กลูเตนคืออะไรกันแน่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
513 คำ 211 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโออธิบายกลูเตน แยกความจำเป็นทางการแพทย์ออกจากกระแสอาหาร และพิจารณาผลต่อโภชนาการกับตลาดเมื่อหลีกเลี่ยงกลูเตน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “very little evidence to suggest” เป็นกลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน ใช้บอกอย่างระมัดระวังว่างานวิจัยสนับสนุนข้อสรุปเพียงเล็กน้อย จึงช่วยประเมินคำกล่าวอ้างด้านสุขภาพโดยไม่ฟันธง 2. “doesn't necessarily mean” เป็นโครงสร้างไวยากรณ์และรูปแบบประโยคที่ปฏิเสธข้อสรุปอัตโนมัติ ช่วยอธิบายว่าป้ายกำกับหนึ่งไม่ได้รับประกันคุณสมบัติอื่น 3. “all over the place.” เป็นสำนวนและภาษาภาพพจน์ ในที่นี้หมายถึงมีจำหน่ายหลายแห่ง ไม่ใช่ยุ่งเหยิงหรือไม่เป็นระเบียบ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Whether you eat it or not, ไวยากรณ์

0:00

ไม่ว่าคุณจะกินมันหรือไม่ก็ตาม

you've likely heard of gluten.

0:01

คุณก็น่าจะเคยได้ยินคำว่า “กลูเตน”

ไวยากรณ์

Whether ... or not: ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนไม่ว่ากรณีใด

Whether ... or not นำเสนอความเป็นไปได้สองทางและบอกว่าข้อความหลักเป็นจริงในทั้งสองกรณี ในประโยคนี้ ไม่ว่าจะกินกลูเตนหรือไม่ก็ได้ข้อสรุปเดียวกันว่า คุณน่าจะเคยได้ยินเรื่องกลูเตน ข้อความที่อยู่ระหว่าง whether กับ or not ระบุสถานการณ์ที่กำลังพิจารณา ใช้กรอบนี้เมื่อตัวเลือกหรือเงื่อนไขไม่เปลี่ยนผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่การเสนอเงื่อนไขที่ยังไม่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง whether ... or not โดยใช้ช่องว่างหนึ่งช่องสำหรับแต่ละส่วนที่แยกกัน: ____ Mia joins us ____, the meeting will start at nine.

ดูคำตอบ

Whether · or not

With the growing trend of gluten-free diets, วลี

0:02

เมื่อการกินแบบปลอดกลูเตนได้รับความนิยมมากขึ้น

it has a lot of people wondering

0:04

หลายคนจึงเริ่มสงสัยว่า

what the heck is it? การใช้คำ

0:06

ตกลงแล้วมันคืออะไรกันแน่

วลี

Growing trend of: กำลังพบได้บ่อยขึ้น

A growing trend of + คำนามหรืออนุประโยค -ing อธิบายรูปแบบที่พบได้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา Growing ขยายคำว่า trend ดังนั้นในที่นี้จึงหมายถึงการเพิ่มขึ้น ไม่ใช่การเติบโตทางกายภาพ ในประโยคนี้ อาหารปลอดกลูเตนกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น Of นำหน้ากิจกรรมหรือกลุ่มที่ประกอบเป็นกระแสนั้น ทำให้วลีนี้มีประโยชน์ในการอธิบายความเปลี่ยนแปลงด้านสังคม การจับจ่าย สุขภาพ เทคโนโลยี หรือพฤติกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย growing trend of: The survey shows a ____ families choosing reusable containers.

ดูคำตอบ

growing trend of

การใช้คำ

“What the heck” ในคำถามแบบไม่เป็นทางการ

“What the heck” เป็นคำเสริมเน้นแบบไม่เป็นทางการในคำถาม “what is it?” ไม่ได้ถามถึง “heck” ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่แยกออกมาต่างหาก แต่คำถามทั้งประโยคมีความหมายประมาณว่า “What is it, really?” หรือ “What on earth is it?” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเพิ่มความประหลาดใจและอาจมีความไม่อดทนให้กับคำถามพื้นฐานของผู้คน รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ “คำแสดงคำถาม + the heck” เช่น “where the heck” หรือ “why the heck” เพื่อเพิ่มน้ำหนักทางอารมณ์ให้คำถาม

แบบฝึกหัด

ใน “What the heck is it?” หน้าที่หลักของ “the heck” คืออะไร?

  1. ทำให้คำถามเป็นทางการและสุภาพ
  2. ถามความหมายตามตัวอักษรของคำว่า “heck”
  3. ทำให้คำถามมีน้ำหนักมากขึ้นและแสดงความประหลาดใจหรือความไม่อดทน
ดูคำตอบ

ทำให้คำถามมีน้ำหนักมากขึ้นและแสดงความประหลาดใจหรือความไม่อดทน

More importantly, ลำดับความ

0:07

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น

should you be eating it?

0:08

คุณควรกินมันหรือเปล่า

ลำดับความ

การใช้ “More importantly,” เพื่อยกระดับความสำคัญ

“More importantly,” เป็นคำเชื่อมที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อจัดให้ประเด็นถัดไปสำคัญกว่าประเด็นก่อนหน้า คำนี้ไม่ได้เพียงบอกผู้ฟังว่าจะมีอีกคำถามหนึ่ง แต่บอกว่า “should you be eating it?” ควรได้รับความสนใจมากกว่า “what is it?” ใช้รูปแบบ “more importantly, + อนุประโยคหรือประโยค” เมื่อต้องการเปลี่ยนจากข้อพิจารณาหนึ่งไปสู่อีกข้อที่มีลำดับความสำคัญสูงกว่า เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าสำนวนนี้วางกรอบให้ข้อความทั้งหมดที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกล่าวว่า “The backpack is colorful. ____, it is comfortable to carry.” คำเชื่อมใดจัดให้ความสะดวกสบายสำคัญกว่าสีอย่างชัดเจน?

  1. Also
  2. For example
  3. More importantly
ดูคำตอบ

More importantly

Simply put, ลำดับความ

0:10

พูดง่าย ๆ ก็คือ

gluten is a combination of two proteins ไวยากรณ์

0:10

กลูเตนคือการรวมตัวของโปรตีนสองชนิด

ลำดับความ

การใช้ Simply put, เพื่อเกริ่นนำคำอธิบายที่ง่ายขึ้น

Simply put, บอกผู้ฟังว่าคำพูดต่อจากนี้จะอธิบายแนวคิดหนึ่งให้ง่ายและตรงประเด็นขึ้น ในที่นี้วลีนี้นำเข้าสู่คำจำกัดความสั้น ๆ ของกลูเตน ในสำนวนนี้ put หมายถึง “ถูกถ่ายทอดออกมา” หรือ “ถูกกล่าวออกมา” ไม่ใช่ “ถูกวาง” เราใช้วลีนี้เพื่อเปลี่ยนจากรายละเอียดที่เข้าใจยากไปสู่ใจความสำคัญได้

แบบฝึกหัด

Simply put, ที่ต้นประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้เกริ่นนำคำอธิบายที่ง่ายขึ้น
  2. ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งถูกวางไว้ที่ไหน
  3. ใช้เกริ่นนำหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นนำคำอธิบายที่ง่ายขึ้น

found primarily in wheat and related grains

0:13

ซึ่งพบมากในข้าวสาลีและธัญพืชที่ใกล้เคียงกัน

like barley and rye.

