โคโรนาไวรัสคืออะไร? - อลิซาเบธ ค็อกซ์ (Elizabeth Cox): บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: คำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์นี้กล่าวถึงไวรัสโคโรนาตั้งแต่ต้นกำเนิดในสัตว์และการแพร่ระหว่างคน ไปจนถึงการเข้าสู่เซลล์ การจำลอง RNA และการกลายพันธุ์ พร้อมอธิบายว่าเอนไซม์ตรวจแก้ข้อผิดพลาดที่มีลักษณะพิเศษทำให้อัตราการกลายพันธุ์ช้าลง ซึ่งอาจช่วยให้ภูมิคุ้มกัน ยา และวัคซีนจดจำไวรัสได้นานขึ้น แม้ยังมีเรื่องที่ไม่ทราบและความเสี่ยงที่ไวรัสจะข้ามจากสัตว์มาสู่คนอีก ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. The virus in question — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้วลีทางการที่ใช้ชี้เฉพาะไวรัสซึ่งกำลังกล่าวถึง โดยไม่ต้องพูดชื่อเต็มซ้ำ วลีนี้ช่วยให้ติดตามคำอ้างอิงข้ามประโยค และมองเห็นว่าข้อมูลใหม่เชื่อมกลับไปยังสิ่งที่อธิบายไว้ก่อนหน้าอย่างไร 2. usually not enough to create a new virus, but enough to create variations or strains — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างขนานที่เปรียบต่างระดับซึ่งไม่มากพอให้เกิดผลอย่างหนึ่ง แต่เพียงพอให้เกิดอีกผลหนึ่ง สามารถนำไปใช้แยกเกณฑ์ ระดับผลกระทบ และผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ 3. though scientists began developing treatments for SARS and MERS, the epidemics ended before those treatments completed clinical trials. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: though ให้ภูมิหลังแบบยอมรับข้อเท็จจริงที่สวนทาง ส่วน before แสดงลำดับเวลา เมื่อใช้ร่วมกันจึงอธิบายได้ชัดว่าเหตุใดงานพัฒนาวิธีรักษาจึงเริ่มขึ้นแล้ว แต่การระบาดสิ้นสุดก่อนการทดลองทางคลินิกจะเสร็จสมบูรณ์
คำอธิบายในบทเรียนนี้
scientists chased the source of a deadly new virus through China's tallest mountains and most isolated caverns. วลี
0:09ที่นักวิทยาศาสตร์ตามล่าหาต้นตอของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ร้ายแรง ไปตามภูเขาที่สูงที่สุดและถ้ำที่ห่างไกลที่สุดในจีน
For almost a decade: เปิดประโยคด้วยช่วงเวลา
วลีเปิด For almost a decade กำหนดกรอบเวลาที่ยาวนานให้ผู้ฟังก่อนกล่าวถึงการกระทำหลัก วลีนี้บอกว่าการติดตามดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบสิบปี จึงทำให้ระยะเวลาอันยาวนานของการสืบค้นเด่นขึ้นมาตั้งแต่ต้น การวาง for + ช่วงเวลาไว้ต้นประโยคช่วยจัดลำดับเรื่องเล่าทางวิทยาศาสตร์หรือข่าว โดยปูให้เห็นกระบวนการที่ยาวนานก่อนบอกการกระทำหรือผลลัพธ์ ในที่นี้ for บอกระยะเวลา ไม่ได้บอกจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
เติมคำเปิดประโยคเพื่อแสดงว่าการติดตามดำเนินต่อเนื่องเกือบสิบปี: ____, the team tested the lake water every month.
ดูคำตอบ
For almost a decade
chased the source of a deadly new virus: การสืบค้นในความหมายเชิงเปรียบเทียบ
ในประโยคนี้ chased the source of a deadly new virus หมายถึงสืบค้นต่อไปว่าไวรัสมาจากไหน นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้วิ่งไล่ตามไวรัสจริง ๆ คำว่า chased ทำให้การสืบค้นดูเป็นกระบวนการที่จริงจัง ยาก และต่อเนื่อง ต่างจาก found คำว่า chased เน้นกระบวนการค้นหาและไม่ได้บอกว่าสามารถระบุต้นตอได้สำเร็จ รูปแบบเชิงเปรียบเทียบเดียวกันนี้ใช้บรรยายการค้นหาต้นตอของการรั่วไหล สัญญาณ ข่าวลือ หรือปัญหาอื่นได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Reporters chased the source of the false story for months,” chased the source of หมายความว่าอย่างไร
- วิ่งตามหลังสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่
- พิสูจน์ได้ทันทีว่าใครเป็นคนสร้างมัน
- สืบค้นต่อไปว่ามันเริ่มจากที่ใด
ดูคำตอบ
สืบค้นต่อไปว่ามันเริ่มจากที่ใด
The virus in question: ไวรัสตัวเฉพาะที่กำลังถูกพูดถึง
ในนามวลี the virus in question คำว่า in question หมายถึง “ที่กำลังถูกพูดถึงหรืออ้างถึง” จึงระบุไวรัสตัวหนึ่งโดยเฉพาะซึ่งเข้าใจได้อยู่แล้วจากบริบท วลีที่วางหลังคำนามนี้ช่วยให้งานเขียนแบบเป็นทางการย้อนกลับไปกล่าวถึงหัวข้อก่อนหน้าได้โดยไม่ต้องบรรยายซ้ำทั้งหมด รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ the + คำนาม + in question
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The virus in question was a coronavirus,' คำว่า the virus in question หมายถึงอะไร
- ไวรัสตัวเฉพาะที่กำลังถูกพูดถึง
- ไวรัสที่น่าสงสัยหรือไม่น่าไว้ใจ
- ไวรัสที่กำลังถามคำถาม
ดูคำตอบ
ไวรัสตัวเฉพาะที่กำลังถูกพูดถึง
caused an epidemic of: เชื่อมสาเหตุกับการแพร่กระจายของโรคในวงกว้าง
ใน caused an epidemic of SARS คำว่า caused แสดงว่าไวรัสเป็นสาเหตุให้เกิดการระบาด ส่วน of ใช้นำหน้าชื่อโรคที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างคือ cause an epidemic of + ชื่อโรค Epidemic หมายถึงระดับการเกิดโรคที่สูงผิดปกติในชุมชนหรือภูมิภาค โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในเนื้อหาด้านสาธารณสุข ประวัติศาสตร์ และข่าวที่อธิบายว่าสิ่งใดทำให้โรคแพร่กระจายเป็นวงกว้าง
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: Unsafe water can ____ cholera.
ดูคำตอบ
cause an epidemic of
severe acute respiratory syndrome, or SARS: ใช้ or เพื่อแนะนำตัวย่อ
ใน severe acute respiratory syndrome, or SARS คำก่อน or คือชื่อทางการแพทย์แบบเต็ม และ SARS คืออักษรย่อของโรคเดียวกัน ในที่นี้ or หมายถึง “หรือเรียกอีกอย่างว่า” หรือ “กล่าวอีกนัยหนึ่ง” ไม่ได้ให้เลือกระหว่างโรคสองโรค รูปแบบที่คั่นด้วยจุลภาคนี้มักใช้แนะนำศัพท์เฉพาะพร้อมชื่อย่อ เมื่อความเชื่อมโยงชัดเจนแล้ว ข้อความถัดไปก็ใช้เฉพาะชื่อย่อได้
แบบฝึกหัด
or ทำหน้าที่อะไรใน severe acute respiratory syndrome, or SARS?
- ให้ผู้อ่านเลือกระหว่างโรคสองโรค
- แนะนำตัวย่อของศัพท์ทางการแพทย์เดียวกัน
- แก้ไขศัพท์แรกด้วยการบอกชื่อโรคอีกชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ
แนะนำตัวย่อของศัพท์ทางการแพทย์เดียวกัน
a group of viruses: ใช้ a group of เพื่อจัดประเภท
ใน Coronaviruses are a group of viruses วลี a group of viruses คือหมวดหมู่ที่ประธานอยู่ในนั้น ประโยคนี้บอกว่าไวรัสโคโรนาเป็นกลุ่มที่ประกอบด้วยไวรัสที่เกี่ยวข้องกันหลายชนิด ไม่ใช่ไวรัสเพียงชนิดเดียว รูปแบบ a group of + คำนามพหูพจน์ ใช้จัดสิ่งต่าง ๆ เป็นหนึ่งกลุ่ม เช่น a group of animals หรือ a group of medicines คำนามหลัง of เป็นพหูพจน์เพราะกลุ่มนั้นมีสมาชิกหลายหน่วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a group of + คำนามพหูพจน์ เพื่อจัดประเภท dolphins ได้ถูกต้อง?
- Dolphins are a group marine mammals.
- Dolphins are a group of marine mammal.
- Dolphins are a group of marine mammals.
ดูคำตอบ
Dolphins are a group of marine mammals.
covered in little protein spikes that look like a crown, โน้ต
0:32ที่ปกคลุมด้วยโปรตีนหนามแหลมเล็กๆ ที่ดูเหมือนมงกุฎ
covered in little protein spikes ในฐานะส่วนขยายหลังคำนาม
covered in little protein spikes เป็นวลี past participle ที่ขยายคำนามข้างหน้า หมายความว่าปุ่มโปรตีนเล็ก ๆ ปกคลุมพื้นผิวของสิ่งนั้นอยู่ โดยสิ่งที่ถูกบรรยายไม่ได้เป็นฝ่ายทำกริยา “ปกคลุม” เมื่อวางหลังคำนาม วลีนี้เป็นรูปย่อของอนุประโยคขยาย เช่น that is covered in little protein spikes หรือ that are covered in little protein spikes คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มักใช้โครงสร้างนี้เพื่อเพิ่มลักษณะทางกายภาพโดยไม่ต้องเขียนเป็นอีกประโยคหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมส่วนขยายหลังคำนามแบบกระชับด้วย covered in: Under the microscope, we saw a cell ____ tiny receptors.
