วิธีออกเสียงคำลงท้าย (Suffixes) ในภาษาอังกฤษ + PDF ฟรี: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pronunciation with Emma

ความยากในการเรียน
812 คำ 138 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนนี้อธิบายความหมายของปัจจัยท้ายคำ และแสดงว่า -ly, -able/-ible, -tion, -ful และ -less เปลี่ยนความหมายหรือชนิดของคำอย่างไร โดยเน้นการออกเสียงแบบเบาและรวดเร็วที่เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. if you take the suffix -less, / and you add it to the end of joy, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการใช้เงื่อนไขร่วมกับการกระทำสองขั้นตามลำดับ เพื่อสาธิตการสร้างคำและนำไปสู่ผลลัพธ์ คุณสามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้อธิบายขั้นตอน กฎ การทดลอง หรือการอนุมานอย่างเป็นลำดับได้ 2. able on its own, — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจว่า on its own หมายถึงการอยู่โดยลำพังหรือใช้เป็นคำอิสระ จึงช่วยให้แยกการออกเสียงแบบเต็มของ able เมื่อเป็นคำเดี่ยวออกจากเสียงที่ลดรูปเมื่อทำหน้าที่เป็นปัจจัยท้ายคำได้ 3. Careful that you're not saying this — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้ว่านี่คือคำเตือนในชั้นเรียนแบบเป็นธรรมชาติที่ละ Be ไว้ ครูใช้เพื่อชี้ข้อผิดพลาด และผู้เรียนสามารถเข้าใจหรือใช้เมื่อต้องการเตือนเรื่องการออกเสียงหรือการใช้ภาษาที่ควรหลีกเลี่ยง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In this English pronunciation lesson, ลำดับความ

0:00

ในบทเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษนี้

you're going to learn what is a suffix ไวยากรณ์

0:02

คุณจะได้เรียนรู้ว่าปัจจัย (suffix) คืออะไร

and how to pronounce the most common suffixes in English.

0:05

และวิธีการออกเสียงปัจจัยที่พบบ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ

ลำดับความ

In this English pronunciation lesson: กำหนดขอบเขตของบทเรียน

In this English pronunciation lesson อยู่ต้นประโยคเพื่อกำหนดขอบเขตของเนื้อหาทั้งหมดที่จะตามมา หมายถึง “ในส่วนของบทเรียนเกี่ยวกับการออกเสียงภาษาอังกฤษนี้” ไม่ได้หมายถึงใครอยู่ภายในสถานที่จริง ๆ รูปแบบ In this + lesson/video/article/meeting ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจสถานการณ์หรือหัวข้อก่อนฟังใจความหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกำหนดขอบเขตของเนื้อหาได้อย่างเป็นธรรมชาติในตอนเริ่มบทเรียน

  1. At this writing lesson, we will practice short emails.
  2. Inside this writing lesson, we will practice short emails.
  3. In this writing lesson, we will practice short emails.
ดูคำตอบ

In this writing lesson, we will practice short emails.

ไวยากรณ์

you're going to learn: บอกเนื้อหาบทเรียนล่วงหน้า

You're going to learn หมายถึง “บทเรียนนี้จะสอนเรื่องนี้ให้คุณเป็นลำดับถัดไป” โครงสร้างคือ you are + going to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย you're เป็นรูปย่อของ you are ในที่นี้ be going to ใช้บอกล่วงหน้าถึงเนื้อหาบทเรียนที่วางแผนไว้ ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังกำลังเดินทางไปที่ใด ส่วน learn ใช้นำเข้าหัวข้อหรือทักษะที่จะตามมา

แบบฝึกหัด

เติมคำเกริ่นบทเรียนให้สมบูรณ์ด้วยรูป be going to ของ learn: Today, you're ____ three new sounds.

ดูคำตอบ

going to learn

If you would like some free extra activities น้ำเสียง/เจตนา

0:09

หากคุณต้องการกิจกรรมเสริมฟรี

to help you practice and remember what you've learned in today's lesson, ไวยากรณ์

0:11

เพื่อช่วยให้คุณฝึกฝนและจดจำสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ในบทเรียนวันนี้

then you can download the free PDF version of the lesson summary and notes.

0:15

คุณก็สามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF สรุปและบันทึกย่อของบทเรียนได้ฟรี

น้ำเสียง/เจตนา

you would like: วิธีบอกว่า “ต้องการ” อย่างสุภาพ

Would like เป็นวิธีบอกว่าต้องการบางสิ่งอย่างสุภาพและนุ่มนวลกว่า ใน If you would like... ผู้พูดนำเสนอกิจกรรมเสริมเป็นทางเลือก ไม่ใช่ข้อเรียกร้อง ตรงนี้ would ไม่ได้กล่าวถึงอดีต แต่ช่วยเพิ่มระยะห่างและความสุภาพ หลัง like ใช้คำนามได้ เช่น would like some activities หรือใช้ to + คำกริยาได้ เช่น would like to download them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสุภาพด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่มีความหมายว่า want: If you ____ a copy, I can email one to you.

ดูคำตอบ

would like

ไวยากรณ์

to help you practice and remember: โครงสร้าง infinitive ที่บอกจุดประสงค์

วลี infinitive to help you practice and remember บอกจุดประสงค์ของกิจกรรมเสริม โดยตอบว่ากิจกรรมเหล่านี้มีไว้ทำอะไร ไม่ได้เพิ่มเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่ง หลัง help + คน ภาษาอังกฤษใช้คำกริยารูปพื้นฐานได้ เช่น help you practice และ help you remember โดย practice กับ remember เชื่อมกันด้วย and และใช้ to help you ร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี to help you ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายว่าบัตรเหล่านี้มีไว้ทำอะไร

  1. These cards are here to help you practice and remember new words.
  2. These cards are here help you practice and remember new words.
  3. These cards are here to help you practicing and remembering new words.
ดูคำตอบ

These cards are here to help you practice and remember new words.

There are additional sentences in there to help you practice.

0:19

มีประโยคเพิ่มเติมในนั้นเพื่อช่วยให้คุณฝึกฝน

The link to download the PDF is in the description. วัฒนธรรม

0:22

ลิงก์สำหรับดาวน์โหลด PDF อยู่ในคำอธิบาย

วัฒนธรรม

The link to download the PDF ... is in the description: ลิงก์อยู่ในคำอธิบายวิดีโอ

ในประโยคนี้ description หมายถึงส่วนข้อมูลที่อยู่คู่กับวิดีโอออนไลน์ ไม่ใช่การบรรยายหรืออธิบายบางสิ่ง ลิงก์สำหรับดาวน์โหลด PDF อยู่ในส่วนนั้น นี่เป็นการบอกตำแหน่งให้ผู้ชมรู้ว่า หากต้องการไฟล์ ให้ดูที่ส่วนคำอธิบายของวิดีโอ ความหมายเดียวกันนี้ใช้กับลิงก์และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่อยู่ในหน้าวิดีโอได้

แบบฝึกหัด

ในบทเรียนวิดีโอ ประโยคนี้บอกอะไรแก่คุณ

  1. ลิงก์ PDF อยู่ในส่วนข้อมูลของวิดีโอ
  2. ลิงก์ PDF ถูกพิมพ์อยู่ข้างในวิดีโอ
  3. มีการอ่าน PDF ออกเสียงในวิดีโอ
ดูคำตอบ

ลิงก์ PDF อยู่ในส่วนข้อมูลของวิดีโอ

Let's start with what is a suffix. ลำดับความ

0:26

มาเริ่มกันที่ว่าปัจจัยคืออะไร

ลำดับความ

Let's start with ...: การแนะนำหัวข้อแรก

ในประโยคนี้ Let's start with ใช้เพื่อแนะนำหัวข้อหรือขั้นตอนแรกของบทเรียน ที่นี่ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากบทนำไปสู่จุดแรกของการอธิบาย คือ what is a suffix หลัง with จะเป็นสิ่งที่ต้องจัดการก่อน สิ่งนั้นอาจเป็นหัวข้อ คำถาม หรือวลีคำนาม ดังนั้นวลีนี้จึงใช้จัดลำดับการอธิบาย ไม่ได้หมายถึงจุดเริ่มต้นทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปิดบทเรียนให้สมบูรณ์: ____ the first question

ดูคำตอบ

Let's start with

A suffix is a letter or group of letters that you add to the end of a word โน้ต

0:29

ปัจจัยคือตัวอักษรหรือกลุ่มตัวอักษรที่คุณเติมไว้ที่ท้ายคำ

to change its meaning slightly.

