คนตื่นเช้า vs นกฮูกกลางคืน: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
621 คำ 204 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอเชื่อมความชอบเวลานอนจากพันธุกรรมกับตารางสังคมและผลการทำงาน ก่อนสรุปว่าไม่มีรูปแบบนาฬิกาชีวภาพใดชนะเด็ดขาด ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "The early bird gets the worm." — สำนวนและการเปรียบเทียบ: เชื่อมการลงมือก่อนกับโอกาส และเห็นว่าวิดีโอจำกัดแนวคิดนี้ภายหลัง 2. social jet lag — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: แยกภาวะนาฬิกาชีวภาพไม่ตรงกับตารางสังคมออกจากเจ็ตแล็กของการเดินทาง 3. What they lack in white matter, they make up in cortisol levels. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ “what ... lack in ..., ... make up in ...” เพื่อเปรียบเทียบสิ่งที่ขาดกับข้อดีอีกด้านที่ช่วยชดเชย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

You may have heard the saying, "The early bird gets the worm." สำนวน

0:00

คุณอาจเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “นกที่ตื่นเช้าย่อมจับหนอนได้”

สำนวน

The early bird gets the worm: การลงมือแต่เนิ่น ๆ สร้างโอกาส

“The early bird gets the worm” เป็นสุภาษิต นกและหนอนเป็นภาพเปรียบเทียบ หมายความว่าคนที่เริ่มหรือลงมือก่อนมีโอกาสเข้าถึงสิ่งดี ๆ ก่อนคนอื่นมากกว่า สุภาษิตนี้สื่อถึงข้อได้เปรียบโดยทั่วไปของการลงมืออย่างทันท่วงที ไม่ใช่คำรับรองตามข้อเท็จจริงว่าคนที่ตื่นเช้าทุกคนจะประสบความสำเร็จ ในประโยคนี้ สุภาษิตดังกล่าวนำเสนอความเชื่อที่คุ้นเคยว่าการลงมือแต่เนิ่น ๆ อาจทำให้คนเราได้เปรียบ

แบบฝึกหัด

สุภาษิตในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. นกประสบความสำเร็จมากกว่ามนุษย์เสมอ
  2. คนที่ลงมือแต่เนิ่น ๆ มีโอกาสได้รับสิ่งดี ๆ มากกว่า
  3. การตื่นเช้ารับประกันความสำเร็จในทุกสถานการณ์
ดูคำตอบ

คนที่ลงมือแต่เนิ่น ๆ มีโอกาสได้รับสิ่งดี ๆ มากกว่า

But when it comes to humans, วลี

0:03

แต่เมื่อพูดถึงมนุษย์

do morning people really have an advantage over night owls? การใช้คำ

0:04

คนตื่นเช้าได้เปรียบคนนอนดึกจริงหรือ

วลี

when it comes to: การจำกัดขอบเขตของหัวข้อ

“when it comes to + คำนาม/คำนามที่มาจากกริยา” หมายถึง “เมื่อพูดถึงหรือพิจารณาหัวข้อนั้น” วลีนี้บอกว่าข้อความที่ตามมาใช้กับหัวข้อใด ส่วน comes ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ในที่นี้ when it comes to humans เปลี่ยนหัวข้อจากภาพนกในสุภาษิตไปเป็นคำถามเฉพาะเรื่องรูปแบบการนอนของมนุษย์ หลัง to ให้ใช้กลุ่มคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น when it comes to bedtime, them หรือ choosing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เมื่อพูดถึงหัวข้อนี้”: “____ choosing a laptop, battery life matters.”

ดูคำตอบ

When it comes to

การใช้คำ

morning people กับ night owls

“Morning people” (รูปเอกพจน์คือ “morning person”) คือคนที่ชอบตื่นและทำกิจกรรมแต่เช้าโดยธรรมชาติ ส่วน “night owls” (รูปเอกพจน์คือ “night owl”) คือคนที่ชอบนอนดึกและมักรู้สึกตื่นตัวกว่าในตอนกลางคืน คำเรียกเหล่านี้บอกถึงรูปแบบการนอนและช่วงเวลาที่มีพลังเป็นประจำของคนคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่การตื่นเช้าหรือนอนดึกเพียงครั้งเดียว “Night owl” เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงคน ไม่ใช่นกฮูกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ปกติ Lena ทำงานได้ดีที่สุดตอนดึกและไม่ชอบตื่นเช้า ประโยคภาษาอังกฤษข้อใดตรงกับรูปแบบประจำของเธอ?

  1. She is a night owl.
  2. She is a morning person.
ดูคำตอบ

She is a night owl.

Does one come out on top as more intelligent or successful than the other สำนวน

0:07

ฝ่ายหนึ่งฉลาดกว่าหรือประสบความสำเร็จมากกว่าอีกฝ่ายจนเป็นผู้ชนะ

in this battle over bedtime?

0:11

ในศึกชิงเวลานอนนี้หรือไม่

สำนวน

come out on top: จบลงในฐานะผู้ชนะ

“Come out on top” หมายถึงการจบลงในฐานะผู้ชนะหรืออยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุดหลังการแข่งขัน การเปรียบเทียบ หรือกระบวนการที่ยาก คำว่า “top” ในที่นี้เป็นภาพเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นไปอยู่ข้างบนจริง ๆ ในคำถามนี้ วลีดังกล่าวถามว่าคนที่ถนัดตื่นเช้าหรือคนที่ชอบนอนดึก ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพิสูจน์ได้ในที่สุดหรือไม่ว่าฉลาดกว่าหรือประสบความสำเร็จมากกว่าอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนที่หมายถึง “จบลงในฐานะผู้ชนะ”: After a close final round, Leo ____.

ดูคำตอบ

came out on top

The somewhat surprising truth is that we have little say in sleep preference วลี

0:12

ความจริงที่ค่อนข้างน่าประหลาดใจก็คือ เราแทบไม่มีสิทธิ์เลือกเลยว่าตัวเองชอบนอนแบบไหน

as it's almost entirely genetically predetermined.

