เราจะสามารถอาศัยอยู่บนดาวอังคารได้จริงๆ หรือ? - Mari Foroutan: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนำเสนอด้วยน้ำเสียงขบขันแบบโฆษณาอสังหาริมทรัพย์ โดยสำรวจสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตบนดาวอังคาร อธิบายว่าน้ำ ภูมิประเทศ แรงโน้มถ่วง และฝุ่นหล่อหลอมดาวเคราะห์นี้อย่างไร แล้วพาไปรู้จักโอลิมปัสมอนส์กับหุบผามาริเนริส ก่อนปิดท้ายด้วยคำเชิญย้ายไปดาวอังคารแบบล้อเลียน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. First things first, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เรียนรู้การใช้คำเปลี่ยนประเด็นแบบเป็นกันเองก่อนกล่าวถึงเรื่องสำคัญที่สุดหรือเรื่องที่ควรจัดการก่อนตามลำดับ เหมาะสำหรับเริ่มคำอธิบาย จัดลำดับขั้นตอน หรือดึงความสนใจกลับมาที่สิ่งจำเป็นเร่งด่วน เช่น ตอนที่ผู้บรรยายเริ่มแจกแจงของจำเป็นสำหรับดาวอังคาร 2. thanks to a gravitational pull that's about a third as strong as ours. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า thanks to ใช้นำเสนอสาเหตุ ส่วน a third as strong as ours ใช้เปรียบเทียบความแรงสองค่าในเชิงปริมาณ โครงสร้างนี้ช่วยเชื่อมข้อสังเกตทางวิทยาศาสตร์กับคำอธิบายและบอกสัดส่วนได้อย่างแม่นยำ 3. are volcanoes not your thing? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: รู้จัก not your thing ในฐานะวิธีถามอย่างไม่เป็นทางการและเป็นมิตรว่าหัวข้อหรือกิจกรรมนั้นไม่ตรงกับความชอบของอีกฝ่ายหรือไม่ ใช้ตรวจสอบความชอบและเสนอทางเลือกใหม่ได้อย่างลื่นไหลโดยไม่ฟังดูตรงหรือวิจารณ์เกินไป
คำอธิบายในบทเรียนนี้
you're thinking of moving to Mars: แนวคิดที่กำลังพิจารณา
ในประโยคนี้ you're thinking of moving to Mars หมายถึงการย้ายไปอยู่ที่นั่นเป็นแนวคิดที่คุณกำลังพิจารณาอยู่ ไม่ได้หมายความว่าคุณตัดสินใจย้ายแล้วหรือกำลังย้ายอยู่ในขณะนี้ โครงสร้างคือ be + thinking of + กริยารูป -ing: you're thinking of moving ใช้พูดถึงการกระทำหรือแผนที่เป็นไปได้และกำลังพิจารณาอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ think of เพื่อแสดงความคิดที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ: I am ____ joining the school play.
ดูคำตอบ
thinking of
Have you picked out a spot for your new home? กริยาวลี
0:12คุณเลือกทำเลสำหรับบ้านใหม่ของคุณแล้วหรือยัง?
picked out: เลือกหนึ่งอย่างจากหลายตัวเลือก
Pick out หมายถึงเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะจากตัวเลือกที่มีอยู่ ในที่นี้ picked out เป็นรูปที่ใช้หลัง Have you และคำถามต้องการทราบว่าได้เลือกสถานที่สำหรับบ้านหลังใหม่แล้วหรือยัง วลีนี้สื่อถึงการดูสถานที่ที่เป็นไปได้หลายแห่งแล้วเลือกหนึ่งแห่ง จึงมีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่าคำกริยาทั่วไป pick
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่หมายถึงเลือกจากหลายตัวเลือก: Leo ____ a red kite at the shop.
ดูคำตอบ
picked out
here are some of the things you'll need to bring to the red planet. โน้ต
0:20นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องพกติดตัวไปยังดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้
First things first: การเกริ่นถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน
First things first เป็นสำนวนเปิดเรื่องแบบตายตัว หมายความว่าก่อนทำสิ่งอื่นให้จัดการเรื่องที่สำคัญหรือจำเป็นที่สุดก่อน ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวส่งสัญญาณว่าผู้พูดจะเริ่มจากสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง ใช้สำนวนนี้เพื่อจัดลำดับข้อมูล โดยเน้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนตามเวลา
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่ใช้บอกสิ่งสำคัญที่สุดก่อนให้สมบูรณ์: ____, make sure everyone is safe.
ดูคำตอบ
First things first
you'll need to bring ... to ...: ความจำเป็นในอนาคตและจุดหมายปลายทาง
ใน you'll need to bring คำว่า you'll ย่อมาจาก you will โครงสร้าง will need to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าสิ่งใดจะเป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์อนาคต โดย bring ยังคงเป็นรูปพื้นฐานหลัง to ในส่วน things you'll need to bring คำนาม things ที่อยู่ก่อนหน้าเป็นกรรมของ bring ที่เข้าใจได้จากความหมาย หมายถึงสิ่งของที่คุณจะต้องนำไป ส่วน to the red planet บอกจุดหมายปลายทาง
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปในโครงสร้างที่บอกความจำเป็นในอนาคต: For tomorrow's trip, you'll ____ bring your permission slip to school.
ดูคำตอบ
need to
the red planet: ชื่อเรียกทั่วไปของดาวอังคาร
the red planet เป็นชื่อเรียกทั่วไปของ Mars หรือดาวอังคาร เพราะเมื่อมองจากโลก ดาวอังคารดูมีสีออกแดง ในเนื้อหาวิทยาศาสตร์ ข่าว และเรื่องเล่า ชื่อนี้อาจเขียนเป็น the Red Planet โดยใช้อักษรตัวใหญ่ด้วย ในประโยคนี้ คำนำหน้านามชี้เฉพาะ the ช่วยบอกว่าวลีนี้หมายถึงดาวเคราะห์ที่รู้จักกันดีและเฉพาะเจาะจง คือดาวอังคาร ไม่ได้หมายถึงดาวเคราะห์ดวงใดก็ได้ที่มีสีแดง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the red planet หมายถึงอะไร?
- ดาวเคราะห์ดวงใดก็ได้ที่ดูเป็นสีแดง
- โลก
- ดาวอังคาร
ดูคำตอบ
ดาวอังคาร
A high tolerance for cold, loneliness, and radiation. วลี
0:24ความอดทนต่อความหนาวเย็น ความเหงา และรังสี ในระดับสูง
a high tolerance for ...: ความสามารถสูงในการทนต่อ...
A high tolerance for cold, loneliness, and radiation หมายถึงสามารถทนต่อสภาพที่ยากลำบากเหล่านี้ได้มากโดยไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง ในที่นี้ tolerance ไม่ได้หมายความว่าชอบสภาพเหล่านั้น ใช้โครงสร้าง a high/low tolerance for + คำนาม โดย high หมายถึงทนได้มาก ส่วน low หมายถึงทนได้เพียงเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ความสามารถสูงในการทนต่อสิ่งหนึ่ง”: Working outdoors in winter requires ____ cold.
ดูคำตอบ
a high tolerance for
A lifetime supply of breathable air and food.
0:29อากาศที่หายใจได้และอาหารที่เพียงพอสำหรับตลอดชีวิต
A ... multi-billion-dollar spaceship: โครงสร้างของนามวลี
A ที่เน้นไว้คือคำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะของคำนามนับได้เอกพจน์ spaceship คำนามหลักยังคงเป็น spaceship ส่วน multi-billion-dollar ทำหน้าที่ขยายเท่านั้น ดังนั้นวลีนี้จึงมีโครงสร้าง a + คำขยายประสม + คำนามเอกพจน์ multi-billion-dollar มีเครื่องหมายยัติภังค์เชื่อมคำ เพราะคำเหล่านี้ทำงานร่วมกันหน้าคำว่า spaceship เป็นคำขยายเดียวที่หมายถึง “มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์” ในคำขยายชนิดนี้ dollar จะคงรูปเอกพจน์ไว้ ลองเปรียบเทียบกับ a ten-dollar ticket
แบบฝึกหัด
วลีใดหมายถึง “โครงการมูลค่าห้าล้านดอลลาร์” ได้ถูกต้อง
- a five millions-dollar project
- a five-million-dollars project
- a five-million-dollar project
ดูคำตอบ
a five-million-dollar project
to just get away from it all: พักจากความกดดันในชีวิตประจำวัน
Get away from it all เป็นสำนวนที่หมายถึงการออกห่างจากความกดดัน ความรับผิดชอบ หรือความกังวลในชีวิตประจำวันชั่วคราวเพื่อพักผ่อน It all ไม่ได้หมายถึงสิ่งของทุกชิ้นตามตัวอักษร กลุ่ม infinitive to just get away from it all ตามหลัง desire และบอกว่าเป็นความปรารถนาเรื่องอะไร Just ทำให้ความปรารถนานั้นฟังดูเรียบง่ายและชัดเจน คือคนคนนั้นต้องการหลุดพ้นจากความกดดันเป็นหลัก
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “พักจากความกดดันในชีวิตประจำวัน” ลงในประโยค: After three stressful months, Lena wants to ____.
ดูคำตอบ
get away from it all
So, what sort of real estate are you looking for? การใช้คำ
0:43แล้วคุณกำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์แบบไหนล่ะ?
real estate ใน what sort of real estate
คำที่เน้นเป็นส่วนหนึ่งของวลี what sort of real estate โดย real estate เป็นกลุ่มคำนามตายตัว หมายถึงที่ดินและอาคารที่มองว่าเป็นทรัพย์สิน ส่วน what sort of ใช้ถามว่าเป็นประเภทใด ในที่นี้มีการใช้ภาษาวงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อพูดถึงการเลือกสถานที่บนดาวอังคารราวกับกำลังเลือกซื้อทรัพย์สิน คำถามจึงฟังคล้ายตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์กำลังถามผู้ซื้อว่าต้องการทรัพย์สินแบบใด ทำให้เกิดอารมณ์ขบขัน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ real estate หมายถึงอะไร
- ที่ดินและอาคารที่ถือว่าเป็นทรัพย์สิน
- สถานที่ที่มีอยู่จริงอย่างแน่นอน
- สภาวะของการเป็นคนซื่อสัตย์
ดูคำตอบ
ที่ดินและอาคารที่ถือว่าเป็นทรัพย์สิน
How about a mansion in the maze-like Noctis Labyrinthus? โน้ต
0:45คฤหาสน์ในหุบเขาที่เหมือนเขาวงกตอย่าง Noctis Labyrinthus เป็นไง?