ดูคำตอบ
covered in
ใช้ look like a crown เพื่อเปรียบเทียบลักษณะภายนอก
look like a crown หมายถึง “มีรูปร่างหน้าตาคล้ายมงกุฎ” ในที่นี้ that ย้อนกลับไปหมายถึง little protein spikes ดังนั้นสิ่งที่นำไปเปรียบเทียบกับมงกุฎคือรูปร่างของปุ่มเหล่านั้น ไม่ใช่ตัวตนหรือหน้าที่ของมัน โครงสร้าง look like + นามวลี ช่วยให้นึกภาพสิ่งที่ไม่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้นด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคย เมื่อประธาน spikes เป็นพหูพจน์จึงใช้ look ส่วนประธานเอกพจน์ใช้ looks
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบลักษณะด้วยรูปที่ถูกต้องของ look like: From above, the island ____ a sleeping whale.
ดูคำตอบ
looks like
corona in Latin และที่มาของชื่อ coronavirus
corona in Latin เป็นเบาะแสด้านรากศัพท์ คำว่า corona ในภาษาละตินแปลว่า “มงกุฎ” และชื่อ coronavirus สื่อถึงลักษณะคล้ายมงกุฎที่เกิดจากปุ่มหนามรอบไวรัส วลี in Latin ใช้ระบุภาษาต้นทาง คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มักใช้รูปแบบนี้เพื่อช่วยให้เข้าใจที่มาของชื่อศัพท์เฉพาะได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ corona in Latin อธิบายอะไร?
- บอกว่า coronavirus แพร่เชื้อได้เฉพาะในประเทศที่พูดภาษาละติน
- ให้คำจำกัดความทางการแพทย์ในปัจจุบันของ coronavirus
- เชื่อมโยงส่วนหนึ่งของชื่อ coronavirus กับคำภาษาละตินที่แปลว่า “มงกุฎ”
ดูคำตอบ
เชื่อมโยงส่วนหนึ่งของชื่อ coronavirus กับคำภาษาละตินที่แปลว่า “มงกุฎ”
infect humans: infect + โฮสต์
ใน infect humans คำว่า infect เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม และ humans เป็นกรรมตรง กล่าวคือ มนุษย์เป็นโฮสต์ที่เชื้อก่อโรคสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อได้ วลีนี้หมายถึง “ทำให้มนุษย์ติดเชื้อ” ไม่ใช่เพียง “ส่งผลต่อมนุษย์” โครงสร้างนี้นำไปใช้ในรูป infect + โฮสต์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ หรือเซลล์ได้ เช่น infect animals, infect the lungs, infect cells ตัววลีเองไม่ได้หมายความว่าโฮสต์ที่ติดเชื้อทุกคนจะมีอาการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดระบุโดยเฉพาะว่าเชื้อก่อโรคสามารถทำให้มนุษย์ติดเชื้อได้?
- This virus can cause disease.
- This virus can infect humans.
- This virus can affect humans.
ดูคำตอบ
This virus can infect humans.
SARS-CoV causes SARS ... SARS-CoV-2 causes the disease COVID-19: การแยกไวรัสออกจากโรค
รูปแบบ X causes Y ที่ใช้ซ้ำเชื่อมโยงไวรัสโคโรนาแต่ละชนิดกับโรคที่มันก่อให้เกิด SARS-CoV, MERS-CoV และ SARS-CoV-2 เป็นชื่อไวรัส ส่วน SARS, MERS และ COVID-19 เป็นชื่อโรค คำว่า the disease ระบุอย่างชัดเจนว่า COVID-19 เป็นโรค โดยทั่วไป ในโครงสร้าง pathogen causes disease ประธานคือเชื้อก่อโรค และกรรมคือโรคที่เกิดขึ้น ชื่อที่ดูคล้ายกันไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ข้อความใดแยกไวรัสออกจากโรคได้ถูกต้อง
- COVID-19 is a virus that causes SARS-CoV-2.
- SARS-CoV-2 and COVID-19 are two names for the same thing.
- SARS-CoV-2 is a virus that can cause COVID-19.
ดูคำตอบ
SARS-CoV-2 is a virus that can cause COVID-19.
Of the seven human coronaviruses: การกำหนดกลุ่มทั้งหมดก่อน
Of the seven human coronaviruses เป็นวลีบุพบทแสดงความสัมพันธ์ระหว่างส่วนย่อยกับส่วนรวมที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้กำหนดกลุ่มทั้งหมดที่มีเจ็ดชนิดก่อน แล้วประโยคหลักที่ตามมาจึงบอกข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกบางส่วนหรือทั้งหมดของกลุ่มนั้น ในที่นี้ of หมายถึง «จากภายในกลุ่ม» ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ Of the + กลุ่มทั้งหมด, + ข้อความเกี่ยวกับส่วนย่อย รูปแบบนี้ช่วยจัดข้อมูลจำนวนหรือการจำแนกโดยระบุกลุ่มอ้างอิงทั้งหมดให้ชัดเจนก่อน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีแสดงส่วนย่อยที่ขึ้นต้นด้วย Of: ____ ten samples, three tested positive.
ดูคำตอบ
Of the
mild, highly contagious infections of the nose and throat: การติดเชื้อที่จมูกและลำคอซึ่งไม่รุนแรงแต่แพร่เชื้อได้ง่ายมาก
วลีที่ไฮไลต์เป็นนามวลีแบบวางขยายเพื่ออธิบายว่า colds คืออะไร คำหลักคือ infections โดย mild และ highly contagious บรรยายลักษณะของการติดเชื้อ ส่วน of the nose and throat ระบุอวัยวะที่ติดเชื้อ mild บอกว่าความรุนแรงอยู่ในระดับต่ำ ส่วน highly contagious บอกว่าการติดเชื้อแพร่กระจายได้ง่ายเพียงใด ทั้งสองอย่างเป็นคนละคุณสมบัติกัน ดังนั้นการติดเชื้ออาจไม่รุนแรงแต่ยังแพร่ได้ง่ายมาก
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ mild, highly contagious infections ได้ตรงที่สุด
- การติดเชื้อที่รุนแรงเสมอและแพร่ได้ยาก
- การติดเชื้อที่มักไม่รุนแรงแต่แพร่ได้ง่าย
- การระคายเคืองที่จมูกและลำคอซึ่งแพร่ไม่ได้
ดูคำตอบ
การติดเชื้อที่มักไม่รุนแรงแต่แพร่ได้ง่าย
much more severe ใน cause much more severe illnesses
more severe เป็นรูปขั้นกว่าของ severe หมายความว่าโรคเหล่านี้รุนแรงกว่าโรคที่ไม่รุนแรงซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ much ขยายรูปขั้นกว่าเพื่อเน้นว่าความแตกต่างมีมาก ดังนั้น much more severe ไม่ได้แปลเพียงว่า “รุนแรงกว่า” แต่หมายถึง “รุนแรงกว่ามาก” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ much + รูปขั้นกว่า และยังพบในวลีอย่าง much higher, much less common และ much more difficult
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ much และรูปขั้นกว่าของ severe: Compared with the first case, the second patient developed ____ symptoms.
ดูคำตอบ
much more severe
has features of each: รวมลักษณะจากกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้า
ในที่นี้ has features of each หมายความว่าไวรัสโคโรนาชนิดที่เจ็ดรวมลักษณะบางอย่างจากไวรัสสองกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้า ได้แก่ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ได้ง่ายและโรคหวัด กับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบรุนแรงต่อปอด Features หมายถึง “ลักษณะ” ส่วน each ย้อนกลับไปหมายถึงสองกลุ่มนั้น จึงไม่ต้องเอ่ยชื่อกลุ่มซ้ำ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าไวรัสมีลักษณะทุกอย่างของทั้งสองกลุ่ม
แบบฝึกหัด
has features of each ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร
- มันมีลักษณะบางอย่างจากทั้งสองกลุ่มที่อธิบายไว้ก่อนหน้า
- ผู้ป่วยทุกคนแสดงลักษณะเหมือนกัน
- มันมีลักษณะทั้งหมดของไวรัสโคโรนาทุกชนิด
ดูคำตอบ
มันมีลักษณะบางอย่างจากทั้งสองกลุ่มที่อธิบายไว้ก่อนหน้า
It spreads easily, but can severely impact the lungs: ใช้ but เพื่อแสดงความแตกต่าง
ประโยคนี้บอกลักษณะแรกก่อน คือแพร่ได้ง่าย แล้วใช้ but เปลี่ยนไปกล่าวถึงอีกลักษณะหนึ่งที่ร้ายแรง คืออาจทำอันตรายรุนแรงต่อปอด ข้อมูลทั้งสองยังคงเป็นจริง และ but ไม่ได้หักล้างข้อมูลแรก ความแตกต่างนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและทำให้ผู้อ่านสนใจส่วนหลังมากขึ้น ประธาน it ใช้ร่วมกันกับกริยาทั้งสองวลี ดังนั้น but can severely impact... จึงมีความหมายเท่ากับ but it can severely impact....
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ but เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงข้อที่สองเป็นความแตกต่าง ไม่ใช่การเพิ่มข้อมูลอย่างเป็นกลางหรือผลลัพธ์
- The battery is small, and it can power the camera all day.
- The battery is small, so it can power the camera all day.
- The battery is small, but it can power the camera all day.
ดูคำตอบ
The battery is small, but it can power the camera all day.
When an infected person coughs: when ที่ใช้บอกเหตุการณ์กระตุ้น
ใน When an infected person coughs คำว่า when นำอนุประโยคที่ระบุเหตุการณ์ซึ่งกระตุ้นให้เกิดผลลัพธ์ตามมา ในที่นี้หมายถึง “ทุกครั้งที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึงเวลาตามนาฬิกาที่เจาะจง อนุประโยคนี้กำหนดกรอบของเวลาหรือเงื่อนไข แล้วประโยคหลักจึงบอกผลลัพธ์ การอธิบายกระบวนการที่เกิดซ้ำมักใช้ when + present simple แล้วตามด้วยประโยคหลักที่บอกผล
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ อนุประโยค when ทำหน้าที่อะไร? When the sensor detects smoke, the alarm sounds.