0:16

เพราะความชอบนี้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วยพันธุกรรมแทบทั้งหมด

วลี

have little say in: มีอิทธิพลจำกัดมาก

To have a say in something หมายถึงมีสิทธิ์หรือมีความสามารถจริงในการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ การจัดการ หรือผลลัพธ์ ส่วน little ทำให้อิทธิพลนั้นมีอยู่อย่างจำกัดมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลยเสมอไป ในประโยคนี้ have little say in แสดงว่าผู้คนแทบไม่สามารถกำหนดความชอบด้านการนอนของตนเองได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have little say in + คำนาม คำกริยาเติม -ing หรืออนุประโยคที่บอกเรื่องซึ่งกำลังถูกตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “มีอิทธิพลจำกัดมาก”: Although the students can make requests, they ____ which classes are offered.

ดูคำตอบ

have little say in

Chances are if you're a night owl, ไวยากรณ์

0:19

หากคุณเป็นคนนอนดึก

it was likely passed down from an ancestor who was also a night owl. กริยาวลี

0:20

ก็มีแนวโน้มสูงว่านิสัยนี้ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษที่นอนดึกเช่นกัน

ไวยากรณ์

Chances are: mở đầu một kết luận có khả năng cao

Chances are เป็นสำนวนที่ใช้ขึ้นต้นประโยคและมีความหมายว่า “มีความเป็นไปได้สูง” สำนวนนี้นำเสนอข้อสรุปว่าเป็นสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน และโดยปกติจะตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ สามารถใส่ that หลัง are ได้ แต่มักละไว้ โดยเฉพาะในการพูด ในประโยคนี้ อนุประโยค if ให้เงื่อนไข ส่วน Chances are ทำหน้าที่นำเสนอข้อสรุปหลักว่าเป็นสิ่งที่มีความเป็นไปได้สูง Chances ในที่นี้หมายถึงความน่าจะเป็น ไม่ใช่โอกาสหลายโอกาส

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนขึ้นต้นสองคำจากบทเรียนที่แสดงข้อสรุปซึ่งมีแนวโน้มสูงแต่ไม่แน่นอน: ____ the museum will be busy on Saturday.

ดูคำตอบ

Chances are

กริยาวลี

passed down from: มาจากคนรุ่นก่อน

ในประโยคนี้ was passed down from หมายความว่าลักษณะการเป็นคนนอนดึกมาจากบรรพบุรุษ เป็นการพูดถึงการสืบทอด ไม่ใช่การส่งของลงด้านล่างจริง ๆ รูปแบบ be passed down from + แหล่งที่มา บอกว่าบางสิ่งมาจากคนรุ่นก่อนหรือรุ่นใด ใช้กับลักษณะ ประเพณี ความรู้ เรื่องเล่า หรือสิ่งของที่ส่งต่อจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย passed down from: This story was ____ my great-grandfather.

ดูคำตอบ

passed down from

And from an evolutionary perspective, ลำดับความ

0:24

และเมื่อมองในแง่วิวัฒนาการ

it makes sense.

0:25

เรื่องนี้ก็สมเหตุสมผล

ลำดับความ

from an evolutionary perspective: วางกรอบมุมมอง

วลีเปิด from an evolutionary perspective บอกว่าเราควรใช้มุมมองใดในการทำความเข้าใจข้อสรุปที่ตามมา ในที่นี้กำลังพิจารณาว่าลักษณะหนึ่งอาจช่วยเรื่องการอยู่รอดหรือการปรับตัวตลอดหลายรุ่นอย่างไร ไม่ได้ดูแค่ประสบการณ์ของคนคนเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้ from a/an + adjective + perspective ช่วยจัดข้อมูลด้วยการบอกมุมมองก่อนข้อความหลัก เมื่อใช้เปิดประโยค โดยปกติจะใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นกรอบนี้จากอนุประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ข้อความเปิดใดบอกได้ดีที่สุดว่าข้อสรุปถัดไปอ้างอิงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม?

  1. At the same time,
  2. From an environmental perspective,
  3. To my surprise,
  4. In the distance,
ดูคำตอบ

From an environmental perspective,

Having individuals with varying sleeping patterns

0:26

การมีคนที่มีรูปแบบการนอนแตกต่างกัน

would allow for better protection of a group throughout the day and night. กริยาวลี

0:29

ช่วยให้ปกป้องกลุ่มได้ดีขึ้นตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

กริยาวลี

“allow for” ในความหมายว่า “ทำให้เป็นไปได้”

ในประโยคนี้ allow for หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” การที่แต่ละคนนอนคนละเวลาทำให้กลุ่มได้รับการปกป้องอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งกลางวันและกลางคืน รูปแบบคือ เงื่อนไขหรือลักษณะ + allow for + ผลลัพธ์ คำที่ตามหลัง allow for บอกผลลัพธ์ที่เงื่อนไขนั้นช่วยให้เกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้”: Extra staff would ____ faster service.

ดูคำตอบ

allow for

Instead of everybody sleeping at one time, ไวยากรณ์

0:32

แทนที่ทุกคนจะนอนพร้อมกัน

some people naturally stay up later and some wake up earlier

0:34

บางคนจะตื่นอยู่จนดึกโดยธรรมชาติ ส่วนบางคนจะตื่นเช้ากว่า

aware of threats or predators while others sleep.

0:37

เพื่อคอยระวังภัยคุกคามหรือสัตว์นักล่าขณะที่คนอื่นหลับ

ไวยากรณ์

“Instead of everybody sleeping”: instead of + ผู้ทำกริยา + -ing

Instead of แสดงว่าแผนหรือการกระทำหนึ่งถูกแทนด้วยอีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้ everybody sleeping at one time คือแผนที่ไม่ได้เกิดขึ้น ส่วนทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงคือแต่ละคนตื่นอยู่ในเวลาที่ต่างกัน หลัง instead of ใช้คำนามหรือกลุ่มคำ -ing ไม่ใช้อนุประโยคทั่วไปที่มีกริยาผันตามกาล ใน everybody sleeping คำว่า everybody ระบุผู้ทำกริยา sleeping โครงสร้างนี้ใช้เปรียบเทียบแผนที่ไม่เลือกกับทางเลือกที่เกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย everybody และรูป -ing ของ read: Instead of ____ aloud together, Maya read the story.

