ชั่วโมงพลิกโลก | สุนทรพจน์แห่งชัยชนะของเชอร์ชิลล์: "เราจะไม่มีวันยอมจำนน!": บทเรียนภาษาอังกฤษ
Focus Features
คำอธิบายวิดีโอ: สุนทรพจน์ในยามสงครามกล่าวถึงภัยจากการรุกรานและการปกครองของนาซีอย่างตรงไปตรงมา พร้อมประกาศว่าจะต่อต้านในทุกแนวรบไม่ว่าจะต้องจ่ายราคาเท่าใด ก่อนปิดท้ายด้วยภาพของภาษาที่ทรงพลังว่าเป็นกำลังอีกชนิดหนึ่งซึ่งถูกส่งเข้าสู่สนามรบ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ride out the storm — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าภาพนี้หมายถึงการอดทนผ่านวิกฤตร้ายแรงจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ไม่ใช่การเดินทางฝ่าพายุจริง ๆ และสามารถนำไปใช้กับสงคราม ความเสียหายทางธุรกิจ หรือความยากลำบากส่วนตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. whatever the cost may be. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างแสดงการยอมรับเงื่อนไขแบบเป็นทางการที่ทำให้คำมั่นไม่มีข้อแม้ และใช้รูปแบบนี้เพื่อยืนยันว่าจะรักษาการตัดสินใจหรือเป้าหมายไว้ แม้ยังไม่รู้ว่าต้องเสียสละหรือเผชิญผลลัพธ์ใด 3. mobilized the endless language; sent it into battle. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เห็นการทำให้ภาษาเป็นเสมือนกองทัพที่ระดมและส่งไปรบได้ พร้อมเข้าใจว่าคำเปรียบนี้ประเมินว่าวาทศิลป์กำลังทำหน้าที่เป็นปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ได้เพียงบรรยายเหตุการณ์สงครามเท่านั้น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Turning once again to the question of invasion, ลำดับความ
0:04เมื่อกลับมาพูดถึงประเด็นการรุกรานอีกครั้ง
Turning once again to the question of invasion: การกลับมาที่ประเด็นการรุกราน
ในประโยคนี้ Turning ไม่ได้หมายถึงการหันตัวจริง ๆ วลีเปิดนี้เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนประเด็นในการพูด ซึ่งดึงความสนใจของผู้ฟังกลับไปที่เรื่องการรุกราน once again บอกว่าหัวข้อนี้ถูกกล่าวถึงมาก่อนแล้ว โครงสร้าง Turning once again to + หัวข้อ ช่วยให้ผู้พูดหยิบประเด็นเดิมกลับมาพูดก่อนจะกล่าวใจความหลักต่อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกลับไปยังหัวข้อที่เคยอภิปรายแล้วได้เป็นธรรมชาติที่สุดในการนำเสนออย่างเป็นทางการ
- Turning once again into safety, let us review the new evidence.
- Turning my chair to the question of safety, let us review the new evidence.
- Turning once again to the question of safety, let us review the new evidence.
ดูคำตอบ
Turning once again to the question of safety, let us review the new evidence.
I would observe that there has never been a period in all these long centuries of which we boast โน้ต
0:09ข้าพเจ้าขอตั้งข้อสังเกตว่า ไม่เคยมีช่วงเวลาใดในประวัติศาสตร์อันยาวนานที่เราภาคภูมิใจนี้
I would observe: การชี้ให้เห็นอย่างเป็นทางการ
ในที่นี้ I would observe หมายถึง “ฉันอยากชี้ให้เห็น” หรือ “ฉันขอกล่าวว่า” Observe ใช้เพื่อเกริ่นความคิดเห็นของผู้พูด ไม่ได้หมายถึงการมองบางสิ่งด้วยตา Would ทำให้ข้อความฟังสุขุมและเป็นทางการ โดยทั่วไปวลีนี้จะตามด้วยอนุประโยคที่ใช้ that ในรูป I would observe that + ข้อความ
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง I would observe มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
- ฉันอยากชี้ให้เห็น
- ฉันจะเชื่อฟังโดยไม่ตั้งคำถาม
- ฉันจะเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง
ดูคำตอบ
ฉันอยากชี้ให้เห็น
of which we boast: อนุประโยคสัมพันธ์ที่ย้ายบุพบทไว้ข้างหน้า
boast of something หมายถึงพูดถึงบางสิ่งด้วยความภาคภูมิใจ ใน of which we boast คำว่า which ย้อนกลับไปหมายถึง long centuries ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงมีความหมายเท่ากับ which we boast of หรือแบบเป็นกลางกว่าว่า which we are proud of บุพบท of ถูกย้ายมาไว้หน้า which รูปแบบ preposition + which เป็นโครงสร้างอนุประโยคสัมพันธ์ที่เป็นทางการ การย้ายบุพบทไม่ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่าง of กับ boast
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบทางการ preposition + which ของ boast of: The report lists several achievements ____ the team can boast.
ดูคำตอบ
of which
there has never been a period: การไม่มีอยู่เลยจนถึงปัจจุบัน
there has never been a period เป็นรูปปฏิเสธของโครงสร้างบอกการมีอยู่ there be ใน present perfect โดยมีรูป there + has + never + been + นามวลีเอกพจน์ ในที่นี้ใช้ has เพราะ period เป็นเอกพจน์ และ never มีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว โครงสร้างนี้หมายความว่าไม่เคยมีช่วงเวลาเช่นนั้นเลยตั้งแต่อดีตที่เกี่ยวข้องจนถึงปัจจุบัน จึงเหมาะสำหรับสรุปประวัติที่ต่อเนื่องมาถึงตอนนี้ ไม่ใช่เพียงบรรยายช่วงหนึ่งในอดีตที่จบไปแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธใน present perfect ที่ใช้ never: Across the museum's entire history up to today, there ____ a week without visitors.
ดูคำตอบ
has never been
an absolute guarantee against invasion: guarantee against + ความเสี่ยง
ใน an absolute guarantee against invasion คำว่า against ใช้ระบุอันตรายที่หลักประกันนั้นมีไว้เพื่อปกป้องผู้คน วลีนี้หมายถึงการรับประกันอย่างสมบูรณ์ว่าจะไม่มีการรุกราน หรือผู้คนจะได้รับการปกป้องจากการรุกราน ในที่นี้ against ไม่ได้หมายถึง “ต่อต้านการรุกราน” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ guarantee against + เหตุการณ์หรืออันตรายที่ไม่พึงประสงค์ ส่วน absolute ทำให้ guarantee มีน้ำหนักมากขึ้น โดยหมายถึงสมบูรณ์และไม่มีข้อยกเว้น
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ใช้ระบุความเสี่ยงที่ไม่พึงประสงค์: This protection plan includes a guarantee ____ accidental damage.
ดูคำตอบ
against
could have been given: ความเป็นไปได้ในอดีตแบบถูกกระทำ
Could have been given ใช้โครงสร้าง could + have + been + กริยาช่องที่สาม โดย could have วางความเป็นไปได้ไว้ในอดีต ส่วน been given ทำให้เป็นรูปถูกกระทำ ดังนั้นสิ่งที่อาจได้รับการมอบในอดีตก็คือหลักประกัน ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังย้อนดูว่าหลักประกันเช่นนั้นเป็นไปได้ในอดีตหรือไม่ รูปนี้อาจกล่าวถึงความเป็นไปได้ในอดีตหรือทางเลือกที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบทที่กว้างขึ้น ตัวรูปนี้เองไม่ได้แปลว่ามีหน้าที่ต้องมอบ และไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ยังทำได้ในตอนนี้
แบบฝึกหัด
ใช้รูปเต็มของ could และ give เติมประโยคแบบถูกกระทำที่กล่าวถึงความเป็นไปได้ในอดีตให้สมบูรณ์: Before the storm arrived, a clearer warning ____.
