การทดลองทางความคิด JoJo อันอื้อฉาว - Michael Vazquez และ Sarah Stroud: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: เรื่องของเผด็จการที่เติบโตมาโดยมองว่าทรราชย์เป็นเรื่องปกติถูกใช้ตั้งคำถามเชิงปรัชญาว่า การเลี้ยงดู ค่านิยมส่วนตัว ความสามารถทางศีลธรรม และโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อระดับที่เขาควรถูกตำหนิและรับผิดชอบเพียงใด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. bear full moral responsibility — วลีสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เรียนรู้กลุ่มคำแบบเป็นทางการที่ใช้ในการอภิปรายด้านจริยธรรมและกฎหมาย เพื่อถามว่าบุคคลควรแบกรับความรับผิดชอบทางศีลธรรมทั้งหมดต่อการกระทำหรือไม่ ซึ่งชัดเจนกว่าการบอกเพียงว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับโทษในทางปฏิบัติ 2. does that mean nobody is responsible — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าคำถามนี้ทดสอบเหตุผลด้วยการขยายจากกรณีพิเศษหนึ่งกรณีไปสู่ข้อสรุปกว้างที่ครอบคลุมทุกคนได้อย่างไร ผู้เรียนสามารถใช้รูปแบบนี้ชี้ให้เห็นผลสืบเนื่องที่อาจเกิดขึ้น โดยไม่ด่วนกล่าวว่าผลนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว 3. navigate a moral conundrum. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า navigate ใช้เชิงเปรียบเทียบให้การคิดผ่านปัญหาจริยธรรมที่ยากเสมือนการหาเส้นทางในพื้นที่ไม่แน่นอน ใช้กล่าวถึงการรับมือความขัดแย้งซับซ้อนที่ไม่มีคำตอบถูกชัดเจน และมีระดับภาษาทางการกว่า problem
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Jo the 1st is a ruthless dictator who rules his country with an iron fist. โน้ต
0:06โจที่หนึ่งเป็นเผด็จการที่โหดเหี้ยมซึ่งปกครองประเทศของเขาด้วยกำปั้นเหล็ก
Jo the 1st: Jo คนแรกในสายที่เรียงหมายเลข
Jo the 1st อ่านว่า “Jo the First” ตรงนี้ the 1st เป็นส่วนหนึ่งของชื่อที่มีลักษณะเหมือนพระนามหรือสมญา โดยระบุว่า Jo เป็นบุคคลแรกในสายที่เรียงหมายเลข จึงใช้แยกจากบุคคลรุ่นหลังที่ใช้ชื่อเดียวกันได้ ข้อความนี้ไม่ได้ระบุวันในปฏิทินหรือผลการแข่งขัน เมื่อชื่อมี the และเลขลำดับตามหลัง ให้พิจารณาว่าหมายถึงกษัตริย์ ผู้สืบทอด หรือสมญาของตัวละครสมมติที่ตั้งใจให้ฟังดูยิ่งใหญ่หรือไม่
แบบฝึกหัด
ในชื่อ “Jo the 1st” คำว่า the 1st บอกอะไร?
- บอกว่า Jo ได้อันดับหนึ่งในการแข่งขัน
- ระบุวันแรกของเดือน
- ระบุว่า Jo เป็นบุคคลแรกในสายที่เรียงหมายเลข
ดูคำตอบ
ระบุว่า Jo เป็นบุคคลแรกในสายที่เรียงหมายเลข
ruthless dictator: คำบรรยายเชิงลบอย่างรุนแรง
a ruthless dictator หมายถึงผู้ปกครองแบบอำนาจนิยมที่โหดร้ายและไม่แสดงความเมตตาเมื่อใช้อำนาจ คำว่า ruthless เพิ่มความหมายว่าบุคคลนั้นไม่สนใจความทุกข์หรือสิทธิของผู้อื่น วลีนี้เป็นการตัดสินในแง่ลบอย่างรุนแรง และมีความหมายหนักกว่าการบอกว่าผู้นำเพียงแค่เข้มงวดหรือเรียกร้องสูงมาก
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ “a ruthless dictator” มากที่สุด?
- ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งเข้มงวดแต่ยุติธรรม
- ผู้ปกครองแบบอำนาจนิยมที่โหดร้ายและไม่แสดงความเมตตา
- ผู้ปกครองที่ไม่สามารถตัดสินใจได้
ดูคำตอบ
ผู้ปกครองแบบอำนาจนิยมที่โหดร้ายและไม่แสดงความเมตตา
with an iron fist: การปกครองที่เข้มงวดและกดขี่
With an iron fist เป็นสำนวนที่หมายถึงการควบคุมหรือปกครองผู้อื่นอย่างเข้มงวด รุนแรง และกดขี่ ไม่ได้หมายถึงการใช้กำปั้นที่ทำจากเหล็กจริง ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายวิธีปกครองของเผด็จการ ผู้คนเชื่อฟังเพราะแรงกดดันหรือความกลัว ไม่ใช่เพราะถูกโน้มน้าว โดยทั่วไปยังใช้กับผู้มีอำนาจที่แทบไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้งหรือมีเสรีภาพได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ในประโยค Jo rules his country with an iron fist คำว่า with an iron fist หมายถึงอะไร
- ควบคุมอย่างเข้มงวดและกดขี่
- ตัดสินใจอย่างสงบและเป็นมิตร
- ทำงานด้วยมือ
ดูคำตอบ
ควบคุมอย่างเข้มงวดและกดขี่
Whenever he wants something: สิ่งกระตุ้นที่เกิดซ้ำ
Whenever he wants something เป็นส่วนขยายบอกเงื่อนไขด้านเวลาที่เกิดซ้ำได้ หมายถึงทุกครั้งที่เขาต้องการอะไร ไม่ใช่แค่ครั้งใดครั้งหนึ่ง การวางอนุประโยคนี้ไว้ต้นประโยคทำให้บอกสิ่งกระตุ้นก่อน แล้วจึงบอกผลลัพธ์ที่เกิดเป็นประจำ คือ everyone hurries to appease him โดยทั่วไปจะใส่เครื่องหมายจุลภาคหลังอนุประโยค whenever ที่อยู่ต้นประโยค
แบบฝึกหัด
ผลลัพธ์เกิดขึ้นทุกครั้งที่กริ่งดัง เลือกคำที่ดีที่สุด: _____ the school bell rings, the students leave the room
- Whenever
- While
- When
ดูคำตอบ
Whenever
appease him: ทำให้เขาสงบด้วยการยอมอ่อนข้อ
ในประโยคนี้ appease him หมายถึงการยอมอ่อนข้อเพื่อทำให้เขาสงบหรือพอใจ จะได้ไม่โกรธหรือก่อปัญหา ไม่ได้หมายถึงเพียง “ทำให้เขามีความสุข” คำว่า appease มักสื่อถึงแรงกดดันและการประนีประนอม คนอื่นอาจไม่ได้เห็นด้วยกับเขา แต่ยอมทำเพื่อป้องกันปฏิกิริยาที่แย่กว่าเดิม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ appease ในความหมายเดียวกับตัวอย่าง?
- She comforted her friend after the bad news.
- The company offered concessions to appease the angry protesters.
- The song pleased the crowd at the festival.
ดูคำตอบ
The company offered concessions to appease the angry protesters.
Jo's terrified servants treat his every whim as a wise and noble decision. โน้ต
0:20บรรดาคนรับใช้ที่หวาดกลัวของโจจึงปฏิบัติต่อความต้องการตามอำเภอใจของเขาเหมือนเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและสูงส่ง
since complainers are permanently banished: since ที่บอกเหตุผลและรูปถูกกระทำ
ในที่นี้ since ใช้บอกเหตุผลว่า ผู้ที่บ่นจะถูกเนรเทศอย่างถาวร ไม่ได้หมายถึง “นับตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต” ใน are permanently banished มีการใช้รูปถูกกระทำเพื่อเน้นว่า complainers คือผู้ที่ได้รับโทษ ประโยคไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้เนรเทศ ส่วน permanently แสดงว่าการขับออกนี้ไม่มีกำหนดสิ้นสุด
แบบฝึกหัด
ข้อใดวิเคราะห์อนุประโยคเปิดได้ถูกต้อง?
- ใช้แสดงความขัดแย้งและบอกว่าการลงโทษเป็นเพียงชั่วคราว
- ใช้บอกเหตุผลและเน้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่บ่น
- ระบุเวลาเริ่มต้นและบอกว่าผู้ที่บ่นเนรเทศคนอื่น
ดูคำตอบ
ใช้บอกเหตุผลและเน้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่บ่น
มองทุกความคิดตามอำเภอใจของเขาว่าเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดและสูงส่ง
ในโครงสร้าง treat X as Y คำว่า treat หมายถึง “มองว่า X เป็น Y หรือปฏิบัติต่อ X ในฐานะ Y” โดย X คือสิ่งที่ผู้พูดกำลังตอบสนอง และ Y คือสถานะ ประเภท หรือการประเมินที่มอบให้ X โครงสร้างนี้บอกวิธีที่คนมองหรือจัดการกับ X ไม่ได้บอกว่า X เป็น Y จริง ๆ ในประโยคนี้ คนรับใช้มองทุกความคิดตามอำเภอใจของโจว่าเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดและสูงส่ง เพราะพวกเขาหวาดกลัวเขา จึงสื่อถึงการยกย่องเกินจริงจากความกลัว ไม่ใช่การประเมินอย่างยุติธรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์: They treat every delay ____ a disaster.
ดูคำตอบ
as
Every whim:ทุกความคิดตามอำเภอใจของเขา
Whim หมายถึงความปรารถนาหรือคำขอที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและตามอำเภอใจ โดยมักสื่อว่าเป็นความต้องการที่เอาแต่ใจหรือไม่ได้ไตร่ตรองอย่างดี ใน his every whim คำว่า every ขยายคำนามเอกพจน์ whim เพื่อเน้นว่ารวมความต้องการที่เกิดจากแรงกระตุ้นของเขาไว้ทุกข้อ ในที่นี้ การเรียกความต้องการของโจว่า whims ทำให้เห็นว่าเป็นการเลือกที่ไม่มีเหตุผล ไม่ใช่แผนการที่คิดรอบคอบหรือคำสั่งที่จำเป็น ความกลัวของคนรับใช้ทำให้การยอมรับทุกข้อของพวกเขาฟังดูเกินจริง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ every whim มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
- เป้าหมายทุกอย่างที่วางแผนมาอย่างรอบคอบ
- คำสั่งอย่างเป็นทางการทุกข้อ
- ความปรารถนาเอาแต่ใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
ดูคำตอบ
ความปรารถนาเอาแต่ใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
To most onlookers, ...:การระบุมุมมองจากภายนอก
To most onlookers วางไว้ต้นประโยคเพื่อบอกว่าการประเมินที่ตามมานั้นมาจากมุมมองของใคร หมายถึง “ในสายตาของคนส่วนใหญ่ที่มองดูจากภายนอก” ไม่ได้หมายความว่าผู้สังเกตกำลังเดินทางไปที่ใด การวางวลีนี้ไว้ก่อนทำให้ประโยคบอกแหล่งที่มาของการประเมินก่อน แล้วจึงบอกว่าคนกลุ่มนั้นมองการปกครองอย่างไร ดังนั้น cruel and unjust เป็นความเห็นของผู้สังเกตเหล่านั้น ไม่ใช่การยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ทุกคนเห็นตรงกัน
แบบฝึกหัด
วลี To most onlookers ที่อยู่ต้นประโยคทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- กำหนดให้การประเมินเป็นมุมมองของผู้สังเกตจากภายนอกส่วนใหญ่
- บอกว่าผู้สังเกตกำลังจะไปที่ใด
- แสดงว่าผู้สังเกตเป็นผู้ควบคุมการปกครอง
ดูคำตอบ
กำหนดให้การประเมินเป็นมุมมองของผู้สังเกตจากภายนอกส่วนใหญ่
But his beloved son JoJo doesn't see any issues. วลี
0:30แต่โจโจ้ลูกชายสุดที่รักของเขากลับไม่เห็นปัญหาใดๆ
doesn't see any issues:การแสดงการประเมินส่วนตัว
doesn't see any issues หมายความว่าบุคคลนั้นไม่สังเกต ไม่รับรู้ หรือไม่ตัดสินว่ามีปัญหาใด ๆ ในที่นี้ see ไม่ได้หมายถึงการใช้ตามองเห็นเท่านั้น แต่หมายถึงการเข้าใจหรือประเมินสถานการณ์ด้วย โครงสร้างปฏิเสธ doesn't ... any บอกว่าในมุมมองของบุคคลนั้นไม่มีปัญหาให้เห็นเลย เป็นการบอกการประเมินของบุคคลนั้น ไม่ได้พิสูจน์ว่าสถานการณ์ไม่มีปัญหาอยู่จริงในเชิงข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
doesn't see any issues ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร The manager doesn't see any issues with the new schedule.
