เลิกซนได้แล้ว! | เวทมนตร์ - ซีซัน 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
คำอธิบายวิดีโอ: ระหว่างการเล่นสมมติในครอบครัว เด็ก ๆ ใช้เวทมนตร์ในจินตนาการอย่างซุกซนเพื่อบังคับให้ผู้ใหญ่เล่นด้วย การโต้เถียงเรื่องเสรีภาพ งานบ้าน และความรับผิดชอบนำไปสู่ข้อสรุปว่า การเล่นที่แท้จริงต้องเกิดจากความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ ประเด็นสำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ: 1. Oh, no, you don't. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่านี่ไม่ใช่เพียงประโยคปฏิเสธข้อเท็จจริง แต่เป็นปฏิกิริยาโต้ตอบทันทีเพื่อห้ามคนที่กำลังจะทำสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ผู้เรียนจึงฟังน้ำเสียงหนักแน่นในความหมายว่า “ฉันไม่ยอมให้เธอทำอย่างนั้น” ได้ และนำไปใช้เมื่อต้องหยุดการกระทำของอีกฝ่าย 2. drop everything — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงหยุดทุกสิ่งที่กำลังทำอยู่ทันทีเพื่อไปจัดการเรื่องอื่น ไม่ได้หมายถึงทำสิ่งของตกจริง ๆ ความรู้นี้ช่วยให้ติดตามความขัดแย้งระหว่างการเล่นตามคำขอของเด็กกับการทำงานบ้านให้เสร็จ และใช้บรรยายการเปลี่ยนลำดับความสำคัญอย่างเร่งด่วนได้ 3. because they want to, not because you make them. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าโครงสร้าง because A, not because B ใช้เปรียบต่างแรงจูงใจที่เหมาะสมกับแรงจูงใจที่ยอมรับไม่ได้ ผู้เรียนสามารถใช้รูปแบบการให้เหตุผลนี้อธิบายหลักการว่า การกระทำควรเกิดจากความเต็มใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่จากแรงกดดันหรือการบังคับ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
What's going on here?:การเรียกร้องคำอธิบายทันที
What's going on here? ใช้ขอให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์อธิบายสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด สับสน หรือยอมรับไม่ได้ซึ่งผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็น ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เพื่อขัดจังหวะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและเรียกร้องให้คนในที่นั้นชี้แจง ผู้พูดไม่ได้ถามชื่อของกิจกรรม แต่ถือว่าสถานการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องมีคำอธิบาย น้ำเสียงอาจเพิ่มความรู้สึกประหลาดใจ สงสัย หรือแสดงอำนาจได้
แบบฝึกหัด
มีคนเดินเข้าไปในห้องแล้วพบความวุ่นวายที่ไม่คาดคิด What's going on here? น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด?
- ผู้พูดกำลังชวนทุกคนเริ่มเล่นเกม
- ผู้พูดกำลังถามชื่ออย่างเป็นทางการของกิจกรรมที่วางแผนไว้
- ผู้พูดต้องการให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์อธิบายสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
ดูคำตอบ
ผู้พูดต้องการให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์อธิบายสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
Oh, no, you don't.:การห้ามทันที
Oh, no, you don't. เป็นคำตอบโต้แบบตายตัวในภาษาพูด ใช้เมื่ออีกฝ่ายกำลังจะทำบางอย่างหรือพยายามทำต่อ แล้วผู้พูดหยุดอีกฝ่ายทันที ความหมายโดยประมาณคือ “ฉันจะไม่ยอมให้คุณทำแบบนั้น” การกระทำที่ควรตามหลัง you don't ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้ชัดเจนจากสถานการณ์ ดังนั้นประโยคนี้จึงไม่ได้บอกข้อเท็จจริงว่าอีกฝ่ายปกติทำหรือไม่ทำอะไร
แบบฝึกหัด
มีคนเอื้อมมือมาหยิบกระเป๋าของคุณ หลังจากที่คุณบอกแล้วว่าอย่าหยิบ คำตอบใดเป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับหยุดการกระทำนั้นทันที?
- Oh, you don't know.
- Oh, no, you don't.
- No, you didn't.
ดูคำตอบ
Oh, no, you don't.
taught you how to use magic?: โครงสร้าง teach someone how to do something
taught you how to use magic ใช้โครงสร้าง teach + someone + how to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย you คือผู้เรียน และ how to use magic คือทักษะหรือวิธีที่ถูกสอน โครงสร้างนี้ใช้บอกหรือถามว่าใครเป็นผู้สอนวิธีทำงานบางอย่างให้ใคร ในโครงสร้างนี้ต้องมีทั้ง how และ to: teach someone how to do something
แบบฝึกหัด
เติมคำที่แสดงถึงการเรียนรู้วิธีทำให้คำถามสมบูรณ์: Who taught you ____ use this camera?
