จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณได้ยินเสียงในหัว?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
602 คำ 178 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: บทอธิบายนี้กล่าวถึงอาการของโรคจิตเภท ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง การรักษา การฟื้นตัว และตราบาป ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. what if | ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าคำถามสมมุติเปลี่ยนเสียงภายในที่คุ้นเคยให้เป็นจุดเปิดที่น่ากังวล โดยไม่ได้ยืนยันว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว 2. synaptic pruning | วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: เรียนรู้ศัพท์ประสาทวิทยาและภาพเปรียบเทียบการตัดแต่งกิ่งที่ใช้อธิบายความสัมพันธ์ที่เสนอระหว่าง C4 กับการเชื่อมต่อในสมอง 3. can and do recover | ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: แยก can ที่บอกความเป็นไปได้ออกจาก do ที่ย้ำว่าการฟื้นตัวเกิดขึ้นจริง และทำให้เข้าใจสถิติก่อนหน้าอย่างสมดุลขึ้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

We all have an inner dialogue inside our mind วลี

0:00

เราทุกคนล้วนมีบทสนทนาภายในใจ

วลี

inner dialogue: บทสนทนาภายในใจ

inner dialogue หมายถึงถ้อยคำหรือความคิดที่คล้ายบทสนทนาซึ่งดำเนินอยู่ในใจ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงการคิดส่วนตัว ไม่ใช่การพูดคุยออกเสียงกับคนอื่น แม้ dialogue มักเกี่ยวข้องกับผู้พูดสองคน แต่ inner dialogue สามารถอธิบายการที่คนคนหนึ่งถาม ตอบ ให้กำลังใจ หรือเตือนตัวเองอยู่ในใจได้

แบบฝึกหัด

inner dialogue ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. บทสนทนาที่พูดออกเสียงกับอีกคนหนึ่ง
  2. การแลกเปลี่ยนข้อความที่เขียนขึ้น
  3. กระแสความคิดส่วนตัวที่คล้ายบทสนทนาในใจของคนคนหนึ่ง
ดูคำตอบ

กระแสความคิดส่วนตัวที่คล้ายบทสนทนาในใจของคนคนหนึ่ง

reminding yourself to pay your cell phone bill ไวยากรณ์

0:02

ที่คอยเตือนตัวเองให้จ่ายค่าโทรศัพท์มือถือ

ไวยากรณ์

reminding yourself to + กริยารูปพื้นฐาน: เตือนตัวเองให้ทำบางสิ่ง

remind yourself to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงทำให้ตัวเองจำการกระทำที่จำเป็นหรือตั้งใจจะทำ ในที่นี้ reminding yourself to pay เป็นตัวอย่างสิ่งที่บทสนทนาภายในใจสามารถทำได้ คำสรรพนามสะท้อนกลับจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น I remind myself, you remind yourself และ she reminds herself หลัง to ใช้กริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ to pay ไม่ใช่ to paying

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง remind + คำสรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้อง + to เติมประโยคให้สมบูรณ์: She set an alarm to ____ leave for the airport at six.

ดูคำตอบ

remind herself to

or even rehearsing a tough conversation with a friend. วลี

0:04

หรือแม้แต่ซ้อมบทสนทนายาก ๆ ที่ต้องคุยกับเพื่อน

วลี

ซ้อมบทสนทนาที่ยากก่อนการพูดคุยจริง

ในที่นี้ rehearsing a tough conversation หมายถึงการฝึกไว้ล่วงหน้าว่าคุณอาจพูดอะไรและอาจตอบสนองอย่างไร ก่อนที่จะมีบทสนทนาจริงที่รับมือได้ยาก tough บอกว่าบทสนทนานั้นยากในด้านอารมณ์หรือจัดการได้ลำบาก ไม่ได้หมายความว่าแข็งในทางกายภาพ rehearse ไม่ได้ใช้เฉพาะกับนักแสดงหรือการแสดงบนเวทีเท่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้อย่าง rehearse a conversation สามารถใช้พูดถึงการเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์ การขอโทษ ความขัดแย้ง หรือการสื่อสารอื่นที่มีความกดดันสูง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ rehearse ในความหมายเดียวกับตัวอย่าง?

  1. At the meeting, I began a difficult conversation with my mentor.
  2. Before the interview, I rehearsed a difficult conversation with my mentor.
  3. After the meeting, I recalled a difficult conversation with my mentor.
ดูคำตอบ

Before the interview, I rehearsed a difficult conversation with my mentor.

But what if that voice becomes voices ไวยากรณ์

0:07

แต่ถ้าเสียงนั้นกลายเป็นหลายเสียง

that are out of your control? วลี

0:10

ที่คุณควบคุมไม่ได้ล่ะ

ไวยากรณ์

What if สำหรับเสนอความเป็นไปได้เชิงสมมติ

What if ใช้เสนอความเป็นไปได้เชิงสมมติและชวนผู้ฟังให้คิดถึงผลที่จะตามมา กล่าวคือ สมมติว่าสิ่งนี้เกิดขึ้น แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป สถานการณ์นั้นไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริง ในที่นี้ยังทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมเชิงวาทศิลป์ด้วย ผู้พูดเปลี่ยนจากเสียงในใจหนึ่งเสียงที่ยังจัดการได้ ไปสู่ความเป็นไปได้ที่น่ากังวลกว่าของหลายเสียงที่ควบคุมไม่ได้ จึงสร้างความกังวลและนำเข้าสู่หัวข้อถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่ใช้เสนอข้อกังวลเชิงสมมติ: ____ the flight is canceled because of the storm?

ดูคำตอบ

What if

วลี

out of your control: อยู่นอกเหนือความสามารถของคุณที่จะเปลี่ยนแปลง

Out of your control หมายถึง บางสิ่งอยู่นอกเหนือความสามารถของคุณที่จะกำกับ เปลี่ยนแปลง หรือหยุดมัน ในคำถามนี้ ผู้ฟังไม่สามารถควบคุมเสียงเหล่านั้นได้อีกต่อไป โครงสร้างคือ out of + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + control เช่น out of my control, out of her control และ out of our control โครงสร้างนี้บอกขีดจำกัดของอำนาจของบุคคลหรือกลุ่ม ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ออกมาจากสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าทีมไม่มีอำนาจที่จะป้องกันความล่าช้าได้?

  1. The delay is out of our control.
  2. The delay is out of control.
  3. The delay is under our control.
ดูคำตอบ

The delay is out of our control.

Psychologist Julian Jaynes proposed a theory วลี

0:12

นักจิตวิทยา Julian Jaynes เสนอทฤษฎีหนึ่ง

that not so long ago วลี

0:14

ว่าเมื่อไม่นานมานี้

all humans heard voices

0:16

มนุษย์ทุกคนเคยได้ยินเสียงต่าง ๆ

วลี

proposed a theory: เสนอคำอธิบายอย่างเป็นทางการ

Proposed a theory หมายถึง การเสนอแนวคิดเชิงอธิบายอย่างเป็นทางการเพื่อให้ผู้อื่นพิจารณา ศึกษา หรือทดสอบ proposed ระบุว่า Julian Jaynes เป็นผู้เสนอทฤษฎีนั้น แต่ไม่ได้บอกว่าทฤษฎีได้รับการพิสูจน์หรือยอมรับอย่างเป็นสากลแล้ว โครงสร้างทั่วไปคือ บุคคล + propose(s)/proposed + a theory (that + อนุประโยค) ซึ่งแม่นยำกว่า said เพราะแสดงว่ามีการนำเสนอคำอธิบายที่เป็นระบบ

แบบฝึกหัด

ใช้กลุ่มคำเป้าหมายในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After reviewing the data, the researchers ____ about how the disease spreads.

ดูคำตอบ

proposed a theory

วลี

not so long ago: เมื่อไม่นานมานี้

not so long ago หมายถึงช่วงเวลาในอดีตที่ผู้พูดมองว่าเพิ่งผ่านมาไม่นาน คำว่า not กลับความห่างของเวลาที่ so long สื่ออยู่ จึงไม่ควรเข้าใจทั้งวลีว่าเป็น long ago ระยะเวลานี้ขึ้นอยู่กับมุมมอง ในประโยคนี้ ช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษย์ถูกนำเสนอว่าอยู่ไม่ไกลนักเมื่อเทียบกับมาตราส่วนทางประวัติศาสตร์ที่กว้างมาก ไม่ได้ระบุวันที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องของ not so long ago

  1. วันที่แน่นอนซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจน
  2. อดีตอันห่างไกล
  3. ช่วงเวลาที่ค่อนข้างใกล้ในอดีต
ดูคำตอบ

ช่วงเวลาที่ค่อนข้างใกล้ในอดีต

created internally from the right hemisphere of the brain ลำดับความ

0:18

ที่ถูกสร้างขึ้นภายในสมองซีกขวา

but perceived as external from the left hemisphere.

