เซลล์มะเร็งมีพฤติกรรมต่างจากเซลล์ปกติอย่างไร? - George Zaidan: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายตั้งแต่การแบ่งตัวตามปกติของเซลล์เปลี่ยนไปเป็นมะเร็งได้อย่างไร เหตุใดการรักษาจึงขึ้นอยู่กับตำแหน่งและระยะของโรค และเคมีบำบัดใช้ประโยชน์จากการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วอย่างไร แม้จะกระทบเซลล์ปกติที่แบ่งตัวบ่อยด้วย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. gets a typo, — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าการเปรียบกับข้อผิดพลาดในการพิมพ์ที่พบได้ในชีวิตประจำวันช่วยนำเสนอการกลายพันธุ์ของ DNA ว่าเป็นข้อมูลชีวภาพที่ผิดพลาด และสังเกตได้ว่าคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ใช้ภาพที่คุ้นเคยเพื่อทำให้กระบวนการระดับโมเลกุลที่มองไม่เห็นเป็นรูปธรรมอย่างไร 2. neither radiation nor chemotherapeutic drugs target only cancer cells. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ neither...nor... เพื่อเชื่อมประธานสองส่วนและใช้ใจความปฏิเสธเดียวกันกับทั้งคู่ได้อย่างแม่นยำ ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวย้ำว่าทั้งรังสีและยาเคมีบำบัดไม่ได้เจาะจงเฉพาะเซลล์มะเร็ง แต่สามารถกระทบเซลล์ปกติได้เช่นกัน 3. turn cancer's main strength into a weakness. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: ใช้ turn X into Y เพื่ออธิบายการเปลี่ยนจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่งในเหตุผลเชิงอธิบาย และเข้าใจข้อสรุปว่าเคมีบำบัดอาศัยการเติบโตที่รวดเร็วและไร้การควบคุมของมะเร็งเพื่อเปลี่ยนจุดแข็งหลักนั้นให้กลายเป็นจุดอ่อน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
start life as: การบอกสภาวะเริ่มต้น
start life as + กลุ่มคำนาม หมายถึงเริ่มมีชีวิตหรือเริ่มต้นการดำรงอยู่ในรูปแบบ บทบาท หรือสภาวะใดสภาวะหนึ่ง ในประโยคนี้ as นำเข้าสู่รูปแบบเริ่มต้น คือแต่ละคนเริ่มชีวิตจากเซลล์เพียงเซลล์เดียว ไม่ได้หมายความว่าเราแกล้งทำเป็นเซลล์ โครงสร้างนี้เน้นสภาวะตอนเริ่มต้น และมักสื่อว่าภายหลังจะมีการเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลง จึงใช้บรรยายจุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิต องค์กร ผลิตภัณฑ์ หรือโครงการได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ start life as ในรูปบุรุษที่สามที่ถูกต้อง: A butterfly ____ a caterpillar.
ดูคำตอบ
starts life as
Cells form tissues, tissues form organs...: ห่วงโซ่ของระดับการประกอบ
ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง A form B ที่เชื่อมต่อและทำซ้ำกัน เพื่อแสดงลำดับขององค์ประกอบ ในที่นี้ form หมายถึง ประกอบเป็นหรือก่อให้เกิด ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำให้เป็นรูปร่าง ดังนั้นประโยคจึงเคลื่อนจากส่วนทางชีววิทยาที่เล็กกว่าไปสู่ภาพรวมที่ใหญ่กว่า ผลลัพธ์ของแต่ละส่วนจะกลายเป็นประธานของส่วนถัดไป คือเซลล์ประกอบกันเป็นเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อประกอบกันเป็นอวัยวะ และอวัยวะประกอบกันเป็นเรา การทำซ้ำโครงสร้างเดียวกันช่วยให้ติดตามระบบที่ซับซ้อนได้ทีละขั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ห่วงโซ่ที่เชื่อมต่อกันแบบเดียวกันเพื่อแสดงระดับของการประกอบ
- Words form phrases, phrases form sentences, and sentences form paragraphs.
- A paragraph can be long, short, simple, or complex.
- People use words to share ideas every day.
ดูคำตอบ
Words form phrases, phrases form sentences, and sentences form paragraphs.
by which: แสดงวิธีการหรือกลไกในอนุประโยคสัมพันธ์
ในที่นี้ which อ้างกลับไปที่ these cell divisions ส่วน by แสดงวิธีการหรือกลไก อนุประโยคสัมพันธ์นี้บอกว่าการแบ่งเซลล์เหล่านี้คือกระบวนการที่ทำให้การเปลี่ยนจากเซลล์เดียวไปเป็นเซลล์จำนวนมากเกิดขึ้นได้ โครงสร้าง คำนาม + by which + อนุประโยค เป็นรูปแบบทางการที่ใช้อธิบายว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นด้วยวิธีใด คำบุพบท by เป็นส่วนสำคัญ เพราะ which เพียงคำเดียวไม่ได้หมายถึง “โดยอาศัย”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคทางการโดยใช้ by กับสรรพนามสัมพันธ์: Filtration is the process ____ these particles are removed.
ดูคำตอบ
by which
go from A to B: เปลี่ยนจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่ง
Go from A to B แสดงจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ a single cell คือจำนวนเริ่มต้น และ 100 trillion cells คือจำนวนที่เป็นผลลัพธ์ โดย go หมายถึงเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา ไม่ได้หมายถึงเดินทาง A และ B อาจเป็นจำนวน สภาพ บทบาท หรือรูปแบบก็ได้ การแสดงปลายทั้งสองด้านอย่างชัดเจนทำให้โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับอธิบายการเติบโต การลดลง และการเปลี่ยนรูป
แบบฝึกหัด
เติมคำสองคำที่แสดงสภาพเริ่มต้นและสภาพสุดท้าย: Over ten years, the neighborhood went ____ quiet ____ busy.
ดูคำตอบ
from · to
are called growth.: การตั้งชื่อแนวคิด
are called growth เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำที่ใช้ตั้งชื่อให้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ประธานเข้าใจได้จากบริบทก่อนหน้า และ growth คือชื่อที่กำหนดให้กระบวนการหรือผลลัพธ์นั้น ในการอธิบายวิทยาศาสตร์และการเรียนการสอน be called + ชื่อ ใช้เชื่อมปรากฏการณ์ที่สังเกตได้กับคำศัพท์ของมัน โครงสร้างนี้บอกว่าปรากฏการณ์นั้นเรียกว่าอะไร ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นคนตั้งชื่อ
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้ถูกต้องและใช้ตั้งชื่อให้วัตถุเหล่านี้ These tiny dots ___ pixels.
- are calling
- are called
- call
ดูคำตอบ
are called
And growth seems like a simple thing because when we think of it, โน้ต
0:33และการเจริญเติบโตดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย เพราะเมื่อเรานึกถึงมัน
seems like a simple thing: การบอกความประทับใจแรก
seems like หมายความว่าสิ่งหนึ่งให้ความรู้สึกหรือภาพว่าเป็นบางอย่าง ในประโยค And growth seems like a simple thing ผู้พูดนำเสนอความเรียบง่ายในฐานะความประทับใจแรก ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่สรุปแน่นอนแล้ว การใช้รูปแบบนี้เปิดโอกาสให้คำอธิบายที่ตามมาปรับแก้ความประทับใจดังกล่าวได้ การเติบโตอาจดูเหมือนง่าย แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดก็อาจพบว่าซับซ้อนกว่านั้น
แบบฝึกหัด
วลีใดแสดงว่านี่เป็นเพียงความประทับใจแรก The repair ___ a small job, but it takes all day.