- ผู้จัดการไม่เคยดูตารางเวลานั้น
- ผู้จัดการไม่พบปัญหาใด ๆ ในตารางเวลา
- ผู้จัดการไม่สามารถมองเห็นตารางเวลาได้จริง ๆ
ดูคำตอบ
ผู้จัดการไม่พบปัญหาใด ๆ ในตารางเวลา
and he never witnesses any fear from Jo's subjects or violence against them. การใช้คำ
0:37และเขาไม่เคยเห็นความหวาดกลัวจากราษฎรของโจหรือความรุนแรงต่อพวกเขาเลย
all JoJo's ever known: ขอบเขตประสบการณ์ของเขา
all JoJo's ever known หมายถึงชีวิตแบบเดียวที่ JoJo รู้จักมาจนถึงเวลานั้น JoJo's เป็นรูปย่อของ JoJo has ส่วน all แสดงว่าชีวิตแบบนี้คือขอบเขตประสบการณ์ทั้งหมดของเขา ever ขยายช่วงเวลาให้ครอบคลุมทั้งชีวิตจนถึงเวลานั้น โครงสร้างนี้มักสื่อว่าคนคนนั้นไม่มีประสบการณ์แบบอื่นไว้เปรียบเทียบ และไม่ได้กล่าวถึงอนาคต
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง all ... has ever known ให้สมบูรณ์: Island life is all she has ____ known.
ดูคำตอบ
ever
never witnesses any fear: witness หมายถึงเห็นเหตุการณ์โดยตรง
never witnesses any fear หมายความว่าเขาไม่เคยสังเกตเห็นสัญญาณหรือหลักฐานของความกลัวโดยตรง ในที่นี้ witness เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงผู้ให้การเป็นพยาน เมื่อเป็นคำกริยา witness แสดงให้เห็นว่าบุคคลนั้นเป็นผู้สังเกตการณ์เหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ คำนี้เป็นทางการและเน้นตัวเหตุการณ์มากกว่า see ประโยคนี้บอกเพียงว่าเขาไม่ได้สังเกตเห็นความกลัว ไม่ได้พิสูจน์ว่าความกลัวไม่มีอยู่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ witness ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อเน้นการเห็นเหตุการณ์ร้ายแรงโดยตรง
- Several residents witnessed the bridge collapse.
- Several residents saw a bridge in the distance.
- Several residents watched the bridge lights for an hour.
ดูคำตอบ
Several residents witnessed the bridge collapse.
All JoJo sees is ...: จำกัดสิ่งที่คนหนึ่งสังเกตเห็น
All JoJo sees is ... หมายถึง “สิ่งเดียวที่โจโจสังเกตเห็นคือ...” โดย All JoJo sees ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธาน และ is ใช้นำเข้าสู่เนื้อหาที่อยู่ในสายตาของเขา ในที่นี้ กรอบประโยคนี้ไม่ได้เพียงลำดับความแข็งแกร่ง การเชื่อฟัง และคำสรรเสริญ แต่ยังแสดงว่ามุมมองของโจโจมีข้อจำกัด เขาสังเกตเห็นเพียงสัญญาณภายนอกเหล่านั้นและมองข้ามด้านอื่นของการปกครองของพ่อ โครงสร้าง All + ประธาน + sees + is ... สามารถนำไปใช้เพื่อเน้นการสนใจที่แคบหรือเลือกมองเพียงบางด้าน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง All + ประธาน + sees + is โดยใช้ Maya เป็นประธาน: ____ the price, not the product's quality.
ดูคำตอบ
All Maya sees is
JoJo grows up to inherit his father's role and his style of rule. โน้ต
0:54โจโจ้เติบโตขึ้นเพื่อสืบทอดบทบาทและรูปแบบการปกครองของพ่อ
After spending his entire childhood ...: ให้เหตุการณ์ก่อนหน้าเป็นฉากหลัง
After spending his entire childhood ... เป็นวลีบอกเวลาที่วางไว้ต้นประโยค After แสดงว่าประสบการณ์อันยาวนานนี้เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์หลัก และ spending ในที่นี้หมายถึง “ใช้เวลาช่วงหนึ่ง” ไม่ใช่ใช้จ่ายเงิน วลี -ing ไม่ได้ระบุประธานไว้ จึงเข้าใจว่าประธานคือ JoJo ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก ใช้โครงสร้าง After + วลี -ing, ประโยคหลัก เมื่อคนหรือสิ่งเดียวกันเป็นผู้ทำทั้งสองเหตุการณ์ และต้องการวางประสบการณ์ก่อนหน้าไว้เป็นฉากหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ spend: After ____ a year in Canada, Leo understood local jokes better.
ดูคำตอบ
spending
grow up to inherit: โตขึ้นแล้วได้สืบทอดในที่สุด
ใน grows up to inherit โครงสร้าง grow up to + คำกริยารูปพื้นฐานเชื่อมช่วงวัยเด็กหรือวัยเยาว์เข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังเมื่อเป็นผู้ใหญ่ จึงนำเสนอการสืบทอดว่าเป็นผลลัพธ์ในที่สุดของเส้นทางชีวิตของโจโจ ตรงนี้ to inherit ไม่ได้บอกจุดประสงค์ว่าเขาเติบโตขึ้นเพื่ออะไร แต่บอกว่าเขาลงเอยด้วยการทำอะไรหลังจากโตแล้ว และมักให้ความรู้สึกแบบการเล่าชีวประวัติหรือเส้นทางชีวิต
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Maya grew up to run her family's restaurant,” คำว่า grew up to run หมายความว่าอย่างไร
- การบริหารร้านอาหารเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในที่สุดเมื่อเธอเป็นผู้ใหญ่
- จุดประสงค์ของการเติบโตของเธอคือการบริหารร้านอาหาร
- เธอบริหารร้านอาหารเป็นประจำตลอดวัยเด็ก
ดูคำตอบ
การบริหารร้านอาหารเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในที่สุดเมื่อเธอเป็นผู้ใหญ่
his style of rule: วิธีการปกครองของเขา
ใน his style of rule คำว่า rule เป็นคำนามที่หมายถึงการใช้อำนาจหรือการควบคุมประเทศหรือกลุ่มคน วลีทั้งหมดหมายถึงวิธีการปกครองที่เป็นลักษณะเฉพาะของเขา ไม่ใช่รูปแบบภายนอกของกฎที่เขียนไว้ ในประโยคนี้ โจโจสืบทอดรูปแบบดังกล่าวพร้อมกับบทบาทของพ่อ จึงหมายถึงแนวทางที่พ่อของเขาใช้อำนาจ
แบบฝึกหัด
ใน “The history course examines the queen's style of rule,” คำว่า style of rule หมายความว่าอย่างไร
- วิธีที่พระนางปกครอง
- รูปแบบการจัดหน้าข้อกำหนดของพระนาง
- ข้อกำหนดที่พระนางต้องปฏิบัติตาม
ดูคำตอบ
วิธีที่พระนางปกครอง
just as with: ใช้ใจความเดียวกันกับอีกกรณีหนึ่ง
just as with + นามวลี ใช้ยกกรณีที่กล่าวถึงก่อนหน้าขึ้นมาเป็นสิ่งเปรียบเทียบ โดยบอกว่าใจความในประโยคหลักใช้กับกรณีใหม่ได้ในลักษณะเดียวกัน ในประโยคนี้ Jo คนที่ 1 คือกรณีที่นำมาเปรียบเทียบ ส่วนประโยคหลักให้ข้อสรุปเกี่ยวกับ JoJo วลีนี้จึงเชื่อมสองกรณีเข้าด้วยกันโดยไม่ต้องกล่าวข้อสรุปก่อนหน้าซ้ำทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปจาก just as with ให้ประโยคสมบูรณ์: Just as ____ the first rehearsal, the second rehearsal ran late.
ดูคำตอบ
with
it's clear that: นำเสนอข้อสรุปที่หนักแน่น
it's clear that + อนุประโยค ใช้นำเสนอเนื้อหาในอนุประโยคนั้นว่าเป็นข้อสรุปที่ชัดเจนหรือมีหลักฐานรองรับอย่างดี it เป็นประธานแทนตำแหน่ง ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that คือเนื้อหาจริงของข้อสรุป ในประโยคนี้ ข้อสรุปคือ JoJo's actions are wrong โครงสร้างนี้แสดงว่าผู้พูดถือว่าประเด็นนี้ยุติแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ยังไม่แน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอข้อสรุปว่าเป็นเรื่องชัดเจนและมีความแน่นอนสูง?
- It seems that the plan needs more work.
- It's clear that the plan needs more work.
- I wonder whether the plan needs more work.
ดูคำตอบ
It's clear that the plan needs more work.
that can also shed light on less extreme cases. สำนวน
1:08ซึ่งยังช่วยให้ความกระจ่างแก่กรณีที่รุนแรงน้อยกว่าได้อีกด้วย
raises a question about morality: làm nảy sinh câu hỏi về đạo đức
ในประโยคนี้ raises a question about morality หมายถึงกรณีดังกล่าวทำให้ประเด็นเรื่องความถูกผิดกลายเป็นเรื่องที่ควรนำมาพูดคุย ประธานคือ his case จึงไม่จำเป็นต้องมีใครพูดคำถามนั้นออกมาจริง ๆ โครงสร้าง X raises a question about Y นำเสนอ Y ว่าเป็นประเด็นที่ X ทำให้เกิดความไม่แน่ใจหรือทำให้สำคัญพอที่จะตรวจสอบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของสำนวนที่เน้นไว้: The discovery ____ the safety of the water supply.
ดูคำตอบ
raises a question about
shed light on: giúp làm sáng tỏ
ในประโยคนี้ shed light on หมายถึงช่วยให้เข้าใจกรณีที่ไม่สุดโต่งเท่านี้ได้ง่ายขึ้น เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยประธานให้ข้อมูลหรือมุมมอง ไม่ใช่แสงจริง ๆ โครงสร้าง X sheds light on Y หมายถึง X ทำให้ Y ชัดเจนขึ้นหรือให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับ Y แต่ไม่ได้หมายความว่า Y ได้รับการอธิบายหรือพิสูจน์อย่างสมบูรณ์เสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: The new evidence may ____ the cause of the power failure.
ดูคำตอบ
shed light on
does he bear full moral responsibility for his actions? วลี
1:14เขาจะต้องรับผิดชอบทางศีลธรรมต่อการกระทำของตนเองอย่างเต็มที่หรือไม่?
Given + นามวลีเพื่อวางเงื่อนไขตั้งต้น
เมื่ออยู่ต้นประโยค Given + นามวลี หมายถึง “เมื่อพิจารณา...” หรือ “เมื่อคำนึงถึง...”. ในที่นี้ Given JoJo's unusual upbringing ใช้ภูมิหลังดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงตั้งต้นของคำถามที่ตามมา ไม่ได้หมายความว่ามีใคร “มอบ” การเลี้ยงดูแบบนั้นให้เขา โครงสร้างนี้บอกผู้ฟังว่าข้อเท็จจริงใดที่รู้อยู่แล้วควรมีผลต่อการตัดสิน โดยให้บริบทที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าภูมิหลังนั้นก่อให้เกิดผลลัพธ์โดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย Given + นามวลีที่ระบุ มีคำเตือนสภาพอากาศรุนแรง: ____, we should postpone the outdoor concert.
ดูคำตอบ
Given the severe weather warning
bear full moral responsibility: รับผิดชอบทางศีลธรรมอย่างเต็มที่
ใน bear full moral responsibility คำว่า bear เป็นคำกริยาที่หมายถึง “แบกรับ” หรือ “รับผิดชอบต่อ” ไม่ใช่สัตว์ที่แปลว่า “หมี” วลีนี้ถามว่าควรกำหนดให้เขารับผิดชอบทางจริยธรรมอย่างเต็มที่ต่อสิ่งที่ทำหรือไม่ Full ระบุระดับ โดยแยกความรับผิดชอบทั้งหมดออกจากความรับผิดชอบที่ลดลงหรือแบ่งกันรับผิดชอบ ส่วน Moral ระบุประเภทของการตัดสิน ความรับผิดชอบทางศีลธรรมจึงไม่จำเป็นต้องเท่ากับความรับผิดทางกฎหมายเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำแบบเป็นทางการที่หมายถึง “มีความรับผิดชอบทางจริยธรรมอย่างเต็มที่”: The leaders who knowingly hid the danger ____ for the harm.
