สิวมีทางรักษาไหม?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
666 คำ 187 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่ารูขุมขนอุดตัน ไขมัน แบคทีเรีย ภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน และความเครียดทำให้เกิดหรือทำให้สิวรุนแรงขึ้นอย่างไร ก่อนกล่าวถึงการรักษาและการวิจัยแบคทีเรียบนผิวหนัง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. cropping up | กริยาวลี: เข้าใจว่าใช้บอกว่าปัญหาหรือเหตุการณ์ปรากฏขึ้นอย่างไม่คาดคิดในเวลาที่ไม่สะดวก และใช้เล่าเรื่องทั่วไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. do not play a major role in | วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: จำกัดน้ำหนักของสาเหตุโดยไม่เหมารวมว่าสาเหตุนั้นไม่มีผลเลย จึงช่วยให้เข้าใจเหตุและผลอย่างรอบคอบ 3. It turns out that | วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจการเปลี่ยนจากข้อสังเกตไปสู่ข้อค้นพบที่แก้ความคาดหมาย และใช้เพื่อนำเสนอหลักฐานใหม่อย่างชัดเจน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Whether it's the first day of school, ไวยากรณ์

0:00

ไม่ว่าจะเป็นวันเปิดเทอมวันแรก

a big interview,

0:01

วันสัมภาษณ์งานครั้งสำคัญ

or your wedding day,

0:02

หรือวันแต่งงานของคุณ

pimples find a way of cropping up กริยาวลี

0:03

สิวก็มักหาทางโผล่ขึ้นมาได้เสมอ

at the most inconvenient times.

0:05

ในเวลาที่ไม่เหมาะที่สุด

ไวยากรณ์

Whether it's A, B, or C: ผลเดียวกันในทุกกรณี

โครงสร้างเปิด Whether it's A, B, or C นำเสนอสถานการณ์ที่เป็นไปได้หลายแบบ และหมายความว่าไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดก็ตาม ไม่ได้ถามให้ผู้ฟังเลือกสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ทั้งสามสถานการณ์นำไปสู่ผลเดียวกันในประโยคหลัก คือสิวปรากฏในเวลาที่ไม่สะดวก โครงสร้างนี้ช่วยรวบรวมความเป็นไปได้ที่ต่างกันก่อนกล่าวข้อสรุปที่ใช้ได้กับทุกกรณี

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่สร้างความหมายว่า “ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด” ให้ครบประโยค: ____ it's sunny ____ rainy, the picnic area stays open.

ดูคำตอบ

Whether · or

กริยาวลี

crop up: ปรากฏขึ้นอย่างไม่คาดคิด

กริยาวลี crop up หมายถึงการปรากฏหรือเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ในที่นี้ cropping up บรรยายว่าสิวโผล่ขึ้นมา และแฝงความรู้สึกรำคาญเล็กน้อยเพราะมันเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่เหมาะพอดี เนื่องจากอยู่หลังคำบุพบท of ใน find a way of คำว่า crop จึงใช้รูป -ing เป็น cropping up ควรเข้าใจวลีนี้เป็นหน่วยเดียว โดย crop ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับการทำเกษตรหรือการตัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ crop up: An unexpected issue ____ during the meeting, so we paused to solve it.

ดูคำตอบ

cropped up

But why do they occur and how do we get rid of them? วลี

0:08

แต่ทำไมสิวถึงเกิดขึ้น และเราจะกำจัดมันได้อย่างไร

วลี

get rid of: กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ

get rid of หมายถึงทำให้สิ่งของหรือปัญหาที่ไม่ต้องการหมดไป ในประโยคนี้ them หมายถึงสิว ดังนั้นคำถามจึงถามว่าจะกำจัดสิวได้อย่างไร โครงสร้างคือ get rid of + คำนามหรือคำสรรพนาม ในสำนวนตายตัวนี้ โดยปกติจะไม่ใช้ rid เพียงคำเดียว และกรรมจะอยู่หลัง of เช่น get rid of them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนตายตัวสามคำที่เรียนในข้อนี้: We need to ____ these broken chairs before the guests arrive.

ดูคำตอบ

get rid of

The term pore is just another way of saying hair follicle วลี

0:11

คำว่า “รูขุมขน” เป็นอีกคำที่ใช้เรียกถุงรากขน

วลี

is just another way of saying: กล่าวคำศัพท์ใหม่ด้วยถ้อยคำอีกแบบ

โครงสร้าง X is (just) another way of saying Y นำเสนอ X ว่าเป็นถ้อยคำอีกแบบหนึ่งที่ใช้สื่อ Y ในบริบทนี้ ในประโยคนี้มีการอธิบาย pore ผ่านคำว่า hair follicle แต่ไม่ได้หมายความว่าสองคำนี้จะเหมือนกันทุกประการในทุกบริบททางเทคนิคเสมอไป ในโครงสร้างนี้ just หมายถึงเพียงหรือแค่ ทำให้คำอธิบายฟังตรงไปตรงมา ไม่ได้หมายถึงเพิ่งเกิดขึ้นหรืออย่างยุติธรรม

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: "Calling it a delay is just another way of saying the plan is late." โครงสร้างที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่ามีสาเหตุสองอย่างแยกกันที่ทำให้แผนล่าช้า
  2. นำเสนอข้อความแรกว่าเป็นการกล่าวข้อความที่สองใหม่อีกแบบหนึ่ง
  3. ขอให้ผู้ฟังเลือกการสะกดที่เป็นทางการกว่า
ดูคำตอบ

นำเสนอข้อความแรกว่าเป็นการกล่าวข้อความที่สองใหม่อีกแบบหนึ่ง

and your body is covered in them.

0:14

และทั่วทั้งร่างกายของคุณก็เต็มไปด้วยถุงรากขน

Within the follicle is a gland that produces ไวยากรณ์

0:16

ภายในถุงรากขนมีต่อมที่ผลิต

an oily substance called sebum, การใช้คำ

0:18

สารมันที่เรียกว่าซีบัม

ไวยากรณ์

การกลับลำดับแบบบอกสถานที่: Within the follicle is a gland

Within the follicle is a gland ใช้โครงสร้างกลับลำดับแบบบอกสถานที่ วลีบอกสถานที่ Within the follicle ถูกยกมาไว้ต้นประโยคเพื่อกำหนดตำแหน่งก่อน จากนั้น is จึงวางไว้หน้าประธานที่แท้จริงคือ a gland ลำดับแบบนี้ช่วยให้งานเขียนเชิงอธิบายเริ่มจากสถานที่ที่ผู้อ่านรู้หรือมองเห็นอยู่แล้ว แล้วค่อยแนะนำสิ่งใหม่ อนุประโยค that ที่ตามมาจะให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับต่อม แต่ไม่เปลี่ยนโครงสร้างกลับลำดับนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยให้บอกสถานที่ก่อน แล้วจึงแนะนำสิ่งใหม่: At the center of the maze ____ a small fountain.

