เหลืออะไรบ้าง?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Vsauce
ภาพรวมวิดีโอ: Michael ใช้หลายความหมายของ left เชื่อมเรื่องมือข้างถนัดและสมองเข้ากับแป้นพิมพ์ การเดินทางสู่อวกาศ และการสูญเสียฮีเลียมจากโลก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Left. What's left? — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ดูว่า left เปลี่ยนจาก “ซ้ายหรือถนัดซ้าย” เป็น “สิ่งที่เหลือ” อย่างไร แล้วติดตามการเปลี่ยนหัวข้อที่เกิดจากการเล่นคำหลายความหมายนี้ 2. does not mean that / but it may help explain why — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ปฏิเสธข้อสรุปที่หนักแน่นเกินไปก่อนเสนอคำอธิบายอย่างระมัดระวัง เพื่อแยกหลักฐานออกจากข้อคาดเดา 3. get picked off — กริยาวลี: เข้าใจว่าอะตอมฮีเลียมถูกลมสุริยะพาออกไปทีละอะตอม แล้วใช้ pick off กับการนำสิ่งอื่นออกทีละชิ้น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Just kidding. ถอนคำพูดที่พูดเล่นไปเมื่อครู่
Just kidding หมายถึง “สิ่งที่เพิ่งพูดไปเป็นเรื่องล้อเล่น ไม่ใช่ความจริง” ในประโยคนี้ ผู้พูดรีบถอนคำพูดที่ทำให้เข้าใจผิด แล้วบอกหัวข้อจริง ใช้หลังจากคำพูดเล่น ๆ ของตนเอง เพื่อให้ผู้ฟังตีความคำพูดก่อนหน้านั้นใหม่ ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังเล่นเกม
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่ใช้ถอนคำพูดล้อเล่นทันทีลงในประโยค: “There is no dessert—____! The cake is in the kitchen.”
ดูคำตอบ
just kidding
Left. What's left? ทิศทางกับสิ่งที่ยังเหลืออยู่
Left ตัวแรกเป็นคำบอกทิศทางที่อยู่เดี่ยว ๆ และชี้ไปทางซ้าย ส่วน left ใน What's left? หมายถึง “สิ่งที่ยังเหลืออยู่” หรือ “สิ่งที่ยังไม่หมด” เนื่องจากสะกดและออกเสียงเหมือนกัน ผู้พูดจึงสลับความหมายเพื่อสร้างการเล่นคำ ให้ดูคำรอบ ๆ left โดยเฉพาะ What's เพื่อเลือกความหมายที่ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
ใน “Left. What's left?” คำอธิบายใดให้ความหมายทั้งสองตามลำดับที่ถูกต้อง?
- ทั้งสองหมายถึงทิศทาง
- คำแรกหมายถึงทิศทาง ส่วนคำที่สองหมายถึงยังเหลืออยู่
- คำแรกหมายถึงยังเหลืออยู่ ส่วนคำที่สองหมายถึงทิศทาง
- ทั้งสองเป็นรูปอดีตของ leave
ดูคำตอบ
คำแรกหมายถึงทิศทาง ส่วนคำที่สองหมายถึงยังเหลืออยู่
ใช้ First of all, เพื่อจัดประเด็นเปิด
First of all ใช้เปิดประเด็นแรกซึ่งเป็นพื้นฐานของคำอธิบายหรือข้อโต้แย้ง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกผู้ฟังให้มองสถิติเรื่องมือข้างที่ถนัดเป็นจุดเริ่มต้นของเนื้อหาที่ตามมา คำนี้ช่วยจัดลำดับการนำเสนอ ไม่ได้เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อหนึ่ง และสามารถใช้เปิดประเด็นสำคัญข้อแรกได้ แม้ผู้พูดจะไม่ได้กล่าว second หรือ secondly ต่อมาอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่ใช้เปิดประเด็นพื้นฐานข้อแรก: '____, we need to agree on the goal.'
ดูคำตอบ
First of all
regardless of culture or language: ปัจจัยที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
regardless of + คำนามหรือวลีคำนาม ใช้ระบุปัจจัยที่ไม่ทำให้ผลลัพธ์ที่กล่าวไว้เปลี่ยนไป ในที่นี้ ความแตกต่างด้านวัฒนธรรมหรือภาษาไม่เปลี่ยนข้อสรุปโดยรวมเรื่องสัดส่วนของมนุษย์ที่ถนัดขวา คำว่า or เชื่อม culture และ language เป็นปัจจัยทางเลือกสองอย่างที่อยู่ภายใต้บุพบท of ตัวเดียวกัน วลีนี้เป็นข้อมูลเสริม ส่วนใจความหลักของประโยคยังคงเป็น 90% of humans are right-handed
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เติมประโยคได้ถูกต้องและแสดงว่าอายุไม่กระทบสิทธิ์ในการเข้าใช้: 'The club welcomes everyone, ___ age.'
- despite of
- regardless to
- regardless of
- because of
ดูคำตอบ
regardless of
And we choose a dominant hand before we've even left our mothers. ไวยากรณ์
0:18และเราเลือกมือข้างที่ถนัดตั้งแต่ก่อนออกจากท้องแม่เสียอีก
before we've even left: ขอบเขตเวลาที่เร็วอย่างน่าประหลาดใจ
before บอกขอบเขตเวลาที่เกิดทีหลัง คือการออกจากร่างกายของแม่ หรือก็คือการเกิด we've left เป็นรูป present perfect ของ leave และ left ในที่นี้เป็น past participle ไม่ได้หมายถึงด้านซ้าย even เน้นว่าเวลานั้นเร็วเกินคาด ความหมายคือความถนัดของมือได้ก่อตัวขึ้นเร็วกว่าที่คิด นั่นคือก่อนเกิด ในโครงสร้างนี้ before แสดงลำดับของเหตุการณ์ ส่วนรูป perfect นำเสนอการออกจากร่างกายของแม่เป็นจุดที่เสร็จสิ้นในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย before + present perfect + even เพื่อแสดงว่าความสามารถนี้เกิดขึ้นเร็วอย่างน่าประหลาดใจ: Mia can read simple words ____ school.
