เล่านิทานกับยูนิคอร์ส | ยูนิคอร์ส - ซีซั่น 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
275 คำ 166 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างที่ครอบครัวกำลังอ่านนิทานเกี่ยวกับอาณาจักรที่ทุกคนเดินเท้าเปล่า ราชินี และดินแดนที่เต็มไปด้วยหนาม ยูนิคอร์สคอยขัดจังหวะซ้ำ ๆ คนอื่นจึงรับมือกับการยั่วของเขา ห้ามไม่ให้เฉลยตอนจบ และใช้อาหารช่วยให้เขาสงบลงเพื่อจะได้เล่าเรื่องต่อ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Once upon a time — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่านี่คือวลีเปิดเรื่องแบบดั้งเดิมที่ส่งสัญญาณว่านิยายหรือนิทานกำลังเริ่มต้น ไม่ใช่เพียงคำบอกเวลาที่ไม่เจาะจง คุณสามารถใช้วลีนี้สร้างบรรยากาศแบบนิทานได้ทันที ก่อนแนะนำตัวละครและโลกในเรื่อง 2. And why should I care? — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าคำถามนี้ไม่ได้ใช้เพื่อขอเหตุผลอย่างจริงใจเสมอไป ในฉากนี้ตัวละครพูดซ้ำเพื่อยั่ว แสดงความไม่สนใจ และไม่ยอมให้ความร่วมมือ จึงช่วยให้คุณแยกรูปประโยคคำถามตามตัวอักษรออกจากท่าทีเมินเฉยที่สื่อผ่านบริบทได้ 3. we're good to go. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้กลุ่มคำสนทนาที่ใช้บ่อยเพื่อบอกว่าทุกคนหรือทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว และสามารถเริ่มหรือกลับมาทำกิจกรรมต่อได้ เป็นทางเลือกที่เป็นธรรมชาติแทนการอธิบายยาว ๆ ว่าการเตรียมการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งในงาน การเดินทาง ชั้นเรียน และชีวิตประจำวัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Once upon a time there was a village ลำดับความ

0:01

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

and in the village everyone walked around barefoot. วลี

0:02

และทุกคนในหมู่บ้านก็เดินเท้าเปล่า

ลำดับความ

Once upon a time: สัญญาณเปิดเรื่อง

Once upon a time เป็นวลีเปิดเรื่องแบบตายตัวที่ใช้ในเทพนิยาย นิทานพื้นบ้าน และการเล่าเรื่องแบบนิทาน ในประโยคนี้ไม่ได้ระบุช่วงเวลาใดโดยเฉพาะ แต่ส่งสัญญาณว่าเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าดั้งเดิมกำลังจะเริ่มขึ้น วลีนี้ยังช่วยวางกรอบให้ข้อมูลที่ตามมา หลังคำเปิดเรื่องนี้ there was a village จึงเริ่มแนะนำโลกและฉากหลังของเรื่อง

แบบฝึกหัด

Once upon a time ที่ต้นประโยคนี้ส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวพอดี
  2. เรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าดั้งเดิมกำลังจะเริ่มขึ้น
  3. ผู้พูดกำลังบอกวันที่อย่างเจาะจง
ดูคำตอบ

เรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าดั้งเดิมกำลังจะเริ่มขึ้น

วลี

walked around barefoot: การเคลื่อนไหวกับสภาพ

Walked around barefoot รวมการกระทำเข้ากับสภาพขณะทำการกระทำนั้น Walked around หมายถึงเดินไปทั่วหมู่บ้านโดยไม่มีเส้นทางตายตัว ส่วน barefoot บอกว่าทุกคนไม่ได้สวมรองเท้าหรือถุงเท้าขณะเดิน around ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเดินเป็นวงกลมรอบสิ่งของ แต่สื่อความหมายกว้าง ๆ ว่าเคลื่อนจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งภายในบริเวณหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึงเดินไปมาโดยไม่สวมรองเท้า: After swimming, the children ____ in the house.

ดูคำตอบ

walked around barefoot

Uh yay!

0:05

เอ้อ เย้!

Unicorse!

0:06

Unicorse!

I can't see the page.

0:07

ฉันมองไม่เห็นหน้าหนังสือ

And why should I care? น้ำเสียง/เจตนา

0:10

แล้วทำไมฉันต้องใส่ใจด้วย

น้ำเสียง/เจตนา

And why should I care?: คำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความไม่แยแส

And why should I care? มีรูปไวยากรณ์เป็นคำถาม แต่ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้ถามอย่างจริงใจว่าทำไมตนจึงควรสนใจ ความหมายที่แท้จริงคือ “เรื่องนี้ไม่สำคัญสำหรับฉัน” ประโยคนี้ปัดสิ่งที่เพิ่งมีคนพูดทิ้งไปและแสดงว่าไม่ต้องการให้ความร่วมมือ เมื่อใช้เป็นวลีติดปากที่ตัวละครพูดซ้ำ จึงตั้งใจให้ฟังดูยั่วยุและชอบก่อกวน ส่วน And ที่ต้นประโยคทำให้ฟังเหมือนเป็นการสวนกลับคำพูดก่อนหน้าโดยตรง

แบบฝึกหัด

ในฉากที่ตัวละครจงใจก่อกวน “And why should I care?” น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?