ดูคำตอบ
could have been given
Now I have myself full confidence that if all do their duty, โน้ต
0:32บัดนี้ ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า หากทุกคนทำหน้าที่ของตน
I have myself full confidence: myself ที่ใช้เพื่อเน้น
ในถ้อยแถลงที่เป็นทางการและมีกลิ่นอายสุนทรพจน์ในอดีตนี้ myself เป็นสรรพนามเน้นความหมาย โดยเน้นว่าผู้พูดเองเป็นผู้มีความมั่นใจนั้น ไม่ใช่กรรมของ have และไม่ได้บอกการกระทำที่ย้อนกลับมาหาตนเอง full confidence หมายถึง “ความมั่นใจอย่างเต็มที่” เมื่อรวมกันแล้ว ถ้อยคำนี้นำเสนอความเชื่อมั่นเสมือนคำประกาศผูกมัดต่อสาธารณะอย่างหนักแน่น แต่การวาง myself หลัง have ไม่ใช่ลำดับคำที่พบบ่อยในภาษาอังกฤษปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ I have myself full confidence ในประโยคนี้ได้ตรงที่สุด
- ผู้พูดเชื่อมั่นเฉพาะในตัวเองเท่านั้น
- ผู้พูดเองมีความมั่นใจอย่างเต็มที่
- ผู้พูดกำลังพยายามทำให้ตัวเองรู้สึกมั่นใจ
ดูคำตอบ
ผู้พูดเองมีความมั่นใจอย่างเต็มที่
if all do their duty: do one's duty
อนุประโยค if บอกเงื่อนไข โดย all หมายถึงทุกคนที่เกี่ยวข้อง และ do one's duty หมายถึงการทำความรับผิดชอบที่คาดหวังจากบทบาท ตำแหน่ง หรือสถานการณ์ให้สำเร็จ ในที่นี้ their สอดคล้องกับความหมายพหูพจน์ของ all duty มีความหมายกว้างกว่าและเน้นพันธะหน้าที่มากกว่างานชิ้นเดียวที่ได้รับมอบหมาย วลีนี้นำเสนอการกระทำอย่างรับผิดชอบว่าเป็นสิ่งที่ผู้คนถูกคาดหวังให้ทำ ไม่ใช่เพียงงานที่พวกเขาทำเสร็จเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวน do one's duty: During the emergency, all volunteers must ____.
ดูคำตอบ
do their duty
if nothing is neglected and the best arrangements are made as they are being made, ไวยากรณ์
0:39หากไม่มีสิ่งใดถูกละเลย และมีการเตรียมการที่ดีที่สุดดังที่กำลังดำเนินอยู่
if nothing is neglected: เงื่อนไขในรูปถูกกระทำ
if nothing is neglected ใช้เกริ่นเงื่อนไขว่า ผลลัพธ์ที่ตามมาจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการใส่ใจงาน รายละเอียด หรือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด Nothing เป็นประธาน และ is neglected เป็นรูปถูกกระทำของ simple present การใช้รูปถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่สิ่งซึ่งอาจถูกมองข้าม ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบ เนื่องจาก nothing มีความหมายเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเติม not
แบบฝึกหัด
ใช้วลีตามบทเรียนเติมเงื่อนไขที่หมายความว่าไม่มีรายละเอียดใดถูกมองข้าม: If ____, the safety review can move forward.
ดูคำตอบ
nothing is neglected
arrangements are made ... are being made: รูปถูกกระทำแบบปัจจุบันธรรมดาและแบบกำลังดำเนินอยู่
are made ชุดแรกเป็นรูปถูกกระทำของ simple present ในส่วนที่เชื่อมต่อกันภายในอนุประโยค if โดยเสนอว่า “การจัดเตรียมที่ดีที่สุด” เป็นเงื่อนไขที่ต้องบรรลุ รูปนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่างานเสร็จแล้ว ส่วน as they are being made ที่เติมเข้ามาหมายถึง “ดังที่กำลังเกิดขึ้นจริงในตอนนี้” ตรงนี้ are being made เป็นรูปถูกกระทำของ present progressive จึงช่วยยืนยันกับผู้ฟังว่าการจัดเตรียมเริ่มดำเนินอยู่แล้ว อนุประโยค as ให้ความเห็นว่าเงื่อนไขกำลังเป็นจริง ไม่ได้อธิบายวิธีพิเศษในการจัดเตรียม
แบบฝึกหัด
ใช้รูปถูกกระทำจากบทเรียนที่แสดงว่าการกระทำกำลังดำเนินอยู่ตอนนี้: The final arrangements ____ now.
ดูคำตอบ
are being made
we shall prove ourselves once more able to defend our island home. โน้ต
0:47เราจะพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าเราสามารถปกป้องบ้านเกิดที่เป็นเกาะแห่งนี้ได้
พิสูจน์อีกครั้งว่าเราสามารถปกป้องได้
โครงสร้างคือ prove + สรรพนามสะท้อนกลับ + able to + คำกริยา: prove ourselves able to defend หมายถึงการพิสูจน์ด้วยการกระทำหรือผลลัพธ์ว่าตนมีความสามารถที่จะทำบางสิ่ง สรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน: we ... ourselves once more หมายถึง “อีกครั้ง” ในที่นี้วางแทรกอยู่ในโครงสร้างเพื่อบอกว่าผู้พูดจะพิสูจน์ความสามารถนี้อีกครั้ง เช่นเดียวกับที่เคยทำมาแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง prove oneself able to โดยใช้สรรพนามสะท้อนกลับที่เหมาะกับประธานพหูพจน์: Under pressure, the recruits must ____ respond calmly.
ดูคำตอบ
prove themselves able to
มาตุภูมิที่เป็นเกาะของเรา
ในประโยคนี้ our island home หมายถึงบริเตน บริเตนเป็นประเทศที่เป็นเกาะ และคำว่า home นำเสนอประเทศนี้ในฐานะสถานที่ที่ผู้พูดและผู้ฟังมีความผูกพันและเป็นเจ้าของร่วมกัน ในสุนทรพจน์เรื่องการป้องกันประเทศช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ถ้อยคำนี้ไม่ได้เพียงบอกที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของบริเตน แต่ยังเชื่อมโยงการปกป้องประเทศเข้ากับการปกป้องบ้านของตน และเสริมสร้างอัตลักษณ์ร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงบ้านส่วนตัวบนเกาะเล็ก ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ our island home มีความหมายหลักว่าอะไร?
- บ้านพักตากอากาศในต่างประเทศ
- บ้านส่วนตัวของครอบครัวหนึ่งบนเกาะเล็ก ๆ
- บริเตนที่ถูกนำเสนอว่าเป็นมาตุภูมิร่วมกัน
ดูคำตอบ
บริเตนที่ถูกนำเสนอว่าเป็นมาตุภูมิร่วมกัน
To ride out the storm of war and to outlive the menaces of tyranny, โน้ต
0:53เพื่อฝ่าฟันพายุแห่งสงคราม และเอาชีวิตรอดจากภัยคุกคามของระบอบทรราช
ride out the storm: อดทนผ่านวิกฤตจนกว่าจะสิ้นสุด
ใน ride out the storm คำว่า storm เป็นคำเปรียบถึงวิกฤตร้ายแรง ในที่นี้ the storm of war หมายถึงอันตรายและความปั่นป่วนที่เกิดจากสงคราม ไม่ใช่สภาพอากาศจริง Ride out หมายถึงการทนรับแรงกดดันและยังคงปลอดภัยหรือดำเนินต่อไปได้จนกว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากจะผ่านพ้นไป โดยเน้นการยืนหยัดผ่านวิกฤต ไม่ใช่การเอาชนะวิกฤตโดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ ride out อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่าอดทนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากจนกว่าจะผ่านพ้นไป
- The emergency fund helped the family ride out a friendly greeting.
