Bluey ตอนเต็ม "ออมเล็ต"! 💙 | บิงโกช่วยแม่ทำอาหาร! | @disneyjr: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Disney Jr.

ความยากในการเรียน
701 คำ 155 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ในวันเกิดของพ่อ บลูอีและบิงโกพยายามทำออมเล็ตไปเสิร์ฟให้พ่อถึงเตียง ตอนแรกแม่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วเพราะไม่อยากให้พ่อที่กำลังหิวต้องรอนาน แต่หลังจากกันบิงโกออกจากการทำอาหาร แม่ก็ตระหนักว่าการเปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมนั้นสำคัญกว่าการหลีกเลี่ยงความเลอะเทอะหรือความล่าช้า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. breakfast in bed. — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้สำนวนมาตรฐานที่หมายถึงการนำอาหารเช้าไปให้คนที่ยังอยู่บนเตียง มักใช้ในโอกาสวันเกิด ตอนเจ็บป่วย หรือเมื่อแสดงความเอาใจใส่ ควรจำเป็นวลีเดียวที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่นำความหมายของ breakfast กับ bed มาแปลและประกอบกันทีละคำ 2. How about I and you get started on the eggs? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่า How about I... and you... ใช้เสนอการแบ่งหน้าที่ใหม่อย่างนุ่มนวลได้อย่างไร ผู้เรียนสามารถบอกว่าส่วนใดตนจะรับผิดชอบ พร้อมชวนให้อีกฝ่ายเริ่มทำอีกอย่างหนึ่ง โดยไม่ฟังเหมือนออกคำสั่งตรง ๆ เหมาะกับงานบ้านและงานที่ต้องช่วยกันทำ 3. the best omelet I've ever had in my life. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้างขั้นสูงสุด the best ... I’ve ever had in my life เพื่อแสดงการประเมินจากประสบการณ์ส่วนตัวอย่างหนักแน่น สามารถปรับไปใช้ชมอาหาร ประสบการณ์ การแสดง ผลงาน หรือสิ่งอื่นที่น่าประทับใจเป็นพิเศษได้อย่างเป็นธรรมชาติ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum!

0:07

แม่!

Dad!

0:13

พ่อ!

Bingo!

0:19

บิงโก!

Bluey!

0:24

บลูอี้!

Aah!

0:31

อ้า!

Happy birthday.

0:31

สุขสันต์วันเกิด

Oh, wow.

0:33

โอ้ ว้าว

Thanks, girls.

0:34

ขอบใจนะ สาวๆ

Ah, down, down, stay.

0:35

อ๊ะ ลงไป ลงไป อยู่นิ่งๆ

We're going to make you breakfast in bed. วลี

0:38

เรากำลังจะทำอาหารเช้าเสิร์ฟให้ถึงเตียงเลย

วลี

breakfast in bed: อาหารเช้าที่นำไปให้คนซึ่งยังอยู่บนเตียง

Breakfast in bed เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงอาหารเช้าที่เตรียมแล้วนำไปให้คนที่ยังอยู่บนเตียง ในคำว่า in bed บุพบทวลีนี้บอกสภาพหรือตำแหน่งของคน ไม่ได้หมายความว่าอาหารอยู่ข้างในเตียง สำนวนนี้มักสื่อว่าอาหารมื้อนั้นเป็นการดูแลหรือของขวัญพิเศษ สามารถใช้เป็นกลุ่มคำเดียวกันในโครงสร้าง เช่น make someone breakfast in bed, bring someone breakfast in bed หรือ have breakfast in bed

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงอาหารเช้าพิเศษซึ่งนำไปให้คนที่ยังอยู่บนเตียง: Tomorrow, we'll bring you ____.

ดูคำตอบ

breakfast in bed

Oh, great.

0:41

โอ้ เยี่ยมเลย

Uh just a friendly question. น้ำเสียง/เจตนา

0:41

เอ่อ แค่ถามเฉยๆ นะ

น้ำเสียง/เจตนา

a friendly question: ทำให้คำถามถัดไปฟังนุ่มนวลขึ้น

ในประโยคนี้ a friendly question เป็นการบอกล่วงหน้าว่าคำถามถัดไปของผู้พูดไม่มีเจตนาเป็นศัตรู เป็นถ้อยคำที่ช่วยลดความแข็งกร้าว ผู้พูดรู้ว่าคำถามอาจฟังดูสงสัย วิจารณ์ หรือทำให้อึดอัด จึงส่งสัญญาณว่า “ฉันไม่ได้พยายามโจมตีคุณ” Friendly อธิบายท่าทีที่ตั้งใจใช้ในการถาม ไม่ได้หมายความว่าหัวข้อจะน่าพอใจเสมอไป เมื่อมี just ในวลีเต็ม ผู้พูดจะทำให้คำถามดูเล็กน้อยและกดดันน้อยลง แต่ถ้อยคำและน้ำเสียงจริงก็ยังสำคัญ

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้นี้: เพื่อนร่วมงานพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า "Just a friendly question: did you mean to leave the date blank?" ในที่นี้ a friendly question ช่วยทำให้การแก้ไขดูไม่มีเจตนาเป็นศัตรู

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

Don't worry, it won't take long. น้ำเสียง/เจตนา

0:44

ไม่ต้องห่วง ไม่นานหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

Don't worry, it won't take long: ปลอบว่าใช้เวลาไม่นาน

Don't worry เป็นคำพูดที่ใช้ปลอบอีกฝ่ายโดยตรง โดยบอกว่าผู้พูดคิดว่าอีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องกังวล It won't take long ให้เหตุผลเกี่ยวกับเวลา กล่าวคืองานหรือการรบกวนนั้นจะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ในที่นี้ take หมายถึง “ต้องใช้” เวลา ไม่ได้หมายถึง “เอาบางสิ่งไป” เมื่อใช้สองส่วนนี้ร่วมกัน จะเป็นการทำให้อีกฝ่ายสบายใจก่อนหรือระหว่างคำขอ การรอ หรือขั้นตอนสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำปลอบให้สมบูรณ์ด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “จะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ”: Don't worry, the safety check ____.

ดูคำตอบ

won't take long

Ah, thanks.

0:45

อ้า ขอบคุณ

Because we know how you get when you're hungry. ไวยากรณ์

0:47

เพราะเรารู้ว่าพ่อจะเป็นยังไงเวลาหิว

ไวยากรณ์

how you get when...: ปฏิกิริยาที่เกิดซ้ำ

How you get หมายถึงสภาพหรือพฤติกรรมที่คนคนหนึ่งเปลี่ยนไปเป็น ในที่นี้ get มีความหมายถึงการเปลี่ยนสภาพคล้าย become ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ได้มา” อนุประโยคที่มี when บอกสิ่งที่กระตุ้นการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในที่นี้คือ when you're hungry โครงสร้างเต็ม how + person + get + when... ชี้ถึงปฏิกิริยาที่คุ้นเคยและเกิดซ้ำของคนนั้นในสถานการณ์ดังกล่าว โดยมักสื่อถึงอารมณ์หรือพฤติกรรมมากกว่าการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง how + subject + get เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I know ____ when you're tired.

ดูคำตอบ

how you get

Cranky.

0:49

อารมณ์เสีย

Stay.

0:51

อยู่นิ่งๆ

Alright. here's the plan. ลำดับความ

0:53

เอาล่ะ แผนเป็นแบบนี้

ลำดับความ

here's the plan: ใช้เกริ่นขั้นตอนถัดไป

Here's the plan เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายว่าแต่ละคนต้องทำอะไรต่อ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวพาบทสนทนาเข้าสู่แผนการลงมือทำ ไม่ได้เพียงชี้ถึงแผนที่เขียนไว้ วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลในการพูดก่อนบอกขั้นตอน แบ่งหน้าที่ หรืออธิบายแผนระยะสั้น โดยปกติรายละเอียดจะตามมาทันที

แบบฝึกหัด

Here's the plan ทำหน้าที่อะไรในบทสนทนานี้? We only have twenty minutes. Here's the plan: Ava prints the tickets, and I call a taxi.

