การรับมือกับคำวิจารณ์เมื่อคุณมีวัยเด็กที่เลวร้าย: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
822 คำ 150 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: คำวิจารณ์อาจเหมือนหายนะเมื่อพันกับคำตัดสินที่รุนแรงจากวัยเด็ก การแยกปัจจุบันออกจากบาดแผลเก่าช่วยลดอิทธิพลของมัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “in the hands of our earliest caregivers.” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าอยู่ในการดูแลหรืออิทธิพลของใคร ไม่ใช่อยู่ในมือจริง ๆ 2. “fell short of expectations,” — กริยาวลี: บอกว่างานไม่ถึงมาตรฐานโดยไม่เรียกว่าเป็นความล้มเหลวทั้งหมด 3. “however sad the attacks we are facing,” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: เข้าใจ however + คำคุณศัพท์ว่า “ไม่ว่าจะน่าเศร้าเพียงใด” ไม่ใช่คำเชื่อมแสดงความขัดแย้ง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Criticism is never easy.

0:00

คำวิจารณ์ไม่เคยรับมือได้ง่ายเลย

To learn that others judge us to be foolish, ไวยากรณ์

0:02

การได้รับรู้ว่าคนอื่นตัดสินว่าเราโง่เขลา

perverse,

0:05

ผิดปกติ

ugly,

0:06

น่าเกลียด

or unpleasant

0:06

หรือไม่น่าคบหา

is one of the most challenging aspects of any life. ไวยากรณ์

0:07

คือหนึ่งในแง่มุมที่ท้าทายที่สุดของทุกชีวิต

ไวยากรณ์

โครงสร้าง judge someone to be + ส่วนเติมเต็ม

ใน judge us to be foolish คำว่า judge หมายถึงการสร้างความเห็นหรือประเมินใครบางคน ไม่ได้หมายถึงการตัดสินคดีในศาลเท่านั้น กรรม us ตามด้วย to be และคำคุณศัพท์ foolish ซึ่งบอกสภาพที่คนอื่นเชื่อว่าเป็นจริงเกี่ยวกับเรา โครงสร้างเดียวกันสามารถมีส่วนเติมเต็มที่เชื่อมต่อกันหลายคำได้ โดย foolish, perverse, ugly และ unpleasant ล้วนเติมความหมายให้ judge us to be โดยทั่วไป judge + object + to be + complement นำเสนอการประเมินว่าเป็นข้อสรุปที่ผ่านการพิจารณาแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง judged, the proposal และ to be ให้ถูกต้อง: After reviewing the costs, the board ____ too risky.

ดูคำตอบ

judged the proposal to be

ไวยากรณ์

one of the most challenging + คำนามพหูพจน์

ใน one of the most challenging aspects คำว่า one เลือกสมาชิกหนึ่งอย่างจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า ส่วน the most challenging จัดกลุ่มนั้นไว้ในระดับความยากสูงสุด ขณะที่ one of แสดงว่าประโยคไม่ได้อ้างว่านี่เป็นแง่มุมที่ท้าทายเพียงอย่างเดียว คำนามนับได้หลัง one of the + ขั้นสูงสุดต้องเป็นพหูพจน์ เพราะโครงสร้างนี้กล่าวถึงกลุ่มที่มีสมาชิกหลายอย่าง: one of the most challenging aspects โครงสร้าง infinitive ทั้งหมดของ To learn ... กล่าวถึงประสบการณ์หนึ่งอย่าง จึงใช้กริยาเอกพจน์ is

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ aspect: Learning to ask for help can be one of the most difficult ____ of growing up.

ดูคำตอบ

aspects

However,

0:11

อย่างไรก็ตาม

the impact of criticism is hugely variable

0:12

ผลกระทบของคำวิจารณ์นั้นแตกต่างกันไปอย่างมาก

and depends ultimately on a rather unexpected detail. ลำดับความ

0:15

และท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่ค่อนข้างคาดไม่ถึง

What sort of childhood we have had.

0:20

ว่าเรามีวัยเด็กแบบไหน

ลำดับความ

“รายละเอียดที่ค่อนข้างคาดไม่ถึง”...“เรามีวัยเด็กแบบใด”: การชะลอแล้วค่อยเปิดเผย

“A rather unexpected detail” ยังไม่บอกสาเหตุที่แท้จริงทันที แต่ใช้คำเรียกที่กว้าง ๆ ก่อนเพื่อสร้างความสงสัย หลังจากหยุดเล็กน้อย ส่วน“What sort of childhood we have had”จึงเปิดเผยว่าdetailนั้นคืออะไร ทำให้เรื่องวัยเด็กได้รับการเน้นเป็นพิเศษ แม้ส่วนนี้จะขึ้นต้นด้วยwhat แต่ในที่นี้ไม่ใช่คำถามโดยตรง เป็นอนุประโยคเนื้อหาที่ทำหน้าที่คล้ายคำนามเพื่อระบุdetail จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่าwe have had ไม่ใช่แบบคำถามhave we had รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ กล่าวถึงเหตุผลหรือรายละเอียดแบบกว้าง ๆ ก่อน แล้วค่อยเปิดเผยเนื้อหาเฉพาะหลังจังหวะหยุด

แบบฝึกหัด

ส่วนที่สองทำหน้าที่อะไรในข้อความนี้

  1. ผู้พูดชะลอข้อมูลสำคัญไว้ก่อน แล้วจึงบอกว่าวัยเด็กคือรายละเอียดที่คาดไม่ถึงนั้น
  2. ผู้พูดขอให้ผู้ฟังเล่าเรื่องวัยเด็กของตนออกมาดัง ๆ
  3. ผู้พูดแก้ไขคำกล่าวก่อนหน้าที่ว่าวัยเด็กมีความสำคัญ
ดูคำตอบ

ผู้พูดชะลอข้อมูลสำคัญไว้ก่อน แล้วจึงบอกว่าวัยเด็กคือรายละเอียดที่คาดไม่ถึงนั้น

The clue as to whether criticism will be experienced as merely unpleasant ไวยากรณ์

0:23

เบาะแสที่จะบอกว่าคำวิจารณ์จะถูกรับรู้เพียงแค่ความรู้สึกไม่พอใจ

or wholly catastrophic

0:27

หรือเป็นหายนะอย่างสิ้นเชิง

lies in what happened to us many decades ago

0:29

อยู่ที่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราเมื่อหลายสิบปีก่อน

in the hands of our earliest caregivers. สำนวน

0:32

ด้วยน้ำมือของผู้ดูแลคนแรกๆ ของเรา

ไวยากรณ์

The clue as to whether: การเปิดสองความเป็นไปได้ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป

“The clue as to whether ...”หมายถึง “ข้อมูลที่ช่วยตัดสินว่า……” ในที่นี้as toเป็นคำเชื่อมแบบเป็นทางการที่หมายถึง “เกี่ยวกับคำถามที่ว่า” ไม่ได้แสดงการเปรียบเทียบ อนุประโยคwhetherเสนอmerely unpleasantและwholly catastrophicเป็นสองความเป็นไปได้ที่ยังต้องตัดสิน ประโยคนี้ใช้กรอบThe clue ... lies in ... โดยส่วนแรกระบุคำถามที่ต้องตัดสิน จากนั้นlies inชี้ว่าคำตอบอยู่ที่ไหน คืออยู่ในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว เมื่ออ่านประโยคยาวแบบนี้ ให้มองอนุประโยคwhetherทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ขยายclueก่อน แล้วจึงหากริยาหลักlies

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบแบบเป็นทางการห้าคำที่ใช้เปิดคำถามwhetherซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป:“____ the treatment will succeed lies in the next set of test results.”

ดูคำตอบ

The clue as to whether

สำนวน

in the hands of our earliest caregivers: ภายใต้การดูแลและอิทธิพลของผู้เลี้ยงดูคนแรก ๆ

In the hands of someone หมายถึงอยู่ภายใต้การดูแล การควบคุม ความรับผิดชอบ หรืออิทธิพลของบุคคลนั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าผู้เลี้ยงดูคนแรก ๆ รับผิดชอบดูแลเราและหล่อหลอมประสบการณ์ช่วงต้นของเรา วลีนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าเด็กถูกอุ้มไว้ในมือของใครจริง ๆ นามวลีหลัง of ระบุบุคคลหรือกลุ่มที่มีอำนาจหรือความรับผิดชอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “อยู่ภายใต้การควบคุมหรือความรับผิดชอบของ”: The final decision is ____ the review panel.