ดูคำตอบ
bear full moral responsibility
Philosophers Gary Watson and Harry Frankfurt would say yes. น้ำเสียง/เจตนา
1:19นักปรัชญา แกรี วัตสัน และ แฮร์รี แฟรงก์เฟิร์ต คงจะตอบว่าใช่
would say yes: อนุมานคำตอบของผู้อื่นอย่างระมัดระวัง
ในประโยคนี้ would say yes หมายถึงผู้พูดอนุมานจากแนวคิดทางปรัชญาของ Watson และ Frankfurt ว่าทั้งสองคนน่าจะตอบคำถามก่อนหน้านี้ในเชิงยืนยัน นี่เป็นการสรุปจุดยืนของพวกเขา ไม่ใช่คำพูดที่ยกมาโดยตรงหรือรายงานว่าพวกเขาใช้ถ้อยคำนี้จริงอย่างแน่นอน would ในที่นี้นำเสนอคำตอบที่น่าจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ละไว้ เช่น ถ้ามีคนถามพวกเขา หรือถ้านำทฤษฎีของพวกเขามาใช้กับคำถามนี้ วิธีนี้ช่วยให้ผู้เขียนสรุปจุดยืนของผู้อื่นอย่างระมัดระวังขึ้น
แบบฝึกหัด
would say yes ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ผู้พูดกำลังยกคำพูดที่พวกเขาตอบว่าใช่มาโดยตรง
- พวกเขาเคยตอบว่าใช่ซ้ำ ๆ ในอดีต
- ผู้พูดอนุมานว่าทฤษฎีของทั้งสองคนน่าจะทำให้พวกเขาตอบว่าใช่
ดูคำตอบ
ผู้พูดอนุมานว่าทฤษฎีของทั้งสองคนน่าจะทำให้พวกเขาตอบว่าใช่
According to: ระบุแหล่งที่มาของข้ออ้าง
According to ใช้เกริ่นแหล่งที่มาหรือกรอบของเนื้อหาที่จะตามมา ในที่นี้ their deep self view บอกว่าข้ออ้างถัดไปกำลังถูกนำเสนอในฐานะส่วนหนึ่งของทฤษฎีของ Watson และ Frankfurt ไม่ใช่ข้ออ้างของผู้บรรยายเองโดยอัตโนมัติ โครงสร้าง according to + แหล่งที่มา ช่วยจัดระเบียบข้อโต้แย้งโดยแยกจุดยืนที่อ้างถึงออกจากการประเมินของผู้เขียน โครงสร้างนี้ระบุที่มาของข้อมูล แต่ไม่ได้แสดงความเห็นด้วยหรือการยกคำพูดโดยตรงด้วยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
According to their deep self view ทำหน้าที่อะไรในข้อโต้แย้งนี้
- แสดงว่าถ้อยคำนั้นเป็นคำพูดที่ยกมาโดยตรง
- พิสูจน์ว่าผู้บรรยายเห็นด้วยกับทฤษฎีนั้น
- ระบุว่าข้ออ้างถัดไปมาจากทฤษฎีนั้น
ดูคำตอบ
ระบุว่าข้ออ้างถัดไปมาจากทฤษฎีนั้น
ศัพท์ปรัชญา deep self view
deep self view เป็นชื่อของแนวคิดทางปรัชญาที่ใช้อธิบายความรับผิดชอบทางศีลธรรม ในประโยคนี้ their หมายถึง Watson และ Frankfurt ซึ่งเชื่อมโยงความรับผิดชอบเข้ากับการกระทำที่สะท้อนคุณค่าและความยึดมั่นซึ่งเป็นแก่นของตัวตน ให้เข้าใจ deep self เป็นแนวคิดเดียว ในที่นี้ deep หมายถึงสิ่งที่เป็นแก่นของตัวตนจริง ๆ ไม่ใช่ความลึกทางกายภาพหรือเพียงแค่ความเข้มข้น
แบบฝึกหัด
deep self view ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- แนวคิดทางปรัชญาที่เชื่อมโยงความรับผิดชอบกับคุณค่าและความยึดมั่นส่วนลึกที่สุดของบุคคล
- มุมมองทางการแพทย์เกี่ยวกับอวัยวะส่วนที่อยู่ลึกภายในร่างกาย
- ความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับตนเองที่ผ่านการคิดมาอย่างลึกซึ้งเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ
แนวคิดทางปรัชญาที่เชื่อมโยงความรับผิดชอบกับคุณค่าและความยึดมั่นส่วนลึกที่สุดของบุคคล
people are morally responsible for actions that stem from their true self, วลี
1:27ผู้คนต้องรับผิดชอบทางศีลธรรมต่อการกระทำที่เกิดจากตัวตนที่แท้จริงของตน
be morally responsible for actions: รับผิดชอบทางศีลธรรมต่อการกระทำ
To be morally responsible for an action หมายถึง การกระทำนั้นสามารถเป็นเหตุอันสมควรให้ได้รับคำชมเชยหรือคำตำหนิทางศีลธรรมได้ คำว่า morally ระบุประเภทของความรับผิดชอบ ส่วน for นำหน้าการกระทำหรือผลลัพธ์ที่บุคคลนั้นต้องรับผิดชอบ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ be morally responsible for + คำนามหรือรูป -ing ไม่ได้หมายเพียงว่า “ประพฤติตนอย่างมีความรับผิดชอบ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: A person can be ____ harm they intentionally cause.
ดูคำตอบ
morally responsible for
stem from their true self: เกิดจากตัวตนที่แท้จริงของตน
ในที่นี้ stem from หมายถึง “มีต้นกำเนิดจาก” หรือ “เกิดจาก” โดย stem ทำหน้าที่เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงลำต้นของพืช อนุประโยคขยายคำนาม that stem from their true self ระบุว่ากำลังกล่าวถึง actions แบบใด Their true self หมายถึงค่านิยมหลักและความมุ่งมั่นอย่างจริงใจของบุคคล ไม่ใช่แรงกดดันจากภายนอก วลีนี้จึงบอกว่าการกระทำเหล่านั้นเกิดจากสิ่งที่บุคคลยึดถืออย่างลึกซึ้ง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Many errors stem from unclear instructions,” stem from หมายถึงอะไร?
- ยุติ
- ซ่อนตัว
- เกิดจาก
ดูคำตอบ
เกิดจาก
meaning actions that reflect their deepest values and commitments. วลี
1:33ซึ่งหมายถึงการกระทำที่สะท้อนถึงค่านิยมและความมุ่งมั่นที่ลึกซึ้งที่สุดของพวกเขา
deepest values and commitments: ค่านิยมและความมุ่งมั่นที่ลึกซึ้งที่สุด
ในวลีนี้ values คือหลักการที่บุคคลเชื่อว่าสำคัญ ส่วน commitments คือบุคคล อุดมการณ์ หน้าที่ หรือเป้าหมายที่บุคคลทุ่มเทให้ในระยะยาว deepest หมายถึง “เป็นแก่นสำคัญที่สุด” ไม่ใช่เพียง “เข้มข้นมาก” เมื่อทำหน้าที่เป็นกรรมของ reflect วลี deepest values and commitments ระบุมาตรฐานภายในที่การกระทำแสดงออกมา คำนามคู่นี้รวมสิ่งที่บุคคลเชื่อเข้ากับสิ่งที่บุคคลยังคงอุทิศตนให้
แบบฝึกหัด
ใน “Her choice reflected her deepest values and commitments,” ตัวเลือกใดถ่ายทอดความหมายของ deepest values and commitments ได้ดีที่สุด?
- ทรัพย์สินที่แพงที่สุดของบุคคลและนัดหมายในตารางเวลา
- หลักการที่เป็นแก่นสำคัญที่สุดของบุคคล รวมถึงความภักดีหรือความรับผิดชอบระยะยาว
- อารมณ์ที่รุนแรงที่สุดของบุคคลและแผนการล่าสุด
ดูคำตอบ
หลักการที่เป็นแก่นสำคัญที่สุดของบุคคล รวมถึงความภักดีหรือความรับผิดชอบระยะยาว
They believe people are less morally responsible for actions performed under the influence of external forces, วลี
1:37พวกเขาเชื่อว่าผู้คนจะมีความรับผิดชอบทางศีลธรรมน้อยลงสำหรับการกระทำที่ทำภายใต้อิทธิพลของพลังภายนอก
under the influence of external forces: ภายใต้อิทธิพลของแรงภายนอก
under the influence of external forces หมายความว่า การกระทำเกิดขึ้นในขณะที่แรงจากภายนอกกำลังส่งผลต่อการตัดสินใจหรือการใช้วิจารณญาณของบุคคล ในที่นี้ external forces อาจหมายถึงแรงกดดัน การข่มขู่ ยา หรือเงื่อนไขอื่นที่ลดความเป็นอิสระของบุคคล วลีนี้ทำหน้าที่บอกเงื่อนไขและขยายความ actions performed โดยอธิบายว่าการกระทำนั้นอาจไม่ได้สะท้อนการเลือกอย่างอิสระของเจ้าตัวทั้งหมด จึงอาจถือว่ามีความรับผิดชอบทางศีลธรรมน้อยลง
แบบฝึกหัด
ในประโยค They believe people are less morally responsible for actions performed under the influence of external forces วลีที่ไฮไลต์ไว้สื่อความหมายหลักว่าอย่างไร
- การกระทำนั้นถูกต้องทางศีลธรรมอย่างแน่นอน
- การกระทำนั้นอาจไม่ได้เกิดจากความสมัครใจทั้งหมด
- บุคคลเหล่านั้นได้รับความชื่นชมจากผู้มีอำนาจภายนอก
ดูคำตอบ
การกระทำนั้นอาจไม่ได้เกิดจากความสมัครใจทั้งหมด
such as committing a crime under duress or while intoxicated. โน้ต
1:44เช่น การก่ออาชญากรรมภายใต้การถูกขู่เข็ญหรือขณะมึนเมา
such as + วลีสำหรับยกตัวอย่าง
Such as ใช้ขึ้นต้นตัวอย่างหนึ่งอย่างหรือหลายอย่างของแนวคิดทั่วไปที่เพิ่งกล่าวถึง ในประโยคนี้ คำนี้เชื่อมแนวคิดกว้าง ๆ เรื่องปัจจัยภายนอกเข้ากับกรณีเฉพาะที่ตามมา ได้แก่ การก่ออาชญากรรมภายใต้การข่มขู่หรือการอยู่ในภาวะมึนเมา โครงสร้างคือ such as + กลุ่มคำนามหรือวลีที่ลงท้ายด้วย -ing โดยส่งสัญญาณว่าสิ่งที่ตามมาเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่รายการทั้งหมดหรือข้อสรุปหลักข้อใหม่
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่ใช้ยกตัวอย่างได้ถูกต้องในประโยคนี้: Several hobbies, _____ painting and cycling, can help reduce stress.
- instead of
- such as
- because of
ดูคำตอบ
such as
under duress: กระทำเพราะถูกข่มขู่หรือบังคับ
ในประโยคนี้ under duress หมายถึงบุคคลลงมือทำเพราะภัยคุกคามหรือการบีบบังคับอย่างรุนแรงจำกัดเสรีภาพในการเลือก ไม่ได้หมายถึงความเครียดทั่วไป วลีบุพบทนี้ขยาย committing a crime และบอกเงื่อนไขแวดล้อมของการกระทำ ในการพิจารณาทางกฎหมายหรือศีลธรรม เงื่อนไขนี้อาจมีผลต่อการประเมินความรับผิดหรือความสมบูรณ์ของการตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
เติมวลีทางการที่หมายถึง “เพราะถูกข่มขู่หรือบีบบังคับอย่างรุนแรง” ให้สมบูรณ์: The witness said he signed the false statement ____.
ดูคำตอบ
under duress
while intoxicated: อนุประโยคบอกเวลาแบบย่อที่เป็นทางการ
While intoxicated หมายถึง “ในช่วงเวลาที่บุคคลนั้นอยู่ในภาวะมึนเมา” กล่าวคือ ตอนที่แอลกอฮอล์หรือยาเสพติดกำลังกระทบวิจารณญาณหรือความสามารถในการควบคุมตนเองตามปกติ โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยค while แบบย่อ โดยละประธานและรูปหนึ่งของ be เพราะเข้าใจได้จากผู้ที่ทำ committing a crime ในที่นี้ while intoxicated บอกสภาพของบุคคลในขณะที่การกระทำนั้นเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ while ตามด้วยคำคุณศัพท์ทางการที่หมายถึง “ได้รับผลกระทบจากแอลกอฮอล์หรือยาเสพติด”: The safety rules forbid employees from driving company vehicles ____.
ดูคำตอบ
while intoxicated
no such excuse: การย้อนอ้างถึงประเภทที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
ใน no such excuse คำว่า such ย้อนอ้างถึงข้อแก้ตัวประเภทที่กล่าวไปแล้วหรือเข้าใจได้จากบริบท วลีนี้หมายถึง “ไม่มีข้อแก้ตัวแบบนั้น” ไม่ใช่เพียง “ไม่มีข้อแก้ตัวเลย” โครงสร้าง no such + คำนามช่วยปฏิเสธประเภทที่อธิบายไว้ก่อนหน้าโดยไม่ต้องพูดคำอธิบายทั้งหมดซ้ำ ที่นี่ but แสดงความแตกต่างระหว่างคนที่อาจมีข้อแก้ตัวประเภทนั้นกับ JoJo ที่ไม่มี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ไม่มีข้อแก้ตัวแบบนั้น”: Some runners were delayed by the road closure, but Eva had ____ excuse for arriving late.
ดูคำตอบ
no such
the product of his values: ผลลัพธ์เชิงนามธรรมที่ถูกหล่อหลอมจากแหล่งที่มา
ใน the product of his values คำว่า product ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม โดยหมายถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหรือถูกหล่อหลอมจากค่านิยมของเขา ไม่ใช่สินค้าที่ผลิตขึ้นเพื่อขาย โครงสร้าง be the product of + แหล่งที่มา ใช้อธิบายว่าพฤติกรรม คุณลักษณะ สถานการณ์ หรือแนวคิดเกิดมาจากอะไร มักสื่อถึงกระบวนการหล่อหลอม ไม่ใช่แค่สาเหตุโดยตรงเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ผลลัพธ์ที่ถูกสร้างขึ้นจาก”: Her calm response is ____ years of training.