ดูคำตอบ
before she's even started
is seen sucking: การสังเกตแบบ passive ของการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่
is seen sucking เป็นรูป passive ของ see someone doing something ทารกเป็นผู้ที่ถูกสังเกต ไม่ใช่ผู้สังเกต และ sucking ระบุการกระทำที่มองเห็นว่ากำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น ใช้ be seen + -ing เมื่อผู้สังเกตไม่สำคัญหรือไม่ได้ระบุ และต้องการนำเสนอการกระทำว่ากำลังดำเนินอยู่ระหว่างการสังเกต รูปของ be เปลี่ยนตาม tense และจำนวน: is seen sucking, was seen running, were seen leaving.
แบบฝึกหัด
เติมรายงานด้วยโครงสร้างการสังเกตแบบ passive และรูป -ing ของ dig: During the survey, a fox ____ near the fence.
ดูคำตอบ
was seen digging
which is the entire reason racetracks are run counter-clockwise.
0:38และนี่คือเหตุผลเดียวที่ม้าวิ่งในสนามแข่งแบบทวนเข็มนาฬิกา
there's been a historical stigma against being left-handed. วลี
0:46คนถนัดซ้ายถูกตีตรามาตลอดประวัติศาสตร์
so rare that: ระดับที่สูงซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์
โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่ตามมา ในประโยคนี้ so ทำให้ rare มีระดับเข้มขึ้น และ that เริ่มอนุประโยคบอกผล โดยนำเสนอว่าความพบได้น้อยของคนถนัดซ้ายเป็นเหตุให้เกิดตราบาปทางสังคมในประวัติศาสตร์ that ตรงนี้เป็นคำเชื่อม ไม่ใช่คำที่ใช้ชี้สิ่งของ เมื่อพบโครงสร้างนี้ ให้ดูหลัง that ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะระดับที่สูงนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เชื่อมระดับที่สูงกับผลลัพธ์: The puzzle was ____ hard ____ Mia asked for help.
ดูคำตอบ
so · that
historical stigma against being left-handed: ตราบาปทางประวัติศาสตร์ต่อคนถนัดซ้าย
stigma คือป้ายลบทางสังคมที่รุนแรง ซึ่งอาจทำให้ลักษณะหรือนิสัยบางอย่างดูน่าอับอาย ใน stigma against being left-handed ส่วน against being left-handed บอกว่าเจตคติเชิงลบนั้นมุ่งไปที่อะไร และ being เป็นรูป -ing ที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม Historical แสดงว่าประโยคกำลังรายงานเจตคติทางสังคมที่มีมายาวนาน ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเห็นด้วยกับเจตคตินั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ stigma เพื่ออธิบายป้ายลบที่แพร่หลายในสังคม แทนที่จะเป็นความชอบส่วนบุคคล?
- Asking for help is uncommon.
- There is a stigma against asking for help.
- I dislike asking for help.
ดูคำตอบ
There is a stigma against asking for help.
the word for someone who's good at using both hands
0:51คำที่ใช้เรียกคนที่ใช้มือทั้งสองข้างได้คล่อง
Ambidextrous: ใช้มือทั้งสองข้างได้คล่อง
Ambidextrous เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้บรรยายคนที่ใช้มือซ้ายและมือขวาได้คล่องใกล้เคียงกัน หมายถึงมีความสามารถจริงด้วยมือทั้งสองข้าง ไม่ใช่เพียงเคยลองหรือใช้มืออีกข้างเป็นครั้งคราว ในประโยคนี้ โครงสร้าง the word for someone who's ... is ... ใช้เพื่อแนะนำและให้คำนิยามคำศัพท์ที่เฉพาะเจาะจง คำคุณศัพท์นี้วางหลัง be ได้ เช่น She is ambidextrous หรือวางหน้าคำนามได้ เช่น an ambidextrous artist
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “สามารถใช้มือทั้งสองข้างได้คล่องใกล้เคียงกัน”: Maya can draw equally well with either hand, so she is ____.
ดูคำตอบ
ambidextrous
you're not saying that they're good with using both hands,
1:00คุณไม่ได้กำลังบอกว่าเขาใช้มือทั้งสองข้างได้เก่ง
dexter หมายถึง right ... two right hands
คำละติน dexter หมายถึง “ขวา” หรือ “อยู่ทางด้านขวา” ส่วน ambi- หมายถึง “ทั้งสอง” ส่วนประกอบเหล่านี้ช่วยอธิบายที่มาทางประวัติศาสตร์ของคำว่า ambidextrous จากนั้นผู้พูดนำที่มานี้มาทำเป็นมุก หากอ่าน dexter ตรงตัวว่า “ขวา” คนที่ ambidextrous ก็ดูเหมือนจะมี “two right hands” ภาพนี้เป็นการเล่นคำ ไม่ใช่ความหมายสมัยใหม่ เพราะ ambidextrous ยังคงหมายถึงการใช้มือทั้งสองข้างได้เก่ง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อบอกว่าคนที่ ambidextrous มี “two right hands”?
- นำส่วนประกอบทางประวัติศาสตร์ของคำมาเปลี่ยนเป็นภาพตามตัวอักษรอย่างขบขัน
- ให้คำนิยามมาตรฐานในชีวิตประจำวันของ ambidextrous
- อ้างว่าคนนั้นใช้มือซ้ายไม่ได้
ดูคำตอบ
นำส่วนประกอบทางประวัติศาสตร์ของคำมาเปลี่ยนเป็นภาพตามตัวอักษรอย่างขบขัน
ambisinister dan arti Latin sinister, “kiri”
ambisinister เป็นคำที่พบได้น้อยและใช้แบบขบขัน โดยสร้างเลียนแบบคำว่า ambidextrous คำนำหน้า ambi- หมายถึง “ทั้งสอง” ส่วน sinister ในที่นี้เข้าใจผ่านคำภาษาละติน sinister ซึ่งหมายถึง “ซ้าย” มุกนี้จินตนาการว่าคนคนหนึ่งมี “มือซ้ายสองข้าง” จึงใช้มือทั้งสองข้างได้ไม่คล่อง ในที่นี้ sinister means left เป็นเบาะแสด้านรากศัพท์ ไม่ใช่ความหมายสมัยใหม่ที่ใช้กันทั่วไป ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน sinister มักหมายถึง “น่ากลัว” “เป็นลางร้าย” หรือ “ชั่วร้าย”
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ เหตุใด ambisinister จึงสื่อว่าใช้มือทั้งสองข้างได้ไม่คล่อง?
