ทำไมเราถึงชอบกลิ่นตดของตัวเอง?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
552 คำ 200 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าทำไมคนเราจึงทนกลิ่นผายลมของตัวเองได้มากกว่าของคนอื่น ผ่านความคุ้นเคย การหลีกเลี่ยงโรค ความไวต่อความรังเกียจ และความประหลาดใจ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. \"Hilarious as it may seem,\" - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างยอมรับข้อโต้แย้งแบบเป็นทางการ ซึ่งแปลว่า "although it may seem hilarious" และใช้ยอมรับข้อสงสัยก่อนเสนอหลักฐาน 2. "So much so that" - วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เชื่อมความรุนแรงของแนวโน้มก่อนหน้ากับผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยไม่ตีความ so much เป็นเพียงปริมาณ 3. \"give everyone a heads up.\" - สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าหมายถึง “เตือนทุกคนล่วงหน้า” ไม่ใช่ให้เงยศีรษะ และใช้ก่อนสร้างความไม่สะดวกแก่ผู้อื่น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Every single day the human race produces around 70 billion farts, วลี

0:00

ทุก ๆ วัน มนุษยชาติผายลมรวมกันราว 70,000 ล้านครั้ง

meaning roughly 10 of those are yours. ลำดับความ

0:04

หมายความว่าในจำนวนนั้นประมาณ 10 ครั้งเป็นของคุณ

วลี

Every single day: เน้นว่าไม่มีข้อยกเว้น

ใน Every single day คำว่า single ช่วยเน้น every day ให้หมายถึงทุกวันโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ได้หมายถึงวันหนึ่งหรือโสด โครงสร้าง every single + คำนามนับได้เอกพจน์ ใช้เน้นความถี่ที่เกิดซ้ำอย่างมาก ในที่นี้ทำให้ตัวเลขรายวันที่สูงมากฟังดูเหมือนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและหลีกเลี่ยงไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นชัดเจนที่สุดว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นโดยไม่มีข้อยกเว้น?

  1. Leo checks the calendar every day.
  2. Leo checked the calendar one day.
  3. Leo checks the calendar every single day.
ดูคำตอบ

Leo checks the calendar every single day.

ลำดับความ

meaning ...: เพิ่มผลลัพธ์หรือข้อสรุป

ในที่นี้ meaning ใช้นำเสนอข้อสรุปที่ได้จากข้อเท็จจริงก่อนหน้า กล่าวคือยอดรวมอยู่ที่ประมาณ 7 หมื่นล้านครั้ง ผู้พูดจึงประเมินว่าแต่ละคนมีส่วนประมาณ 10 ครั้ง ส่วน those ย้อนกลับไปอ้างถึง farts ในทางไวยากรณ์ meaning เริ่มส่วนเสริมที่เป็น present participle ซึ่งอธิบายข้อความก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ใช่เพียงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ข้อความ, meaning + ผลลัพธ์หรือข้อสรุป ซึ่งช่วยเพิ่มคำอธิบายสั้น ๆ โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมรูป -ing ที่ใช้นำเสนอข้อสรุป: The road is flooded, ____ we need another route.

ดูคำตอบ

meaning

But why doesn't your gas seem half as smelly as those around you? ไวยากรณ์

0:06

แต่ทำไมคุณถึงรู้สึกว่าตดของตัวเองเหม็นไม่ถึงครึ่งของตดคนรอบข้าง?

ไวยากรณ์

half as smelly as: การเปรียบเทียบระดับครึ่งหนึ่ง

รูปแบบ half as + คำคุณศัพท์ + as ใช้เปรียบเทียบระดับของคุณสมบัติหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง คำว่า half ขยายการเปรียบเทียบ as ... as ทั้งชุด ดังนั้น half as smelly as จึงหมายถึง “มีความแรงของกลิ่นประมาณครึ่งหนึ่งของอีกฝ่าย” ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงครึ่งหนึ่งของสิ่งนั้นที่เหม็นเท่ากัน ในคำถามเต็ม doesn't seem half as smelly as ทำให้การเปรียบเทียบระดับนี้อยู่ภายใต้การปฏิเสธ ในบริบทนี้ ผู้พูดรู้สึกว่ากลิ่นผายลมของตนยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของระดับกลิ่นจากคนใกล้ตัว ในภาษาพูดทั่วไป จึงเน้นความหมายว่า “เหม็นน้อยกว่ามาก”

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ half as + คำคุณศัพท์ + as และคำคุณศัพท์ heavy เติมประโยคให้สมบูรณ์: This box is ____ the large box.

ดูคำตอบ

half as heavy as

Why do we like the smell of our own farts?

0:10

ทำไมเราถึงชอบกลิ่นตดของตัวเอง?

Hilarious as it may seem, ไวยากรณ์

0:12

แม้จะฟังดูน่าขำ

scientists have actually confirmed the fact that in blind smell tests การใช้คำ

0:14

แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันจากการทดสอบดมกลิ่นโดยไม่บอกว่าเป็นกลิ่นของใครแล้วว่า

we truly do find our own smells much more appealing than others. ไวยากรณ์

0:17

จริง ๆ แล้ว เรารู้สึกว่ากลิ่นของตัวเองน่าพึงใจกว่ากลิ่นของคนอื่นมาก

ไวยากรณ์

Hilarious as it may seem: as แสดงการยอมรับที่นำคำคุณศัพท์ขึ้นหน้า

Hilarious as it may seem เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อนกล่าวสิ่งที่ขัดแย้งกัน เมื่อนำคำคุณศัพท์ Hilarious มาไว้หน้า as จะเกิดรูปแบบ คำคุณศัพท์ + as + ประธาน + may + คำกริยา ในที่นี้มีความหมายเท่ากับ Although it may seem hilarious อนุประโยคนี้ยอมรับก่อนว่าแนวคิดดังกล่าวฟังดูน่าขำ จากนั้นประโยคหลักจึงบอกประเด็นที่จริงจังหรือน่าประหลาดใจซึ่งยังคงเป็นจริงแม้จะเป็นเช่นนั้น ดังนั้น as ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “เพราะว่า” หรือ “ในแบบที่”

แบบฝึกหัด

เขียนส่วนต้นใหม่โดยใช้รูปแบบ as แสดงการยอมรับที่นำคำคุณศัพท์ขึ้นหน้า Although it may seem strange, the rule is useful. → ____, the rule is useful.

ดูคำตอบ

Strange as it may seem

การใช้คำ

blind smell tests: การซ่อนแหล่งที่มาของตัวอย่าง

ในการทดสอบกลิ่นแบบไม่เปิดเผยข้อมูล ผู้ประเมินกลิ่นจะไม่รู้ว่าตัวอย่างแต่ละชิ้นมาจากแหล่งใด การซ่อนข้อมูลนี้ช่วยลดอคติ เช่น การชอบกลิ่นหนึ่งมากขึ้นเพราะรู้ว่าเป็นกลิ่นของตนเอง blind ในที่นี้บอกวิธีออกแบบการทดสอบ ไม่ได้หมายความว่าผู้เข้าร่วมตาบอดหรือการทดสอบนี้ใช้ตรวจสายตา

แบบฝึกหัด

ใน blind smell test ข้อมูลใดถูกซ่อนจากผู้ประเมินตัวอย่าง?