ดูคำตอบ

in the hands of

What is meant by a bad childhood ไวยากรณ์

0:36

สิ่งที่เรียกว่าวัยเด็กที่เลวร้าย

is here a matter rather simply of love.

0:39

ในที่นี้เป็นเพียงเรื่องของความรัก

ไวยากรณ์

What is meant by X is Y: การกำหนดความหมายของ X

What is meant by X is Y เป็นรูปแบบประโยคสำหรับให้คำจำกัดความ อนุประโยค What is meant by X ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน และ Y หลัง is ให้ความหมายเฉพาะของ X ในการสนทนานั้น ในประโยคนี้ รูปแบบดังกล่าวจำกัดความหมายของ bad childhood ให้เป็นเรื่องของความรัก What ไม่ได้ใช้ถามคำถามโดยตรง แต่ทั้งประโยคกำลังบอกว่าคำนี้ถูกใช้ในความหมายใด

แบบฝึกหัด

เติมคำจำกัดความแบบเป็นทางการด้วยรูปแบบจากบทเรียน: In this policy, ____ "urgent" ____ taking action within 24 hours.

ดูคำตอบ

what is meant by · is

An infant arrives in the world with a very limited capacity วลี

0:42

ทารกเกิดมาบนโลกพร้อมกับความสามารถที่จำกัดมาก

to endure their own being.

0:46

ในการแบกรับการมีอยู่ของตนเอง

วลี

a very limited capacity to endure: capacity to + คำกริยา

capacity to + คำกริยา หมายถึงความสามารถหรือพลังภายในที่ใช้ทำหรือทนรับบางสิ่ง very limited เน้นว่าขีดจำกัดสูงสุดของความสามารถนั้นอยู่ในระดับต่ำมาก ในที่นี้ endure หมายถึงการทนรับประสบการณ์ที่ยากลำบากต่อไป วลีนี้กล่าวถึงความสามารถทางอารมณ์อันน้อยนิดของทารกในการทนรับการมีอยู่ของตนเอง ไม่ได้หมายถึงปริมาตรทางกายภาพของภาชนะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ capacity to + คำกริยา เพื่อบอกขีดจำกัดว่าสามารถรับมือได้มากเพียงใด

  1. Leila has the ability to solve the puzzle quickly.
  2. The small team has limited capacity to handle more urgent requests.
  3. The tank has a capacity of 500 liters.
ดูคำตอบ

The small team has limited capacity to handle more urgent requests.

It is the tolerance, ไวยากรณ์

0:49

ความอดทน

enthusiasm,

0:50

ความกระตือรือร้น

and forgiveness of another person

0:51

และการให้อภัยของบุคคลอื่นต่างหาก

that gradually acclimatizes us to existence. การใช้คำ

0:53

ที่ค่อยๆ ทำให้เราคุ้นเคยกับการมีชีวิตอยู่

ไวยากรณ์

It is ... that: เน้นสาเหตุสำคัญ

It is X that ... เป็นประโยคเน้นแบบ cleft ที่ย้าย X ไปไว้ในตำแหน่งที่เป็นจุดสนใจ ในที่นี้ X คือกลุ่มคำนามเรียงกันทั้งหมด the tolerance, enthusiasm, and forgiveness of another person ดังนั้นคุณสมบัติทั้งสามจึงถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุสำคัญ ใจความพื้นฐานเดียวกันสามารถพูดได้โดยไม่ใช้โครงสร้าง cleft ว่าคุณสมบัติทั้งสามนี้ค่อย ๆ ทำให้เราคุ้นชินกับการมีอยู่ โครงสร้าง cleft เพิ่มความหมายเชิงเปรียบต่างว่าเป็นปัจจัยนี้ ไม่ใช่ปัจจัยอื่น ที่ก่อให้เกิดผลดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมสองส่วนที่หายไปในกรอบประโยค cleft It is/was X that เหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต: ____ the safety check ____ caught the fault before launch.

ดูคำตอบ

It was · that

การใช้คำ

acclimatize someone to something: acclimatizes us to existence หมายถึงทำให้เราค่อย ๆ คุ้นชินกับการมีอยู่

Acclimatize someone to something หมายถึงทำให้คนคนหนึ่งค่อย ๆ คุ้นเคยกับสภาพหรือสิ่งแวดล้อมใหม่ ในประโยคนี้ us คือผู้ที่ได้รับผล ส่วน existence คือสภาวะที่เราค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมัน ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing และไม่ได้บอกจุดประสงค์ ถ้อยคำนี้นำเสนอว่าการมีอยู่เองเป็นสิ่งที่เราค่อย ๆ ทนรับและยอมรับได้ด้วยความเอาใจใส่จากอีกคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ acclimatize และคำบุพบทที่จำเป็นเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The orientation program ____ the new staff ____ the daily routine.

ดูคำตอบ

acclimatizes · to

Our caregivers' characteristic way of looking at us ลำดับความ

0:57

วิธีที่ผู้ดูแลมองเราเป็นประจำ

becomes the way we consider ourselves.

1:01

จะกลายเป็นวิธีที่เรามองตัวเราเอง

ลำดับความ

the way ... becomes the way ... โครงสร้างภาพสะท้อนที่เชื่อมแหล่งที่มากับผลลัพธ์

ประโยคนี้ใช้กรอบ the way + อนุประโยค ซ้ำทั้งสองด้านของ becomes กรอบแรกบอกแหล่งที่มา คือผู้ดูแลมองและปฏิบัติต่อเราอย่างไร ส่วนกรอบที่สองบอกผลลัพธ์ คือภายหลังเรามองตัวเองอย่างไร การใช้กรอบเดิมซ้ำกันสร้างความสัมพันธ์แบบภาพสะท้อน มุมมองที่คนหนึ่งมีต่อเรากลายเป็นมุมมองที่เรามีต่อตัวเอง ในบริบทนี้ look at และ consider หมายถึงมองหรือประเมิน ไม่ใช่เพียงใช้ตามองหรือคิดพิจารณาการตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างแบบภาพสะท้อนด้วยวลีที่ใช้ซ้ำจากบทเรียน: ____ our manager responds to mistakes often becomes ____ the team responds to them.

ดูคำตอบ

The way · the way

It's by being loved by another ไวยากรณ์

1:05

การได้รับความรักจากใครสักคน

that we acquire the art of looking sympathetically วลี

1:07

คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้ศิลปะในการมองอย่างเห็นอกเห็นใจ

on our cracked and troublesome beings.

1:10

ไปยังตัวตนที่แตกร้าวและยุ่งยากของเรา

ไวยากรณ์

ใช้ It's by ... that ... เพื่อเน้นวิธีการ

โครงสร้าง It's by + รูป -ing หรือวลีนาม + that + อนุประโยค ใช้เน้นเป็นพิเศษว่าวิธีใดทำให้เกิดผลลัพธ์ ในประโยคนี้ วิธีนั้นคือ being loved by another ส่วนผลลัพธ์คือการที่เรามองตนเองด้วยความเข้าอกเข้าใจมากขึ้น by ทั้งสองตำแหน่งทำหน้าที่ต่างกัน by ตัวแรกนำหน้าวิธีการ ส่วน by ตัวที่สองใน being loved by another ระบุผู้ที่มอบความรัก Being loved เป็นวลี gerund แบบถูกกระทำ จึงวางตามหลัง by ตัวแรกได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปย่อของโครงสร้างเน้นจากบทเรียน: ____ checking each source carefully ____ we avoid spreading false claims.

ดูคำตอบ

It's by · that

วลี

acquire the art of ... และ look sympathetically on

Acquire the art of + -ing หมายถึงค่อย ๆ พัฒนาความสามารถที่ละเอียดอ่อน ไม่ได้หมายถึงการได้ผลงานศิลปะมา คำนาม art นำเสนอความสามารถนี้ว่าเป็นสิ่งที่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์และวิจารณญาณ ในที่นี้ looking sympathetically on หมายถึงการมองบางสิ่งด้วยความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และความอดทน วลีนี้อธิบายวิธีที่เราประเมินตัวตนที่ไม่สมบูรณ์ของเรา ไม่ได้หมายถึงเพียงการใช้ตามองหรือการยืนดูโดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Over time, he acquired the art of looking sympathetically on other people's mistakes," เขาพัฒนาความสามารถอะไรขึ้นมา?

  1. นิสัยที่ยืนดูความผิดพลาดเกิดขึ้นโดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง
  2. เทคนิคการใช้สายตาเพื่อหาความผิดพลาดได้เร็วขึ้น
  3. ความสามารถในการมองความผิดพลาดด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ
ดูคำตอบ

ความสามารถในการมองความผิดพลาดด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ

It's simply not in our remit การใช้คำ

1:13

มันไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในขอบเขตความสามารถของเราเลย

to believe in ourselves on our own.