  1. ผู้พูดปัดเรื่องนั้นทิ้งและปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ
  2. ผู้พูดกังวลว่าตนเองใส่ใจไม่มากพอ
  3. ผู้พูดต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

ผู้พูดปัดเรื่องนั้นทิ้งและปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ

Uh

0:11

เอ่อ

I forgot about the catchphrase. การใช้คำ

0:12

ฉันลืมวลีติดปากนั้นไปเลย

การใช้คำ

catchphrase: วลีประจำตัวที่พูดซ้ำและจดจำได้ง่าย

catchphrase คือสำนวนสั้น ๆ ที่จำง่ายและถูกใช้ซ้ำโดยบุคคล ตัวละคร รายการ หรือบางครั้งก็แบรนด์ การพูดซ้ำทำให้ผู้ฟังจำได้ว่าสำนวนนั้นเป็นของใครหรือเกี่ยวข้องกับอะไร ในประโยคนี้ catchphrase คือประโยคที่ตัวละครพูดซ้ำว่า “And why should I care?” ผู้พูดลืมประโยคประจำตัวนั้น ไม่ใช่เพียงวลีธรรมดา

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ catchphrase มากที่สุด?

  1. คำสั่งเกี่ยวกับการจับสิ่งของ
  2. ประโยคที่จำง่ายและถูกใช้ซ้ำจนเชื่อมโยงกับบุคคล ตัวละคร หรือรายการ
  3. ประโยคส่วนตัวที่พูดเพียงครั้งเดียว
ดูคำตอบ

ประโยคที่จำง่ายและถูกใช้ซ้ำจนเชื่อมโยงกับบุคคล ตัวละคร หรือรายการ

If you block the words, ไวยากรณ์

0:14

ถ้าเธอมาบังตัวหนังสือ

Mum can't read the story.

0:15

แม่ก็อ่านนิทานไม่ได้สิ

ไวยากรณ์

If you block..., Mum can't...: เงื่อนไขจริงและผลที่ตามมา

“If you block the words” ใช้ if + present simple เพื่อบอกเงื่อนไขที่เกิดขึ้นจริงและมีผลทันที ประโยคนี้พูดถึงสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังทำอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เหตุการณ์ไกลตัวหรือสิ่งที่แทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้น “Mum can't read the story” บอกผลโดยตรงด้วย can't + คำกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้อธิบายว่าทำไมอีกฝ่ายต้องหยุดการกระทำ จึงฟังดูมีเหตุผลมากกว่าคำสั่งที่ไม่อธิบายอะไรเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ if และรูป present simple ของ cover: ____ the camera, I can't take a clear photo.

ดูคำตอบ

If you cover

And why should I care?

0:18

แล้วทำไมฉันต้องใส่ใจด้วย

Because stories are nice.

0:19

ก็นิทานมันสนุกนี่นา

My story was nice.

0:21

นิทานของฉันสนุกจะตาย

It had a unicorn in it.

0:23

มันมียูนิคอร์นอยู่ในนั้นด้วย

This one has zero unicorns

0:24

เรื่องนี้ไม่มียูนิคอร์นสักตัว

and the ending's boring.

0:26

แถมตอนจบก็น่าเบื่อ

She just makes

0:28

เธอแค่ทำ...

Uh

0:29

เอ๊ะ!

don't spoil the ending. วลี

0:29

อย่าสปอยล์ตอนจบสิ

วลี

Don't spoil the ending: อย่าเปิดเผยตอนจบของเรื่องเร็วเกินไป

ในบริบทของเรื่องราว ภาพยนตร์ หรือรายการ spoil the ending หมายถึงการบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนจบก่อนที่อีกฝ่ายจะอ่านหรือดูไปถึงตรงนั้น การทำเช่นนี้ทำให้ความประหลาดใจหายไปและทำลายประสบการณ์ของอีกฝ่าย Don't + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นคำสั่งห้ามโดยตรง ในที่นี้ don't spoil the ending คือการบอกให้อีกฝ่ายหยุดก่อนที่จะเผยเหตุการณ์ตอนจบ

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่หมายถึง “เปิดเผยเร็วเกินไปจนทำลายความประหลาดใจ”: Please don't ____ the ending of the book.

ดูคำตอบ

spoil

Why not?

0:31

ทำไมล่ะ

'Cause Bluey hasn't heard it. ไวยากรณ์

0:32

เพราะ Bluey ยังไม่เคยฟังน่ะสิ

ไวยากรณ์

hasn't heard it: ยังไม่เคยได้ยินจนถึงตอนนี้

ในประโยคนี้ hasn't heard it เป็นโครงสร้าง present perfect: has not + กริยาช่อง 3 heard หมายความว่าจนถึงตอนนี้ Bluey ยังไม่เคยได้ยินตอนจบ จึงยังไม่รู้ว่าเรื่องจบอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าเธอฟังเสียงไม่ทันในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต โครงสร้าง hasn't/haven't + กริยาช่อง 3 ใช้กับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้และยังมีความสำคัญต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Mia ยังไม่เคยได้ยินตอนจบจนถึงตอนนี้ จึงยังไม่รู้ตอนจบ?

  1. Mia won't hear the ending tomorrow.
  2. Mia didn't hear the ending yesterday.
  3. Mia hasn't heard the ending yet.
ดูคำตอบ

Mia hasn't heard the ending yet.

And

0:34

แล้ว

why should I care?

0:35

ทำไมฉันต้องใส่ใจด้วย

Unicorse,

0:36

Unicorse

I'm trying to make you a nice Unicorse. น้ำเสียง/เจตนา

0:37

ฉันพยายามทำให้เธอเป็น Unicorse ที่น่ารักอยู่นะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm trying to: อธิบายความพยายามที่กำลังดำเนินอยู่

I'm trying to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าผู้พูดกำลังพยายามทำบางอย่างอยู่ในตอนนี้ Trying อยู่ในรูป present continuous และ to นำเข้าสู่เป้าหมายคือ make you a nice Unicorse สำนวนนี้เน้นความพยายาม ไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จ ในที่นี้ยังใช้เพื่ออธิบายเจตนาของผู้พูดและขอให้อีกฝ่ายร่วมมือโดยอ้อมด้วย น้ำเสียงอาจทำให้ I'm trying to ฟังดูอดทน หงุดหงิด หรือเหมือนกำลังแก้ตัว แต่ตัวคำเพียงอย่างเดียวไม่สามารถระบุอารมณ์ที่แน่นอนได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่เน้นไว้เพื่อแสดงว่าผู้พูดกำลังพยายามอยู่ตอนนี้: Please give me a moment. ____ fix the problem.

