Much หรือ many? เลิกทำผิดพลาดแบบเดิมๆ กันเถอะ – บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนนี้อธิบายว่าการเลือก much หรือ many ขึ้นอยู่กับว่าคำนามนับได้หรือไม่ได้ คำเหล่านี้ใช้ในบริบทใดจึงฟังเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษปัจจุบัน และเหตุใด time จึงหมายถึงได้ทั้งระยะเวลาและจำนวนครั้งที่นับได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. much with uncountable nouns และ many with countable nouns, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า much ใช้กับแนวคิดที่ภาษาอังกฤษไม่นับแยกเป็นหน่วย เช่น money และ information ส่วน many ใช้กับคำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น people และ books หลักนี้ช่วยให้ตั้งคำถามและสร้างประโยคปฏิเสธได้เป็นธรรมชาติ โดยไม่ยึดเกณฑ์การนับจากภาษาแม่โดยตรง 2. We don't really use much in positive sentences และ now it sounds quite old-fashioned. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: สังเกตว่า much ที่ใช้เดี่ยว ๆ ในประโยคบอกเล่าอาจเข้าใจได้ แต่ในปัจจุบันมักให้ความรู้สึกล้าสมัย ความเข้าใจนี้ช่วยหลีกเลี่ยงสำนวนที่ไม่เป็นธรรมชาติ และเลือกใช้รูปแบบร่วมสมัยอย่าง so much หรือ too much ให้ตรงกับความหมาย 3. use time in the countable form with many, และ the number of times or the number of occasions — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า time เมื่อเป็นคำนามนับได้หมายถึงการเกิดขึ้นหนึ่งครั้งหรือโอกาสหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ความยาวของเวลา จึงใช้ how many times เพื่อถามจำนวนครั้ง และแยกจาก how much time ซึ่งถามระยะเวลาหรือเวลาที่ใช้ไปได้อย่างชัดเจน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Is it how much people or how many people? ไวยากรณ์
0:00จะใช้ how much people หรือ how many people ดี?
การเลือกใช้ how much people กับ how many people
people ในประโยคนี้เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์: one person, two people เมื่อต้องการถามจำนวนคน ให้ใช้ how many people ไม่ใช่ how much people ใช้ how many หน้าคำนามนับได้รูปพหูพจน์เพื่อถามจำนวน ส่วน how much ใช้หน้าคำนามนับไม่ได้เพื่อถามปริมาณ
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำถามเกี่ยวกับจำนวนคนให้สมบูรณ์: How ____ people are waiting outside?
ดูคำตอบ
many
การเลือกใช้ how much money กับ how many money
ในประโยคนี้ money หมายถึงจำนวนเงินโดยรวม และในภาษาอังกฤษถือเป็นคำนามนับไม่ได้ เมื่อต้องการถามจำนวนเงินนี้ ให้ใช้ how much money ไม่ใช่ how many money ใช้ how many เฉพาะเมื่อระบุหน่วยที่นับได้ เช่น coins, notes หรือ dollars: how many coins, how many notes, how many dollars
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำถามเกี่ยวกับจำนวนเงินให้สมบูรณ์: How ____ money should I bring?
ดูคำตอบ
much
Whether you use much or many depends on the noun in the sentence. ไวยากรณ์
0:07การจะใช้ much หรือ many นั้นขึ้นอยู่กับคำนามในประโยค
Whether ... depends on ... โดยใช้อนุประโยค whether เป็นประธาน
อนุประโยค Whether you use much or many ทำหน้าที่เป็นประธานของทั้งประโยค whether สามารถรวมคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ หรือทางเลือกระหว่างหลายตัวเลือก ให้เป็นเรื่องที่ประโยคกำลังกล่าวถึงได้ จึงไม่ได้ใช้แค่ขึ้นต้นคำถามตรงเท่านั้น depends on the noun บอกปัจจัยที่เป็นตัวตัดสิน รูปแบบ Whether + อนุประโยค + depends on + ปัจจัยที่ตัดสิน ใช้อธิบายว่าการเลือกหนึ่งอย่างอาศัยข้อมูลใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบจากบทเรียน: ____ we eat inside or outside ____ the weather.