1:15

ที่จะเชื่อมั่นในตัวเองได้ด้วยตัวเราเองเพียงลำพัง

การใช้คำ

not in our remit: อยู่นอกขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย

ในประโยคนี้ not in our remit หมายถึง “ไม่อยู่ในขอบเขตที่เรามีหน้าที่จัดการหรือทำให้สำเร็จ” วลีนี้มองว่าการเชื่อมั่นในตัวเองโดยไม่มีความช่วยเหลือเป็นสิ่งที่เราไม่อาจสร้างขึ้นได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ไม่ได้หมายถึงหน้าที่ส่วนตัวที่เราปฏิเสธจะทำ remit คือขอบเขตความรับผิดชอบหรือกิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be in/within someone's remit ส่วนรูปปฏิเสธได้แก่ not in/within someone's remit และ outside someone's remit

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการตัดสินใจอยู่นอกขอบเขตที่มอบหมายให้ทีม แทนที่จะบอกว่าการตัดสินใจนั้นถูกห้าม?

  1. That decision is not in our remit.
  2. We are not permitted to make that decision.
  3. That decision is not reliable.
ดูคำตอบ

That decision is not in our remit.

We are utterly reliant on an inner sense วลี

1:18

เราต้องพึ่งพาความรู้สึกจากภายในอย่างสิ้นเชิง

of having been valued inordinately by another person ไวยากรณ์

1:21

ถึงการเคยได้รับการเห็นคุณค่าอย่างมากจากบุคคลอื่น

at the start

1:24

ในช่วงเริ่มต้น

as a protection against the subsequent neglect of the world. วลี

1:26

เพื่อเป็นเกราะป้องกันการถูกละเลยจากโลกในเวลาต่อมา

วลี

utterly reliant on: พึ่งพาอย่างสิ้นเชิง

utterly reliant on หมายถึง “พึ่งพาอย่างสิ้นเชิง” reliant เป็นคำคุณศัพท์ ดังนั้นโครงสร้างคือ be reliant on + คำนามหรือรูป -ing ส่วน utterly ทำให้ระดับของการพึ่งพาเข้มข้นขึ้น ในที่นี้ สิ่งที่พึ่งพาคือความรู้สึกภายในว่าเราเคยได้รับการเห็นคุณค่าอย่างลึกซึ้ง วลีนี้มองความรู้สึกดังกล่าวว่าเป็นสิ่งปกป้องที่จำเป็น ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ช่วยได้เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ประกอบจาก utterly + reliant + คำบุพบทที่ต้องใช้: The shelter is ____ donations during the winter.

ดูคำตอบ

utterly reliant on

ไวยากรณ์

having been valued inordinately by another person: ประสบการณ์แบบ passive ที่เกิดขึ้นก่อน

ในนามวลี an inner sense of having been valued... คำว่า having been valued เป็นวลี gerund รูป perfect passive ที่ตามหลัง of ส่วน valued เป็นรูป passive และ by another person ระบุผู้ที่เป็นคนให้คุณค่านั้น รูป perfect วางประสบการณ์นี้ไว้ก่อนความรู้สึกภายในและภาวะพึ่งพาที่เกิดขึ้นภายหลัง โดยชี้ถึงผลที่ต่อเนื่องจากประสบการณ์ในอดีต ไม่ได้หมายความว่ายังมีใครกำลังประเมินคนนั้นอยู่ในขณะนี้ คำว่า inordinately เพิ่มระดับของ valued ให้หมายถึง “ในระดับที่มากผิดปกติหรือสุดขีด”

แบบฝึกหัด

ใช้กริยา select ในรูป gerund แบบ perfect passive เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดก่อน: After the results were announced, she was grateful for ____ by the committee.

ดูคำตอบ

having been selected

วลี

as a protection against subsequent neglect: หน้าที่และภัยที่ช่วยป้องกัน

ในที่นี้ as หมายถึง “ในบทบาทของ” หรือ “ในฐานะ” โดยนำเสนอความรู้สึกภายในว่าเป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องคน ๆ หนึ่ง และ as ไม่ได้หมายถึง “เพราะ” หรือ “เมื่อ” Protection against เชื่อมสิ่งที่ใช้ป้องกันเข้ากับอันตรายหรือความเสี่ยงที่สิ่งนั้นต้านไว้ ส่วน subsequent neglect คือภัยที่เกิดขึ้นภายหลัง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X serves or acts as a protection against Y

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบสี่คำจากบทเรียนนี้ซึ่งหมายถึง “ในบทบาทของสิ่งที่ใช้ป้องกัน” ให้สมบูรณ์: Her savings served ____ unexpected medical bills.

ดูคำตอบ

as a protection against

We don't need to be loved by many.

1:30

เราไม่จำเป็นต้องได้รับความรักจากคนมากมาย

One will do, วลี

1:32

แค่คนเดียวก็เพียงพอ

and 12 years might be enough,

1:33

และระยะเวลา 12 ปีอาจจะพอแล้ว

16 ideally.

1:35

หรือ 16 ปีถือว่าดีที่สุด

วลี

One will do: บอกว่าหนึ่งเดียวก็เพียงพอ

One ในที่นี้แทน one person หรือคนหนึ่งคน โดยละคำนาม person ไว้เพราะประโยคก่อนหน้าทำให้รู้ชัดเจนอยู่แล้วว่าหมายถึงใคร การใช้คำแทนเช่นนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนามนับได้ที่เข้าใจจากบริบทซ้ำอีกครั้ง ใน One will do คำว่า will do หมายถึง “จะเพียงพอ” หรือ “ใช้ได้” โดย do ไม่ต้องมีกรรมในโครงสร้างนี้ และวลีนี้ใช้ประเมินความเพียงพอ ไม่ได้บรรยายการกระทำในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “จะเพียงพอ”: We only need one charger. One ____.

ดูคำตอบ

will do

But without it,

1:36

แต่หากไม่มีมัน

the eternal admiration of millions

1:37

ความชื่นชมชั่วนิรันดร์จากคนนับล้าน

won't ever be able to convince us of our goodness.

1:40

ก็ไม่สามารถโน้มน้าวให้เราเชื่อในความดีงามของตัวเองได้เลย

And with such a love,

1:44

และด้วยความรักเช่นนั้น

the scorn of millions

1:45

การดูถูกจากคนนับล้าน

won't ever need to be fatal.

1:47

ก็ไม่มีวันทำร้ายเราถึงตายได้

Bad childhoods have an unfortunate tendency วลี

1:50

วัยเด็กที่เลวร้ายมีแนวโน้มที่โชคร้ายอย่างหนึ่ง

to drive us to seek out situations กริยาวลี

1:53

ที่จะผลักดันให้เราแสวงหาสถานการณ์

in which there is a theoretical possibility

1:55

ซึ่งมีความเป็นไปได้ในทางทฤษฎี

of receiving outsized approval, การใช้คำ

1:58

ที่จะได้รับการยอมรับอย่างล้นหลาม

which also means along the way

2:01

ซึ่งนั่นก็หมายถึงระหว่างทาง

a high risk of encountering

2:02

จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับ

outsized disapproval.

2:04

การไม่ยอมรับอย่างมหาศาลเช่นกัน

วลี

have an unfortunate tendency to + กริยา

โครงสร้าง have a tendency to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บรรยายพฤติกรรมหรือผลลัพธ์ที่เกิดซ้ำหรือมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น โดยแสดงรูปแบบหรือแนวโน้ม ไม่ใช่ความแน่นอน จึงอาจมีข้อยกเว้นได้ unfortunate ขยาย tendency และเพิ่มการประเมินเชิงลบของผู้พูดต่อแนวโน้มนั้น ในประโยคนี้ Bad childhoods ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่มักทำให้ผู้คนแสวงหาสถานการณ์ที่อาจได้รับการยอมรับ

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนตามรูปเดิมเพื่อเติมประโยคที่สอง: These cheap batteries often die without warning. They ____ fail when we need them most.

ดูคำตอบ

have an unfortunate tendency to

กริยาวลี

seek out: ตั้งใจค้นหาเป้าหมายเฉพาะ

ในประโยคนี้ seek out หมายถึงการตั้งใจค้นหาและพยายามให้พบสถานการณ์บางอย่าง ผู้คนไม่ได้แสวงหาการยอมรับโดยตรง แต่กำลังมองหาสถานการณ์ที่อาจทำให้ได้รับการยอมรับอย่างมากเป็นพิเศษ คำว่า out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีและเพิ่มความหมายว่าลงมือค้นหาเป้าหมายที่เลือกไว้อย่างจริงจังและมีจุดมุ่งหมาย ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนจากข้างในออกมาข้างนอก รูปอดีตของ seek out คือ sought out

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ตั้งใจพยายามค้นหา” ให้สมบูรณ์: When the problem became complex, Maya decided to ____ an experienced adviser.