- The emergency fund helped the family ride out the weekly shopping.
- The emergency fund helped the family ride out a six-month loss of income.
ดูคำตอบ
The emergency fund helped the family ride out a six-month loss of income.
outlive the menaces of tyranny: ดำรงอยู่นานกว่าภัยคุกคาม
Outlive หมายถึงมีชีวิตหรือดำรงอยู่ยาวนานกว่าบุคคลหรือสิ่งอื่น ใน outlive the menaces of tyranny ประธานถูกมองว่ายังคงดำรงอยู่ต่อไปจนหลังจากภัยคุกคามที่เกิดจากทรราชย์ได้หายไปแล้ว คำเติมหน้า out- เพิ่มความหมายว่าเหนือกว่าในด้านระยะเวลา ไม่ได้หมายถึงอยู่นอก การใช้ outlive กับสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่าง menaces ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงเป็นทางการและเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการยืนหยัดผ่านกาลเวลา
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ outlive the menaces of tyranny มากที่สุด
- ดำรงอยู่นานกว่าภัยคุกคามที่เกิดจากทรราชย์
- ทำให้ทรราชย์ดูน่ากลัวยิ่งขึ้น
- อาศัยอยู่นอกประเทศที่ปกครองโดยทรราช
ดูคำตอบ
ดำรงอยู่นานกว่าภัยคุกคามที่เกิดจากทรราชย์
if necessary ... if necessary, alone: เพิ่มน้ำหนักของคำมั่นทีละขั้น
การกล่าว if necessary ซ้ำจัดเนื้อหาให้มีการเพิ่มน้ำหนักสองขั้น ครั้งแรกนำไปสู่ความอดทนด้านเวลา คือ for years ส่วนครั้งที่สองนำไปสู่ความเป็นไปได้ที่ยากกว่า คือ alone ในที่นี้ alone หมายถึงการไม่มีพันธมิตรหรือการสนับสนุนจากภายนอก ไม่ได้หมายถึงบุคคลหนึ่งที่อยู่ตามลำพัง การกล่าวเงื่อนไขซ้ำสร้างจังหวะอย่างตั้งใจ และทำให้แต่ละสถานการณ์ใหม่ฟังดูเป็นบททดสอบคำมั่นที่หนักขึ้น
แบบฝึกหัด
การกล่าว if necessary ซ้ำในข้อความเดิมมีผลหลักอย่างไร?
- ประโยคแสดงว่าผู้พูดกำลังให้คำสั่งสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- ประโยคแก้ไขคำกล่าวก่อนหน้านี้เกี่ยวกับระยะเวลาที่การกระทำจะดำเนินต่อไป
- ประโยคพัฒนาจากคำมั่นระยะยาวไปสู่ความเป็นไปได้ที่ยากกว่า คือการดำเนินการต่อโดยไม่มีพันธมิตร
ดูคำตอบ
ประโยคพัฒนาจากคำมั่นระยะยาวไปสู่ความเป็นไปได้ที่ยากกว่า คือการดำเนินการต่อโดยไม่มีพันธมิตร
At any rate, that is what we are going to try to do. โน้ต
1:11ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นั่นคือสิ่งที่เราจะพยายามทำ
At any rate: กลับไปยังข้อสรุปหลัก
At any rate เป็นคำเชื่อมในการสนทนาที่หมายถึง “ไม่ว่ารายละเอียดที่เพิ่งพูดถึงจะเป็นอย่างไร” หรือ “อย่างไรเสีย” วลีนี้ปิดประเด็นเงื่อนไขหรือความไม่แน่นอนก่อนหน้า แล้วพาผู้ฟังกลับไปยังการตัดสินใจหลักของผู้พูด ในที่นี้ rate ไม่ได้มีความหมายตามปกติว่า ราคา ความเร็ว หรืออัตราส่วน แต่ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมหนึ่งชุด
แบบฝึกหัด
ทีมได้หารือความไม่แน่นอนหลายอย่างแล้ว แต่กำหนดส่งยังเหมือนเดิม ประโยคใดกลับไปยังข้อสรุปที่ชัดเจนนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- At this rate, we need to submit the report today.
- At any rate, we need to submit the report today.
- At a low rate, we need to submit the report today.
ดูคำตอบ
At any rate, we need to submit the report today.
what we are going to try to do ในฐานะอนุประโยคคำนาม
ในประโยคนี้ what we are going to try to do หมายถึง “สิ่งที่เราจะพยายามทำ” อนุประโยค what ทั้งหมดอยู่หลัง is เพื่อระบุว่า that หมายถึงอะไรโดยเฉพาะ what ตรงนี้ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นคำถาม แต่รวมความหมายของ “สิ่ง” กับตัวเชื่อม “that” ไว้ด้วยกัน ดังนั้นภายในอนุประโยคจึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า we are going to... ไม่ใช่ are we going to...
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ทำให้อนุประโยคหมายถึง “สิ่งที่เราต้องทำ”: That is ____ we need to do next.
ดูคำตอบ
what
That is the resolve of His Majesty's Government, every man of them. โน้ต
1:16นั่นคือปณิธานของรัฐบาลในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และของทุกคนในรัฐบาล
His Majesty's Government ในฐานะชื่อทางรัฐธรรมนูญ
His Majesty's Government เป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการตามระบอบรัฐธรรมนูญของรัฐบาลสหราชอาณาจักร เมื่อผู้ครองราชย์เป็นกษัตริย์ ในประโยคทางประวัติศาสตร์นี้ His Majesty หมายถึงกษัตริย์ผู้ครองราชย์ในเวลานั้น รูปแสดงความเป็นเจ้าของบอกถึงความสัมพันธ์ทางรัฐธรรมนูญระหว่างรัฐบาลกับสถาบันกษัตริย์ กล่าวคือ รัฐมนตรีบริหารประเทศในพระนามของพระมหากษัตริย์ ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ของกษัตริย์
แบบฝึกหัด
ในประโยคทางประวัติศาสตร์นี้ His Majesty's Government หมายถึงอะไร
- เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลที่ประทับของราชวงศ์
- รัฐบาลสหราชอาณาจักรที่เรียกด้วยชื่อทางรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ
- ธุรกิจส่วนตัวที่กษัตริย์เป็นเจ้าของ
ดูคำตอบ
รัฐบาลสหราชอาณาจักรที่เรียกด้วยชื่อทางรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ
every man of them ในฐานะการเน้นทั้งกลุ่มแบบเก่า
Every man of them หมายถึงสมาชิกทุกคนในกลุ่มโดยไม่มีข้อยกเว้น เมื่อวางต่อจาก His Majesty's Government วลีนี้ทำหน้าที่ขยายความแบบเน้นย้ำว่า ความมุ่งมั่นนั้นไม่ได้เป็นเพียงของรัฐบาลในฐานะสถาบัน แต่เป็นของสมาชิกแต่ละคนด้วย ถ้อยคำนี้มีน้ำเสียงแบบเก่าและยึดผู้ชายเป็นศูนย์กลาง ในสุนทรพจน์ทางประวัติศาสตร์นี้ หน้าที่หลักคือเน้นว่าทุกคนมีจุดยืนเดียวกัน ไม่ใช่เปลี่ยนหัวข้อไปพูดถึงผู้ชายคนใดคนหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: สำหรับคณะกรรมการในปัจจุบันที่มีสมาชิกหลายเพศ every man of them เป็นวิธีที่เป็นกลางที่สุดในการสื่อความหมายว่า every member
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ผิด
That is the resolve ... That is the will ในฐานะคำประกาศแบบขนาน