0:20

แต่สมองซีกซ้ายกลับรับรู้ว่าเป็นเสียงจากภายนอก

ลำดับความ

created internally ... but perceived as external: ถูกสร้างขึ้นภายใน แต่ถูกรับรู้ว่ามาจากภายนอก

Created internally และ perceived as external เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบลดรูปสองส่วนที่วางขนานกันและขยายคำนาม voices ที่กล่าวมาก่อนหน้า เมื่อขยายเป็นรูปเต็มจะได้ voices that were created internally ... but that were perceived as external But นำคำบรรยายสองด้านมาเปรียบต่างกัน กล่าวคือกระบวนการถูกบรรยายว่าเกิดขึ้นภายใน แต่ประสบการณ์การรับรู้ถูกบรรยายว่าเป็นสิ่งภายนอก perceived as external อธิบายว่าเสียงเหล่านั้นดูเหมือนเป็นอย่างไร ไม่ใช่แหล่งที่มาจริงของเสียง

แบบฝึกหัด

but จัดให้เกิดการเปรียบต่างระหว่างอะไรในประโยคนี้

  1. การสร้างเสียงขึ้นภายในกับการรับรู้ว่าเสียงดูเหมือนมาจากภายนอก
  2. เหตุการณ์ในอดีตกับการคาดการณ์อนาคตที่แม่นยำ
  3. แหล่งกำเนิดเสียงสองแหล่งที่มาจากภายนอกเหมือนกัน
ดูคำตอบ

การสร้างเสียงขึ้นภายในกับการรับรู้ว่าเสียงดูเหมือนมาจากภายนอก

As a result, ลำดับความ

0:23

ด้วยเหตุนี้

these voices were perceived as communication from the gods

0:24

เสียงเหล่านี้จึงถูกมองว่าเป็นสารจากเหล่าเทพเจ้า

ลำดับความ

คำเชื่อมแสดงผลลัพธ์ "As a result,"

As a result เป็นคำเชื่อมระดับประโยคที่ย้อนกลับไปยังสาเหตุหรือสถานการณ์ที่กล่าวไว้แล้ว และนำเข้าสู่สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะสาเหตุนั้น ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกผู้อ่านว่าการมองเสียงเหล่านี้ว่าเป็นสารจากเทพเจ้าเป็นผลจากสถานการณ์ก่อนหน้า เมื่ออยู่ต้นประโยค ปกติจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค: As a result, + ผลลัพธ์ คำนี้ใช้จัดลำดับข้อมูลแบบเหตุและผล ไม่ได้ใช้ยกตัวอย่าง

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่นำเข้าสู่ผลลัพธ์อย่างชัดเจน: The bus broke down on the highway. _____, we arrived an hour late.

  1. As a result
  2. In other words
  3. For example
ดูคำตอบ

As a result

but around 1000 BC

0:27

แต่ราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาล

with the rise of modern consciousness วลี

0:29

เมื่อจิตสำนึกแบบสมัยใหม่เริ่มถือกำเนิด

these voices became recognized as our own.

0:31

มนุษย์ก็เริ่มตระหนักว่าเสียงเหล่านี้เป็นเสียงของตนเอง

วลี

with the rise of + นามวลี

with the rise of หมายถึง “เมื่อบางสิ่งเริ่มเกิดขึ้น เติบโต หรือมีอิทธิพลมากขึ้น” ในที่นี้ rise เป็นคำนาม และ of ใช้นำเข้าสู่สิ่งที่กำลังพัฒนา: with the rise of + นามวลี บุพบทวลีทั้งหมดนี้กำหนดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นภูมิหลังให้กับใจความหลัก ในประโยคนี้ การพัฒนาของจิตสำนึกสมัยใหม่เป็นฉากหลังทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้เสียงเหล่านั้นเริ่มถูกมองว่าเป็นเสียงของผู้คนเอง โดย rise ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เมื่อการทำงานทางไกลแพร่หลายมากขึ้น”: Many companies changed their office policies ____ remote work.

ดูคำตอบ

with the rise of

Some psychiatrists believe that the brains of schizophrenic people

0:34

จิตแพทย์บางคนเชื่อว่าสมองของผู้ที่เป็นโรคจิตเภท

may revert to this state วลี

0:37

อาจย้อนกลับไปสู่สภาวะนี้

and not recognize some of their thoughts as their own. ไวยากรณ์

0:38

และไม่รับรู้ว่าความคิดบางอย่างเป็นของตนเอง

วลี

revert to + สภาวะก่อนหน้า

ในประโยคนี้ revert to this state หมายถึงกลับไปสู่สภาวะทางจิตก่อนหน้าที่อธิบายไว้ในบริบท การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นการย้อนกลับไปสู่สภาวะที่เคยมีอยู่ ใช้โครงสร้าง revert to + สภาวะ วิธีการ เวอร์ชัน หรือพฤติกรรม revert to เป็นทางการกว่า go back to จึงพบบ่อยในการอภิปรายด้านการแพทย์ เทคนิค และนโยบาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย revert และคำบุพบทที่จำเป็น: After the update failed, the system had to ____ the previous version.

ดูคำตอบ

revert to

ไวยากรณ์

recognize A as B ... their own ที่ใช้แทนคำนาม

recognize A as B หมายถึงระบุ เข้าใจ หรือยอมรับว่า A เป็น B ในที่นี้ some of their thoughts คือ A และ their own คือ B กล่าวคือ คนเหล่านั้นไม่รับรู้ว่าความคิดดังกล่าวเป็นของตนเอง Their own ใช้แทน their own thoughts ได้ สามารถละคำนามหลังรูปแสดงความเป็นเจ้าของ เช่น mine, yours หรือ their own เมื่อชัดเจนอยู่แล้วว่าคำนามที่ละไว้คืออะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความอย่างถูกต้องว่า Mia ระบุว่าดีไซน์นั้นเป็นของเธอ?

  1. Mia recognized the design as herself.
  2. Mia recognized the design as her own.
  3. Mia recognized the design to her own.
ดูคำตอบ

Mia recognized the design as her own.

Schizophrenia is a disease of the nervous system

0:42

โรคจิตเภทเป็นโรคของระบบประสาท

affecting approximately 1% of the population.

0:44

ที่ส่งผลกระทบต่อประชากรราว 1%

To be clear, ลำดับความ

0:47

ขอชี้แจงให้ชัดเจนว่า

schizophrenia is not the same thing ไวยากรณ์

0:47

โรคจิตเภทไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

as having multiple personality disorder. การใช้คำ

0:49

กับโรคหลายบุคลิก

ลำดับความ

To be clear: ใช้เกริ่นเพื่อชี้แจงให้ชัดเจน

“To be clear” ใช้เกริ่นว่าผู้พูดกำลังจะชี้แจงให้ชัดเจน ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปจะแก้ความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น กล่าวคือ ไม่ควรมองความผิดปกติทั้งสองอย่างว่าเป็นภาวะเดียวกัน วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยระบุจุดยืนที่แน่นอนของผู้พูด ไม่ได้หมายความว่ากำลังตำหนิผู้ฟังว่าสับสนเสมอไป แต่อาจใช้เพียงเพื่อป้องกันความกำกวมก่อนพูดต่อ

แบบฝึกหัด

คุณต้องการแก้ความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่สื่อว่าคำตอบนั้นเห็นได้ชัด ควรใช้คำขึ้นต้นใดมากที่สุด

  1. Clearly, the deadline is Friday, not Thursday.
  2. To be clear, the deadline is Friday, not Thursday.
  3. By the way, the deadline is Friday, not Thursday.
ดูคำตอบ

To be clear, the deadline is Friday, not Thursday.

ไวยากรณ์

not the same thing as: ปฏิเสธการมองว่าสองสิ่งเท่ากันอย่างชัดเจน

“not the same thing as” ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าแนวคิดหรือการกระทำสองอย่างเทียบเท่ากัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแยกโรคจิตเภทออกจากการมีโรคหลายบุคลิก โครงสร้างคือ X is not the same thing as Y หลัง “as” ใช้กลุ่มคำนาม เช่น “a cancellation” หรือใช้รูป -ing เมื่อต้องการกล่าวถึงการกระทำ เช่น “giving up”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบแบบเต็มจากบทเรียน: Working from home is ____ working fewer hours.

