คนตื่นเช้า vs นกฮูกกลางคืน: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
แนะนำวิดีโอ: วิดีโอเชื่อมความชอบเวลานอนจากพันธุกรรมกับตารางสังคมและผลการทำงาน ก่อนสรุปว่าไม่มีรูปแบบนาฬิกาชีวภาพใดชนะเด็ดขาด ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "The early bird gets the worm." — สำนวนและการเปรียบเทียบ: เชื่อมการลงมือก่อนกับโอกาส และเห็นว่าวิดีโอจำกัดแนวคิดนี้ภายหลัง 2. social jet lag — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: แยกภาวะนาฬิกาชีวภาพไม่ตรงกับตารางสังคมออกจากเจ็ตแล็กของการเดินทาง 3. What they lack in white matter, they make up in cortisol levels. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ “what ... lack in ..., ... make up in ...” เพื่อเปรียบเทียบสิ่งที่ขาดกับข้อดีอีกด้านที่ช่วยชดเชย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
You may have heard the saying, "The early bird gets the worm." สำนวน
0:00คุณอาจเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “นกที่ตื่นเช้าย่อมจับหนอนได้”
The early bird gets the worm: การลงมือแต่เนิ่น ๆ สร้างโอกาส
“The early bird gets the worm” เป็นสุภาษิต นกและหนอนเป็นภาพเปรียบเทียบ หมายความว่าคนที่เริ่มหรือลงมือก่อนมีโอกาสเข้าถึงสิ่งดี ๆ ก่อนคนอื่นมากกว่า สุภาษิตนี้สื่อถึงข้อได้เปรียบโดยทั่วไปของการลงมืออย่างทันท่วงที ไม่ใช่คำรับรองตามข้อเท็จจริงว่าคนที่ตื่นเช้าทุกคนจะประสบความสำเร็จ ในประโยคนี้ สุภาษิตดังกล่าวนำเสนอความเชื่อที่คุ้นเคยว่าการลงมือแต่เนิ่น ๆ อาจทำให้คนเราได้เปรียบ
แบบฝึกหัด
สุภาษิตในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- นกประสบความสำเร็จมากกว่ามนุษย์เสมอ
- คนที่ลงมือแต่เนิ่น ๆ มีโอกาสได้รับสิ่งดี ๆ มากกว่า
- การตื่นเช้ารับประกันความสำเร็จในทุกสถานการณ์
ดูคำตอบ
คนที่ลงมือแต่เนิ่น ๆ มีโอกาสได้รับสิ่งดี ๆ มากกว่า
do morning people really have an advantage over night owls? การใช้คำ
0:04คนตื่นเช้าได้เปรียบคนนอนดึกจริงหรือ
when it comes to: การจำกัดขอบเขตของหัวข้อ
“when it comes to + คำนาม/คำนามที่มาจากกริยา” หมายถึง “เมื่อพูดถึงหรือพิจารณาหัวข้อนั้น” วลีนี้บอกว่าข้อความที่ตามมาใช้กับหัวข้อใด ส่วน comes ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ในที่นี้ when it comes to humans เปลี่ยนหัวข้อจากภาพนกในสุภาษิตไปเป็นคำถามเฉพาะเรื่องรูปแบบการนอนของมนุษย์ หลัง to ให้ใช้กลุ่มคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น when it comes to bedtime, them หรือ choosing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เมื่อพูดถึงหัวข้อนี้”: “____ choosing a laptop, battery life matters.”
ดูคำตอบ
When it comes to
morning people กับ night owls
“Morning people” (รูปเอกพจน์คือ “morning person”) คือคนที่ชอบตื่นและทำกิจกรรมแต่เช้าโดยธรรมชาติ ส่วน “night owls” (รูปเอกพจน์คือ “night owl”) คือคนที่ชอบนอนดึกและมักรู้สึกตื่นตัวกว่าในตอนกลางคืน คำเรียกเหล่านี้บอกถึงรูปแบบการนอนและช่วงเวลาที่มีพลังเป็นประจำของคนคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่การตื่นเช้าหรือนอนดึกเพียงครั้งเดียว “Night owl” เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงคน ไม่ใช่นกฮูกจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ปกติ Lena ทำงานได้ดีที่สุดตอนดึกและไม่ชอบตื่นเช้า ประโยคภาษาอังกฤษข้อใดตรงกับรูปแบบประจำของเธอ?
- She is a night owl.
- She is a morning person.
ดูคำตอบ
She is a night owl.
come out on top: จบลงในฐานะผู้ชนะ
“Come out on top” หมายถึงการจบลงในฐานะผู้ชนะหรืออยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุดหลังการแข่งขัน การเปรียบเทียบ หรือกระบวนการที่ยาก คำว่า “top” ในที่นี้เป็นภาพเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นไปอยู่ข้างบนจริง ๆ ในคำถามนี้ วลีดังกล่าวถามว่าคนที่ถนัดตื่นเช้าหรือคนที่ชอบนอนดึก ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพิสูจน์ได้ในที่สุดหรือไม่ว่าฉลาดกว่าหรือประสบความสำเร็จมากกว่าอีกฝ่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนที่หมายถึง “จบลงในฐานะผู้ชนะ”: After a close final round, Leo ____.
ดูคำตอบ
came out on top
as it's almost entirely genetically predetermined.