ดูคำตอบ

seek out

การใช้คำ

outsized approval ... outsized disapproval: ปฏิกิริยาที่รุนแรงมากผิดปกติ

ในที่นี้ outsized หมายถึงมากกว่าระดับปกติหรือระดับที่ได้สัดส่วนอย่างมาก คำนี้ขยายทั้ง approval และ disapproval จึงสร้างความสัมพันธ์คู่กันว่า โอกาสที่จะได้รับคำชมอย่างรุนแรงผิดปกติมาพร้อมกับความเสี่ยงที่จะได้รับคำวิจารณ์อย่างรุนแรงผิดปกติ ในบริบทเชิงนามธรรม outsized มักใช้บรรยายผลกระทบ อิทธิพล ความสนใจ ผลตอบแทน รางวัล หรือปฏิกิริยา โดยหมายถึงขนาดหรือระดับที่ใหญ่มากเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพียงขนาดเสื้อผ้าที่ใหญ่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The rookie had an outsized impact on the final game,” คำว่า outsized หมายความว่าอะไร?

  1. ได้รับการวัดและควบคุมอย่างละเอียด
  2. มีขนาดทางกายภาพใหญ่เกินกว่าจะใส่ได้
  3. มากกว่าสิ่งที่คาดไว้ตามปกติอย่างมาก
ดูคำตอบ

มากกว่าสิ่งที่คาดไว้ตามปกติอย่างมาก

The emotionally deprived return

2:07

ผู้ที่ถูกพรากอารมณ์ความรู้สึกมักจะกลับมา

almost manically to the question,

2:09

วนเวียนอยู่กับคำถามอย่างบ้าคลั่ง

never really settled,

2:11

ซึ่งไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริงว่า

of do I deserve to exist?

2:12

'ฉันสมควรที่จะมีชีวิตอยู่ไหม?'

And this is why they typically put unusual effort วลี

2:16

และนี่คือเหตุผลที่พวกเขามักจะใช้ความพยายามอย่างผิดปกติ

into attempts to be famous and visibly successful.

2:19

ในการพยายามที่จะมีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัด

วลี

โครงสร้างและความหมายของ put unusual effort into attempts to

โครงสร้าง put effort into + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงการทุ่มเทเวลาและพลังงานให้กับกิจกรรมหรือเป้าหมาย คำคุณศัพท์อย่าง unusual สามารถบอกได้ว่าระดับความพยายามนั้นมากหรือแตกต่างจากปกติ ในที่นี้ into นำหน้าคำนาม attempts โดยตรง ส่วน to be famous and visibly successful เป็นวลี infinitive ที่ขยาย attempts เพื่อบอกว่าความพยายามเหล่านั้นมุ่งหวังจะทำอะไรให้สำเร็จ ไม่ใช่กรรมของ into

แบบฝึกหัด

ใช้ put effort into เติมประโยคให้สมบูรณ์: The team ____ making the app easier to use.

ดูคำตอบ

put effort into

But of course,

2:22

แต่แน่นอนว่า

the world at large สำนวน

2:23

โลกใบนี้โดยทั่วไป

will never give the emotionally nervous

2:24

จะไม่มีวันมอบสิ่งที่ผู้เปราะบางทางอารมณ์แสวงหา

the unqualified confirmation they seek.

2:26

คือการยืนยันตัวตนอย่างไม่มีเงื่อนไข

สำนวน

the world at large: สังคมหรือผู้คนโดยทั่วไป

The world at large หมายถึงสังคมหรือผู้คนโดยทั่วไปในฐานะสาธารณชนวงกว้าง ไม่ใช่บุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และไม่ได้หมายถึงทุกสถานที่บนโลกตามตัวอักษร ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ขอบเขตของประธานกว้างมาก กล่าวคือ สังคมโดยรวมไม่สามารถมอบการยอมรับอย่างสมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไขที่บุคคลเหล่านั้นต้องการได้

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The report drew little attention from the world at large. the world at large หมายถึงอะไร?

  1. ทุกประเทศและทุกสถานที่บนโลก
  2. กลุ่มผู้เชี่ยวชาญกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
  3. สังคมหรือผู้คนโดยทั่วไป
ดูคำตอบ

สังคมหรือผู้คนโดยทั่วไป

There will always be dissenters and critics,

2:29

มักจะมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยและนักวิจารณ์อยู่เสมอ

people too bashed about by their own pasts สำนวน

2:31

ผู้คนที่บอบช้ำจากอดีตของตนเองเกินกว่า

to be able to be kind to others.

2:34

จะสามารถใจดีกับคนอื่นได้

สำนวน

bashed about by their own pasts ในฐานะอุปมา

ในประโยคนี้ bashed about นำภาพของการถูกกระแทกทางร่างกายมาใช้เป็นอุปมา คนเหล่านี้ถูกบรรยายราวกับว่าถูกกระแทกและเหวี่ยงไปมาซ้ำ ๆ แต่แรงที่ทำร้ายพวกเขามาจากประสบการณ์อันเจ็บปวดในอดีตของตนเอง ไม่ใช่การถูกทำร้ายทางร่างกายจริง ๆ โครงสร้างกรรมวาจก be bashed about by X นำเสนอ X ว่าเป็นแรงที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ในที่นี้สื่อถึงบาดแผลทางอารมณ์ที่ยาวนาน ซึ่งอาจทำให้การใจดีกับผู้อื่นเป็นเรื่องยาก แต่ไม่ได้ยืนยันว่านักวิจารณ์ทุกคนมีอดีตเช่นนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยค After years of setbacks, he felt bashed about by his past วลี bashed about by his past หมายความว่าอย่างไร

  1. ได้รับบาดแผลและถูกบั่นทอนทางอารมณ์จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้
  2. สับสนเพราะจำอดีตของตนเองไม่ได้
  3. ถูกคนที่รู้จักในอดีตทำร้ายร่างกายจริง ๆ
ดูคำตอบ

ได้รับบาดแผลและถูกบั่นทอนทางอารมณ์จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้

And it's to these voices ไวยากรณ์

2:36

และเสียงเหล่านี้แหละ

that those with bad childhoods

2:38

ที่ผู้มีอดีตวัยเด็กที่เลวร้าย

will be attuned,

2:40

จะคอยเงี่ยหูฟัง

however enthusiastic the crowd as a whole might be. ไวยากรณ์

2:41

ไม่ว่าฝูงชนโดยรวมจะกระตือรือร้นชื่นชมมากเพียงใดก็ตาม

ไวยากรณ์

it's to these voices that: ประโยคเน้นแบบ it-cleft ที่มี to

it's to these voices that... เป็นประโยคเน้นแบบ it-cleft โดยนำใจความแบบลำดับคำปกติ those with bad childhoods will be attuned to these voices แล้ววางกรรมของบุพบท to these voices ไว้ในตำแหน่งที่เป็นจุดเน้น สำนวนพื้นฐานคือ be attuned to something หมายถึงสังเกตเห็นหรือตอบสนองต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างไว ดังนั้น to จึงใช้คู่กับ attuned ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive โครงสร้างนี้เน้นว่าเสียงวิจารณ์คือเสียงที่คนกลุ่มนั้นสังเกตเป็นพิเศษ แม้ว่าฝูงชนโดยรวมจะกระตือรือร้นก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเน้นโดยใช้รูปแบบ It was to X that เพื่อเน้น her coach: ____ her coach ____ Nina spoke first.

ดูคำตอบ

It was to · that

ไวยากรณ์

however + คำคุณศัพท์ + ประธาน + might be

ใน however enthusiastic the crowd as a whole might be คำว่า however หมายถึง “ไม่ว่า…เพียงใด” ไม่ใช่ “อย่างไรก็ตาม” โครงสร้างนี้แสดงการยอมรับเงื่อนไขตรงข้าม กล่าวคือ ต่อให้ความกระตือรือร้นของฝูงชนสูงมากเพียงใด ข้อความหลักก็ยังคงเป็นจริง รูปแบบคือ however + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + ประธาน + คำกริยา ในที่นี้ enthusiastic อยู่ต่อจาก however ทันที ส่วน might be เปิดกว้างเรื่องระดับโดยไม่ได้สื่อว่าข้อสรุปหลักไม่แน่นอน รูปแบบที่กระชับนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในงานเขียนที่เป็นทางการและคำพูดที่รอบคอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อความหมาย “No matter how difficult the route might be, the team will continue” ได้ถูกต้อง

  1. However difficult the route might be, the team will continue.
  2. However the route might be difficult, the team will continue.
  3. However, difficult the route might be, the team will continue.
ดูคำตอบ

However difficult the route might be, the team will continue.