ดูคำตอบ

not the same thing as

การใช้คำ

multiple personality disorder: ชื่อเรียกแบบเก่า

ในประโยคนี้ multiple personality disorder หมายถึงภาวะที่มีสภาวะอัตลักษณ์แตกต่างกันตั้งแต่สองสภาวะขึ้นไป ประเด็นสำคัญคือคำนี้ไม่ใช่อีกชื่อหนึ่งของ schizophrenia วลีนี้เป็นชื่อเรียกแบบเก่าที่เคยใช้ทั้งในภาษาทั่วไปและการวินิจฉัย ปัจจุบันชื่อทางคลินิกที่ใช้กันโดยทั่วไปคือ dissociative identity disorder (DID) การรู้จักคำเก่าช่วยให้เข้าใจสื่อในอดีตได้โดยไม่ต้องนำคำนี้มาใช้ในบริบททางการปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

สารคดีเก่าเรื่องหนึ่งใช้คำว่า multiple personality disorder บทความทางคลินิกในปัจจุบันควรใช้คำใดสำหรับภาวะเดียวกัน?

  1. dissociative identity disorder (DID)
  2. schizophrenia
  3. hallucination
ดูคำตอบ

dissociative identity disorder (DID)

Symptoms often include hallucinations การใช้คำ

0:52

อาการที่พบบ่อยมักรวมถึงอาการประสาทหลอน

from seeing things that aren't there

0:54

ตั้งแต่การมองเห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง

to delusions such as a higher belief in conspiracy,

0:56

ไปจนถึงอาการหลงผิด เช่น เชื่อเรื่องสมคบคิดมากกว่าปกติ

higher rates of depression

0:59

มีภาวะซึมเศร้าในอัตราที่สูงขึ้น

and most notably hearing voices. ลำดับความ

1:00

และที่เด่นชัดที่สุดคือการได้ยินเสียง

การใช้คำ

hallucinations กับ delusions: การรับรู้และความเชื่อ

ในประโยคนี้ hallucinations คือประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสิ่งเร้าภายนอกที่สอดคล้องกัน เช่น เห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง หรือได้ยินเสียงเมื่อไม่มีใครกำลังพูด Delusions คือความเชื่อที่ยึดมั่นอย่างแน่นหนา ขัดกับความเป็นจริง และยังคงอยู่แม้มีหลักฐานคัดค้าน เช่น ความเชื่อที่ตายตัวว่าตนถูกปองร้ายหรือมีการสมคบคิด ความแตกต่างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือการรับรู้กับความเชื่อ: hallucinations เกี่ยวกับสิ่งที่บุคคลรับรู้ผ่านประสาทสัมผัส ส่วน delusions เกี่ยวกับสิ่งที่บุคคลเชื่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วย hallucination และ delusion ตามลำดับที่ถูกต้อง: Seeing a person who is not there can be a ____; firmly believing that strangers control your thoughts can be a ____.

ดูคำตอบ

hallucination · delusion

ลำดับความ

most notably: เน้นสิ่งที่โดดเด่นที่สุด

most notably เลือกข้อมูลหนึ่งรายการจากกลุ่มหรือรายการที่ใหญ่กว่า แล้วชี้ว่าเป็นสิ่งที่ควรสังเกตมากที่สุด ในที่นี้วลีนี้เน้น hearing voices เป็นพิเศษท่ามกลางผลกระทบที่เพิ่งกล่าวถึง วลีนี้จัดลำดับตามความสำคัญหรือความน่าสนใจ ไม่ใช่ตามความถี่ สิ่งที่ถูกเน้นจึงไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The update brought several changes, most notably a new safety rule,' คำว่า most notably บอกอะไร?

  1. กฎความปลอดภัยคือสิ่งที่ผู้พูดต้องการเน้น
  2. กฎความปลอดภัยคือสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด
  3. กฎความปลอดภัยคือการเปลี่ยนแปลงสุดท้ายตามลำดับเวลา
ดูคำตอบ

กฎความปลอดภัยคือสิ่งที่ผู้พูดต้องการเน้น

Auditory hallucinations occur in many disorders การใช้คำ

1:02

อาการประสาทหลอนทางการได้ยินพบได้ในความผิดปกติหลายชนิด

from simple sounds

1:05

ตั้งแต่เสียงธรรมดา ๆ

to words or names being called, ไวยากรณ์

1:06

ไปจนถึงได้ยินคำพูดหรือเสียงเรียกชื่อ

ไวยากรณ์

being called: เหตุการณ์แบบถูกกระทำด้วย being + past participle

ใน words or names being called โครงสร้าง being + called แสดงเหตุการณ์แบบถูกกระทำ คือมีใครบางคนพูดหรือเรียกคำหรือชื่อนั้นออกมา แล้วผู้ฟังได้ยินเหตุการณ์นั้น called ในที่นี้หมายถึง “ถูกพูดหรือเรียกออกเสียง” ไม่ใช่ “ถูกติดต่อทางโทรศัพท์” to เป็นส่วนหนึ่งของกรอบบอกช่วง from ... to ... จึงเป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมาย infinitive โครงสร้าง คำนาม + being + past participle ทำให้คำนามเป็นผู้รับการกระทำ โดยไม่จำเป็นต้องระบุผู้กระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูป passive -ing ของ call: While I waited outside the office, I heard my name ____ from inside.

ดูคำตอบ

being called

but the voices heard in schizophrenics การใช้คำ

1:08

แต่เสียงที่ผู้ป่วยจิตเภทได้ยิน

are quite different.

1:10

แตกต่างออกไปมาก

การใช้คำ

Auditory hallucinations: ได้ยินเสียงโดยไม่มีแหล่งกำเนิดภายนอก

auditory hallucinations เป็นนามวลีทางคลินิกที่หมายถึงการได้ยินเสียงโดยไม่มีแหล่งกำเนิดเสียงภายนอกที่ตรงกัน auditory ขยาย hallucinations และระบุว่าประสาทสัมผัสที่เกี่ยวข้องคือการได้ยิน วลีนี้มีความหมายกว้างกว่า hearing voices เพราะอาจรวมถึงเสียงง่าย ๆ เสียงดนตรี คำ ชื่อ หรือเสียงพูด และไม่ได้หมายถึงความสามารถในการพูด

แบบฝึกหัด

ศัพท์ใดเหมาะกับสถานการณ์นี้มากที่สุด? ผู้ป่วยบอกว่าได้ยินเสียงดนตรีทั้งที่ไม่มีการเปิดเพลง

  1. hearing loss
  2. visual hallucinations
  3. auditory hallucinations
ดูคำตอบ

auditory hallucinations

การใช้คำ

ความแตกต่างระหว่าง schizophrenics กับ people with schizophrenia

ในที่นี้ schizophrenics เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึง people with schizophrenia การใช้ชื่อการวินิจฉัยเป็นคำนามเรียกคนทั้งกลุ่มทำให้ภาวะดังกล่าวเด่นกว่าตัวบุคคล และอาจฟังเหมือนลดทอนคนให้เหลือเพียงป้ายกำกับนั้น ในการสื่อสารด้านสุขภาพที่ให้ความเคารพในปัจจุบัน people with schizophrenia มักเป็นตัวเลือกมาตรฐานที่ปลอดภัยกว่า ผู้เรียนยังอาจพบ schizophrenics ในข้อความเก่า คำพูดที่ยกมา หรือภาษาที่ไม่ยึดบุคคลเป็นศูนย์กลาง จึงควรรู้ความหมายแต่ไม่ควรเลียนแบบโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

พิจารณาถ้อยคำสำหรับแผ่นพับข้อมูลผู้ป่วยในปัจจุบัน: "Schizophrenics may need support from family and friends."

  1. เหมาะสมแล้วตามที่เขียน
  2. ควรเปลี่ยนเป็น: People with schizophrenia may need support from family and friends.
ดูคำตอบ

ควรเปลี่ยนเป็น: People with schizophrenia may need support from family and friends.

They're often associated with their current mental state วลี

1:12

เสียงเหล่านี้มักเชื่อมโยงกับสภาพจิตใจของผู้ป่วยในขณะนั้น

and can be quite hostile,

1:14

และอาจฟังดูมุ่งร้ายอย่างมาก

accusing, threatening, or persecuting,

1:16

ทั้งกล่าวหา ข่มขู่ หรือรังควาน

ultimately embodying many of their fears. สำนวน

1:18

จนกลายเป็นตัวแทนของความกลัวหลายอย่างที่พวกเขามี

วลี

be associated with: มีความสัมพันธ์ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุ

ในประโยคนี้ be associated with หมายถึง “มีความเกี่ยวข้องกับ” หรือ “มีแนวโน้มเกิดขึ้นโดยสัมพันธ์กับ” กล่าวคือ ลักษณะของเสียงเหล่านั้นเปลี่ยนไปตามสภาพจิตใจในขณะนั้นของบุคคล วลีนี้บอกเพียงความสัมพันธ์ ไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลที่พิสูจน์แล้ว และไม่ได้บอกว่าสภาพจิตใจเป็นสาเหตุโดยตรงของลักษณะทุกอย่างของเสียงเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเชิงงานวิจัยด้วยวลีที่บอกความสัมพันธ์โดยไม่ยืนยันเหตุและผล: High stress is often ____ sleep problems.

