พลังแห่งจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Primal Space
คำอธิบายวิดีโอ: คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้เปรียบเทียบพายุขนาดยักษ์บนดาวเนปจูน ดาวพฤหัสบดี และโลก จากนั้นติดตามจุดแดงใหญ่ผ่านบันทึกการสังเกตหลายศตวรรษ ไปจนถึงหลักฐานว่ามันกำลังหดตัวและอาจหายไปในอนาคต ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “turned out to be” — กริยาวลี: เรียนรู้การเปิดเผยผลลัพธ์หรือตัวตนที่เพิ่งได้รับการยืนยันเมื่อมีหลักฐานใหม่ เพื่อเล่าว่าจุดมืดที่เห็นในตอนแรกกลับกลายเป็นพายุ โดยไม่ต้องวางข้อเท็จจริงสองอย่างแยกจากกันอย่างแข็งทื่อ 2. “nothing compared to” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจการเปรียบเทียบแบบเน้นย้ำที่ไม่ใช่ความหมายตรงตัว และใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งแม้น่าทึ่งอยู่แล้วก็ยังดูเล็กเมื่อเทียบกับอีกระดับหนึ่ง โดยไม่ได้หมายความว่าสิ่งแรกไม่มีคุณค่าเลย 3. “go way back to 1665,” — กริยาวลี: บอกว่าบันทึก ประเพณี หรือความสัมพันธ์ย้อนกลับไปถึงอดีตอันไกล และเข้าใจว่า way ใช้เพิ่มน้ำหนักด้านระยะเวลา ไม่ได้หมายถึงถนนหรือการเดินทางย้อนกลับจริง ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Voyager 2 became the first spacecraft to fly past the mysterious planet of Neptune. ไวยากรณ์
0:03วอยเอเจอร์ 2 กลายเป็นยานอวกาศลำแรกที่บินผ่านดาวเคราะห์ที่ลึกลับอย่างดาวเนปจูน
the first spacecraft to fly past: โครงสร้าง the first + คำนาม + to + คำกริยา
โครงสร้าง the first + คำนาม + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ระบุคนหรือสิ่งที่ทำบางอย่างได้ก่อนสมาชิกคนอื่นทั้งหมดในกลุ่ม ในประโยคนี้ the first spacecraft to fly past หมายความว่าวอยเอเจอร์ 2 เป็นยานอวกาศลำแรกที่บินผ่านดาวเนปจูน เนื่องจาก to fly past ตามหลังคำนาม spacecraft จึงทำหน้าที่คล้ายอนุประโยคขยายคำนามแบบย่อ คือ the first spacecraft that flew past โดยอธิบายยานอวกาศและสถิติที่สร้างขึ้น ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของ became
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้คำทั้งหมดในวงเล็บและโครงสร้างบอกความสำเร็จครั้งแรก: Maya was ____ the hidden cave. (the first explorer / reach)
ดูคำตอบ
the first explorer to reach
At this point, very little was known about the planet,
0:09ในตอนนั้น เรารู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์ดวงนี้น้อยมากๆ
and scientists had only predicted its existence without actually observing it. ไวยากรณ์
0:11และนักวิทยาศาสตร์ก็แค่ทำนายการมีอยู่ของมันโดยที่ยังไม่ได้สังเกตเห็นของจริง
without actually observing: โครงสร้าง without + คำกริยา-ing
Without + คำกริยา-ing หมายความว่าการกระทำหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้นขณะที่อีกการกระทำหนึ่งเกิดขึ้น ในที่นี้ นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าดาวเนปจูนมีอยู่ แต่ไม่ได้สังเกตการณ์โดยตรง หลัง without จึงต้องใช้รูป -ing คือ observing Actually เน้นว่าการกระทำจริงโดยตรงนั้นไม่ได้เกิดขึ้น ทำให้ความต่างระหว่างการคาดการณ์บางอย่างกับการเห็นผ่านการสังเกตการณ์ชัดขึ้น และในที่นี้ไม่ได้แปลว่า currently
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้คำทั้งหมดในวงเล็บ: The team chose the design ____ it in real conditions. (without / actually / test)
ดูคำตอบ
without actually testing
flew by: บินผ่านไปใกล้ ๆ
ในที่นี้ flew by หมายถึงบินผ่านใกล้สิ่งหนึ่ง flew เป็นรูปอดีตของ fly และ by เติมความหมายของการเคลื่อนที่ผ่านจุดที่อยู่ใกล้ ๆ ไม่ใช่ by ที่ใช้บอกผู้กระทำในประโยคกรรมวาจก เมื่อบริบทชัดเจน สามารถละสิ่งที่บินผ่านได้ ใช้รูปแบบ fly by หรือ fly by + คำนาม: A helicopter flew by; A spacecraft flew by the planet. สำนวนนี้ใช้กับเวลาได้ด้วย: The afternoon flew by หมายถึงช่วงบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบธรรมดาของ fly by: The rescue helicopter ____ before we could wave.
ดูคำตอบ
flew by
showing a smooth blue ball with a giant dark spot right in the center.
0:20ซึ่งแสดงให้เห็นลูกบอลสีน้ำเงินเรียบเนียน และมีจุดมืดขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางพอดี
turned out to be: ภายหลังพบว่าที่จริงแล้วเป็น
Turned out to be ใช้บอกตัวตนหรือผลลัพธ์ที่แท้จริงซึ่งถูกค้นพบหลังจากมีความไม่แน่นอน ในประโยคนี้ ภายหลังพบว่าจุดมืดนั้นคือพายุขนาดมหึมา สำนวนนี้มักสื่อว่าความจริงไม่ได้ชัดเจนตั้งแต่แรก โครงสร้างคือ ประธาน + turn out + to be + คำนามหรือคำคุณศัพท์ turn เป็นส่วนที่เปลี่ยนตามกาล เช่น turns out หรือ turned out ส่วน to be ยังคงเป็นรูป infinitive ความหมายคือมีการค้นพบข้อเท็จจริง ไม่ใช่ประธานเปลี่ยนเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบธรรมดาของ turn out to be: The harmless-looking email ____ a scam.