การขึ้นต้นซ้ำด้วย That is... ทำให้ข้อยืนยันทั้งสองอยู่ในกรอบไวยากรณ์เดียวกัน ประโยคแรกกล่าวถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาล ส่วนประโยคที่สองขยายแหล่งของการสนับสนุนไปถึงรัฐสภาและชาติ การซ้ำคำต้นประโยคและการใช้โครงสร้างขนานอย่างตั้งใจนี้จัดข้อความให้เป็นคำประกาศอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การพูดซ้ำโดยทั่วไป ทั้งยังทำให้ข้อยืนยันทั้งสองโดดเด่นเท่ากัน และสร้างความรู้สึกถึงอำนาจกับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ผลหลักของการใช้ That is... ซ้ำในสองประโยคคืออะไร
- วางความมุ่งมั่นของรัฐบาลกับเจตจำนงของชาติไว้ในโครงสร้างขนาน ทำให้คำประกาศดูมีอำนาจมากขึ้น
- ทำให้ประโยคที่สองยกเลิกความหมายของประโยคแรก
- แสดงว่าผู้พูดกำลังแก้ไขข้อเท็จจริงที่ผิด
ดูคำตอบ
วางความมุ่งมั่นของรัฐบาลกับเจตจำนงของชาติไว้ในโครงสร้างขนาน ทำให้คำประกาศดูมีอำนาจมากขึ้น
Parliament and the nation ในฐานะแหล่งอำนาจสาธารณะ
ในประโยคนี้ Parliament หมายถึงสถาบันนิติบัญญัติของอังกฤษ ไม่ใช่อาคารรัฐสภา ส่วน the nation หมายถึงประชาชนในฐานะชุมชนทางการเมือง ไม่ใช่เพียงดินแดน การเชื่อมทั้งสองคำด้วย and ทำให้เจตจำนงนี้ถูกนำเสนอว่าได้รับการสนับสนุนทั้งจากอำนาจตามรัฐธรรมนูญและจากประเทศโดยรวม ผู้พูดกำลังวางกรอบให้เป็นความมุ่งมั่นสาธารณะระดับชาติ ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัว
แบบฝึกหัด
“Parliament and the nation” ทำหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้
- ระบุสถานที่จริงสองแห่งที่ผู้พูดเคยอาศัยอยู่
- แสดงว่าเจตจำนงนี้เป็นของรัฐสภาแต่ประชาชนคัดค้าน
- นำเสนอว่าเจตจำนงนี้ได้รับการสนับสนุนทั้งจากสถาบันการเมืองและชุมชนระดับชาติ
ดูคำตอบ
นำเสนอว่าเจตจำนงนี้ได้รับการสนับสนุนทั้งจากสถาบันการเมืองและชุมชนระดับชาติ
The British Empire and the French Republic linked together in their cause and in their need วลี
1:31จักรวรรดิอังกฤษและสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่เชื่อมโยงกันด้วยอุดมการณ์และความจำเป็น
linked together in their cause and in their need
Linked together in X and Y หมายความว่าสภาวะที่มีร่วมกันทำให้ทั้งสองฝ่ายรวมเป็นหนึ่ง ในที่นี้ วลี in สองวลีที่วางขนานกันระบุพื้นฐานของความเชื่อมโยง ได้แก่ อุดมการณ์ร่วมและความจำเป็นร่วม ในบริบทนี้ cause หมายถึงภารกิจ หลักการ หรือเป้าหมายที่ผู้คนทำงานเพื่อสนับสนุน ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ถ้อยคำนี้นำเสนอว่ามหาอำนาจทั้งสองรวมกันด้วยทั้งเป้าหมายและความจำเป็น
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับ “linked together in their cause and in their need” มากที่สุด
- พวกเขาถูกมัดติดกันจริง ๆ ขณะค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุ
- พวกเขารวมกันด้วยภารกิจและความจำเป็นร่วมกัน
- พวกเขาเพียงอยู่ใกล้กันเท่านั้น
ดูคำตอบ
พวกเขารวมกันด้วยภารกิจและความจำเป็นร่วมกัน
will defend to the death: ปกป้องจนตัวตาย
will แสดงคำมั่นที่หนักแน่น ส่วน to the death ผลักคำมั่นนั้นไปถึงขีดสุด คือพวกเขาจะปกป้องต่อไปแม้ต้องแลกด้วยชีวิต วลีนี้บอกความหนักแน่นและขีดจำกัดของความมุ่งมั่น ไม่ได้บอกวิธีป้องกันแบบใดแบบหนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ defend something to the death
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่ตรงกับความหมายว่า 'แม้ต้องแลกด้วยชีวิต': The guards vowed to defend the gate ____.
ดูคำตอบ
to the death
their native soil: บ้านเกิด ไม่ใช่ดินตามตัวอักษร
ใน native soil คำว่า soil ใช้เป็นอุปมา หมายถึงแผ่นดินเกิดหรือบ้านเกิดของบุคคล และเชื่อมโยงผืนดินจริงเข้ากับอัตลักษณ์และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง วลีนี้มีความเป็นกวี อารมณ์ และความขรึมมากกว่า country ในประโยคนี้ their native soil หมายถึงบ้านเกิดหรือแผ่นดินของพวกเขา ไม่ใช่ดินตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
เลือกความหมายของ their native soil ในประโยคนี้: They will defend their native soil to the death.
- ดินที่ใช้ในฟาร์มของพวกเขา
- บ้านเกิดหรือแผ่นดินเกิดของพวกเขา
- ที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในบริเวณนั้น
ดูคำตอบ
บ้านเกิดหรือแผ่นดินเกิดของพวกเขา
Aiding each other like good comrades to the utmost of their strength. โน้ต
1:46ช่วยเหลือซึ่งกันและกันดั่งสหายที่ดีจนสุดกำลังความสามารถ
Aiding each other ในฐานะอนุประโยค -ing ที่ให้ข้อมูลเสริม
Aiding each other เป็นอนุประโยค present participle รูป -ing ในที่นี้ไม่ได้เป็นประโยคที่สมบูรณ์ แต่ต้องอาศัยใจความหลักก่อนหน้า และเสริมว่าคนกลุ่มเดิมลงมืออย่างไร นั่นคือพวกเขาช่วยเหลือกันขณะทำการกระทำหลัก โครงสร้าง -ing นี้ย่อการกระทำหรือวิธีการเพิ่มเติมให้เป็นข้อมูลเสริมสั้น ๆ เมื่อต้องการขยายความ ให้หาประธานของประโยคหลัก แล้วตีความตามบริบทเป็น while aiding each other หรือ by aiding each other
แบบฝึกหัด
Aiding each other ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้?
- เป็นอนุประโยค -ing ที่ให้ข้อมูลเสริมว่าคนกลุ่มเดิมลงมืออย่างไร
- เป็นประโยคอิสระที่สมบูรณ์
- เป็นประโยคคำสั่งที่บอกให้ผู้คนช่วยเหลือกัน
ดูคำตอบ
เป็นอนุประโยค -ing ที่ให้ข้อมูลเสริมว่าคนกลุ่มเดิมลงมืออย่างไร
to the utmost of their strength: ใช้กำลังทั้งหมดที่มี
to the utmost of their strength หมายถึง “ใช้กำลังทั้งหมดที่มีอย่างถึงขีดสุดเท่าที่เป็นไปได้” โดย utmost เป็นคำนามในที่นี้ หมายถึง “ขีดจำกัดสูงสุด” และ of their strength ระบุว่าทรัพยากรที่ถูกใช้จนถึงขีดนั้นคือกำลังของพวกเขา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงระดับของการช่วยเหลือกัน นั่นคือพวกเขาไม่ออมแรง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ to the utmost of + possessive + strength โดยเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับบุคคล เช่น our strength หรือ her strength
แบบฝึกหัด
เติมคำมั่นแบบเป็นทางการให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบ to the utmost of + possessive + strength: We will work ____ to protect the village.