- เพราะ sinister ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่หมายถึง “อันตราย”
- เพราะ ambi- หมายถึงทั้งสอง และ sinister ในภาษาละตินหมายถึง “ซ้าย”
- เพราะโดยทั่วไปเป็นคำตรงข้ามของ left-handed
ดูคำตอบ
เพราะ ambi- หมายถึงทั้งสอง และ sinister ในภาษาละตินหมายถึง “ซ้าย”
But why do we have to have a dominant hand in the first place? วลี
1:15แต่ทำไมเราถึงต้องมีมือข้างที่ถนัดตั้งแต่แรกด้วย?
in the first place ในคำถามที่มี why
in the first place เป็นวลีตายตัวที่หมายถึง “ตั้งแต่แรก” หรือ “ในระดับพื้นฐานที่สุด” ในคำถามที่มี why นี้ วลีดังกล่าวถามว่าสถานการณ์นั้นมีอยู่เพราะเหตุใด ไม่ได้ถามถึงสถานที่หรือตำแหน่งตามลำดับ วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดถอยออกจากรายละเอียดแล้วตั้งคำถามถึงเหตุผลดั้งเดิมหรือข้อสมมติที่อยู่เบื้องหลังเรื่องหนึ่ง จึงมักทำให้คำถามฟังดูท้าทายหรือสงสัยมากขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยวลีตายตัวจากบทเรียนที่ใช้ตั้งคำถามถึงเหตุผลพื้นฐาน: Why was this rule created ____?
ดูคำตอบ
in the first place
Why can't we all just be awesome with both hands?
1:18ทำไมเราทุกคนจะเก่งกาจด้วยมือทั้งสองข้างไม่ได้ล่ะ?
the fault lies in: ระบุต้นตอของปัญหา
ในประโยคนี้ the fault lies in the brain หมายถึงสมองเป็นจุดที่พบคำอธิบายหรือต้นเหตุของเรื่อง คำว่า fault ชี้ไปที่แหล่งที่มาของผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึงความผิดทางศีลธรรมหรือการตำหนิใครเสมอไป โครงสร้าง the fault lies in + นามวลี ใช้เสนอข้อวินิจฉัย โดยระบุต้นตอที่แท้จริงอย่างชัดเจนกว่าการบอกเพียงว่าบางสิ่งทำให้เกิดผลนั้น ในที่นี้ lies มาจากกริยา lie ที่แปลว่าอยู่หรือตั้งอยู่ ไม่ใช่โกหก
แบบฝึกหัด
เติมข้อวินิจฉัยให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: The toy is fine; ____ the old battery.
ดูคำตอบ
the fault lies in
so it divvies up tasks to specific regions, กริยาวลี
1:26จึงแบ่งงานให้สมองแต่ละส่วนรับผิดชอบโดยเฉพาะ
divvies up: จัดสรรส่วนต่าง ๆ ของสิ่งหนึ่งแบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ divvies up หมายถึงการแบ่งชุดงานออกเป็นส่วน ๆ แล้วมอบแต่ละส่วนให้บริเวณเฉพาะ คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนที่ขึ้นข้างบน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ divvy something up และ divvy up something หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับ up โดยพูดว่า divvy it up ไม่ใช่ divvy up it
แบบฝึกหัด
ใช้กริยาวลีแบบไม่เป็นทางการจากบทเรียน: Each morning, Priya ____ the classroom jobs among three helpers.
ดูคำตอบ
divvies up
and it tends to avoid sending too much information between both hemispheres
1:29และมักเลี่ยงการส่งข้อมูลระหว่างสมองทั้งสองซีกมากเกินไป
doing so: การอ้างกลับไปยังการกระทำก่อนหน้า
ในประโยคนี้ doing so หมายถึง “การส่งข้อมูลมากเกินไประหว่างซีกสมองทั้งสอง” คำกริยา do แสดงการทำการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน so อ้างกลับไปยังการกระทำนั้น ในที่นี้ so ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น” รูปแบบ do/doing so ใช้แทนวลีกริยาที่ยาวกว่าได้เมื่อชัดเจนแล้วว่าหมายถึงการกระทำใด จึงช่วยให้คำอธิบายเหตุและผลกระชับโดยไม่ต้องกล่าวการกระทำทั้งหมดซ้ำ
แบบฝึกหัด
ในประโยคเดิม doing so อ้างถึงการกระทำใด
- การส่งข้อมูลมากเกินไประหว่างซีกสมองทั้งสอง
- การใช้คอร์ปัสคัลโลซัม
- การใช้เวลาและพลังงานมากขึ้น
ดูคำตอบ
การส่งข้อมูลมากเกินไประหว่างซีกสมองทั้งสอง
kind of ในฐานะคำลดความหนักแน่นในบทสนทนา
ในที่นี้ kind of ช่วยลดความหนักแน่นของคำคุณศัพท์ funny ผู้พูดกำลังบอกว่าวิธีที่สมองทำงานนั้นค่อนข้างแปลกหรือน่าสนใจ ไม่ได้ยืนยันอย่างหนักแน่นและเด็ดขาดว่ามัน funny เมื่ออยู่หน้าคำคุณศัพท์หรือคำบรรยาย kind of ในภาษาสนทนามักหมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ในระดับหนึ่ง” สำนวนนี้แสดงความไม่แน่ใจ การประมาณ หรือความคิดเห็นที่จงใจทำให้นุ่มนวลลง และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงชนิดหรือหมวดหมู่
แบบฝึกหัด
kind of สื่อความหมายอะไรในประโยค The way the brain works is kind of funny?
- ทำให้การประเมินหนักแน่นและแน่นอนอย่างสมบูรณ์
- ทำให้การประเมินนุ่มนวลลง โดยหมายถึงค่อนข้างแปลกหรือน่าสนใจ
- จัดสมองให้อยู่ในหมวดหมู่เฉพาะ
ดูคำตอบ
ทำให้การประเมินนุ่มนวลลง โดยหมายถึงค่อนข้างแปลกหรือน่าสนใจ
and the right side of the brain controls the left side of the body.