  1. ตัวอย่างใดมาจากแหล่งใด
  2. บุคคลนั้นมองเห็นหรือไม่
  3. ตัวอย่างเหล่านั้นมีกลิ่นหรือไม่
ดูคำตอบ

ตัวอย่างใดมาจากแหล่งใด

ไวยากรณ์

do ที่ใช้เน้นใน do find

ในประโยคบอกเล่า การวาง do ไว้หน้าคำกริยารูปพื้นฐานเป็นการเพิ่มน้ำหนัก do find หมายถึง รู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ หรือเห็นเช่นนั้นอย่างแท้จริง โดยเน้นว่าผลลัพธ์เป็นความจริง แม้อาจดูน่าประหลาดใจหรือมีคนสงสัย โครงสร้างคือ do/does/did + คำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ประธานคือ we จึงใช้ do ในปัจจุบันแล้วตามด้วย find ไม่ใช่ finds ส่วน truly เพิ่มน้ำหนักขึ้นอีก แต่ไม่เปลี่ยนโครงสร้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเน้นของ enjoy: Some people think Leo dislikes the book, but he ____ it.

ดูคำตอบ

does enjoy

Simply put, ลำดับความ

0:20

พูดง่าย ๆ ก็คือ

the more familiar you are with something, ไวยากรณ์

0:21

ยิ่งคุณคุ้นเคยกับอะไรบางอย่างมากเท่าไร

whether it be a song, ไวยากรณ์

0:23

ไม่ว่าจะเป็นเพลง

picture,

0:24

รูปภาพ

or even a smell,

0:24

หรือแม้แต่กลิ่น

ไวยากรณ์

whether it be ... สำหรับการแจกแจงทางเลือกอย่างเป็นทางการ

whether it be ... เป็นโครงสร้างแสดงการยอมรับเงื่อนไขที่ค่อนข้างเป็นทางการ ใช้เสนอความเป็นไปได้หลายอย่างพร้อมบอกว่าข้อสรุปหลักยังคงเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ในที่นี้ song, picture และ smell เป็นตัวอย่างของสิ่งที่กำลังกล่าวถึง be เป็นรูป present subjunctive ในโครงสร้างนี้ จึงไม่เปลี่ยนเป็น is หลัง it รูปแบบนี้ทำให้การแจกแจงฟังดูเป็นทางการและมีชั้นเชิงมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างทางการให้สมบูรณ์: The policy covers every case, ____ a minor delay or a major failure.

ดูคำตอบ

whether it be

the more likely you are to prefer it.

0:25

คุณก็ยิ่งมีแนวโน้มจะชอบสิ่งนั้นมากขึ้น

ลำดับความ

ใช้ Simply put, เพื่อนำเข้าบทสรุปที่ชัดเจน

Simply put เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่บอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีบทสรุปที่สั้นและชัดเจนขึ้น ในประโยคนี้ คำนี้นำเข้าสู่กฎหลักหลังจากคำอธิบายที่ละเอียดกว่า ในสำนวนนี้ put หมายถึง “ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด” ไม่ใช่ “วาง” คุณใช้ Simply put, ก่อนใจความสำคัญที่ต้องการให้ผู้ฟังจดจำได้

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังจะบอกข้อสรุปหลักในแบบที่ง่ายที่สุด ควรเริ่มด้วยข้อใด?

  1. Simply put,
  2. By the way,
  3. For example,
ดูคำตอบ

Simply put,

ไวยากรณ์

ใช้ The more ..., the more ... บอกการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน

โครงสร้าง the + อนุประโยคขั้นกว่า, the + อนุประโยคขั้นกว่า เชื่อมระดับสองอย่างที่เปลี่ยนไปพร้อมกัน ในประโยคนี้ เมื่อความคุ้นเคยเพิ่มขึ้น โอกาสที่จะชอบก็เพิ่มขึ้นด้วย the แต่ละคำเป็นเครื่องหมายของการเปรียบเทียบที่สัมพันธ์กัน ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะทั่วไป ส่วน whether it be ... แทรกเข้ามาเพื่อยกตัวอย่างว่าสิ่งนั้นอาจเป็นอะไรได้บ้าง ส่วนนี้เพิ่มรายละเอียด แต่โครงสร้างหลักยังคงเป็น the more familiar ..., the more likely ...

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบที่เป็นคู่ด้วยคำบอกโครงสร้างสองคำที่ซ้ำกัน: ____ you practice, ____ confident you become.

ดูคำตอบ

The more · the more

And because the bacterial population in your body producing these smells

0:27

และเนื่องจากกลุ่มแบคทีเรียในร่างกายที่สร้างกลิ่นเหล่านี้

is completely unique from every other individual,

0:31

มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในแต่ละคน

our farts truly have a one-of-a-kind brand that your nose can differentiate. การใช้คำ

0:33

ตดของเราจึงมีกลิ่นประจำตัวที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจมูกของคุณแยกออกได้

การใช้คำ

one-of-a-kind ในฐานะคำคุณศัพท์ประสม

one-of-a-kind เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึง “มีเพียงหนึ่งเดียวและไม่เหมือนสิ่งอื่นใด” ใน a one-of-a-kind brand คำทั้งสี่ทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อขยาย brand จึงต้องเชื่อมด้วยเครื่องหมายยัติภังค์ ในที่นี้ brand ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเอกลักษณ์หรือลักษณะที่จดจำได้ ประโยคนี้บอกว่ากลิ่นของแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะที่สามารถแยกแยะได้

แบบฝึกหัด

เติมคำประสมตายตัวที่หมายถึง “มีเพียงชิ้นเดียวในประเภทนั้น”: The gallery is showing a ____ sculpture; there is nothing else like it.

ดูคำตอบ

one-of-a-kind

But from an evolutionary perspective, ลำดับความ

0:37

แต่ในมุมมองทางวิวัฒนาการ

our reaction of disgust to other people's odor is likely our brain's attempt

0:39

ปฏิกิริยารังเกียจกลิ่นของคนอื่นน่าจะเป็นความพยายามของสมอง

to prevent us from doing harm to our own bodies, ไวยากรณ์

0:43

ที่จะป้องกันไม่ให้เราทำอันตรายต่อร่างกายตัวเอง

specifically interacting with sources of disease.

0:45

โดยเฉพาะจากการสัมผัสกับแหล่งของโรค

ลำดับความ

ใช้ From an evolutionary perspective เพื่อกำหนดมุมมองในการวิเคราะห์

From an evolutionary perspective หมายถึง “เมื่อเรามองเรื่องนี้ผ่านมุมมองด้านวิวัฒนาการ” เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะบอกผู้ฟังว่าคำอธิบายแบบใดกำลังจะตามมา โครงสร้าง from a/an + คำที่บอกมุมมอง + perspective จำกัดข้อกล่าวอ้างให้อยู่ในวิธีวิเคราะห์เพียงมุมหนึ่ง จึงช่วยแยกคำอธิบายด้านวิวัฒนาการออกจากคำอธิบายด้านส่วนตัวหรือเศรษฐกิจได้

แบบฝึกหัด

ใช้คำ from, an environmental และ perspective เพื่อเติมสำนวนที่บอกมุมมองให้สมบูรณ์: ____, reducing waste is a smart choice.

