พ่อเมินจีพีเอส! 🤣 😮 | ช่วงเวลาฮาๆ ของบลูอี้ - โชว์แอนด์เทล | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: พ่อมองคำแนะนำของระบบนำทางในรถว่าเป็นคำสั่งแบบเจ้ากี้เจ้าการ และปฏิเสธที่จะทำตามซ้ำ ๆ ระหว่างตามหาเซิร์ฟบอร์ดของตน หลังจากหลงทางไปถึง Statue World เขาจึงยอมรับว่าคำแนะนำนั้นมีเหตุผลที่ดี และตกลงอย่างไม่เต็มใจว่าจะลองทำตามอีกครั้ง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Satnav, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: รู้จักคำย่อของระบบนำทางด้วยดาวเทียมที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย พร้อมเข้าใจว่าทำไมครอบครัวจึงพูดกับอุปกรณ์เหมือนเป็นคน ช่วยไม่ให้เข้าใจผิดว่าเป็นชื่อบุคคลและตามมุกการเถียงกับเสียงนำทางได้ทัน 2. switch off — กริยาวลี: เข้าใจว่าในที่นี้หมายถึงการหมดความสนใจ หลุดจากเรื่องที่ฟัง หรือเลิกตั้งใจฟัง ไม่ใช่การปิดเครื่อง สามารถสังเกตและนำไปใช้พูดถึงสมาธิระหว่างคำอธิบายยาว ๆ ชั้นเรียน การบรรยาย หรือบทสนทนาได้ 3. let's give it a go. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: ใช้สำนวนไม่เป็นทางการนี้เพื่อชวนให้ลองทำบางอย่าง โดยเฉพาะหลังจากลังเลหรือไม่เต็มใจ เป็นทางเลือกที่เป็นธรรมชาติของ let’s try it และพบได้บ่อยเป็นพิเศษในบทสนทนาภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hey Satnav, give me directions to 16 Pelton Drive. โน้ต
0:00เฮ้ Satnav ช่วยบอกทางไป 16 Pelton Drive หน่อย
Satnav: ระบบนำทางในรถในภาษาอังกฤษแบบบริติช
Satnav เป็นรูปย่อของ satellite navigation ที่ใช้ในภาษาอังกฤษแบบบริติช โดยทั่วไปหมายถึงอุปกรณ์หรือระบบนำทางในรถ ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่หลายคนเรียกว่า GPS ในประโยคนี้ ผู้พูดเรียก Satnav ราวกับว่าอุปกรณ์เข้าใจคำสั่งได้ คำนี้จึงหมายถึงอุปกรณ์ ไม่ใช่ชื่อคน
แบบฝึกหัด
Satnav ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ชื่อถนน
- คนที่ชื่อ Satnav
- ระบบนำทางในรถ
ดูคำตอบ
ระบบนำทางในรถ
give me directions to + จุดหมาย: การขอเส้นทาง
Give someone directions to + จุดหมาย หมายถึงการบอกคนคนนั้นว่าจะไปถึงสถานที่หนึ่งได้อย่างไร directions เป็นรูปพหูพจน์ เพราะหมายถึงชุดคำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทาง เช่น จุดเลี้ยวและถนน ไม่ใช่เพียงทิศทางกว้าง ๆ ผู้รับคำแนะนำจะอยู่หลัง give และจุดหมายจะอยู่หลัง to: give me directions to 16 Pelton Drive
แบบฝึกหัด
เติมคำขอโดยใช้ give + me + directions + to: Could you ____ the science museum?
ดูคำตอบ
give me directions to
bossing Satnav around: สั่งระบบนำทางโน่นนี่
ใน boss someone around คำว่า boss เป็นคำกริยา หมายถึงการสั่งใครซ้ำ ๆ ด้วยท่าทีที่น่ารำคาญหรือพยายามควบคุม ส่วน around เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปรอบตัวใครจริง ๆ กรรมมักอยู่ระหว่าง boss กับ around เช่น bossing Satnav around ในที่นี้อุปกรณ์นำทางถูกพูดถึงเหมือนเป็นคน จึงทำให้คำวิจารณ์มีอารมณ์ขัน คือเขาพูดราวกับกำลังออกคำสั่งให้อุปกรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่เน้นไว้ ซึ่งหมายถึงการสั่งใครซ้ำ ๆ: Stop ____ me ____.