ดูคำตอบ
Whether · depends on
There is one very common noun that uses both much and many,
0:11มีคำนามที่พบบ่อยมากคำหนึ่งที่ใช้ได้กับทั้ง much และ many
I'll tell you what it is at the end of this video,
0:18ฉันจะเฉลยให้ฟังตอนท้ายวิดีโอนี้ว่ามันคือคำว่าอะไร
but see if you can think of it before then. น้ำเสียง/เจตนา
0:20แต่ลองดูว่าคุณจะนึกออกก่อนถึงตอนนั้นไหม
see if you can think of it เพื่อชวนท้าทายแบบเป็นมิตร
ใน see if you can think of it คำว่า see if ไม่ได้หมายถึงการมองด้วยตา แต่หมายถึงการลองดูว่าตนเองสามารถทำบางอย่างได้หรือไม่ ผู้พูดกำลังให้โจทย์ท้าทายเล็ก ๆ แบบเป็นมิตรแก่ผู้ฟัง think of it หมายถึงทำให้คำตอบหรือแนวคิดผุดขึ้นมาในใจ และสำนวนนี้เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ลอง แทนที่จะออกคำสั่งอย่างแข็งกร้าว
แบบฝึกหัด
ครูต้องการให้โจทย์ท้าทายแบบเป็นมิตรและไม่กดดัน ประโยคใดเหมาะที่สุด
- You must find the hidden star now.
- I can see the hidden star.
- See if you can find the hidden star.
ดูคำตอบ
See if you can find the hidden star.
much กับคำนามนับไม่ได้ ... many กับคำนามนับได้รูปพหูพจน์
ใช้ much หน้าคำนามนับไม่ได้เมื่อต้องการพูดถึงปริมาณมาก คำนามนับไม่ได้จะถูกมองเป็นสิ่งรวม ไม่ได้นับทีละหนึ่ง ในที่นี้ money, food และ information เป็นตัวอย่าง ใช้ many หน้าคำนามนับได้รูปพหูพจน์เมื่อต้องการพูดถึงจำนวนมาก ให้เลือกตามชนิดทางไวยากรณ์ของคำนามภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เพียงเพราะทั้งสองคำแปลว่า “มาก” ได้เหมือนกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย much หรือ many: We do not have ____ rice, but we have ____ apples.
ดูคำตอบ
much · many
and so on: ใช้จบรายการที่ยังยกมาไม่ครบ
and so on เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ท้ายรายการ หมายความว่ายังมีสิ่งอื่นประเภทเดียวกันเพิ่มได้อีก แต่ผู้พูดไม่ได้กล่าวออกมาทั้งหมด ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวใช้ปิดท้ายตัวอย่าง people, books และ cars ให้เข้าใจ and so on เป็นสำนวนเดียว ไม่ใช่แยกแปล so และ on ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมรายการด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “และสิ่งอื่นที่คล้ายกัน”: The art box contains crayons, glue, scissors, ____.
ดูคำตอบ
and so on
ใช้ If ..., that just means ... เพื่ออธิบายอย่างง่าย
อนุประโยค If a noun is uncountable ระบุเงื่อนไขที่จะอธิบาย ส่วน that ย้อนกลับไปหมายถึงเงื่อนไขทั้งหมดนั้น และ means ใช้นำเข้าสู่คำอธิบายว่าเราไม่สามารถนับคำนามนั้นโดยตรงได้ just ในที่นี้หมายถึง “พูดง่าย ๆ” หรือ “อีกนัยหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” โครงสร้าง If X is ..., that just means ... สามารถนำไปใช้เพื่อเปลี่ยนคำเรียกหรือกฎให้เป็นคำอธิบายที่เข้าใจง่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่มีคำว่า just: If this button is disabled, ____ you cannot use it right now.
ดูคำตอบ
that just means
เหตุผลที่พูดว่า one money, two monies, three monies ไม่ได้
can't say ใช้นำหน้ารูปที่ผู้พูดกำลังบอกว่าใช้ไม่ได้ ในภาษาอังกฤษทั่วไป money ที่หมายถึงเงินหรือเงินสดโดยรวมเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงวางตัวเลขไว้ข้างหน้าโดยตรงไม่ได้ และการเติม -s ก็ไม่ได้ทำให้เป็นคำนามนับได้ทั่วไป เมื่อต้องการนับ ต้องระบุหน่วยหรือสิ่งของที่เป็นชิ้น เช่น one pound, two coins, three notes การเป็นคำนามนับได้หรือนับไม่ได้ในภาษาอังกฤษขึ้นอยู่กับวิธีนำเสนอคำนามทางไวยากรณ์ ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงว่าสิ่งที่เกี่ยวข้องในโลกจริงนับได้หรือไม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคนหนึ่งมีเหรียญสองเหรียญ
- She has two monies.