  1. ขอให้ Ava คิดแผนขึ้นมา
  2. บอกว่าแผนก่อนหน้านี้ล้มเหลวแล้ว
  3. เกริ่นขั้นตอนถัดไปและการแบ่งหน้าที่
ดูคำตอบ

เกริ่นขั้นตอนถัดไปและการแบ่งหน้าที่

I'll make Dad an omelet.

0:54

แม่จะทำออมเล็ตให้พ่อ

Bluey, you set the brekkie tray, and Bingo, you make the birthday card. การใช้คำ

0:56

บลูอี้ ลูกจัดถาดอาหารเช้า ส่วนบิงโก ลูกทำการ์ดวันเกิดนะ

การใช้คำ

the brekkie tray: brekkie คำออสเตรเลียแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง breakfast

ใน the brekkie tray คำว่า brekkie หมายถึง breakfast ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงถาดที่เตรียมไว้สำหรับอาหารเช้า brekkie เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ breakfast และพบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย คำนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงสบาย ๆ เป็นกันเอง และเหมือนการพูดในครอบครัว หากใช้ภาษาอังกฤษแบบกลางหรือเป็นทางการ breakfast เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ brekkie ในบริบทที่เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. ผู้ปกครองชาวออสเตรเลียตะโกนเรียก: Kids, brekkie is ready!
  2. สัญญาโรงแรมอย่างเป็นทางการระบุว่า: Brekkie service begins at 7:00 a.m.
  3. บทความวิจัยระบุว่า: Brekkie improves concentration at school.
ดูคำตอบ

ผู้ปกครองชาวออสเตรเลียตะโกนเรียก: Kids, brekkie is ready!

Quickly, we don't want Dad getting hungry.

0:59

เร็วเข้า เราไม่อยากให้พ่อหิว

Okay.

1:01

โอเค

Okay.

1:02

โอเค

Super quick omelet, my specialty. วลี

1:03

ออมเล็ตด่วนจี๋ ของถนัดของฉันเลย

วลี

Super quick omelet, my specialty: การแนะนำของถนัดแบบสั้นในภาษาพูด

“Super quick omelet, my specialty.” เป็นวลีภาษาพูดสั้น ๆ ที่เหมือนการติดป้าย ความหมายเต็มคือ A super-quick omelet is my specialty. ผู้พูดบอกสิ่งนั้นก่อน แล้วเติม my specialty เพื่อบอกว่านี่คือสิ่งที่ตนถนัด specialty ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่ผู้พูดทำได้ดีเป็นพิเศษหรือเป็นที่รู้จักจากสิ่งนั้น มักเป็นอาหารหรือทักษะ รูปแบบสั้น ๆ นี้ทำให้ฟังดูกระชับ มั่นใจ และอาจมีน้ำเสียงขำ ๆ

แบบฝึกหัด

ใน “Last-minute costume repairs—my specialty,” ผู้พูดกำลังสื่อว่าอะไร?

  1. การซ่อมนั้นไม่ธรรมดา แต่ฉันไม่ได้บอกว่าตัวเองทำได้ดี
  2. ฉันเก่งเป็นพิเศษเรื่องซ่อมชุดในนาทีสุดท้าย
  3. ฉันต้องการแพทย์เฉพาะทางมาซ่อมชุด
ดูคำตอบ

ฉันเก่งเป็นพิเศษเรื่องซ่อมชุดในนาทีสุดท้าย

Oh, hi Bingo.

1:06

โอ้ หวัดดีบิงโก

Hi.

1:08

หวัดดี

Uh are you going to get started on the birthday card? กริยาวลี

1:08

เอ่อ ลูกจะเริ่มทำการ์ดวันเกิดหรือยัง

กริยาวลี

get started on + งาน: เริ่มลงมือทำงานนั้น

Get started on the birthday card หมายถึงเริ่มลงมือทำการ์ดวันเกิด ในโครงสร้าง get started on + นามวลี on ใช้นำหน้างาน โครงการ หรือชิ้นงานที่คนหนึ่งกำลังจะเริ่มทำ Get started เน้นการเปลี่ยนจากยังไม่ได้ทำไปสู่การลงมือทำขั้นแรก เป็นสำนวนที่พบบ่อยในบทสนทนา และทำให้คำถามนี้ฟังเหมือนการเตือนหรือชวนให้เริ่ม ส่วน start the birthday card บอกการกระทำอย่างตรงไปตรงมามากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้: We have a plan; now let's ____ the first draft.

ดูคำตอบ

get started on

I already made one at kindy. การใช้คำ

1:12

หนูทำมาจากโรงเรียนอนุบาลแล้ว

การใช้คำ

at kindy: สำนวนไม่เป็นทางการแบบออสเตรเลียที่เท่ากับ at kindergarten

ในประโยคนี้ kindy เป็นคำย่อแบบไม่เป็นทางการของ kindergarten ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย at kindy หมายถึง “ที่โรงเรียนอนุบาล” และบอกสถานที่ที่ทำการ์ด คำนี้บ่งบอกถึงบริบทเกี่ยวกับเด็ก ครอบครัว หรือการศึกษาปฐมวัย ในที่นี้ kindy เป็นคำนามทั่วไป ไม่ใช่ชื่อบุคคลหรือชื่อสถานที่เฉพาะ

แบบฝึกหัด

ใน I already made one at kindy คำว่า kindy หมายถึงอะไร?

  1. การ์ดวันเกิดชนิดหนึ่ง
  2. ชื่อของบุคคล
  3. คำไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่หมายถึง kindergarten
ดูคำตอบ

คำไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่หมายถึง kindergarten

Oh, that's lovely.

1:15

โอ้ น่ารักจังเลย

I want to help you make the omelet.

1:16

หนูอยากช่วยแม่ทำออมเล็ต

Oh, that's lovely.

1:19

โอ้ น่ารักจังเลย

This episode of Bluey is called Omelet.

1:21

บลูอี้ตอนนี้มีชื่อว่า ออมเล็ต

What do we do first?

1:24

เราต้องทำอะไรก่อนคะ

Well, first we need some eggs. ลำดับความ

1:26

อืม ขั้นแรกเราต้องมีไข่สักหน่อย

ลำดับความ

Well, first we need...: การเริ่มอธิบายเป็นขั้นตอน

Well เชื่อมคำตอบเข้ากับสิ่งที่พูดก่อนหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ และอาจช่วยให้ผู้พูดมีเวลาสั้น ๆ เพื่อเรียบเรียงคำตอบ จากนั้น first บอกว่าเป็นขั้นตอนแรก ส่วน we need นำเข้าสิ่งที่ต้องเตรียม รูปแบบ Well, first we need... เป็นวิธีเริ่มอธิบายกระบวนการอย่างชัดเจน โดยเชื่อมกับบทสนทนา ระบุขั้นตอนแรก และบอกสิ่งแรกที่จำเป็น

แบบฝึกหัด

เติมคำเปิดกระบวนการด้วย Well และ first: ____, ____ we need to wash the vegetables.

ดูคำตอบ

Well · first

Oh, no.

1:27

โอ้ ไม่นะ

I can get them.

1:28

หนูไปหยิบให้ได้ค่ะ

Oh, okay.

1:29

โอ้ โอเค

Aah.

1:30

อ้า

Bingo, that's awfully loud, honey. การใช้คำ

1:31

บิงโก เสียงดังจังเลยลูกรัก

การใช้คำ

awfully loud: awfully ในฐานะคำวิเศษณ์บอกระดับ

ใน awfully loud คำว่า awfully เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึง “มาก” หรือ “อย่างยิ่ง” โดยทำให้ loud มีระดับเข้มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเสียงถูกทำออกมาในลักษณะที่แย่ ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกอย่างนุ่มนวลแต่ชัดเจนว่าระดับเสียงดังเกินไป คำเรียกอย่างเอ็นดู honey ช่วยลดความแรงของคำตำหนิ แต่ awfully ยังทำให้ความไม่พอใจมีน้ำหนักชัดเจน

แบบฝึกหัด

ใน “The TV is awfully loud,” คำว่า awfully หมายถึงอะไร?