ดูคำตอบ
how to
I should have known.: การมองย้อนกลับไปยังสิ่งที่ควรตระหนักในอดีต
I should have known หมายถึงเมื่อมองย้อนกลับไป ผู้พูดตระหนักว่าตนควรรู้หรือคิดออกตั้งแต่ก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้ทำเช่นนั้น โครงสร้าง should have + past participle ใช้มุมมองในปัจจุบันประเมินเหตุการณ์ในอดีต ในประโยคนี้ known คือ past participle ของ know ประโยคนี้มักสื่อถึงความเสียดาย การตำหนิตัวเอง หรือการเพิ่งตระหนักว่าคำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ได้หมายถึงหน้าที่ที่ต้องรู้ในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าตอนนี้ผู้พูดเพิ่งตระหนักว่าตนไม่เข้าใจบางอย่างก่อนหน้านี้?
- I should know.
- I should have known.
- I might know.
ดูคำตอบ
I should have known.
And did you teach her the most important rule about magic?
0:09แล้วลูกได้สอนกฎที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับเวทมนตร์ให้น้องไหม?
The rule is: never use... เพื่อบอกข้อห้าม
ในประโยคภาษาพูดนี้ The rule is ใช้เกริ่นเนื้อหาของกฎ ส่วน never use magic for cheekiness ที่ตามมาทำหน้าที่เหมือนคำสั่งโดยตรง ในภาษาเขียน การใส่เครื่องหมายทวิภาคจะช่วยให้โครงสร้างชัดเจนขึ้น: The rule is: never use magic for cheekiness. ในที่นี้ never + คำกริยารูปพื้นฐาน use หมายถึงห้ามทำสิ่งนั้นไม่ว่าเวลาใด จึงเป็นการบอกข้อห้าม ไม่ใช่เพียงบอกความถี่ในการใช้เวทมนตร์
แบบฝึกหัด
ใช้ never + คำกริยารูปพื้นฐาน touch เติมกฎความปลอดภัยให้สมบูรณ์: The rule is: ____ the hot surface.
ดูคำตอบ
never touch
cheekiness: ความซุกซนหรือความไม่สุภาพเล็กน้อย
cheekiness หมายถึงความซุกซนแบบขี้เล่น ความทะลึ่ง หรือการไม่ให้เกียรติเล็กน้อย ในบริบทครอบครัวนี้ for cheekiness หมายถึงเพื่อทำตัวซนหรือก่อเรื่องเล็ก ๆ อย่างขี้เล่น ไม่ใช่เพื่อสร้างอันตรายร้ายแรง คำนามนี้มาจาก cheeky แม้ cheek จะหมายถึงส่วนหนึ่งของใบหน้าได้ แต่ cheekiness ในที่นี้เป็นการประเมินพฤติกรรมหรือท่าทีของคน ไม่ใช่รูปลักษณ์
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะจะบรรยายด้วย cheekiness มากที่สุด?
- เด็กตอบแบบขี้เล่นและไม่สุภาพเล็กน้อย หลังจากถูกบอกให้เก็บของ
- แพทย์บรรยายรูปทรงแก้มของผู้ป่วย
- คนคนหนึ่งวางแผนการโจมตีรุนแรงร้ายแรง
ดูคำตอบ
เด็กตอบแบบขี้เล่นและไม่สุภาพเล็กน้อย หลังจากถูกบอกให้เก็บของ
Get your armpit out of my face: get + กรรม + out of + สถานที่
ในคำสั่งนี้ โครงสร้าง get + กรรม + out of + สถานที่ หมายถึง “ทำให้กรรมเคลื่อนออกจากสถานที่นั้น” your armpit เป็นกรรม และ out of my face หมายถึงให้ออกห่างจากบริเวณที่ชิดหรืออยู่ตรงหน้าของผู้พูด get ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” แต่ช่วยสร้างคำสั่งที่ห้วนและตรง เพื่อให้ย้ายสิ่งที่อยู่ใกล้เกินไปหรือทำให้ไม่สบายใจออกไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อต้องการสั่งแบบห้วน ๆ ให้อีกฝ่ายเอามือออกไปจากหน้าของคุณ
- Put your hand near my face.
- Get your hand out of my face.
- Keep your hand in front of my face.
ดูคำตอบ
Get your hand out of my face.