- She has two money.
- She has two coins.
ดูคำตอบ
She has two coins.
คำนามนับไม่ได้แตกต่างกันไปในแต่ละภาษา
การที่คำนามจะนับได้หรือนับไม่ได้เป็นหลักไวยากรณ์ที่แต่ละภาษากำหนดต่างกัน แนวคิดที่นับได้ในภาษาแม่ของคุณอาจใช้คำนามนับไม่ได้ในภาษาอังกฤษ จึงนำการจัดประเภทจากภาษาแม่มาใช้ตรง ๆ ไม่ได้ ในที่นี้ different in every language หมายถึงรูปแบบการแบ่งคำนามนับได้และนับไม่ได้แตกต่างกันไปตามภาษา เมื่อเรียนคำนามภาษาอังกฤษ ให้ตรวจสอบเรื่องการนับได้ด้วย ส่วน them ในประโยคถัดไปหมายถึงคำนามเหล่านี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำนามนับไม่ได้ advice ในภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- She gave me two pieces of advice.
- She gave me two advices.
- She gave me an advice.
ดูคำตอบ
She gave me two pieces of advice.
We have some great mini English lessons on this topic.
0:59เรามีบทเรียนภาษาอังกฤษสั้นๆ ดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ดูด้วยนะ
We use much and many most commonly in questions and negatives. ไวยากรณ์
1:02เราใช้ much และ many บ่อยที่สุดในประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ
much และ many ในประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ
ประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธเป็นบริบทที่พบ much และ many บ่อยที่สุด ใช้ much กับคำนามนับไม่ได้เพื่อถามหรือพูดถึงปริมาณ และใช้ many กับคำนามนับได้รูปพหูพจน์เพื่อถามหรือพูดถึงจำนวน most commonly ไม่ได้หมายความว่าใช้ได้เฉพาะในบริบทเหล่านี้ ประโยคนี้บอกแนวโน้มการใช้ที่พบบ่อย ไม่ใช่กฎที่ห้ามใช้ much หรือ many ในประโยคบอกเล่าทุกประโยค
แบบฝึกหัด
เติมประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธด้วย much หรือ many: How ____ milk do we need? We don't have ____ bottles.
ดูคำตอบ
much · many
how much money ... don't have much food: much กับคำนามนับไม่ได้
much วางหน้าคำนามนับไม่ได้เมื่อถามปริมาณหรือบอกว่าปริมาณนั้นมีไม่มาก ใน how much money คำว่า how much ใช้ถามจำนวนเงิน ส่วนใน don't have much food วลี not much food หมายถึง “มีอาหารไม่มาก” ในที่นี้ money และ food เป็นคำนามนับไม่ได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ How much + คำนามนับไม่ได้ ...? และกริยารูปปฏิเสธ + much + คำนามนับไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมคำเดียวกันในช่องว่างทั้งสอง โดยเป็นคำที่ใช้กับปริมาณนับไม่ได้ในคำถามและประโยคปฏิเสธ: How ____ milk do we need? We don't have ____ time.
ดูคำตอบ
much · much
I used much because money and food are both uncountable.
1:16ฉันใช้ much เพราะทั้ง money และ food เป็นคำนามนับไม่ได้
many people ... aren't many students: many กับคำนามนับได้รูปพหูพจน์
many วางหน้าคำนามนับได้รูปพหูพจน์เมื่อพูดถึงจำนวน ใน many people คำนี้อยู่ในประโยคคำถาม ส่วนใน aren't many students วลี not many หมายถึง “จำนวนนักเรียนไม่มาก” people เป็นรูปพหูพจน์แบบไม่ปกติที่ใช้ทั่วไปของ person แม้จะไม่มี -s แต่ในที่นี้ยังเป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ในคำถามหรือหลังคำกริยารูปปฏิเสธ
แบบฝึกหัด
เติมคำเดียวกันที่หมายถึงจำนวนมากและใช้กับคำนามนับได้รูปพหูพจน์ลงในช่องว่างทั้งสอง: Do you know ____ neighbors here? There aren't ____ buses after midnight.