ดูคำตอบ

associated with

สำนวน

embodying many of their fears: ทำให้ความกลัวที่เป็นนามธรรมปรากฏเป็นรูปธรรม

ในที่นี้ embodying many of their fears หมายถึงการทำให้ความกลัวเหล่านั้นรับรู้ได้ผ่านเนื้อหาและลักษณะของเสียง เสียงเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมของความกลัวที่เดิมเป็นนามธรรม โดยทั่วไป embody อาจหมายถึง “ทำให้แนวคิด คุณลักษณะ หรืออารมณ์มีรูปแบบที่มองเห็นหรือรับรู้ได้” ในที่นี้เป็นการใช้เชิงอุปมา ไม่ได้หมายความว่าความกลัวมีร่างกายจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคจากวิดีโอ embodying many of their fears หมายความว่าอย่างไร?

  1. เปลี่ยนความกลัวของพวกเขาให้เป็นร่างกายจริง ๆ
  2. ทำให้ความกลัวหลายอย่างของพวกเขาปรากฏเป็นรูปธรรม
  3. ทำให้ความกลัวหลายอย่างของพวกเขาหายไป
ดูคำตอบ

ทำให้ความกลัวหลายอย่างของพวกเขาปรากฏเป็นรูปธรรม

A 2006 study of over 3000 schizophrenic patients ลำดับความ

1:21

งานวิจัยปี 2006 ที่ศึกษาผู้ป่วยจิตเภทกว่า 3,000 คน

found that genes related to immune function

1:25

พบว่ายีนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

may play a role, วลี

1:27

อาจมีบทบาท

ลำดับความ

A 2006 study ... found that ...: ระบุว่างานวิจัยเป็นที่มาของข้อสรุป

โครงสร้าง A study ... found that ... ระบุว่างานวิจัยเป็นแหล่งที่มาของข้อสรุป ในประโยคนี้ A 2006 study แนะนำแหล่งหลักฐาน รายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มตัวอย่างสามารถแทรกไว้ก่อนคำกริยา และ found that ใช้เปิดข้อสรุปที่รายงาน ใช้รูปแบบข้อมูล “แหล่งที่มา + found that + ข้อสรุป” เพื่อแยกหลักฐานออกจากคำยืนยันของผู้เขียนเอง found ในที่นี้หมายถึง “ค้นพบจากการวิจัย” ไม่ใช่ “พบตำแหน่งของสิ่งของ”

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างการรายงานงานวิจัยด้วยวลีสองคำที่ตรงตามรูปแบบและใช้เปิดข้อสรุปของการศึกษา: A recent study of 500 students ____ short breaks improved concentration.

ดูคำตอบ

found that

วลี

may play a role: แสดงการมีส่วนที่เป็นไปได้

Play a role หมายถึง “ส่งผลหรือมีส่วนต่อผลลัพธ์หรือกระบวนการหนึ่ง” role ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงบทที่นักแสดงได้รับ May ทำให้ข้อกล่าวอ้างมีความระมัดระวัง กล่าวคือ ยีนอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ประโยคไม่ได้บอกว่ายีนเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวหรือผลของมันได้รับการพิสูจน์แล้ว รูปแบบทั่วไปที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ X may play a role in Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่ตรงตามรูปแบบและหมายถึงปัจจัยหนึ่งที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง: Genetics may ____ how the body responds to stress.

ดูคำตอบ

play a role in

specifically the complement component 4

1:28

โดยเฉพาะคอมพลีเมนต์คอมโพเนนต์ 4

or C4 genes.

1:30

หรือยีน C4

C4 is a gene

1:32

C4 เป็นยีน

involved in trimming the synapses ไวยากรณ์

1:33

ที่เกี่ยวข้องกับการตัดแต่งไซแนปส์

in the brain.

1:35

ในสมอง

ไวยากรณ์

involved in trimming: โครงสร้าง be involved in + -ing

be involved in + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงการมีส่วนร่วมในบางสิ่ง หรือมีความเกี่ยวข้องและมีบทบาทในกระบวนการนั้น ในประโยคนี้ C4 ไม่ได้กระทำโดยมีเจตนา แต่หมายความว่ายีนนี้มีบทบาทในกระบวนการตัดแต่งไซแนปส์ เนื่องจาก in เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงต้องเป็นรูป -ing: ใช้ involved in trimming ไม่ใช่ involved in trim

แบบฝึกหัด

ใช้ be involved in + -ing กับกริยา repair เพื่อเติมประโยค: This enzyme is involved ____ damaged DNA.

ดูคำตอบ

in repairing

For example,

1:36

ตัวอย่างเช่น

teenage brains undergo a process known as synaptic pruning โน้ต

1:36

สมองของวัยรุ่นจะผ่านกระบวนการที่เรียกว่า การตัดแต่งไซแนปส์

วลี

undergo a process known as + ชื่อ: ผ่านกระบวนการที่มีชื่อเรียก

undergo เป็นสกรรมกริยาที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงประสบหรือได้รับบางสิ่ง กริยานี้รับกรรมโดยตรง: teenage brains undergo a process โดยไม่ใช้ through หลัง undergo known as synaptic pruning ขยายคำว่า process และบอกชื่อที่ยอมรับกันของกระบวนการนั้น เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อที่มีความหมายเท่ากับ which is known as synaptic pruning โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ undergo a process known as + ชื่อ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างทางการจากบทเรียนเพื่อแนะนำชื่อ centrifugation: The sample will ____.

ดูคำตอบ

undergo a process known as centrifugation

in which unused connections

1:40

ซึ่งจุดเชื่อมต่อที่ไม่ได้ใช้งาน

are cut away กริยาวลี

1:41

จะถูกตัดออก

to aid in our brain's efficiency. วลี

1:42

เพื่อช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัฒนธรรม

การตัดแต่งไซแนปส์ระหว่างพัฒนาการทางสมอง

synaptic pruning หรือการตัดแต่งไซแนปส์ เป็นส่วนหนึ่งตามปกติของพัฒนาการทางสมอง โดยสมองจะลดการเชื่อมต่อของไซแนปส์บางส่วน โดยเฉพาะส่วนที่ถูกใช้งานน้อย ไซแนปส์คือจุดที่เซลล์ประสาทใช้สื่อสารกัน คำว่า pruning ยืมภาพจากการตัดแต่งพืชมาใช้ กล่าวคือ การเชื่อมต่อบางส่วนจะถูกลดลงเพื่อให้เครือข่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าไซแนปส์ทั้งหมดจะถูกกำจัด

แบบฝึกหัด

synaptic pruning หมายถึงอะไรในประโยคนี้

  1. สมองกำจัดการเชื่อมต่อทุกอย่างที่สร้างขึ้นในวัยเด็ก
  2. สมองเก็บความทรงจำที่ไม่ได้ใช้ไว้ในบริเวณแยกต่างหาก
  3. สมองลดการเชื่อมต่อบางส่วนที่ถูกใช้งานน้อยลงระหว่างการพัฒนา
ดูคำตอบ

สมองลดการเชื่อมต่อบางส่วนที่ถูกใช้งานน้อยลงระหว่างการพัฒนา

กริยาวลี

cut away เพื่อเอาส่วนที่ไม่ต้องการออก

cut away หมายถึงการตัดส่วนที่ไม่ต้องการออกไป away เพิ่มความหมายด้านผลลัพธ์ว่าส่วนนั้นถูกแยกและนำออกแล้ว ส่วน cut เพียงคำเดียวบอกแค่การกระทำว่าตัด ในประโยคนี้ใช้รูปประโยคถูกกระทำ: unused connections are cut away วลีนี้ใช้ภาพของการตัดสิ่งของจริง ๆ เพื่ออธิบายว่าการเชื่อมต่อบางส่วนในสมองถูกกำจัดอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าส่วนที่ไม่ต้องการถูกนำออกและส่วนที่เหลือยังคงอยู่

  1. The technician cut off the power.
  2. The technician cut the damaged insulation.
  3. The technician cut away the damaged insulation.
ดูคำตอบ

The technician cut away the damaged insulation.