How ในโครงสร้าง How about ...?
How ในที่นี้เป็นคำเริ่มต้นของโครงสร้าง How about + กลุ่มคำนาม? ซึ่งใช้เสนอทางเลือกและถามปฏิกิริยาของผู้ฟัง ผู้พูดกำลังเสนอคฤหาสน์ใน Noctis Labyrinthus เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เป็นไปได้ ถ้าต้องการเสนอให้ทำบางอย่าง ให้ใช้ How about + รูป -ing เช่น How about leaving early? โครงสร้างนี้ใช้เสนอแนะ ส่วน how ที่ใช้เดี่ยว ๆ มักถามเกี่ยวกับวิธีการหรือสภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเสนอแนะโดยใช้โครงสร้าง How about: ____ taking the earlier train?
ดูคำตอบ
How about
the maze-like Noctis Labyrinthus: การบรรยายชื่อสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย
Noctis Labyrinthus เป็นชื่อบริเวณบนดาวอังคารที่ประกอบด้วยหุบเขาและช่องเขาตัดสลับกัน คำคุณศัพท์ maze-like หมายถึง 'เหมือนเขาวงกต' จึงช่วยให้ผู้ฟังนึกภาพสถานที่ที่มีชื่อไม่คุ้นเคยได้อย่างรวดเร็ว ในวลี the maze-like Noctis Labyrinthus คำว่า maze-like ใช้บรรยายบริเวณที่มีชื่อนี้ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชื่อ และไม่ได้หมายความว่าภูมิประเทศนั้นเป็นเขาวงกตที่มนุษย์สร้างขึ้น รูปแบบ คำนาม + -like ใช้บรรยายลักษณะหรือรูปทรงของสิ่งหนึ่งด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคยได้
แบบฝึกหัด
ในวลี the maze-like Noctis Labyrinthus คำว่า maze-like ทำหน้าที่อะไร?
- บรรยายว่าบริเวณนั้นมีลักษณะเหมือนเขาวงกต
- เป็นส่วนหนึ่งของชื่อสถานที่อย่างเป็นทางการ
- บอกว่าบริเวณนั้นเป็นเขาวงกตที่มนุษย์สร้างขึ้น
ดูคำตอบ
บรรยายว่าบริเวณนั้นมีลักษณะเหมือนเขาวงกต
hideaway: สถานที่ส่วนตัวและห่างผู้คน
Hideaway เป็นคำนามนับได้ หมายถึงสถานที่ส่วนตัวและห่างไกลผู้คนซึ่งใครสักคนสามารถอยู่อาศัย พักผ่อน หรือหลีกหนีจากกิจวัตรประจำวันได้ คำนี้สื่อความหมายมากกว่า home เพราะทำให้รู้สึกว่าสถานที่นั้นซ่อนตัวอยู่และมักเงียบสงบ ในประโยคนี้ การเรียกที่อยู่อาศัยในจินตนาการว่า hideaway ทำให้มีน้ำเสียงสนุกแบบโฆษณาการท่องเที่ยวหรืออสังหาริมทรัพย์ ราวกับว่าหลุมอุกกาบาตเป็นที่พักลับที่น่าดึงดูดใจ
แบบฝึกหัด
สถานที่ใดเรียกว่า hideaway ได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- ชานชาลารถไฟที่แออัดในช่วงเวลาเร่งด่วน
- กระท่อมที่อยู่ห่างผู้คนซึ่งมีคนไปพักผ่อน
- ชั้นวางหนังสือเรียนของโรงเรียน
ดูคำตอบ
กระท่อมที่อยู่ห่างผู้คนซึ่งมีคนไปพักผ่อน
the happy face crater: หลุมอุกกาบาตบนดาวอังคารที่ตั้งชื่อตามรูปหน้ายิ้ม
ในที่นี้ the happy face crater หมายถึงหลุมอุกกาบาตบนดาวอังคารที่ลักษณะซึ่งมองเห็นได้คล้ายใบหน้าที่ยิ้มอยู่ happy face บรรยายรูปลักษณ์ของหลุม ไม่ได้หมายความว่าหลุมมีความรู้สึก สื่อวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไปมักใช้ชื่อสนุก ๆ ที่ตั้งตามรูปร่าง เพื่อช่วยให้นึกภาพภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้น คำถามนี้จินตนาการว่าหลุมดังกล่าวอาจเป็นที่ตั้งของที่ซ่อนตัวได้
แบบฝึกหัด
เหตุใดภูมิประเทศบนดาวอังคารนี้จึงเรียกว่า the happy face crater ในประโยคนี้?
- เพราะลักษณะที่มองเห็นได้คล้ายใบหน้าที่ยิ้มอยู่
- เพราะสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงานฉลอง
- เพราะคนที่อยู่ข้างในมีความสุขอยู่เสมอ
ดูคำตอบ
เพราะลักษณะที่มองเห็นได้คล้ายใบหน้าที่ยิ้มอยู่
fortress on the Face Mesa: ป้อมปราการบนภูมิประเทศที่ดูคล้ายใบหน้า
Face Mesa ถูกนำเสนอว่าเป็นชื่อภูมิประเทศบนดาวอังคารที่ดูคล้ายใบหน้ามนุษย์ mesa คือภูมิประเทศที่ยกตัวสูง มีส่วนยอดกว้างและค่อนข้างราบ พร้อมด้านข้างที่ลาดชัน ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ ใน fortress on the Face Mesa คำว่า fortress คือสิ่งปลูกสร้างที่จินตนาการขึ้น ส่วน on แสดงว่าสิ่งปลูกสร้างนั้นจะตั้งอยู่บนพื้นผิวของภูมิประเทศ วลีนี้พูดอย่างสนุก ๆ ราวกับว่าลักษณะเด่นที่จดจำได้บนดาวอังคารเป็นสถานที่สำหรับก่อสร้าง
แบบฝึกหัด
fortress on the Face Mesa สื่อถึงอะไร?
- ป้อมที่ตั้งอยู่บนภูมิประเทศยอดราบซึ่งดูคล้ายใบหน้า
- ป้อมที่ซ่อนอยู่ในเฟอร์นิเจอร์รูปใบหน้า
- ภาพป้อมที่วาดอยู่บนใบหน้าของใครบางคน
ดูคำตอบ
ป้อมที่ตั้งอยู่บนภูมิประเทศยอดราบซึ่งดูคล้ายใบหน้า
on the last one: ย้อนกลับไปหมายถึงรายการสุดท้าย
ใน bad news on the last one คำว่า on หมายถึง “เกี่ยวกับ” หรือ “ในเรื่องของ” ส่วน the last one ย้อนกลับไปหมายถึงรายการสุดท้ายในชุดหรือรายชื่อที่เพิ่งกล่าวถึง โดย one ใช้แทนคำนามเพื่อไม่ต้องพูดซ้ำ รูปแบบสั้น ๆ นี้ช่วยให้ผู้พูดกลับไปพูดถึงตัวเลือกก่อนหน้าได้ ผู้ฟังต้องอาศัยบริบทก่อนหน้าเพื่อรู้ว่า one หมายถึงอะไรโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ใน “I have an update on the last one,” คำว่า “on the last one” หมายถึงอะไร?
- อยู่ข้างในรายการที่วางไว้ใต้รายชื่อ
- เกี่ยวกับรายการสุดท้ายในชุดที่เพิ่งกล่าวถึง
- เกี่ยวกับรายการที่ใหม่ที่สุด แม้จะไม่เคยกล่าวถึงชุดใดมาก่อน
ดูคำตอบ
เกี่ยวกับรายการสุดท้ายในชุดที่เพิ่งกล่าวถึง
4 billion years late: โครงสร้าง “ระยะเวลา + late”
4 billion years late ใช้โครงสร้าง “ระยะเวลา + late” โดยระยะเวลาจะบอกว่าคนหนึ่งมาช้ากว่าเวลาที่คาดไว้หรือพลาดโอกาสไปนานเท่าใด ส่วน about แสดงว่าตัวเลขนั้นเป็นค่าประมาณ ในที่นี้มีการพูดถึงช่วงเวลาที่ยาวนานมากให้เหมือนกับการมาสายในชีวิตประจำวัน ความขบขันมาจากแนวคิดว่าโอกาสนั้นหายไปเมื่อหลายพันล้านปีก่อน ไม่ใช่ว่าบุคคลนั้นพลาดนัดที่ยาวนานขนาดนั้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง “ระยะเวลา + late” เพื่อบอกว่า Mia มาถึงช้ากว่าเวลาที่คาดไว้สิบนาที: Mia was ____.
ดูคำตอบ
ten minutes late
We're pretty sure that Mars used to have oceans, ไวยากรณ์
1:04เราค่อนข้างมั่นใจว่าดาวอังคารเคยมีมหาสมุทร
sure that Mars ... used to have: สภาพในอดีตที่เปลี่ยนไปแล้ว
ใน Mars used to have oceans โครงสร้าง used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกสภาพในอดีตหรือสถานการณ์ที่เคยเกิดซ้ำ ซึ่งตอนนี้ไม่เป็นจริงแล้วหรือเข้าใจได้ว่าต่างจากปัจจุบัน have ยังคงอยู่ในรูปพื้นฐาน ตรงนี้หมายความว่าในอดีตเคยมีมหาสมุทรอยู่บนดาวอังคาร คำที่เน้น sure that Mars อยู่ตรงรอยต่อระหว่างวลีที่แสดงระดับความมั่นใจกับอนุประโยคที่บอกเนื้อหาของความเชื่อนั้น โดย we're pretty sure แสดงระดับความมั่นใจของผู้พูด และ Mars เป็นประธานของ used to have ส่วนความหมายเกี่ยวกับอดีตมาจาก used to have
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย used to + have: This valley is dry now, but it ____ a large lake.
ดูคำตอบ
used to have
the whole package: ส่วนประกอบที่คาดหวังไว้ครบทั้งหมด
the whole package เป็นคำสรุปแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงมีส่วนประกอบหรือลักษณะที่คาดหวังไว้ครบทั้งหมด หลังจาก lakes และ rivers วลีนี้ใช้ปิดท้ายรายการ โดยบอกว่าดาวอังคารเคยมีลักษณะของแหล่งน้ำครบชุดตามที่กำลังนึกภาพกัน package ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงพัสดุจริง แต่รวมลักษณะที่เกี่ยวข้องกันหลายอย่างเป็นชุดเดียวที่ครบถ้วน
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายเติมบทสรุปให้สมบูรณ์: The camp offers meals, games, and field trips—____.