ดูคำตอบ

I'm trying to

Okay, okay, okay. น้ำเสียง/เจตนา

0:39

โอเคๆ ๆ

น้ำเสียง/เจตนา

Okay, okay, okay. การพูดซ้ำเพื่อยอมตามหรือทำให้สงบ

การพูด okay ซ้ำไม่ได้เพิ่มข้อมูลที่ต่างกันสามอย่าง คำซ้ำทั้งหมดทำหน้าที่เป็นการตอบโต้เพียงครั้งเดียวในการสนทนา โดยผู้พูดยอมตาม พยายามทำให้สถานการณ์สงบลง หรือส่งสัญญาณว่า “ได้ยินแล้ว เดี๋ยวจะทำตาม” เมื่อเทียบกับ Okay เพียงครั้งเดียวที่มีน้ำเสียงเป็นกลาง การพูดซ้ำอาจฟังดูเหมือนไม่ค่อยเต็มใจหรือเริ่มรำคาญ คล้ายกับ “โอเค โอเค” ความหมายแฝงที่แน่นอนขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท

แบบฝึกหัด

การพูดซ้ำใน “Okay, okay, okay.” มักเพิ่มความหมายแบบใด?

  1. ทำให้ถ้อยคำเป็นทางการและเป็นพิธีการมากขึ้น
  2. เป็นการตอบโต้ครั้งเดียวที่แสดงการยอมตาม การทำให้สงบ หรือความรำคาญเล็กน้อย
  3. เป็นการให้ข้อมูลที่ต่างกันสามอย่าง
ดูคำตอบ

เป็นการตอบโต้ครั้งเดียวที่แสดงการยอมตาม การทำให้สงบ หรือความรำคาญเล็กน้อย

Please continue, Milly. น้ำเสียง/เจตนา

0:41

เชิญต่อเลย Milly

น้ำเสียง/เจตนา

Please continue: คืนสิทธิ์การพูดให้อีกฝ่ายอย่างสุภาพ

Please continue ใช้ขอให้อีกฝ่ายกลับมาพูด อ่าน เล่าเรื่อง หรือทำกิจกรรมที่ถูกขัดจังหวะต่ออย่างสุภาพ ในประโยคนี้ ผู้พูดคืนสิทธิ์การพูดให้ Milly เพื่อให้เธอพูดต่อได้ วลีนี้ใช้เดี่ยว ๆ ได้ หากต้องการระบุกิจกรรม ให้ใช้ continue with + คำนาม เช่น Please continue with your story หรือใช้ continue + รูป -ing เช่น Please continue reading

แบบฝึกหัด

หลังจากการนำเสนอถูกขัดจังหวะ ประธานการประชุมควรพูดประโยคใดเพื่อให้ผู้นำเสนอกลับมาพูดต่ออย่างสุภาพ?

  1. Continue your presentation now.
  2. Please pause your presentation.
  3. Please continue with your presentation.
ดูคำตอบ

Please continue with your presentation.

I won't spoil the ending. ไวยากรณ์

0:42

ฉันจะไม่สปอยล์ตอนจบแล้ว

ไวยากรณ์

I won't spoil the ending: ใช้ won't เพื่อให้คำมั่น

ในที่นี้ I won't + กริยารูปพื้นฐาน เป็นคำมั่นเกี่ยวกับการกระทำของผู้พูดเอง หลังจากมีคนขอไม่ให้เปิดเผยตอนจบ ผู้พูดใช้ won't เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจว่าตนเลือกที่จะไม่สปอยล์ Will และ won't ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อวางเหตุการณ์ไว้ในอนาคต ในบทสนทนา คำเหล่านี้ยังใช้แสดงความเต็มใจ คำมั่น หรือการปฏิเสธได้ด้วย ต้องดูบทสนทนารอบข้างเพื่อบอกว่าตั้งใจใช้ในหน้าที่ใด

แบบฝึกหัด

เพื่อนขอให้คุณเก็บความลับ คุณตอบว่า I won't tell anyone. คำตอบนี้ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าความลับถูกเปิดเผยไปแล้ว
  2. ให้คำมั่นว่าจะไม่เปิดเผยความลับ
  3. บอกนิสัยทั่วไป
ดูคำตอบ

ให้คำมั่นว่าจะไม่เปิดเผยความลับ

Where she makes shoes.

0:45

ตอนที่เธอทำรองเท้าไง

Unicorse!

0:46

Unicorse!

One day the queen decided to get off her litter and have a walk around. โน้ต

0:51

วันหนึ่งพระราชินีตัดสินใจลงจากเสลี่ยงแล้วไปเดินเล่น

ลำดับความ

One day ในฐานะคำเปลี่ยนเข้าสู่เหตุการณ์ในเรื่อง

One day เป็นคำบอกเวลาในการเล่าเรื่อง โดยพาผู้ฟังจากข้อมูลพื้นหลังไปสู่เหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ เรื่องจะหยุดอธิบายว่าสิ่งต่าง ๆ โดยทั่วไปเป็นอย่างไร แล้วเริ่มเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น วันที่แน่นอนไม่ใช่สิ่งสำคัญ วลีนี้ช่วยจัดลำดับเรื่องด้วยการส่งสัญญาณว่าตอนใหม่กำลังเริ่มขึ้นในวันหนึ่งที่ไม่ได้ระบุชัด

แบบฝึกหัด

เรื่องหนึ่งเริ่มด้วย The forest had been quiet for many years. ประโยคถัดไปข้อใดใช้ One day เพื่อเปลี่ยนจากพื้นหลังไปสู่เหตุการณ์ได้ดีที่สุด

  1. The forest was quiet for many years.
  2. One day, a strange bell rang among the trees.
  3. Forests contain many kinds of trees.
ดูคำตอบ

One day, a strange bell rang among the trees.