1:45ส่วนสมองซีกขวาควบคุมร่างกายซีกซ้าย
It makes sense that: การนำเสนอข้อสรุปที่สมเหตุสมผล
ในโครงสร้าง it makes sense that + อนุประโยค คำว่า sense หมายถึง “เหตุผลหรือตรรกะ” ผู้พูดนำเสนอข้อความที่ตามมาว่าเป็นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลจากข้อเท็จจริงที่ทราบอยู่แล้ว โครงสร้างนี้ใช้สนับสนุนข้อสรุปโดยไม่ได้บอกว่าเป็นหลักฐานที่แน่นอน มักใช้เชื่อมคำอธิบายเข้ากับข้อสรุปที่ตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายสี่คำที่ใช้บอกข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผล: Maya has practiced every day, so ____ she feels confident before the concert.
ดูคำตอบ
it makes sense that
that deals with precise language thinking like definitions. กริยาวลี
2:02จะจัดการการคิดด้านภาษาอย่างแม่นยำ เช่น การให้นิยาม
Deals with: การครอบคลุมหรือจัดการขอบเขตหนึ่ง
ในที่นี้ deals with หมายถึง “จัดการ ครอบคลุม หรือเกี่ยวข้องกับ” ประธานคือสมองซีกซ้าย ส่วนกรรมเป็นชื่อกระบวนการทางความคิดชนิดหนึ่ง ดังนั้นวลีนี้จึงระบุบทบาทหน้าที่ของบริเวณสมองดังกล่าว กรรมของ deal with ไม่จำเป็นต้องเป็นปัญหา ในคำอธิบายด้านวิทยาศาสตร์และการทำงาน วลีนี้ใช้เชื่อมส่วนประกอบ บุคคล หรือทีมเข้ากับขอบเขตงานที่รับผิดชอบได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ครอบคลุมหรือเกี่ยวข้องกับ”: This chapter ____ the causes of coastal erosion.
ดูคำตอบ
deals with
there's about a 40% chance that you're using the right hemisphere or both.
2:08มีโอกาสราว 40% ที่คุณจะใช้สมองซีกขวาหรือใช้ทั้งสองซีก
“This Is Where Things Get Interesting” ในฐานะวลีส่งสัญญาณทางเนื้อหา
This is where things get interesting เป็นวลีส่งสัญญาณในการเรียบเรียงเนื้อหา วลีนี้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการปูพื้นฐานไปสู่ส่วนของคำอธิบายที่น่าประหลาดใจหรือสำคัญกว่า โดยตัววลีเองไม่ได้เพิ่มหลักฐานใหม่ where ในที่นี้หมายถึงจุดหนึ่งในการอธิบายเหตุผล ไม่ใช่สถานที่จริง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ This is where + อนุประโยค ซึ่งใช้ระบุช่วงที่พัฒนาการหรือการเปลี่ยนแปลงเริ่มมีความสำคัญเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเชื่อมด้วยวลีจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: We've reviewed the basic facts. Now ____ things get interesting: the two groups behave differently.
ดูคำตอบ
this is where
ambidextrous people sometimes score lower on IQ tests
2:21ทำไมบางครั้งคนที่ใช้สองมือได้คล่องจึงได้คะแนนทดสอบ IQ ต่ำกว่า
or why a greater proportion of schizophrenics are left-handed or ambidextrous than the rest of the population. ไวยากรณ์
2:25หรือทำไมผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ถนัดซ้ายหรือใช้สองมือได้คล่องจึงมีสัดส่วนสูงกว่าประชากรที่เหลือ
“does not mean that ... but it may help explain why”: การจำกัดความหนักแน่นของข้อกล่าวอ้าง
กรอบคู่ does not mean that ... but it may help explain why ... ใช้ควบคุมว่าผู้พูดจะนำเสนอข้อสรุปอย่างหนักแน่นเพียงใด ส่วนแรกปฏิเสธการอนุมานอย่างแน่นอนว่าการถนัดซ้ายหรือใช้มือทั้งสองข้างได้คล่องหมายความว่าสมองต้องทำงานในรูปแบบตายตัว ส่วนที่สองยังเปิดโอกาสให้มีความเชื่อมโยงเชิงอธิบายในระดับจำกัด ทั้ง may และ help ลดความหนักแน่นของข้อกล่าวอ้าง ปัจจัยดังกล่าวอาจมีส่วนช่วยอธิบายรูปแบบในระดับกลุ่ม แต่ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นข้อพิสูจน์ สาเหตุทั้งหมด หรือข้อสรุปที่ใช้ได้กับทุกคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบแสดงความระมัดระวังสองส่วนจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: This result ____ the treatment works for everyone, ____ the researchers want a larger trial.
ดูคำตอบ
does not mean that · but it may help explain why
การเปรียบเทียบสัดส่วนด้วย a greater proportion of ... than the rest of the population
ในที่นี้ a greater proportion of หมายถึงสัดส่วนภายในกลุ่มหนึ่งสูงกว่า เป็นการเปรียบเทียบอัตราหรือส่วนแบ่ง ไม่ใช่จำนวนคนจริง ๆ วลี than the rest of the population ระบุกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ แม้กลุ่มแรกจะเล็กกว่ามาก สัดส่วนของกลุ่มนั้นก็อาจสูงกว่าได้ ขณะที่จำนวนคนจริงอาจน้อยกว่า
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายเติมการเปรียบเทียบเชิงสถิตินี้ให้สมบูรณ์: Even though Group A is smaller, ____ its members passed the test than in Group B.
ดูคำตอบ
a greater proportion of
that said: คงประเด็นแรกไว้พร้อมเพิ่มมุมที่ตรงข้าม
that said เป็นคำเชื่อมในระดับข้อความ ซึ่งยอมรับหรือคงประเด็นก่อนหน้าไว้ แล้วจึงนำเสนอข้อจำกัด มุมที่ช่วยถ่วงดุล ข้อยกเว้น หรือมุมมองที่ตรงข้าม ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้ถอนข้อเสียที่กล่าวไว้ก่อนหน้า วลีนี้ส่งสัญญาณว่า “ให้จำประเด็นนั้นไว้ แต่ตอนนี้ลองพิจารณาข้อดีด้วย” หน้าที่ของวลีคือจัดความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิด ไม่ได้หมายถึงการพูดบางอย่างตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่ยอมรับประเด็นแรก แล้วเพิ่มข้อความที่ตรงข้ามเพื่อช่วยถ่วงดุล: The apartment is small. ____, its location is excellent.