0:16เพราะความชอบนี้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วยพันธุกรรมแทบทั้งหมด
have little say in: มีอิทธิพลจำกัดมาก
To have a say in something หมายถึงมีสิทธิ์หรือมีความสามารถจริงในการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ การจัดการ หรือผลลัพธ์ ส่วน little ทำให้อิทธิพลนั้นมีอยู่อย่างจำกัดมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลยเสมอไป ในประโยคนี้ have little say in แสดงว่าผู้คนแทบไม่สามารถกำหนดความชอบด้านการนอนของตนเองได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have little say in + คำนาม คำกริยาเติม -ing หรืออนุประโยคที่บอกเรื่องซึ่งกำลังถูกตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “มีอิทธิพลจำกัดมาก”: Although the students can make requests, they ____ which classes are offered.
ดูคำตอบ
have little say in
it was likely passed down from an ancestor who was also a night owl. กริยาวลี
0:20ก็มีแนวโน้มสูงว่านิสัยนี้ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษที่นอนดึกเช่นกัน
Chances are: mở đầu một kết luận có khả năng cao
Chances are เป็นสำนวนที่ใช้ขึ้นต้นประโยคและมีความหมายว่า “มีความเป็นไปได้สูง” สำนวนนี้นำเสนอข้อสรุปว่าเป็นสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน และโดยปกติจะตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ สามารถใส่ that หลัง are ได้ แต่มักละไว้ โดยเฉพาะในการพูด ในประโยคนี้ อนุประโยค if ให้เงื่อนไข ส่วน Chances are ทำหน้าที่นำเสนอข้อสรุปหลักว่าเป็นสิ่งที่มีความเป็นไปได้สูง Chances ในที่นี้หมายถึงความน่าจะเป็น ไม่ใช่โอกาสหลายโอกาส
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนขึ้นต้นสองคำจากบทเรียนที่แสดงข้อสรุปซึ่งมีแนวโน้มสูงแต่ไม่แน่นอน: ____ the museum will be busy on Saturday.
ดูคำตอบ
Chances are
passed down from: มาจากคนรุ่นก่อน
ในประโยคนี้ was passed down from หมายความว่าลักษณะการเป็นคนนอนดึกมาจากบรรพบุรุษ เป็นการพูดถึงการสืบทอด ไม่ใช่การส่งของลงด้านล่างจริง ๆ รูปแบบ be passed down from + แหล่งที่มา บอกว่าบางสิ่งมาจากคนรุ่นก่อนหรือรุ่นใด ใช้กับลักษณะ ประเพณี ความรู้ เรื่องเล่า หรือสิ่งของที่ส่งต่อจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย passed down from: This story was ____ my great-grandfather.
ดูคำตอบ
passed down from
from an evolutionary perspective: วางกรอบมุมมอง
วลีเปิด from an evolutionary perspective บอกว่าเราควรใช้มุมมองใดในการทำความเข้าใจข้อสรุปที่ตามมา ในที่นี้กำลังพิจารณาว่าลักษณะหนึ่งอาจช่วยเรื่องการอยู่รอดหรือการปรับตัวตลอดหลายรุ่นอย่างไร ไม่ได้ดูแค่ประสบการณ์ของคนคนเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้ from a/an + adjective + perspective ช่วยจัดข้อมูลด้วยการบอกมุมมองก่อนข้อความหลัก เมื่อใช้เปิดประโยค โดยปกติจะใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นกรอบนี้จากอนุประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ข้อความเปิดใดบอกได้ดีที่สุดว่าข้อสรุปถัดไปอ้างอิงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม?
- At the same time,
- From an environmental perspective,
- To my surprise,
- In the distance,
ดูคำตอบ
From an environmental perspective,
would allow for better protection of a group throughout the day and night. กริยาวลี
0:29ช่วยให้ปกป้องกลุ่มได้ดีขึ้นตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน
“allow for” ในความหมายว่า “ทำให้เป็นไปได้”
ในประโยคนี้ allow for หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” การที่แต่ละคนนอนคนละเวลาทำให้กลุ่มได้รับการปกป้องอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งกลางวันและกลางคืน รูปแบบคือ เงื่อนไขหรือลักษณะ + allow for + ผลลัพธ์ คำที่ตามหลัง allow for บอกผลลัพธ์ที่เงื่อนไขนั้นช่วยให้เกิดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้”: Extra staff would ____ faster service.
ดูคำตอบ
allow for
some people naturally stay up later and some wake up earlier
0:34บางคนจะตื่นอยู่จนดึกโดยธรรมชาติ ส่วนบางคนจะตื่นเช้ากว่า
aware of threats or predators while others sleep.
0:37เพื่อคอยระวังภัยคุกคามหรือสัตว์นักล่าขณะที่คนอื่นหลับ
“Instead of everybody sleeping”: instead of + ผู้ทำกริยา + -ing
Instead of แสดงว่าแผนหรือการกระทำหนึ่งถูกแทนด้วยอีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้ everybody sleeping at one time คือแผนที่ไม่ได้เกิดขึ้น ส่วนทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงคือแต่ละคนตื่นอยู่ในเวลาที่ต่างกัน หลัง instead of ใช้คำนามหรือกลุ่มคำ -ing ไม่ใช้อนุประโยคทั่วไปที่มีกริยาผันตามกาล ใน everybody sleeping คำว่า everybody ระบุผู้ทำกริยา sleeping โครงสร้างนี้ใช้เปรียบเทียบแผนที่ไม่เลือกกับทางเลือกที่เกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย everybody และรูป -ing ของ read: Instead of ____ aloud together, Maya read the story.