- ระบุเวลาตามนาฬิกาที่แน่นอนซึ่งสัญญาณเตือนดัง
- ระบุผลลัพธ์แทนที่จะระบุตัวกระตุ้น
- ระบุเหตุการณ์ที่กระตุ้นผลลัพธ์ตามปกติ
ดูคำตอบ
ระบุเหตุการณ์ที่กระตุ้นผลลัพธ์ตามปกติ
droplets containing the virus: วลีสัมพัทธ์แบบย่อ
ใน droplets containing the virus กลุ่มคำ containing the virus เป็นวลี present participle ที่วางไว้หลัง droplets เพื่อระบุว่าหมายถึงละอองฝอยชนิดใด โดยมีความหมายเท่ากับ droplets that contain the virus โครงสร้างสัมพัทธ์แบบย่อ “คำนาม + วลี -ing” นี้ช่วยให้ข้อความกระชับเมื่อคำนามมีความสัมพันธ์แบบเป็นผู้กระทำตามที่รูป -ing แสดง ในที่นี้ละอองฝอยเป็นสิ่งที่มีไวรัสอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ contain: The box ____ the spare keys is under the desk.
ดูคำตอบ
containing
spray out: พุ่งออกมาเป็นละอองหรืออนุภาคละเอียด
ใน spray out คำว่า spray บรรยายของเหลวหรืออนุภาคขนาดเล็กที่ออกมาเป็นสายแบบกระจายหรือเป็นกลุ่มคล้ายเมฆ ส่วน out เพิ่มความหมายของการเคลื่อนออกจากแหล่งกำเนิดหรือด้านใน ในประโยคนี้ droplets เป็นประธาน กล่าวคือ ตัวละอองฝอยเองเคลื่อนออกไปด้านนอก ใช้ subject + spray out เมื่อเน้นสิ่งที่พุ่งออกมา หากต้องการระบุแหล่งกำเนิด ให้ใช้ spray out of + source เช่น Water sprayed out of the pipe. วลีนี้สื่อถึงหยดหรืออนุภาคเล็ก ๆ จำนวนมาก ไม่ใช่วัตถุแข็งชิ้นเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ออกมาเป็นหยดเล็ก ๆ จำนวนมาก”: When I pressed the nozzle, a fine mist began to ____.
ดูคำตอบ
spray out
transmit best in enclosed spaces: การเปรียบเทียบเงื่อนไขการแพร่เชื้อ
ใน transmit best in enclosed spaces คำว่า transmit หมายถึงการส่งต่อจากโฮสต์หนึ่งไปยังอีกโฮสต์หนึ่ง ส่วน best หมายถึงอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเมื่อเทียบกับเงื่อนไขอื่น Best กล่าวถึงประสิทธิภาพของการแพร่เชื้อ ไม่ใช่คำชม วลีนี้จัดโครงสร้างการเปรียบเทียบ โดยระบุว่า enclosed spaces เป็นสภาพแวดล้อมที่การแพร่เชื้อเกิดขึ้นได้ง่ายที่สุด Enclosed หมายถึงแยกออกจากพื้นที่ภายนอก แต่ถ้อยคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าทุกพื้นที่มีขนาดเล็ก แออัด หรือไม่มีการระบายอากาศเลย
แบบฝึกหัด
best ใน transmit best in enclosed spaces หมายถึงอะไร
- ไวรัสมีคุณธรรมดีกว่าเมื่ออยู่ในสถานที่เหล่านั้น
- การแพร่เชื้อมีประสิทธิภาพที่สุดภายใต้เงื่อนไขเหล่านั้น
- พื้นที่ปิดทุกแห่งมีผู้คนแออัด
ดูคำตอบ
การแพร่เชื้อมีประสิทธิภาพที่สุดภายใต้เงื่อนไขเหล่านั้น
where people are close together: ใช้ where เพื่ออธิบายสถานที่
ในที่นี้ where นำอนุประโยคที่ให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับสถานที่หรือสภาพแวดล้อม ส่วน people are close together บอกสิ่งที่เป็นจริงในสถานที่นั้น ในโครงสร้างนี้ where หมายถึง “ในสถานที่นั้น” ไม่ใช่คำแสดงคำถามที่หมายถึง “สถานที่ใด” โดยสามารถวางหลังคำนามที่เป็นสถานที่เพื่อเชื่อมกับอนุประโยคที่มีใจความครบถ้วน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่หมายถึง “ในสถานที่นั้น”: A crowded train is a place ____ people stand close together.
ดูคำตอบ
where
Cold weather keeps their delicate casing from drying out, ไวยากรณ์
1:33สภาพอากาศเย็นช่วยรักษาเปลือกหุ้มที่บอบบางของพวกมันไม่ให้แห้ง
keep ... from drying out: ป้องกันไม่ให้แห้ง
keep + object + from + -ing หมายถึง “ป้องกันไม่ให้กรรมทำบางอย่างหรือเกิดการเปลี่ยนแปลง” ในที่นี้ their delicate casing เป็นกรรม และ from drying out ระบุการเปลี่ยนแปลงที่ถูกป้องกัน Dry out หมายถึง “แห้งสนิทหรือแห้งมากเกินกว่าที่ต้องการ” ประโยคนี้บอกว่าความหนาวหยุดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าทำให้เปลือกหุ้มคงสภาพแห้ง
แบบฝึกหัด
เติมคำที่มีความหมายว่า “ป้องกันไม่ให้ขนมปังแห้ง”: The sealed bag keeps the bread ____.
ดูคำตอบ
from drying out
enabling the virus to survive for longer between hosts, ไวยากรณ์
1:36ทำให้ไวรัสสามารถอยู่รอดได้นานขึ้นระหว่างเปลี่ยนโฮสต์
enabling the virus to survive for longer between hosts: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์
อนุประโยค -ing ที่ขึ้นต้นด้วย enabling เพิ่มผลที่เกิดจากสถานการณ์ก่อนหน้า โดยหมายความว่าเงื่อนไขก่อนหน้านี้ทำให้ไวรัสอยู่รอดระหว่างโฮสต์ได้นานขึ้น ไม่ได้บอกว่าเป็นจุดประสงค์ของไวรัส รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ enable + กรรม + to-infinitive เช่น enable the virus to survive เมื่ออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย enabling ตามหลังประโยคหลัก จะใช้บอกได้ว่าสถานการณ์ทั้งหมดก่อนหน้านั้นทำให้อะไรเป็นไปได้
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้อนุประโยคผลลัพธ์แบบ -ing และโครงสร้าง enable + กรรม + to-infinitive ได้ถูกต้อง
- The wider doorway improved access, enabling to wheelchair users enter more easily.
- The wider doorway improved access, enabling wheelchair users entering more easily.
- The wider doorway improved access, enabling wheelchair users to enter more easily.
ดูคำตอบ
The wider doorway improved access, enabling wheelchair users to enter more easily.
while UV exposure from sunlight may damage it: แสดงความแตกต่าง ไม่ได้บอกเวลา
while ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อบอกช่วงเวลา แต่เชื่อมอนุประโยคนี้กับแนวคิดก่อนหน้าและแสดงความแตกต่างกัน กล่าวคือ ปัจจัยก่อนหน้านี้ช่วยให้ไวรัสอยู่รอด แต่การสัมผัสรังสียูวีอาจทำลายไวรัสได้ โครงสร้างนี้ช่วยให้งานอธิบายทางวิทยาศาสตร์วางตัวแปรที่ให้ผลต่างกันไว้เคียงกัน ผู้อ่านจึงเห็นกลไกที่สมดุล แทนที่จะเห็นเพียงสาเหตุที่ทำงานในทิศทางเดียว
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Cold air can preserve a sample, while direct sunlight may damage it,” while ทำหน้าที่อะไร
- ใช้แนะนำผลที่ตรงกันข้าม
- บอกว่าผลทั้งสองต้องเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันพอดี
- อธิบายตำแหน่งของแสงแดด
ดูคำตอบ
ใช้แนะนำผลที่ตรงกันข้าม
These seasonal variations matter more for established viruses, การใช้คำ
1:43ความผันแปรตามฤดูกาลเหล่านี้มีความสำคัญมากกว่าสำหรับไวรัสที่มีมานานแล้ว
established viruses: ไวรัสที่แพร่หมุนเวียนในประชากรอยู่แล้ว
ในงานเขียนด้านสาธารณสุข established viruses หมายถึงไวรัสที่มีอยู่และแพร่หมุนเวียนอย่างต่อเนื่องในประชากรกลุ่มหนึ่ง established บอกสถานะของไวรัสในประชากรกลุ่มนั้น ไม่ได้หมายความว่าไวรัสมีชื่อเสียงหรือเพียงแค่ได้รับการยืนยันว่ามีอยู่จริง ในอนุประโยคนี้ seasonal variations matter more for these viruses หมายความว่าสภาพตามฤดูกาลส่งผลต่อการแพร่ของไวรัสเหล่านี้มากกว่าการแพร่ของไวรัสที่เพิ่งเข้าสู่ประชากร
แบบฝึกหัด
ในงานเขียนด้านสาธารณสุข established viruses มีความหมายตามธรรมชาติมากที่สุดว่าอะไร
- ไวรัสที่มีอยู่และแพร่หมุนเวียนในประชากรกลุ่มหนึ่งแล้ว
- ไวรัสที่ผู้คนจำนวนมากรู้จักชื่อ
- ไวรัสที่เพิ่งได้รับการยืนยันว่ามีอยู่จริง
ดูคำตอบ
ไวรัสที่มีอยู่และแพร่หมุนเวียนในประชากรกลุ่มหนึ่งแล้ว
but because no one is yet immune to a new virus, ไวยากรณ์
1:47แต่เนื่องจากยังไม่มีใครมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสชนิดใหม่
because no one is yet immune to a new virus: เพราะยังไม่มีใครมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสชนิดใหม่
Because ใช้บอกเหตุผลของข้อความรอบข้าง เหตุผลคือไวรัสชนิดใหม่สามารถแพร่ได้ง่ายเมื่อยังไม่มีใครมีภูมิคุ้มกันป้องกันไวรัสนั้น ใน no one is yet immune to a new virus คำว่า yet หมายถึงจนถึงเวลานี้ และบอกเป็นนัยว่าภูมิคุ้มกันอาจเกิดขึ้นในภายหลัง โครงสร้างคือ be immune to + โรค ไวรัส หรือสิ่งที่ส่งผลเสียอื่น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย immune to: After vaccination, Maya became ____ measles.