ดูคำตอบ

From an environmental perspective

ไวยากรณ์

Prevent us from doing harm: prevent + คนหรือสิ่งของ + from + รูป -ing

ใน prevent us from doing harm คำว่า us คือคนที่ถูกห้ามไม่ให้ทำบางอย่าง ส่วน doing harm คือการกระทำที่ถูกป้องกัน วลีนี้หมายถึง “หยุดเราเพื่อไม่ให้เราทำร้ายร่างกายของตัวเอง” ใช้โครงสร้าง prevent + คนหรือสิ่งของ + from + รูป -ing หลัง from ให้ใช้ doing, touching หรือ running ไม่ใช่ to do, touch หรือ run

แบบฝึกหัด

ใช้ prevent, children และ run ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The safety gate will ____ into the road.

ดูคำตอบ

prevent children from running

When you think of it, น้ำเสียง/เจตนา

0:48

ลองคิดดูสิ

most things that don't smell good aren't good for you. ลำดับความ

0:49

สิ่งที่มีกลิ่นไม่ดีส่วนใหญ่ก็มักไม่ดีต่อร่างกาย

น้ำเสียง/เจตนา

When you think of it: การชวนให้คิดทบทวน

When you think of it หมายถึง “ถ้าหยุดแล้วลองพิจารณาเรื่องนั้น” ไม่ได้เป็นคำถามว่าผู้ฟังนึกถึงสิ่งใดเป็นการเฉพาะ ในที่นี้ วลีนี้ใช้เกริ่นข้อสังเกตตามสามัญสำนึก และชวนผู้ฟังอย่างนุ่มนวลให้มองว่าข้อสรุปที่ตามมานั้นสมเหตุสมผล สามารถนำกรอบนี้ไปใช้ก่อนความคิดที่ชัดเจนขึ้นเมื่อได้ไตร่ตรองสักครู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยกรอบชวนคิดจากบทเรียน: “____, the answer was obvious.”

ดูคำตอบ

When you think of it

ลำดับความ

smell good ... good for you: สองความหมายของ good

good ตัวแรกอยู่ในอนุประโยคขยาย that don't smell good ซึ่งจำกัดความหมายของ most things ให้เป็นกลุ่มสิ่งของที่กำหนดด้วยกลิ่น ในตำแหน่งนี้ good หมายถึง “มีกลิ่นหอมน่าพอใจ” ส่วน good ตัวที่สองอยู่ในภาคแสดงหลัก aren't good for you โดย good for you หมายถึง “มีประโยชน์หรือดีต่อสุขภาพ” การใช้คำเดิมซ้ำเชื่อมคำบรรยายเข้ากับข้อสรุป ทำให้ข้อสรุปทั่วไปกระชับและจดจำง่าย Most บอกถึงแนวโน้ม ไม่ได้อ้างว่าทุกอย่างที่มีกลิ่นไม่ดีล้วนเป็นอันตราย

แบบฝึกหัด

ใน “most things that don't smell good aren't good for you.” คำว่า good แต่ละตำแหน่งหมายถึงอะไร?

  1. ทั้งสองตำแหน่งหมายถึง “มีคุณภาพสูง”
  2. ตัวแรกหมายถึง “มีประโยชน์หรือดีต่อสุขภาพ” ตัวที่สองหมายถึง “มีกลิ่นหอม”
  3. ตัวแรกหมายถึง “มีกลิ่นหอม” ตัวที่สองหมายถึง “มีประโยชน์หรือดีต่อสุขภาพ”
ดูคำตอบ

ตัวแรกหมายถึง “มีกลิ่นหอม” ตัวที่สองหมายถึง “มีประโยชน์หรือดีต่อสุขภาพ”

And the greater the risk of disease,

0:52

และยิ่งมีความเสี่ยงต่อโรคมากเท่าไร

the more intense your response will be.

0:54

ปฏิกิริยาของคุณก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น

Surprising as it may seem,

0:56

แม้จะฟังดูน่าประหลาดใจ

farts can spread disease.

0:57

แต่ตดสามารถแพร่โรคได้

In fact,

0:59

ที่จริงแล้ว

there are many reported cases of farts spreading Streptococcus pyogenes, วลี

0:59

มีรายงานหลายกรณีว่าตดแพร่เชื้อ Streptococcus pyogenes

วลี

reported cases of: หลักฐานที่บันทึกไว้ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ที่ยืนยันแล้ว

ในวลีนาม reported cases of ... คำว่า reported ขยายคำว่า cases และหมายความว่ากรณีเหล่านั้นได้รับการบันทึกหรือบรรยายโดยแหล่งข้อมูล ส่วนที่ตามหลัง of ระบุว่าเกิดอะไรขึ้นในกรณีเหล่านั้น ซึ่งในที่นี้หมายถึงเหตุการณ์ที่การผายลมแพร่ Streptococcus pyogenes ถ้อยคำนี้ชี้ว่ามีรายงานอยู่ แต่ไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริงโดยทั่วไป เป็นวิธีสรุปหลักฐานอย่างระมัดระวังโดยไม่ด่วนตัดสินคุณภาพหรือขอบเขตของรายงาน

แบบฝึกหัด

เติมวลีทางการเป้าหมายที่หมายถึง “กรณีที่ได้รับการบันทึก” ลงในประโยค: The review found several ____ foodborne illness after the festival.

ดูคำตอบ

reported cases of

a pathogen that can cause tonsillitis, การใช้คำ

1:03

ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่ทำให้เกิดทอนซิลอักเสบ

การใช้คำ

pathogen: ตัวการที่ทำให้เกิดโรค

Pathogen เป็นคำนามทางวิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการสำหรับตัวการทางชีวภาพที่สามารถก่อโรคได้ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หรือปรสิตที่ก่อโรค ในประโยคนี้ คำดังกล่าวใช้เรียก Streptococcus pyogenes อีกแบบหนึ่งและอธิบายว่าเหตุใดจึงสำคัญ Pathogen คือต้นเหตุหรือตัวการ ไม่ใช่โรคที่มันทำให้เกิดขึ้น โดย tonsillitis คือโรคหรือภาวะ ส่วน Streptococcus pyogenes อาจเป็น pathogen ได้

แบบฝึกหัด

คำใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยควิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการนี้? The laboratory identified the virus as the ____ responsible for the outbreak.

  1. disease
  2. pathogen
  3. symptom
ดูคำตอบ

pathogen

scarlet fever,

1:05

ไข้อีดำอีแดง

heart disease,

1:06

โรคหัวใจ

and even flesh-eating disease. การใช้คำ

1:07

และแม้แต่โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน

การใช้คำ

“flesh-eating disease” ในฐานะชื่อเรียกสาธารณะที่ไม่ใช่ความหมายตรงตัว

ในประโยคนี้ flesh-eating disease เป็นชื่อเรียกที่เห็นภาพชัดแต่ไม่ใช่ศัพท์เทคนิค สำหรับการติดเชื้อรุนแรงที่ทำลายผิวหนัง ไขมัน และเนื้อเยื่ออ่อนอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว โรคไม่ได้ “กิน” เนื้อจริง ๆ แต่ถ้อยคำนี้สื่อถึงความรวดเร็วและความรุนแรงของความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ ชื่อเรียกนี้มักเชื่อมโยงกับการติดเชื้อเนื้อเยื่ออ่อนชนิดทำให้เนื้อตาย รวมถึงโรคพังผืดอักเสบเนื้อตาย แต่ตัวชื่อเรียกเองไม่ใช่คำวินิจฉัยที่แม่นยำ ในบริบทอื่นให้เข้าใจว่าเป็นคำสะดุดความสนใจสำหรับสาธารณชนหรือสื่อ และควรค้นหาชื่อทางคลินิกเมื่อความแม่นยำทางการแพทย์มีความสำคัญ

แบบฝึกหัด

ในรายงานข่าว flesh-eating disease น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?