ดูคำตอบ

everybody reading

But considering most modern societal activities happen between 9:00 a.m. and 5:00 p.m.,

0:39

แต่เมื่อกิจกรรมส่วนใหญ่ในสังคมยุคใหม่เกิดขึ้นระหว่าง 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

it may seem clear that night owls are put at a disadvantage. วลี

0:44

ก็ดูชัดเจนว่าคนนอนดึกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

วลี

be put at a disadvantage: ถูกทำให้อยู่ในสถานะเสียเปรียบ

ใน be put at a disadvantage คำว่า put หมายถึง “ทำให้ใครบางคนอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบกว่า” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ put + คนหรือกลุ่ม + at a disadvantage ในประโยคนี้ รูปถูกกระทำ are put แสดงว่าคนที่ชอบนอนดึกเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ส่วนตารางเวลาที่เน้นช่วงกลางวันเป็นสาเหตุ วลีนี้หมายถึงโอกาสหรือความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีลดลง ไม่ได้หมายความเพียงว่าพวกเขาไม่ชอบตารางเวลาดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายให้สมบูรณ์: A poor internet connection can put a job applicant ____ during an online interview.

ดูคำตอบ

at a disadvantage

And researchers have actually coined the term social jet lag โน้ต

0:47

ที่จริง นักวิจัยถึงกับบัญญัติคำว่า “ภาวะเจ็ตแล็กทางสังคม”

to describe the sleep deprivation many experience to accommodate social norms.

0:50

เพื่ออธิบายภาวะอดนอนที่หลายคนประสบจากการต้องปรับตัวให้เข้ากับบรรทัดฐานทางสังคม

วลี

coin the term: บัญญัติคำเรียกใหม่

To coin a term หมายถึงสร้างคำหรือวลีใหม่ แล้วใช้เป็นชื่อเรียกแนวคิดหนึ่ง ในที่นี้ coin เป็นคำกริยา ไม่ได้หมายถึงเหรียญเงิน ใน coined the term social jet lag นักวิจัยถูกนำเสนอว่าเป็นผู้ตั้งชื่อให้กับรูปแบบการอดนอนที่เกิดจากตารางเวลาของสังคม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้ ได้แก่ coin the term + ชื่อ และ coin a term for + แนวคิดที่ต้องการตั้งชื่อ

แบบฝึกหัด

โค้ชสร้างชื่อใหม่ว่า “reset minute” สำหรับช่วงพักสั้น ๆ หลังทำผิด ควรใช้สำนวนใด?

  1. coined the term — โค้ชสร้างชื่อเรียกใหม่นี้
  2. defined the term — โค้ชอธิบายความหมายของชื่อเรียกนี้
  3. used the term — โค้ชพูดหรือเขียนชื่อเรียกนี้
ดูคำตอบ

coined the term — โค้ชสร้างชื่อเรียกใหม่นี้

การใช้คำ

social jet lag: เมื่อนาฬิกาชีวภาพขัดกับตารางเวลาทางสังคม

social jet lag คือความไม่สอดคล้องที่เกิดซ้ำระหว่างนาฬิกาชีวภาพภายในร่างกายกับเวลานอนและเวลาตื่นที่งาน โรงเรียน หรือหน้าที่ทางสังคมอื่น ๆ กำหนดไว้ คำนี้ยืม jet lag มาใช้เป็นคำเปรียบเทียบ แม้ไม่ได้เดินทาง คนเราก็อาจรู้สึกราวกับว่านาฬิกาชีวภาพของตนตั้งอยู่ในเขตเวลาอื่น แนวคิดนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมการเปลี่ยนตารางตามธรรมชาติเพื่อให้ตรงกับความคาดหวังของสังคมจึงอาจทำให้อดนอนได้

แบบฝึกหัด

เติมศัพท์วิจัยที่หมายถึงความไม่สอดคล้องซ้ำ ๆ ระหว่างนาฬิกาชีวภาพของคนกับเวลาที่โรงเรียนหรืองานกำหนด: Many early-shift workers experience ____.

ดูคำตอบ

social jet lag

For night owls,

0:54

สำหรับคนนอนดึก

this social jet lag feels like living in a different time zone every single day. สำนวน

0:55

ภาวะเจ็ตแล็กทางสังคมนี้ให้ความรู้สึกราวกับต้องใช้ชีวิตอยู่ในเขตเวลาที่ต่างออกไปทุกวัน

สำนวน

feels like living in a different time zone: การเปรียบเทียบประสบการณ์ด้วยภาพพจน์

ในประโยคนี้ feels like living in a different time zone เปรียบเทียบประสบการณ์ของ social jet lag กับความสับสนที่คุ้นเคยจากการใช้ชีวิตตามเวลาอีกชุดหนึ่ง เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีใครเปลี่ยนเขตเวลาจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + feel(s) like + วลี -ing เมื่อประธานเป็นสถานการณ์หรือประสบการณ์ รูปแบบนี้มักหมายความว่า “การมีประสบการณ์นั้นคล้ายกับการทำบางอย่าง” จึงช่วยให้จินตนาการถึงความรู้สึกที่เป็นนามธรรมได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ feel like + -ing เพื่อเปรียบเทียบประสบการณ์หนึ่งกับอีกประสบการณ์หนึ่ง แทนที่จะแสดงความต้องการ?

  1. I feel like sleeping until noon.
  2. Staying in this noisy hotel feels like sleeping beside a train station.
  3. She would like to sleep until noon.
ดูคำตอบ

Staying in this noisy hotel feels like sleeping beside a train station.