กริยาวลี

get off her litter: ลงจากเสลี่ยง

ใน get off her litter คำว่า get off หมายถึงลงจากสิ่งที่กำลังขนส่งหรือรองรับตัวเราอยู่ ส่วน litter ในที่นี้ไม่ใช่ขยะ แต่เป็นที่นั่งหรือแท่นนอนแบบโบราณที่คนหาม ซึ่งก็คือเสลี่ยง เมื่อรวมกัน วลีนี้หมายถึงราชินีลงจากเสลี่ยงมายืนบนพื้น โครงสร้าง get off แบบเดียวกันใช้กับ bus, train, bicycle, horse หรือ chair ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ใน get off her litter คำว่า litter หมายถึงอะไร

  1. ที่นั่งหรือแท่นนอนแบบโบราณที่คนหาม
  2. จดหมายที่ส่งถึงราชินี
  3. ขยะที่อยู่บนพื้น
ดูคำตอบ

ที่นั่งหรือแท่นนอนแบบโบราณที่คนหาม

วลี

have a walk around: เดินเล่นสบาย ๆ ในบริเวณหนึ่ง

have a walk around หมายถึงใช้เวลาสักครู่เดินเล่นแบบสบาย ๆ ในบริเวณหนึ่ง โดยมักเดินดูสิ่งต่าง ๆ ไปด้วย ในที่นี้ walk เป็นคำนามที่ตามหลัง have ดังนั้น have a walk จึงมองกิจกรรมนี้เป็นการเดินเล่นสบาย ๆ หนึ่งครั้ง around ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเดินครบหนึ่งรอบ ถ้าไม่ได้ระบุสิ่งที่ต้องเดินอ้อม ก็มักหมายถึงเดินไปมาตามบริเวณใกล้เคียง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ have a walk around + สถานที่ เช่น have a walk around the village

แบบฝึกหัด

ใช้ have, walk และ around เติมประโยคให้สมบูรณ์: Before dinner, let's ____ the harbour.

ดูคำตอบ

have a walk around

Changed my mind. วลี

0:55

เปลี่ยนใจละ

วลี

Changed my mind: เปลี่ยนการตัดสินใจ

Changed my mind เป็นรูปแบบสั้นในภาษาพูดของ I changed my mind โครงสร้างตายตัว change one's mind หมายถึงการตัดสินใจใหม่ หรือเปลี่ยนแผนหรือความคิดเห็น โดย mind ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่คนหนึ่งตัดสินใจหรือคิด ไม่ได้หมายถึงสมองโดยตรง คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน เช่น I changed my mind และ she changed her mind ในประโยคนี้ changed ซึ่งเป็นรูปอดีตแสดงว่าการตัดสินใจใหม่เกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ change one's mind ในรูปอดีตที่ถูกต้อง: “I planned to walk, but I ____ and took the bus.”

ดูคำตอบ

changed my mind

Oh, wait.

0:56

โอ้ เดี๋ยว

Changed it again.

0:57

เปลี่ยนใจอีกรอบดีกว่า

Actually, I will! น้ำเสียง/เจตนา

0:58

จริง ๆ แล้ว ฉันจะทำ!

น้ำเสียง/เจตนา

Actually, I will!: แก้สิ่งที่เพิ่งพูดไป

Actually แสดงว่าผู้พูดกำลังแก้หรือปรับสิ่งที่เพิ่งพูดไป ในการใช้นี้ actually ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมบทสนทนาที่มีความหมายคล้าย “คิดดูอีกที” ไม่ได้เพียงนำเสนอข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่ง คำกริยาหลักหลัง will ถูกละไว้ เพราะรู้จากบทสนทนาอยู่แล้วว่าหมายถึงการกระทำใด I will หมายถึงตอนนี้ผู้พูดตัดสินใจว่าจะทำสิ่งนั้น จึงเป็นการกลับคำจากการตัดสินใจปฏิเสธก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งพูดว่า “I won't help.” แล้ว “Actually, I will!” ทำหน้าที่อย่างไร?

  1. ผู้พูดถามว่าคนอื่นจะช่วยหรือไม่
  2. ผู้พูดให้รายละเอียดข้อเท็จจริงที่เป็นกลางเกี่ยวกับงาน
  3. ผู้พูดกลับคำจากการตัดสินใจก่อนหน้าและบอกว่าจะช่วย
ดูคำตอบ

ผู้พูดกลับคำจากการตัดสินใจก่อนหน้าและบอกว่าจะช่วย

not

0:59

ไม่

today!

0:59

วันนี้!