0:34

เพื่อเปลี่ยนความหมายเล็กน้อย

การใช้คำ

suffix: ส่วนของคำที่เติมไว้ท้ายคำ

ในประโยคนี้ suffix เป็นศัพท์เกี่ยวกับการสร้างคำ หมายถึงอักษรหนึ่งตัวหรือกลุ่มอักษรที่เติมไว้ท้ายคำ ตำแหน่งเป็นส่วนหนึ่งของคำจำกัดความ เพราะคำเติมท้ายจะอยู่หลังคำฐานหรือรากคำ คำเติมท้ายมีหน้าที่ในการสร้างคำ โดยอาจเปลี่ยนความหมายเล็กน้อย หรือเปลี่ยนรูปทางไวยากรณ์หรือชนิดของคำ กลุ่มอักษรทุกกลุ่มที่อยู่ท้ายคำไม่ได้เป็นคำเติมท้ายเสมอไป แต่ต้องทำหน้าที่เป็นส่วนที่เติมเข้าไปในคำ

แบบฝึกหัด

เติมศัพท์เกี่ยวกับการสร้างคำที่ถูกต้อง: The ending -ness is a ____.

ดูคำตอบ

suffix

วลี

that you add to the end of a word: add A to the end of B

อนุประโยค that you add to the end of a word ขยาย a letter or group of letters ที่อยู่ข้างหน้า คำว่า that ย้อนกลับไปหมายถึงวลีนี้ และอนุประโยคทั้งส่วนบอกว่าทำอะไรกับอักษรเหล่านั้น ในอนุประโยคนี้ add A to the end of B หมายถึงนำ A ไปเติมที่ตำแหน่งท้ายสุดของ B โดย A คืออักษรหนึ่งตัวหรือกลุ่มอักษร และ B คือคำหนึ่งคำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ add A to the end of B: To spell cats, add -s ____ the word cat.

ดูคำตอบ

to the end of

For example,

0:37

ตัวอย่างเช่น

the word joy is a noun meaning great happiness. การใช้คำ

0:37

คำว่า joy เป็นคำนามที่มีความหมายว่าความสุขอันยิ่งใหญ่

การใช้คำ

a noun meaning... สำหรับบอกชนิดคำและคำนิยาม

โครงสร้าง a noun meaning... จะบอกก่อนว่าคำนั้นเป็นคำนาม แล้วใช้ meaning ซึ่งอยู่ในรูป -ing เพื่อให้คำนิยาม ใน a noun meaning great happiness กลุ่มคำ meaning great happiness ขยาย noun และบอกว่าคำนามนั้นหมายถึงความสุขอย่างยิ่ง กริยาหลักของประโยคคือ is ส่วน meaning เป็นคำกริยารูป participle ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ noun ไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สอง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับชนิดคำอื่นได้ เช่น a verb meaning... หรือ an adjective meaning...

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกชนิดคำก่อนแล้วจึงให้คำนิยามได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. A cub is a noun meaning a young animal.
  2. A cub is a noun means a young animal.
  3. A cub is a noun meaning is a young animal.
ดูคำตอบ

A cub is a noun meaning a young animal.

And if you take the suffix -less, ลำดับความ

0:42

และถ้าคุณใช้ปัจจัย -less

which means lacking in something or without something,

0:44

ซึ่งหมายถึงการขาดบางสิ่งหรือไม่มีบางสิ่ง

and you add it to the end of joy,

0:48

และคุณเติมมันไว้ท้ายคำว่า joy

you get joyless, วลี

0:51

คุณจะได้คำว่า joyless

which now means without happiness.

0:53

ซึ่งตอนนี้หมายถึงการไม่มีความสุข

ลำดับความ

if you take... and you add... สำหรับบอกขั้นตอนที่นำไปสู่ผลลัพธ์

อนุประโยคที่มี if ใช้ตั้งกระบวนการขึ้นมา take นำเสนอสิ่งที่เลือกมาใช้ และส่วนที่สอง and you add... บอกการกระทำขั้นถัดไป ในที่นี้ take หมายถึงเลือกบางสิ่งมาใช้ ไม่ได้หมายถึงเอาออกหรือนำไปจากที่เดิม การกระทำทั้งสองอย่างปูทางไปสู่ผลลัพธ์ในประโยคหลัก you get joyless รูปแบบ “เงื่อนไข-ขั้นตอน-ผลลัพธ์” นี้ช่วยจัดลำดับการสาธิต การคำนวณ และการอธิบายกฎ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ if เพื่อนำเสนอการกระทำ และใช้ you get เพื่อบอกผลลัพธ์

  1. Take six and add three to make nine.
  2. Six plus three equals nine.
  3. If you take six and add three, you get nine.
ดูคำตอบ

If you take six and add three, you get nine.

วลี

you get joyless: get ที่ใช้บอกผลลัพธ์

ใน you get joyless คำว่า get ใช้บอกผลจากขั้นตอนการสร้างคำ กล่าวคือ เมื่อนำ -less ไปเติมท้าย joy จะได้ joyless รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ if/when you do X, you get Y โดย X คือกระบวนการหรือกฎ และ Y คือผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ get ใน you get joyless หมายความว่าอะไร?

  1. ซื้อคำนั้น
  2. ได้ผลลัพธ์นี้
  3. ได้รับคำนั้นจากใครบางคน
ดูคำตอบ

ได้ผลลัพธ์นี้

Let's now look at five common suffixes ลำดับความ

0:56

ตอนนี้เรามาดูห้าปัจจัยทั่วไป

and how to pronounce them correctly in English.

0:58

และวิธีการออกเสียงให้ถูกต้องในภาษาอังกฤษ

ลำดับความ

Let's now look at five common suffixes: การเปลี่ยนไปยังหัวข้อถัดไป

Let's now look at... ใช้พาคำอธิบายไปยังส่วนถัดไป Let's ชวนผู้พูดและผู้ฟังให้สนใจเนื้อหาร่วมกัน ส่วน now บอกว่ามีการเปลี่ยนหัวข้อ ณ จุดนี้ ในบทเรียนและการนำเสนอ look at อาจหมายถึงการตรวจดู อภิปราย หรือศึกษาเรื่องหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเพียงการใช้ตามอง ที่นี่วลีนี้ใช้เริ่มส่วนที่กล่าวถึงคำเติมท้ายที่ใช้บ่อยห้าแบบ

แบบฝึกหัด

ในบทเรียน Let's now look at five common suffixes ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. เป็นการขอให้ผู้ฟังจ้องดูคำลงท้ายห้าแบบที่เขียนไว้
  2. เป็นการบอกให้ผู้ฟังค้นหาคำเติมท้ายห้าแบบที่หายไป
  3. เป็นการพาบทเรียนไปสู่การอธิบายคำเติมท้ายที่ใช้บ่อยห้าแบบ
ดูคำตอบ

เป็นการพาบทเรียนไปสู่การอธิบายคำเติมท้ายที่ใช้บ่อยห้าแบบ

The first is -ly.

1:02

อย่างแรกคือ -ly

You use -ly to talk about the way, การใช้คำ

1:04

คุณใช้ -ly เพื่อพูดถึงวิธี

the manner,

1:06

ลักษณะ

that something is done.

1:07

ที่บางสิ่งบางอย่างถูกกระทำ

การใช้คำ

-ly ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งถูกทำอย่างไร

คำเติมท้าย -ly มักสร้างคำกริยาวิเศษณ์ที่บอกว่าการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นอย่างไร โดยตอบคำถามว่า “อย่างไร” เช่น slowly หมายถึง “อย่างช้า ๆ” และ clearly หมายถึง “อย่างชัดเจน” ในประโยคนี้ way และ manner มีความหมายเหมือนกัน ทั้งสองคำชี้ถึงลักษณะของการกระทำ ไม่ใช่เวลา สถานที่ หรือผู้ที่ทำการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

ในคำอย่าง slowly และ clearly ปกติ -ly แสดงอะไร?