0:14

เช่น ข้าวบาร์เลย์และข้าวไรย์

ไวยากรณ์

two proteins found primarily in: ส่วนขยายรูปถูกกระทำแบบย่อ

คำว่า found primarily in wheat and related grains อยู่หลัง two proteins และอธิบายว่าหมายถึงโปรตีนชนิดใด โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบย่อ: two proteins that are found primarily in wheat and related grains ประโยคนี้มีคำกริยาหลักอยู่แล้ว คือ is ดังนั้น found จึงเป็นคำกริยาช่องที่สาม ไม่ใช่กริยาอดีตอีกตัวหนึ่ง โดยหมายถึง “มีอยู่หรือพบอยู่” ส่วน primarily แสดงว่าธัญพืชเหล่านั้นเป็นแหล่งหลักที่พบโปรตีน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ found เป็นคำกริยาช่องที่สามหลังคำนาม โดยมีความหมายว่า “that are found”?

  1. The researchers found vitamins in the sample.
  2. Families can find fresh fruit at the market.
  3. The vitamins found in fresh fruit help the body grow.
ดูคำตอบ

The vitamins found in fresh fruit help the body grow.

That's it. น้ำเสียง/เจตนา

0:16

แค่นั้นเอง

It's just protein.

0:16

มันก็เป็นแค่โปรตีน

น้ำเสียง/เจตนา

“That's it.” ในความหมายว่า “ไม่มีอะไรอีกแล้ว”

ในที่นี้ “That's it.” หมายถึง “มีเพียงเท่านี้ ไม่มีอะไรต้องเสริมอีก” ประโยคนี้ใช้ปิดคำอธิบายและทำให้แนวคิดนั้นฟังดูง่าย ประโยคถัดไป “It's just protein” ยืนยันว่าควรเข้าใจแบบนี้

แบบฝึกหัด

ใน “The box contains one book and nothing else. That's it,” คำว่า “That's it” หมายความว่าอะไร

  1. หนังสือเล่มนี้ยาก
  2. ไม่มีสิ่งของอื่นอยู่ในกล่องแล้ว
  3. กล่องเสียหาย
ดูคำตอบ

ไม่มีสิ่งของอื่นอยู่ในกล่องแล้ว

These two proteins called gliadin and glutenin combine, ไวยากรณ์

0:18

โปรตีนสองชนิดนี้เรียกว่าไกลอะดินและกลูเตนิน เมื่อรวมตัวกัน

creating gluten,

0:20

ก็จะเกิดเป็นกลูเตน

ไวยากรณ์

อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์ใน “combine, creating gluten,”

ใน “combine, creating gluten,” คำว่า “combine” เป็นการกระทำหลัก เครื่องหมายจุลภาคตามด้วย “creating gluten” สร้างอนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์โดยตรง นั่นคือ เมื่อโปรตีนทั้งสองรวมตัวกัน กลูเตนก็เกิดขึ้น ผู้กระทำโดยนัยของ “creating” มาจากประโยคหลัก ซึ่งก็คือโปรตีนทั้งสองชนิด “Gluten” ไม่ใช่ผู้กระทำ แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากการรวมตัวของโปรตีน

แบบฝึกหัด

ใน “The heavy rain continued, flooding the road,” วลี “flooding the road” แสดงอะไร

  1. การกระทำที่ไม่เกี่ยวข้องซึ่งถนนเป็นผู้ทำ
  2. ผลโดยตรงจากฝนที่ตกต่อเนื่อง
  3. เหตุผลที่ฝนเริ่มตก
ดูคำตอบ

ผลโดยตรงจากฝนที่ตกต่อเนื่อง

which helps to nourish the plant's embryos

0:22

ซึ่งช่วยหล่อเลี้ยงตัวอ่อนของพืช

and is a major component in giving the foods you eat

0:23

และเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้อาหารที่คุณกิน

that chewy goodness.

0:26

มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มแสนอร่อย

It's kind of like glue. ลำดับความ

0:27

มันคล้าย ๆ กาว

ลำดับความ

kind of like สำหรับการเปรียบเทียบโดยประมาณ

kind of ช่วยลดความหนักแน่นของ like ดังนั้น kind of like glue จึงหมายถึง “คล้ายกาวอยู่บ้าง” ไม่ใช่ “เหมือนกาวทุกอย่าง” ในที่นี้ การเปรียบเทียบกล่าวถึงเฉพาะวิธีที่กลูเตนช่วยให้เนื้อวัสดุเกาะกันและคงความยืดหยุ่น ในฐานะสำนวนที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูล kind of like เชื่อมแนวคิดที่ไม่คุ้นเคยเข้ากับภาพที่คุ้นเคย พร้อมทั้งบอกว่าการเปรียบเทียบนี้ใช้ได้เพียงบางส่วน

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ค่อนข้างคล้าย”: A cloud is ____ a floating pillow.

ดูคำตอบ

kind of like

It makes dough stretchy ไวยากรณ์

0:29

ทำให้แป้งโดว์ยืดหยุ่น

and gives bread its sponge-like properties. ไวยากรณ์

0:30

และทำให้ขนมปังมีคุณสมบัติคล้ายฟองน้ำ

ไวยากรณ์

make + object + adjective ใน makes dough stretchy

ใน makes dough stretchy คำว่า makes เป็นคำกริยาแสดงการทำให้เกิดผล dough เป็นกรรม และ stretchy เป็นคำคุณศัพท์ที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มกรรม กล่าวคือ กลูเตนทำให้แป้งโดว์ยืดหยุ่น โครงสร้าง subject + make + object + adjective ใช้อธิบายเหตุและผลอย่างกระชับ make เปลี่ยนรูปตามกาลและความสอดคล้องกับประธาน ส่วนคำคุณศัพท์ใช้บรรยายกรรม ไม่ได้บอกลักษณะการทำกริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง make + object + adjective โดยใช้คำในวงเล็บ: Soft lighting ____. (the room / calm)

ดูคำตอบ

makes the room calm

ไวยากรณ์

give + สิ่งที่ได้รับผล + คุณสมบัติ ใน “gives bread its sponge-like properties”

ใน gives bread its sponge-like properties คำว่า give หมายถึง “ทำให้บางสิ่งมีคุณสมบัติอย่างหนึ่ง” ไม่ใช่ “ส่งมอบสิ่งของ” คำว่า bread เป็นกรรมรองหรือสิ่งที่ได้รับคุณสมบัติ ส่วน its sponge-like properties เป็นกรรมตรงที่ระบุว่าคุณสมบัตินั้นคืออะไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + สิ่งที่ได้รับผล + คุณสมบัติ/ผลลัพธ์ กล่าวคือ วัสดุ การออกแบบ หรือการกระทำทำให้บางสิ่งมีคุณภาพ ความสามารถ รูปลักษณ์ หรือผลอย่างหนึ่ง ในที่นี้ its หมายถึง bread

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียงกลุ่มคำที่ให้มาให้ถูกต้อง: gives / the tool / a comfortable grip. The curved handle ____.

ดูคำตอบ

gives the tool a comfortable grip

So, why is it so bad? ลำดับความ

0:32

แล้วทำไมมันถึงถูกมองว่าแย่นักล่ะ

Well, it's not.

0:34

จริง ๆ แล้วมันไม่ได้แย่

ลำดับความ

การปูทางเชิงวาทศิลป์และการพลิกจุดยืน: “So, why is it so bad? Well, it's not.”

คำถาม So, why is it so bad? หยิบยกข้อสันนิษฐานทั่วไปที่ว่ากลูเตนไม่ดีขึ้นมาพูดชั่วคราว นี่เป็นการปูทางเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่ข้อสรุปของผู้พูด Well, it's not พลิกข้อสันนิษฐานนั้นทันที โดย not แทน not bad และละส่วนที่ซ้ำไว้ ลำดับคำถามและคำตอบนี้เน้นการเปลี่ยนจุดยืน คือเสนอความเชื่อขึ้นมาก่อนแล้วจึงปฏิเสธอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรใน “So, why is this plan so terrible? Well, it's not.”?