  1. โรคที่เกิดจากการถูกคนหรือสัตว์กัด
  2. โรคทางเดินอาหารที่เกิดจากการกินเนื้อ
  3. การติดเชื้อรุนแรงที่ทำลายเนื้อเยื่ออ่อนอย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ

การติดเชื้อรุนแรงที่ทำลายเนื้อเยื่ออ่อนอย่างรวดเร็ว

Seriously,

1:09

จริง ๆ นะ

the pathogen is expelled as fecal matter or poop particles in the air. การใช้คำ

1:09

เชื้อนี้ถูกขับออกสู่อากาศในรูปของอุจจาระหรืออนุภาคอึ

การใช้คำ

ความแตกต่างระหว่าง “fecal matter” กับ “poop particles”

ในประโยคนี้ or นำเข้าสู่การกล่าวซ้ำด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย โดย fecal matter เป็นคำทางการ ส่วน poop particles ถ่ายทอดแนวคิดเดิมด้วยภาษาที่เป็นกันเองและเห็นภาพมากกว่า ตรงนี้ matter หมายถึงสสารหรือวัสดุทางกายภาพ ไม่ได้หมายถึงเรื่องหรือปัญหา สองวลีนี้มีความหมายใกล้กันในบริบทนี้ แต่ poop particles เน้นเป็นพิเศษถึงอนุภาคเล็ก ๆ ที่สามารถแพร่กระจายในอากาศ ผู้พูดเปลี่ยนระดับภาษาเพื่อให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เข้าใจง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะกับรายงานทางการแพทย์ที่เป็นทางการมากที่สุด?

  1. The sample contained fecal matter.
  2. The sample contained poop particles.
  3. The sample contained bits of poop.
ดูคำตอบ

The sample contained fecal matter.

Of course, ลำดับความ

1:13

แน่นอนว่า

this was a major concern for our ancestors who ran around naked,

1:14

เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับบรรพบุรุษของเราที่วิ่งไปมาโดยไม่สวมเสื้อผ้า

but for us underwear or pant-wearing folks,

1:18

แต่สำหรับพวกเราที่ใส่กางเกงในหรือกางเกง

farts don't pose a real threat. วลี

1:20

ตดไม่ได้เป็นภัยคุกคามที่แท้จริง

ลำดับความ

Of course, ... but: ยอมรับก่อนแล้วจึงแสดงความขัดแย้ง

ในประโยคนี้ Of course ใช้เปิดประเด็นที่ผู้พูดยอมรับ นั่นคืออันตรายนี้มีความสำคัญต่อบรรพบุรุษที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้า คำนี้ทำหน้าที่แสดงการยอมรับประเด็นหนึ่งก่อน ไม่ได้ใช้ในความหมายว่าเห็นชัดอยู่แล้วด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด จากนั้น but ทำเครื่องหมายความขัดแย้งหลักว่าเสื้อผ้าทำให้เงื่อนไขเปลี่ยนไป ดังนั้นความกังวลเดิมจึงไม่ได้ใช้กับคนสมัยใหม่ในแบบเดียวกัน รูปแบบ Of course, X, but Y ช่วยให้ผู้พูดยอมรับ X ก่อน แล้วจึงใช้ Y จำกัดหรือแก้ไขขอบเขตความเกี่ยวข้องของ X

แบบฝึกหัด

Of course, ... but ในตัวอย่างทำหน้าที่จัดระเบียบข้อความอย่างไร

  1. ยอมรับความกังวลในอดีตก่อน แล้วจึงนำเสนอข้อจำกัดของสภาพการณ์สมัยใหม่
  2. พิสูจน์ว่าสภาพการณ์ในอดีตและปัจจุบันเหมือนกันทุกประการ
  3. เสนอข้อเท็จจริงสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่มีความขัดแย้งกัน
ดูคำตอบ

ยอมรับความกังวลในอดีตก่อน แล้วจึงนำเสนอข้อจำกัดของสภาพการณ์สมัยใหม่

วลี

pose a real threat: แสดงถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจริง

Pose a threat เป็นคำที่มักใช้ร่วมกันในภาษาค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงสร้างหรือก่อให้เกิดอันตราย ในที่นี้สิ่งที่ถูกประเมินคือ farts และ don't pose a real threat หมายความว่าสิ่งนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายจริงต่อผู้ที่สวมเสื้อผ้า Real จำกัดข้อความให้หมายถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงความกังวลในจินตนาการหรือในทางทฤษฎี ในบริบทอื่นอาจใช้คำขยายอย่าง serious, significant หรือ immediate เพื่อบอกระดับหรือความเร่งด่วนของภัยคุกคาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำที่มักใช้ร่วมกันแบบเป็นทางการเพื่อสื่อว่าก่อให้เกิดอันตรายได้ถูกต้อง

  1. The chemical leak makes a threat to nearby residents.
  2. The chemical leak poses a real threat to nearby residents.
  3. The chemical leak poses nearby residents a real threat.
ดูคำตอบ

The chemical leak poses a real threat to nearby residents.

And it's important that we've adapted to like our own odors

1:22

และการที่เราปรับตัวให้ชอบกลิ่นของตัวเองก็สำคัญ

so that we can maintain proper hygiene.

1:25

เพราะช่วยให้เรารักษาสุขอนามัยได้อย่างเหมาะสม

In the same way, ลำดับความ

1:27

ในทำนองเดียวกัน

mothers perceive their biological children's poop as less offensive than others, ไวยากรณ์

1:27

แม่จะรู้สึกว่าอึของลูกแท้ ๆ น่ารังเกียจน้อยกว่าอึของเด็กคนอื่น

which allows them to take care of them without disgust.

1:31

จึงทำให้แม่ดูแลลูกได้โดยไม่รู้สึกรังเกียจ

ลำดับความ

In the same way, เพื่อบอกว่ากลไกคล้ายกัน

In the same way เป็นคำเชื่อมที่ย้อนกลับไปหาข้อมูลก่อนหน้า โดยบอกผู้อ่านให้เข้าใจข้อความถัดไปว่าเป็นอีกกรณีหนึ่งของกลไกที่เพิ่งอธิบายไป ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเชื่อมตัวอย่างใหม่เข้ากับหลักการที่ว่าความคุ้นเคยหรือความสัมพันธ์ทางชีวภาพที่ใกล้ชิดอาจลดความรังเกียจได้มากพอที่จะช่วยให้ดูแลกันได้ คำเชื่อมนี้แสดงเพียงว่ากลไกส่วนที่เกี่ยวข้องคล้ายกัน ไม่ได้หมายความว่ารายละเอียดทั้งหมดเหมือนกัน เมื่อพบคำนี้ ให้ย้อนกลับไปหาหลักการที่เชื่อมโยงทั้งสองกรณี

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าประโยคที่สองอธิบายกลไกที่คล้ายกัน?

  1. Repeated drills strengthen a player's timing. In the same way, regular review strengthens a learner's memory.
  2. Repeated drills strengthen a player's timing. By contrast, regular review strengthens a learner's memory.
  3. Repeated drills strengthen a player's timing. As a result, regular review strengthens a learner's memory.
ดูคำตอบ

Repeated drills strengthen a player's timing. In the same way, regular review strengthens a learner's memory.

ไวยากรณ์

โครงสร้าง perceive ... as less ... than ...