ดูคำตอบ
to the utmost of our strength
Even though large tracts of Europe and many old and famous states have fallen or may fall into the grip of the Gestapo โน้ต
1:55แม้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปและรัฐเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงหลายแห่งได้ตก หรืออาจตกอยู่ในกำมือของเกสตาโป
fall into the grip of: ตกอยู่ภายใต้การควบคุมแบบกดขี่
Fall into the grip of เป็นสำนวนเปรียบเทียบ หมายถึงตกอยู่ภายใต้การควบคุมที่รุนแรงและจำกัดอิสรภาพ Grip ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับจริง ๆ แต่สื่อว่าฝ่ายที่ควบคุมจับเป้าหมายไว้อย่างแน่นหนาจนหลุดพ้นได้ยาก ในประโยคนี้ ดินแดนและรัฐต่าง ๆ ในยุโรปเป็นฝ่ายที่ถูกควบคุม ส่วนเกสตาโปเป็นฝ่ายควบคุม รูปแบบ fall into the grip of + ผู้ควบคุมหรือพลังที่เป็นอันตราย ใช้กล่าวถึงการกดขี่ทางการเมือง อาชญากรรมเป็นองค์กร การเสพติด ความกลัว หรืออิทธิพลรุนแรงอื่น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: After the coup, the city began to ____ the military.
ดูคำตอบ
fall into the grip of
and all the odious apparatus of the Nazi rule.
2:11และกลไกอันน่ารังเกียจทั้งหลายของการปกครองโดยนาซี
Even though: ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนเสนอใจความหลัก
Even though ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับผลหลัก โดยยอมรับอุปสรรคที่เป็นจริงหรือเป็นที่ยอมรับก่อน พร้อมส่งสัญญาณว่าใจความหลักยังคงเป็นจริงแม้มีอุปสรรคนั้น ในประโยคนี้ ความเป็นไปได้ที่ดินแดนและรัฐต่าง ๆ ในยุโรปจะถูกนาซีควบคุมเป็นแรงกดดันเบื้องหลัง ไม่ใช่ข้อสรุปของผู้พูด เมื่อประโยคยาวเริ่มด้วย even though ให้เก็บข้อมูลนั้นไว้เป็นส่วนยอมรับก่อน แล้วรออนุประโยคหลักเพื่อหาใจความสำคัญ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ even though ได้ถูกต้องเพื่อยอมรับข้อเท็จจริงที่ทราบอยู่แล้ว
- Even though it was cold, we went outside.
- Even if it was cold yesterday, we went outside.
- Even though it was cold, but we went outside.
ดูคำตอบ
Even though it was cold, we went outside.
Gestapo and all the odious apparatus of the Nazi rule: กลไกการกดขี่ของนาซี
Gestapo หมายถึงตำรวจลับของรัฐในนาซีเยอรมนี ซึ่งเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวัง การจับกุม การสร้างความหวาดกลัว และการกดขี่ทางการเมือง การรู้ภูมิหลังนี้ทำให้เข้าใจว่าถ้อยคำดังกล่าวสื่อถึงภัยคุกคามอย่างรุนแรง ในวลีนี้ apparatus หมายถึงระบบที่จัดตั้งขึ้นทั้งหมดซึ่งทำให้อำนาจนาซีดำเนินไปได้ ไม่ใช่อุปกรณ์ที่จับต้องได้ ส่วน odious เป็นการประณามระบบนั้นอย่างชัดเจนว่าน่ารังเกียจในทางศีลธรรม ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงทั้งตำรวจลับและกลไกการกดขี่ที่กว้างกว่านั้น
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้หมายถึงอะไรในบริบทนี้
- เฉพาะอุปกรณ์ทางเทคนิคภายในสำนักงานเกสตาโป
- หน่วยบริการสังคมที่เป็นกลางในนาซีเยอรมนี
- เครื่องจักรทั่วไปที่รัฐบาลเยอรมันใช้
- เกสตาโปและระบบการกดขี่อันน่าชิงชังที่กว้างขวางกว่าของระบอบนาซี
ดูคำตอบ
เกสตาโปและระบบการกดขี่อันน่าชิงชังที่กว้างขวางกว่าของระบอบนาซี
shall not flag or fail: flag หมายถึง “อ่อนกำลังลง”
ในที่นี้ flag เป็นคำกริยาที่หมายถึง “สูญเสียกำลัง พลังงาน หรือความมุ่งมั่น” ผู้พูดบอกว่าความตั้งใจของตนจะไม่อ่อนลงและความพยายามจะไม่ล้มเหลว flag ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงธงหรือการทำเครื่องหมายบางอย่าง การวาง flag คู่กับ fail ทำให้เกิดคำมั่นที่หนักแน่นและมีจังหวะ โดยทั่วไป หากพลังงาน สมาธิ หรือความมุ่งมั่นของคนคนหนึ่ง flags ก็หมายความว่าสิ่งนั้นเริ่มอ่อนลง
แบบฝึกหัด
flag ในประโยค “We shall not flag or fail” หมายถึงอะไร
- สูญเสียกำลังหรือความมุ่งมั่น
- เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
- โบกธง
- ทำเครื่องหมายบางอย่างเพื่อเรียกความสนใจ
ดูคำตอบ
สูญเสียกำลังหรือความมุ่งมั่น
go on to the end: ดำเนินต่อไปจนถึงที่สุด
go on ในที่นี้หมายถึง “ดำเนินต่อไป” ไม่ใช่ “เดินทางไปที่ใดที่หนึ่ง” ส่วน to the end ระบุจุดสิ้นสุด ดังนั้น go on to the end จึงหมายถึงดำเนินต่อไปจนกว่าความพยายามทั้งหมดจะเสร็จสิ้น ถ้อยคำนี้นำเสนอความพากเพียรเหมือนการเคลื่อนไปสู่จุดสุดท้าย รูปแบบเดียวกันใช้บรรยายการทำงาน กระบวนการ หรือการต่อสู้ที่ยากต่อไปโดยไม่หยุดก่อนเวลาได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ดำเนินต่อไปจนถึงจุดสุดท้าย”: The final stage will be difficult, but we will ____.
ดูคำตอบ
go on to the end
We shall fight with growing confidence and growing strength in the air. วลี
2:36เราจะสู้ด้วยความมั่นใจและพละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้นบนท้องฟ้า
with growing confidence and growing strength: การซ้ำแบบโครงสร้างขนาน
ในประโยคนี้ with นำเข้าสภาวะที่เกิดควบคู่กับการกระทำ กล่าวคือ พวกเขาจะต่อสู้ในขณะที่ความมั่นใจและกำลังเพิ่มขึ้น คำว่า growing ในที่นี้หมายถึง “เพิ่มขึ้น” หรือ “แข็งแกร่งขึ้น” ไม่ได้หมายถึงการเติบโตของพืช การใช้ growing ซ้ำหน้าคำนามทั้งสองทำให้เกิดโครงสร้างขนาน และแสดงชัดเจนว่าคุณลักษณะทั้งสองกำลังเพิ่มขึ้น การซ้ำอย่างตั้งใจนี้สร้างจังหวะที่หนักแน่นและเป็นทางการ และสามารถนำรูปแบบ with growing X and growing Y ไปใช้ในบริบทอื่นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคใหม่ให้สมบูรณ์โดยใช้คำขยายที่เน้นไว้ซ้ำ: As the debate continued, Maya spoke with ____ confidence and ____ clarity.