ดูคำตอบ
the whole package
But over time: เปลี่ยนไปกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ใน But over time คำว่า but พาเนื้อหาจากสถานการณ์ก่อนหน้าไปสู่ผลลัพธ์ภายหลังที่แตกต่างออกไป ส่วน over time บอกว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ทันทีในช่วงเวลาเดียว คำเชื่อมนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย: บอกสภาพเดิมก่อน แล้วใช้ but over time เพื่อเกริ่นว่าสภาพนั้นเปลี่ยนไปอย่างไรในภายหลัง
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นผลลัพธ์ที่ต่างจากสภาพก่อนหน้าและค่อย ๆ เกิดขึ้น?
- But at that moment
- For example
- But over time
ดูคำตอบ
But over time
all of it froze: ปริมาณทั้งหมดกลายเป็นน้ำแข็ง
ใน almost all of it froze คำว่า it ย้อนกลับไปแทนน้ำ โดยมองเป็นปริมาณเดียวที่นับแยกไม่ได้ all of it หมายถึงปริมาณทั้งหมด ส่วน almost ทำให้ความหมายเป็นน้อยกว่าทั้งหมดเพียงเล็กน้อย Froze เป็นรูปอดีตแบบไม่ปกติของ freeze และหมายถึง “กลายเป็นน้ำแข็ง” ส่วน beneath the surface บอกว่าการแข็งตัวเกิดขึ้นที่ใด
แบบฝึกหัด
ถังเก็บน้ำมีน้ำอยู่เป็นปริมาณก้อนเดียวจำนวนมาก ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าปริมาณทั้งหมดนั้นกลายเป็นน้ำแข็ง?
- All of them froze.
- All of it flowed.
- All of it froze.
ดูคำตอบ
All of it froze.
evaporated off into space: ระเหยและหลุดออกไปสู่อวกาศ
ในที่นี้ evaporated บอกว่าน้ำเปลี่ยนเป็นไอ ส่วน off into space เติมผลลัพธ์และทิศทาง โดยบอกว่าไอน้ำออกจากดาวเคราะห์หรือพื้นผิวของดาวเคราะห์แล้วเคลื่อนไปสู่อวกาศ โครงสร้างนี้เป็นคำกริยาตามด้วยวลีบอกทิศทาง เมื่อเทียบกับการใช้ evaporated เพียงคำเดียว evaporated off into space ระบุชัดเจนทั้งการออกจากที่เดิมและจุดหมาย
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ evaporated off into space บอกอะไร?
- น้ำเปลี่ยนเป็นไอและเคลื่อนออกไปสู่อวกาศ
- น้ำแข็งตัวและคงอยู่ใต้พื้นผิว
- น้ำตกจากอวกาศลงสู่ดาวเคราะห์
ดูคำตอบ
น้ำเปลี่ยนเป็นไอและเคลื่อนออกไปสู่อวกาศ
There's probably still some trapped beneath the seasonally expanding and contracting carbon dioxide ice caps, though. โน้ต
1:16แต่อาจจะยังมีน้ำบางส่วนติดอยู่ใต้แผ่นน้ำแข็งคาร์บอนไดออกไซด์ที่ขยายและหดตัวตามฤดูกาล
some trapped beneath ... ice caps: น้ำบางส่วนที่ติดอยู่ใต้พืดน้ำแข็ง
ในประโยคนี้ some ใช้แทน some water หรือ “น้ำบางส่วน” คำว่า trapped beneath ... ice caps ที่ตามหลัง some บอกสภาพและตำแหน่งของน้ำ trapped เป็นรูปกริยาที่มีความหมายแบบถูกกระทำ คือ น้ำถูกกักอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่น้ำเป็นฝ่ายกักสิ่งอื่น โครงสร้างแบบย่อนี้สามารถขยายเป็น some water that is trapped beneath the seasonally expanding and contracting carbon dioxide ice caps ภายในส่วนขยายยาวนี้ seasonally expanding and contracting ขยาย ice caps การอ่านจากคำหลักตามลำดับ some + trapped + beneath ... ช่วยให้แยกและเข้าใจประโยคได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดขยายความ some trapped beneath the ice caps ได้ถูกต้อง?
- Some water probably traps the ice caps from beneath.
- The ice caps are probably trapped inside some water.
- Some water is probably still trapped beneath the ice caps.
ดูคำตอบ
Some water is probably still trapped beneath the ice caps.
expanding and contracting ... carbon: การเปลี่ยนแปลงตรงข้ามที่ใช้คู่กัน
รูป -ing ที่เชื่อมคู่กันอย่าง expanding และ contracting บอกการเปลี่ยนแปลงตรงข้ามสองอย่างในกระบวนการเดียวที่เกิดซ้ำ พืดน้ำแข็งคาร์บอนไดออกไซด์จะใหญ่ขึ้นในช่วงหนึ่งของวัฏจักรฤดูกาลและเล็กลงในอีกช่วงหนึ่ง seasonally ขยายทั้งสองการกระทำ ในส่วนที่เน้นไว้ carbon เป็นคำแรกของนามวลี carbon dioxide ice caps ไม่ใช่กรรมของ contracting
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวน -ing ที่เป็นคู่จากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: As the room warms and cools, the wooden door keeps ____.
ดูคำตอบ
expanding and contracting
So, what might Mars look like today if it had surface water? ไวยากรณ์
1:25แล้วดาวอังคารในปัจจุบันจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรหากมีน้ำบนพื้นผิว?
today if it had surface water: เงื่อนไขปัจจุบันที่จินตนาการขึ้น
รูปอดีต had ใน if it had surface water ไม่ได้หมายความว่าการมีน้ำเกิดขึ้นในอดีต เมื่อใช้ร่วมกับ might ในคำถามหลักและ today จะแสดงเงื่อนไขเกี่ยวกับปัจจุบันที่จินตนาการขึ้น คำถามนี้ให้เรานึกภาพว่าตอนนี้ดาวอังคารมีน้ำบนพื้นผิว ไม่ได้บอกว่านั่นเป็นความจริง โครงสร้าง if + รูปอดีต ตามด้วย would, could หรือ might ในอนุประโยคผลลัพธ์ ใช้สำรวจสถานการณ์ปัจจุบันที่ไม่ตรงกับความจริง ไม่น่าจะเกิดขึ้น หรือเป็นเพียงจินตนาการ รวมทั้งผลที่อาจเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงเงื่อนไขปัจจุบันที่จินตนาการขึ้นและผลที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน
- What did this town look like when it had more trees?
- What might this town look like if it had more trees?
- What does this town look like because it has more trees?
ดูคำตอบ
What might this town look like if it had more trees?
That, of course, depends on how much we're talking about, ลำดับความ
1:29แน่นอนว่า นั่นขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่เรากำลังพูดถึง
That, of course, depends on ...: การเกริ่นถึงเงื่อนไขที่เป็นตัวตัดสิน
That อ้างย้อนถึงคำถามหรือสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ในโครงสร้างเต็ม That depends on ... คำว่า That ทำหน้าที่เป็นประธาน และ depends on ใช้เกริ่นถึงปัจจัยที่กำหนดคำตอบ Of course เป็นคำแทรกที่แสดงว่าผู้พูดมองว่าการขึ้นอยู่กับเงื่อนไขนั้นเป็นเรื่องที่คาดได้หรือเข้าใจได้ง่าย เมื่อรวมกันแล้ว คำขึ้นต้นนี้ช่วยชะลอการให้คำตอบแบบง่าย ๆ และเตรียมผู้ฟังให้รับรู้ตัวแปรสำคัญ ซึ่งในที่นี้คือปริมาณที่กำลังพูดถึง
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้น “That, of course, depends on ...” ทำหน้าที่อะไรในการอธิบาย?
- แสดงว่าคำตอบถูกกำหนดโดยเงื่อนไขที่จะกล่าวต่อไป
- เปลี่ยนเรื่องโดยไม่ตอบคำถามก่อนหน้า
- บอกว่าคำตอบแน่นอนอยู่แล้วและไม่ต้องมีเงื่อนไข
ดูคำตอบ
แสดงว่าคำตอบถูกกำหนดโดยเงื่อนไขที่จะกล่าวต่อไป
maybe something like this: การเสนอตัวอย่างโดยประมาณ
Something like this หมายถึงสิ่งที่คล้ายกับตัวอย่างที่กำลังแสดงหรืออธิบายอยู่โดยประมาณ this ชี้ไปยังตัวอย่างปัจจุบัน ส่วน like บอกความคล้าย ไม่ได้หมายความว่าเหมือนกันทุกอย่าง Maybe เพิ่มความไม่แน่นอนอีกระดับ เมื่อรวมกันแล้ว maybe something like this ใช้เสนอภาพร่าง แบบจำลอง หรือผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ โดยไม่ยืนยันว่าสิ่งนั้นถูกต้องแม่นยำหรือเป็นแบบสุดท้าย
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้พูดแสดงแบบคร่าว ๆ วลี “maybe something like this” สื่อความหมายว่าอะไร?
- แบบนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างคร่าว ๆ ที่เป็นไปได้
- ต้องคัดลอกแบบนี้ให้เหมือนทุกอย่าง
- ผู้พูดปฏิเสธแบบทุกชนิดที่คล้ายกับแบบนี้
ดูคำตอบ
แบบนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างคร่าว ๆ ที่เป็นไปได้
The relatively flat northern hemisphere is ...: การตั้งประธานก่อนอธิบายภูมิประเทศ
ช่วงเปิดที่เน้นไว้สร้างประธานให้ครบก่อนจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับภูมิประเทศ hemisphere เป็นคำนามหลัก ส่วน northern และ relatively flat ช่วยระบุให้ชัดว่าหมายถึงซีกโลกใด relatively หมายถึง “ราบเมื่อเทียบกัน” ไม่ได้หมายความว่าราบเรียบอย่างสมบูรณ์ กริยาเชื่อม is เชื่อมประธานนี้เข้ากับ below the average elevation ในบริบททางภูมิศาสตร์นี้ elevation หมายถึงความสูงของภูมิประเทศเมื่อเทียบกับระดับอ้างอิง รูปแบบการอ่านที่มีประโยชน์คือ “ประธานที่ระบุไว้อย่างชัดเจน + is + คำอธิบายเกี่ยวกับประธานนั้น”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The relatively flat northern hemisphere is below the average elevation,” โครงสร้างช่วงต้นทำหน้าที่อะไร?