ดูคำตอบ
immune to
that it doesn't need ideal conditions to spread.
1:52จนไม่จำเป็นต้องมีสภาวะที่เหมาะสมเพื่อแพร่กระจาย
so many potential hosts that...: รูปแบบบอกจำนวนและผล
ใน so many potential hosts that... โครงสร้าง so many + คำนามนับได้พหูพจน์ แสดงว่ามีจำนวนมาก ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลที่เกิดจากจำนวนนั้น ในประโยคนี้ เนื่องจากมีโฮสต์ที่เป็นไปได้มาก การแพร่กระจายจึงไม่จำเป็นต้องอาศัยสภาวะที่เหมาะสม รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ so many + คำนามนับได้พหูพจน์ + that + อนุประโยคบอกผล ในที่นี้ so ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น” แต่ใช้เน้น many ส่วน that ใช้นำเข้าสู่ผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบบอกจำนวนและผลให้สมบูรณ์: The server received ____ requests ____ it slowed down.
ดูคำตอบ
so many · that
embed in ... and fuse with ...: ฝังอยู่ในและหลอมรวมกับ
คำกริยาสองคำที่เชื่อมกันนี้อธิบายสองขั้นตอนซึ่งมีประธานเดียวกันคือ the protein spikes คำว่า embed in หมายถึงเข้าไปฝังและยึดอยู่ภายในเซลล์เจ้าบ้าน ส่วน fuse with หมายถึงหลอมรวมกับเซลล์เหล่านั้น ไม่ใช่เพียงสัมผัสกัน คำบุพบทเป็นส่วนหนึ่งของคำกริยาที่ใช้คู่กัน ได้แก่ embed in something และ fuse with something ใน fuse with them คำว่า them อ้างกลับไปที่คำนามพหูพจน์ host cells
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทให้สำนวนเป้าหมายสมบูรณ์: When heated, the glass particles embed ____ the soft material and fuse ____ the coating.
ดูคำตอบ
in · with
hijack the host cell's machinery: ยึดระบบการทำงานของเซลล์เจ้าบ้าน
ในที่นี้ hijack เป็นคำเปรียบเทียบถึงการเข้าควบคุมสิ่งหนึ่งแล้วใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ไวรัสไม่ได้จี้พาหนะหรือยึดเครื่องจักรจริง ๆ แต่เข้าควบคุมกระบวนการที่ปกติทำงานให้เซลล์เจ้าบ้าน The host cell's machinery หมายถึงระบบชีวภาพต่าง ๆ ภายในเซลล์ที่เชื่อมโยงกัน เช่น กระบวนการระดับโมเลกุลที่สร้างโปรตีนและคัดลอกสารพันธุกรรม เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้ให้ภาพชัดเจนของการยึดใช้โดยไม่ยินยอมเพื่อประโยชน์ของผู้ยึด
แบบฝึกหัด
hijack the host cell's machinery หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- ไวรัสเข้าควบคุมระบบชีวภาพของเซลล์และใช้ระบบนั้นเพื่อตัวเอง
- ไวรัสซ่อมอุปกรณ์ที่เสียอยู่ภายในเซลล์
- ไวรัสใช้พาหนะขนเซลล์เจ้าบ้านออกไป
ดูคำตอบ
ไวรัสเข้าควบคุมระบบชีวภาพของเซลล์และใช้ระบบนั้นเพื่อตัวเอง
to replicate its own genes: เพื่อจำลองยีนของตัวเอง
to-infinitive ใน to replicate its own genes ใช้บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าไวรัสยึดระบบการทำงานของเซลล์ไปทำไม สามารถกล่าวอีกแบบได้ว่า in order to replicate its own genes ในบริบททางชีววิทยานี้ replicate หมายถึงการสร้างสำเนาของสารพันธุกรรม ส่วน its own เน้นว่ายีนเหล่านั้นเป็นของไวรัส ไม่ใช่ของเซลล์เจ้าบ้าน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ตรงกับความหมาย “เพื่อสร้างสำเนาสารพันธุกรรมของตัวเอง”: A virus can use a host cell ____.
ดูคำตอบ
to replicate its own genes
store their genes on RNA: on ที่บอกสื่อจัดเก็บข้อมูล
รูปแบบ store information on a medium มอง medium ว่าเป็นสถานที่หรือระบบที่รองรับข้อมูล ในประโยคนี้ their genes หมายถึงข้อมูลทางพันธุกรรม และ RNA คือสารที่รองรับข้อมูลนั้น ส่วน on ไม่ได้บอกการสัมผัสพื้นผิวตามปกติ รูปแบบเดียวกันนี้พบได้ในภาษาอังกฤษด้านเทคโนโลยีทั่วไป เช่น การเก็บรูปภาพไว้ในการ์ดหน่วยความจำ ดังนั้น on RNA จึงหมายความว่า RNA เป็นสื่อที่รองรับข้อมูล
แบบฝึกหัด
เติมบุพบทที่ใช้บอกสื่อจัดเก็บข้อมูลให้สมบูรณ์: The camera stores its photos ____ a memory card.
ดูคำตอบ
on
All viruses are either RNA viruses or DNA viruses. ไวยากรณ์
2:08ไวรัสทั้งหมดไม่เป็นไวรัส RNA ก็เป็นไวรัส DNA
either RNA viruses or DNA viruses: การจำแนกเป็นสองหมวดหมู่
Either A or B เชื่อมตัวเลือกหรือหมวดหมู่สองอย่างเข้าด้วยกัน ในที่นี้ A และ B คือวลีนามที่มีโครงสร้างขนานกัน ได้แก่ RNA viruses และ DNA viruses ดังนั้นประโยคนี้จึงจัดไวรัสแต่ละชนิดให้อยู่ในหนึ่งในสองกลุ่มนี้ ในการจำแนกทางวิทยาศาสตร์นี้ ทั้งสองกลุ่มถือว่าไม่ทับซ้อนกัน โดยทั่วไป either...or ใช้สร้างตัวเลือกหรือการจำแนกสองส่วน ส่วนการที่ทั้งสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ได้หรือไม่นั้นต้องพิจารณาจากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างการจำแนก either...or ให้สมบูรณ์: At this gym, each membership is ____ monthly ____ annual.
ดูคำตอบ
either · or
tend to be smaller: การบอกแนวโน้มทั่วไป
tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกสิ่งที่มักเกิดขึ้นหรือเป็นจริงโดยทั่วไป โดยยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น ในที่นี้ tend to be smaller นำเสนอขนาดที่เล็กกว่าเป็นแนวโน้มทั่วไปของไวรัส RNA ไม่ได้ยืนยันว่าไวรัส RNA ทุกชนิดต้องเล็กกว่าเสมอ
แบบฝึกหัด
ตัดสินการตีความต่อไปนี้: “RNA viruses tend to be smaller” หมายความว่าไวรัส RNA ทุกชนิดมีขนาดเล็กกว่าโดยไม่มีข้อยกเว้น
- ถูกต้อง: ประโยคนี้ยืนยันแบบเด็ดขาดเกี่ยวกับไวรัส RNA ทุกชนิด
- ไม่ถูกต้อง: ประโยคนี้บอกแนวโน้มทั่วไปและยังอนุญาตให้มีข้อยกเว้น
ดูคำตอบ
ไม่ถูกต้อง: ประโยคนี้บอกแนวโน้มทั่วไปและยังอนุญาตให้มีข้อยกเว้น
with fewer genes, meaning ...: เชื่อมลักษณะเข้ากับข้อสรุป
with fewer genes เพิ่มลักษณะอีกอย่างให้กับข้อความก่อนหน้าที่กล่าวถึงไวรัส RNA โครงสร้าง with + นามวลี ช่วยให้ผู้เขียนเพิ่มข้อมูลสนับสนุนได้โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ จากนั้น meaning they infect many hosts and replicate quickly in those hosts บอกข้อสรุปที่ผู้พูดได้จากคำอธิบายก่อนหน้า meaning ในที่นี้ทำหน้าที่เหมือน which means that เมื่อรวมกันแล้ว ส่วนต่าง ๆ จะสร้างลำดับข้อมูลที่กระชับ ได้แก่ คำอธิบายหลัก ลักษณะที่เพิ่มเข้ามา และข้อสรุปที่ตามมา
แบบฝึกหัด
ข้อวิเคราะห์ใดอธิบายประโยคนี้ได้ถูกต้อง: “The room has one small window, with thick curtains, meaning very little daylight gets inside”?
- with thick curtains นำเสนอความขัดแย้ง และ meaning very little daylight gets inside ให้คำจำกัดความแบบพจนานุกรม
- ทั้งสองส่วนเพียงเรียงเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกันตามลำดับเวลา
- with thick curtains เพิ่มลักษณะหนึ่ง และ meaning very little daylight gets inside บอกข้อสรุปจากคำอธิบายนั้น
ดูคำตอบ
with thick curtains เพิ่มลักษณะหนึ่ง และ meaning very little daylight gets inside บอกข้อสรุปจากคำอธิบายนั้น
whereas DNA viruses do: การเปรียบต่างและการใช้กริยาช่วยแทนวลีกริยา
whereas ใช้เชื่อมอนุประโยคสองส่วนเพื่อแสดงความแตกต่างโดยตรง ในที่นี้หมายความว่าโดยทั่วไปไวรัส RNA ไม่มีกลไกตรวจทาน แต่ไวรัส DNA มี whereas พบได้บ่อยเป็นพิเศษในคำอธิบายและการเปรียบเทียบที่เป็นทางการ ใน DNA viruses do คำว่า do ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวมาก่อนคือ have a proofreading mechanism เพื่อไม่ให้กล่าวซ้ำ ในที่นี้ do ไม่ได้หมายถึง “ทำการกระทำบางอย่าง” ด้วยตัวมันเอง แต่รับเนื้อหามาจากอนุประโยคก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปรียบต่างโดยใช้กริยาช่วยแทนวลีกริยาแทนการกล่าวซ้ำ: This tablet doesn't support wireless charging, whereas the newer model ____.