ดูคำตอบ
growing · growing
We shall defend our island, whatever the cost may be. ไวยากรณ์
2:43เราจะปกป้องเกาะของเรา ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
whatever the cost may be: คำมั่นที่ไม่เปลี่ยนไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร
Whatever the cost may be เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไขที่หมายถึง “ไม่ว่าต้นทุนจะเป็นอะไรหรือสุดท้ายจะสูงเพียงใด” โดยบอกว่าต้นทุนที่ยังไม่ทราบจะไม่เปลี่ยนคำมั่นในประโยคหลัก ในที่นี้ may be เปิดไว้ว่าแท้จริงแล้วต้นทุนคืออะไร แทนที่จะเป็นเพียงการคาดเดา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ whatever + คำนาม + may be ซึ่งครอบคลุมรูปแบบหรือระดับที่เป็นไปได้ทั้งหมดของคำนามนั้น โดยที่การตัดสินใจหลักยังคงเดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”: The rescue team will continue searching, ____.
ดูคำตอบ
whatever the cost may be
on the beaches ... in the hills: การไล่ลำดับเชิงพื้นที่
วลีบอกสถานที่ที่กล่าวซ้ำเหล่านี้เติมส่วน We shall fight ที่ปรากฏซ้ำให้สมบูรณ์ ลำดับภาพเคลื่อนจากแนวป้องกันชายฝั่ง คือ beaches และ landing grounds ไปยังพื้นที่ตอนใน คือ fields, streets และ hills ดังนั้น รายการนี้จึงจัดระเบียบสุนทรพจน์ตามพื้นที่ ไม่ได้เพียงเอ่ยชื่อสถานที่ เมื่อสถานที่เพิ่มขึ้น ขอบเขตโดยนัยก็ขยายไปสู่ความหมายว่า «ทุกแห่ง» ทำให้ความมุ่งมั่นดูครอบคลุมและไม่ยอมถอย
แบบฝึกหัด
วลีบอกสถานที่ที่เน้นไว้มีผลหลักอย่างไร?
- วลีเหล่านี้เรียงเหตุการณ์ตามลำดับเวลา
- วลีเหล่านี้พาภาพจากชายฝั่งเข้าสู่พื้นที่ตอนในและสื่อว่าจะมีการต่อต้านอยู่ทุกแห่ง
- วลีเหล่านี้แสดงว่ามีเพียงสถานที่สุดท้ายเท่านั้นที่สำคัญ
- วลีเหล่านี้นิยามแต่ละสถานที่เป็นศัพท์ภูมิศาสตร์แยกกัน
ดูคำตอบ
วลีเหล่านี้พาภาพจากชายฝั่งเข้าสู่พื้นที่ตอนในและสื่อว่าจะมีการต่อต้านอยู่ทุกแห่ง
การย้ำ We shall: การซ้ำต้นประโยคและความมุ่งมั่นอันหนักแน่น
การขึ้นต้นซ้ำด้วย We shall คือ anaphora หรือการใช้คำชุดเดิมเปิดอนุประโยคที่ต่อเนื่องกัน วิธีนี้จัดการกระทำหลายอย่างให้อยู่ในลำดับที่ชัดเจน และสร้างจังหวะที่สม่ำเสมอและทรงพลัง ในสุนทรพจน์นี้ shall ไม่ได้เพียงบอกว่าการกระทำจะเกิดขึ้นในอนาคต การย้ำ We shall ทำให้แต่ละการกระทำกลายเป็นส่วนหนึ่งของคำมั่นร่วมอันหนักแน่น และค่อย ๆ ส่งพลังไปสู่ We shall never surrender
แบบฝึกหัด
ผลหลักของการย้ำ We shall ตอนต้นอนุประโยคเหล่านี้คืออะไร
- ทำให้ shall เป็นคำแทน will แบบสบาย ๆ ในการสนทนาทั่วไป
- แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าจะมีใครลงมือทำหรือไม่
- สร้างชุดคำมั่นร่วมอันหนักแน่นที่มีจังหวะต่อเนื่อง
- แยกการกระทำออกเป็นการคาดการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ
สร้างชุดคำมั่นร่วมอันหนักแน่นที่มีจังหวะต่อเนื่อง
shall never surrender: คำปฏิญาณอันหนักแน่น
shall never surrender ทำให้ข้อความนี้กลายเป็นคำปฏิญาณที่หนักแน่นและเป็นทางการ shall ทำให้คำมั่นในรูปพหูพจน์บุรุษที่หนึ่งมีน้ำเสียงเป็นทางการและเปิดเผยต่อสาธารณะ never ทำให้คำมั่นนั้นเด็ดขาด ส่วน surrender หมายถึงการหยุดต่อต้านและยอมจำนนต่อศัตรูหรือฝ่ายตรงข้าม ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้เพียงบอกว่ากลุ่มจะพยายามต่อไป แต่ประกาศว่าจะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้หรือยอมจำนน จึงฟังหนักแน่นและเป็นพิธีการมากกว่า won't give up ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
แบบฝึกหัด
เติมคำสามคำที่กำหนดเพื่อทำให้คำปฏิญาณนี้หนักแน่นและเด็ดขาด: We ____. ใช้ shall, never และ surrender
ดูคำตอบ
shall never surrender
And if which I do not for a moment believe, น้ำเสียง/เจตนา
3:25และหากว่า ซึ่งข้าพเจ้าไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียวว่าจะเกิดขึ้น
this island or large parts of it were subjugated and starving, ไวยากรณ์
3:32เกาะแห่งนี้หรือส่วนใหญ่ของเกาะถูกยึดครองและอดอยาก
which I do not for a moment believe ในฐานะข้อความแทรกแสดงความเห็น
which I do not for a moment believe เป็นข้อความแทรกที่แสดงความเห็นต่อสถานการณ์สมมติรอบ ๆ วลีนี้ ผู้พูดหยุดจากแนวหลักของอนุประโยค if ชั่วครู่เพื่อบอกว่าไม่เชื่อเลยว่าสถานการณ์นั้นจะเกิดขึ้น เนื่องจากคำเหล่านี้เป็นข้อความแทรก จึงไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโครงสร้างไวยากรณ์หลักของเงื่อนไข เมื่อตัดออก ความสัมพันธ์เชิงสมมติหลักยังคงอยู่ แต่เมื่อใส่ไว้ ผู้พูดสามารถกล่าวถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดพร้อมแสดงระยะห่างจากความเป็นไปได้นั้นอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
which I do not for a moment believe ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ถามว่ากำลังกล่าวถึงส่วนใดของเกาะ
- แทรกท่าทีว่าผู้พูดไม่เชื่อสถานการณ์สมมตินั้นอย่างหนักแน่น
- ทำหน้าที่เป็นกริยาหลักของอนุประโยค if
- รายงานว่าสถานการณ์สมมตินั้นเกิดขึ้นแล้ว
ดูคำตอบ
แทรกท่าทีว่าผู้พูดไม่เชื่อสถานการณ์สมมตินั้นอย่างหนักแน่น
were subjugated and starving ในอนุประโยค if เชิงสมมติ
ภายในกรอบ if ที่ล้อมรอบ were subjugated and starving แสดงสภาวะที่สมมติขึ้น ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีตที่ได้รับการยืนยัน แม้ were จะมีรูปเป็นอดีตกาล แต่บริบทของเงื่อนไขและการที่ผู้พูดบอกอย่างชัดเจนว่าไม่เชื่อ ทำให้มีความหมายที่ห่างจากความเป็นจริงและไม่ใช่ข้อเท็จจริง were เชื่อม this island or large parts of it เข้ากับคำบรรยายสองอย่างที่เกิดพร้อมกัน subjugated มีความหมายเป็นฝ่ายถูกกระทำ คือถูกนำไปอยู่ภายใต้การควบคุมของอำนาจอื่น ส่วน starving บรรยายสภาวะที่มีอาหารไม่เพียงพออย่างรุนแรง
แบบฝึกหัด
เติมรูปกริยาที่ถูกต้องเพื่อทำให้เป็นเงื่อนไขสมมติแบบเป็นทางการ: If the bridge ____ damaged, the city would close it immediately.