  1. การกระทำหนึ่งเกิดขึ้นอย่างไร
  2. ใครเป็นผู้ทำการกระทำ
  3. การกระทำหนึ่งเกิดขึ้นที่ไหน
ดูคำตอบ

การกระทำหนึ่งเกิดขึ้นอย่างไร

And it's usually used to turn adjectives into adverbs. ไวยากรณ์

1:08

และมักจะใช้เพื่อเปลี่ยนคำคุณศัพท์ให้เป็นคำวิเศษณ์

ไวยากรณ์

be used to turn adjectives into adverbs: ใช้เพื่อเปลี่ยนคำคุณศัพท์เป็นคำกริยาวิเศษณ์

ในที่นี้ it หมายถึงคำเติมท้าย -ly วลี is used to turn adjectives into adverbs อธิบายว่า -ly ใช้ทำอะไร นั่นคือเปลี่ยนคำอย่าง quick ให้เป็น quickly Be used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายจุดประสงค์หรือหน้าที่ ส่วน turn A into B ในโครงสร้างนี้หมายถึง “เปลี่ยน A ให้กลายเป็น B” โดย turn ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “หมุน”

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่บอกจุดประสงค์และการเปลี่ยนแปลงให้สมบูรณ์: A blender is ____ fruit into juice.

ดูคำตอบ

used to turn

For example,

1:12

ตัวอย่างเช่น

quick,

1:14

quick

quickly.

1:14

quickly

Quickly means to do something in a quick way.

1:16

Quickly หมายถึงการทำบางสิ่งในลักษณะที่รวดเร็ว

Slow,

1:19

Slow

slowly.

1:20

slowly

Slowly means to do something in a slow way.

1:22

Slowly หมายถึงการทำบางสิ่งในลักษณะที่ช้า

Now listen to this sentence and repeat after me. วลี

1:25

ทีนี้ฟังประโยคนี้และพูดตามฉัน

วลี

Now listen to this sentence and repeat after me: คำสั่งในชั้นเรียน

Now listen to this sentence and repeat after me เป็นคำสั่งในชั้นเรียนที่มีสองขั้นตอน ขั้นแรกให้ฟังประโยคตัวอย่าง แล้วพูดประโยคเดียวกันหลังจากผู้พูดพูดจบ after me ในที่นี้หมายถึง “หลังจากฉันพูดแล้ว ให้พูดตามสิ่งที่ฉันพูด” ไม่ได้หมายถึงการอยู่ด้านหลังผู้พูด

แบบฝึกหัด

อ่านคำสั่งนี้: Now listen to this sentence and repeat after me. ผู้ฟังต้องทำอะไร?

  1. ยืนอยู่ด้านหลังผู้พูดขณะฟัง
  2. พูดประโยคนี้ให้คนอื่นฟังแทนที่จะพูดตามผู้พูด
  3. ฟังก่อน แล้วพูดประโยคเดียวกันหลังจากผู้พูดพูดจบ
ดูคำตอบ

ฟังก่อน แล้วพูดประโยคเดียวกันหลังจากผู้พูดพูดจบ

She moves quickly.

1:28

She moves quickly.

She moves quickly.

1:31

She moves quickly.

He speaks English slowly and clearly. ไวยากรณ์

1:34

He speaks English slowly and clearly.

ไวยากรณ์

slowly and clearly: คำวิเศษณ์สองคำที่ขยาย speaks

slowly และ clearly เป็นคำวิเศษณ์สองคำที่เชื่อมด้วย and ทั้งสองคำขยาย speaks โดย slowly บอกความเร็วในการพูด ส่วน clearly บอกว่าคำพูดนั้นเข้าใจได้ง่ายเพียงใด คำทั้งสองอธิบายว่าเขาพูดภาษาอังกฤษอย่างไร ไม่ได้ขยายคำว่า English โครงสร้างนี้ช่วยเพิ่มคำอธิบายสองอย่างให้กับการกระทำเดียวโดยไม่ต้องพูดคำกริยาซ้ำ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: He speaks English slowly and clearly. slowly และ clearly อธิบายอะไร?

  1. การพูด
  2. คำว่า English
  3. บุคคลที่ he กล่าวถึง
ดูคำตอบ

การพูด

He speaks English slowly and clearly.

1:39

He speaks English slowly and clearly.

The next suffixes are -able and -ible. การใช้คำ

1:43

ปัจจัยต่อไปคือ -able และ -ible

They are pronounced exactly the same way.

1:46

พวกมันออกเสียงเหมือนกันทุกประการ

You use this to form adjectives for things that can be done. ไวยากรณ์

1:49

คุณใช้สิ่งนี้เพื่อสร้างคำคุณศัพท์สำหรับสิ่งที่สามารถทำได้

การใช้คำ

-able และ -ible: ปัจจัยต่อท้ายคำคุณศัพท์ที่ออกเสียงเหมือนกัน

-able และ -ible เป็นปัจจัยต่อท้ายที่เติมท้ายคำเพื่อสร้างคำคุณศัพท์ มักบอกว่าสิ่งหนึ่งสามารถถูกกระทำได้ เช่น washable หมายถึง “ซักได้” และ visible หมายถึง “มองเห็นได้” ในที่นี้ -able and เป็นจุดเริ่มของคู่ -able and -ible เมื่อเป็นปัจจัยต่อท้าย ส่วนลงท้ายเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ able ที่อยู่เดี่ยว ๆ นอกจากนี้ แต่ละคำมีการสะกดที่กำหนดไว้ จึงสลับใช้สองรูปนี้ตามใจไม่ได้

แบบฝึกหัด

ข้อความใดเกี่ยวกับ -able และ -ible ถูกต้อง

  1. คำคุณศัพท์ทุกคำจะใช้ -able หรือ -ible ก็ได้
  2. ทั้ง -able และ -ible ใช้สร้างคำคุณศัพท์ได้ แต่การสะกดที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับแต่ละคำ
  3. -able และ -ible ต้องออกเสียงต่างกันเสมอ
ดูคำตอบ

ทั้ง -able และ -ible ใช้สร้างคำคุณศัพท์ได้ แต่การสะกดที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับแต่ละคำ

ไวยากรณ์

to form adjectives ... that can be done: ความเป็นไปได้แบบถูกกระทำ

ในประโยคนี้ to form adjectives หมายถึง “สร้างรูปคำคุณศัพท์” ส่วน this หมายถึงปัจจัยต่อท้ายอย่าง -able และ -ible วลี for things that can be done อธิบายความหมายเรื่องความเป็นไปได้แบบถูกกระทำที่พบบ่อย กล่าวคือ สิ่งที่คำนามกล่าวถึงสามารถรับการกระทำนั้นได้ readable หมายถึง can be read ไม่ใช่ can read ส่วน things ในที่นี้มีความหมายกว้าง อาจหมายถึงวัตถุ การกระทำ หรือสถานการณ์ก็ได้

แบบฝึกหัด

ใช้ can be และรูป past participle ของ wash เพื่อเติมความหมายให้สมบูรณ์: A washable jacket is a jacket that ____.

ดูคำตอบ

can be washed

In other words, ลำดับความ

1:52

กล่าวอีกนัยหนึ่ง

you are able to do those things. วลี

1:53

คุณสามารถ (able) ทำสิ่งเหล่านั้นได้

ลำดับความ

In other words สำหรับกล่าวความคิดเดิมด้วยถ้อยคำใหม่

In other words เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายความคิดเดิมด้วยถ้อยคำอีกแบบหนึ่ง ซึ่งมักจะชัดเจนกว่า ช่วยให้ผู้ฟังเชื่อมโยงคำอธิบายใหม่กับสิ่งที่พูดไปก่อนหน้า ในที่นี้ วลีนี้นำเข้าสู่ you are able to do those things ซึ่งเป็นการกล่าวใหม่ของ things that can be done ไม่ได้เพิ่มประเด็นใหม่ที่แตกต่างออกไป

แบบฝึกหัด

In other words บอกอะไรในตัวอย่างนี้? The shop is closed today. In other words, we cannot buy anything there now.

  1. ประโยคที่สองนำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ประโยคที่สองกล่าวประโยคแรกใหม่ให้ชัดเจนขึ้น
  3. ประโยคที่สองให้ความหมายตรงกันข้าม
ดูคำตอบ

ประโยคที่สองกล่าวประโยคแรกใหม่ให้ชัดเจนขึ้น

วลี

are able to do: โครงสร้าง be able to + คำกริยา

Are able to do เป็นรูปปัจจุบันของโครงสร้าง be able to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าคนคนหนึ่งมีความสามารถหรือโอกาสที่จะทำสิ่งหนึ่งได้ รูปของ be ต้องสอดคล้องกับประธานและเวลา ส่วน able ตามด้วย to และคำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ you are able to do those things หมายถึงการทำสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่คุณทำได้ อย่าตัด be หรือ to ออก เพราะ able do ไม่ใช่โครงสร้างมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง be able to ให้สมบูรณ์: After one more lesson, you will be ____ read this book on your own.