  1. หยิบยกข้อสันนิษฐานว่าแผนนั้นแย่ แล้วจึงปฏิเสธ
  2. หลีกเลี่ยงการแสดงจุดยืนใด ๆ ต่อแผนนั้น
  3. ยอมรับว่าแผนนั้นแย่และอธิบายเหตุผล
ดูคำตอบ

หยิบยกข้อสันนิษฐานว่าแผนนั้นแย่ แล้วจึงปฏิเสธ

In fact, it's neither detrimental or essential for your health. ไวยากรณ์

0:35

ที่จริง มันไม่ได้เป็นโทษ แต่ก็ไม่ได้จำเป็นต่อสุขภาพ

ไวยากรณ์

neither detrimental or essential กับรูปมาตรฐาน neither ... nor

ในคำบรรยายนี้ neither detrimental or essential มีเจตนาปฏิเสธคำอธิบายทั้งสอง คือไม่เป็นอันตรายและไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่รูปนี้นำ neither มาจับคู่กับ or ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ใช้ neither ... nor เพื่อเชื่อมคำอธิบายคู่ขนานสองอย่างที่ถูกปฏิเสธ เช่น neither detrimental nor essential ให้เข้าใจถ้อยคำในคำบรรยายว่าอาจเป็นการพูดพลาดหรือปัญหาจากการถอดเสียง ไม่ใช่รูปมาตรฐานที่ควรเลียนแบบ

แบบฝึกหัด

เติมคำคู่มาตรฐานเพื่อปฏิเสธคุณสมบัติทั้งสองอย่าง: The plan is ____ cheap ____ reliable.

ดูคำตอบ

neither · nor

And there's very little evidence to suggest วลี

0:38

และแทบไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่า

that cutting it out is the healthier choice for the average person. กริยาวลี

0:40

การเลิกกินกลูเตนเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพกว่าสำหรับคนทั่วไป

วลี

very little evidence to suggest: แทบไม่มีหลักฐานสนับสนุน

Very little evidence to suggest หมายความว่าหลักฐานที่มีอยู่แทบไม่สนับสนุนข้อกล่าวอ้างที่ตามมา เป็นการประเมินน้ำหนักของหลักฐานอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การยืนยันอย่างเด็ดขาดว่าข้อกล่าวอ้างนั้นเป็นไปไม่ได้ รูปแบบคือ very little evidence to suggest that + อนุประโยค คำว่า little ทำให้ evidence มีความหมายว่าแทบไม่มี แต่ถ้าเติม a ความหมายจะเปลี่ยนเป็นมีหลักฐานอยู่บ้าง

แบบฝึกหัด

เติมคำเป้าหมายเพื่อแสดงว่าหลักฐานแทบไม่ให้การสนับสนุน: There is ____ evidence to suggest that longer screen time improves sleep.

ดูคำตอบ

very little

กริยาวลี

cutting it out: เอาบางสิ่งออกโดยสิ้นเชิง

ในประโยคนี้ “cutting it out” หมายถึงการเอากลูเตนออกจากอาหารที่กินโดยสิ้นเชิง “It” หมายถึงกลูเตน ไม่ได้หมายถึงการใช้ของมีคมตัดวัตถุจริง ๆ “Cut out” เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค จึงใช้ “cut it out” ไม่ใช่ “cut out it” โครงสร้างนี้ยังใช้บอกการเลิกอาหาร สาร กิจกรรม หรือนิสัยบางอย่างอย่างสิ้นเชิงได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “หยุดบริโภคมันโดยสิ้นเชิง” ลงในประโยค: The energy drink was making Leo feel ill, so he is ____ of his diet.

ดูคำตอบ

cutting it out

On the other hand, ลำดับความ

0:43

ในทางกลับกัน

those with the chronic digestive disorder called celiac disease วัฒนธรรม

0:44

ผู้ที่มีความผิดปกติเรื้อรังของระบบย่อยอาหารที่เรียกว่าโรคเซลิแอค

aren't able to eat gluten at all,

0:47

ไม่สามารถกินกลูเตนได้เลย

ลำดับความ

On the other hand: นำเสนอกรณีที่ตรงกันข้าม

“On the other hand” ส่งสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากกรณีทั่วไปที่เพิ่งกล่าวถึงไปสู่กรณีสำคัญที่ตรงกันข้าม กล่าวคือ ผู้ป่วยโรคเซลิแอกไม่สามารถกินกลูเตนได้เลย ซึ่งต่างจากคนทั่วไป วลีนี้ช่วยจัดระเบียบข้อโต้แย้งโดยบอกให้ผู้ฟังเปรียบเทียบสองด้าน ไม่ได้เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อ แต่ทำให้ข้อความถัดไปเป็นสิ่งที่ตรงข้าม เป็นข้อจำกัด หรือเป็นข้อยกเว้นจากข้อความก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเติมข้อโต้แย้งนี้ได้เหมาะสมที่สุด? “The apartment is small. ____, it is close to school and affordable.”

  1. As a result
  2. For example
  3. On the other hand
ดูคำตอบ

On the other hand

วัฒนธรรม

โรคเซลิแอค: ความจำเป็นทางการแพทย์ในการหลีกเลี่ยงกลูเตน

โรคเซลิแอคเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองเรื้อรัง เมื่อผู้ที่เป็นโรคนี้รับประทานกลูเตน ระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองและอาจทำลายลำไส้เล็ก ในประโยคนี้ คำดังกล่าวอธิบายว่าการ “ไม่สามารถรับประทานกลูเตนได้เลย” เป็นความจำเป็นทางการแพทย์ ไม่ใช่ความชอบด้านอาหารหรือกระแสการควบคุมอาหาร

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับโรคเซลิแอคมากที่สุด

  1. โซเฟียไม่กินขนมปังเพราะกำลังลองทำตามอาหารลดน้ำหนักที่กำลังนิยม
  2. เบนปวดท้องหนึ่งครั้งแล้วตัดสินว่าตนเองเป็นโรคเซลิแอค
  3. หลังได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ ลีโอต้องหลีกเลี่ยงกลูเตน เพราะกลูเตนกระตุ้นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันที่อาจทำลายลำไส้เล็กของเขา
ดูคำตอบ

หลังได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ ลีโอต้องหลีกเลี่ยงกลูเตน เพราะกลูเตนกระตุ้นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันที่อาจทำลายลำไส้เล็กของเขา

and this is where some confusion may have stemmed from. กริยาวลี

0:49

และนี่อาจเป็นที่มาของความสับสนบางส่วน

กริยาวลี

stemmed from: ย้อนจากผลกลับไปหาต้นเหตุ

Stem from หมายถึง “มีต้นกำเนิดจาก” หรือ “เกิดจาก” ส่วน stemmed เป็นรูปอดีต ในที่นี้ผู้พูดกำลังย้อนหาต้นเหตุของความสับสนไปยังแหล่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ในโครงสร้าง X stems from Y นั้น X คือผล และ Y คือต้นกำเนิดหรือสาเหตุ สำนวน this is where X stemmed from ชี้ไปยังต้นเหตุนั้นในคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ stem from เติมประโยคให้สมบูรณ์: The delay ____ a scheduling error.

