Bluey ตอนเต็ม | บลูอี้กับบิงโกแต่งตัวเป็นคุณย่า! 😆 | @disneyjr: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Disney Jr.
ภาพรวมวิดีโอ: Bluey กับ Bingo เล่นสมมติเป็นคุณยายและเถียงกันว่าคุณยายเต้นฟลอสได้หรือไม่ เมื่อการพิสูจน์ว่าตนถูกทำให้ Bingo หมดสนุก Bluey จึงสอน Nana ให้เต้นเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง และปิดท้ายด้วยการจินตนาการว่าพี่น้องคู่นี้จะยังเต้นฟลอสเมื่อแก่ตัวลง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. can you floss? / No, not your teeth. The flossing dance. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า floss อาจหมายถึงการใช้ไหมขัดฟันหรือการเต้นชนิดหนึ่ง ประโยคแก้ความเข้าใจผิดแสดงให้เห็นว่าบริบทช่วยแยกสองความหมายได้อย่างไร และช่วยให้คุณสังเกตว่าคำที่คุ้นเคยอาจมีอีกความหมายหนึ่งตามสถานการณ์ 2. That makes two of us. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นคำตอบตามธรรมชาติในความหมายว่า “ฉันก็เหมือนกัน” เมื่อผู้พูดมีความรู้สึกหรือปัญหาเดียวกัน ไม่ใช่การนับคนสองคนตามตัวอักษร การจำเป็นวลีทั้งชุดช่วยให้คุณตอบรับประสบการณ์ร่วมได้สั้น กระชับ และเป็นธรรมชาติ 3. I hope we still floss at their age. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่า hope, still และ at their age เปลี่ยนมุกเรื่องการเต้นที่ปรากฏซ้ำให้เป็นความคิดปิดท้ายเกี่ยวกับอนาคตของสองพี่น้องได้อย่างไร คุณสามารถใช้โครงสร้างนี้ย้อนกลับไปหาธีมก่อนหน้าและจบเรื่องด้วยความรู้สึกอบอุ่น แทนการกล่าวมุกเดิมซ้ำเท่านั้น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Do you wanna ...? สำหรับคำชวนแบบกันเอง
Do you wanna + คำกริยารูปพื้นฐาน? เป็นวิธีพูดแบบกันเองเพื่อถามว่าอีกฝ่ายอยากทำอะไรไหม ในประโยคนี้ใช้เป็นคำชวนที่เป็นมิตรให้มาเล่นด้วยกัน ไม่ใช่คำถามอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความต้องการของอีกฝ่าย wanna แทน want to ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังต้องเป็นรูปพื้นฐาน เช่น wanna play, wanna watch, wanna help
แบบฝึกหัด
เติมคำชวนแบบกันเองนี้ด้วยรูปพูดของ want to: Do you ____ play a game?
ดูคำตอบ
wanna
I don't think ...: การวางคำปฏิเสธไว้กับ think
ในโครงสร้าง I don't think + อนุประโยค ภาษาอังกฤษมักวาง not ไว้กับ think แม้ว่าแนวคิดที่ถูกปฏิเสธจะอยู่ในอนุประโยคถัดไป ในที่นี้ผู้พูดหมายความว่าแนวคิด grannies floss อาจไม่เป็นจริง ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดคิดไม่เป็นหรือไม่อยากคิด รูปแบบที่พบบ่อยนี้เรียกว่าการย้ายคำปฏิเสธขึ้นมา ทำให้ความคิดเห็นเชิงปฏิเสธฟังนุ่มนวลและไม่ตรงเกินไปเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการพูดตรง ๆ ว่า Grannies don't floss.
แบบฝึกหัด
I don't think she knows. มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?
- ฉันไม่อยากให้เธอรู้
- ฉันเชื่อว่าเธอน่าจะไม่รู้
- ฉันไม่สามารถคิดถึงเธอได้
ดูคำตอบ
ฉันเชื่อว่าเธอน่าจะไม่รู้
they do: ใช้ do แทนการกระทำที่กล่าวไปแล้ว
ใน they do คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนวลีกริยา floss ซึ่งกล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ ความหมายเต็มคือ they do floss ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอทำการกระทำใหม่บางอย่างที่ไม่ได้ระบุไว้ คำตอบสั้นแบบนี้ช่วยเลี่ยงการพูดซ้ำ และในประโยคนี้ยังใช้แย้งคำกล่าวปฏิเสธก่อนหน้าอีกด้วย do จึงสื่อการเน้นเปรียบต่างว่าพวกเธอทำ floss จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบของ B โดยไม่พูด work ซ้ำ ใช้สรรพนามประธานแทน these old radios และกริยาช่วยที่ถูกต้อง A: These old radios don't work. B: Actually, ____.
ดูคำตอบ
they do
Has ... ever been cleaned?: คำถาม present perfect แบบกรรมวาจก
Has this thing ever been cleaned? มีโครงสร้าง Has + ประธาน + ever + been + กริยาช่องที่สาม เป็นคำถาม present perfect แบบกรรมวาจก จึงเน้นว่าสิ่งของนั้นเคยได้รับการทำความสะอาดหรือไม่ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นคนทำ Ever หมายถึงช่วงเวลาใดก็ตามจนถึงตอนนี้ คำถามนี้ถามถึงประวัติของสิ่งของโดยไม่ระบุเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมคำถาม present perfect แบบกรรมวาจกให้สมบูรณ์: ____ this bicycle ever ____ repaired?
ดูคำตอบ
Has · been
Here come the grannies!: ใช้บอกว่ามาถึงแล้ว
Here come the grannies! ใช้บอกว่าบรรดาคุณยายกำลังเดินเข้ามาหรือเพิ่งปรากฏให้เห็นในตอนนั้น การวาง here ไว้ต้นประโยคทำให้ฟังมีชีวิตชีวาแบบ “ดูสิ พวกท่านมาแล้ว!” มากกว่าการบอกข้อเท็จจริงเฉย ๆ เมื่อประธานเป็นคำนาม โครงสร้างบอกการมาถึงนี้ใช้ลำดับ here + กริยา + ประธาน กริยาต้องสอดคล้องกับประธานที่ตามหลังมา โดยใช้ come กับ the grannies ซึ่งเป็นพหูพจน์ และใช้ comes กับคำนามเอกพจน์
แบบฝึกหัด
รถบัสสองคันกำลังเข้ามาใกล้ ประโยคใดใช้บอกการมาถึงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Here the buses come!
- Here come the buses!
- Here comes the buses!
ดูคำตอบ
Here come the buses!
Make sure you pick up some beans for dinner, Rita. โน้ต
0:54อย่าลืมหยิบถั่วไปทำมื้อเย็นด้วยนะ ริต้า.
Make sure + อนุประโยค: ใช้ย้ำเตือนอย่างชัดเจน
ใน Make sure you pick up some beans คำว่า Make sure ใช้นำคำเตือนที่ชัดเจนและจริงจัง ผู้พูดต้องการให้ริต้าทำให้แน่ใจว่าการซื้อถั่วเกิดขึ้นจริง ไม่ได้หมายถึง “สร้างความแน่ใจ” ตามคำต่อคำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Make sure + อนุประโยค โดยอนุประโยคมีประธานและกริยาของตัวเอง ในประโยคนี้คือ you + pick up ซึ่งบอกการกระทำหรือผลลัพธ์ที่ต้องเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: Before you leave, ____ you have your keys.
ดูคำตอบ
Make sure
pick up some beans: ซื้อของแล้วนำกลับมา
ในที่นี้ pick up some beans หมายถึงซื้อหรือไปรับถั่วแล้วนำกลับมาสำหรับมื้อเย็น ไม่ได้หมายถึงหยิบถั่วขึ้นมาจากพื้น ในรูปแบบ pick up + สิ่งของ บริบทอาจบอกว่าใครคนหนึ่งซื้อของอย่างรวดเร็วหรือไปรับของ โดยมักทำระหว่างที่กำลังไปที่อื่น สิ่งของนั้นคือของที่เขาได้มาและนำติดตัวไป
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Could you pick up some eggs on your way home?” คำว่า pick up น่าจะหมายถึงอะไร
- หยิบไข่ขึ้นมาจากพื้น
- ทำไข่เป็นอาหารเย็น
- ซื้อไข่แล้วนำกลับบ้าน
ดูคำตอบ
ซื้อไข่แล้วนำกลับบ้าน
What was that, Janet?: การขอให้พูดซ้ำ
ในที่นี้ What was that? หมายถึง “เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ” ผู้พูดไม่ได้ยินหรือไม่เข้าใจคำพูดของ Janet และต้องการให้เธอพูดซ้ำ คำว่า that หมายถึงคำพูดที่เพิ่งพูดไป ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ คำถามสั้น ๆ นี้ช่วยแก้ปัญหาเล็กน้อยในการสนทนา โดยหยุดการโต้ตอบชั่วครู่เพื่อให้อีกฝ่ายพูดข้อความนั้นอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
คุณไม่ได้ยินสิ่งที่เพื่อนร่วมงานเพิ่งพูด ประโยคตอบใดใช้ขอให้เขาพูดซ้ำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- What is that over there?