ดูคำตอบ
turned out to be
they were stunned to see that the dark spot had completely disappeared. วลี
0:36พวกเขาต้องตกตะลึงที่เห็นว่าจุดมืดนั้นหายไปอย่างสมบูรณ์
were stunned to see that: เชื่อมความประหลาดใจอย่างมากกับสิ่งที่ค้นพบ
ในประโยคนี้ were stunned หมายถึง “ตกใจหรือประหลาดใจอย่างมาก” เป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ ไม่ได้หมายความว่าถูกทำให้หมดสติจริง ๆ โครงสร้าง be stunned to see that + อนุประโยค เชื่อมความรู้สึกตกตะลึงเข้ากับข้อเท็จจริงที่ผู้พูดเห็นหรือค้นพบ โดยเปลี่ยน be ตามประธานและกาล เช่น I was stunned... และ they were stunned...
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ be stunned to see that: Omar ____ his missing book was on his desk.
ดูคำตอบ
was stunned to see that
They assumed that Neptune's enormous storm must be similar to Jupiter's red spot, ไวยากรณ์
0:40พวกเขาสันนิษฐานว่าพายุลูกยักษ์ของดาวเนปจูนจะต้องคล้ายกับจุดแดงของดาวพฤหัสบดี
must be similar to: การอนุมานที่มั่นใจมากและคำบุพบทที่ถูกต้อง
must ในที่นี้แสดงข้อสรุปที่มั่นใจมากจากหลักฐาน ไม่ได้แสดงกฎหรือหน้าที่ ผู้พูดคิดว่าพายุนี้มีแนวโน้มสูงมากที่จะคล้ายกับจุดแดงของดาวพฤหัสบดี โครงสร้างคือ must be similar to + คำนามหรือคำสรรพนาม โดย similar ต้องตามด้วย to เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งคล้ายกับอีกสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติม must และคำบุพบทที่ถูกต้องหลัง similar: Because both keys open the same rare lock, they ____ each other.
ดูคำตอบ
must be similar to
has been around for + ระยะเวลา
Has been around หมายถึงสิ่งหนึ่งเริ่มมีอยู่ในอดีตและยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ในประโยคนี้หมายความว่าจุดแดงใหญ่ของดาวพฤหัสบดียังคงมีอยู่มาจนถึงตอนนี้ โดย around ไม่ได้บอกตำแหน่งว่าอยู่รอบ ๆ โครงสร้าง has been + for + ระยะเวลา ใช้ present perfect เพื่อเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ใช้กับสภาพที่เริ่มในอดีตและยังดำเนินต่อในปัจจุบัน ส่วน for ใช้บอกระยะเวลา ไม่ได้บอกจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ be around ในรูป present perfect แล้วตามด้วย for: The neighborhood library ____ more than eighty years.
ดูคำตอบ
has been around for
We're also going to look at Jupiter's Great Red Spot
0:52นอกจากนี้เราจะไปดูจุดแดงใหญ่ของดาวพฤหัสบดี
we're going to look at ... We're also going to look at
We're going to look at เป็นวลีบอกแนวทางเนื้อหา โดยเกริ่นล่วงหน้าว่าวิดีโอจะอธิบายเรื่องใด ในที่นี้ look at หมายถึงตรวจสอบหรืออภิปรายเรื่องหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเพียงหันสายตาไปมองสิ่งใด การใช้กรอบประโยคเดิมซ้ำช่วยให้ผู้ฟังเห็นแผนเนื้อหาสองส่วน ส่วน also บอกว่าหัวข้อที่สองเป็นข้อมูลเพิ่มเติมจากหัวข้อแรก ในการใช้นี้ be going to นำเสนอเนื้อหาที่วางแผนไว้ ไม่ได้เน้นการตัดสินใจแบบฉับพลัน
แบบฝึกหัด
เติมคำเกริ่นสองหัวข้อโดยใช้กรอบ going to look at ซ้ำ และใช้ also เพื่อเพิ่มหัวข้อที่สอง: In this lesson, ____ how plants absorb water. ____ how they use sunlight.
ดูคำตอบ
we're going to look at · We're also going to look at
The longest storm ever recorded on Earth was Hurricane John in 1994. ไวยากรณ์
0:59พายุที่ยาวนานที่สุดที่เคยบันทึกไว้บนโลกคือพายุเฮอริเคนจอห์นในปี 1994
The longest storm ever recorded: อนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบย่อ
ในนามวลี “the longest storm ever recorded” ส่วน ever recorded อยู่หลัง storm และทำหน้าที่ขยายคำนั้น ส่วนนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบย่อ โดยรูปเต็มคือ “the longest storm that has ever been recorded” Ever ขยายขอบเขตการเปรียบเทียบไปยังบันทึกทั้งหมดที่มีอยู่ และ recorded หมายถึง “ถูกสังเกตหรือบันทึกไว้” ดังนั้นข้อความนี้กล่าวถึงสถิติที่เรารู้จัก ไม่ได้หมายความว่าครอบคลุมพายุทุกลูกตลอดประวัติศาสตร์ของโลกเสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีคำนามขั้นสูงสุด ตามด้วย ever และอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบย่อได้ถูกต้อง
- It was the ever farthest journey completed by the team.
- It was the farthest journey ever completed by the team.
- It was the farthest journey ever completing by the team.
ดูคำตอบ
It was the farthest journey ever completed by the team.
and traveled over 13,000 km as it wandered across the Pacific Ocean.