Considering chronic sleep deprivation has a direct effect on brain functioning, วลี

1:00

เมื่อพิจารณาว่าการอดนอนเรื้อรังส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของสมอง

it's no surprise that studies report night owl university students have lower overall grades. วลี

1:03

จึงไม่น่าแปลกใจที่งานวิจัยพบว่านักศึกษาที่นอนดึกมีผลการเรียนโดยรวมต่ำกว่า

วลี

have a direct effect on: ส่งผลโดยตรงต่อ

ใน have a direct effect on คำว่า effect เป็นคำนาม โครงสร้างคือ have + a/an + คำคุณศัพท์ + effect on + สิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ การอดนอนเรื้อรังเปลี่ยนวิธีการทำงานของสมอง direct บอกว่าสิ่งหนึ่งเปลี่ยนอีกสิ่งหนึ่งโดยไม่มีขั้นตอนอื่นคั่นกลาง ความหมายนี้หนักแน่นกว่าการบอกว่าสองสิ่งเพียงแค่เกี่ยวข้องกัน โครงสร้างนี้ใช้ในการอธิบายเหตุและผลได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างคำนามตามที่เรียน: Regular exercise can ____ heart health.

ดูคำตอบ

have a direct effect on

วลี

it's no surprise that: ไม่น่าแปลกใจที่

It's no surprise that ใช้นำเสนอผลลัพธ์ที่ผู้พูดคิดว่าคาดเดาได้ง่าย อนุประโยคที่มี that ระบุผลลัพธ์ที่คาดไว้ ส่วนเหตุผลมักมาก่อนหรือเป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้ว ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย Considering ให้เหตุผล สำนวนนี้ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าทุกคนไม่ได้ตกใจ แต่แสดงการประเมินของผู้พูดว่าผลลัพธ์นั้นสมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตามที่เรียนซึ่งแสดงว่าผลลัพธ์เป็นไปตามคาด: Leo read every day, so ____ he became a faster reader.

ดูคำตอบ

it's no surprise that

Not to mention early birds tend to display more positive social traits ลำดับความ

1:09

ยิ่งไปกว่านั้น คนตื่นเช้ามักแสดงลักษณะทางสังคมในเชิงบวกมากกว่า

such as being proactive and optimistic

1:12

เช่น มีความคิดริเริ่มและมองโลกในแง่ดี

and are less prone to depression or addictions to nicotine, alcohol, and food. วลี

1:14

และมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าหรือเสพติดนิโคติน แอลกอฮอล์ และอาหารน้อยกว่า

ลำดับความ

Not to mention: เพิ่มประเด็นสนับสนุนที่มีน้ำหนักยิ่งขึ้น

Not to mention ใช้เพิ่มประเด็นอีกข้อหลังจากที่กล่าวประเด็นหนึ่งหรือหลายข้อไปแล้ว ประเด็นที่เพิ่มเข้ามามักเด่นหรือมีน้ำหนักเป็นพิเศษ จึงได้รับการเน้นมากกว่าการเติม and เข้าไปอีกคำหนึ่งเฉย ๆ แม้ถ้อยคำตามตัวอักษรจะดูเหมือน “อย่าพูดถึงสิ่งนี้” แต่ความหมายจริงคือ “และยังมีข้อเท็จจริงสำคัญนี้ด้วย” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าข้อดีที่กล่าวมาก่อนหน้าได้รับการสนับสนุนเพิ่มด้วยประโยชน์อื่น ๆ ที่รายงานในงานวิจัย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้เพิ่มประโยชน์อีกข้อให้มีน้ำหนักมากขึ้น: The new park has a playground and a pond, ____ a free splash pad.

ดูคำตอบ

not to mention

วลี

less prone to: บอกแนวโน้มหรือความเสี่ยงที่ต่ำกว่า

Be prone to หมายถึงมีแนวโน้มหรือมีความไวต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ส่วน less prone to ใช้เปรียบเทียบแนวโน้มนั้น โดยหมายความว่าบุคคลหรือกลุ่มมีโอกาสหรือความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ไม่ได้เป็นศูนย์ โครงสร้างคือ be + less prone to + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ to เป็นคำบุพบทและตามด้วยคำนาม depression และ addictions รูปแบบนี้พบบ่อยเมื่อพูดถึงสุขภาพ พฤติกรรม ความผิดพลาด หรือผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มีแนวโน้มต่อสิ่งหนึ่งน้อยกว่า”: Well-maintained machines are ____ sudden breakdowns.

ดูคำตอบ

less prone to

And we can see these traits represented physically in the brain,

1:19

เรายังมองเห็นลักษณะเหล่านี้สะท้อนออกมาในโครงสร้างทางกายภาพของสมองได้ด้วย

particularly the white matter which helps neurons communicate. วัฒนธรรม

1:22

โดยเฉพาะในเนื้อสมองสีขาว ซึ่งช่วยให้เซลล์ประสาทสื่อสารกัน

วัฒนธรรม

white matter ในประสาทวิทยา

white matter เป็นศัพท์ทางประสาทวิทยา หมายถึงเนื้อเยื่อในสมองและไขสันหลังที่มีมัดใยประสาทหรือแอกซอนจำนวนมาก ใยเหล่านี้เชื่อมบริเวณต่าง ๆ และส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท ในประโยคนี้ white matter คือเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่มีอยู่จริงในระบบประสาท ไม่ได้หมายถึงวัสดุสีขาวทั่ว ๆ ไป ผู้พูดกำลังบอกว่าสามารถเห็นลักษณะเหล่านี้เป็นความแตกต่างทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ white matter หมายถึงอะไร

  1. ข้อดีหรือข้อเสียของบุคลิกภาพของคนคนหนึ่ง
  2. เนื้อเยื่อชนิดหนึ่งในระบบประสาทที่มีใยประสาทเชื่อมต่อจำนวนมาก
  3. ของเหลวสีอ่อนชนิดใด ๆ ที่พบในร่างกาย
ดูคำตอบ

เนื้อเยื่อชนิดหนึ่งในระบบประสาทที่มีใยประสาทเชื่อมต่อจำนวนมาก

Night owls exhibit significantly less white matter and as a result,

1:25

คนนอนดึกมีเนื้อสมองสีขาวน้อยกว่าอย่างชัดเจน และผลก็คือ

there are fewer pathways for feel-good hormones such as serotonin or dopamine to travel through. การใช้คำ