ดูคำตอบ
everybody reading
But considering most modern societal activities happen between 9:00 a.m. and 5:00 p.m.,
0:39แต่เมื่อกิจกรรมส่วนใหญ่ในสังคมยุคใหม่เกิดขึ้นระหว่าง 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น
it may seem clear that night owls are put at a disadvantage. วลี
0:44ก็ดูชัดเจนว่าคนนอนดึกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
be put at a disadvantage: ถูกทำให้อยู่ในสถานะเสียเปรียบ
ใน be put at a disadvantage คำว่า put หมายถึง “ทำให้ใครบางคนอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบกว่า” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ put + คนหรือกลุ่ม + at a disadvantage ในประโยคนี้ รูปถูกกระทำ are put แสดงว่าคนที่ชอบนอนดึกเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ส่วนตารางเวลาที่เน้นช่วงกลางวันเป็นสาเหตุ วลีนี้หมายถึงโอกาสหรือความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีลดลง ไม่ได้หมายความเพียงว่าพวกเขาไม่ชอบตารางเวลาดังกล่าว
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมายให้สมบูรณ์: A poor internet connection can put a job applicant ____ during an online interview.
ดูคำตอบ
at a disadvantage
to describe the sleep deprivation many experience to accommodate social norms.
0:50เพื่ออธิบายภาวะอดนอนที่หลายคนประสบจากการต้องปรับตัวให้เข้ากับบรรทัดฐานทางสังคม
coin the term: บัญญัติคำเรียกใหม่
To coin a term หมายถึงสร้างคำหรือวลีใหม่ แล้วใช้เป็นชื่อเรียกแนวคิดหนึ่ง ในที่นี้ coin เป็นคำกริยา ไม่ได้หมายถึงเหรียญเงิน ใน coined the term social jet lag นักวิจัยถูกนำเสนอว่าเป็นผู้ตั้งชื่อให้กับรูปแบบการอดนอนที่เกิดจากตารางเวลาของสังคม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้ ได้แก่ coin the term + ชื่อ และ coin a term for + แนวคิดที่ต้องการตั้งชื่อ
แบบฝึกหัด
โค้ชสร้างชื่อใหม่ว่า “reset minute” สำหรับช่วงพักสั้น ๆ หลังทำผิด ควรใช้สำนวนใด?
- coined the term — โค้ชสร้างชื่อเรียกใหม่นี้
- defined the term — โค้ชอธิบายความหมายของชื่อเรียกนี้
- used the term — โค้ชพูดหรือเขียนชื่อเรียกนี้
ดูคำตอบ
coined the term — โค้ชสร้างชื่อเรียกใหม่นี้
social jet lag: เมื่อนาฬิกาชีวภาพขัดกับตารางเวลาทางสังคม
social jet lag คือความไม่สอดคล้องที่เกิดซ้ำระหว่างนาฬิกาชีวภาพภายในร่างกายกับเวลานอนและเวลาตื่นที่งาน โรงเรียน หรือหน้าที่ทางสังคมอื่น ๆ กำหนดไว้ คำนี้ยืม jet lag มาใช้เป็นคำเปรียบเทียบ แม้ไม่ได้เดินทาง คนเราก็อาจรู้สึกราวกับว่านาฬิกาชีวภาพของตนตั้งอยู่ในเขตเวลาอื่น แนวคิดนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมการเปลี่ยนตารางตามธรรมชาติเพื่อให้ตรงกับความคาดหวังของสังคมจึงอาจทำให้อดนอนได้
แบบฝึกหัด
เติมศัพท์วิจัยที่หมายถึงความไม่สอดคล้องซ้ำ ๆ ระหว่างนาฬิกาชีวภาพของคนกับเวลาที่โรงเรียนหรืองานกำหนด: Many early-shift workers experience ____.
ดูคำตอบ
social jet lag
this social jet lag feels like living in a different time zone every single day. สำนวน
0:55ภาวะเจ็ตแล็กทางสังคมนี้ให้ความรู้สึกราวกับต้องใช้ชีวิตอยู่ในเขตเวลาที่ต่างออกไปทุกวัน
feels like living in a different time zone: การเปรียบเทียบประสบการณ์ด้วยภาพพจน์
ในประโยคนี้ feels like living in a different time zone เปรียบเทียบประสบการณ์ของ social jet lag กับความสับสนที่คุ้นเคยจากการใช้ชีวิตตามเวลาอีกชุดหนึ่ง เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีใครเปลี่ยนเขตเวลาจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + feel(s) like + วลี -ing เมื่อประธานเป็นสถานการณ์หรือประสบการณ์ รูปแบบนี้มักหมายความว่า “การมีประสบการณ์นั้นคล้ายกับการทำบางอย่าง” จึงช่วยให้จินตนาการถึงความรู้สึกที่เป็นนามธรรมได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ feel like + -ing เพื่อเปรียบเทียบประสบการณ์หนึ่งกับอีกประสบการณ์หนึ่ง แทนที่จะแสดงความต้องการ?
- I feel like sleeping until noon.
- Staying in this noisy hotel feels like sleeping beside a train station.
- She would like to sleep until noon.