ดูคำตอบ
were
ความหมายในบริบทสงครามของ our Empire beyond the seas
ในสุนทรพจน์ช่วงสงครามนี้ our Empire beyond the seas หมายถึงส่วนต่าง ๆ ของจักรวรรดิอังกฤษที่อยู่นอกเกาะบริเตน รวมถึงอาณานิคมโพ้นทะเลและดินแดนปกครองตนเอง ดังนั้น beyond the seas จึงชี้ถึงดินแดนและกำลังของจักรวรรดิในต่างแดน ไม่ได้หมายถึงต่างประเทศโดยทั่วไป วลีนี้สนับสนุนแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ของผู้พูด กล่าวคือ แม้บริเตนเองจะพ่ายแพ้ เขาก็เสนอว่าจักรวรรดิโพ้นทะเลซึ่งได้รับการคุ้มครองด้วยกำลังทางเรือยังสามารถต่อสู้ต่อไปได้
แบบฝึกหัด
ในบริบทสงครามนี้ “our Empire beyond the seas” หมายถึงอะไร
- ต่างประเทศใด ๆ ที่อยู่อีกฝั่งของมหาสมุทร
- ดินแดนและกำลังของจักรวรรดิอังกฤษที่อยู่นอกบริเตน
- เฉพาะเรือของกองเรืออังกฤษ
- บริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ
ดูคำตอบ
ดินแดนและกำลังของจักรวรรดิอังกฤษที่อยู่นอกบริเตน
armed and guarded by the British Fleet, ไวยากรณ์
3:45ซึ่งติดอาวุธและได้รับการคุ้มกันโดยกองเรืออังกฤษ
armed and guarded by the British Fleet ในฐานะวลี past participle
Armed and guarded by the British Fleet เป็นวลี past participle สองคำที่เชื่อมกันและทำหน้าที่ขยายคำนามวลีก่อนหน้า คือ our Empire beyond the seas หมายความว่าจักรวรรดิโพ้นทะเลอยู่ในสภาพถูกกระทำ คือได้รับการติดอาวุธเพื่อการป้องกันและได้รับการคุ้มครองจากกองเรือ วลีนี้ย่อข้อมูลพื้นหลังให้กระชับ ไม่ได้เริ่มการกระทำใหม่ในประโยคหลัก ส่วนวลีที่ขึ้นต้นด้วย by ระบุผู้กระทำของทั้ง armed และ guarded
แบบฝึกหัด
ในประโยคเต็ม “armed and guarded by the British Fleet” ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อะไร
- วลีนี้แทนที่กริยาหลักด้วยการกระทำในอนาคต
- วลีนี้ออกคำสั่งโดยตรงแก่กองเรืออังกฤษ
- วลีนี้ขยายคำนามวลีก่อนหน้า “our Empire beyond the seas”
- วลีนี้เริ่มประโยคหลักใหม่โดยมี “the British Fleet” เป็นประธาน
ดูคำตอบ
วลีนี้ขยายคำนามวลีก่อนหน้า “our Empire beyond the seas”
would carry on the struggle until in God's good time โน้ต
3:50จะดำเนินกาารต่อสู้ต่อไป จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควรของพระเจ้า
carry on the struggle: carry on หมายถึง “ดำเนินต่อ”
ใน carry on the struggle คำว่า carry on หมายถึง “ดำเนินต่อ” และ the struggle เป็นกรรมตรง วลีนี้บอกว่าความพยายามที่กำลังดำเนินอยู่จะไม่หยุดลง carry on สามารถตามด้วยคำนามที่เป็นกิจกรรมได้โดยตรงเหมือนในตัวอย่างนี้ ส่วน carry on with + กิจกรรม ก็เป็นอีกรูปแบบที่ใช้บ่อย อย่าตีความ carry ตามตัวอักษรว่าหมายถึงการขนย้ายหรือถือสิ่งของ
แบบฝึกหัด
ใช้ carry on ตามรูปแบบเดียวกับตัวอย่างเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The organizers promised to ____ the campaign despite the setbacks.
ดูคำตอบ
carry on
in God's good time: ในเวลาที่พระเจ้าทรงเห็นว่าเหมาะสม
ในวลี in God's good time คำว่า good หมายถึง “ถูกต้อง” หรือ “เหมาะสม” ไม่ได้หมายถึง “สนุกสนาน” วลีทั้งหมดหมายถึง “ในเวลาที่พระเจ้าทรงเห็นว่าเหมาะสม” วลีนี้มองว่าจังหวะเวลาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของพระเจ้า ไม่ใช่กำหนดการที่มนุษย์วางไว้ ในคำพูดที่เคร่งขรึม วลีนี้สามารถแสดงศรัทธาทางศาสนาและความเชื่อมั่นอย่างอดทนว่าความเปลี่ยนแปลงที่หวังไว้จะมาถึงในเวลาที่เหมาะสม
แบบฝึกหัด
ในประโยค “She believed justice would come in God's good time.” วลี in God's good time หมายถึงอะไร?