ดูคำตอบ
the product of
and as such, deep self theorists would argue that he's responsible for them. ลำดับความ
1:56และดังนั้น นักทฤษฎีตัวตนที่ลึกซึ้งจะแย้งว่าเขาต้องรับผิดชอบต่อสิ่งเหล่านั้น
as such: เชื่อมข้อความก่อนหน้ากับผลที่ตามมา
ในประโยคนี้ as such ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ที่เพิ่งวางไว้ก่อนหน้า และนำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นผลที่ตามมา กล่าวคือ นักทฤษฎีตัวตนเชิงลึกจึงจะถือว่าเขามีความรับผิดชอบ ในฐานะคำเชื่อมทางวาทกรรม คำนี้บอกผู้ฟังให้เข้าใจอนุประโยคถัดไปว่าเป็นสิ่งที่สืบเนื่องจากคำอธิบายก่อนหน้า ไม่ใช่ประเด็นใหม่ที่แยกออกมา
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบายหน้าที่ของ as such ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด: The device is still under warranty, and as such, the repair is free?
- นำเสนอเหตุผลที่การรับประกันยังคงมีอยู่
- แสดงว่าการซ่อมขัดแย้งกับการรับประกัน
- เชื่อมสถานะการรับประกันกับผลที่ตามมาคือการซ่อมฟรี
ดูคำตอบ
เชื่อมสถานะการรับประกันกับผลที่ตามมาคือการซ่อมฟรี
But what if JoJo's values have been compromised? โน้ต
2:03แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าค่านิยมของโจโจ้บิดเบี้ยวไปแล้ว?
what if: ตั้งข้อท้าทายด้วยสถานการณ์สมมติ
What if + อนุประโยค ขอให้ผู้ฟังจินตนาการถึงเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นและพิจารณาว่าจะมีอะไรตามมา ในที่นี้ But what if ... นำเสนอกรณีที่อาจทำให้ข้อสรุปก่อนหน้าอ่อนลงหรือถูกตั้งคำถาม โครงสร้างนี้ไม่ได้ยืนยันว่าเงื่อนไขนั้นเป็นจริง หน้าที่ในวาทกรรมคือเปลี่ยนเงื่อนไขหนึ่งข้อเพื่อทดสอบข้อโต้แย้ง แผน หรือสมมติฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำขึ้นต้นคำถามมาตรฐานสองคำที่หมายถึง “ถ้าเกิดเรื่องนี้ขึ้น แล้วจะเป็นอย่างไรต่อ?”: ____ the last train is canceled?
ดูคำตอบ
What if
have been compromised?: ค่านิยมของ JoJo อาจถูกบิดเบือน
ในคำถามนี้ have been compromised หมายถึง ค่านิยมของ JoJo อาจได้รับความเสียหาย ถูกบิดเบือน หรือไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป ความหมายในที่นี้ไม่ใช่การที่ค่านิยมบรรลุข้อตกลงประนีประนอม หรือการที่ JoJo ยอมถอยในการเจรจา have been compromised เป็นโครงสร้าง present perfect passive โดย have been เชื่อมการเปลี่ยนแปลงในอดีตกับปัจจุบัน ส่วน passive จะเน้นค่านิยมที่ได้รับผลกระทบ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ทำให้เกิดความเสียหาย What if แสดงว่านี่เป็นความเป็นไปได้ที่กำลังพิจารณา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
แบบฝึกหัด
ในคำถามนี้ have been compromised มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
- ยังคงเดิมอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
- ได้รับความเสียหายหรือไม่น่าเชื่อถือมากขึ้น
- ยุติลงด้วยการยอม уступให้กันทั้งสองฝ่าย
ดูคำตอบ
ได้รับความเสียหายหรือไม่น่าเชื่อถือมากขึ้น
but he was raised in a very atypical environment. การใช้คำ
2:08แต่เขาถูกเลี้ยงดูมาในสภาพแวดล้อมที่ผิดปกติอย่างมาก
might be a monster, but:ยอมรับการตัดสินแล้วจึงเพิ่มข้อจำกัด
might be ..., but ... เป็นรูปแบบการยอมรับข้อหนึ่งก่อนนำเสนอข้อจำกัดหรือข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ส่วนแรกยอมรับว่าการตัดสินเชิงลบอาจเป็นจริงหรือเป็นสิ่งที่พูดถึงมาก่อน แล้ว but จะนำข้อมูลที่จำกัด ขยายความ หรือทำให้การตัดสินนั้นซับซ้อนขึ้นมา ที่นี่ might ทำให้คำว่า monster เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน ผู้พูดไม่ได้หมายความว่าจะยกโทษให้ JoJo เสมอไป สภาพแวดล้อมที่เขาเติบโตขึ้นมาถูกเสนอเป็นบริบทที่ควรนำมาพิจารณาเมื่อทำความเข้าใจหรือตัดสินเขา ดังนั้นประโยคนี้จึงไม่อธิบายเขาอย่างง่าย ๆ ด้วยป้ายกำกับเพียงคำเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ might be ..., but ... ได้ถูกต้อง เพื่อยอมรับข้อหนึ่งแล้วจึงจำกัดหรือปรับมุมมองนั้น
- The route might be longer, because it is safer at night.
- The route might be longer, so it is safer at night.
- The route might be longer, but it is safer at night.
ดูคำตอบ
The route might be longer, but it is safer at night.
a very atypical environment: สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นแบบแผนอย่างมาก
an atypical environment หมายถึงสภาพแวดล้อมที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากรูปแบบที่ถือว่าปกติหรือพบได้ทั่วไป ในที่นี้วลีนี้พูดถึงสภาพรอบตัวและเงื่อนไขที่เขาเติบโตมา ส่วน very เน้นว่าสภาพแวดล้อมนั้นต่างจากบรรทัดฐานมาก atypical เป็นคำที่ค่อนข้างเป็นทางการและใช้เชิงวิเคราะห์ คำนี้จัดว่าสภาพแวดล้อมนั้นไม่เป็นไปตามแบบทั่วไป แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าสภาพแวดล้อมนั้นไม่ดีหรือเป็นอันตราย
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ a very atypical environment ในประโยคมากที่สุด
- สภาพแวดล้อมที่ธรรมดาโดยสิ้นเชิง
- สภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากรูปแบบทั่วไปอย่างมาก
- สภาพแวดล้อมที่จำเป็นต้องอันตรายและเป็นโทษ
ดูคำตอบ
สภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากรูปแบบทั่วไปอย่างมาก
as someone who had a normal childhood and then became a cruel dictator?
2:14คนที่มีวัยเด็กปกติแล้วต่อมากลายเป็นเผด็จการที่โหดร้ายจริงหรือ?
just as responsible ... as someone: รับผิดชอบในระดับเดียวกับอีกคนหนึ่ง
just as + คำคุณศัพท์ + as ใช้สร้างการเปรียบเทียบว่ามีระดับเท่ากัน ประโยคนี้ถามว่าเขามีความรับผิดชอบในระดับเดียวกับคนที่มีวัยเด็กปกติแล้วต่อมากลายเป็นเผด็จการที่โหดร้ายหรือไม่ ส่วน really ทำให้คำถามมีน้ำเสียงสงสัยหรือท้าทายมากขึ้น โครงหลักของการเปรียบเทียบคือ just as responsible ... as someone วลี for his crimes เติมข้อมูลให้ responsible ว่ารับผิดชอบเรื่องใด ส่วน as ตัวที่สองนำหน้าบุคคลที่ใช้เปรียบเทียบ อาจมีคำอื่นแทรกอยู่ในโครงนี้ได้ จึงต้องมองหา as ทั้งสองตัว
แบบฝึกหัด
เติมคำที่จำเป็นสองคำเพื่อให้การเปรียบเทียบระดับเท่ากันสมบูรณ์: Maya is just ____ responsible for the delay ____ her supervisor.
ดูคำตอบ
as · as
isn't to blame for who he is: ไม่ควรถูกตำหนิที่เป็นคนแบบที่เขาเป็น
Be to blame for ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งใดต้องรับผิดชอบหรือสมควรถูกตำหนิในเรื่องหนึ่ง รูปปฏิเสธ isn't to blame for หมายความว่าไม่ควรโยนความรับผิดชอบในสิ่งที่ตามหลัง for ให้เขา ในที่นี้ who he is เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม หมายถึง “เขาเป็นคนแบบไหน” ไม่ใช่คำถามชื่อของเขา ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่า JoJo ไม่ควรถูกตำหนิเพราะเป็นคนอย่างที่เขาเป็น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ isn't to blame for who he is หมายความว่าอย่างไร
- เขาปฏิเสธที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตน
- เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน
- เขาไม่ควรถูกถือว่าต้องรับผิดชอบต่อการที่เขากลายเป็นคนแบบนี้
ดูคำตอบ
เขาไม่ควรถูกถือว่าต้องรับผิดชอบต่อการที่เขากลายเป็นคนแบบนี้
how can we blame him for what he does?:ใช้คำถามเชิงโวหารตั้งคำถามต่อความชอบธรรมของการตำหนิ
How can we blame him for what he does? เป็นคำถามเชิงโวหาร ไม่ใช่การขอคำแนะนำว่าจะตำหนิเขาอย่างไร ในที่นี้ how can ...? ใช้ตั้งคำถามว่ามีเหตุผลอันชอบธรรมหรือไม่ที่จะตำหนิเขา มีความหมายใกล้เคียงกับ “เราจะมีเหตุผลอะไรไปตำหนิเขาได้” ในเหตุผลของผู้พูด คำถามนี้นำข้อสรุปก่อนหน้าไปสู่การตัดสินการกระทำของเขา ถ้าไม่ควรตำหนิเขาเพราะตัวตนของเขา แล้วเหตุใดจึงควรตำหนิเขาเพราะสิ่งที่เขาทำ คำถามนี้ชี้นำให้ผู้ฟังเห็นว่าการตำหนิเขาอาจไม่สมเหตุสมผล
แบบฝึกหัด
จงตัดสินข้อความนี้: ในประโยคนี้ How can we blame him for what he does? เป็นคำถามกลาง ๆ ที่ถามถึงวิธีที่ดีที่สุดในการตำหนิเขา
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
invented JoJo's case: การสร้างตัวอย่างทางปรัชญา
ในที่นี้ invented หมายถึง “คิดหรือสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการอภิปราย” และ JoJo's case หมายถึงกรณีสมมติเกี่ยวกับ JoJo ในทางปรัชญา a case คือสถานการณ์ที่ใช้ทดสอบแนวคิด ไม่ใช่ภาชนะ และในบริบทนี้ก็ไม่ใช่คดีในศาล วลีนี้ระบุว่า Susan Wolf คือปรัชญาจารย์ผู้คิดตัวอย่างนี้ขึ้นมา โดยทั่วไป invent a case สามารถหมายถึงการสร้างสถานการณ์สมมติเพื่อใช้ในการวิเคราะห์
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ 'The philosopher invented a case to test the theory,' วลี invented a case หมายความว่าอะไร
- สร้างตัวอย่างสมมติเพื่อใช้ในการอภิปราย
- ผลิตภาชนะที่เป็นวัตถุ
- เริ่มกระบวนการคดีจริงในศาล
ดูคำตอบ
สร้างตัวอย่างสมมติเพื่อใช้ในการอภิปราย
Wolf believes that even though JoJo's actions do reflect his deep self, ไวยากรณ์
2:33วูล์ฟเชื่อว่าแม้การกระทำของโจโจ้จะสะท้อนถึงตัวตนที่ลึกซึ้งของเขาจริง
even though: ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนเสนอใจความหลักที่ขัดกัน
even though ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับใจความหลัก โดยสื่อกับผู้ฟังว่า “ฉันยอมรับข้อเท็จจริงนี้ แต่ข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ตัดสินประเด็นหลัก” ในที่นี้ Wolf ยอมรับว่าการกระทำของ JoJo สะท้อนตัวตนส่วนลึกของเขาจริง และประโยคกำลังเตรียมเสนอเงื่อนไขหรือข้อสรุปอีกอย่างที่ไปคนละทาง ข้อมูลหลัง even though ถูกวางไว้เป็นพื้นหลัง ส่วนประโยคหลักเป็นข้อความสำคัญของผู้พูด โครงสร้างที่พบบ่อยคือ even though + อนุประโยค, ประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่หมายถึง “แม้ว่าข้อเท็จจริงคือ”: ____ the road was icy, the bus arrived safely.
ดูคำตอบ
Even though
do reflect: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า
ใน do reflect คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นความหมาย โดยทำให้ข้อความบอกเล่าหนักแน่นขึ้นว่า การกระทำนั้นสะท้อนตัวตนส่วนลึกของเขาจริง ๆ do ไม่ได้หมายถึงการกระทำอีกอย่างหนึ่ง และ reflect ที่ตามหลังยังคงเป็นรูปกริยาพื้นฐาน การเน้นตรงนี้มีหน้าที่ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนที่ประโยคจะกล่าวต่อไป ผู้พูดยอมรับว่าการกระทำสะท้อนตัวตนส่วนลึก แต่ยังเห็นว่าต้องพิจารณาสิ่งอื่นด้วย โครงสร้างนี้ใช้ยืนยันประเด็นที่อาจถูกสงสัยหรือได้รับการยอมรับเพียงบางส่วนได้
แบบฝึกหัด
ใช้ do เพื่อเน้นเติมประโยคให้สมบูรณ์และยืนยันข้อความอย่างหนักแน่น: The evidence ____ support your conclusion.