ดูคำตอบ

is

การใช้คำ

Sebum: สารคัดหลั่งมันตามธรรมชาติของผิว

Sebum คือสารมันที่ผลิตโดยต่อมไขมันและปล่อยออกมาบนผิวหนังและเส้นผม ในประโยคนี้ called sebum เป็นการตั้งชื่อเฉพาะทางให้กับ oily substance ที่เพิ่งกล่าวถึง ในภาษาเกี่ยวกับการดูแลผิวและการแพทย์ sebum หมายถึงสารคัดหลั่งตามธรรมชาติชนิดนี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่คำกว้าง ๆ สำหรับน้ำมันทุกชนิด และไม่ใช่เหงื่อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sebum ได้ถูกต้อง?

  1. Sebaceous glands release sebum onto the skin.
  2. The chef heated sebum in a frying pan.
  3. After running, her shirt was wet with sebum.
ดูคำตอบ

Sebaceous glands release sebum onto the skin.

which empties onto the skin

0:20

ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาบนผิวหนัง

to keep your hair and body moisturized. ไวยากรณ์

0:22

เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้เส้นขนและร่างกายของคุณ

ไวยากรณ์

Keep your hair and body moisturized: keep + กรรม + ส่วนเติมเต็ม

Keep + กรรม + คำคุณศัพท์หรือ past participle หมายถึงการทำให้กรรมคงอยู่ในสภาพหนึ่ง ในประโยคนี้ your hair and body เป็นกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกรรม ส่วน moisturized เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกสภาพซึ่งคงอยู่ต่อไป โครงสร้างคือ keep + กรรม + ส่วนเติมเต็ม เช่น keep the door open หรือ keep the room clean คำว่า moisturized ไม่ใช่การกระทำที่สองในอนุประโยคนี้ แต่เป็นชื่อของสภาพต่อเนื่องที่เกิดจากสารนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ keep, your hands และ dry: Wear gloves to ____ while washing dishes.

ดูคำตอบ

keep your hands dry

But if the hair follicle becomes clogged วลี

0:24

แต่ถ้าถุงรากขนอุดตัน

with dead skin cells and oils,

0:26

ด้วยเซลล์ผิวที่ตายแล้วและน้ำมัน

a blockage is created.

0:28

ก็จะเกิดสิ่งอุดตันขึ้น

วลี

Becomes clogged with: การเปลี่ยนสภาพและวัสดุที่ทำให้อุดตัน

Become + past participle แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ Becomes clogged หมายถึงรูขุมขนเปลี่ยนจากเปิดโล่งเป็นอุดตัน ไม่ได้เพียงรายงานสภาพที่มีอยู่แล้ว With นำหน้าวัสดุที่สะสมและทำให้เกิดการอุดตัน ซึ่งก็คือ dead skin cells and oils โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + become clogged with + วัสดุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง become clogged with + วัสดุ และใช้รูปของ become ให้ถูกต้อง: When dust builds up inside the filter, it ____.

ดูคำตอบ

becomes clogged with dust

Sebum continues to be produced, ไวยากรณ์

0:30

ซีบัมยังคงถูกผลิตต่อไป

but it's trapped within the follicle,

0:32

แต่กลับติดค้างอยู่ภายในถุงรากขน

making it become enlarged. ไวยากรณ์

0:34

ทำให้ถุงรากขนขยายใหญ่ขึ้น

ไวยากรณ์

continues to be produced: ประธานยังคงเป็นผู้รับการกระทำ

ใน continues to be produced คำว่า continues to หมายถึง “ยังคงเกิดขึ้นต่อไป” และ to be produced เป็น infinitive รูปถูกกระทำ เมื่อนำมารวมกันจึงหมายความว่าซีบัมยังคงถูกผลิตอยู่ ประธาน sebum เป็นผู้รับการกระทำ ไม่ได้เป็นฝ่ายผลิตสิ่งอื่น ประโยคไม่บอกว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ผลิต เพราะข้อมูลนั้นไม่จำเป็นในที่นี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันของ continue to และ infinitive รูปถูกกระทำ: Even at night, electricity ____ by the backup generator.

ดูคำตอบ

continues to be produced

ไวยากรณ์

making it become enlarged: แสดงผลที่เกิดขึ้น

โครงสร้างเครื่องหมายจุลภาค + making บอกผลที่เกิดจากอนุประโยคทั้งหมดก่อนหน้า ในที่นี้ ซีบัมที่ติดอยู่ทำให้รูขุมขนขยายใหญ่ขึ้น ภายในโครงสร้างนี้ it หมายถึง follicle และ become เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่ตามหลัง making คำว่า making ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวที่วางคู่กับ continues แต่เป็นจุดเริ่มต้นของอนุประโยค -ing ที่ไม่ผันรูปและใช้บอกผล ไม่ได้หมายถึงการกระทำโดยเจตนา

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกผลด้วยรูป -ing ของ make: The heavy rain flooded the playground, ____ it unsafe to use.

ดูคำตอบ

making

And this is where bacteria come into play, สำนวน

0:35

และนี่คือจุดที่แบคทีเรียเข้ามามีบทบาท

สำนวน

come into play: เริ่มเกี่ยวข้องหรือเริ่มส่งผล

ในประโยคนี้ “come into play” หมายถึง “เริ่มส่งผลหรือเริ่มมีความเกี่ยวข้อง” โดยบอกถึงช่วงที่แบคทีเรียเริ่มมีอิทธิพลต่อกระบวนการนี้ โครงสร้างคือ ประธาน + come into play ใช้เมื่ออธิบายว่าปัจจัย เงื่อนไข หรือข้อพิจารณาบางอย่างเข้ามาอยู่ในสถานการณ์และเริ่มมีความสำคัญ โดย “play” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเล่นเกม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “เริ่มมีความสำคัญ”: As the company grows, new legal issues ____.

ดูคำตอบ

come into play

feeding on the dead skin and sebum,

0:38

โดยกินเซลล์ผิวที่ตายแล้วและซีบัมเป็นอาหาร

which can unfortunately lead to infection.