ดูคำตอบ
does
when an RNA virus replicates: การเกริ่นถึงกระบวนการทั่วไป
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ใช้กำหนดขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการ โดยหมายถึง “ในเวลาที่ไวรัส RNA เกิดการจำลองตัวเอง” และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับผลที่อธิบายต่อจากนั้น เนื่องจากเป็นคำอธิบายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยทั่วไป replicates จึงใช้รูป simple present ในโครงสร้างนี้ when + simple present อาจหมายถึง “ทุกครั้งที่กระบวนการนี้เกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ครั้งเดียวที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอขั้นตอนหนึ่งและผลตามปกติของขั้นตอนนั้นในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทั่วไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- If liquid water will freeze, it expands.
- When liquid water freezes, it expands.
- When liquid water froze, it expands.
ดูคำตอบ
When liquid water freezes, it expands.
much more likely to have mistakes: มีแนวโน้มที่จะมีข้อผิดพลาดมากกว่ามาก
โครงสร้าง be likely to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้พูดถึงความเป็นไปได้ที่บางสิ่งจะเกิดขึ้น ในที่นี้ to have mistakes หมายถึงผลลัพธ์อาจมีหรือแสดงข้อผิดพลาด more likely ใช้เปรียบเทียบความเป็นไปได้ ส่วน much ช่วยเน้นการเปรียบเทียบนั้น ดังนั้น much more likely จึงหมายถึงมีความเป็นไปได้สูงกว่ามาก ไม่ใช่สูงกว่าเพียงเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าอุปกรณ์มีโอกาสขัดข้องสูงกว่ามาก
- The device is much more likely to fail.
- The device is very more likely to fail.
- The device much more likely fails.
ดูคำตอบ
The device is much more likely to fail.
called mutations: เรียกด้วยศัพท์ว่า การกลายพันธุ์
ใน called mutations คำว่า called ใช้บอกชื่อของข้อผิดพลาดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ โดยข้อผิดพลาดเหล่านั้นเรียกว่า mutations ในทางไวยากรณ์ called เป็นกริยาช่องที่สามในอนุประโยคขยายแบบถูกกระทำที่ย่อรูป Mistakes called mutations มีความหมายเท่ากับ mistakes which are called mutations โครงสร้าง คำนาม + called + ชื่อ มักใช้เมื่อต้องการแนะนำคำศัพท์เฉพาะในบทความ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ called เพื่อตั้งชื่อให้กับนามวลีข้างหน้าได้ถูกต้อง
- Small changes in DNA, called mutations, can affect a trait.
- Small changes in DNA, call mutations, can affect a trait.
- Small changes in DNA, calling mutations, can affect a trait.
ดูคำตอบ
Small changes in DNA, called mutations, can affect a trait.
Many of these mutations are useless or even harmful, วลี
2:33การกลายพันธุ์หลายอย่างเหล่านี้ไร้ประโยชน์หรือเป็นอันตรายด้วยซ้ำ
useless or even harmful: การเพิ่มระดับด้วย or even
ใน useless or even harmful คำว่า even ทำให้คำอธิบายที่สองเป็นความเป็นไปได้ที่รุนแรงและหนักกว่าคำแรก ทั้งสองอย่างไม่ได้เป็นตัวเลือกที่อยู่ในระดับเท่ากัน เพราะ harmful รุนแรงกว่าเพียงแค่ useless รูปแบบ A or even B ไล่จากประเด็นที่เบากว่าไปยังประเด็นที่รุนแรงกว่าหรือน่าประหลาดใจกว่า ในที่นี้ การประเมินเพิ่มระดับจากการไม่มีประโยชน์ไปเป็นการก่อให้เกิดอันตราย
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบเป้าหมายสองคำที่เพิ่มระดับจาก inconvenient ไปเป็น dangerous: A delay can be inconvenient ____ dangerous.
ดูคำตอบ
or even
but some make the virus better suited for certain environments, วลี
2:37แต่บางส่วนก็ทำให้ไวรัสเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมบางอย่างมากขึ้น
better suited for certain environments: การบอกความเหมาะสมที่มากขึ้น
Suited for หมายถึงมีคุณสมบัติที่เหมาะกับจุดประสงค์ สถานการณ์ หรือสภาพแวดล้อมอย่างหนึ่ง Better suited for certain environments หมายความว่าไวรัสเหมาะกับสภาพแวดล้อมเหล่านั้นมากกว่าก่อนเกิดการกลายพันธุ์ ใน make the virus better suited คำว่า make ตามด้วยกรรมและวลีคำคุณศัพท์ โครงสร้างคือ make + กรรม + better suited for + คำนาม โครงสร้างนี้อธิบายการเปลี่ยนแปลงของระดับความเหมาะสมระหว่างกรรมกับเงื่อนไขหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “เหมาะกับมากกว่า”: After the redesign, the keyboard is ____ small desks.
ดูคำตอบ
better suited for
a new host species: host ในทางชีววิทยา
ในทางชีววิทยา host คือสิ่งมีชีวิตที่ไวรัส ปรสิต หรือเชื้อก่อโรคชนิดอื่นสามารถอาศัยอยู่ภายในหรือบนตัวมัน และอาจเพิ่มจำนวนได้ ส่วน host species คือชนิดพันธุ์ที่สิ่งมีชีวิตซึ่งเป็นโฮสต์เหล่านั้นสังกัดอยู่ ในที่นี้ new หมายถึงชนิดพันธุ์นั้นเป็นโฮสต์รายใหม่สำหรับไวรัสชนิดนี้ ไม่ได้หมายความเสมอไปว่าเป็นชนิดพันธุ์ที่เพิ่งถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
ในบทความชีววิทยา a new host species หมายถึงอะไร
- ชนิดพันธุ์อื่นที่สามารถเป็นเจ้าบ้านให้ไวรัสหรือปรสิตได้
- พิธีกรที่เพิ่งเริ่มจัดรายการ
- องค์กรที่จัดงานเป็นครั้งแรก
ดูคำตอบ
ชนิดพันธุ์อื่นที่สามารถเป็นเจ้าบ้านให้ไวรัสหรือปรสิตได้
Epidemics often occur when a virus jumps from animals to humans. การใช้คำ
2:42โรคระบาดมักเกิดขึ้นเมื่อไวรัสกระโดดจากสัตว์สู่มนุษย์
jumps from animals to humans: การแพร่เชื้อข้ามชนิดพันธุ์
ในงานเขียนด้านสาธารณสุข วลี a virus jumps from animals to humans หมายถึงไวรัสข้ามพรมแดนระหว่างชนิดพันธุ์และติดเชื้อในมนุษย์ หลังจากแพร่หมุนเวียนอยู่ในสัตว์ คำว่า jump เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้อธิบายการเคลื่อนไหวทางกายภาพ รูปแบบ jump from A to B ใช้ from ระบุกลุ่มโฮสต์ต้นทาง และใช้ to ระบุกลุ่มโฮสต์ใหม่ เป็นวิธีอธิบายการแพร่เชื้อข้ามชนิดพันธุ์อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ jump from A to B โดยใช้ birds เป็น A และ humans เป็น B: Some viruses can ____.
ดูคำตอบ
jump from birds to humans
This is true of: ขยายข้อความเดิมให้ครอบคลุมอีกกลุ่มหนึ่ง
ในที่นี้ This is true of ใช้กล่าวถึงอีกกลุ่มหนึ่งที่ข้อความก่อนหน้าก็ใช้ได้เช่นกัน This อ้างถึงใจความทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน of นำหน้าบุคคลหรือสิ่งที่ใจความนั้นใช้ได้ โครงสร้าง This is true of + นามวลี หมายถึง “ข้อความเดียวกันนี้ใช้กับ...” ช่วยขยายแนวคิดโดยไม่ต้องกล่าวเนื้อหาเดิมซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายความว่าข้อความแรกใช้กับเว็บไซต์ด้วย: Many free apps collect user data. ____ some websites too.
ดูคำตอบ
This is true of
epidemic และ pandemic: ขนาดการแพร่กระจายในงานสาธารณสุข
ในรายการเหตุการณ์ด้านสาธารณสุขนี้ epidemics เป็นคำนามร่วมของ Ebola, Zika และ SARS ส่วน COVID-19 ใช้ pandemic ในภาษาด้านสาธารณสุข epidemic หมายถึงจำนวนผู้ป่วยโรคหนึ่งในชุมชน ภูมิภาค หรือกลุ่มประชากรเพิ่มขึ้นจนสูงกว่าระดับที่คาดไว้ตามปกติอย่างชัดเจน ส่วน pandemic คือ epidemic ที่แพร่กระจายอย่างกว้างขวางไปยังหลายประเทศหรือหลายทวีป ความแตกต่างหลักอยู่ที่ขอบเขตการแพร่กระจาย ไม่ใช่ความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยแต่ละคน
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับศัพท์ด้านสาธารณสุข a pandemic มากที่สุด
- การระบาดของโรคที่แพร่ไปยังหลายประเทศและหลายทวีป
- จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นผิดปกติแต่จำกัดอยู่ในเมืองเดียว
- บุคคลหนึ่งป่วยหนัก
ดูคำตอบ
การระบาดของโรคที่แพร่ไปยังหลายประเทศและหลายทวีป
Once in humans: once + วลีบุพบท
ใน Once in humans คำว่า once ทำหน้าที่บอกจุดที่ขั้นตอนใหม่เริ่มต้น ส่วน in humans บอกสภาวะหรือตำแหน่งของไวรัส วลีแบบย่อนี้มีความหมายใกล้เคียงกับ once the virus is in humans หรือ after it has entered humans เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดก่อนว่าสิ่งที่ตามมาเกิดขึ้นในขั้นตอนไหน จึงช่วยจัดลำดับคำอธิบาย หากรู้ประธานได้ชัดจากบริบท once + วลีสั้น ๆ สามารถพาคำอธิบายกระบวนการไปสู่ขั้นต่อไปได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
Once in humans ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- วลีนี้บอกว่ามนุษย์เคยมีอยู่ในอดีต
- วลีนี้กำหนดให้ขั้นตอนหลังจากไวรัสเข้าสู่มนุษย์เป็นพื้นหลังของเนื้อหาที่ตามมา
- วลีนี้บอกว่าไวรัสเข้าสู่ร่างกายมนุษย์เพียงครั้งเดียว
ดูคำตอบ
วลีนี้กำหนดให้ขั้นตอนหลังจากไวรัสเข้าสู่มนุษย์เป็นพื้นหลังของเนื้อหาที่ตามมา
not enough to ..., but enough to ...: เปรียบเทียบเกณฑ์สองระดับ
ใน not enough to create a new virus, but enough to create variations or strains วลี enough to + กริยาสองส่วนสร้างโครงสร้างเปรียบเทียบแบบขนาน ระดับที่กำลังกล่าวถึงยังไม่ถึงเกณฑ์ของผลลัพธ์แรก แต่ถึงเกณฑ์ของผลลัพธ์ที่สอง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ not enough to do A, but enough to do B ซึ่งเปรียบเทียบเกณฑ์ของผลลัพธ์สองอย่าง และแสดงว่าในบริบทนี้ B สามารถเกิดขึ้นได้ที่ระดับต่ำกว่า A
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบขนานเป้าหมายให้สมบูรณ์: The evidence was ____ prove the claim, but ____ raise serious questions.