  1. มาก
  2. อย่างเงียบ ๆ
  3. ในลักษณะที่แย่
ดูคำตอบ

มาก

Come here, eggies.

1:37

มานี่สิ จ๊ะเอ๋ไข่น้อย

Not you, celery.

1:39

ไม่ใช่เธอ เซเลอรี

I'll get that.

1:41

แม่จัดการเอง

Oh, do you want me to carry those for you? น้ำเสียง/เจตนา

1:43

โอ้ อยากให้แม่ถือให้ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Do you want me to...?: เสนอความช่วยเหลือโดยให้อีกฝ่ายเลือก

โครงสร้าง Do you want me to + กริยารูปพื้นฐาน? ใช้ถามว่าผู้ฟังต้องการให้ผู้พูดทำสิ่งใดหรือไม่ ในที่นี้ carry those ระบุการกระทำ ส่วน for you แสดงว่าการกระทำนั้นเป็นความช่วยเหลือเพื่อประโยชน์ของผู้ฟัง เมื่อใช้เป็นคำเสนอช่วย คำถามนี้เปิดโอกาสให้ผู้ฟังตอบรับหรือปฏิเสธ จึงดูไม่ตัดสินใจแทนอีกฝ่ายเท่ากับการประกาศตรง ๆ ว่า “I’ll carry those for you.”

แบบฝึกหัด

เติมคำเสนอช่วยโดยใช้ do + want + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน: ____ hold the door open for you?

ดูคำตอบ

Do you want me to

No, it's okay.

1:46

ไม่เป็นไรค่ะ

I'm almost there.

1:48

หนูเกือบถึงแล้ว

Oops.

1:50

อุ๊บ

It's okay.

1:51

ไม่เป็นไร

I'll clean it up. กริยาวลี

1:52

หนูจะเช็ดเอง

กริยาวลี

clean it up: ทำความสะอาดสิ่งที่หกหรือความรกให้หมด

ใน clean it up คำว่า clean up หมายถึงการขจัดคราบ สิ่งที่หก หรือความรก เพื่อให้บริเวณนั้นกลับมาสะอาดเรียบร้อยอีกครั้ง ในที่นี้ up แสดงผลว่าทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อย ไม่ได้แปลว่า “ขึ้นข้างบน” เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง clean กับ up จึงเป็น clean it up ใช้วลีนี้ได้เมื่อชัดเจนว่า it หมายถึงสิ่งที่หกหรือความรกใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง clean, it และ up ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: Don't worry about the spilled milk. I'll ____.

ดูคำตอบ

clean it up

No, I can do it.

1:53

ไม่เป็นไร หนูทำได้

Okay, here's the paper towels.

1:55

โอเค นี่กระดาษทิชชู

And ha!

1:58

และ ฮ่า!

I'll make a start on the omelet, honey. วลี

1:58

แม่จะเริ่มทำออมเล็ตล่ะนะลูกรัก

วลี

make a start on: เริ่มลงมือทำบางอย่าง

Make a start on something หมายถึงเริ่มลงมือทำบางอย่าง โดยมักเน้นการก้าวแรกหรือความคืบหน้าในช่วงต้น ไม่ได้สื่อว่าจะทำงานทั้งหมดให้เสร็จตอนนี้ โครงสร้างคือ make a start on + คำนาม นามวลี หรือรูป -ing ในตัวอย่าง the omelet คือสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะเริ่มเตรียม ดังนั้น on เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างและละไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำที่เน้นการก้าวแรกลงในประโยค: I'll ____ the report after lunch.

ดูคำตอบ

make a start on

I'll just crack the eggs.

2:01

แม่แค่จะตอกไข่

Can I help crack the eggies?

2:03

หนูช่วยตอกไข่ได้ไหมคะ

Um, sure, honey.

2:05

อืม ได้สิลูกรัก

How about I sort this out and you get started on the eggs? โน้ต

2:06

งั้นแม่จัดการตรงนี้ แล้วลูกเริ่มตอกไข่เลยดีไหม

น้ำเสียง/เจตนา

How about I ... and you ...? สำหรับเสนอการแบ่งงาน

How about I ... and you ...? นำงานสองอย่างมารวมเป็นข้อเสนอเดียว ผู้พูดอาสาทำงานแรกและเสนอให้อีกฝ่ายทำงานที่สอง จึงเป็นการแบ่งงานร่วมกันแทนการออกคำสั่งตรง ๆ ในที่นี้ How about ไม่ได้ถามความชอบทั่ว ๆ ไป แต่ใช้เสนอแผนปฏิบัติที่อีกฝ่ายยอมรับหรือปรับเปลี่ยนได้

แบบฝึกหัด

ใช้ How about I ... and you ... เพื่อเสนอแผนร่วมกัน แล้วเติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: ____ handle the calls ____ you answer the emails?

ดูคำตอบ

How about I · and

กริยาวลี

sort this out: จัดการปัญหาให้เรียบร้อย

sort this out หมายถึงจัดการปัญหาหรือความสับสนที่อยู่ตรงหน้าจนเรียบร้อย out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีนี้และไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ออกไปข้างนอก เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง sort กับ out เช่น sort this out และ sort it out ไม่ใช่ sort out it รูปแบบนี้ใช้ได้กับสถานการณ์จริงหลายอย่างที่ต้องแก้ไขหรือทำให้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ใช้ sort this out เติมคำตอบภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: The hotel charged us twice. — Don't worry. I'll ____.

ดูคำตอบ

sort this out

Grab a silver bowl from the cupboard.

2:09

หยิบชามสีเงินออกมาจากตู้สิ

Okay.

2:11

โอเคค่ะ

Oh!

2:14

โอ้!

Is this one okay?

2:16

ใบนี้ได้ไหมคะ

Oh, man, getting hungry.

2:20

โอ้โห เริ่มหิวแล้วสิ

How many eggs are in an omelet?

2:27

ออมเล็ตต้องใช้ไข่กี่ฟองคะ

Um, three or four.

2:29

อืม สามหรือสี่ฟอง

I'm hungry.

2:31

พ่อหิวแล้ว

Better make it four. ไวยากรณ์

2:32

สี่ฟองดีกว่า

ไวยากรณ์

Better make it four: คำแนะนำแบบไม่เป็นทางการที่ย่อมาจาก had better

Better make it four เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ We'd better make it four หมายความว่า ตอนนี้การเปลี่ยนจำนวนที่พูดถึงให้เป็นสี่คือทางเลือกที่เหมาะสม ใน make it four คำว่า make it หมายถึง “กำหนดหรือเปลี่ยนจำนวนให้เป็นสี่” Better ในที่นี้ใช้เพื่อให้คำแนะนำหรือตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ไม่ได้แปลเพียงว่า “ดีกว่า” ในการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ Better make it four มากที่สุด

  1. เลขสี่เป็นเลขที่ดีกว่าในทุกสถานการณ์
  2. ควรเปลี่ยนจำนวนที่พูดถึงให้เป็นสี่
  3. มีการสร้างสิ่งของสี่ชิ้นเรียบร้อยแล้ว
ดูคำตอบ

ควรเปลี่ยนจำนวนที่พูดถึงให้เป็นสี่

One, two, three.

2:34

หนึ่ง สอง สาม

Come on, Bingo. A bit quicker. น้ำเสียง/เจตนา

2:39

เร็วเข้าบิงโก เร็วขึ้นอีกนิด

น้ำเสียง/เจตนา

Come on: ใช้ให้กำลังใจหรือเร่ง

ในที่นี้ Come on เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่กระตุ้นให้ Bingo ทำต่อและเคลื่อนไหวให้เร็วขึ้น คำว่า A bit quicker ทำให้ความหมายนี้ชัดเจน ไม่ได้เป็นการขอให้ Bingo เดินเข้าหาผู้พูด น้ำเสียงและสถานการณ์เป็นตัวกำหนดว่า Come on ให้ความรู้สึกอย่างไร คำนี้อาจใช้ให้กำลังใจ เร่ง หรือแสดงความไม่พอใจหรือไม่เชื่อก็ได้ ในประโยคนี้เป็นการให้กำลังใจพร้อมกระตุ้นให้เร็วขึ้นอีกเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ใน Come on, Bingo. A bit quicker. คำว่า Come on หมายถึงอะไร

  1. ผู้พูดกำลังกระตุ้นให้ Bingo เคลื่อนไหวเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย
  2. ผู้พูดกำลังบอกให้ Bingo หยุด
  3. ผู้พูดกำลังขอให้ Bingo เดินเข้าหาตนเอง
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังกระตุ้นให้ Bingo เคลื่อนไหวเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย

Four.