1:06และเดินทางไปกว่า 13,000 กม. ขณะเร่ร่อนข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก
Although this is a monumental storm by Earth standards, วลี
1:11ถึงแม้ว่านี่จะเป็นพายุระดับตำนานตามมาตรฐานของโลก
By Earth standards: การเลือกเกณฑ์อ้างอิงสำหรับการตัดสิน
ใน by Earth standards คำว่า by ใช้นำเกณฑ์อ้างอิงสำหรับการตัดสิน วลีนี้หมายถึง “เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ถือว่าปกติหรือใหญ่บนโลก” โครงสร้าง by + คำนาม + standards ทำให้การประเมินเป็นแบบสัมพัทธ์ ไม่ใช่แบบตายตัว ในที่นี้ monumental เป็นคำประเมินที่ใช้ได้เมื่อมองในระดับของโลก แต่ถ้าเปลี่ยนเกณฑ์อ้างอิง ผลการประเมินก็อาจเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
“The room is large by hotel standards” หมายความว่าอะไร
- ห้องนี้ทำตามกฎการก่อสร้างอย่างเป็นทางการของโรงแรม
- นี่คือห้องขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างโรงแรม
- ห้องนี้ใหญ่เมื่อเทียบกับห้องพักโรงแรมทั่วไป
ดูคำตอบ
ห้องนี้ใหญ่เมื่อเทียบกับห้องพักโรงแรมทั่วไป
it's nothing compared to the storms on Neptune and Jupiter, สำนวน
1:14แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับพายุบนดาวเนปจูนและดาวพฤหัสบดี
ใช้ nothing compared to เพื่อเน้นความแตกต่าง
Nothing compared to ใช้เปรียบเทียบโดยเน้นว่าความแตกต่างมีมาก ในประโยคนี้หมายถึงพายุบนโลกดูเล็กหรือไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับพายุบนดาวเนปจูนและดาวพฤหัสบดี ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าพายุบนโลกไม่มีอยู่จริงหรือไม่สำคัญ ใช้ X is nothing compared to Y เมื่อประเมิน X และ Y ด้วยเกณฑ์เดียวกันที่เกี่ยวข้อง และ Y ยิ่งใหญ่หรือรุนแรงกว่า X มาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเน้นความหมายสามคำจากบทเรียนซึ่งหมายถึง “ยากน้อยกว่ามาก”: The warm-up was hard, but it was ____ the final workout.
ดูคำตอบ
nothing compared to
the power of a hurricane comes from warm vapor evaporating from the sea.
1:22พลังของเฮอริเคนมาจากไอระเหยอุ่นๆ ที่ระเหยขึ้นจากทะเล
this creates an area of low pressure with warm air rising
1:31สิ่งนี้จะสร้างบริเวณความกดอากาศต่ำโดยมีอากาศอุ่นลอยขึ้น
Since the Earth spins at a higher velocity closer to the equator,
1:37เนื่องจากโลกหมุนด้วยความเร็วสูงกว่าเมื่อเข้าใกล้เส้นศูนย์สูตร
winds traveling towards the area of low pressure begin to curve,
1:41ลมที่พัดไปยังบริเวณความกดอากาศต่ำจะเริ่มโค้ง
which causes ... to ... เพื่อเชื่อมกระบวนการกับผลลัพธ์
Which ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด คือ ลมที่เคลื่อนไปยังบริเวณความกดอากาศต่ำเริ่มโค้ง อนุประโยค which ที่ตามหลังเครื่องหมายจุลภาคจึงนำเสนอผลของเหตุการณ์นั้น ไม่ได้ใช้ระบุคำนามคำใดคำหนึ่ง ในโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive กรรมคือสิ่งที่ทำกริยาซึ่งเป็นผลตามมา: causes + the hurricane + to spin โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการอธิบายลำดับเหตุและผล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ which อย่างถูกต้องเพื่ออ้างถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด และใช้โครงสร้าง cause + กรรม + to + กริยา?
- The tree fell across the road, which caused traffic to stop.
- The tree fell across the road, which caused traffic stop.
- The tree fell across the road, that caused traffic to stop.
ดูคำตอบ
The tree fell across the road, which caused traffic to stop.
A hurricane will usually start to dissipate once it reaches land,
1:46พายุเฮอริเคนมักจะเริ่มสลายตัวเมื่อพัดขึ้นฝั่ง
where it no longer receives the warm vapor it needs to keep the cycle going. วลี
1:50ซึ่งมันจะไม่ได้รับไอระเหยอุ่นๆ ที่จำเป็นในการรักษาวงจรต่อไปอีก
keep the cycle going: keep + กรรม + going
ในประโยคนี้ keep the cycle going หมายถึง “ทำให้วัฏจักรดำเนินต่อไป” keep ทำหน้าที่ในเชิงเหตุให้เกิดผล กล่าวคือ ไอน้ำอุ่นจัดหาสิ่งที่วัฏจักรพลังงานของพายุเฮอริเคนต้องการ โดย the cycle เป็นกรรม และ going บรรยายสภาวะที่วัฏจักรยังคงดำเนินอยู่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ keep + กรรม + going ซึ่งเน้นการประคองกิจกรรม กระบวนการ หรือระบบที่กำลังทำงานอยู่แล้วให้ดำเนินต่อไป ในที่นี้ going หมายถึง “ทำงานต่อไป” ไม่ใช่การเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ keep + กรรม + going ให้สมบูรณ์: One small generator can keep the freezers ____ during a power cut.