ดูคำตอบ
not enough to · enough to
a few key differences from X: ความแตกต่างสำคัญบางประการจาก X
วลี a few key differences from X หมายถึงประเด็นสำคัญจำนวนเล็กน้อยที่สิ่งหนึ่งแตกต่างจาก X ในโครงสร้าง have differences from X คำว่า from ใช้นำสิ่งที่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ในประโยคนี้ most RNA viruses คือกลุ่มที่ใช้เปรียบเทียบ วลีนี้ยังส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายความแตกต่างสำคัญเหล่านั้นต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสองคำที่หมายถึงด้านที่มันไม่เหมือนกับรุ่นที่ใช้เปรียบเทียบ: This model has a few key ____ the older version.
ดูคำตอบ
differences from
some of the largest: บางส่วนในกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
Some of the largest ใช้โครงสร้าง some of + the + คำขั้นสุด โครงสร้างนี้จัดสมาชิกหลายสิ่งให้อยู่ในกลุ่มปลายบนสุดของมาตรวัด แต่ไม่ได้อ้างว่าสิ่งเหล่านั้นครองอันดับหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว ในที่นี้ largest ไม่มีคำนามตามหลัง เพราะเข้าใจประเภทที่เกี่ยวข้องได้จากบริบทอยู่แล้ว โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับรูปแบบอย่าง some of the best และ some of the most common ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึงสมาชิกของกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุดเพียงหนึ่งเดียว: These warehouses are ____ buildings in the region.
ดูคำตอบ
some of the largest
That creates more opportunity for harmful mutations. วลี
3:13นั่นทำให้เกิดโอกาสเกิดการกลายพันธุ์ที่เป็นอันตรายได้มากขึ้น
creates more opportunity for harmful mutations: เพิ่มโอกาสเกิดการกลายพันธุ์ที่เป็นอันตราย
ในที่นี้ creates more opportunity for harmful mutations หมายถึง “ทำให้การกลายพันธุ์ที่เป็นอันตรายมีโอกาสเกิดขึ้นมากขึ้น” สาเหตุไม่ได้ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ทันที แต่สร้างเงื่อนไขที่เอื้อให้ผลลัพธ์นั้นเกิดได้ง่ายขึ้น โครงสร้าง create more opportunity for + คำนามหรือรูป -ing เชื่อมสาเหตุกับความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้น ในประโยคนี้ That ระบุสาเหตุ ส่วน harmful mutations ระบุผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำจากบทเรียน: The rushed schedule can ____ mistakes during testing.
ดูคำตอบ
create more opportunity for
To counteract this risk ในฐานะคำเชื่อมบอกจุดประสงค์
To counteract this risk เป็นวลี infinitive บอกจุดประสงค์ที่วางไว้ต้นประโยค หมายถึง “เพื่อออกแรงต้านและลดผลของความเสี่ยงนี้” วลีนี้บอกจุดประสงค์ของการกระทำในประโยคหลักที่ตามมา การวางวลีนี้ไว้ข้างหน้าช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยข้อมูลก่อนหน้าระบุความเสี่ยง ส่วนข้อมูลถัดไประบุวิธีรับมือ Counteract สื่อถึงการสร้างผลในทิศทางตรงข้าม ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงจะหายไปทั้งหมดเสมอไป
แบบฝึกหัด
ใช้ counteract ในวลีบอกจุดประสงค์เพื่อเติมประโยค: ____ this risk, the engineers installed a second alarm.
ดูคำตอบ
To counteract
checks for ... and corrects ...: ตรวจหาและแก้ไขข้อผิดพลาด
วลีกริยาทั้งสองสร้างลำดับการกระทำ โดย checks for replication errors หมายถึงการตรวจหาอย่างจริงจังว่าเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการจำลองแบบหรือไม่ การใช้ check for ไม่ได้หมายความว่าพบข้อผิดพลาดนั้นแล้ว corrects mistakes แสดงขั้นตอนถัดไป คือแก้ไขข้อผิดพลาดที่พบ เมื่อนำ checks for ... and corrects ... มาใช้ร่วมกัน จึงหมายถึงกระบวนการที่ทั้งตรวจพบและแก้ไขปัญหา
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ check for และ correct เพื่อเติมลำดับ ‘ตรวจก่อน แล้วจึงแก้ไข’ ให้สมบูรณ์: The editor ____ factual errors and ____ any mistakes before publication.
ดูคำตอบ
checks for · corrects
This makes coronaviruses much more stable, ไวยากรณ์
3:25สิ่งนี้ทำให้โคโรนาไวรัสมีความเสถียรมากกว่ามาก
make + กรรม + คำคุณศัพท์ใน This makes coronaviruses much more stable
This makes coronaviruses much more stable ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์เพื่อแสดงผลลัพธ์ โดย This คือสาเหตุ coronaviruses คือกรรมที่ได้รับผล และ much more stable คือสภาพที่เกิดขึ้น ในที่นี้ This ย้อนกลับไปหมายถึงกระบวนการตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดที่เพิ่งกล่าวถึง more stable เป็นรูปขั้นกว่า หมายความว่าไวรัสมีความเสถียรมากกว่าที่จะเป็นหากไม่มีปัจจัยนี้ ส่วน much ใช้เพิ่มระดับของการเปรียบเทียบ ดังนั้น much more stable จึงหมายถึง “เสถียรกว่ามาก” ไม่ใช่เพียง “เสถียรมาก”
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ make และ stable: The stronger frame ____ the tent much ____ in high winds.
ดูคำตอบ
makes · more stable
with a slower mutation rate than other RNA viruses: การเปรียบเทียบอัตราการกลายพันธุ์
mutation rate เป็นศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ที่บอกว่าการกลายพันธุ์เกิดเร็วหรือบ่อยเพียงใด ในที่นี้ rate หมายถึงอัตราของกระบวนการที่วัดได้ ไม่ใช่ราคาหรือคะแนนประเมิน วลี with a slower mutation rate than other RNA viruses เพิ่มลักษณะให้กับสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ slower ... than เปรียบเทียบกระบวนการกลายพันธุ์ของสิ่งนั้นกับไวรัส RNA อื่น ๆ และบอกว่าการกลายพันธุ์เกิดขึ้นช้ากว่า
แบบฝึกหัด
ในวลี a slower mutation rate than other RNA viruses คำว่า rate หมายถึงอะไร
- คะแนนที่ให้แก่ไวรัส
- จำนวนเงินที่เรียกเก็บต่อการกลายพันธุ์หนึ่งครั้ง
- ความเร็วหรือความถี่ที่การกลายพันธุ์เกิดขึ้น
ดูคำตอบ
ความเร็วหรือความถี่ที่การกลายพันธุ์เกิดขึ้น
While this may sound formidable: การเปิดแบบยอมรับข้อหนึ่งก่อนเปลี่ยนมุมมอง
ในที่นี้ while หมายถึง although หรือ “แม้ว่า” ไม่ใช่ during the time that หรือ “ในช่วงที่” คำนี้เปิดอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อน โดยผู้พูดยอมรับก่อนว่าข้อมูลก่อนหน้าอาจดูน่าหวั่นใจ may sound formidable อธิบายความรู้สึกหรือภาพที่รับรู้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว เครื่องหมายจุลภาคบอกว่าใจความหลักยังตามมา โดยมักจะจำกัด แก้ไข หรือสร้างสมดุลให้กับความรู้สึกแรกนั้น โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดยอมรับความกังวลก่อนจะปรับมุมมองของผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
การเปิดด้วย While this may sound formidable, ส่งสัญญาณถึงอะไร
- ผู้พูดบอกว่าบางสิ่งเกิดขึ้นระหว่างที่มีเสียงน่ากลัว
- ผู้พูดยอมรับความรู้สึกแรกว่าน่าหวั่นใจและเตรียมนำเสนอใจความหลักที่ตรงข้ามกัน
- ผู้พูดยืนยันว่าสถานการณ์นี้รับมือไม่ได้อย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
ผู้พูดยอมรับความรู้สึกแรกว่าน่าหวั่นใจและเตรียมนำเสนอใจความหลักที่ตรงข้ามกัน
the slow mutation rate is actually a promising sign วลี
3:33แต่อัตราการกลายพันธุ์ที่ช้าเป็นสัญญาณที่มีแนวโน้มดี
a promising sign: สัญญาณของการมองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวัง
ในประโยคนี้ a promising sign หมายถึงข้อสังเกตหรือสัญญาณที่บ่งชี้ว่าอาจเกิดผลลัพธ์ที่ดีได้ คำว่า promising อธิบายว่าสัญญาณนั้นชี้ไปสู่อนาคตแบบใด ไม่ได้หมายความว่าสัญญาณกำลังให้คำมั่นสัญญา วลีนี้สื่อถึงการมองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวัง อัตราการกลายพันธุ์ที่ช้าเป็นหลักฐานเชิงบวก แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าความพยายามต่าง ๆ จะประสบความสำเร็จแน่นอน
แบบฝึกหัด
ข้อใดตรงกับความหมายของ a promising sign มากที่สุด
- บ่งชี้ว่าอาจเกิดผลลัพธ์ที่ดีได้ แต่ยังไม่แน่นอน
- เป็นสัญญาณที่ให้คำมั่นสัญญาอย่างเป็นทางการ
- พิสูจน์ว่าประสบความสำเร็จแล้ว
ดูคำตอบ
บ่งชี้ว่าอาจเกิดผลลัพธ์ที่ดีได้ แต่ยังไม่แน่นอน
when it comes to disarming them: การกำหนดหัวข้อและใช้อุปมา
when it comes to ... ใช้จำกัดการสนทนาให้อยู่ในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง มีความหมายใกล้เคียงกับ “เมื่อพูดถึง...” หรือ “ในด้านของ...” ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วย disarming ซึ่งอยู่ในรูป -ing disarming them ใช้อุปมาเกี่ยวกับความขัดแย้ง ตามความหมายตรงตัว disarm คือการปลดอาวุธ แต่ในที่นี้ them หมายถึงไวรัสที่กล่าวถึงก่อนหน้า และวลีนี้หมายถึงการทำให้พวกมันไม่สามารถก่ออันตรายหรือลดภัยคุกคามจากพวกมัน
แบบฝึกหัด
ข้อใดตรงกับความหมายของประโยคนี้มากที่สุด: “When it comes to disarming a security threat, early detection is crucial.”