วลี

to aid in + คำนามหรือรูป -ing

ในประโยคนี้ to ใช้บอกจุดประสงค์ กล่าวคือ การกระทำที่เกี่ยวข้องมีไว้เพื่อ aid in หรือช่วยและส่งเสริมให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดเน้นคือประโยชน์ที่คาดหวัง ไม่ใช่การรับประกันว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นแน่นอน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ to aid in + วลีนามหรือรูป -ing โดย aid in เป็นทางการกว่า help และมักใช้ในงานเขียนด้านการวิจัย นโยบาย หรือเทคนิค เพื่อเชื่อมมาตรการกับผลที่มุ่งหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์แบบเป็นทางการสามคำจากบทเรียน: The revised layout was introduced ____ navigation for screen-reader users.

ดูคำตอบ

to aid in

But in individuals with schizophrenia,

1:44

แต่ในผู้ที่เป็นโรคจิตเภท

the C4 gene may be overactive

1:46

ยีน C4 อาจทำงานมากเกินไป

and cut down areas

1:48

และตัดทอนพื้นที่สมองส่วนต่าง ๆ

that are involved in planning,

1:49

ที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน

cognition, and thinking.

1:51

การรับรู้ และการคิด

Links have also been made ไวยากรณ์

1:52

นอกจากนี้ยังพบความเชื่อมโยง

between microbes in the gut.

1:53

กับจุลินทรีย์ในลำไส้

ไวยากรณ์

Links have also been made between A and B เพื่อรายงานความสัมพันธ์

โครงสร้าง present perfect แบบ passive ใน Links have also been made ใช้รายงานว่ามีการระบุความสัมพันธ์มาจนถึงปัจจุบัน โดยไม่บอกว่าใครเป็นผู้วิจัย also เพิ่มข้อค้นพบนี้ต่อจากข้อค้นพบก่อนหน้า ส่วน between ใช้นำสิ่งสองฝ่ายที่มีความสัมพันธ์กัน ในประโยคที่สมบูรณ์และอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยทั่วไปต้องระบุทั้ง A และ B ที่นี่ microbes in the gut เป็นฝ่ายหนึ่ง ส่วน schizophrenia ซึ่งเป็นอีกฝ่ายได้มาจากบริบทใกล้เคียง link เป็นหลักฐานของความสัมพันธ์ แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่าฝ่ายหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานความสัมพันธ์อย่างระมัดระวังโดยไม่อ้างว่าเป็นเหตุเป็นผลและไม่ระบุผู้วิจัย

  1. Poor sleep definitely causes reduced concentration.
  2. Links have been made between poor sleep and reduced concentration.
  3. Researchers proved that poor sleep is the only cause of reduced concentration.
ดูคำตอบ

Links have been made between poor sleep and reduced concentration.

After all, ลำดับความ

1:55

เพราะท้ายที่สุดแล้ว

the microbes that live within us

1:56

จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ภายในร่างกายเรา

have also been shown to modulate an immune response โน้ต

1:57

ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถปรับการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน

and impact brain development.

1:59

และส่งผลต่อการพัฒนาสมอง

ลำดับความ

“After all” เพื่อเกริ่นเหตุผลสนับสนุน

After all เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่ใช้เกริ่นเหตุผลซึ่งสนับสนุนข้อความก่อนหน้า ในที่นี้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจุลชีพถูกเสริมเข้ามาเป็นหลักฐานที่ทำให้ข้อกล่าวอ้างก่อนหน้าดูมีเหตุผลมากขึ้น คำนี้มักสื่อว่า “นี่เป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องซึ่งเราควรคำนึงถึงอยู่แล้ว” ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นลำดับสุดท้าย

แบบฝึกหัด

ใน “We should leave early. After all, the roads get crowded before the game,” คำว่า “After all” ทำหน้าที่อะไร

  1. ระบุเหตุการณ์สุดท้ายตามลำดับเวลา
  2. เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า
  3. แสดงความโล่งใจหลังจากรอคอยมานาน
ดูคำตอบ

เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า

ไวยากรณ์

“have also been shown to” ในฐานะโครงสร้างรายงานหลักฐาน

Have also been shown to เป็นโครงสร้างรายงานแบบ present perfect ในรูปกรรมวาจก หมายความว่างานวิจัยหรือหลักฐานอื่นได้แสดงให้เห็นผลที่ตามมา โดยประโยคเน้นที่ microbes ไม่ใช่นักวิจัยที่สร้างหลักฐานนั้น Have สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ microbes ส่วน shown เป็น past participle และหลัง to ใช้กริยารูปพื้นฐาน modulate กับ impact โดย to ตัวเดียวสามารถนำกริยาที่เชื่อมแบบขนานทั้งสองคำได้ ส่วน also บอกว่านี่เป็นผลอีกอย่างหนึ่งที่ทราบกันแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้รูปเอกพจน์ที่ถูกต้องของ “have also been shown to” เติมประโยคให้สมบูรณ์: Regular exercise ____ improve sleep quality.

ดูคำตอบ

has also been shown to

การใช้คำ

modulate an immune response: การควบคุมที่ไม่มีทิศทางตายตัว

ในประโยคนี้ modulate an immune response หมายถึงการมีอิทธิพลและควบคุมวิธีที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนอง ซึ่งรวมถึงความรุนแรง จังหวะเวลา หรือรูปแบบของการตอบสนอง ไม่ได้หมายความว่าจุลินทรีย์ทำให้การตอบสนองเพิ่มขึ้นเท่านั้น การปรับอาจเป็นการเพิ่ม ลด หรือปรับในลักษณะอื่น ในงานเขียนชีวการแพทย์ modulate มีความแม่นยำกว่า change ซึ่งเป็นคำกริยาทั่วไป เพราะนำเสนอผลนั้นว่าเป็นการควบคุมกระบวนการทางชีวภาพ ไม่ใช่เพียงความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด

แบบฝึกหัด

การรักษาชนิดหนึ่งเพิ่มการทำงานของวิถีภูมิคุ้มกันหนึ่ง แต่ลดอีกวิถีหนึ่ง คำอธิบายใดตรงกับผลการควบคุมแบบผสมนี้มากที่สุด

  1. It modulates the immune response.
  2. It stimulates the immune response only.
  3. It suppresses the immune response only.
  4. It has no effect on the immune response.
ดูคำตอบ

It modulates the immune response.

One study found that lactic acid bacteria

2:01

งานวิจัยหนึ่งพบว่าแบคทีเรียกรดแลกติก

were significantly more abundant การใช้คำ

2:03

มีปริมาณมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

in people with schizophrenia,

2:05

ในผู้ที่เป็นโรคจิตเภท

การใช้คำ

significantly more abundant ในการเปรียบเทียบงานวิจัย

ในที่นี้ significantly more abundant หมายถึงพบแบคทีเรียกรดแลกติกในปริมาณที่สูงกว่าในกลุ่มศึกษาหนึ่งเมื่อเทียบกับกลุ่มเปรียบเทียบ ในรายงานวิจัย significantly มักส่งสัญญาณว่าความแตกต่างระหว่างกลุ่มผ่านเกณฑ์ทางสถิติ แม้ว่าประโยคนี้จะไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบก็ตาม Abundant อธิบายปริมาณหรือความชุกเชิงสัมพัทธ์ที่สูงในตัวอย่าง เป็นคำคุณศัพท์เชิงบรรยายที่เป็นทางการ ไม่ใช่คำที่ใช้แทนคำบอกปริมาณทั่วไป many ได้โดยตรง วลีนี้ระบุเพียงว่ามีปริมาณสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกัน ไม่ได้ระบุขนาดอิทธิพล ความสำคัญทางชีววิทยา หรือว่าแบคทีเรียเป็นสาเหตุของโรคจิตเภทหรือไม่ ข้อสรุปเหล่านั้นต้องอาศัยหลักฐานเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความวิจัยนี้: "Species A was significantly more abundant in group X than in group Y." ข้อสรุปใดสมเหตุสมผลจากถ้อยคำนี้เพียงอย่างเดียว

  1. ข้อความรายงานว่ามีปริมาณสูงกว่าและโดยทั่วไปสื่อถึงนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่ได้ให้ขนาดอิทธิพลหรือข้อสรุปเชิงเหตุผล
  2. ความแตกต่างของปริมาณต้องมีขนาดใหญ่มาก
  3. สปีชีส์ A เป็นสาเหตุของความแตกต่างระหว่างกลุ่ม
  4. ไม่มีการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม
ดูคำตอบ

ข้อความรายงานว่ามีปริมาณสูงกว่าและโดยทั่วไปสื่อถึงนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่ได้ให้ขนาดอิทธิพลหรือข้อสรุปเชิงเหตุผล

while another found ลำดับความ

2:06

ขณะที่อีกงานวิจัยหนึ่งพบว่า

that the prevalence of lipid and glucose abnormalities การใช้คำ

2:07

ความชุกของความผิดปกติด้านไขมันและกลูโคส

is much higher in patients with schizophrenia.