Get out of here: คำสั่งโดยตรงให้ออกไป
ในที่นี้ get out of here เป็นประโยคคำสั่งโดยตรง หมายถึง “ออกไปจากสถานที่นี้” ประธาน you ถูกละไว้แต่เข้าใจได้ และ get out of อธิบายการเคลื่อนออกห่างจากสถานที่ที่ผู้พูดอยู่ในขณะนั้น ให้เข้าใจคำทั้งหมดรวมกันเป็นคำสั่งเดียว ไม่ใช่ตีความ get ว่า “ได้รับ” ในการใช้นี้ ผู้พูดคาดหวังให้อีกฝ่ายออกไปจริง ๆ
แบบฝึกหัด
โค้ชพบผู้มาเยือนสองคนในห้องที่จำกัดการเข้าและพูดว่า “Get out of here.” โค้ชหมายความว่าอย่างไร
- ออกไปจากสถานที่นี้
- ฉันไม่เชื่อข่าวที่คุณบอก
- เข้ามาใกล้ฉัน
ดูคำตอบ
ออกไปจากสถานที่นี้
This doesn't concern you: concern ในความหมายว่า “เกี่ยวข้องกับ”
ในที่นี้ concern เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เกี่ยวข้องกับหรือมีส่วนกับ” รูปปฏิเสธบอกว่าเรื่องนั้นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ฟัง ไม่ได้หมายถึง “ทำให้คุณกังวล” เมื่อใช้ This doesn't concern you. เป็นคำตอบที่สมบูรณ์ ประโยคนี้ยังเป็นการขีดเส้นแบ่งอย่างชัดเจน โดยบอกว่าผู้ฟังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องและไม่ควรเข้ามาแทรกแซง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “This doesn't concern you,” คำว่า concern หมายถึงอะไรในบริบทนี้
- แสดงความยินดีกับผู้ฟัง
- ทำให้ผู้ฟังรู้สึกกังวล
- เกี่ยวข้องกับหรือมีส่วนกับ
ดูคำตอบ
เกี่ยวข้องกับหรือมีส่วนกับ
Magic should only be used to help people. ไวยากรณ์
0:28เวทมนตร์ควรจะใช้เพื่อช่วยเหลือคนอื่นเท่านั้นนะ
should only be used to help: รูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วยเพื่อจำกัดจุดประสงค์
should only be used to help เป็นการรวม should เข้ากับรูปถูกกระทำ be used โครงสร้างคือ สิ่งของ + should only be used + to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าสิ่งนั้นควรมีเพียงจุดประสงค์ที่ได้รับการยอมรับนี้เท่านั้น ในประโยคนี้ magic เป็นสิ่งที่รับการกระทำ use และ to help ระบุจุดประสงค์ นี่ไม่ใช่โครงสร้าง used to + คำกริยารูปพื้นฐานที่บอกนิสัยในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมกฎนี้ด้วยคำห้าคำ โดยใช้ should และวาง only ไว้หน้าคำกริยารูปถูกกระทำ: This emergency button ____ call for help.
ดูคำตอบ
should only be used to
helping them learn to dance: help + คน + กริยารูปพื้นฐาน
ใน helping them learn to dance ใช้โครงสร้าง help + คน + กริยารูปพื้นฐาน โดย them คือคนที่ได้รับความช่วยเหลือ และ learn เป็นกริยารูปพื้นฐานที่บอกว่าช่วยให้ทำอะไร ภายในโครงสร้างนี้ learn to dance เป็นอีกหนึ่งกลุ่มคำ หลัง help จะใส่ to หน้า learn ก็ได้ แต่รูปที่ไม่ใส่ to แบบในประโยคนี้พบได้บ่อยมาก เมื่อต้องการสื่อว่า “ช่วยให้ใครทำอะไร” อย่าเปลี่ยนกริยาหลังกรรมที่เป็นคนให้เป็นรูป -ing โดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยารูปพื้นฐานของคำในวงเล็บ: Ava helped her brother ____ the kite. (make)
ดูคำตอบ
make
No more cheekiness: การใช้ No more + คำนามเป็นคำสั่ง
ใน No more cheekiness คำว่า no more หมายถึง “หยุดทำแบบนี้ต่อ” ไม่ได้หมายถึงแค่ “ไม่มีเหลือแล้ว” คำว่า cheekiness หมายถึงพฤติกรรมซุกซนหรือไม่สุภาพเล็กน้อย ผู้พูดจึงกำลังบอกให้อีกฝ่ายหยุดทำตัวแบบนั้น รูปสั้น No more + คำนามหรือรูป -ing ทำหน้าที่เป็นคำสั่งแบบละคำบางส่วน: No more noise. No more arguing. การตัดประโยคเต็มออกทำให้คำสั่งตรงและหนักแน่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นคำสั่งสั้น ๆ และตรงไปตรงมาที่บอกให้ใครหยุดแก้ตัว?
- We have no excuses.
- No more excuses.
- There aren't many excuses.
ดูคำตอบ
No more excuses.