โครงสร้าง perceive + กรรม + as + ส่วนเติมเต็ม หมายถึงบุคคลหนึ่งรู้สึกหรือตัดสินว่าสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติบางอย่าง ในประโยคนี้ mothers คือผู้รับรู้ their biological children's poop คือกรรม และ less offensive คือส่วนเติมเต็มที่บอกปฏิกิริยาเชิงอัตวิสัยของพวกเธอ วลี less offensive than others เป็นรูปละที่เข้าใจเต็ม ๆ ว่า less offensive than other children's poop โดย others ไม่ได้หมายถึงแม่คนอื่น ๆ ถ้อยคำนี้บรรยายการรับรู้หรือการตัดสิน ไม่ได้ยืนยันคุณสมบัติที่เป็นข้อเท็จจริงเชิงวัตถุวิสัย

แบบฝึกหัด

ใช้ perceive + object + as และรูปเปรียบเทียบ less ... than เติมประโยคให้สมบูรณ์: Experienced cyclists ____ a familiar route ____ dangerous than a new one.

ดูคำตอบ

perceive · as less

Of course,

1:34

แน่นอนว่า

some of you may be thinking, ลำดับความ

1:34

บางคนอาจกำลังคิดว่า

"I don't find farts disgusting at all." วลี

1:36

“ฉันไม่รู้สึกว่าตดน่ารังเกียจเลยสักนิด”

ลำดับความ

ใช้ Some of you may be thinking ... เพื่อคาดการณ์ข้อโต้แย้ง

Some of you may be thinking ใช้เกริ่นถึงปฏิกิริยาที่ผู้พูดคาดว่าอาจเกิดขึ้นกับผู้ฟังบางส่วน ในที่นี้ may แสดงความเป็นไปได้ ผู้พูดกำลังคาดเดาว่าผู้ฟังบางคนอาจคิดอะไรอยู่ ไม่ได้อนุญาตให้พวกเขาคิด การพูดถึงข้อโต้แย้งที่อาจมีขึ้นมาก่อนแล้วจึงตอบ ทำให้คำอธิบายทางเดียวกลายเป็นบทสนทนาที่สมมติขึ้น รูปแบบ Some of you may be thinking, '...' ใช้ยกคำถาม ข้อสงสัย หรือความเห็นแย้งที่น่าจะเกิดขึ้น และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับคำตอบได้

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกล่าวว่า "Some of you may be thinking, 'This plan costs too much.'" ผู้พูดกำลังทำอะไรอยู่

  1. อนุญาตให้ผู้ฟังคิดเกี่ยวกับแผนนี้
  2. คาดการณ์ข้อโต้แย้งที่ผู้ฟังบางส่วนอาจมี
  3. รายงานถ้อยคำจริงของทุกคนแบบคำต่อคำ
ดูคำตอบ

คาดการณ์ข้อโต้แย้งที่ผู้ฟังบางส่วนอาจมี

วลี

ใช้ not ... at all เพื่อปฏิเสธอย่างสมบูรณ์

ในโครงสร้างปฏิเสธ don't find ... disgusting คำว่า at all ใช้เน้นการปฏิเสธ I don't find farts disgusting at all หมายความว่าผู้พูดไม่รู้สึกเลยแม้แต่น้อยว่าการผายลมน่าขยะแขยง at all มักอยู่ใกล้ท้ายอนุประโยคปฏิเสธ ในที่นี้ใช้กับระดับของ disgusting ไม่ได้หมายถึง “โดยรวม” หรือ “โดยทั่วไป”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ไม่เลยแม้แต่น้อย”: After the practice run, Mia wasn't nervous ____.

ดูคำตอบ

at all

And you're not alone. สำนวน

1:38

และคุณไม่ได้คิดแบบนั้นอยู่คนเดียว

สำนวน

การใช้ You're not alone เพื่อปลอบใจทางสังคม

ในประโยคนี้ “you’re not alone” เป็นคำพูดปลอบใจทางสังคม ผู้พูดหมายความว่าคนอื่นก็มีปฏิกิริยาหรือประสบการณ์แบบเดียวกับผู้ฟัง ไม่ได้เน้นว่ามีใครอยู่ใกล้ ๆ ทางกายภาพ โครงสร้างนี้ใช้ยอมรับความกังวล ความชอบ ความผิดพลาด หรือความรู้สึกกระอักกระอ่วนของอีกฝ่าย โดยแสดงว่าสิ่งนั้นเป็นประสบการณ์ที่คนอื่นก็พบได้ มักแฝงความหมายว่า “เรื่องนี้เกิดกับคนอื่นเหมือนกัน คุณจึงไม่จำเป็นต้องรู้สึกโดดเดี่ยวหรือแปลกกว่าคนอื่น”

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมชั้นพูดว่า “I feel embarrassed because presentations make me nervous.” คำตอบใดใช้ “you’re not alone” เพื่อปลอบใจทางสังคม

  1. You're not by yourself; two people are standing nearby.
  2. You must handle it alone.
  3. You're not alone—I get nervous before presentations too.
ดูคำตอบ

You're not alone—I get nervous before presentations too.

Perception of disgust is a combination of variables like age, วลี

1:39

การรับรู้ถึงความน่ารังเกียจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น อายุ

gender,

1:42

เพศ

culture,

1:42

วัฒนธรรม

and even personality.

1:43

และแม้แต่บุคลิกภาพ

วลี

A combination of variables สำหรับอิทธิพลหลายอย่าง

ใน “a combination of variables” คำว่า combination แสดงว่าผลลัพธ์เกิดจากอิทธิพลหลายอย่างที่ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่จากสาเหตุเพียงอย่างเดียว รายการที่ตามมา ได้แก่ age, gender, culture และ personality เป็นตัวอย่างของอิทธิพลเหล่านั้น ในที่นี้ variable หมายถึงลักษณะหรือเงื่อนไขที่อาจแตกต่างกันไปตามบุคคล กรณี หรือสถานการณ์ และอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ ในภาษาวิเคราะห์ โครงสร้าง “X is/depends on a combination of variables” ใช้อธิบายผลจากหลายปัจจัยได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเชิงวิเคราะห์สี่คำที่หมายถึงอิทธิพลหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงได้ทำงานร่วมกัน: The final cost depends on ____, including material prices, labor hours, and delivery distance.

ดูคำตอบ

a combination of variables

So much so that people who are more anxious or socially conservative ลำดับความ

1:44

ถึงขั้นที่คนที่วิตกกังวลง่ายหรือมีแนวคิดอนุรักษนิยมทางสังคมมากกว่า

are often more sensitive to stink than their adventure-seeking friends. วลี

1:48

มักไวต่อกลิ่นเหม็นมากกว่าเพื่อนที่ชอบแสวงหาการผจญภัย

ลำดับความ

So much so that: เน้นระดับและนำไปสู่ผลลัพธ์

So much so that รับระดับความมากจากข้อความก่อนหน้าทั้งหมด แล้วนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดหรือน่าประหลาดใจ ในประโยคนี้หมายความว่า ตัวแปรส่วนบุคคลส่งผลต่อการรับรู้ความขยะแขยงมากเสียจนคนบางกลุ่มมีปฏิกิริยาต่อกลิ่นไม่พึงประสงค์รุนแรงกว่า สำนวนนี้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเนื้อหา โดยเริ่มจากบอกสภาพหรือแนวโน้ม แล้วใช้ so much so that + อนุประโยคเพื่อแสดงผลที่เป็นรูปธรรม ในโครงสร้างนี้ much ไม่ได้หมายถึงปริมาณมากเมื่อแยกออกมาใช้เดี่ยว ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมจากบทเรียนที่ใช้เน้นระดับและนำไปสู่ผลลัพธ์: The café became extremely popular, ____ we had to book a table a week ahead.