- In other words
- That said
- Therefore
ดูคำตอบ
That said
back and forth: การเคลื่อนไหวหรือแลกเปลี่ยนสองทางที่เกิดซ้ำ
Back and forth เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึงการเคลื่อนจากฝั่ง บุคคล หรือสถานที่หนึ่งไปยังอีกฝั่ง แล้วกลับมาเช่นนี้ซ้ำ ๆ ในประโยคนี้ ข้อมูลถูกส่งต่อไปมาทั้งสองทิศทางระหว่างสมองซีกซ้ายและขวา ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปข้างหลังหนึ่งครั้งแล้วไปข้างหน้าหนึ่งครั้งตามตัวอักษร วลีนี้ใช้บรรยายได้ทั้งการเคลื่อนไหวจริงและกิจกรรมสองทาง เช่น การส่งข้อความ การพูดคุย หรือการเจรจา ใจความสำคัญคือการแลกเปลี่ยนระหว่างสองฝ่ายที่เกิดซ้ำหรือดำเนินต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ซ้ำ ๆ ในทั้งสองทิศทาง” ให้สมบูรณ์: The two teams emailed ____ until they agreed on the final design.
ดูคำตอบ
back and forth
By sending ...: วลีบอกวิธีที่ตามด้วยผลลัพธ์แบบขนาน
By sending information back and forth เป็นวลีบอกวิธีที่วางไว้ต้นประโยค รูปแบบ by + รูป -ing ตอบคำถามว่า “สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร” กล่าวคือ การส่งข้อมูลสองทิศทางเป็นวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ตามมา ในที่นี้ by ไม่ได้แปลว่า “อยู่ข้าง ๆ” และไม่ได้บอกสถานที่ จากนั้นประโยคให้ผลลัพธ์รูปถูกกระทำที่วางขนานกันสองอย่าง ได้แก่ more novel connections are made และ more creative ideas are made การซ้ำรูป more + คำคุณศัพท์ + คำนาม + are made ทำให้ผลลัพธ์ทั้งสองมีโครงสร้างขนานกัน และเน้นว่าสิ่งใดถูกสร้างขึ้นแทนที่จะเน้นว่าใครเป็นผู้สร้าง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ By + -ing, ผลลัพธ์, ผลลัพธ์ที่ขนานกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ By + -ing เพื่อบอกวิธี แล้วตามด้วยผลลัพธ์รูปถูกกระทำสองอย่างที่วางขนานกัน
- After testing the alarm, the technician found faults and avoided costly repairs.
- The technician tests the alarm each month, and costly repairs might be avoided.
- By testing the alarm each month, faults are found early and costly repairs are avoided.
ดูคำตอบ
By testing the alarm each month, faults are found early and costly repairs are avoided.
and five of the last seven U.S. presidents have been left-handed.
2:44และประธานาธิบดีสหรัฐฯ ห้าคนจากเจ็ดคนล่าสุดก็ถนัดซ้าย
There's something else left-handed people have an advantage with:
2:50ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่คนถนัดซ้ายได้เปรียบ:
thousands and thousands of English words can be typed using the left hand. ไวยากรณ์
2:55สามารถพิมพ์คำภาษาอังกฤษได้หลายพันคำด้วยมือซ้าย
QWERTY keyboard ในฐานะชื่อรูปแบบการจัดวาง
QWERTY คือชื่อรูปแบบการจัดวางแป้นพิมพ์ที่ใช้กันทั่วไป โดยแถวตัวอักษรด้านบนเริ่มด้วย Q-W-E-R-T-Y ในวลี QWERTY keyboard คำนี้ระบุการจัดวางปุ่ม ไม่ใช่ยี่ห้อ ประเภทฮาร์ดแวร์ หรือวิธีป้อนข้อมูล ข้อมูลพื้นฐานนี้สำคัญ เพราะคำใดบ้างที่พิมพ์ได้ด้วยมือข้างเดียวขึ้นอยู่กับตำแหน่งของตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง QWERTY ใช้อธิบายอะไร?
- ยี่ห้อฮาร์ดแวร์ของแป้นพิมพ์
- วิธีแปลคำภาษาอังกฤษ
- การจัดวางปุ่มตัวอักษร
ดูคำตอบ
การจัดวางปุ่มตัวอักษร
การเน้นจำนวนด้วย thousands and thousands
ใน thousands and thousands of English words การพูด thousands ซ้ำช่วยเน้นว่ามีจำนวนมาก หมายถึงจำนวนที่มากมายในระดับหลายพัน ไม่ใช่จำนวนสองก้อนที่ต้องนำมาบวกกัน การซ้ำนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงเน้นย้ำที่มีชีวิตชีวาและเป็นกันเอง แทนที่จะระบุตัวเลขที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมวลีซ้ำจากบทเรียนที่แสดงจำนวนโดยประมาณอย่างเน้นย้ำให้สมบูรณ์: The rescue center received ____ of blankets after the appeal.
ดูคำตอบ
thousands and thousands
all on its own: ทำได้อย่างเป็นอิสระโดยสิ้นเชิง
ในที่นี้ all on its own หมายถึง “ทำอย่างเป็นอิสระโดยสิ้นเชิง โดยไม่อาศัยความช่วยเหลือจากมืออีกข้าง” its อ้างถึงมือซ้าย ไม่ใช่แป้นพิมพ์ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่ามือตัดสินใจลงมือเอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ all on + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + own เช่น all on my own และ all on your own คำว่า all ช่วยเน้น on its own ให้ชัดขึ้นว่าทำโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่ไฮไลต์ไว้ ซึ่งหมายถึง “โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใครเลย”: The toy car found its charging station ____.
ดูคำตอบ
all on its own
pretty long ... somewhat common: เปรียบเทียบระดับความเข้ม
ในที่นี้ pretty และ somewhat เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ pretty long หมายถึง “ค่อนข้างยาว” หรือ “ยาวพอสมควร” โดย pretty ไม่ได้หมายถึง “สวย” ส่วน somewhat common หมายถึง “พบได้ทั่วไปในระดับจำกัดหรือปานกลาง” somewhat เป็นคำเดียวและไม่ได้หมายถึง “สิ่งบางอย่าง” การใช้คำขยายสองคำนี้ร่วมกันทำให้ข้อประเมินมีน้ำหนักต่างกัน ผู้พูดฟังดูมั่นใจกว่าเมื่อบอกว่าคำเหล่านี้ยาว แต่ระมัดระวังกว่าเมื่อบอกว่าเป็นคำที่พบได้ทั่วไป ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนใช้คำเหล่านี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดตรงกับความหมายนี้มากที่สุด: “ข้อสอบค่อนข้างยาก แต่คำแนะนำไม่ชัดเจนเพียงระดับปานกลาง”
- The test was pretty difficult, but the instructions were somewhat unclear.