- ระบุพื้นที่ก่อน แล้วใช้ is เพื่อนำเข้าสู่คำอธิบายของพื้นที่นั้น
- บอกว่าซีกโลกนั้นราบเรียบโดยสมบูรณ์และไม่มีความต่างของพื้นผิว
- ใช้ is เพื่อแสดงว่าซีกโลกนั้นกำลังกระทำบางอย่าง
ดูคำตอบ
ระบุพื้นที่ก่อน แล้วใช้ is เพื่อนำเข้าสู่คำอธิบายของพื้นที่นั้น
while the crater-ridden southern hemisphere would stay mostly high and dry. โน้ต
1:41ในขณะที่ซีกโลกใต้ซึ่งเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตจะยังคงเป็นพื้นที่สูงและแห้งแล้งเสียส่วนใหญ่
while สำหรับเปรียบต่างผลลัพธ์สองอย่าง
ในประโยคนี้ while เชื่อมอนุประโยคสองส่วนและแสดงความแตกต่าง ซีกโลกหนึ่งจะกลายเป็นมหาสมุทร ส่วนอีกซีกโลกหนึ่งจะยังคงอยู่สูงและแห้งเป็นส่วนใหญ่ ตรงนี้มีความหมายใกล้กับ whereas หรือ but while ในความหมายนี้ช่วยจัดข้อมูลโดยวางผลลัพธ์ที่แตกต่างกันสองอย่างไว้คู่กัน ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” ดังนั้นใจความหลักจึงไม่ใช่ว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
เติม while เพื่อเปรียบต่างสถานที่สองแห่ง: The coast was sunny, ____ the mountains were covered in fog.
ดูคำตอบ
while
stay mostly high and dry: ความหมายตรงตัวทางภูมิศาสตร์
ในที่นี้ stay mostly high and dry บรรยายซีกโลกใต้ตามความหมายตรงตัว โดย stay หมายถึง “ยังคงอยู่ในสภาพเดิม” mostly เปิดไว้ว่าอาจมีข้อยกเว้นบางส่วน และ high and dry หมายถึงอยู่สูงพอที่จะพ้นระดับมหาสมุทร จึงแห้ง วลีที่คุ้นเคย high and dry ยังอาจหมายถึง “ติดอยู่หรือถูกทิ้งไว้โดยไม่มีความช่วยเหลือ” ได้ด้วย แต่บริบททางภูมิศาสตร์ในประโยคนี้ทำให้ต้องเลือกความหมายตรงตัว แม้รูปวลีจะชวนให้นึกถึงสำนวนดังกล่าว
แบบฝึกหัด
stay mostly high and dry หมายถึงอะไรในบริบททางภูมิศาสตร์นี้?
- ซีกโลกใต้จะติดอยู่โดยไม่มีความช่วยเหลือ
- พื้นที่สูงทางใต้ส่วนใหญ่จะยังอยู่เหนือระดับน้ำและแห้ง
- พื้นที่ส่วนใหญ่ของซีกโลกใต้จะอยู่ใต้มหาสมุทร
ดูคำตอบ
พื้นที่สูงทางใต้ส่วนใหญ่จะยังอยู่เหนือระดับน้ำและแห้ง
That difference between hemispheres is a bit bizarre, วลี
1:47ความแตกต่างระหว่างซีกโลกนั้นค่อนข้างแปลกประหลาด
difference between hemispheres: การระบุความสัมพันธ์ในการเปรียบเทียบ
Difference between hemispheres เป็นนามวลีที่หมายถึง “ลักษณะที่ซีกโลกทั้งสองแตกต่างกัน” โดย between ระบุสองฝ่ายที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ใช้ hemispheres รูปพหูพจน์ได้ เพราะบริบททำให้ทราบอยู่แล้วว่าหมายถึงซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการเปลี่ยนผลการเปรียบเทียบให้เป็นสิ่งที่สามารถบรรยาย วัด หรืออธิบายได้: the difference between A and B
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ difference และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The ____ the two maps is easy to see.
ดูคำตอบ
difference between
judging by features like the number of craters โน้ต
1:55เมื่อดูจากลักษณะต่างๆ เช่น จำนวนหลุมอุกกาบาต
judging by: การบอกหลักฐานที่ใช้ในการอนุมาน
ในประโยคนี้ judging ใช้ร่วมกับ by เป็น judging by ซึ่งหมายถึง “ใช้...เป็นหลักฐานเพื่อสรุปผล” วลีนี้ชี้ว่าลักษณะที่สังเกตได้เป็นพื้นฐานของข้อสรุปว่าพื้นที่ครึ่งด้านใต้เก่าแก่กว่า Judging by ... เป็นอนุประโยค -ing ที่ให้ข้อมูลเสริม ผู้ที่กำลังพิจารณาโดยนัยคือผู้พูดหรือผู้สังเกต ไม่ใช่ southern half
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: ____ the wet pavement, it probably rained recently.
ดูคำตอบ
Judging by
by features like the number of craters: การระบุหลักฐานและยกตัวอย่าง
ในที่นี้ by เป็นส่วนหนึ่งของ judging by และใช้เกริ่นหลักฐานที่นำมาใช้อนุมาน ส่วนคำนาม features หมายถึงลักษณะที่สังเกตได้ like the number of craters หมายถึง “such as the number of craters” หรือ “เช่น จำนวนหลุมอุกกาบาต” วลีนี้ยกตัวอย่างลักษณะที่เป็นตัวแทนหนึ่งอย่าง ดังนั้นจำนวนหลุมอุกกาบาตจึงเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของหลักฐาน ไม่จำเป็นต้องเป็นหลักฐานทั้งหมด
แบบฝึกหัด
like ทำหน้าที่อะไรใน features like the number of craters?
- ใช้เปรียบเทียบลักษณะสองอย่างเท่านั้นโดยไม่ได้เสนอหลักฐาน
- ใช้ยกจำนวนหลุมอุกกาบาตเป็นตัวอย่างหนึ่งของลักษณะ
- บอกว่าจำนวนหลุมอุกกาบาตเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวที่เป็นไปได้
ดูคำตอบ
ใช้ยกจำนวนหลุมอุกกาบาตเป็นตัวอย่างหนึ่งของลักษณะ
and the evidence of increased volcanic activity in the north. วลี
1:57และหลักฐานของการเกิดภูเขาไฟที่เพิ่มขึ้นในทางตอนเหนือ
evidence of increased volcanic activity: หลักฐานของกิจกรรมภูเขาไฟที่เพิ่มขึ้น
โครงสร้าง evidence of + นามวลี หมายถึงร่องรอยหรือข้อมูลที่แสดงว่าบางสิ่งมีอยู่หรือเคยเกิดขึ้น ในที่นี้ increased volcanic activity คือปรากฏการณ์ที่หลักฐานสนับสนุน ส่วน in the north บอกว่ากิจกรรมนั้นเกิดขึ้นที่ใด โครงสร้างนี้ใช้สิ่งที่สังเกตได้เป็นข้อมูลสนับสนุนข้อสรุป โดย evidence เป็นหลักฐานสนับสนุนแนวคิด แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อพิสูจน์ที่เด็ดขาด
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง evidence + คำบุพบทให้สมบูรณ์: The rocks contain ____ an ancient forest.
ดูคำตอบ
evidence of
ใช้ Okay, so who knows? เพื่อปิดคำอธิบายที่ยังไม่แน่นอน
Who knows? มีรูปเป็นคำถามตามหลักไวยากรณ์ แต่ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดหมายความว่าไม่มีใครแน่ใจได้ ไม่ได้ต้องการให้ผู้ฟังระบุว่าใครเป็นคนรู้คำตอบ Okay, so ช่วยสรุปเหตุผลก่อนหน้าและพาไปยังเรื่องต่อไป ทั้งประโยคยอมรับความไม่แน่นอนด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แบบบทสนทนา
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่าข้อความนี้จริงหรือไม่: ใน "The bus could be early or late. Okay, so who knows?" ผู้พูดคาดหวังให้มีคนระบุว่าใครรู้คำตอบ
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
But for now, what we've got is essentially one giant dusty desert. โน้ต
2:06แต่สำหรับตอนนี้ สิ่งที่เรามีก็คือทะเลทรายที่เต็มไปด้วยฝุ่นอันกว้างใหญ่
But for now: ดึงเรื่องกลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน
But for now เปลี่ยนทิศทางคำอธิบายจากความเป็นไปได้ในอนาคตกลับมาสู่สถานการณ์ในช่วงเวลาปัจจุบัน โดย But แสดงความขัดแย้ง ส่วน for now จำกัดข้อความที่ตามมาให้อยู่ในกรอบเวลาปัจจุบันชั่วคราว วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นนี้ตลอดไป แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง จึงใช้เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนเรื่องจากสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกลับมาสู่สิ่งที่เป็นจริงในตอนนี้ได้
แบบฝึกหัด
But for now ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เกริ่นถึงเหตุการณ์ในอดีตอันไกลโพ้น
- บอกว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
- เปลี่ยนจากความเป็นไปได้ในอนาคตกลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน
ดูคำตอบ
เปลี่ยนจากความเป็นไปได้ในอนาคตกลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน
what we've got is essentially...: โครงสร้างสรุปแบบภาษาพูด
ในกรอบเต็ม what we've got is... อนุประโยคนาม what we've got ทำหน้าที่เป็นประธาน ในที่นี้ have got หมายถึง “มี” หรือ “กำลังเผชิญอยู่” ไม่ได้หมายถึง “ได้รับมา” เท่านั้น จากนั้น is จะนำเข้าสู่ข้อสรุปของผู้พูด Essentially บอกว่าคำอธิบายนี้ให้ภาพหลัก ไม่ได้ครอบคลุมรายละเอียดทุกอย่าง เมื่อนำมารวมกัน กรอบนี้จึงฟังเหมือนการสรุปแบบภาษาพูด คือหลังจากพิจารณาข้อมูลแล้ว ผู้พูดย่อสถานการณ์ปัจจุบันให้เหลือคำอธิบายที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบสี่คำของบทเรียนที่ประกอบจาก what + we've got + is: After reviewing the delays, ____ essentially a scheduling problem.