Starting tomorrow!: เลื่อนเวลาเริ่มมีผลของคำสัญญาไปเป็นพรุ่งนี้
Starting tomorrow หมายถึง “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป” ในที่นี้วลีนี้ถูกพูดแยกตามหลังคำสัญญาว่าจะเลิกซน จึงเปลี่ยนเวลาที่คำสัญญานั้นเริ่มมีผล การเติมวลีนี้ทีหลังสร้างช่องโหว่แบบขำ ๆ ผู้พูดดูเหมือนสัญญาว่าจะเปลี่ยนทันทีในตอนแรก แต่จากนั้นก็เผยว่าวันนี้ไม่รวมอยู่ในคำสัญญา ดังนั้น วลีบอกเวลาจึงอาจเปลี่ยนผลของสิ่งที่เพิ่งพูดไปได้ ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกกำหนดการเท่านั้น
แบบฝึกหัด
หลังจากพูดว่า “No more video games” แล้วมีคนเสริมว่า “Starting tomorrow!” คำพูดนี้สื่อเป็นนัยว่าอย่างไร
- คำสัญญาเริ่มมีผลพรุ่งนี้ จึงไม่รวมวันนี้
- คำสัญญาเริ่มมีผลเมื่อวาน
- ผู้พูดเพียงแจ้งกำหนดการของวันพรุ่งนี้โดยไม่เกี่ยวกับคำสัญญา
ดูคำตอบ
คำสัญญาเริ่มมีผลพรุ่งนี้ จึงไม่รวมวันนี้
It should be up to us how we use our magic. วลี
0:45พวกเราควรจะได้ตัดสินใจเองสิว่าจะใช้เวทมนตร์ยังไง
should be up to us: บอกว่าเราควรเป็นผู้ตัดสินใจ
ใน be up to someone คำว่า up to แสดงว่าใครเป็นผู้ควบคุมการตัดสินใจ ดังนั้น be up to us จึงหมายถึง “เป็นเรื่องที่เราตัดสินใจ” เมื่อเติม should ผู้พูดกำลังบอกว่านี่เป็นสิ่งที่ยุติธรรมหรือถูกต้อง ไม่ใช่แค่บอกว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ส่วน how we use our magic บอกอย่างชัดเจนว่าพวกเขาต้องการตัดสินใจเรื่องอะไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ It is/should be up to + บุคคล + what/where/how... เช่น It is up to you where we meet
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ เพื่อบอกว่ากลุ่มของเราควรเป็นผู้ตัดสินใจ: It should ____ which project we choose.
ดูคำตอบ
be up to us
If..., then... สำหรับเชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if บอกเงื่อนไขว่าเราอยากซน ส่วนประโยคหลักบอกผลหรือทางเลือกที่ตามมาว่าเราสามารถซนได้ then ชี้ส่วนที่เป็นผลอย่างชัดเจน ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวันมักละคำนี้ได้ ดังนั้น If we want to be cheeky, we can be cheeky จึงยังมีความหมายพื้นฐานเรื่องเงื่อนไขและผลเหมือนเดิม
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเงื่อนไขและผลด้วย If และ then: ____ you finish your homework, ____ you can play outside.
ดูคำตอบ
If · then
It's not your magic, it's everyone's: เปลี่ยนกรอบความคิดหนึ่งเป็นอีกกรอบหนึ่ง
โครงสร้าง not X, it's Y เริ่มจากปฏิเสธวิธีอธิบายแบบหนึ่ง แล้วแทนที่ด้วยคำอธิบายใหม่ ในประโยคนี้ not your magic ปฏิเสธว่าเวทมนตร์เป็นของคนคนเดียว ส่วน it's everyone's เปลี่ยนกรอบความคิดให้เป็นสิ่งที่ทุกคนมีร่วมกัน everyone's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของของ everyone โดยละคำนาม magic ที่กล่าวไปแล้วเพราะเข้าใจได้ชัดเจน ดังนั้น everyone's ในที่นี้จึงหมายถึง everyone's magic
แบบฝึกหัด
นักเรียนทั้งชั้นช่วยกันทำโปสเตอร์ ประโยคใดปฏิเสธความคิดที่ว่าโปสเตอร์เป็นของ Leo คนเดียวได้ชัดเจนที่สุด และเปลี่ยนเป็นความหมายว่าเป็นของทุกคนร่วมกัน
- It's not Leo's poster; it's everyone's.
- It's not everyone's poster; it's Leo's.
- It's Leo's poster, but everyone can look at it.
ดูคำตอบ
It's not Leo's poster; it's everyone's.
stronger in some than others: เปรียบเทียบระดับความแรงที่แตกต่างกัน
ในประโยคนี้ stronger ใช้เปรียบเทียบว่าเวทมนตร์มีพลังมากน้อยเพียงใดในคนแต่ละคน some และ others ต่างก็หมายถึงคน ส่วน in แสดงว่าคุณสมบัตินั้นมีอยู่ในตัวคนเหล่านั้น รูปเต็มคือ stronger in some people than in other people ภาษาอังกฤษสามารถละคำที่ซ้ำได้เมื่อความหมายของการเปรียบเทียบยังชัดเจน ดังนั้นรูปแบบนี้จึงใช้บอกได้ว่าคุณสมบัติ ความสามารถ หรือผลกระทบมีระดับความแรงแตกต่างกันไปในแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบการเปรียบเทียบนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The reaction is stronger at some patients than in others.
- The reaction is more strong in some patients than in others.