ดูคำตอบ

able to

For example,

1:56

ตัวอย่างเช่น

break,

1:57

break

breakable.

1:57

breakable

Breakable,

1:59

Breakable

you can break something.

1:59

คุณสามารถทำลายบางสิ่งได้

Access,

2:02

Access

accessible.

2:02

accessible

You can access something.

2:04

คุณสามารถเข้าถึงบางสิ่งได้

Notice that the pronunciation as well is not /ˈeɪbəl/.

2:06

สังเกตว่าการออกเสียงก็ไม่ใช่ /ˈeɪbəl/ เช่นกัน

So it's not break-able,

2:09

ดังนั้นจึงไม่ใช่ break-able

access-able.

2:11

access-able

When we talk about able on its own, วลี

2:13

เมื่อเราพูดถึง able โดดๆ

we use the strong form /ˈeɪbəl/.

2:15

เราใช้รูปแบบที่เน้นเสียง /ˈeɪbəl/

วลี

able on its own: able ในฐานะคำอิสระ

ในที่นี้ on its own หมายถึง “เมื่อพิจารณาแยกเดี่ยว ๆ” ผู้พูดกำลังกล่าวถึง able ในฐานะคำอิสระ ไม่ใช่ปัจจัย -able ที่เติมท้ายคำอื่น own ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของในที่นี้ ในการอธิบายภาษา X on its own มักหมายถึง X ที่แยกจากคำอื่นหรือจากบริบทรอบข้าง

แบบฝึกหัด

able on its own ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. able แสดงความเป็นเจ้าของ
  2. able ใช้เป็นคำอิสระ
  3. able เติมท้ายคำอื่นในฐานะปัจจัย
ดูคำตอบ

able ใช้เป็นคำอิสระ

But when we use it as a suffix at the end of a word,

2:18

แต่เมื่อเราใช้เป็นปัจจัยที่ท้ายคำ

it becomes /əbl/.

2:21

มันจะกลายเป็น /əbl/

/əbl/.

2:23

/əbl/

Breakable,

2:24

Breakable

accessible.

2:25

accessible

Now listen carefully and repeat.

2:26

ทีนี้ตั้งใจฟังและพูดตาม

These ornaments are easily breakable. วลี

2:29

These ornaments are easily breakable.

วลี

easily breakable: easily + คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย -able

Breakable เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “สามารถถูกทำให้แตกได้” Easily ขยาย breakable และบอกว่าใช้แรงเพียงเล็กน้อยก็ทำให้แตกได้ ประโยคนี้อธิบายคุณสมบัติโดยทั่วไปของของประดับ ไม่ได้หมายความว่ามันกำลังแตกอยู่ในขณะนี้ รูปแบบนี้ใช้กับคำคุณศัพท์ easily + -able อื่นได้ด้วย เช่น easily removable หมายถึงถอดออกได้โดยใช้แรงเพียงเล็กน้อย และ easily readable หมายถึงอ่านได้โดยไม่ยาก

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยวลีสองคำที่ประกอบด้วย easily + คำคุณศัพท์ลงท้ายด้วย -able ซึ่งหมายถึง “ใช้แรงเพียงเล็กน้อยก็ทำให้แตกได้”: These decorations are ____, so handle them carefully.

ดูคำตอบ

easily breakable

These ornaments are easily breakable.

2:33

These ornaments are easily breakable.

The building is easily accessible. การใช้คำ

2:36

The building is easily accessible.

การใช้คำ

easily accessible: ไปถึงหรือเข้าได้ง่าย

ในประโยคนี้ easily accessible หมายความว่าผู้คนเดินทางไปถึงและเข้าอาคารได้โดยไม่ลำบากมาก accessible ใช้บรรยายอาคาร ส่วน easily บอกว่ามีความยากน้อย ลักษณะของการเข้าถึงขึ้นอยู่กับสิ่งที่กล่าวถึง สถานที่อาจ accessible เพราะเดินทางไปได้ทางถนนหรือขนส่งสาธารณะ ส่วนเว็บไซต์หรือแหล่งข้อมูลอาจ accessible เพราะเข้าถึงหรือใช้งานได้ง่าย ในที่นี้หมายถึงการเข้าถึงตัวอาคารจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ The building is easily accessible. หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้คนเดินทางไปถึงหรือเข้าอาคารได้โดยไม่ลำบากมาก
  2. อาคารนี้ว่างอยู่และพร้อมใช้งานในขณะนี้
  3. อาคารนี้สามารถเคลื่อนไปยังที่อื่นได้อย่างง่ายดาย
ดูคำตอบ

ผู้คนเดินทางไปถึงหรือเข้าอาคารได้โดยไม่ลำบากมาก

The building is easily accessible.

2:40

The building is easily accessible.

So watch that you're not saying access-able, น้ำเสียง/เจตนา

2:44

ดังนั้นระวังอย่าพูดว่า access-able

accessible.

2:47

accessible

น้ำเสียง/เจตนา

watch that you're not saying...: คำเตือนให้หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด

ในที่นี้ watch that you're not saying... หมายถึง “ระวังอย่าพูดว่า...” ผู้พูดกำลังเตือนผู้ฟังเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในการออกเสียงที่อาจเกิดขึ้น โดย access-able คือรูปที่ควรหลีกเลี่ยง watch ในโครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึงการมองดูสิ่งหนึ่ง Watch that... ทำหน้าที่เป็นคำเตือนแบบตรง ๆ ในภาษาพูด ให้ผู้ฟังสังเกตสิ่งที่ตนกำลังทำและป้องกันข้อผิดพลาด

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนของครูด้วยสำนวนเป้าหมาย: ____ stressing the first syllable.

ดูคำตอบ

Watch that you're not

It's really quick and really weak.

2:48

มันเร็วมากและเบามาก

Number three is -tion. การใช้คำ

2:50

อันดับที่สามคือ -tion

We use this to talk about an action or a resulting state.

2:52

เราใช้สิ่งนี้เพื่อพูดถึงการกระทำหรือสถานะที่เป็นผลลัพธ์

การใช้คำ

-tion: ปัจจัยท้ายคำที่สร้างคำนามบอกการกระทำหรือสภาวะที่เกิดขึ้น

-tion เป็นปัจจัยที่เติมท้ายรูปคำ โดยมักเติมท้ายคำกริยาเพื่อสร้างคำนาม คำนามนั้นอาจใช้เรียกการกระทำหรือกระบวนการ หรือสภาวะหรือผลที่เกิดจากการกระทำนั้น ตัวอย่างเช่น create เปลี่ยนเป็น creation ปัจจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำเต็ม ไม่ใช่คำที่ใช้เดี่ยว ๆ และไม่สามารถเติม -tion ต่อท้ายคำกริยาทุกคำได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

คำใดเป็นคำนามที่สร้างจาก create ด้วยปัจจัย -tion?

  1. creation
  2. creative
  3. create
ดูคำตอบ

creation

Mind the pronunciation of this as well การใช้คำ

2:57

สังเกตการออกเสียงของสิ่งนี้ด้วย

because a lot of learners say -sion or -tion

2:59

เพราะผู้เรียนจำนวนมากพูดว่า -sion หรือ -tion

or something with a very strong vowel there like -ion.

3:03

หรืออะไรที่มีสระเสียงหนักมากตรงนั้นเช่น -ion

การใช้คำ

Mind the pronunciation: คำเตือนตรง ๆ ให้ใส่ใจ

ใน Mind the pronunciation คำว่า mind เป็นคำกริยาในประโยคคำสั่ง หมายถึงให้ความสนใจหรือระวัง ผู้พูดกำลังบอกให้ผู้ฟังจดจ่อกับเสียงของส่วนท้ายคำ รูปแบบ Mind + คำนาม ใช้เตือนหรือเตือนภัยแบบสั้น ๆ ในที่นี้ mind ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงความคิดหรือจิตใจ และไม่ใช่ความหมายว่าขัดข้องหรือรังเกียจแบบใน Do you mind ...?

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยสำนวนจากบทเรียน: ____ of this new word.

ดูคำตอบ

Mind the pronunciation

But it's just a schwa. การใช้คำ

3:06

แต่มันเป็นเพียงเสียงชวา (schwa)

-tion.