ดูคำตอบ
going
Unlike typical cyclones on Earth: เปิดการเปรียบเทียบด้วย Unlike + วลีนาม
Unlike typical cyclones on Earth เป็นวลีเปรียบเทียบที่วางไว้ต้นประโยค Unlike เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “แตกต่างจาก” และ typical cyclones on Earth เป็นวลีนามที่ตามหลังคำนี้ การวางวลีนี้ไว้ก่อนช่วยให้ผู้อ่านเห็นจุดอ้างอิงในการเปรียบเทียบก่อนรับข้อมูลหลัก จากนั้นประโยคจึงเน้นความแตกต่างสำคัญว่า จุดแดงใหญ่เป็นแอนติไซโคลนที่ก่อตัวรอบความกดอากาศสูง ไม่ใช่ไซโคลนทั่วไปบนโลก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Unlike + วลีนาม, ประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติมคำภาษาอังกฤษหนึ่งคำที่ใช้เปิดการเปรียบเทียบในความหมายว่า “แตกต่างจาก”: ____ the old model, this battery lasts all day.
ดูคำตอบ
Unlike
The Red Spot is powered by two jet streams on either side,
2:03จุดแดงถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสลมกรดสองสายที่อยู่ทั้งสองข้าง
but stop it from moving across the planet. ไวยากรณ์
2:09แต่หยุดไม่ให้มันเคลื่อนที่ข้ามดาวเคราะห์ดวงนี้ไปได้
stop it from moving: stop + กรรม + from + กริยารูป -ing
ใน stop it from moving คำว่า stop หมายถึงขัดขวางหรือป้องกันไม่ให้ทำ ไม่ได้หมายถึงเพียงหยุดเท่านั้น โดย it คือสิ่งที่ถูกขัดขวาง และ moving คือการกระทำที่ถูกขัดขวาง โครงสร้างคือ stop + กรรม + from + กริยารูป -ing หลัง from ต้องใช้รูป -ing: stop it from moving ไม่ใช่ stop it from to move
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างเป้าหมายและรูป -ing ของ fall เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The safety rail stops the box ____ off the shelf.
ดูคำตอบ
from falling
a storm on Jupiter is powered by heat from its metallic core,
2:14พายุบนดาวพฤหัสบดีขับเคลื่อนด้วยความร้อนจากแกนโลหะของมัน
While A, B ที่ใช้อนุประโยคขนานเพื่อแสดงความแตกต่าง
While ในที่นี้ใช้แสดงความแตกต่าง ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ประโยคเปรียบเทียบพายุบนโลกกับพายุบนดาวพฤหัสบดีผ่านแหล่งพลังงานที่ต่างกัน อนุประโยคทั้งสองใช้กรอบ a storm ... is powered by heat from ... ซ้ำกัน โครงสร้างแบบขนานนี้วางข้อมูลที่ตรงกันไว้ในตำแหน่งเดียวกัน จึงทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างดวงอาทิตย์กับแก่นโลหะได้ง่าย ใช้ While + อนุประโยค, ประโยคหลัก เพื่อวางข้อเท็จจริงหนึ่งเทียบกับอีกข้อเท็จจริงหนึ่ง
แบบฝึกหัด
While ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? While Maya likes working in the morning, Leo does his best work at night.
- บอกว่า Maya และ Leo ทำงานในเวลาเดียวกัน
- อธิบายเหตุผลที่ Leo ทำงานตอนกลางคืน
- เปรียบเทียบความชอบของ Maya กับความชอบของ Leo
ดูคำตอบ
เปรียบเทียบความชอบของ Maya กับความชอบของ Leo
as hot as + ค่าอุณหภูมิ
โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + as แสดงระดับโดยเปรียบเทียบกับค่าที่ใช้อ้างอิง ในที่นี้ as hot as ระบุ 50,000 องศาเป็นระดับอุณหภูมิที่อาจไปถึงได้ เนื่องจากอนุประโยคใช้ could be จึงเป็นการประมาณว่าแกนอาจมีอุณหภูมิไปถึงเท่าใด ไม่ได้หมายความว่าอุณหภูมิอยู่ที่ 50,000 องศาเสมอหรือเท่ากับค่านี้พอดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง as ... as: On a sunny day, the metal slide can get ____ 55 degrees Celsius.
ดูคำตอบ
as hot as
The combination of rising heat and fast-moving clouds
2:21การผสมผสานของความร้อนที่ลอยตัวสูงขึ้นและกลุ่มเมฆที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
up to 680 km per hour: สูงสุด 680 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
up to + ตัวเลข กำหนดค่าสูงสุด ความเร็วอาจไปถึง 680 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็อาจต่ำกว่านั้นได้ วลีนี้ไม่ได้บอกความเร็วเฉลี่ยหรือความเร็วที่คงที่ ใน 680 km per hour คำว่า per หมายถึง “ต่อหนึ่ง” ดังนั้นอัตราความเร็วนี้จึงวัดเป็นจำนวนกิโลเมตรต่อหนึ่งชั่วโมง
แบบฝึกหัด
“speeds of up to 680 km per hour” บอกข้อมูลอะไร?
- ความเร็วอาจไปถึง 680 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็อาจต่ำกว่านั้นได้
- ความเร็วเท่ากับ 680 กิโลเมตรต่อชั่วโมงพอดีเสมอ
- ความเร็วไม่เคยต่ำกว่า 680 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ดูคำตอบ
ความเร็วอาจไปถึง 680 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็อาจต่ำกว่านั้นได้
it doesn't have the contrast of ocean and land to act as a barrier. วลี
2:32มันจึงไม่มีความแตกต่างระหว่างมหาสมุทรและพื้นดินที่จะทำหน้าที่เป็นแนวกั้น
act as a barrier: การบอกหน้าที่
ใน act as a barrier คำว่า act as หมายถึง “ทำหน้าที่เป็น” ไม่ใช่ “แสดง” ประโยคนี้อธิบายว่าความแตกต่างระหว่างมหาสมุทรกับพื้นดินเป็นสิ่งที่อาจขวางหรือจำกัดพายุได้ ใช้ act as + คำนามที่บอกบทบาทหรือหน้าที่ เมื่อคน สิ่งของ หรือสภาพบางอย่างทำหน้าที่นั้น แม้สิ่งนั้นจะไม่ได้มีสถานะดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ act as: During the blackout, the community center ____ an emergency shelter.