ดูคำตอบ
bossing · around
What you're calling X, I call Y: ตั้งชื่อใหม่ให้สิ่งเดียวกัน
รูปแบบ What you call X, I call Y ให้ชื่อหรือการตีความสองแบบแก่สิ่งเดียวกัน ส่วนแรกเสนอคำอธิบายของอีกฝ่าย ส่วนที่สองแทนที่ด้วยคำอธิบายของผู้พูด เป็นวิธีสั้น ๆ ในการแสดงความไม่เห็นด้วยหรือเปลี่ยนกรอบมองเรื่องนั้น ในคำบรรยาย What you're calling... ใช้รูปกำลังกระทำ เพราะผู้พูดกำลังตอบโต้คำเรียกที่ใช้กันอยู่ในบทสนทนานั้น ส่วน blah blah blah แทนคำอธิบายที่ผู้ฟังไม่ได้ตั้งใจฟัง และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้
แบบฝึกหัด
ใช้ call เติมรูปแบบการเปลี่ยนกรอบมองให้สมบูรณ์: What you ____ a mistake, I ____ a learning opportunity.
ดูคำตอบ
call · call
ใช้ Does that make sense? เพื่อตรวจว่าคำอธิบายชัดเจนหรือไม่
ใน Does that make sense? คำว่า that ย้อนถึงคำอธิบาย ความคิด หรือแผนที่เพิ่งพูดไป ส่วน make sense หมายถึงชัดเจนหรือเข้าใจได้ ไม่ได้หมายถึงสร้างความรู้สึก คำถามนี้ใช้ตรวจว่าข้อความนั้นเข้าใจและตามได้ง่ายหรือไม่ โดยมักเน้นว่าผู้พูดอธิบายชัดหรือยัง แทนที่จะสื่อว่าผู้ฟังเป็นฝ่ายผิด
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่ใช้ตรวจว่าคำอธิบายชัดเจนหรือไม่: Does that ____?
ดูคำตอบ
make sense
switch off ในความหมายว่าเลิกตั้งใจฟัง
เมื่อคน switch off ความสนใจของพวกเขาจะเหมือนถูกปิดลง ในประโยคนี้เด็ก ๆ ไม่ได้กดสวิตช์ แต่เลิกฟังเพราะผู้พูดพูดนานเกินไป ตรงนี้ switch off ไม่มีกรรมตามหลัง และ Kids เป็นประธาน รูปแบบนี้เมื่อรวมกับบริบทของการพูดยาว ๆ จึงบอกว่าเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การใช้งานอุปกรณ์
แบบฝึกหัด
ในประโยค The audience switched off halfway through the lecture คำว่า switched off หมายถึงอะไร
- พวกเขาเลิกตั้งใจฟัง
- พวกเขาออกไปทันที
- พวกเขาปิดไฟ
ดูคำตอบ
พวกเขาเลิกตั้งใจฟัง
if you talk too long: ใช้ if เพื่อบอกเงื่อนไข
ในที่นี้ if ใช้ขึ้นต้นเงื่อนไข ประโยคหลัก Kids switch off บอกผลลัพธ์ ส่วน if you talk too long บอกว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขใด ประโยคนี้วางผลลัพธ์ไว้ก่อน แล้วจึงตามด้วยเงื่อนไข เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม เมื่อกล่าวถึงเงื่อนไขและผลลัพธ์ที่เป็นจริงโดยทั่วไปแบบนี้ สามารถใช้ present simple ในอนุประโยคทั้งสองส่วนได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคเดิม อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if สื่ออะไร?
- ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ
- คำถามแยกต่างหากเกี่ยวกับระยะเวลาที่พูด
- เงื่อนไขที่อาจทำให้เด็ก ๆ เลิกสนใจ
ดูคำตอบ
เงื่อนไขที่อาจทำให้เด็ก ๆ เลิกสนใจ
clean your ears out: คำแซวคนที่ฟังไม่ชัด
Clean your ears out แปลตรงตัวว่าเอาสิ่งสกปรกหรือขี้หูออกจากหู แต่ในบทสนทนานี้ไม่ได้เป็นคำแนะนำเรื่องความสะอาดอย่างจริงจัง เป็นคำสวนกลับเชิงหยอกที่โทษผู้ฟังว่าได้ยินไม่ชัดหรือไม่ได้ตั้งใจฟัง มุกนี้ทำเหมือนว่าหูของผู้ฟังต้องได้รับการทำความสะอาด ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และน้ำเสียง ประโยคเดียวกันอาจฟังดูขี้เล่น หงุดหงิด หรือเหมือนกำลังดุ
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนานี้ ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า You need to clean your ears out?
- ขอให้ผู้ฟังพูดให้สั้นลง
- ให้คำแนะนำเรื่องความสะอาดของหูอย่างจริงจัง
- พูดแซวและโทษผู้ฟังว่าได้ยินไม่ชัด
ดูคำตอบ
พูดแซวและโทษผู้ฟังว่าได้ยินไม่ชัด
Are we almost at ...? ใช้ถามว่าจุดหมายใกล้หรือยัง
Are we almost at + จุดหมาย? ใช้ถามว่ากลุ่มใกล้จะเดินทางถึงแล้วหรือยัง almost หมายถึง “ยังไม่ถึง แต่ใกล้แล้ว” ส่วน at ใช้นำหน้าจุดหมายที่ผู้เดินทางกำลังเข้าใกล้ ในประโยคนี้ your surfboard เป็นวิธีพูดสั้น ๆ แทน “สถานที่ที่กระดานโต้คลื่นของคุณอยู่” เด็กมองตำแหน่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้วนั้นเป็นจุดหมาย
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงยังไม่ถึงแต่ใกล้แล้ว: Are we ____ the museum?
ดูคำตอบ
almost at
Just be patient: การขอให้รอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น
Be patient บอกให้อีกฝ่ายไม่ต้องรีบและรออย่างใจเย็น ในทางไวยากรณ์เป็นประโยคคำสั่ง และ patient เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง be just ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เพียงเท่านั้น” แต่ทำให้การอดทนดูเป็นสิ่งง่าย ๆ ที่ควรทำในตอนนี้ จึงอาจฟังเหมือนการปลอบใจได้ อย่างไรก็ตาม น้ำเสียงยังสำคัญ เพราะอาจฟังดูอ่อนโยนหรือไม่พอใจก็ได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนกำลังกังวลเพราะหน้าเว็บยังโหลดไม่เสร็จ Just be patient. ขอให้เพื่อนทำอะไรอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?
- รออย่างใจเย็นอีกสักหน่อย
- ออกไปทันที
- ไปเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล
ดูคำตอบ
รออย่างใจเย็นอีกสักหน่อย
I'm done with this game: เบื่อเต็มทีและเลิกเล่น
ในประโยคนี้ I'm done with this game หมายถึง “ฉันพอกับเกมนี้แล้วและจะไม่เล่นต่อ” โครงสร้างคือ be done with + วลีนาม โดย done ในที่นี้ไม่ได้เพียงบอกว่าเล่นเกมจบแล้ว โครงสร้างนี้ใช้ขีดเส้นแบ่งอย่างชัดเจนว่าผู้พูดจะยุติการมีส่วนร่วม วลีนามหลัง with ระบุกิจกรรม สถานการณ์ หรือบุคคลที่ผู้พูดไม่ต้องการเกี่ยวข้องด้วยอีกต่อไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ชัดที่สุดว่าผู้พูดทนเกมนี้ไม่ไหวแล้วและจะไม่เล่นต่อ?
- I've finished this game.
- I'm done with this game.
- I'm taking a break from this game.
ดูคำตอบ
I'm done with this game.