ดูคำตอบ
what we've got is
that we've been able to learn a great deal about Mars on our home planet. วลี
2:14ที่จะทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับดาวอังคารมากมายจากดาวเคราะห์บ้านเกิดของเรา
ใช้ In fact เพื่อเน้นแนวคิดก่อนหน้า
In fact เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่ส่งสัญญาณว่าข้อความถัดไปจะให้หลักฐานที่หนักแน่นขึ้นหรือเจาะจงขึ้นเพื่อสนับสนุนสิ่งที่กล่าวมาก่อน ในประโยคนี้ คำนี้นำเข้าสู่หลักฐานว่า ดาวอังคารคล้ายกับทะเลทรายบนโลกมากพอที่เราจะศึกษาดาวอังคารจากบนโลกได้ คำนี้ไม่ได้เปลี่ยนหัวข้อหรือปฏิเสธแนวคิดก่อนหน้า เวลาอ่าน ให้มองว่าเป็นสัญญาณว่าข้อเท็จจริงถัดไปจะยืนยันแนวคิดเดิมหรือทำให้ข้อโต้แย้งเดินหน้าต่อไป
แบบฝึกหัด
In fact ทำหน้าที่อะไรในประโยคคู่นี้? “The cave is very cold. In fact, ice remains there all summer.”
- เปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
- เพิ่มหลักฐานที่หนักแน่นและเจาะจงขึ้นเพื่อสนับสนุนข้อความแรก
- แสดงว่าข้อความแรกไม่เป็นความจริง
ดูคำตอบ
เพิ่มหลักฐานที่หนักแน่นและเจาะจงขึ้นเพื่อสนับสนุนข้อความแรก
similar enough to deserts on Earth ... that: ระดับที่เพียงพอและผลลัพธ์
similar enough to deserts on Earth รวมโครงสร้างเปรียบเทียบ similar to + คำนาม เข้ากับ enough ที่วางไว้หลังคำคุณศัพท์ enough บอกว่าระดับความคล้ายถึงเกณฑ์ที่ต้องการแล้ว ส่วน to ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ similar to ไม่ใช่เครื่องหมายของคำกริยารูป infinitive อนุประโยค that ที่ตามมาระบุผลซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะความคล้ายในระดับนั้น นั่นคือ ทะเลทรายบนโลกคล้ายกับดาวอังคารมากพอที่งานวิจัยบนโลกจะช่วยให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับดาวอังคารได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be similar enough to X that + อนุประโยคบอกผล
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง similar enough to ... that ให้สมบูรณ์: The flight simulator is ____ a real cockpit ____ pilots can train safely.
ดูคำตอบ
similar enough to · that
able to learn a great deal about...: สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ... ได้มากมาย
ในประโยคนี้ have been able to learn หมายถึงผู้คนประสบความสำเร็จในการได้รับความรู้ ส่วน a great deal เป็นกรรมของ learn และหมายถึง “ปริมาณมาก” ขณะที่ about Mars ระบุหัวข้อที่เรียนรู้ ใช้โครงสร้าง learn a great deal about + หัวข้อ เมื่อต้องการสื่อว่า “ได้รับความรู้มากเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง” ในประโยคบอกเล่าแบบนี้ โครงสร้างดังกล่าวฟังเป็นธรรมชาติกว่า learn much about
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a great deal ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าได้เรียนรู้เรื่องหนึ่งเป็นจำนวนมาก
- We learned a great deal about the cave from the photographs.
- We learned many about the cave from the photographs.
- We learned a great deal of about the cave from the photographs.
ดูคำตอบ
We learned a great deal about the cave from the photographs.
For instance, Martian sand dunes form and behave similarly to our sand dunes, ลำดับความ
2:19ตัวอย่างเช่น เนินทรายบนดาวอังคารก่อตัวและมีพฤติกรรมคล้ายกับเนินทรายของเรา
For ใน For instance
For ที่เน้นไว้รวมกับ instance เป็นคำเชื่อมบอกโครงสร้างข้อความแบบตายตัวว่า For instance ซึ่งหมายถึง “ตัวอย่างเช่น” คำนี้ส่งสัญญาณว่าข้อมูลต่อไปเป็นตัวอย่างที่สนับสนุนข้อความกว้าง ๆ ที่เพิ่งกล่าวไป เมื่ออยู่ต้นประโยค For instance ช่วยให้ผู้ฟังจัดลำดับข้อมูลเป็น “ประเด็นทั่วไปก่อน แล้วจึงตามด้วยตัวอย่างเฉพาะ” ในที่นี้เรื่องเนินทรายเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ประเด็นหลักใหม่
แบบฝึกหัด
สำนวนใดเติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง? Many everyday objects can be reused. _____, glass jars can become storage containers.
- Such as
- For instance
- For this reason
ดูคำตอบ
For instance
though the Martian versions often grow twice as large,
2:24แม้ว่าเนินทรายบนดาวอังคารมักจะใหญ่กว่าถึงสองเท่า
thanks to a gravitational pull that's about a third as strong as ours. ไวยากรณ์
2:28ต้องขอบคุณแรงโน้มถ่วงที่มีความแรงเพียงหนึ่งในสามของเรา
thanks to ... about a third as strong as ours: สาเหตุและสัดส่วน
ในประโยคนี้ thanks to ใช้นำเสนอเหตุผลที่แบบบนดาวอังคารเติบโตได้ใหญ่กว่า โดยหมายถึง because of หรือ “เนื่องจาก” ไม่ใช่การกล่าวขอบคุณ วลีนาม a gravitational pull ที่ตามมาระบุว่าสาเหตุนั้นคือแรงดึงดูด อนุประโยคสัมพันธ์ that's about a third as strong as ours บอกระดับความแรงของแรงดึงดูดนั้น about แสดงว่าเป็นค่าประมาณ ส่วน a third as strong as หมายถึงมีความแรงประมาณหนึ่งในสาม และ ours ใช้แทน our gravitational pull ดังนั้นวลีนี้จึงบอกทั้งสาเหตุและสัดส่วนของสาเหตุนั้นทันที
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้แสดงความสัมพันธ์แบบใดในประโยคนี้?
- แรงดึงดูดที่อ่อนกว่าทำให้แบบบนดาวอังคารเติบโตใหญ่ขึ้น และมีความแรงประมาณหนึ่งในสามของแรงดึงดูดของเรา
- ผู้พูดกำลังขอบคุณแรงดึงดูด ซึ่งแรงกว่าแรงดึงดูดของเราประมาณหนึ่งในสาม
- แบบบนดาวอังคารเติบโตใหญ่ขึ้นแม้แรงดึงดูดจะแรงกว่าแรงดึงดูดของเราประมาณสามเท่า
ดูคำตอบ
แรงดึงดูดที่อ่อนกว่าทำให้แบบบนดาวอังคารเติบโตใหญ่ขึ้น และมีความแรงประมาณหนึ่งในสามของแรงดึงดูดของเรา
about a third as strong as ours: เศษส่วน + as ... as
โครงสร้างคือ “เศษส่วน + as + คำคุณศัพท์ + as + สิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ” ในที่นี้ a third กำหนดสัดส่วน และ strong ระบุว่าคุณสมบัติที่วัดคือความแรง ดังนั้นแรงดึงดูดนี้จึงมีความแรงประมาณหนึ่งในสามของแรงดึงดูดของเรา about ทำให้สัดส่วนนี้เป็นค่าประมาณ ส่วน ours เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้แทน our gravitational pull เพื่อไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบที่เน้นไว้เพื่อให้ประโยคหมายความว่าแม่เหล็กอันเล็กมีความแรงประมาณหนึ่งในสามของแม่เหล็กอันใหญ่: The smaller magnet is ____ the larger one.
ดูคำตอบ
about a third as strong as
like Tars, which are crestless sand dunes up to 15 m tall, โน้ต
2:36อย่างเช่น Tars ซึ่งเป็นเนินทรายที่ไม่มีสันเขา สูงได้ถึง 15 เมตร
features you won't see on Earth: การละสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรม
ใน features you won't see on Earth อนุประโยค you won't see on Earth ขยายคำว่า features โดยมีความหมายเท่ากับ "features that you won't see on Earth" คำว่า features เป็นกรรมของ see จึงสามารถละสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรมอย่าง that หรือ which ได้ เมื่อคำนามตามด้วยประธานใหม่อย่าง you แล้วตามด้วยคำกริยา ให้ดูว่าอนุประโยคทั้งหมดกำลังอธิบายคำนามนั้นหรือไม่ เวลาทำความเข้าใจ ให้มองอนุประโยคกับคำนามข้างหน้าเป็นข้อมูลก้อนเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยคหลังคำนามโดยละสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรม?
- The science center has objects that move by themselves.
- The science center has objects, and you can touch them.
- The science center has objects you can touch.
ดูคำตอบ
The science center has objects you can touch.
like Tars: การใช้ like เพื่อยกตัวอย่าง
like ในที่นี้หมายถึง "such as" หรือ "for example" โดยยก Tars เป็นตัวอย่างหนึ่งของลักษณะภูมิประเทศบนดาวอังคาร ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง "ชอบ" Tars เป็นชื่อภูมิประเทศที่ผู้ฟังอาจไม่คุ้นเคย อนุประโยคถัดมา which are crestless sand dunes... อธิบายความหมายของคำนี้ ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ให้สังเกตรูปแบบนี้: หมวดหมู่กว้าง ๆ ตามด้วย like + ตัวอย่าง แล้วจึงให้นิยามสั้น ๆ
แบบฝึกหัด
like ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: Some materials, like glass, can be recycled?
- ใช้แนะนำ glass ในฐานะตัวอย่างของวัสดุชนิดหนึ่ง
- บอกว่ามีคนชอบ glass
- บอกว่าวัสดุทั้งหมดคล้ายกับ glass
ดูคำตอบ
ใช้แนะนำ glass ในฐานะตัวอย่างของวัสดุชนิดหนึ่ง
crestless sand dunes up to 15 m tall: เนินทรายไม่มีสันที่สูงได้ถึง 15 เมตร
“Crestless sand dunes” จัดให้ Tars เป็นเนินทรายที่ไม่มี crest หรือแนวสันนูนด้านบน คำเติมท้าย -less หมายถึง “ไม่มี” ในที่นี้ up เป็นคำแรกของวลี “up to 15 m tall” โดย up to บอกค่าสูงสุด เนินทรายอาจเตี้ยกว่านี้ได้ แต่สูงได้ถึง 15 เมตร ไม่ได้หมายความว่าทุกแห่งสูง 15 เมตรพอดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ไม่มีแนวสันด้านบน” และวลีที่บอกค่าสูงสุด: These are ____ dunes ____ 15 meters tall.