- Sorry, what was that?
- Why was that?
ดูคำตอบ
Sorry, what was that?
Pardon? สำหรับขอให้อีกฝ่ายพูดซ้ำอย่างสุภาพ
เมื่อพูด Pardon? เพียงคำเดียวเป็นคำถาม จะเป็นการขอให้อีกฝ่ายพูดซ้ำหรืออธิบายสิ่งที่เพิ่งพูดอย่างสุภาพ ในที่นี้หมายถึง “ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม” ไม่ได้หมายถึง “ฉันยกโทษให้คุณ” คำนี้สามารถใช้เป็นคำตอบที่สมบูรณ์ในการสนทนาได้ การขึ้นเสียงท้ายคำถามช่วยบอกว่าผู้พูดได้ยินไม่ชัดหรือไม่เข้าใจ
แบบฝึกหัด
มีคนพูดเบาเกินไป Pardon? น่าจะหมายความว่าอะไร
- ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม
- กรุณาออกไป
- ฉันยกโทษให้คุณ
ดูคำตอบ
ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม
Don't worry about her: ปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจ
Don't worry about her อยู่ในรูปคำสั่งปฏิเสธ แต่ในประโยคนี้ใช้เพื่อปลอบผู้ฟังและลดความตึงเครียด ผู้พูดหมายความว่าผู้ฟังไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงคนที่คำว่า her กล่าวถึง โครงสร้าง Don't worry about + คนหรือสิ่งของ ระบุว่าเป็นห่วงเรื่องใด ตามสถานการณ์ อาจหมายถึงคนนั้นจะไม่เป็นอะไร หรือผู้ฟังไม่ควรปล่อยให้พฤติกรรมของคนนั้นรบกวนใจ
แบบฝึกหัด
ใน “Don't worry about her. She's safe,” ผู้พูดกำลังทำอะไร
- ปลอบผู้ฟังและลดความกังวล
- ถามผู้ฟังว่าทำไมเธอจึงกังวล
- บอกผู้ฟังให้ทำให้เธอรู้สึกกังวล
ดูคำตอบ
ปลอบผู้ฟังและลดความกังวล
She's just looking for ...: ใช้ look for ในความหมายว่า “ค้นหา”
She's just looking for ... หมายความว่าเธอกำลังพยายามหาอะไรบางอย่าง She's เป็นรูปย่อของ she is และ is looking แสดงว่าการค้นหากำลังเกิดขึ้นอยู่ คนหรือสิ่งของที่กำลังหาจะอยู่หลัง for look for ทำหน้าที่เป็นวลีเดียวกันในที่นี้ จึงตัด for ออกไม่ได้ ส่วน just หมายถึง “แค่” หรือ “เพียง” และทำให้คำอธิบายฟังดูสบาย ๆ เหมือนไม่มีเรื่องที่ร้ายแรงกว่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปจาก look for ให้ประโยคสมบูรณ์: Leo cannot find his library book, so he is looking ____ it.
ดูคำตอบ
for
Just having a nana nap: ถ้อยคำขี้เล่นที่ให้ลักษณะแบบคุณยาย
ใน nana nap คำว่า nana เป็นคำเรียกคุณย่าหรือคุณยายอย่างสนิทสนมในบางครอบครัว ส่วน nap หมายถึงการนอนสั้น ๆ nana nap ไม่ใช่ศัพท์ทางการมาตรฐาน แต่ในที่นี้ใช้เติมลักษณะของคุณยายให้กับการงีบธรรมดาอย่างขี้เล่น Just having ... เป็นคำตอบสั้น ๆ ในภาษาพูด ซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็น I'm just having .... คำว่า just ทำให้กิจกรรมนี้ฟังดูเล็กน้อยและสบาย ๆ เมื่อรวมกันแล้ว ถ้อยคำนี้สร้างน้ำเสียงอบอุ่นและขี้เล่นแบบสวมบทบาท
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ nana nap สื่อความหมายอย่างไร?
- วิธีพูดถึงการงีบสั้น ๆ อย่างขี้เล่นโดยเติมลักษณะของคุณยาย
- การงีบที่เกิดขึ้นได้เฉพาะในบ้านของคุณยายเท่านั้น
- ชื่อทางการแพทย์ของความผิดปกติด้านการนอน
ดูคำตอบ
วิธีพูดถึงการงีบสั้น ๆ อย่างขี้เล่นโดยเติมลักษณะของคุณยาย
What have you got there? สำหรับถามถึงสิ่งของที่เพิ่งสังเกตเห็น
What have you got there? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายมี ถือ หรือวางสิ่งของอะไรไว้ใกล้ตัว หลังจากผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็นสิ่งนั้น ในบทสนทนาทั่วไป have got ในที่นี้มีความหมายเหมือน have there ชี้ไปยังตำแหน่งที่อีกฝ่ายอยู่หรือสิ่งของที่อยู่กับอีกฝ่าย ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่ไกล น้ำเสียงอาจทำให้คำถามนี้แสดงความสงสัยใคร่รู้ ความประหลาดใจ หรือความระแวงได้
แบบฝึกหัด
คุณสังเกตเห็นว่าเพื่อนซ่อนของชิ้นเล็กไว้ในมือข้างหนึ่ง คำถามใดใช้ถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าของนั้นคืออะไร
- What are you doing there?
- What have you got there?
- Where are you going?
ดูคำตอบ
What have you got there?
you have to pay for those: หน้าที่ที่ต้องจ่ายเงินค่าสินค้า
ใน you have to pay for those โครงสร้าง have to + คำกริยารูปพื้นฐานแสดงถึงหน้าที่หรือสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ซึ่งในที่นี้คือต้องจ่ายเงิน have เป็นส่วนหนึ่งของ have to และไม่ได้หมายถึง “มี” หรือ “เป็นเจ้าของ” pay for + สิ่งของหรือบริการบอกว่าจ่ายเงินเพื่ออะไร ส่วน those ชี้ถึงสิ่งของหลายชิ้นที่มองเห็นอยู่หรือกล่าวถึงไปแล้ว และในประโยคเต็มหมายถึงถั่วเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ลูกค้าคนหนึ่งกำลังจะออกจากร้านพร้อม snacks บางส่วน ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าต้องจ่ายเงินค่าสินค้าเหล่านั้น
- You have to pay those snacks.
- You have to pay to those snacks.
- You have to pay for those snacks.
ดูคำตอบ
You have to pay for those snacks.
You can only do what Grannies do: จำกัดการกระทำที่ได้รับอนุญาต
Can only do จำกัดขอบเขตของการกระทำที่ได้รับอนุญาต ผู้ฟังทำสิ่งที่พวกคุณย่าคุณยายทำได้เท่านั้น และทำอย่างอื่นไม่ได้ ในกฎหรือคำสั่ง can only + คำกริยารูปพื้นฐานบอกว่าสิ่งใดได้รับอนุญาต ไม่ได้บอกเพียงว่าใครมีความสามารถทำอะไร What Grannies do เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม หมายถึง “สิ่งที่พวกคุณย่าคุณยายทำ” อนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของ do และ what ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มคำถามอีกคำถามหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผู้เล่นเลียนแบบการกระทำของคนนำได้เท่านั้น และทำอย่างอื่นไม่ได้
- You can only copy what the leader does.
- You cannot copy what the leader does.
- You can copy what the leader does.
ดูคำตอบ
You can only copy what the leader does.
who's right, me or Bingo?: ขอให้บุคคลที่สามตัดสิน
Who's right, me or Bingo? เป็นการขอให้บุคคลที่สามตัดสินว่าฝ่ายใดถูกในความขัดแย้ง ในที่นี้ right หมายถึง “ถูกต้อง” ไม่ได้หมายถึง “อยู่ทางขวา” Me or Bingo ระบุคนสองคนที่นำมาเปรียบเทียบ โครงสร้างสั้น ๆ นี้เป็นธรรมชาติในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ และแทนคำถามเต็มรูปแบบ เช่น Am I right, or is Bingo right?
แบบฝึกหัด
ใน Who's right, me or Bingo? ผู้พูดกำลังขอให้แม่ทำอะไร
- ตัดสินว่าคนสองคนนี้ใครถูก
- บอกว่าใครยืนอยู่ทางขวา
- แนะนำบิงโกให้ใครสักคนรู้จัก
ดูคำตอบ
ตัดสินว่าคนสองคนนี้ใครถูก
Turn on the TV: turn on + เครื่องใช้ไฟฟ้า
Turn on the TV หมายถึงทำให้ทีวีเริ่มทำงาน หรือเปิดทีวี turn on เป็นกริยาวลี โดย on เป็นส่วนหนึ่งของ turn on และไม่ได้บอกตำแหน่งในประโยคนี้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง turn on the TV และ turn the TV on แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า turn it on ไม่ใช่ turn on it
แบบฝึกหัด
ใช้ turn on กับคำสรรพนาม it เพื่อเติมคำสั่งให้สมบูรณ์: The fan is off. Please ____.