2:40

สี่

Oh, no.

2:41

โอ้ ไม่นะ

Aah! One.

2:43

อ้า! หนึ่ง

Eww. Two. Ah, three.

2:44

อี๋ สอง อา สาม

Hey, where's four?

2:47

เฮ้ ฟองที่สี่อยู่ไหน

Done.

2:48

เสร็จแล้ว

How are the eggs doing, Bingo? น้ำเสียง/เจตนา

2:49

ไข่เป็นยังไงบ้าง บิงโก

น้ำเสียง/เจตนา

How are the eggs doing? ใช้ถามความคืบหน้า

ในบริบทการทำอาหารนี้ How are the eggs doing? ใช้ถามว่างานที่ทำกับไข่อยู่ในสภาพไหนหรือคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ไม่ได้ถามว่าไข่รู้สึกอย่างไร รูปแบบ How is/are ... doing? ใช้ถามความคืบหน้าของโครงการ อาหาร เครื่องจักร หรือกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ได้ด้วย บริบทจะบอกว่ากำลังถามความคืบหน้าด้านใด

แบบฝึกหัด

ในบริบทการทำอาหารนี้ “How are the eggs doing?” ถามถึงอะไร?

  1. ใครเป็นคนซื้อไข่
  2. งานที่ทำกับไข่คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว
  3. ไข่กำลังรู้สึกมีความสุขหรือไม่
ดูคำตอบ

งานที่ทำกับไข่คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

Oop.

2:50

อุ๊บ

There's four.

2:51

มีสี่ฟองค่ะ

Hello.

2:53

ฮัลโหล

Is brekkie almost ready?

2:54

อาหารเช้าใกล้เสร็จหรือยัง

It's coming.

2:56

กำลังไป

Okay, birthday boy's getting cranky.

2:57

โอเค เจ้าของวันเกิดเริ่มจะหงุดหงิดแล้ว

Let's get cracking, Bingo. สำนวน

2:59

ลงมือตอกกันเถอะ บิงโก

Ha!

3:01

ฮ่า!

get it cracking.

3:02

ตอกเลย

สำนวน

get cracking ... get it cracking: มุกเล่นคำระหว่างเริ่มลงมือกับตอกไข่

ใน Let's get cracking คำว่า get cracking เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึง “รีบเริ่มลงมือทำ” หรือ “มาเริ่มงานกันเลย” เนื่องจากตอนนั้นกำลังตอกไข่ คำว่า cracking ที่พูดซ้ำจึงชวนให้นึกถึงความหมายตรงตัวในครัว คือการทำให้เปลือกไข่แตก ความขำเกิดจากคำเดียวกันเชื่อมทั้งความหมายเชิงสำนวนว่าเริ่มทำงานและการตอกไข่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ทำไม get cracking จึงเป็นมุกตลกในฉากทำอาหารนี้?

  1. หมายถึงบิงโกควรหยุดและรอ
  2. หมายถึง “เริ่มทำงาน” และยังชวนให้นึกถึงการตอกเปลือกไข่ให้แตก
  3. หมายถึงไข่สุกเรียบร้อยแล้ว
ดูคำตอบ

หมายถึง “เริ่มทำงาน” และยังชวนให้นึกถึงการตอกเปลือกไข่ให้แตก

Oh my goodness.

3:05

โอ้ คุณพระช่วย

Sorry, Bluey.

3:06

ขอโทษนะบลูอี้

It's okay.

3:07

ไม่เป็นไร

I'll clean it up.

3:08

หนูจะเช็ดเอง

Thanks, Bluey.

3:09

ขอบใจนะ บลูอี้

Okay, try again, honey.

3:10

โอเค ลองอีกครั้งนะลูกรัก

I'll just hold it for you.

3:12

แม่จะจับไว้ให้

A bit harder, honey.

3:14

แรงอีกนิดลูก

Give it a good whack.

3:16

ทุบแรงๆ เลย

That's too hard.

3:19

นั่นแรงไป

Oh, uh no, honey.

3:21

โอ้ เอ่อ ไม่จ้ะลูก

The shells don't go in.

3:22

เปลือกไข่ใส่ลงไปไม่ได้

Let's try again.

3:24

ลองกันใหม่นะ

Okay.

3:25

โอเคค่ะ

Hello.

3:28

ฮัลโหล

Hi.

3:29

หวัดดี

Uh will breakfast be in my mouth soon? น้ำเสียง/เจตนา

3:30

เอ่อ อาหารเช้าจะเข้าปากผมในเร็วๆ นี้ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

be in my mouth soon?: วิธีขออาหารแบบขำ ๆ และเกินจริง

ในที่นี้ be in my mouth soon ไม่ได้แค่ถามว่าอาหารเช้าอยู่ที่ไหน แต่สร้างภาพตลก ๆ ที่ตรงมากว่าอาหารกำลังจะมาอยู่ในปากของผู้พูดแล้ว ความหมายจริงคือ “หิวแล้ว อาหารเช้าจะพร้อมให้กินเร็ว ๆ นี้ไหม” การพูดเกินจริงทำให้ความใจร้อนฟังเป็นการเร่งแบบหยอกเล่น ไม่ใช่การบ่นจริงจัง

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่า ในร้านอาหารที่เป็นทางการ การถามพนักงานเสิร์ฟว่า “Will my food be in my mouth soon?” ฟังดูเป็นธรรมชาติและสุภาพหรือไม่

  1. ใช่ เป็นวิธีมาตรฐานที่สุภาพในการถามว่าอาหารจะมาเมื่อไร
  2. ไม่ เป็นคำขอที่ฟังดูเหมือนเด็กและตรงเกินไปจนไม่สุภาพ
ดูคำตอบ

ไม่ เป็นคำขอที่ฟังดูเหมือนเด็กและตรงเกินไปจนไม่สุภาพ

It's on its way. วลี

3:32

กำลังไปแล้ว

วลี

on its way: กำลังมาหรือจะมาถึงเร็ว ๆ นี้

be on its way หมายถึงบางสิ่งกำลังมา กำลังถูกส่งมา หรือจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ ที่นี่ It's on its way ใช้ปลอบคนที่กำลังหิวว่าอาหารเช้ากำลังเตรียมหรือกำลังนำมาเสิร์ฟ และจะพร้อมในไม่ช้า คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องเปลี่ยนตามประธาน: ถ้าเป็นสิ่งเดียวใช้ on its way แต่ถ้าเป็นหลายสิ่งใช้ on their way

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียน: The courier has picked up your package, and it is ____.

ดูคำตอบ

on its way

I'm just letting Bingo help me.

3:34

ฉันแค่ให้บิงโกช่วยอยู่

I don't want to complain, but I'm... น้ำเสียง/เจตนา

3:36

ผมไม่อยากบ่นนะ แต่ผม...

น้ำเสียง/เจตนา

I don't want to complain, but... เพื่อทำให้คำบ่นนุ่มนวลขึ้น

I don't want to complain, but... เป็นคำเปิดที่ช่วยทำให้สิ่งที่จะพูดต่อฟังนุ่มนวลขึ้น ผู้พูดบอกก่อนว่าไม่อยากฟังดูเป็นคนคิดลบ แล้วใช้ but เพื่อนำเข้าสู่ความกังวลหรือข้อร้องเรียนที่ต้องการพูดจริง ๆ โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการบ่นตามมา คำเปิดนี้ลดความตรงของข้อความที่ตามมา แต่ไม่ได้ทำให้ข้อร้องเรียนหายไป

แบบฝึกหัด

คำเปิด I don't want to complain, but... มักส่งสัญญาณอะไร?