ดูคำตอบ
does
we also need to consider how someone's deep self came to be. กริยาวลี
2:42เราจำเป็นต้องพิจารณาด้วยว่าตัวตนที่ลึกซึ้งของใครบางคนเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
came to be: บางสิ่งก่อตัวขึ้นได้อย่างไร
ใน how someone's deep self came to be คำว่า came to be หมายถึง “พัฒนาหรือก่อตัวเป็นสภาพในปัจจุบัน” วลีนี้มองย้อนถึงกระบวนการและสาเหตุที่ทำให้เกิดสภาพหนึ่งขึ้น ไม่ได้มองเพียงสภาพนั้นเอง โครงสร้าง how + ประธาน + came to be ใช้ถามถึงที่มาของบุคคล ธรรมเนียม สถาบัน ความเชื่อ หรือสถานการณ์ได้ ในที่นี้ be ไม่จำเป็นต้องมีส่วนเติมเต็มตามหลัง เพราะบริบทให้ความหมายว่า “ดำรงอยู่ในรูปแบบนี้” อยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามอย่างเป็นธรรมชาติถึงกระบวนการที่ทำให้ธรรมเนียมหนึ่งพัฒนาขึ้น
- We wanted to understand how the tradition came to be.
- We wanted to understand what the tradition became.
- We wanted to understand how did the tradition come to be.
ดูคำตอบ
We wanted to understand how the tradition came to be.
Wolf believes that even if JoJo is acting on his own values, โน้ต
2:49วูล์ฟเชื่อว่าแม้โจโจ้จะกระทำตามค่านิยมของเขาเอง
even if: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนข้อสรุป
even if ใช้นำเงื่อนไขเชิงยอมรับ กล่าวคือผู้พูดยอมรับไว้ก่อนว่า JoJo อาจกำลังทำตามค่านิยมของตัวเอง แล้วชี้ว่าข้อกล่าวที่ตามมาก็ยังคงเป็นจริงได้ ต่างจากอนุประโยค if ทั่วไป โครงสร้างนี้ไม่ได้ทำให้ข้อสรุปข้างหลังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขนั้น เงื่อนไขอาจเป็นจริงหรือไม่ก็ได้ ประเด็นสำคัญคือ “แม้จะเป็นเช่นนั้น ข้อสรุปก็ไม่เปลี่ยน”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมภาษาอังกฤษสองคำที่แสดงว่าเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นจะไม่เปลี่ยนแผน: The game will continue ____ it rains.
ดูคำตอบ
even if
acting on his own values: ให้ค่านิยมเป็นแนวทางในการกระทำ
act on something หมายถึงการนำบางสิ่งมาเป็นแนวทางหรือเหตุให้ลงมือทำ ใน acting on his own values ค่านิยมเป็นพื้นฐานของพฤติกรรมของ JoJo ไม่ใช่แค่ความคิดที่เขามีอยู่ ในที่นี้ acting เป็นรูป -ing ที่ใช้ตามหลัง is และ his own เน้นว่าค่านิยมเหล่านั้นเป็นของเขาเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่หมายถึง “ใช้คำแนะนำเป็นพื้นฐานในการลงมือทำ”: She ____ her doctor's advice and booked a follow-up visit.
ดูคำตอบ
acted on
his upbringing makes him less responsible for his cruelty. ไวยากรณ์
2:54แต่การเลี้ยงดูของเขาก็ทำให้เขาต้องรับผิดชอบต่อความโหดร้ายของเขาน้อยลง
makes him less responsible for: ทำให้เขารับผิดชอบน้อยลง
โครงสร้าง make + คน + คำคุณศัพท์ ใช้บอกว่าปัจจัยหนึ่งทำให้เกิดหรือสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงในสภาพหรือการประเมินบุคคลนั้น ในที่นี้ makes รับ him เป็นกรรม และ less responsible for his cruelty คือผลของการประเมิน Less responsible หมายถึงระดับความรับผิดชอบลดลง ไม่ใช่หายไปทั้งหมด ประโยคนี้มองว่าการเลี้ยงดูของเขาเป็นปัจจัยที่ลดระดับการตำหนิที่เขาควรได้รับจากความโหดร้ายของตน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make someone less responsible for: The lack of training ____ the mistake.
ดูคำตอบ
makes him less responsible for
Wolf's logic seems pretty reasonable in JoJo's case. วลี
2:59ตรรกะของวูล์ฟดูค่อนข้างสมเหตุสมผลในกรณีของโจโจ้
seems pretty reasonable: ดูสมเหตุสมผลทีเดียว
Seems reasonable เป็นการประเมินเชิงบวกโดยไม่ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงแน่นอน เมื่อเทียบกับ is reasonable แล้ว seems reasonable เปิดพื้นที่ให้มุมมองอื่นหรือหลักฐานเพิ่มเติม ในที่นี้ pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงค่อนข้างหรือทีเดียว คำนี้ขยาย reasonable และไม่ได้กล่าวถึงรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งวลีหมายความว่าตรรกะนี้ดูสมเหตุสมผลทีเดียวในกรณีดังกล่าว
แบบฝึกหัด
"The plan seems pretty reasonable" มีความหมายโดยธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?
- แผนนั้นดูสวยงามแต่น่าจะไม่มีเหตุผล
- แผนนั้นดูสมเหตุสมผลทีเดียว แต่ผู้พูดยังเปิดพื้นที่ไว้สำหรับความสงสัย
- ผู้พูดมั่นใจอย่างสมบูรณ์ว่าแผนนั้นถูกต้อง
ดูคำตอบ
แผนนั้นดูสมเหตุสมผลทีเดียว แต่ผู้พูดยังเปิดพื้นที่ไว้สำหรับความสงสัย
But if everyone's deepest values are shaped by their upbringing, วลี
3:03แต่ถ้าค่านิยมที่ลึกซึ้งที่สุดของทุกคนถูกหล่อหลอมจากการเลี้ยงดูของพวกเขา
are shaped by their upbringing: ถูกหล่อหลอมจากการเลี้ยงดู
Be shaped by เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำ หมายถึงการพัฒนาหรือก่อตัวขึ้นภายใต้อิทธิพลของบางสิ่ง ในประโยคนี้ upbringing คือสิ่งที่มีอิทธิพล ส่วน everyone's deepest values คือสิ่งที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น Upbringing หมายถึงการดูแล การอบรม นิสัย และสภาพแวดล้อมในครอบครัวที่บุคคลพบเจอระหว่างเติบโต วลีนี้จึงมองว่าค่านิยมค่อย ๆ ก่อตัวจากประสบการณ์เหล่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be shaped by: Our ideas ____ the communities we live in.
ดูคำตอบ
are shaped by
does that mean nobody is responsible for their actions? ลำดับความ
3:07นั่นหมายความว่าไม่มีใครต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองเลยใช่หรือไม่?
does that mean nobody is responsible: ทดสอบข้ออนุมาน
Does that mean ...? นำข้อความก่อนหน้ามาเป็นข้อสมมติ แล้วถามว่าข้อสรุปที่เสนอสามารถตามมาจากข้อสมมตินั้นได้หรือไม่ ในที่นี้ that หมายถึงแนวคิดที่ว่าค่านิยมที่ลึกที่สุดของผู้คนถูกหล่อหลอมจากการเลี้ยงดู เมื่อพูดต่อด้วย nobody ผู้พูดกำลังผลักข้อสมมติไปสู่ผลลัพธ์ที่กว้างและสุดโต่ง คำถามนี้จึงใช้ทดสอบข้ออนุมานดังกล่าว ไม่ใช่ยอมรับโดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
หลังจากได้ยินว่าค่านิยมของผู้คนถูกหล่อหลอมจากการเลี้ยงดู ผู้พูดถามว่า “Does that mean nobody is responsible for their actions?” ผู้พูดกำลังทำอะไร
- ยอมรับข้อสรุปนั้นว่าเป็นจริงอย่างไม่มีข้อสงสัย
- เสนอข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความรับผิดชอบส่วนบุคคล
- ทดสอบว่าข้อกล่าวอ้างก่อนหน้านำไปสู่ข้อสรุปทั่วไปที่สุดโต่งหรือไม่
ดูคำตอบ
ทดสอบว่าข้อกล่าวอ้างก่อนหน้านำไปสู่ข้อสรุปทั่วไปที่สุดโต่งหรือไม่
This is the attitude held by incompatibilists. การใช้คำ
3:12นี่คือทัศนคติที่ถือโดยกลุ่มที่ไม่เชื่อเรื่องการทำงานร่วมกันได้
held by incompatibilists: การระบุว่ากลุ่มใดยึดถือทัศนะนี้
ใน held by incompatibilists คำว่า held เป็นกริยาช่องที่ 3 ของ hold เมื่อใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่าง attitude คำว่า hold หมายถึง “ยอมรับหรือสนับสนุนว่าเป็นจุดยืนของตน” ไม่ใช่ถือสิ่งของด้วยมือ ในบริบทนี้ incompatibilists คือฝ่ายหนึ่งในการถกเถียงทางปรัชญาว่าเจตจำนงเสรีอยู่ร่วมกับนิยัตินิยมได้หรือไม่ ในทางไวยากรณ์ held by incompatibilists เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบลดรูปที่ขยาย attitude โดยรูปเต็มคือ the attitude that is held by incompatibilists รูปถูกกระทำที่กระชับนี้ทำให้จุดเน้นอยู่ที่ทัศนะ พร้อมทั้งระบุกลุ่มที่ยอมรับทัศนะนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้รูปถูกกระทำของ hold เพื่อเติมข้อความแสดงการระบุเจ้าของจุดยืนอย่างเป็นทางการ: This position is ____ several constitutional scholars.
ดูคำตอบ
held by
These philosophers believe that if everything is predetermined by factors like our environment or biology, โน้ต
3:16นักปรัชญาเหล่านี้เชื่อว่าหากทุกสิ่งถูกกำหนดล่วงหน้าโดยปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพแวดล้อมหรือชีววิทยาของเรา
factors like our environment or biology: ใช้ like เพื่อยกตัวอย่าง
ใน factors like our environment or biology คำว่า like หมายถึง “เช่น” หรือ “อย่างเช่น” ใช้ยกตัวอย่างประเภทของปัจจัยที่กำลังกล่าวถึง ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ” ตัวอย่างเหล่านี้เป็นเพียงตัวแทน ไม่ใช่รายการทั้งหมด ถ้อยคำนี้เปิดโอกาสให้มีอิทธิพลประเภทอื่นนอกเหนือจากสภาพแวดล้อมและชีววิทยาได้ด้วย
แบบฝึกหัด
like ทำหน้าที่อะไรใน “factors like sleep and stress”?
- ระบุว่ามีปัจจัยที่เป็นไปได้เพียงสองอย่างเท่านั้น
- ใช้ยกตัวอย่างปัจจัยที่เป็นตัวแทน
- บอกว่าปัจจัยเหล่านั้นชอบสภาพแวดล้อมและชีววิทยา
ดูคำตอบ
ใช้ยกตัวอย่างปัจจัยที่เป็นตัวแทน
then no one is truly morally responsible for anything.
3:23ก็จะไม่มีใครต้องรับผิดชอบทางศีลธรรมอย่างแท้จริงต่อสิ่งใดๆ เลย
if everything is predetermined ... then no one: ข้ออ้างตั้งต้นและข้อสรุป
คู่โครงสร้าง if ... then ... ใช้จัดระเบียบข้อโต้แย้งแบบมีเงื่อนไข อนุประโยค if นำเสนอข้ออ้างตั้งต้นหรือสมมติฐาน ส่วนอนุประโยค then นำเสนอข้อสรุปที่ตามมา ในประโยคนี้ if everything is predetermined คือข้ออ้างตั้งต้น และ then no one is truly morally responsible คือข้อสรุป การอ่านตามโครงสร้างนี้ทำให้เห็นเหตุผลได้ชัดเจนว่า ข้อโต้แย้งรับข้อความแรกเป็นสมมติฐาน แล้วนำเสนอข้อความที่สองเป็นผลตามมา
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง if-then ที่เชื่อมข้ออ้างตั้งต้นกับข้อสรุปให้สมบูรณ์: ____ the evidence is unreliable, ____ the conclusion must be reconsidered.