- seems like
- is
- must be
ดูคำตอบ
seems like
when we think of it, we typically think of: การนำเสนอความเชื่อมโยงทั่วไป
กรอบ when we think of it, we typically think of ... ใช้บอกสิ่งแรกที่คนทั่วไปมักเชื่อมโยงกับหัวข้อหนึ่ง ในประโยคนี้ it หมายถึง growth และสิ่งที่เชื่อมโยงถึงคือการที่ใครสักคนตัวสูงขึ้น we ในที่นี้รวมผู้พูดกับผู้ฟังไว้ในกลุ่มเดียวกัน ทำให้คำอธิบายมีจุดเริ่มต้นร่วมกันซึ่งสามารถขยายให้แม่นยำขึ้นหรือแก้ไขได้ในภายหลัง กรอบนี้ไม่ได้อ้างว่าเป็นคำนิยามที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
กรอบที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- ให้คำนิยามทางวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์ของการเติบโต
- รายงานว่าคนคนหนึ่งกำลังคิดอะไรอยู่ในขณะนั้น
- นำเสนอความเชื่อมโยงแรกที่พบได้ทั่วไป ซึ่งคำอธิบายต่อมาสามารถปรับให้แม่นยำขึ้นได้
ดูคำตอบ
นำเสนอความเชื่อมโยงแรกที่พบได้ทั่วไป ซึ่งคำอธิบายต่อมาสามารถปรับให้แม่นยำขึ้นได้
But to cells: การเปลี่ยนไปใช้มุมมองระดับเซลล์
ใน But to cells คำว่า to หมายถึง “ในมุมของเซลล์” หรือ “ในระดับเซลล์” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปหาเซลล์ วลีนี้ระบุมุมมองที่ใช้ประเมินข้อความในประโยค But แสดงความขัดแย้งกับมุมมองทั่วไปที่กล่าวไว้ก่อนหน้า กล่าวคือ การเติบโตอาจดูเรียบง่ายในความเข้าใจทั่วไป แต่ไม่เรียบง่ายในระดับเซลล์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ To + บุคคลหรือกลุ่ม แล้วตามด้วยข้อความที่มองจากมุมนั้น
แบบฝึกหัด
to cells ใน “But to cells, growth isn't simple” หมายความว่าอะไร
- เพื่อสร้างเซลล์ใหม่
- จากมุมมองของเซลล์หรือในระดับเซลล์
- เคลื่อนที่ไปในทิศทางของเซลล์
ดูคำตอบ
จากมุมมองของเซลล์หรือในระดับเซลล์
an intricate chemical dance: อุปมาของการประสานงานที่ซับซ้อน
วลี an intricate chemical dance เป็นอุปมา โดยเปรียบขั้นตอนทางเคมีที่ละเอียดและมีจำนวนมากในการแบ่งเซลล์กับท่วงท่าในการร่ายรำที่ซับซ้อน คำว่า dance ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเต้นตามเสียงดนตรีจริง ๆ อุปมานี้เน้นการประสานงาน กล่าวคือ หลายขั้นตอนมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบจนเกิดเป็นกระบวนการที่สมบูรณ์หนึ่งกระบวนการ เมื่อพบอุปมาคล้ายกัน ให้มองหาผู้มีส่วนร่วมหรือขั้นตอนที่ทำงานร่วมกัน
แบบฝึกหัด
an intricate chemical dance หมายถึงอะไรในประโยคนี้
- เซลล์กำลังเต้นตามเสียงดนตรีจริง ๆ
- การแบ่งเซลล์เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งขั้นตอนทางเคมีทำงานประสานกัน
- การแบ่งเซลล์เป็นเพียงขั้นตอนทางเคมีง่าย ๆ ขั้นตอนเดียว
ดูคำตอบ
การแบ่งเซลล์เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งขั้นตอนทางเคมีทำงานประสานกัน
part individual, part community-driven: โครงสร้าง part X, part Y
โครงสร้าง part X, part Y นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นส่วนผสมของคุณสมบัติ อิทธิพล หรือองค์ประกอบสองอย่าง ในประโยคนี้ การแบ่งเซลล์มีทั้งด้านที่เป็นปัจเจกและด้านที่ถูกกำหนดโดยชุมชนรอบข้าง part ในที่นี้ทำหน้าที่คล้ายคำวิเศษณ์และหมายถึง partly หรือ to some extent ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงชิ้นส่วน โครงสร้างนี้ไม่ได้บอกว่าทั้งสองด้านมีสัดส่วนเท่ากัน เว้นแต่บริบทจะให้ข้อมูลดังกล่าว
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง part X, part Y เพื่อแสดงว่างานหนึ่งมีคุณสมบัติทั้งสองอย่าง: The job is ____ creative, ____ technical.
ดูคำตอบ
part · part
in a neighborhood of 100 trillion cells: เปรียบร่างกายเป็นชุมชน
ในประโยคนี้ neighborhood เป็นอุปมาที่ใช้แทนชุมชนขนาดมหึมาของเซลล์ในร่างกาย เซลล์ไม่ได้อยู่ในย่านที่พักอาศัยจริง ๆ แต่ถูกนำเสนอเป็นสมาชิกจำนวนมากที่อยู่และทำงานร่วมกันในระบบเดียว กรอบความคิดนี้ทำให้เข้าใจ things go wrong ได้ง่ายขึ้น กล่าวคือ ในกลุ่มที่ใหญ่มากเช่นนี้ สมาชิกหนึ่งหน่วยอาจเกิดปัญหาขึ้นได้ในบางครั้ง โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถใช้สถานที่ทางสังคมที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายว่าส่วนต่าง ๆ จำนวนมากในระบบซับซ้อนอยู่ร่วมกันและส่งผลต่อกันอย่างไร
แบบฝึกหัด
จุดประสงค์หลักของการเรียกกลุ่มเซลล์ว่า neighborhood คืออะไร
- บอกว่าเซลล์อยู่ตามถนนในเมืองจริง ๆ
- นำเสนอเซลล์ว่าเป็นสมาชิกของชุมชนขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกัน
- ระบุย่านที่ผู้พูดอาศัยอยู่
ดูคำตอบ
นำเสนอเซลล์ว่าเป็นสมาชิกของชุมชนขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกัน
set of instructions or DNA: อุปมาและ or ที่ใช้เพื่ออธิบาย
Set of instructions เป็นอุปมาที่ใช้คำในชีวิตประจำวันอธิบาย DNA โดย DNA มีข้อมูลที่กำหนดแนวทางว่าเซลล์จะก่อตัวและทำงานอย่างไร การเรียกมันว่า instructions ทำให้แนวคิดทางชีววิทยาที่เป็นนามธรรมมองเห็นภาพได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ or DNA เป็นการระบุชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำกว่าสำหรับสิ่งเดียวกัน or ทำหน้าที่อธิบายและมีความหมายใกล้เคียงกับ “พูดอีกอย่างก็คือ DNA” ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังเลือกระหว่างสองสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
แบบฝึกหัด
ในวลี a set of instructions or DNA ส่วน or DNA ทำหน้าที่อะไร
- ให้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของคำอธิบายแบบทั่วไปที่อยู่ก่อนหน้า
- ขอให้ผู้ฟังเลือกว่าเซลล์มีสิ่งใดในสองอย่างนี้
- เพิ่ม DNA เป็นสิ่งที่สองซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ
ให้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของคำอธิบายแบบทั่วไปที่อยู่ก่อนหน้า
“gets a typo”: การเปรียบการกลายพันธุ์ของ DNA กับคำพิมพ์ผิด
ใน “gets a typo” คำว่า typo เป็นคำเปรียบเทียบ โดยมอง DNA ของเซลล์เหมือนคำสั่งที่เขียนไว้ และเปรียบการกลายพันธุ์กับข้อผิดพลาดในข้อมูลนั้น ไม่ได้หมายความว่ามีใครพิมพ์ DNA จริง ๆ แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือคำสั่งที่เข้ารหัสไว้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่นเดียวกับคำสั่งที่เขียนไว้ซึ่งอาจมีคำพิมพ์ผิด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “gets a typo” สื่อว่าเกิดอะไรขึ้นกับ DNA
- มีคนพิมพ์เอกสารอยู่ภายในเซลล์
- คำบรรยายมีคำสะกดผิด
- ข้อมูลที่เข้ารหัสไว้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือข้อผิดพลาด
ดูคำตอบ
ข้อมูลที่เข้ารหัสไว้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือข้อผิดพลาด
“what we call a mutation”: การตั้งชื่อให้ปรากฏการณ์ที่อธิบายไปแล้ว
“What we call a mutation” เป็นการให้ชื่อทางเทคนิคแก่ปรากฏการณ์ที่เพิ่งอธิบายไป ในที่นี้ what หมายถึง “สิ่งที่” และ call เชื่อมสิ่งนั้นเข้ากับชื่อ a mutation ในประโยคเต็ม อนุประโยคนี้เติมไว้หลังเครื่องหมายจุลภาคเพื่อตั้งชื่อให้ “typo” ที่กล่าวก่อนหน้า รูปแบบประโยคเต็มที่พบบ่อยคือ X is what we call Y ซึ่งเปลี่ยนจากการอธิบาย X ไปสู่ชื่อ Y ที่เป็นที่ยอมรับ
แบบฝึกหัด
เรียง what, we และ call ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This quick automatic response is ____ a reflex.
ดูคำตอบ
what we call
Most of the time the cell senses mistakes and shuts itself down โน้ต
0:59ส่วนใหญ่แล้วเซลล์จะรับรู้ถึงข้อผิดพลาดและปิดการทำงานตัวเองลง
Most of the time: รูปแบบปกติที่อาจมีข้อยกเว้น
Most of the time หมายถึง “ในโอกาสส่วนใหญ่” หรือ “โดยปกติ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าการตอบสนองของเซลล์เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นตามปกติ แต่ไม่ได้บอกว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น ใช้วลีนี้เมื่อต้องการบอกแนวโน้มโดยรวมที่ชัดเจน พร้อมเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นได้
แบบฝึกหัด
ข้อความใดตรงกับความหมายของ Most of the time มากที่สุด
- โดยปกติจะเกิดขึ้น แต่อาจมีข้อยกเว้น
- เกิดขึ้นทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น
- เกิดขึ้นน้อยมากเท่านั้น
ดูคำตอบ
โดยปกติจะเกิดขึ้น แต่อาจมีข้อยกเว้น
shuts itself down: ประธานทำให้ตัวเองหยุดทำงาน
Shut down หมายถึง “ทำให้บางสิ่งหยุดทำงาน” ใน shuts itself down คำว่า itself ย้อนกลับไปอ้างถึงประธานคือเซลล์ ดังนั้นผู้ทำกริยากับสิ่งที่ถูกทำให้หยุดทำงานจึงเป็นสิ่งเดียวกัน เมื่อ shut down มีกรรม คำกริยาวลีนี้แยกได้ หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง shut กับ down จึงใช้ shuts itself down ไม่ใช่ shuts down itself โครงสร้างนี้ยังใช้บรรยายเครื่องจักร โปรแกรม หรือระบบอื่นที่หยุดการทำงานของตัวเองได้
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ shut down ร่วมกับคำสรรพนามสะท้อนกลับเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: When it detects a critical fault, the device ____.