- The reaction is stronger in some patients than in others.
ดูคำตอบ
The reaction is stronger in some patients than in others.
goodliness: คำนามขี้เล่นที่เด็กสร้างขึ้น
ในที่นี้ goodliness เป็นคำที่สร้างขึ้นแบบขี้เล่นและมีน้ำเสียงเหมือนเด็ก โดยนำ good มาทำให้ดูคล้ายคำนามนามธรรม ผู้พูดตั้งใจหมายถึงการใช้เวทมนตร์เพื่อทำความดี และคำที่แปลกนี้ทำให้กฎฟังดูจริงจังแต่ก็ตลก วิธีนำไปใช้กับบริบทอื่นคือ เมื่อเจอคำที่แต่งขึ้นหรือไม่ค่อยใช้ ให้ดูส่วนประกอบของคำและบริบทเพื่อเดาความหมาย โดยไม่คิดว่าเป็นคำมาตรฐานที่ใช้ทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ goodliness สร้างผลทางภาษาอย่างไร
- หมายถึง “ตลอดไป”
- เป็นคำนามทางการทั่วไปที่ใช้ในกฎต่าง ๆ
- ฟังดูเหมือนคำนามขี้เล่นที่เด็กสร้างขึ้นเพื่อสื่อถึงการทำความดี
ดูคำตอบ
ฟังดูเหมือนคำนามขี้เล่นที่เด็กสร้างขึ้นเพื่อสื่อถึงการทำความดี
play with her: เล่นร่วมกับอีกคน
play with someone หมายถึงเข้าไปร่วมเล่นหรือทำกิจกรรมสนุก ๆ กับคนนั้น ในประโยคนี้ play with her หมายถึงใช้เวลาเล่นด้วยกันกับ Bingo โดย with นำหน้าคนที่มาร่วมเล่น ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหลอก ควบคุม หรือเล่นกับความรู้สึกของเธอ บริบทการเล่นของเด็กทำให้วลีนี้มีความหมายทั่วไปว่าเล่นด้วยกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ play with และคำสรรพนามที่ถูกต้อง: Mia wants someone to join her game. Please ____ for a few minutes.
ดูคำตอบ
play with her
Grown-ups should play with kids whenever the kids want. โน้ต
1:14ผู้ใหญ่ควรเล่นกับเด็กๆ ทุกครั้งที่เด็กต้องการสิคะ
Grown-ups: คำไม่เป็นทางการที่เด็กใช้เรียก “ผู้ใหญ่”
Grown-ups หมายถึง “ผู้ใหญ่” แต่เป็นคำไม่เป็นทางการและมักสะท้อนมุมมองของเด็ก ในประโยคนี้ ผู้ใหญ่ถูกกล่าวถึงด้วยน้ำเสียงที่เน้นมุมมองของเด็กในการสนทนาครอบครัว ไม่ใช่ในฐานะหมวดหมู่อย่างเป็นทางการ คำนี้เป็นคำนามนับได้ รูปเอกพจน์คือ a grown-up และรูปพหูพจน์คือ grown-ups เมื่อเป็นคำนามจะคงเครื่องหมายยัติภังค์ไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ grown-ups อย่างเป็นธรรมชาติในน้ำเสียงที่ไม่เป็นทางการและเน้นมุมมองของเด็ก
- While the kids paint, the grown-ups can make snacks.
- The grown-ups in the clinical trial were aged 30 to 50.
- The tax rule applies to all grown-ups with overseas income.
ดูคำตอบ
While the kids paint, the grown-ups can make snacks.
whenever the kids want: เงื่อนไขเวลาที่ไม่จำกัด
ในที่นี้ whenever หมายถึง “เมื่อใดก็ตามที่” หรือ “ทุกครั้งที่” ไม่ได้ชี้ถึงเหตุการณ์เฉพาะครั้งเดียว อนุประโยค whenever the kids want วางเงื่อนไขด้านเวลาที่ไม่จำกัดให้กับ should play กล่าวคือข้อความนี้ใช้ทุกครั้งที่เด็ก ๆ อยากเล่น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ whenever the kids want หมายความว่าอย่างไร
- หลังจากผู้ใหญ่ทำทุกอย่างเสร็จแล้วเท่านั้น
- ในเวลาเฉพาะที่เลือกไว้ก่อนแล้ว
- เมื่อใดก็ตามที่เด็ก ๆ อยากเล่น
ดูคำตอบ
เมื่อใดก็ตามที่เด็ก ๆ อยากเล่น
Grown-ups can't just drop everything and play when kids ask them to. โน้ต
1:21ผู้ใหญ่ไม่สามารถทิ้งทุกอย่างแล้วมาเล่นได้ทุกครั้งที่เด็กๆ ขอหรอกนะ
can't just: ปฏิเสธการกระทำที่มองว่าง่ายเกินไป
ในที่นี้ can't just ไม่ได้บอกเพียงว่าไม่มีความสามารถทำสิ่งนั้น แต่สื่อว่าการทิ้งทุกอย่างทันทีไม่ใช่ทางเลือกที่สมเหตุสมผลหรือยอมรับได้ รูปแบบ can't just + กริยารูปพื้นฐาน มักใช้โต้แย้งข้อเสนอที่มองเรื่องต่าง ๆ ง่ายเกินไป เพราะยังต้องคำนึงถึงหน้าที่ กฎ หรือผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบสองคำจากบทเรียนที่ใช้ปฏิเสธการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผล: You ____ take someone else's phone.
