วิธีเรียนรู้ให้เร็วขึ้น: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เชื่อมโยงการเขียนด้วยมือ การนอน การออกกำลังกาย และวิธีช่วยจำเข้ากับการเรียนและความจำที่ดีขึ้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. pick up a new skill — กริยาวลี: เข้าใจว่า pick up หมายถึงเรียนรู้ทักษะ ไม่ใช่ยกสิ่งของ และใช้กับภาษา เครื่องดนตรี หรือกีฬาได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. the weirder the sentence is, the better, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้าง the + ขั้นกว่า ที่จับคู่เพื่อเชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง ในที่นี้ยิ่งประโยคแปลกก็ยิ่งจำง่าย 3. Here's a no-brainer. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่านี่เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่บอกว่าคำแนะนำนั้นชัดเจนและแทบไม่ต้องคิด หลีกเลี่ยงการแปลตรงตัวหรือใช้ในบริบททางการ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Whether ... or ...: ข้อสรุปเดียวกันสำหรับสองความเป็นไปได้
ในประโยคนี้ whether นำเสนอสองสถานการณ์ที่เป็นไปได้ คือ การกลับไปโรงเรียน หรือการเลือกเรียนทักษะใหม่ ข้อความหลัก learning new things is amazing ถูกนำเสนอว่าเป็นจริงในทั้งสองสถานการณ์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Whether A or B, C รูปแบบนี้ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังเลือกระหว่าง A กับ B แต่จัดข้อมูลให้เห็นว่า C ยังคงเป็นจริงไม่ว่าความเป็นไปได้ใดจะเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนที่แสดงว่าผลลัพธ์เหมือนกันในทั้งสองสถานการณ์: ____ we meet online ____ in person, the lesson will start at nine.
ดูคำตอบ
Whether · or
Pick up a new skill: เริ่มเรียนรู้ความสามารถใหม่
ในที่นี้ pick up หมายถึงเรียนรู้หรือได้รับมา ดังนั้น pick up a new skill จึงหมายถึงเริ่มพัฒนาความสามารถใหม่ เช่น ความสามารถที่เกี่ยวกับภาษาหรือเครื่องดนตรี ไม่ได้หมายถึงการยกสิ่งของขึ้นตามความหมายทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ pick up + ทักษะ ภาษา เทคนิค หรือความรู้บางอย่าง มักสื่อถึงการเรียนรู้อย่างค่อยเป็นค่อยไป แบบสบาย ๆ หรือผ่านประสบการณ์ แม้ว่าอาจมีการเรียนเป็นชั้นเรียนร่วมด้วยก็ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ pick up ในความหมายว่าเรียนรู้หรือได้รับความรู้หรือทักษะ?
- I picked up the book from the floor.
- I picked up some Italian while living in Rome.
- I picked up my brother after school.
ดูคำตอบ
I picked up some Italian while living in Rome.
But is there a better way to learn something quickly
0:09แต่มีวิธีที่ดีกว่านี้ไหมที่จะเรียนรู้บางอย่างได้อย่างรวดเร็ว
The first step is to + กริยารูปพื้นฐาน
First step is skip the laptop ในคำบรรยายเป็นรูปพูดแบบย่อของ The first step is to skip the laptop ในโครงสร้างมาตรฐาน the ชี้ถึงขั้นแรกที่เฉพาะเจาะจง และ to นำหน้าการกระทำที่ตามหลัง is เมื่อต้องการบอกการกระทำแรกของแผน ให้ใช้ The first step is to + กริยารูปพื้นฐาน รูปย่อในคำบรรยายยังพอเข้าใจได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นแบบในการพูดอย่างรอบคอบหรือในการเขียน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างมาตรฐานสำหรับบอกการกระทำแรกของแผน: ____ wash your hands.
ดูคำตอบ
The first step is to
the way to go: ทางเลือกที่ดีที่สุด
the way to go ในที่นี้เป็นสำนวนที่หมายถึงทางเลือกที่ดีที่สุดหรือเหมาะกับการใช้งานมากที่สุดในสถานการณ์นั้น ประโยคนี้แนะนำให้ใช้ปากกาและกระดาษจดโน้ต ส่วน go ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is the way to go โดย X คือทางเลือกที่คุณแนะนำ สำนวนนี้เสนอทางเลือกนั้นอย่างมั่นใจ ไม่ได้บอกว่าเป็นเพียงหนึ่งในหลายความเป็นไปได้
แบบฝึกหัด
ใน “For a rainy walk, an umbrella is the way to go,” คำว่า “the way to go” หมายถึงอะไร?
- ร่มกำลังจะเคลื่อนที่
- ร่มเป็นทางเลือกที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด
- ร่มบอกว่าควรเดินไปตามทางไหน
ดูคำตอบ
ร่มเป็นทางเลือกที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด
Not only are there oodles of distractions online, โน้ต
0:20เพราะนอกจากโลกออนไลน์จะมีสิ่งรบกวนสารพัดแล้ว
oodles of: วิธีพูดว่า 'มากมาย' แบบไม่เป็นทางการ
oodles of หมายถึงจำนวนหรือปริมาณของบางสิ่งที่มากมายมาก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นว่าสิ่งรบกวนทางออนไลน์มีอยู่มาก และทำให้ข้อความมีน้ำเสียงเบา ๆ ขี้เล่น และเกินจริง แทนที่จะเป็นการบอกปริมาณที่แม่นยำ โดยปกติจะใช้เป็นวลีบอกปริมาณตายตัว oodles of + คำนาม สามารถอยู่หน้าคำนามนับได้พหูพจน์ เช่น oodles of ideas หรือคำนามนับไม่ได้ เช่น oodles of time
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ oodles of ได้ถูกต้องทั้งทางไวยากรณ์และระดับภาษา
- The court hereby awards oodles of damages to the claimant.
- She bought an oodle of apples for the picnic.
- We have oodles of time before the movie starts.
ดูคำตอบ
We have oodles of time before the movie starts.
At a shallower level: การประมวลผลข้อมูลที่ไม่ลึกเท่า
ในประโยคนี้ at a shallower level บอกระดับความลึกของการประมวลผลทางความคิด ไม่ใช่ความลึกทางกายภาพ หมายถึงการจัดการข้อมูลอย่างไม่ลึกมาก โดยมีการวิเคราะห์หรือความเข้าใจน้อยกว่า Shallower เป็นรูปขั้นกว่า ดังนั้นวลีนี้จึงแสดงว่าการประมวลผลแบบนี้ตื้นกว่าการประมวลผลอีกแบบหนึ่ง ตัววลีเองไม่ได้หมายความว่าผู้เรียนมีความสามารถต่ำหรือข้อมูลนั้นง่าย
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง at a shallower level หมายความว่าอะไร
- ข้อมูลอยู่ใกล้พื้นผิวมากกว่าในทางกายภาพ
- ข้อมูลถูกประมวลผลด้วยความลึกหรือการวิเคราะห์ที่น้อยกว่า
- ผู้เรียนมีความสามารถน้อยกว่า
ดูคำตอบ
ข้อมูลถูกประมวลผลด้วยความลึกหรือการวิเคราะห์ที่น้อยกว่า
Not only ... but ... ที่ต้นประโยคและการสลับประธานกับกริยาช่วย
Not only ... but ... เชื่อมสองประเด็นที่เกี่ยวข้องกัน และนำเสนอประเด็นที่สองเป็นข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งมักสำคัญหรือน่าประหลาดใจกว่า ในที่นี้ สิ่งรบกวนจำนวนมากทางออนไลน์เป็นประเด็นแรก ส่วนผลวิจัยเรื่องการประมวลผลที่ตื้นกว่าคือประเด็นหลักของข้อโต้แย้ง เมื่อ Not only ขึ้นต้นอนุประโยคแรก ส่วนขึ้นต้นที่มีลักษณะเชิงปฏิเสธนี้ทำให้เกิดการสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย โดย are อยู่หน้า there ใน Not only are there .... อนุประโยคหลัง but ยังคงใช้ลำดับคำปกติ หาก not only อยู่ภายในอนุประโยคแทนที่จะขึ้นต้น อย่าสลับลำดับคำโดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ Not only ... but ที่ต้นประโยคและการสลับลำดับที่ถูกต้อง: ____ the bus late, ____ it was also crowded.
ดูคำตอบ
Not only was · but
As opposed to: การบอกความแตกต่าง
ในประโยคนี้ as opposed to ใช้เปรียบต่างระหว่างการประมวลผลข้อมูลในระดับที่ตื้นกว่ากับการถอดคำแบบคำต่อคำเพียงอย่างเดียว มีความหมายว่าแทนที่จะหรือเมื่อเทียบกับ โดย opposed ในที่นี้ไม่ได้สื่อถึงการโต้เถียง คำว่า to เป็นคำบุพบท ดังนั้นจึงตามด้วยกลุ่มคำนามหรือรูป -ing ได้ ในที่นี้ตามด้วย transcribing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปรียบต่างด้วยวลีสามคำที่เรียนในบทนี้: The team chose to test the design first, ____ launching it immediately.
ดูคำตอบ
as opposed to
verbatim: ใช้ถ้อยคำเดิมทุกคำ
Verbatim หมายถึง “ใช้ถ้อยคำเดิมทุกคำโดยไม่เปลี่ยนแปลง” ในที่นี้คำนี้บอกวิธีถอดคำพูด คือพิมพ์ถ้อยคำตามที่ได้ยินอย่างตรงตัว คำนี้ไม่ได้หมายถึง “อย่างละเอียดมาก” ประเด็นสำคัญคือถ้อยคำเดิมต้องไม่เปลี่ยน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำวิเศษณ์แบบเป็นทางการที่หมายถึง “ด้วยถ้อยคำเดิมทุกคำ”: The interviewer wrote down Maya's answer ____.
ดูคำตอบ
verbatim
your own words: เรียบเรียงด้วยคำพูดของตนเองแทนการคัดลอก
ในประโยคนี้ your own words หมายถึงถ้อยคำที่คุณเลือกใช้เองเพื่อถ่ายทอดสิ่งที่เข้าใจ แทนการคัดลอกถ้อยคำต้นฉบับ การเรียบเรียงข้อมูลเป็น your own words คือการถอดความ Own ขยาย words เพื่อเน้นว่าใครเป็นผู้เลือกถ้อยคำ ไม่ได้หมายความว่าข้อเท็จจริงหรือแนวคิดนั้นเป็นของคุณ
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่ใช้เมื่อให้เรียบเรียงใหม่แทนการคัดลอก: Please explain the rule in ____, rather than copying the book.
ดูคำตอบ
your own words
นำไปสู่ผลการทำข้อสอบที่ดีขึ้น
ในที่นี้ leads to เชื่อมการกระทำเข้ากับผลลัพธ์ การเรียบเรียงข้อมูลใหม่ด้วยคำพูดของตนเองและเขียนด้วยมือทำให้ผลการทำข้อสอบดีขึ้น Better performance หมายถึงทำข้อสอบได้ดีขึ้น ไม่ได้หมายถึงการแสดงบนเวที รูปแบบคือ lead to + คำนาม นามวลี หรือรูป -ing ใน leads to better performance คำว่า to เป็นคำบุพบทที่นำหน้าผลลัพธ์ ไม่ใช่เครื่องหมายของคำกริยารูป infinitive
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป simple present ของ lead และคำบุพบทที่ตามหลัง: Regular feedback often ____ better performance on later assignments.
ดูคำตอบ
leads to
ได้รับการสอนคำแปลภาษาสวาฮีลี
Teach สามารถมีกรรมสองตัวในประโยค active ได้: someone taught two groups the Swahili translation โดย two groups เป็นกรรมที่ระบุผู้รับการสอน และ the Swahili translation เป็นกรรมที่ระบุเนื้อหาที่สอน ในคำบรรยาย กรรมที่เป็นผู้รับการสอนกลายเป็นประธานของประโยค passive: two groups were taught... ส่วนกรรมที่เป็นเนื้อหายังคงอยู่หลัง were taught รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สอน หรือเมื่อผู้เรียนและเนื้อหาสำคัญกว่าผู้สอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป passive ใน simple past ของ teach: At orientation, the volunteers ____ the emergency procedure.
ดูคำตอบ
were taught
took a break: หยุดชั่วครู่เพื่อพักผ่อน
ในที่นี้ took a break หมายถึงหยุดเรียนชั่วคราวเพื่อพักผ่อน คำว่า break เป็นคำนามที่หมายถึงช่วงพัก ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มนี้ทำสิ่งของแตก รูปแบบที่ใช้ตามปกติคือ take a break โดย take จะเปลี่ยนตามกาลเป็น take, took หรือ taken สำนวนนี้สื่อว่าการหยุดเป็นเพียงชั่วคราว ผู้ฟังจึงมักคาดว่ากิจกรรมจะดำเนินต่อภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึงหยุดชั่วครู่เพื่อพักผ่อน: We've been working for two hours, so let's ____ before we continue.
ดูคำตอบ
take a break
resumed studying: เรียนต่อหลังจากหยุดชั่วคราว
Resumed studying หมายถึงเรียนต่อหลังจากหยุดไปช่วงหนึ่ง การนอนตลอดคืนแบ่งช่วงเรียนทั้งสองออกจากกัน และ resumed แสดงว่ากิจกรรมในตอนเช้าเป็นความต่อเนื่องจากเดิม ไม่ใช่กิจกรรมใหม่ทั้งหมด เมื่อ resume เป็นคำกริยาที่หมายถึงทำต่อหลังจากหยุดพัก สามารถตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ได้โดยตรง เช่น resume the lesson และ resume studying โครงสร้างนี้ไม่ใช้ to หน้ากิจกรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ resume ตามด้วย studying: After the fire drill, the class ____ for the test.
ดูคำตอบ
resumed studying
while ที่ใช้เปรียบต่างผลลัพธ์สองอย่าง
ในประโยคนี้ while เชื่อมอนุประโยคสองส่วนและแสดงความแตกต่างของผลลัพธ์ คือ กลุ่มที่ได้นอนจำได้ 10 คำ เทียบกับเจ็ดคำครึ่งในกลุ่มที่ไม่ได้นอน จึงเข้าใจได้ในความหมายว่า “ส่วน” หรือ “ในทางตรงกันข้าม” การใช้แบบนี้ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน เมื่อ while อยู่ระหว่างข้อความสมบูรณ์สองส่วนที่บอกข้อเท็จจริงต่างกันชัดเจน ให้มองหาการเปรียบเทียบก่อนตีความว่าเกี่ยวกับเวลา
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The first team finished in twelve minutes, while the second needed eighteen,” while แสดงอะไร?
- ความแตกต่างระหว่างผลลัพธ์ของสองทีม
- เวลาที่ทีมแรกทำเสร็จ
- การกระทำสองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ดูคำตอบ
ความแตกต่างระหว่างผลลัพธ์ของสองทีม
get seven and a half: get ในความหมายว่าได้ผลลัพธ์
ในที่นี้ get หมายถึงทำได้หรือได้ผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึงได้รับสิ่งของ เพราะอนุประโยคแรกใช้ recall ไปแล้ว ผู้ฟังจึงเข้าใจ get seven and a half ว่าจำคำได้โดยเฉลี่ยเจ็ดคำครึ่ง Get มักใช้แทนคำกริยาที่เจาะจงกว่าเมื่อรู้ชัดแล้วว่ากำลังทำกิจกรรมอะไร get six อาจหมายถึงตอบถูกหกข้อ ระบุได้หกอย่าง หรือจำได้หกอย่างตามบริบท ส่วน seven and a half คือค่าเฉลี่ยของทั้งกลุ่ม ไม่ใช่ครึ่งหนึ่งของคำที่เป็นสิ่งของ
แบบฝึกหัด
ใน “Rina named nine songs, but I only got six,” got six หมายถึงอะไร?
- ฟังเพลงทุกเพลงเพลงละหกครั้ง
- บอกชื่อเพลงได้ถูกต้องหกเพลง
- ได้รับเพลงหกเพลงมาเป็นสิ่งของ
ดูคำตอบ
บอกชื่อเพลงได้ถูกต้องหกเพลง
motor skill: ความสามารถที่อาศัยการเคลื่อนไหว
Motor skill หมายถึงความสามารถที่ใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างประสานกัน และทำได้คล่องหรือแม่นยำขึ้นจากการฝึก อาจเป็นการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ เช่น การกระโดด หรือการเคลื่อนไหวขนาดเล็ก เช่น การควบคุมเมาส์หรือกดแป้นพิมพ์ motor ในที่นี้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวและการควบคุมร่างกาย ไม่ได้หมายถึงเครื่องยนต์ งานที่ทำบนคอมพิวเตอร์ก็ยังทดสอบ motor skill ได้ หากความสำเร็จขึ้นอยู่กับวิธีที่คนขยับร่างกาย
แบบฝึกหัด
motor skill ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ทักษะในการซ่อมมอเตอร์ไฟฟ้า
- ทักษะที่ใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างประสานกันและพัฒนาด้วยการฝึก
- ทักษะในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ดูคำตอบ
ทักษะที่ใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างประสานกันและพัฒนาด้วยการฝึก
had them learn the task in a slightly altered way, ไวยากรณ์
1:12ต้องเรียนรู้งานเดิมด้วยวิธีที่ปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อย
had them learn: have + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
Had them learn ใช้โครงสร้าง have + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า had ซึ่งเป็นรูปอดีตแสดงว่าการฝึกครั้งนั้นจัดให้หรือทำให้พวกเขาเรียนรู้ โดย them เป็นกรรม และ learn ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to ในที่นี้ การฝึกครั้งนั้นหมายถึงแผนหรือการจัดรูปแบบการทดลอง โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าคน กฎ เหตุการณ์ หรือการจัดการบางอย่างทำให้ใครคนหนึ่งลงมือทำสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ repeat: The coach had the players ____ the drill again.
ดูคำตอบ
repeat
exact same: การเน้นแบบไม่เป็นทางการว่า “เหมือนกันทุกประการ”
ในประโยคนี้ exact same หมายถึง “เหมือนกันทุกประการ” คือวิธีฝึกไม่ได้เปลี่ยนเลย exact ใช้เน้นความหมายของ same ให้ชัดขึ้น exact ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบภาษาที่ไม่เป็นทางการซึ่งใช้กันทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ exact แทน exactly หน้าคำคุณศัพท์อื่นได้เสมอ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับรายงานของโรงเรียนที่เป็นทางการ
- The second group completed exactly the same exercise.
- The second group completed the exact same exercise.
- The second group completed exactly same exercise.
ดูคำตอบ
The second group completed exactly the same exercise.
nearly doubled: เพิ่มขึ้นจนต่ำกว่าสองเท่าเล็กน้อย
double ในที่นี้เป็นคำกริยา หมายถึงทำให้บางสิ่งเพิ่มเป็นสองเท่า หรือเพิ่มขึ้นจนเป็นสองเท่า nearly จำกัดระดับของ doubled จึงหมายความว่าผลลัพธ์เข้าใกล้สองเท่าของค่าที่ใช้เปรียบเทียบ แต่ยังไม่ถึงสองเท่าเต็มที่ ถ้าค่าหนึ่งเพิ่มจาก 100 เป็น 195 ก็เหมาะที่จะใช้ nearly doubled นี่คือการเพิ่มขึ้นประมาณ 95% ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นเกือบ 200%
แบบฝึกหัด
ร้านแห่งหนึ่งขายจักรยานได้ 100 คันเมื่อเดือนที่แล้ว และ 195 คันในเดือนนี้ ประโยคใดอธิบายการเปลี่ยนแปลงได้ถูกต้อง
- Bike sales nearly tripled.
- Bike sales nearly doubled.
- Bike sales exactly doubled.
ดูคำตอบ
Bike sales nearly doubled.
compared to the control group: “เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม”
Compared to ใช้ระบุเกณฑ์ที่นำมาเปรียบเทียบเพื่อตัดสินผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ผู้ที่ใช้สองกลยุทธ์ถูกเปรียบเทียบกับ control group ดังนั้นความแตกต่างที่รายงานจึงเป็นความแตกต่างเมื่อเทียบกับกลุ่มนั้น Control group คือกลุ่มที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงสำคัญในการทดลองและทำหน้าที่เป็นค่าพื้นฐาน ไม่ได้หมายถึงกลุ่มที่ควบคุมคนอื่น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ control group มีบทบาทอะไร?
- กลุ่มนี้ควบคุมวิธีที่คนอื่นทุกคนทำภารกิจ
- กลุ่มนี้เป็นอีกชื่อหนึ่งของกลุ่มที่ใช้สองกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน
- กลุ่มนี้ให้ค่าพื้นฐานสำหรับตัดสินผลของกลุ่มที่ใช้สองกลยุทธ์
ดูคำตอบ
กลุ่มนี้ให้ค่าพื้นฐานสำหรับตัดสินผลของกลุ่มที่ใช้สองกลยุทธ์
สิ่งนี้จะเป็นอย่างไรเมื่อนำมาใช้ในโลกจริง?
look like ในที่นี้ไม่ได้ถามถึงรูปลักษณ์ภายนอก คำถามนี้ถามว่าแนวคิดที่กล่าวมาก่อนหน้าจะปรากฏ ทำงาน หรือได้รับการสัมผัสอย่างไรในสถานการณ์จริง เมื่อมองทั้งประโยค คำถามนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยปิดช่วงที่พูดถึงแนวคิดเชิงนามธรรมหรือผลการทดลอง และส่งสัญญาณว่าตัวอย่างจริงที่เป็นรูปธรรมกำลังจะตามมา คุณสามารถใช้ What does X look like in the real world? เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่ตัวอย่างในลักษณะเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ผู้พูดเพิ่งอธิบายหลักการเรียนรู้เชิงนามธรรมและตอนนี้ต้องการนำเข้าสู่ตัวอย่างจริง คำถามใดใช้เปลี่ยนเข้าสู่ตัวอย่างได้?
- What does this look like in the real world?
- What did this look like before the experiment?
- Who first wrote this theory down?
ดูคำตอบ
What does this look like in the real world?
look like: ถามถึงรูปแบบที่เกิดขึ้นจริง
ในที่นี้ look like หมายถึง “จะออกมาเป็นรูปแบบใดในทางปฏิบัติ” หรือ “จะทำงานอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร” วลี in the real world ทำให้ผู้ฟังไม่เน้นรูปลักษณ์ที่มองเห็น แต่หันไปเน้นการนำไปใช้จริง ใช้คำถามนี้เพื่อขอให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแนวคิด แผนงาน ทฤษฎี หรือการเปลี่ยนแปลงให้เป็นการกระทำ ตัวอย่าง หรือผลลัพธ์ที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่ใช้ถามถึงรูปแบบที่เป็นรูปธรรมของแผน: What does the proposal ____ in the real world?
ดูคำตอบ
look like
Say you're ... ที่ต้นประโยค: เปิดสถานการณ์สมมติ
Say ที่ต้นประโยคนี้ใช้เปิดสถานการณ์สมมติว่า “สมมติว่าคุณกำลังพัฒนาฝีมือเทนนิส” ไม่ได้เป็นคำสั่งให้อีกฝ่ายพูด คำเชื่อมทางวาทกรรมนี้ช่วยสร้างสถานการณ์ที่ชัดเจนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้พูดอธิบายต่อได้ว่าควรลองทำอะไรหรืออาจเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์สมมตินั้น
แบบฝึกหัด
Say ทำหน้าที่อะไรใน “Say you're perfecting your tennis game”?
- บอกให้ผู้ฟังพูดถ้อยคำนั้นออกมาดัง ๆ
- รายงานถ้อยคำที่ใครบางคนเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้
- ใช้เปิดสถานการณ์สมมติ
ดูคำตอบ
ใช้เปิดสถานการณ์สมมติ
โครงสร้างจากปัญหาไปสู่การลงมือทำใน Can't focus? ... Get some exercise.
ส่วนเปิด Can't focus? เป็นคำถามแบบพาดหัวที่ละประธานไว้ ในบริบทนี้มีความหมายเท่ากับ Can't you focus? หรือ Are you unable to focus? ความสั้นของคำถามช่วยนำปัญหาของผู้ฟังขึ้นมาก่อน Get some exercise. เป็นประโยคคำสั่งที่มี you เป็นประธานโดยนัย การวางไว้ต่อจากคำถามทันทีทำให้เกิดโครงสร้างปัญหา–วิธีแก้ที่กระชับ คือระบุความลำบากก่อน แล้วจึงเสนอสิ่งที่ควรลองทำ ในที่นี้ get some exercise หมายถึงทำกิจกรรมทางกาย ไม่ใช่ไปรับแบบฝึกหัด
แบบฝึกหัด
ข้อความใดใช้โครงสร้างแบบกระชับที่เป็นคำถามระบุปัญหา + คำสั่งให้ลงมือทำได้ดีที่สุด
- A short walk can sometimes help with sleepiness.
- Feeling sleepy? Take a short walk.
- Are you feeling sleepy because you stayed up late?
ดูคำตอบ
Feeling sleepy? Take a short walk.
worked out ในความหมายว่าออกกำลังกาย
ในประโยคนี้ worked out เป็นรูปอดีตของกริยาวลีแบบไม่รับกรรม work out และหมายถึงออกกำลังกาย ผู้เข้าร่วมใช้จักรยานอยู่กับที่เป็นเวลา 15 นาที ดังนั้นวลีนี้จึงกล่าวถึงกิจกรรมทางกาย ไม่ใช่การแก้ปัญหาบางอย่าง เมื่อใช้ในความหมายเกี่ยวกับการออกกำลังกาย คนจะเป็นประธาน และ work out มักไม่มีกรรมตรง เช่น They worked out for 15 minutes.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึงออกกำลังกาย: Lena likes to ____ before breakfast.
ดูคำตอบ
work out
stationary bike: จักรยานออกกำลังกายที่อยู่กับที่
ในประโยคนี้ stationary bike คือเครื่องออกกำลังกายในร่มที่เราปั่นได้โดยไม่เคลื่อนที่ไปยังที่อื่น วลีนี้อธิบายว่าผู้เข้าร่วมออกกำลังกายอย่างไรก่อนทำแบบทดสอบความจำ stationary ในที่นี้หมายถึง “ไม่เคลื่อนที่” หรือ “อยู่กับที่” ความหมายนี้ยังพบได้ในวลีอย่าง stationary vehicle และ stationary object
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง: The hotel gym has a ____.
- stationary notebook
- stationary bike
- stationery bike
ดูคำตอบ
stationary bike
significantly faster than: การรายงานความแตกต่างจากการเปรียบเทียบที่มีความหมาย
วลี significantly faster than ใช้เปรียบเทียบเวลาหรือความเร็วของสองกลุ่ม Faster than สร้างความสัมพันธ์ในการเปรียบเทียบ ส่วน significantly บอกว่าความแตกต่างนั้นเห็นได้ชัดหรือมีความหมาย ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ในที่นี้หมายความว่ากลุ่มที่ออกกำลังกายทำแบบทดสอบเสร็จในเวลาน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลังกาย และมีความแตกต่างที่ชัดเจน วลีนี้อธิบายขนาดหรือความสำคัญของช่องว่าง ไม่ได้เพียงบอกว่ากลุ่มนั้น "very fast" โดยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
เติมรายงานด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ด้วยความเร็วที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับ”: Tests showed that the updated app loaded pages ____ the previous version.
ดูคำตอบ
significantly faster than
a quick walk around the block: เดินเร็ว ๆ รอบหนึ่งช่วงตึก
A walk around the block คือการเดินระยะสั้นตามถนนใกล้ ๆ วนรอบหนึ่งช่วงตึก โดยทั่วไปจะกลับมาใกล้จุดเริ่มต้น คำว่า quick เน้นว่าใช้เวลาไม่นาน ในที่นี้ block หมายถึงพื้นที่เมืองที่มีถนนล้อมรอบ ไม่ได้หมายถึงก้อนวัตถุหรือสิ่งกีดขวาง สำนวนนี้สื่อถึงการเดินวนสั้น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง ไม่ใช่เดินทั่วทั้งย่าน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงการเดินวนสั้น ๆ ใกล้ ๆ: I have ten minutes before the meeting, so I'll take ____.
ดูคำตอบ
a quick walk around the block
ใช้ clear your mind ไม่ใช่ clear up your mind
ในประโยคนี้ clear up your mind ต้องการสื่อถึงการทำให้ความคิดไม่วุ่นวายและมีสมาธิมากขึ้น แต่ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ปกติจะใช้ clear your mind หรือ clear your head เพื่อสื่อความหมายนี้ คำว่า up ใช้ในความหมายอื่นของ clear up เช่น การแก้ไขความเข้าใจผิด หรือการบอกว่าอากาศเริ่มแจ่มใสขึ้น โดยปกติจะไม่ใส่ up ในโครงสร้าง clear + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + mind หรือ head
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าพักเพื่อทำให้ความคิดปลอดโปร่งขึ้น
- After reading emails for hours, I stepped outside to clear my mind.
- After reading emails for hours, I stepped outside to clear up a misunderstanding.
- After reading emails for hours, I stepped outside to clear up my mind.
ดูคำตอบ
After reading emails for hours, I stepped outside to clear my mind.
Trying to memorize the electromagnetic spectrum น้ำเสียง/เจตนา
1:55กำลังพยายามจำสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า
Trying to ...?: คำถามสนทนาแบบย่อ
Trying to + คำกริยารูปพื้นฐาน ...? เป็นคำถามแบบย่อที่ไม่เป็นทางการ ในที่นี้มีความหมายว่า “Are you trying to memorize ...?” โดยละประธาน you และกริยาช่วย are ไว้ ผู้พูดใช้รูปนี้เป็นประโยคเปิดสั้น ๆ ที่พูดกับผู้ฟังโดยตรง เพื่อชี้ถึงเป้าหมายที่ผู้ฟังกำลังทำอยู่ก่อนจะเสนอความช่วยเหลือ ส่วนของประโยคที่มีรูปเหมือนคำถามแบบนี้พบได้บ่อยในบทสนทนา โฆษณา หัวเรื่อง และคำอธิบายแบบเป็นกันเอง
แบบฝึกหัด
เติมรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ “Are you trying to keep your houseplants alive while you're away?” ให้สมบูรณ์: “____ keep your houseplants alive while you're away?”
ดูคำตอบ
Trying to
in order of increasing frequency: การระบุเกณฑ์การเรียงลำดับ
In order of + นามวลี ใช้บอกเกณฑ์ที่นำมาใช้เรียงสิ่งต่าง ๆ ในที่นี้เกณฑ์คือ increasing frequency จึงหมายถึงการเรียงสเปกตรัมจากความถี่ต่ำไปหาความถี่สูง Increasing ขยาย frequency ไม่ได้อธิบายการกระทำที่เป็นการจดจำ และในวลีนี้ order หมายถึง “ลำดับ” ไม่ใช่ “คำสั่ง”
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้มีความหมายว่าเรียงจากอุณหภูมิต่ำสุดไปหาอุณหภูมิสูงสุด: “Arrange the samples ____.”
ดูคำตอบ
in order of increasing temperature
Well, who isn't? ในฐานะคำตอบเชิงวาทศิลป์แบบขบขัน
ในคำตอบนี้ Well ช่วยเปลี่ยนเข้าสู่คำตอบเชิงหยอกล้ออย่างนุ่มนวล ส่วน who isn't? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้คาดหวังให้ใครแจกแจงรายชื่อคนที่ไม่ได้ทำกิจกรรมนั้นจริง ๆ แต่พูดให้ดูเหมือนทุกคนทำเหมือนกันเพื่อสร้างอารมณ์ขัน รูปแบบนี้ใช้ตอบคำถามที่เฉพาะเจาะจงเกินไปหรือฟังดูเหมือนมีคำตอบชัดเจนอยู่แล้ว โดยกล่าวเกินจริงว่าเป็นประสบการณ์ร่วมกัน หน้าที่แท้จริงคือสร้างความเห็นพ้องแบบขบขันหรือความรู้สึกว่าเข้าใจกัน ไม่ใช่ยืนยันข้อเท็จจริงว่าทุกคนทำเช่นนั้น
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า “Are you tired after that long hike?” คุณตอบว่า “Well, who isn't?” คุณน่าจะหมายความว่าอะไร?
- ฉันมั่นใจว่าไม่มีใครที่ไหนเหนื่อยเลย
- แน่นอนว่าฉันเหนื่อย เพราะความเหนื่อยเป็นปฏิกิริยาร่วมที่ไม่น่าแปลกใจ
- ฉันต้องการรายชื่อทุกคนที่ไม่เหนื่อย
ดูคำตอบ
แน่นอนว่าฉันเหนื่อย เพราะความเหนื่อยเป็นปฏิกิริยาร่วมที่ไม่น่าแปลกใจ
mnemonic device: เครื่องมือช่วยจำที่มีโครงสร้าง
mnemonic device คือเครื่องมือช่วยจำที่ออกแบบขึ้นโดยตั้งใจ อาจเป็นประโยค แบบแผน คำคล้องจอง ภาพ หรือเบาะแสอื่นที่ช่วยให้ระลึกถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ในประโยคนี้ ข้อความแปลก ๆ เกี่ยวกับชาวดาวอังคารเป็นเบาะแสช่วยจำลำดับผ่านอักษรตัวแรกของแต่ละคำ คำว่า device ในที่นี้หมายถึงวิธีหรือเทคนิค ไม่จำเป็นต้องเป็นอุปกรณ์ที่จับต้องได้ ส่วน mnemonic device เป็นคำเรียกหมวดกว้าง ๆ โดยทำงานผ่านการเชื่อมข้อมูลที่จำยากเข้ากับโครงสร้างที่เรียบง่ายและติดหูติดตามากกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำเป้าหมายสองคำของบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย mnemonic: A rhyme can be a useful ____.
ดูคำตอบ
mnemonic device
การจำข้อมูลให้ขึ้นใจด้วย commit information to memory
To commit information to memory หมายถึงการตั้งใจเรียนรู้ข้อมูลเพื่อให้สามารถนึกออกได้ในภายหลัง ในที่นี้ commit อธิบายกระบวนการทำให้ข้อมูลฝังอยู่ในความคิด ไม่ได้หมายถึงการก่ออาชญากรรมหรือการให้คำมั่นสัญญา รูปแบบทั่วไปคือ commit + something + to memory สำนวนนี้ค่อนข้างเป็นทางการและเน้นกระบวนการสร้างความทรงจำมากกว่าการพูดเพียงว่า remember
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ commit ... to memory และ them: The trainees reviewed the safety rules repeatedly to ____.
ดูคำตอบ
commit them to memory
a limited number of items in our short-term memory. การใช้คำ
2:13ไว้ในความจำระยะสั้นได้เพียงจำนวนจำกัด
Short-term memory: ความจำระยะสั้น
Short-term memory คือระบบที่เก็บข้อมูลปริมาณเล็กน้อยไว้ชั่วครู่ขณะที่กำลังใช้งาน เช่น จำรหัสไว้นานพอที่จะพิมพ์ลงไป ในประโยคนี้ short-term อธิบายระยะเวลาที่เก็บข้อมูล ไม่ได้บอกว่าความจำของคนคนหนึ่งดีหรือไม่ดี และไม่ได้หมายถึงอาการขี้ลืมเพียงอย่างเดียว ข้อมูลที่เก็บใน long-term memory อาจคงอยู่และเรียกใช้ได้นานกว่ามาก
แบบฝึกหัด
นักเรียนคนหนึ่งเห็นรหัสหกหลัก จำไว้ในใจไม่กี่วินาที แล้วจึงพิมพ์ลงไป คำใดอธิบายความจำที่ใช้ได้ดีที่สุด
- long-term memory
- muscle memory
- short-term memory
ดูคำตอบ
short-term memory
By grouping items into a mnemonic, it allows: การแก้ส่วนขยายที่ลอยอยู่
วลี by + -ing ที่ขึ้นต้นประโยคโดยปกติจะอธิบายว่าประธานทางไวยากรณ์ของประโยคหลักทำสิ่งหนึ่งด้วยวิธีใด แต่ในประโยคนี้ประธานคือ it ที่ทำหน้าที่เป็นประธานเชิงรูปแบบ และ it ไม่สามารถจัดกลุ่มสิ่งต่าง ๆ ได้ ดังนั้น By grouping items into a mnemonic จึงไม่มีผู้กระทำที่สมเหตุสมผลและกลายเป็นส่วนขยายที่ลอยอยู่ ควรให้ผู้กระทำเป็นประธานของประโยคหลัก: By grouping items into a mnemonic, you can help your brain hold more information. หรือให้กิจกรรมนั้นเป็นประธานโดยตรง: Grouping items into a mnemonic allows your brain to hold more information.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมีผู้กระทำที่สมเหตุสมผลสำหรับวลี By + -ing ที่อยู่ต้นประโยค
- By grouping items into a mnemonic, you can help your brain retain more information.
- By grouping items into a mnemonic, more information can be retained by your brain.
- By grouping items into a mnemonic, it allows your brain to retain more information.
ดูคำตอบ
By grouping items into a mnemonic, you can help your brain retain more information.
hold onto: เก็บไว้หรือจดจำต่อไป
ในที่นี้ hold onto หมายถึงการเก็บข้อมูลไว้ในความทรงจำต่อไป แทนที่จะปล่อยให้หายไปหรือถูกลืม เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าสมองจับข้อมูลไว้จริง ๆ โครงสร้างคือ hold onto + กรรม ใช้ได้กับการเก็บสิ่งของที่จับต้องได้ ความคิด โอกาส ความเชื่อ หรือความทรงจำ และมักเน้นการป้องกันไม่ให้สิ่งนั้นสูญหายหรือถูกละทิ้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เก็บไว้ต่อไป”: Please ____ your receipt until the refund is processed.
ดูคำตอบ
hold onto
ใช้ aid in the creation of ไม่ใช่ aid into the creation
ในที่นี้ aid into the creation ไม่ใช่การใช้คำร่วมกันแบบมาตรฐานในภาษาอังกฤษ ความหมายที่ต้องการคือ การจัดกลุ่มสิ่งต่าง ๆ เป็นเทคนิคช่วยจำช่วยสร้างความทรงจำระยะยาว หากต้องการสื่อถึงการช่วยเหลือหรือการมีส่วนร่วมในกระบวนการ ให้ใช้ aid in + คำนามหรือรูป -ing เช่น aid in the creation of long-term memories เมื่อ aid เป็นคำกริยา ก็สามารถตามด้วยกรรมตรงได้ เช่น aid the creation of long-term memories โดยปกติ into สื่อถึงการเคลื่อนเข้าไปข้างในหรือการเปลี่ยนไปสู่สภาพใหม่ จึงไม่ใช้เพื่อนำหน้ากระบวนการที่ aid ช่วยในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ aid in + กระบวนการ: Clear labels can ____ the creation of accurate records.
ดูคำตอบ
aid in
the weirder ..., the better: การเปลี่ยนแปลงเชิงเปรียบเทียบที่สัมพันธ์กัน
รูปแบบ the + ขั้นกว่า ..., the + ขั้นกว่า ... เชื่อมคุณลักษณะสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงเข้าด้วยกัน เมื่ออย่างแรกเพิ่มขึ้นหรือลดลง อย่างที่สองก็เปลี่ยนตาม ในที่นี้ ยิ่งประโยคช่วยจำแปลกเท่าไร ก็ยิ่งดีต่อการจดจำเท่านั้น อนุประโยคที่สองสามารถย่อได้เมื่อคำที่ละไว้เข้าใจได้ชัดเจน the better ในที่นี้หมายถึง the better it is for remembering ในรูปแบบนี้ the ทั้งสองคำเป็นเครื่องหมายแสดงการเปรียบเทียบแบบตายตัว ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสัมพันธ์ the + ขั้นกว่า ..., the + ขั้นกว่า ... โดยใช้ more ในช่องว่างทั้งสอง: ____ you practice, ____ confident you become.
ดูคำตอบ
The more · the more
have a higher chance of sticking: มีแนวโน้มที่จะจำได้ง่ายกว่า
have a higher chance of หมายถึง มีโอกาสมากกว่าที่จะ... เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงใช้รูป -ing: chance of + คำกริยา-ing ในที่นี้ sticking ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงประโยคที่ไม่เหมือนใครมีแนวโน้มจะอยู่ในความทรงจำมากกว่า ส่วน in memory ละไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ have a higher chance of และรูป -ing ของ stick: Surprising names ____ in people's memories than ordinary names.
ดูคำตอบ
have a higher chance of sticking
out loud: เปล่งเสียงออกมา ไม่ใช่พูดในใจ
ใน say it out loud คำว่า out loud เป็นวลีวิเศษณ์ที่บอกวิธีพูด หมายถึงใช้เสียงให้ได้ยินคำพูดจริง ๆ แทนที่จะพูดอยู่เพียงในใจ วลีนี้มักใช้หลังคำกริยาอย่าง say และ read ส่วน aloud ใน read aloud หรือ say it aloud ก็มีความหมายพื้นฐานเหมือนกัน
แบบฝึกหัด
ครูต้องการได้ยินคำพูด แต่ไม่ได้ขอให้ใช้เสียงดัง ประโยคใดเหมาะสมที่สุด
- I read the answer in my head.
- I read the answer loudly.
- I read the answer out loud.
ดูคำตอบ
I read the answer out loud.
When given ในฐานะอนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อไว้
When given เป็นรูปย่อของอนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำ มีความหมายเท่ากับ when they were given โดยประธาน they ที่ละไว้หมายถึงคนกลุ่มเดียวกับประธาน they ในประโยคหลัก ในโครงสร้างช่วงต้นประโยคที่ยาวกว่า given ... และ asked ... เป็นคำกริยารูป participle แบบถูกกระทำที่เชื่อมขนานกัน ทั้งสองส่วนบอกว่าผู้เข้าร่วมถูกทำอะไรบ้างก่อนที่จะนึกคำออก โครงสร้างกระชับนี้พบได้บ่อยในรายงานการวิจัย คำสั่ง และงานเขียนที่เป็นทางการอื่น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ when ตามด้วยรูป past participle ของ give: ____ clear instructions, the group finished the task quickly.
ดูคำตอบ
When given
already ... previously: ตัดตัวบอกเวลาที่ซ้ำกัน
ใน already read previously ทั้ง already และ previously ต่างก็ชี้ไปยังเวลาที่ก่อนหน้านั้น ในที่นี้ past perfect อย่าง had read ก็วางการอ่านไว้ก่อนงานระบุคำที่เกิดขึ้นภายหลังอยู่แล้ว ดังนั้นการใช้คำวิเศษณ์ทั้งสองจึงไม่ได้เพิ่มความแตกต่างที่จำเป็น เพื่อให้สำนวนกระชับขึ้น ให้เก็บไว้เพียงอย่างเดียว คือ had already read หรือ had read previously โดย already มักเน้นว่าการกระทำเสร็จแล้วภายในจุดเวลานั้น ส่วน previously เป็นวิธีบอกว่า “ก่อนหน้านี้” ที่เป็นกลางและเป็นทางการกว่าเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดคงน้ำหนักการเน้นของ already ไว้ พร้อมหลีกเลี่ยงตัวบอกเวลาก่อนหน้าที่ซ้ำกัน?
- She had already read the chapter.
- She had already read the chapter previously.
- She had read the chapter previously.
ดูคำตอบ
She had already read the chapter.
Here's a no-brainer: การนำเสนอว่าบางสิ่งเห็นได้ชัด
a no-brainer เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้กับคำถาม ตัวเลือก งาน หรือคำแนะนำที่คำตอบชัดเจนมากจนแทบไม่ต้องคิด ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของที่ไม่มีสมอง Here's ใช้เกริ่นคำแนะนำถัดไปของผู้พูด การเรียกคำแนะนำนั้นว่า a no-brainer ทำให้คำแนะนำดูง่าย ชัดเจน และยอมรับได้ง่าย
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดสื่อได้ดีที่สุดว่าการตัดสินใจนั้นชัดเจนและแทบไม่ต้องคิด?
- It has no brain.
- It is impossible to decide.
- It's a no-brainer.
ดูคำตอบ
It's a no-brainer.
Make sure + อนุประโยค เพื่อยืนยันเงื่อนไขที่จำเป็น
Make sure + ประธาน + กริยา ใช้บอกให้ใครสักคนตรวจสอบหรือทำให้แน่ใจว่าข้อเท็จจริงหรือสภาวะหนึ่งเป็นจริง ใน Make sure you're hydrated. ส่วน you're hydrated เป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ โดย you're ย่อมาจาก you are และ hydrated หมายถึงร่างกายมีน้ำเพียงพอ โครงสร้างนี้ใช้บ่อยในคำเตือนเรื่องความปลอดภัย การเตรียมตัว และเงื่อนไขที่จำเป็น สามารถละ that หน้าอนุประโยคได้ ดังนั้น Make sure that you're hydrated ก็ถูกต้อง แต่รูปที่ไม่มี that ก็เป็นธรรมชาติมาก
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนเรื่องความปลอดภัยโดยใช้ make sure + อนุประโยค: '____ carrying enough water for the hike.'
ดูคำตอบ
Make sure you're
abstained from fluids: โครงสร้าง abstain from + คำนาม
ในการศึกษานี้ abstained from fluids หมายความว่าผู้เข้าร่วมตั้งใจไม่ดื่มอะไรเลย คำว่า fluids ในที่นี้หมายถึงเครื่องดื่มหรือของเหลวที่ดื่มได้ ไม่ได้หมายถึงสสารทุกชนิดที่ไหลได้ โครงสร้างคือ abstain from + คำนามหรือรูป -ing เป็นสำนวนทางการที่ใช้บอกการเลือกหรือการถูกกำหนดให้งดบริโภคบางสิ่งหรือไม่เข้าร่วมกิจกรรมบางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งทางการให้สมบูรณ์ด้วย abstain และคำบุพบทที่ต้องใช้: Before the blood test, patients must ____ food and drink for eight hours.
ดูคำตอบ
abstain from
while the other group wasn't: การละคำหลังคำกริยาช่วย
ในอนุประโยคที่แสดงความเปรียบต่าง wasn't ใช้แทน wasn't given 500 ml of water right before the test ภาษาอังกฤษสามารถละคำที่ซ้ำหลังคำกริยาช่วยได้เมื่อความหมายที่หายไปเข้าใจได้ชัดเจนจากอนุประโยคแรก คำกริยาช่วย was ยังคงโครงสร้างกรรมวาจกและอดีตกาล ส่วน not ทำให้อนุประโยคที่สองเป็นปฏิเสธ while ในที่นี้เชื่อมสองกลุ่มและแสดงความเปรียบต่าง ไม่ได้หมายถึงสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปรียบต่างด้วยคำกริยาช่วยปฏิเสธรูปย่อ โดยละคำซ้ำ invited to the concert: Maya was invited to the concert, but Leo ____.
ดูคำตอบ
wasn't
This is because: เชื่อมผลลัพธ์เข้ากับเหตุผล
“This” ย้อนกลับไปชี้ถึงผลลัพธ์ที่เพิ่งกล่าวไป “This is because” บอกผู้ฟังว่าข้อมูลถัดไปจะอธิบายว่าทำไมผลลัพธ์นั้นจึงเกิดขึ้น ในที่นี้ because นำอนุประโยคที่สมบูรณ์ “water helps improve overall mental processing and learning” จึงเกิดลำดับที่ชัดเจนว่า กล่าวผลลัพธ์ก่อน แล้วตามด้วย “This is because” + อนุประโยคที่บอกเหตุผล
แบบฝึกหัด
Mia จำได้มากขึ้นหลังจากพักสั้น ๆ ข้อใดเชื่อมกลับไปยังผลลัพธ์นั้นและนำเหตุผลที่เป็นอนุประโยคสมบูรณ์?
- After all, short breaks help her focus again.
- This is because short breaks help her focus again.
- This is because of the extra rest.
ดูคำตอบ
This is because short breaks help her focus again.
after all that hard work: จากความพยายามไปสู่รางวัล
after แสดงเวลาหลังจากช่วงแห่งความพยายามสิ้นสุดลง วลีนามทั้งหมด “all that hard work” หมายถึงความพยายามที่กล่าวถึงไปแล้ว และ “all that” ช่วยเน้นว่ามีความพยายามมาก เมื่อเป็นวลีบอกเวลาต้นประโยค “after all that hard work,” จะเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับสิ่งที่จะทำต่อไป ซึ่งในที่นี้คือการให้รางวัลตัวเอง วลีนี้ไม่ใช่คำเชื่อมทางความคิด “after all,” ที่หมายถึง “เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว” หรือ “อย่างไรก็ตาม”
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมายที่ย้อนมองช่วงเวลาแห่งความพยายามอันยาวนาน: “____, take a day off and celebrate.”
ดูคำตอบ
After all that hard work
give yourself a reward: ให้รางวัลตัวเอง
ในประโยคนี้ give yourself a reward หมายถึงการตั้งใจมอบสิ่งที่ทำให้มีความสุขหรือเกิดประโยชน์แก่ตัวเอง หลังจากพยายามหรือบรรลุเป้าหมายแล้ว รางวัลอาจเป็นอะไรก็ได้ที่ช่วยสร้างแรงจูงใจ ไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน yourself เป็นสรรพนามสะท้อน เพราะผู้ให้กับผู้รับเป็นคนเดียวกัน และต้องเปลี่ยนให้ตรงกับประธาน เช่น I give myself..., she gives herself... และ we give ourselves....
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ give + สรรพนามสะท้อนที่ตรงกับประธาน + a reward: After I finish all my chores, I'll ____.
ดูคำตอบ
give myself a reward
One study found that reward-motivated learning,
3:11งานวิจัยหนึ่งพบว่าการเรียนรู้ที่มีรางวัลเป็นแรงจูงใจ
monetary compensation: ค่าตอบแทนที่เป็นเงิน
Monetary compensation หมายถึงค่าตอบแทนที่จ่ายในรูปของเงิน ในที่นี้ใช้เรียกสิ่งที่ผู้เข้าร่วมได้รับเพื่อแลกกับการเข้าร่วมการศึกษา โดย compensation หมายถึงค่าตอบแทน ไม่จำเป็นต้องเป็นค่าเสียหายจากการบาดเจ็บหรือการสูญเสียเสมอไป วลีนี้เป็นนามวลี โดย monetary ขยาย compensation และจำกัดว่าการจ่ายต้องเป็นเงิน แทนที่จะเป็นสวัสดิการอื่น เช่น สินค้าหรือวันหยุด
แบบฝึกหัด
เติมประกาศการวิจัยแบบเป็นทางการด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงการจ่ายเป็นเงิน: Participants will receive ____ for completing all sessions.
ดูคำตอบ
monetary compensation
This finding highlights how: เชื่อมโยงผลลัพธ์กับกลไกที่ผลนั้นเปิดเผย
This finding ย้อนกลับไปอ้างถึงผลเฉพาะที่เพิ่งรายงาน และใช้ผลนั้นเป็นหลักฐาน แทนที่จะนำเสนอการทดลองใหม่ กรอบ highlights how พาจากผลดังกล่าวไปสู่ความสำคัญของผลนั้น กล่าวคือ ผลนี้ดึงความสนใจไปยังกระบวนการที่แรงจูงใจจากรางวัลส่งเสริมการสร้างความทรงจำ ในที่นี้ highlights หมายถึง “ทำให้ชัดเจนหรือเด่นชัดเป็นพิเศษ” และ how ใช้นำเข้าสู่กระบวนการหรือกลไก ไม่ใช่คำถาม
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดอธิบายหน้าที่ของ This finding highlights how ในประโยคได้ดีที่สุด?
- บอกว่าคำในรายงานถูกทำเครื่องหมายด้วยสี
- นำเสนอการทดลองใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
- เปลี่ยนจากผลที่รายงานไปสู่กลไกที่ผลนั้นเปิดเผย
ดูคำตอบ
เปลี่ยนจากผลที่รายงานไปสู่กลไกที่ผลนั้นเปิดเผย
via the release of: ระบุกลไกที่ทำให้เกิดผล
Via the release of เป็นวลีเชิงกลไกที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึง “ผ่านการปล่อยหรือหลั่งออกมา” ในประโยคนี้ การหลั่งโดพามีนถูกนำเสนอเป็นเส้นทางที่ทำให้แรงจูงใจจากรางวัลส่งเสริมการสร้างความทรงจำ Via เป็นคำบุพบท ส่วน the release เป็นนามวลี และ of นำเข้าสู่สิ่งที่ถูกปล่อยออกมา รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ “ผลหรือกระบวนการ + via the release of + สาร” ซึ่งบอกวิธีการ ไม่ใช่เวลาที่เกิดขึ้นภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเชิงกลไกแบบเป็นทางการที่เป็นเป้าหมาย: The device cools the chamber ____ compressed gas.
ดูคำตอบ
via the release of
Prior to + คำนามหรือรูป -ing
Prior to หมายถึง “ก่อน” และใช้บอกเวลาที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ในที่นี้ prior to learning หมายความว่าบางสิ่งเกิดขึ้นก่อนที่การเรียนรู้จะเริ่มต้น ใน prior to คำว่า to เป็นคำบุพบท หลังคำนี้ต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น prior to the lesson และ prior to learning ไม่ใช้กริยารูปพื้นฐาน learn ตามหลังโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งทางการให้สมบูรณ์ด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ก่อน”: ____ entering the pool, take a shower.
ดูคำตอบ
Prior to
Keen to + กริยารูปพื้นฐาน
Keen to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสนใจมากหรืออยากทำบางสิ่งอย่างมาก ในประโยคนี้ keen to learn แสดงถึงความต้องการอย่างมากที่จะเรียนรู้ให้เร็วขึ้น หลัง keen to ใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น keen to learn, keen to help และ keen to start ในที่นี้ to ใช้สร้างรูป infinitive
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ keen to ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่า Maya อยากเข้าร่วมอย่างมาก
- Maya is keen to join the science club.
- Maya is keen to joining the science club.
- Maya is keen on join the science club.
ดูคำตอบ
Maya is keen to join the science club.
and is one of the best places to do just that.
3:34และเป็นหนึ่งในแหล่งที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนรู้ให้เร็วขึ้น
Like us, they believe that if you're excited,
3:36เช่นเดียวกับเรา พวกเขาเชื่อว่าถ้าคุณรู้สึกตื่นเต้น
spark curiosity: กระตุ้นให้อยากรู้มากขึ้น
ใน spark curiosity คำว่า spark เป็นคำกริยา แต่ไม่ได้หมายถึงการจุดไฟจริง ๆ ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “ทำให้เริ่มเกิดความอยากรู้อยากเห็น” หรือ “ทำให้ใครบางคนอยากรู้มากขึ้น” รูปแบบคือ spark + ความสนใจ ความรู้สึก ความคิด หรือปฏิกิริยา ในประโยคนี้ คำถามทำให้ผู้ที่ได้ยินเกิดความอยากรู้อยากเห็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ทำให้ใครบางคนอยากรู้มากขึ้น”: A surprising picture can ____ about space.
ดูคำตอบ
spark curiosity
build up: ค่อย ๆ เพิ่มหรือพัฒนาบางสิ่ง
Build up หมายถึงเพิ่มหรือพัฒนาบางสิ่งทีละน้อย ในประโยคนี้หมายถึงการทำให้ความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผลแข็งแรงขึ้นด้วยการเรียนรู้หรือฝึกฝนซ้ำ ๆ ไม่ใช่การสร้างวัตถุจริง ใช้รูปแบบ build up + คำนาม เช่น build up confidence, strength, savings หรือ skills หากกรรมคือ it ให้พูดว่า build it up ไม่ใช่ build up it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป”: Short daily puzzles can ____ your thinking skills over time.
ดูคำตอบ
build up
break down: แบ่งเรื่องซับซ้อนเพื่อวิเคราะห์ทีละส่วน
ในที่นี้ break down หมายถึงแบ่งเรื่องที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนเล็ก ๆ เพื่อให้วิเคราะห์หรืออธิบายได้ง่ายขึ้น กรรมของคำกริยาคือหลักฟิสิกส์ของประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการพิจารณาว่าประสบการณ์เหล่านั้นทำงานอย่างไร break down เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ จึงใช้ได้ทั้ง break the physics down และ break down the physics ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า break it down ไม่ใช่ break down it
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่เรียนด้านบนลงในประโยคภาษาอังกฤษ โดยให้มีความหมายว่า “วิเคราะห์ด้วยการแบ่งเป็นส่วนเล็ก ๆ”: Let's ____ the plan into three clear steps.
ดูคำตอบ
break down
It's a great way to challenge your mind on the go, สำนวน
3:49นี่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการลับสมองระหว่างเดินทาง
on the go: ขณะอยู่นอกบ้าน เดินทาง หรือกำลังยุ่ง
ในที่นี้ on the go หมายถึงขณะที่อยู่นอกสถานที่ประจำ กำลังย้ายจากกิจกรรมหนึ่งไปอีกกิจกรรมหนึ่ง หรือกำลังยุ่ง ประโยคนี้บอกว่าคุณสามารถฝึกสมองระหว่างเดินทางหรือในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่อยู่นอกสภาพแวดล้อมตามปกติได้ สำนวนนี้ไม่ได้กำหนดว่าต้องกำลังเดินเท้า ในรูปแบบอย่าง learn on the go หรือ eat on the go สำนวนนี้ทำหน้าที่เป็นวลีวิเศษณ์ที่บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นเมื่อใดหรือในสถานการณ์ใด
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ขณะอยู่นอกสถานที่ประจำหรือกำลังยุ่งกับการย้ายจากกิจกรรมหนึ่งไปอีกกิจกรรมหนึ่ง” ลงในประโยคภาษาอังกฤษ: This app makes it easy to learn ____.
ดูคำตอบ
on the go
And let us know how it's helped you learn faster.
4:00แล้วบอกเราด้วยว่ามันช่วยให้คุณเรียนรู้เร็วขึ้นอย่างไร
And subscribe for more weekly videos every Thursday.
4:02และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอใหม่ทุกสัปดาห์ในวันพฤหัสบดี