ดูคำตอบ
many · many
much ในประโยคบอกเล่าอาจฟังดูล้าสมัย
ในประโยคที่เน้น positive sentences หมายถึงประโยคบอกเล่าแบบยืนยัน ประเด็นนี้เป็นเรื่องความเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ ไม่ใช่ข้อห้ามทางไวยากรณ์โดยเด็ดขาด การใช้ much ที่ไม่มีคำขยายหน้าคำนามนับไม่ได้ในประโยคบอกเล่ากลาง ๆ เช่น I have much time มักฟังดูล้าสมัยหรือเป็นทางการเกินไป ในการพูดประโยคบอกเล่าในชีวิตประจำวัน a lot of มักเป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติกว่า คำว่า anymore และ now แสดงว่าผู้พูดกำลังอธิบายการเปลี่ยนแปลงของการใช้ภาษาเมื่อเวลาผ่านไป
แบบฝึกหัด
ประโยคบอกเล่าใดฟังดูเป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน?
- I have many time before my train leaves.
- I have much time before my train leaves.
- I have a lot of time before my train leaves.
ดูคำตอบ
I have a lot of time before my train leaves.
We used to: การละการกระทำที่ทราบอยู่แล้ว
ในที่นี้ We used to เป็นรูปย่อของ We used to use much in positive sentences วลีกริยาหลัง used to ถูกละไว้ เพราะเพิ่งกล่าวถึงไปและผู้ฟังสามารถเข้าใจได้จากบริบท used to บอกนิสัยหรือสภาพในอดีตที่ปัจจุบันไม่เป็นจริงแล้ว ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงคุ้นเคยกับบางสิ่งหรือถูกใช้เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อ used to ที่ช่วยไม่ต้องกล่าวการกระทำเดิมซ้ำ: Mia walked to school every day. She ____, but now she takes the bus.
ดูคำตอบ
used to
you sound like a character in a Jane Austen novel ในฐานะมุกเกี่ยวกับภาษาอังกฤษที่ล้าสมัย
เจน ออสเตนเป็นนักประพันธ์ชาวอังกฤษ ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเธอตีพิมพ์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 นิยายของเธอทำให้นึกถึงภาษาและสังคมในยุคนั้นอย่างชัดเจน ในประโยคนี้ you sound like a character in a Jane Austen novel เป็นการเปรียบเทียบแบบขำ ๆ เพื่อบอกว่า I have much money ฟังดูล้าสมัยในการสนทนาปัจจุบัน ผู้พูดกำลังวิจารณ์การเลือกใช้คำ ไม่ได้บอกจริง ๆ ว่าผู้ฟังเป็นตัวละครสมมติหรือเป็นคนรวย
แบบฝึกหัด
ทำไมผู้พูดจึงเปรียบใครบางคนกับตัวละครในนิยายของเจน ออสเตน
- เพื่อบอกว่าถ้อยคำนี้ฟังดูล้าสมัย
- เพื่อบอกว่าคนนั้นเป็นตัวละครสมมติจริง ๆ
- เพื่อบอกว่าคนนั้นร่ำรวย
ดูคำตอบ
เพื่อบอกว่าถ้อยคำนี้ฟังดูล้าสมัย
we only really use much in positive sentences with the words so or too. ไวยากรณ์
1:47เรามักจะใช้ much ในประโยคบอกเล่าคู่กับคำว่า so หรือ too เท่านั้น
much ในประโยคบอกเล่าที่ใช้กับ so หรือ too
ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การใช้ much เพียงคำเดียวในประโยคบอกเล่าที่หมายถึงปริมาณมากมักฟังไม่เป็นธรรมชาติ โดยปกติเราพูดว่า I have a lot of money ไม่ใช่ I have much money แต่ much ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติหลัง so และ too โดย so much หมายถึงปริมาณที่มากมาก ส่วน too much หมายถึงมากเกินกว่าที่ต้องการหรือยอมรับได้ only really บอกแนวโน้มหลักในการใช้ประจำวัน ไม่ใช่กฎตายตัวที่ไม่มีข้อยกเว้น
แบบฝึกหัด
ใช้ so much สำหรับปริมาณที่มากอย่างน่าประหลาดใจ และ too much สำหรับปริมาณที่มากเกินกว่าจะยอมรับได้ เติมประโยค: Ava has ____ energy today, but this game takes ____ time, so we cannot finish it.