- The test was somewhat difficult, but the instructions were pretty unclear.
- The test was very difficult, and the instructions were completely unclear.
ดูคำตอบ
The test was pretty difficult, but the instructions were somewhat unclear.
the longest common word you can type is lollipop.
3:15คำทั่วไปที่ยาวที่สุดที่คุณพิมพ์ได้คือ lollipop
ใช้ “space” เชื่อมจาก “spacebar” ไปยัง “go to space”
ในคำว่า spacebar คำว่า space หมายถึงช่องว่างที่เกิดจากแป้นบนแป้นพิมพ์ แต่ใน go to space คำนี้หมายถึงอวกาศ ผู้พูดใช้คำที่เขียนและออกเสียงเหมือนกันซ้ำอีกครั้ง แต่เปลี่ยนความหมาย คำที่ใช้ร่วมกันนี้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมคำศัพท์ โดยจบหัวข้อเรื่องแป้นพิมพ์แล้วเปิดหัวข้อการเดินทางในอวกาศด้วยการเล่นคำเบา ๆ ไม่ได้หมายความว่าแป้นเว้นวรรคทำให้หรืออธิบายการเดินทางไปอวกาศได้
แบบฝึกหัด
คำว่า space ที่กล่าวซ้ำทำหน้าที่อะไรในการเปลี่ยนหัวข้อนี้?
- คำนี้อธิบายรูปร่างทางกายภาพของแป้นเว้นวรรค
- คำนี้เชื่อมสองหัวข้อด้วยความหมายที่ต่างกันของคำเดียวกัน
- คำนี้บอกว่าการกดแป้นเว้นวรรคจะส่งผู้คนไปอวกาศ
ดูคำตอบ
คำนี้เชื่อมสองหัวข้อด้วยความหมายที่ต่างกันของคำเดียวกัน
The first person to leave Earth into space was Yuri Gagarin,
3:26คนแรกที่ออกจากโลกไปสู่อวกาศคือ ยูริ กาการิน
“a Soviet cosmonaut” ที่ใช้เรียกยูริ กาการิน
Soviet เชื่อมโยงกาการินกับสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นรัฐที่เขาเป็นตัวแทนเมื่อเดินทางสู่อวกาศในปี 1961 คำนี้เป็นชื่อเรียกทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่อีกคำหนึ่งที่ใช้เรียกชาวรัสเซียในปัจจุบัน ในภาษาอังกฤษ cosmonaut เป็นคำดั้งเดิมที่ใช้โดยเฉพาะกับสมาชิกโครงการอวกาศของโซเวียตและต่อมาคือรัสเซีย โดยพื้นฐานแล้วหมายถึงนักเดินทางในอวกาศประเภทเดียวกับ astronaut แต่การเลือกใช้คำนี้ช่วยรักษาบริบททางประวัติศาสตร์และโครงการที่เกี่ยวข้องไว้
แบบฝึกหัด
ใช้คำภาษาอังกฤษที่เชื่อมโยงตามธรรมเนียมกับโครงการอวกาศของโซเวียต: Yuri Gagarin was a Soviet ____.
ดูคำตอบ
cosmonaut
But the one I'm interested in was the fourth man into space,
3:31แต่คนที่ผมสนใจคือชายคนที่สี่ที่ได้ไปอวกาศ
He may have only been ... but he was the first person: ยอมรับก่อน แล้วเปลี่ยนจุดเน้น
He may have only been the fourth person into space ยอมรับสั้น ๆ ก่อนว่าเขาอยู่ในลำดับที่ฟังดูไม่โดดเด่นนัก ในที่นี้ may have only been ไม่ได้เน้นความสงสัยอย่างมากว่าข้อเท็จจริงนั้นจริงหรือไม่ แต่ใช้ยอมรับข้อมูลนี้ก่อนเข้าสู่ประเด็นหลัก But he was the first person เปลี่ยนจุดสนใจไปยังความสำเร็จที่สำคัญกว่า Fourth กับ first นับคนละเรื่องกัน โดยเนื้อหาต่อมาชี้ว่า first หมายถึงคนแรกที่หลับในอวกาศ ไม่ใช่เพียงคนแรกที่ออกจากโลก โครงสร้างนี้ใช้ยอมรับข้อเท็จจริงที่ดูด้อยกว่าก่อน แล้วจึงเน้นความสำเร็จอีกอย่างที่เป็นอันดับหนึ่ง
แบบฝึกหัด
โครงสร้าง He may have only been ... but he was the first person ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- บอกว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าเขาเคยไปอวกาศหรือไม่
- บอกว่าคนที่สี่กับคนแรกคือลำดับเดียวกัน
- ยอมรับลำดับที่ไม่โดดเด่นนักสั้น ๆ แล้วเปลี่ยนจุดสนใจไปยังความสำเร็จอันดับหนึ่งที่สำคัญกว่า
ดูคำตอบ
ยอมรับลำดับที่ไม่โดดเด่นนักสั้น ๆ แล้วเปลี่ยนจุดสนใจไปยังความสำเร็จอันดับหนึ่งที่สำคัญกว่า
left wakefulness: วิธีพูด fell asleep แบบขำขัน
simultaneously หมายถึง “ในเวลาเดียวกัน” ทำให้ left Earth กับ left wakefulness ฟังเหมือนเป็นการกระทำสองอย่างที่วางคู่กัน left Earth ใช้ตามความหมายตรง แต่ left wakefulness เป็นคำเปรียบเทียบแบบขำ ๆ หมายถึงเขาออกจากภาวะตื่น หรือก็คือหลับไป การใช้ left ซ้ำทั้งกับการจากไปจริง ๆ และการเปลี่ยนสภาวะทำให้เกิดมุก left wakefulness ไม่ใช่วลีตายตัวที่ใช้กันทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ simultaneously left wakefulness หมายความว่าอะไร
- เขาตื่นอยู่ตลอดการเดินทาง
- เขาตื่นขึ้นมาและรู้สึกตัวเต็มที่
- เขาหลับไปด้วยและไม่ได้อยู่ในภาวะตื่นอีกต่อไป
ดูคำตอบ
เขาหลับไปด้วยและไม่ได้อยู่ในภาวะตื่นอีกต่อไป
Here's what's really fun: ดึงความสนใจไปยังรายละเอียดถัดไป
ในรูปแบบนี้ here's ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่ Here's what's really fun บอกผู้ฟังว่า “ให้สนใจรายละเอียดถัดไป เพราะเป็นส่วนที่สนุกหรือน่าสนใจเป็นพิเศษ” เครื่องหมายทวิภาคบอกว่ารายละเอียดที่เน้นจะตามมาทันที รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Here's what's + adjective: ... ผู้พูดใช้รูปแบบนี้เพื่อดึงความสนใจก่อนบอกเรื่องน่าประหลาดใจ ประเด็นสำคัญ หรือข้อมูลเสริมที่น่าสนใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเน้นประเด็นจากบทเรียนนี้ให้ตรงทุกคำ: ____: Maya can solve the puzzle in one minute.