  1. ผู้พูดสัญญาว่าจะไม่พูดถึงปัญหาใด ๆ
  2. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. ผู้พูดกำลังจะยกปัญหาขึ้นมาอย่างนุ่มนวลกว่าเดิม
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังจะยกปัญหาขึ้นมาอย่างนุ่มนวลกว่าเดิม

Sorry.

3:38

โทษที

Was that my breakfast?

3:39

นั่นใช่อาหารเช้าผมไหม

That was a big one.

3:41

เสียงดังเชียว

I've got to go. วลี

3:42

พี่ต้องไปแล้ว

วลี

I've got to go: วิธีพูดในบทสนทนาว่าต้องไปแล้ว

ใน I've got to go โครงสร้าง have got to มีความหมายเหมือน have to หรือ must คือจำเป็นต้องทำบางอย่าง ทั้งประโยคเป็นวิธีพูดตามธรรมชาติในบทสนทนาว่าผู้พูดจำเป็นต้องไป และมักใช้เพื่อจบบทสนทนา I've got ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงได้รับบางสิ่งมาแล้ว เนื่องจากมี to go ตามหลัง จึงควรเข้าใจ have got to เป็นโครงสร้างเดียวที่แสดงความจำเป็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ I have got to: Sorry, ____ go now.

ดูคำตอบ

I've got to

Bingo, I might handle the omelet, honey. น้ำเสียง/เจตนา

3:44

บิงโก แม่อาจจะต้องทำออมเล็ตเองแล้วล่ะลูก

น้ำเสียง/เจตนา

might handle the omelet, honey: การรับช่วงงานอย่างนุ่มนวล

ใน I might handle... คำว่า might ทำให้การตัดสินใจของผู้พูดฟังคล้ายข้อเสนอที่ยังไม่ฟันธง ในที่นี้หน้าที่หลักคือทำให้ความหมายว่า “ฉันจะรับช่วงเอง” นุ่มนวลขึ้น ไม่ได้แปลว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าตนทำออมเล็ตได้หรือไม่ handle หมายถึงรับผิดชอบหรือจัดการงาน ส่วน honey เพิ่มความอบอุ่นให้คำพูด ประโยคทั้งหมดจึงเป็นการรับงานต่อจาก Bingo อย่างอ่อนโยนโดยไม่ตำหนิเธอตรง ๆ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดต้องการสื่ออะไรเป็นหลักด้วย I might handle the omelet?

  1. ผู้พูดกำลังบอกอย่างนุ่มนวลว่าจะรับช่วงงานเอง
  2. ผู้พูดต้องการให้ Bingo ทำออมเล็ตต่อไปคนเดียว
  3. ผู้พูดไม่แน่ใจว่าตนสามารถทำออมเล็ตได้หรือไม่
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังบอกอย่างนุ่มนวลว่าจะรับช่วงงานเอง

Oh, you don't want my help.

3:46

โอ้ แม่ไม่อยากให้หนูช่วยแล้ว

Um, I do,

3:48

อืม แม่อยากนะ

but it might be quicker if I do it. น้ำเสียง/เจตนา

3:50

แต่แม่ทำเองอาจจะเร็วกว่า

น้ำเสียง/เจตนา

it might be quicker if I do it: การปฏิเสธความช่วยเหลืออย่างนุ่มนวล

อนุประโยค but it might be quicker if I do it เปรียบเทียบด้านประสิทธิภาพว่า งานอาจใช้เวลาน้อยลงหากผู้พูดเป็นคนทำเอง ในบริบทนี้ เหตุผลดังกล่าวใช้ปฏิเสธความช่วยเหลือของอีกฝ่ายทางอ้อมและสื่อว่า “ฉันอยากทำเอง” might ทำให้ quicker ฟังดูไม่เด็ดขาดเกินไป ส่วนอนุประโยค if ระบุวิธีที่ผู้พูดต้องการ วิธีนี้รักษาความรู้สึกของผู้ฟังมากกว่าการพูดตรง ๆ ว่า I don't want your help แม้อีกฝ่ายอาจยังรับรู้ถึงคำตำหนิที่แฝงอยู่ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค Thanks, but it might be quicker if I fill out the form ผู้พูดน่าจะกำลังทำอะไรอยู่มากที่สุด?

  1. ขอให้อีกฝ่ายกรอกแบบฟอร์มให้เร็วขึ้น
  2. รับงานกลับมาทำอย่างสุภาพโดยให้เหตุผลด้านประสิทธิภาพ
  3. เปรียบเทียบอย่างเป็นกลางโดยไม่ได้ต้องการให้ใครเป็นคนทำเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ

รับงานกลับมาทำอย่างสุภาพโดยให้เหตุผลด้านประสิทธิภาพ

Uh, okay.

3:52

เอ่อ โอเคค่ะ

Why don't you help Bluey set the breakfast tray? น้ำเสียง/เจตนา

3:54

ลูกไปช่วยบลูอี้จัดถาดอาหารเช้าดีไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Why don't you help Bluey ...?:การเสนอแนะอย่างนุ่มนวล

Why don't you + กริยารูปพื้นฐาน...? มักใช้เพื่อเสนอแนะหรือมอบหมายงานอย่างนุ่มนวล ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังชวนให้ผู้ฟังไปช่วย Bluey ไม่ได้ถามหาเหตุผล รูปคำถามทำให้คำบอกนั้นฟังนุ่มนวลกว่า Help Bluey... แต่ตามบริบทก็ยังอาจเป็นการมอบหมายงาน ไม่ใช่ข้อเสนอที่เลือกได้อย่างอิสระทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอแนะอย่างเป็นมิตรด้วยรูปแบบเป้าหมาย: Your friend has several bags. Why ____ help her carry them?

ดูคำตอบ

don't you

I don't need help.

3:57

หนูไม่ต้องให้ใครช่วย

I'm finished.

3:58

หนูทำเสร็จแล้ว

Aww.

3:59

อ้าว

Well, um, oh, look, Bingo.

4:00

เอ้อ อืม โอ้ ดูสิ บิงโก

You could play with the salt and pepper soldiers. วัฒนธรรม

4:02

ลูกเล่นทหารเกลือกับพริกไทยได้นะ

วัฒนธรรม

play with the salt and pepper soldiers:ชื่อที่ใช้ในการเล่นสมมติ

ในฉากนี้ the salt and pepper soldiers คือขวดเกลือและขวดพริกไทยที่ถูกจินตนาการให้เป็นทหาร คำว่า soldiers เป็นชื่อบทบาทของสิ่งของเหล่านี้ในเกมสมมติของเด็ก ไม่ได้หมายถึงคนจริง ๆ ดังนั้น play with จึงหมายถึงการนำของใช้บนโต๊ะมาเล่นเป็นตัวละครในจินตนาการ ชื่อที่สร้างขึ้นนี้ทำให้ต่อยอดเป็นการเล่น เช่น ให้พวกมันเฝ้าราชินีได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the salt and pepper soldiers หมายถึงอะไร?

  1. ทหารจริง ๆ ที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะอาหารเช้า
  2. อาหารเช้าชนิดหนึ่งที่เรียกกันตามธรรมเนียมว่า soldiers
  3. ขวดเกลือและขวดพริกไทยที่ถูกจินตนาการให้เป็นทหาร
ดูคำตอบ

ขวดเกลือและขวดพริกไทยที่ถูกจินตนาการให้เป็นทหาร

You love them.

4:04

ลูกชอบพวกเขานี่นา

Okay, Mama.

4:06

โอเคค่ะแม่

It's coming.