ดูคำตอบ
turn it on
Change the channel: สำนวนธรรมชาติสำหรับการเปลี่ยนช่อง
Change the channel หมายถึงเลือกช่องทีวีหรือวิทยุช่องอื่น ในโครงสร้างนี้ change รับ the channel เป็นกรรมตรง จึงเป็นคำสั่งที่สมบูรณ์แม้ไม่ได้ระบุว่าจะเปลี่ยนไปช่องใด
แบบฝึกหัด
คุณต้องการเปลี่ยนไปดูช่องทีวีอื่น แต่ไม่ได้ระบุว่าจะไปช่องใด คำขอใดเป็นธรรมชาติ
- Could you change to the channel?
- Could you change the channel?
- Could you turn on the channel?
ดูคำตอบ
Could you change the channel?
Dad, tell Bingo that Grannies don't floss. ไวยากรณ์
2:24พ่อคะ บอกบิงโกทีว่าคุณย่าไม่เต้นฟลอสกันหรอก.
tell Bingo that ...: tell + คน + อนุประโยค that
หลัง tell สามารถตามด้วยคนที่รับข้อความ แล้วจึงตามด้วยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ได้ โครงสร้างคือ tell + someone + that + อนุประโยคสมบูรณ์ ในประโยคนี้ Bingo คือผู้รับข้อความ และ Grannies don't floss คือเนื้อหาที่ขอให้พ่อนำไปบอก that ทำหน้าที่นำเข้าสู่เนื้อหาที่ถ่ายทอด ไม่ได้เริ่มคำสั่งอีกประโยคหนึ่ง ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการอาจละ that ได้ เช่น tell Bingo Grannies don't floss แต่การคง that ไว้จะช่วยให้เห็นจุดเริ่มต้นของข้อความชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ tell + คน + อนุประโยค that ได้ถูกต้องเพื่อถ่ายทอดข้อความ
- Please say Maya that the meeting starts at nine.
- Please tell Maya that the meeting starts at nine.
- Please tell that the meeting starts at nine to Maya.
ดูคำตอบ
Please tell Maya that the meeting starts at nine.
What are you kids on about?: เด็ก ๆ พูดเรื่องอะไรกันอยู่?
be on about เป็นสำนวนไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย หมายถึง “กำลังพูดถึงเรื่องอะไรบางอย่าง” ในคำถามนี้ ผู้พูดถามว่าเด็ก ๆ กำลังพูดเรื่องอะไร โดยมักถามเพราะบทสนทนาฟังดูน่าสับสนหรือแปลก kids เป็นคำเรียกผู้ที่ถูกถามโดยตรง น้ำเสียงของ What are you on about? อาจแสดงเพียงความสงสัยหรือความหงุดหงิดเล็กน้อยก็ได้ ส่วน on about ไม่ได้บอกตำแหน่ง
แบบฝึกหัด
ในคำถาม What are you kids on about? คำว่า on about หมายถึงอะไร
- พวกเธอกำลังพูดเรื่องอะไรกัน?
- พวกเธอตื่นเต้นกับอะไร?
- พวกเธอกำลังยืนอยู่บนอะไร?
ดูคำตอบ
พวกเธอกำลังพูดเรื่องอะไรกัน?
“We want to know, ...” ในฐานะคำเกริ่นนำคำถาม
We want to know เป็นคำเกริ่นที่บอกจุดประสงค์ของผู้พูดว่าพวกเขาต้องการคำตอบ ส่วน do Grannies floss? ที่ตามมาคือคำถามจริง ในที่นี้ คำเกริ่นตามด้วยคำถามตรงที่สมบูรณ์ จึงยังคงวาง do ไว้หน้า Grannies รูปแบบนี้เป็นธรรมชาติในบทสนทนา ส่วนงานเขียนที่ขัดเกลามากขึ้นจะลื่นไหลกว่าหากใช้เครื่องหมายทวิภาค เช่น “We want to know: Do grannies floss?” หรือใช้คำถามทางอ้อม เช่น “We want to know whether grannies floss.”
แบบฝึกหัด
ใน “We want to know, do Grannies floss?” คำว่า We want to know ทำหน้าที่อะไร
- บอกให้ใครบางคนหยุดถามคำถาม
- บอกว่าผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร
- ใช้เกริ่นนำคำถามที่ผู้พูดต้องการคำตอบ
ดูคำตอบ
ใช้เกริ่นนำคำถามที่ผู้พูดต้องการคำตอบ
“How should I know?” ในฐานะคำตอบเชิงย้อนถาม
How should I know? เป็นคำถามย้อน ผู้พูดไม่ได้ถามว่าจะหาความรู้นั้นได้อย่างไร แต่ต้องการสื่อว่า “ฉันไม่มีเหตุผลหรือทางที่จะรู้เรื่องนั้น” should ในที่นี้ใช้โต้แย้งความคาดหวังว่าผู้พูดควรรู้คำตอบ ไม่ได้แสดงถึงหน้าที่ทางศีลธรรม เมื่อเทียบกับ I don't know ที่เป็นกลาง คำตอบนี้มีอารมณ์มากกว่า น้ำเสียงอาจทำให้ฟังดูประหลาดใจ ตั้งรับ ไม่อดทน หรือหงุดหงิดได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า Leo วางกุญแจไว้ที่ไหน แต่คุณไม่ได้เจอ Leo คำตอบใดบอกว่าคุณไม่รู้และยังโต้แย้งความคาดหวังว่าคุณควรรู้ด้วย
- How should I know? I haven't seen Leo.
- I don't know yet, but I'll ask Leo.
- I know exactly where he put them.
ดูคำตอบ
How should I know? I haven't seen Leo.
Go and ask...: บอกให้ใครสักคนไปถาม
ใน “Go and ask your nana!” วลี go and ask ทำหน้าที่เป็นคำสั่งภาษาพูดหนึ่งชุด คือให้ผู้ฟังไปหาคุณยายแล้วถาม ไม่ได้แยก go กับ ask เป็นงานสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ go and + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกให้ใครสักคนไปทำการกระทำถัดไป เช่น go and check หรือ go and see
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งด้วยรูปแบบที่ตรงกับบทเรียน: ____ your sister if the library is open.
ดูคำตอบ
Go and ask
Hang on: ขอให้อีกฝ่ายรอสักครู่
ในการสนทนานี้ Hang on. หมายถึง “รอสักครู่” เป็นการขอให้อีกฝ่ายหยุดชั่วครู่ ไม่ได้หมายถึงให้จับหรือห้อยอยู่กับสิ่งใดตามตัวอักษร ใช้ได้ทั้งทางโทรศัพท์และการสนทนาต่อหน้า มักใช้เมื่อผู้พูดต้องการเวลาสองสามวินาทีก่อนพูดต่อ
แบบฝึกหัด
ใช้วลีไม่เป็นทางการสองคำจากบทเรียนเพื่อขอให้หยุดสั้น ๆ: ____, I need to check the number.
ดูคำตอบ
Hang on
work this thing: ใช้ work ในความหมายว่า “ใช้งาน”
ในที่นี้ work เป็นสกรรมกริยาที่หมายถึง “ใช้หรือควบคุม” ผู้พูดกำลังบอกว่าตนหาวิธีใช้สิ่งของชิ้นนี้ไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าตนทำงานไม่ได้ this thing เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกสิ่งของอย่างกว้าง ๆ เมื่อชื่อของมันไม่สำคัญหรือผู้พูดไม่อยากระบุชื่อ ส่วน can never มักฟังเหมือนการพูดเหมารวมด้วยความหงุดหงิดว่าลองกี่ครั้งก็ไม่สำเร็จ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “I can never work this thing.” คำว่า work หมายถึงอะไร
- มีงานทำ
- สิ่งของชิ้นนั้นทำงานได้เองตามปกติ
- ใช้หรือควบคุมสิ่งของชิ้นนั้น
ดูคำตอบ
ใช้หรือควบคุมสิ่งของชิ้นนั้น
take this thing back: นำสินค้าไปคืน
ในบริบทการซื้อของนี้ take this thing back หมายถึงนำสินค้าไปคืนร้านหรือสถานที่เดิม มักเป็นเพราะสินค้ามีปัญหาหรือผู้พูดไม่ต้องการมันแล้ว ส่วน back แสดงการกลับไปยังสถานที่ก่อนหน้า เมื่อกรรมเป็นคำนาม สามารถวางไว้ระหว่าง take กับ back ได้ เช่น take this thing back แต่เมื่อเป็นคำสรรพนาม ปกติจะต้องอยู่ตรงกลาง โดยพูดว่า take it back ไม่ใช่ take back it ส่วน I'm gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบกันเองของ I'm going to และแสดงแผนของผู้พูด
แบบฝึกหัด
แทนคำนามที่กล่าวซ้ำด้วยคำสรรพนาม แล้วใช้ take ... back เติมประโยคให้สมบูรณ์: These headphones are defective, so I'm going to ____ tomorrow.
ดูคำตอบ
take them back
work this thing out: ทำความเข้าใจหรือแก้ให้ได้
ในประโยคนี้ work this thing out หมายถึง “หาคำตอบว่าสิ่งนี้ทำงานอย่างไรหรือใช้อย่างไร” work out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการหาคำตอบด้วยการคิด ทดลอง หรือแก้ปัญหา ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ออกกำลังกาย” เมื่อกรรมเป็นคำนาม สามารถพูดได้ทั้ง work this thing out และ work out this thing แม้แบบแรกจะเป็นธรรมชาติในประโยคนี้ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง work กับ out คือ work it out ไม่ใช่ work out it
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ work out ในความหมายว่า “แก้หรือทำความเข้าใจสิ่งนั้น” ได้ถูกต้อง
- We can work out it together.
- We can work it together out.
- We can work it out together.
ดูคำตอบ
We can work it out together.
there ya go: คำตอบรับแบบกันเองเมื่อทำสำเร็จหรือยื่นของให้
There ya go แสดงการออกเสียงแบบไม่เป็นทางการของ there you go ในประโยคนี้ใช้ตอบรับเมื่ออีกฝ่ายทำบางอย่างสำเร็จ โดยหมายถึง “นั่นแหละ” หรือ “คุณทำได้แล้ว” วลีเดียวกันนี้ใช้ตอนยื่นของให้ใครบางคนได้ด้วย ซึ่งหมายถึง “นี่ครับ/ค่ะ” ความหมายขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรให้ไปยังสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เพื่อนเปิดขวดโหลที่ติดแน่นได้ในที่สุด แล้วคุณพูดว่า “There ya go!” คุณน่าจะกำลังสื่อความหมายใด
- พรุ่งนี้ค่อยลองใหม่
- นั่นแหละ คุณทำได้แล้ว
- ไปที่ตรงนั้น
ดูคำตอบ
นั่นแหละ คุณทำได้แล้ว
can you floss? ... The flossing dance: สองความหมายของ floss
การใช้คำว่า floss ครั้งแรกจงใจให้ตีความได้สองแบบ คุณยายเข้าใจตามความหมายด้านการดูแลฟันที่ใช้กันทั่วไป คือทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน จึงตอบว่า I floss every night ตามความหมายนั้น No, not your teeth ปฏิเสธการตีความดังกล่าว และ The flossing dance บอกความหมายที่ต้องการ นั่นคือเต้นท่าที่เรียกกันทั่วไปว่า the floss การแก้ความเข้าใจนี้แสดงให้เห็นว่าคำรอบข้าง เช่น teeth และ dance ช่วยเลือกความหมายที่ถูกต้องของคำเดียวกันได้
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนานี้ ในที่สุด can you floss? หมายความว่าอะไร
- คุณใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดฟันเป็นไหม
- คุณเต้นท่า flossing dance เป็นไหม
- คุณเอาไหมขัดฟันให้ฉันดูได้ไหม
ดูคำตอบ
คุณเต้นท่า flossing dance เป็นไหม
I'll give it a go: ตกลงว่าจะลองทำ
Give it a go เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ลองทำ” หรือ “ลองพยายามดู” สรรพนาม it ย้อนกลับไปถึงกิจกรรมที่เพิ่งพูดถึง ส่วน a go หมายถึงการลองหนึ่งครั้ง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปไหน I'll give it a go แสดงความเต็มใจที่จะลอง โดยมักใช้เมื่อผู้พูดยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้ดีเพียงใด ประโยคนี้รับปากว่าจะลอง ไม่ได้รับปากว่าจะสำเร็จ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “ลองทำดู”: I haven't made sushi before, but I'll ____.
ดูคำตอบ
give it a go
That's not it: ใช้แก้สิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งลองทำ
That's not it หมายความว่า สิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งเลือก ทำ หรือเข้าใจนั้นไม่ใช่คำตอบหรือรูปแบบที่ต้องการ ในที่นี้ it แทนท่าทางเป้าหมายหรือวิธีที่ถูกต้อง ไม่ได้แทนสิ่งของชิ้นหนึ่งที่มีการเอ่ยชื่อไว้ ประโยคนี้ใช้แก้ทันทีในความหมายว่า “ไม่ใช่อันนั้น” หรือ “ไม่ใช่แบบนั้น” โดยชี้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ตรงกับเป้าหมาย แทนที่จะตัดสินตรง ๆ ว่าคนหรือความพยายามนั้นผิด
แบบฝึกหัด
เพื่อนทำท่าตามผิด “That's not it” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- ท่านั้นไม่ใช่ท่าที่ต้องการ
- ท่านั้นไม่มีชื่อ
- ท่านั้นอยู่คนละตำแหน่ง
ดูคำตอบ
ท่านั้นไม่ใช่ท่าที่ต้องการ
You've gotta give it some of these!: การสาธิตที่ใช้ท่าทางประกอบ
ประโยคนี้เป็นภาษาพูดมากและใช้ขณะที่ผู้พูดกำลังสาธิตท่าทาง You've gotta หมายถึง “you have got to” หรือ “you need to” ซึ่งแปลว่า “ต้อง” ใน give it some of these คำว่า it หมายถึงการแสดงหรือกิจกรรม ส่วน these ชี้ไปที่ท่าทางที่กำลังสาธิต ประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการยื่นสิ่งของให้บางสิ่ง เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง “ต้องเพิ่มท่าแบบนี้เข้าไปบ้าง!” เนื่องจาก these ต้องอาศัยท่าทางหรือการสาธิตที่มองเห็นได้เพื่อบอกว่าหมายถึงอะไร ประโยคนี้จึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างมาก
แบบฝึกหัด
โค้ชพูดว่า “You've gotta give it some of these!” ขณะสาธิตท่าหมุนแขน ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- คุณทำท่าต่าง ๆ เสร็จไปแล้ว
- คุณต้องเพิ่มท่าที่เหมือนกับท่าที่กำลังสาธิต
- คุณต้องส่งมอบสิ่งของหลายชิ้น
ดูคำตอบ
คุณต้องเพิ่มท่าที่เหมือนกับท่าที่กำลังสาธิต
I don't think I can...: บอกความคิดเชิงลบอย่างนุ่มนวล
I don't think I can... หมายความว่าผู้พูดคิดว่าตัวเองน่าจะทำบางอย่างไม่ได้ แม้ not จะอยู่ติดกับ think แต่ความหมายปฏิเสธครอบคลุมแนวคิดที่ตามมา ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่ได้คิด เมื่อใช้กับ think ภาษาอังกฤษมักวางคำปฏิเสธไว้หน้า think รูปแบบนี้เรียกว่า negative raising เป็นรูปแบบกลางที่ใช้กันตามปกติ และมักฟังดูไม่ห้วนเท่าการวาง can't ไว้หลัง think โดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เป็นธรรมชาติและนุ่มนวลกว่า: I ____ finish all of this tonight.
ดูคำตอบ
don't think I can
I've got it: ตอนนี้เข้าใจหรือทำได้แล้ว
ในบริบทนี้ I've got it หมายถึง “ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว” หรือ “ฉันเรียนรู้วิธีทำแล้ว” คำว่า it หมายถึงท่าทาง วิธีการ หรือแนวคิด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งของ ผู้คนมักพูดประโยคนี้เมื่อเพิ่งเข้าใจบางอย่างหรือเมื่อการฝึกเริ่มได้ผล ในบริบทอื่น I've got it อาจหมายถึง “มันอยู่ที่ฉัน” หรือ “ฉันจัดการเอง” ดังนั้นต้องดูสถานการณ์เพื่อแปลความหมาย
แบบฝึกหัด
หลังจากฝึกท่าใหม่ Elena พูดว่า “I've got it.” เธอหมายความว่าอย่างไร?
- เธอเป็นเจ้าของท่านั้นเหมือนเป็นสิ่งของ
- เธอเรียนรู้วิธีทำท่านั้นแล้ว
- เธอลืมท่านั้นแล้ว
ดูคำตอบ
เธอเรียนรู้วิธีทำท่านั้นแล้ว
let's keep playing: keep + คำกริยารูป -ing
Keep playing หมายถึงทำกิจกรรมเล่นต่อไป ในโครงสร้าง keep + คำกริยารูป -ing คำว่า keep แสดงว่าการกระทำนั้นยังไม่หยุด Let's ทำให้ประโยคนี้เป็นคำชวนจากผู้พูดให้ตนเองกับ Bingo เล่นต่อด้วยกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ play: The game is still fun, so let's keep ____.
ดูคำตอบ
playing
Just because I was right?: คำถามโต้แย้งแบบละส่วนหลัก
Just because I was right? เป็นคำถามแบบละส่วนหลักไว้ในภาษาพูด เพราะบทสนทนาก่อนหน้าทำให้เข้าใจความหมายได้อยู่แล้ว ความคิดเต็ม ๆ ใกล้เคียงกับ Are you refusing to keep playing just because I was right? หรือ “เธอไม่ยอมเล่นต่อเพียงเพราะฉันพูดถูกเหรอ” ในที่นี้ just หมายถึง “เพียงแค่” ผู้พูดกำลังตั้งคำถามกับเหตุผลที่ Bingo มีปฏิกิริยาเช่นนั้น และมีน้ำเสียงประหลาดใจหรือไม่พอใจเล็กน้อย ไม่ได้ถามว่าตัวเองพูดถูกหรือไม่
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ ผู้พูดใช้ Just because I was right? เพื่อทำอะไรเป็นหลัก
- ถามว่าสิ่งที่ผู้พูดพูดนั้นถูกต้องหรือไม่
- อธิบายว่าการเป็นฝ่ายถูกทำให้ผู้พูดมีความสุข
- ตั้งคำถามว่าปฏิกิริยาของอีกฝ่ายเกิดขึ้นเพียงเพราะผู้พูดเป็นฝ่ายถูกหรือไม่
ดูคำตอบ
ตั้งคำถามว่าปฏิกิริยาของอีกฝ่ายเกิดขึ้นเพียงเพราะผู้พูดเป็นฝ่ายถูกหรือไม่
“That's not fair”: การทักท้วงตรง ๆ ว่าไม่ยุติธรรม
That's not fair เป็นคำทักท้วงตรง ๆ ที่ใช้บ่อยเมื่อกฎ การตัดสินใจ การแบ่ง หรือการปฏิบัติดูไม่ยุติธรรม ในที่นี้ fair หมายถึง “ยุติธรรม” หรือ “เท่าเทียม” ไม่ได้หมายถึงงานแฟร์หรืออากาศแจ่มใส That ชี้ถึงสถานการณ์หรือการกระทำที่เพิ่งเกิดขึ้น ผู้พูดตัดสินว่าสิ่งนั้นไม่ยุติธรรมและมักแสดงความไม่พอใจหรือความรู้สึกเสียใจด้วย ดังนั้นสำนวนนี้จึงอาจสื่อว่าต้องการคำอธิบายหรือการเปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
เติมบทสนทนาภาษาอังกฤษด้วยคำทักท้วงตามบทเรียนนี้: “You got two turns. ____!”
ดูคำตอบ
That's not fair
“I hung out the washing”: นำเสื้อผ้าที่ซักแล้วไปตาก
I hung out the washing ใช้รูปอดีตของ hang out the washing และหมายถึง “ฉันเอาเสื้อผ้าที่ซักแล้วไปแขวนบนราวให้แห้ง” เมื่อหมายถึงการแขวนสิ่งของ hang มีรูปอดีตแบบไม่ปกติคือ hung ในสำนวนงานบ้านนี้ the washing เป็นคำรวมที่หมายถึงเสื้อผ้าหรือผ้าซัก โดยพบมากเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย กรรมตรง the washing ทำให้วลีนี้มีความหมายเกี่ยวกับงานบ้านอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีงานบ้านรูปอดีตจากบทเรียนนี้: Yesterday, I ____ before the rain started.
ดูคำตอบ
hung out the washing
It's your turn: บอกว่าใครเป็นคนทำต่อ
It's your turn หมายความว่า ในกิจกรรมที่แต่ละคนทำสลับกันตามลำดับ ผู้ฟังคือคนที่ต้องทำต่อไป คำว่า turn ในที่นี้หมายถึงลำดับหรือโอกาสของคนหนึ่งในรอบ ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทิศทาง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ It's + someone's turn หากต้องการบอกว่าถึงคราวทำอะไร ให้เติม to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น It's your turn to choose.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้บอกอีกคนว่าถึงคราวที่เขาต้องทำต่อในกิจกรรมที่ผลัดกันทำ?
- Turn to your right.
- It's your turn.
- It's your choice.
ดูคำตอบ
It's your turn.
I remember it distinctly: จำได้อย่างชัดเจนและมั่นใจ
Distinctly เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่ขยาย remember ในประโยคนี้หมายความว่าความทรงจำนั้นชัดเจนและแน่นอน และช่วยเน้นว่าผู้พูดมั่นใจว่าตนจำไม่ผิด เมื่อใช้กับ remember คำว่า distinctly มักให้น้ำเสียงที่ตั้งใจและเน้นย้ำ โดยเฉพาะเมื่อรายละเอียดที่แน่นอนหรือคำบอกเล่าที่ต่างกันมีความสำคัญ จึงเข้าใจได้ว่า “อย่างชัดเจนและไม่ผิดแน่” ไม่ใช่เพียง “พอจำได้บ้าง”
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่หมายถึง “อย่างชัดเจนและแน่นอน” และขยาย remember ได้อย่างถูกต้อง: I remember the day ____.
- distinctly
- distinction
- distinctive
ดูคำตอบ
distinctly
Well, you're distinctly wrong: ทวน distinctly เพื่อสวนกลับ
ในคำตอบนี้ distinctly ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเน้นคำว่า wrong เท่านั้น อีกฝ่ายเพิ่งพูดว่า “I remember it distinctly” ผู้พูดจึงจงใจพูด distinctly ซ้ำเพื่อย้อนความมั่นใจนั้นกลับไปหาอีกฝ่าย กล่าวคือ ถ้าความทรงจำที่เจ้าตัวมั่นใจมากนั้นไม่จริง อีกฝ่ายก็ “distinctly wrong” Well บอกก่อนว่านี่คือการรับคำของอีกฝ่าย แล้วจึงตามด้วยการโต้แย้ง การนำคำเดิมของอีกฝ่ายมาใช้ซ้ำทำให้ประโยคนี้ฟังเหมือนการสวนกลับที่รวดเร็วและมีไหวพริบ ไม่ใช่แค่การบอกอย่างเป็นกลางว่าใครบางคนเข้าใจผิด
แบบฝึกหัด
เหตุใด “Well, you're distinctly wrong” ในบริบทนี้จึงฟังเหมือนการสวนกลับที่มีไหวพริบ
- ประโยคนี้พูด distinctly ซึ่งเป็นคำของอีกฝ่ายซ้ำ แล้วใช้ความมั่นใจนั้นย้อนกลับไปหาอีกฝ่าย
- ประโยคนี้เพียงคาดการณ์ว่าอีกฝ่ายจะทำผิดในภายหลัง
- ประโยคนี้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายความหมายของ distinctly อย่างสุภาพ
ดูคำตอบ
ประโยคนี้พูด distinctly ซึ่งเป็นคำของอีกฝ่ายซ้ำ แล้วใช้ความมั่นใจนั้นย้อนกลับไปหาอีกฝ่าย
won't play with: won't ที่แสดงการปฏิเสธ
Won't เป็นรูปย่อของ will not แต่ในที่นี้แสดงการปฏิเสธหรือไม่ยอมทำ ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคต Bingo won't play with me หมายความว่าบิงโกไม่ยอมเล่นกับผู้พูด เมื่อคนหรือสัตว์เลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ won't สามารถแสดงการปฏิเสธในปัจจุบันได้ เช่น He won't listen และ The dog won't move ต้องดูบริบทว่า won't หมายถึงการปฏิเสธหรือการปฏิเสธเหตุการณ์ในอนาคตตามปกติ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The dog won't move, even when I call it” คำว่า won't น่าจะหมายถึงอะไร
- สุนัขมีกำหนดจะขยับในภายหลัง
- สุนัขปฏิเสธหรือไม่ยอมขยับ
- สุนัขไม่รู้ว่าคำว่า move หมายถึงอะไร
ดูคำตอบ
สุนัขปฏิเสธหรือไม่ยอมขยับ
That makes two of us: ฉันก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
That makes two of us เป็นคำตอบแบบตายตัวที่หมายถึง “ฉันก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน” หรือ “ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกว่าตนเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน แม้คำพูดนี้จะกล่าวถึงคนสองคน แต่จุดสำคัญไม่ใช่การนับจำนวนคน ประโยคนี้ทำให้สิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งพูดกลายเป็นสถานการณ์ที่ทั้งคู่มีร่วมกัน คือทั้งสองคนรู้สึกหรือประสบสิ่งเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบของ B ด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ A: I don't understand this game. B: ____.
ดูคำตอบ
That makes two of us
ask yourself a question: หยุดคิดและทบทวนตัวเอง
ใน ask yourself a question คำว่า yourself เป็นคำสรรพนามสะท้อนกลับ หมายความว่าคนที่ถามกับคนที่คิดหาคำตอบคือคนเดียวกัน วลีนี้หมายถึงการหยุดคิดและพิจารณาความคิด ความต้องการ หรือทางเลือกของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องพูดคำถามออกมาดัง ๆ ใน you need to ask yourself... ผู้พูดเสนอว่าการทบทวนตัวเองนี้เป็นคำแนะนำที่จำเป็น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ask yourself + a question แล้วตามด้วยประเด็นที่ต้องพิจารณา
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้วยสำนวนเกี่ยวกับการทบทวนตัวเองจากบทเรียนนี้ Before making a big decision, ____: 'What matters most to me?'
ดูคำตอบ
ask yourself a question
ใช้ Do you want to be right, or ...? เพื่อแสดงสิ่งที่ต้องเลือก
รูปแบบที่กล่าวซ้ำว่า Do you want A, or do you want B? นำเป้าหมายสองอย่างมาใส่ไว้ในการเลือกครั้งเดียว ในที่นี้ be right หมายถึงพยายามพิสูจน์ต่อไปว่าความเห็นของตัวเองถูก ส่วน keep playing หมายถึงรักษากิจกรรมที่เล่นร่วมกันให้ดำเนินต่อไป ผู้พูดไม่ได้ถามคำถามแบบตอบใช่หรือไม่สองข้อที่ไม่เกี่ยวกัน คำถามที่ใช้ or ย้ายความสนใจจากว่าใครถูกไปสู่ว่าผลลัพธ์ใดสำคัญกว่า จึงทำให้เห็นสิ่งที่ต้องแลกและชวนให้อีกฝ่ายจัดลำดับความสำคัญ
แบบฝึกหัด
คำถามที่ใช้ or ในตัวอย่างมีหน้าที่หลักอย่างไร?
- นำเสนอเป้าหมายสองอย่างที่ขัดกันในฐานะสิ่งที่ต้องเลือก
- ยืนยันว่าบิงโกหยุดเล่นแล้ว
- ถามคำถามแบบตอบใช่หรือไม่สองข้อที่ไม่เกี่ยวกัน
ดูคำตอบ
นำเสนอเป้าหมายสองอย่างที่ขัดกันในฐานะสิ่งที่ต้องเลือก
ใช้ Can I have both? เพื่อขอทั้งสองตัวเลือก
Both ใช้ย้อนถึงตัวเลือกสองอย่างพอดีที่กล่าวไปแล้ว Can I have both? เป็นการถามว่าผู้พูดจะรับ เลือก หรือเก็บตัวเลือกทั้งสองอย่างไว้ได้หรือไม่ แทนที่จะเลือกเพียงอย่างเดียว Have ในที่นี้มีความหมายกว้าง ตัวเลือกอาจเป็นสิ่งของ สิทธิประโยชน์ หรือผลลัพธ์ก็ได้ คำถามนี้อาจเป็นคำขอจริง ๆ หรือเป็นความพยายามต่อรองแบบเบา ๆ และขี้เล่น
แบบฝึกหัด
เติมคำขอโดยใช้ have และคำที่หมายถึงตัวเลือกสองอย่างพอดี: You offered me tea and cake. Can I ____?
ดูคำตอบ
have both
I'm not gonna say ... 'cause ...: ปฏิเสธข้อความและบอกเหตุผล
ใน I'm not gonna say... ผู้พูดปฏิเสธที่จะพูดหรือรับรองข้อความที่ตามมา gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to และ not gonna say มักสื่อว่าตอนนี้ผู้พูดไม่ยอมรับความคิดนั้น ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์ว่าจะไม่พูดในอนาคต 'Cause ใช้เกริ่นเหตุผลของการปฏิเสธ ใน 'cause they can't คำว่า can't ใช้แทน can't floss เพื่อไม่ต้องพูดวลีกริยาซ้ำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ I'm not gonna say X, 'cause Y โดยปฏิเสธข้อความก่อน แล้วจึงอธิบายเหตุผล
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาพูดเป้าหมายที่ใช้ปฏิเสธการกล่าวอ้างให้สมบูรณ์: ____ Mia broke the vase, 'cause I didn't see what happened.
ดูคำตอบ
I'm not gonna say
But I want to keep playing ...: นำเป้าหมายที่ขัดแย้งกันขึ้นมาเป็นประเด็น
But บอกว่าประโยคนี้เดินไปคนละทิศทางกับประเด็นก่อนหน้าของผู้พูด หลังจากปฏิเสธที่จะกล่าวข้อความที่เธอคิดว่าไม่จริง ตอนนี้ผู้พูดนำอีกเป้าหมายที่สำคัญสำหรับเธอขึ้นมาเป็นประเด็นหลัก นั่นคือการเล่นกับ Bingo ต่อ But ในที่นี้ใช้จัดความสัมพันธ์ของสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง วิธีที่นำไปใช้ต่อได้คือกล่าวถึงปัญหาหรือจุดยืนก่อน แล้วใช้ but เพื่อเกริ่นสิ่งที่ยังอยากทำ ส่วน Keep + -ing หมายถึงทำกิจกรรมนั้นต่อแทนที่จะหยุด
แบบฝึกหัด
But ในประโยค “The game is difficult, but I want to keep playing” แสดงความสัมพันธ์แบบใด?
- เหตุผลที่ผู้พูดหยุดเล่นไปแล้ว
- การเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิง
- ความขัดแย้งระหว่างความยากกับความต้องการของผู้พูดที่จะทำต่อ
ดูคำตอบ
ความขัดแย้งระหว่างความยากกับความต้องการของผู้พูดที่จะทำต่อ
What am I gonna do?:ถามตัวเองอย่างกังวลว่า “จะทำยังไงดี”
ในที่นี้ What am I gonna do? ไม่ใช่คำถามกลาง ๆ เกี่ยวกับกิจกรรมในอนาคต ผู้พูดมองไม่เห็นวิธีที่ดีในการรับมือกับปัญหา คำถามนี้จึงสื่อถึงความกังวล ความรู้สึกหมดหนทาง หรือความไม่แน่ใจ อาจเป็นคำถามที่พูดกับตัวเอง หรือเป็นการชวนให้คนใกล้ ๆ เสนอทางออกโดยอ้อมก็ได้ gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to ที่อยู่หน้าคำกริยารูปพื้นฐาน do
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ยากลำบาก “What am I gonna do?” สื่อความหมายใดอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?
- ผู้พูดกำลังถามเกี่ยวกับกำหนดการของวันพรุ่งนี้อย่างเป็นกลาง
- ผู้พูดกำลังขออนุญาตทำบางสิ่ง
- ผู้พูดไม่รู้ว่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร
ดูคำตอบ
ผู้พูดไม่รู้ว่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร
you're going to learn how to + คำกริยารูปพื้นฐาน
ใน you're going to learn how to ... โครงสร้าง be going to นำเสนอการเรียนรู้นั้นว่าเป็นขั้นต่อไปที่ตั้งใจไว้หรือกำลังประกาศให้ทราบ ส่วน learn how to ใช้นำเข้าสู่ทักษะที่จะเรียนรู้ หลัง how to ให้ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น learn how to floss, swim หรือ cook ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกคุณย่าอย่างมั่นใจว่าท่านจะเรียนรู้อะไรต่อไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง going to + learn how to + คำกริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง?
- You're going to learn how baking bread.
- You're going to learn how to bake bread.
- You're going to learn how to baking bread.
ดูคำตอบ
You're going to learn how to bake bread.
Let me get my glasses: Let me สำหรับบอกสิ่งที่ผู้พูดจะทำต่อไป
ในประโยคนี้ Let me + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำที่ผู้พูดกำลังจะทำ โดยผู้พูดจะไปหยิบแว่นของตนเอง และยังอาจสื่ออย่างนุ่มนวลว่า “รอสักครู่ระหว่างที่ฉันทำสิ่งนี้” แม้ปกติ let จะเกี่ยวข้องกับการอนุญาต แต่ในบทสนทนาทั่วไป โครงสร้างนี้มักใช้เสนอตัวทำบางอย่างหรือบอกขั้นตอนถัดไปของผู้พูด ไม่ใช่การขออนุญาตอย่างจริงจังเสมอไป
แบบฝึกหัด
คุณต้องตรวจสอบเวลารถไฟด้วยตัวเอง ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณจะเป็นคนทำ?
- Could you check the train time?
- Let me check the train time.
- I'll ask someone else to check the train time.
ดูคำตอบ
Let me check the train time.
The arms go like this: go สำหรับการเคลื่อนไหวหรือตำแหน่งที่สาธิต
go ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไปยังจุดหมาย เมื่อใช้ส่วนของร่างกายเป็นประธานและตามด้วย like this คำว่า go จะบรรยายการเคลื่อนไหวหรือตำแหน่งที่ผู้พูดกำลังสาธิต กล่าวคือ แขนขยับหรือวางอยู่ในแบบที่แสดงให้ดู การใช้ go แบบนี้ช่วยอธิบายว่าสิ่งใดควรอยู่ตรงไหนหรือควรเคลื่อนไหวอย่างไร ความหมายที่ชัดเจนของ like this มาจากการสาธิตที่มองเห็นได้หรือแบบที่กำหนดไว้ก่อนแล้ว
แบบฝึกหัด
โค้ชพูดว่า “Your hands go like this” ขณะสาธิตท่าทาง go ในที่นี้หมายถึงอะไร?
- มือขยับหรืออยู่ในตำแหน่งตามที่สาธิต
- มือไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายอีกต่อไป
- มือเดินทางไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ
มือขยับหรืออยู่ในตำแหน่งตามที่สาธิต
More like this with your arms: การแก้ท่าทางอย่างนุ่มนวล
วลี More like this with your arms เป็นคำแก้ท่าทางสั้น ๆ ที่ใช้ขณะผู้พูดสาธิตการเคลื่อนไหว หมายถึง “ขยับแขนให้ใกล้เคียงกับที่ฉันกำลังสาธิตมากขึ้น” คำว่า more บอกระดับความคล้ายที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายถึงปริมาณที่มากขึ้น ข้อความนี้ละบางส่วนไว้ โดยเข้าใจได้ว่ามี Do it อยู่หน้า more like this คำว่า this ชี้ไปที่ท่าที่มองเห็นได้ในการสาธิต และ with your arms ระบุส่วนของร่างกายที่ต้องทำท่านั้น
แบบฝึกหัด
คุณสาธิตท่าสควอตที่ปลอดภัยกว่าและต้องการให้ผู้เรียนทำตามให้ใกล้เคียงขึ้น เติมคำแก้ท่าด้วยวลีในบทเรียน: ____ with your knees.
ดูคำตอบ
More like this
Just do this with your hips: การสั่งท่าทางพร้อมการสาธิต
Just do this with your hips เป็นคำสั่งสั้น ๆ ที่ใช้ขณะสาธิตการเคลื่อนไหว Do this บอกให้ผู้ฟังทำตามท่าที่มองเห็น และ with your hips ระบุส่วนของร่างกายที่ต้องทำท่านั้น just ในที่นี้หมายถึง “เพียงแค่” หรือ “สิ่งที่ต้องทำมีแค่นี้” ทำให้ขั้นตอนฟังดูง่ายและตรงไปตรงมา ไม่ได้หมายถึง “เมื่อครู่นี้”
แบบฝึกหัด
คุณกำลังสาธิตการเคลื่อนไหวของมือ เติมคำสั่งด้วยรูปแบบสี่คำจากบทเรียน: ____ your left hand.
ดูคำตอบ
Just do this with
You did it!: การฉลองความสำเร็จ
ใน “You did it!” คำว่า “did it” หมายถึง “ทำสิ่งที่กำลังพยายามอยู่ได้สำเร็จ” ส่วน “it” หมายถึงการกระทำหรือความท้าทายที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากสถานการณ์ ประโยคนี้ใช้แสดงความยินดีทันทีอย่างตื่นเต้นเมื่อใครสักคนทำสำเร็จ โดยเน้นว่าบรรลุเป้าหมาย ไม่ใช่แค่ทำงานไปจนจบ
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะตอบว่า You did it!?
- เพื่อนของคุณกำลังจะลองขี่จักรยาน
- เพื่อนของคุณเพิ่งขี่จักรยานคนเดียวได้สำเร็จ
- เพื่อนของคุณดูคนอื่นขี่จักรยาน
ดูคำตอบ
เพื่อนของคุณเพิ่งขี่จักรยานคนเดียวได้สำเร็จ
Grannies can floss: เปลี่ยน can't เป็น can เพื่อกลับข้อสรุป
“Grannies can floss.” กล่าวซ้ำแนวคิดก่อนหน้าว่า “Grannies can't floss” แต่เปลี่ยน can't เป็น can หลังจาก Nana เรียนเต้นท่านี้แล้ว การเปลี่ยนเพียงคำเดียวก็ทำให้ข้อสรุปก่อนหน้ากลับด้าน นี่คือการย้อนกลับไปเชื่อมกับคำพูดก่อนหน้า การใช้โครงประโยคเดิมอีกครั้งช่วยให้ผู้ฟังเชื่อมข้อสรุปใหม่กับข้อโต้แย้งก่อนหน้านี้ได้ ในที่นี้ floss เป็นชื่อท่าเต้น ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายถึงการเต้นท่านั้นได้ ไม่ใช่การใช้ไหมขัดฟัน
แบบฝึกหัด
Grannies can floss. มีหน้าที่หลักอะไรในส่วนนี้ของเรื่อง?
- กลับความหมายของคำกล่าวก่อนหน้า Grannies can't floss ด้วยการเปลี่ยน can't เป็น can
- แนะนำกลุ่มคุณย่าคุณยายกลุ่มใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสนทนาก่อนหน้า
- บอกว่าคุณย่าคุณยายทุกคนต้องใช้ไหมขัดฟัน
ดูคำตอบ
กลับความหมายของคำกล่าวก่อนหน้า Grannies can't floss ด้วยการเปลี่ยน can't เป็น can
Yeah, I was wrong: ยอมรับว่าการตัดสินใจก่อนหน้านั้นผิด
“I was wrong” เป็นการยอมรับตรง ๆ ว่าสิ่งที่ผู้พูดเคยเชื่อหรือพูดไว้ก่อนหน้านั้นไม่ถูกต้อง คำว่า “was” ย้อนกลับไปกล่าวถึงความคิดก่อนหน้านั้น ในที่นี้ “wrong” หมายถึง “ไม่ถูกต้อง” ไม่ได้หมายถึง “เลวในทางศีลธรรม” ส่วน “Yeah” แสดงว่าผู้พูดยอมรับสิ่งที่เพิ่งชัดเจนขึ้น และทำให้คำยอมรับนี้ฟังเหมือนคำตอบที่เป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ใช้คำที่ตรงกับบทเรียนเพื่อเติมคำยอมรับนี้ หลังจากข้อเท็จจริงพิสูจน์ว่าการคาดเดาก่อนหน้านั้นผิด: “Yeah, I was ____.”
ดูคำตอบ
wrong
You're welcome: คำตอบสุภาพสำหรับคำขอบคุณ
“You're welcome” เป็นคำตอบสุภาพแบบตายตัวสำหรับ “Thank you” หรือ “Thanks” ให้จำเป็นวลีสนทนาหนึ่งชุดที่ใช้รับคำขอบคุณของอีกฝ่าย ในที่นี้ “welcome” ไม่ได้หมายถึงการต้อนรับคนที่เพิ่งมาถึง ชื่อ “Bingo” เป็นเพียงการเรียกอีกฝ่ายและไม่เปลี่ยนความหมายของคำตอบ
แบบฝึกหัด
มีคนพูดว่า “Thank you for helping me.” ข้อใดใช้วลีตอบรับคำขอบคุณแบบสุภาพที่เรียนในบทนี้?
- You're ready.
- You're welcome.
- You're late.
ดูคำตอบ
You're welcome.
“This never ends.” ในฐานะคำบ่นแบบกล่าวเกินจริง
“This never ends.” มักเป็นคำบ่นแบบกล่าวเกินจริง หมายถึงปัญหา งาน หรือสิ่งรบกวนในตอนนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหรือซ้ำไปมา จนรู้สึกเหมือนจะไม่หยุด ผู้พูดกำลังแสดงความเหนื่อยใจหรือหงุดหงิด ไม่ได้ทำนายตามตัวอักษรว่าจะดำเนินต่อไปตลอดกาล “This” ชี้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนในบทสนทนารู้ว่าหมายถึงอะไร รูปแบบนี้นำไปใช้กับเรื่องน่ารำคาญที่เกิดซ้ำและรู้สึกว่าไม่จบไม่สิ้นได้
แบบฝึกหัด
เมื่อใช้บ่นในชีวิตประจำวัน “This never ends.” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- ผู้พูดกำลังทำนายอย่างแม่นยำว่าสิ่งนี้จะดำเนินต่อไปตลอดกาล
- ผู้พูดรู้สึกว่าปัญหาเดิมยังคงเกิดขึ้นหรือย้อนกลับมาเรื่อย ๆ
- ผู้พูดดีใจที่สถานการณ์นี้จะคงอยู่ตลอดกาล
ดูคำตอบ
ผู้พูดรู้สึกว่าปัญหาเดิมยังคงเกิดขึ้นหรือย้อนกลับมาเรื่อย ๆ
การเสนอด้วย “How about a lovely drive to the shops.”
“How about ...?” ใช้ขึ้นต้นข้อเสนอหรือคำชวน หลัง about มักตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ในที่นี้ “a lovely drive to the shops” เป็นนามวลี ผู้พูดจึงกำลังชวนให้เดินทางโดยรถยนต์อย่างเพลิดเพลิน “Lovely” ทำให้คำชวนฟังดูอบอุ่นและน่าสนใจ “To the shops” หมายถึงไปยังร้านค้าหรือย่านการค้า และพบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย
แบบฝึกหัด
เติมข้อเสนอแบบสบาย ๆ ด้วยรูปแบบ How about: ____ a quick walk after lunch?
ดูคำตอบ
How about
Lovely day for a drive, wouldn't you say, Rita? น้ำเสียง/เจตนา
6:15อากาศดีเหมาะกับการขับรถเล่น ว่าไหม ริต้า?
ใช้ wouldn't you say? เพื่อชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย
หลังจากแสดงความคิดเห็นเชิงบวก ผู้พูดเติม wouldn't you say? เพื่อชวนให้ริตาเห็นด้วย ผู้พูดไม่ได้ไม่แน่ใจเรื่องอากาศจริง ๆ แต่นี่เป็นการชวนคุยอย่างเป็นมิตร คุณสามารถวาง wouldn't you say? หลังความคิดเห็นที่คาดว่าผู้ฟังน่าจะเห็นด้วยได้ วิธีนี้เปลี่ยนคำบอกเล่าฝ่ายเดียวให้เป็นคำชวนที่สุภาพและตอบได้ง่าย
แบบฝึกหัด
เติมความคิดเห็นด้วยสำนวนชวนให้เห็นด้วยอย่างสุภาพที่เรียนในบทนี้: This café has a great view, ____?