1:29

มีเส้นทางให้ฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกดีอย่างเซโรโทนินหรือโดพามีนเดินทางผ่านน้อยลง

การใช้คำ

feel-good hormones ในฐานะป้ายกำกับแบบไม่เป็นทางการ

feel-good เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ทำให้ผู้คนรู้สึกมีความสุขหรือรู้สึกดีขึ้น” ใน feel-good hormones คำนี้ใช้เป็นป้ายกำกับง่าย ๆ สำหรับสารเคมีในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับความพอใจ อารมณ์ หรือความรู้สึกได้รับรางวัล วลีทั้งหมดเป็นคำสรุปแบบง่ายในงานวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไป ไม่ใช่หมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์ที่เคร่งครัด เซโรโทนินและโดพามีนทำหน้าที่เป็นสารสื่อเคมีได้ต่างกัน ดังนั้นการเรียกทั้งสองอย่างง่าย ๆ ว่า “ฮอร์โมน” จึงเป็นการสรุปที่ง่ายเกินไป

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในการเขียนเชิงวิทยาศาสตร์ที่เคร่งครัด feel-good hormones เป็นหมวดหมู่ทางเทคนิคที่แม่นยำสำหรับเซโรโทนินและโดพามีน

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

But it's not all bad for the late nighters. ลำดับความ

1:33

แต่สำหรับคนนอนดึกก็ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ ๆ

ลำดับความ

it's not all bad: ปรับภาพด้านลบให้สมดุล

วลี it's not all bad ใช้การปฏิเสธเพียงบางส่วน โดย not ขยาย all จึงหมายความว่าสถานการณ์มีด้านที่แย่ แต่ก็มีด้านที่ดีอยู่ด้วย ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างดีทั้งหมด ในประโยคนี้ but ทำหน้าที่เปลี่ยนจากภาพด้านลบก่อนหน้าไปสู่หลักฐานด้านบวก วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังปรับมุมมองที่เป็นลบเกินไปโดยไม่ปฏิเสธว่ามีปัญหาอยู่จริง

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่าการเดินทางมีทั้งความล่าช้าและสภาพอากาศแย่ แต่ก็ได้สร้างความทรงจำที่ยอดเยี่ยมด้วย คำตอบใดปรับมุมมองได้สมดุลที่สุด

  1. It wasn't all bad.
  2. It was all good.
  3. It wasn't bad.
ดูคำตอบ

It wasn't all bad.

In fact, they tend to be much more creative, have been found to have higher cognitive abilities, ไวยากรณ์

1:35

ที่จริง พวกเขามักสร้างสรรค์กว่ามาก และพบว่ามีความสามารถด้านการคิดสูงกว่า

ไวยากรณ์

have been found to have: การรายงานผลการวิจัย

Have been found to have เป็นโครงสร้างรายงานแบบ present perfect passive โดย have ตัวแรกเป็นกริยาช่วยใน have been found ส่วน found เป็นกริยาช่อง past participle ของ find และ have ตัวที่สองเป็นกริยารูปพื้นฐานหลัง to ซึ่งหมายถึง “มี” โครงสร้างนี้นำเสนอลักษณะดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่งานวิจัยหรือการสังเกตค้นพบ ไม่ใช่คำกล่าวอ้างโดยตรงที่ไม่มีหลักฐานของผู้พูด present perfect เชื่อมผลการค้นพบกับการอภิปรายปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ยังรายงานเพียงแนวโน้มของกลุ่ม ไม่ใช่กฎที่เป็นจริงเสมอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเชิงงานวิจัยด้วยโครงสร้างรายงานแบบ present perfect passive ที่เป็นเป้าหมาย: Regular breaks ____ positive effects on concentration.

ดูคำตอบ

have been found to have

and are known to be risk takers.

1:39

และขึ้นชื่อว่าเป็นคนกล้าเสี่ยง

What they lack in white matter, they make up in cortisol levels. ไวยากรณ์

1:41

ส่วนที่ขาดไปในด้านเนื้อสมองสีขาว พวกเขาชดเชยด้วยระดับคอร์ติซอลที่สูงกว่า

ไวยากรณ์

What X lacks in A, X makes up in B: ใช้ B ชดเชยสิ่งที่ขาดใน A

อนุประโยค what ที่ขึ้นต้นประโยครวมส่วนที่ขาดให้เป็นหน่วยเดียว โดย what they lack in white matter หมายถึงปริมาณหรือคุณสมบัติที่พวกเขาขาดในด้านเนื้อขาว อนุประโยคทั้งหมดถูกย้ายมาไว้ข้างหน้าเพื่อเป็นหัวข้อของการเปรียบเทียบในลักษณะที่คล้ายกรรม จากนั้นประโยคหลักระบุด้านที่นำมาชดเชย คือ they make up in cortisol levels ในโครงสร้างคู่ขนานนี้ make up หมายถึง “ชดเชย” ไม่ใช่ “แต่งเรื่อง” ประโยคนี้นำเสนอการชดเชยเชิงวาทศิลป์ ไม่ได้อ้างว่าค่าทั้งสองเท่าเทียมกันในทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบแบบกระชับด้วยสองส่วนของโครงสร้างเป้าหมาย: What the backpack ____ storage space, it ____ comfort.

ดูคำตอบ

lacks in · makes up in

This stress hormone gets your body ready to face an immediate threat,

1:45

ฮอร์โมนความเครียดนี้เตรียมร่างกายของคุณให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามเฉพาะหน้า

contributing to their risk taking behavior, ไวยากรณ์

1:48

ซึ่งส่งเสริมพฤติกรรมกล้าเสี่ยงของพวกเขา

ไวยากรณ์

contributing to: เพิ่มผลลัพธ์ที่สิ่งหนึ่งมีส่วนก่อให้เกิด

หลังเครื่องหมายจุลภาค contributing to their risk taking behavior เป็นส่วนเสริมที่ใช้กริยารูป present participle แหล่งที่เข้าใจได้ในทางความหมายคือกระบวนการก่อนหน้าทั้งหมด นั่นคือการทำให้ร่างกายพร้อมเผชิญภัยคุกคามเฉพาะหน้า จึงเพิ่มผลของกระบวนการนั้นโดยไม่ต้องเริ่มอนุประโยคที่มีกริยาแสดงกาลใหม่หรือกล่าวประธานซ้ำ Contribute to หมายถึง “ช่วยให้เกิด” โดยแสดงว่ากระบวนการก่อนหน้าเป็นหนึ่งในปัจจัยเบื้องหลังพฤติกรรมนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียวหรือสาเหตุโดยตรง ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยวลีนาม และในประโยคอื่นอาจตามด้วยรูป -ing ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ช่วยให้เกิดผลลัพธ์ในฐานะหนึ่งในหลายปัจจัย”: A flexible schedule reduced commuting stress, ____ better morale.