ดูคำตอบ
crestless · up to
whose formations we have yet to understand: กระบวนการก่อตัวที่เรายังไม่เข้าใจ
Whose ใช้แสดงความเป็นเจ้าของหรือความเกี่ยวข้องในอนุประโยคขยาย โดยเชื่อม formations เข้ากับเนินทรายที่กล่าวถึงก่อนหน้า ดังนั้น whose formations จึงหมายถึง “การก่อตัวของเนินทรายเหล่านั้น” ในที่นี้ formations หมายถึงวิธีที่เนินทรายก่อตัวขึ้น ใน have yet to understand โครงสร้าง have yet to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสิ่งหนึ่งยังไม่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ และยังเปิดโอกาสว่าอาจเกิดขึ้นในภายหลัง พร้อมทำให้ข้อความฟังดูรอบคอบและเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงความเป็นเจ้าของและวลีแบบเป็นทางการที่แสดงว่ายังไม่เข้าใจจนถึงตอนนี้: The team found a pattern ____ cause they ____ understand.
ดูคำตอบ
whose · have yet to
what do you get when you combine a planet-wide desert ไวยากรณ์
2:46คุณจะได้อะไรเมื่อคุณรวมทะเลทรายที่มีขนาดเท่าดาวเคราะห์
What do you get when you combine ...?:ถามผลลัพธ์ของการนำสิ่งต่าง ๆ มารวมกัน
What do you get when you combine ...? ใช้ถามว่าเมื่อนำหลายปัจจัยมารวมกันแล้วจะเกิดผลลัพธ์อะไร ในที่นี้ get หมายถึง “ทำให้เกิดหรือได้ผลลัพธ์ออกมา” ไม่ได้หมายถึง “ได้รับหรือซื้อ” ผู้พูดมักใช้คำถามนี้เป็นบทนำ โดยบอกส่วนผสมหรือเงื่อนไขก่อนเพื่อสร้างความสงสัย แล้วจึงเปิดเผยผลลัพธ์ โครงสร้างที่สมบูรณ์อาจเป็น What do you get when you combine A with B?
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างคำถามเพื่อถามผลลัพธ์ของการรวมสิ่งต่าง ๆ ได้ถูกต้อง?
- What do you give when you combine frozen fruit with yogurt?
- What do you get when you combine frozen fruit with yogurt?
- What do you get when you describe frozen fruit with yogurt?
ดูคำตอบ
What do you get when you combine frozen fruit with yogurt?
with an atmosphere that, like ours, is subject to wind-generating pressure differentials, โน้ต
2:48เข้ากับชั้นบรรยากาศที่ได้รับอิทธิพลจากความแตกต่างของความกดอากาศที่ทำให้เกิดลมเช่นเดียวกับบนโลก?
โครงสร้าง with an atmosphere that, like ours, is subject to ...
วลีนี้เริ่มด้วย with an atmosphere ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สองหลัง combine คำว่า atmosphere เป็นคำนามหลัก และ that นำอนุประโยคขยายคำนามนี้ ภายในอนุประโยค like ours เป็นข้อมูลเปรียบเทียบที่แทรกเข้ามา โดย ours หมายถึง our atmosphere ลองตัดส่วนนี้ออกชั่วคราวเพื่อเห็นโครงสร้างหลัก: an atmosphere that is subject to wind-generating pressure differentials Be subject to หมายถึง “ได้รับผลหรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของ” Pressure differentials คือความแตกต่างของความกดอากาศ และ wind-generating บอกว่าความแตกต่างเหล่านั้นทำให้เกิดลม
แบบฝึกหัด
เมื่อตัดข้อความแทรก like ours ออก วลีใดยังคงโครงสร้างหลักทางไวยากรณ์และความหมายเดิมไว้?
- pressure differentials that are subject to an atmosphere
- an atmosphere that is subject to wind-generating pressure differentials
- our atmosphere is like wind-generating pressure differentials
ดูคำตอบ
an atmosphere that is subject to wind-generating pressure differentials
is subject to wind-generating pressure differentials: ได้รับอิทธิพลจากความแตกต่างของความกดอากาศที่ก่อให้เกิดลม
ในที่นี้ is subject to หมายถึง “ได้รับผลกระทบจาก” หรือ “เผชิญกับ” โดยเชื่อม atmosphere เข้ากับสภาวะทางกายภาพที่ส่งผลต่อชั้นบรรยากาศนั้น wind-generating เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย pressure differentials ส่วน pressure differentials หมายถึงความแตกต่างของความกดอากาศระหว่างสถานที่ต่าง ๆ ความแตกต่างนี้ผลักให้อากาศเคลื่อนที่และอาจก่อให้เกิดลม ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงชั้นบรรยากาศได้รับผลจากความแตกต่างของความกดอากาศที่สามารถสร้างลมได้
แบบฝึกหัด
wind-generating pressure differentials ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- เครื่องมือหลายชนิดที่ใช้วัดความกดอากาศ
- การเปลี่ยนแปลงความเร็วลมที่เกิดจากภูเขา
- ความแตกต่างของความกดอากาศที่สามารถก่อให้เกิดลม
ดูคำตอบ
ความแตกต่างของความกดอากาศที่สามารถก่อให้เกิดลม
These will be your main weather hazards on the red planet. วลี
2:56สิ่งเหล่านี้จะเป็นอันตรายจากสภาพอากาศหลักๆ ของคุณบนดาวเคราะห์สีแดง
main weather hazards: อันตรายจากสภาพอากาศหลัก
main weather hazards หมายถึงอันตรายที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศซึ่งควรได้รับความสนใจมากที่สุด คำว่า main บอกว่าอันตรายเหล่านี้สำคัญที่สุด ส่วน weather บอกแหล่งที่มาหรือประเภทของ hazards hazard คือสิ่งที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย การบาดเจ็บ หรือการหยุดชะงัก จึงมีความหมายรุนแรงกว่า problem หรือ inconvenience ทั่วไป ในประโยคนี้ These ย้อนกลับไปถึงสภาวะที่กล่าวไว้ก่อนหน้าและจัดให้เป็นความเสี่ยงด้านสภาพอากาศที่สำคัญบนดาวเคราะห์สีแดง
แบบฝึกหัด
ใช้วลีที่ตรงกับความหมายว่า “อันตรายที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศซึ่งสำคัญที่สุด” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Strong winds and lightning are the ____ at the campsite.
ดูคำตอบ
main weather hazards
They play a large part in making the planet red วลี
2:59พวกมันมีส่วนสำคัญที่ทำให้ดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นสีแดง
play a large part in: มีอิทธิพลอย่างมาก
play a large part in หมายถึง “มีอิทธิพลอย่างมากต่อบางสิ่งหรือมีส่วนสำคัญต่อสิ่งนั้น” ในที่นี้ play ไม่ได้หมายถึง “เล่น” แต่ทั้งวลีอธิบายว่าประธานเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดาวเคราะห์กลายเป็นสีแดง หลัง in ใช้คำนามหรือรูป -ing ในตัวอย่าง making the planet red ระบุผลลัพธ์ที่ประธานมีบทบาทสำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “มีอิทธิพลอย่างมากต่อ”: Good sleep can ____ keeping you focused.
ดูคำตอบ
play a large part in
by distributing rusted iron particles across the surface and into the air. ไวยากรณ์
3:02โดยการกระจายอนุภาคเหล็กที่เป็นสนิมไปทั่วพื้นผิวและสู่อากาศ
by distributing ...: ใช้ by + -ing เพื่ออธิบายวิธีการ
By distributing ... เป็นวลีรูปแบบ by + -ing โดยตอบคำถามว่า “สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร” ด้วยการบอกวิธีหรือกลไก กล่าวคือ ผลลัพธ์เกิดขึ้นผ่านการกระจายอนุภาคเหล่านั้น distributing มี rusted iron particles เป็นกรรม ส่วน across the surface และ into the air เป็นวลีที่วางขนานกันเพื่อบอกว่าอนุภาคถูกกระจายไปที่ใด
แบบฝึกหัด
เติม by และรูป -ing ของ use เพื่ออธิบายวิธีการ: The team reduced waste ____ reusable containers.
ดูคำตอบ
by using
these dust storms can last for months and cover the planet. วลี
3:10พายุฝุ่นเหล่านี้สามารถกินเวลานานหลายเดือนและปกคลุมไปทั่วทั้งดาวเคราะห์
Thanks to ...: บอกสาเหตุก่อนบอกผลลัพธ์
Thanks to ใช้นำหน้าวลีที่บอกสาเหตุ ในที่นี้ low gravity และ lack of moisture เชื่อมกันด้วย and เพื่อแสดงสาเหตุสองอย่าง ส่วนอนุประโยคหลักบอกผลว่า พายุฝุ่นสามารถดำเนินต่อไปหลายเดือนและแผ่ปกคลุมทั่วทั้งดาวเคราะห์ การวางวลีบอกสาเหตุไว้ต้นประโยคช่วยบอกผู้ฟังก่อนว่าควรเข้าใจผลที่ตามมาอย่างไร รูปแบบคือ Thanks to + นามวลี, อนุประโยคบอกผล
แบบฝึกหัด
วลีต้นประโยค Thanks to the low gravity and lack of moisture ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- ขอบคุณแรงโน้มถ่วงและความชื้นที่ช่วยเหลือใครบางคน
- บอกสาเหตุสองอย่างก่อนจะกล่าวถึงผลลัพธ์
- บอกผลลัพธ์ก่อนแล้วจึงเพิ่มข้อความที่ขัดแย้งกัน
ดูคำตอบ
บอกสาเหตุสองอย่างก่อนจะกล่าวถึงผลลัพธ์
last for months and cover the planet: ระยะเวลาและขอบเขต
Last for months อธิบายระยะเวลา หมายความว่าพายุยังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลาหลายเดือน ส่วน cover the planet อธิบายขอบเขตเชิงพื้นที่ หมายความว่าพายุแผ่ไปทั่วทั้งดาวเคราะห์ คำกริยา last และ cover เชื่อมกันด้วย and โดยใช้ประธาน these dust storms และกริยาช่วย can ร่วมกัน อนุประโยคเดียวจึงบอกได้อย่างกระชับทั้งว่าพายุดำเนินอยู่นานเท่าใดและแผ่ไปไกลเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาเป้าหมาย last และ cover: Heavy fog can ____ for hours and ____ the entire valley.