0:40

ซึ่งน่าเสียดายที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อ

Your immune system responds by sending blood to the area, ไวยากรณ์

0:42

ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองด้วยการส่งเลือดไปยังบริเวณนั้น

giving the appearance of redness and inflammation, วลี

0:45

ทำให้บริเวณนั้นดูแดงและอักเสบ

ไวยากรณ์

responds by sending: โครงสร้าง respond by + -ing

“Responds by sending” บอกทั้งการตอบสนองและวิธีที่ใช้ในการตอบสนองนั้น “Responds” ระบุว่ามีการตอบสนอง ส่วน “by sending blood to the area” อธิบายว่าระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองอย่างไร โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ respond by + รูป -ing หลัง “by” ต้องใช้ gerund ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐานหรือ infinitive เช่น “responded by changing” ไม่ใช่ “responded by change” หรือ “responded by to change”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย respond by + -ing โดยใช้ present simple: When smoke is detected, the system ____ an alert to the fire department.

ดูคำตอบ

responds by sending

วลี

giving the appearance of + วลีนาม

Give หรือ giving the appearance of + วลีนาม หมายถึง “ทำให้บางสิ่งดูเหมือนมีลักษณะบางอย่าง” ในที่นี้ appearance หมายถึงรูปลักษณ์ภายนอกหรือความรู้สึกที่เห็น ไม่ได้หมายถึงการมาถึงของใครบางคน อนุประโยค -ing giving... บอกผลของการส่งเลือดไปยังบริเวณนั้น กล่าวคือการตอบสนองนี้ทำให้เกิดอาการแดงและการอักเสบที่มองเห็นได้ วลีนี้เน้นสิ่งที่สังเกตได้ และไม่ได้หมายความโดยตัวมันเองว่ารูปลักษณ์นั้นเป็นของปลอม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: The mirrored wall reflects the whole café, ____ more space.

ดูคำตอบ

giving the appearance of

and white blood cells come to the site too

0:48

และเม็ดเลือดขาวก็เดินทางไปยังจุดนั้นด้วย

to clear up the infection. กริยาวลี

0:50

เพื่อกำจัดการติดเชื้อ

กริยาวลี

clear up an infection: กำจัดการติดเชื้อ

Clear up + ปัญหาสุขภาพ หมายถึงกำจัดปัญหานั้นหรือทำให้หายไป ในที่นี้เม็ดเลือดขาวเป็นผู้ทำกริยา และการติดเชื้อคือสิ่งที่ถูกกำจัด ดังนั้น clear up ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึง “อธิบาย” Clear up ยังใช้โดยไม่มีกรรมได้ด้วย: The infection cleared up หมายถึงการติดเชื้อหายไป เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ใส่ไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค: ใช้ clear it up ไม่ใช่ clear up it

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The treatment helped clear up the infection,” clear up หมายถึงอะไร?

  1. กำจัดหรือทำให้การติดเชื้อหายไป
  2. อธิบายว่าการติดเชื้อหมายถึงอะไร
  3. จัดพื้นที่รอบบริเวณที่ติดเชื้อให้เรียบร้อย
ดูคำตอบ

กำจัดหรือทำให้การติดเชื้อหายไป

When the white blood cells die,

0:52

เมื่อเม็ดเลือดขาวตาย

they combined with the dead skin and sebum

0:53

เม็ดเลือดขาวเหล่านั้นจะรวมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วและซีบัม

create the pus-filled pimple.

0:55

จนกลายเป็นสิวที่เต็มไปด้วยหนอง

If the blockage occurs under the skin,

0:57

หากเกิดการอุดตันใต้ผิวหนัง

it creates a white bump known as a whitehead. วลี

0:59

จะเกิดตุ่มสีขาวที่เรียกว่าสิวหัวขาว

วลี

known as: การบอกชื่อที่เป็นที่ยอมรับ

known as + ชื่อ หมายถึง “เป็นที่รู้จักในชื่อนั้น” หรือ “เรียกว่า...” ใช้บอกชื่อ ตำแหน่ง หรือชื่อเล่นที่คนทั่วไปรู้จัก ในประโยคนี้ known as a whitehead อยู่หลัง a white bump เพื่อขยายคำนั้น เป็นรูปย่อของ which is known as a whitehead จึงบอกว่า whitehead คือชื่อของตุ่มนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่มี known และใช้บอกชื่อ: This tiny frog is ____ the glass frog.

ดูคำตอบ

known as

And if the blockage is above the skin

1:02

แต่หากการอุดตันอยู่บริเวณผิวด้านบน

and black discoloration occurs,

1:03

และเกิดการเปลี่ยนเป็นสีดำ

it's known as a blackhead.

1:05

ก็จะเรียกว่าสิวหัวดำ

This is a result of melanin in the dead skin cells

1:07

นี่เป็นผลจากเมลานินในเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

reacting with oxygen,

1:09

ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน

creating a black color.

1:11

จนเกิดเป็นสีดำ

It's not dirt.

1:12

มันไม่ใช่สิ่งสกปรก

We get the most pimples when we're teens

1:13

เรามักเป็นสิวมากที่สุดในช่วงวัยรุ่น

due to the increased amount of androgen hormones การใช้คำ

1:16

เพราะปริมาณฮอร์โมนแอนโดรเจนเพิ่มขึ้น

like testosterone in our bodies

1:18

เช่น เทสโทสเตอโรนในร่างกายของเรา

at the onset of puberty. วลี

1:20

เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยแรกรุ่น

การใช้คำ

androgen hormones: กลุ่มของฮอร์โมน

androgen hormones ซึ่งมักเรียกสั้น ๆ ว่า androgens คือกลุ่มฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาร่างกาย Testosterone เป็นตัวอย่างหนึ่ง ดังนั้นชื่อของกลุ่มใหญ่จึงไม่เหมือนกับฮอร์โมนชนิดเดียว ในประโยคนี้ ระดับแอนโดรเจนที่สูงขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช่วยอธิบายว่าทำไมผิวจึงอาจผลิตน้ำมันมากขึ้นและเกิดสิวมากขึ้น คนทุกเพศมีแอนโดรเจน แต่ปริมาณอาจต่างกัน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดถูกต้อง?

  1. androgen hormones: ฮอร์โมนที่พบเฉพาะในเด็กผู้ชายและผู้ชาย
  2. androgen hormones: อีกชื่อหนึ่งที่หมายถึง testosterone เท่านั้น
  3. androgen hormones: กลุ่มฮอร์โมนที่รวม testosterone
ดูคำตอบ

androgen hormones: กลุ่มฮอร์โมนที่รวม testosterone

วลี

At the onset of: ในช่วงเริ่มต้นของ

at the onset of + นามวลี หมายถึง “ในเวลาที่กระบวนการ ช่วงเวลา หรือเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้น” ในประโยคนี้ at the onset of puberty ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของวัยเจริญพันธุ์ onset เป็นคำนาม ดังนั้นสำนวนนี้จึงทำหน้าที่เป็นวลีบอกเวลาตามโครงสร้าง at the onset of + เหตุการณ์ ช่วงเวลา หรือสภาวะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแบบเป็นทางการที่หมายถึง “เมื่อฤดูหนาวเริ่มต้น”: The mountain road often closes ____ winter.