ดูคำตอบ
can't just
drop everything: หยุดงานอื่นทั้งหมดทันที
ในประโยคนี้ drop everything เป็นสำนวนที่หมายถึงหยุดทุกสิ่งที่กำลังทำอยู่ทันทีเพื่อไปทำอย่างอื่น ไม่ได้หมายความว่าผู้ใหญ่ทำสิ่งของตกจริง ๆ สำนวนนี้มักสื่อว่าคำขอใหม่ถูกมองว่าเร่งด่วนหรือสำคัญกว่างานทั้งหมดที่กำลังทำอยู่
แบบฝึกหัด
drop everything ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- หยุดทุกสิ่งที่กำลังทำอยู่ทันที
- ทำงานทุกอย่างให้เสร็จก่อนเล่น
- ทำสิ่งของทั้งหมดที่ถืออยู่ตกลงมา
ดูคำตอบ
หยุดทุกสิ่งที่กำลังทำอยู่ทันที
ask them to: ละคำกริยาที่กล่าวซ้ำ
ใน ask them to คำว่า them หมายถึง grown-ups ส่วนคำกริยาหลัง to ถูกละไว้เพราะมีคำว่า play กล่าวมาก่อนแล้ว ดังนั้นความหมายเต็มคือ when kids ask them to play ภาษาอังกฤษมักคง to ซึ่งเป็นเครื่องหมายของ infinitive ไว้ แต่ละวลีกริยาที่ซ้ำออก ผู้ฟังจะเข้าใจการกระทำที่ถูกละจากบริบท ดังนั้นการจบด้วย to จึงเป็นโครงสร้างที่สมบูรณ์ ไม่ใช่ข้อผิดพลาด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยคง to ซึ่งเป็นเครื่องหมายของ infinitive ไว้ และละกริยา stay ที่ซ้ำออก: I wasn't planning to stay, but my friend asked me ____.
ดูคำตอบ
to
who will do all the chores?: คำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้ให้เหตุผล
ในที่นี้ who will do all the chores? ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อถามจริง ๆ ว่าใครจะเป็นคนทำ แต่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังจะมองเห็นว่า หากผู้ใหญ่หยุดสิ่งที่กำลังทำเพื่อไปเล่น งานบ้านก็อาจไม่มีใครทำ เมื่อวางต่อจาก Because then คำถามนี้จะให้เหตุผลสนับสนุนข้อความก่อนหน้า โดยนำเสนอผลที่น่าจะเกิดขึ้นในรูปคำถาม ซึ่งฟังหนักแน่นกว่าการบอกผลนั้นโดยตรง
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่า ในบริบทนี้ who will do all the chores? เป็นคำถามจริงที่มีจุดประสงค์หลักเพื่อระบุตัวคนที่จะทำงานบ้าน
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
Like cleaning the house and making the dinners. ลำดับความ
1:33อย่างทำความสะอาดบ้านแล้วก็ทำอาหารเย็นไง
“Like cleaning the house and making the dinners.”: ส่วนขยายในบทสนทนาที่ใช้ยกตัวอย่าง
ในที่นี้ Like หมายถึง “อย่างเช่น” วลี cleaning the house และ making the dinners เป็นวลี -ing สองวลีที่วางขนานกันเพื่อยกตัวอย่าง chores ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ข้อความนี้เป็นส่วนขยายในภาษาพูด ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ที่อยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยอาศัยประโยคก่อนหน้าเพื่อบอกว่ากำลังยกตัวอย่างเรื่องประเภทใด ผู้ฟังจึงต้องเชื่อมกลับไปที่ all the chores
แบบฝึกหัด
เติมข้อความต่อเนื่องในบทสนทนาด้วยคำยกตัวอย่างจากบทเรียน: We still have a few jobs left. ____ washing the cups and setting the table.