ดูคำตอบ
shuts itself down
or the system detects a troublemaker and eliminates it. สำนวน
1:03หรือระบบตรวจพบตัวปัญหาและกำจัดมัน
a troublemaker ในฐานะสิ่งอันตรายที่ถูกทำให้เหมือนคน
โดยปกติ troublemaker หมายถึงคนที่ก่อปัญหาหรือรบกวนกลุ่ม แต่ในที่นี้ a troublemaker เป็นการทำให้เซลล์ที่ผิดปกติหรือเป็นอันตรายดูเหมือนคน ราวกับว่าเป็นสมาชิกที่ไม่ดีในชุมชน สำนวนนี้ช่วยให้เห็นภาพกระบวนการป้องกันทางชีวภาพได้ง่ายขึ้น คือระบบระบุสิ่งที่เป็นอันตรายแล้วกำจัดออก ในคำอธิบายลักษณะเดียวกัน คำที่ใช้เรียกคนอาจนำมาเรียกสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ตามบทบาทของมันได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a troublemaker หมายถึงอะไร?
- ชื่อทางการแพทย์อย่างเป็นทางการของกลไกป้องกัน
- เซลล์ที่ผิดปกติหรือเป็นอันตรายซึ่งถูกบรรยายเหมือนเป็นคน
- คนจริงที่เข้ามารบกวนกระบวนการทางการแพทย์
ดูคำตอบ
เซลล์ที่ผิดปกติหรือเป็นอันตรายซึ่งถูกบรรยายเหมือนเป็นคน
But enough mutations can bypass these fail-safes การใช้คำ
1:05แต่การกลายพันธุ์ที่มีมากพอก็สามารถหลบหลีกระบบป้องกันเหล่านี้ได้
bypass these fail-safes: เลี่ยงกลไกป้องกัน
ใน bypass these fail-safes คำว่า bypass หมายถึงการเลี่ยงสิ่งที่ปกติจะขัดขวางหรือหยุดการกระทำ ส่วน fail-safes คือกลไกป้องกันที่ออกแบบมาเพื่อจำกัดความเสียหายเมื่อเกิดปัญหา ไม่ได้หมายถึงความล้มเหลว ในที่นี้ วลีดังกล่าวหมายความว่าการกลายพันธุ์ที่สะสมอาจหลุดพ้นจากระบบป้องกันตามปกติของเซลล์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ bypass + การป้องกัน ระบบ หรือการตรวจสอบ ซึ่งหมายถึงการเลี่ยงการควบคุมโดยไม่ถูกหยุด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ bypass these fail-safes หมายถึงอะไร?
- เพิ่มกลไกป้องกันให้กับระบบ
- เลี่ยงกลไกป้องกันโดยไม่ถูกหยุด
- ซ่อมกลไกป้องกันหลังจากที่มันล้มเหลว
ดูคำตอบ
เลี่ยงกลไกป้องกันโดยไม่ถูกหยุด
driving the cell to divide recklessly: drive + กรรม + to do
ใน driving the cell to divide recklessly โครงสร้าง drive + object + to-infinitive หมายถึง “ทำให้หรือผลักดันให้กรรมทำบางอย่าง” โดย the cell เป็นกรรม และ to divide เป็นการกระทำ ส่วน drive ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการขับรถ อนุประโยค -ing driving ... เชื่อมกับข้อความก่อนหน้าและนำเสนอเหตุการณ์นี้ว่าเป็นผลที่ตามมา ส่วน recklessly บอกว่าการแบ่งตัวเกิดขึ้นอย่างอันตรายและไร้การควบคุม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ drive: Smoke filled the room, ____ everyone to rush outside.
ดูคำตอบ
driving
one rogue cell: rogue ในความหมายว่าหลุดจากการควบคุมตามปกติ
ใน one rogue cell คำว่า rogue หมายถึงไม่ปฏิบัติตามการควบคุมตามปกติของระบบอีกต่อไปและอาจเป็นอันตราย คำนี้บรรยายเซลล์ผิดปกติที่ทำงานนอกกลไกควบคุมตามปกติของร่างกาย ไม่ได้หมายถึงเซลล์ที่หลงทางหรือเร่ร่อนไปมา การใช้ rogue แบบนี้ชี้ว่าสมาชิกหนึ่งหน่วยเป็นข้อยกเว้นที่มีความเสี่ยงภายในระบบที่ใหญ่กว่า แนวคิดเดียวกันพบได้ในวลีด้านเทคโนโลยีและข่าว เช่น rogue program และ rogue device
แบบฝึกหัด
rogue ใน one rogue cell หมายถึงอะไร?
- แข็งแรงดีแต่หยุดทำงานชั่วคราว
- เดินทางตามลำพังไปยังสถานที่อื่น
- ผิดปกติและไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตามปกติอีกต่อไป
ดูคำตอบ
ผิดปกติและไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตามปกติอีกต่อไป
At every stage the incorrect instructions are passed along to the cells' offspring. โน้ต
1:15ในทุกขั้นตอน คำสั่งที่ไม่ถูกต้องจะถูกส่งต่อไปยังเซลล์ลูกหลาน
At every stage: ในทุกขั้นตอน
At every stage หมายถึง “ในแต่ละช่วงที่แยกกันของกระบวนการ” every ใช้กับคำนามเอกพจน์ stage ส่วน at ระบุจุดหรือช่วงที่บางสิ่งเกิดขึ้น วลีนี้สามารถวางไว้ต้นประโยคเพื่อแสดงว่าการกระทำหรือสภาวะเดียวกันเกิดขึ้นตลอดทั้งกระบวนการทีละขั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ of the experiment, we recorded the temperature.
ดูคำตอบ
At every stage
are passed along to: การส่งต่อในรูปถูกกระทำ
Are passed along to เป็นรูปถูกกระทำของ pass something along to someone ประธาน the incorrect instructions คือสิ่งที่ถูกส่งต่อ และส่วนหลัง to ระบุผู้รับ ซึ่งก็คือ the cells' offspring Pass along ใช้บรรยายข้อมูล สิ่งของ ผลกระทบ หรือลักษณะที่เคลื่อนจากบุคคล สถานที่ หรือรุ่นหนึ่งไปสู่อีกบุคคล สถานที่ หรือรุ่นหนึ่ง ในประโยคนี้หมายความว่าคำสั่งที่ไม่ถูกต้องยังคงอยู่ในเซลล์ใหม่
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายตามเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The new instructions ____ all staff members.
ดูคำตอบ
are passed along to
Weeks, months, or years after that one rogue cell transformed, ลำดับความ
1:19สัปดาห์ เดือน หรือปี หลังจากเซลล์ที่ผิดปกตินั้นเปลี่ยนสภาพไป
Weeks, months, or years after: การข้ามเวลาไปข้างหน้า
กรอบเวลาที่ขึ้นต้นประโยคนี้พาคำอธิบายจากตอนที่เซลล์เปลี่ยนแปลงไปยังผลลัพธ์ในภายหลัง การเรียงช่วงเวลาเป็นหลายสัปดาห์ หลายเดือน และหลายปีบอกว่าระยะที่รอนั้นไม่แน่นอนและอาจยาวนาน ไม่ได้ระบุวันที่แน่นอน เมื่อวางไว้ต้นประโยค โครงสร้าง ระยะเวลา + after + เหตุการณ์ จะบอกผู้ฟังว่าขั้นต่อไปเกิดขึ้นเมื่อใด และย่นกระบวนการที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นให้สั้นลง
แบบฝึกหัด
วลีเปิด Weeks, months, or years after ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- วลีนี้ระบุการเปลี่ยนแปลงสามอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
- วลีนี้บอกวันที่แน่นอนที่เซลล์เปลี่ยนแปลง
- วลีนี้พาคำอธิบายไปยังขั้นที่เกิดขึ้นภายหลัง หลังผ่านช่วงเวลาที่ยาวนานไม่แน่นอน
ดูคำตอบ
วลีนี้พาคำอธิบายไปยังขั้นที่เกิดขึ้นภายหลัง หลังผ่านช่วงเวลาที่ยาวนานไม่แน่นอน
you might see your doctor about a lump in your breast. โน้ต
1:24คุณอาจไปพบแพทย์เกี่ยวกับก้อนเนื้อที่เต้านม
see your doctor about: ปรึกษาแพทย์เพราะข้อกังวลด้านสุขภาพ
ใน you might see your doctor about a lump คำว่า see your doctor หมายถึงไปปรึกษาหรือรับการดูแลทางการแพทย์จากแพทย์ของคุณ ไม่ได้หมายถึงเพียงมองเห็นแพทย์ ส่วน about ใช้นำอาการหรือข้อกังวลที่เป็นเหตุให้ไปพบแพทย์ might แสดงว่านี่เป็นเพียงขั้นตอนถัดไปที่อาจเกิดขึ้นได้ในคำอธิบายทั่วไป ไม่ได้เป็นคำแนะนำทางการแพทย์ที่หนักแน่นด้วยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ปรึกษาแพทย์ประจำเพราะเรื่องนี้”: You should ____ that persistent cough.