ดูคำตอบ

at the onset of

Testosterone sends the production of sebum into overdrive, สำนวน

1:21

เทสโทสเตอโรนเร่งการผลิตซีบัมอย่างมาก

increasing the incidence of blockages. การใช้คำ

1:24

ทำให้เกิดการอุดตันบ่อยขึ้น

สำนวน

Send ... into overdrive: ทำให้…ทำงานหนักเกินปกติ

โครงสร้าง send + กรรม + into overdrive หมายถึง “ทำให้สิ่งที่เป็นกรรมทำงานอย่างรุนแรงหรือมากเกินไป” กรรมอาจเป็นระบบ กระบวนการ หรือกิจกรรม ในที่นี้คือ the production of sebum overdrive ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงเกียร์ของรถ ประโยคนี้บอกว่าเทสโทสเตอโรนทำให้การผลิตซีบัมเพิ่มขึ้นถึงระดับที่สูงผิดปกติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ send ... into overdrive ในรูปอดีต: The glowing review ____ demand for the book ____.

ดูคำตอบ

sent · into overdrive

การใช้คำ

incidence of: ความถี่หรืออัตราที่บางสิ่งเกิดขึ้น

ในประโยคนี้ incidence of หมายถึงความถี่หรืออัตราที่การอุดตันเกิดขึ้น increasing the incidence of blockages หมายถึงทำให้การอุดตันเกิดบ่อยขึ้น ไม่ได้หมายความว่าการอุดตันแต่ละครั้งรุนแรงขึ้น โครงสร้างที่พบบ่อยคือ incidence of + คำนาม ในบริบททางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และสถิติ incidence มักบอกจำนวนหรืออัตราของผู้ป่วยรายใหม่ในกลุ่มหนึ่งภายในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ประโยคนี้ใช้ความหมายที่กว้างกว่าว่า “ความถี่ในการเกิด”

แบบฝึกหัด

ใน “a higher incidence of blockages” คำว่า incidence หมายถึงอะไร?

  1. อัตราหรือความถี่ที่การอุดตันเกิดขึ้น
  2. การอุดตันครั้งใดครั้งหนึ่งโดยเฉพาะ
  3. ระดับความรุนแรงของการอุดตันแต่ละครั้ง
ดูคำตอบ

อัตราหรือความถี่ที่การอุดตันเกิดขึ้น

But zits can occur at any time. การใช้คำ

1:27

แต่สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

การใช้คำ

zits: คำไม่เป็นทางการสำหรับ pimples

Zits เป็นรูปพหูพจน์ของ zit ซึ่งเป็นคำนามนับได้แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง pimples ในประโยคนี้ คำดังกล่าวย้อนกลับไปกล่าวถึงตุ่มบนผิวหนังที่กำลังพูดถึง และบอกว่าตุ่มเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ใช้ zit กับสิวหนึ่งเม็ด และใช้ zits กับมากกว่าหนึ่งเม็ด คำนี้เรียกสิวแต่ละเม็ด ไม่ใช่การวินิจฉัยอย่างเป็นทางการหรือภาวะโดยรวมที่กว้างกว่าซึ่งเรียกว่า acne

แบบฝึกหัด

zits เป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติที่สุดในสถานการณ์ใด?

  1. การวินิจฉัยภาวะผิวหนังอย่างเป็นทางการโดยแพทย์ผิวหนัง
  2. การคุยกับเพื่อนแบบสบาย ๆ เกี่ยวกับสิวไม่กี่เม็ด
  3. บทความวิทยาศาสตร์ที่วัดจำนวนผู้ป่วย acne รายใหม่
ดูคำตอบ

การคุยกับเพื่อนแบบสบาย ๆ เกี่ยวกับสิวไม่กี่เม็ด

often brought on by stressful events. กริยาวลี

1:29

และมักถูกกระตุ้นด้วยเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียด

กริยาวลี

brought on by: ระบุสิ่งกระตุ้น

ในประโยคนี้ brought on by หมายถึง “เกิดจาก” หรือ “ถูกกระตุ้นโดย” และเป็นรูปถูกกระทำของ bring on โดยประธานที่ละไว้ซึ่งต่อเนื่องมาจากประโยคก่อนคือ zits ส่วนวลี stressful events ระบุสิ่งกระตุ้น โครงสร้าง be + brought on by + สาเหตุ มักใช้เพื่ออธิบายอาการ การเปลี่ยนแปลง หรือผลที่ไม่พึงประสงค์ สิ่งที่ได้รับผลกระทบจะอยู่หน้า brought on และสิ่งที่ตามหลัง by คือสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดผลนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ bring on: His dizziness was ____ dehydration.

ดูคำตอบ

brought on by

Cortisol, the stress hormone, ไวยากรณ์

1:31

คอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด

increases the amount of inflammation in your body,

1:32

เพิ่มการอักเสบในร่างกาย

ไวยากรณ์

Cortisol, the stress hormone: วลีนามซ้อนเพื่ออธิบาย

the stress hormone เป็นวลีนามที่วางซ้อนเพื่ออธิบาย Cortisol ด้วยชื่อหรือคำอธิบายที่เข้าใจง่าย วลีนามทั้งสองกล่าวถึงสิ่งเดียวกัน จึงไม่ใช่ประธานสองตัวที่เชื่อมกัน เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าคำอธิบายนี้เป็นข้อมูลเสริม หากตัดออก Cortisol ก็ยังคงเป็นประธานของ increases โครงสร้าง “คำนาม วลีนามอธิบาย กริยา” เป็นวิธีกระชับในการนิยามคำศัพท์ในเนื้อหาวิทยาศาสตร์ ข่าว และการนำเสนอ

แบบฝึกหัด

วลีที่อยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาคทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: Maya, the team captain, spoke first?

  1. บอกว่า Maya พูดอย่างไร
  2. เพิ่มบุคคลที่พูดขึ้นมาอีกหนึ่งคน
  3. ให้ชื่อหรือคำอธิบายอีกแบบแก่ Maya
ดูคำตอบ

ให้ชื่อหรือคำอธิบายอีกแบบแก่ Maya

meaning more red bumps on your face, ลำดับความ

1:35

ซึ่งหมายความว่าจะมีตุ่มแดงบนใบหน้ามากขึ้น

ลำดับความ

meaning more red bumps on your face: ทำให้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรม

ในที่นี้ meaning นำเข้าสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของข้อความทั้งหมดก่อนหน้า กล่าวคือ การอักเสบในร่างกายที่เพิ่มขึ้นจะแสดงออกเป็นตุ่มแดงบนใบหน้าที่มากขึ้น คำนี้ไม่ได้ใช้บอกคำจำกัดความของคำศัพท์ และไม่ได้เป็นกริยาหลักของประโยคใหม่ อนุประโยค -ing นี้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเพื่ออธิบาย หลังจากกล่าวข้อความหนึ่งแล้ว meaning สามารถเพิ่มว่าข้อความทั้งหมดนั้นส่งผลอย่างไรในทางปฏิบัติ จึงมักเปลี่ยนข้อมูลนามธรรมให้เป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยตัวเชื่อม -ing จากบทเรียนเพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ: The road is closed, ____ the bus will take a different route.