ดูคำตอบ
Like
ring: ความหมายว่า “โทรหา” ในภาษาอังกฤษแบบบริติช
ในที่นี้ ring เป็นคำกริยาที่แปลว่า “โทรหา” ในโครงสร้าง ring someone คนที่ตามหลัง ring คือคนที่ถูกโทรหา การใช้นี้พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษแบบบริติชในชีวิตประจำวัน และพบในภาษาอังกฤษแบบอื่น เช่น แบบออสเตรเลียด้วย ในประโยคนี้ ผู้พูดตั้งใจติดต่อบริการส่งพิซซ่า ไม่ได้หมายถึงทำให้กระดิ่งดัง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “We'll ring the pizza boy.” คำว่า ring หมายถึงอะไร
- โทรหาใครคนหนึ่ง
- ให้แหวนใครคนหนึ่งไว้สวม
- ทำให้ใครคนหนึ่งกดกริ่ง
ดูคำตอบ
โทรหาใครคนหนึ่ง
the pizza boy: คำเรียกงานส่งพิซซ่าแบบเด็ก ๆ
ในสำนวนกันเองแบบเด็ก ๆ นี้ the pizza boy หมายถึงคนที่เกี่ยวข้องกับการส่งพิซซ่า หรือกล่าวแบบกว้าง ๆ คือบริการส่งพิซซ่า ไม่ได้หมายถึงเด็กคนหนึ่งโดยเฉพาะ บริบทสำคัญคือผู้พูดต้องการสั่งพิซซ่าแทนการเตรียมอาหาร คำเรียกนี้บอกบทบาทงานบริการจากมุมมองของเด็ก ไม่ได้บอกอายุจริงของคนทำงาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดคงความหมายที่ต้องการไว้ได้เป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่เป็นกลาง
- We'll ask the delivery driver to cook dinner in our kitchen.
- We'll call a child who likes pizza.
- We'll call the pizza place and order dinner.
ดูคำตอบ
We'll call the pizza place and order dinner.
do whatever we want: เลือกได้อย่างไม่จำกัด
ในประโยคนี้ whatever we want เป็นกรรมของ do และหมายถึง “อะไรก็ตามที่เราอยากทำ” โดย whatever แสดงตัวเลือกที่เปิดกว้าง ไม่ใช่กิจกรรมเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้น do whatever we want จึงสื่อว่าเลือกทำได้โดยไม่มีข้อจำกัด whatever ตรงนี้ไม่ใช่คำตอบเดี่ยว ๆ แบบไม่ใส่ใจว่า “อะไรก็ได้”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ whatever เพื่อสร้างกรรมของ do ที่สื่อถึงการเลือกได้โดยไม่มีข้อจำกัด?
- We can do whatever we want on our day off.
- Whatever happened to the old sign?
- Whatever. I don't care which film you choose.
ดูคำตอบ
We can do whatever we want on our day off.
Can't we?: ขอให้อีกฝ่ายเห็นด้วยกับข้อความก่อนหน้า
Can't we? ย้อนกลับไปหาข้อความบอกเล่าเชิงบวกก่อนหน้า We can do whatever we want ผู้พูดเปลี่ยน can เป็นรูปปฏิเสธและกล่าวซ้ำสั้น ๆ เป็นคำถามคล้ายคำถามต่อท้ายที่คาดหวังความเห็นด้วย หมายถึง “เราทำได้ ใช่ไหม?” Bingo คือคนที่ผู้พูดกำลังเรียกถาม คำถามนี้ขอให้ Bingo สนับสนุนสิ่งที่พูดไว้ก่อนหน้า ไม่ได้ถามว่า Bingo มีความสามารถบางอย่างหรือไม่
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนา “We can use this room. Can't we, Leo?” คำว่า Can't we? ทำหน้าที่หลักอะไร?
- ถามว่า Leo รู้วิธีใช้ห้องนี้หรือไม่
- ขอให้ Leo เห็นด้วยว่าสามารถใช้ห้องนี้ได้
- บอกว่าไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ใช้ห้องนี้
ดูคำตอบ
ขอให้ Leo เห็นด้วยว่าสามารถใช้ห้องนี้ได้
I guess: การเห็นด้วยแบบลังเล
ในคำตอบนี้ I guess หมายถึง “ฉันคิดว่าใช่” หรือ “คงใช่” แต่ไม่ใช่ yes ที่หนักแน่น ผู้พูดยอมคล้อยตามอีกฝ่าย แต่ยังฟังดูไม่แน่ใจหรือยังไม่เชื่อเต็มที่ ในบริบทอื่น I guess ใช้เกริ่นการคาดเดาหรือข้อสรุปจากข้อมูลที่มีจำกัดได้ แต่เมื่อเป็นคำตอบสั้น ๆ ในที่นี้ หน้าที่หลักคือทำให้การเห็นด้วยฟังเบาลง
แบบฝึกหัด
เพื่อนเสนอว่า “We could take the later bus.” คุณตอบว่า “I guess.” คำตอบนี้น่าจะสื่ออะไรที่สุด?