ดูคำตอบ
If · then
By contrast, compatibilist philosophers argue that even if our decisions are the inevitable result of past events, โน้ต
3:28ในทางตรงกันข้าม นักปรัชญากลุ่มที่เชื่อเรื่องการทำงานร่วมกันได้แย้งว่า แม้ว่าการตัดสินใจของเราจะเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากเหตุการณ์ในอดีต
By contrast: ใช้เพื่อเสนอจุดยืนที่ตรงข้าม
By contrast เป็นคำเชื่อมประโยคที่บอกผู้อ่านว่าประเด็นถัดไปแตกต่างจากประเด็นก่อนหน้าอย่างชัดเจน ในที่นี้ คำนี้แสดงว่าข้อเสนอของฝ่ายสอดคล้องนิยมกำลังถูกนำมาเปรียบต่างกับจุดยืนที่เพิ่งกล่าวถึง คำนี้ไม่ได้เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อ แต่ยังจัดระเบียบข้อโต้แย้งด้วยการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างจุดยืนทั้งสอง
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมการเปรียบต่างนี้? The first route is fast but expensive. _____, the second is slower but cheaper.
- For example
- In addition
- By contrast
ดูคำตอบ
By contrast
even if ... we can still: ยืนยันข้อสรุปแม้มีเงื่อนไข
Even if ใช้นำเงื่อนไขที่ดูเหมือนอาจขัดขวางข้อสรุปหลัก ในประโยคนี้ เงื่อนไขคือการตัดสินใจต่าง ๆ เป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากเหตุการณ์ในอดีต We can still ใช้ยืนยันว่าข้อสรุปหลักยังคงใช้ได้แม้เงื่อนไขนั้นเป็นจริง กล่าวคือ เรายังคงอาจถูกถือว่าต้องรับผิดชอบได้ โครงสร้างนี้ยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่ง แต่ไม่ยอมรับข้อสรุปที่คนอาจคาดว่าจะตามมาจากข้อเท็จจริงนั้น
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่ทำให้ผลลัพธ์หลักยังคงเป็นไปได้แม้มีเงื่อนไขดังกล่าว: Even if the map is wrong, ____ find another route.
- we can still
- we cannot
- we must not
ดูคำตอบ
we can still
held responsible for them: การถูกกำหนดให้รับผิดชอบจากภายนอก
Be held responsible for something หมายถึง การที่ผู้อื่น สถาบัน หรือการตัดสินทางศีลธรรมและสังคมในวงกว้างถือว่าใครบางคนต้องรับผิดชอบต่อสิ่งนั้น Held ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปประโยคถูกกระทำของ hold ไม่ได้หมายถึงการถูกจับหรือยึดไว้ทางกายภาพ ในประโยคนี้ them หมายถึง decisions ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ รูปประโยคถูกกระทำเน้นคนที่ถูกตัดสินให้รับผิดชอบ และไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ตัดสิน วลีนี้หมายถึงความรับผิดชอบที่ถูกกำหนดโดยผู้อื่น ไม่ใช่เพียงการที่คนคนหนึ่งรู้สึกว่าตนรับผิดชอบหรือมีหน้าที่ตามปกติ
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เติมประโยคได้และหมายความว่าผู้อื่นตัดสินว่าผู้จัดการต้องรับผิดชอบ: The manager was ____ the data breach.
- held accountable to
- held responsible for
- responsible for
ดูคำตอบ
held responsible for
The debate between these factions has been raging for centuries, สำนวน
3:39การถกเถียงระหว่างกลุ่มเหล่านี้ดำเนินมาอย่างดุเดือดเป็นเวลาหลายศตวรรษ
has been raging for centuries: การถกเถียงที่รุนแรงและดำเนินมาเป็นเวลานาน
ในที่นี้ has been raging หมายถึง “ดำเนินต่อมาอย่างรุนแรงมาก” คำกริยา rage ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เพราะประธานคือ debate ไม่ใช่บุคคล จึงทำให้ความเห็นขัดแย้งดูรุนแรงและเต็มไปด้วยการปะทะ has been raging เป็นรูป present perfect continuous ซึ่งแสดงว่าการถกเถียงเริ่มขึ้นในอดีตและยังคงดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ส่วน for centuries บอกระยะเวลา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ความขัดแย้งหรือเหตุการณ์รุนแรง + has/have been raging + for + ระยะเวลา
แบบฝึกหัด
“The debate has been raging for years” หมายความว่าอย่างไร?
- การถกเถียงดำเนินมาอย่างดุเดือดเป็นเวลาหลายปี
- การถกเถียงจบลงเมื่อหลายปีก่อน
- ผู้ร่วมถกเถียงรู้สึกโกรธอยู่ทุกขณะเป็นเวลาหลายปี
ดูคำตอบ
การถกเถียงดำเนินมาอย่างดุเดือดเป็นเวลาหลายปี
but Wolf created JoJo's case to focus on a different question. วลี
3:44แต่วูล์ฟได้สร้างกรณีของโจโจ้ขึ้นมาเพื่อมุ่งเน้นไปที่คำถามอื่น
focus on a different question: เปลี่ยนความสนใจไปยังอีกคำถามหนึ่ง
focus on a different question หมายถึงการนำความสนใจหรือการอภิปรายไปยังอีกประเด็นหนึ่ง ในบริบทเชิงอธิบายหรือเชิงวิชาการ question อาจหมายถึงประเด็นที่ต้องศึกษา ไม่ได้หมายถึงเพียงประโยคคำถามที่ใครสักคนถาม ในประโยคนี้ focus เป็นส่วนหนึ่งของวลีบอกจุดประสงค์ to focus กล่าวคือ กรณีนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเปลี่ยนทิศทางการอภิปราย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ do, use หรือ create something to focus on + หัวข้อ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวในประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: The workshop will focus ____ practical writing skills.
ดูคำตอบ
on
JoJo had no meaningful opportunity to learn right from wrong. วลี
3:50โจโจ้ไม่มีโอกาสที่มีความหมายในการเรียนรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด
Unlike most people, สำหรับสร้างการเปรียบเทียบต้นประโยค
Unlike most people เป็นวลีบุพบทที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้ระบุกลุ่มที่ใช้เปรียบเทียบก่อนเข้าสู่ประโยคหลัก แล้วประโยคหลักจึงอธิบายว่า JoJo แตกต่างจากกลุ่มนั้นอย่างไร unlike ในที่นี้หมายถึง “ต่างจาก” ไม่ใช่ “ไม่ชอบ” การวางส่วนเปรียบเทียบไว้ก่อนช่วยบอกว่าสถานการณ์ของ JoJo เป็นข้อยกเว้นจากสิ่งที่เป็นปกติสำหรับคนส่วนใหญ่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเปิดภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนตามรูปเดิม เพื่อเปรียบเทียบ Elena กับคนส่วนใหญ่: ____, Elena prefers working at night.
ดูคำตอบ
Unlike most people
no meaningful opportunity to learn: ไม่มีโอกาสที่แท้จริงในการเรียนรู้
have no meaningful opportunity to learn หมายถึงไม่มีโอกาสที่เป็นจริงและใช้ได้ในทางปฏิบัติเพื่อให้การเรียนรู้เกิดขึ้น meaningful ขยายคุณภาพและประสิทธิผลของโอกาส ไม่ได้หมายถึงประสบการณ์ที่มีความสำคัญทางอารมณ์ โครงสร้างคือ have no meaningful opportunity to + กริยารูปพื้นฐาน โดยอาจยอมรับว่ามีการสัมผัสหรือเรียนรู้เพียงช่วงสั้น ๆ หรือตามรูปแบบ แต่เน้นว่าสิ่งนั้นไม่เพียงพอให้เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำจากบทเรียนตามรูปเดิม ซึ่งหมายถึงไม่มีโอกาสที่แท้จริงหรือมีประสิทธิผล: Because the lab was closed, the interns had ____ practice before the test.
ดูคำตอบ
no meaningful opportunity to
right from wrong: การแยกแยะถูกผิดทางศีลธรรม
right from wrong เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมที่ถูกต้องกับพฤติกรรมที่ผิดในทางศีลธรรม ใน learn right from wrong สำนวนนี้หมายถึงการพัฒนาความสามารถในการแยกแยะความแตกต่างดังกล่าว โดย right ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทิศทางขวา เมื่อใช้กับคำกริยาอย่าง know, tell, distinguish และ learn วลี right from wrong จะนำเสนอสิ่งสองประเภทที่บุคคลสามารถแยกออกจากกันได้ ในประโยคนี้ learn right from wrong เน้นการพัฒนาวิจารณญาณพื้นฐานทางศีลธรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงวิจารณญาณพื้นฐานทางศีลธรรม: A child needs guidance to learn ____.
ดูคำตอบ
right from wrong
And since he continues to be cruel even as an adult, ไวยากรณ์
3:55และเนื่องจากเขายังคงโหดร้ายแม้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
continues to be cruel even as an adult: ยังคงโหดร้ายแม้เป็นผู้ใหญ่แล้ว
continues to be cruel บอกว่าสภาวะของการเป็นคนโหดร้ายยังไม่หยุดลง continue to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้นโครงสร้างคือ continue(s) to + คำกริยารูปพื้นฐาน even as an adult เพิ่มบทบาทหรือช่วงชีวิตในภายหลัง และเน้นว่าการคงอยู่ของสภาวะนั้นน่าสังเกตหรือขัดกับความคาดหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ continue(s) to + คำกริยา ... even as + บทบาท/ช่วงชีวิต ซึ่งแสดงว่าบางสิ่งยังคงเป็นจริงหลังจากสถานะเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เติมสองส่วนที่แสดงว่านิสัยยังคงดำเนินต่อไปเมื่อเข้าสู่บทบาทใหม่: She ____ to ask for feedback ____ a department head.
ดูคำตอบ
continues · even as
it would seem JoJo also lacks the capacity to self-reflect and change his values. วลี
3:59ดูเหมือนว่าโจโจ้จะขาดความสามารถในการไตร่ตรองตนเองและเปลี่ยนแปลงค่านิยมของเขาด้วย
lacks the capacity to self-reflect: การตัดสินความสามารถในเชิงทางการ
โครงสร้างกริยา lack the capacity to do something หมายถึงการไม่มีความสามารถหรือศักยภาพทางความคิดที่จำเป็นในการทำสิ่งนั้น ในที่นี้ lacks เป็นรูปที่สอดคล้องกับประธาน JoJo และ to self-reflect คือการกระทำที่ถูกมองว่าเขาไม่มีความสามารถจะทำได้ Self-reflect หมายถึงการพิจารณาความคิด แรงจูงใจ หรือพฤติกรรมของตนเอง ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นการตัดสินความสามารถโดยรวมของ JoJo ไม่ใช่เพียงบอกว่าเขาไม่ได้ทบทวนตนเองในครั้งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ lack the capacity to: Even after repeated feedback, he ____ self-reflect.
ดูคำตอบ
lacks the capacity to
To Wolf, this indicates that JoJo lacks basic moral competence. โน้ต
4:06สำหรับวูล์ฟ สิ่งนี้บ่งชี้ว่าโจโจ้ขาดความสามารถทางศีลธรรมขั้นพื้นฐาน
To Wolf ในฐานะตัวบ่งชี้มุมมอง
To Wolf ที่ต้นประโยคหมายถึงจากมุมมองของ Wolf หรือตามการตัดสินของ Wolf วลีนี้ระบุว่าการตีความในอนุประโยคถัดไปเป็นของ Wolf แทนที่จะนำเสนอเป็นข้อสรุปที่ไม่มีข้อจำกัดของผู้บรรยาย วลีบอกมุมมองที่นำมาวางไว้ข้างหน้าเช่นนี้ช่วยจัดระเบียบคำอธิบายที่มีหลายเสียง ผู้อ่านจึงรู้ล่วงหน้าว่าเหตุผลต่อไปนี้เป็นของใคร
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักของ To Wolf ที่ต้นประโยคคืออะไร
- บอกว่ากำลังมีการมอบบางสิ่งให้ Wolf
- ขอให้ Wolf เป็นผู้ตัดสินใจ
- ระบุว่าการตีความถัดไปเป็นของ Wolf
ดูคำตอบ
ระบุว่าการตีความถัดไปเป็นของ Wolf
basic moral competence: ความสามารถขั้นต่ำในการตัดสินทางศีลธรรม
Basic moral competence คือความสามารถขั้นต่ำในการเข้าใจเหตุผลพื้นฐานทางศีลธรรมและตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิด ในที่นี้ competence หมายถึงการมีความสามารถที่จะตัดสินเรื่องดังกล่าว ไม่ใช่การประพฤติตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือมีความรู้ระดับผู้เชี่ยวชาญ ในประโยคนี้ การกล่าวว่า JoJo ขาดความสามารถดังกล่าวมีผลต่อประเด็นเรื่องความรับผิดชอบ เพราะการตำหนิอาจลดลง หากบุคคลนั้นไม่สามารถตัดสินทางศีลธรรมขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นเงื่อนไขของการรับผิดชอบได้
แบบฝึกหัด
ในการอภิปรายเรื่องความรับผิดชอบ basic moral competence หมายถึงอะไร?