ดูคำตอบ
acted as
The storms on Neptune form around a similar region of high pressure
2:36พายุบนดาวเนปจูนก่อตัวรอบบริเวณความกดอากาศสูงที่คล้ายคลึงกัน
White clouds of methane are commonly seen in regions of high pressure
2:42เมฆสีขาวของก๊าซมีเทนมักพบได้ในบริเวณความกดอากาศสูง
the winds at the edge of the storm can be traveling up to 2,100 km per hour,
2:52ลมที่ขอบพายุสามารถเดินทางได้ถึง 2,100 กม. ต่อชั่วโมง
where they get shredded by powerful crosswinds.
3:03ซึ่งพวกมันจะถูกฉีกกระจุยด้วยกระแสลมขวางที่ทรงพลัง
get pushed around ... get shredded: รูปถูกกระทำด้วย get
Get pushed around และ get shredded เป็นรูปถูกกระทำที่ใช้ get โดยมีโครงสร้าง get + คำกริยาช่องที่ 3 พายุเป็นฝ่ายรับการกระทำ ส่วนลมเป็นสิ่งที่ผลักและฉีกพายุ คำว่า get ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” เมื่อเทียบกับรูปถูกกระทำด้วย be ที่เป็นกลางกว่า รูป get เน้นเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับประธานมากกว่า การใช้รูป get สองครั้งต่อกันทำให้คำบรรยายมีการเคลื่อนไหว คือพายุถูกพัดให้เคลื่อนแล้วถูกฉีกออก ในที่นี้ pushed around หมายถึงการถูกผลักให้เคลื่อนรอบดาวจริง ๆ ไม่ใช่สำนวนที่หมายถึง “ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมหรือถูกคนอื่นบงการ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปถูกกระทำด้วย get ได้ถูกต้องเพื่อเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับประธาน?
- The parcels sometimes get to damage during delivery.
- The parcels sometimes get damaging during delivery.
- The parcels sometimes get damage during delivery.
- The parcels sometimes get damaged during delivery.
ดูคำตอบ
The parcels sometimes get damaged during delivery.
storms on Neptune typically last anywhere from a few months to a few years. วลี
3:07พายุบนดาวเนปจูนจึงมักจะกินเวลาตั้งแต่สองสามเดือนไปจนถึงสองสามปี
anywhere from a few months to a few years: ช่วงกว้างที่ไม่แน่นอน
โครงสร้าง anywhere from A to B บอกว่าค่าจริงอาจอยู่ ณ จุดใดก็ได้หลายจุดภายในช่วงหนึ่ง ในประโยคนี้ พายุอาจเกิดอยู่นานเพียงไม่กี่เดือนหรือนานถึงหลายปี และยังมีความเป็นไปได้อีกมากระหว่างสองจุดนี้ ในโครงสร้างนี้ anywhere ไม่ได้หมายถึงสถานที่ แต่เพิ่มความหมายเรื่องความไม่แน่นอนหรือความผันแปรที่กว้างให้กับโครงสร้างบอกช่วงพื้นฐาน from A to B
แบบฝึกหัด
ในประโยค The repair could cost anywhere from £100 to £800 โครงสร้าง anywhere from ... to ... เพิ่มความหมายใด?
- ค่าใด ๆ ภายในช่วงกว้างนี้ก็เป็นไปได้
- ค่าใช้จ่ายที่แน่นอนต้องเป็นค่ากึ่งกลางของจำนวนเงินทั้งสอง
- ค่าใช้จ่ายนี้ใช้กับสถานที่ใดก็ได้ระหว่างสองตำแหน่ง
ดูคำตอบ
ค่าใด ๆ ภายในช่วงกว้างนี้ก็เป็นไปได้
Since Jupiter is much easier to see from Earth,
3:12เนื่องจากดาวพฤหัสบดีนั้นมองเห็นจากโลกได้ง่ายกว่ามาก
when astronomer Gian Domenico Cassini first discovered the giant storm.
3:18เมื่อนักดาราศาสตร์ โจวานนี โดเมนิโก แคสซินี ค้นพบพายุยักษ์นี้เป็นครั้งแรก
go way back to 1665: ย้อนกลับไปถึงอดีตอันไกล
สำนวน go back to + เวลา หมายถึงสิ่งหนึ่งมีประวัติย้อนหลังไปถึงจุดเวลานั้น ในคำบรรยายนี้ บันทึกการสังเกตย้อนหลังไปถึงปี 1665 ไม่ได้หมายความว่ามีใครเดินทางกลับไปในอดีตจริง ๆ way เป็นคำเพิ่มระดับ ทำให้จุดเริ่มต้นฟังดูห่างไกลเป็นพิเศษ ดังนั้น go way back to 1665 จึงให้ความรู้สึกถึงความยาวนานทางประวัติศาสตร์มากกว่า go back to 1665
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนบอกประวัติย้อนหลังที่เรียนมา และเปลี่ยน go ให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์: Our family recipe ____ the 1920s.
ดูคำตอบ
goes way back to
have been able to observe: ความสามารถในรูป present perfect
have been able to observe เป็นรูป present perfect ของ be able to หมายถึงความสามารถหรือโอกาสในการสังเกตที่เริ่มขึ้นในอดีตและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน หรือมีโอกาสนั้นซ้ำ ๆ จนถึงตอนนี้ โครงสร้างคือ have/has + been + able + to + กริยารูปพื้นฐาน ภาษาอังกฤษไม่สามารถสร้าง present perfect ด้วย can ได้ ดังนั้น have could จึงผิดไวยากรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ be able to: Since the library extended its hours, we ____ study there after school.