ดูคำตอบ
last · cover
So, you might want to build your home as high as possible. วลี
3:15ดังนั้น คุณอาจต้องการสร้างบ้านของคุณให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
build your home as high as possible: สร้างบ้านให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้
ใน build your home as high as possible นั้น as high as possible หมายถึง ‘ให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้จริง’ โครงสร้างคือ as + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + as possible โครงสร้างนี้ตั้งเป้าระดับสูงสุด ไม่ได้เปรียบเทียบบ้านกับสิ่งอื่น Might want to ทำให้เป้าหมายนี้ฟังเป็นคำแนะนำอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่คำสั่ง
แบบฝึกหัด
ใช้ high ในโครงสร้าง as ... as possible เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Build the wall ____.
ดูคำตอบ
as high as possible
look no further: ไม่ต้องหาอีกแล้ว
Look no further เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง ‘หยุดหาได้แล้ว เพราะคำตอบหรือตัวเลือกที่ใช่อยู่ตรงนี้’ โดยทั่วไปไม่ได้เป็นคำสั่งว่าควรมองไปไกลแค่ไหน ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้สำนวนดังกล่าวเพื่อแนะนำสิ่งที่น่าจะตอบโจทย์ผู้ฟังอย่างมั่นใจ ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงแบบการแนะนำหรือโฆษณา
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง ‘หยุดหาได้แล้ว เพราะนี่คือตัวเลือกที่ใช่’: Need an easy dinner idea? ____.
ดูคำตอบ
Look no further
This is Olympus Mons: ระบุภูเขาไฟบนดาวอังคารที่มีชื่อเฉพาะ
“Olympus Mons” เป็นชื่อเฉพาะของภูเขาไฟขนาดยักษ์บนดาวอังคาร ข้อมูลพื้นฐานสำคัญคือชื่อนี้หมายถึงภูมิประเทศบนดาวอังคาร ไม่ใช่ชื่อคนหรือสิ่งของทั่วไป “This is Olympus Mons” ใช้แนะนำและระบุสถานที่นี้ วลีนามหลังเครื่องหมายจุลภาค “the largest volcano in the solar system” อธิบายทันทีว่าชื่อที่ไม่คุ้นเคยนี้หมายถึงอะไรและสำคัญอย่างไร
แบบฝึกหัด
“This is Olympus Mons” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- แนะนำบุคคลที่ชื่อ Olympus Mons
- ระบุภูเขาไฟบนดาวอังคารที่มีชื่อเฉพาะ แล้ววลีถัดไปอธิบายเพิ่มเติม
- บอกว่าระบบสุริยะทั้งหมดเป็นภูเขาไฟลูกหนึ่ง
ดูคำตอบ
ระบุภูเขาไฟบนดาวอังคารที่มีชื่อเฉพาะ แล้ววลีถัดไปอธิบายเพิ่มเติม
the largest volcano in the solar system: คำขั้นสุดและขอบเขตการเปรียบเทียบ
ใน “the largest volcano” คำว่า largest เป็นรูปขั้นสุดของ large โดยปกติ the ใช้ชี้สิ่งที่มีอันดับสูงสุดด้านขนาด ดังนั้นวลีนี้จึงมีความหมายมากกว่าแค่ “ภูเขาไฟที่ใหญ่มาก” “in the solar system” กำหนดขอบเขตการเปรียบเทียบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the + คำคุณศัพท์ขั้นสุด + คำนาม + in + สถานที่หรือกลุ่ม ซึ่งระบุว่าสิ่งใดอยู่ในอันดับหนึ่งภายในขอบเขตนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้รูปขั้นสุดของ tall เติมประโยคให้สมบูรณ์: This tower is 828 meters tall, and no other building in the city is taller. It is ____ building in the city.
ดูคำตอบ
the tallest
you'd find the views from the 25 km summit breathtaking. สำนวน
3:29คุณจะพบว่าวิวจากยอดเขาความสูง 25 กม. นี้น่าทึ่งจนแทบหยุดหายใจ
Even if Mars had a breathable atmosphere: เงื่อนไขสมมติแบบยอมรับข้อแม้
Even if นำหน้าเงื่อนไขแบบยอมรับข้อแม้ กล่าวคือ ผู้พูดยอมสมมติสถานการณ์หนึ่งชั่วคราว แล้วบอกว่าผลในประโยคหลักก็ยังคงเป็นจริงอยู่ดี สถานการณ์ที่สมมติในที่นี้คือดาวอังคารมีอากาศที่มนุษย์หายใจได้ had มีรูปเป็นอดีตกาล แต่ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงเวลาในอดีต เมื่อใช้ร่วมกับ would ใน you'd จะแสดงสมมติฐานเกี่ยวกับปัจจุบันที่ห่างไกลจากความจริง และในประโยคนี้ขัดกับข้อเท็จจริง ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าดาวอังคารมีชั้นบรรยากาศที่หายใจได้จริง
แบบฝึกหัด
ตัดสินการตีความนี้: ใน “Even if Mars had a breathable atmosphere,” ผู้พูดกำลังบอกว่าดาวอังคารมีอากาศที่หายใจได้จริง
- ไม่ถูกต้อง
- ถูกต้อง
ดูคำตอบ
ไม่ถูกต้อง
Breathtaking: คำชมพร้อมการเล่นคำเรื่องลมหายใจ
ใน you'd find the views ... breathtaking คำว่า breathtaking เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม โดยบอกว่าคุณจะประเมินทิวทัศน์เหล่านั้นอย่างไร ความหมายปกติในที่นี้คือ “สวยงามหรือน่าประทับใจอย่างยิ่ง” ดังนั้นใจความหลักจึงเป็นคำชมอย่างมาก คำนี้ยังมี breath อยู่ด้วย จึงชวนให้นึกถึงการถูกพรากลมหายใจ เนื่องจากบริบทรอบข้างพูดถึงยอดเขาสูง 25 กิโลเมตรและชั้นบรรยากาศที่หายใจได้ ความเชื่อมโยงตามตัวอักษรนี้จึงเพิ่มมุกเล็ก ๆ เกี่ยวกับการหายใจ แต่ไม่ได้แทนที่ความหมายเชิงบวกตามปกติ
แบบฝึกหัด
breathtaking ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ยอดเขาไม่มีทิวทัศน์ให้เห็นเพราะสูงเกินไป
- ทิวทัศน์ทำให้ทุกคนหยุดหายใจจริง ๆ ตามตัวอักษร
- ทิวทัศน์น่าประทับใจอย่างยิ่ง และยังมีมุกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถูกพรากลมหายใจ
ดูคำตอบ
ทิวทัศน์น่าประทับใจอย่างยิ่ง และยังมีมุกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถูกพรากลมหายใจ
are volcanoes not your thing? — การถามถึงความชอบ
ใน are volcanoes not your thing? วลี not your thing หมายถึง “ไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบหรือสนใจ” วลีนี้พูดถึงความชอบส่วนตัว ไม่ใช่ความเป็นเจ้าของ คำถามปฏิเสธนี้ใช้ถามอย่างนุ่มนวลว่าภูเขาไฟไม่น่าสนใจสำหรับผู้ฟังหรือไม่ จึงฟังดูไม่ตรงเกินไปเหมือนการพูดว่า You dislike volcanoes และสามารถใช้รูปแบบเดียวกันกับหัวข้อ อาหาร หรือกิจกรรมได้
แบบฝึกหัด
คุณกำลังคุยกับเพื่อนเกี่ยวกับความชอบของเพื่อน เติมวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “ไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบ” ลงในประโยค: If crowded concerts are ____, we can watch a movie instead.
ดูคำตอบ
not your thing
how ใน Then how about ...? — การเสนออีกทางเลือกหนึ่ง
ในที่นี้ how เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบคงที่สำหรับเสนอทางเลือก how about ...? ซึ่งหมายถึง “คุณคิดว่า……เป็นอย่างไร?” ไม่ได้ใช้ how เพียงคำเดียวเพื่อถามถึงวิธีการ Then เชื่อมข้อเสนอนี้กับตัวเลือกก่อนหน้า หากผู้ฟังอาจไม่สนใจภูเขาไฟ ผู้พูดก็เสนอ Valles Marineris เป็นทางเลือก หลัง how about ใช้กลุ่มคำนามหรือรูป -ing ได้: How about the museum? How about taking the train?
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบคงที่สำหรับเสนอทางเลือกด้วยคำที่เน้นไว้: The café is full. Then ____ about the library?
ดูคำตอบ
how
Valles Marineris: ระบบหุบผาชันบนดาวอังคาร
Valles Marineris เป็นชื่อเฉพาะของระบบหุบผาชันขนาดใหญ่บนดาวอังคาร วลีหลังเครื่องหมายจุลภาค the largest canyon in the solar system บอกว่าชื่อที่ไม่คุ้นเคยนี้หมายถึงอะไร เมื่อประโยควิทยาศาสตร์แนะนำชื่อที่ไม่คุ้นเคยด้วยรูปแบบนี้ ให้มองว่าเป็นชื่อเฉพาะก่อน แล้วใช้คำอธิบายหลังเครื่องหมายจุลภาคช่วยทำความเข้าใจ
แบบฝึกหัด
Valles Marineris หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- ระบบหุบผาชันขนาดใหญ่บนดาวอังคาร
- ภูเขาไฟชนิดหนึ่งบนดาวอังคาร
- ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ
ดูคำตอบ
ระบบหุบผาชันขนาดใหญ่บนดาวอังคาร
so wide ... that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์
ใน so wide that ... คำว่า so เน้นระดับของคำคุณศัพท์ wide และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลจากระดับที่มากนั้น โครงสร้างคือ so + คำคุณศัพท์/คำกริยาวิเศษณ์ + that + อนุประโยค ในที่นี้ ความกว้างของหุบผาชันถูกแสดงผ่านผลที่เกิดขึ้น คือขอบฝั่งตรงข้ามจะอยู่ต่ำกว่าเส้นขอบฟ้าที่โค้ง โครงสร้างนี้ไม่ได้บอกเพียงว่า very wide แต่เชื่อมระดับที่สูงมากกับผลของมัน
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างบอกผล so + wide + that ให้สมบูรณ์: The river was ____ that we could not see the other bank.
