิดขึ้นเป็นปกติและซ้ำ ๆ สำหรับมดเหล่านี้ ไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษเพียงครั้งเดียว วลีนี้เป็นสำนวน ไม่ได้หมายถึงเพียงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชีวิต แต่ยังสื่อท่าทีว่าสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นเป็นปกติ เปลี่ยนแปลงได้ยาก และต้องรับมือกับมัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”: Unexpected delays are ____ when you travel in winter.

ดูคำตอบ

a fact of life

Because as we know, ลำดับความ

7:20

เพราะอย่างที่เรารู้กันดี

empires never ever have enough. น้ำเสียง/เจตนา

7:21

จักรวรรดิไม่เคยมีคำว่าพอ

ลำดับความ

as we know: ระบุว่าเป็นความรู้ร่วมกัน

as we know วางไว้หน้าข้อความเพื่อเสนอว่าข้อความนั้นเป็นสิ่งที่ทั้งผู้พูดและผู้ฟังรู้อยู่แล้ว วลีนี้จัดลำดับข้อมูลโดยถือว่าข้อความถัดไปเป็นความเข้าใจร่วมกัน ผู้พูดจึงดำเนินเรื่องต่อได้โดยไม่ต้องอธิบายหรือพิสูจน์ก่อน วลีนี้ไม่ได้รับประกันว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว ในที่นี้ never ever have enough เป็นการกล่าวเหมารวมเชิงขบขันและเหน็บแนมเล็กน้อย ส่วน as we know เป็นการชวนให้ผู้ฟังมองเรื่องนี้ในมุมเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอข้อความของตนว่าเป็นความรู้ร่วมกัน ไม่ใช่ข้อมูลที่อาจยังไม่ครบถ้วน

  1. We are checking whether the library closes at six.
  2. As far as we know, the library closes at six.
  3. As we know, the library closes at six.
ดูคำตอบ

As we know, the library closes at six.

น้ำเสียง/เจตนา

การเน้นอย่างหนักด้วย never ever

ใน never ever คำว่า ever ใช้เน้น never ให้หนักขึ้น วลีทั้งหมดหมายถึง “ไม่มีวันอย่างเด็ดขาด” ไม่ใช่การปฏิเสธซ้อน และ ever ไม่ได้เปลี่ยนความหมายปฏิเสธให้เป็นบวก ในประโยคนี้ การเน้นย้ำเพิ่มอารมณ์และน้ำเสียงเสียดสี โดยนำเสนอว่าจักรวรรดิต้องการดินแดนหรืออำนาจเพิ่มอยู่เสมอ รูปแบบนี้ยังใช้ได้เมื่อผู้พูดต้องการให้การปฏิเสธ การบอกปัด คำสัญญา หรือคำกล่าวทั่วไปฟังดูเด็ดขาดอย่างยิ่ง

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความนี้: “I will never ever break this promise.” never ever เพิ่มความหมายอะไร?

  1. หมายความว่าตอนนี้ยังไม่ได้ผิดสัญญา แต่อาจผิดสัญญาในภายหลัง
  2. ทำให้ความหมายปฏิเสธหนักแน่นและมีอารมณ์มากขึ้น
  3. เปลี่ยนข้อความปฏิเสธให้เป็นข้อความบอกเล่าเชิงบวก
ดูคำตอบ

ทำให้ความหมายปฏิเสธหนักแน่นและมีอารมณ์มากขึ้น

And the weaver ants are ready to fight.

7:24

และมดแดงก็พร้อมเสมอที่จะสู้รบ