4:11

มาแล้ว

Bluey, run this celery up to Dad. กริยาวลี

4:13

บลูอี้ วิ่งเอาเซเลอรีนี่ไปให้พ่อนะ

กริยาวลี

run this celery up to Dad: รีบนำของขึ้นไปส่ง

ในประโยคคำสั่งนี้ run หมายถึง “รีบนำไปหรือส่งให้” ไม่ใช่ “ไปวิ่งออกกำลังกาย” this celery คือสิ่งที่ต้องนำไปส่ง และ to Dad บอกว่าผู้รับคือพ่อ คำว่า up ในที่นี้บอกว่าพ่ออยู่ในจุดที่สูงกว่า เช่น ชั้นบน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ run + สิ่งของ + up to + คน ใช้ขอให้ใครสักคนรีบนำของขึ้นไปส่งให้คนที่อยู่ข้างบน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ run this celery up to Dad หมายความว่าอะไร

  1. รีบนำเซเลอรี่ขึ้นไปให้พ่อที่ชั้นบน
  2. ถือเซเลอรี่ไปวิ่งออกกำลังกายกับพ่อ
  3. ให้พ่อเป็นคนนำเซเลอรี่ขึ้นไปชั้นบน
ดูคำตอบ

รีบนำเซเลอรี่ขึ้นไปให้พ่อที่ชั้นบน

Yes, Mum.

4:15

ค่ะแม่

Okay.

4:16

โอเค

Extra super quick omelet,

4:17

ออมเล็ตด่วนจี๋เป็นพิเศษ

also my specialty.

4:19

ของถนัดของฉันเหมือนกัน

Alright.

4:30

เอาล่ะ

omelet done.

4:31

ออมเล็ตเสร็จแล้ว

Where are you going?

4:33

พี่จะไปไหน

I'm off to guard the queen. โน้ต

4:34

พี่จะไปคุ้มกันพระราชินี

วลี

I'm off to + คำกริยารูปพื้นฐาน: บอกว่ากำลังจะออกไป

ในประโยคนี้ I'm off หมายถึง “ฉันกำลังจะออกไปตอนนี้” ส่วน to guard the queen บอกจุดประสงค์ของการออกไป to guard เป็นรูป infinitive ที่บอกจุดประสงค์ ใช้ I'm off to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกสั้น ๆ อย่างเป็นธรรมชาติว่ากำลังจะออกไปทำบางอย่าง รูปแบบนี้บอกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ไม่ใช่กิจวัตรประจำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกการออกไปด้วยสำนวนสองคำจาก I'm off to guard the queen: I'm ____ help my neighbor.

ดูคำตอบ

off to

That's my job.

4:36

มันเป็นงานของพี่

Ooh, I'll come too.

4:37

โอ้ หนูไปด้วย

No, you can't guard the queen.

4:38

ไม่ได้ เธอคุ้มกันพระราชินีไม่ได้

วัฒนธรรม

guard the queen: บทบาทสมมติเป็นองครักษ์หลวง

ในฉากนี้ guard the queen หมายถึง “ปกป้องราชินี” แต่เป็นหน้าที่ในเกมสมมติ ไม่ใช่งานรักษาความปลอดภัยจริง ผู้พูดจินตนาการว่าสิ่งของธรรมดาบนโต๊ะเป็นทหารหลวง แล้วตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คอยอารักขา ภาพนี้อาศัยภาพที่คุ้นเคยขององครักษ์หลวงในเครื่องแบบซึ่งทำหน้าที่ปกป้องพระมหากษัตริย์ ในสถานที่ที่มีความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมกับอังกฤษหรือเครือจักรภพ รวมถึงออสเตรเลีย ราชินีกับเหล่าองครักษ์เป็นภาพราชวงศ์ที่จดจำได้ง่าย ภูมิหลังนี้จึงบอกว่าเป็นการเล่นสมมติ ไม่ใช่เรื่องงานจริงในพระราชวัง

แบบฝึกหัด

guard the queen ในฉากนี้หมายถึงอะไร?

  1. พวกเขากำลังสมมติให้ใครคนหนึ่งเป็นองครักษ์หลวง
  2. พวกเขากำลังบอกว่าราชินีต้องคอยปกป้องพวกเขา
  3. พวกเขากำลังพูดถึงงานรักษาความปลอดภัยจริงในพระราชวัง
ดูคำตอบ

พวกเขากำลังสมมติให้ใครคนหนึ่งเป็นองครักษ์หลวง

Why not?

4:41

ทำไมล่ะ

You're not good at it.

4:42

เธอไม่เก่งเรื่องนี้

I am.

4:43

เก่งสิ

Really, I am.

4:44

หนูเก่งจริงๆ นะ

No, you better stay home. ไวยากรณ์

4:45

ไม่ เธออยู่บ้านดีกว่า

ไวยากรณ์

you better stay home: รูปไม่เป็นทางการของ had better

you better stay home เป็นรูปภาษาพูดไม่เป็นทางการของ you had better stay home โดยละ had แต่หลัง better ยังต้องตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน stay ไม่ใช่ to stay had better ใช้ให้คำแนะนำที่หนักแน่นหรือออกคำสั่ง และมักสื่อว่าหากไม่ทำตามอาจเกิดปัญหา ในที่นี้ เมื่อพูดต่อจาก No ผู้พูดไม่ได้กำลังเปรียบเทียบ แต่กำลังบอกอีกฝ่ายอย่างหนักแน่นให้อยู่บ้าน

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนแบบไม่เป็นทางการโดยละ had: The sidewalk is icy, so you ____ walk slowly.

ดูคำตอบ

better

But, I'm a guard just like you.

4:47

แต่หนูเป็นทหารยามเหมือนพี่เลยนะ

Yes, but you're not a proper guard like me. การใช้คำ

4:49

ใช่ แต่เธอไม่ใช่ทหารยามที่แท้จริงแบบพี่

การใช้คำ

proper guard: ยามที่มีคุณสมบัติและได้มาตรฐานจริง

ใน proper guard คำว่า proper หมายถึง “มีคุณสมบัติจริง ๆ เหมาะสมอย่างเต็มที่ หรือได้มาตรฐานของบทบาทนั้น” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ถูกต้อง” ตามข้อเท็จจริง รูปแบบ not a proper X เป็นการตัดสินว่าคนหรือสิ่งหนึ่งยังนับว่าเป็น X อย่างแท้จริงไม่ได้ ส่วน like me ทำให้ผู้พูดยกตัวเองเป็นมาตรฐาน ประโยคนี้จึงฟังดูโอ้อวดและกีดกันอีกฝ่ายว่าไม่คู่ควรเท่า

แบบฝึกหัด

ใน “You're not a proper guard like me,” คำว่า proper guard หมายถึงอะไร

  1. ยามที่มีคุณสมบัติจริงหรือเหมาะสมตามมาตรฐาน
  2. ยามที่สุภาพและมีมารยาทดี
  3. ยามที่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ยามที่มีคุณสมบัติจริงหรือเหมาะสมตามมาตรฐาน

Oh, okay then.

4:53

โอ้ โอเคก็ได้

Bye.

4:55

บาย

Bye.

4:56

บาย

Hello, Queen.

4:58

สวัสดีค่ะพระราชินี

Oh, hello.

4:59

โอ้ สวัสดีจ้ะ

The number you have dialed has been disconnected. วัฒนธรรม

5:04

หมายเลขที่ท่านเรียกยังไม่เปิดใช้บริการ

วัฒนธรรม

The number you have dialed has been disconnected: ข้อความโทรศัพท์อัตโนมัติ

นี่เป็นสำนวนมาตรฐานของข้อความโทรศัพท์อัตโนมัติ The number you have dialed ระบุหมายเลขที่ผู้โทรเพิ่งกด ส่วน has been disconnected หมายความว่าบริการโทรศัพท์ของหมายเลขนั้นไม่ได้เปิดใช้งานแล้ว ในที่นี้ผู้พูดกำลังเลียนแบบข้อความของระบบที่ไม่มีความเป็นส่วนตัว แทนที่จะตอบแบบบทสนทนาทั่วไป การเลียนแบบนี้ทำเหมือนว่าติดต่อกันไม่ได้เพื่อความขบขันและกีดกันอีกฝ่ายออกไป

แบบฝึกหัด

“The number you have dialed has been disconnected” เลียนแบบข้อความประเภทใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. คำขอแบบกันเองให้โทรกลับมาใหม่ภายหลัง
  2. คนที่บอกว่าการโทรปัจจุบันมีคุณภาพเสียงไม่ดี
  3. ข้อความอัตโนมัติที่แจ้งว่าหมายเลขที่โทรไปไม่ได้เปิดให้บริการแล้ว
ดูคำตอบ

ข้อความอัตโนมัติที่แจ้งว่าหมายเลขที่โทรไปไม่ได้เปิดให้บริการแล้ว

Hey, what?