น้ำเสียง/เจตนา

No, not today! เพื่อกำหนดขอบเขตอย่างหนักแน่น

ในฉากนี้ No, not today! เป็นคำพูดหนักแน่นเพื่อหยุดพฤติกรรมที่กำลังเกิดขึ้น หมายถึงประมาณว่า “วันนี้อย่าทำแบบนั้น” หรือ “ตอนนี้ฉันจะไม่ยอมรับพฤติกรรมแบบนี้” ถ้าดูตามตัวอักษร คำเหล่านี้อาจพูดถึงวันก็ได้ แต่บริบททำให้หน้าที่ของคำเปลี่ยนไป เมื่ออีกฝ่ายกำลังก่อกวนอยู่ not today คือการปฏิเสธพฤติกรรมนั้น ไม่ใช่แค่พูดถึงกำหนดการ

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าจริงหรือเท็จ: ในฉากนี้ No, not today! มีหน้าที่หลักเพื่อบอกว่ากิจกรรมถูกกำหนดไว้วันไหน

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

Up, down.

1:00

ขึ้น ลง

Up, down.

1:01

ขึ้น ลง

Up, down.

1:01

ขึ้น ลง

Up, down.

1:01

ขึ้น ลง

Up, down.

1:02

ขึ้น ลง

Up, down.

1:02

ขึ้น ลง

Unicorse!

1:02

Unicorse!

That is bad behavior. การใช้คำ

1:03

ทำตัวไม่น่ารักเลยนะ

การใช้คำ

bad behavior: วิจารณ์การกระทำ ไม่ใช่ตัวบุคคล

Bad behavior หมายถึงพฤติกรรมที่ผิด หยาบคาย หรือฝ่าฝืนกฎ ใน That is bad behavior คำว่า that ชี้ไปที่สิ่งที่ใครบางคนกำลังทำ และ behavior เรียกการกระทำหรือวิธีปฏิบัติตัวนั้น คำพูดนี้วิจารณ์พฤติกรรมโดยไม่ได้บอกว่าคนนั้นเป็นคนไม่ดีทั้งหมด จึงเหมาะกับการตักเตือนโดยยังเน้นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

แบบฝึกหัด

That is bad behavior วิจารณ์สิ่งใดโดยตรงมากที่สุด

  1. วันที่เกิดการกระทำ
  2. การกระทำหรือวิธีปฏิบัติตัว
  3. ตัวบุคคลทั้งหมด
ดูคำตอบ

การกระทำหรือวิธีปฏิบัติตัว

Meep, meep, meep.

1:05

มี๊บ มี๊บ มี๊บ

Meep, meep, meep.

1:05

มี๊บ มี๊บ มี๊บ

Oh, so is that! ไวยากรณ์

1:07

โอ๊ะ นั่นก็เหมือนกันแหละ!

ไวยากรณ์

so is that: ใช้คำบรรยายเดียวกันกับอีกสิ่งหนึ่ง

ใน so is that คำว่า so หมายถึง “ก็เหมือนกัน” หรือ “ข้อความเดียวกันนี้ใช้ได้ด้วย” ไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น” ส่วน that ชี้ไปที่พฤติกรรมอีกอย่างที่เพิ่งกล่าวถึง ผู้พูดจึงหมายความว่าคำประเมินเชิงลบเดียวกันใช้กับพฤติกรรมนั้นด้วย โครงสร้างคือ so + กริยาช่วยหรือกริยา be + ประธาน เพราะคำบรรยายก่อนหน้าใช้ is รูปที่สอดคล้องกันจึงเป็น so is that ในที่นี้ยังเป็นการโต้กลับสั้น ๆ โดยนำคำวิจารณ์ของอีกฝ่ายไปใช้กับการกระทำอีกอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป so + be ที่ตรงกัน: The red bag is heavy, and ____ the blue bag.

ดูคำตอบ

so is

Meep, meep, meep, meep.

1:09

มี๊บ มี๊บ มี๊บ มี๊บ

Shall we continue? น้ำเสียง/เจตนา

1:10

เราเล่าต่อกันดีไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Shall we continue?: เสนออย่างสุภาพให้กลับมาทำต่อ

Shall we continue? ใช้โครงสร้าง Shall we + กริยารูปพื้นฐาน...? เพื่อเสนอการกระทำที่ผู้พูดและผู้ฟังจะทำร่วมกัน เป็นการถามว่าทุกคนควรไปต่อหรือไม่ ไม่ใช่การถามเพื่อคาดการณ์อนาคต หลังจากมีการขัดจังหวะ continue หมายถึงกลับมาทำกิจกรรมร่วมกันต่อ รูปคำถามทำให้การชวนกลับเข้าสู่กิจกรรมฟังนุ่มนวลและร่วมมือกันมากกว่าคำสั่ง Continue

แบบฝึกหัด

หลังจากกิจกรรมกลุ่มถูกขัดจังหวะ หน้าที่หลักของ Shall we continue? คืออะไร

  1. สั่งให้อีกคนหนึ่งทำต่อเพียงลำพัง
  2. คาดการณ์ว่ากิจกรรมจะดำเนินต่อไป
  3. เสนออย่างสุภาพให้กลุ่มกลับมาทำกิจกรรมต่อ
ดูคำตอบ

เสนออย่างสุภาพให้กลุ่มกลับมาทำกิจกรรมต่อ

Oh, yes.

1:12

โอ้ ได้สิ

Uh meep.