2:10

สูงกว่ามากในผู้ป่วยจิตเภท

ลำดับความ

while another found: เปรียบเทียบงานวิจัยสองชิ้นอย่างกระชับ

ในที่นี้ while เชื่อมผลของงานวิจัยหนึ่งเข้ากับผลที่แตกต่างหรือตรงข้ามจากงานวิจัยชิ้นที่สอง โดยวางข้อค้นพบทั้งสองไว้เทียบกัน ความหมายหลักไม่ได้บอกว่างานวิจัยทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน Another ใช้แทน another study ผู้เขียนจึงไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ One study found ..., while another found ... ซึ่งเปรียบเทียบหลักฐานจากงานวิจัยสองชิ้นได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกระชับที่เปรียบเทียบงานวิจัยสองชิ้นโดยไม่กล่าว study ซ้ำ: One study found that the treatment reduced pain, ____ that it had no effect on sleep.

ดูคำตอบ

while another found

การใช้คำ

prevalence of: สัดส่วนของผู้ที่มีภาวะซึ่งมีอยู่แล้ว

ในประโยคนี้ the prevalence of lipid and glucose abnormalities หมายถึงความผิดปกติเหล่านั้นแพร่หลายในกลุ่มผู้ป่วยมากเพียงใด โดยทั่วไปวัดจากสัดส่วนของผู้ที่มีความผิดปกติดังกล่าว ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหรือในระยะเวลาที่กำหนด โครงสร้าง prevalence of + condition ใช้บ่อยในระบาดวิทยาและสถิติ โดยเน้นกรณีหรือภาวะที่มีอยู่แล้วในประชากร ไม่ใช่เพียงจำนวนครั้งที่สิ่งหนึ่งเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

การสำรวจแบบภาคตัดขวางถามว่าสัดส่วนของผู้ใหญ่ที่มีความดันโลหิตสูงอยู่ในปัจจุบันเป็นเท่าใด วลีใดเรียกตัวชี้วัดนี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. the incidence of hypertension
  2. the prevalence of hypertension
  3. the occurrence of hypertension
ดูคำตอบ

the prevalence of hypertension

And while diagnosing schizophrenia

2:12

แม้ว่าการวินิจฉัยโรคจิตเภท

is primarily based on behavior and reported experiences, วลี

2:14

จะอาศัยพฤติกรรมและประสบการณ์ที่ผู้ป่วยบอกเล่าเป็นหลัก

วลี

is primarily based on: ระบุพื้นฐานหลัก

ใน is primarily based on รูปถูกกระทำ be based on ใช้ระบุหลักฐานหรือพื้นฐานที่นำมาใช้ในการตัดสิน ในที่นี้ พฤติกรรมและประสบการณ์ที่ผู้ป่วยรายงานเป็นพื้นฐานหลักของการวินิจฉัยโรคจิตเภท Primarily จำกัดขอบเขตของข้อความ โดยหมายความว่าแหล่งข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงพื้นฐานเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is primarily based on Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนเป้าหมาย: The scholarship decision ____ academic performance, although community service is also considered.

ดูคำตอบ

is primarily based on

research has found the cause ไวยากรณ์

2:17

แต่งานวิจัยพบว่าสาเหตุ

to be a combination of these genetic factors

2:19

เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมเหล่านี้ผสมผสาน

along with some environmental stressors

2:21

กับปัจจัยกดดันจากสิ่งแวดล้อมบางอย่าง

ไวยากรณ์

found the cause to be a combination of: โครงสร้าง find A to be B

Find A to be B หมายถึง “ระบุหรือค้นพบว่า A เป็น B” ใน research has found the cause to be a combination of ... นั้น the cause เป็นกรรม A และ a combination of ... เป็นส่วนเติมเต็ม B ซึ่งอธิบายว่างานวิจัยสรุปว่าสาเหตุคืออะไร โครงสร้างนี้เป็นทางเลือกที่กระชับและค่อนข้างเป็นทางการของ find that A is B ส่วน to be เชื่อม A เข้ากับสภาพหรือประเภทที่ระบุ และไม่ได้แสดงจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษข้อใดใช้ find A to be B เพื่อรายงานข้อสรุปอย่างกระชับ

  1. The survey found that the new schedule was more convenient for most employees.
  2. The survey found the new schedule in the staff room.
  3. The survey found the new schedule to be more convenient for most employees.
ดูคำตอบ

The survey found the new schedule to be more convenient for most employees.

like growing up in an urbanized area,

2:23

เช่น การเติบโตในเขตเมือง

minority group position,

2:25

การอยู่ในกลุ่มชนกลุ่มน้อย

and even cannabis use

2:26

และแม้แต่การใช้กัญชา

as THC can exaggerate psychotic response ไวยากรณ์

2:28

เพราะ THC อาจทำให้ปฏิกิริยาทางจิตรุนแรงขึ้น

in some individuals with genetic risk

2:31

ในบางคนที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรม

or developmental trauma.

2:33

หรือมีบาดแผลทางใจในช่วงพัฒนาการ

ไวยากรณ์

As ที่บอกเหตุผลในความหมายว่า “because”

ในที่นี้ as ใช้ขึ้นต้นเหตุผล อนุประโยค “THC can exaggerate psychotic response...” อธิบายว่าเหตุใดการใช้กัญชาจึงถูกนับเป็นปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้สามารถแทน as ด้วย because ได้โดยไม่เปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงเหตุผล เมื่อ as เชื่อมอนุประโยคสองส่วน อย่าตัดสินความหมายจากคำนี้เพียงอย่างเดียว ให้ดูว่าอนุประโยคที่สองบอกสาเหตุ บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดพร้อมกัน หรือทำหน้าที่อื่น ในที่นี้เป็นความสัมพันธ์เชิงเหตุผล

แบบฝึกหัด

ในประโยค “As the roads were icy, the school opened late,” as แสดงความสัมพันธ์แบบใด?

  1. บอกเหตุผลที่โรงเรียนเปิดช้า
  2. เปรียบเทียบโรงเรียนกับถนน
  3. บอกว่าสองเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน
ดูคำตอบ

บอกเหตุผลที่โรงเรียนเปิดช้า

Currently,

2:34

ปัจจุบัน

medication for schizophrenia

2:35

การใช้ยารักษาโรคจิตเภท

mostly focuses on combating hallucinations and delusions, ไวยากรณ์

2:36

มุ่งเน้นไปที่การต่อสู้กับประสาทหลอนและอาการหลงผิดเป็นหลัก

ไวยากรณ์

focuses on combating: โครงสร้าง focus on + -ing

ในที่นี้ focuses on combating หมายถึงยามุ่งความพยายามส่วนใหญ่ไปที่การลดหรือควบคุมอาการประสาทหลอนและอาการหลงผิด Combating เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ การรักษาไม่ได้กำลังต่อสู้จริง ๆ ในโครงสร้าง focus on + กิจกรรม คำว่า on เป็นคำบุพบท จึงมักแสดงกิจกรรมด้วยรูป gerund คือ focus on doing something นี่คือเหตุผลที่ combat เปลี่ยนเป็น combating แทนที่จะใช้กริยารูปพื้นฐาน combat

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ focus และ combat ที่สอดคล้องกับประธานเอกพจน์และโครงสร้าง focus on + -ing: The new program ____ online fraud.

ดูคำตอบ

focuses on combating

but unfortunately

2:40

แต่น่าเสียดายที่

49.5% of schizophrenia patients

2:41

ผู้ป่วยจิตเภท 49.5%

don't end up taking their medicine. กริยาวลี

2:44

สุดท้ายแล้วไม่ได้กินยาของตน

กริยาวลี

end up + -ing: ผลลัพธ์สุดท้าย

End up taking หมายถึง การกินยาเป็นผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากผ่านกระบวนการหรือเหตุการณ์หลายอย่าง โครงสร้างคือ end up + กริยารูป -ing ดังนั้น taking จึงระบุการกระทำที่เกิดขึ้นในท้ายที่สุด ในที่นี้ don't ปฏิเสธวลี end up taking ทั้งหมด กล่าวคือ ผลลัพธ์ที่บอกคือผู้ป่วยจำนวนมากท้ายที่สุดไม่ได้กินยา End up มักสื่อว่าผลลัพธ์ต่างจากแผน ความหวัง หรือความคาดหมายเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ end up และรูป -ing ของ teach: She trained as a lawyer, but she ____ at a high school.