- ฉันเห็นด้วย แต่ยังลังเลหรือยังไม่เชื่อเต็มที่
- ฉันปฏิเสธข้อเสนอนี้โดยสิ้นเชิง
- ฉันเห็นด้วยอย่างหนักแน่นและกระตือรือร้นมาก
ดูคำตอบ
ฉันเห็นด้วย แต่ยังลังเลหรือยังไม่เชื่อเต็มที่
is not the solution: ปฏิเสธวิธีแก้ที่ถูกเสนอ
โครงสร้าง X is not the solution นำ X ไปวางในกรอบของปัญหาและวิธีแก้ แล้วปฏิเสธว่า X ไม่ใช่วิธีแก้ที่ได้ผล ไม่ได้หมายความว่า X ไม่ดีเสมอไป แต่หมายความว่า X แก้ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้ ในที่นี้ “the pizza boy” ใช้แทนแนวคิดเรื่องการสั่งพิซซ่า ประโยคนี้ปฏิเสธข้อเสนอนั้น ไม่ได้ตำหนิคนส่งพิซซ่าเป็นการส่วนตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ตรงตามบทเรียนเพื่อปฏิเสธวิธีแก้ที่ถูกเสนอ: Ignoring the warning signs ____.
ดูคำตอบ
is not the solution
I need your help. ในฐานะคำขอโดยตรง
แม้ I need your help. จะอยู่ในรูปประโยคบอกเล่า แต่ในการสนทนามักทำหน้าที่เป็นคำขอ กล่าวคือ ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ฟังช่วย ในประโยคนี้ your หมายถึงคนที่ถูกขอให้ช่วย ดังนั้นประโยคนี้จึงชวนให้อีกฝ่ายเข้ามาร่วมทำสิ่งที่ผู้พูดกำลังทำ หากต้องการระบุงาน ให้ใช้ I need your help with + คำนาม หรือ I need your help + -ing
แบบฝึกหัด
ในการสนทนา I need your help. มักทำหน้าที่อะไร?
- บอกผู้ฟังว่าไม่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง
- บอกว่างานเสร็จแล้ว
- ขอให้ผู้ฟังช่วย
ดูคำตอบ
ขอให้ผู้ฟังช่วย
because they want to, not because you make them. สำหรับเปรียบเทียบเหตุผล
รูปแบบ because A, not because B จัดวางเหตุผลที่เป็นไปได้สองอย่างสำหรับการกระทำเดียวกัน โดยเริ่มจากเหตุผลที่ผู้พูดยอมรับ คือคนอื่นอยากเล่นด้วยความสมัครใจ แล้วจึงปฏิเสธอีกเหตุผลหนึ่ง คือมีคนบังคับให้พวกเขาเล่น ทั้งสองอนุประโยคละคำที่เข้าใจได้จากบริบทไว้ โดย want to หมายถึง want to play with you และ make them หมายถึง make them play with you การเปรียบต่างแบบกระชับนี้ใช้บอกหลักเกี่ยวกับแรงจูงใจได้ว่า การกระทำควรเกิดจากความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ
แบบฝึกหัด
ใช้ because A, not because B เติมประโยคให้สมบูรณ์: Lina helped clean the park ____ she cared about it, ____ anyone made her.
ดูคำตอบ
because · not because
you make them: make ในความหมายว่าบังคับและการละการกระทำที่เข้าใจจากบริบท
ใน you make them คำว่า make เป็นกริยาแสดงการทำให้เกิดการกระทำ หมายถึง “ทำให้หรือบังคับให้ใครทำบางอย่าง” ไม่ได้หมายถึง “ผลิต” โครงสร้างเต็มคือ make + คน + กริยารูปพื้นฐาน เช่น make them play ตรงนี้ them หมายถึงคนที่กำลังพูดถึง ส่วน play with you ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้ชัดเจนจากบริบท ดังนั้น you make them จึงหมายถึง “คุณบังคับให้พวกเขาเล่นกับคุณ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาแสดงเหตุที่หมายถึง “บังคับ”: You cannot ____ him apologize.
ดูคำตอบ
make
Otherwise, it's not playing: otherwise บอกผลเมื่อเงื่อนไขไม่เป็นจริง
Otherwise หมายถึง “ไม่อย่างนั้น” หรือ “ถ้าเงื่อนไขนั้นไม่เป็นจริง” คำนี้ย้อนกลับไปยังหลักการก่อนหน้าที่ว่าคนควรเลือกเล่นด้วยตัวเอง แล้วจึงบอกผลที่จะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขตรงกันข้าม ดังนั้น Otherwise, it's not playing จึงหมายความว่า ถ้ากิจกรรมนั้นไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ ก็ไม่นับว่าเป็นการเล่นอย่างแท้จริง otherwise จึงใช้สรุปเหตุผลโดยเชื่อมเงื่อนไขเข้ากับผลของการไม่ทำตามเงื่อนไขนั้นได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Charge the phone; otherwise, it may turn off," คำว่า otherwise นำไปสู่เงื่อนไขใด
- ถ้าคุณไม่ชาร์จโทรศัพท์
- เพราะคุณชาร์จโทรศัพท์แล้ว
- ระหว่างที่คุณกำลังชาร์จโทรศัพท์
ดูคำตอบ
ถ้าคุณไม่ชาร์จโทรศัพท์