1:13

เอ่อ มี๊บ

So the queen walked a few steps and stood on a prickle. โน้ต

1:15

พระราชินีเดินไปได้สองสามก้าวแล้วก็เหยียบโดนหนาม

ลำดับความ

So ที่หมายถึง “จากนั้น” ในเรื่องเล่า

So ที่ต้นประโยคนี้เชื่อมการตัดสินใจหรือสถานการณ์ก่อนหน้าเข้ากับเหตุการณ์ถัดไป ในที่นี้มีความหมายประมาณว่า “ดังนั้น” หรือ “จากนั้น” พระราชินีเริ่มลงมือทำและเรื่องราวก็ดำเนินต่อไป ในการเล่าเรื่อง So ที่ต้นประโยคสามารถใช้เกริ่นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาหรือผลจากสิ่งที่เกิดก่อนหน้าได้ ไม่ได้หมายถึงข้อสรุปที่ผ่านการใช้เหตุผลอย่างเป็นทางการและรอบคอบเสมอไป

แบบฝึกหัด

So ที่ต้นประโยค “So the queen walked a few steps...” ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. เกริ่นเหตุการณ์ถัดไปในเรื่อง
  2. เกริ่นเงื่อนไขที่อาจไม่เกิดขึ้น
  3. เน้นคำว่า queen ให้หนักแน่นขึ้น
ดูคำตอบ

เกริ่นเหตุการณ์ถัดไปในเรื่อง

วลี

a few steps: ระยะเดินสั้น ๆ

ใน walked a few steps คำว่า a few หมายถึงจำนวนเล็กน้อย และ steps คือการก้าวเท้าขณะเดิน วลีทั้งหมดหมายความว่าพระราชินีเดินไปเป็นระยะทางสั้น ๆ เท่านั้น คำกริยา walked ทำให้ความหมายชัดเจนว่า steps ในที่นี้คือก้าวเดินจริง ๆ ไม่ใช่ขั้นตอนของกระบวนการหรือขั้นบันได

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย a few และคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงการขยับเท้าหนึ่งครั้ง: Please move ____ closer to the window.

ดูคำตอบ

a few steps

การใช้คำ

stood on a prickle: เผลอเหยียบสิ่งที่แหลมคม

ในลำดับเหตุการณ์นี้ stood on a prickle หมายถึงเท้าของราชินีเหยียบลงบนปลายแหลมเล็ก ๆ คล้ายหนาม จึงทำให้เจ็บ stood เป็นรูปอดีตของ stand stand on ยังใช้บอกการยืนอยู่บนสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อเนื่องได้ แต่บริบทที่เป็นลำดับการกระทำในที่นี้ทำให้หมายถึงเหตุการณ์ชั่วขณะ คือราชินีเหยียบหนาม ประเด็นสำคัญคือการสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ ไม่ใช่การยืนอยู่นาน ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า Leo เผลอเหยียบของเล่นและทำให้เท้าเจ็บ

  1. Leo picked up a toy and hurt his foot.
  2. Leo stood by a toy and hurt his foot.
  3. Leo stood on a toy and hurt his foot.
ดูคำตอบ

Leo stood on a toy and hurt his foot.

Ouch!

1:18

โอ๊ย!

Ah!

1:19

อ๊า!

Unicorse!

1:20

Unicorse!

That's mean. การใช้คำ

1:21

ใจร้ายมากเลย

การใช้คำ

That's mean.: การตัดสินว่าพฤติกรรมนั้นใจร้าย

That's เป็นรูปย่อของ that is ในที่นี้ mean เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง be และหมายถึงใจร้าย ไม่เป็นมิตร หรือทำร้ายความรู้สึก ผู้พูดกำลังตัดสินคำพูด มุกตลก หรือการกระทำบางอย่าง mean ในที่นี้ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “หมายความว่า” เหมือนใน What does that mean? รูปแบบ That's mean เป็นการประเมินพฤติกรรมโดยตรง

แบบฝึกหัด

ในประโยค Don't laugh at him. That's mean. คำว่า mean สื่อความหมายอะไร

  1. พฤติกรรมนั้นไม่เป็นมิตร
  2. ตัวเลขนั้นเป็นค่าเฉลี่ย
  3. ประโยคนี้กำลังขอคำนิยาม
ดูคำตอบ

พฤติกรรมนั้นไม่เป็นมิตร

How would you feel if you stood on a prickle? ไวยากรณ์

1:22

เธอจะรู้สึกยังไงถ้าไปเหยียบโดนหนาม

ไวยากรณ์

How would you feel if...: ชวนให้อีกฝ่ายจินตนาการว่าตนอยู่ในสถานการณ์สมมติ

How would you feel if...? ไม่ได้ถามถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แต่ขอให้ผู้ฟังจินตนาการสถานการณ์หนึ่ง ประโยคคำถามหลักใช้ would เพื่อบอกปฏิกิริยาในจินตนาการ ส่วน stood เป็นรูปอดีตธรรมดาในอนุประโยค if ที่ใช้บอกว่านี่เป็นสมมติฐาน ไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุการณ์ในอดีตจริง คำถามนี้ชวนให้อีกฝ่ายลองนึกว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์นั้น จึงใช้เพื่อกระตุ้นความเห็นอกเห็นใจหรือให้คิดว่าการกระทำหนึ่งจะส่งผลต่อตนเองอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ How would you feel if...? ให้สมบูรณ์: How ____ you feel if your best friend moved away?

ดูคำตอบ

would

I'd feel good.

1:24

ฉันคงรู้สึกดี

I'd feel so good I'd dance. ไวยากรณ์

1:25

ฉันคงรู้สึกดีจนเต้นเลย

ไวยากรณ์

so good I'd dance: โครงสร้างบอกผล so ... (that) ...

ใน so good I'd dance คำว่า so ขยายระดับของคำคุณศัพท์ good และอนุประโยคถัดไปบอกผลลัพธ์ คือรู้สึกดีมากจนตามมาด้วยการเต้น ในบทสนทนามักละคำเชื่อม that ดังนั้นโครงสร้างเต็มคือ so + คำคุณศัพท์ + (that) + อนุประโยคบอกผล I'd ทั้งสองตำแหน่งหมายถึง I would เพราะแต่ละตำแหน่งตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน feel หรือ dance ผลลัพธ์ในที่นี้จงใจทำให้ไร้เหตุผลและเกินจริง เพราะการเหยียบหนามควรเจ็บ แต่ผู้พูดกลับอ้างว่าจะรู้สึกดีจนเต้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + อนุประโยคบอกผลได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยละ that?

  1. Because the soup was hot, I had to wait.
  2. The soup was so hot I had to wait.
  3. The soup was so hot that I had to wait.
ดูคำตอบ

The soup was so hot I had to wait.

You wouldn't dance! You'd be crying, like the queen. ไวยากรณ์

1:28

เธอไม่เต้นหรอก! เธอจะร้องไห้เหมือนพระราชินีน่ะสิ

ไวยากรณ์

You'd be crying: would be + -ing ในสถานการณ์สมมติ

You'd be crying หมายถึง you would be crying โดย 'd ในที่นี้ย่อมาจาก would เพราะคำที่ตามมาคือ be ไม่ใช่กริยาช่อง past participle โครงสร้าง would be + -ing แสดงการกระทำหรือปฏิกิริยาที่กำลังเกิดขึ้นภายในสถานการณ์สมมติ ในประโยคนี้ ผู้พูดจินตนาการว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้ ไม่ใช่กำลังเต้น

แบบฝึกหัด

เติมผลที่กำลังเกิดขึ้นในสถานการณ์สมมติด้วย would be + -ing: If you missed the bus, you ____ waiting for the next one.

ดูคำตอบ

would be

Well, maybe she should wear some shoes. น้ำเสียง/เจตนา

1:31

งั้น เธอคงต้องใส่รองเท้าแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Well, maybe she should...: ทำให้คำแนะนำฟังดูนุ่มนวลขึ้น

should ในที่นี้ใช้เสนอวิธีแก้ ไม่ได้เป็นการตัดสินทางศีลธรรมหรือบอกถึงหน้าที่ที่เคร่งครัด Well ทำให้คำตอบฟังดูเหมือนผ่านการคิดหรือมีความลังเลเล็กน้อย ส่วน maybe ลดความมั่นใจของผู้พูด เมื่อรวมเป็น Well, maybe she should... ความคิดนั้นจึงฟังเป็นคำแนะนำแบบสบาย ๆ และไม่ยืนยันหนักแน่น ไม่ใช่คำสั่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการเสนอคำแนะนำแบบไม่ยืนยันหนักแน่นและเป็นธรรมชาติในการสนทนา?

  1. Well, maybe you should ask the teacher.
  2. You must ask the teacher right now.
  3. You asked the teacher yesterday.
ดูคำตอบ

Well, maybe you should ask the teacher.

Unicorse!

1:34

Unicorse!

Anyway, ลำดับความ

1:35

เอาเป็นว่า

ลำดับความ

Anyway เพื่อกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก

ในที่นี้ Anyway ใช้จบช่วงที่มีคนพูดแทรกและดึงผู้ฟังกลับมาสู่เรื่องหลัก ในหน้าที่นี้คำนี้เป็นคำบอกการจัดลำดับบทสนทนา เมื่ออยู่ต้นช่วงการพูดใหม่ คำนี้อาจหมายถึง “พักเรื่องนั้นไว้ก่อน แล้วพูดต่อกันเถอะ” เป็นการใช้เพื่อจัดการหัวข้อ ไม่ใช่ความหมายเชิงตรรกะว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

แบบฝึกหัด

หลังจากถูกขัดจังหวะ ผู้พูดพูดว่า Anyway แล้วเล่าเรื่องเดิมต่อ คำว่า Anyway ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?

  1. เริ่มเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  2. กลับเข้าสู่ประเด็นหลัก
  3. แสดงว่าผู้พูดไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ดูคำตอบ

กลับเข้าสู่ประเด็นหลัก

the queen discovered that her whole kingdom was covered in prickles. วลี

1:36

พระราชินีค้นพบว่าทั่วทั้งอาณาจักรของพระองค์เต็มไปด้วยหนาม

วลี

was covered in prickles: โครงสร้าง be covered in + คำนาม

โครงสร้าง be covered in + คำนาม หมายถึงมีสิ่งนั้นจำนวนมากกระจายอยู่บนพื้นผิว วัตถุ หรือพื้นที่ ในที่นี้ was covered in prickles หมายถึงมีหนามอยู่ทั่วทั้งอาณาจักร Covered in เน้นว่าสิ่งนั้นกระจายอยู่ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าอาณาจักรถูกหนามคลุมจนมองไม่เห็นทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย covered: After the walk, our boots were ____ mud.

ดูคำตอบ

covered in

What was she to do? ลำดับความ

1:40

เธอจะทำยังไงดีล่ะ

ลำดับความ

What was she to do? ในฐานะคำถามที่นำเสนอปัญหาในเรื่อง

ในคำถามนี้ What was she to do? หมายถึง “ในสถานการณ์นั้น เธอจะทำอะไรได้หรือควรทำอย่างไร” รูปอดีตทำให้ปัญหานี้อยู่ในช่วงเวลาของเรื่อง ไม่ได้ถามถึงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนั้น ผู้เล่าใช้คำถามนี้เพื่อหยุดตรงปัญหาชั่วครู่และทำให้ผู้ฟังสงสัยว่าตัวละครจะแก้ปัญหาอย่างไร โครงสร้าง What was/were + ประธาน + to do? ใช้นำเสนอสถานการณ์ในอดีตที่ดูเหมือนไม่มีทางเลือกชัดเจนได้

แบบฝึกหัด

ในเรื่องหนึ่ง เด็กผู้หญิงพบว่าทางออกทุกทางถูกล็อก What was she to do? ถามถึงอะไร?