ดูคำตอบ
Staying in this noisy hotel feels like sleeping beside a train station.
it's no surprise that studies report night owl university students have lower overall grades. วลี
1:03จึงไม่น่าแปลกใจที่งานวิจัยพบว่านักศึกษาที่นอนดึกมีผลการเรียนโดยรวมต่ำกว่า
have a direct effect on: ส่งผลโดยตรงต่อ
ใน have a direct effect on คำว่า effect เป็นคำนาม โครงสร้างคือ have + a/an + คำคุณศัพท์ + effect on + สิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ การอดนอนเรื้อรังเปลี่ยนวิธีการทำงานของสมอง direct บอกว่าสิ่งหนึ่งเปลี่ยนอีกสิ่งหนึ่งโดยไม่มีขั้นตอนอื่นคั่นกลาง ความหมายนี้หนักแน่นกว่าการบอกว่าสองสิ่งเพียงแค่เกี่ยวข้องกัน โครงสร้างนี้ใช้ในการอธิบายเหตุและผลได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างคำนามตามที่เรียน: Regular exercise can ____ heart health.
ดูคำตอบ
have a direct effect on
it's no surprise that: ไม่น่าแปลกใจที่
It's no surprise that ใช้นำเสนอผลลัพธ์ที่ผู้พูดคิดว่าคาดเดาได้ง่าย อนุประโยคที่มี that ระบุผลลัพธ์ที่คาดไว้ ส่วนเหตุผลมักมาก่อนหรือเป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้ว ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย Considering ให้เหตุผล สำนวนนี้ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าทุกคนไม่ได้ตกใจ แต่แสดงการประเมินของผู้พูดว่าผลลัพธ์นั้นสมเหตุสมผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตามที่เรียนซึ่งแสดงว่าผลลัพธ์เป็นไปตามคาด: Leo read every day, so ____ he became a faster reader.
ดูคำตอบ
it's no surprise that
and are less prone to depression or addictions to nicotine, alcohol, and food. วลี
1:14และมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าหรือเสพติดนิโคติน แอลกอฮอล์ และอาหารน้อยกว่า
Not to mention: เพิ่มประเด็นสนับสนุนที่มีน้ำหนักยิ่งขึ้น
Not to mention ใช้เพิ่มประเด็นอีกข้อหลังจากที่กล่าวประเด็นหนึ่งหรือหลายข้อไปแล้ว ประเด็นที่เพิ่มเข้ามามักเด่นหรือมีน้ำหนักเป็นพิเศษ จึงได้รับการเน้นมากกว่าการเติม and เข้าไปอีกคำหนึ่งเฉย ๆ แม้ถ้อยคำตามตัวอักษรจะดูเหมือน “อย่าพูดถึงสิ่งนี้” แต่ความหมายจริงคือ “และยังมีข้อเท็จจริงสำคัญนี้ด้วย” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าข้อดีที่กล่าวมาก่อนหน้าได้รับการสนับสนุนเพิ่มด้วยประโยชน์อื่น ๆ ที่รายงานในงานวิจัย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้เพิ่มประโยชน์อีกข้อให้มีน้ำหนักมากขึ้น: The new park has a playground and a pond, ____ a free splash pad.
ดูคำตอบ
not to mention
less prone to: บอกแนวโน้มหรือความเสี่ยงที่ต่ำกว่า
Be prone to หมายถึงมีแนวโน้มหรือมีความไวต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ส่วน less prone to ใช้เปรียบเทียบแนวโน้มนั้น โดยหมายความว่าบุคคลหรือกลุ่มมีโอกาสหรือความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ไม่ได้เป็นศูนย์ โครงสร้างคือ be + less prone to + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ to เป็นคำบุพบทและตามด้วยคำนาม depression และ addictions รูปแบบนี้พบบ่อยเมื่อพูดถึงสุขภาพ พฤติกรรม ความผิดพลาด หรือผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มีแนวโน้มต่อสิ่งหนึ่งน้อยกว่า”: Well-maintained machines are ____ sudden breakdowns.
ดูคำตอบ
less prone to
And we can see these traits represented physically in the brain,
1:19เรายังมองเห็นลักษณะเหล่านี้สะท้อนออกมาในโครงสร้างทางกายภาพของสมองได้ด้วย
particularly the white matter which helps neurons communicate. วัฒนธรรม
1:22โดยเฉพาะในเนื้อสมองสีขาว ซึ่งช่วยให้เซลล์ประสาทสื่อสารกัน
white matter ในประสาทวิทยา
white matter เป็นศัพท์ทางประสาทวิทยา หมายถึงเนื้อเยื่อในสมองและไขสันหลังที่มีมัดใยประสาทหรือแอกซอนจำนวนมาก ใยเหล่านี้เชื่อมบริเวณต่าง ๆ และส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท ในประโยคนี้ white matter คือเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่มีอยู่จริงในระบบประสาท ไม่ได้หมายถึงวัสดุสีขาวทั่ว ๆ ไป ผู้พูดกำลังบอกว่าสามารถเห็นลักษณะเหล่านี้เป็นความแตกต่างทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อนี้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ white matter หมายถึงอะไร
- ข้อดีหรือข้อเสียของบุคลิกภาพของคนคนหนึ่ง
- เนื้อเยื่อชนิดหนึ่งในระบบประสาทที่มีใยประสาทเชื่อมต่อจำนวนมาก