ดูคำตอบ
so much · too much
ความแตกต่างระหว่าง so much money กับ too much money
ทั้ง so much money และ too much money ใช้ much เพราะ money เป็นคำนามนับไม่ได้ so much เน้นว่าปริมาณมีมาก อาจสื่อถึงความประหลาดใจหรือความรู้สึกที่แรง แต่ไม่ได้หมายความว่าปริมาณนั้นเป็นปัญหาเสมอไป too much หมายถึงมากเกินกว่าที่เหมาะสม จำเป็น หรือจัดการได้ จึงเป็นการตัดสินว่าปริมาณนั้นเกินพอดี และมักสื่อถึงปัญหาหรือภาระ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าน้ำตาลมีมากเกินไปจนทำให้ดื่มเครื่องดื่มไม่หมด?
- There is too much sugar in this drink.
- There are many sugar in this drink.
- There is so much sugar in this drink.
ดูคำตอบ
There is too much sugar in this drink.
if so: ใช้แทนสถานการณ์ที่กล่าวไปแล้ว
ใน if so คำว่า so แทนสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ so หมายถึงความเป็นไปได้ที่แสดงด้วย maybe you do ดังนั้น if so จึงหมายถึง “ถ้าเรื่องนั้นเป็นจริง” หรือ “ถ้าเป็นอย่างนั้น” รูปแบบนี้เชื่อมเงื่อนไขที่อาจเป็นจริงเข้ากับผลลัพธ์โดยไม่ต้องพูดอนุประโยคเดิมซ้ำ ให้ดูประโยคก่อนหน้าเพื่อระบุว่า so แทนสถานการณ์ใด
แบบฝึกหัด
อ่านตัวอย่างภาษาอังกฤษแล้วเลือกความหมายของ if so: “The library may still be open. If so, we can return the books today.”
- ถ้าห้องสมุดไม่ได้เปิดอยู่
- ถ้าห้องสมุดยังเปิดอยู่
- ถ้าคืนหนังสือไปแล้ว
ดูคำตอบ
ถ้าห้องสมุดยังเปิดอยู่
many dùng độc lập ... do add so or too
ในที่นี้ many on its own หมายถึงการใช้ many โดยไม่มี so หรือ too คำว่า many แบบเดี่ยว ๆ สามารถใช้ในประโยคบอกเล่าได้อย่างถูกต้องตามไวยากรณ์ โดยปกติจะวางหน้าคำนามนับได้พหูพจน์ เช่น many people และ many books ไม่ได้หมายความว่า many ต้องอยู่โดยไม่มีคำนามตามหลัง กริยาช่วย do ที่ใช้เน้นใน we often do add ย้ำว่าการเติม so หรือ too เป็นสิ่งที่ทำกันบ่อยจริง ๆ แม้จะไม่จำเป็นก็ตาม so many เน้นว่ามีจำนวนมากมาก ส่วน too many บอกว่ามีมากเกินไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ many แบบเดี่ยว ๆ โดยไม่มี so หรือ too ในประโยคบอกเล่า
- So many neighbours came to the picnic.
- Many neighbours came to the picnic.
- Too many neighbours came to the picnic.
ดูคำตอบ
Many neighbours came to the picnic.
It's really hard to find the time to see them all." วลี
2:15"มันยากจริงๆ ที่จะหาเวลาไปเจอพวกเขาทุกคน"
find the time to + กริยารูปพื้นฐาน
find the time to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการจัดกิจกรรมหนึ่งให้ลงในตารางได้สำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อมีงานยุ่ง find ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการค้นหาเวลาบนนาฬิกาตามตัวอักษร to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน เช่น find the time to see, read หรือ help สำนวนนี้เน้นว่าผู้พูดสามารถจัดเวลาให้กิจกรรมนั้นได้สำเร็จ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสี่คำที่ถูกต้องจากบทเรียนนี้ ซึ่งหมายถึงการจัดกิจกรรมหนึ่งให้ลงในตารางได้สำเร็จ: I hope I can ____ finish my model this weekend.