ดูคำตอบ

meaning

and can also suppress your immune system,

1:37

และยังอาจกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

meaning your body can't fight the bacteria

1:39

ทำให้ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับแบคทีเรีย

that's causing the acne.

1:41

ที่เป็นสาเหตุของสิวได้

So, how do we fight the war on pimples? สำนวน

1:43

แล้วเราจะต่อสู้ในสงครามกับสิวได้อย่างไร

สำนวน

fight the war on pimples: อุปมาที่หนักแน่นเกี่ยวกับการแก้ปัญหา

ผู้พูดเปรียบการจัดการกับสิวเหมือนกับการทำสงคราม ไม่ได้มีการต่อสู้จริง ๆ เกิดขึ้น อุปมานี้ทำให้สิวเป็นเหมือนศัตรู และช่วยเปลี่ยนจากการอธิบายสาเหตุไปสู่การพูดถึงวิธีแก้ไขอย่างจริงจังและมีพลัง ในรูปแบบ a/the war on + problem คำว่า on ระบุปัญหาที่กำลังถูกต่อต้าน เมื่อใช้ร่วมกับ fight รูปแบบ fight a/the war on X จะเน้นการลงมือทำในฐานะส่วนหนึ่งของการรณรงค์นั้น

แบบฝึกหัด

fight the war on pimples ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. อธิบายความหมายตามพจนานุกรมของ pimples
  2. ลงมือป้องกันหรือรักษาสิวอย่างจริงจัง
  3. เข้าร่วมความขัดแย้งทางทหารจริง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิว
ดูคำตอบ

ลงมือป้องกันหรือรักษาสิวอย่างจริงจัง

For normal breakouts,

1:45

สำหรับสิวที่ขึ้นตามปกติ

cleaning your face to remove excess oil,

1:47

การล้างหน้าเพื่อขจัดน้ำมันส่วนเกิน

which prevents pore blockage,

1:49

ซึ่งช่วยป้องกันรูขุมขนอุดตัน

and occasionally exfoliating to remove dead skin

1:50

และการผลัดเซลล์ผิวเป็นครั้งคราวเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

will help.

1:53

จะช่วยได้

Although acne often cannot be solved this way,

1:54

แต่สิวมักไม่หายด้วยวิธีนี้

and it's important to remember

1:57

และสิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่า

that cleanliness and diet

1:58

ความสะอาดและอาหารการกิน

do not play a major role in acne, วลี

2:00

ไม่ได้มีบทบาทสำคัญต่อการเกิดสิว

but rather your genetics and hormones. ลำดับความ

2:02

ปัจจัยหลักกลับเป็นพันธุกรรมและฮอร์โมนของคุณ

วลี

do not play a major role in: ปฏิเสธว่าเป็นอิทธิพลหลัก

do not play a major role in หมายความว่า สิ่งหนึ่งไม่ได้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวลดความสำคัญของความสะอาดและอาหารในฐานะคำอธิบายสาเหตุของสิว คำปฏิเสธมุ่งไปที่ major role ไม่ใช่ปฏิเสธบทบาททุกระดับ วลีนี้ยังเปิดโอกาสให้มีผลกระทบเล็กน้อยได้ จึงระมัดระวังกว่าการบอกว่าสิ่งนั้นไม่มีผลเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายความว่าสิ่งหนึ่งไม่ใช่อิทธิพลหลัก: Decorations on the folder ____ whether the papers stay organized.

ดูคำตอบ

do not play a major role in

ลำดับความ

but rather: นำเข้าสู่คำแก้ไข

but rather ใช้แสดงการแก้ไขข้อมูล หลังจากผู้พูดปฏิเสธหรือลดความสำคัญของคำอธิบายแรกแล้ว วลีนี้จะนำเข้าสู่คำอธิบายที่ควรได้รับความสนใจมากกว่า รูปแบบที่พบบ่อยคือ not X, but rather Y ในที่นี้ X คือ cleanliness and diet ส่วน Y คือ genetics and hormones แนวคิด play a major role in acne ที่ซ้ำกันถูกละไว้หลัง Y เพราะเข้าใจได้จากบริบท ดังนั้นคำเชื่อมนี้จึงจัดข้อมูลเปรียบต่างใหม่โดยไม่ต้องพูดอนุประโยคทั้งหมดซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงการแก้ไขจากบทเรียน: The light outside was not the sun, ____ a lamp by the door.

ดูคำตอบ

but rather

Many drugs exist like benzoyl peroxide,

2:04

มียาหลายชนิด เช่น เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์

which kills specific acne-causing bacteria,

2:07

ซึ่งฆ่าแบคทีเรียบางชนิดที่ก่อให้เกิดสิว

salicylic acid,

2:10

กรดซาลิไซลิก

which helps to remove dead skin blockages,

2:11

ซึ่งช่วยขจัดการอุดตันจากเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

retinoids, which reduce sebum production,

2:13

เรตินอยด์ ซึ่งช่วยลดการผลิตซีบัม

and a variety of others.

2:15

รวมถึงยาอื่น ๆ อีกหลากหลายชนิด

Though some drugs can have severe side effects.

2:17

อย่างไรก็ตาม ยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงรุนแรง

In women, some success has been seen การใช้คำ

2:20

ในผู้หญิง พบว่าวิธีหนึ่งได้ผลอยู่บ้าง

with oral contraceptives, การใช้คำ

2:22

คือยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน

การใช้คำ

some success has been seen with: ภาษาที่ระมัดระวังในการรายงานหลักฐาน

some success หมายถึงผลเชิงบวกที่มีจำกัดหรือเกิดขึ้นเพียงบางส่วน ไม่ได้หมายถึงประสิทธิผลที่แน่นอนหรือสมบูรณ์ ประโยคนี้รายงานว่าได้สังเกตเห็นผลที่น่าพอใจในระดับหนึ่งจากการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน แต่ไม่ได้อ้างว่าผู้หญิงทุกคนจะได้ผลเหมือนกัน has been seen เป็น present perfect passive ซึ่งเน้นผลที่ถูกสังเกตโดยไม่ระบุผู้สังเกต ส่วน with ใช้บอกการรักษาหรือวิธีการที่สัมพันธ์กับผลนั้น เมื่อนำมารวมกันจึงเป็นรูปแบบทางการและระมัดระวังในการสรุปหลักฐาน