- หมายความว่าการตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้ภัยคุกคามด้านความปลอดภัยมาถึง
- หมายความว่าภัยคุกคามต้องถืออาวุธจริง ๆ ก่อนจึงจะตรวจพบได้
- หมายความว่าการตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำให้ภัยคุกคามด้านความปลอดภัยหมดฤทธิ์
ดูคำตอบ
หมายความว่าการตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำให้ภัยคุกคามด้านความปลอดภัยหมดฤทธิ์
our immune systems can recognize germs and destroy them more quickly
3:40ระบบภูมิคุ้มกันของเราสามารถจดจำเชื้อโรคและทำลายพวกมันได้เร็วขึ้น
if they infect us again ... so they don't make us sick: จากเงื่อนไขสู่ผลลัพธ์
อนุประโยคที่มี if กำหนดเงื่อนไขว่าไวรัสทำให้เราติดเชื้ออีกครั้ง ในที่นี้ they ในทั้งสองอนุประโยคหมายถึงไวรัส ส่วน so นำเข้าสู่ผลของการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่อธิบายอยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า นั่นคือไวรัสไม่ทำให้เราป่วย ให้อ่านสองส่วนนี้เป็นสายข้อมูลจากเงื่อนไขไปสู่ผลลัพธ์ if บอกว่าการป้องกันนี้มีความสำคัญในสถานการณ์ใด ส่วน so บอกว่าการป้องกันนี้นำไปสู่ผลอะไร
แบบฝึกหัด
if และ so แสดงความสัมพันธ์แบบใดในข้อความนี้?
- if นำเข้าสู่เงื่อนไข และ so นำเข้าสู่ผลที่ตามมา
- if ให้เหตุผล และ so เปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ทั้งสองคำบอกเพียงว่าไวรัสทำงานเมื่อใด
ดูคำตอบ
if นำเข้าสู่เงื่อนไข และ so นำเข้าสู่ผลที่ตามมา
But mutations can make a virus less recognizable to our immune systems, ไวยากรณ์
3:47แต่การกลายพันธุ์สามารถทำให้ไวรัสเป็นที่จดจำได้น้อยลงต่อระบบภูมิคุ้มกันของเรา
less recognizable to our immune systems: ระดับที่ลดลงและฝ่ายที่จำแนก
ใน less recognizable to our immune systems โครงสร้าง less + คำคุณศัพท์แสดงระดับที่ลดลง กล่าวคือ การกลายพันธุ์อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันระบุไวรัสได้ยากขึ้น less ไม่ได้หมายความว่าจำแนกไม่ได้เลย to our immune systems ระบุฝ่ายที่ทำหน้าที่จำแนก หรือสิ่งที่เป็นผู้ตัดสินว่าไวรัสนั้นเป็นที่จดจำได้หรือไม่ ในโครงสร้างที่ใหญ่กว่า make + กรรม + คำคุณศัพท์ นั้น a virus เป็นกรรม และ less recognizable อธิบายสภาพที่เปลี่ยนไปของมัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง less + คำคุณศัพท์ + to แบบเดียวกับในบทเรียน: The smaller label makes the warning ____ new users.
ดูคำตอบ
less recognizable to
more difficult to fight off: ต้านทานภัยคุกคามได้ยากขึ้น
Fight off เป็นกริยาวลีที่หมายถึงต่อต้านแล้วขับไล่หรือเอาชนะภัยคุกคาม ในบริบทด้านสุขภาพนี้ กรรมที่ไม่ได้กล่าวออกมาคือไวรัสหรือการติดเชื้อ ดังนั้น more difficult to fight off จึงหมายถึงร่างกายหรือการรักษาเอาชนะสิ่งนั้นได้ยากขึ้น โครงสร้าง more difficult to + คำกริยา บอกว่าการทำกริยานั้นต่อสิ่งที่กล่าวถึงต้องใช้ความพยายามมากขึ้น ในที่นี้ สิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้าถูกเข้าใจว่าเป็นกรรมของ fight off กรรมที่เป็นคำนามวางหลังวลีทั้งหมดได้ เช่น fight off an infection แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม มักวางไว้ตรงกลาง เช่น fight it off
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ fight off ในความหมายว่าต่อต้านและเอาชนะภัยคุกคาม
- The medicine helps the body fight off the infection.
- The two friends fight over whose turn it is.
- The boxer will fight in the final match.
ดูคำตอบ
The medicine helps the body fight off the infection.
less effective, because they're tailored very specifically to a virus. วลี
3:56มีประสิทธิภาพน้อยลง เนื่องจากยาถูกปรับแต่งมาเฉพาะสำหรับไวรัสหนึ่งๆ
be tailored very specifically to a virus: ออกแบบให้ตรงกับไวรัสชนิดหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจงมาก
Be tailored to หมายถึงได้รับการออกแบบหรือปรับให้เหมาะเป็นพิเศษกับเป้าหมาย ความต้องการ หรือเงื่อนไขเฉพาะ ความหมายนี้มาจากแนวคิดตามตัวอักษรเรื่องช่างตัดเสื้อแก้ไขเสื้อผ้า แต่ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ในอนุประโยคที่เน้น they're หมายถึงยาต้านไวรัสและวัคซีน ส่วน very specifically เน้นว่าสิ่งเหล่านี้ตรงกับไวรัสชนิดหนึ่งอย่างใกล้เคียงมาก ซึ่งช่วยอธิบายว่าเหตุใดการเปลี่ยนแปลงของไวรัสจึงอาจลดประสิทธิภาพของยาและวัคซีนได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึงออกแบบมาเพื่อเป้าหมายที่แม่นยำมาก: The training is ____ the needs of new employees.
ดูคำตอบ
tailored very specifically to
That's why we need a new flu vaccine every year. ลำดับความ
4:01นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตัวใหม่ทุกปี
That's why: เชื่อมเหตุเข้ากับผลลัพธ์
That's why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลหรือคำอธิบายที่กล่าวไว้แล้ว และนำเข้าสู่ข้อสรุปที่ตามมา ในประโยคนี้ วลีนี้ชี้ว่าความจำเป็นที่จะต้องมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดใหม่ทุกปีเป็นผลลัพธ์ เมื่อได้ยินหรืออ่าน That's why ให้มองย้อนกลับไปหาสาเหตุ แล้วมองต่อไปข้างหน้าเพื่อหาผลลัพธ์หรือการกระทำที่สาเหตุนั้นทำให้จำเป็น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ That's why เพื่อเชื่อมสาเหตุที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับผลลัพธ์ได้ถูกต้อง
- That's why it was raining hard. The game was canceled.
- It was raining hard. That's why the game was canceled.
- The game was canceled. That's why it was raining hard.
ดูคำตอบ
It was raining hard. That's why the game was canceled.
so quickly that ... pop up constantly: ระดับที่ก่อให้เกิดผล
โครงสร้าง so + adverb + that + clause แสดงว่าระดับของการกระทำก่อให้เกิดผลลัพธ์ ใน so quickly that new strains pop up constantly คำว่า quickly ขยาย mutates และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลลัพธ์ pop up หมายถึง “ปรากฏขึ้น” โดยมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหันหรือซ้ำหลายครั้ง ส่วน constantly เน้นว่าเหตุการณ์นี้ดำเนินต่อเนื่อง ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อถึงการเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย so quickly that และรูปอดีตของ pop up: The project expanded ____ unexpected problems ____ every day.
ดูคำตอบ
so quickly that · popped up
might be able to recognize...: กล่าวถึงความสามารถที่เป็นไปได้อย่างระมัดระวัง
Might be able to รวมความหมายเรื่องความเป็นไปได้กับความสามารถ Might แสดงว่าผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน ส่วน be able to recognize บอกว่าสิ่งใดอาจกลายเป็นสิ่งที่ทำได้ For longer หมายถึง “เป็นเวลานานกว่า” เมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่เข้าใจได้จากบริบท ถ้อยคำนี้มีประโยชน์ในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์หรือการคาดการณ์ เพราะใช้กล่าวถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมการคาดการณ์อย่างระมัดระวังด้วยสำนวนที่หมายถึง “อาจมีความสามารถ”: With further testing, the device ____ identify the source of the leak.
ดูคำตอบ
might be able to
and therefore protect...: ระบุผลลัพธ์ที่ตามมา
Therefore บอกผู้อ่านว่าสิ่งที่ตามมาเป็นผลลัพธ์หรือข้อสรุปที่ได้จากข้อมูลก่อนหน้า ในที่นี้ and เชื่อมวลีกริยาอีกชุดหนึ่ง และ therefore ระบุว่า protect us better เป็นผลที่เกิดขึ้น เมื่ออ่านคำอธิบาย ให้มอง therefore เป็นป้ายบอกทางของเหตุผล โดยย้อนกลับไปหาเหตุผลหรือหลักฐาน แล้วตีความข้อความหลังจากนั้นว่าเป็นผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอข้อเท็จจริงแรกเป็นสาเหตุ และข้อเท็จจริงที่สองเป็นผลลัพธ์?
- The server failed, although the website stayed online.
- The server failed because the website went offline.
- The server failed, and therefore the website went offline.
ดูคำตอบ
The server failed, and therefore the website went offline.
how long our bodies remain immune... ในฐานะคำถามแฝง
how long our bodies remain immune to different coronaviruses เป็นอนุประโยคคำถามแฝงที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ don't know โดยระบุข้อมูลที่ยังไม่รู้ นั่นคือระยะเวลาที่ภูมิคุ้มกันคงอยู่ เนื่องจากอนุประโยคนี้อยู่ภายในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า คือ how long + ประธาน + กริยา (our bodies remain) ไม่ใช่ลำดับคำของคำถามตรงอย่าง how long do our bodies remain
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำถามแฝงหลัง don't know ได้ถูกต้อง
- We don't know how long the battery will last.
- We don't know how long does the battery last.
- We don't know how long will the battery last.
ดูคำตอบ
We don't know how long the battery will last.
There's never been... สำหรับสิ่งที่ยังไม่เคยมีอยู่จนถึงตอนนี้
There's never been เป็นรูปย่อของ There has never been โดยรวมโครงสร้างบอกการมีอยู่ที่ใช้ there เข้ากับ present perfect เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งไม่เคยมีอยู่เลยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในประโยคนี้ จนถึงเวลาที่พูด ยังไม่เคยมีทั้งวิธีรักษาที่ได้รับอนุมัติและวัคซีนที่ได้รับอนุมัติ approved หมายถึงได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ ดังนั้นข้อความนี้กล่าวถึงสถานะการอนุมัติ ไม่ได้บอกว่าเคยมีการวิจัยหรือทดลองวิธีรักษาหรือวัคซีนที่เป็นไปได้หรือไม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีตัวเลือกที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการเลย
- There was no approved option last year.
- There is no approved option right now.
- There's never been an approved option.
ดูคำตอบ
There's never been an approved option.
We haven't focused on treating the ones that cause colds, ไวยากรณ์
4:29เราไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การรักษาชนิดที่ทำให้เกิดหวัด
haven't focused on treating: focus on ตามด้วยรูป -ing
focus on หมายถึง “ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับบางสิ่ง” คำว่า on เป็นคำบุพบท ดังนั้นเมื่อมีการกระทำตามหลังจึงต้องใช้รูป -ing เช่น focus on treating ไม่ใช่ focus on to treat ในที่นี้ haven't focused on treating หมายความว่า จนถึงตอนนี้การรักษาไวรัสเหล่านี้ยังไม่ใช่เรื่องหลักที่ได้รับความสนใจ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ focus on + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ improve เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Our team will focus on ____ customer support.
ดูคำตอบ
improving
before those treatments completed clinical trials. การใช้คำ
4:37ก่อนที่การรักษาเหล่านั้นจะเสร็จสิ้นการทดลองทางคลินิก
though ..., ... before ...: ข้อมูลพื้นหลังเชิงยอมรับและลำดับเหตุการณ์
though เปิดด้วยข้อมูลพื้นหลังเชิงยอมรับข้อเท็จจริงว่า นักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มพัฒนาวิธีรักษาแล้ว จากนั้นประโยคหลัก the epidemics ended จึงบอกเหตุการณ์ที่สำคัญต่อผลลัพธ์ ประโยคนี้เปรียบต่างความพยายามที่เริ่มขึ้นแล้วกับกระบวนการที่ยังไม่เสร็จ อนุประโยคที่ใช้ before จัดลำดับเหตุการณ์ว่า การระบาดสิ้นสุดลงก่อน ขณะที่วิธีรักษายังไม่ผ่านการทดลองทางคลินิกครบถ้วน เมื่อนำ though และ before มาใช้ร่วมกัน จะได้โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้ คือยอมรับความคืบหน้าก่อน แล้วจึงแสดงว่าอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นก่อนความคืบหน้านั้นจะเสร็จสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบายความสัมพันธ์ที่ though และ before สร้างขึ้นในตัวอย่างได้ดีที่สุด
- การพัฒนาเริ่มขึ้นแล้ว แต่เมื่อการระบาดสิ้นสุดลง วิธีรักษายังคงอยู่ในขั้นทดลองทางคลินิก
- การระบาดสิ้นสุดลงเพราะวิธีรักษาผ่านการทดลองทางคลินิกเรียบร้อยแล้ว
- การพัฒนาเพิ่งเริ่มหลังจากการระบาดสิ้นสุดลง
ดูคำตอบ
การพัฒนาเริ่มขึ้นแล้ว แต่เมื่อการระบาดสิ้นสุดลง วิธีรักษายังคงอยู่ในขั้นทดลองทางคลินิก
complete clinical trials: เสร็จสิ้นการทดลองทางคลินิก
Clinical trials คือการศึกษาวิจัยอย่างเป็นทางการที่มีมนุษย์เข้าร่วม เพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิผลของการรักษาทางการแพทย์ ใน completed clinical trials คำว่า completed หมายถึงการรักษานั้นได้ผ่านมาถึงจุดสิ้นสุดของขั้นตอนการวิจัยอย่างเป็นทางการนี้แล้ว วลีนี้บอกเพียงว่าการทดลองเสร็จสิ้นแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าผลออกมาเป็นบวกหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “เสร็จสิ้นการศึกษาอย่างเป็นทางการที่มีมนุษย์เข้าร่วม”:Regulators waited until the treatment had ____.
ดูคำตอบ
completed clinical trials
As we continue to encroach on other animals' habitats, กริยาวลี
4:40ในขณะที่เรายังคงรุกล้ำแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์อื่น
encroach on other animals' habitats: ค่อย ๆ รุกล้ำถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์อื่น
Encroach on หมายถึงการค่อย ๆ เข้าไปในหรือยึดครองพื้นที่ ที่ดิน สิทธิ หรือขอบเขตที่เป็นของผู้อื่น สื่อถึงแรงกดดันที่เกิดซ้ำหรือขยายมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเข้าไปครั้งเดียวอย่างเป็นกลาง ในประโยคนี้ กิจกรรมของมนุษย์ยังคงขยายเข้าไปในถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์อื่น ส่วน on ใช้นำหน้าพื้นที่ที่กำลังถูกรุกล้ำ
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ค่อย ๆ รุกล้ำ”:New construction is beginning to ____ the protected forest.
ดูคำตอบ
encroach on
a new coronavirus jumping to humans ... is inevitable: การหาภาคแสดงของประโยคหลัก
ข้อความทั้งหมด a new coronavirus jumping to humans ทำหน้าที่เป็นประธานและกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ข้ามมาสู่มนุษย์ jumping เป็นรูป -ing ที่ไม่ผันตามกาลภายในประธานนี้ ไม่ใช่กริยาที่แสดงกาลของประโยคหลัก ภาคแสดงของประโยคหลักคือ is inevitable วิธีแยกโครงสร้างที่เป็นประโยชน์คือหากริยา is ก่อน แล้วจะเห็นว่าส่วนยาวทั้งหมดที่อยู่ข้างหน้าบอกว่า “อะไรเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: A warning light flashing on the dashboard is hard to ignore. คำใดเป็นภาคแสดงของประโยคหลัก?
- is hard to ignore
- flashing
- on the dashboard
ดูคำตอบ
is hard to ignore
if ... doesn't have to be ...: ทำให้ผลลัพธ์ที่เลวร้ายสามารถหลีกเลี่ยงได้
อนุประโยค if นำเสนอการกระทำเป็นเงื่อนไข นั่นคือการศึกษาประเด็นที่ยังไม่รู้ ประโยคหลักบอกว่าสถานการณ์ไม่จำเป็นต้องร้ายแรงถึงขั้นทำลายล้าง ใจความสำคัญคือการลงมือทำสามารถป้องกันผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดได้ doesn't have to be ปฏิเสธความจำเป็นหรือความหลีกเลี่ยงไม่ได้ในบริบทนี้ ไม่ได้หมายถึง must not และไม่ได้รับประกันว่าผลลัพธ์ที่ไม่ดีจะไม่เกิดขึ้น แต่หมายความว่าผลลัพธ์นั้นสามารถหลีกเลี่ยงได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อความหมายว่า “การลงมือทำสามารถป้องกันไม่ให้ผลลัพธ์กลายเป็นหายนะ” ได้ดีที่สุด?
- If we prepare early, the result mustn't be disastrous.
- If we prepare early, the result doesn't have to be disastrous.
- If we prepare early, the result won't be disastrous.
ดูคำตอบ
If we prepare early, the result doesn't have to be disastrous.
did their part ... by staying home: do one's part เพื่อทำส่วนของตน
Do one's part หมายถึงการทำส่วนที่ตนรับผิดชอบหรือมีส่วนช่วยตามหน้าที่ของตนในความพยายามร่วมกัน ในที่นี้ did their part บอกว่าคนเหล่านั้นได้ทำส่วนของตนในความร่วมมือเพื่อส่วนรวมแล้ว วลี infinitive to help slow the spread บอกจุดประสงค์ของการกระทำ ส่วน by staying home บอกวิธีที่พวกเขามีส่วนช่วย คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน: I do my part, she does her part และ they did their part.
แบบฝึกหัด
ใช้ do one's part ในรูปอดีตที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Leo helped at the community food drive yesterday. He ____ by packing boxes.
ดูคำตอบ
did his part