5:06

เฮ้ อะไรนะ

Bingo, come here.

5:07

บิงโก มานี่สิ

I made an omelet for Dad,

5:11

แม่ทำออมเล็ตให้พ่อแล้วล่ะ

but I didn't make it the right way. วลี

5:13

แต่แม่ทำผิดวิธีไปหน่อย

วลี

didn't make it the right way: เน้นวิธีที่ถูกต้อง

ใน didn't make it the right way คำว่า make it หมายถึงทำหรือเตรียมสิ่งที่กำลังพูดถึงอยู่ โดย it หมายถึงออมเล็ต ส่วน the right way บอกวิธีหรือขั้นตอนที่ถูกต้อง ไม่ได้หมายถึงทิศทางทางกายภาพ ผู้พูดทำออมเล็ตแล้ว แต่ไม่ได้ทำตามขั้นตอนที่ควรทำ โครงสร้างนี้ใช้ต่อได้กับการทำ การประกอบ หรือการทำงานบางอย่างให้เสร็จ เมื่อกระบวนการเป็นเรื่องสำคัญ make it the right way หมายถึงทำโดยใช้วิธีที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ใน I didn't make it the right way คำว่า the right way อธิบายอะไร

  1. ทิศทางทางกายภาพ
  2. ด้านขวาของบางสิ่ง
  3. วิธีหรือกระบวนการที่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

วิธีหรือกระบวนการที่ถูกต้อง

Really?

5:16

จริงเหรอคะ

Yeah.

5:17

จ้ะ

I need your help making another one. ไวยากรณ์

5:18

แม่ต้องให้ลูกช่วยทำอีกอันแล้วล่ะ

ไวยากรณ์

help making another one: need your help + V-ing

ใน need your help making another one คำว่า help เป็นคำนาม your help หมายถึงความช่วยเหลือจากคุณ และ making another one อธิบายว่าต้องการความช่วยเหลือเรื่องอะไร another one หมายถึงสิ่งประเภทเดียวกันอีกหนึ่งชิ้น ในที่นี้หมายถึงออมเล็ตอีกหนึ่งชิ้น need someone's help + V-ing เป็นโครงสร้างที่เป็นธรรมชาติสำหรับขอให้ใครช่วยทำกิจกรรมที่เจาะจง รูป -ing บอกการกระทำที่ต้องการความช่วยเหลือ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ need someone's help + V-ing ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อขอความช่วยเหลือในการหากุญแจ

  1. I need your help finding my keys.
  2. I need your help find my keys.
  3. I need you help finding my keys.
ดูคำตอบ

I need your help finding my keys.

Okay.

5:21

โอเคค่ะ

Is that an omelet I can smell? ไวยากรณ์

5:22

นั่นกลิ่นออมเล็ตหรือเปล่า

ไวยากรณ์

Is that an omelet I can smell?:ใช้โครงสร้างละคำสัมพันธ์เพื่อระบุสิ่งจากกลิ่น

ในประโยคนี้ I can smell ใช้ขยาย an omelet ความหมายใกล้เคียงกับ an omelet that I can smell โดยละ that หรือ which ซึ่งเป็นคำสรรพนามสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมไว้ ผู้พูดกำลังระบุว่ากลิ่นที่ได้กลิ่นมาจากอะไร ไม่ได้ถามว่าออมเล็ตสามารถดมกลิ่นได้หรือไม่ Is that + คำนาม + I can smell? เป็นรูปแบบภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติสำหรับระบุสิ่งใกล้ตัวจากกลิ่น รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับคำกริยารับความรู้สึกอื่น เช่น hear ได้

แบบฝึกหัด

Is that an omelet I can smell? ในบริบทนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ฉันขอดมออมเล็ตได้ไหม
  2. สิ่งที่ฉันได้กลิ่นคือออมเล็ตหรือ
  3. ออมเล็ตสามารถดมกลิ่นอะไรได้หรือ
ดูคำตอบ

สิ่งที่ฉันได้กลิ่นคือออมเล็ตหรือ

Get back upstairs.

5:24

กลับขึ้นไปข้างบนเลย

It is.

5:25

ใช่เลย

Can I just

5:26

ผมขอแค่...

No.

5:27

ไม่ได้

This isn't for you.

5:27

นี่ไม่ใช่สำหรับคุณ

What?

5:28

อะไรนะ

Well, who's it for?

5:29

อ้าว แล้วของใครล่ะ

You go.

5:30

ลูกไปเถอะ

I'll take care of Dad. วลี

5:30

แม่จะดูแลพ่อเอง

วลี

take care of Dad.:รับผิดชอบดูแลพ่อจริง ๆ

ในที่นี้ take care of Dad หมายถึงรับผิดชอบดูแลพ่อและจัดการสิ่งที่พ่อต้องการ สำนวนนี้พูดถึงการลงมือทำจริง ไม่ใช่เพียงความรักหรือความห่วงใย รูปแบบ take care of + บุคคล มักหมายถึงดูแลบุคคลนั้น แต่ถ้าตามด้วยงานหรือปัญหา อาจหมายถึงจัดการหรือรับผิดชอบสิ่งนั้นได้ I'll ทำให้ประโยคนี้เป็นคำสัญญาหรือข้อเสนอว่าจะรับผิดชอบเอง

แบบฝึกหัด

take care of ในประโยค I'll take care of Dad. แสดงความหมายอะไร

  1. ฉันแค่รู้สึกห่วงพ่อ
  2. ฉันจะดูแลพ่อและจัดการสิ่งที่พ่อต้องการ
  3. ฉันจะอยู่ห่างจากพ่อ
ดูคำตอบ

ฉันจะดูแลพ่อและจัดการสิ่งที่พ่อต้องการ

Please,

5:32

ขอร้องล่ะ

I need food.

5:33

ผมต้องการอาหาร

Maybe I could eat this plant.

6:11

บางทีผมอาจจะกินต้นไม้นี่ได้

Happy birthday.

6:15

สุขสันต์วันเกิด

Is that food?

6:16

นั่นของกินหรือเปล่า

Sure is. น้ำเสียง/เจตนา

6:17

แน่นอน

น้ำเสียง/เจตนา

Sure is. — คำตอบสั้น ๆ ที่ยืนยันอย่างหนักแน่น

“Sure is.” เป็นคำตอบสั้น ๆ แบบกันเองที่ใช้ยืนยันอย่างหนักแน่น มีความหมายว่า “It certainly is.” โดยละประธาน it เพราะประโยคก่อนหน้าทำให้รู้อยู่แล้วว่ากำลังพูดถึงอะไร ในที่นี้ sure ทำให้การยืนยันหนักแน่นขึ้น ส่วน is เป็นคำกริยา ไม่ใช่ sure ที่เป็นคำคุณศัพท์และหมายถึงคนรู้สึกมั่นใจ

แบบฝึกหัด

คำตอบใดใช้ยืนยันข้อความ “This hill is steep” แบบกันเองและหนักแน่น?

  1. I'm sure.
  2. It might be.
  3. Sure is.
ดูคำตอบ

Sure is.

I made you an omelet.

6:18

แม่ทำออมเล็ตให้พ่อค่ะ

Give it here.

6:19

ส่งมานี่เลย

No, no.

6:20

ไม่ๆ

Stand back, Bingo. น้ำเสียง/เจตนา

6:21

ถอยไปบิงโก

You might lose a finger.

6:22

พ่ออาจจะเสียนิ้วได้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

Stand back ... might lose a finger. เป็นคำเตือนแบบขำ ๆ

“Stand back” เป็นประโยคคำสั่งที่บอกให้ Bingo ถอยออกไป ส่วน “You might lose a finger” เพิ่มผลเสียที่อาจเกิดขึ้น สองประโยคนี้จึงทำงานร่วมกันเป็นคำเตือน ในฉากสบาย ๆ ที่มีคนรีบคว้าอาหาร การเสียนิ้วเป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ข้อความที่แท้จริงคือ “อย่าเข้ามาใกล้เกินไปตอนฉันรีบคว้าอาหาร” และผลลัพธ์ที่รุนแรงทำให้คำเตือนตลกแทนที่จะเป็นคำขู่จริงจัง

แบบฝึกหัด

ในฉากสบาย ๆ ที่มีคนรีบคว้าอาหาร ให้ตัดสินการตีความนี้: “You might lose a finger” หลัก ๆ คือการคาดการณ์ตามความหมายตรงตัวว่าจะได้รับบาดเจ็บ

  1. ถูกต้อง เพราะหลัก ๆ แล้วเป็นการคาดการณ์อย่างจริงจังว่าจะได้รับบาดเจ็บ
  2. ไม่ถูกต้อง เพราะหลัก ๆ แล้วเป็นคำเตือนแบบพูดเกินจริงให้อยู่ห่าง ๆ
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง เพราะหลัก ๆ แล้วเป็นคำเตือนแบบพูดเกินจริงให้อยู่ห่าง ๆ

Ah.

6:29

อ้า

Did you like it?

6:32

ชอบไหมคะ

Bingo, I'm gonna be completely honest. น้ำเสียง/เจตนา

6:33

บิงโก พ่อจะพูดตรงๆ เลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

gonna be completely honest ... คำเกริ่นก่อนการประเมินอย่างตรงไปตรงมา

ในประโยคนี้ I'm gonna be completely honest เป็นคำเกริ่นในภาษาพูดเพื่อบอกว่ากำลังจะพูดความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจ หน้าที่หลักไม่ใช่การบอกว่าจะทำอะไรในอนาคต แต่เป็นการเตรียมผู้ฟังให้รับฟังการประเมินอย่างจริงใจ คำว่า completely ช่วยเน้นความจริงจังของคำพูดนี้ คำเกริ่นนี้ใช้ก่อนคำชมก็ได้ และใช้ก่อนคำวิจารณ์ก็ได้ ในที่นี้มันสร้างความลุ้นเล็กน้อยก่อนตามด้วยการประเมินในแง่บวกมาก จึงฟังดูจริงจังโดยไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีข่าวร้ายตามมา

แบบฝึกหัด

เติมคำเกริ่นในภาษาพูดที่เรียนมา: I'm gonna ____: I forgot to bring the tickets.

ดูคำตอบ

be completely honest

That was the best omelet I've ever had in my life. ไวยากรณ์

6:36

นี่เป็นออมเล็ตที่อร่อยที่สุดเท่าที่พ่อเคยได้กินมาในชีวิตเลย

ไวยากรณ์

the best omelet I've ever had in my life ... คำชมขั้นสูงสุดจากประสบการณ์ส่วนตัว

The best omelet I've ever had in my life เป็นการแสดงขั้นสูงสุดจากประสบการณ์ส่วนตัว หมายความว่าออมเล็ตจานนี้ดีกว่าออมเล็ตทั้งหมดที่ผู้พูดเคยกินมา the best ระบุสิ่งที่อยู่ในระดับสูงสุด ส่วน I've ever had กำหนดขอบเขตการเปรียบเทียบไว้ที่ประสบการณ์ของผู้พูดจนถึงตอนนี้ In my life ช่วยขยายและเน้นขอบเขตนั้น โดยมากเป็นการเน้นอย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่การบันทึกสถิติของทั้งชีวิตอย่างแม่นยำ จึงสื่อถึงคำชมที่แรงมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างขั้นสูงสุดจากประสบการณ์ส่วนตัวเพื่อชมหนังที่ผู้พูดเคยดูได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. That was the best movie I ever see in my life.
  2. That was the better movie I've ever seen in my life.
  3. That was the best movie I've ever seen in my life.
ดูคำตอบ

That was the best movie I've ever seen in my life.

Yay.

6:39

เย้

Can I have another one?

6:41

พ่อขออีกอันได้ไหม

Yes.

6:42

ได้ค่ะ

Let me clean this away for you, birthday boy. กริยาวลี

6:43

ให้ฉันเก็บกวาดให้คุณนะ เจ้าของวันเกิด

กริยาวลี

clean this away for you: เก็บของให้เพื่อช่วยอีกฝ่าย

ในบริบทบนโต๊ะอาหารนี้ clean this away หมายถึงเก็บของที่ใช้แล้วหรือเศษที่เหลือออกจากจุดเดิม โดยเป็นส่วนหนึ่งของการทำความสะอาด away บอกผลว่าสิ่งนั้นไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ได้หมายความว่าต้องเอาไปไกลมาก for you หมายถึงผู้พูดจะทำสิ่งนั้นแทนอีกฝ่าย เมื่อใช้ร่วมกับ Let me ทั้งวลีจึงเป็นการเสนอตัวช่วยอย่างเป็นมิตร

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Let me clean this away for you,” คำว่า clean this away หมายถึงอะไรในบริบทนี้

  1. เก็บของที่ใช้แล้วหรือเศษสกปรกออกจากตรงนี้ระหว่างทำความสะอาด
  2. นำของชิ้นนั้นไปล้างในสถานที่ที่ไกลมาก
  3. อธิบายว่าทำไมของชิ้นนั้นจึงสกปรก
ดูคำตอบ

เก็บของที่ใช้แล้วหรือเศษสกปรกออกจากตรงนี้ระหว่างทำความสะอาด

No, Mum.

6:45

ไม่ค่ะแม่

I can do it.

6:46

หนูทำได้

Oh, okay.

6:47

โอ้ โอเค

Thanks, Bingo.

6:48

ขอบใจนะบิงโก

I'll help you.

6:49

พี่จะช่วยเธอเอง

Thanks, Bluey.

6:50

ขอบใจนะ บลูอี้

I think there were a few egg shells in that omelet. วลี

6:54

พ่อคิดว่ามีเปลือกไข่อยู่ในออมเล็ตนั่นนิดหน่อยนะ

วลี

were a few ... in ...: บอกปัญหาเล็กน้อยอย่างนุ่มนวล

โครงสร้าง there were + คำนามพหูพจน์ + in ... ใช้บอกว่ามีสิ่งของบางอย่างอยู่ในสถานที่หนึ่ง ในที่นี้ a few egg shells หมายถึงมีเศษเปลือกไข่จำนวนเล็กน้อยแต่มีอยู่จริงในไข่เจียว โดย a few ไม่ได้บอกจำนวนที่แน่นอน ในการบอกปัญหานี้ a few ทำให้ปริมาณดูจำกัด จึงทำให้คำตำหนิฟังดูนุ่มนวลขึ้น ส่วน I think ที่ต้นประโยคช่วยลดความตรงลงอีก ทำให้ความเห็นไม่แข็งเกินไป

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในการให้ความเห็นอย่างนุ่มนวล “I think there were a few mistakes in the report” มักฟังดูรุนแรงน้อยกว่า “There were many mistakes in the report.”

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

จริง

Well, you can't make an omelet without breaking a few สำนวน

6:56

แหม เราทำออมเล็ตโดยไม่ตอกไม่ได้นี่นา...

We'll clean it up.

7:00

พวกเราจะทำความสะอาดให้ค่ะ

สำนวน

can't make an omelet without breaking a few ... We'll clean it up: ความสำเร็จอาจต้องแลกด้วยบางอย่าง

รูปแบบประโยค You can't make an omelet without breaking a few eggs หมายความว่า การจะได้ผลลัพธ์บางอย่างอาจต้องมีต้นทุนเล็กน้อย ความผิดพลาด หรือความยุ่งเหยิงตามมา โดยทั่วไปเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำแนะนำในการทำอาหาร ในฉากนี้ ประโยคดังกล่าวยังเข้ากับการกระทำจริงในครัวด้วย We'll clean it up เป็นการทำให้คนอื่นสบายใจและรับรองว่าจะจัดการเก็บกวาดความยุ่งเหยิง ดังนั้นผู้พูดจึงมองความยุ่งเล็กน้อยนี้ว่าเป็นปัญหาที่จัดการได้ระหว่างการทำให้สำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนให้สมบูรณ์: You can't make an omelet without ____.

ดูคำตอบ

breaking a few eggs

Eggs.

7:03

ไข่