We can observe along the way

2:45

ในระหว่างนี้เราสามารถสังเกตได้ว่า

that the chief marker of being a good parent

2:47

ตัวบ่งชี้สำคัญของการเป็นพ่อแม่ที่ดี

is that one's child simply has zero interest

2:51

คือการที่ลูกของคุณไม่มีความสนใจเลย

in being liked by large numbers of strangers.

2:54

ที่จะได้รับความชื่นชอบจากคนแปลกหน้าจำนวนมาก

We don't all hear the same thing

2:59

เราทุกคนไม่ได้ยินสิ่งเดียวกัน

when we are criticized.

3:01

เมื่อเราถูกวิจารณ์

Some of us, the lucky ones,

3:03

พวกเราบางคนซึ่งเป็นผู้โชคดี

hear just the surface message

3:05

จะได้ยินเพียงแค่ข้อความฉาบฉวย

from the here and now. สำนวน

3:07

จากที่นี่และเดี๋ยวนี้

สำนวน

the here and now ในฐานะนามวลี

the here and now เป็นนามวลีตายตัวที่หมายถึงช่วงเวลาปัจจุบันและความเป็นจริงตรงหน้า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวชี้ถึงคำวิจารณ์ที่ได้ยินจริงในตอนนี้ โดยไม่มีความหมายเพิ่มเติมที่ติดมาจากประสบการณ์ในอดีต เนื่องจากคำเหล่านี้รวมกันเป็นนามวลีเดียว จึงใช้คำนำหน้านาม the ในรูปแบบอย่าง in the here and now และ focus on the here and now คำว่า here กับ now ไม่ได้หมายถึงจุดหมายสองแห่งที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the here and now ในความหมายว่า “ความเป็นจริงในปัจจุบัน” ไม่ใช่การกระทำทันที

  1. Try to deal with what is happening in the here and now.
  2. Please send the form here and now.
  3. We need to leave right now.
ดูคำตอบ

Try to deal with what is happening in the here and now.

For example,

3:08

ยกตัวอย่างเช่น

that our work fell short of expectations, กริยาวลี

3:09

งานของเราไม่ได้ตามที่คาดหวัง

that we must try harder with our assignments,

3:12

เราต้องพยายามให้มากขึ้นกับงานที่ได้รับมอบหมาย

that our book,

3:14

หนังสือ

film, or song wasn't excellent.

3:15

ภาพยนตร์ หรือเพลงของเราไม่ยอดเยี่ยม

กริยาวลี

fell short of expectations: ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

“Fell short of expectations” หมายถึงงานนั้นไปไม่ถึงระดับที่ผู้คนคาดไว้ ในที่นี้ short ไม่ได้บอกความยาวทางกายภาพ รูปแบบคือ fall short of + มาตรฐาน เป้าหมาย ปริมาณ หรือความคาดหวัง เป็นการประเมินผลลัพธ์ในเชิงลบอย่างระมัดระวัง โดยไม่ได้บอกว่าคนนั้นล้มเหลวไปทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ใช้ fall short of ในรูปอดีตที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Although the proposal had good ideas, it ____ the committee's expectations.

ดูคำตอบ

fell short of

This can be bearable.

3:17

สิ่งเหล่านี้สามารถทนรับได้

But the more wounded among us

3:20

แต่ผู้ที่มีบาดแผลในหมู่พวกเรา

hear far more.

3:22

กลับได้ยินมากกว่านั้นมาก

Criticism takes them straight back to the primordial injury, กริยาวลี

3:23

คำวิจารณ์จะพาดิ่งกลับไปยังบาดแผลแรกเริ่ม

an attack now becomes entwined สำนวน

3:27

การโจมตีในปัจจุบันกลายเป็นความพัวพัน

with the attacks of the past

3:30

กับการโจมตีในอดีต

and grows enormous

3:32

และขยายตัวใหญ่ขึ้น

and unmanageable in its intensity.

3:33

จนไม่สามารถควบคุมความรุนแรงของมันได้

กริยาวลี

takes them straight back to: พาพวกเขาย้อนกลับไปสู่อดีตทันที

“Takes them straight back to” หมายถึงคำวิจารณ์ทำให้ความทรงจำอันเจ็บปวดหรือสภาวะทางอารมณ์ในอดีตกลับมาทันที ไม่ได้มีการเดินทางทางกายภาพ ในการใช้เชิงเปรียบเทียบ รูปแบบ take + someone + back to + a time, event, or experience ใช้บอกถึงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้อดีตกลับมาชัดเจนอีกครั้ง straight เพิ่มความหมายว่าทันทีและตรงไปยังจุดนั้น ประสบการณ์ปัจจุบันจึงเชื่อมกับอดีตในทันที

แบบฝึกหัด

ใช้ take + someone + straight back to ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: That old song ____ my first summer away from home.

ดูคำตอบ

takes me straight back to

สำนวน

becomes entwined with the attacks of the past: พัวพันทางอารมณ์กับการโจมตีในอดีต

ในประโยคนี้ becomes entwined with หมายถึง “พัวพันกันอย่างแนบแน่น” การโจมตีในปัจจุบันถูกรับรู้ร่วมกับการโจมตีที่เจ็บปวดในอดีต จึงทำให้แยกความรู้สึกเหล่านั้นออกจากกันได้ยาก ภาพเปรียบนี้มาจากเส้นหลายเส้นที่บิดพันกัน ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการพันกันทางกายภาพ และไม่ได้ยืนยันว่าการโจมตีในปัจจุบันกับอดีตเหมือนกันทุกประการในความเป็นจริง

แบบฝึกหัด

becomes entwined with the attacks of the past หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. เธอพิสูจน์แล้วว่าคำวิจารณ์ในปัจจุบันกับการโจมตีในอดีตเหมือนกันทุกประการ
  2. เธอนำบันทึกเกี่ยวกับการโจมตีมาผูกเข้าด้วยกันจริง ๆ
  3. ปฏิกิริยาในปัจจุบันของเธอพัวพันทางอารมณ์กับบาดแผลในอดีต
ดูคำตอบ

ปฏิกิริยาในปัจจุบันของเธอพัวพันทางอารมณ์กับบาดแผลในอดีต

The boss or unfriendly colleague

3:35

เจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่เป็นมิตร

becomes the parent who let us down. กริยาวลี

3:37

กลายเป็นพ่อแม่ที่ทำให้เราผิดหวัง

กริยาวลี

let us down: ทำให้คนที่พึ่งพาเราผิดหวัง

Let someone down หมายถึงทำให้คนคนนั้นผิดหวัง เพราะไม่ได้ทำสิ่งที่เขาคาดหวัง ต้องการ หรือไว้ใจให้เราทำ ในประโยคนี้ พ่อหรือแม่ไม่ได้ให้การสนับสนุนหรือความเอาใจใส่ตามที่คาดหวังไว้ กริยาวลีนี้แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง let กับ down เช่น let us down, let me down หรือ let them down ไม่ใช้ let down us

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ทำให้พวกเราผิดหวัง” ลงในประโยค และวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: We trusted you, so please don't ____.

ดูคำตอบ

let us down

Everything is pulled into question.

3:40

ทุกสิ่งทุกอย่างถูกดึงเข้ามาตั้งคำถาม

Not only was the work subpar, ไวยากรณ์

3:41

ไม่ใช่แค่งานที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

we are a wretch,

3:44

แต่เราเป็นคนน่าเวทนา

an undeserved being,

3:45

เป็นสิ่งที่ไม่สมควรมีอยู่

a piece of excrement,

3:46

เป็นชิ้นส่วนของมูลสัตว์

the worst person in the world.