ดูคำตอบ
find the time to
not exactly a bad problem to have: ความลำบากที่มีด้านบวก
ในที่นี้ not exactly ช่วยลดน้ำหนักคำตัดสินเชิงลบใน a bad problem ผู้พูดหมายความว่าสถานการณ์นี้อาจทำให้ลำบากอยู่บ้าง แต่ไม่ได้แย่จริง ๆ และอาจเกิดจากเรื่องที่น่ายินดีด้วยซ้ำ วลีนี้เป็นการพูดแบบลดทอนอย่างเบา ๆ คือเรียกสถานการณ์ว่า problem แต่ชวนให้ผู้ฟังมองเห็นด้านบวกด้วย
แบบฝึกหัด
ในประโยค "That is not exactly a bad problem to have," ผู้พูดแสดงท่าทีอย่างไร?
- สถานการณ์นี้ไม่มีความไม่สะดวกใด ๆ เลย
- สถานการณ์นี้ร้ายแรงมากและเป็นลบทั้งหมด
- สถานการณ์นี้ไม่สะดวก แต่ก็มีด้านบวก
ดูคำตอบ
สถานการณ์นี้ไม่สะดวก แต่ก็มีด้านบวก
I told you that there is one noun which uses both much and many.
2:21ฉันบอกคุณว่ามีคำนามหนึ่งคำที่ใช้ได้กับทั้ง much และ many
much time ... a duration of time: ใช้ time ที่นับไม่ได้เพื่อบอกระยะเวลา
เมื่อใช้กับ much คำว่า time เป็นคำนามนับไม่ได้ที่หมายถึงปริมาณหรือความยาวของเวลา ใช้ตอบคำถามเรื่องระยะเวลา เช่น บางสิ่งดำเนินอยู่นานเท่าไร หรือมีเวลาให้ใช้อยู่เท่าไร ใน a duration of time คำว่า duration หมายถึงความยาวตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุด ไม่ใช่จำนวนครั้งที่เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำถามเกี่ยวกับระยะเวลา: How ____ time do we have before the library closes?
ดูคำตอบ
much
how much time did you spend watching the British Council's mini English lessons?
2:40"คุณใช้เวลาดูบทเรียนภาษาอังกฤษสั้นๆ ของ British Council ไปเท่าไหร่?"
spend more time watching: โครงสร้าง spend time doing
โครงสร้าง spend + จำนวนเวลา + คำกริยารูป -ing หมายถึงใช้เวลาจำนวนนั้นทำกิจกรรมหนึ่ง ใน spend more time watching คำว่า more time บอกจำนวนเวลา และ watching บอกว่าทำกิจกรรมอะไร หลังคำบอกเวลาให้ใช้คำกริยารูป -ing ไม่ใช่รูป infinitive จึงพูดว่า spend time watching ไม่ใช่ spend time to watch ส่วน them ในที่นี้หมายถึงบทเรียนภาษาอังกฤษสั้น ๆ ที่กล่าวถึงก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ practise: Mia spends thirty minutes ____ the piano every day.
ดูคำตอบ
practising
you're talking about the number of times or the number of occasions that you do something.
2:53คุณกำลังพูดถึงจำนวนครั้งหรือจำนวนโอกาสที่คุณทำบางสิ่ง
time ที่ใช้กับ many: จำนวนครั้งหรือโอกาส
ในที่นี้ time เป็นคำนามนับได้เมื่อหมายถึงหนึ่งครั้งหรือหนึ่งโอกาสที่เหตุการณ์เกิดขึ้น รูปพหูพจน์คือ times ดังนั้น many times จึงนับว่าการกระทำเกิดขึ้นกี่ครั้ง ไม่ได้บอกว่ากินเวลานานเท่าใด the number of times และ the number of occasions เป็นคำอธิบายสองแบบที่มีความหมายเดียวกันเกี่ยวกับการนับครั้ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าฉันทำการกระทำนั้นซ้ำในหลายโอกาสที่แยกจากกัน
- I didn't spend much time checking the answer.
- I checked the answer for a long time.
- I checked the answer many times.
ดูคำตอบ
I checked the answer many times.
how many times did Kate have to film this video to get it right? โน้ต
2:59"เคทต้องถ่ายวิดีโอนี้กี่ครั้งกว่าจะออกมาถูกต้อง?"
how many times: ถามจำนวนครั้งที่แน่นอน
how many times ใช้ถามว่าการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นกี่ครั้ง times เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ที่ตามหลัง many จึงตอบได้ว่า once, twice หรือ three times ในคำถามเกี่ยวกับอดีต ใช้โครงสร้าง How many times + did + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ผู้พูดถามจำนวนครั้งที่พยายามถ่าย ไม่ได้ถามว่าใช้เวลาถ่ายนานเท่าไร
แบบฝึกหัด
คำถามใดถามจำนวนครั้งที่ดูวิดีโอ ไม่ใช่ระยะเวลาที่ดู?