3:08

-tion

การใช้คำ

just a schwa: ทำความเข้าใจศัพท์สัทศาสตร์ schwa

Schwa เป็นศัพท์สัทศาสตร์ที่หมายถึงสระกลางเสียงเบา /ə/ เสียงนี้มักอยู่ในพยางค์ที่ไม่ลงเสียงเน้น โดยสระจะถูกลดเสียงแทนที่จะออกเสียงเต็มและชัดเจน ใน just a schwa คำว่า just หมายถึง “เพียงแค่” ผู้พูดกำลังบอกว่าสระที่ไม่ลงเสียงเน้นใน -tion ก็คือ /ə/ การรู้จักศัพท์นี้ช่วยให้เข้าใจคำอธิบายเรื่องการออกเสียงภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายการออกเสียงนี้ schwa หมายถึงอะไร?

  1. สระเสียงยาวที่ลงเสียงเน้นหนัก
  2. พยัญชนะที่ไม่ออกเสียง
  3. สระกลางเสียงเบาที่มักอยู่ในพยางค์ที่ไม่ลงเสียงเน้น
ดูคำตอบ

สระกลางเสียงเบาที่มักอยู่ในพยางค์ที่ไม่ลงเสียงเน้น

-tion.

3:09

-tion

For example,

3:10

ตัวอย่างเช่น

create,

3:11

create

creation.

3:12

creation

So we're not going to say crea-sion or crea-tion or anything like that. วลี

3:14

ดังนั้นเราจะไม่พูดว่า crea-sion หรือ crea-tion หรืออะไรทำนองนั้น

วลี

or anything like that: จบรายการตัวอย่างที่คล้ายกัน

or anything like that ใช้ต่อท้ายตัวอย่างหนึ่งอย่างหรือหลายอย่าง เพื่อบอกว่ายังรวมสิ่งอื่นในกลุ่มเดียวกันด้วย ในประโยคนี้วลีดังกล่าวตามหลังการออกเสียงผิดสองแบบ จึงหมายถึง “หรือวิธีพูดแบบอื่นที่คล้ายกัน” ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดหยุดยกตัวอย่างได้ เพราะผู้ฟังอนุมานตัวอย่างอื่นในประเภทเดียวกันได้ รูปแบบคือ ตัวอย่าง + or anything like that

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “หรือสิ่งอื่นที่คล้ายกัน”: You don't need a suit, a tie, or ____.

ดูคำตอบ

anything like that

It's -tion.

3:18

มันคือ -tion

It's really,

3:19

มันจริงๆ

really quick.

3:20

เร็วมากๆ

Celebrate,

3:21

Celebrate

celebration.

3:22

celebration

So again,

3:23

อีกครั้งนะ

not celebra-sion or celebra-tion,

3:24

ไม่ใช่ celebra-sion หรือ celebra-tion

celebra-tion.

3:27

celebra-tion

Celebration.

3:29

Celebration

Listen and repeat.

3:30

ฟังและพูดตาม

The creation of the statue took months. ไวยากรณ์

3:32

The creation of the statue took months.

ไวยากรณ์

The creation of the statue: creation + of + สิ่งที่ถูกสร้าง

Creation เป็นรูปคำนามของ create ใน The creation of the statue วลีทั้งหมดใช้เรียกการกระทำหรือกระบวนการสร้างรูปปั้น จึงสามารถเป็นประธานของ took months ได้ เมื่อคำกริยาที่บอกการกระทำอย่าง create เปลี่ยนเป็นคำนามอย่าง creation สิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำสามารถตามหลังคำนามในวลีที่ใช้ of ได้ ดังนั้น create the statue จึงเปลี่ยนเป็น the creation of the statue ตรงนี้ of the statue บอกว่าสิ่งที่ถูกสร้างคืออะไร

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน create the robot เป็นวลีคำนามโดยใช้คำนามที่ลงท้ายด้วย -tion: The ____ the robot took several weeks.

ดูคำตอบ

creation of

The creation of the statue took months.

3:36

The creation of the statue took months.

The celebration will take place in the main hall. วลี

3:41

The celebration will take place in the main hall.

วลี

take place: เหตุการณ์เกิดขึ้นหรือกิจกรรมจัดขึ้น

Take place เป็นวลีกริยาตายตัวที่หมายถึงเกิดขึ้น หรือถ้าเป็นกิจกรรมที่วางแผนไว้ก็หมายถึงจัดขึ้น เนื่องจากประธานคือ The celebration และมีการระบุห้องโถง ประโยคนี้จึงหมายถึงงานเฉลิมฉลองจะจัดขึ้นในห้องโถงใหญ่ วลีนี้ทำหน้าที่เหมือนกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม โดยเหตุการณ์เป็นประธาน และตามด้วยข้อมูลเรื่องเวลาหรือสถานที่ได้ ในที่นี้ไม่ควรแปล take และ place แยกกัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงจัดขึ้นให้สมบูรณ์: The science fair will ____ in the gym.

ดูคำตอบ

take place

The celebration will take place in the main hall.

3:46

The celebration will take place in the main hall.

Next is -ful. การใช้คำ

3:51

ต่อไปคือ -ful

You can pronounce this as /fʊl/ or /fl/.

3:52

คุณสามารถออกเสียงสิ่งนี้เป็น /fʊl/ หรือ /fl/

There's really not much difference. น้ำเสียง/เจตนา

3:56

ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก

น้ำเสียง/เจตนา

There's really not much difference: บอกว่าสองสิ่งคล้ายกันมาก

There's really not much difference หมายความว่าสองสิ่งคล้ายกันมาก แม้อาจไม่เหมือนกันทุกอย่าง ส่วนสำคัญคือ not much difference ขณะที่ really เน้นการตัดสินว่าความแตกต่างนั้นเล็กน้อย และในที่นี้เข้าใจได้ว่า “จริง ๆ” หรือ “ที่จริงแล้ว” นี่เป็นวิธีเปรียบเทียบตัวเลือกอย่างนุ่มนวล โดยยังเปิดโอกาสว่าอาจมีความแตกต่างเล็กน้อย แทนที่จะยืนยันว่าไม่มีความแตกต่างเลย

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ “There's really not much difference between the two plans” มากที่สุด?

  1. แผนทั้งสองไม่มีความแตกต่างกันเลย
  2. แผนทั้งสองอาจต่างกันเล็กน้อย แต่คล้ายกันมาก
  3. แผนทั้งสองแตกต่างกันมาก
ดูคำตอบ

แผนทั้งสองอาจต่างกันเล็กน้อย แต่คล้ายกันมาก

/fʊl/ just sounds a bit quicker.

3:57

/fʊl/ แค่ฟังดูเร็วกว่านิดหน่อย

This is used to form adjectives that are full of something.

3:59

สิ่งนี้ใช้เพื่อสร้างคำคุณศัพท์ที่เต็มไปด้วยบางสิ่ง

การใช้คำ

-ful ... full of something: การสร้างคำคุณศัพท์

-ful เป็นปัจจัยเติมท้ายที่ต่อกับคำนามหรือรากคำเพื่อสร้างคำคุณศัพท์ โดยมักหมายถึงการมี การแสดง หรือการมีลักษณะตามสิ่งที่รากคำนั้นเรียก เช่น color + -ful → colorful; use + -ful → useful ในประโยคนี้ full of something เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ใช้อธิบายแนวคิดดังกล่าว ความหมายไม่ได้แปลว่าเต็มอยู่จริงเสมอไป เช่น careful หมายถึงแสดงความระมัดระวัง ไม่ใช่มีความระมัดระวังบรรจุอยู่ในร่างกาย เมื่อเป็นปัจจัยเติมท้าย -ful ต้องเขียนติดกับรากคำและใช้ l เพียงตัวเดียว

แบบฝึกหัด

เติม -ful หลัง color เพื่อทำให้ประโยคสมบูรณ์: The festival flags were ____.

ดูคำตอบ

colorful

For example,

4:03

ตัวอย่างเช่น

care,

4:04

care

careful.

4:05

careful

It's full of care.

4:06

มันเต็มไปด้วยความระมัดระวัง (care)

Or color,

4:08

หรือ color

colorful.

4:09

colorful

It's full of color.

4:10

มันเต็มไปด้วยสีสัน

Listen carefully to these sentences.

4:12

ตั้งใจฟังประโยคเหล่านี้

Be careful when crossing the street. ไวยากรณ์

4:15

Be careful when crossing the street.