- การประพฤติตัวอย่างสมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์ทางศีลธรรม
- ความรู้ระดับผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกฎหมายทุกข้อ
- ความสามารถขั้นต่ำในการเข้าใจและตัดสินเรื่องศีลธรรม
ดูคำตอบ
ความสามารถขั้นต่ำในการเข้าใจและตัดสินเรื่องศีลธรรม
If he doesn't know right from wrong and can no longer learn the difference, ไวยากรณ์
4:11หากเขาไม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดและไม่สามารถเรียนรู้ความแตกต่างนั้นได้อีกต่อไป
no longer: สิ่งที่เคยเป็นจริงแต่ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว
no longer บอกว่าสภาวะ การกระทำ หรือความสามารถที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ใน can no longer learn ความสามารถหรือโอกาสที่จะเรียนรู้เคยมีอยู่ แต่ตอนนี้หมดไปแล้ว วาง no longer ไว้หน้าคำกริยาหลักทั่วไป: The key no longer works. เมื่อมีคำกริยาช่วยประเภท modal ให้วางไว้หลังคำกริยาช่วยนั้น: can no longer learn
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายความว่าสถานการณ์นั้นเคยเป็นจริง แต่ตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว: The school ____ offers that course.
ดูคำตอบ
no longer
surely it's misplaced to fully blame him for his actions. การใช้คำ
4:16แน่นอนว่ามันคงไม่เหมาะสมที่จะโทษเขาอย่างเต็มที่สำหรับการกระทำของเขา
it's misplaced to fully blame him: การโทษเขาทั้งหมดไม่เหมาะสม
ใน it's misplaced to fully blame him คำว่า misplaced หมายถึง การโทษเขาในลักษณะนั้นไม่เหมาะสมหรือมุ่งเป้าผิดคน ส่วน to fully blame him คือการกระทำที่กำลังถูกประเมิน และ fully เน้นว่ากำลังโยนความผิดทั้งหมดให้เขา ประโยคนี้ยอมรับได้ว่าเขาอาจมีความรับผิดชอบบางส่วน แต่ไม่เห็นด้วยกับการโทษเขาทั้งหมด ในความหมายที่กว้างขึ้น misplaced ยังใช้บรรยายอารมณ์หรือการตัดสินที่มุ่งไปยังคนผิด มีเหตุผลรองรับไม่เหมาะสม หรือมีระดับรุนแรงเกินไปได้
แบบฝึกหัด
ความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดของ it's misplaced to fully blame him คืออะไร
- ควรย้ายการกล่าวโทษไปยังสถานที่จริงอีกแห่ง
- เขาไม่มีความรับผิดชอบใด ๆ เลย
- การโยนความผิดทั้งหมดให้เขาไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
การโยนความผิดทั้งหมดให้เขาไม่เหมาะสม
But this argument raises another important question.
4:21แต่ข้อโต้แย้งนี้ทำให้เกิดคำถามที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง
Even with this horrible upbringing: แม้จะมีการเลี้ยงดูที่เลวร้ายเช่นนี้
Even with this horrible upbringing ใช้เพื่อแสดงการยอมรับเงื่อนไขที่เป็นข้อจำกัดก่อน จากนั้นจึงนำไปสู่ข้อสรุปที่อาจไม่เป็นไปตามที่เงื่อนไขนั้นทำให้คาดไว้ โครงสร้าง even with + noun phrase จึงเป็นโครงสร้างแสดงการยอมรับหรือผ่อนปรน ในที่นี้ upbringing หมายถึงวิธีที่คนคนหนึ่งเติบโตขึ้นมา รวมถึงการดูแลจากครอบครัว การศึกษา และสภาพแวดล้อมโดยรอบ สำนวนนี้ไม่ได้บอกว่าการเลี้ยงดูไม่มีผล แต่ไม่ให้เรามองเงื่อนไขนั้นเป็นคำอธิบายทั้งหมดของสิ่งที่ตามมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ even with + noun phrase เพื่อแสดงการยอมรับเงื่อนไขได้ถูกต้อง
- Even with limited time, the team finished the report.
- Even though limited time, the team finished the report.
- Even with the team finished the report.
ดูคำตอบ
Even with limited time, the team finished the report.
was JoJo's moral incompetence truly inevitable? การใช้คำ
4:27ความไร้ความสามารถทางศีลธรรมของโจโจ้นั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแท้จริงหรือ?
truly inevitable? — ตั้งคำถามว่าผลลัพธ์หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงหรือไม่
ในที่นี้ inevitable บอกว่าผลลัพธ์นั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำลังพูดถึง ส่วน truly เน้นคำถามให้หนักขึ้น ผู้พูดจึงกำลังตั้งข้อสงสัยว่าคำกล่าวที่ชี้ถึงความจำเป็นอย่างหนักแน่นเช่นนี้สมเหตุสมผลจริงหรือไม่ วลีนี้ไม่ได้ถามเพียงว่าผลลัพธ์มีโอกาสเกิดสูงหรือไม่ แต่ถามว่าตามความเป็นจริงแล้วมีผลลัพธ์อื่นที่เป็นไปได้หรือไม่
แบบฝึกหัด
ข้อความใดตรงกับคำถาม “Was the failure truly inevitable?” มากที่สุด
- ผู้พูดบอกว่าความล้มเหลวนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นอยู่บ้าง
- ผู้พูดถามว่าความล้มเหลวนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นหรือไม่เลย
- ผู้พูดถามว่าความล้มเหลวนั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ใช่หรือไม่
ดูคำตอบ
ผู้พูดถามว่าความล้มเหลวนั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ใช่หรือไม่
Let's imagine JoJo had a sister who was raised in the same environment but developed different values. ลำดับความ
4:32ลองจินตนาการว่าโจโจ้มีน้องสาวที่ถูกเลี้ยงดูมาในสภาพแวดล้อมเดียวกันแต่พัฒนาค่านิยมที่แตกต่างออกไป
Let's imagine — เปิดสถานการณ์สมมติ
Let's imagine ใช้เชิญผู้ฟังให้เข้าสู่สถานการณ์สมมติไปพร้อมกัน โดยบอกว่าสิ่งที่จะกล่าวต่อไปเป็นกรณีสำหรับใช้คิดหรือให้เหตุผล ไม่ใช่การยืนยันว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง โครงสร้างคือ let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งในที่นี้คือ let's imagine หลังวลีนี้สามารถตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ได้โดยตรง เช่น Let's imagine the rule changed หรือใช้ that นำหน้าก็ได้ ในการสมมติ รูปอดีตอย่าง had อาจใช้แสดงระยะห่างจากความเป็นจริง ไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีตเสมอไป
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสองคำจากตัวอย่างให้ตรงทุกคำเพื่อเชิญผู้ฟังเข้าสู่สถานการณ์สมมติ: ____ a city where every bus is free.
ดูคำตอบ
Let's imagine
was raised in the same environment but developed different values: ภูมิหลังเหมือนกัน ผลลัพธ์ต่างกัน
อนุประโยคนี้เริ่มจากการกำหนดให้ภูมิหลังเหมือนกัน กล่าวคือ พี่สาวหรือน้องสาวคนนั้นเติบโตมาภายใต้อิทธิพลแบบเดียวกับ JoJo แต่จากนั้นก็ใช้ but เพื่อเสนอผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกัน คือเธอมีค่านิยมที่แตกต่างออกไป ในที่นี้ was raised กล่าวถึงการเลี้ยงดู ส่วน developed แสดงว่าค่านิยมค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตามเวลา รูปแบบการเรียงข้อมูลแบบ «ภูมิหลังเหมือนกันแต่ผลลัพธ์ต่างกัน» ทำหน้าที่เป็นตัวอย่างโต้แย้งคำกล่าวที่ว่าสภาพแวดล้อมทำให้เกิดผลลัพธ์ได้เพียงแบบเดียว ไม่ได้หมายความว่าสภาพแวดล้อมไม่มีอิทธิพล แต่หมายความว่าผลลัพธ์นั้นไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงไม่ได้เสมอไป
แบบฝึกหัด
was raised in the same environment but developed different values สนับสนุนเหตุผลแบบใด
- ค่านิยมที่ต่างกันพิสูจน์ว่าสภาพแวดล้อมต้องต่างกัน
- สภาพแวดล้อมเป็นตัวกำหนดค่านิยมของคนเสมอ
- เงื่อนไขที่คล้ายกันยังอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันได้
ดูคำตอบ
เงื่อนไขที่คล้ายกันยังอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันได้
If JoJa rejected their father's tyranny, ไวยากรณ์
4:40หากโจจ้าปฏิเสธการปกครองแบบเผด็จการของพ่อของพวกเขา
If JoJa rejected their father's tyranny: การตั้งเงื่อนไขสมมติ
If ใช้เปิดเงื่อนไขสมมติ กล่าวคือ ให้สมมติว่า JoJa ปฏิเสธการปกครองอันกดขี่ของพ่อ รูปอดีต rejected วางการกระทำนั้นไว้ในกรณีสมมติ ส่วนอนุประโยค if ทำหน้าที่เป็นข้ออ้างตั้งต้น ไม่ใช่ข้อสรุป เนื่องจากอนุประโยคนี้ลงท้ายด้วยเครื่องหมายจุลภาค ความคิดจึงยังไม่สมบูรณ์ ประโยคหลักที่ตามมาสามารถใช้ข้ออ้างตั้งต้นนี้เพื่อเสนอว่าอีกคนหนึ่งก็น่าจะทำอะไรได้เช่นกัน อนุประโยคนี้เพียงลำพังไม่ได้ยืนยันว่าการปฏิเสธเกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
อนุประโยค if มีหน้าที่หลักอะไรในการให้เหตุผลนี้
- ให้ข้อสรุปสุดท้ายของการให้เหตุผล
- พิสูจน์ว่า JoJa ปฏิเสธการปกครองแบบทรราชจริง ๆ
- ให้ข้ออ้างตั้งต้นแบบสมมติสำหรับข้อสรุปที่ตามมา
ดูคำตอบ
ให้ข้ออ้างตั้งต้นแบบสมมติสำหรับข้อสรุปที่ตามมา
this suggests that JoJo could have done the same, วลี
4:44สิ่งนี้บ่งบอกว่าโจโจ้ก็น่าจะทำได้เช่นเดียวกัน
could have done the same: ทางเลือกในอดีตที่ไม่ได้เลือก
could have + กริยาช่องที่ 3 ใช้มองย้อนกลับไปยังทางเลือกหรือความเป็นไปได้ในอดีต ในที่นี้ could have done the same หมายความว่า JoJo มีทางเลือกที่จะทำซ้ำการกระทำที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ แต่เหตุผลในข้อความมองว่าเขาไม่ได้เลือกทำเช่นนั้น the same ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไปแล้วเพื่อไม่ต้องพูดซ้ำ วลีนี้เสนอทางเลือกอีกทางที่มีอยู่ในตอนนั้น ไม่ได้บอกว่า JoJo เลือกทำจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้ could have และ do the same เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อแสดงทางเลือกในอดีตที่ Ben ไม่ได้เลือก: Lena told the teacher about the mistake. Ben ____, but he stayed silent.
ดูคำตอบ
could have done the same
an outcome that seemingly increases his moral responsibility. ลำดับความ
4:47ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ดูเหมือนจะเพิ่มความรับผิดชอบทางศีลธรรมของเขา
an outcome that seemingly increases his moral responsibility: สรุปสถานการณ์ก่อนหน้าเป็นผลลัพธ์
an outcome ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่อธิบายไว้ก่อนหน้าวลีนี้ แล้วสรุปสถานการณ์นั้นเป็นผลลัพธ์หนึ่งอย่าง จากนั้นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จะอธิบายว่าผลลัพธ์นี้สำคัญอย่างไร นั่นคือมันดูเหมือนจะเพิ่มความรับผิดชอบทางศีลธรรมของเขา การสรุปด้วยนามวลีแบบนี้ช่วยให้ข้อโต้แย้งเดินหน้าจากข้อความก่อนหน้าไปสู่ผลที่ตามมา โดยไม่ต้องกล่าวข้อความทั้งหมดซ้ำ seemingly ช่วยลดความหนักแน่นของความเชื่อมโยง กล่าวคือความรับผิดชอบดูเหมือนมากขึ้น แต่ถ้อยคำยังเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบต่อไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้นามวลีส่วนขยายเพื่อสรุปเหตุการณ์ก่อนหน้าให้เป็นผลลัพธ์หนึ่งอย่าง แล้วบอกผลกระทบของมัน?
- The review changed the final score, an outcome that relieved many applicants.
- The review changed the final score because many applicants felt relieved.
- Although many applicants felt relieved, the review changed the final score.
ดูคำตอบ
The review changed the final score, an outcome that relieved many applicants.
Similarly, what if a rogue court member tried to teach young JoJo about justice and morality, โน้ต
4:53ในทำนองเดียวกัน หากมีสมาชิกราชสำนักที่ขัดขืนพยายามสอนโจโจ้ในวัยเยาว์เกี่ยวกับความยุติธรรมและศีลธรรม
what if: การเสนอกรณีสมมติ
what if ใช้เสนอเหตุการณ์หนึ่งในฐานะความเป็นไปได้ให้ลองคิด ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ในที่นี้ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ a rogue court member tried ... ในประโยคนี้ ผู้พูดขอให้ผู้ฟังลองจินตนาการว่าโจโจอาจมีโอกาสอีกครั้งที่จะเรียนรู้เรื่องความยุติธรรมและศีลธรรม เมื่อใช้ร่วมกับ Similarly จึงเป็นการสานต่อการให้เหตุผลแบบสมมติและทดสอบว่าโอกาสที่เพิ่มขึ้นนี้จะเปลี่ยนการตัดสินเรื่องความรับผิดชอบของเขาหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้เสนอความเป็นไปได้แบบสมมติ: ____ the train is canceled?