ดูคำตอบ
see your doctor about
a lump in your breast ในฐานะอาการทางการแพทย์
ในประโยคนี้ a lump in your breast หมายถึงบริเวณหนึ่งของเนื้อเยื่อเต้านมที่สัมผัสหรือมองเห็นว่าแข็ง บวม หรือแตกต่างจากเนื้อเยื่อรอบข้างอย่างผิดปกติ คำว่า lump ใช้เรียกสิ่งที่ตรวจพบหรืออาการทางร่างกาย ไม่ได้ระบุสาเหตุหรือหมายความว่าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งแล้ว a lump in + body part เป็นโครงสร้างที่บอกว่าสิ่งที่ตรวจพบอยู่ภายในอวัยวะที่ระบุ สำนวนอย่าง found, noticed หรือ felt a lump เป็นวิธีทั่วไปในการรายงานอาการประเภทนี้
แบบฝึกหัด
ในการสนทนาทางการแพทย์ a lump in your breast บรรยายถึงอะไร
- อาการปวดที่เกิดทั่วบริเวณหน้าอก
- ก้อนหรืออาการบวมผิดปกติในเต้านม
- การวินิจฉัยยืนยันว่าเป็นมะเร็งเต้านม
ดูคำตอบ
ก้อนหรืออาการบวมผิดปกติในเต้านม
Difficulty going to the bathroom could reveal a problem in your intestine, โน้ต
1:26ความลำบากในการขับถ่ายอาจเผยให้เห็นปัญหาในลำไส้
Difficulty going to the bathroom: คำเลี่ยงในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน
ในที่นี้ Difficulty going to the bathroom หมายถึงมีปัญหาในการปัสสาวะหรือถ่ายอุจจาระ ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน go to the bathroom เป็นคำเลี่ยงที่สุภาพสำหรับการใช้ห้องน้ำ ดังนั้นคำบรรยายอาการนี้จึงเกี่ยวกับการทำงานของร่างกาย ไม่ใช่การเดินไปถึงหรือเข้าไปในห้องน้ำลำบาก Difficulty สามารถตามด้วยรูป -ing ได้เป็น difficulty doing something ซึ่งหมายถึงทำบางสิ่งได้ยาก ตัวสำนวนนี้ยังมีความหมายกว้าง ในบริบททางการแพทย์จึงต้องระบุให้ชัดว่าปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะ การถ่ายอุจจาระ หรือทั้งสองอย่าง
แบบฝึกหัด
ในบริบททางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา Difficulty going to the bathroom โดยปกติหมายถึงการเดินไปถึงห้องน้ำได้ยากทางร่างกาย
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
could reveal a problem:อาจเผยให้เห็นปัญหาที่ซ่อนอยู่
could reveal a problem หมายถึง “อาจเผยให้เห็นปัญหา” อาการ ผลตรวจ หรือสัญญาณบางอย่างอาจทำให้ปัญหาที่เดิมไม่ชัดเจนปรากฏขึ้น could แสดงความเป็นไปได้ จึงไม่ได้ยืนยันว่าปัญหานั้นมีอยู่แน่นอน ส่วน reveal เน้นการทำให้สิ่งที่ซ่อนอยู่มองเห็นได้ ไม่ได้หมายถึงการก่อให้เกิดปัญหา
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ could reveal a problem หมายความว่าอย่างไร
- จะซ่อนปัญหาไว้
- จะสร้างปัญหาใหม่
- อาจแสดงให้เห็นว่ามีปัญหา
ดูคำตอบ
อาจแสดงให้เห็นว่ามีปัญหา
Or a routine blood test might count too many white cells or elevated liver enzymes. โน้ต
1:31หรือการตรวจเลือดตามปกติอาจพบเซลล์เม็ดเลือดขาวมากเกินไป หรือเอนไซม์ตับสูงขึ้น
routine blood test:การตรวจเลือดตามปกติ
routine blood test หมายถึงการตรวจเลือดมาตรฐานที่ทำเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสุขภาพประจำหรือการดูแลทางการแพทย์ทั่วไป routine บอกว่าการตรวจเป็นเรื่องปกติหรือมีการนัดหมายไว้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นการตรวจฉุกเฉิน วลีนี้เป็นกลุ่มคำนาม โดย routine ทำหน้าที่ขยาย blood test การเรียกการตรวจว่า routine ไม่ได้แปลว่าผลตรวจจะปกติ หรือไม่มีการตรวจหาปัญหาร้ายแรง
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษที่หมายถึงการตรวจเลือดมาตรฐาน: The clinic includes a ____ in the annual checkup.
ดูคำตอบ
routine blood test
count too many white cells ในการตรวจทางการแพทย์
ในบริบทของการตรวจทางการแพทย์ count หมายถึงการตรวจหาจำนวนและบันทึกจำนวนเซลล์ ใน count too many white cells การตรวจอาจพบว่าจำนวนเม็ดเลือดขาวสูงกว่าช่วงที่คาดไว้หรือช่วงปกติ White cells เป็นรูปย่อที่ใช้กันทั่วไปของ white blood cells ส่วน too many อธิบายผลการตรวจ ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าการตรวจนับจำนวนผิด
แบบฝึกหัด
ในบริบทของการตรวจทางการแพทย์ The test might count too many white cells หมายความว่าอย่างไร
- การตรวจอาจพบว่าจำนวนเม็ดเลือดขาวสูงกว่าช่วงที่คาดไว้
- เม็ดเลือดขาวอาจนับเซลล์ชนิดอื่น
- การตรวจอาจนับเม็ดเลือดขาวกลุ่มเดิมซ้ำโดยไม่ตั้งใจ
ดูคำตอบ
การตรวจอาจพบว่าจำนวนเม็ดเลือดขาวสูงกว่าช่วงที่คาดไว้
elevated liver enzymes ในผลตรวจ
ในผลตรวจทางการแพทย์ elevated liver enzymes หมายถึงระดับหรือการทำงานของเอนไซม์บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับตับซึ่งตรวจวัดในเลือดสูงกว่าช่วงอ้างอิงของห้องปฏิบัติการ Elevated ขยายค่าการวัดที่ละไว้ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพของเอนไซม์ วลีนี้รายงานสิ่งที่พบจากการตรวจ ไม่ได้บอกสาเหตุ และไม่สามารถยืนยันโรคตับชนิดใดชนิดหนึ่งได้ด้วยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องของ elevated liver enzymes
- ตำแหน่งทางกายภาพของตับสูงกว่าปกติ
- ค่าตรวจเอนไซม์ตับบางรายการสูงกว่าช่วงอ้างอิง
- มีการยืนยันโรคตับชนิดหนึ่งแล้ว
ดูคำตอบ
ค่าตรวจเอนไซม์ตับบางรายการสูงกว่าช่วงอ้างอิง
deliver the bad news: แจ้งข่าวร้ายอย่างจริงจัง
ในประโยคนี้ delivers หมายถึง “สื่อสารหรือประกาศให้ทราบ” ไม่ใช่ “ขนส่ง” deliver the bad news เป็นการใช้คำกริยาคู่กับคำนามที่พบบ่อยเมื่อต้องบอกข้อมูลที่จริงจังและน่าเสียใจแก่ใครสักคน โดยเฉพาะเมื่อผู้พูดมีหน้าที่ต้องแจ้งข่าวนั้น โครงสร้างคือ deliver + the news หากต้องการระบุผู้รับข่าว ให้เติม to + บุคคล: She delivered the news to the family. สำนวนนี้ทำให้การแจ้งข่าวมีน้ำหนักมากกว่าการใช้ say หรือ tell แบบทั่วไป
แบบฝึกหัด
ใน “Your doctor delivers the bad news,” คำว่า delivers หมายถึงอะไร?
- ขนส่งหนังสือพิมพ์ไปให้แพทย์
- สื่อสารข้อมูลที่น่าเสียใจอย่างจริงจัง
- ทำให้ข่าวฟังดูน่ายินดี
ดูคำตอบ
สื่อสารข้อมูลที่น่าเสียใจอย่างจริงจัง
From here your strategy will depend on where the cancer is and how far it's progressed. โน้ต
1:40จากนี้ไปกลยุทธ์ของคุณจะขึ้นอยู่กับว่ามะเร็งอยู่ที่ไหนและลุกลามไปแค่ไหนแล้ว
From here: เปลี่ยนไปสู่ขั้นต่อไป
ในที่นี้ From here ใช้สถานการณ์ปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้นและส่งสัญญาณว่าจะไปยังเนื้อหาถัดไป ผู้พูดอธิบายการวินิจฉัยเสร็จแล้วและกำลังเปลี่ยนไปพูดถึงการตัดสินใจเรื่องการรักษา ในบริบทนี้เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนช่วงของการอธิบาย ไม่ได้อ้างถึงสถานที่จริง โดยทั่วไป From here ใช้จัดลำดับคำอธิบาย แผน หรือกระบวนการ โดยพาจากจุดที่มาถึงแล้วไปยังขั้นต่อไป
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอเพิ่งอธิบายปัญหาแล้วพูดว่า: From here, we will compare three possible solutions. From here ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าวิธีแก้ปัญหาอยู่ใกล้กันในทางกายภาพ
- ทำเครื่องหมายว่าจุดปัจจุบันคือจุดเริ่มต้นของขั้นต่อไป
- สัญญาว่าการกระทำเดิมจะดำเนินต่อไปตลอดกาล
ดูคำตอบ
ทำเครื่องหมายว่าจุดปัจจุบันคือจุดเริ่มต้นของขั้นต่อไป
will depend on: ผลลัพธ์ในอนาคตที่ถูกกำหนดโดยเงื่อนไข
Will depend on หมายถึง “จะถูกกำหนดโดย” ซึ่งบอกว่ากลยุทธ์ยังไม่ได้กำหนดตายตัว และเงื่อนไขที่ตามหลัง on จะเป็นตัวกำหนดกลยุทธ์นั้น หลัง depend on จะตามด้วยปัจจัยที่ใช้ตัดสินใจ ซึ่งอาจเป็นนามวลีหรืออนุประโยคก็ได้ ในใจความเต็ม where the cancer is และ how far it has progressed คือปัจจัยเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำที่หมายถึง “จะถูกกำหนดโดย” ให้ประโยคสมบูรณ์: The picnic date ____ the weather.