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความถ้อยคำที่ระมัดระวังในตัวอย่างได้ตรงที่สุด

  1. สังเกตพบผลเชิงบวกที่มีจำกัดจากวิธีดังกล่าว
  2. รับประกันว่าวิธีดังกล่าวจะได้ผลกับผู้หญิงทุกคน
  3. พิสูจน์แล้วว่าวิธีดังกล่าวมีประสิทธิผลอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

สังเกตพบผลเชิงบวกที่มีจำกัดจากวิธีดังกล่าว

การใช้คำ

oral contraceptives: ศัพท์ทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ

oral contraceptives คือยาที่รับประทานเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ในการใช้ศัพท์ทางการแพทย์ทั่วไป คำนี้มักหมายถึงยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน รูปพหูพจน์ในที่นี้ใช้เรียกหมวดหมู่ของการรักษา ไม่ใช่ยาเม็ดใดเม็ดหนึ่งโดยเฉพาะ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุวิธีการรักษาที่สัมพันธ์กับผลซึ่งสังเกตพบ การกล่าวถึงคำนี้ในคำอธิบายทางการแพทย์ไม่ได้หมายความว่าเป็นคำแนะนำให้บุคคลใดใช้ยา

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเหมาะที่สุดสำหรับรายงานทางคลินิกอย่างเป็นทางการที่กล่าวถึงยาเม็ดซึ่งรับประทานเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์

  1. oral contraceptives
  2. contraception
  3. birth control pills
ดูคำตอบ

oral contraceptives

which decrease the ovaries production

2:23

ซึ่งทำให้รังไข่ผลิต

of androgen hormones,

2:25

ฮอร์โมนแอนโดรเจนน้อยลง

ultimately decreasing sebum.

2:26

และส่งผลให้ซีบัมลดลงในที่สุด

Of course,

2:28

แน่นอนว่า

consulting with a doctor

2:29

การปรึกษาแพทย์

over which regimen is best suited to you วลี

2:30

ว่าแนวทางการรักษาแบบใดเหมาะกับคุณที่สุด

is always best.

2:32

เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอ

วลี

best suited to you: บอกว่าตัวเลือกหนึ่งเหมาะกับบุคคลมากที่สุด

ใน “best suited to you” คำว่า suited หมายถึง “เหมาะสมหรือเข้ากันได้ดี” ส่วน best ใช้เปรียบเทียบแนวทางการรักษาที่มีอยู่ว่าแนวทางใดตรงกับความต้องการหรือสถานการณ์ของบุคคลนั้นมากที่สุด สิ่งที่ถูกประเมินคือแนวทางการรักษา ส่วน you คือคนที่แนวทางนั้นควรเหมาะสมด้วย โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ “something is best suited to someone or their needs” ซึ่งบอกว่าเป็นตัวเลือกที่เข้ากันได้ดีที่สุด แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุดเสมอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เหมาะที่สุดสำหรับ”: After comparing the two timetables, we decided that the morning schedule was ____ Maya.

ดูคำตอบ

best suited to

But new therapies and cures may be on the horizon สำนวน

2:33

แต่การบำบัดและวิธีรักษาใหม่ ๆ อาจใกล้เข้ามาแล้ว

with the help of science.

2:36

ด้วยความช่วยเหลือจากวิทยาศาสตร์

สำนวน

on the horizon: พัฒนาการที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

On the horizon เป็นคำเปรียบเทียบสำหรับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นหรือยังไม่ปรากฏ แต่ดูเหมือนมีแนวโน้มหรือมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่พอมองเห็นได้ เปรียบเหมือนสิ่งที่เพิ่งเริ่มมองเห็นตรงขอบภูมิทัศน์ ซึ่งมีสัญญาณให้เห็นก่อนที่จะปรากฏอย่างเต็มที่ ในประโยคนี้ may และ on the horizon ทำให้ข้อความยังมีความไม่แน่นอน วิทยาศาสตร์อาจนำไปสู่วิธีบำบัดและการรักษาใหม่ ๆ แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าสิ่งเหล่านั้นมีอยู่แล้วหรือจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

รายงานหนึ่งกล่าวว่า “A cheaper battery may be on the horizon.” ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. แบตเตอรี่นั้นมีจำหน่ายทุกที่แล้ว
  2. มีสัญญาณว่าแบตเตอรี่นั้นอาจมีจำหน่ายในอีกไม่นาน
  3. มองเห็นแบตเตอรี่นั้นอยู่ตรงขอบท้องฟ้าจริง ๆ
ดูคำตอบ

มีสัญญาณว่าแบตเตอรี่นั้นอาจมีจำหน่ายในอีกไม่นาน

By studying individuals who do not get acne, ไวยากรณ์

2:37

จากการศึกษาคนที่ไม่เป็นสิว

scientists noticed something.

2:40

นักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็นบางอย่าง

ไวยากรณ์

By studying ..., scientists noticed ...: วิธีและผลลัพธ์

By studying individuals who do not get acne บอกว่านักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีใดจึงได้ข้อค้นพบนี้ โครงสร้างคือ by + คำกริยาเติม -ing แล้วตามด้วยอนุประโยคหลักที่บอกผลลัพธ์: scientists noticed something ผู้ที่ทำกริยา studying โดยนัยคือประธานของอนุประโยคหลัก ซึ่งก็คือ scientists ใช้โครงสร้างนี้เมื่อคนหรือกลุ่มเดียวกันเป็นผู้ใช้วิธีนั้นและได้ผลลัพธ์ ในที่นี้ by หมายถึง «ด้วยวิธีนี้» ไม่ใช่ «ก่อนถึงกำหนดเวลา»

แบบฝึกหัด

ใช้ by + รูป -ing ของ compare เพื่อบอกวิธี แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: “____ the two maps, Maya found the shortest path.”

ดูคำตอบ

By comparing

The bacteria that typically causes acne

2:42

แบคทีเรียที่ปกติเป็นสาเหตุของสิว

still exists on their skin,

2:44

ยังคงอยู่บนผิวของคนเหล่านั้น

but it's a different strain. การใช้คำ

2:46

แต่มันเป็นคนละสายพันธุ์

การใช้คำ

strain: รูปแบบย่อยทางชีววิทยา

ในจุลชีววิทยา strain หมายถึงแบบย่อยที่มีลักษณะทางพันธุกรรมแตกต่างกันภายในจุลินทรีย์สปีชีส์เดียวกัน ในประโยคนี้ แบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับสิวยังคงมีอยู่ แต่แบบที่อยู่บนผิวของคนเหล่านี้แตกต่างกันทางชีววิทยา ใช้บริบททางวิทยาศาสตร์เป็นคำใบ้ เมื่อ strain ปรากฏร่วมกับ bacteria, viruses หรือ genes โดยทั่วไปจะใช้จำแนกรูปแบบย่อยทางชีววิทยา

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: “The lab identified a new strain of bacteria.” strain หมายถึงอะไร?