ไวยากรณ์

Be careful when crossing: โครงสร้างย่อ when + -ing

ในที่นี้ when crossing the street หมายถึง “ขณะกำลังข้ามถนน” เป็นรูปย่อของ when you are crossing the street โดยละประธาน you และคำกริยา be รูป are when + -ing ใช้บอกช่วงเวลาที่คำสั่งหลักมีผล ผู้ทำการกระทำทั้งสองต้องเป็นคนเดียวกัน คือ you ต้องระวัง และ you เป็นคนที่กำลังข้ามถนน

แบบฝึกหัด

เติมรูปย่อของ when you are crossing ให้สมบูรณ์: Be careful when ____ the road.

ดูคำตอบ

crossing

Be careful when crossing the street.

4:18

Be careful when crossing the street.

The festival is bright and colorful. วลี

4:22

The festival is bright and colorful.

วลี

bright and colorful: คำบรรยายภาพในเชิงบวก

ในที่นี้ and เชื่อมคำคุณศัพท์สองคำที่บอกว่าเทศกาลดูเป็นอย่างไร bright สื่อว่ามีแสงมากหรือมีสีสด ส่วน colorful สื่อว่ามีสีเข้มและหลากหลายหลายสี เมื่อนำ bright and colorful มาใช้ร่วมกัน โดยทั่วไปจะให้ภาพเชิงบวก คือฉากดูมีชีวิตชีวาและมีสีสันหลากหลาย ไม่ได้เพียงหมายความว่า “ไม่ใช่ภาพขาวดำ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายห้องที่มีสีสดใสมากมายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The room looks bright and colorful.
  2. The room looks dark and plain.
  3. The room sounds bright and colorful.
ดูคำตอบ

The room looks bright and colorful.

The festival is bright and colorful.

4:26

The festival is bright and colorful.

And finally, ลำดับความ

4:29

และสุดท้าย

our last suffix is -less.

4:30

ปัจจัยสุดท้ายของเราคือ -less

ลำดับความ

And finally, our last ...: การเข้าสู่รายการสุดท้าย

And finally บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะเข้าสู่ส่วนสุดท้ายของรายการหรือคำอธิบาย จากนั้น our last suffix is -less ระบุว่ารายการสุดท้ายนั้นคืออะไร ทำให้ผู้ฟังรู้ว่าบทเรียนใกล้จบแล้ว ในที่นี้ finally ทำหน้าที่หลักเป็นคำเชื่อมที่แสดงลำดับ ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “ในที่สุด” ที่สื่อความโล่งใจหรือความไม่อดทน

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ And finally, our last suffix is -less ในประโยคนี้คืออะไร

  1. เพื่อแสดงความโล่งใจที่การรอคอยอันยาวนานสิ้นสุดลง
  2. เพื่อเกริ่นเข้าสู่รายการสุดท้ายของคำอธิบาย
  3. เพื่อบอกว่า -less เป็นปัจจัยเติมท้ายตัวแรกที่กล่าวถึง
ดูคำตอบ

เพื่อเกริ่นเข้าสู่รายการสุดท้ายของคำอธิบาย

Careful that you're not saying this with the strong form less, น้ำเสียง/เจตนา

4:33

ระวังอย่าออกเสียงสิ่งนี้ด้วยรูปแบบที่เน้นเสียง less

but it's /ləs/.

4:36

แต่มันคือ /ləs/

น้ำเสียง/เจตนา

Careful that you're not saying this: คำเตือนโดยตรงในภาษาพูด

เมื่ออยู่ต้นประโยค Careful เป็นรูปย่อในภาษาพูดของ Be careful ผู้พูดไม่ได้บอกว่าผู้ฟังเป็นคนรอบคอบ แต่กำลังเตือนหรือแก้ไขอย่างรวดเร็ว คำที่ตามมา that you're not saying this ... ระบุการกระทำที่ต้องหลีกเลี่ยง ในชั้นเรียนหรือขณะแก้ไข รูปแบบ Careful that you're not ... ที่นำไปใช้กับเรื่องอื่นได้หมายถึง “ให้ระวังเพื่อไม่ให้ทำผิดแบบนี้”

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วย Careful that you're not saying this ...

  1. ขอให้ผู้ฟังพูดให้ดังขึ้น
  2. เตือนผู้ฟังให้หลีกเลี่ยงการออกเสียงแบบหนึ่ง
  3. ชมผู้ฟังว่าพูดอย่างระมัดระวัง
ดูคำตอบ

เตือนผู้ฟังให้หลีกเลี่ยงการออกเสียงแบบหนึ่ง

It's more relaxed.

4:38

มันผ่อนคลายกว่า

The suffix -less basically means the opposite to the suffix -ful. การใช้คำ

4:39

ปัจจัย -less โดยพื้นฐานแล้วมีความหมายตรงกันข้ามกับปัจจัย -ful

It essentially means without something or lacking something.

4:45

โดยพื้นฐานแล้วหมายถึงไม่มีบางสิ่งหรือขาดบางสิ่ง

การใช้คำ

-less: “ไม่มีหรือขาดบางสิ่ง”

เมื่อเติมปัจจัย -less ท้ายคำนาม มักจะได้คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ไม่มี” หรือ “ขาด” สิ่งที่คำนามนั้นกล่าวถึง เช่น hope + -less เป็น hopeless ซึ่งหมายถึง “ไม่มีความหวัง” ในประโยคนี้ -less อธิบายว่าเป็นความหมายตรงข้ามกับ -ful โดย -ful หมายถึง “เต็มไปด้วย” หรือ “มี” ส่วน -less หมายถึง “ไม่มี”

แบบฝึกหัด

ปัจจัย -less มักเพิ่มความหมายใดให้คำฐาน

  1. เต็มไปด้วยสิ่งที่คำฐานกล่าวถึง
  2. สิ่งที่คำฐานกล่าวถึงมีปริมาณน้อยกว่า
  3. ไม่มีหรือขาดสิ่งที่คำฐานกล่าวถึง
ดูคำตอบ

ไม่มีหรือขาดสิ่งที่คำฐานกล่าวถึง

For example,

4:48

ตัวอย่างเช่น

hope,

4:50

hope

hopeless.

4:51

hopeless

There's no hope. ไวยากรณ์

4:52

ไม่มีความหวัง

It's hopeless.

4:53

มันคือ hopeless

ไวยากรณ์

There's no hope: There is + no + คำนาม

There's เป็นรูปย่อของ there is ใน There's no hope คำว่า no วางหน้าคำนาม hope โดยตรง จึงหมายความว่าไม่มีความหวังอยู่เลยแม้แต่น้อย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ There is/There's + no + คำนาม เปลี่ยน hope เป็นคำนามนับได้เอกพจน์หรือคำนามนับไม่ได้คำอื่น เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่หรือไม่มีให้ใช้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อของ There is + no เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ time to wait.

ดูคำตอบ

There's no

Harm,

4:55

Harm

harmless.

4:56

harmless

There's no harm.

4:57

ไม่มีอันตราย

It's not going to create harm.

4:58

มันจะไม่สร้างอันตราย

So listen carefully to these sentences.

5:01

ดังนั้นตั้งใจฟังประโยคเหล่านี้

The situation seemed hopeless. ไวยากรณ์

5:04

The situation seemed hopeless.

ไวยากรณ์

seemed + คำคุณศัพท์ ใน situation seemed hopeless

ใน situation seemed hopeless โครงสร้าง seemed + คำคุณศัพท์ บอกว่าสถานการณ์ดูเป็นอย่างไร ณ เวลาหนึ่งในอดีต โดย hopeless เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายสถานการณ์ Seemed เปิดโอกาสให้ความจริงอาจแตกต่างจากที่เห็นได้ โครงสร้างนี้จึงใช้เล่าความรู้สึกหรือความเห็นในอดีต แทนการยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงแน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ seem + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกความรู้สึกหรือความเห็นในอดีต

  1. The road was definitely unsafe.
  2. The road seemed unsafe in the dark.
  3. The road became unsafe after the storm.
ดูคำตอบ

The road seemed unsafe in the dark.

The situation seemed hopeless.

5:07

The situation seemed hopeless.

So careful,

5:11

ดังนั้นระวัง

not hopeless,

5:12

ไม่ใช่ hopeless

hopeless.

5:13

hopeless

-less.

5:15

-less

Relax your mouth more.

5:16

ผ่อนคลายปากของคุณให้มากขึ้น

he's harmless.

5:18

he's harmless.