ดูคำตอบ
so wide
would be below the curve of the horizon: ผลที่ขึ้นอยู่กับจุดสังเกต
ในประโยคนี้ would be below the curve of the horizon บรรยายสิ่งที่ผู้สังเกตจะเห็นเมื่อมองจากด้านหนึ่ง ขอบฝั่งตรงข้ามถูกสมมติว่าอยู่ไกลมากจนความโค้งของพื้นผิวดาวทำให้มันเลยขอบฟ้าที่มองเห็นไป ไม่ได้หมายความว่าขอบนั้นทรุดตัวลงจริง ๆ หรือจำเป็นต้องอยู่ที่ระดับความสูงต่ำกว่า would แสดงผลที่คาดว่าจะเกิดภายใต้เงื่อนไขการมองที่ระบุไว้ คือมองจากด้านหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย would be below the curve of the horizon ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด
- ขอบฝั่งตรงข้ามจะอยู่เลยขอบฟ้าที่ผู้สังเกตมองเห็น เนื่องจากความโค้งของดาว
- ขอบฝั่งตรงข้ามจำเป็นต้องอยู่ในระดับความสูงที่ต่ำกว่าผู้สังเกต
- ขอบฝั่งตรงข้ามจะถูกวาดไว้ใต้เส้นโค้งบนแผนที่
ดูคำตอบ
ขอบฝั่งตรงข้ามจะอยู่เลยขอบฟ้าที่ผู้สังเกตมองเห็น เนื่องจากความโค้งของดาว
Still, you'll catch some spectacular blue sunsets in the normally red sky, โน้ต
3:48อย่างไรก็ตาม คุณจะยังได้เห็นพระอาทิตย์ตกสีฟ้าที่สวยงามตระการตาบนท้องฟ้าที่ปกติจะเป็นสีแดง
you'll: บอกล่วงหน้าถึงประสบการณ์ของผู้ฟัง
You'll เป็นรูปย่อของ you will ในที่นี้ใช้บอกล่วงหน้าว่าผู้มาเยือนหรือผู้ชมคาดว่าจะได้เห็นอะไร นั่นคือพระอาทิตย์ตกสีน้ำเงินอันงดงาม การใช้ you เป็นการพูดกับผู้ฟังโดยตรง ทำให้ข้อเท็จจริงทั่วไปกลายเป็นการบอกล่วงหน้าถึงประสบการณ์ส่วนตัว ส่วน will นำเสนอประสบการณ์นั้นเป็นผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคเต็มที่ได้ยิน โดยเน้นฟังเสียง /l/ ท้ายคำว่า you'll
- You saw the city lights from the roof.
- You see the city lights from the roof.
- You'll see the city lights from the roof.
ดูคำตอบ
You'll see the city lights from the roof.
catch some spectacular blue sunsets: catch ในความหมายว่า “ไปทันเห็น”
ใน you'll catch some spectacular blue sunsets คำว่า catch หมายถึง “อยู่ ณ ที่นั้นในเวลาที่เหมาะ จึงได้เห็นหรือสัมผัสประสบการณ์” พระอาทิตย์ตกเหล่านั้น ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับสิ่งใด เมื่อพูดถึงปรากฏการณ์ช่วงสั้น ๆ เช่น พระอาทิตย์ตก catch มักสื่อว่าการได้เห็นนั้นขึ้นอยู่กับจังหวะหรือโอกาส จึงให้ภาพชัดกว่าการใช้ see เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาที่หมายถึง “อยู่ที่นั่นทันเวลาเพื่อดู”: If we leave now, we can ____ the sunset from the hill.
ดูคำตอบ
catch
and the way sunlight is scattered by the atmosphere. ไวยากรณ์
3:57และวิถีที่แสงแดดกระเจิงไปตามชั้นบรรยากาศ
which gets its color from...: การเพิ่มคำอธิบายด้วย which
อนุประโยค which gets its color from... ใช้ which เพื่อย้อนกลับไปอ้างถึง the normally red sky ในประโยคเต็ม อนุประโยคนี้อยู่หลังเครื่องหมายจุลภาคที่ตามหลัง sky จึงเป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ กล่าวคือเพิ่มคำอธิบายเกี่ยวกับท้องฟ้าที่ระบุชัดแล้ว ไม่ได้ใช้เลือกว่าหมายถึงท้องฟ้าใด ภายในอนุประโยค gets its color from หมายถึง “มีสีนั้นเพราะ...” ส่วน the dust absorbing most of the blue light ระบุกลไกหนึ่งที่ทำให้เกิดสีดังกล่าว รูปแบบนี้พบได้บ่อยในงานเขียนเชิงอธิบาย คือกล่าวถึงสิ่งหนึ่งก่อน แล้วจึงเพิ่มสาเหตุหรือกลไกของสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมอนุประโยคที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยคำเชื่อมสัมพันธ์ที่ถูกต้อง: The turquoise lake, ____ gets its color from fine rock particles, attracts many visitors.
ดูคำตอบ
which
the way sunlight is scattered: โครงสร้าง the way + อนุประโยค
โครงสร้าง the way + อนุประโยคทำให้กระบวนการหรือวิธีการกลายเป็นวลีคำนาม ในที่นี้ the way sunlight is scattered by the atmosphere หมายถึง “วิธีที่แสงอาทิตย์ถูกชั้นบรรยากาศทำให้กระเจิง” โดย sunlight เป็นสิ่งที่รับการกระทำในรูปถูกกระทำ is scattered ในประโยคเต็ม วลีคำนามนี้อยู่หลัง from และเชื่อมแบบขนานกับ the dust absorbing most of the blue light ทั้งสองวลีถูกนำเสนอว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้สิ่งหนึ่งมีสีนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง the way + อนุประโยคได้ถูกต้อง
- The engineer studied the way how heat moves through the metal.
- The engineer studied the way heat moves through the metal.
- The engineer studied the way does heat move through the metal.
ดูคำตอบ
The engineer studied the way heat moves through the metal.
got spirit, curiosity ... looking for opportunity: การเล่นคำด้วยชื่อรถสำรวจดาวอังคาร
เมื่ออ่านตามความหมายทั่วไป spirit, curiosity และ opportunity เป็นคำนามธรรมดา โดย spirit สื่อถึงพลังใจหรือความมุ่งมั่น curiosity คือความต้องการที่จะรู้ และ looking for opportunity หมายถึงการมองหาโอกาส ในบริบทเกี่ยวกับดาวอังคาร Spirit, Curiosity และ Opportunity ยังเป็นชื่อรถสำรวจดาวอังคารของ NASA ด้วย การนำทั้งสามคำมาไว้ด้วยกันจึงสร้างการเล่นคำ คำถามนี้ใช้เป็นถ้อยคำสร้างแรงบันดาลใจทั่วไปได้ และยังชี้ไปถึงการสำรวจดาวอังคารพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
อะไรทำให้ประโยคนี้เป็นการเล่นคำในบริบทเกี่ยวกับดาวอังคาร
- คำเหล่านี้เป็นทั้งคำทั่วไปและชื่อรถสำรวจดาวอังคารของ NASA
- คำเหล่านี้เป็นคำพ้องแบบไม่เป็นทางการสามคำของดาวอังคาร
- คำเหล่านี้เป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ของฝุ่นดาวอังคารแต่ละชนิด
ดูคำตอบ
คำเหล่านี้เป็นทั้งคำทั่วไปและชื่อรถสำรวจดาวอังคารของ NASA
Then stop stalling and make the move to Mars today. โน้ต
4:06งั้นเลิกรีรอแล้วย้ายไปดาวอังคารวันนี้เลย
stop stalling: หยุดถ่วงเวลาแล้วลงมือทำ
ใน stop stalling คำว่า stall หมายถึงถ่วงเวลาการตัดสินใจหรือการลงมือทำแทนที่จะเดินหน้าต่อ รูป -ing ตามหลัง stop เพราะใช้เรียกพฤติกรรมที่ต้องหยุด ในประโยคนี้ คำสั่งดังกล่าวเร่งให้ผู้ฟังลงมือทันที โครงสร้าง stop + -ing ที่นำไปใช้ต่อได้หมายถึง “หยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่” เช่น stop arguing หรือ stop waiting
แบบฝึกหัด
ใช้ stop และรูปที่ถูกต้องของ stall เพื่อเติมคำสั่งให้สมบูรณ์: The deadline is almost here. ____ and submit the form now.
ดูคำตอบ
Stop stalling
make the move to + สถานที่: ลงมือย้ายหรือเปลี่ยนแปลง
ใน make the move to Mars คำว่า move เป็นคำนาม และ make เป็นคำกริยา วลีนี้หมายถึงการลงมือทำให้การไปหรือย้ายไปอยู่ที่ใหม่เกิดขึ้นจริง โดยสถานที่ปลายทางจะตามหลัง to เมื่อเทียบกับการพูดเพียงว่า move to Mars วลี make the move to Mars แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นก้าวหรือการตัดสินใจที่ตั้งใจไว้ การเติม today ทำให้ประโยคนี้กลายเป็นการกระตุ้นให้ลงมือทันที
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่เน้นการลงมือย้ายตามแผน: After months of planning, they finally decided to ____ a smaller town.
ดูคำตอบ
make the move to
redder than ever: คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than ever
ใน redder than ever คำว่า redder เป็นรูปขั้นกว่าของ red และ than ever หมายถึง “ยิ่งกว่าช่วงเวลาใด ๆ ก่อนหน้านี้” เมื่อรวมกัน วลีนี้บอกว่าตอนนี้ดาวอังคารดูแดงกว่าทุกช่วงเวลาในอดีต ข้อความนี้เป็นส่วนประโยคแบบสโลแกนที่ละบางคำไว้ โดยเข้าใจว่า Mars เป็นหัวข้อ และประโยคเต็มคือ Mars is redder than ever รูปย่อนี้ทำให้คำปิดท้ายกระชับและเน้นย้ำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than ever” ใช้เพื่อนำเสนอว่าคุณลักษณะหนึ่งขึ้นถึงระดับสูงสุดครั้งใหม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าของ fast แล้วตามด้วย than ever: After the update, the game loads ____.
ดูคำตอบ
faster than ever