ดูคำตอบ
have been able to
watch it evolve: watch + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน watch it evolve คำว่า watch ตามด้วยกรรม it และกริยารูปพื้นฐาน evolve โดยไม่มี to โครงสร้าง watch + กรรม + กริยารูปพื้นฐานนำเสนอการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นเป็นกระบวนการทั้งหมด หรือเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละขั้น ในที่นี้ evolve หมายถึงค่อย ๆ พัฒนาหรือเปลี่ยนแปลง ไม่ได้จำกัดเฉพาะวิวัฒนาการทางชีววิทยา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปพื้นฐานของ evolve หลัง watched: Over several drafts, we watched the short idea ____ into a full novel.
ดูคำตอบ
evolve
these observations have shown that the end may be near for this iconic storm. สำนวน
3:29การสังเกตเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าจุดสิ้นสุดของพายุที่เป็นสัญลักษณ์นี้อาจใกล้เข้ามาแล้ว
the end may be near: จุดจบที่ใกล้เข้ามาอย่างมีอารมณ์แต่ยังไม่แน่นอน
ในวลี the end may be near คำว่า end หมายถึงการสิ้นสุดหรือการหายไปของบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงขอบด้านกายภาพของวัตถุ ส่วน near บอกว่าจุดจบที่เป็นไปได้นั้นอาจเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ คำว่า may ทำให้คำคาดการณ์ยังไม่แน่นอน ขณะที่ถ้อยคำที่คุ้นเคยนี้เพิ่มอารมณ์แบบละครและความเร่งด่วน จึงนำเสนอผลการสังเกตเป็นสัญญาณเตือนโดยไม่ได้ยืนยันว่าพายุจะหายไปอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมวลีสี่คำที่ใช้คาดการณ์แบบมีอารมณ์แต่ยังไม่แน่นอนลงในประโยค: After months with no visitors, ____ for the small museum.
ดูคำตอบ
the end may be near
it could have swallowed two or three Earths whole. ไวยากรณ์
3:43มันสามารถกลืนกินโลกเข้าไปได้ทั้งใบถึงสองหรือสามดวง
could have swallowed: ศักยภาพในอดีตโดยไม่มีเหตุการณ์จริง
Could have swallowed ใช้โครงสร้าง could have + กริยาช่องที่สาม เพื่อบอกผลที่อาจเกิดขึ้นได้หรือความสามารถในอดีต ส่วน swallowed เป็นกริยาช่องที่สามของ swallow ในที่นี้เป็นการจินตนาการว่าพายุมีขนาดใหญ่พอจะบรรจุอะไรได้บ้าง ซึ่งก็คือโลกสองหรือสามใบ ประโยคไม่ได้บอกว่ามีโลกถูกกลืนจริง โครงสร้าง modal perfect ทำให้ภาพนี้เป็นคำอธิบายศักยภาพในอดีต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผลบางอย่างเป็นไปได้ในอดีต แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง
- The wave swallowed the small boat whole.
- The wave could have swallowed the small boat whole.
- The wave could swallow the small boat whole tomorrow.
ดูคำตอบ
The wave could have swallowed the small boat whole.
But by the time Voyager 1 flew past in the late '70s, ไวยากรณ์
3:46แต่ในช่วงที่ยานวอยเอเจอร์ 1 บินผ่านไปในช่วงปลายยุค 70s
by the time: การกำหนดจุดอ้างอิงในอดีต
ในประโยคนี้ by the time ใช้เกริ่นถึงจุดเวลาที่เกิดทีหลังในอดีต คือช่วงที่ยานวอยเอเจอร์ 1 บินผ่านในปลายทศวรรษ 1970 อนุประโยคที่ตามมาบอกสภาพที่เป็นจริงอยู่แล้ว ณ เวลานั้น ให้เข้าใจ by the time เป็นคำเชื่อมทั้งชุดในความหมายว่า 'เมื่อมาถึงเวลานั้น' ไม่ใช่แปล by แยกคำ วลีนี้กำหนดขอบเขตหรือจุดอ้างอิงด้านเวลา ดังนั้นอีกอนุประโยคจึงมักบอกสิ่งที่เสร็จสิ้นหรือเกิดขึ้นแล้วก่อนหน้านั้น
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่แสดงว่าการเริ่มระบบใหม่เสร็จแล้วเมื่อเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลังมาถึง: '___ the technician arrived, the system had restarted itself.'
- By the time
- Until
- While
ดูคำตอบ
By the time
almost half the size: การบอกอัตราส่วน
almost half the size หมายความว่าขนาดของมันใกล้เคียงแต่ต่ำกว่า 50% ของขนาดที่ใช้เปรียบเทียบเล็กน้อย เป็นการบอกอัตราส่วนของขนาด ไม่ใช่กระบวนการที่ค่อย ๆ เล็กลง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “เศษส่วนหรือจำนวนเท่า + the + คำนามบอกการวัด” เช่น half the size, twice the weight หรือ three times the price สามารถใส่สิ่งที่ใช้เปรียบเทียบหลัง of ได้ เช่น half the size of the original
แบบฝึกหัด
โปสเตอร์ใบหนึ่งกว้าง 48 cm และอีกใบกว้าง 100 cm เติมประโยคด้วยคำเป้าหมายสองคำจากบทเรียน: 'The first poster is ____ the width of the second.'
ดูคำตอบ
almost half
show that the storm is currently shrinking at about 1,000 km per year,
3:54แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันพายุลูกนี้กำลังหดตัวลงในอัตราประมาณ 1,000 กม. ต่อปี
meaning it could completely disappear by the 2030s. ไวยากรณ์
3:59ซึ่งหมายความว่ามันอาจหายไปอย่างสมบูรณ์ภายในช่วงทศวรรษที่ 2030
meaning + อนุประโยคท้ายประโยคเพื่อบอกข้อสรุป
อนุประโยค -ing meaning it could completely disappear by the 2030s ขยายความข้อความทั้งหมดก่อนหน้า ตรงนี้ meaning ไม่ใช่กริยาหลัก แต่ใช้เชื่อมไปยังผลหรือข้อสรุปที่อนุมานจากแนวโน้มก่อนหน้า เป็นรูปที่กระชับกว่า which means that คำกริยาช่วย could แสดงว่าการหายไปเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ส่วน by the 2030s กำหนดทศวรรษนั้นเป็นกรอบเวลาสิ้นสุดแบบกว้าง ๆ ไม่ใช่วันที่แน่นอนหรือรับประกันว่าจะเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอผลลัพธ์ที่เป็นไปได้อย่างถูกต้องในฐานะข้อสรุปจากอนุประโยคแรก
- The lake is shrinking each year, because it could dry up by 2040.
- The lake is shrinking each year, meaning it will definitely dry up in 2040.
- The lake is shrinking each year, meaning it could dry up by 2040.
ดูคำตอบ
The lake is shrinking each year, meaning it could dry up by 2040.
as well as + -ing เพื่อเพิ่มข้อมูล
ตรงนี้ as well as ทำหน้าที่คล้ายคำบุพบท จึงตามด้วยรูป -ing คือ losing วลีนี้หมายถึงนอกจากการมีขนาดเล็กลง และเตรียมผู้อ่านให้พบการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างในอนุประโยคหลัก เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้ทำให้ losing size เป็นข้อมูลพื้นหลังที่เสริมเข้ามา แทนที่จะเป็นข้อความอีกข้อความที่มีน้ำหนักเท่ากันและเชื่อมด้วย and เครื่องหมายจุลภาคบอกจุดสิ้นสุดของวลีนำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as well as ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่า Lena ทำทั้งสองการกระทำ
- As well as painting the sign, the gate needed a new lock.
- As well as painted the sign, Lena fixed the gate.
- As well as painting the sign, Lena fixed the gate.
ดูคำตอบ
As well as painting the sign, Lena fixed the gate.
the main Red Spot seems to be breaking off into smaller streams กริยาวลี
4:04จุดแดงหลักดูเหมือนจะกำลังแตกออกเป็นกระแสที่เล็กลง
break off into smaller streams: แยกออกและก่อตัวเป็นกระแสที่เล็กลง
ในประโยคนี้ breaking off into หมายถึงสสารแยกออกจากส่วนหลักของจุดแดงใหญ่ แล้วก่อตัวเป็นกระแสที่เล็กลง Breaking off บอกการหลุดแยก ส่วน into นำเข้าสู่รูปแบบที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ โครงสร้าง break off into + ผลลัพธ์ ใช้บรรยายมวลหรือกลุ่มที่แยกเป็นส่วนเล็กลงได้ ในที่นี้ break ไม่ได้หมายถึงการพัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ในรูป -ing: At the edge of the storm, clouds are ____ smaller bands.
ดูคำตอบ
breaking off into
Scientists believe that since the storm is reaching higher into the atmosphere,
4:10นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเนื่องจากพายุกำลังพัดขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศที่สูงขึ้น
the top of the Red Spot is exposed to more UV light, วลี
4:14ส่วนบนของจุดแดงจึงได้รับแสง UV มากขึ้น
be exposed to: สัมผัสหรือได้รับผลจาก
ในประโยคนี้ is exposed to หมายถึงรังสีอัลตราไวโอเลตที่มากขึ้นส่องถึงและส่งผลต่อส่วนบนของจุดแดงใหญ่ โครงสร้างกรรมวาจก be exposed to + คำนาม ใช้ระบุปัจจัยภายนอกที่สิ่งหนึ่งสัมผัส ปัจจัยนั้นอาจเป็นอันตราย เป็นกลาง หรือเป็นประโยชน์ก็ได้ เช่น แสงแดด สารเคมี ความเสี่ยง แนวคิดใหม่ หรือภาษา ในที่นี้ exposed ไม่ได้หมายความว่าความลับถูกเปิดเผย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจก simple past ของ expose และคำบุพบทที่ต้องใช้: During yesterday's test, the material ____ extreme heat for two hours.
ดูคำตอบ
was exposed to
there is still so much that we don't know about these gigantic storms. ไวยากรณ์
4:23ยังมีเรื่องอีกมากมายที่เราไม่รู้เกี่ยวกับพายุมหึมาเหล่านี้
there is still so much that we don't know: ยังมีอีกมากที่เราไม่รู้
“There is still so much” บอกว่ายังมีความรู้อีกเป็นจำนวนมากที่เราไม่รู้ ในที่นี้ much หมายถึงปริมาณข้อมูลที่นับไม่ได้ ไม่ได้เป็นคำขยายที่มีความหมายว่า “มาก” แบบ very อนุประโยค “that we don't know” ระบุว่า “so much” หมายถึงข้อมูลส่วนใดที่เรายังไม่รู้ โครงสร้างนี้ใช้ยอมรับขีดจำกัดของความรู้ในปัจจุบันได้: There is still so much that + ประธาน + do/does not know
แบบฝึกหัด
ในประโยค “There is still so much that we don't know about the ocean” ส่วน “that we don't know” ทำหน้าที่อะไร?
- ระบุว่าข้อมูลใดรวมอยู่ใน “so much”
- หมายถึง “มาก” และเน้นคำว่า “know”
- บอกผลลัพธ์ที่เกิดจากการรู้มากเกินไป
ดูคำตอบ
ระบุว่าข้อมูลใดรวมอยู่ใน “so much”
scientists thought that it had been around for centuries,
4:30นักวิทยาศาสตร์คิดว่ามันก่อตัวมาหลายศตวรรษแล้ว
The Great Red Spot is also far hotter than we initially imagined, ไวยากรณ์
4:34จุดแดงใหญ่ยังร้อนกว่าที่เราจินตนาการไว้ในตอนแรกมาก
far hotter than: การเปรียบเทียบที่แสดงความแตกต่างอย่างมาก
ใน “far hotter than” คำว่า hotter เป็นรูปขั้นกว่าของ hot และ than นำหน้าสิ่งที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ซึ่งก็คืออุณหภูมิที่ผู้คนคิดไว้ในตอนแรก Far บอกว่าความแตกต่างมีมาก โดยขยาย hotter ให้หมายถึง “ร้อนกว่ามาก” ไม่ได้กล่าวถึงระยะทางทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ far และรูปขั้นกว่าของ hot: The oven is ____ we expected.