ดูคำตอบ

stemmed from

If consumed, ไวยากรณ์

0:51

หากกินกลูเตนเข้าไป

a celiac's body sees gluten as an invader วลี

0:52

ร่างกายของผู้ป่วยเซลิแอคจะมองว่ากลูเตนเป็นผู้บุกรุก

and triggers an immune response,

0:54

และกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

ไวยากรณ์

If consumed ในฐานะเงื่อนไขแบบถูกกระทำที่ย่อรูป

ใน If consumed คำกริยารูป past participle คือ consumed สร้างอนุประโยคเงื่อนไขแบบถูกกระทำที่ย่อรูป รูปเต็มคือ If gluten is consumed โดย if นำเข้าสู่เงื่อนไข และ consumed บอกว่า gluten เป็นสิ่งที่ถูกกินหรือรับเข้าสู่ร่างกาย ประธานที่ไม่ได้กล่าวออกมาต้องเติมจากบริบทว่าเป็น gluten ไม่ใช่ประธานของประโยคหลักที่ตามมาอย่าง a celiac's body เมื่อตีความโครงสร้างสั้นแบบนี้ ให้เติมประธานและรูปที่เหมาะสมของ be แล้วตรวจดูว่าสิ่งใดสามารถเป็นผู้รับการกระทำนั้นได้อย่างสมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

ขยาย If consumed ให้เป็นอนุประโยคเงื่อนไขแบบเต็ม: ____, a celiac's body sees gluten as an invader.

ดูคำตอบ

If gluten is consumed

วลี

รูปแบบ see A as B ใน sees gluten as an invader

ใน sees gluten as an invader รูปแบบ see A as B หมายถึงมองหรือจัดให้ A เป็น B โดย A คือ gluten และ B คือ an invader ส่วน see ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นด้วยตา ประโยคนี้ทำให้การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกายมีลักษณะเหมือนคน กล่าวคือ ร่างกายถือว่า gluten เป็นภัยคุกคาม รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ ประธาน + see + กรรม + as + นามวลีหรือคำคุณศัพท์ เช่น see the delay as a problem หรือ see the rule as unfair

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ see A as B: The coach ____ every setback ____ a lesson.

ดูคำตอบ

sees · as

which ends up damaging the small intestine. กริยาวลี

0:55

ซึ่งท้ายที่สุดจะทำลายลำไส้เล็ก

กริยาวลี

ends up damaging: ลงเอยด้วยการทำให้เสียหาย

ใน ends up damaging โครงสร้าง end up + -ing หมายถึง “ในที่สุดก็มาถึงผลลัพธ์ที่ได้ทำบางอย่าง” จุดเน้นอยู่ที่ผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการ ไม่ใช่การกระทำที่เกิดขึ้นทันที ในที่นี้ การตอบสนองของภูมิคุ้มกันดำเนินไปจนสุดท้ายทำให้ลำไส้เล็กเสียหาย ผลลัพธ์นี้เป็นอันตรายและไม่ได้ตั้งใจ โดยทั่วไปใช้ end up + -ing เมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ นำไปสู่การกระทำหรือสภาพสุดท้ายที่มักไม่คาดคิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงผลลัพธ์สุดท้ายคือการทำให้เสียหาย: After months without repair, the small leak ____ the wooden floor.

ดูคำตอบ

ends up damaging

Too much of this, ไวยากรณ์

0:57

หากปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นมากเกินไป

and their body begins to suffer major nutritional deficiencies. วลี

0:58

ร่างกายจะเริ่มขาดสารอาหารอย่างรุนแรง

ไวยากรณ์

Too much of this, and ...: รูปแบบเงื่อนไขและผลลัพธ์

วลีนาม Too much of this ที่อยู่ต้นประโยคทำหน้าที่เหมือนเงื่อนไขที่ย่อมาจาก “If there is too much of this.” จากนั้นเครื่องหมายจุลภาคและ and จะนำเข้าสู่ผลลัพธ์ คือ their body begins to suffer major nutritional deficiencies รูปแบบกระชับนี้คือ [เงื่อนไขหรือตัวกระตุ้น], and [ผลลัพธ์] โดย and แสดงความเชื่อมโยงจากเหตุไปสู่ผล ไม่ได้เพียงบอกเหตุการณ์ถัดไปตามลำดับเวลา ส่วน this หมายถึงปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันและความเสียหายของลำไส้ที่เพิ่งกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนแบบเงื่อนไขและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: A few more minutes in the sun, ____ the ice cream will melt.

ดูคำตอบ

and

วลี

suffer major nutritional deficiencies: กลุ่มคำทางการในบริบทสุขภาพ

ในประโยคนี้ suffer หมายถึง “ประสบสิ่งที่เป็นอันตราย” ไม่ได้หมายถึงเพียง “รู้สึกเจ็บปวด” ส่วน nutritional deficiencies คือภาวะที่ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น เช่น วิตามินหรือแร่ธาตุ และ major เน้นว่าการขาดนั้นรุนแรง ในที่นี้ suffer รับสภาวะที่เป็นอันตรายเป็นกรรมโดยตรง เป็นโครงสร้างทางการที่พบบ่อยในงานเขียนด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และสาธารณสุข

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษทางการสี่คำที่หมายถึง “ประสบภาวะขาดสารอาหารจำเป็นอย่างรุนแรง”: After eating a severely restricted diet for months, the patient began to ____.

ดูคำตอบ

suffer major nutritional deficiencies

More recently, ลำดับความ

1:01

เมื่อไม่นานมานี้

scientists have recognized another small proportion of the population วลี

1:02

นักวิทยาศาสตร์พบประชากรอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย

that aren't celiac,

1:05

ที่ไม่ได้เป็นโรคเซลิแอค

but still have gluten sensitivity. วัฒนธรรม

1:06

แต่ยังมีภาวะไวต่อกลูเตน

ลำดับความ

More recently, ในฐานะคำเชื่อมที่เลื่อนลำดับเวลา

More recently ใช้เลื่อนลำดับเวลาไปข้างหน้า โดยบอกผู้อ่านว่าการค้นพบที่จะกล่าวต่อไปเกิดขึ้นภายหลังและใกล้กับปัจจุบันมากกว่าข้อมูลที่กล่าวไว้ก่อนหน้า more มีความหมายเชิงเปรียบเทียบ วลีนี้จึงต้องอาศัยช่วงเวลาก่อนหน้าที่เป็นจุดอ้างอิง วลีนี้ไม่ได้ระบุปีและไม่จำเป็นต้องหมายถึง “ไม่นานมานี้มาก ๆ” แต่เพียงเพิ่มช่วงที่ใหม่กว่าเข้าไปในลำดับเวลา เครื่องหมายจุลภาคแยกคำเชื่อมบอกเวลาที่ต้นประโยคออกจากประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะที่สุดสำหรับเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงที่เก่ากว่าไปสู่พัฒนาการที่ใหม่กว่า: Early cameras used film. _____ most photos have been taken with digital devices.

  1. For example,
  2. At the same time,
  3. More recently,
ดูคำตอบ

More recently,

วลี

another small proportion of the population: อีกหนึ่งสัดส่วนเล็ก ๆ ของทั้งหมด

ในที่นี้ another หมายถึงมีกลุ่มเพิ่มมาอีกหนึ่งกลุ่มนอกเหนือจากกลุ่มที่กล่าวถึงไปแล้ว ส่วน a small proportion of the population หมายถึงสัดส่วนที่ค่อนข้างเล็กของผู้คนทั้งหมด จึงนำเสนอกลุ่มนี้ว่าเป็นคนส่วนน้อย ไม่ใช่กรณีทั่วไปของทุกคน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a small/large proportion of + กลุ่มที่เป็นภาพรวม คำว่า proportion บอกสัดส่วนของกลุ่มนั้นเมื่อเทียบกับทั้งหมด แต่ไม่ได้บอกจำนวนคนที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ another small proportion of the population ในประโยคมากที่สุด

  1. กลุ่มคนส่วนน้อยเพิ่มเติมภายในประชากรทั้งหมด
  2. จำนวนที่แน่นอนของทุกคนที่มีภาวะดังกล่าว
  3. ประชากรทั้งหมดที่แบ่งเป็นกลุ่มขนาดเท่ากัน
ดูคำตอบ