3:47

เป็นคนที่แย่ที่สุดในโลก

ไวยากรณ์

Not only ต้นประโยค + การสลับประธานกับกริยาช่วย

เมื่อ Not only อยู่ต้นอนุประโยค จะทำให้อนุประโยคนั้นมีน้ำหนักเน้นคล้ายกับสำนวนปฏิเสธ การย้ายมาไว้ข้างหน้านี้ทำให้ต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย จึงใช้ Not only was the work subpar ไม่ใช่ Not only the work was subpar โดยปกติ Not only จะบอกว่ากำลังจะมีประเด็นเพิ่มเติมที่หนักแน่นกว่า ซึ่งมักใช้คู่กับ but also ในที่นี้ ชุดคำตำหนิตัวเองที่ตามมาสื่อความหมายว่า “ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยิ่งแย่กว่านั้น” โดยไม่กล่าว but also อย่างชัดเจน นี่เป็นการย่อเชิงวาทศิลป์ ส่วนงานเขียนที่เป็นกลางควรระบุทั้งสองส่วนให้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Not only ต้นประโยคได้ถูกต้องเพื่อเน้นผลลัพธ์สองอย่าง

  1. Not only the new rule saved time, but it also reduced errors.
  2. The new rule not only did save time, but it also reduced errors.
  3. Not only did the new rule save time, but it also reduced errors.
ดูคำตอบ

Not only did the new rule save time, but it also reduced errors.

For that's how it all felt

3:49

เพราะนั่นคือความรู้สึกทั้งหมด

back then

3:51

ในตอนนั้น

in a fragile,

3:52

ภายในจิตใจของทารกที่เปราะบาง

defenseless infant mind.

3:53

และไร้ทางสู้

Knowing more about our tricky childhoods

3:56

การรู้มากขึ้นเกี่ยวกับวัยเด็กที่ซับซ้อนของเรา

provides us with a vital line of defense สำนวน

3:59

จะช่วยให้เรามีแนวป้องกันที่สำคัญ

against the effects of criticism.

4:01

จากผลกระทบของคำวิจารณ์

สำนวน

a vital line of defense against: แนวป้องกันเชิงเปรียบเทียบ

A line of defense หมายถึงสิ่งที่ช่วยปกป้องเราจากอันตราย ในประโยคนี้ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ คือการเข้าใจวัยเด็กของตัวเองทำให้เรามีทรัพยากรทางใจที่ช่วยลดความรุนแรงของผลกระทบจากคำวิจารณ์ ส่วน Vital แสดงว่าการปกป้องนี้ถือว่าสำคัญมาก โครงสร้างคือ a line of defense against + ภัยคุกคามหรือปัญหา โดย Against นำหน้าสิ่งที่การปกป้องนั้นมีไว้เพื่อต้านทาน ไม่ได้หมายความว่าคำวิจารณ์จะไม่เกิดขึ้นเลย หรือควรปฏิเสธคำวิจารณ์ทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายให้ตรงทุกคำ: Regular backups are ____ permanent data loss.

ดูคำตอบ

a vital line of defense against

It means that we can be on our guard สำนวน

4:04

มันหมายความว่าเราสามารถระแวดระวังได้

when we are attacked

4:06

เมื่อเราถูกโจมตี

against raising the stakes unnecessarily. สำนวน

4:07

เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มเดิมพันไปอย่างเปล่าประโยชน์

สำนวน

'Be on our guard' เพื่อแสดงการระวังตัว

ในที่นี้ be on our guard หมายถึงการคอยระวังปฏิกิริยาที่เราอาจแสดงออกมา ประโยคนี้เตือนว่าเมื่อเรารู้สึกว่าถูกโจมตี เราควรสังเกตแรงกระตุ้นที่จะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นโดยไม่จำเป็น โครงสร้างคือ ประธาน + รูปของ be + on + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + guard คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I am on my guard และ we are on our guard สำนวนนี้บอกถึงสภาพที่ตื่นตัวและพร้อมรับมือ ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ โดยใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของที่ตรงกับ we: After two scam calls, we decided to ____ whenever an unknown number rang.

ดูคำตอบ

be on our guard

สำนวน

'Raise the stakes' เพื่อเพิ่มความเสี่ยงหรือผลที่ตามมา

Raise the stakes เป็นคำเปรียบเทียบที่มาจากการเดิมพัน หมายถึงการทำให้สถานการณ์มีความเสี่ยง รุนแรง หรือมีต้นทุนมากขึ้น จึงมีสิ่งที่อาจได้หรือเสียมากขึ้น ในที่นี้ raising the stakes unnecessarily หมายถึงการเปลี่ยนคำวิจารณ์หรือความเห็นต่างที่จำกัดอยู่ให้กลายเป็นความขัดแย้งส่วนตัวที่ใหญ่กว่าโดยไม่จำเป็น สำนวนนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ จึงไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับการพนันหรือเงินจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: If both companies take the dispute to court, they will ____ for everyone involved.

ดูคำตอบ

raise the stakes

We can learn to separate out the verdict of today กริยาวลี

4:10

เราสามารถเรียนรู้ที่จะแยกคำตัดสินของวันนี้

from the emotional verdict

4:13

ออกจากคำตัดสินทางอารมณ์

we are carrying around with us กริยาวลี

4:15

ที่เราแบกรับติดตัวไปตลอด

and always seeking to confirm

4:17

และคอยแสวงหาการยืนยัน

with the use of current events.

4:19

โดยใช้เหตุการณ์ในปัจจุบันเสมอ

กริยาวลี

separate out A from B: แยกคำตัดสินที่ปะปนกัน

separate out A from B หมายถึงการระบุและแยก A ออกจาก B เมื่อ A กับ B ปะปนกันอยู่ โครงสร้างคือ separate out + A + from + B โดย from ใช้นำสิ่งที่สอง ในที่นี้ ผู้พูดแยกคำตัดสินจริงของวันนี้ออกจากคำตัดสินทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ out เพิ่มความรู้สึกของการดึงองค์ประกอบหนึ่งออกจากสิ่งที่ปะปนสับสน ไม่ได้หมายถึงการย้ายสิ่งของออกไปข้างนอก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง separate out A from B ให้ครบ: To judge the feedback fairly, I need to ____ today's facts ____ my old fears.

ดูคำตอบ

separate out · from

กริยาวลี

carrying around with us: แบกภาระในใจติดตัวไป

ใน carry something around (with you) คำว่า carry ใช้เชิงเปรียบเทียบได้ หมายถึงการเก็บความรู้สึก ความเชื่อ ความทรงจำ หรือภาระทางอารมณ์ไว้เป็นเวลานานจนยังส่งผลต่อคุณอยู่ with you เน้นว่าสิ่งนั้นยังติดอยู่กับตัวบุคคล ในประโยคนี้ กรรมของ carrying คือ the emotional verdict รูปที่สมบูรณ์กว่าคือ the emotional verdict that we are carrying around with us ไม่ได้มีการถือสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำอนุภาคที่หายไปใน carry something around with you: Months later, she was still carrying that fear ____ with her.

ดูคำตอบ

around

We can learn that

4:21

เราสามารถเรียนรู้ได้ว่า

however sad the attacks we are facing, ไวยากรณ์

4:23

ไม่ว่าการโจมตีที่เราเผชิญอยู่จะน่าเศร้าแค่ไหน

they are as nothing สำนวน

4:25

มันก็ไม่นับเป็นอะไรเลย

next to the real tragedy

4:26

หากเทียบกับโศกนาฏกรรมที่แท้จริง

and the effective cause of our sadness,

4:28

และสาเหตุที่แท้จริงของความเศร้าของเรา

that things went wrong back then. กริยาวลี

4:31

ที่สิ่งต่างๆ มันผิดพลาดมาตั้งแต่ตอนนั้น

ไวยากรณ์

however sad ...: การยอมรับเงื่อนไขในความหมายว่า “ไม่ว่า...เพียงใด”

however ในที่นี้หมายถึง “ไม่ว่า...เพียงใด” ไม่ได้หมายถึง “อย่างไรก็ตาม” คำนี้ขยาย sad และนำเข้าส่วนที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนหักมุม โดยรวมหมายถึง “ไม่ว่าการโจมตีที่เรากำลังเผชิญจะน่าเศร้าเพียงใด” รูปแบบเต็มที่นำไปใช้ได้คือ however + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + ประธาน + กริยา อนุประโยคนี้ยอมรับข้อเท็จจริงที่เจ็บปวดอย่างชัดเจนก่อน แล้วประโยคหลักจึงใช้การเปรียบเทียบเพื่อลดน้ำหนักของข้อเท็จจริงนั้น รูปแบบนี้ช่วยให้ยอมรับประเด็นหนึ่งได้โดยไม่ปล่อยให้ประเด็นนั้นล้มข้อกล่าวอ้างที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไขแบบเป็นทางการด้วยคำภาษาอังกฤษหนึ่งคำที่หมายถึง no matter how: ____ difficult the task is, we will continue.