ดูคำตอบ

so much so that

วลี

Sensitive to stink: มีปฏิกิริยารุนแรงต่อกลิ่นไม่พึงประสงค์

Sensitive to + คำนามหรือรูป -ing ใช้บรรยายคนหรือสิ่งของที่สังเกตเห็นสิ่งเร้าได้ง่าย มีปฏิกิริยาต่อสิ่งนั้น หรือได้รับผลกระทบอย่างมาก ในประโยคนี้ sensitive to stink หมายถึงมีแนวโน้มที่จะตรวจพบกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ง่ายขึ้นหรือมีปฏิกิริยาต่อกลิ่นนั้นรุนแรงขึ้น Sensitive ไม่ได้หมายถึงความเปราะบางทางอารมณ์เสมอไป กรรมที่ตามหลัง to ระบุสิ่งที่ทำให้เกิดปฏิกิริยา เช่น เสียงรบกวน แสง คำวิจารณ์ หรือการเปลี่ยนแปลงของราคา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ได้รับผลกระทบได้ง่ายจาก”: This plant is ____ cold weather, so bring it indoors in winter.

ดูคำตอบ

sensitive to

The anterior cingulate cortex, วัฒนธรรม

1:51

เปลือกสมองส่วนซิงกูเลตด้านหน้า

which processes surprise,

1:53

ซึ่งทำหน้าที่ประมวลผลความประหลาดใจ

also plays a big role. วลี

1:54

ก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน

วัฒนธรรม

เปลือกสมองซิงกูเลตส่วนหน้า

anterior cingulate cortex เป็นชื่อของบริเวณหนึ่งในสมอง ควรเข้าใจทั้งสามคำเป็นวลีคำนามทางวิชาการหนึ่งชุด ไม่ใช่แปล anterior, cingulate และ cortex แยกกันตามความหมายทั่วไป ในประโยคนี้ which processes surprise อธิบายสั้น ๆ ว่าบริเวณนี้สำคัญอย่างไร โดยบอกว่ามันช่วยให้สมองตอบสนองต่อสิ่งที่ไม่คาดคิด บริเวณนี้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อปฏิกิริยา ไม่ใช่สาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมชื่อบริเวณสมองที่เรียนในบทนี้ให้สมบูรณ์: The ____, which helps process surprise, can shape a person's response to an unexpected event.

ดูคำตอบ

anterior cingulate cortex

วลี

มีบทบาทสำคัญ

plays a big role หมายถึง “มีส่วนสำคัญ” หรือ “มีอิทธิพลอย่างมากต่อสิ่งที่เกิดขึ้น” ในที่นี้ play และ role เป็นคำที่ใช้ร่วมกันแบบตายตัว ไม่ได้หมายถึงการเล่นหรือการแสดง คำว่า also แสดงว่าเปลือกสมองส่วนนี้เป็นหนึ่งในหลายปัจจัยสำคัญ ประโยคไม่ได้บอกว่ามันเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “มีส่วนสำคัญ”: Trust ____ in building a strong team.

ดูคำตอบ

plays a big role

When we fart,

1:56

เมื่อเราตด

we know it and can anticipate the accompanying smell.

1:56

เรารู้ตัวและคาดการณ์กลิ่นที่จะตามมาได้

But when somebody rips a silent but deadly fart into a crowded room, สำนวน

1:59

แต่เมื่อมีใครปล่อยตดเงียบแต่เหม็นร้ายกาจในห้องที่คนแน่นขนัด

สำนวน

“Silent but deadly” สำนวนขบขันเกี่ยวกับการผายลม

ในประโยคนี้ silent but deadly ใช้บรรยายแบบขบขันถึงการผายลมที่ไม่มีเสียงแต่เหม็นมาก deadly เป็นการพูดเกินจริงโดยเจตนา หมายถึงกลิ่นนั้นทนแทบไม่ไหว ไม่ได้หมายความว่าอันตรายถึงชีวิตจริง ๆ มุกของสำนวนนี้เกิดจากความขัดแย้ง silent ทำให้ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วน but deadly เผยผลที่ไม่น่าพอใจซึ่งผู้คนรับรู้ได้จากกลิ่นเท่านั้น

แบบฝึกหัด

silent but deadly ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?

  1. เสียงดังที่ทำให้ทุกคนออกจากห้อง
  2. สถานการณ์เงียบ ๆ ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตจริง ๆ
  3. การผายลมที่ไม่มีเสียงแต่เหม็นอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

การผายลมที่ไม่มีเสียงแต่เหม็นอย่างรุนแรง

the brain's expectations of reality are smashed by the negative stimulus, สำนวน

2:03

สิ่งเร้าเชิงลบนั้นจะทำลายความคาดหวังของสมองที่มีต่อความเป็นจริง

making it all seem even more foul.

2:07

ทำให้ทุกอย่างยิ่งดูน่ารังเกียจขึ้นไปอีก

สำนวน

“Expectations of reality are smashed” ในฐานะอุปมา

ในที่นี้ expectations of reality are smashed หมายความว่า ประสบการณ์ที่ไม่น่าพอใจขัดแย้งกับสิ่งที่สมองคาดการณ์ไว้อย่างฉับพลันและสิ้นเชิง โดยเปรียบความคาดหวังเป็นวัตถุแข็งที่สามารถทุบให้แตกได้ โครงสร้างแบบถูกกระทำ are smashed by the negative stimulus ทำให้สิ่งเร้าที่ไม่คาดคิดมีบทบาทเป็นแรงที่ทำลายการคาดการณ์ ไม่มีสิ่งใดถูกทุบจริง ๆ ทางกายภาพ แต่ถ้อยคำนี้เน้นว่าความเป็นจริงไม่ตรงกับสิ่งที่คาดไว้อีกต่อไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Their expectations of an easy victory were smashed by the unexpected defeat.” คำว่า smashed สื่อถึงอะไร?

  1. ความพ่ายแพ้นั้นขัดแย้งอย่างมากกับสิ่งที่พวกเขาคาดไว้
  2. ความพ่ายแพ้นั้นยืนยันสิ่งที่พวกเขาคาดไว้อย่างตรงตัว
  3. ความพ่ายแพ้นั้นทำให้บางสิ่งในศีรษะของพวกเขาแตกจริง ๆ
ดูคำตอบ

ความพ่ายแพ้นั้นขัดแย้งอย่างมากกับสิ่งที่พวกเขาคาดไว้

So next time you feel a silent stinker coming on, กริยาวลี

2:09

เพราะฉะนั้น ครั้งหน้าถ้าคุณรู้สึกว่าตดเงียบเหม็น ๆ กำลังจะมา

you might want to give everyone a heads up. โน้ต

2:11

คุณอาจควรบอกให้ทุกคนรู้ล่วงหน้า

กริยาวลี

feel something coming on: รู้สึกว่าบางอย่างกำลังเริ่มขึ้น

รูปแบบ feel + something + coming on หมายถึงการสังเกตเห็นสัญญาณแรก ๆ ว่าบางอย่างกำลังเริ่มขึ้นหรือมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในไม่ช้า กรรมที่อยู่ตรงกลางบอกว่าสิ่งใดกำลังเริ่มขึ้น เช่น หวัด อาการปวดหัว การทะเลาะ หรือเหตุการณ์อื่น ในประโยคนี้ silent stinker เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการและขบขันสำหรับการผายลมที่ไม่มีเสียงแต่มีกลิ่น ผู้พูดจึงหมายถึงการรู้สึกว่ากำลังจะผายลม ในรูปแบบนี้ coming on หมายถึง “เริ่มปรากฏ” ไม่ใช่คำสั่ง Come on!