- ของเหลวสีอ่อนชนิดใด ๆ ที่พบในร่างกาย
ดูคำตอบ
เนื้อเยื่อชนิดหนึ่งในระบบประสาทที่มีใยประสาทเชื่อมต่อจำนวนมาก
Night owls exhibit significantly less white matter and as a result,
1:25คนนอนดึกมีเนื้อสมองสีขาวน้อยกว่าอย่างชัดเจน และผลก็คือ
there are fewer pathways for feel-good hormones such as serotonin or dopamine to travel through. การใช้คำ
1:29มีเส้นทางให้ฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกดีอย่างเซโรโทนินหรือโดพามีนเดินทางผ่านน้อยลง
feel-good hormones ในฐานะป้ายกำกับแบบไม่เป็นทางการ
feel-good เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ทำให้ผู้คนรู้สึกมีความสุขหรือรู้สึกดีขึ้น” ใน feel-good hormones คำนี้ใช้เป็นป้ายกำกับง่าย ๆ สำหรับสารเคมีในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับความพอใจ อารมณ์ หรือความรู้สึกได้รับรางวัล วลีทั้งหมดเป็นคำสรุปแบบง่ายในงานวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไป ไม่ใช่หมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์ที่เคร่งครัด เซโรโทนินและโดพามีนทำหน้าที่เป็นสารสื่อเคมีได้ต่างกัน ดังนั้นการเรียกทั้งสองอย่างง่าย ๆ ว่า “ฮอร์โมน” จึงเป็นการสรุปที่ง่ายเกินไป
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในการเขียนเชิงวิทยาศาสตร์ที่เคร่งครัด feel-good hormones เป็นหมวดหมู่ทางเทคนิคที่แม่นยำสำหรับเซโรโทนินและโดพามีน
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ผิด
But it's not all bad for the late nighters. ลำดับความ
1:33แต่สำหรับคนนอนดึกก็ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ ๆ
it's not all bad: ปรับภาพด้านลบให้สมดุล
วลี it's not all bad ใช้การปฏิเสธเพียงบางส่วน โดย not ขยาย all จึงหมายความว่าสถานการณ์มีด้านที่แย่ แต่ก็มีด้านที่ดีอยู่ด้วย ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างดีทั้งหมด ในประโยคนี้ but ทำหน้าที่เปลี่ยนจากภาพด้านลบก่อนหน้าไปสู่หลักฐานด้านบวก วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังปรับมุมมองที่เป็นลบเกินไปโดยไม่ปฏิเสธว่ามีปัญหาอยู่จริง
แบบฝึกหัด
เพื่อนบอกว่าการเดินทางมีทั้งความล่าช้าและสภาพอากาศแย่ แต่ก็ได้สร้างความทรงจำที่ยอดเยี่ยมด้วย คำตอบใดปรับมุมมองได้สมดุลที่สุด
- It wasn't all bad.
- It was all good.
- It wasn't bad.
ดูคำตอบ
It wasn't all bad.
In fact, they tend to be much more creative, have been found to have higher cognitive abilities, ไวยากรณ์
1:35ที่จริง พวกเขามักสร้างสรรค์กว่ามาก และพบว่ามีความสามารถด้านการคิดสูงกว่า
have been found to have: การรายงานผลการวิจัย
Have been found to have เป็นโครงสร้างรายงานแบบ present perfect passive โดย have ตัวแรกเป็นกริยาช่วยใน have been found ส่วน found เป็นกริยาช่อง past participle ของ find และ have ตัวที่สองเป็นกริยารูปพื้นฐานหลัง to ซึ่งหมายถึง “มี” โครงสร้างนี้นำเสนอลักษณะดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่งานวิจัยหรือการสังเกตค้นพบ ไม่ใช่คำกล่าวอ้างโดยตรงที่ไม่มีหลักฐานของผู้พูด present perfect เชื่อมผลการค้นพบกับการอภิปรายปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ยังรายงานเพียงแนวโน้มของกลุ่ม ไม่ใช่กฎที่เป็นจริงเสมอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเชิงงานวิจัยด้วยโครงสร้างรายงานแบบ present perfect passive ที่เป็นเป้าหมาย: Regular breaks ____ positive effects on concentration.
ดูคำตอบ
have been found to have
What they lack in white matter, they make up in cortisol levels. ไวยากรณ์
1:41ส่วนที่ขาดไปในด้านเนื้อสมองสีขาว พวกเขาชดเชยด้วยระดับคอร์ติซอลที่สูงกว่า
What X lacks in A, X makes up in B: ใช้ B ชดเชยสิ่งที่ขาดใน A
อนุประโยค what ที่ขึ้นต้นประโยครวมส่วนที่ขาดให้เป็นหน่วยเดียว โดย what they lack in white matter หมายถึงปริมาณหรือคุณสมบัติที่พวกเขาขาดในด้านเนื้อขาว อนุประโยคทั้งหมดถูกย้ายมาไว้ข้างหน้าเพื่อเป็นหัวข้อของการเปรียบเทียบในลักษณะที่คล้ายกรรม จากนั้นประโยคหลักระบุด้านที่นำมาชดเชย คือ they make up in cortisol levels ในโครงสร้างคู่ขนานนี้ make up หมายถึง “ชดเชย” ไม่ใช่ “แต่งเรื่อง” ประโยคนี้นำเสนอการชดเชยเชิงวาทศิลป์ ไม่ได้อ้างว่าค่าทั้งสองเท่าเทียมกันในทางวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบแบบกระชับด้วยสองส่วนของโครงสร้างเป้าหมาย: What the backpack ____ storage space, it ____ comfort.
ดูคำตอบ
lacks in · makes up in
This stress hormone gets your body ready to face an immediate threat,
1:45ฮอร์โมนความเครียดนี้เตรียมร่างกายของคุณให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามเฉพาะหน้า
contributing to: เพิ่มผลลัพธ์ที่สิ่งหนึ่งมีส่วนก่อให้เกิด
หลังเครื่องหมายจุลภาค contributing to their risk taking behavior เป็นส่วนเสริมที่ใช้กริยารูป present participle แหล่งที่เข้าใจได้ในทางความหมายคือกระบวนการก่อนหน้าทั้งหมด นั่นคือการทำให้ร่างกายพร้อมเผชิญภัยคุกคามเฉพาะหน้า จึงเพิ่มผลของกระบวนการนั้นโดยไม่ต้องเริ่มอนุประโยคที่มีกริยาแสดงกาลใหม่หรือกล่าวประธานซ้ำ Contribute to หมายถึง “ช่วยให้เกิด” โดยแสดงว่ากระบวนการก่อนหน้าเป็นหนึ่งในปัจจัยเบื้องหลังพฤติกรรมนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียวหรือสาเหตุโดยตรง ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยวลีนาม และในประโยคอื่นอาจตามด้วยรูป -ing ได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ช่วยให้เกิดผลลัพธ์ในฐานะหนึ่งในหลายปัจจัย”: A flexible schedule reduced commuting stress, ____ better morale.
ดูคำตอบ
contributing to
which studies show can translate into opportunities and potentially much more financial gain. กริยาวลี
1:50และงานวิจัยชี้ว่าพฤติกรรมนี้อาจนำไปสู่โอกาสและผลตอบแทนทางการเงินที่สูงกว่ามาก
translate into: ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในชีวิตจริง
ในที่นี้ translate into ใช้ในความหมายเชิงนามธรรมว่า สิ่งหนึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ในประโยคนี้ พฤติกรรมที่กล้าเสี่ยงอาจสร้างโอกาสและผลประโยชน์ทางการเงิน ไม่ได้หมายถึงการแปลคำจากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่ง โครงสร้าง X translates into Y แสดงว่า Y คือผลหรือผลลัพธ์ในชีวิตจริงที่เกิดจาก X
แบบฝึกหัด
ในประโยค Extra training can translate into better results คำว่า translate into หมายถึงอะไร?
- อธิบายให้ละเอียดขึ้น
- เปลี่ยนคำเป็นอีกภาษาหนึ่ง
- นำไปสู่หรือก่อให้เกิด
ดูคำตอบ
นำไปสู่หรือก่อให้เกิด
they tend to lose steam faster than night owls throughout the day. สำนวน
1:58แต่เมื่อวันผ่านไป พวกเขามักหมดแรงเร็วกว่าคนนอนดึก
even though + อนุประโยค: แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่เน้นชัด
Even though ใช้เปิดส่วนที่ยอมรับข้อเท็จจริงบางอย่าง โดยอนุประโยคที่ตามหลังกล่าวถึงเรื่องจริงซึ่งอาจทำให้เราคาดหวังผลอีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ คนที่ชอบตื่นเช้ามีพลังมากหลังตื่น แต่ประโยคหลักกลับบอกว่าหลังจากนั้นพวกเขาหมดแรงเร็วกว่า หลัง even though ต้องเป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์และมีประธานกับกริยา ส่วนประโยคหลักจะแสดงผลที่น่าแปลกใจหรือตรงข้ามกับที่คาด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ even though หน้าอนุประโยคสมบูรณ์ได้ถูกต้อง?
- Despite the rain was heavy, we played outside.
- Even though the rain was heavy, we played outside.
- Even though the heavy rain, we played outside.
ดูคำตอบ
Even though the rain was heavy, we played outside.
lose steam: ค่อย ๆ สูญเสียพลังหรือแรงส่ง
ในประโยคนี้ lose steam หมายถึงค่อย ๆ มีพลังและประสิทธิภาพลดลงเมื่อเวลาผ่านไปในแต่ละวัน โดยกล่าวถึงพลังของคนตื่นเช้าที่ลดลงเร็วกว่า ไม่ได้หมายถึงไอน้ำจริง ๆ ที่รั่วออกมา สำนวนนี้ยังใช้กล่าวถึงแรงส่งหรือความกระตือรือร้นของโครงการ แคมเปญ การสนทนา หรือกิจกรรมที่ค่อย ๆ ลดลงได้ด้วย โครงสร้างคือประธาน + lose steam และ lose อาจเปลี่ยนตามกาล เช่น lost steam
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ สูญเสียพลังหรือแรงส่ง”: The volunteers worked quickly in the morning, but began to ____ after lunch.
ดูคำตอบ
lose steam
Both sides perform equally well in reaction time tests an hour after waking,
2:01ทั้งสองฝ่ายทำแบบทดสอบเวลาตอบสนองได้ดีพอ ๆ กันหลังตื่นหนึ่งชั่วโมง
but after 10 hours of being awake, night owls perform significantly better.
2:05แต่หลังจากตื่นมาแล้ว 10 ชั่วโมง คนนอนดึกทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน
inner clock: ระบบจับเวลาภายในร่างกาย
Inner clock เป็นคำเปรียบเทียบที่ใช้ทั่วไปเพื่อหมายถึงระบบจับเวลาภายในร่างกาย ในประโยคนี้หมายถึงกระบวนการทางชีวภาพที่ช่วยควบคุมว่าเมื่อใดคนเราจะรู้สึกง่วงหรือตื่นตัว และประโยคบอกว่าโปรตีนที่สร้างจากยีนช่วยควบคุมระบบนี้ ไม่ได้หมายถึงมีนาฬิกาจริง ๆ อยู่ในร่างกาย และไม่ได้หมายถึงเพียงความรู้สึกว่าเวลาปัจจุบันคือกี่โมง ในบริบททางวิทยาศาสตร์ circadian clock หรือ circadian system เป็นคำที่แม่นยำกว่าสำหรับกลไกจับเวลาที่มีวงจรประมาณ 24 ชั่วโมง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ inner clock หมายถึงอะไร?
- ระบบภายในร่างกายที่กำหนดช่วงเวลาหลับและตื่น
- นาฬิกาจริงที่อยู่ภายในร่างกาย
- ความสามารถของคนในการเดาเวลาโดยไม่ต้องดูนาฬิกา
ดูคำตอบ
ระบบภายในร่างกายที่กำหนดช่วงเวลาหลับและตื่น
Studies have even shown that a single change
2:14งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงเพียงจุดเดียว
can result in an hour difference in your waking time. กริยาวลี
2:19อาจทำให้เวลาตื่นของคุณต่างออกไปถึงหนึ่งชั่วโมง
result in: บอกว่าสาเหตุทำให้เกิดผลลัพธ์
result in หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “นำไปสู่” ผลลัพธ์บางอย่าง ในประโยคนี้ การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมคือสาเหตุ และความต่างหนึ่งชั่วโมงของเวลาตื่นคือผลลัพธ์ โครงสร้างคือ สาเหตุ + result in + ผลลัพธ์ ส่วนที่เป็นผลลัพธ์อาจเป็นนามวลีหรือรูป -ing เช่น result in delays และ result in waking up later สำนวนนี้พบบ่อยในการอธิบายแบบเป็นกลางและเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ถูกต้องหลัง result เพื่อให้ประโยคหมายความว่าถนนที่เป็นน้ำแข็งทำให้เกิดอุบัติเหตุ: The icy road resulted ____ several crashes.
ดูคำตอบ
in
scientists also found a correlation between these same genes and your time of death. วลี
2:23แต่นักวิทยาศาสตร์ยังพบความสัมพันธ์ระหว่างยีนชุดเดียวกันนี้กับเวลาที่คุณเสียชีวิต
As crazy as it seems: ยอมรับก่อนว่าแนวคิดฟังดูน่าประหลาดใจ
As crazy as it seems เป็นวลีแสดงการยอมรับข้อโต้แย้งที่วางไว้ต้นประโยค หมายถึง “แม้เรื่องนี้อาจฟังดูเหลือเชื่อหรือยากที่จะเชื่อ” ผู้พูดยอมรับว่าข้อความถัดไปฟังดูน่าประหลาดใจ แต่ยังคงนำเสนอว่าเป็นเรื่องจริง ในที่นี้ it ชี้ไปยังข้อความที่จะตามมา ส่วน crazy อธิบายว่าความคิดนั้นอาจฟังดูอย่างไร ไม่ได้ใช้บรรยายคน โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ As + adjective + as it seems แล้วตามด้วยข้อความที่น่าประหลาดใจ
แบบฝึกหัด
ใช้ surprising เติมโครงสร้าง As + adjective + as it seems ให้สมบูรณ์: ____, this tiny key opens the biggest door in the building.
ดูคำตอบ
As surprising as it seems
a correlation between A and B: ความสัมพันธ์ระหว่าง A กับ B
ในรูปแบบ a correlation between A and B นั้น A และ B คือตัวแปรสองตัวที่ค่ามีความสัมพันธ์กันทางสถิติ ในประโยคนี้ ตัวแปรทั้งสองคือ these same genes และ your time of death ความสัมพันธ์บ่งบอกว่าตัวแปรทั้งสองเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง แต่เพียงเท่านี้ยังไม่แสดงว่าตัวแปรหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกตัวแปรหนึ่ง ใช้ between เพื่อนำตัวแปรแรกเข้ามา และใช้ and เชื่อมตัวแปรที่สอง
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบเป้าหมาย a correlation between A and B เติมประโยคให้สมบูรณ์: Researchers found ____ daily screen time and sleep quality.
ดูคำตอบ
a correlation between
while the night owls were more likely to die before 6:00 p.m.
2:31ส่วนคนนอนดึกมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตก่อน 6 โมงเย็นมากกว่า
be more likely to + กริยารูปพื้นฐาน: มีแนวโน้มที่จะมากกว่า
โครงสร้าง be more likely to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เปรียบเทียบความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ หมายความว่าเหตุการณ์นั้นมีโอกาสเกิดกับบุคคลหรือกลุ่มหนึ่งสูงกว่ากลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หรือจะเกิดกับคนส่วนใหญ่ ในประโยคนี้ คนตื่นเช้าและคนนอนดึกถูกเปรียบเทียบด้วยโครงสร้างที่ขนานกัน โดยแต่ละกลุ่มมีโอกาสเสียชีวิตในช่วงเวลาที่ระบุสูงกว่าโดยเปรียบเทียบ กริยารูปพื้นฐานหลัง to ระบุเหตุการณ์ที่กำลังเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบเป้าหมาย be more likely to + base verb เติมประโยคให้สมบูรณ์: Compared with other commuters, cyclists are ____ arrive on time during heavy traffic.