น้ำเสียง/เจตนา

Don't worry ... harmless: ปลอบใจก่อนแล้วจึงบอกเหตุผล

Don't worry เป็นการปลอบใจอีกฝ่ายโดยตรง ส่วน He's harmless บอกเหตุผลว่าเขาไม่เป็นอันตรายและไม่น่าจะทำร้ายใคร ทั้งประโยคใช้รูปแบบการสนทนาที่เป็นประโยชน์ คือปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจก่อน แล้วจึงบอกเหตุผลสั้น ๆ Harmless บอกความสามารถในการก่ออันตราย ไม่ได้บอกว่าคนคนนั้นได้รับบาดเจ็บหรือไม่

แบบฝึกหัด

ใน Don't worry, he's harmless. คำว่า harmless หมายถึงอะไร

  1. เขาไม่เป็นอันตรายและไม่น่าจะทำร้ายใคร
  2. เขาไม่กังวลแล้ว
  3. เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ
ดูคำตอบ

เขาไม่เป็นอันตรายและไม่น่าจะทำร้ายใคร

Don't worry,

5:20

Don't worry,

he's harmless.

5:22

he's harmless.

And that's the end of this lesson ลำดับความ

5:24

และนั่นคือจุดจบของบทเรียนนี้

on how to pronounce some of the most common suffixes in English.

5:26

เกี่ยวกับวิธีการออกเสียงปัจจัยที่พบบ่อยที่สุดบางส่วนในภาษาอังกฤษ

ลำดับความ

And that's the end of this lesson ในฐานะสัญญาณปิดบทเรียน

And that's the end of this lesson บอกผู้ฟังว่าเนื้อหาการสอนหลักสิ้นสุดลงแล้ว end ในที่นี้เป็นการจบเชิงโครงสร้าง คือใช้ปิดบทเรียน ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ในเรื่องเล่าจบลง And ที่ขึ้นต้นประโยคเชื่อมคำกล่าวปิดท้ายนี้กับเนื้อหาก่อนหน้า จากนั้นสามารถใช้วลีที่มี on เพื่อระบุหัวข้อที่กำลังปิดได้ เช่น on how to pronounce... เมื่อเปลี่ยน lesson และหัวข้อ ก็ใช้กรอบเดียวกันปิดการพูดที่มีโครงสร้างแบบอื่นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ปิดบทเรียนออนไลน์เกี่ยวกับทักษะการอ่านแผนที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. And that's the end of this lesson on map-reading skills.
  2. Here is a question about map-reading skills.
  3. Let's begin this lesson on map-reading skills.
ดูคำตอบ

And that's the end of this lesson on map-reading skills.

Remember to download your free PDF version of today's lesson notes.

5:30

อย่าลืมดาวน์โหลดบันทึกย่อบทเรียนของวันนี้ในรูปแบบ PDF ฟรี

It contains extra activities

5:34

มันมีกิจกรรมเสริม

to help you practice and improve your pronunciation of everything we've covered today. การใช้คำ

5:36

เพื่อช่วยให้คุณฝึกฝนและปรับปรุงการออกเสียงในทุกสิ่งที่เราเรียนรู้กันในวันนี้

การใช้คำ

everything we've covered today: cover ในความหมายว่าเรียนหรือพูดถึงเนื้อหา

ใน everything we've covered today คำว่า cover หมายถึง พูดถึง สอน หรือจัดการกับเนื้อหา วลีทั้งชุดหมายถึงเนื้อหาทั้งหมดที่ได้เรียนหรือพูดถึงไปในวันนั้น ในบริบทของห้องเรียนและการประชุม cover ใช้บอกว่าเนื้อหาใดรวมอยู่ในบทเรียนหรือการสนทนา ไม่ใช่การเอาสิ่งหนึ่งไปคลุมวัตถุอีกชิ้น We've covered เป็นรูปย่อของ we have covered ในกาล present perfect รูปนี้เชื่อมเนื้อหาที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้ในวันนี้กับแบบฝึกหัดที่ให้ทำในตอนนี้

แบบฝึกหัด

ในบริบทของห้องเรียน everything we've covered today หมายความว่าอย่างไร

  1. เนื้อหาทั้งหมดที่เราวางแผนจะพูดถึงในวันพรุ่งนี้
  2. สิ่งของทั้งหมดที่เราใช้บางอย่างคลุมไว้ในวันนี้
  3. เนื้อหาทั้งหมดที่เราพูดถึงในวันนี้
ดูคำตอบ

เนื้อหาทั้งหมดที่เราพูดถึงในวันนี้

The link to download your free PDF is in the description of this video.

5:41

ลิงก์สำหรับดาวน์โหลด PDF ฟรีของคุณอยู่ในคำอธิบายของวิดีโอนี้

As always, ลำดับความ

5:45

เช่นเคย

if you have enjoyed this lesson and you've learned something new,

5:46

หากคุณสนุกกับบทเรียนนี้และคุณได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

do hit the like button. ไวยากรณ์

5:49

อย่าลืมกดปุ่มถูกใจ

ลำดับความ

As always: บอกว่าเป็นกิจวัตรที่คุ้นเคย

As always หมายถึง “เช่นเคย” เมื่อวางไว้ต้นประโยค จะบอกผู้ฟังว่าสิ่งที่ตามมาเป็นกิจวัตรที่คุ้นเคยหรือรูปแบบที่เกิดซ้ำ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้คำขอช่วงท้ายเป็นคำเตือนตามปกติของผู้พูด คำว่า always ไม่ได้หมายถึงการกระทำหนึ่งที่ดำเนินต่อเนื่องไม่หยุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เกริ่นกิจวัตรที่คุ้นเคยได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. At last, we will check yesterday's work first.
  2. As always, we will check yesterday's work first.
  3. For once, we will check yesterday's work first.
ดูคำตอบ

As always, we will check yesterday's work first.

ไวยากรณ์

do hit: ใช้ do เน้นประโยคคำสั่ง

ใน do hit the like button คำว่า do อยู่หน้าคำกริยารูปพื้นฐาน hit เพื่อเน้นประโยคคำสั่งบอกเล่า ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม คำขอนี้หนักแน่นกว่าการพูดเพียง Hit the like button ผู้พูดกำลังกระตุ้นผู้ฟังอย่างเป็นมิตรให้ทำสิ่งนั้น โดยมีความหมายใกล้กับ “กรุณาทำด้วย” หรือ “อย่าลืมทำ”

แบบฝึกหัด

เติม do ที่ใช้เน้น เพื่อให้คำขอนี้อบอุ่นแต่ชัดเจน: ____ tell me if you need help.

ดูคำตอบ

Do

It helps me out immensely กริยาวลี

5:51

มันช่วยฉันได้มากจริงๆ

กริยาวลี

help someone out immensely: ช่วยเหลืออย่างมาก

help someone out หมายถึงช่วยเหลือใครสักคนในแบบที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือหรือเมื่อความช่วยเหลือนั้นทำให้งานง่ายขึ้น ในประโยคนี้ It หมายถึงการกดปุ่มถูกใจที่พูดถึงก่อนหน้า ส่วน out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกไปข้างนอก immensely หมายถึงในระดับที่มากอย่างยิ่ง ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังเน้นว่าการกระทำนั้นช่วยได้มากจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ help someone out immensely ให้สมบูรณ์: Your advice ____ yesterday.

ดูคำตอบ

helped me out immensely

and leave a comment telling me what's your favorite kind of weather. วลี

5:53

และแสดงความคิดเห็นเพื่อบอกฉันว่าสภาพอากาศแบบไหนที่คุณชื่นชอบ

วลี

leave a comment telling me...: ขอคำตอบที่เฉพาะเจาะจงในช่องความคิดเห็น

Leave a comment เป็นการขอให้ใครสักคนเขียนคำตอบในช่องความคิดเห็นสาธารณะ ส่วนที่เป็น -ing อย่าง telling me... บอกว่าความคิดเห็นนั้นควรมีข้อมูลอะไร จึงไม่ใช่คำสั่งอีกข้อหนึ่งที่แยกออกมา ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่รอบคอบ เนื้อหาคำถามหลัง telling me มักใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what your favorite kind of weather is ต้นฉบับ what's your favorite kind of weather ยังคงลำดับคำของคำถามโดยตรงไว้ เราอาจได้ยินแบบนี้ในการพูดสด แต่ควรใช้ลำดับคำมาตรฐานในการพูดที่เตรียมไว้และในการเขียน

แบบฝึกหัด

เติมคำเชิญด้วยวลีเป้าหมาย: ____ which game you want us to play next.

ดูคำตอบ

Leave a comment telling me

Do you prefer hot weather or cold weather? วลี

5:58

คุณชอบอากาศร้อนหรืออากาศหนาวมากกว่ากัน?