ดูคำตอบ

contributing to

which studies show can translate into opportunities and potentially much more financial gain. กริยาวลี

1:50

และงานวิจัยชี้ว่าพฤติกรรมนี้อาจนำไปสู่โอกาสและผลตอบแทนทางการเงินที่สูงกว่ามาก

กริยาวลี

translate into: ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในชีวิตจริง

ในที่นี้ translate into ใช้ในความหมายเชิงนามธรรมว่า สิ่งหนึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ในประโยคนี้ พฤติกรรมที่กล้าเสี่ยงอาจสร้างโอกาสและผลประโยชน์ทางการเงิน ไม่ได้หมายถึงการแปลคำจากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่ง โครงสร้าง X translates into Y แสดงว่า Y คือผลหรือผลลัพธ์ในชีวิตจริงที่เกิดจาก X

แบบฝึกหัด

ในประโยค Extra training can translate into better results คำว่า translate into หมายถึงอะไร?

  1. อธิบายให้ละเอียดขึ้น
  2. เปลี่ยนคำเป็นอีกภาษาหนึ่ง
  3. นำไปสู่หรือก่อให้เกิด
ดูคำตอบ

นำไปสู่หรือก่อให้เกิด

Furthermore, even though morning people can be very energetic right after waking, ไวยากรณ์

1:54

นอกจากนี้ แม้คนตื่นเช้าจะกระปรี้กระเปร่ามากทันทีหลังตื่นนอน

they tend to lose steam faster than night owls throughout the day. สำนวน

1:58

แต่เมื่อวันผ่านไป พวกเขามักหมดแรงเร็วกว่าคนนอนดึก

ไวยากรณ์

even though + อนุประโยค: แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่เน้นชัด

Even though ใช้เปิดส่วนที่ยอมรับข้อเท็จจริงบางอย่าง โดยอนุประโยคที่ตามหลังกล่าวถึงเรื่องจริงซึ่งอาจทำให้เราคาดหวังผลอีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ คนที่ชอบตื่นเช้ามีพลังมากหลังตื่น แต่ประโยคหลักกลับบอกว่าหลังจากนั้นพวกเขาหมดแรงเร็วกว่า หลัง even though ต้องเป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์และมีประธานกับกริยา ส่วนประโยคหลักจะแสดงผลที่น่าแปลกใจหรือตรงข้ามกับที่คาด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ even though หน้าอนุประโยคสมบูรณ์ได้ถูกต้อง?

  1. Despite the rain was heavy, we played outside.
  2. Even though the rain was heavy, we played outside.
  3. Even though the heavy rain, we played outside.
ดูคำตอบ

Even though the rain was heavy, we played outside.

สำนวน

lose steam: ค่อย ๆ สูญเสียพลังหรือแรงส่ง

ในประโยคนี้ lose steam หมายถึงค่อย ๆ มีพลังและประสิทธิภาพลดลงเมื่อเวลาผ่านไปในแต่ละวัน โดยกล่าวถึงพลังของคนตื่นเช้าที่ลดลงเร็วกว่า ไม่ได้หมายถึงไอน้ำจริง ๆ ที่รั่วออกมา สำนวนนี้ยังใช้กล่าวถึงแรงส่งหรือความกระตือรือร้นของโครงการ แคมเปญ การสนทนา หรือกิจกรรมที่ค่อย ๆ ลดลงได้ด้วย โครงสร้างคือประธาน + lose steam และ lose อาจเปลี่ยนตามกาล เช่น lost steam

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ สูญเสียพลังหรือแรงส่ง”: The volunteers worked quickly in the morning, but began to ____ after lunch.

ดูคำตอบ

lose steam

Both sides perform equally well in reaction time tests an hour after waking,

2:01

ทั้งสองฝ่ายทำแบบทดสอบเวลาตอบสนองได้ดีพอ ๆ กันหลังตื่นหนึ่งชั่วโมง

but after 10 hours of being awake, night owls perform significantly better.

2:05

แต่หลังจากตื่นมาแล้ว 10 ชั่วโมง คนนอนดึกทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน

Your inner clock is regulated by many proteins สำนวน

2:09

นาฬิกาภายในร่างกายของคุณถูกควบคุมด้วยโปรตีนหลายชนิด

which are created from various genes in your DNA.

2:11

ซึ่งสร้างขึ้นจากยีนต่าง ๆ ใน DNA ของคุณ

สำนวน

inner clock: ระบบจับเวลาภายในร่างกาย

Inner clock เป็นคำเปรียบเทียบที่ใช้ทั่วไปเพื่อหมายถึงระบบจับเวลาภายในร่างกาย ในประโยคนี้หมายถึงกระบวนการทางชีวภาพที่ช่วยควบคุมว่าเมื่อใดคนเราจะรู้สึกง่วงหรือตื่นตัว และประโยคบอกว่าโปรตีนที่สร้างจากยีนช่วยควบคุมระบบนี้ ไม่ได้หมายถึงมีนาฬิกาจริง ๆ อยู่ในร่างกาย และไม่ได้หมายถึงเพียงความรู้สึกว่าเวลาปัจจุบันคือกี่โมง ในบริบททางวิทยาศาสตร์ circadian clock หรือ circadian system เป็นคำที่แม่นยำกว่าสำหรับกลไกจับเวลาที่มีวงจรประมาณ 24 ชั่วโมง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ inner clock หมายถึงอะไร?

  1. ระบบภายในร่างกายที่กำหนดช่วงเวลาหลับและตื่น
  2. นาฬิกาจริงที่อยู่ภายในร่างกาย
  3. ความสามารถของคนในการเดาเวลาโดยไม่ต้องดูนาฬิกา
ดูคำตอบ

ระบบภายในร่างกายที่กำหนดช่วงเวลาหลับและตื่น

Studies have even shown that a single change

2:14

งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงเพียงจุดเดียว

of the genetic code near a gene called period one

2:16

ในรหัสพันธุกรรมใกล้ยีนที่ชื่อว่า period one

can result in an hour difference in your waking time. กริยาวลี

2:19

อาจทำให้เวลาตื่นของคุณต่างออกไปถึงหนึ่งชั่วโมง

กริยาวลี

result in: บอกว่าสาเหตุทำให้เกิดผลลัพธ์

result in หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “นำไปสู่” ผลลัพธ์บางอย่าง ในประโยคนี้ การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมคือสาเหตุ และความต่างหนึ่งชั่วโมงของเวลาตื่นคือผลลัพธ์ โครงสร้างคือ สาเหตุ + result in + ผลลัพธ์ ส่วนที่เป็นผลลัพธ์อาจเป็นนามวลีหรือรูป -ing เช่น result in delays และ result in waking up later สำนวนนี้พบบ่อยในการอธิบายแบบเป็นกลางและเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้องหลัง result เพื่อให้ประโยคหมายความว่าถนนที่เป็นน้ำแข็งทำให้เกิดอุบัติเหตุ: The icy road resulted ____ several crashes.

ดูคำตอบ

in

As crazy as it seems, ไวยากรณ์

2:21

แม้จะฟังดูเหลือเชื่อ

scientists also found a correlation between these same genes and your time of death. วลี

2:23

แต่นักวิทยาศาสตร์ยังพบความสัมพันธ์ระหว่างยีนชุดเดียวกันนี้กับเวลาที่คุณเสียชีวิต

ไวยากรณ์

As crazy as it seems: ยอมรับก่อนว่าแนวคิดฟังดูน่าประหลาดใจ

As crazy as it seems เป็นวลีแสดงการยอมรับข้อโต้แย้งที่วางไว้ต้นประโยค หมายถึง “แม้เรื่องนี้อาจฟังดูเหลือเชื่อหรือยากที่จะเชื่อ” ผู้พูดยอมรับว่าข้อความถัดไปฟังดูน่าประหลาดใจ แต่ยังคงนำเสนอว่าเป็นเรื่องจริง ในที่นี้ it ชี้ไปยังข้อความที่จะตามมา ส่วน crazy อธิบายว่าความคิดนั้นอาจฟังดูอย่างไร ไม่ได้ใช้บรรยายคน โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ As + adjective + as it seems แล้วตามด้วยข้อความที่น่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

ใช้ surprising เติมโครงสร้าง As + adjective + as it seems ให้สมบูรณ์: ____, this tiny key opens the biggest door in the building.

ดูคำตอบ

As surprising as it seems

วลี

a correlation between A and B: ความสัมพันธ์ระหว่าง A กับ B

ในรูปแบบ a correlation between A and B นั้น A และ B คือตัวแปรสองตัวที่ค่ามีความสัมพันธ์กันทางสถิติ ในประโยคนี้ ตัวแปรทั้งสองคือ these same genes และ your time of death ความสัมพันธ์บ่งบอกว่าตัวแปรทั้งสองเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง แต่เพียงเท่านี้ยังไม่แสดงว่าตัวแปรหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกตัวแปรหนึ่ง ใช้ between เพื่อนำตัวแปรแรกเข้ามา และใช้ and เชื่อมตัวแปรที่สอง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบเป้าหมาย a correlation between A and B เติมประโยคให้สมบูรณ์: Researchers found ____ daily screen time and sleep quality.

ดูคำตอบ

a correlation between

The early risers were more likely to die around 11:00 a.m., ไวยากรณ์

2:27

คนตื่นเช้ามีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตในช่วงประมาณ 11 โมงเช้ามากกว่า

while the night owls were more likely to die before 6:00 p.m.

2:31

ส่วนคนนอนดึกมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตก่อน 6 โมงเย็นมากกว่า

ไวยากรณ์

be more likely to + กริยารูปพื้นฐาน: มีแนวโน้มที่จะมากกว่า

โครงสร้าง be more likely to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เปรียบเทียบความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ หมายความว่าเหตุการณ์นั้นมีโอกาสเกิดกับบุคคลหรือกลุ่มหนึ่งสูงกว่ากลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หรือจะเกิดกับคนส่วนใหญ่ ในประโยคนี้ คนตื่นเช้าและคนนอนดึกถูกเปรียบเทียบด้วยโครงสร้างที่ขนานกัน โดยแต่ละกลุ่มมีโอกาสเสียชีวิตในช่วงเวลาที่ระบุสูงกว่าโดยเปรียบเทียบ กริยารูปพื้นฐานหลัง to ระบุเหตุการณ์ที่กำลังเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบเป้าหมาย be more likely to + base verb เติมประโยคให้สมบูรณ์: Compared with other commuters, cyclists are ____ arrive on time during heavy traffic.

ดูคำตอบ

more likely to

What about teenagers you say? ลำดับความ

2:34

แล้ววัยรุ่นล่ะ คุณอาจสงสัย

It's true, most tend to be night owls due to the hormonal changes during puberty,

2:35

จริงอยู่ว่า วัยรุ่นส่วนใหญ่มักนอนดึกเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงวัยแรกรุ่น

ลำดับความ

What about teenagers you say?: คำถามจากผู้ฟังในจินตนาการ

ในที่นี้ What about teenagers? คือคำถามที่ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังน่าจะสงสัย ส่วน you say ที่เติมเข้ามาสร้างเสียงของผู้ฟังในจินตนาการ ไม่ได้เป็นการรายงานคำพูดที่บุคคลจริงเคยพูดไว้แล้ว วิธีนี้ช่วยให้ผู้พูดยกข้อสงสัยที่น่าจะเกิดขึ้นมาแล้วตอบทันที ในการอธิบาย รูปแบบ What about X, you say? ทำให้การพูดคนเดียวฟังดูเหมือนกำลังสนทนากับผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดใช้ you say เพื่อทำอะไรในประโยคนี้?

  1. อ้างคำพูดที่ตรงทุกคำของวัยรุ่นคนหนึ่ง
  2. จินตนาการถึงคำถามที่ผู้ฟังอาจถาม
  3. สั่งให้วัยรุ่นพูด
ดูคำตอบ

จินตนาการถึงคำถามที่ผู้ฟังอาจถาม

but this tends to wane out into your genetic default as you enter adulthood.

2:39

แต่แนวโน้มนี้มักค่อย ๆ จางลงและกลับสู่รูปแบบพื้นฐานที่กำหนดโดยพันธุกรรมเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

So while there may be some truth to early birds getting the worm, ไวยากรณ์

2:43

ดังนั้น แม้คำกล่าวที่ว่านกตื่นเช้าย่อมจับหนอนได้จะมีความจริงอยู่บ้าง

night owls aren't exactly lagging behind in life. สำนวน

2:46

แต่คนนอนดึกก็ไม่ได้ตามหลังคนอื่นในชีวิตเสียทีเดียว

They're just lagging behind in time.

2:49

พวกเขาแค่ตามหลังในเรื่องเวลาเท่านั้น

ไวยากรณ์

while there may be some truth to: การเห็นด้วยบางส่วนอย่างระมัดระวัง

รูปแบบ while there may be some truth to หมายถึง “แนวคิดนี้อาจถูกอยู่บางส่วน” ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเห็นด้วยทั้งหมด ทั้ง may และ some ทำให้ระดับการเห็นด้วยอ่อนลง while บอกว่ากำลังจะมีประเด็นที่แตกต่างหรือจำกัดความคิดแรกตามมา ใช้ while there may be some truth to + คำนามหรือข้อกล่าวอ้าง เมื่อต้องการยอมรับส่วนหนึ่งของแนวคิดก่อนจะให้ข้อสรุปอีกแบบหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบแสดงการเห็นด้วยบางส่วนอย่างระมัดระวังจากบทเรียน: ____ the idea that practice makes you better, rest is important too.

ดูคำตอบ

While there may be some truth to

สำนวน

lagging behind in life ... lagging behind in time: การเล่นคำด้วยถ้อยคำซ้ำ

Lag behind หมายถึงก้าวหน้าช้ากว่า หรือยังอยู่ข้างหลังเมื่อเทียบกับจุดอ้างอิง ใน lagging behind in life จุดอ้างอิงคือความก้าวหน้าในชีวิตที่สังคมคาดหวัง จึงสื่อว่าคนหนึ่งประสบความสำเร็จน้อยกว่าหรือก้าวหน้าไม่เท่าคนอื่น ประโยคถัดไปพูดซ้ำว่า lagging behind แต่เปลี่ยนจุดอ้างอิงเป็น time ตรงนี้กล่าวอย่างขบขันถึงนาฬิกาชีวิตที่ช้ากว่าของคนนอนดึก ไม่ใช่ความล้มเหลวในชีวิต การใช้โครงเดิมแล้วเปลี่ยนเฉพาะคำนามสุดท้ายทำให้เกิดมุกปิดท้าย โดย lag behind ไม่ได้แปลว่านอนดึกในตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

ทำไมตอนจบจึงตลก?

  1. ประโยคใช้ lagging behind เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงตื่นอยู่จนดึก
  2. ประโยคพูดซ้ำว่า lagging behind แต่เปลี่ยนจากความก้าวหน้าในชีวิตไปเป็นนาฬิกาชีวิตที่ช้ากว่า
  3. ประโยคบอกว่าคนนอนดึกทุกคนล้มเหลวเพราะดูเวลาไม่เป็น
ดูคำตอบ

ประโยคพูดซ้ำว่า lagging behind แต่เปลี่ยนจากความก้าวหน้าในชีวิตไปเป็นนาฬิกาชีวิตที่ช้ากว่า

Don't forget to check out our latest AsapTHOUGHT video

2:51

อย่าลืมดูวิดีโอ AsapTHOUGHT ล่าสุดของเรา

where you can participate in a scientific pop music experiment with us.

2:54

ซึ่งคุณสามารถมาร่วมการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเพลงป๊อปกับเราได้

We're finding out what makes songs so catchy in the first place วลี

2:57

เรากำลังค้นหาว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้เพลงติดหูได้ขนาดนี้

and if there's an exact science behind it all.

3:00

และเบื้องหลังทั้งหมดนี้มีหลักวิทยาศาสตร์ที่แน่นอนหรือไม่

วลี

in the first place: ย้อนกลับไปยังเหตุผลพื้นฐาน

ในประโยคนี้ in the first place เชื่อมกับ what makes songs so catchy โดยเน้นคำถามพื้นฐานที่ต้องตอบก่อนจะศึกษารายละเอียดส่วนอื่น การถอดความที่เป็นธรรมชาติคือ to begin with หรือในคำถามที่มี why อาจใกล้เคียงกับ at all วลีนี้ช่วยจัดลำดับการให้เหตุผล ไม่ได้บรรยายสถานที่จริงหรือระบุรายการข้อที่หนึ่ง มันมักพาผู้ฟังย้อนกลับไปยังสาเหตุ สมมติฐาน หรือการตัดสินใจดั้งเดิม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in the first place เพื่อถามถึงเหตุผลดั้งเดิมของการตัดสินใจ?

  1. Why did you agree to the plan in the first place?
  2. In the first place, wash the vegetables, and then cut them.
  3. We met in the first place near the station.
ดูคำตอบ

Why did you agree to the plan in the first place?

Click on the screen or the link in the description

3:02

คลิกที่หน้าจอหรือลิงก์ในคำอธิบาย

and subscribe for more weekly science videos.

3:05

แล้วกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์