  1. กล้ามเนื้อที่ยืดหรือบาดเจ็บ
  2. แรงกดดันทางอารมณ์ที่นักวิทยาศาสตร์รู้สึก
  3. ชนิดที่มีลักษณะทางพันธุกรรมแตกต่างกันภายในแบคทีเรียสปีชีส์นั้น
ดูคำตอบ

ชนิดที่มีลักษณะทางพันธุกรรมแตกต่างกันภายในแบคทีเรียสปีชีส์นั้น

It turns out that this same bacteria ลำดับความ

2:48

ปรากฏว่าแบคทีเรียชนิดเดียวกันนี้

with slightly different genes

2:50

เมื่อมียีนที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย

causes healthier skin.

2:51

กลับทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น

ลำดับความ

It turns out that: การเกริ่นข้อเท็จจริงที่เพิ่งค้นพบ

It turns out that นำเสนออนุประโยคที่ตามมาว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ทราบหลังจากการตรวจสอบ การวิจัย หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง มักสื่อว่าก่อนหน้านี้ยังไม่ทราบผลดังกล่าว หรือผลนั้นแก้ไขสิ่งที่เคยคาดไว้ ในฐานะกรอบสำหรับจัดลำดับข้อมูล สำนวนนี้พาผู้ฟังจากสิ่งที่ผู้คนเคยคิดหรือตั้งคำถามไปสู่สิ่งที่หลักฐานแสดงให้เห็นในตอนนี้ ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ตามหลัง that นำเสนอความเชื่อมโยงที่เพิ่งค้นพบระหว่างความแตกต่างทางพันธุกรรมของแบคทีเรียกับผิวที่มีสุขภาพดีขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบภาษาอังกฤษสี่คำที่ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงซึ่งค้นพบหลังจากตรวจสอบบันทึก: ____ the payment had already been sent.

ดูคำตอบ

It turns out that

Knowing this, ลำดับความ

2:53

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว

future therapies may include a deeper look วลี

2:54

การรักษาในอนาคตอาจศึกษาลึกลงไป

at the bacterial level

2:56

ถึงระดับแบคทีเรีย

วลี

a deeper look at: การตรวจสอบอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

A deeper look at หมายถึงการตรวจสอบหรือวิเคราะห์เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างละเอียดมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงเพียงการมองด้วยตา วลีนี้เป็นนามวลี โดย deeper ขยาย look และ at นำเข้าสู่ขอบเขตหรือระดับที่ตรวจสอบ ในประโยคนี้ ขอบเขตที่ตรวจสอบคือระดับแบคทีเรีย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ไฮไลต์ซึ่งหมายถึงการตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้น: The editor decided to take ____ the survey results before publishing the article.

ดูคำตอบ

a deeper look at

and whether or not altering your skin microbiota โน้ต

2:58

และดูว่าการปรับเปลี่ยนจุลชีพบนผิวหนัง

could cure pimples.

3:00

จะสามารถรักษาสิวได้หรือไม่

ลำดับความ

ใช้ Knowing this, เพื่อเชื่อมข้อเท็จจริงก่อนหน้าไปสู่ขั้นตอนถัดไป

อนุประโยค -ing ที่ขึ้นต้นด้วย Knowing this สรุปข้อเท็จจริงก่อนหน้าให้เป็นความรู้ที่มีอยู่แล้ว โดยเครื่องหมายจุลภาคแสดงขอบเขตระหว่างส่วนนี้กับประโยคหลัก คำว่า this อ้างถึงข้อค้นพบก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ใช่เพียงคำที่อยู่ใกล้ที่สุด โครงสร้างนี้ย่อข้อมูลตั้งต้นแทนการกล่าวซ้ำ แล้วเชื่อมไปสู่ผลลัพธ์ การตัดสินใจ หรือขั้นตอนการวิจัยต่อไป ตรรกะคือ เมื่อทราบข้อเท็จจริงนั้นแล้ว จึงสามารถพิจารณาความเป็นไปได้ที่ตามมาได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Knowing this กับประธานที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล?

  1. Knowing this, the storm damaged the roof.
  2. Knowing this, the schedule changed overnight.
  3. Knowing this, the nurses changed the schedule.
ดูคำตอบ

Knowing this, the nurses changed the schedule.

ไวยากรณ์

whether or not: การพิจารณาผลลัพธ์ทั้งสองอย่างชัดเจน

Whether or not ใช้นำประเด็นที่ตอบได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ขึ้นมาพิจารณา โดยเปิดทั้งสองความเป็นไปได้ไว้อย่างชัดเจน คือการเปลี่ยนแปลงจุลชีพบนผิวหนังอาจรักษาสิวได้ หรืออาจรักษาไม่ได้ อนุประโยคทั้งหมด altering your skin microbiota could cure pimples ทำหน้าที่เป็นประเด็นที่ยังไม่แน่นอนและกำลังถูกศึกษา ในที่นี้ whether or not ไม่ได้หมายถึงไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่แสดงความไม่แน่นอนว่าการรักษาจะได้ผลหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ไฮไลต์เพื่อแสดงผลลัพธ์ทั้งสองอย่างชัดเจน: The review will determine ____ the new rule reduced accidents.

ดูคำตอบ

whether or not

การใช้คำ

skin microbiota: ชุมชนจุลินทรีย์บนผิวหนัง

ในประโยคนี้ skin microbiota หมายถึงชุมชนทั้งหมดของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง ซึ่งรวมถึงแบคทีเรีย เชื้อรา และจุลชีพชนิดอื่น ๆ ไม่ได้หมายถึงเชื้อโรคเพียงตัวเดียว คำนาม microbiota ใช้เรียกกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสถานที่หนึ่งโดยเฉพาะ ส่วน skin บอกว่าสถานที่นั้นคือผิวหนัง นักวิทยาศาสตร์ศึกษาว่าการเปลี่ยนแปลงชุมชนนี้จะส่งผลต่อสุขภาพผิวหรือไม่

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ skin microbiota มากที่สุด

  1. แบคทีเรียหนึ่งตัวที่พบบนผิวหนัง
  2. ชั้นป้องกันด้านนอกของผิวหนัง
  3. ชุมชนของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง
ดูคำตอบ

ชุมชนของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง

We're really glad to be working in collaboration วลี

3:02

เรายินดีมากที่ได้ร่วมมือ

with Bill and Melinda Gates

3:04

กับบิลและเมลินดา เกตส์

วลี

working in collaboration with: ความร่วมมืออย่างเป็นทางการ

Working in collaboration with หมายถึงการทำงานที่วางแผนไว้ร่วมกับบุคคลหรือองค์กรเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ในประโยคนี้ with ใช้นำหน้าผู้ร่วมงานหรือองค์กรพันธมิตร โครงสร้างคือ work + in collaboration + with + ผู้ร่วมงาน โครงสร้างนี้แสดงว่างานเป็นความร่วมมือที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการทำงานอยู่ในสถานที่เดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประกาศอย่างเป็นทางการด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “ทำงานที่วางแผนไว้ร่วมกัน”: Our research team is ____ a local hospital to test the new program.