ดูคำตอบ
What if
rogue court member: คนในราชสำนักที่กระทำการนอกเหนือการควบคุม
ในประโยคนี้ court หมายถึงผู้คนและกลุ่มคนใกล้ชิดรอบตัวกษัตริย์ ดังนั้น court member จึงเป็นคนวงในของราชสำนัก ไม่ใช่บุคคลในศาลยุติธรรมสมัยใหม่ rogue ขยาย court member และสื่อว่าคนวงในผู้นี้ทำอะไรโดยลำพัง ไม่ได้รับอนุญาต หรืออยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ปกครอง ไม่ได้หมายถึงเพียงอาชญากรข้างถนนหรือคนเลวโดยทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ คำอธิบายใดตรงกับ rogue court member มากที่สุด?
- ผู้พิพากษาทั่วไปที่ทำงานในศาลสมัยใหม่
- คนวงในของราชสำนักที่กระทำการนอกเหนือการควบคุมของผู้ปกครอง
- อาชญากรข้างถนนที่บังเอิญเข้าไปในห้องพิจารณาคดี
ดูคำตอบ
คนวงในของราชสำนักที่กระทำการนอกเหนือการควบคุมของผู้ปกครอง
still chose tyranny: choose + คำนามนามธรรม
ใน still chose tyranny คำว่า still แสดงว่าข้อเท็จจริงหรือทางเลือกที่กล่าวมาก่อนหน้าอาจทำให้เกิดผลลัพธ์อื่นได้ แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นเช่นนั้น การเลือกนี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี chose เป็นรูปอดีตของ choose โดย choose สามารถตามด้วยคำนามนามธรรมได้โดยตรง ดังนั้น chose tyranny จึงหมายถึงการเลือกใช้ระบอบทรราชเป็นรูปแบบการปกครองหรือแนวทางปฏิบัติ ไม่ใช่การเลือกสิ่งของ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้เสนอค่านิยม นโยบาย หรือเส้นทางว่าเป็นสิ่งที่เลือกอย่างตั้งใจได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่ามีทางเลือกที่สันติ แต่ผู้นำยังเลือกความรุนแรงเป็นแนวทางปฏิบัติ
- Despite the peaceful alternatives, the leader still chose violent.
- Despite the peaceful alternatives, the leader still chose violence.
- Despite the peaceful alternatives, the leader still chose to violence.
ดูคำตอบ
Despite the peaceful alternatives, the leader still chose violence.
Just as Wolf argues: เชื่อมประเด็นใหม่กลับไปยังข้อเสนอเดิม
Just as Wolf argues, เป็นกรอบเปิดประโยคที่ใช้จัดลำดับความคิดถัดไป โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความต่อไปสอดคล้องกับหรือเป็นตัวอย่างของข้อเสนอที่ Wolf กล่าวไว้ก่อนหน้า ดังนั้นประเด็นใหม่จึงอยู่ในแนวเหตุผลเดียวกัน เครื่องหมายจุลภาคแยกกรอบนำนี้ออกจากใจความหลัก ในภาษาอังกฤษเชิงวิเคราะห์ argues หมายถึงการเสนอและสนับสนุนข้ออ้าง ไม่ได้หมายความว่า Wolf กำลังทะเลาะกับใคร
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง Just as + person + argues เพื่อเชื่อมประโยคกับข้อเสนอเดิมของผู้เขียน เติมให้สมบูรณ์: ____, access alone does not guarantee equality.
ดูคำตอบ
Just as the writer argues
it seems like the more chances JoJo has to develop moral competence, โน้ต
5:06ดูเหมือนว่ายิ่งโจโจ้มีโอกาสในการพัฒนาความสามารถทางศีลธรรมมากเท่าไร
to develop moral competence: พัฒนาความสามารถในการตัดสินใจเชิงศีลธรรม
To develop moral competence หมายถึงการค่อย ๆ สร้างความสามารถในการมองเห็นประเด็นทางศีลธรรม ตัดสินถูกผิด และปฏิบัติอย่างรับผิดชอบ Develop เน้นการเติบโตผ่านประสบการณ์ การสอน หรือการไตร่ตรอง ส่วน competence หมายถึงความสามารถที่นำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงการมีเจตนาดี ในคำบรรยาย to develop moral competence ระบุกิจกรรมที่โอกาสเหล่านั้นทำให้เป็นไปได้ รูป infinitive นี้ขยายความ chances โดยบอกจุดประสงค์หรือสิ่งที่โอกาสนั้นอาจนำไปใช้ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ สร้างความสามารถในการตัดสินใจเชิงศีลธรรมอย่างรับผิดชอบ”: Ethics discussions can help young people ____.
ดูคำตอบ
develop moral competence
the less we can excuse his actions. การใช้คำ
5:12เราก็ยิ่งสามารถหาข้อแก้ตัวให้การกระทำของเขาน้อยลงเท่านั้น
the more chances ... the less: ยิ่งมีโอกาสมาก……ก็ยิ่งน้อยลง……
โครงสร้างเปรียบเทียบคู่ the more ..., the less ... เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเข้าด้วยกัน เมื่อปริมาณหรือระดับในอนุประโยคแรกเพิ่มขึ้น ปริมาณหรือระดับในอนุประโยคที่สองจะลดลง ในประโยคนี้ ยิ่ง JoJo มีโอกาสสร้างความสามารถในการตัดสินใจเชิงศีลธรรมมากขึ้น การกระทำของเขาก็ยิ่งให้อภัยได้ยากขึ้น แต่ละอนุประโยคขึ้นต้นด้วย the + รูปขั้นกว่า โดย the เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้และไม่ต้องเติม then
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง the more ..., the less ... ให้ตรงรูปแบบเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ you prepare, ____ stressed you feel.
ดูคำตอบ
The more · the less
excuse his actions: ให้อภัยหรือลดการตำหนิการกระทำของเขา
ในที่นี้คำอังกฤษ excuse เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงเหตุผลหรือข้ออ้าง คำนี้หมายถึงการมองว่าการกระทำของเขาพอให้อภัยได้ หรือเขาควรถูกตำหนิน้อยลง วลีนี้ใช้ประเมินความรับผิดชอบ ไม่ได้เพียงบอกเหตุผลว่าเรื่องนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร โครงสร้างที่ใช้กันคือ excuse + บุคคลหรือพฤติกรรม ในประโยคนี้ผู้พูดบอกว่าเรามีเหตุผลน้อยลงที่จะมองข้ามหรือให้อภัยสิ่งที่เขาทำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าความกดดันอาจอธิบายพฤติกรรมของใครบางคนได้ แต่ไม่ได้ทำให้พฤติกรรมนั้นให้อภัยได้
- Pressure may explain her actions, but it does not excuse them.
- Pressure may justify her actions because they were clearly right.
- Pressure may excuse her actions, so they need no explanation.
ดูคำตอบ
Pressure may explain her actions, but it does not excuse them.
it's up to you to decide: คุณเป็นผู้ตัดสินใจ
It's up to you to decide หมายความว่าสิทธิ์ในการเลือกหรือคำตัดสินสุดท้ายเป็นของผู้ฟัง ผู้พูดไม่ได้ให้คำตอบสุดท้ายเอง แต่ยกการตัดสินใจให้คุณ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ It's up to + บุคคล + to + คำกริยา โครงสร้างนี้ระบุว่าใครมีอำนาจหรือความรับผิดชอบในการทำบางอย่าง ในที่นี้ to decide ระบุการกระทำอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่มอบสิทธิ์เลือกสุดท้ายให้ผู้ฟัง: We can meet online or in person; it's ____ to decide.
ดูคำตอบ
up to you
determine moral responsibility: ตัดสินความรับผิดชอบทางศีลธรรม
Determine moral responsibility หมายถึงการตัดสินว่าบุคคลหนึ่งต้องรับผิดชอบทางศีลธรรมหรือไม่และมากเพียงใด ในที่นี้ determine หมายถึงการหาข้อสรุปอย่างมีเหตุผลจากข้อเท็จจริง หลักการ หรือเกณฑ์ ไม่ใช่เพียงการตัดสินใจ How should we ถามถึงวิธีหรือเกณฑ์ในการตัดสินนั้น ประโยคนี้ไม่ได้ให้คำตอบหรือกำหนดความรับผิดให้ใครไว้แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ determine ในความหมายว่า “หาข้อสรุปจากหลักฐานหรือเกณฑ์”
- The committee will accept moral responsibility after reviewing the facts.
- The committee will determine moral responsibility after reviewing the facts.
- The committee will discuss moral responsibility without reaching a conclusion.
ดูคำตอบ
The committee will determine moral responsibility after reviewing the facts.
And is JoJo's tyrannical nature truly inevitable, การใช้คำ
5:23และธรรมชาติอันเป็นเผด็จการของโจโจ้นั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแท้จริงหรือไม่
truly inevitable ในคำถามปิดท้าย
Truly inevitable หมายถึง “หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ” คำว่า truly ทำให้คำถามหนักแน่นขึ้นว่า ไม่มีผลลัพธ์อื่นที่เป็นไปได้จริงหรือ เมื่อวลีนี้อยู่ในคำถามปิดท้าย วลีนี้จะพาการอภิปรายกลับไปยังข้ออ้างหลักและชวนผู้ฟังให้พิจารณาใหม่ ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าลักษณะนิสัยนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เปิดให้ตั้งคำถามกับข้อสรุปนี้ได้
แบบฝึกหัด
เมื่ออยู่ท้ายการอภิปราย Is this outcome truly inevitable? ทำหน้าที่อะไร
- เปลี่ยนหัวข้อไปยังความเป็นไปได้ที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ประกาศว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว
- เปิดข้ออ้างหลักให้ตรวจสอบอีกครั้งแทนที่จะยอมรับทันที
ดูคำตอบ
เปิดข้ออ้างหลักให้ตรวจสอบอีกครั้งแทนที่จะยอมรับทันที
or can our understanding of right and wrong transcend our upbringing? การใช้คำ
5:28หรือความเข้าใจของเราเกี่ยวกับถูกและผิดสามารถก้าวข้ามการเลี้ยงดูของเราไปได้?
transcend our upbringing: ก้าวข้ามอิทธิพลจากการเลี้ยงดู
ในคำถามนี้ transcend our upbringing หมายถึงการก้าวข้ามข้อจำกัดหรืออิทธิพลจากวิธีที่เราได้รับการเลี้ยงดู Upbringing ครอบคลุมครอบครัว การศึกษา สภาพแวดล้อมทางสังคม และค่านิยมที่หล่อหลอมคนคนหนึ่งระหว่างการเติบโต Transcend ไม่ได้หมายถึงการลบอดีตทิ้ง คำถามนี้ถามว่าการตัดสินทางศีลธรรมสามารถพัฒนาไปไกลกว่าอิทธิพลในช่วงแรกได้หรือไม่ แทนที่จะถูกอิทธิพลเหล่านั้นกำหนดทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย transcend our upbringing ในตัวอย่างได้ดีที่สุด
- กลับไปยังสถานที่ที่เราเติบโตมา
- ก้าวข้ามข้อจำกัดจากวิธีที่เราได้รับการเลี้ยงดู
- ลืมทุกเหตุการณ์ในวัยเด็ก
ดูคำตอบ
ก้าวข้ามข้อจำกัดจากวิธีที่เราได้รับการเลี้ยงดู
Keep sharpening your reasoning skills with these videos and subscribe to our channel.
5:37หมั่นลับทักษะการใช้เหตุผลของคุณต่อไปด้วยวิดีโอเหล่านี้และสมัครรับข้อมูลช่องของเรา
You never know when you'll need the tools to navigate a moral conundrum. สำนวน
5:43คุณจะไม่มีทางรู้ว่าเมื่อไหร่คุณจะต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อนำทางฝ่าฟันปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทางศีลธรรม
navigate a moral conundrum: รับมือกับปัญหาทางศีลธรรมที่ซับซ้อน
ในที่นี้ navigate ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ Navigate a moral conundrum หมายถึงการค่อย ๆ รับมือกับสถานการณ์ทางจริยธรรมที่ยากอย่างรอบคอบ โดยชั่งน้ำหนักทางเลือก หลักการ และผลที่ตามมา Conundrum คือปัญหาที่ชวนสับสนและแก้ได้ยาก ดังนั้น moral conundrum จึงสื่อถึงค่านิยมที่ขัดแย้งกันและไม่มีคำตอบที่ชัดเจน Navigate เน้นการหาทางผ่านสถานการณ์อย่างมีความรับผิดชอบ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการแก้ปัญหาให้จบสิ้นในครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
สภาแห่งหนึ่งต้องรักษาสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวกับความปลอดภัยสาธารณะ และอาจไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ประโยคใดอธิบายภารกิจนี้ได้ดีที่สุด
- The council must solve a routine scheduling problem.
- The council must avoid all discussion of ethics.
- The council must navigate a moral conundrum.
ดูคำตอบ
The council must navigate a moral conundrum.