In 50m: ระยะทางก่อนถึงจุดเลี้ยว
ในคำสั่งนำทาง in + ระยะทาง บอกว่าต้องเดินทางต่อไปอีกไกลเท่าใดก่อนทำตามคำสั่งถัดไป In 50m หมายถึง “เดินทางต่อไปอีก 50 เมตรแล้วจึงทำ” หรือ “ที่จุดห่างจากที่นี่ 50 เมตร” ไม่ได้หมายถึง “ข้างในพื้นที่ 50 เมตร” Turn left คือการกระทำที่ต้องทำเมื่อถึงจุดนั้น รูปแบบสั้นนี้พบได้ทั่วไปทั้งในเสียงนำทางและคำสั่งเส้นทางบนหน้าจอ
แบบฝึกหัด
ในคำสั่งนำทาง “In 50m, turn left,” คำว่า “In 50m” หมายความว่าอย่างไร?
- ที่ใดที่หนึ่งภายในพื้นที่ 50 เมตร
- เป็นเวลา 50 นาที
- หลังจากเดินทางต่อไปอีก 50 เมตร
ดูคำตอบ
หลังจากเดินทางต่อไปอีก 50 เมตร
I don't want to: ละการกระทำที่ทราบอยู่แล้ว
เมื่อมีการกล่าวถึงการกระทำไว้แล้ว ภาษาอังกฤษสามารถละวลีกริยาหลัง want to และคงไว้เพียง to ได้ ในที่นี้ I don't want to หมายถึง I don't want to turn left คำว่า to ท้ายประโยคคือเครื่องหมาย infinitive ที่ยังคงอยู่หลังการละคำ ไม่ใช่ข้อผิดพลาดหรือประโยคที่พูดไม่จบ วิธีนี้ช่วยเลี่ยงการพูดซ้ำข้อมูลที่ผู้ฟังเข้าใจได้จากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยรูปสั้นที่เป็นธรรมชาติและไม่ต้องพูด join the hike ซ้ำ: A: Do you want to join the hike? B: No, ____.
ดูคำตอบ
I don't want to
say no to Satnav: ปฏิเสธคำขอหรือคำแนะนำ
Say no to someone or something หมายถึงปฏิเสธคำขอของใครบางคน หรือไม่ยอมรับสิ่งของ ความคิด หรือการกระทำ โดยมีโครงสร้าง say no to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ในที่นี้ Satnav คือระบบนำทาง ดังนั้น say no to Satnav หมายถึงปฏิเสธที่จะทำตามคำแนะนำของระบบ ไม่ใช่เพียงพูดคำว่า no ใกล้อุปกรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่มีความหมายว่า refused: After comparing the costs, Priya ____ the proposal.
ดูคำตอบ
said no to
I'm sick of it telling me what to do: be sick of + คน + -ing
ในประโยคนี้ be sick of หมายถึงเบื่อหรือรำคาญมากจนทนไม่ไหว ไม่ได้หมายถึงป่วยทางร่างกาย และแสดงว่าผู้พูดหมดความอดทนแล้ว หลัง of กลุ่มคำ -ing ทั้งหมดคือ it telling me what to do ซึ่งระบุพฤติกรรมที่ทำให้รำคาญ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be sick of + คนหรือคำสรรพนาม + -ing ซึ่งบอกให้ชัดว่าใครทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่ทำให้คุณรำคาญ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย sick of: I'm ____ my neighbor playing loud music every night.
ดูคำตอบ
sick of
Proceed to the route: proceed to + จุดหมาย แบบเป็นทางการ
Proceed to the route เป็นคำสั่งนำทางแบบเป็นทางการที่บอกให้ผู้ขับขี่มุ่งหน้าไปและกลับเข้าสู่เส้นทางที่วางไว้ ในที่นี้ proceed เป็นเพียงกริยาสั่งการแบบเป็นทางการที่หมายถึงไปหรือเดินหน้าต่อ ไม่ได้อธิบายการกระทำที่ซับซ้อน โครงสร้าง proceed to + จุดหมาย พบได้บ่อยในประกาศและคำแนะนำ การเลือกคำที่เป็นทางการนี้ทำให้คำสั่งฟังดูเป็นมาตรฐานและไม่เป็นส่วนตัว
แบบฝึกหัด
'Please proceed to the exit' ฟังดูเป็นธรรมชาติที่สุดในสถานการณ์ใด
- ในข้อความสบาย ๆ ถึงเพื่อนสนิท
- ในประกาศสาธารณะอย่างเป็นทางการ
- ในบันทึกส่วนตัวเกี่ยวกับความฝัน
ดูคำตอบ
ในประกาศสาธารณะอย่างเป็นทางการ
You proceed to the route. ในฐานะคำพูดโต้กลับเชิงท้าทาย
ในที่นี้ You proceed to the route. เป็นการโยนคำสั่งที่ระบบนำทางเพิ่งพูดกลับไปหาตัวระบบเอง การเติมประธาน you ทำให้คำสั่งที่เดิมพูดกับคนขับกลายเป็นคำสั่งเลียนแบบเชิงล้อเลียนที่พูดกับอุปกรณ์ ผู้พูดไม่ได้กำลังบอกทางให้อุปกรณ์จริง ๆ การพูดคำสั่งซ้ำแล้วโยนกลับไปแบบนี้สื่อว่าไม่ยอมร่วมมือ และฟังคล้ายคำตอบเชิงยั่วว่า “คุณก็ทำเองสิ”
แบบฝึกหัด
ระบบนำทางเพิ่งพูดว่า Proceed to the route. คำตอบ You proceed to the route. ทำหน้าที่อย่างไร?
- ยืนยันว่าคนขับจะขับตามเส้นทาง
- โยนคำสั่งกลับไปให้ระบบและปฏิเสธที่จะร่วมมือ
- ขอให้ระบบคำนวณเส้นทางอื่นอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ
โยนคำสั่งกลับไปให้ระบบและปฏิเสธที่จะร่วมมือ
I do what I want. ในฐานะการประกาศอิสระเชิงต่อต้าน
I do what I want. มีความหมายตรงตัวว่าผู้พูดทำสิ่งที่ตนเองเลือก อนุประโยค what I want ทำหน้าที่เป็นกรรมของ do และหมายถึง “สิ่งที่ฉันอยากทำ” ในการโต้ตอบนี้ ประโยคดังกล่าวเป็นการประกาศอิสระอย่างแข็งกร้าวว่า “คุณมาสั่งฉันไม่ได้” เป็นการปฏิเสธการควบคุม ไม่ใช่การบอกนิสัยแบบเป็นกลาง จึงอาจฟังดูดื้อ เป็นเด็ก หรือยั่วยุ
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: ในการประชุมทีมแบบเป็นทางการ การพูดว่า I do what I want. เป็นวิธีแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพและพร้อมร่วมมือ
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
Watch me. ในฐานะคำตอบเชิงท้าทาย
หลังจากมีคนพูดว่าคุณทำบางอย่างไม่ได้หรือจะไม่ทำ Watch me. อาจหมายถึง “คอยดูนะ ฉันจะพิสูจน์ว่าฉันทำได้” นี่เป็นคำตอบเชิงท้าทายสั้น ๆ ไม่ใช่แค่การขอให้อีกฝ่ายมองผู้พูด ไม่ได้ระบุว่าจะทำอะไร เพราะประโยคก่อนหน้าให้ข้อมูลนั้นแล้ว ผู้พูดตั้งใจจะตอบข้อสงสัยด้วยการลงมือทำ
แบบฝึกหัด
A: You can't finish that difficult puzzle. B: Watch me. B หมายความว่าอย่างไร?
- B ต้องการให้ A มองใบหน้าของ B
- B จะลงมือพิสูจน์ว่า A เป็นฝ่ายผิด
- B เห็นด้วยว่าทำปริศนานั้นให้เสร็จไม่ได้
ดูคำตอบ
B จะลงมือพิสูจน์ว่า A เป็นฝ่ายผิด
If ..., you're going to ... สำหรับผลที่น่าจะเกิดขึ้น
อนุประโยค if บอกเงื่อนไข คือ คุณไม่ทำตามระบบนำทาง ส่วนประโยคหลักคาดการณ์ผลที่น่าจะเกิดขึ้น คือ คุณจะหลงทาง โครงสร้างนี้เชื่อมการกระทำที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคตกับผลที่ผู้พูดคาดว่าจะตามมา สำหรับเงื่อนไขเกี่ยวกับอนาคตแบบนี้ อนุประโยค if ปกติใช้ present simple ไม่ใช้ will: If you ignore .... ส่วน be going to ในประโยคหลักใช้คาดการณ์อนาคตจากสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ If ..., be going to ... อย่างถูกต้องเพื่อเตือนถึงผลที่น่าจะเกิดขึ้น?
- If you leave the window open, the room going to get cold.
- If you leave the window open, the room is going to get cold.
- If you will leave the window open, the room is going to get cold.
ดูคำตอบ
If you leave the window open, the room is going to get cold.
we'll see: ยังไม่ยอมรับข้อสรุปและรอดูผล
ในคำตอบนี้ we'll see ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดจะมองดูอะไรจริง ๆ แต่หมายถึง “ตอนนี้ฉันยังไม่ยอมรับข้อสรุปนั้น ผลลัพธ์จะเป็นตัวบอกว่าใครถูก” สำนวนนี้เป็นการยังไม่เห็นด้วยและอาจฟังดูสงสัยหรือท้าทายเล็กน้อย ในบริบทอื่นยังใช้เพื่อเลื่อนการตัดสินใจออกไปได้ จึงไม่ได้แปลว่าตอบตกลงเสมอไป
แบบฝึกหัด
ใน “Well, we'll see.” ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรด้วย we'll see?
- อีกไม่นานเราจะมองดูสิ่งของจริง ๆ
- ตอนนี้ฉันยังไม่ยอมรับข้อสรุปนั้น ผลลัพธ์จะเป็นตัวตัดสิน
- ตอนนี้ฉันเห็นด้วยกับคุณอย่างเต็มที่
ดูคำตอบ
ตอนนี้ฉันยังไม่ยอมรับข้อสรุปนั้น ผลลัพธ์จะเป็นตัวตัดสิน
Nah, I don't think so, love: การปฏิเสธแบบกันเองที่มีท่าที
ในที่นี้ Nah และ I don't think so ทำงานร่วมกันเพื่อปฏิเสธคำสั่ง ไม่ใช่แค่บอกความคิดเห็นที่ไม่แน่ใจ Nah เป็นคำที่กันเองมาก จึงทำให้การปฏิเสธตรงและเป็นภาษาพูด love ที่ท้ายประโยคเป็นคำเรียกคนในภาษาอังกฤษแบบบริติชบางกลุ่ม ตัวคำไม่ได้แสดงความรักเชิงโรแมนติก การเรียกเสียงนำทางแบบนี้ทำให้คำตอบฟังเหมือนหยอก เย้ย หรือจงใจเถียงกลับ
แบบฝึกหัด
ใน “Nah, I don't think so, love.” ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลัก?
- ถามอย่างเป็นกลางว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร
- ปฏิเสธคำสั่งแบบกันเองด้วยท่าทีหยอกหรือดูแคลน
- ประกาศความรักเชิงโรแมนติกอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
ปฏิเสธคำสั่งแบบกันเองด้วยท่าทีหยอกหรือดูแคลน
Do a U-turn: กลับรถไปในทิศตรงข้าม
U-turn คือการขับรถเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้รถกลับไปวิ่งในทิศตรงข้าม ชื่อนี้มาจากเส้นทางที่มีรูปร่างเหมือนตัวอักษร U ใน Do a U-turn คำว่า do ใช้บอกการกระทำที่ต้องทำ ประโยคนี้เป็นคำสั่งนำทางโดยตรง ไม่ใช่การเลี้ยวซ้ายหรือขวาตามปกติ เพราะสุดท้ายรถจะวิ่งไปในทิศตรงข้าม
แบบฝึกหัด
ระบบนำทางพูดว่า "Do a U-turn." คนขับควรทำอย่างไร?
- ขับต่อไปในทิศทางเดิม
- เลี้ยวขวาตามปกติ
- กลับรถแล้วขับไปในทิศตรงข้าม
ดูคำตอบ
กลับรถแล้วขับไปในทิศตรงข้าม
Nah, I'm good: วิธีปฏิเสธแบบสบาย ๆ
เมื่อมีคนเสนอหรือแนะนำบางอย่าง I'm good มักหมายความว่าคุณไม่ต้องการสิ่งนั้นหรือพอใจกับสภาพตอนนี้ เป็นการปฏิเสธ ไม่ใช่การบอกว่าสุขภาพหรืออารมณ์เป็นอย่างไร Nah ทำให้คำว่าไม่ในภาษาพูดชัดเจนขึ้น ในที่นี้คำตอบทั้งประโยคใช้ปฏิเสธคำสั่งด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ และไม่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า "Would you like another slice?" คุณตอบว่า "I'm good, thanks." คุณหมายความว่าอย่างไร?
- วันนี้ฉันรู้สึกสุขภาพดี
- ไม่ ขอบคุณ ฉันไม่ต้องการอีกชิ้น
- เอาสิ ขออีกชิ้นหนึ่ง
ดูคำตอบ
ไม่ ขอบคุณ ฉันไม่ต้องการอีกชิ้น
We told you. ในความหมายว่า “บอกแล้วไง”
We told you. ไม่ได้เป็นเพียงการเล่าว่าเคยพูดคุยกันในอดีต ที่นี่หมายถึง “เราเตือนคุณไปแล้ว และสิ่งที่เกิดขึ้นพิสูจน์ว่าเราพูดถูก” คำตอบสั้น ๆ นี้ย้อนถึงคำแนะนำที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำตาม จึงอาจแฝงการตำหนิ ความไม่พอใจ หรือท่าทีแบบพอใจว่า “เห็นไหม”
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความ: เพื่อนไม่ฟังคำเตือนของคุณ แล้วปัญหาที่คาดไว้ก็เกิดขึ้น การพูดว่า “We told you.” อาจสื่อว่า “คุณน่าจะฟังพวกเรา”
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
จริง
How am I going to find...? เพื่อแสดงความกังวลว่าจะหาทางออกอย่างไร
How am I going to + คำกริยารูปพื้นฐาน...? ใช้ถามว่าผู้พูดจะทำสิ่งหนึ่งให้สำเร็จในอนาคตได้อย่างไร ในประโยคนี้ going to เป็นส่วนของโครงสร้างอนาคต ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใดจริง ๆ เมื่อปัญหาดูยาก โครงสร้างนี้มักสื่อความกังวลหรือความรู้สึกจนปัญญาไปพร้อมกับการถามหาวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงว่าเป็นการขอความช่วยเหลือจริง ๆ หรือเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความกังวล
แบบฝึกหัด
เติมคำถามที่แสดงความกังวลด้วยโครงสร้าง How am I going to...?: How ____ to get home without a map?
ดูคำตอบ
am I going
just have to do what Satnav says: แค่ทำตามที่ระบบนำทางบอก
have to แสดงความจำเป็นหรือสิ่งที่ต้องทำ เมื่อมี just ผู้พูดจะนำเสนอสิ่งที่จำเป็นนั้นว่าเป็นเพียงขั้นตอนง่าย ๆ ขั้นตอนเดียว โดยไม่ต้องทำอะไรที่ซับซ้อนกว่านี้ ใน do what Satnav says ส่วน what Satnav says หมายถึง “สิ่งที่ระบบนำทางบอก” และทำหน้าที่เป็นกรรมของ do ส่วนนี้ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า Satnav says ไม่ใช่ does Satnav say
แบบฝึกหัด
เติมคำที่มีความหมายว่า “สิ่งที่...” เพื่อทำอนุประโยคให้สมบูรณ์: During the safety drill, you just have to do ____ the leader says.
ดูคำตอบ
what
Even though she's bossing me around?: ทั้งที่เธอคอยสั่งฉันไปมาเนี่ยนะ?
even though ใช้นำความหมายแบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง ผู้พูดยอมรับว่าเธอกำลังคอยสั่งเขา แต่ถามว่าคำแนะนำก่อนหน้านี้ยังใช้ได้อยู่หรือไม่ แม้จะมีข้อกังวลดังกล่าว ประโยคนี้เป็นส่วนที่ละไว้ในบทสนทนา โดยละคำถามหลักเพราะเข้าใจได้จากบริบท ความหมายเต็ม ๆ ใกล้เคียงกับ Even though she's bossing me around, I should still do what she says? ส่วน boss someone around หมายถึงคอยออกคำสั่งใส่ใครบางคนในลักษณะที่ควบคุมหรือชวนให้รำคาญ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ even though เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นแม้จะมีอุปสรรค?
- Because the shop was closing, we left early.
- Even though the shop was closing, they let us in.
- The shop was closing, so we left early.
ดูคำตอบ
Even though the shop was closing, they let us in.
for a good reason: ด้วยเหตุผลที่สมควร
for a good reason หมายถึงการกระทำหนึ่งมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ถูกต้อง หรือชอบธรรม ในสำนวนนี้ good หมายถึงเหตุผลที่ฟังขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงคำชมว่าเหตุผลนั้น “ดี” ในโครงสร้าง do something for a good reason คำว่า for ใช้นำเสนอเหตุผลเบื้องหลังการกระทำ สำนวนนี้มักช่วยยืนยันว่าการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่มหรือไร้จุดหมาย
แบบฝึกหัด
เลือกความหมายที่เหมาะสมที่สุดของประโยคนี้: She's doing it for a good reason.
- เธอมีเหตุผลที่สมควรในการทำแบบนั้น
- เธอกำลังพยายามหาเหตุผลเพื่อทำแบบนั้น
- เธอทำแบบนั้นเพื่อให้ได้รับคำชม
ดูคำตอบ
เธอมีเหตุผลที่สมควรในการทำแบบนั้น
let's give it a go: ชวนให้ลองทำด้วยกัน
give it a go เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ลองทำดู” คำสรรพนาม it หมายถึงกิจกรรม แผน หรือวิธีการ ส่วน go ในที่นี้หมายถึงการลองหนึ่งครั้ง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ let's ทำให้สำนวนนี้กลายเป็นคำชวนอย่างเป็นมิตรให้ผู้พูดกับคนอื่นลองทำบางอย่างร่วมกัน เป็นการแสดงความเต็มใจที่จะลองโดยไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัว give it a go ในประโยคใหม่นี้ให้สมบูรณ์: This puzzle looks difficult, but let's ____.
ดูคำตอบ
give it a go
like she says: like แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง as
ใน like she says คำว่า like เชื่อมอนุประโยค she says และหมายถึงตามที่เธอบอกหรือตามคำสั่งของเธอ วลีนี้บอกว่าต้องเลี้ยวอย่างไร นั่นคือให้ทำตามคำแนะนำของระบบนำทาง like ในที่นี้เป็นคำเชื่อมอนุประโยค ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงชอบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำ + like + ประธาน + กริยา ซึ่งหมายถึงทำสิ่งนั้นตามวิธีที่ใครบางคนพูดหรือสาธิตไว้
แบบฝึกหัด
ใน Now turn right like she says วลี like she says หมายถึงอะไร
- ตามวิธีที่เธอสั่ง
- เพราะเธอชอบการเลี้ยวครั้งนี้
- ด้วยวิธีที่ดูคล้ายเธอ
ดูคำตอบ
ตามวิธีที่เธอสั่ง
This better work: had better แบบไม่เป็นทางการที่ละ had
This better work เป็นรูปแบบไม่เป็นทางการของ This had better work โดยละ had ไว้ โครงสร้าง had better + กริยารูปพื้นฐาน แสดงความคาดหวังอย่างมากว่าบางสิ่งต้องเกิดขึ้น ในที่นี้วิธีนี้ต้องสำเร็จ และสื่อว่าผู้พูดจะหงุดหงิดหรือเกิดปัญหาหากไม่สำเร็จ better ในที่นี้ไม่ได้เปรียบเทียบสองสิ่ง work เป็นกริยารูปพื้นฐานหลัง had better และหมายถึงได้ผลหรือสำเร็จ
แบบฝึกหัด
เขียนประโยคไม่เป็นทางการนี้ใหม่เป็นรูปเต็ม: This ____ work.
ดูคำตอบ
had better