ดูคำตอบ
wouldn't you say
Sure is ในฐานะคำตอบที่ละประธาน
Sure is เป็นคำตอบสั้น ๆ ในบทสนทนาที่หมายถึง It sure is โดยละประธาน it เพราะความคิดเห็นก่อนหน้าทำให้รู้ชัดว่ากำลังพูดถึงอะไร ส่วน is รับช่วงคำบรรยายจากประโยคก่อนหน้า sure ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์ที่เน้นการเห็นด้วย มีความหมายใกล้กับ certainly หรือ really และไม่ได้มีความหมายว่า certain เพียงลำพังในคำตอบนี้
แบบฝึกหัด
ใช้คำตอบสองคำแบบละประธานที่เรียนในบทนี้: A: It's very quiet here. B: ____.
ดูคำตอบ
Sure is
I'm gonna put these wet clothes on the line. วลี
6:21ฉันจะเอาเสื้อผ้าเปียกพวกนี้ไปตากที่ราวซะหน่อย.
put wet clothes on the line: เอาเสื้อผ้าเปียกไปตากบนราว
ในบริบทของการซักผ้า put these wet clothes on the line หมายถึงเอาเสื้อผ้าเปียกไปวางหรือแขวนบนราวตากผ้าเพื่อให้แห้ง ตรงนี้ line หมายถึงราวหรือเชือกตากผ้าจริง ๆ โครงสร้าง put + สิ่งของ + on + สถานที่ บอกว่าย้ายสิ่งของไปไว้ที่ใด แม้ on the line จะหมายถึง “ตกอยู่ในความเสี่ยง” ได้ในบริบทอื่น แต่เสื้อผ้าเปียกและสถานการณ์ซักผ้าทำให้ความหมายตรงตัวว่าราวตากผ้าเหมาะสมที่สุด
แบบฝึกหัด
ในบริบทของการซักผ้า “The towels are on the line” น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?
- ผ้าขนหนูกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง
- ผ้าขนหนูกำลังเข้าแถวรอ
- ผ้าขนหนูกำลังแขวนอยู่บนราวตากผ้า
ดูคำตอบ
ผ้าขนหนูกำลังแขวนอยู่บนราวตากผ้า
you poor fella: การแสดงความเห็นใจอย่างอบอุ่น
poor ใน you poor fella หมายถึง “เคราะห์ร้าย” หรือ “น่าเห็นใจ” ไม่ได้หมายถึง “มีเงินน้อย” ผู้พูดกำลังแสดงความใจดีต่อคนที่บาดเจ็บ เสียใจ เหนื่อย หรือโชคร้าย fella เป็นรูปไม่เป็นทางการของ fellow มีความหมายใกล้กับ “ผู้ชาย” หรือ “เจ้าหนุ่ม” เมื่อรวมกัน Oh, you poor fella จึงเป็นวิธีปลอบหรือแสดงความเห็นใจที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ในบริบทนี้ไม่ใช่คำดูถูก
แบบฝึกหัด
ใน “Oh, you poor fella” คำว่า poor แสดงท่าทีแบบใด?
- ความเห็นใจอย่างอบอุ่นต่อคนที่กำลังลำบาก
- คำวิจารณ์ว่าอีกฝ่ายทำบางอย่างได้แย่
- คำถามอย่างเป็นทางการว่าอีกฝ่ายมีเงินเพียงพอหรือไม่
ดูคำตอบ
ความเห็นใจอย่างอบอุ่นต่อคนที่กำลังลำบาก
I've done my back: do แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงการบาดเจ็บ
ในประโยคนี้ I've done my back หมายถึง “ฉันทำให้หลังบาดเจ็บ” คำว่า done ไม่ได้หมายถึง “ทำเสร็จ” ตามปกติ ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ โครงสร้าง do + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + ส่วนของร่างกาย ใช้บอกว่าอวัยวะส่วนนั้นได้รับบาดเจ็บ I've done เป็น present perfect คือการบาดเจ็บเกิดขึ้นก่อนตอนนี้และผลยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน เช่น ผู้พูดยังเจ็บหรือเคลื่อนไหวตามปกติไม่ได้
แบบฝึกหัด
I've done my back ในประโยคนี้น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- ผู้พูดทำให้หลังบาดเจ็บและยังได้รับผลอยู่ตอนนี้
- ผู้พูดออกกำลังกายส่วนหลังเสร็จแล้ว
- ผู้พูดตรวจหลังของคนอื่นแล้ว
ดูคำตอบ
ผู้พูดทำให้หลังบาดเจ็บและยังได้รับผลอยู่ตอนนี้
Nice parking spot: คำชมเชิงประชด
ตามไวยากรณ์ Nice parking spot เป็นการประเมินในเชิงบวก และเป็นรูปย่อของ That is a nice parking spot. แต่ในที่นี้สถานการณ์แย่อย่างชัดเจน เพราะการจอดรถทำให้เกิดปัญหา ผู้พูดจึงใช้คำชมแบบประชด ความหมายจริงใกล้กับ “เลือกที่จอดได้แย่” โดยพูดเชิงหยอกมากกว่าชมตามตัวอักษร คำเชิงบวกอย่าง nice อาจใช้สื่อคำวิจารณ์ได้เมื่อผลที่เห็นขัดกับคำพูด ต้องดูบริบทและน้ำเสียงเพื่อแยกว่าเป็นคำชมจริงหรือคำประชด
แบบฝึกหัด
เพื่อนจอดรถคร่อมช่องจอดสองช่อง ในบริบทนี้ Nice parking spot น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด
- ชมการจอดรถอย่างจริงใจ
- ถามว่าสามารถจอดรถที่ไหนได้บ้าง
- วิจารณ์การจอดรถที่ไม่ดีแบบหยอกล้อ
ดูคำตอบ
วิจารณ์การจอดรถที่ไม่ดีแบบหยอกล้อ
I hope we still ... at their age: ให้กิจวัตรดำเนินต่อไปในอนาคต
I hope นำเข้าสู่ความหวังเกี่ยวกับอนาคตของผู้พูดเอง ส่วน at their age หมายถึงตอนที่พวกเขามีอายุเท่ากับผู้สูงวัยที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ still แสดงว่านิสัยการใช้ไหมขัดฟันยังคงมีอยู่เมื่อถึงช่วงชีวิตนั้นในอนาคต เมื่อใช้ I hope, still และ at their age ร่วมกัน ประโยคจะเชื่อมสิ่งที่ผู้พูดเห็นในตอนนี้เข้ากับชีวิตที่หวังว่าจะมีในภายหลัง
แบบฝึกหัด
หลังจากพบคู่รักสูงวัยที่ยังคงเดินทางอยู่ ให้เติมประโยคด้วย still และคำบุพบทที่ถูกต้อง: I hope we ____ travel ____ their age.
ดูคำตอบ
still · at
I think we will: ใช้ will เมื่อละวลีกริยาที่ซ้ำ
ใน I think we will คำที่ตามหลัง will ถูกละไว้เพราะประโยคก่อนหน้าทำให้รู้ชัดแล้วว่าหมายถึงการกระทำใด ในที่นี้ we will หมายถึง we will still floss at their age โดย will แสดงความหมายเกี่ยวกับอนาคต ไม่ใช่การกระทำอีกอย่างหนึ่งและไม่ต้องมีกรรมของตัวเอง ภาษาอังกฤษมักเก็บกริยาช่วยหรือกริยาช่วยบอกมโนทัศน์ไว้ในคำตอบสั้น ๆ แล้วละวลีกริยาที่ซ้ำ ผู้ฟังจะเข้าใจการกระทำที่ถูกละจากบริบท
แบบฝึกหัด
เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า "I hope they will visit again." คำตอบสั้นข้อใดใช้ will เพื่อหลีกเลี่ยงการพูด visit again ซ้ำ?
- I think they will.
- I think they are.
- I think they do.
ดูคำตอบ
I think they will.
I think you're right: วิธีแสดงความเห็นด้วยอย่างนุ่มนวล
I think you're right ใช้แสดงความเห็นด้วย คือผู้พูดยอมรับว่าความคิดหรือการตัดสินของอีกฝ่ายถูกต้อง การเติม I think ทำให้ความเห็นด้วยนั้นฟังเป็นมุมมองส่วนตัว จึงมักนุ่มนวลและไม่ห้วนเท่าการพูดตรง ๆ ว่า You're right ในประโยคนี้ I think ไม่ได้ลบล้างความเห็นด้วยหรือแสดงความสงสัยอย่างมาก ในบริบทอื่น น้ำเสียงและสถานการณ์อาจบอกถึงความลังเลได้ แต่หน้าที่หลักในที่นี้คือทำให้คำตอบเชิงเห็นด้วยนุ่มนวลขึ้น
แบบฝึกหัด
เพื่อนบอกว่าการออกเดินทางตอนนี้จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงรถติด คำตอบใดแสดงความเห็นด้วยอย่างชัดเจนและฟังดูนุ่มนวล แทนที่จะเน้นย้ำหรือแสดงความสงสัย
- You're definitely right. We need to leave now.
- I think you're right. Let's leave now.
- I'm not sure you're right. Let's wait and see.
ดูคำตอบ
I think you're right. Let's leave now.