ดูคำตอบ

However

สำนวน

as nothing next to: การเปรียบเทียบที่เน้นความแตกต่างอย่างมาก

ใน are as nothing next to the real tragedy นั้น be as nothing next to หมายถึง “แทบไม่มีความสำคัญเมื่อเทียบกับ” การเปรียบเทียบนี้ยอมรับว่าการโจมตีอาจทำให้เจ็บปวด แต่ชี้ว่ามันมีความสำคัญน้อยมากเมื่อเทียบกับโศกนาฏกรรมที่ลึกกว่านั้น next to ในที่นี้ใช้เปิดเกณฑ์เปรียบเทียบ ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ สำนวนที่ค่อนข้างเป็นทางการนี้เน้นว่าความสำคัญของสองสิ่งแตกต่างกันอย่างมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “แทบไม่มีความสำคัญเมื่อเทียบกับ”: The delay was ____ the risk of losing the whole project.

ดูคำตอบ

as nothing next to

กริยาวลี

things went wrong back then: ตอนนั้นสิ่งต่าง ๆ ผิดพลาดไป

ใน things went wrong คำว่า go ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม ส่วน wrong บอกสภาพที่เป็นผลลัพธ์ วลีนี้หมายความว่าเหตุการณ์ดำเนินไปในทางที่ไม่ดีหรือไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปยังสถานที่ผิด Back then ชี้ถึงช่วงเวลาในอดีตที่เข้าใจได้อยู่แล้วจากบริบท ในที่นี้ วลีดังกล่าวสรุปปัญหาเรื่องการดูแลและการสนับสนุนทางอารมณ์ในอดีตอย่างนุ่มนวล โดยไม่ระบุความล้มเหลวครั้งใดครั้งหนึ่งหรือบุคคลที่ต้องรับผิดโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go wrong เพื่อบอกว่าเหตุการณ์ไม่ได้ดำเนินไปตามแผน: The launch was carefully planned, but at the last minute, something ____.

ดูคำตอบ

went wrong

And so,

4:34

และดังนั้น

we can direct our attention ไวยากรณ์

4:35

เราสามารถมุ่งความสนใจ

to where it really belongs,

4:37

ไปยังจุดที่มันสมควรจะอยู่จริงๆ

away from today's critics

4:39

ออกห่างจากนักวิจารณ์ในวันนี้

and towards the unconvinced parent of yesteryear.

4:40

และมุ่งไปยังพ่อแม่ที่ไม่เคยมั่นใจในตัวเราในอดีต

ไวยากรณ์

direct our attention ... away from ... towards ...: เปลี่ยนความสนใจจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง

ประโยคนี้ใช้กรอบทิศทางในเชิงเปรียบเทียบ Direct our attention to where it really belongs ระบุจุดที่ควรให้ความสนใจ ส่วน away from today's critics และ towards the unconvinced parent of yesteryear ระบุจุดสนใจเดิมที่ต้องละออกมาและจุดสนใจใหม่ที่จะหันไปหา การเคลื่อนที่นี้เกิดขึ้นในความคิด ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ คู่คำบุพบท away from ... towards ... ทำให้ติดตามการเปลี่ยนจุดสนใจได้ง่าย ในที่นี้ ผู้พูดเปลี่ยนคำอธิบายของความเศร้าในปัจจุบันจากนักวิจารณ์ในวันนี้ไปยังผู้ปกครองในอดีตที่ไม่ได้ยอมรับหรือให้คุณค่าแก่เด็กอย่างเพียงพอ Yesteryear เป็นคำเชิงวรรณกรรมที่หมายถึงช่วงเวลาในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมคู่คำบอกทิศทางด้วย away from และ towards ให้ถูกต้อง: To solve the problem, we need to direct our attention ____ blaming individuals and ____ fixing the process.

ดูคำตอบ

away from · towards

We can forgive ourselves for being in this area

4:45

เราสามารถให้อภัยตัวเองที่อยู่ในสภาพนี้

through no fault of our own, สำนวน

4:48

ซึ่งไม่ได้เป็นความผิดของเราเลย

fatefully sensitive,

4:50

ที่อ่อนไหวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

and in essence,

4:51

และโดยแก่นแท้แล้ว

mentally unwell. การใช้คำ

4:53

มีความไม่สบายทางใจ

สำนวน

through no fault of our own: โดยไม่ใช่ความผิดของเราเอง

Through no fault of our own หมายถึงเราอยู่ในสถานการณ์หนึ่งทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดจนทำให้สถานการณ์นั้นเกิดขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวชี้ว่าคนที่ถูกกล่าวถึงไม่ควรถูกตำหนิ โครงสร้างคือ through no fault of + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ โดยต้องเลือกรูปให้ตรงกับบุคคล ได้แก่ my own, your own, his own, her own, our own หรือ their own ในประโยคนี้ our own ย้อนกลับไปหมายถึง we และช่วยเน้นความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง through no fault of + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + own: Maya followed every instruction, but her work was deleted by a system error ____.

ดูคำตอบ

through no fault of her own

การใช้คำ

mentally unwell: มีสุขภาพจิตที่ไม่ดี

Mentally unwell หมายถึงการมีสุขภาพจิตที่ไม่ดีหรือกำลังเผชิญความยากลำบากทางอารมณ์หรือจิตใจ ในประโยคนี้ วลีนี้บรรยายภาวะที่ควรได้รับความเข้าใจ ไม่ได้ใช้กำหนดบุคลิกทั้งหมดของคนคนนั้น วลีนี้ตั้งใจให้มีความหมายกว้าง ไม่ได้ระบุคำวินิจฉัย สาเหตุ ความรุนแรง หรือระยะเวลาของภาวะนั้น

แบบฝึกหัด

พิจารณาว่าข้อความนี้เหมาะสมหรือไม่: Someone who seems mentally unwell definitely has bipolar disorder.

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

We cannot stop the attacks of the world, ลำดับความ

4:55

เราไม่สามารถหยุดยั้งการโจมตีจากโลกได้

but we can,

4:57

แต่เราสามารถ

ลำดับความ

We cannot A, but we can B: เปลี่ยนจากข้อจำกัดไปสู่การลงมือทำ

รูปแบบ We cannot A, but we can B เริ่มจากยอมรับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้พูด แล้วจึงหันความสนใจไปยังการกระทำที่ยังทำได้ การจัดข้อมูลแบบนี้ทำให้คำแนะนำหรือวิธีแก้ปัญหาฟังดูสมจริง ไม่ใช่สิ้นหวังหรือมั่นใจเกินไป ในข้อความตัดตอนนี้ but we can ยังไม่ใช่ส่วน B ที่สมบูรณ์ can ที่อยู่ท้ายข้อความชี้ไปยังการกระทำที่จะอธิบายในบรรทัดต่อ ๆ ไป จึงสร้างความรู้สึกให้รอติดตามอยู่ชั่วครู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบสองส่วนที่ค่อนข้างเป็นทางการ ซึ่งเริ่มจากยอมรับข้อจำกัดแล้วจึงระบุการกระทำที่เป็นไปได้: We ____ control the weather, but we ____ choose what to pack.

ดูคำตอบ

cannot · can

through an exploration of our histories,

4:58

ผ่านการสำรวจประวัติศาสตร์ของเราเอง

change what they mean to us.

5:01

เพื่อเปลี่ยนความหมายที่สิ่งเหล่านั้นมีต่อเรา

We can also,

5:04

เรายังสามารถ

importantly,

5:05

ซึ่งสำคัญมาก

get a second chance. วลี

5:05

ที่จะได้รับโอกาสครั้งที่สอง

วลี

get a second chance: ได้รับโอกาสให้ลองอีกครั้ง

Get a second chance หมายถึงการได้รับโอกาสอีกครั้ง หลังจากการลอง การตัดสินใจ หรือสถานการณ์ก่อนหน้านั้นไม่เป็นไปด้วยดี โดย get ในที่นี้หมายถึงได้รับหรือมีคนมอบให้ วลีนี้เน้นโอกาสใหม่ในการลงมือทำ แก้ไข หรือพัฒนา ไม่ได้หมายความว่าเวลาย้อนกลับจริง ๆ หรือผลลัพธ์เดิมถูกลบไป โอกาสครั้งที่สองอาจช่วยได้ แต่ไม่ได้รับประกันความสำเร็จ

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? After Leo missed the deadline, his teacher allowed him to submit the project the next day, so he got ___.