ดูคำตอบ

working in collaboration with

in supporting their annual letter this year

3:05

เพื่อสนับสนุนจดหมายประจำปีของพวกเขาในปีนี้

called Two Superpowers We Wish We Had.

3:07

ที่ชื่อว่า “สองพลังวิเศษที่เราอยากมี”

Every year they release a letter

3:09

ทุกปี พวกเขาจะเผยแพร่จดหมาย

looking at global issues,

3:10

ที่กล่าวถึงปัญหาระดับโลก

and this year the question is,

3:12

และคำถามในปีนี้คือ

what would your superpower for good be? การใช้คำ

3:13

พลังวิเศษที่คุณอยากใช้ทำความดีคืออะไร

การใช้คำ

for good ใน superpower for good

ใน superpower for good คำว่า for ใช้บอกจุดประสงค์หรือสิ่งที่พลังวิเศษนั้นจะช่วยสนับสนุน ในที่นี้ good เป็นคำนามที่หมายถึงการกระทำที่เป็นประโยชน์หรือผลกระทบเชิงบวก ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงพลังวิเศษที่ใช้ทำความดี นี่ไม่ใช่สำนวน for good ที่มีความหมายว่าอย่างถาวร คำถามโดยรอบกำลังถามว่าพลังหนึ่งจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้อย่างไร จึงต้องตีความว่าเป็นการบอกจุดประสงค์ที่ดี

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The club uses its popularity for good by collecting food for families,' คำว่า for good หมายถึงอะไร

  1. เพื่อสร้างประโยชน์เชิงบวก
  2. อย่างถาวร
  3. โดยไม่รับค่าตอบแทน
  4. โดยบังเอิญ
ดูคำตอบ

เพื่อสร้างประโยชน์เชิงบวก

Would it be to have more clean energy like Bill ไวยากรณ์

3:15

จะเป็นการมีพลังงานสะอาดมากขึ้นเหมือนบิล

or more time like Melinda,

3:17

หรือมีเวลามากขึ้นเหมือนเมลินดา

ไวยากรณ์

ตัวเลือกสมมติด้วย Would it be to have ...?

Would it be to have ...? ใช้เสนอคำตอบที่เป็นไปได้ให้กับคำถามสมมติที่กล่าวไว้ก่อนหน้า โดย it แทนตัวเลือกที่กำลังพูดถึงอยู่ และรูป to-infinitive อย่าง to have ... บอกว่าตัวเลือกที่จินตนาการไว้นั้นประกอบด้วยอะไร Would แสดงว่าตัวเลือกนั้นเป็นเรื่องสมมติและทำให้คำถามยังเปิดกว้าง แทนที่จะยืนยันว่าตัวเลือกนั้นเกิดขึ้นจริงหรือตัดสินใจแล้ว โครงสร้างนี้ตามด้วยตัวเลือกหลายอย่างได้: Would it be to have X or Y?

แบบฝึกหัด

เติมคำถามสมมติให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างจากบทเรียน: Imagine you could choose one special ability. ____ the power to breathe underwater?

ดูคำตอบ

Would it be to have

which means one thing in rich countries ลำดับความ

3:19

ซึ่งการมีเวลามากขึ้นมีความหมายแบบหนึ่งในประเทศร่ำรวย

and something else to the world's poorest families?

3:21

แต่มีอีกความหมายหนึ่งสำหรับครอบครัวที่ยากจนที่สุดในโลก

ลำดับความ

การเปรียบต่างแบบขนาน one thing ... something else

คู่ one thing ... and something else สร้างตำแหน่งข้อมูลสองส่วนที่ขนานกัน โดย one thing เชื่อมกับ rich countries และ something else เชื่อมกับ the world's poorest families รูปแบบที่สมดุลนี้ทำให้ผู้ฟังเปรียบเทียบว่าความคิดเดียวกันมีความหมายต่อคนสองกลุ่มต่างกันอย่างไร thing ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ one thing และ something else แทนความหมาย ประสบการณ์ หรือผลที่ตามมาซึ่งแตกต่างกัน โครงสร้าง X means one thing to A and something else to B ใช้จัดระเบียบการเปรียบเทียบมุมมองได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ one thing ... something else เติมประโยคให้สมบูรณ์: Flexible working hours may mean ____ to managers and ____ to parents.

ดูคำตอบ

one thing · something else

It's a chance to enact positive change in the world. วลี

3:23

นี่คือโอกาสที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับโลก

วลี

enact positive change: เปลี่ยนเจตนาให้เป็นการลงมือทำ

enact positive change หมายถึงการเปลี่ยนเจตนาที่ดีให้เป็นการลงมือทำและผลลัพธ์จริง ในที่นี้ enact เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม โดยวลีคำนาม positive change คือสิ่งที่ประธานนำไปปฏิบัติจริง แม้ enact มักใช้ร่วมกับเรื่องกฎหมาย แต่ความหมายไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกกฎหมายอย่างเป็นทางการ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวทำให้ change มีน้ำเสียงที่สื่อถึงความตั้งใจ การปฏิบัติจริง และความเป็นทางการพอสมควร

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนทางการที่เน้นไว้เติมประโยคให้สมบูรณ์: The community fund will help local leaders ____ by opening free health clinics.

ดูคำตอบ

enact positive change

So, find something you're passionate about

3:26

ดังนั้น ลองหาสิ่งที่คุณหลงใหล

and learn more about it.

3:27

แล้วเรียนรู้เกี่ยวกับมันให้มากขึ้น

You can check out the letter

3:29

คุณสามารถอ่านจดหมายฉบับนั้นได้

with the link in the description,

3:30

ผ่านลิงก์ในคำอธิบาย

and we'll be posting our superpower ideas

3:31

และเราจะโพสต์ไอเดียพลังวิเศษของเรา

on our Instagram

3:33

บน Instagram ของเรา

with the hashtag superpower for good.

3:34

พร้อมแฮชแท็ก #superpowerforgood

And subscribe for more weekly science videos.

3:36

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์