กลุ่มคนส่วนน้อยเพิ่มเติมภายในประชากรทั้งหมด

วัฒนธรรม

ความแตกต่างระหว่าง gluten sensitivity กับ celiac disease

ในที่นี้ gluten sensitivity เป็นชื่อของภาวะที่ผู้ซึ่งไม่ได้ถูกระบุว่าเป็น celiac disease ยังคงมีอาการไม่สบายหลังบริโภคกลูเตน คำว่า sensitivity สื่อถึงปฏิกิริยาที่ก่อปัญหา ไม่ใช่แค่การสังเกตเห็นกลูเตน ประโยคนี้แยก gluten sensitivity ออกจาก celiac disease แม้อาการของทั้งสองอาจดูคล้ายกัน และไม่ได้ให้ข้อมูลเพียงพอสำหรับวินิจฉัยภาวะใดภาวะหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ข้อความใดตรงกับความหมายของประโยค

  1. ทุกคนที่ไม่สบายท้องเป็นโรคเซลิแอกอย่างแน่นอน
  2. คนเหล่านี้ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นโรคเซลิแอก แต่มีปฏิกิริยาไวต่อกลูเตน
  3. Gluten sensitivity และ celiac disease เป็นสองชื่อของภาวะเดียวกันทุกประการ
ดูคำตอบ

คนเหล่านี้ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นโรคเซลิแอก แต่มีปฏิกิริยาไวต่อกลูเตน

That is, ลำดับความ

1:08

กล่าวคือ

they suffer similar symptoms after eating gluten

1:09

พวกเขามีอาการคล้ายกันหลังกินกลูเตน

like cramps, diarrhea, and bloating.

1:11

เช่น ปวดเกร็ง ท้องเสีย และท้องอืด

ลำดับความ

That is, เพื่อชี้แจงและกล่าวใหม่

That is, ใช้นำการกล่าวซ้ำที่ทำให้แนวคิดก่อนหน้าชัดเจนหรือแม่นยำขึ้น ในที่นี้ วลีนี้เปลี่ยนคำเรียก “ภาวะไวต่อกลูเตน” ให้เป็นคำอธิบายความหมายว่า มีอาการคล้ายกันหลังจากกินกลูเตน ในฐานะวลีที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูล วลีนี้ย้อนกลับไปยังแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมด โดย that ในที่นี้ไม่ได้ชี้ไปที่สิ่งของ โดยทั่วไปเข้าใจได้ว่า “กล่าวอีกอย่างหนึ่ง” หรือ “ให้พูดอย่างแม่นยำกว่านั้น”

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง That is, บอกให้ผู้ฟังตีความข้อมูลที่ตามมาอย่างไร?

  1. เข้าใจว่าเป็นการเปรียบต่างที่กลับความหมายของแนวคิดก่อนหน้า
  2. เข้าใจว่าเป็นการกล่าวแนวคิดก่อนหน้าใหม่ให้ชัดเจนและแม่นยำขึ้น
  3. เข้าใจว่าเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่ไม่ได้นิยามแนวคิดก่อนหน้า
ดูคำตอบ

เข้าใจว่าเป็นการกล่าวแนวคิดก่อนหน้าใหม่ให้ชัดเจนและแม่นยำขึ้น

In both of these cases,

1:13

ในทั้งสองกรณีนี้

gluten-free food options are essential.

1:14

ตัวเลือกอาหารปลอดกลูเตนเป็นสิ่งจำเป็น

But if you don't suffer from either, ไวยากรณ์

1:17

แต่ถ้าคุณไม่ได้มีภาวะใดเลย

there isn't much weight to the other health claims of gluten-free diets. สำนวน

1:18

คำกล่าวอ้างด้านสุขภาพอื่น ๆ เกี่ยวกับการกินแบบปลอดกลูเตนก็แทบไม่มีน้ำหนัก

ไวยากรณ์

don't suffer from either: บอกว่าไม่มีภาวะใดในสองภาวะ

ใน don't suffer from either นั้น suffer from หมายถึง “เป็น” หรือ “ได้รับผลกระทบจาก” โรคหรือภาวะที่สร้างปัญหา ส่วน either ใช้แทนสองภาวะที่กล่าวถึงไปแล้ว เนื่องจาก either อยู่ในอนุประโยคปฏิเสธที่มี don't วลีนี้จึงหมายความว่าไม่มีภาวะใดในสองภาวะนั้นที่ใช้ได้ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นหนึ่งในสองภาวะ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง don't suffer from either หมายความว่าอย่างไร?

  1. มีเพียงภาวะที่สองที่ใช้ได้
  2. ทั้งสองภาวะใช้ได้
  3. ไม่มีภาวะใดในสองภาวะนั้นที่ใช้ได้
ดูคำตอบ

ไม่มีภาวะใดในสองภาวะนั้นที่ใช้ได้

สำนวน

there isn't much weight to: คำกล่าวอ้างที่มีหลักฐานอ่อน

ในที่นี้ there isn't much weight to หมายถึง “ไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นหรือพลังโน้มน้าวสนับสนุนมากนัก” คำว่า weight เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ ข้อโต้แย้งดูเหมือนมี “น้ำหนัก” เมื่อมีข้อมูลสนับสนุนที่ทำให้น่าเชื่อถือ ในประโยคนี้ หลังจากไม่นับสองภาวะทางการแพทย์ดังกล่าว ผู้พูดประเมินอย่างระมัดระวังว่าคำกล่าวอ้างด้านสุขภาพอื่น ๆ เกี่ยวกับอาหารปลอดกลูเตนมีหลักฐานอ่อน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ there isn't much weight to + คำกล่าวอ้าง ข้อโต้แย้ง หรือแนวคิด ซึ่งใช้ประเมินว่าสิ่งนั้นมีข้อมูลสนับสนุนดีเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: The report cites no reliable evidence, so there ____ the claim that the product prevents every cold.

ดูคำตอบ

isn't much weight to

It's in no way a toxin, วลี

1:22

กลูเตนไม่ใช่สารพิษแต่อย่างใด

as some may suggest.

1:23

แม้บางคนอาจกล่าวอ้างเช่นนั้น

วลี

in no way: การปฏิเสธอย่างหนักแน่น

ในที่นี้ in no way หมายถึง “ไม่เลย” หรือ “ไม่ใช่อย่างแน่นอน” และทำให้การปฏิเสธมีน้ำหนักมากขึ้น สำนวนนี้ขยายข้อวินิจฉัยทั้งหมด โดยผู้พูดระบุว่ากลูเตนไม่ใช่สารพิษอย่างเด็ดขาด เมื่อใช้กับ be โครงสร้างที่พบบ่อยคือ ประธาน + be + in no way + ส่วนเติมเต็ม เช่น It is in no way dangerous หากย้าย in no way ไปต้นประโยค ไวยากรณ์แบบเป็นทางการกำหนดให้ใช้การกลับลำดับคำ: In no way is it dangerous.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเน้นความหมายจากบทเรียนนี้: The road was closed by the police; the delay was ____ the driver's fault.

ดูคำตอบ

in no way

And gluten-free doesn't necessarily ไวยากรณ์

1:24

และคำว่า “ปลอดกลูเตน” ก็ไม่ได้แปลว่า

mean that food is more natural, healthier, or lower in calories.

1:26

อาหารนั้นจะเป็นธรรมชาติกว่า ดีต่อสุขภาพกว่า หรือมีแคลอรีต่ำกว่าเสมอไป

ไวยากรณ์

doesn't necessarily mean: ปฏิเสธข้อสรุปอัตโนมัติ

ในที่นี้ doesn't necessarily mean ใช้ปฏิเสธข้อสรุปที่คิดตามกันไปโดยอัตโนมัติ ป้าย gluten-free ไม่ได้รับประกันว่าอาหารนั้นจะมีคุณสมบัติทั้งสามอย่างที่กล่าวมา ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าคุณสมบัติเหล่านั้นเป็นไปไม่ได้ อาหารปราศจากกลูเตนบางชนิดอาจมีคุณสมบัติเหล่านั้นจริง แต่ต้องมีข้อมูลเพิ่มเติม รูปแบบ X doesn't necessarily mean Y ที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้ หมายถึง “X เพียงอย่างเดียวยังพิสูจน์ Y ไม่ได้”

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่ได้แสดงให้เห็นโดยอัตโนมัติ” ลงในประโยค: A high price ____ the phone is good.