  1. เธอจะรับมือหรือควรรับมือกับปัญหานี้อย่างไร?
  2. ตอนนั้นเธอกำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่?
  3. เธอทำอะไรเสร็จไปแล้ว?
ดูคำตอบ

เธอจะรับมือหรือควรรับมือกับปัญหานี้อย่างไร?

Make shoes!

1:42

ทำรองเท้าไง!

Uh

1:44

เอ่อ

Bluey!

1:44

Bluey!

Oh, I know.

1:45

โอ้ ฉันรู้ละ

Unicorse,

1:46

Unicorse

what's your favorite food?

1:47

ของโปรดของเธอคืออะไรเหรอ?

Children.

1:50

เด็กๆ ไง

Oh.

1:51

โอ้

Just kidding. น้ำเสียง/เจตนา

1:52

ล้อเล่นน่า

น้ำเสียง/เจตนา

Just kidding. เพื่อบอกว่าคำพูดก่อนหน้าเป็นเรื่องล้อเล่น

Just kidding. หมายถึง “ฉันแค่ล้อเล่น” เป็นการบอกผู้ฟังว่าอย่าถือว่าคำพูดก่อนหน้าเป็นเรื่องจริงหรือจริงจัง ประโยคนี้ละประธานและรูปหนึ่งของ be ที่เข้าใจได้อยู่แล้ว จึงเป็นรูปภาษาพูดแบบสั้นของ I’m just kidding. just ในที่นี้หมายถึง “เพียงแค่” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” วลีนี้ใช้ถอนคำพูดที่พูดเล่นหรือชี้แจงเจตนาของผู้พูดได้อย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

คุณพูดสิ่งที่ไม่จริงเพื่อหยอกเล่น และต้องการบอกเพื่อนทันทีว่าอย่าถือเป็นเรื่องจริงจัง คุณควรพูดว่าอะไร?

  1. Just checking.
  2. Just kidding.
  3. Just waiting.
ดูคำตอบ

Just kidding.

I like chicken bucket.

1:53

ฉันชอบไก่ทอดถัง

Oh, great.

1:54

โอ้ เยี่ยมเลย

Look, here's some chicken bucket. น้ำเสียง/เจตนา

1:55

ดูสิ นี่ไงไก่ทอดถัง

น้ำเสียง/เจตนา

Look, here's ... เพื่อเรียกความสนใจและแสดงบางสิ่ง

ในประโยคนี้ Look ใช้เรียกความสนใจของผู้ฟัง ไม่ได้หมายความว่าต้องจ้องดูเป็นเวลานานเสมอไป มีหน้าที่คล้ายกับ “ดูนี่สิ” ก่อนที่ผู้พูดจะแสดงหรือยื่นบางอย่างให้ here's เป็นรูปย่อของ here is โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Look, here's + นามวลี ซึ่งใช้ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่อยู่ตรงหน้าในสถานการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

เมื่อใช้โครงสร้าง Look, here's ... ผู้พูดมักกำลังทำอะไร?

  1. อธิบายว่าสิ่งหนึ่งเคยอยู่ที่ไหนในอดีต
  2. ขอให้อีกฝ่ายจ้องบางสิ่งเป็นเวลานาน
  3. เรียกความสนใจของอีกฝ่ายและแสดงสิ่งที่อยู่ใกล้ ๆ
ดูคำตอบ

เรียกความสนใจของอีกฝ่ายและแสดงสิ่งที่อยู่ใกล้ ๆ

Ah, thank you.

1:58

อา ขอบใจนะ

Mighty kind. การใช้คำ

1:59

ใจดีจังเลย

การใช้คำ

mighty ใน Mighty kind. ที่หมายถึง very

ใน Mighty kind. คำว่า mighty ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง powerful แต่เป็นคำวิเศษณ์เพิ่มระดับที่ขยาย kind และมีความหมายใกล้เคียงกับ very วลีนี้เป็นรูปละคำของประโยคอย่าง That's mighty kind of you. คำตอบนี้แสดงความขอบคุณหรือความซาบซึ้ง แต่ mighty ทำให้มีน้ำเสียงที่เด่นชัด ซึ่งอาจฟังดูไม่เป็นทางการ ล้าสมัย มีสีสันท้องถิ่น หรือเหมือนการแสดง

แบบฝึกหัด

ใน Mighty kind. คำว่า mighty ทำหน้าที่อะไร?

  1. เปลี่ยน kind ให้เป็นคำนามที่หมายถึงประเภทหนึ่ง
  2. หมายถึง very และเพิ่มระดับให้คำคุณศัพท์ kind
  3. หมายถึงมีพลังทางกายและบรรยายคนที่ไม่ได้กล่าวออกมา
ดูคำตอบ

หมายถึง very และเพิ่มระดับให้คำคุณศัพท์ kind

Okay, we're good to go. วลี

2:00

โอเค เรามาลุยกันต่อเลย

วลี

we're good to go: พร้อมเริ่มหรือทำต่อได้แล้ว

ใน “we're good to go” วลี “be good to go” เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ในการสนทนา หมายความว่าเงื่อนไขที่จำเป็นพร้อมแล้ว จึงเริ่มหรือทำต่อได้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าสิ่งที่ทำให้ต้องหยุดชั่วคราวหมดไปแล้ว และกลับไปทำกิจกรรมเดิมต่อได้ ประธานอาจเป็นคน สิ่งของ หรือกระบวนการก็ได้: “X is good to go” หมายถึง X พร้อมสำหรับขั้นตอนถัดไป คำว่า “good” ในที่นี้ไม่ได้แค่บอกว่ามีสภาพโดยรวม “ดี”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เตรียมพร้อมครบถ้วนและออกเดินทางได้”: The tickets are downloaded, and we're ____.

ดูคำตอบ

good to go