  1. a second opinion
  2. second nature
  3. a second chance
ดูคำตอบ

a second chance

We can go back and correct

5:07

เราสามารถย้อนกลับไปแก้ไข

the original verdict of the world. สำนวน

5:09

คำตัดสินดั้งเดิมของโลก

สำนวน

“the original verdict of the world” ในฐานะอุปมา

ในที่นี้ “the original verdict of the world” เป็นอุปมาถึงคำตัดสินแรกที่คนคนหนึ่งซึมซับเกี่ยวกับคุณค่าของตนเอง ในแนวคิดนี้ “the world” มีตัวแทนหลักคือผู้ที่ดูแลคนคนนั้นในช่วงต้นของชีวิต ไม่ได้หมายถึงทุกคนหรือสังคมทั้งหมด การเรียกคำตัดสินนั้นว่า “verdict” ทำให้ฟังดูมีอำนาจและเด็ดขาดเหมือนคำพิพากษาของศาล ประโยคนี้บอกว่าข้อสรุปในช่วงแรกดังกล่าวสามารถนำกลับมาทบทวนและแก้ไขได้ภายหลัง ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนคำพิพากษาจริงหรือเขียนประวัติศาสตร์ใหม่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “the original verdict of the world” หมายถึงอะไร

  1. คำตัดสินแรกเกี่ยวกับคุณค่าของตนเองที่คนคนหนึ่งซึมซับผ่านผู้ดูแลในช่วงต้นชีวิต
  2. บันทึกข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลางของทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก
  3. คำพิพากษาอย่างเป็นทางการของศาลเกี่ยวกับอาชญากรรม
ดูคำตอบ

คำตัดสินแรกเกี่ยวกับคุณค่าของตนเองที่คนคนหนึ่งซึมซับผ่านผู้ดูแลในช่วงต้นชีวิต

We can take measures to expose ourselves วลี

5:11

เราสามารถใช้มาตรการที่จะเปิดเผยตัวเรา

to the gaze of friends,

5:14

ต่อสายตาของเพื่อน

วลี

ความหมายของ “take measures to expose ourselves to the gaze of friends”

“Take measures to” หมายถึงการจงใจลงมือทำสิ่งที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์บางอย่าง วลีนี้ทำให้สิ่งที่ตามมาดูเป็นการตอบสนองที่วางแผนไว้ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ “Expose ourselves to” ใช้โครงสร้างสะท้อนกลับ expose + oneself + to + คำนาม ในที่นี้หมายถึงการยอมให้ผู้อื่นมองเห็นและประเมินเราโดยสมัครใจ ส่วน “the gaze of friends” หมายถึงความสนใจจากเพื่อนที่ไว้ใจได้ ไม่ได้หมายถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือเปิดเผยร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองวลีจากบทเรียน: We can ____ protect our privacy and still ____ the gaze of trusted reviewers.

ดูคำตอบ

take measures to · expose ourselves to

or more ideally,

5:15

หรือในอุดมคติกว่านั้น

of a talented psychotherapist

5:17

ต่อสายตาของนักจิตบำบัดที่มีความสามารถ

who can hold up a more benign mirror สำนวน

5:19

ผู้ที่สามารถถือกระจกที่อ่อนโยนกว่า

and teach us a lesson

5:21

และสอนบทเรียน

that should have been gifted us การใช้คำ

5:23

ที่ควรจะมอบเป็นของขวัญให้เรา

from the start.

5:24

ตั้งแต่ต้น

สำนวน

อุปมาในวลี “hold up a more benign mirror”

mirror ในที่นี้เป็นอุปมาถึงภาพของตัวเราที่ผู้อื่นสะท้อนกลับมาให้เห็น นักจิตบำบัดสามารถ “ถือ” กระจกบานนั้นให้เราได้ด้วยการช่วยให้เรามองเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น Benign หมายถึงอ่อนโยนและไม่ทำร้าย ไม่ใช่มองในแง่ดีแบบไม่ลืมหูลืมตา ภาพสะท้อนนั้นยังบอกข้อบกพร่องอย่างตรงไปตรงมาได้ แต่จะไม่ตอกย้ำคำตัดสินที่โหดร้ายหรือบิดเบือน

แบบฝึกหัด

"hold up a more benign mirror" หมายถึงอะไรในบริบทนี้

  1. ตัดสินใจแทนคนอื่น
  2. ให้ใครสักคนเห็นภาพสะท้อนจริงในกระจก
  3. นำเสนอมุมมองที่อ่อนโยนและทำร้ายน้อยกว่าว่าคนคนหนึ่งเป็นอย่างไร
  4. ชมใครสักคนไม่ว่าเขาจะทำอะไร
ดูคำตอบ

นำเสนอมุมมองที่อ่อนโยนและทำร้ายน้อยกว่าว่าคนคนหนึ่งเป็นอย่างไร

การใช้คำ

รูปกรรมวาจกเชิงวรรณศิลป์ “should have been gifted us”

Should have been gifted us เป็นรูปกรรมวาจกของโครงสร้างกรรมสองตัว gift someone something โดย lesson คือสิ่งที่ถูกมอบให้ และ us คือผู้รับ รูปที่เขียนเต็มคือ should have been gifted to us Should have been บอกว่าสิ่งนี้ควรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้เกิดขึ้น การละ to หลัง gifted ในรูปกรรมวาจกนี้เป็นโครงสร้างที่มีลักษณะเด่นและเป็นภาษาเชิงวรรณศิลป์ ซึ่งไม่พบบ่อยในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่ใช้ทั่วไป

แบบฝึกหัด

วลีใดเป็นรูปภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่ชัดเจนและเป็นกลางที่สุดของ "a lesson that should have been gifted us"

  1. a lesson that should have been given to us
  2. a lesson that should have given us guidance
  3. a lesson that we should have given to someone
ดูคำตอบ

a lesson that should have been given to us

That,

5:26

นั่นคือ

like every human,

5:26

เช่นเดียวกับมนุษย์ทุกคน

whatever our flaws, ไวยากรณ์

5:28

ไม่ว่าเราจะมีข้อบกพร่องใดๆ

we deserve to be here. น้ำเสียง/เจตนา

5:29

เราก็สมควรที่จะอยู่ที่นี่

ไวยากรณ์

Whatever our flaws ในฐานะวลีแสดงการยอมรับเงื่อนไข

Whatever our flaws หมายถึง “ไม่ว่าเราจะมีข้อบกพร่องอะไร” ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดหรือมีมากน้อยเพียงใด Whatever ใช้แสดงการยอมรับเงื่อนไขที่ขัดแย้ง โดยยอมรับว่ามีจุดอ่อน แต่จุดอ่อนนั้นไม่ทำให้ข้อสรุปหลักเปลี่ยนไป ข้อสรุปหลังวลีนี้ยังคงเป็นจริงในทุกกรณี โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Whatever + นามวลี ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคและอนุประโยคที่สมบูรณ์: Whatever the reason, we need to decide.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Whatever + คำนามเพื่อสื่อว่าความยากลำบากไม่ทำให้ข้อสรุปเปลี่ยนไป?

  1. We will choose whichever difficulty looks easiest.
  2. Whatever the difficulties, we will keep working.
  3. We will start whenever the difficulties are gone.
ดูคำตอบ

Whatever the difficulties, we will keep working.

น้ำเสียง/เจตนา

We deserve to be here ในฐานะคำยืนยันคุณค่า

ในบริบทที่ให้กำลังใจนี้ here ไม่ได้หมายถึงห้องหรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง We deserve to be here เป็นการยืนยันว่าแม้มนุษย์จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ทุกคนก็มีที่ยืนอันชอบธรรมในโลกและมีคุณค่าพื้นฐานในฐานะมนุษย์ วลีนี้ช่วยโต้แย้งความละอายและความรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นส่วนหนึ่งของที่ใด แต่ไม่ได้หมายความว่าการกระทำทุกอย่างยอมรับได้ หรือไม่มีใครต้องรับผลจากการกระทำของตน

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในบทสนทนาเกี่ยวกับความละอายและคุณค่าในตนเอง You deserve to be here สามารถยืนยันคุณค่าพื้นฐานของบุคคล ไม่ได้หมายถึงเพียงสิทธิในการอยู่ในห้องหนึ่งเท่านั้น

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

จริง

At The School of Life,

5:36

ที่ The School of Life

we believe that confidence is a skill we can learn.

5:37

เราเชื่อว่าความมั่นใจคือทักษะที่เราเรียนรู้ได้

Our confidence prompt cards

5:40

การ์ดส่งเสริมความมั่นใจของเรา

are designed to help us master this mysterious art.

5:43

ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราเชี่ยวชาญศิลปะอันลึกลับนี้

Click now to learn more.

5:46

คลิกตอนนี้เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม