การงีบหลับของคุณควรนานแค่ไหน? - Sara C. Mednick: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
673 คำ 152 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าความยาวของการงีบกำหนดระยะการนอนที่เราเข้าสู่ได้อย่างไร และเหตุใดจึงส่งผลต่อความตื่นตัว ความจำ การเชื่อมโยงความคิดคล้ายความฝัน และความง่ายในการตื่น นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าเวลาที่งีบและการเป็นคนที่งีบเป็นประจำหรือไม่อาจเปลี่ยนผลลัพธ์ รวมถึงอาจกระทบการนอนตอนกลางคืน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Would taking a nap help or would it derail your day? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เรียนรู้ว่าการใช้ would ซ้ำสร้างคำถามแบบให้เลือกซึ่งเปรียบเทียบผลลัพธ์สองทาง รูปแบบนี้ใช้ชั่งน้ำหนักว่าการตัดสินใจหนึ่งอาจช่วยได้หรือทำให้แผนสะดุด จึงให้เหตุผลได้ละเอียดกว่าคำถามที่ตอบเพียงใช่หรือไม่ 2. often don't kick in until about 15 minutes after waking — กริยาวลี เข้าใจว่า kick in หมายถึงผลเริ่มทำงานหรือเริ่มสังเกตได้ ส่วน not ... until ระบุว่าการเริ่มนั้นล่าช้าจนถึงเวลาหนึ่ง จึงใช้บรรยายประโยชน์ ฤทธิ์ยา กฎ หรือผลกระทบที่ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีได้อย่างชัดเจน 3. but non-nappers may not. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค สังเกตการละคำเพื่อสร้างความเปรียบต่าง โดยต้องเติมความหมาย show cognitive benefits from napping จากประโยคก่อนหน้า การเข้าใจส่วนที่ละไว้ช่วยให้ตามการเปรียบเทียบสั้น ๆ ได้ และไม่เข้าใจผิดว่า may not เป็นความคิดที่กล่าวไม่จบ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Your eyes get heavy and gradually close. วลี

0:07

ดวงตาของคุณเริ่มหนักอึ้งและค่อยๆ ปิดลง

วลี

eyes get heavy: เปลือกตาหนักเพราะง่วง

ใน eyes get heavy คำว่า get หมายถึงเริ่มมีสภาพเป็น ส่วน heavy บรรยายความง่วงที่ทำให้ลืมตาไว้ได้ยาก ไม่ได้หมายความว่าน้ำหนักของดวงตาเพิ่มขึ้นจริง ๆ สำนวนนี้นำเสนอความง่วงเป็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย และมักสื่อว่าคนคนนั้นใกล้จะหลับ สามารถนำไปใช้บรรยายเวลาที่ความเหนื่อยหรือความง่วงเริ่มเข้ามาได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนที่เน้นไว้: By the end of the movie, my eyes ____, and I could barely stay awake.

ดูคำตอบ

got heavy

But wait, it's only lunchtime and you still have so much to do. ลำดับความ

0:12

แต่เดี๋ยวก่อน นี่เพิ่งจะพักเที่ยงและคุณยังมีอะไรให้ทำอีกตั้งเยอะ

ลำดับความ

But wait: หยุดก่อนเปลี่ยนทิศทางของเรื่อง

But wait เป็นคำบอกทิศทางของบทสนทนา ใช้ขัดจังหวะแนวคิดที่กำลังดำเนินอยู่และบอกผู้ฟังว่ายังไม่ควรยอมรับภาพหรือข้อสรุปก่อนหน้านี้ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเปลี่ยนจากภาพของการกำลังจะหลับไปสู่ข้อมูลที่ทำให้เกิดปัญหา นั่นคือเพิ่งถึงเวลาอาหารกลางวันและยังมีงานเหลืออีกมาก ในบริบทอื่น สามารถวางไว้ก่อนคำแก้ไข เรื่องน่าประหลาดใจ หรือรายละเอียดที่ตกหล่นซึ่งเปลี่ยนเนื้อหาหลังจากนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกทิศทางของบทสนทนาสองคำที่เน้นไว้ ซึ่งใช้หยุดเรื่องก่อนการแก้ไข: ____, that map is upside down.

ดูคำตอบ

But wait

Would taking a nap help or would it derail your day? โน้ต

0:17

การงีบหลับจะช่วยได้หรือว่าจะทำให้วันของคุณรวนไปเลย

ไวยากรณ์

Would ... or would ...? สำหรับชั่งน้ำหนักผลลัพธ์สองแบบ

Would taking a nap help or would it derail your day? วางผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นสองแบบไว้คู่กัน คือผลที่เป็นประโยชน์กับผลที่ก่อให้เกิดปัญหา would ตัวแรกใช้เปิดคำถาม ส่วนการใช้ would ซ้ำทำให้ผลลัพธ์ส่วนที่สองมีโครงสร้างขนานกับส่วนแรกอย่างชัดเจน ใช้รูปแบบนี้เมื่อผลลัพธ์ยังไม่แน่นอนและต้องการให้อีกฝ่ายชั่งน้ำหนักทางเลือก แทนที่จะตอบเพียงว่าใช่หรือไม่ใช่ ในที่นี้ would แสดงผลที่คาดว่าอาจเกิดจากการกระทำเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติม would ในส่วนที่ขนานกันทั้งสองส่วนเพื่อทำให้คำถามสมบูรณ์: ____ moving the deadline help, or ____ it create more confusion?

ดูคำตอบ

Would · would

สำนวน

derail your day: ทำให้แผนรวนอย่างรุนแรง

ความหมายตรงตัวของ derail คือการทำให้บางสิ่งหลุดออกจากราง แต่ใน derail your day คำนี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงเหตุการณ์หนึ่งทำให้แผน เวลา หรือจังหวะของวันนั้นออกนอกแนวทางเดิม วลีนี้สื่อถึงผลกระทบที่มากกว่าการขัดจังหวะเล็กน้อย หมายความว่าปัญหาอาจกระทบสิ่งต่าง ๆ ที่ตามมา จนทั้งวันไม่ดำเนินไปตามแผนอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

คอมพิวเตอร์ขัดข้องจนคุณไม่สามารถทำตามตารางเวลาที่เหลือได้ ประโยคใดสื่อถึงผลกระทบในวงกว้างนี้ได้ดีที่สุด?

  1. The failure interrupted me for a moment.
  2. The failure derailed my day.
  3. The failure delayed one task by ten minutes.
ดูคำตอบ

The failure derailed my day.

Our sleep, both at night and in naps, ไวยากรณ์

0:21

การนอนหลับของเราทั้งในตอนกลางคืนและตอนงีบ

is made up of approximately 90 minute sleep cycles with four stages each. โน้ต

0:23

ประกอบด้วยรอบการนอนหลับประมาณ 90 นาที โดยแต่ละรอบมี 4 ระยะ

ไวยากรณ์

both at night and in naps: รวมสองบริบท

ใน both at night and in naps โครงสร้าง both ... and ... เชื่อมวลีบอกบริบทที่ขนานกันสองวลี คือ at night และ in naps โครงสร้างนี้บอกว่าข้อความเกี่ยวกับวงจรการนอนหลับใช้ได้กับการนอนในทั้งสองบริบท ไม่ใช่เพียงบริบทเดียว รูปแบบทั่วไปคือ both + ส่วนแรก + and + ส่วนที่สอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย both ... and ... เพื่อแสดงว่าบัตรนี้ใช้ได้กับการเดินทางสองประเภท: The pass works ____ on buses ____ on trains.

ดูคำตอบ

both · and

วลี

is made up of: ระบุส่วนประกอบขององค์รวม

ใน is made up of ประธานจะระบุสิ่งที่เป็นองค์รวม ส่วนกลุ่มคำนามหลัง of จะระบุส่วนประกอบ ในที่นี้ sleep คือองค์รวม และ sleep cycles คือส่วนประกอบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ whole + form of be + made up of + parts โดยเปลี่ยน be ให้สอดคล้องกับประธานและเวลา เช่น is made up of, was made up of หรือ are made up of

แบบฝึกหัด

ใช้ be made up of ในรูปที่ถูกต้อง: The science club ____ twelve students.

ดูคำตอบ

is made up of

การใช้คำ

approximately 90 minute sleep cycles: คำขยายเวลาที่วางหน้าคำนาม

คำนามหลักคือ sleep cycles ส่วน approximately 90 minute บอกความยาวโดยประมาณของแต่ละรอบ คือประมาณ 90 นาที ไม่ได้หมายความว่าทุกรอบต้องยาว exactly 90 นาที ในที่นี้ 90 minute ทำหน้าที่เป็นคำขยายเวลาชุดเดียวที่วางหน้าคำนาม ในงานเขียนที่เรียบเรียงแล้ว ปกติจะเขียนโดยใส่ขีดกลางเป็น 90-minute sleep cycles และ minute คงรูปเอกพจน์

แบบฝึกหัด

ใช้ 15 และ minute เขียนคำขยายเวลาประสมแบบมาตรฐาน: We took a ____ break before class.

ดูคำตอบ

15-minute

A nap can last anywhere from 5 minutes to 3 hours, ไวยากรณ์

0:29

การงีบหลับอาจใช้เวลาตั้งแต่ 5 นาทีไปจนถึง 3 ชั่วโมง

ไวยากรณ์

can last anywhere from ... to ...: ช่วงระยะเวลาที่กว้าง

ใน can last anywhere from 5 minutes to 3 hours โครงสร้าง anywhere from A to B หมายถึงระยะเวลาอาจเป็นค่าใดก็ได้ภายในช่วงที่กว้าง ในที่นี้ anywhere ไม่ได้หมายถึงสถานที่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ can + คำกริยา + anywhere from A to B ใช้ last เมื่อพูดถึงระยะเวลาที่ดำเนินอยู่ และใช้คำกริยาอย่าง cost หรือ take กับช่วงประเภทอื่น

แบบฝึกหัด

เติมช่วงด้วย anywhere from ... to ...: The repair can take ____ one day ____ a week.

ดูคำตอบ

anywhere from · to

so it can include full sleep cycles or just a few stages.

0:32

มันจึงอาจรวมรอบการนอนหลับแบบเต็มหรือแค่บางระยะ

As you fall asleep, you enter stage one, ไวยากรณ์

0:37

เมื่อคุณเริ่มหลับ คุณจะเข้าสู่ระยะที่ 1

ไวยากรณ์

As you fall asleep: ใช้ as เชื่อมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

ใน As you fall asleep คำว่า as หมายถึง “ขณะที่” หรือ “ในช่วงที่กระบวนการนั้นกำลังเกิดขึ้น” อนุประโยค As you fall asleep กำหนดช่วงเวลาของการเข้าสู่ระยะที่หนึ่ง จึงแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งสองเกิดคาบเกี่ยวกัน ใช้ as + อนุประโยค เมื่อการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงหนึ่งดำเนินไปพร้อมกับอีกกระบวนการหนึ่ง ในที่นี้ as บอกเวลา ไม่ได้บอกเหตุผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงหนึ่งดำเนินไปพร้อมกับอีกกระบวนการหนึ่ง

  1. After the afternoon ended, we went home.
  2. Because the afternoon is warm, I brought water.
  3. As the afternoon gets warmer, the ice melts faster.
ดูคำตอบ

As the afternoon gets warmer, the ice melts faster.

the first 2 to 5 minutes of sleep.

0:40

ซึ่งคือ 2 ถึง 5 นาทีแรกของการนอนหลับ

Stage two comes next for about 30 minutes. วลี

0:42

ระยะที่ 2 จะตามมาเป็นเวลาประมาณ 30 นาที

วลี

comes next: ใช้บอกขั้นตอนหรือระยะถัดไป

comes next หมายถึง “เป็นสิ่งหรือระยะถัดไปตามลำดับ” ในที่นี้ Stage two เป็นประธานเอกพจน์ จึงเติม -s ที่ come เป็น comes next วลีนี้ช่วยเลื่อนคำอธิบายจากระยะการนอนหนึ่งไปยังระยะถัดไป ใช้ ประธาน + come/comes next เพื่อบอกว่าสิ่งใดตามมา ประธานเอกพจน์ใช้ comes ส่วนประธานพหูพจน์ใช้ come

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “เป็นขั้นตอนถัดไป”: After the safety briefing, the equipment check ____.

ดูคำตอบ

comes next

In stage two, body temperature drops, ไวยากรณ์

0:46

ในระยะที่ 2 อุณหภูมิของร่างกายจะลดลง

muscles relax,

0:49

กล้ามเนื้อจะผ่อนคลาย

and breathing and heart rate become more regular.

0:50

และการหายใจรวมถึงอัตราการเต้นของหัวใจจะสม่ำเสมอมากขึ้น

ไวยากรณ์

body temperature drops, muscles relax, and ...: การแจกแจงการเปลี่ยนแปลงด้วยโครงสร้างขนาน

ประโยคนี้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงสามอย่างด้วยหน่วยประธานและกริยาที่มีโครงสร้างขนานกัน ได้แก่ body temperature drops, muscles relax และ breathing and heart rate become more regular ในหน่วยสุดท้าย breathing and heart rate เป็นประธานผสม จึงใช้กริยาพหูพจน์ become การใช้รูปไวยากรณ์เดียวกันกับข้อมูลที่มีความสำคัญเท่ากันช่วยให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ติดตามได้ง่ายขึ้น รูปแบบนี้ยังใช้จัดลำดับขั้นตอน ผลลัพธ์ หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นที่เกี่ยวข้องกันได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้หน่วยประธานและกริยาที่ขนานกันอย่างชัดเจนเพื่อแจกแจงการเปลี่ยนแปลงสามอย่าง

  1. The room gets quiet, the lights dim, and the music slows down.
  2. The room gets quiet, dimming lights, and the music slow.
  3. Quiet in the room, the lights dim, and slowing the music.
ดูคำตอบ

The room gets quiet, the lights dim, and the music slows down.

Your neurons start to fire in unison, วลี

0:54

เซลล์ประสาทของคุณจะเริ่มส่งสัญญาณพร้อมๆ กัน

วลี

start to fire in unison: การเริ่มกิจกรรมประสาทที่เกิดพร้อมกัน

start to fire แสดงถึงการเริ่มต้นของกิจกรรมประสาท ในประสาทวิทยา fire หมายถึงเซลล์ประสาทสร้างสัญญาณไฟฟ้า ไม่ได้หมายถึงการเผาไหม้หรือยิงปืน in unison ในบริบทนี้หมายถึงการทำสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันอย่างประสานกัน เมื่อรวมกัน วลีนี้จึงหมายความว่าเซลล์ประสาทหลายเซลล์เริ่มส่งสัญญาณอย่างพร้อมเพรียงกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษห้าคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เริ่มส่งสัญญาณไฟฟ้าในเวลาเดียวกัน”: When the signal arrives, the neurons ____.

ดูคำตอบ

start to fire in unison

creating waves of activity that sweep across the cortex, วลี

0:57

สร้างคลื่นกิจกรรมที่กวาดผ่านเยื่อหุ้มสมอง

วลี

waves of activity that sweep across the cortex: ระลอกกิจกรรมที่แผ่ผ่านเปลือกสมอง

วลี waves of activity นำเสนอกิจกรรมของระบบประสาทว่าเป็นการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ คล้ายระลอกคลื่น ส่วนอนุประโยคขยาย that sweep across the cortex บอกว่าคลื่นเหล่านั้นทำอะไร นั่นคือเคลื่อนที่หรือแผ่ไปทั่วเปลือกสมองอย่างรวดเร็ว sweep across ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การกวาดทำความสะอาดจริง ๆ สามารถใช้บรรยายแสง เสียง อารมณ์ หรือกิจกรรมอื่นที่เคลื่อนหรือแผ่ผ่านพื้นที่กว้างอย่างรวดเร็วได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sweep across เพื่อบรรยายสิ่งที่เคลื่อนหรือแผ่ผ่านพื้นที่หนึ่ง

  1. The wall swept the beam of light.
  2. She swept the wall with a broom.
  3. A beam of light swept across the wall.
ดูคำตอบ

A beam of light swept across the wall.

punctuated by rapid bursts of neural activity called sleep spindles. โน้ต

1:01

สลับกับการพุ่งวาบอย่างรวดเร็วของกิจกรรมประสาทที่เรียกว่า sleep spindles

วลี

punctuated by rapid bursts of neural activity: ถูกคั่นด้วยการปะทุอย่างรวดเร็วของกิจกรรมประสาท

be punctuated by หมายถึงสภาวะหรือกิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่องถูกคั่นเป็นระยะด้วยเหตุการณ์สั้น ๆ ที่สังเกตได้ชัด ในที่นี้ รูปแบบที่ดำเนินต่อเนื่องถูกแทรกด้วยการปะทุอย่างรวดเร็วของกิจกรรมประสาท rapid bursts หมายถึงกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ ส่วน punctuated ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเติมเครื่องหมายวรรคตอนลงในข้อความ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกขัดจังหวะเป็นระยะด้วย”: The quiet night was ____ occasional bursts of thunder.

ดูคำตอบ

punctuated by

การใช้คำ

called sleep spindles: การตั้งชื่อกิจกรรมทางประสาท

ใน called sleep spindles คำว่า called เป็นกริยาช่องสามที่ใช้บอกชื่อของกลุ่มคำนามด้านหน้า นั่นคือ rapid bursts of neural activity ถูกเรียกว่า sleep spindles รูปนี้ย่อมาจาก that are called sleep spindles และไม่ได้หมายถึงการเรียกที่เกิดขึ้นในอดีต โครงสร้าง คำนาม + called + ชื่อ พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ช่วยให้เดาคำศัพท์เฉพาะจากคำบรรยายที่อยู่ข้างหน้าได้

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายการใช้ called ใน called sleep spindles ได้ถูกต้อง

  1. called แสดงว่าต้องเลือกชื่อใดชื่อหนึ่งจากสองชื่อ
  2. called ใช้บอกชื่อของกิจกรรมที่กล่าวถึงก่อนหน้า
  3. called บอกว่ามีคนกำลังโทรศัพท์
ดูคำตอบ

called ใช้บอกชื่อของกิจกรรมที่กล่าวถึงก่อนหน้า

As you enter stage three or slow wave sleep, การใช้คำ

1:07

เมื่อคุณเข้าสู่ระยะที่ 3 หรือการนอนหลับระยะหลับลึก (slow wave sleep)

การใช้คำ

enter stage three or slow wave sleep: or เพื่อบอกชื่ออีกชื่อหนึ่ง

ใน stage three or slow wave sleep คำว่า or ใช้แนะนำชื่อที่สองของระยะการนอนหลับเดียวกัน วลีนี้หมายถึง stage three หรือที่เรียกว่า slow wave sleep ไม่ได้หมายถึงการเลือกระหว่างสองระยะ วลีทั้งหมดอยู่หลัง enter และทำหน้าที่เป็นกรรมของ enter ดังนั้น enter stage three or slow wave sleep จึงหมายถึงการเข้าสู่ระยะการนอนหลับนั้น ในข้อความอธิบายหรือบทความเชิงวิชาการ or อาจเชื่อมชื่อที่คุ้นเคยกับชื่อทางเทคนิคหรือชื่ออื่นได้

แบบฝึกหัด

or ใน stage three or slow wave sleep ทำหน้าที่อะไร

  1. or ให้เลือกจากระยะการนอนหลับที่แตกต่างกันสองระยะ
  2. or เพิ่มชื่อที่สองให้กับระยะการนอนหลับเดียวกัน
  3. or บอกว่า stage three เกิดขึ้นหลัง slow wave sleep
ดูคำตอบ

or เพิ่มชื่อที่สองให้กับระยะการนอนหลับเดียวกัน

the rolling waves increase as your neurons fire in coordination. ไวยากรณ์

1:10

คลื่นที่ม้วนตัวจะเพิ่มขึ้นขณะที่เซลล์ประสาทส่งสัญญาณประสานกัน

ไวยากรณ์

as your neurons fire in coordination: เชื่อมกระบวนการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

ในประโยคนี้ as นำกระบวนการที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเพิ่มขึ้น กล่าวคือ คลื่นแรงขึ้นขณะที่เซลล์ประสาทส่งสัญญาณร่วมกัน ในที่นี้ as ควรเข้าใจว่า “ขณะที่” หรือ “เมื่อกระบวนการนี้ค่อย ๆ ดำเนินไป” ไม่ได้บอกเหตุผลเพียงอย่างเดียว in coordination หมายถึงเซลล์ประสาททำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ [การเปลี่ยนแปลง] + as + [อีกกระบวนการที่กำลังพัฒนา] ซึ่งเชื่อมสองกระบวนการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงอย่างเป็นธรรมชาติว่าการเปลี่ยนแปลงหนึ่งพัฒนาไปพร้อมกับกิจกรรมที่ประสานกัน

  1. The signal grows stronger as the cells fire in coordination.
  2. The signal stays unchanged although the cells fire together.
  3. The signal grows stronger after the cells stop firing.
ดูคำตอบ

The signal grows stronger as the cells fire in coordination.

This phase lasts about 20 to 30 minutes and is where your deepest sleep occurs. ไวยากรณ์

1:14

ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 20 ถึง 30 นาที และเป็นช่วงที่คุณหลับลึกที่สุด

ไวยากรณ์

is where your deepest sleep occurs: where ที่ใช้ระบุขั้นตอนของกระบวนการ

is where ในที่นี้ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่จริง แต่ระบุว่าระยะนี้คือจุดหนึ่งในกระบวนการที่เกิดการนอนหลับลึกที่สุด รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ [ระยะ ขั้นตอน หรือส่วน] + be + where + [เหตุการณ์] ภาษาอังกฤษใช้ where กับส่วนหนึ่งของกระบวนการได้ เพราะมองว่าส่วนนั้นเป็น “ตำแหน่ง” ที่เหตุการณ์เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be + where เพื่อระบุขั้นตอนในกระบวนการ: The final round ____ the winner is chosen.

ดูคำตอบ

is where

Then you enter REM sleep, การใช้คำ

1:21

จากนั้นคุณจะเข้าสู่ระยะ REM

which lasts about 10 to 20 minutes in a nap.

1:22

ซึ่งกินเวลาประมาณ 10 ถึง 20 นาทีในการงีบหลับ

การใช้คำ

REM sleep: ช่วงการนอนหลับที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว

REM sleep เป็นชื่อของช่วงหนึ่งในการนอนหลับ REM ย่อมาจาก rapid eye movement ซึ่งหมายถึงการกลอกตาอย่างรวดเร็วที่เกี่ยวข้องกับช่วงนี้ ใน "enter REM sleep" คำว่า enter หมายถึงการเข้าสู่ช่วงดังกล่าวตามลำดับของการงีบหลับหรือวงจรการนอนที่ยาวกว่า ให้เข้าใจ REM sleep ทั้งหมดเป็นศัพท์คำเดียวที่เรียกช่วงการนอนหลับนี้

แบบฝึกหัด

REM ใน REM sleep ย่อมาจากอะไร?

  1. rapid eye movement
  2. regular eye motion
  3. resting energy mode
ดูคำตอบ

rapid eye movement

In REM, the brain becomes more active,

1:26

ในช่วง REM สมองจะตื่นตัวมากขึ้น

more like your brain activity while awake. ไวยากรณ์

1:28

คล้ายกับกิจกรรมทางสมองของคุณในขณะที่ตื่นอยู่

ไวยากรณ์

more like ... while awake: คล้ายกับ...มากขึ้นขณะตื่นอยู่

more like ใช้เปรียบเทียบระดับความคล้าย ในประโยคนี้หมายความว่า การทำงานของสมองในช่วง REM ใกล้เคียงกับการทำงานของสมองตอนที่คุณตื่นอยู่มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าสองสภาวะนี้เหมือนกันทุกอย่าง while awake เป็นรูปย่อของ while you are awake โดยบอกว่าจุดที่นำมาเปรียบเทียบคือการทำงานของสมองในขณะที่คุณตื่นอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย more like: After the redesign, the app feels ____ a notebook than a spreadsheet.

ดูคำตอบ

more like

The end of REM signals the completion of a sleep cycle. วลี

1:31

จุดสิ้นสุดของ REM เป็นสัญญาณว่ารอบการนอนหลับเสร็จสมบูรณ์แล้ว

วลี

signals the completion of...: แสดงว่ากระบวนการเสร็จสิ้นแล้ว

ในประโยคนี้ signals เป็นคำกริยาที่หมายถึง “แสดงให้เห็นว่าบางสิ่งเกิดขึ้นหรือมาถึงขั้นหนึ่งแล้ว” ไม่ได้หมายถึง “ส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์” The end of REM คือเหตุการณ์ที่สังเกตได้ และสิ่งที่มันบ่งบอกคือวงจรการนอนหลับหนึ่งรอบเสร็จสมบูรณ์แล้ว โครงสร้าง X signals the completion of Y ใช้เหตุการณ์หรือสัญญาณที่ชัดเจนเพื่อแสดงว่ากระบวนการ ขั้นตอน โครงการ หรือวงจรสิ้นสุดลงแล้ว มักใช้ในการอธิบายอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย signals the completion of: A signed handover form ____ the transfer process.

ดูคำตอบ

signals the completion of

Okay, but will a nap make you feel better? ลำดับความ

1:36

เอาล่ะ แต่การงีบหลับจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นไหม

ลำดับความ

Okay, but...: รับประเด็นก่อนแล้วจึงเปลี่ยนทิศทาง

Okay ใช้รับหรือปิดประเด็นก่อนหน้าอย่างสั้น ๆ ส่วน but บอกว่าผู้พูดกำลังจะเสนอข้อจำกัด ความสงสัย หรือคำถามที่เป็นเรื่องจริงในทางปฏิบัติมากขึ้น ในที่นี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนจากคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ไปสู่คำถามว่าการงีบหลับช่วยได้จริงหรือไม่ เมื่ออยู่ต้นช่วงการพูด Okay, but... ช่วยจัดลำดับข้อมูลในความหมายว่า “ฉันเข้าใจประเด็นนั้นแล้ว ตอนนี้ลองพิจารณาข้อนี้” วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเห็นด้วยทั้งหมดเสมอไป

แบบฝึกหัด

ผู้พูดคนหนึ่งเพิ่งฟังคำอธิบายเกี่ยวกับโครงการ ข้อใดใช้ Okay, but เพื่อเปลี่ยนไปสู่ข้อกังวลในทางปฏิบัติได้ดีที่สุด

  1. Okay, because the budget was printed yesterday.
  2. Okay, and the budget has four sections.
  3. Okay, but what happens if the budget is cut?
ดูคำตอบ

Okay, but what happens if the budget is cut?

Well, that depends on a few things, ลำดับความ

1:38

นั่นขึ้นอยู่กับปัจจัยสองสามอย่าง

especially what stages of sleep the nap includes.

1:40

โดยเฉพาะว่าการงีบหลับนั้นครอบคลุมการนอนหลับระยะใดบ้าง

ลำดับความ

that depends on a few things, especially ...: ให้คำตอบแบบมีเงื่อนไขแล้วเน้นปัจจัยสำคัญ

That depends on a few things บอกก่อนว่าไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้โดยไม่มีเงื่อนไข เพราะมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ จากนั้น especially จะเลือกปัจจัยที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งในประโยคนี้คือระยะการนอนหลับที่อยู่ในการงีบครั้งนั้น ใช้รูปแบบนี้เพื่อจัดลำดับคำตอบที่ซับซ้อน โดยให้คำตอบแบบมีเงื่อนไขก่อน แล้วจึงระบุตัวแปรที่สำคัญที่สุด หลัง especially อาจเป็นนามวลี หรือเป็นคำถามแฝงที่ขึ้นต้นด้วย what เหมือนในประโยคนี้ก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบที่ให้คำตอบแบบมีเงื่อนไขก่อน แล้วจึงเน้นปัจจัยสำคัญ: Whether the picnic happens ____, ____ the weather.

ดูคำตอบ

depends on a few things · especially

Take a 30-minute nap, ลำดับความ

1:44

ลองนึกถึงการงีบหลับ 30 นาที

which consists mainly of stage two sleep. วลี

1:46

ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยการนอนหลับในระยะที่ 2

ลำดับความ

Take a 30-minute nap: ใช้ Take เพื่อยกตัวอย่าง

ในที่นี้ Take a 30-minute nap ไม่ได้สั่งให้ผู้ฟังไปนอน แต่หมายถึง “ใช้การงีบหลับ 30 นาทีเป็นตัวอย่าง” และตั้งสิ่งที่จะนำมาวิเคราะห์ต่อไป คำอธิบายมักใช้ Take + นามวลีเป็นประโยคคำสั่งเชิงวาทศิลป์ จากนั้นอนุประโยคหรือประโยคถัดไปจะบอกลักษณะ ผลลัพธ์ หรือข้อสรุปเกี่ยวกับกรณีนั้น ในที่นี้อนุประโยคที่มี which อธิบายประเภทการนอนหลับหลักของตัวอย่าง

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความเกี่ยวกับคำอธิบายนี้: Take a small company with ten employees. Its costs can rise quickly. ในที่นี้ Take เป็นคำสั่งตามตัวอักษรให้ยกบริษัทขึ้นมา

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

วลี

consists mainly of: อธิบายองค์ประกอบหลัก

Consists mainly of หมายถึง “ประกอบด้วย…เป็นส่วนใหญ่” ในประโยคนี้ การนอนหลับระยะที่สองเป็นส่วนหลักของการงีบ 30 นาที แต่อาจไม่ใช่การนอนหลับเพียงระยะเดียว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “ส่วนทั้งหมด + consist(s) mainly of + องค์ประกอบหลัก” คำว่า mainly จำกัดขอบเขตของข้อความ หากไม่มีคำนี้ consists of อาจทำให้เข้าใจว่าองค์ประกอบหรือรายการที่ตามมาคือส่วนประกอบทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ประกอบด้วย…เป็นส่วนใหญ่”: The workshop ____ group activities.

ดูคำตอบ

consists mainly of

Stage two sleep is associated with long-term potentiation, วลี

1:49

การนอนหลับระยะที่ 2 เกี่ยวข้องกับการเสริมแรงระยะยาว (long-term potentiation)

วลี

is associated with: บอกความสัมพันธ์โดยไม่ยืนยันสาเหตุ

Is associated with หมายถึง “มีความสัมพันธ์กับ” ในที่นี้ การนอนหลับระยะที่สองกับการเสริมศักย์ระยะยาวถูกนำเสนอว่ามีความเกี่ยวข้องกัน แต่ถ้อยคำนี้ไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่งโดยตรง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “A + be associated with + B” รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและกาล เช่น is associated with, are associated with หรือ was associated with

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานความสัมพันธ์โดยไม่ยืนยันว่าปัจจัยหนึ่งทำให้เกิดอีกปัจจัยหนึ่งโดยตรง?

  1. Heavy traffic is associated with higher air pollution levels.
  2. Heavy traffic consists mainly of higher air pollution levels.
  3. Heavy traffic causes higher air pollution levels.
ดูคำตอบ

Heavy traffic is associated with higher air pollution levels.

a process that's thought to strengthen the synapses between neurons, ไวยากรณ์

1:53

ซึ่งเป็นกระบวนการที่เชื่อว่าเสริมความแข็งแกร่งของจุดประสานประสาทระหว่างเซลล์

ไวยากรณ์

that's thought to strengthen: โครงสร้างถูกกระทำสำหรับรายงานความเห็นอย่างระมัดระวัง

ใน a process that's thought to strengthen ... คำว่า that's เป็นรูปย่อของ that is และอนุประโยคขยายใช้บอกลักษณะของ process โครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ be thought to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าโดยทั่วไปผู้คน เช่น นักวิจัย เชื่อว่าข้อความนั้นเป็นจริง โครงสร้างนี้เน้นที่กระบวนการ ไม่ใช่ผู้ที่มีความเห็น และยังนำเสนอผลของการเสริมความแข็งแรงว่าเป็นมุมมองทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอนทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมวลีรายงานแบบถูกกระทำที่หมายถึง “โดยทั่วไปนักวิจัยเชื่อว่า” ลงในประโยค: This process ____ improve long-term memory.

ดูคำตอบ

is thought to

which is essential for learning. วลี

1:56

ซึ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้

วลี

is essential for learning: การบอกเงื่อนไขที่จำเป็น

ใน is essential for learning คำว่า essential หมายถึงบางสิ่งจำเป็นเพื่อให้การเรียนรู้เกิดขึ้นหรือดำเนินไปได้ดี คำนี้ให้น้ำหนักแก่เงื่อนไขนั้นมากกว่า useful หรือ helpful อย่างชัดเจน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be essential for + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ learning คือกิจกรรมที่ต้องอาศัยเงื่อนไขซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง “จำเป็นต่อ” ลงในประโยค: Sleep is ____ healthy growth.

ดูคำตอบ

essential for

A 20-to-30-minute nap stops short of stage three's deep sleep, สำนวน

1:59

การงีบหลับ 20 ถึง 30 นาที จะหยุดก่อนถึงการหลับลึกในระยะที่ 3 พอดี

สำนวน

stops short of stage three's deep sleep: ขอบเขตที่ยังไปไม่ถึง

ในประโยคนี้ stops short of stage three's deep sleep หมายความว่าการงีบสิ้นสุดลงก่อนจะถึงระยะการนอนนั้น การหลับลึกระยะที่สามถูกนำเสนอเป็นขอบเขตที่การงีบไม่ได้ข้ามไป โครงสร้าง stop short of + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงไปไม่ถึงจุด การกระทำ หรือผลลัพธ์อย่างหนึ่ง โครงสร้างนี้อาจใช้กับการกำหนดขอบเขตโดยตั้งใจได้ แต่ในที่นี้เพียงอธิบายผลของระยะเวลา 20 ถึง 30 นาที

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่ากฎนี้เกือบจะเป็นการห้ามทั้งหมด แต่ยังไม่ถึงระดับนั้น

  1. The rule stops short to a total ban.
  2. The rule stops short of a total ban.
  3. The rule stops shortly of a total ban.
ดูคำตอบ

The rule stops short of a total ban.

making it relatively easy to wake up from. ไวยากรณ์

2:03

ทำให้การตื่นขึ้นมานั้นค่อนข้างง่าย

ไวยากรณ์

making it relatively easy to wake up from: การบอกผลลัพธ์

อนุประโยค -ing making it relatively easy to wake up from บอกผลที่เกิดจากอนุประโยคก่อนหน้า เนื่องจากการงีบไม่ได้เข้าสู่การหลับลึก จึงตื่นจากการงีบนั้นได้ง่ายกว่าโดยเปรียบเทียบ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คืออนุประโยคสมบูรณ์ ตามด้วยจุลภาค + making + กรรม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ในที่นี้ it อ้างกลับไปถึงการงีบ และ from อยู่ท้ายประโยคเพราะใจความเต็มคือ wake up from it คำว่า Relatively ทำให้ easy มีน้ำหนักเบาลง คือเปรียบเทียบกับการหลับที่ลึกกว่า ไม่ได้รับรองว่าจะตื่นง่ายเสมอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ making it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive อย่างถูกต้องเพื่อแสดงผลของอนุประโยคแรก

  1. The guide uses clear pictures, making it easily to follow.
  2. The guide uses clear pictures, make it easy to follow.
  3. The guide uses clear pictures, making it easy to follow.
ดูคำตอบ

The guide uses clear pictures, making it easy to follow.

A 30-to-60-minute nap, meanwhile, ลำดับความ

2:06

ในขณะเดียวกัน การงีบหลับ 30 ถึง 60 นาที

has the benefits of stage two sleep

2:08

มีประโยชน์จากการนอนหลับในระยะที่ 2

and also takes you into the deeper sleep of stage three. วลี

2:10

และยังนำคุณเข้าสู่การหลับที่ลึกขึ้นในระยะที่ 3 ด้วย

ลำดับความ

meanwhile: เปลี่ยนไปยังอีกกรณีที่นำมาเปรียบเทียบกัน

ในที่นี้ meanwhile ไม่ได้มีความหมายหลักว่าสองสิ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ใช้เปลี่ยนคำอธิบายจากระยะเวลางีบแบบหนึ่งไปยังกรณีที่นำมาเทียบกันได้ คือการงีบหลับ 30 ถึง 60 นาที ในฐานะคำเชื่อมระดับข้อความ มันบอกผู้ฟังให้เปรียบเทียบผลของเงื่อนไขใหม่นี้กับผลที่เพิ่งกล่าวถึง การวางไว้หลังประธานและคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าประโยคนี้เชื่อมโยงกับประโยคก่อนหน้าอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ meanwhile เพื่อเปลี่ยนไปยังตัวเลือกที่นำมาเทียบกันได้และมีความเปรียบต่างเล็กน้อยภายในหัวข้อเดียวกัน

  1. Maria cooked dinner. Meanwhile, Ben set the table.
  2. The basic ticket covers admission. The premium ticket, meanwhile, includes a guided tour.
  3. The dog slept by the door. Meanwhile, rain fell outside.
ดูคำตอบ

The basic ticket covers admission. The premium ticket, meanwhile, includes a guided tour.

วลี

also takes you into ...: ทำให้คนเข้าสู่สภาวะหนึ่ง

ในโครงสร้าง take + คน + into + สภาวะหรือขั้น take หมายถึงทำให้หรือพาใครเข้าสู่สิ่งนั้น ไม่ได้หมายถึงการอุ้มพาไปยังสถานที่จริง ๆ ในประโยคนี้ การงีบหลับทำให้คุณเข้าสู่การนอนหลับที่ลึกขึ้นในระยะที่สาม also เชื่อมผลนี้เข้ากับประโยชน์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า กล่าวคือ การงีบหลับให้ประโยชน์ของระยะที่สอง และยังพาคุณเข้าสู่ระยะที่สามเพิ่มเติมด้วย โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกการเข้าสู่กระบวนการ ประสบการณ์ หัวข้อ อารมณ์ หรือสภาวะนามธรรมอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง take someone into และใช้ the reader เป็นผู้ที่เข้าไป: The final chapter ____ a darker part of the story.

ดูคำตอบ

takes the reader into

During stage three,

2:15

ในระหว่างระยะที่ 3

multiple brain areas work together to transfer information วลี

2:16

สมองหลายส่วนจะทำงานร่วมกันเพื่อถ่ายโอนข้อมูล

from short-term memory storage to long-term storage,

2:20

จากการเก็บความจำระยะสั้นไปยังการเก็บระยะยาว

วลี

work together to transfer A from X to Y: ร่วมมือกันถ่ายโอน A จาก X ไปยัง Y

work together to + คำกริยา หมายถึงคน ส่วนประกอบ หรือระบบตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไปร่วมมือกันเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน ในที่นี้เป้าหมายคือการถ่ายโอนข้อมูล transfer A from X to Y ระบุสิ่งที่ถูกถ่ายโอน จุดเริ่มต้น และจุดหมาย เมื่อนำสองรูปแบบนี้มาใช้ร่วมกัน จะเห็นทั้งการร่วมมือและทิศทางของการเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมาย work together to transfer A from X to Y ให้สมบูรณ์: The two apps ____ transfer photos ____ the phone ____ the laptop.

ดูคำตอบ

work together to · from · to

stabilizing and strengthening long-term memory

2:23

เป็นการรักษาสมดุลและเสริมสร้างความจำระยะยาว

by coupling sleep spindles with slow waves. ไวยากรณ์

2:26

ด้วยการผสาน sleep spindles เข้ากับคลื่นสมองแบบช้า

ไวยากรณ์

by coupling A with B: ด้วยการประสาน A เข้ากับ B

by + รูป -ing ใช้อธิบายวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ by coupling... ตอบว่าความจำระยะยาวมีเสถียรภาพและแข็งแรงขึ้นได้อย่างไร couple A with B หมายถึงเชื่อม ประสาน หรือใช้ A ร่วมกับ B ในประโยคนี้ สปินเดิลการนอนหลับถูกประสานเข้ากับคลื่นช้า โดย couple ไม่ได้หมายถึงคู่รัก

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบการบอกวิธี by coupling A with B ให้สมบูรณ์: The workshop builds confidence ____ role-play ____ supportive feedback.

ดูคำตอบ

by coupling · with

Stage three is the most difficult stage to wake up from. ไวยากรณ์

2:30

ระยะที่ 3 เป็นระยะที่ตื่นยากที่สุด

ไวยากรณ์

the most difficult stage to wake up: ขั้นสูงสุด + to-infinitive

วลีนี้ใช้รูปแบบ the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนาม + to-infinitive โดย to wake up บอกการกระทำที่ใช้ตัดสินว่าระยะนี้ยากที่สุด ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของระยะนี้ เมื่อ stage คือสภาวะที่คนตื่นออกมา รูปกริยาคือ wake up from something รูปเต็มที่นำไปใช้ต่อได้คือ the most difficult stage to wake up from ภาษาอังกฤษวาง from ไว้ท้ายวลีได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะกรรมที่เข้าใจได้ของ from คือคำนาม stage ที่กล่าวไปก่อนแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่จำเป็นให้ประโยคสมบูรณ์: Of all the chairs, this is the most difficult one to get up ____.

ดูคำตอบ

from

So, while a 30-to-60-minute nap can have cognitive benefits, ไวยากรณ์

2:34

ดังนั้น แม้ว่าการงีบหลับ 30 ถึง 60 นาทีจะมีประโยชน์ต่อความรู้ความเข้าใจ

those benefits often don't kick in until about 15 minutes after waking up. กริยาวลี

2:37

แต่ประโยชน์เหล่านั้นมักจะไม่ออกฤทธิ์จนกว่าจะผ่านไปประมาณ 15 นาทีหลังจากตื่น

ไวยากรณ์

So, while ... can have ...: ยอมรับข้อดีก่อนบอกข้อจำกัด

ในที่นี้ So เชื่อมข้อความเข้ากับเหตุผลที่กล่าวมาก่อนหน้า ส่วน While ใช้แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อน โดยผู้พูดยอมรับก่อนว่าการงีบหลับ 30 ถึง 60 นาทีอาจมีประโยชน์ด้านการคิดและการรับรู้ จากนั้นอนุประโยคหลักจึงบอกข้อจำกัดสำคัญว่าประโยชน์เหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นทันที รูปแบบนี้ใช้จัดความคิดอย่างสมดุลว่า A อาจเป็นจริง แต่ B ทำให้เราต้องประเมิน A ต่างออกไป นอกจากนี้ Can have ยังสื่อว่าประโยชน์นั้นเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อยอมรับข้อดีก่อน แล้วจึงบอกข้อจำกัด

  1. While the course can be useful, it requires a lot of time.
  2. While I was taking the course, my sister was traveling.
  3. I listened to the course while I was driving home.
ดูคำตอบ

While the course can be useful, it requires a lot of time.

กริยาวลี

don't kick in until ...: ผลจะเริ่มเกิดขึ้นในภายหลัง

ในประโยคนี้ kick in หมายถึง “เริ่มออกฤทธิ์หรือเริ่มเห็นผล” ประโยชน์เหล่านั้นไม่ได้รู้สึกได้ทันทีหลังจากตื่นนอน รูปแบบ not ... until + เวลา แสดงว่าจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นช้าออกไป ก่อนจะผ่านไปประมาณ 15 นาที ประโยชน์ดังกล่าวมักยังไม่ปรากฏ และจะเริ่มเห็นผลราวเวลานั้น often บอกว่านี่เป็นสิ่งที่มักเกิดขึ้น ไม่ใช่กฎที่ตายตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมายสี่คำที่ใช้ doesn't, kick in และ until: The cooling effect ____ ten minutes after the fan starts.

ดูคำตอบ

doesn't kick in until

60-to-90-minute naps enter the REM stage.

2:43

การงีบหลับ 60 ถึง 90 นาที จะเข้าสู่ระยะ REM

While in REM, the prefrontal cortex,

2:46

ขณะอยู่ในช่วง REM เยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า

which is largely responsible for inhibition and cognitive control, วลี

2:48

ซึ่งรับผิดชอบหลักในการยับยั้งชั่งใจและการควบคุมการรู้คิด

วลี

which is largely responsible for ...: เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่

อนุประโยค which is largely responsible for inhibition and cognitive control ที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเปลือกสมองส่วนหน้าผาก อนุประโยคนี้เป็นอนุประโยคขยายแบบไม่จำกัดความ หมายถึงคำนามนั้นระบุชัดอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้อานุประโยคนี้เพื่อบอกว่าหมายถึงสิ่งใด ในที่นี้ be responsible for หมายถึง “ทำหน้าที่หรือสนับสนุนการทำงานบางอย่าง” ไม่ได้หมายถึง “เป็นฝ่ายผิด” ส่วน largely หมายถึง “ในระดับมาก” จึงบอกว่าเปลือกสมองส่วนนี้มีบทบาทสำคัญโดยไม่ได้อ้างว่าเป็นส่วนเดียวที่ทำหน้าที่ดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเพิ่มข้อมูลที่ไม่จำเป็นต่อการระบุตัวตนเกี่ยวกับหน้าที่หลักของชุดควบคุมได้อย่างถูกต้อง

  1. The control unit, which is largely responsible for temperature regulation, is behind the panel.
  2. The control unit, which largely responsible for temperature regulation, is behind the panel.
  3. The control unit which is largely responsible for temperature regulation, is behind the panel.
ดูคำตอบ

The control unit, which is largely responsible for temperature regulation, is behind the panel.

becomes much less active.

2:52

จะตื่นตัวน้อยลงมาก

Meanwhile, the amygdala and cingulate cortex,

2:54

ในขณะเดียวกัน อะมิกดาลาและเยื่อหุ้มสมองซิงกูเลต

regions associated with emotion and motivation,

2:57

ซึ่งเป็นบริเวณที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และแรงจูงใจ

are highly active.

3:00

จะตื่นตัวอย่างมาก

Researchers have posited that วลี

3:02

นักวิจัยได้ตั้งสมมติฐานว่า

the combination of these things leads to bizarre dreams during REM sleep. วลี

3:03

การผสมผสานของสิ่งเหล่านี้ นำไปสู่ความฝันที่แปลกประหลาดในช่วง REM

วลี

Researchers have posited that: การรายงานทฤษฎีที่มีผู้เสนอไว้

Researchers have posited that เป็นสำนวนทางการที่ใช้รายงานทฤษฎีหรือคำอธิบายที่นักวิจัยเสนอไว้ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าววางกรอบอนุประโยคที่ตามมาว่าเป็นคำอธิบายที่เสนอขึ้นเพื่อบอกว่าเหตุใดบางสิ่งจึงเกิดขึ้น ไม่ใช่ผลที่ประโยคยืนยันว่าพิสูจน์แล้ว posited มีลักษณะเชิงวิชาการและเน้นการเสนอทฤษฎีมากกว่า said รูป present perfect ใน have posited แสดงว่าข้อเสนอนี้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และยังเกี่ยวข้องกับการอภิปรายในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนเป้าหมาย have posited that เติมประโยคให้สมบูรณ์: Researchers ____ regular contact with nature can reduce stress.

ดูคำตอบ

have posited that

วลี

the combination of ... leads to ...: ปัจจัยหลายอย่างร่วมกันก่อให้เกิดผลลัพธ์เดียว

The combination of these things มองปัจจัยหลายอย่างเป็นสาเหตุร่วมหนึ่งชุด ในประโยคนี้ สิ่งที่นำไปสู่ผลลัพธ์คือปัจจัยทั้งหมดที่รวมกัน ไม่ใช่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the combination of A and B leads to C คำหลักของประธานคือ combination ซึ่งเป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยาปัจจุบัน leads หลัง lead to ใช้วลีคำนามหรือรูป -ing ที่ระบุผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ the combination of ... leads to ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ short study sessions and regular breaks ____ better focus.

ดูคำตอบ

The combination of · leads to

The decrease in inhibition and cognitive control might lead to wild associations, วลี

3:07

การลดลงของการยับยั้งชั่งใจและการควบคุมการรู้คิดอาจนำไปสู่การเชื่อมโยงแบบหลุดโลก

วลี

The decrease in inhibition and cognitive control ในฐานะประธานที่ทำให้เป็นคำนาม

โครงสร้าง The decrease in + คำนาม ใช้เรียกการเปลี่ยนแปลงที่ลดลง และทำให้การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดกลายเป็นนามวลี ในที่นี้ in inhibition and cognitive control ระบุว่าสิ่งใดกำลังลดลง และทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธานของ might lead ประธานที่ทำให้เป็นคำนามแบบนี้ช่วยให้งานเขียนเชิงอธิบายกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงในฐานะสาเหตุหรือหัวข้อได้ โครงสร้างนี้กระชับและพบได้บ่อยในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์หรือเป็นทางการ ส่วนในการสนทนาทั่วไป อนุประโยคเต็มอย่าง inhibition and cognitive control decrease อาจฟังตรงกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง the decrease in + คำนาม เพื่อสื่อว่า “การลดลงของเสียงรบกวน”: ____ made it easier to study in the library.

ดูคำตอบ

The decrease in noise

วลี

might lead to wild associations: การแสดงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

ใน might lead to คำว่า might แสดงว่าผลลัพธ์อาจเกิดขึ้นแต่ไม่แน่นอน ส่วน lead to เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์ Wild associations หมายถึงความคิดที่น่าประหลาดใจหรือเชื่อมโยงกันอย่างหลวม ๆ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ “เป็นป่า” ตามตัวอักษร เมื่อรวมกัน วลีนี้ใช้อธิบายเหตุและผลอย่างระมัดระวัง ผู้พูดเสนอผลลัพธ์หนึ่งที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นเสมอ รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อหลักฐานสนับสนุนเพียงความเป็นไปได้ แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับข้อสรุปที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

งานวิจัยใหม่มีเพียงหลักฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้หน้าจอตอนดึก ประโยคใดรายงานผลที่อาจเกิดขึ้นได้เหมาะสมที่สุด

  1. Late-night screen use cannot lead to poorer sleep.
  2. Late-night screen use might lead to poorer sleep.
  3. Late-night screen use definitely leads to poorer sleep.
ดูคำตอบ

Late-night screen use might lead to poorer sleep.

and thanks to the amygdala and cingulate cortex activity, ไวยากรณ์

3:13

และต้องขอบคุณกิจกรรมของอะมิกดาลาและเยื่อหุ้มสมองซิงกูเลต

ไวยากรณ์

thanks to ...: ใช้บอกสาเหตุของผลลัพธ์

ในประโยคนี้ thanks to ใช้บอกสาเหตุของผลลัพธ์ กล่าวคือ การทำงานของอะมิกดะลาและคอร์เทกซ์ซิงกูเลตทำให้ผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นได้ ไม่ได้หมายถึงการกล่าวขอบคุณบริเวณสมองเหล่านั้น โครงสร้างคือ thanks to + นามหรือนามวลี ทำหน้าที่คล้าย because of แต่ thanks to มักนำเสนอสาเหตุว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดผลดี เป็นประโยชน์ หรือสำคัญเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่นำเสนอคำบอกทางที่ชัดเจนว่าเป็นสาเหตุที่ช่วยให้เกิดผลดี: ____ the clear directions, we arrived on time.

ดูคำตอบ

Thanks to

those associations can be between emotionally charged topics. วลี

3:16

การเชื่อมโยงเหล่านั้นอาจเกิดขึ้นระหว่างหัวข้อที่เต็มไปด้วยอารมณ์

วลี

emotionally charged topics: หัวข้อที่กระตุ้นความรู้สึกรุนแรง

Emotionally charged topics หมายถึงหัวข้อที่มีหรือกระตุ้นความรู้สึกรุนแรง เช่น ความโกรธ ความกลัว ความเศร้า หรือความกังวลส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง ในที่นี้ charged หมายถึงเต็มไปด้วยพลังหรือความตึงเครียดทางอารมณ์ ไม่เกี่ยวกับไฟฟ้า แบตเตอรี่ หรือค่าธรรมเนียม โครงสร้าง emotionally charged + นาม ใช้อธิบายสิ่งที่ความเข้มข้นทางอารมณ์ส่งผลต่อวิธีที่ผู้คนตอบสนองหรือพูดคุยถึงสิ่งนั้น ไม่ได้หมายความเพียงว่าหัวข้อนั้นเกี่ยวกับอารมณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The class discussed an emotionally charged topic,” emotionally charged หมายความว่าอะไร?

  1. มีค่าใช้จ่ายสูงในการพูดคุย
  2. ใช้พลังงานไฟฟ้า
  3. มีแนวโน้มจะกระตุ้นความรู้สึกรุนแรง
ดูคำตอบ

มีแนวโน้มจะกระตุ้นความรู้สึกรุนแรง

Some researchers think this stage might help us make innovative connections วลี

3:22

นักวิจัยบางคนคิดว่าระยะนี้อาจช่วยให้เราสร้างการเชื่อมโยงที่แปลกใหม่

between ideas upon waking. วลี

3:25

ระหว่างไอเดียต่างๆ เมื่อเราตื่นขึ้น

วลี

help us make innovative connections between ideas: ช่วยให้เราเชื่อมโยงแนวคิดต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์

ในประโยคนี้ help us make ใช้โครงสร้าง help + บุคคล + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย us คือผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ และ make คงรูปพื้นฐานไว้ วลีทั้งหมดบอกว่าช่วงนี้อาจทำให้คนเชื่อมโยงแนวคิดได้ด้วยวิธีใหม่และสร้างสรรค์ Make connections between ideas เป็นกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อต้องการพูดถึงการมองเห็นหรือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิด Innovative ขยายว่าความเชื่อมโยงนั้นแปลกใหม่หรือมีประโยชน์ในรูปแบบใหม่ ไม่ได้หมายถึงเพียงการจำแนวคิดหลายอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำที่เน้นไว้ให้ตรงทั้งหมด ซึ่งหมายถึง “เชื่อมโยงแนวคิดด้วยวิธีใหม่และสร้างสรรค์”: A change of setting can help us ____.

ดูคำตอบ

make innovative connections between ideas

วลี

upon waking: เมื่อตื่นหรือทันทีหลังจากตื่น

Upon waking หมายถึง “เมื่อใครคนหนึ่งตื่น” หรือ “ทันทีหลังจากตื่น” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุเวลาที่เกิดการเชื่อมโยง โดยแนวคิดต่าง ๆ อาจเชื่อมโยงกันในขณะที่คนนั้นตื่นขึ้นมา รูปแบบ upon + V-ing นำเสนอเหตุการณ์หนึ่งว่าเป็นเวลาที่เหตุการณ์ถัดไปเกิดขึ้น และมักสื่อว่าเกิดขึ้นทันที เนื่องจาก upon เป็นคำบุพบท คำกริยาจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ waking ไม่ใช่ wake หรือ woke

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยวลีทางการที่หมายถึง when you wake up: ____, write down anything you remember from your dream.

ดูคำตอบ

Upon waking

Because the brain activity during REM is closer to waking, ไวยากรณ์

3:27

เนื่องจากกิจกรรมของสมองในช่วง REM นั้นใกล้เคียงกับการตื่น

it may be easier to wake up from REM than stage three,

3:30

มันจึงอาจตื่นจากระยะ REM ได้ง่ายกว่าระยะที่ 3

ไวยากรณ์

Because ..., it may be easier ...: เชื่อมเหตุผลกับข้อสรุปที่ยังไม่แน่นอน

Because ใช้เกริ่นเหตุผล ในประโยคนี้ เหตุผลคือการทำงานของสมองในช่วง REM ใกล้เคียงกับตอนตื่นมากกว่า จากนั้นอนุประโยคหลัก it may be easier ... หลังเครื่องหมายจุลภาคจะบอกผลที่น่าจะเป็นไปได้ may ทำให้ข้อสรุปมีความระมัดระวัง ไม่ได้ยืนยันว่าแน่นอน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ Because + เหตุผล, it may be easier to + การกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมาย Because ..., it may be easier ... ให้สมบูรณ์: ____ the map uses colors, ____ to find the right trail.

ดูคำตอบ

Because · it may be easier

even though the nap is longer. ไวยากรณ์

3:34

แม้ว่าการงีบหลับจะยาวนานกว่าก็ตาม

ไวยากรณ์

even though the nap is longer: ข้อเท็จจริงที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

even though ใช้บอกความขัดแย้งแบบยอมรับข้อเท็จจริง โดย the nap is longer ถูกนำเสนอว่าเป็นเรื่องจริงที่อาจทำให้ข้อสรุปก่อนหน้านั้นดูน่าแปลกใจ แต่ข้อสรุปนั้นยังคงเป็นจริง ใช้ even though + อนุประโยคเพื่อสื่อว่า “เรื่องนี้เป็นจริง แต่ไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์” ในที่นี้ อนุประโยคเชื่อมกลับไปยังข้อความก่อนหน้า ไม่ได้ให้เหตุผลของข้อความนั้น

แบบฝึกหัด

ผู้พูดรู้ว่ารถบัสมาสายจริง ประโยคใดบอกว่าพวกเขามาถึงตรงเวลาแม้จะมีข้อเท็จจริงนั้น?

  1. We arrived on time because the bus was late.
  2. We arrived on time even though the bus was late.
  3. We arrived on time even if the bus was late.
ดูคำตอบ

We arrived on time even though the bus was late.

The time of day also matters. ลำดับความ

3:36

ช่วงเวลาของวันก็มีความสำคัญเช่นกัน

ลำดับความ

The time of day also matters: การเพิ่มอีกหนึ่งปัจจัย

ประโยคสั้นนี้ทำหน้าที่เป็นประโยคเกริ่นหัวข้อ โดยบอกผู้ฟังว่าคำอธิบายกำลังเปลี่ยนไปพูดถึงอีกปัจจัยหนึ่ง นั่นคือเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงใดของวัน also แสดงว่าปัจจัยนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณา ไม่ได้มาแทนปัจจัยก่อนหน้า ส่วน matters หมายถึงสิ่งนั้นมีผลหรือมีความสำคัญ ดังนั้นรูปแบบ X also matters จึงใช้เพิ่มอีกปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของประโยคนี้ในคำอธิบายคืออะไร

  1. เพื่อเสนอปัจจัยเพิ่มเติม
  2. เพื่ออธิบายตารางเวลาในแต่ละวัน
  3. เพื่อบอกข้อสรุปสุดท้าย
ดูคำตอบ

เพื่อเสนอปัจจัยเพิ่มเติม

Our need for deep stage three sleep progressively increases throughout the day, วลี

3:39

ความต้องการการหลับลึกในระยะที่ 3 ของเราจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตลอดทั้งวัน

วลี

progressively increases throughout the day: แนวโน้มที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

วลีนี้อธิบายการเพิ่มขึ้นทีละน้อยเมื่อวันดำเนินไป progressively ขยาย increases และแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นลำดับ ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมดในทันที ส่วน throughout the day ระบุช่วงเวลาที่แนวโน้มนี้ค่อย ๆ พัฒนาขึ้น สามารถนำรูปแบบ X progressively increases throughout Y ไปใช้กับความต้องการ ปริมาณ ความเสี่ยง หรือแรงกดดันที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าความเสี่ยงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตลอดช่วงบ่าย

  1. The risk progressively increases throughout the afternoon.
  2. The risk suddenly increases at noon.
  3. The risk remains stable throughout the afternoon.
ดูคำตอบ

The risk progressively increases throughout the afternoon.

so if you nap later, ไวยากรณ์

3:43

ดังนั้นหากคุณงีบหลับในช่วงสายหรือบ่ายแก่ๆ

you may rob yourself of the sleep pressure needed โน้ต

3:44

คุณอาจขโมยความดันในการนอนหลับที่จำเป็น

to go to sleep at night.