ดูคำตอบ
Here's what's really fun
Titov is the youngest human who has ever been to space. ไวยากรณ์
3:55ตีตอฟยังเป็นมนุษย์อายุน้อยที่สุดที่เคยไปอวกาศ
Which means that: เปลี่ยนข้อเท็จจริงให้เป็นข้อสรุป
Which means that เชื่อมข้อเท็จจริงก่อนหน้าเข้ากับข้อสรุปที่ได้จากข้อเท็จจริงนั้น ในที่นี้ which อ้างถึงใจความก่อนหน้าทั้งหมดที่ว่าตีตอฟมีอายุ 25 ปีตอนเดินทางไปอวกาศ ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำใกล้ ๆ คำเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ fact, which means that + conclusion รูปแบบนี้ทำให้ขั้นตอนการให้เหตุผลชัดเจน ผู้ฟังจึงไม่ต้องหาความเชื่อมโยงด้วยตนเอง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Lena finished every task early, which means that she can help the team,” คำว่า which อ้างถึงอะไร?
- เฉพาะคำนาม task
- เฉพาะคำนาม team
- ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่า Lena ทำงานทุกชิ้นเสร็จก่อนเวลา
ดูคำตอบ
ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่า Lena ทำงานทุกชิ้นเสร็จก่อนเวลา
to this day: ดำเนินต่อจากอดีตจนถึงตอนนี้
to this day หมายถึง “ตั้งแต่ช่วงหนึ่งในอดีตมาจนถึงตอนนี้ โดยรวมปัจจุบันด้วย” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าสถิติของตีตอฟเกิดขึ้นในอดีตและยังคงเป็นจริงในขณะที่ผู้บรรยายกำลังพูด วลีนี้มักเน้นว่าสถานการณ์หนึ่งดำเนินมาเป็นเวลานาน หรือการที่มันยังคงอยู่เป็นเรื่องน่าสังเกตหรือน่าประหลาดใจ ต่างจาก today ตรงที่วลีนี้สร้างช่วงเวลาจากอดีตถึงปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงวันนี้เพียงวันเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้”: The old lighthouse still guides ships ____.
ดูคำตอบ
to this day
the youngest ... who has ever ...: สถิติอายุที่วัดจนถึงปัจจุบัน
The youngest ระบุคนที่มีอายุน้อยที่สุดในกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ กลุ่มดังกล่าวคือมนุษย์ทุกคนที่เคยไปอวกาศ และสถิติเปรียบเทียบอายุของแต่ละคนตอนที่ไป ไม่ใช่อายุปัจจุบันของตีตอฟ อนุประโยค who has ever been to space ใช้ present perfect เพื่อพิจารณาประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ ever ทำให้ขอบเขตการเปรียบเทียบกว้างขึ้น คือรวมทุกคนในทุกช่วงเวลาของระยะดังกล่าว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกสถิติอายุตลอดกาลที่ยังคงเป็นจริงในปัจจุบันได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- Leah is the youngest pilot who has ever crossed the Atlantic alone.
- Leah is the youngest pilot who had ever crossed the Atlantic alone.
- Leah is the young pilot who crossed the Atlantic alone.
ดูคำตอบ
Leah is the youngest pilot who has ever crossed the Atlantic alone.
การใช้ You know what else ...? เพื่อเปลี่ยนหัวข้อเชิงวาทศิลป์
You know what else leaves Earth? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่นำสิ่งใหม่เข้ามาโดยยังคงแนวคิดเดิมคือ leaves Earth ไว้ You know ชวนให้ผู้ฟังคาดเดา ส่วน what else ถามว่ายังมีสิ่งอื่นใดที่เข้ากับแนวคิดนี้อีก ผู้พูดตอบทันทีว่า Helium จึงไม่ต้องการคำตอบจริงจากผู้ฟัง รูปแบบถามแล้วตอบเองนี้ช่วยเปลี่ยนหัวข้ออย่างลื่นไหลและทำให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมอยู่เสมอ
แบบฝึกหัด
เติมการเปลี่ยนหัวข้อเชิงวาทศิลป์ด้วยรูปแบบคำถามที่กำหนด: “Bears sleep for much of the winter. ____ sleeps through cold months? The dormouse.”
ดูคำตอบ
You know what else
Helium gas that we use in balloons is lighter than air, ไวยากรณ์
4:02ก๊าซฮีเลียมที่เราใช้ในลูกโป่งเบากว่าอากาศ
lighter than air: คำคุณศัพท์ + -er + than
ใน lighter than air คำว่า lighter เป็นรูปขั้นกว่าของ light ซึ่งในที่นี้หมายถึง “ไม่หนัก” ส่วน than นำ air เข้ามาเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ฮีเลียมมีความหนาแน่นน้อยกว่าอากาศ ดังนั้นเมื่อมีปริมาตรเท่ากัน ฮีเลียมจึงมีน้ำหนักน้อยกว่า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than + เกณฑ์เปรียบเทียบ เช่น faster than a bike หรือ cheaper than the old model ในที่นี้ lighter ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์สำหรับจุดไฟหรือสีที่อ่อนกว่า
แบบฝึกหัด
ใช้รูปขั้นกว่าของ light และคำเปรียบเทียบเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: “This laptop weighs 1.2 kilograms, and that one weighs 2 kilograms. This laptop is ____ that one.”