ดูคำตอบ

doesn't necessarily mean

Conversely,

1:29

ในทางตรงกันข้าม

there are some risks of cutting gluten out.

1:30

การเลิกกินกลูเตนมีความเสี่ยงอยู่บ้าง

While the lack of gluten itself is of no concern, โน้ต

1:32

แม้การไม่มีกลูเตนในตัวมันเองจะไม่ใช่เรื่องน่ากังวล

the vitamins and whole grains

1:34

แต่วิตามินและธัญพืชไม่ขัดสี

that it's often combined with are quite important. ไวยากรณ์

1:35

ที่มักมากับกลูเตนนั้นสำคัญมาก

ไวยากรณ์

While the lack of gluten itself is of no concern, ...: while ที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนเปรียบต่าง

ในที่นี้ while หมายถึง although ไม่ได้หมายถึง during the time that อนุประโยคแรกยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อน คือการไม่มีกลูเตนไม่ใช่ปัญหาในตัวมันเอง จากนั้นประโยคหลักจึงเปลี่ยนจุดสนใจไปยังประเด็นที่สำคัญกว่าเกี่ยวกับวิตามินและธัญพืชไม่ขัดสี รูปแบบ While A, B ที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้ จะยอมรับ A ก่อน แล้วจึงเน้น B ที่แสดงข้อมูลคนละด้าน B คือใจความหลัก และโครงสร้างนี้ไม่ได้บอกว่ากลูเตนกับธัญพืชไม่ขัดสีเป็นสิ่งเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while ในความหมายว่า although ไม่ใช่ during the time that?

  1. While I was sleeping, it began to rain.
  2. I read a book while I waited.
  3. While the box is small, it can hold all the pieces.
ดูคำตอบ

While the box is small, it can hold all the pieces.

วลี

Be of no concern: การบอกอย่างเป็นทางการว่าสิ่งหนึ่งไม่ใช่ปัญหา

Be of no concern หมายความว่าสิ่งหนึ่งไม่ใช่สาเหตุที่ต้องกังวลและไม่ก่อให้เกิดปัญหา ในประโยคนี้ การประเมินดังกล่าวใช้กับการขาดกลูเตนเองเท่านั้น ส่วนข้อความเปรียบต่างที่ตามมาบอกว่าวิตามินและธัญพืชไม่ขัดสียังคงสำคัญ โครงสร้างคือ be + of + คำนาม ใช้จัดประเภทความสำคัญหรือสถานะของประธาน เช่น be of importance หรือ be of value

แบบฝึกหัด

เติมวลีแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ไม่ใช่สาเหตุที่ต้องกังวล” ให้สมบูรณ์: The laboratory confirmed that the small temperature change is ____ and will not affect the results.

ดูคำตอบ

of no concern

ไวยากรณ์

That ... combined with: อนุประโยคขยายคำนามที่มีคำบุพบทอยู่ท้ายประโยค

That it's often combined with เป็นอนุประโยคขยายคำนามที่ขยาย the vitamins and whole grains ภายในอนุประโยค that แทนสิ่งเหล่านั้น ส่วน it หมายถึง gluten กล่าวคือ กลูเตนมักถูกนำมารวมกับวิตามินและธัญพืชเหล่านั้น with อยู่ท้ายอนุประโยคเพราะส่วนขยายสัมพันธ์ทำหน้าที่เป็นกรรมที่เข้าใจกันของมัน การวางคำบุพบทไว้ท้ายประโยคเป็นเรื่องปกติในภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะภาษาพูดและภาษาเขียนระดับกลาง เช่น the things that something is combined with

แบบฝึกหัด

เติมอนุประโยคขยายคำนามโดยใช้ that ก่อน แล้ววาง with ไว้ท้ายประโยค: The accessories ____ the camera is usually sold ____ are included in the price.

ดูคำตอบ

that · with

Without supplementing them, ไวยากรณ์

1:38

หากไม่เสริมสารอาหารเหล่านี้

you could be hurting your own health.

1:39

คุณอาจกำลังทำร้ายสุขภาพของตัวเอง

ไวยากรณ์

Without + -ing เพื่อบอกเงื่อนไขที่ขาดไป

Without ตามด้วยคำกริยารูป -ing หมายถึง “ถ้าใครบางคนไม่ทำสิ่งนี้” ในที่นี้ Without supplementing them หมายความว่า หากคุณไม่เสริมสารอาหารที่ them ใช้อ้างถึง สุขภาพของคุณก็อาจได้รับผลเสีย วลีเปิดประโยคนำเสนอการกระทำที่ไม่ได้ทำให้เป็นเงื่อนไขของผลในประโยคหลัก ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นคนทำ supplementing คือ you ซึ่งเป็นประธานของ you could be hurting your own health

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย Without + คำกริยารูป -ing: “____ enough water, you may become dehydrated.”

ดูคำตอบ

Without drinking

On top of it all, ลำดับความ

1:41

ยิ่งไปกว่านั้น

without gluten to bind your food together,

1:41

เมื่อไม่มีกลูเตนช่วยยึดอาหารไว้ด้วยกัน

more fat and sugar are often used ไวยากรณ์

1:43

จึงมักต้องใช้ไขมันและน้ำตาลมากขึ้น

to make gluten-free foods more enjoyable.

1:45

เพื่อให้อาหารปลอดกลูเตนอร่อยขึ้น

ลำดับความ

On top of it all ในฐานะคำเชื่อมเพื่อเพิ่มประเด็น

On top of it all เป็นคำเชื่อมที่เพิ่มประเด็นสำคัญอีกหนึ่งข้อจากสิ่งที่กล่าวไปแล้วทั้งหมด ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากความกังวลด้านโภชนาการก่อนหน้าไปสู่ปัญหาเพิ่มเติม คือผลิตภัณฑ์ปราศจากกลูเตนอาจมีไขมันและน้ำตาลมากขึ้น วลีนี้ยังเพิ่มน้ำหนักให้ความรู้สึกว่าปัญหากำลังสะสม เนื่องจากประเด็นที่เพิ่มเข้ามาเป็นข้อเสียอีกข้อ จึงมีผลคล้าย “นอกจากทั้งหมดนั้นแล้ว” หรือ “ที่แย่ไปกว่านั้น” โดย top ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสุดท้ายด้วยวลีที่เน้นไว้: “The train was late, and my phone died. ____, it started raining.”

ดูคำตอบ

On top of it all

ไวยากรณ์

are often used to make + กรรม + คำคุณศัพท์

ในประโยคนี้ are often used to make แสดงจุดประสงค์ กล่าวคือ มีการใช้ไขมันและน้ำตาลมากขึ้นเพื่อทำให้อาหารน่ารับประทานยิ่งขึ้น รูปประโยคกรรมวาจกทำให้เน้นที่ส่วนผสม ไม่ใช่คนที่ใช้ส่วนผสมนั้น โครงสร้างคือ be + used + to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ make ตามด้วยกรรมและคำคุณศัพท์ ได้แก่ make + gluten-free foods + more enjoyable ซึ่งหมายถึงทำให้อาหารเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นน่ารับประทานยิ่งขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกที่บอกจุดประสงค์ be used to + กริยารูปพื้นฐาน: Extra padding ____ the helmet more comfortable.