ดูคำตอบ
far hotter than
with parts of its upper atmosphere exceeding 1300 degrees. ไวยากรณ์
4:38โดยบรรยากาศชั้นบนบางส่วนมีอุณหภูมิเกิน 1,300 องศา
with + นาม + -ing: with parts ... exceeding
โครงสร้าง with + นามวลี + กริยารูป -ing ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องสร้างอนุประโยคสมบูรณ์อีกประโยคหนึ่ง ในที่นี้ parts of its upper atmosphere คือนามวลี และ exceeding บอกว่าส่วนเหล่านั้นอยู่ในสภาพใด ส่วนเสริมแบบกระชับนี้ให้หลักฐานที่ชัดเจนแก่ข้อความก่อนหน้า นั่นคืออุณหภูมิในบางบริเวณสูงกว่า 1,300 องศา ประธานตามความหมายของ exceeding คือ parts ไม่ใช่จุดแดงใหญ่ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ใช้คำในวงเล็บเติมโครงสร้าง with + นาม + -ing ให้สมบูรณ์: The lab stayed open, ____ the temperature every hour. (sensors / record)
ดูคำตอบ
with sensors recording
Even with the increases in our observational technology, ลำดับความ
4:42แม้ว่าเทคโนโลยีการสังเกตการณ์ของเราจะเพิ่มขึ้น
Even with + นามวลี: Even with the increases...
Even with + นามวลีใช้แสดงความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงที่สวนทางกัน โดยเริ่มจากยอมรับเงื่อนไขที่ตามปกติน่าจะช่วยได้ ซึ่งในที่นี้คือความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสังเกตการณ์ เมื่อวางไว้ต้นประโยค โครงสร้างนี้จะเตรียมผู้ฟังให้คาดว่าจะมีข้อความที่ตัดกันในประโยคหลัก กล่าวคือ แม้จะมีความก้าวหน้า แต่ก็ยังมีอีกมากที่ไม่รู้ ลำดับข้อมูลแบบนี้ทำให้เหตุผลสมดุล โดยกล่าวถึงเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ก่อน แล้วจึงบอกข้อจำกัดที่ไม่คาดคิด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยอมรับเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ก่อน แล้วจึงบอกว่าปัญหายังอาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง?
- Even with better maps, we can still get lost.
- Even though better maps, we can still get lost.
- Even with the maps are better, we can still get lost.
ดูคำตอบ
Even with better maps, we can still get lost.
there is still so much knowledge trapped inside the boundaries of these giant,
4:46แต่ก็ยังมีความรู้มากมายที่ติดอยู่ภายในอาณาเขตของดาวเคราะห์
mysterious planets waiting to be discovered. ไวยากรณ์
4:50ลึกลับและกว้างใหญ่เหล่านี้รอคอยการค้นพบอยู่
waiting to be discovered: ความหมายแบบถูกกระทำ
Waiting to be discovered เป็นอนุประโยคแบบย่อที่ขึ้นต้นด้วย -ing และใช้ขยายดาวเคราะห์ หมายความว่าดาวเคราะห์เหล่านั้นยังไม่ถูกค้นพบ แต่อาจถูกค้นพบในอนาคต to be discovered เป็นรูป infinitive แบบถูกกระทำ ดาวเคราะห์เป็นฝ่ายที่ได้รับการกระทำจากการค้นพบ ส่วน waiting ในที่นี้เป็นการเปรียบเปรย ไม่ได้หมายความว่าดาวเคราะห์กำลังรออย่างมีสติจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่หมายความว่าดวงจันทร์ขนาดเล็กยังไม่ถูกค้นพบ: Astronomers believe there are small moons ____.
- waiting to have discovered
- waiting to be discovered
- waiting to discover
ดูคำตอบ
waiting to be discovered
although we might be losing one of the most iconic features of our solar system,
4:53แม้ว่าเราอาจกำลังสูญเสียหนึ่งในลักษณะเด่นที่สุดของระบบสุริยะของเราไป
will give us a better understanding of how nature operates through our solar system. วลี
5:00ก็จะช่วยให้เราเข้าใจได้ดีขึ้นว่าธรรมชาตินั้นขับเคลื่อนไปอย่างไรทั่วทั้งระบบสุริยะของเรา
give us a better understanding of: เชื่อมโยงหลักฐานกับความเข้าใจ
Give someone a better understanding of something หมายถึง “ช่วยให้ใครบางคนเข้าใจเรื่องนั้นได้ชัดเจนหรือลึกซึ้งยิ่งขึ้น” ในประโยคนี้ การสังเกตการณ์เป็นสิ่งที่ทำให้ความเข้าใจดีขึ้น us บอกว่าใครเป็นผู้ได้รับความเข้าใจนั้น และข้อความหลัง of บอกหัวข้อที่พวกเขาเข้าใจ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ give + คน + a better understanding of + หัวข้อ คำว่า understanding ในที่นี้เป็นแนวคิดนามธรรม ส่วน a better understanding หมายถึงความเข้าใจที่ดีขึ้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหนึ่งข้อที่แยกออกมา
แบบฝึกหัด
เลือกคำเติมที่เป็นธรรมชาติที่สุด: These maps will ____ how the river changed over time.
- give us a better understanding of
- give a better understanding us of
- give us better understand of
ดูคำตอบ
give us a better understanding of