วลี

Do you prefer X or Y?:ถามว่าชอบตัวเลือกใดมากกว่ากันจากสองตัวเลือก

Do you prefer X or Y? ใช้ถามว่าคนหนึ่งชอบตัวเลือกใดมากกว่ากันจากสองตัวเลือก โดยตัวเลือกจะอยู่หลัง prefer และเชื่อมด้วย or ในประโยคนี้ X คือ hot weather และ Y คือ cold weather prefer มีความหมายของการเลือกชอบสิ่งหนึ่งมากกว่าอีกสิ่งหนึ่งอยู่แล้ว ดังนั้นรูปแบบที่เป็นธรรมชาติคือ prefer X or Y ไม่ใช่ prefer more X or Y

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบ Do you prefer X or Y?: Do you ____ tea ____ coffee?

ดูคำตอบ

prefer · or

I prefer something in the middle. วลี

6:00

ฉันชอบแบบกลางๆ

วลี

prefer something in the middle:เลือกตัวเลือกที่อยู่ในระดับพอดี

ใน prefer something in the middle คำว่า something หมายถึงตัวเลือกที่ไม่ได้ระบุอย่างเจาะจง ส่วน in the middle วางตัวเลือกนั้นไว้ระหว่างปลายสองด้านของระดับหนึ่ง ทั้งวลีจึงหมายถึงการต้องการตัวเลือกที่พอดีแทนที่จะเลือกด้านใดด้านหนึ่งที่เป็นสุดขั้ว เนื่องจากตัวเลือกก่อนหน้าคือ hot weather และ cold weather ตัวเลือกตรงกลางจึงหมายถึงอากาศที่ไม่ร้อนมากและไม่หนาวมาก ในที่นี้ in the middle บอกระดับหรือความชอบ ไม่ได้บอกตำแหน่งจริง

แบบฝึกหัด

เกมหนึ่งอาจง่ายมากหรือยากมาก คำตอบใดบอกว่าคุณต้องการระดับที่พอดี?

  1. I prefer both extremes.
  2. I prefer something at the end.
  3. I prefer something in the middle.
ดูคำตอบ

I prefer something in the middle.

Not too hot and not too cold. ไวยากรณ์

6:03

ไม่ร้อนเกินไปและไม่หนาวเกินไป

ไวยากรณ์

not too hot and not too cold: ช่วงกลางที่สบาย

not too + คำคุณศัพท์ หมายความว่าคุณสมบัตินั้นไม่เกินระดับที่ต้องการ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคุณสมบัตินั้นเลย เช่น not too hot ก็ยังอาจหมายถึงอากาศอุ่นอยู่ได้ รูปแบบซ้ำ not too X and not too Y ช่วยตัดสองระดับสุดขั้วที่ตรงข้ามกันออกไป ในประโยคนี้จึงหมายถึงอากาศที่อยู่ในช่วงกลางซึ่งสบาย

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ not too ... and not too ... ให้สมบูรณ์: The game is not ____ long and not ____ short.

ดูคำตอบ

too · too

Tell me in the comments what your favorite kind of weather is. ไวยากรณ์

6:05

บอกฉันในความคิดเห็นว่าสภาพอากาศที่คุณชื่นชอบคืออะไร

ไวยากรณ์

what your favorite kind of weather is: ลำดับคำในคำถามที่ฝังอยู่

อนุประโยค what your favorite kind of weather is ระบุข้อมูลที่ Tell me ขอให้บอก จึงเป็นคำถามที่ฝังอยู่ในประโยคหรือคำถามทางอ้อม ภายในคำถามที่ฝังอยู่ ภาษาอังกฤษมักใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what + ประธาน + กริยา ในที่นี้ your favorite kind of weather อยู่ก่อน is ส่วนคำถามตรงที่ใช้เดี่ยว ๆ จะใช้ลำดับคำแบบคำถาม: What is your favorite kind of weather?

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำคำถาม What is your favorite song? ไปวางหลัง Tell me ได้ถูกต้อง?

  1. Tell me what your favorite song is.
  2. Tell me what is your favorite song.
  3. Tell me your favorite song what is.
ดูคำตอบ

Tell me what your favorite song is.

Thank you very much for watching วลี

6:09

ขอบคุณมากสำหรับการรับชม

วลี

Thank you very much for watching: ขอบคุณผู้ชมเมื่อจบเนื้อหา

“Thank you very much for watching” เป็นคำกล่าวปิดท้ายอย่างสุภาพเพื่อขอบคุณผู้ชมเมื่อวิดีโอ ไลฟ์ บทเรียน หรือการนำเสนอจบลง “very much” ช่วยเน้นคำขอบคุณ ส่วน “for watching” บอกเหตุผลที่ขอบคุณ หลัง “thank you ... for” ใช้คำนามหรือกริยารูป -ing ในที่นี้ “watching” บอกสิ่งที่ผู้ชมได้ทำ ส่วน “for” หมายถึง “เพราะคุณรับชม” ไม่ใช่ “เพื่อรับชม”

แบบฝึกหัด

เติมคำขอบคุณปิดท้ายด้วยรูปที่ถูกต้องของ “watch”: Thank you very much for ____ this presentation.

ดูคำตอบ

watching

and remember to subscribe if you're new here วลี

6:11

และอย่าลืมกดติดตามถ้าคุณเพิ่งมาใหม่ที่นี่

วลี

remember to subscribe if you're new here: เตือนผู้ชมใหม่ให้กดติดตาม

ใน “remember to subscribe” โครงสร้าง “remember to + กริยารูปพื้นฐาน” ใช้เตือนให้ใครบางคนทำสิ่งที่อาจยังไม่ได้ทำ ผู้พูดกำลังบอกผู้ชมว่าอย่าลืมขั้นตอนต่อไป คือการกดติดตาม “If you're new here” จำกัดคำเตือนนี้ไว้สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาในช่องหรือชุมชนนี้ ส่วน “here” หมายถึงพื้นที่ออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกผู้ชมใหม่ว่าอย่าลืมสิ่งที่ต้องทำต่อไป?

  1. Remember that new viewers can subscribe at any time.
  2. Remember to subscribe if you're new here.
  3. I remember subscribing when I first found this channel.
ดูคำตอบ

Remember to subscribe if you're new here.

and you would like more videos to help you improve your English pronunciation and listening skills. ไวยากรณ์

6:13

และคุณต้องการวิดีโอเพิ่มเติมเพื่อช่วยพัฒนาทักษะการออกเสียงและการฟังภาษาอังกฤษของคุณ

ไวยากรณ์

to help you improve...: การบอกจุดประสงค์

วลี infinitive to help you improve... อยู่หลัง more videos และอธิบายว่าวิดีโอเหล่านั้นมีไว้เพื่ออะไร วลีนี้ตอบคำถามว่า “วิดีโอเหล่านี้มีจุดประสงค์อะไร” นั่นคือวิดีโอมีไว้เพื่อพัฒนาการออกเสียงและทักษะการฟังของผู้ชม ใน help you improve คำว่า you คือผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ และ improve เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน หลัง help + คน สามารถใช้ infinitive ที่มี to ได้เช่นกัน เช่น help you to improve แต่รูปที่ไม่มี to ตัวที่สองก็ใช้กันทั่วไปและเป็นธรรมชาติมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกจุดประสงค์ to help + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน: These short lessons are designed ____ your pronunciation.

ดูคำตอบ

to help you improve

I will see you in the next lesson. วลี

6:18

แล้วพบกันใหม่ในบทเรียนหน้า

วลี

I will see you in the next lesson: คำกล่าวปิดท้ายบทเรียน

I will see you in the next lesson เป็นคำกล่าวปิดท้ายอย่างเป็นกันเองที่ใช้เมื่อจบเนื้อหาการสอน ในที่นี้ see you หมายถึงผู้พูดคาดว่าจะได้อยู่กับผู้ชมอีกครั้งผ่านบทเรียนต่อไป ไม่จำเป็นต้องพบกันต่อหน้า in the next lesson ชี้ไปยังบทเรียนถัดไปในชุดบทเรียน ประโยคนี้กล่าวลาในตอนนี้ พร้อมทั้งบอกว่าหลักสูตรจะดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

คำปิดท้ายข้อใดทั้งกล่าวลาและชี้ว่าจะมีบทเรียนต่อไป?

  1. This is the final lesson in the series.
  2. I will see you in the next lesson.
  3. Thank you for watching this lesson.
ดูคำตอบ

I will see you in the next lesson.

Bye-bye.

6:20

ลาก่อน