ดูคำตอบ

is used to make

At the same time,

1:47

ขณะเดียวกัน

the popularity and fad of gluten-free diets การใช้คำ

1:48

ความนิยมและกระแสการกินแบบปลอดกลูเตน

has created a market for these foods. วลี

1:50

ได้สร้างตลาดสำหรับอาหารเหล่านี้

การใช้คำ

popularity and fad of gluten-free diets: ความนิยมกว้างขวางกับกระแสเห่อชั่วคราว

ในวลีนี้ popularity มีความหมายค่อนข้างเป็นกลาง โดยบอกว่าอาหารปลอดกลูเตนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ส่วน fad เพิ่มการประเมินว่าความสนใจนั้นเป็นแฟชั่น เกิดจากกระแสความสนใจ และอาจอยู่ไม่นาน การวาง popularity คู่กับ fad ทำให้ผู้พูดมองว่าอาหารชนิดนี้ทั้งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและเป็นส่วนหนึ่งของกระแสเห่อชั่วคราว ถ้อยคำจึงฟังดูระมัดระวังหรือสงสัยมากกว่าการใช้ popularity เพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

เติมคำที่สื่อถึงกระแสเห่อซึ่งเกิดขึ้นฉับพลันและน่าจะอยู่ไม่นาน: The dance challenge may be a ____.

ดูคำตอบ

fad

วลี

Created a market for: สร้างความต้องการในตลาดให้กับบางสิ่ง

ในประโยคนี้ created a market for หมายถึงความนิยมของอาหารปลอดกลูเตนทำให้เกิดความต้องการมากพอที่ธุรกิจจะขายอาหารปลอดกลูเตนได้ โครงสร้างคือ create a market for + สินค้าหรือบริการ ในที่นี้ market หมายถึงกลุ่มผู้ที่อาจซื้อสินค้าและความต้องการที่คนกลุ่มนั้นสร้างขึ้น ไม่ได้หมายถึงตลาดจริงที่มีแผงขายของ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ทำให้เกิดความต้องการมากพอสำหรับ”: Interest in home gardening ____ easy-to-use seed kits.

ดูคำตอบ

created a market for

Where there once was little selection, ลำดับความ

1:52

จากเดิมที่แทบไม่มีตัวเลือก

now there are gluten-free options all over the place. สำนวน

1:54

ตอนนี้กลับมีตัวเลือกปลอดกลูเตนอยู่ทุกหนทุกแห่ง

ลำดับความ

Where there once was ..., now there are ...: โครงสร้างเปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน

อนุประโยค Where ที่ขึ้นต้นประโยคใช้วางพื้นหลังเกี่ยวกับสถานการณ์ในอดีตว่าเมื่อก่อนมีตัวเลือกน้อยมาก ส่วนอนุประโยค now ให้ข้อมูลใหม่ที่สำคัญว่าในปัจจุบันมีตัวเลือกอาหารปลอดกลูเตนในหลายแห่ง ในกรอบ Where there once was/were X, now there is/are Y คำว่า where สามารถชี้ถึงสาขาหรือสถานการณ์ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง การวาง once และ now ไว้ในส่วนที่คู่กันทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'Where there once was only one choice, now there are many options,' ส่วนใดให้ข้อมูลใหม่ที่สำคัญเกี่ยวกับปัจจุบัน?

  1. อนุประโยค now: there are many options.
  2. คำว่า Where เพียงคำเดียว
  3. อนุประโยค Where: there once was only one choice.
ดูคำตอบ

อนุประโยค now: there are many options.

สำนวน

all over the place: หาได้ในหลายที่

ในที่นี้ all over the place หมายถึง “ในหลาย ๆ ที่” หรือ “หาได้ทั่วไป” ประโยคนี้บอกว่าตอนนี้สามารถพบตัวเลือกอาหารไม่มีกลูเตนได้ในหลายแห่ง ใจความรอบ ๆ พูดถึงการมีให้เลือกหรือหาได้ จึงไม่ได้หมายถึง “รกหรือไม่เป็นระเบียบ” ในที่นี้ ให้ดูว่าวลีนี้กำลังอธิบายอะไรเพื่อเลือกความหมายที่เหมาะสม

แบบฝึกหัด

ในประโยค “There are gluten-free options all over the place,” คำว่า all over the place หมายถึงอะไร?

  1. ตัวเลือกเหล่านี้ถูกนำออกไปทั้งหมดแล้ว
  2. ตัวเลือกเหล่านี้หาได้ในหลายที่
  3. ตัวเลือกเหล่านี้รกและจัดไว้ไม่เป็นระเบียบ
ดูคำตอบ

ตัวเลือกเหล่านี้หาได้ในหลายที่

And that's pretty cool for those who actually need it.

1:56

และนั่นก็ยอดเยี่ยมมากสำหรับคนที่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงกลูเตนจริง ๆ

But what if there was a substance ไวยากรณ์

1:59

แต่จะเป็นอย่างไรถ้ามีสารชนิดหนึ่ง

that only included the stuff your body needed การใช้คำ

2:00

ที่มีเฉพาะสิ่งที่ร่างกายคุณต้องการ

and took out all the things that you don't? กริยาวลี

2:02

และตัดทุกสิ่งที่คุณไม่ต้องการออกไป

ไวยากรณ์

ใช้ what if there was เพื่อเสนอแนวคิดสมมติ

what if ใช้เกริ่นสถานการณ์ที่อาจเป็นไปได้หรือเกิดจากจินตนาการ ใน what if there was รูปอดีต was ช่วยสร้างระยะห่างจากความเป็นจริง ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนั้นเกิดขึ้นในอดีตเท่านั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังจินตนาการถึงสารในอุดมคติและชวนผู้ฟังให้ลองคิดตาม โครงสร้างนี้ใช้เกริ่นสิ่งประดิษฐ์ วิธีแก้ปัญหา หรือผลลัพธ์ที่อาจไม่มีอยู่จริงได้

แบบฝึกหัด

ผู้พูดต้องการจินตนาการถึงสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่มีอยู่จริง ประโยคเริ่มต้นใดสร้างระยะห่างแบบสมมติได้ดีที่สุด?

  1. What if there was a pencil that could do your homework?
  2. There was a pencil on the desk.
  3. What if there is a pencil on the desk?
ดูคำตอบ

What if there was a pencil that could do your homework?

การใช้คำ

the stuff your body needed: stuff แบบไม่เป็นทางการและนับไม่ได้

ใน the stuff your body needed คำว่า stuff เป็นคำนามนับไม่ได้แบบไม่เป็นทางการ ใช้รวมสารหรือส่วนประกอบหลายอย่างเข้าด้วยกันโดยไม่ระบุชื่อทีละอย่าง ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่ร่างกายต้องการ ไม่ใช่ของใช้ส่วนตัว ตัว your body needed เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย stuff โดยละสรรพนามสัมพันธ์ that ไว้ รูปเต็มคือ the stuff that your body needed เนื่องจาก stuff ในความหมายนี้เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ some stuff หรือ all the stuff ไม่ใช้ stuffs

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stuff เป็นคำนามทั่วไปที่นับไม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. We packed all the stuff we needed.
  2. We packed many stuff in one bag.
  3. We packed three stuff for the trip.
ดูคำตอบ

We packed all the stuff we needed.

กริยาวลี

took out ในความหมายว่าเอาออก

ในประโยคนี้ took out เป็นรูปอดีตของ take out และหมายถึงนำส่วนประกอบที่ไม่ต้องการออกจากบางสิ่ง กรรมของมันคือ all the things that you don't need โดยเข้าใจคำว่า need หลัง don't ได้จากบริบท จึงละไว้ included กับ took out แสดงความต่างระหว่างสิ่งที่ยังอยู่กับสิ่งที่ถูกเอาออก รูปแบบที่นำไปใช้ได้ในบริบทอื่นคือ take something out of a mixture, document, or process บริบทในที่นี้ทำให้ take out มีความหมายว่าเอาออก แต่ในสถานการณ์อื่น take out อาจหมายถึงการกระทำที่ไม่เกี่ยวข้องกันได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ took out ในความหมายว่านำเนื้อหาออก?

  1. Jordan took me out to dinner.
  2. They took out a loan to buy the car.
  3. The editor took out two repeated sentences.
ดูคำตอบ

The editor took out two repeated sentences.

Like the perfect diet all in one. วลี

2:04

เหมือนอาหารที่สมบูรณ์แบบครบจบในหนึ่งเดียว

วลี

all in one: รวมหลายหน้าที่ไว้ในหนึ่งเดียว

all in one หมายถึงการรวมคุณสมบัติ ส่วนประกอบ หรือประโยชน์ที่จำเป็นหลายอย่างไว้ในสิ่งเดียว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนออาหารในจินตนาการว่าเป็นทางออกเดียวที่อาจตอบสนองความต้องการเรื่องอาหารได้ทั้งหมด วลีนี้มักวางไว้หลังสิ่งของหรือรายการที่มันสรุป เช่น a printer, scanner, and copier all in one โดยเน้นการรวมหลายอย่างเข้าด้วยกัน ไม่ได้หมายถึงคนกลุ่มหนึ่งอยู่รวมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีที่หมายถึงสิ่งหนึ่งรวมหลายหน้าที่ไว้ด้วยกัน: This small machine is a printer, scanner, and copier ____.

ดูคำตอบ

all in one

Come with us to our second channel AsapTHOUGHT,

2:07

มาร่วมกับเราที่ช่องที่สอง AsapTHOUGHT

where we break down how in the future กริยาวลี

2:09

ที่ซึ่งเราจะอธิบายว่าในอนาคต

you may never have to worry about food again. ไวยากรณ์

2:11

คุณอาจไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารอีกเลย

กริยาวลี

break down a topic: แบ่งหัวข้อออกมาอธิบายทีละส่วน

ในที่นี้ break down เป็นกริยาวลีที่มีกรรม โดยมีโครงสร้างว่าบุคคลหนึ่ง break down หัวข้อหนึ่ง หมายถึงการแบ่งเรื่องที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนเล็ก ๆ แล้วอธิบายว่าส่วนเหล่านั้นทำงานหรือเกี่ยวข้องกันอย่างไร เนื่องจากกรรมเป็นแนวคิดเรื่องอาหารในอนาคตที่ต้องมีการอธิบาย ความหมายในที่นี้จึงเป็นการแยกอธิบายอย่างละเอียด ไม่ใช่เครื่องจักรเสียหรือคนที่พังทลายทางอารมณ์ การใช้นี้พบบ่อยในการเกริ่นนำบทเรียน วิดีโอ และบทความ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึงการอธิบายบางสิ่งโดยแบ่งเป็นส่วนที่ชัดเจน: In today's lesson, we'll ____ the recycling process step by step.

ดูคำตอบ

break down

ไวยากรณ์

may never have to: อาจไม่มีความจำเป็นในอนาคต

ในประโยคนี้ may never have to worry หมายถึง “เป็นไปได้ว่าความจำเป็นที่จะต้องกังวลจะหมดไปอย่างถาวร” โครงสร้างคือ may + never + have to + กริยารูปพื้นฐาน โดย may แสดงความเป็นไปได้ never ครอบคลุมช่วงเวลาในอนาคต และ have to แสดงความจำเป็น เนื่องจาก may ทำให้ข้อความไม่แน่นอน นี่จึงเป็นการคาดการณ์ในแง่ดี ไม่ใช่คำรับประกัน และไม่ได้หมายความว่าห้ามกังวล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึงความจำเป็นอาจหมดไปในอนาคต: With reliable meal deliveries, you ____ worry about running out of food again.

ดูคำตอบ

may never have to

Click on the screen or the link in the description.

2:13

คลิกบนหน้าจอหรือลิงก์ในคำอธิบาย

Got a burning question you want answered? สำนวน

2:15

มีคำถามที่คาใจและอยากได้คำตอบไหม

สำนวน

burning question: คำถามเร่งด่วนที่อยากได้คำตอบ

burning question เป็นวลีคำนามเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงคำถามที่รู้สึกว่าเร่งด่วน น่าสนใจจนอยากรู้คำตอบอย่างมาก หรือสำคัญเป็นพิเศษ burning เน้นความต้องการอยากรู้ของผู้พูด ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดกำลังไหม้อยู่จริง ๆ เมื่อวางวลีนี้ในกรอบภาษาพูด Got a ...? การขอให้ส่งคำถามจะกลายเป็นคำเชิญที่มีชีวิตชีวาสำหรับผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึงคำถามเร่งด่วนซึ่งคุณอยากได้คำตอบอย่างมาก: Before the interview ends, I have one ____ for the mayor.

ดูคำตอบ

burning question

Ask it in the comments or on Facebook and Twitter.

2:17

ถามมาได้ในความคิดเห็น หรือทาง Facebook และ Twitter

And if you want the inside scoop สำนวน

2:20

และถ้าคุณอยากรู้ข่าววงใน

on upcoming episode ideas and behind the scenes, สำนวน

2:21

เกี่ยวกับไอเดียตอนต่อ ๆ ไปและเบื้องหลังการถ่ายทำ

check out our personal Instagram and Twitter handles.

2:23

ลองดูบัญชี Instagram และ Twitter ส่วนตัวของเรา

สำนวน

the inside scoop on ...: ข้อมูลวงในเกี่ยวกับ...

ในที่นี้ the inside scoop หมายถึงข้อมูลวงในแบบไม่เป็นทางการที่ผู้ชมยังไม่รู้ เช่น ไอเดียของตอนในอนาคตและรายละเอียดการผลิต ในวลีนี้ scoop ไม่ได้หมายถึงของหนึ่งส่วนที่ตักด้วยช้อน รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ the inside scoop on + หัวข้อ โดยข้อความหลัง on บอกว่าข้อมูลพิเศษนั้นเกี่ยวกับอะไร วลีนี้สื่อว่าผู้พูดเข้าถึงคนที่รู้เรื่องภายใน

แบบฝึกหัด

the inside scoop ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. รายชื่อตอนที่ออกอากาศไปแล้วซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณะ
  2. ไอศกรีมหนึ่งลูกที่ตักด้วยที่ตักไอศกรีม
  3. ข้อมูลล่วงหน้าหรือข้อมูลวงในเกี่ยวกับตอนในอนาคต
ดูคำตอบ

ข้อมูลล่วงหน้าหรือข้อมูลวงในเกี่ยวกับตอนในอนาคต

สำนวน

behind the scenes: เนื้อหาเบื้องหลังการผลิตที่ปกติผู้ชมไม่เห็น

ในประโยคนี้ behind the scenes หมายถึงเนื้อหาเกี่ยวกับการผลิตและการเตรียมงานที่ปกติผู้ชมไม่เห็น ไม่ได้หมายถึงแค่การยืนอยู่หลังฉากเวทีเท่านั้น หลัง and วลีนี้ทำหน้าที่เป็นป้ายสั้น ๆ บอกประเภทเนื้อหา โดยละคำนามที่เข้าใจได้อยู่แล้ว เช่น footage, photos หรือ material โดยทั่วไป behind the scenes ใช้บรรยายส่วนของกิจกรรมที่ซ่อนอยู่หรือไม่ค่อยมีคนเห็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ระหว่างการเตรียมงานที่ปกติคนมองไม่เห็น”: The documentary shows what happens ____ during rehearsals.

ดูคำตอบ

behind the scenes

And subscribe for more weekly science videos.

2:26

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์