ดูคำตอบ
lighter than
and so molecules of helium rise all the way to the very tip top of our atmosphere, วลี
4:06โมเลกุลฮีเลียมจึงลอยขึ้นไปจนถึงขอบบนสุดของชั้นบรรยากาศ
all the way to the very tip top: ไปจนถึงจุดบนสุดจริง ๆ
All the way to เน้นว่าการเคลื่อนที่ครอบคลุมระยะทางทั้งหมดไปจนถึงจุดหมาย ในประโยคนี้แสดงว่าโมเลกุลฮีเลียมลอยสูงผ่านชั้นบรรยากาศต่อไป แทนที่จะหยุดอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า The very tip top หมายถึงส่วนที่สูงที่สุดจริง ๆ คำว่า very ย้ำ tip top ให้แรงขึ้น เมื่อนำสองช่วงนี้มาใช้ร่วมกันจึงเกิดการเน้นสองชั้นอย่างชัดเจน ทั้งเส้นทางทั้งหมดและจุดหมายที่สูงที่สุด ในที่นี้ tip top หมายถึงตำแหน่ง
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่เน้นทั้งการเดินทางตลอดเส้นทางและจุดที่สูงที่สุดลงในประโยค: The glass elevator carried us ____ of the tower.
ดูคำตอบ
all the way to the very tip top
get picked off: ถูกนำออกหรือกำจัดทีละราย
Get picked off เป็นรูปถูกกระทำที่สร้างด้วย get + กริยาช่องสาม ใช้บอกว่าบางสิ่งเผชิญกับเหตุการณ์หนึ่ง รูปนี้เป็นภาษาพูดและให้ความรู้สึกมีการเคลื่อนไหวมากกว่า are picked off Pick off หมายถึงนำสมาชิกของกลุ่มออกไป จับ หรือกำจัดทีละราย ในประโยคนี้ลมสุริยะพัดพาโมเลกุลฮีเลียมออกจากชั้นบรรยากาศของโลก ไม่ได้เลือกพวกมันไปใช้ประโยชน์
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The weaker teams got picked off one by one,” คำว่า got picked off หมายถึงอะไร?
- พวกเขาถูกรวมเป็นทีมเดียวที่แข็งแกร่งขึ้น
- พวกเขาถูกเลือกให้ได้รับความช่วยเหลือพิเศษ
- พวกเขาถูกกำจัดทีละทีม
ดูคำตอบ
พวกเขาถูกกำจัดทีละทีม
การเติมผลลัพธ์ด้วย meaning that
ในที่นี้ meaning that นำเสนอผลที่เกิดขึ้นจริงจากสถานการณ์ที่กล่าวมาก่อนหน้า นั่นคือพวกมันจากเราไปตลอดกาล ประธานโดยนัยของ meaning คือสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ใช่โมเลกุลฮีเลียมที่กำลังทำกริยา “หมายความว่า” อนุประโยค -ing นี้เป็นคำอธิบายเสริม โดยย่อความคิด “and this means that ...” ไว้โดยไม่ต้องเริ่มประโยคสมบูรณ์ใหม่ จึงช่วยจัดระเบียบข้อมูลเหตุและผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมผลลัพธ์แบบกระชับที่หมายถึง “และนี่หมายความว่า”: The museum is closed today, ____ we need to change our plans.
ดูคำตอบ
meaning that
there's a little bit of a concern over how much helium we have left วลี
4:17มีความกังวลอยู่บ้างว่าเรามีฮีเลียมเหลือมากแค่ไหน
การลดระดับความกังวลด้วย a little bit of a concern over
ใน there's a little bit of a concern over ... นั้น a little bit of ช่วยลดความหนักแน่นของ concern ทำให้ประเด็นดูเป็นความกังวลที่จำกัดหรือยังไม่แน่นอน แทนที่จะประกาศว่าเป็นปัญหาใหญ่ และไม่ได้หมายถึงปริมาณที่วัดได้จริง Concern over นำเข้าสาเหตุหรือหัวข้อของความกังวล รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ There is/There's + a little bit of a concern + over + นามวลี คำถามแฝงอย่าง how much ... หรืออนุประโยค whether
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดด้วยน้ำเสียงระมัดระวังและลดระดับความรุนแรง?
- There's no concern over whether the pool will open on time.
- There's a little bit of a concern over whether the pool will open on time.
- There's a serious concern over whether the pool will open on time.
ดูคำตอบ
There's a little bit of a concern over whether the pool will open on time.
because the only way helium comes into existence on Earth is through radioactive decay. วลี
4:20เพราะฮีเลียมเกิดขึ้นบนโลกได้ด้วยการสลายกัมมันตรังสีเท่านั้น
comes into existence: เริ่มมีอยู่
ในประโยคนี้ comes into existence หมายถึง “เริ่มมีอยู่” หรือ “ก่อตัวขึ้น” โดยอธิบายว่าฮีเลียมเกิดขึ้นบนโลกผ่านกระบวนการทางธรรมชาติ ส่วน come into ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าไปในสถานที่ใด สำนวนนี้เน้นการเปลี่ยนจากภาวะที่ไม่มีอยู่ไปสู่การมีอยู่ จึงใช้ได้เมื่ออธิบายต้นกำเนิดของสาร สถาบัน กฎ หรือแนวคิด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มมีอยู่”: The new legal system did not ____ until 1950.
ดูคำตอบ
come into existence
Alpha particles are essentially helium nuclei,
4:25โดยพื้นฐานแล้ว อนุภาคแอลฟาคือนิวเคลียสของฮีเลียม
there's a realistic concern that ... we may have: เสนอความเป็นไปได้ที่มีมูลอย่างระมัดระวัง
อนุประโยค there's a realistic concern that ใช้เกริ่นถึงความเสี่ยงที่ผู้พูดมองว่ามีมูล ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือแต่งขึ้นมา โดย realistic ขยาย concern และบอกว่ามีเหตุผลในทางปฏิบัติให้พิจารณาความเสี่ยงนี้อย่างจริงจัง ภายในข้อกังวลดังกล่าว we may have ทำให้ผลลัพธ์ยังคงเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน เมื่อนำสองส่วนมารวมกัน กรอบนี้จะประเมินก่อนว่าความเสี่ยงควรได้รับการพิจารณา แล้วใช้ may เพื่อไม่ยืนยันว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบการกล่าวถึงความเสี่ยงอย่างระมัดระวังสองส่วนจากบทเรียน: ____ the town ____ no drinking water left by August.
ดูคำตอบ
There's a realistic concern that · may have