ดูคำตอบ

ended up teaching

This is why genetic research ลำดับความ

2:46

นี่คือเหตุผลที่งานวิจัยด้านพันธุกรรม

is so important

2:47

มีความสำคัญอย่างยิ่ง

to combating this disease.

2:48

ต่อการต่อสู้กับโรคนี้

ลำดับความ

This is why: เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์

This is why ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง แล้วนำเสนออนุประโยคต่อมาว่าเป็นผลลัพธ์หรือข้อสรุป ในประโยคนี้ This หมายถึงปัญหาที่ผู้ป่วยจำนวนมากท้ายที่สุดไม่ได้กินยา และ why นำเข้าสู่ข้อสรุปว่าการวิจัยทางพันธุกรรมมีความสำคัญ อนุประโยคหลัง why ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าตามปกติ ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม กรอบนี้ช่วยให้ผู้พูดหรือผู้เขียนสรุปสายสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดดำเนินจากสาเหตุที่กล่าวไว้ไปสู่ผลลัพธ์อย่างถูกต้อง และใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าหลัง why?

  1. The printer is out of ink. This is why the pages are blank.
  2. The printer is out of ink. This is why are the pages blank.
  3. The printer is out of ink. This is because the pages are blank.
ดูคำตอบ

The printer is out of ink. This is why the pages are blank.

Of course, น้ำเสียง/เจตนา

2:49

แน่นอนว่า

some people can and do recover ไวยากรณ์

2:50

บางคนสามารถฟื้นตัวได้ และก็มีผู้ที่ฟื้นตัวได้จริง

through a combination of medication,

2:51

ด้วยการใช้ยาร่วมกับ

counseling, and support,

2:53

การให้คำปรึกษาและการสนับสนุน

which can greatly reduce the symptoms.

2:54

ซึ่งช่วยลดอาการได้อย่างมาก

น้ำเสียง/เจตนา

Of course, เพื่อยอมรับข้อเท็จจริงและปรับน้ำหนักจุดยืน

Of course ในที่นี้ยอมรับข้อเท็จจริงสำคัญว่า บางคนฟื้นตัวได้จริง วลีนี้แสดงว่าผู้พูดยอมรับประเด็นดังกล่าวก่อนจะกล่าวออกมา หน้าที่ในเชิงวาทกรรมคือช่วยจำกัดภาพเชิงลบที่กล่าวมาก่อนหน้าและปรับข้อโต้แย้งให้สมดุลขึ้น ไม่ได้หมายความว่าการฟื้นตัวเป็นเรื่องง่ายหรือรับประกันได้ แต่สื่อว่าต้องยอมรับข้อยกเว้นสำคัญนี้ด้วย

แบบฝึกหัด

Of course ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ยอมรับว่าการฟื้นตัวเป็นข้อยกเว้นสำคัญและจำกัดภาพเชิงลบก่อนหน้า
  2. กล่าวว่าทุกคนฟื้นตัวได้ง่ายและมีหลักประกัน
  3. ตำหนิผู้ฟังที่ยังไม่รู้ว่าการฟื้นตัวเป็นไปได้
ดูคำตอบ

ยอมรับว่าการฟื้นตัวเป็นข้อยกเว้นสำคัญและจำกัดภาพเชิงลบก่อนหน้า

ไวยากรณ์

can and do recover: ความเป็นไปได้กับการยืนยันข้อเท็จจริงแบบเน้น

ใน can and do recover คำว่า can แสดงความเป็นไปได้หรือความสามารถ กล่าวคือ บางคนมีโอกาสฟื้นตัว ส่วน do เป็นกริยาช่วยเน้นที่อยู่หน้า recover และทำให้ข้อความยืนยันหนักแน่นขึ้นด้วยการยืนยันว่าการฟื้นตัวเกิดขึ้นจริง กริยาช่วยทั้งสองคำใช้กริยาหลัก recover ร่วมกัน do ไม่ได้หมายถึงการกระทำที่สอง ดังนั้นโครงสร้างนี้จึงเคลื่อนจากความเป็นไปได้ไปสู่การยืนยันข้อเท็จจริงแบบเน้นว่า บางคนสามารถฟื้นตัวได้และบางคนก็ฟื้นตัวจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่ใช้ can แสดงความเป็นไปได้และ do แบบเน้นแสดงการเกิดขึ้นจริง: With the right support, many patients ____ recover.

ดูคำตอบ

can and do

On AsapTHOUGHT,

2:56

ใน AsapTHOUGHT

we talk about how mental health stigma การใช้คำ

2:57

เราพูดถึงการตีตราเรื่องสุขภาพจิตว่า

is a serious issue

2:59

เป็นปัญหาร้ายแรง

in our culture and the media.

3:00

ในวัฒนธรรมและสื่อของเรา

การใช้คำ

Mental health stigma: การตีตราเรื่องสุขภาพจิต

“Mental health stigma” หมายถึงการติดป้ายทางสังคมในแง่ลบ ความรู้สึกอับอาย หรืออคติที่ผูกเข้ากับภาวะสุขภาพจิตและผู้ที่ประสบภาวะเหล่านั้น คำนี้อธิบายว่าสังคมมองและปฏิบัติต่อสุขภาพจิตอย่างไร ไม่ได้หมายถึงอาการของโรค ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นประธานของ “is a serious issue” โดยนำเสนอปัญหานี้ว่าเป็นทัศนคติทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและสื่อ ไม่ใช่ภาวะทางการแพทย์ของบุคคล

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง “mental health stigma” หมายถึงอะไร

  1. การรักษาที่ออกแบบมาเพื่อทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น
  2. การติดป้ายทางสังคมในแง่ลบ ความอับอาย และอคติที่เกี่ยวกับภาวะสุขภาพจิต
  3. อาการทางการแพทย์ของภาวะสุขภาพจิต
ดูคำตอบ

การติดป้ายทางสังคมในแง่ลบ ความอับอาย และอคติที่เกี่ยวกับภาวะสุขภาพจิต

Many of us

3:01

พวกเราหลายคน

negatively contribute to the stereotyping of mental illness วลี

3:02

มีส่วนตอกย้ำภาพเหมารวมเชิงลบเกี่ยวกับความเจ็บป่วยทางจิต

without even realizing it. ไวยากรณ์

3:04

โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

วลี

Contribute to the stereotyping of: มีส่วนทำให้เกิดการเหมารวมเกี่ยวกับ……

ใน “contribute to the stereotyping of mental illness” คำว่า contribute to หมายถึง “มีส่วนทำให้เกิดหรือเพิ่ม” ผลลัพธ์บางอย่าง โดยบอกว่าเป็นอิทธิพลหนึ่งในหลายปัจจัย ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียวหรือสาเหตุโดยตรง ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลี “the stereotyping of mental illness” โครงสร้างคือ contribute to + noun/gerund ส่วน “the stereotyping of X” หมายถึงกระบวนการลดทอน X หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับ X ให้เหลือเพียงแนวคิดที่ตายตัวและเรียบง่าย

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “มีส่วนทำให้เกิด” ให้สมบูรณ์: Repeated jokes can ____ harmful stereotypes.

ดูคำตอบ

contribute to

ไวยากรณ์

without even realizing it: โดยไม่รู้ตัวเลย

โครงสร้าง without + รูป -ing หมายความว่าเหตุการณ์หลักเกิดขึ้นโดยที่การกระทำหลัง without ไม่ได้เกิดขึ้น ในที่นี้ ผู้คนมีส่วนทำให้เกิดการเหมารวมทั้งที่ไม่รู้ว่าตนเองกำลังทำเช่นนั้น โดย it หมายถึงพฤติกรรมนั้น ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ even เพิ่มน้ำหนักของความคาดไม่ถึงว่าพวกเขาไม่ทันสังเกตเลย โครงสร้างนี้ใช้ชี้ถึงการกระทำหรือผลที่ไม่ได้ตั้งใจได้ เช่น without even noticing, without even asking หรือ without even thinking

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่มีความหมายตรงตัวว่า “โดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย”: I had been interrupting people all week ____.

ดูคำตอบ

without even realizing it

So, we broke down five ways กริยาวลี

3:05

เราจึงสรุปห้าวิธี

we can all reduce mental health stigma

3:07

ที่เราทุกคนช่วยลดการตีตราเรื่องสุขภาพจิตได้

right now.