ดูคำตอบ
will depend on
how far it's progressed: ระยะที่โรคดำเนินมาถึง
ในที่นี้ how far ถามถึงระดับหรือระยะ ไม่ใช่ระยะทางจริง ใน how far it's progressed คำว่า it's หมายถึง it has ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ระยะที่มะเร็งดำเนินมาถึง” ในภาษาอังกฤษทางการแพทย์ เมื่อโรค has progressed หมายความว่าโรคได้พัฒนาหรือลุกลาม Progressed ไม่ได้หมายความว่าอาการของผู้ป่วยดีขึ้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The scan shows how far the disease has progressed,” วลี how far ... has progressed ถามถึงอะไร?
- ระยะหรือระดับที่โรคดำเนินมาถึง
- ระยะทางจริงที่โรคเดินทางไป
- โรคดีขึ้นมากเพียงใด
ดูคำตอบ
ระยะหรือระดับที่โรคดำเนินมาถึง
slow-growing and in one place: ลักษณะสองประการของเนื้องอก
ในที่นี้ slow-growing อธิบายอัตราการเติบโตของเนื้องอกว่าเติบโตอย่างช้า ๆ เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม slow กับ growing ให้เป็นคำคุณศัพท์ประสม วลี and in one place เพิ่มเงื่อนไขข้อที่สองว่าเนื้องอกดูเหมือนจำกัดอยู่ในบริเวณเดียว แทนที่จะแพร่ไปยังบริเวณอื่น คำอธิบายทั้งสองส่วนรวมกันเป็นเงื่อนไขที่ขึ้นต้นด้วย If
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ slow-growing and in one place ในประโยคนี้มากที่สุด?
- มันเติบโตเร็วแต่ไม่ทำให้เกิดอาการ
- มันหายไปจากตำแหน่งเดิมแล้ว
- มันเติบโตช้าและดูเหมือนจำกัดอยู่ในบริเวณเดียว
ดูคำตอบ
มันเติบโตช้าและดูเหมือนจำกัดอยู่ในบริเวณเดียว
might be all you need: การบอกว่าทางเลือกเดียวอาจเพียงพอ
ใน surgery might be all you need วลี all you need หมายถึงทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับจุดประสงค์นี้ ความหมายตามธรรมชาติคือการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวอาจเพียงพอ จึงอาจไม่จำเป็นต้องมีการรักษาเพิ่มเติม might ทำให้ข้อความนี้เป็นการกล่าวอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน โดยแสดงความเป็นไปได้ตามสถานการณ์ และไม่ได้รับประกันว่าการผ่าตัดจะเพียงพอสำหรับทุกคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “อาจเพียงพอ”: One clear example ____ to explain the rule.
ดูคำตอบ
might be all you need
if anything เพื่อปรับความคาดหมายให้ลดลงอย่างระมัดระวัง
ในที่นี้ if anything ลดระดับความคาดหมายจากข้อความก่อนหน้าอย่างระมัดระวัง คืออาจต้องดำเนินการเพิ่มเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องเลย วลีนี้เป็นถ้อยคำจำกัดความหมายที่ละคำบางส่วนไว้ โดยต้องอาศัยบริบทก่อนหน้ามาเติมความหมายส่วนนั้น วลีนี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของบางอย่างที่ไม่ได้ระบุ โดยทั่วไปผู้พูดใช้ if anything เพื่อแก้ข้อสรุปก่อนหน้าอย่างระมัดระวัง ซึ่งมักเป็นการลดระดับลง หรือบางครั้งก็แก้ไปในทิศทางตรงกันข้าม
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในที่นี้ if anything ใช้ตั้งเงื่อนไขตามตัวอักษรเกี่ยวกับสิ่งของบางอย่างที่ไม่ได้ระบุ
- ไม่ถูกต้อง
- ถูกต้อง
ดูคำตอบ
ไม่ถูกต้อง
If the tumor is fast-growing or invading nearby tissue, การใช้คำ
1:50หากเนื้องอกเติบโตเร็วหรือลุกลามไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียง
fast-growing or invading nearby tissue ในภาษาอังกฤษทางการแพทย์
วลีนี้บอกลักษณะที่เป็นไปได้ของเนื้องอก 2 แบบ fast-growing หมายถึงมีขนาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วน or เชื่อมลักษณะนี้กับ invading nearby tissue ซึ่งหมายถึงเนื้องอกกำลังเติบโตหรือลุกลามเข้าไปในเนื้อเยื่อที่อยู่ติดกัน ในภาษาอังกฤษทางการแพทย์ invade ใช้บรรยายเซลล์ผิดปกติที่เข้าไปในเนื้อเยื่อรอบข้าง คำนี้ไม่ได้สื่อถึงการกระทำโดยเจตนา และการลุกลามเฉพาะที่เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าโรคแพร่ไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลแล้ว
แบบฝึกหัด
ในรายงานทางการแพทย์ fast-growing or invading nearby tissue หมายความว่าอย่างไร
- เนื้องอกกำลังหดตัวและเคลื่อนห่างจากเนื้อเยื่อรอบข้าง
- เนื้องอกแพร่ไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลทุกส่วนอย่างแน่นอนแล้ว
- เนื้องอกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วหรือลุกลามเข้าไปในเนื้อเยื่อที่อยู่ติดกัน
ดูคำตอบ
เนื้องอกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วหรือลุกลามเข้าไปในเนื้อเยื่อที่อยู่ติดกัน
your doctor might recommend radiation or surgery followed by radiation. ไวยากรณ์
1:53แพทย์อาจแนะนำให้ฉายรังสี หรือผ่าตัดตามด้วยการฉายรังสี
surgery followed by radiation: A แล้วตามด้วย B
ใน surgery followed by radiation วลีรูป past participle คือ followed by radiation ขยาย surgery และบอกลำดับการรักษา โดยผ่าตัดก่อน แล้วจึงฉายรังสี รูปแบบ A followed by B ที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้หมายถึง “A แล้วตามด้วย B” มักใช้กับแผนการรักษา ขั้นตอน กำหนดการ และลำดับต่าง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบที่หมายความว่าการอภิปรายเกิดขึ้นหลังการนำเสนอ: The presentation is ____ a discussion.
ดูคำตอบ
followed by
If the cancer has spread or if it's inherently everywhere like a leukemia, การใช้คำ
1:57หากมะเร็งลุกลามแล้ว หรืออยู่ในทุกส่วนตั้งแต่แรกอย่างมะเร็งเม็ดเลือดขาว
has spread: present perfect ในบริบททางการแพทย์
เมื่อ cancer เป็นประธาน spread หมายถึงการลุกลามจากจุดกำเนิดไปยังเนื้อเยื่อหรือส่วนอื่นของร่างกาย has spread เป็นรูป present perfect: has + past participle รูปนี้สื่อว่าการแพร่กระจายเกิดขึ้นแล้ว และผลของมันเกี่ยวข้องกับอาการปัจจุบันหรือการตัดสินใจเรื่องการรักษา spread สะกดเหมือนกันทั้งรูปพื้นฐาน รูปอดีต และ past participle
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วและสำคัญต่อปัจจุบัน: The infection ____ to nearby tissue.
ดูคำตอบ
has spread
inherently everywhere ... like a leukemia: อยู่ทั่วร่างกายโดยธรรมชาติ โดยยกมะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นตัวอย่าง
inherently บอกว่าคุณสมบัตินั้นเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติพื้นฐานของโรค ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงเพราะโรคแพร่กระจายในภายหลัง ในที่นี้ inherently everywhere หมายถึงมะเร็งเป็นโรคทั่วระบบและไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตำแหน่งเดียว like a leukemia ยกมะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นตัวอย่างของมะเร็งลักษณะนี้ ตรงนี้ like หมายถึง “เช่น” หรือ “เหมือนกับ” ไม่ใช่กริยา “ชอบ”
แบบฝึกหัด
ส่วนที่เน้นในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- มะเร็งนั้นเป็นโรคทั่วระบบโดยธรรมชาติ และยกมะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นตัวอย่าง
- มะเร็งเคลื่อนไปทั่วชั่วคราวเพราะมันชอบมะเร็งเม็ดเลือดขาว
- มะเร็งอยู่ในตำแหน่งเล็ก ๆ ที่ตายตัวเพียงแห่งเดียวเสมอ
ดูคำตอบ
มะเร็งนั้นเป็นโรคทั่วระบบโดยธรรมชาติ และยกมะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นตัวอย่าง
your doctor will most likely recommend chemotherapy or a combination of radiation and chemo. วลี
2:01แพทย์ของคุณอาจแนะนำให้ทำเคมีบำบัด หรือการฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัด
a combination of radiation and chemo: การใช้รังสีรักษาร่วมกับเคมีบำบัด
นามวลี a combination of X and Y หมายถึงการนำ X และ Y มารวมกันเป็นส่วนประกอบของแผนหรือผลลัพธ์เดียวกัน ในประโยคนี้ radiation และ chemo เป็นสองส่วนของทางเลือกในการรักษา ให้คงโครงสร้าง a combination of + X + and + Y ไว้ ตรงนี้ radiation หมายถึง radiation therapy และ chemo เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการที่ใช้กันทั่วไปของ chemotherapy
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย a combination of X and Y: The treatment uses ____ radiation and chemo.
ดูคำตอบ
a combination of
Radiation and most forms of chemo work by physically shredding the cells' DNA ไวยากรณ์
2:07การฉายรังสีและเคมีบำบัดส่วนใหญ่ทำงานโดยการทำลายดีเอ็นเอของเซลล์ทางกายภาพ
work by physically shredding: การอธิบายกลไกการทำงาน
โครงสร้าง work by + รูป -ing ใช้อธิบายกลไกที่ทำให้สิ่งหนึ่งได้ผลหรือทำงานได้ ในที่นี้ work by physically shredding ตอบว่าการฉายรังสีและเคมีบำบัดส่วนใหญ่ออกฤทธิ์อย่างไร คือทำลาย DNA ของเซลล์โดยตรง Physically ขยายคำว่า shredding ส่วน shredding เป็นถ้อยคำที่เห็นภาพชัด ไม่ได้หมายความว่า DNA ถูกใส่เข้าเครื่องทำลายเอกสารจริง ๆ แต่สื่อถึงการแตกหักที่รุนแรงและโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย by และรูป -ing ที่ถูกต้องของ trap: This filter works ____ tiny dust particles.