ดูคำตอบ
more likely to
It's true, most tend to be night owls due to the hormonal changes during puberty,
2:35จริงอยู่ว่า วัยรุ่นส่วนใหญ่มักนอนดึกเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงวัยแรกรุ่น
What about teenagers you say?: คำถามจากผู้ฟังในจินตนาการ
ในที่นี้ What about teenagers? คือคำถามที่ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังน่าจะสงสัย ส่วน you say ที่เติมเข้ามาสร้างเสียงของผู้ฟังในจินตนาการ ไม่ได้เป็นการรายงานคำพูดที่บุคคลจริงเคยพูดไว้แล้ว วิธีนี้ช่วยให้ผู้พูดยกข้อสงสัยที่น่าจะเกิดขึ้นมาแล้วตอบทันที ในการอธิบาย รูปแบบ What about X, you say? ทำให้การพูดคนเดียวฟังดูเหมือนกำลังสนทนากับผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดใช้ you say เพื่อทำอะไรในประโยคนี้?
- อ้างคำพูดที่ตรงทุกคำของวัยรุ่นคนหนึ่ง
- จินตนาการถึงคำถามที่ผู้ฟังอาจถาม
- สั่งให้วัยรุ่นพูด
ดูคำตอบ
จินตนาการถึงคำถามที่ผู้ฟังอาจถาม
but this tends to wane out into your genetic default as you enter adulthood.
2:39แต่แนวโน้มนี้มักค่อย ๆ จางลงและกลับสู่รูปแบบพื้นฐานที่กำหนดโดยพันธุกรรมเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่
while there may be some truth to: การเห็นด้วยบางส่วนอย่างระมัดระวัง
รูปแบบ while there may be some truth to หมายถึง “แนวคิดนี้อาจถูกอยู่บางส่วน” ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเห็นด้วยทั้งหมด ทั้ง may และ some ทำให้ระดับการเห็นด้วยอ่อนลง while บอกว่ากำลังจะมีประเด็นที่แตกต่างหรือจำกัดความคิดแรกตามมา ใช้ while there may be some truth to + คำนามหรือข้อกล่าวอ้าง เมื่อต้องการยอมรับส่วนหนึ่งของแนวคิดก่อนจะให้ข้อสรุปอีกแบบหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบแสดงการเห็นด้วยบางส่วนอย่างระมัดระวังจากบทเรียน: ____ the idea that practice makes you better, rest is important too.
ดูคำตอบ
While there may be some truth to
lagging behind in life ... lagging behind in time: การเล่นคำด้วยถ้อยคำซ้ำ
Lag behind หมายถึงก้าวหน้าช้ากว่า หรือยังอยู่ข้างหลังเมื่อเทียบกับจุดอ้างอิง ใน lagging behind in life จุดอ้างอิงคือความก้าวหน้าในชีวิตที่สังคมคาดหวัง จึงสื่อว่าคนหนึ่งประสบความสำเร็จน้อยกว่าหรือก้าวหน้าไม่เท่าคนอื่น ประโยคถัดไปพูดซ้ำว่า lagging behind แต่เปลี่ยนจุดอ้างอิงเป็น time ตรงนี้กล่าวอย่างขบขันถึงนาฬิกาชีวิตที่ช้ากว่าของคนนอนดึก ไม่ใช่ความล้มเหลวในชีวิต การใช้โครงเดิมแล้วเปลี่ยนเฉพาะคำนามสุดท้ายทำให้เกิดมุกปิดท้าย โดย lag behind ไม่ได้แปลว่านอนดึกในตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
ทำไมตอนจบจึงตลก?
- ประโยคใช้ lagging behind เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงตื่นอยู่จนดึก
- ประโยคพูดซ้ำว่า lagging behind แต่เปลี่ยนจากความก้าวหน้าในชีวิตไปเป็นนาฬิกาชีวิตที่ช้ากว่า
- ประโยคบอกว่าคนนอนดึกทุกคนล้มเหลวเพราะดูเวลาไม่เป็น
ดูคำตอบ
ประโยคพูดซ้ำว่า lagging behind แต่เปลี่ยนจากความก้าวหน้าในชีวิตไปเป็นนาฬิกาชีวิตที่ช้ากว่า
Don't forget to check out our latest AsapTHOUGHT video
2:51อย่าลืมดูวิดีโอ AsapTHOUGHT ล่าสุดของเรา
where you can participate in a scientific pop music experiment with us.
2:54ซึ่งคุณสามารถมาร่วมการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเพลงป๊อปกับเราได้
and if there's an exact science behind it all.
3:00และเบื้องหลังทั้งหมดนี้มีหลักวิทยาศาสตร์ที่แน่นอนหรือไม่
in the first place: ย้อนกลับไปยังเหตุผลพื้นฐาน
ในประโยคนี้ in the first place เชื่อมกับ what makes songs so catchy โดยเน้นคำถามพื้นฐานที่ต้องตอบก่อนจะศึกษารายละเอียดส่วนอื่น การถอดความที่เป็นธรรมชาติคือ to begin with หรือในคำถามที่มี why อาจใกล้เคียงกับ at all วลีนี้ช่วยจัดลำดับการให้เหตุผล ไม่ได้บรรยายสถานที่จริงหรือระบุรายการข้อที่หนึ่ง มันมักพาผู้ฟังย้อนกลับไปยังสาเหตุ สมมติฐาน หรือการตัดสินใจดั้งเดิม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in the first place เพื่อถามถึงเหตุผลดั้งเดิมของการตัดสินใจ?
- Why did you agree to the plan in the first place?
- In the first place, wash the vegetables, and then cut them.
- We met in the first place near the station.
ดูคำตอบ
Why did you agree to the plan in the first place?
and subscribe for more weekly science videos.
3:05แล้วกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์