3:47

สำหรับการเข้านอนในตอนกลางคืนไปจากตัวเอง

ไวยากรณ์

if you nap later, you may ...: เงื่อนไขและผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

if you nap later ใช้ if กับรูปปัจจุบันเพื่อเสนอเงื่อนไข ส่วน you may ... ใช้ may กับกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น may แปลว่าอาจ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน โครงสร้างนี้ใช้อธิบายว่าการเลือกอย่างหนึ่งอาจส่งผลต่อเป้าหมายในภายหลังอย่างไร เหมาะสำหรับคำเตือนหรือคำอธิบายอย่างระมัดระวัง โดยไม่บอกว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่มีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่า ถ้าออกเดินทางช้าเกินไป คุณอาจขึ้นรถบัสไม่ทัน

  1. You may if leave too late miss the bus.
  2. If you leave too late, you must miss the bus.
  3. If you leave too late, you may miss the bus.
ดูคำตอบ

If you leave too late, you may miss the bus.

สำนวน

rob yourself of the sleep pressure: ทำให้ตัวเองสูญเสียแรงขับในการนอนหลับ

rob yourself of the sleep pressure ใช้โครงสร้าง rob + บุคคล + of + สิ่งของ ในที่นี้ sleep pressure หมายถึงแรงขับให้นอนหลับที่เพิ่มขึ้นในร่างกายหลังจากตื่นมาระยะหนึ่ง สำนวนนี้บอกว่าการกระทำของตัวเองอาจทำให้สูญเสียแรงขับที่เป็นประโยชน์นั้น rob ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการขโมยจริง ๆ ในประโยคนี้ การงีบในภายหลังอาจลดแรงขับให้นอนหลับที่ช่วยให้หลับตอนกลางคืน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่มีความหมายว่าทำให้ตัวเองสูญเสียบางสิ่ง: Don't ____ the chance to ask for help

ดูคำตอบ

rob yourself of

การใช้คำ

sleep pressure:แรงขับทางชีวภาพที่ทำให้อยากนอน

sleep pressure เป็นคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการนอนหลับ หมายถึงแรงขับทางชีวภาพที่ทำให้อยากนอนและค่อย ๆ สะสมขณะตื่นอยู่ ในประโยคนี้หมายถึงความต้องการนอนจากภายในร่างกายที่ช่วยให้หลับตอนกลางคืน ไม่ใช่แรงกดดันจากคนอื่นหรือความรู้สึกเครียด การนอนหรือการงีบจะลด sleep pressure ลง ดังนั้นการงีบช่วงสายหรือช่วงเย็นอาจทำให้แรงขับการนอนหลับที่เหลืออยู่ก่อนเข้านอนลดลง

แบบฝึกหัด

ในวิทยาศาสตร์การนอนหลับ sleep pressure หมายถึงอะไร

  1. แรงกดดันจากคนอื่นให้เข้านอน
  2. ความเครียดเกี่ยวกับการนอนให้ดี
  3. แรงขับทางชีวภาพที่ทำให้อยากนอนและสะสมขณะตื่นอยู่
ดูคำตอบ

แรงขับทางชีวภาพที่ทำให้อยากนอนและสะสมขณะตื่นอยู่

This doesn't happen for REM sleep.

3:49

สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับระยะ REM

Longer periods of REM occur during morning hours,

3:51

ระยะเวลาของ REM ที่ยาวนานขึ้นจะเกิดขึ้นในช่วงเช้า

so morning naps are dominated by REM. วลี

3:54

ดังนั้นการงีบหลับในตอนเช้าจึงถูกควบคุมด้วยระยะ REM

วลี

are dominated by REM.:แสดงองค์ประกอบหลัก

Are dominated by REM เป็นโครงสร้างประโยคถูกกระทำที่หมายความว่า REM เป็นองค์ประกอบที่มีสัดส่วนมากที่สุดหรือสำคัญที่สุด ในที่นี้หมายความว่า ระยะการนอนหลับส่วนใหญ่ในการงีบตอนเช้าเป็นระยะ REM รูปแบบ be dominated by + คำนามใช้ระบุองค์ประกอบ อิทธิพล หรือคุณลักษณะที่เป็นหลักของภาพรวม ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ามีคนจงใจควบคุมบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าหัวข้อหนึ่งเป็นจุดสนใจหลักของการประชุม

  1. The meeting dominated by questions about safety.
  2. The meeting was dominated by questions about safety.
  3. The meeting was dominating by questions about safety.
ดูคำตอบ

The meeting was dominated by questions about safety.

Midday naps have about equal parts of REM and deep sleep, วลี

3:57

การงีบหลับตอนกลางวันจะมีส่วนของ REM และการหลับลึกพอๆ กัน

and evening naps contain more deep sleep.

4:01

และการงีบหลับในตอนเย็นจะมีการหลับลึกมากกว่า

วลี

about equal parts of REM and deep sleep: สัดส่วนของการนอนหลับช่วง REM และการหลับลึกใกล้เคียงกัน

about equal parts of A and B ใช้บอกว่าส่วนประกอบทั้งหมดมี A และ B ในปริมาณหรือสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน about ทำให้ความหมายเป็นการประมาณ จึงไม่ได้ยืนยันว่าแต่ละส่วนมี בדיוק 50 เปอร์เซ็นต์ โครงสร้างนี้ใช้บรรยายส่วนประกอบหรือการแบ่งสัดส่วนเมื่อไม่จำเป็นต้องระบุเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปในประโยค: The course has about equal parts ____ lectures and hands-on practice.

ดูคำตอบ

of

On top of all this, ลำดับความ

4:05

ยิ่งไปกว่านั้น

it seems that we're just about evenly split between nappers and non-nappers. วลี

4:06

ดูเหมือนว่าคนเราจะแบ่งเป็นกลุ่มคนที่ชอบงีบกับคนที่ไม่ชอบงีบในจำนวนพอๆ กัน

ลำดับความ

On top of all this: นอกเหนือจากทั้งหมดนี้

On top of all this เป็นคำเชื่อมในบทพูด ใช้หลังจากผู้พูดกล่าวถึงข้อเท็จจริง ปัญหา หรือปัจจัยหลายอย่างแล้ว เพื่อเพิ่มประเด็นที่เกี่ยวข้องอีกหนึ่งประเด็น มีความหมายประมาณว่า “นอกเหนือจากทั้งหมดนี้” ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกว่าคำอธิบายเรื่องการนอนยังไม่จบ ผู้พูดกำลังเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับการแบ่งคนเป็นกลุ่มที่งีบหลับและกลุ่มที่ไม่งีบหลับ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

On top of all this ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: The hotel was expensive and far from town; on top of all this, the room had no window?

  1. เพิ่มประเด็นอีกหนึ่งประเด็นหลังจากประเด็นก่อนหน้า
  2. อธิบายว่าห้องอยู่เหนือปัญหาอื่น ๆ ในทางกายภาพ
  3. บอกว่าจะไม่มีการเพิ่มข้อมูลอีก
ดูคำตอบ

เพิ่มประเด็นอีกหนึ่งประเด็นหลังจากประเด็นก่อนหน้า

วลี

be just about evenly split between A and B: แบ่งออกเป็นสองกลุ่มเกือบเท่า ๆ กัน

We're just about evenly split between A and B หมายความว่ากลุ่มนี้แบ่งเป็นสองฝ่ายที่มีจำนวนเกือบเท่ากัน just about บอกว่าเป็นเพียงค่าประมาณ ไม่ได้เท่ากันพอดีแบบ 50-50 และ between A and B ระบุว่าสองฝ่ายนั้นคืออะไร ใช้ be + (just about) evenly split between A and B เพื่ออธิบายการกระจายของผู้คน คะแนนเสียง ความคิดเห็น หรือความชอบได้

แบบฝึกหัด

ใช้ be just about evenly split between A and B เติมประโยคให้สมบูรณ์: The club ____ morning runners ____ evening runners.

ดูคำตอบ

is just about evenly split between · and

Nappers consistently show cognitive benefits from napping, วลี

4:11

คนที่ชอบงีบหลับจะแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ด้านความรู้ความเข้าใจจากการงีบหลับอย่างต่อเนื่อง

but non-nappers may not. ไวยากรณ์

4:14

แต่คนที่ไม่ชอบงีบหลับอาจไม่เป็นเช่นนั้น

วลี

consistently show cognitive benefits from napping: แสดงให้เห็นประโยชน์ด้านการรู้คิดจากการงีบหลับอย่างสม่ำเสมอ

Consistently show cognitive benefits from napping หมายความว่าเมื่อสังเกตซ้ำหลายครั้ง จะพบว่าคนที่งีบหลับมีความสามารถที่เกี่ยวกับการคิดดีขึ้นอย่างน่าเชื่อถือ consistently บอกว่ารูปแบบนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว ใน show benefits from X คำว่า show นำเสนอประโยชน์ในฐานะสิ่งที่สังเกตหรือวัดได้ และ from X ระบุแหล่งที่มาของประโยชน์ cognitive benefits อาจรวมถึงความจำ สมาธิ หรือความสามารถทางความคิดด้านอื่น ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่า การสังเกตซ้ำหลายครั้งพบผลเชิงบวกจากการฝึกเป็นประจำ

  1. Participants consistently showed benefits to regular practice.
  2. Participants showed consistently benefits from regular practice.
  3. Participants consistently showed benefits from regular practice.
ดูคำตอบ

Participants consistently showed benefits from regular practice.

ไวยากรณ์

but non-nappers may not: การละวลีกริยาหลังคำกริยาช่วย

ในที่นี้ may not ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือ show cognitive benefits from napping หากเขียนเต็มจะเป็น but non-nappers may not show cognitive benefits from napping ภาษาอังกฤษมักละวลีกริยาที่ซ้ำกันหลังคำกริยาช่วย เมื่อผู้ฟังเข้าใจการกระทำนั้นได้จากบริบท But แสดงความขัดแย้ง ส่วน not ทำให้ความหมายที่ละไว้เป็นเชิงปฏิเสธ ดังนั้น may not จึงเป็นข้อความที่สมบูรณ์ในบริบทนี้ ไม่ใช่ประโยคที่พูดไม่จบ

แบบฝึกหัด

เติมส่วนแสดงความขัดแย้งด้วยคำสองคำ ใช้ may และละการกระทำที่ซ้ำกันไว้: Some children enjoy reading aloud, but others ____.

ดูคำตอบ

may not

Researchers think this could be because nappers are able to stay in a lighter sleep ไวยากรณ์

4:17

นักวิจัยคิดว่านี่อาจเป็นเพราะคนที่ชอบงีบหลับสามารถคงอยู่ในการหลับที่ตื้นกว่า

and move through sleep stages more easily. วลี

4:21

และเคลื่อนผ่านระยะการนอนหลับต่างๆ ได้ง่ายกว่า

ไวยากรณ์

could be because: การเสนอคำอธิบายที่ยังไม่แน่นอน

ในประโยคนี้ this ย้อนกลับไปหมายถึงผลที่เพิ่งกล่าวถึง และ could be because ใช้เสนอหนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้ อนุประโยคที่ตามหลัง because ให้เหตุผลที่คาดไว้ ส่วน could แสดงว่านักวิจัยไม่ได้กล่าวว่าเหตุผลนี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว รูปแบบนี้ช่วยแยกสิ่งที่สังเกตพบออกจากสมมติฐาน คือมีบางอย่างเกิดขึ้น แล้วผู้พูดจึงเสนอคำอธิบายอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ could เพื่อบอกเหตุผลที่เป็นไปได้: The game ended early. This ____ the rain became heavier.

ดูคำตอบ

could be because

ไวยากรณ์

are able to stay: แสดงความสามารถหรือเงื่อนไขที่จำเป็น

be able to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีความสามารถหรือมีเงื่อนไขที่จำเป็นในการทำบางสิ่ง ในประโยคนี้ are able to stay บอกว่าผู้ที่งีบหลับสามารถอยู่ในภาวะหลับที่ตื้นกว่าได้ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้น รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและเวลา แต่คำกริยาถัดไปยังคงเป็นรูปพื้นฐาน เช่น are able to stay, was able to stay และ will be able to stay โครงสร้างนี้ใช้บอกทักษะ ความสามารถทางร่างกาย หรือสิ่งที่สถานการณ์เอื้อให้ทำได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ be able to ที่แสดงความสามารถ: Because of the new battery, the robot will ____ work for six hours without stopping.

ดูคำตอบ

be able to

วลี

move through sleep stages: ดำเนินผ่านระยะต่าง ๆ ตามลำดับ

move through sleep stages หมายถึงการเคลื่อนจากระยะการนอนหนึ่งไปสู่อีกระยะหนึ่งตามเวลา through แสดงให้เห็นว่าระยะเหล่านี้เป็นลำดับที่ผู้หลับผ่านไป ไม่ใช่จุดหมายคงที่เพียงจุดเดียว ในข้อความเต็ม more ใช้ร่วมกับ easily เป็น more easily ดังนั้น more ไม่ได้ขยาย stages แต่ใช้เปรียบเทียบว่าการผ่านระยะต่าง ๆ นั้นง่ายเพียงใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าใบสมัครผ่านขั้นตอนการพิจารณาครบทั้งสามขั้นก่อนที่จะได้รับอนุมัติ

  1. The application remains in one review stage until approval.
  2. The application moves through three review stages before approval.
  3. The application moves to the third review stage before approval.
ดูคำตอบ

The application moves through three review stages before approval.

Meanwhile, non-nappers may experience more deep sleep while napping,

4:24

ในขณะเดียวกัน คนที่ไม่ชอบงีบหลับอาจเข้าสู่การหลับลึกมากขึ้นขณะงีบ

making them groggy afterward. ไวยากรณ์

4:28

ทำให้พวกเขารู้สึกสะลึมสะลือในภายหลัง

ไวยากรณ์

making them groggy afterward: อนุประโยค -ing ที่บอกผล

อนุประโยค -ing making them groggy afterward บอกผลที่เกิดจากสถานการณ์ในประโยคหลัก โครงสร้างคือ making + กรรม + ส่วนเติมเต็มกรรม โดย them หมายถึงคนที่ปกติไม่นอนกลางวัน และ groggy บอกสภาพที่คนเหล่านั้นเป็น Groggy หมายถึงรู้สึกสมองไม่ปลอดโปร่ง ทรงตัวไม่ค่อยดี หรือตอบสนองช้า โดยเฉพาะหลังเพิ่งตื่นนอน หรือเมื่อป่วย เหนื่อยมาก หรือได้รับผลจากยา ในประโยคนี้มีความหมายเฉพาะกว่า tired เพราะการหลับลึกทำให้พวกเขายังตื่นไม่เต็มที่หลังงีบหลับ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง 'making them groggy afterward' ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกผลว่า การหลับลึกทำให้หลังจากนั้นพวกเขารู้สึกสมองไม่ปลอดโปร่ง
  2. บอกจุดประสงค์ว่า พวกเขานอนกลางวันเพื่อให้สมองไม่ปลอดโปร่ง
  3. เพิ่มการกระทำที่ไม่เกี่ยวข้องซึ่งเกิดก่อนการนอนกลางวัน
ดูคำตอบ

บอกผลว่า การหลับลึกทำให้หลังจากนั้นพวกเขารู้สึกสมองไม่ปลอดโปร่ง

So, will a nap help?

4:31

ดังนั้น การงีบหลับจะช่วยได้ไหม

Well, there's only one way to find out. สำนวน

4:33

มีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะรู้ได้

สำนวน

there's only one way to find out: จากการคาดเดาไปสู่การลงมือทำ

There's only one way to find out หมายความว่าการเดาหรือพูดคุยกันยังตอบคำถามไม่ได้ จึงต้องลอง สังเกต ตรวจสอบ หรือทดสอบบางอย่าง ผู้พูดมักใช้ประโยคนี้เพื่อจบการคาดเดาและเปลี่ยนไปลงมือทำ Only one way มักเป็นคำพูดเพื่อเน้นน้ำหนัก ไม่ใช่ข้อสรุปที่พิสูจน์อย่างรอบคอบแล้วว่าไม่มีวิธีอื่นเลย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่เปลี่ยนจากการเดาไปสู่การทดสอบให้สมบูรณ์: We cannot tell whether the battery is charged until we check it. There's only one ____.

ดูคำตอบ

way to find out

If you're interested in learning more วลี

4:37

หากคุณสนใจเรียนรู้เพิ่มเติม

about how to hack your sleep to transform your life, การใช้คำ

4:39

เกี่ยวกับวิธีแฮ็กการนอนหลับเพื่อเปลี่ยนชีวิตของคุณ

วลี

If you're interested in learning more about how...: วลีเกริ่นนำข้อมูลเพิ่มเติมอย่างสุภาพ

If you're interested in learning more about how... ใช้เกริ่นนำข้อมูลเพิ่มเติมอย่างสุภาพ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if เปิดโอกาสให้ผู้ฟังเลือกเองแทนที่จะกดดัน ส่วน learning more about how ใช้นำเข้าสู่กระบวนการหรือวิธีการ เนื่องจากส่วนนี้เป็นอนุประโยค if โดยปกติจึงต้องมีประโยคหลักที่เสนอขั้นตอนถัดไป เช่น หนังสือ ลิงก์ หรือคำอธิบาย เพื่อให้เป็นประโยคสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ learn เพื่อเติมประโยคแนะนำอย่างสุภาพให้สมบูรณ์: If you're interested in ____ more about how habits work, this book may help.

ดูคำตอบ

learning

การใช้คำ

to hack your sleep: การพูดถึงการปรับการนอนให้ดีขึ้นแบบไม่เป็นทางการ

ในวลี to hack your sleep คำว่า hack ไม่ได้หมายถึงการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์อย่างผิดกฎหมาย ในภาษาเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์และการพัฒนาตนเองสมัยใหม่ คำนี้หมายถึงการใช้เทคนิคที่ชาญฉลาดหรือการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อทำให้บางสิ่งดีขึ้น ในที่นี้ hack your sleep หมายถึงการทดลองนิสัยหรือเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อทำให้การนอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นสำนวนที่สะดุดตาและเน้นประสิทธิภาพ ไม่ใช่ศัพท์ทางคลินิก

แบบฝึกหัด

ในบทความไลฟ์สไตล์แบบไม่เป็นทางการ hack your sleep น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. ใช้วิธีที่ชาญฉลาดเพื่อปรับปรุงการนอน
  2. เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์อย่างผิดกฎหมาย
  3. หยุดนอนโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

ใช้วิธีที่ชาญฉลาดเพื่อปรับปรุงการนอน

we have two book recommendations for you.

4:43

เรามีหนังสือแนะนำสองเล่มให้คุณ

Take a nap, change your life

4:45

Take a nap, change your life

and Why we sleep are both available as audiobooks,

4:47

และ Why we sleep มีให้บริการในรูปแบบหนังสือเสียงทั้งสองเล่ม

and if you visit audible.com/ted-ed, you can download a free copy.

4:51

และหากคุณเข้าไปที่ audible.com/ted-ed คุณสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีหนึ่งชุด