ดูคำตอบ
by trapping
disrupting the copying machinery: machinery ในความหมายของระบบ
Disrupting หมายถึงการรบกวนกระบวนการจนไม่สามารถดำเนินต่อไปตามปกติได้ ในที่นี้คำดังกล่าวบอกอีกวิธีหนึ่งที่การรักษาสามารถหยุดไม่ให้เซลล์คัดลอก DNA หรือแบ่งตัวได้อย่างถูกต้อง the copying machinery เป็นอุปมาทางวิทยาศาสตร์ที่เปรียบโมเลกุลและกระบวนการต่าง ๆ ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อคัดลอกเป็นเครื่องจักร ในที่นี้ machinery หมายถึงระบบการทำงานทั้งหมด ไม่ใช่เครื่องจริงอย่างเครื่องถ่ายเอกสาร
แบบฝึกหัด
the copying machinery ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- เจ้าหน้าที่ที่ใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์
- เครื่องถ่ายเอกสารที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ
- ระบบภายในเซลล์ที่ทำงานร่วมกันเพื่อดำเนินการคัดลอก
ดูคำตอบ
ระบบภายในเซลล์ที่ทำงานร่วมกันเพื่อดำเนินการคัดลอก
But neither radiation nor chemotherapeutic drugs target only cancer cells. ไวยากรณ์
2:14แต่ทั้งรังสีและยาเคมีบำบัดไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เซลล์มะเร็งเพียงอย่างเดียว
neither radiation nor chemotherapeutic drugs: การปฏิเสธทั้งสองสิ่งด้วย neither...nor...
Neither A nor B นำทั้ง A และ B ไว้ภายใต้ข้อความปฏิเสธเดียวกัน หมายความว่า A ไม่ทำเช่นนั้น และ B ก็ไม่ทำเช่นกัน ในที่นี้ ทั้งการฉายรังสีและยาเคมีบำบัดต่างก็ไม่ตรงตามเงื่อนไข target only cancer cells Only ขยาย cancer cells ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าการรักษาเหล่านี้ไม่เคยกระทบเซลล์มะเร็ง แต่บอกว่าการรักษาทั้งสองแบบไม่ได้จำกัดเป้าหมายไว้เฉพาะเซลล์มะเร็ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย neither...nor... เพื่อแสดงว่าทางเข้าทั้งสองปิดอยู่: ____ the front gate ____ the side gate is open.
ดูคำตอบ
Neither · nor
whatever you point it at: อนุประโยคสัมพันธ์อิสระ
อนุประโยค whatever you point it at ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ hits ในที่นี้ whatever มีความหมายเท่ากับ anything that จึงใช้ระบุเป้าหมายใด ๆ ที่เป็นไปได้โดยไม่ต้องกล่าวชื่อวัตถุใดวัตถุหนึ่งก่อน ภายในอนุประโยค point it at ใช้รูปแบบ point something at a target โดย whatever แทน target นั้น คำบุพบท at จึงคงอยู่ท้ายอนุประโยค รูปแบบนี้ใช้บอกว่าผลลัพธ์เดียวกันเกิดขึ้นกับเป้าหมายใดก็ได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ 'The beam hits whatever you point it at,' อนุประโยค whatever หมายถึงอะไร?
- วัตถุใด ๆ ที่คุณหันลำแสงไปหา
- ช่วงเวลาที่ลำแสงเปิดขึ้น
- สถานที่ใด ๆ ที่ใช้เก็บลำแสง
ดูคำตอบ
วัตถุใด ๆ ที่คุณหันลำแสงไปหา
and your bloodstream carries chemo-therapeutics all over your body. วลี
2:21และกระแสเลือดของคุณจะนำยาเคมีบำบัดไปทั่วร่างกาย
all over your body: ไปถึงทั่วทั้งร่างกาย
ในประโยคนี้ all over your body หมายถึง “ทั่วทั้งร่างกาย” หรือ “ไปยังหลายส่วนของร่างกาย” วลีนี้เน้นการกระจายเป็นบริเวณกว้าง ไม่ได้เพียงบอกว่าอยู่ภายในร่างกาย โครงสร้าง all over + สถานที่หรือบริเวณ เป็นวิธีทั่วไปในการบอกว่าบางสิ่งกระจายไปทั่วบริเวณนั้น ในที่นี้วลีดังกล่าวแสดงขอบเขตของ carries ว่ากระแสเลือดลำเลียงยาไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ายาไปถึงหลายส่วนของร่างกาย
- The medicine passes above your body.
- The medicine stays in one small area.
- The medicine moves all over your body.
ดูคำตอบ
The medicine moves all over your body.
So what happens when different cells get hit? การใช้คำ
2:25แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเซลล์ต่างๆ ถูกโจมตี?
get hit: ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
ในที่นี้ get hit หมายถึง “ได้รับผลกระทบหรือได้รับความเสียหาย” เซลล์ไม่ได้ถูกวัตถุกระแทกจริง ๆ แต่การรักษาไปถึงเซลล์และส่งผลต่อเซลล์ คำว่า hit ทำให้ผลกระทบนั้นฟังดูรุนแรง โครงสร้าง get + กริยาช่อง 3 สามารถสร้างรูปถูกกระทำแบบไม่เป็นทางการที่เน้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ใน get hit คำว่า hit เป็นกริยาช่อง 3 โดย hit มีรูปเหมือนกันทั้งรูปพื้นฐาน ช่อง 2 และช่อง 3
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: Local businesses get hit when tourism falls. get hit หมายถึงอะไร
- ธุรกิจเหล่านั้นได้รับผลกระทบในทางลบ
- ธุรกิจเหล่านั้นถูกคัดเลือกอย่างระมัดระวัง
- ธุรกิจเหล่านั้นถูกกระแทกจริง ๆ
ดูคำตอบ
ธุรกิจเหล่านั้นได้รับผลกระทบในทางลบ
การใช้ Let's look at เพื่อเกริ่นเข้าสู่ตัวอย่างถัดไป
Let's look at เป็นคำกำกับการอธิบายที่นำความสนใจของผู้ฟังไปยังตัวอย่างหรือสิ่งที่จะเปรียบเทียบต่อไป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้เกริ่นถึงเซลล์สามชนิดที่จะนำมาพิจารณา ในการอธิบาย look at มักหมายถึง “พิจารณาหรือวิเคราะห์” ไม่ได้หมายถึง “มองด้วยตา” เท่านั้น วลีนี้ช่วยเปลี่ยนจากแนวคิดทั่วไปไปสู่หลักฐานหรือกรณีที่เจาะจง
แบบฝึกหัด
เติมวลีจากบทเรียนที่ใช้ชวนผู้ฟังให้พิจารณาสิ่งถัดไปลงในประโยค: ____ the first chart.
ดูคำตอบ
Let's look at
The healthy liver cell divides only when it's stressed. ไวยากรณ์
2:33เซลล์ตับที่แข็งแรงจะแบ่งตัวก็ต่อเมื่อมันเกิดความเครียดเท่านั้น
divides only when it's stressed: เงื่อนไขที่จำเป็น
Only when ใช้บอกเงื่อนไขที่จำเป็น กล่าวคือ ถ้าเซลล์ตับที่แข็งแรงแบ่งตัว เซลล์นั้นต้องอยู่ในภาวะเครียด วลีนี้ตัดความเป็นไปได้ที่เซลล์จะแบ่งตัวตอนที่ไม่ได้อยู่ในภาวะเครียด แต่ไม่ได้หมายความว่าภาวะเครียดจะทำให้เกิดการแบ่งตัวเสมอไป ในบริบททางชีววิทยานี้ stressed หมายถึงเซลล์อยู่ภายใต้ความกดดันทางสรีรวิทยา ไม่ใช่ความรู้สึกกังวลแบบคน
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่ใช่ในเวลาอื่น” ลงในกฎ: The warning light turns on ____ the door is open.
ดูคำตอบ
only when
and the cancer cell divides even more frequently and recklessly. วลี
2:38และเซลล์มะเร็งแบ่งตัวบ่อยกว่าและไม่หยุดยั้ง
even more frequently and recklessly: บ่อยยิ่งขึ้นและอย่างไร้ความยั้งคิด
even วางไว้หน้าวลีเปรียบเทียบ more frequently เพื่อเน้นการเปรียบเทียบ เซลล์เส้นผมที่แข็งแรงก็แบ่งตัวบ่อยอยู่แล้ว แต่เซลล์มะเร็งแบ่งตัวด้วยความถี่ที่สูงยิ่งกว่า โครงสร้าง even + รูปเปรียบเทียบแสดงว่าสถานการณ์ที่สองสูงเกินระดับที่เด่นชัดอยู่แล้ว recklessly เป็นคำวิเศษณ์ตัวที่สองซึ่งเชื่อมด้วย and และขยาย divides เช่นกัน ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ เซลล์ไม่ได้มีเจตนา คำนี้สื่อว่าการแบ่งตัวเกิดขึ้นอย่างอันตรายและไร้การควบคุม ไม่ใช่การตัดสินใจโดยตั้งใจ
แบบฝึกหัด
บอตซื้อขายตัวแรกซื้อขายบ่อยอยู่แล้ว ประโยคใดบอกว่าบอตตัวที่สองซื้อขายบ่อยยิ่งกว่าและขาดการควบคุมที่เพียงพอ
- The second trading bot trades just as frequently and carefully.