- ในเวลาที่ผู้พูดเป็นผู้เลือก
- ระหว่างงานเฉลิมฉลองทางศาสนาที่สนุกสนาน
- เร็วกว่าที่ทุกคนคาดไว้
- ในเวลาที่พระเจ้าทรงเห็นว่าเหมาะสม
ดูคำตอบ
ในเวลาที่พระเจ้าทรงเห็นว่าเหมาะสม
the New World with all its power and might steps forth to the rescue and the liberation of the old. โน้ต
3:57ที่โลกใหม่พร้อมด้วยอำนาจและอานุภาพทั้งหมดจะก้าวออกมาเพื่อช่วยเหลือและปลดปล่อยโลกเก่า
the New World ... the old: ความเปรียบต่างทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ระหว่างโลกใหม่กับโลกเก่า
the New World เป็นชื่อดั้งเดิมที่มาจากมุมมองทางประวัติศาสตร์ของยุโรป ใช้เรียกทวีปอเมริกา ในประโยคจากสุนทรพจน์ช่วงสงครามนี้ คำนี้ชี้เฉพาะไปที่สหรัฐอเมริกาและอำนาจจากอีกฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติก ส่วน the old หมายถึง the Old World ซึ่งในที่นี้คือยุโรป ไม่ได้หมายถึงผู้สูงอายุ ชื่อทั้งสองสร้างความเปรียบต่างทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ว่า สหรัฐอเมริกาจะมาช่วยยุโรปที่บอบช้ำจากสงคราม เมื่อ New World วางคู่ตรงข้ามกับ old ให้ใช้โครงสร้างขนานเพื่อเติมคำนาม World ที่ละไว้ในการทำความเข้าใจ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the old หมายถึงอะไร
- อาวุธที่ล้าสมัย
- ความเชื่อเดิมของผู้พูด
- ผู้สูงอายุ
- โลกเก่า โดยเฉพาะยุโรป
ดูคำตอบ
โลกเก่า โดยเฉพาะยุโรป
with all its power and might: การเน้นด้วยการวางคำความหมายใกล้กันเป็นคู่
with all its power and might หมายถึง “นำหรือใช้พลังทั้งหมดที่มี” วลีที่ขึ้นต้นด้วย with นี้บรรยาย the New World ขณะที่ก้าวออกมา power และ might เป็นคำที่มีความหมายใกล้กันในที่นี้ การวางสองคำคู่กันช่วยเพิ่มน้ำหนักและทำให้ประโยคมีจังหวะที่สง่างามและทรงพลัง ไม่ได้ระบุพลังสองชนิดในความหมายทางเทคนิค ในวลีนี้ might เป็นคำนามที่หมายถึง “พลังอันยิ่งใหญ่” ไม่ใช่กริยาช่วย might ที่หมายถึง “อาจจะ”
แบบฝึกหัด
ผลหลักของ power and might ในวลีนี้คืออะไร
- วางคำที่มีความหมายใกล้กันคู่กัน เพื่อทำให้แนวคิดเรื่องพลังหนักแน่นขึ้น
- แยกพลังงานไฟฟ้าออกจากอำนาจทางทหาร
- เปลี่ยน might ให้เป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นไปได้
- แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าคำใดถูกต้อง
ดูคำตอบ
วางคำที่มีความหมายใกล้กันคู่กัน เพื่อทำให้แนวคิดเรื่องพลังหนักแน่นขึ้น
steps forth to the rescue and the liberation: การทำให้การเข้าช่วยเหลือเป็นบุคคล
ในประโยคนี้ steps forth เป็นคำเปรียบเทียบ โดยนำเสนอ the New World ราวกับเป็นคนที่ก้าวออกมาในช่วงเวลาสำคัญ วลีนี้หมายถึงการเข้ามามีบทบาทอย่างเปิดเผยและลงมือทำ ไม่ใช่แค่เดินไปข้างหน้า to the rescue and the liberation ระบุจุดประสงค์ของการเข้ามานั้น คือการช่วยเหลือและปลดปล่อย การทำให้เป็นบุคคลเช่นนี้เปลี่ยนอำนาจทางการเมืองและการทหารในวงกว้างให้กลายเป็นผู้กระทำที่เห็นภาพได้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ steps forth นำเสนอว่า the New World กำลังทำอะไร?
- รอให้โลกเก่ามาช่วยตนเอง
- เดินไปข้างหน้าสองสามก้าวโดยไม่รับบทบาทใด ๆ
- ก้าวออกมารับผิดชอบการช่วยเหลือและการปลดปล่อยอย่างจริงจัง
- ถอนตัวจากปัญหาของโลกเก่า
ดูคำตอบ
ก้าวออกมารับผิดชอบการช่วยเหลือและการปลดปล่อยอย่างจริงจัง
Changed your mind?: คำถามแบบละในภาษาสนทนา
Changed your mind? เป็นคำถามแบบละในภาษาสนทนา โดยละประธานและกริยาช่วยที่เข้าใจได้จากบริบท ในที่นี้ รูปเต็มที่เป็นธรรมชาติที่สุดคือ Have you changed your mind? Change your mind หมายถึงเปลี่ยนความคิดเห็น ตัวเลือก หรือแผนไปจากเดิม คำถามสั้น ๆ นี้ใช้ตรวจสอบว่าจุดยืนก่อนหน้าของผู้ฟังเปลี่ยนไปแล้วหรือไม่ และต้องอาศัยบริบทที่ทั้งสองฝ่ายรับรู้ร่วมกัน
แบบฝึกหัด
เติมบทสนทนาแบบสบาย ๆ ด้วยคำถามสั้นที่เรียนในข้อนี้: You said you didn't want dessert. ____?
ดูคำตอบ
Changed your mind
Those who never change their minds never change anything. โน้ต
5:00คนที่ไม่เคยเปลี่ยนใจ คือคนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
Those who ... never ...: การสร้างคติพจน์ด้วยการกล่าวซ้ำ
Those who never change their minds เป็นประธานของทั้งประโยค โดย Those who ... หมายถึง “คนที่...” จึงทำหน้าที่กำหนดกลุ่มคนก่อน ส่วน never change anything เป็นข้อความหลักที่กล่าวถึงคนกลุ่มนั้น ประโยคนี้กล่าวซ้ำ never change แต่เปลี่ยนกรรมจาก their minds เป็น anything จึงเชื่อมการเปลี่ยนแปลงภายในด้านความคิดเข้ากับการเปลี่ยนแปลงภายนอกด้านผลลัพธ์ กล่าวคือ คนที่ปฏิเสธจะทบทวนมุมมองของตนก็มักเปลี่ยนแปลงโลกรอบตัวได้ยาก การซ้ำแบบขนานนี้ทำให้แนวคิดกระชับและจดจำง่ายเหมือนคติพจน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Those who ... เพื่อกำหนดกลุ่มคน แล้วจึงให้ข้อสรุปทั่วไปเกี่ยวกับคนกลุ่มนั้น?
- Because they reviewed the work, the results improved.
- Those who never review their work rarely improve their results.
- Review your work before you submit it.
- Improvement takes time for everyone.
ดูคำตอบ
Those who never review their work rarely improve their results.
change their minds: เปลี่ยนความคิดเห็นหรือการตัดสินใจ
change their minds เป็นสำนวนทั่วไปที่ใช้เมื่อคนคนหนึ่งตัดสินใจว่าไม่ต้องการยึดถือความคิดเห็น ทางเลือก หรือแผนเดิมอีกต่อไป ในที่นี้ mind หมายถึงความคิดเห็นหรือการตัดสินใจของบุคคล ไม่ใช่สมองซึ่งเป็นอวัยวะ คำแสดงความเป็นเจ้าของและรูปเอกพจน์หรือพหูพจน์จะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น change my mind, change your mind, change her mind และ change their minds ในประโยคต้นฉบับ those หมายถึงคนมากกว่าหนึ่งคน จึงใช้รูปพหูพจน์ their minds
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ change one's mind: At first they wanted the blue design, but after seeing the sample, they ____.
ดูคำตอบ
changed their minds
He mobilized the endless language and sent it into battle. สำนวน
5:10เขาระดมพลภาษาอังกฤษแล้วส่งมันเข้าสู่สมรภูมิ
mobilized the endless language ... sent it into battle: อุปมาทางทหารที่สื่อถึงสุนทรพจน์อันทรงพลัง
คำกริยา mobilized และ sent ... into battle ปกติใช้อธิบายการเตรียมกำลังและส่งกำลังนั้นออกไปต่อสู้ แต่ในประโยคนี้สิ่งที่ถูกกระทำคือ language จึงทำให้ภาษากลายเป็นพลังที่สามารถจัดระเบียบและนำไปใช้ได้ ประโยคนี้ไม่ได้กล่าวถึงปฏิบัติการทางทหารจริง ๆ แต่ชื่นชมว่าสุนทรพจน์นั้นทรงพลังและมีเป้าหมาย ผู้พูดรวบรวมทรัพยากรทั้งหมดของภาษาแล้วใช้มันราวกับกำลังทำศึก คำสรรพนาม it หมายถึง language
แบบฝึกหัด
อุปมาทางทหารใน He mobilized the endless language and sent it into battle หมายความว่าอย่างไร
- เขาหมดคำพูดก่อนการต่อสู้จะเริ่มขึ้น
- เขาแปลคำสั่งทางทหาร
- เขาสั่งกองทัพที่สร้างจากคำพูดให้ออกรบจริง ๆ
- เขาจัดระเบียบทรัพยากรของภาษาและนำมาใช้อย่างทรงพลัง
ดูคำตอบ
เขาจัดระเบียบทรัพยากรของภาษาและนำมาใช้อย่างทรงพลัง