- How many times did you watch the video?
- How long did you watch the video?
- How much time did you spend watching the video?
ดูคำตอบ
How many times did you watch the video?
have to film: ความจำเป็นและกริยารูปพื้นฐาน
ใน have to film คำว่า have to แสดงความจำเป็น หมายความว่าต้องถ่ายเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ตรงนี้ have to ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างเดียวกัน และ have ไม่ได้หมายถึง “มีไว้ในครอบครอง” หลัง have to ใช้กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น film จึงถูกต้อง ในคำถามอดีต did Kate have to film ...? คำว่า did แสดงอดีตอยู่แล้ว จึงใช้ have ไม่ใช่ had
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามได้ถูกต้องว่า Maya จำเป็นต้องถ่ายฉากนั้นอีกครั้งหรือไม่?
- Did Maya have to filming the scene again?
- Did Maya had to film the scene again?
- Did Maya have to film the scene again?
ดูคำตอบ
Did Maya have to film the scene again?
get it right?: ทำให้ถูกต้อง
Get it right เป็นสำนวนที่หมายถึงทำบางอย่างให้ถูกต้องหรือได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ในคำถามนี้ to get it right หมายถึงถ่ายวิดีโอให้ได้อย่างที่เคทต้องการ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปทางขวา วลี to get it right เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ของการถ่ายซ้ำหลายครั้ง คำว่า it หมายถึงวิดีโอหรืองานถ่ายวิดีโอ และสำนวนนี้ยังใช้กับคำตอบ ทักษะ คำแนะนำ และงานอื่น ๆ ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ใน “to get it right” คำว่า get it right หมายถึงอะไร
- ทำให้เสร็จโดยไม่ตรวจสอบ
- ย้ายไปทางขวา
- ทำให้ถูกต้องหรือได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
ดูคำตอบ
ทำให้ถูกต้องหรือได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
let's not talk about?: หลีกเลี่ยงหัวข้อที่น่าอายอย่างเบา ๆ
Let's not talk about เป็นวิธีเสนอว่าให้ผู้พูดและผู้ฟังหลีกเลี่ยงหรือหยุดพูดถึงหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ในที่นี้คำตอบสูงจนน่าอาย ผู้พูดจึงใช้มุกที่ล้อเลียนตัวเองเพื่อผ่านรายละเอียดที่น่าอึดอัดไป ไม่ได้กำลังสั่งให้อีกฝ่ายเงียบอย่างจริงจัง โครงสร้างคือ let's not + คำกริยารูปพื้นฐาน เนื่องจากคำบรรยายจบลงที่ about หัวข้อจึงไม่ได้ระบุไว้ในช่วงสั้น ๆ นี้ หรืออาจต่อทันทีหลังจากนั้น บริบทจะบอกว่าผู้พูดไม่อยากพูดถึงอะไร
แบบฝึกหัด
ตัดสินความหมายในบริบทนี้: “Let's not talk about it” เป็นคำสั่งรุนแรงที่บอกให้อีกฝ่ายเงียบ
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ผิด
but you don't need too much information to get it right.
3:09แต่คุณไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลมากเกินไปเพื่อให้ใช้ได้อย่างถูกต้องหรอก
so many questions ... too much information: การเลือกใช้ many, much, so และ too
ใน so many questions คำว่า questions เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ จึงใช้ many ส่วน so ช่วยเน้นว่ามีคำถามจำนวนมาก ใน too much information คำว่า information เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ much ส่วน too หมายถึงปริมาณมากเกินกว่าที่จำเป็นหรือมีประโยชน์ ให้เลือก many หรือ much ตามชนิดของคำนาม แล้วเลือก so หรือ too ตามความหมายที่ต้องการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย so many และ too much โดยใช้แต่ละคำหนึ่งครั้ง: The class asked ____ questions because the handout contained ____ information.
ดูคำตอบ
so many · too much
Just remember that much is for uncountable nouns and many is for countable,
3:12แค่จำไว้ว่า much ใช้สำหรับคำนามนับไม่ได้ และ many ใช้สำหรับคำนามนับได้