- The second trading bot trades even more frequently and recklessly.
- The second trading bot rarely trades, but it trades recklessly.
ดูคำตอบ
The second trading bot trades even more frequently and recklessly.
take a chemotherapeutic drug: ใช้ยาเคมีบำบัด
ในภาษาอังกฤษทางการแพทย์ take a drug หมายถึงใช้ยาเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ในที่นี้ take อธิบายการที่ผู้ป่วยใช้ยา ไม่ใช่การหยิบยาหรือถือยาไปที่อื่น A chemotherapeutic drug คือยาที่ใช้ในการทำเคมีบำบัด และ drug ในที่นี้มีความหมายทางการแพทย์ว่า «ยา» ประโยคทั่วไปนี้ไม่ได้ระบุวิธีให้ยา ยาเคมีบำบัดบางชนิดใช้วิธีกลืน ส่วนบางชนิดให้ด้วยการฉีดหรือให้ทางหลอดเลือด
แบบฝึกหัด
ในประโยคทางการแพทย์ "The patient takes a new drug every morning," คำว่า takes หมายถึงอะไร
- ผู้ป่วยถือยานั้นไปยังอีกห้องหนึ่ง
- ผู้ป่วยใช้ยานั้นเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา
- ผู้ป่วยเอายานั้นไปจากคนอื่น
ดูคำตอบ
ผู้ป่วยใช้ยานั้นเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา
And remember that the drugs work typically by disrupting cell division. โน้ต
2:46และจำไว้ว่าโดยทั่วไปยาเหล่านี้ออกฤทธิ์โดยขัดขวางการแบ่งเซลล์
remember that: เตือนให้นึกถึงประเด็นสำคัญ
remember that ใช้นำเสนอข้อความทั้งหมดที่ผู้ฟังควรนึกออกหรือเก็บไว้ในใจ ในที่นี้ that นำอนุประโยคทั้งหมดที่อธิบายว่ายาออกฤทธิ์อย่างไร ไม่ได้ชี้ไปที่สิ่งของว่า “สิ่งนั้น” ในคำอธิบาย สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยดึงกลไกสำคัญที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากลับมาเป็นจุดสนใจ เพื่อให้ผู้ฟังใช้ข้อมูลนั้นทำความเข้าใจเนื้อหาถัดไป
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบาย remember that มักส่งสัญญาณถึงอะไร?
- เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
- ดึงประเด็นสำคัญที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากลับมาเป็นจุดสนใจ
- แสดงว่าผู้พูดลืมประเด็นนั้นแล้ว
ดูคำตอบ
ดึงประเด็นสำคัญที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากลับมาเป็นจุดสนใจ
by disrupting cell division: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี
by disrupting cell division เป็นวลีโครงสร้าง by + รูป -ing ที่อธิบายว่ายาออกฤทธิ์อย่างไร ในที่นี้ by เป็นคำบุพบท ดังนั้น disrupt จึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ disrupting วลีนี้ตอบว่าใช้วิธีหรือกลไกใด โดยนำเสนอการรบกวนการแบ่งเซลล์ว่าเป็นวิธีที่ยาทำงาน ไม่ใช่สำนวนบอกเวลา
แบบฝึกหัด
ใช้ by + รูป -ing ของ reduce เพื่อเติมวิธีให้สมบูรณ์: The app saves energy ____ screen brightness.
ดูคำตอบ
by reducing
every time a cell divides: เหตุที่กระตุ้นผลลัพธ์ซ้ำทุกครั้ง
every time ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา หมายถึง “ทุกครั้งที่” ใน every time a cell divides เหตุการณ์ในอนุประโยคคือการแบ่งตัวของเซลล์ และผลหลักจะตามมาหลังจากนั้น โครงสร้างนี้เชื่อมเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำกับผลที่เกิดซ้ำ: every time + ประธาน + กริยารูปปัจจุบัน, ประโยคหลัก ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์เฉพาะเพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
every time a cell divides แสดงความสัมพันธ์แบบใดในที่นี้?
- มีผลตามมาทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัว
- ระบุสถานที่ที่เซลล์แบ่งตัว
- บอกว่าเซลล์แบ่งตัวเพียงครั้งเดียว
ดูคำตอบ
มีผลตามมาทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัว
opens itself up to attack: ทำให้ตัวเองเสี่ยงต่อการถูกโจมตี
open itself up to attack หมายถึง “ทำให้ตัวเองเสี่ยงต่อการถูกโจมตีมากขึ้น” เซลล์ไม่ได้เปิดตัวเองตามความหมายตรงตัว it หมายถึงเซลล์ และ itself คือสรรพนามสะท้อนกลับที่สอดคล้องกับ it โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ open + กรรม + up to + คำนาม ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งเสี่ยงต่อผลที่ตามมา เช่น open yourself up to criticism
แบบฝึกหัด
opens itself up to attack หมายถึงอะไรในที่นี้?
- มันเริ่มโจมตีเซลล์อื่น
- มันทำให้ตัวเองเสี่ยงต่อการถูกโจมตีมากขึ้น
- มันเปิดการโจมตีในทางกายภาพ
ดูคำตอบ
มันทำให้ตัวเองเสี่ยงต่อการถูกโจมตีมากขึ้น
the more frequently..., the more likely...: การเปลี่ยนแปลงเชิงเปรียบเทียบที่สัมพันธ์กัน
โครงสร้างเปรียบเทียบสัมพันธ์ the + comparative..., the + comparative... หมายความว่า เมื่อระดับหนึ่งเปลี่ยนไป อีกระดับหนึ่งก็เปลี่ยนตามไปด้วย ในประโยคนี้ ยิ่งเซลล์แบ่งตัวบ่อยขึ้น ยาก็ยิ่งมีโอกาสฆ่าเซลล์นั้นมากขึ้น ในอนุประโยคแรก more frequently ขยาย divides ส่วนในอนุประโยคที่สอง more likely บอกความน่าจะเป็นที่ยาจะฆ่าเซลล์ ทั้งสองตำแหน่งของ the เป็นส่วนตายตัวของโครงสร้างเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะแบบทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเปรียบเทียบสัมพันธ์โดยใช้รูปคำในวงเล็บ: ____ you check the forecast (often), ____ you are to be surprised by the weather (likely).
ดูคำตอบ
The more often · the less likely
And there are other frequently dividing cells in your body like skin cells, gut cells, and blood cells. โน้ต
3:02และยังมีเซลล์ที่แบ่งตัวบ่อยอื่นๆ ในร่างกายของคุณ เช่น เซลล์ผิวหนัง เซลล์ลำไส้ และเซลล์เม็ดเลือด
frequently dividing cells: คำกริยารูป participle หน้าคำนาม
ใน frequently dividing cells คำว่า dividing เป็นกริยารูป present participle ที่วางไว้หน้าคำนาม cells โดยบรรยายเซลล์ที่เป็นผู้ทำกริยา นั่นคือเซลล์เหล่านี้แบ่งตัวบ่อย คำวิเศษณ์ frequently ขยาย dividing ไม่ได้ขยาย cells วลีแบบกระชับนี้สามารถขยายเป็น cells that divide frequently ได้ ซึ่งช่วยให้แยกโครงสร้างกลุ่มคำนามทางวิทยาศาสตร์ที่มีข้อมูลหนาแน่นได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
วลีใดหมายถึง “เซลล์ที่แบ่งตัวบ่อย”?
- frequently divided cells
- frequently dividing cells
- frequent dividing cells
ดูคำตอบ
frequently dividing cells
like skin cells, gut cells, and blood cells: ใช้ like เพื่อยกตัวอย่าง
ในที่นี้ like หมายถึง “เช่น” และใช้ยก skin cells, gut cells และ blood cells เป็นสมาชิกที่ชัดเจนของกลุ่มที่กว้างกว่าซึ่งกล่าวถึงในคำอธิบาย นี่เป็นวิธีจัดข้อมูลที่พบบ่อย คือบอกหมวดหมู่กว้าง ๆ ก่อน แล้วใช้ like + ตัวอย่างที่เป็นคำนามเพื่อทำให้เห็นภาพชัดขึ้น ในข้อความนี้ like เป็นคำบุพบทที่ใช้ยกตัวอย่าง ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ”
แบบฝึกหัด
like ทำหน้าที่อะไรในวลี like skin cells, gut cells, and blood cells?
- บอกว่าเซลล์เหล่านี้ชอบอะไรบางอย่าง
- ใช้ยกตัวอย่างของกลุ่มที่กว้างกว่า
- เปรียบเทียบรูปลักษณ์ของเซลล์หนึ่งกับอีกเซลล์หนึ่ง
ดูคำตอบ
ใช้ยกตัวอย่างของกลุ่มที่กว้างกว่า
So the list of unpleasant side effects of cancer treatment parallels these tissue types: การใช้คำ
3:08ดังนั้นรายการผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการรักษามะเร็งจึงสอดคล้องกับเนื้อเยื่อประเภทเหล่านี้:
side effects of cancer treatment: ผลข้างเคียงที่เกิดจากการรักษา
Side effects คือผลที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมจากผลหลักที่ตั้งใจให้เกิดจากการรักษา ในบริบททางการแพทย์นี้ มักหมายถึงอาการหรือการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งเกิดจากการรักษา ดังนั้น side effects of cancer treatment จึงหมายถึงผลข้างเคียงที่เกิดจากการรักษามะเร็ง วลีที่ใช้ of เชื่อมผลเหล่านี้เข้ากับแหล่งที่มาหรือสาเหตุ side ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพว่า “ด้านข้าง” และวลีนี้ก็ไม่ได้อธิบายเป้าหมายหลักของการรักษา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ผลเพิ่มเติมที่มักไม่พึงประสงค์และเกิดจาก...”:What are the ____ this medicine?
ดูคำตอบ
side effects of
parallels these tissue types: ความสอดคล้อง ไม่ใช่การขนานกันทางกายภาพ
ในที่นี้ parallels เป็นคำกริยา หมายถึง “สอดคล้องกับ” หรือ “มีรูปแบบคล้ายกับ” ประธานมีความสัมพันธ์เชิงสอดคล้องกับเนื้อเยื่อประเภทเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งต่าง ๆ วางขนานกันจริง ๆ ในเชิงพื้นที่ ใช้ A parallels B เมื่อโครงสร้าง แนวโน้ม รายการ หรือพัฒนาการสองอย่างเปรียบเทียบกันได้จากวิธีจัดเรียงหรือการเปลี่ยนแปลง ความสอดคล้องนี้ไม่จำเป็นต้องตรงกันแบบหนึ่งต่อหนึ่งทุกจุด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The sequence of lessons parallels the stages of the project,” คำว่า parallels หมายถึงอะไร
- ลำดับนั้นเคลื่อนที่ขนานอยู่ข้างขั้นตอนเหล่านั้นจริง ๆ
- ลำดับนั้นนำขั้นตอนเหล่านั้นออกจากหลักสูตร
- ลำดับนั้นสอดคล้องกับขั้นตอนเหล่านั้นในเชิงโครงสร้าง
ดูคำตอบ
ลำดับนั้นสอดคล้องกับขั้นตอนเหล่านั้นในเชิงโครงสร้าง
hair loss, skin rashes, nausea, vomiting, fatigue, weight loss, and pain.
3:13ผมร่วง ผื่นแพ้ที่ผิวหนัง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย น้ำหนักลด และอาการปวด
That makes sense because these are the cells that get hit the hardest. วลี
3:18นั่นสมเหตุสมผลแล้ว เพราะเซลล์เหล่านี้คือเซลล์ที่ถูกโจมตีหนักที่สุด
get hit the hardest: ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ในที่นี้ get hit ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “ได้รับผลกระทบ ได้รับอันตราย หรือเสียหาย” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงถูกตีจริง ๆ เซลล์เหล่านี้ได้รับผลกระทบด้านลบมากที่สุด the hardest เป็นรูปขั้นสูงสุดของ hard ที่ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ ใช้เปรียบเทียบกลุ่มนี้กับกลุ่มอื่นและชี้ว่ากลุ่มนี้ได้รับผลกระทบมากที่สุด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + get/got hit the hardest และมักตามด้วย by + สาเหตุ หรือ when + สถานการณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ากลุ่มหนึ่งได้รับความเสียหายจากภัยแล้งมากกว่ากลุ่มอื่นทั้งหมด
- Small farms got hit the hardest by the drought.
- Small farms hardly got hit by the drought.
- Small farms got hit hard by the drought.
ดูคำตอบ
Small farms got hit the hardest by the drought.
So in the end, ในฐานะสัญญาณบอกข้อสรุปสุดท้าย
So เชื่อมข้อความที่จะตามมากับเหตุผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน in the end ส่งสัญญาณว่ารายละเอียดกำลังจะถูกรวบยอดเป็นข้อสรุปสุดท้าย เมื่อวางทั้งวลีไว้ต้นประโยค วลีนี้จะย้อนโยงไปยังการอภิปรายก่อนหน้าและพาไปสู่ใจความสำคัญ ในที่นี้ in the end หมายถึง ‘เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว’ หรือ ‘ท้ายที่สุด’ ไม่ได้หมายถึงเพียง ‘ในวินาทีสุดท้าย’ โดยปกติข้อความถัดไปจะเป็นข้อสรุปหรือผลลัพธ์สุดท้าย
แบบฝึกหัด
ในการอธิบาย So in the end, มักส่งสัญญาณว่าสิ่งใดจะตามมา?
- ข้อสรุปสุดท้ายที่อิงจากประเด็นก่อนหน้า
- คำจำกัดความของคำที่ไม่เกี่ยวข้อง
- เวลาที่แน่นอนซึ่งเหตุการณ์หนึ่งสิ้นสุดลง
ดูคำตอบ
ข้อสรุปสุดท้ายที่อิงจากประเด็นก่อนหน้า
it's all about growth: สรุปคำอธิบายให้เหลือใจความเดียว
โครงสร้าง it's all about + คำนามหรือรูป -ing ใช้ระบุสิ่งที่ผู้พูดมองว่าเป็นประเด็นหลักหรือปัจจัยชี้ขาด ในประโยคนี้ growth คือแนวคิดเดียวที่ใช้สรุปคำอธิบายก่อนหน้า all เพิ่มน้ำหนักการเน้น โดยปกติไม่ได้หมายความว่าทุกรายละเอียดกล่าวถึง growth ตามตัวอักษร แต่เป็นการย่อการอภิปรายที่ซับซ้อนให้เหลือข้อสรุปหลักเพียงข้อเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย be all about เพื่อสื่อว่าการเตรียมตัวคือกุญแจสำคัญ: Success ____ preparation.
ดูคำตอบ
is all about
Cancer hijacks cells' natural division machinery and forces them to put the pedal to the metal, สำนวน
3:24มะเร็งปล้นกลไกการแบ่งตัวตามธรรมชาติของเซลล์และบังคับให้มันเหยียบคันเร่งมิด
Cancer hijacks cells' natural division machinery: อุปมาเรื่องการเข้ายึดกระบวนการของเซลล์
ในประโยคนี้ hijacks หมายถึงการเข้าควบคุมบางสิ่งแล้วนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์ของตนเอง มะเร็งถูกเปรียบให้เหมือนผู้กระทำที่เข้ายึดระบบซึ่งมีอยู่แล้ว Cells' natural division machinery ไม่ใช่เครื่องจักรจริง ๆ แต่หมายถึงชุดกระบวนการตามปกติภายในเซลล์ที่ทำให้เซลล์แบ่งตัวได้ เมื่อนำมารวมกัน อุปมานี้สื่อว่ามะเร็งใช้ประโยชน์จากกระบวนการเหล่านี้และหันไปสู่การเติบโตที่ควบคุมไม่ได้
แบบฝึกหัด
ตามอุปมานี้ มะเร็งทำอะไร?
- มะเร็งใส่เครื่องจักรจริงเข้าไปในเซลล์ทุกเซลล์
- มะเร็งทำให้เซลล์ทุกเซลล์ไม่สามารถแบ่งตัวได้อีกตลอดไป
- มะเร็งเข้าควบคุมกระบวนการแบ่งเซลล์ตามปกติและใช้เพื่อให้เกิดการเติบโตที่ควบคุมไม่ได้
ดูคำตอบ
มะเร็งเข้าควบคุมกระบวนการแบ่งเซลล์ตามปกติและใช้เพื่อให้เกิดการเติบโตที่ควบคุมไม่ได้
put the pedal to the metal: เดินหน้าอย่างเต็มความเร็ว
Put the pedal to the metal มาจากการขับรถ โดยนึกภาพการเหยียบคันเร่งลงไปจนสุดถึงพื้นโลหะ เมื่อใช้เป็นสำนวนจะหมายถึงการไปให้เร็วที่สุดหรือเร่งลงมือทำอย่างเต็มที่ ในบริบทนี้ สำนวนดังกล่าวเปรียบการเติบโตของมะเร็งว่าเร่งขึ้นจนถึงความเร็วสูงสุด ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังขับรถจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ทำงานให้เร็วที่สุด” ให้สมบูรณ์: With the deadline tomorrow, we need to ____.
ดูคำตอบ
put the pedal to the metal
we take advantage of that aggressiveness: เราใช้ประโยชน์จากลักษณะที่รุนแรงนั้น
ในที่นี้ take advantage of หมายถึง “ใช้ลักษณะที่มีอยู่แล้วอย่างมีกลยุทธ์” that aggressiveness กล่าวถึงลักษณะที่เป็นอันตรายของมะเร็ง แต่การรักษานำลักษณะนั้นมาใช้ย้อนกลับไปเล่นงานมะเร็ง วลีนี้ไม่ได้มีความหมายเชิงลบเสมอไป ความหมายขึ้นอยู่กับว่านำสิ่งใดมาใช้ และมีใครถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ใน “The clinic took advantage of the new technology to shorten waiting times” คำว่า take advantage of หมายถึงการเอาเปรียบใครบางคนอย่างไม่เป็นธรรม
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
and we turn cancer's main strength into a weakness. วลี
3:36และเปลี่ยนจุดแข็งหลักของมะเร็งให้กลายเป็นจุดอ่อน
turn cancer's main strength into a weakness: เปลี่ยนจุดแข็งหลักของมะเร็งให้เป็นจุดอ่อน
Turn X into Y หมายถึง “ทำให้ X กลายเป็น Y” โดย Y ระบุผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ X คือ cancer's main strength และ Y คือ a weakness โครงสร้างนี้แสดงการพลิกกลับ ลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อมะเร็งถูกทำให้กลับมาส่งผลเสียต่อมัน รูปแบบนี้ใช้ได้ทั้งกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและการเปลี่ยนแปลงเชิงนามธรรมของปัญหา ความสามารถ หรือสถานการณ์
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปให้ประโยคสมบูรณ์: The coach turned the team's nervous energy ____ focused effort.
ดูคำตอบ
into