3:08

ตั้งแต่ตอนนี้เลย

กริยาวลี

broke down: แบ่งหัวข้อออกเป็นส่วน ๆ เพื่ออธิบาย

ในที่นี้ broke down เป็นรูปอดีตของกริยาวลี break down เนื่องจากมี five ways เป็นกรรม จึงหมายความว่าผู้พูดจัดและอธิบายหัวข้อที่ซับซ้อนโดยแบ่งเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่เข้าใจง่ายขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ break down + ข้อมูล ปัญหา หรือกระบวนการ โดยหมายถึงการวิเคราะห์หรืออธิบายทีละขั้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนลงด้านล่างจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The trainer broke down the safety procedure into three simple steps,” broke down หมายความว่าอะไร

  1. สูญเสียการควบคุมอารมณ์ขณะพูดถึงเรื่องนั้น
  2. ย้ายไปยังตำแหน่งที่ต่ำกว่า
  3. ทำให้เสียหายจนใช้การไม่ได้
  4. อธิบายโดยแบ่งเป็นส่วนย่อย
ดูคำตอบ

อธิบายโดยแบ่งเป็นส่วนย่อย

Check it out with the link below. กริยาวลี

3:09

เข้าไปดูได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

กริยาวลี

Check it out: ความหมายและตำแหน่งของคำสรรพนาม

ในประโยคนี้ check it out หมายถึง “ลองดู ลองรับชม หรือไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนั้น” ผู้พูดกำลังชวนให้ผู้ฟังไปดูเนื้อหาผ่านลิงก์ ไม่ได้หมายถึงการเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม check out เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม it ต้องวาง it ระหว่าง check กับ out เป็น check it out หากกรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง check out the video และ check the video out แต่ check out it ไม่ใช่รูปมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้ check out กับคำสรรพนาม it เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: “That documentary sounds useful. I'll ____ tonight.”

ดูคำตอบ

check it out

And a special thanks to Audible

3:11

และขอขอบคุณ Audible เป็นพิเศษ

for supporting this episode

3:12

ที่สนับสนุนตอนนี้

and giving you a free 30-day trial

3:13

และมอบสิทธิ์ทดลองใช้งานฟรี 30 วันให้คุณ

at audible.com/asap.

3:15

ที่ audible.com/asap

This week we wanted to recommend the book น้ำเสียง/เจตนา

3:17

สัปดาห์นี้เราอยากแนะนำหนังสือ

น้ำเสียง/เจตนา

Wanted to recommend ในฐานะรูปอดีตเพื่อความสุภาพ

ใน This week we wanted to recommend... คำว่า wanted เป็นรูปอดีตตามหลักไวยากรณ์ แต่สามารถทำหน้าที่เป็นรูปอดีตเพื่อแสดงความสุภาพหรือสร้างระยะห่างได้ ผู้พูดกำลังแนะนำอยู่ในขณะนั้น การใช้รูปอดีตทำให้การเกริ่นนำไม่ห้วนและฟังดูไม่ยืนยันตรงเกินไปเมื่อเทียบกับ We want to recommend หรือ We recommend รูปแบบนี้พบได้บ่อยเมื่อกล่าวถึงจุดประสงค์ในปัจจุบันอย่างนุ่มนวล เช่น I wanted to ask... และ We wanted to let you know... ต้องอาศัยบริบทเพื่อพิจารณาว่า wanted หมายถึงความต้องการในอดีตจริง ๆ หรือเป็นเจตนาในปัจจุบันที่พูดให้นุ่มนวลขึ้น

แบบฝึกหัด

ตัดสินการตีความต่อไปนี้: ใน “This week we wanted to recommend the book” คำว่า wanted สามารถทำให้คำแนะนำที่กำลังพูดอยู่ตอนนี้นุ่มนวลขึ้น และไม่ได้แปลว่าความต้องการนั้นสิ้นสุดไปแล้วเสมอ

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

จริง

Schizophrenia: Understanding Symptoms, Diagnosis, and Treatment,

3:18

Schizophrenia: Understanding Symptoms, Diagnosis, and Treatment

which tackles much of the stigma สำนวน

3:22

ซึ่งเจาะลึกเรื่องการตีตราหลายแง่มุม

tied to schizophrenia

3:23

ที่ผูกโยงกับโรคจิตเภท

and how it affects those with the condition. การใช้คำ

3:24

และผลกระทบต่อผู้ที่มีภาวะนี้

สำนวน

tackles much of the stigma: จัดการกับตราบาปส่วนใหญ่

ในประโยคนี้ tackles เป็นการใช้คำกริยา tackle ในเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ หนังสือเล่มนี้เผชิญหน้าและพยายามจัดการกับตราบาปอย่างจริงจัง ไม่ได้หมายถึงการเข้าปะทะจนใครล้มลงทางกายภาพ ส่วนสรรพนามเชื่อม which อ้างกลับไปยังชื่อหนังสือ much of หมายถึงส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทั้งหมด ดังนั้น tackles much of the stigma จึงสื่อว่าหนังสือจัดการกับปัญหานี้อย่างมาก แต่ไม่ได้อ้างว่าสามารถกำจัดตราบาปได้อย่างสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ tackles much of the stigma ในประโยคนี้ได้ถูกต้องที่สุด

  1. หนังสือจัดการกับตราบาปส่วนใหญ่อย่างจริงจังโดยไม่ได้อ้างว่ากำจัดทั้งหมด
  2. หนังสือหลีกเลี่ยงการพูดถึงตราบาปและเน้นเฉพาะอาการเท่านั้น
  3. หนังสือรับประกันว่าตราบาปทุกรูปแบบจะถูกกำจัดอย่างสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

หนังสือจัดการกับตราบาปส่วนใหญ่อย่างจริงจังโดยไม่ได้อ้างว่ากำจัดทั้งหมด

การใช้คำ

those with the condition: การอ้างถึงผู้มีภาวะสุขภาพอย่างเป็นกลาง

ในที่นี้ those หมายถึงผู้คน ส่วน with บอกว่าพวกเขามีภาวะอะไร และ the condition อ้างกลับไปยัง schizophrenia ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงผู้ที่เป็นโรคจิตเภทโดยไม่ต้องกล่าวชื่อภาวะนั้นซ้ำ นี่เป็นรูปแบบกระชับสำหรับอ้างถึงบุคคล โดย those with + คำนาม สามารถระบุคนตามภาวะหรือลักษณะที่เกี่ยวข้องได้ ในบริบทสุขภาพ รูปแบบนี้ช่วยให้จุดเน้นอยู่ที่ตัวบุคคล แทนการใช้ชื่อการวินิจฉัยเพียงอย่างเดียวเป็นป้ายกำกับ

แบบฝึกหัด

ย่อหน้าหนึ่งได้กล่าวถึง asthma ไว้แล้ว ประโยคต่อใดใช้รูปแบบการอ้างถึงที่เป็นกลางแบบเดียวกันได้ชัดเจนที่สุด

  1. It offers practical advice for the asthmatics.
  2. It offers practical advice for those who meet the condition.
  3. It offers practical advice for those with the condition.
ดูคำตอบ

It offers practical advice for those with the condition.

You can get a free 30-day trial

3:26

คุณรับสิทธิ์ทดลองใช้งานฟรี 30 วันได้

at audible.com/asap

3:28

ที่ audible.com/asap

and choose from a massive selection.

3:30

และเลือกได้จากคลังหนังสือขนาดใหญ่

We love them

3:32

เราชอบมาก

as they're great

3:32

เพราะสะดวกสุด ๆ

when you're on the go. สำนวน

3:33

เวลาที่คุณกำลังเดินทาง

สำนวน

สำนวน on the go

ในประโยคนี้ on the go หมายถึงการอยู่นอกบ้าน เดินทางไปมาระหว่างสถานที่ต่าง ๆ หรือยุ่งอยู่กับหลายกิจกรรม แทนที่จะนั่งอยู่ในสถานที่เดียว จึงอธิบายว่าเหตุใดหนังสือเสียงหรือบริการเสียงจึงสะดวก เพราะสามารถฟังได้ระหว่างเดินทางไปทำงาน ท่องเที่ยว หรือในวันที่ยุ่งมาก วลีนี้เป็นสำนวน ใช้บรรยายสถานการณ์ที่กระตือรือร้นหรือมีการเคลื่อนที่ ไม่ได้หมายถึงการอยู่บนสิ่งใดตามตัวอักษร และตัววลีเองก็ไม่ได้หมายความเพียงว่าคนคนหนึ่งกำลังจะออกเดินทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ขณะอยู่นอกสถานที่ประจำและเดินทางไปมาระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ”: This bottle is easy to use when you're ____.

ดูคำตอบ

on the go

And subscribe for more weekly science videos.

3:34

และอย่าลืมกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์