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ feel ... coming on: After sneezing all morning, I can ____ a cold ____, so I'll rest.

ดูคำตอบ

feel · coming on

น้ำเสียง/เจตนา

might want to สำหรับคำแนะนำที่นุ่มนวล

รูปแบบ might want to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีทั่วไปในการให้คำแนะนำ การเตือนความจำ หรือคำเตือนเล็กน้อยอย่างอ้อม ๆ คำว่า might ทำให้คำแนะนำฟังไม่บังคับมากนัก เพราะนำเสนอเป็นเรื่องที่ผู้ฟังอาจพิจารณา แทนที่จะเป็นคำสั่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแนะนำให้อีกฝ่ายเตือนทุกคนจริง ๆ ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อถามว่าอีกฝ่ายมีความต้องการทำเช่นนั้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้คำแนะนำเรื่องการบันทึกงานอย่างอ้อมและนุ่มนวลที่สุด

  1. You should save your work first.
  2. You must save your work first.
  3. You might want to save your work first.
ดูคำตอบ

You might want to save your work first.

สำนวน

give everyone a heads up: บอกทุกคนล่วงหน้า

give someone a heads up หมายถึงบอกใครบางคนล่วงหน้าเกี่ยวกับสิ่งที่อาจกระทบเขา เพื่อให้เขามีเวลาเตรียมตัว ในประโยคนี้ everyone คือกลุ่มที่ได้รับคำเตือน โครงสร้างคือ give + ผู้รับ + a heads up และมักตามด้วย about + คำนาม หรือ before + อนุประโยค สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการขอให้คนเงยหน้าขึ้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “เตือนคนทั้งกลุ่มล่วงหน้า”: If the schedule changes, please ____.

ดูคำตอบ

give everyone a heads up

Unless of course,

2:14

เว้นแต่ว่า

you're alone.

2:14

คุณอยู่คนเดียว

Then you can bask in the glory of your own stench. สำนวน

2:15

ถ้าอย่างนั้นก็เชิญดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่ของกลิ่นเหม็นของตัวเองได้เลย

สำนวน

bask in the glory of: ดื่มด่ำกับความรุ่งโรจน์ของ

bask in the glory of โดยทั่วไปหมายถึงการเพลิดเพลินกับคำชื่นชม ความภาคภูมิใจ หรือความพอใจที่เกิดจากความสำเร็จ bask ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยจินตนาการว่าคนคนนั้นกำลังแช่อยู่ในความรุ่งโรจน์อย่างสบายใจราวกับเป็นความอบอุ่น ปกติสำนวนนี้จะนำหน้าสิ่งที่น่าภูมิใจ การนำไปจับคู่กับ your own stench จงใจวางถ้อยคำที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยการเฉลิมฉลองไว้ข้างสิ่งที่น่าขยะแขยง จึงก่อให้เกิดการประชดและมุกตลกแบบหยาบ ไม่ใช่คำชื่นชมอย่างจริงใจ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “He basked in the glory of finally finding the TV remote,” เหตุใดสำนวนนี้จึงชวนขำ?

  1. นำสำนวนสูงส่งสำหรับความสำเร็จครั้งใหญ่มาใช้กับความสำเร็จเล็กน้อย
  2. หมายความตามตัวอักษรว่าเขานั่งอยู่ใต้แสงแดดอุ่น ๆ พร้อมรีโมต
  3. แสดงว่าการหารีโมตเจอเป็นพิธีการสาธารณะที่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

นำสำนวนสูงส่งสำหรับความสำเร็จครั้งใหญ่มาใช้กับความสำเร็จเล็กน้อย

Don't forget the AsapScience book just went on pre-sale. วลี

2:18

อย่าลืมว่าหนังสือ AsapScience เพิ่งเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า

วลี

went on pre-sale: เริ่มเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า

“Went on pre-sale” เป็นรูปอดีตของ “go on pre-sale” หมายความว่าหนังสือเข้าสู่ช่วงที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าก่อนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ ในที่นี้ went แสดงการเปลี่ยนสถานะ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ go on pre-sale เติมประโยคให้สมบูรณ์: The new game ____ yesterday, two weeks before its official release.

ดูคำตอบ

went on pre-sale

Not only can you own a physical version of some of your favorite video episodes, ไวยากรณ์

2:21

คุณไม่เพียงจะได้ครอบครองวิดีโอตอนโปรดบางตอนในรูปแบบหนังสือ

which we've redrawn and updated,

2:24

ซึ่งเราวาดใหม่และปรับปรุงเนื้อหาแล้ว

but we wrote a whole bunch of new chapters วลี

2:26

แต่เรายังเขียนบทใหม่ ๆ เพิ่มอีกมากมาย

answering questions that have never been answered here on AsapScience.

2:28

เพื่อตอบคำถามที่ไม่เคยได้รับคำตอบบน AsapScience มาก่อน

ไวยากรณ์

Not only ... but กับการสลับตำแหน่งในอนุประโยคแรก

เมื่อ Not only อยู่ต้นอนุประโยค จะเกิดการสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย: Not only + กริยาช่วยหรือกริยาช่วยบอกลักษณะ + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้นจึงใช้ Not only can you own ไม่ใช่ Not only you can own มีเพียงอนุประโยคที่มี Not only เท่านั้นที่สลับตำแหน่ง ส่วนอนุประโยคที่มี but เพิ่มประเด็นที่สองด้วยลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าปกติ: but we wrote... รูปแบบนี้เสนอข้อดีข้อที่สองเป็นข้อมูลเพิ่มเติม และมักเน้นย้ำมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Not only ขึ้นต้นประโยคได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มความสำเร็จสองอย่าง?

  1. Not only did Ava win the race, but did she also break the school record.
  2. Not only did Ava win the race, but she also broke the school record.
  3. Not only Ava won the race, but she also broke the school record.
ดูคำตอบ

Not only did Ava win the race, but she also broke the school record.

วลี

a whole bunch of สำหรับบอกปริมาณมากแบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ a whole bunch of ขยาย new chapters และหมายถึง “จำนวนมาก” คำว่า whole เน้นความรู้สึกว่ามีจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้หมายความว่าบทต่าง ๆ ถูกมัดรวมกันเป็นกำจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a whole bunch of + คำนาม ซึ่งให้โทนสบาย ๆ และกระตือรือร้น แทนที่จะระบุจำนวนที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ใน “We found a whole bunch of shells on the beach,” คำว่า a whole bunch of สื่อความหมายอะไร

  1. เปลือกหอยจำนวนมาก โดยพูดแบบไม่เป็นทางการและเน้นปริมาณ
  2. เปลือกหอยจำนวนน้อยที่ระบุจำนวนแน่นอน
  3. เปลือกหอยที่มัดไว้เพียงหนึ่งกำและไม่มีชิ้นอื่น
ดูคำตอบ

เปลือกหอยจำนวนมาก โดยพูดแบบไม่เป็นทางการและเน้นปริมาณ

Check out asapscience.com/book to get your copy. กริยาวลี

2:31

ไปที่ asapscience.com/book เพื่อสั่งซื้อหนังสือของคุณ

กริยาวลี

Check out เพื่อชวนให้ไปเยี่ยมชมหรือสำรวจ

ในที่นี้ Check out เป็นรูปคำสั่งที่ชวนผู้ชมให้เข้าไปเยี่ยมชมและสำรวจเว็บไซต์เพื่อรับหนังสือ ไม่ได้หมายถึงการชำระเงินที่ร้านค้าหรือออกจากโรงแรม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ check out + เนื้อหา สถานที่ สินค้า หรือลิงก์ ในคำแนะนำและข้อความกระตุ้นให้ลงมือทำ จะหมายถึง “ลองดู” “เข้าไปเยี่ยมชม” หรือ “ดูข้อมูลเพิ่มเติม”

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้: You'd love this artist's new album. ____ their latest song.

ดูคำตอบ

Check out

We truly appreciate all of the support.

2:35

เราซาบซึ้งกับทุกแรงสนับสนุนจริง ๆ

You can also watch our latest AsapThought video The Science of Beards,

2:37

คุณยังดูวิดีโอ AsapThought ล่าสุดของเราเรื่อง The Science of Beards ได้ด้วย

where we debate the scientific advantages of growing it out or staying clean-shaven. โน้ต

2:40

ซึ่งเราถกกันถึงข้อดีทางวิทยาศาสตร์ของการไว้เครากับการโกนเกลี้ยง

กริยาวลี

grow it out: ปล่อยให้ผมหรือเครายาวขึ้น

ในประโยคนี้ it หมายถึงเคราที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ Grow it out หมายถึงหยุดตัดหรือเล็มผมหรือขนบนใบหน้า เพื่อปล่อยให้ยาวขึ้นต่อไป ส่วน out เพิ่มความหมายว่าปล่อยให้ความยาวเพิ่มขึ้นตามเวลา ไม่ได้บอกทิศทางว่าออกไปข้างนอก กริยาวลีนี้แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง grow กับ out เป็น grow it out รูปแบบนี้ใช้กับผม ผมหน้าม้า หรือเคราได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ปล่อยให้เคราของฉันยาวขึ้นโดยไม่เล็ม” ลงในประโยค: I am not trimming my beard this month; I am ____.

ดูคำตอบ

growing it out

การใช้คำ

staying clean-shaven: รักษาใบหน้าให้ไม่มีหนวดเครา

Clean-shaven ใช้บรรยายใบหน้าที่โกนหนวดและเคราที่มองเห็นออกทั้งหมด ใน staying clean-shaven คำว่า staying หมายถึงการคงอยู่ในสภาพนั้นต่อไป ดังนั้นวลีนี้จึงเสนอการรักษาใบหน้าที่โกนเกลี้ยงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งจากการไว้เคราให้ยาว คำคุณศัพท์นี้กล่าวถึงขนบนใบหน้าโดยเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงความสะอาดทั่วไป สามารถวางหลังคำกริยาเชื่อม เช่น be หรือ stay clean-shaven หรือวางหน้าคำนามที่กล่าวถึงบุคคล เช่น a clean-shaven man

แบบฝึกหัด

หาก Leo โกนขนบนใบหน้าที่มองเห็นทั้งหมดทุกเช้า ตัวเลือกใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? Leo prefers to stay ____ for client meetings.

  1. with stubble
  2. beardless
  3. clean-shaven
ดูคำตอบ

clean-shaven

To beard or not to beard, วัฒนธรรม

2:45

จะไว้เคราหรือไม่ไว้ดี

วัฒนธรรม

To beard or not to beard: การเล่นคำด้วยรูปแบบของเชกสเปียร์

“To beard or not to beard” เป็นการดัดแปลงประโยคดังของเชกสเปียร์ “To be, or not to be” ให้ขบขัน ผู้พูดเปลี่ยน be เป็น beard และใช้ beard ซึ่งปกติเป็นคำนามให้ทำหน้าที่คล้ายคำกริยาชั่วคราวในความหมายว่า “ไว้เคราหรือทำให้เครางอก” รูปแบบ “To X or not to X” นำเสนอทางเลือกให้เหมือนคำถามที่น่าตื่นเต้น ในชื่อเรื่อง โฆษณา และมุกตลก รูปแบบนี้มักบอกว่าเป็นการอ้างถึงเชกสเปียร์อย่างสนุกสนาน ไม่ใช่การยกคำพูดมาอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ “To beard or not to beard” ในประโยคนี้ฟังดูขบขัน?

  1. ให้ความหมายตามพจนานุกรมทั่วไปของ beard
  2. ดัดแปลงประโยคดังของเชกสเปียร์และใช้ beard เป็นคำกริยาอย่างสร้างสรรค์
  3. เป็นคำพูดอ้างอิงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกฎเรื่องหนวดเครา
ดูคำตอบ

ดัดแปลงประโยคดังของเชกสเปียร์และใช้ beard เป็นคำกริยาอย่างสร้างสรรค์

head over there with the link in the description and let us know which side wins. โน้ต

2:46

กดลิงก์ในคำอธิบายเพื่อไปดู แล้วบอกเราว่าฝ่ายไหนชนะ

กริยาวลี

head over there: ไปยังสถานที่หรือหน้าเว็บนั้น

ในที่นี้ head เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ไป” และ head over there หมายถึง “ไปยังที่นั้น” ในวิดีโอนี้ there หมายถึงจุดหมายออนไลน์ที่เข้าผ่านลิงก์ในคำอธิบาย ไม่ใช่สถานที่จริง รูปแบบ head over + สถานที่ เป็นวิธีบอกให้ใครไปที่อื่นอย่างเป็นกันเอง เช่น head over to the kitchen, head over to our website หรือ head over there

แบบฝึกหัด

ไกด์พิพิธภัณฑ์พูดว่า “The next tour starts in Gallery 4. Please head over there now.” ผู้เข้าชมควรทำอะไร?

  1. มองศีรษะของไกด์
  2. ไปที่ Gallery 4
  3. รอลิงก์ในคำอธิบาย
ดูคำตอบ

ไปที่ Gallery 4

น้ำเสียง/เจตนา

let us know: การขอให้อีกฝ่ายตอบอย่างเปิดกว้างและสุภาพ

ในที่นี้ let us know เป็นวลีขอข้อมูลแบบตายตัว หมายถึง บอกเรา หรือ แจ้งข้อมูลให้เราทราบ คำว่า let ในวลีนี้ไม่ได้หมายถึง อนุญาต ส่วน which side wins ระบุว่าต้องการให้อีกฝ่ายบอกข้อมูลอะไร วลีนี้ทำให้คำขอฟังเหมือนการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบ มักใช้หลังจากผู้ฟังได้ดู ลอง ตรวจสอบ หรือตัดสินใจบางอย่างแล้ว โดยทั่วไปฟังไม่ห้วนเท่า tell us และนำไปใช้กับรูปแบบอย่าง let us know what..., let us know whether..., let us know when... และ let us know your decision ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่ใช้ขอความคิดเห็นอย่างสุภาพ: After the workshop, ____ what we could improve.

ดูคำตอบ

let us know

And subscribe for more weekly science videos.

2:50

และอย่าลืมกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมทุกสัปดาห์