พ่อเมินจีพีเอส! 🤣 😮 | ช่วงเวลาฮาๆ ของบลูอี้ - โชว์แอนด์เทล | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
268 คำ 157 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: พ่อมองคำแนะนำของระบบนำทางในรถว่าเป็นคำสั่งแบบเจ้ากี้เจ้าการ และปฏิเสธที่จะทำตามซ้ำ ๆ ระหว่างตามหาเซิร์ฟบอร์ดของตน หลังจากหลงทางไปถึง Statue World เขาจึงยอมรับว่าคำแนะนำนั้นมีเหตุผลที่ดี และตกลงอย่างไม่เต็มใจว่าจะลองทำตามอีกครั้ง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Satnav, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: รู้จักคำย่อของระบบนำทางด้วยดาวเทียมที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย พร้อมเข้าใจว่าทำไมครอบครัวจึงพูดกับอุปกรณ์เหมือนเป็นคน ช่วยไม่ให้เข้าใจผิดว่าเป็นชื่อบุคคลและตามมุกการเถียงกับเสียงนำทางได้ทัน 2. switch off — กริยาวลี: เข้าใจว่าในที่นี้หมายถึงการหมดความสนใจ หลุดจากเรื่องที่ฟัง หรือเลิกตั้งใจฟัง ไม่ใช่การปิดเครื่อง สามารถสังเกตและนำไปใช้พูดถึงสมาธิระหว่างคำอธิบายยาว ๆ ชั้นเรียน การบรรยาย หรือบทสนทนาได้ 3. let's give it a go. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: ใช้สำนวนไม่เป็นทางการนี้เพื่อชวนให้ลองทำบางอย่าง โดยเฉพาะหลังจากลังเลหรือไม่เต็มใจ เป็นทางเลือกที่เป็นธรรมชาติของ let’s try it และพบได้บ่อยเป็นพิเศษในบทสนทนาภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey Satnav, give me directions to 16 Pelton Drive. โน้ต

0:00

เฮ้ Satnav ช่วยบอกทางไป 16 Pelton Drive หน่อย

วัฒนธรรม

Satnav: ระบบนำทางในรถในภาษาอังกฤษแบบบริติช

Satnav เป็นรูปย่อของ satellite navigation ที่ใช้ในภาษาอังกฤษแบบบริติช โดยทั่วไปหมายถึงอุปกรณ์หรือระบบนำทางในรถ ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่หลายคนเรียกว่า GPS ในประโยคนี้ ผู้พูดเรียก Satnav ราวกับว่าอุปกรณ์เข้าใจคำสั่งได้ คำนี้จึงหมายถึงอุปกรณ์ ไม่ใช่ชื่อคน

แบบฝึกหัด

Satnav ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ชื่อถนน
  2. คนที่ชื่อ Satnav
  3. ระบบนำทางในรถ
ดูคำตอบ

ระบบนำทางในรถ

วลี

give me directions to + จุดหมาย: การขอเส้นทาง

Give someone directions to + จุดหมาย หมายถึงการบอกคนคนนั้นว่าจะไปถึงสถานที่หนึ่งได้อย่างไร directions เป็นรูปพหูพจน์ เพราะหมายถึงชุดคำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทาง เช่น จุดเลี้ยวและถนน ไม่ใช่เพียงทิศทางกว้าง ๆ ผู้รับคำแนะนำจะอยู่หลัง give และจุดหมายจะอยู่หลัง to: give me directions to 16 Pelton Drive

แบบฝึกหัด

เติมคำขอโดยใช้ give + me + directions + to: Could you ____ the science museum?

ดูคำตอบ

give me directions to

Now he's bossing Satnav around. กริยาวลี

0:03

ตอนนี้พ่อกำลังชี้นิ้วสั่ง Satnav แล้ว

กริยาวลี

bossing Satnav around: สั่งระบบนำทางโน่นนี่

ใน boss someone around คำว่า boss เป็นคำกริยา หมายถึงการสั่งใครซ้ำ ๆ ด้วยท่าทีที่น่ารำคาญหรือพยายามควบคุม ส่วน around เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปรอบตัวใครจริง ๆ กรรมมักอยู่ระหว่าง boss กับ around เช่น bossing Satnav around ในที่นี้อุปกรณ์นำทางถูกพูดถึงเหมือนเป็นคน จึงทำให้คำวิจารณ์มีอารมณ์ขัน คือเขาพูดราวกับกำลังออกคำสั่งให้อุปกรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่เน้นไว้ ซึ่งหมายถึงการสั่งใครซ้ำ ๆ: Stop ____ me ____.

ดูคำตอบ

bossing · around

Okay, listen.

0:05

โอเค ฟังนะ

Seven.

0:07

เจ็ด

Let me explain something to you.

0:08

ให้พ่ออธิบายอะไรให้ลูกฟังหน่อยนะ

What you're calling bossing around, ไวยากรณ์

0:09

สิ่งที่ลูกเรียกว่าชี้นิ้วสั่ง

I call blah blah blah cleaning toilets

0:11

พ่อเรียกว่า บลา บลา บลา ล้างห้องน้ำ

ไวยากรณ์

What you're calling X, I call Y: ตั้งชื่อใหม่ให้สิ่งเดียวกัน

รูปแบบ What you call X, I call Y ให้ชื่อหรือการตีความสองแบบแก่สิ่งเดียวกัน ส่วนแรกเสนอคำอธิบายของอีกฝ่าย ส่วนที่สองแทนที่ด้วยคำอธิบายของผู้พูด เป็นวิธีสั้น ๆ ในการแสดงความไม่เห็นด้วยหรือเปลี่ยนกรอบมองเรื่องนั้น ในคำบรรยาย What you're calling... ใช้รูปกำลังกระทำ เพราะผู้พูดกำลังตอบโต้คำเรียกที่ใช้กันอยู่ในบทสนทนานั้น ส่วน blah blah blah แทนคำอธิบายที่ผู้ฟังไม่ได้ตั้งใจฟัง และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้

แบบฝึกหัด

ใช้ call เติมรูปแบบการเปลี่ยนกรอบมองให้สมบูรณ์: What you ____ a mistake, I ____ a learning opportunity.

ดูคำตอบ

call · call

blah blah blah blah blah solitary confinement.

0:14

บลา บลา บลา บลา บลา ขังเดี่ยว

Does that make sense? น้ำเสียง/เจตนา

0:17

เข้าใจไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Does that make sense? เพื่อตรวจว่าคำอธิบายชัดเจนหรือไม่

ใน Does that make sense? คำว่า that ย้อนถึงคำอธิบาย ความคิด หรือแผนที่เพิ่งพูดไป ส่วน make sense หมายถึงชัดเจนหรือเข้าใจได้ ไม่ได้หมายถึงสร้างความรู้สึก คำถามนี้ใช้ตรวจว่าข้อความนั้นเข้าใจและตามได้ง่ายหรือไม่ โดยมักเน้นว่าผู้พูดอธิบายชัดหรือยัง แทนที่จะสื่อว่าผู้ฟังเป็นฝ่ายผิด

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้ตรวจว่าคำอธิบายชัดเจนหรือไม่: Does that ____?

ดูคำตอบ

make sense

No.

0:18

ไม่

Why not?

0:19

ทำไมล่ะ?

Too much telling.

0:20

พ่อสอนมากเกินไป

Kids switch off if you talk too long. โน้ต

0:21

เด็กๆ จะเลิกฟังถ้าพ่อพูดนานเกินไป

กริยาวลี

switch off ในความหมายว่าเลิกตั้งใจฟัง

เมื่อคน switch off ความสนใจของพวกเขาจะเหมือนถูกปิดลง ในประโยคนี้เด็ก ๆ ไม่ได้กดสวิตช์ แต่เลิกฟังเพราะผู้พูดพูดนานเกินไป ตรงนี้ switch off ไม่มีกรรมตามหลัง และ Kids เป็นประธาน รูปแบบนี้เมื่อรวมกับบริบทของการพูดยาว ๆ จึงบอกว่าเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การใช้งานอุปกรณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยค The audience switched off halfway through the lecture คำว่า switched off หมายถึงอะไร

  1. พวกเขาเลิกตั้งใจฟัง
  2. พวกเขาออกไปทันที
  3. พวกเขาปิดไฟ
ดูคำตอบ

พวกเขาเลิกตั้งใจฟัง

ไวยากรณ์

if you talk too long: ใช้ if เพื่อบอกเงื่อนไข

ในที่นี้ if ใช้ขึ้นต้นเงื่อนไข ประโยคหลัก Kids switch off บอกผลลัพธ์ ส่วน if you talk too long บอกว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขใด ประโยคนี้วางผลลัพธ์ไว้ก่อน แล้วจึงตามด้วยเงื่อนไข เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม เมื่อกล่าวถึงเงื่อนไขและผลลัพธ์ที่เป็นจริงโดยทั่วไปแบบนี้ สามารถใช้ present simple ในอนุประโยคทั้งสองส่วนได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคเดิม อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if สื่ออะไร?

  1. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ
  2. คำถามแยกต่างหากเกี่ยวกับระยะเวลาที่พูด
  3. เงื่อนไขที่อาจทำให้เด็ก ๆ เลิกสนใจ
ดูคำตอบ

เงื่อนไขที่อาจทำให้เด็ก ๆ เลิกสนใจ

Ah, well you need to clean your ears out. สำนวน

0:24

อา งั้นลูกต้องไปแคะหูซะหน่อยแล้ว

สำนวน

clean your ears out: คำแซวคนที่ฟังไม่ชัด

Clean your ears out แปลตรงตัวว่าเอาสิ่งสกปรกหรือขี้หูออกจากหู แต่ในบทสนทนานี้ไม่ได้เป็นคำแนะนำเรื่องความสะอาดอย่างจริงจัง เป็นคำสวนกลับเชิงหยอกที่โทษผู้ฟังว่าได้ยินไม่ชัดหรือไม่ได้ตั้งใจฟัง มุกนี้ทำเหมือนว่าหูของผู้ฟังต้องได้รับการทำความสะอาด ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และน้ำเสียง ประโยคเดียวกันอาจฟังดูขี้เล่น หงุดหงิด หรือเหมือนกำลังดุ

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนานี้ ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า You need to clean your ears out?

  1. ขอให้ผู้ฟังพูดให้สั้นลง
  2. ให้คำแนะนำเรื่องความสะอาดของหูอย่างจริงจัง
  3. พูดแซวและโทษผู้ฟังว่าได้ยินไม่ชัด
ดูคำตอบ

พูดแซวและโทษผู้ฟังว่าได้ยินไม่ชัด

Clean your ears out, that's eight.

0:26

แคะหูซะ นั่นครั้งที่แปดแล้ว

Are we almost at your surfboard? วลี

0:32

โอ้ เราเกือบจะถึงกระดานโต้คลื่นของพ่อหรือยัง?

วลี

Are we almost at ...? ใช้ถามว่าจุดหมายใกล้หรือยัง

Are we almost at + จุดหมาย? ใช้ถามว่ากลุ่มใกล้จะเดินทางถึงแล้วหรือยัง almost หมายถึง “ยังไม่ถึง แต่ใกล้แล้ว” ส่วน at ใช้นำหน้าจุดหมายที่ผู้เดินทางกำลังเข้าใกล้ ในประโยคนี้ your surfboard เป็นวิธีพูดสั้น ๆ แทน “สถานที่ที่กระดานโต้คลื่นของคุณอยู่” เด็กมองตำแหน่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้วนั้นเป็นจุดหมาย

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงยังไม่ถึงแต่ใกล้แล้ว: Are we ____ the museum?

ดูคำตอบ

almost at

Not yet.

0:34

ยังเลย

Just be patient. น้ำเสียง/เจตนา

0:34

แค่ใจเย็นๆ

น้ำเสียง/เจตนา

Just be patient: การขอให้รอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น

Be patient บอกให้อีกฝ่ายไม่ต้องรีบและรออย่างใจเย็น ในทางไวยากรณ์เป็นประโยคคำสั่ง และ patient เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง be just ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เพียงเท่านั้น” แต่ทำให้การอดทนดูเป็นสิ่งง่าย ๆ ที่ควรทำในตอนนี้ จึงอาจฟังเหมือนการปลอบใจได้ อย่างไรก็ตาม น้ำเสียงยังสำคัญ เพราะอาจฟังดูอ่อนโยนหรือไม่พอใจก็ได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังกังวลเพราะหน้าเว็บยังโหลดไม่เสร็จ Just be patient. ขอให้เพื่อนทำอะไรอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. รออย่างใจเย็นอีกสักหน่อย
  2. ออกไปทันที
  3. ไปเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล
ดูคำตอบ

รออย่างใจเย็นอีกสักหน่อย

Be patient.

0:35

ใจเย็นหรอ?

Nine.

0:36

เก้า

Oh man, I'm done with this game. น้ำเสียง/เจตนา

0:37

โธ่เอ๊ย หนูเลิกเล่นเกมนี้แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

I'm done with this game: เบื่อเต็มทีและเลิกเล่น

ในประโยคนี้ I'm done with this game หมายถึง “ฉันพอกับเกมนี้แล้วและจะไม่เล่นต่อ” โครงสร้างคือ be done with + วลีนาม โดย done ในที่นี้ไม่ได้เพียงบอกว่าเล่นเกมจบแล้ว โครงสร้างนี้ใช้ขีดเส้นแบ่งอย่างชัดเจนว่าผู้พูดจะยุติการมีส่วนร่วม วลีนามหลัง with ระบุกิจกรรม สถานการณ์ หรือบุคคลที่ผู้พูดไม่ต้องการเกี่ยวข้องด้วยอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ชัดที่สุดว่าผู้พูดทนเกมนี้ไม่ไหวแล้วและจะไม่เล่นต่อ?

  1. I've finished this game.
  2. I'm done with this game.
  3. I'm taking a break from this game.
ดูคำตอบ

I'm done with this game.

In 50m, turn left. วัฒนธรรม

0:39

ในอีก 50 เมตร เลี้ยวซ้าย

วัฒนธรรม

In 50m: ระยะทางก่อนถึงจุดเลี้ยว

ในคำสั่งนำทาง in + ระยะทาง บอกว่าต้องเดินทางต่อไปอีกไกลเท่าใดก่อนทำตามคำสั่งถัดไป In 50m หมายถึง “เดินทางต่อไปอีก 50 เมตรแล้วจึงทำ” หรือ “ที่จุดห่างจากที่นี่ 50 เมตร” ไม่ได้หมายถึง “ข้างในพื้นที่ 50 เมตร” Turn left คือการกระทำที่ต้องทำเมื่อถึงจุดนั้น รูปแบบสั้นนี้พบได้ทั่วไปทั้งในเสียงนำทางและคำสั่งเส้นทางบนหน้าจอ

แบบฝึกหัด

ในคำสั่งนำทาง “In 50m, turn left,” คำว่า “In 50m” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ที่ใดที่หนึ่งภายในพื้นที่ 50 เมตร
  2. เป็นเวลา 50 นาที
  3. หลังจากเดินทางต่อไปอีก 50 เมตร
ดูคำตอบ

หลังจากเดินทางต่อไปอีก 50 เมตร

No.

0:43

ไม่

Turn left here.

0:45

เลี้ยวซ้ายที่นี่

No.

0:47

ไม่

I don't want to. ไวยากรณ์

0:48

ฉันไม่อยากทำ

ไวยากรณ์

I don't want to: ละการกระทำที่ทราบอยู่แล้ว

เมื่อมีการกล่าวถึงการกระทำไว้แล้ว ภาษาอังกฤษสามารถละวลีกริยาหลัง want to และคงไว้เพียง to ได้ ในที่นี้ I don't want to หมายถึง I don't want to turn left คำว่า to ท้ายประโยคคือเครื่องหมาย infinitive ที่ยังคงอยู่หลังการละคำ ไม่ใช่ข้อผิดพลาดหรือประโยคที่พูดไม่จบ วิธีนี้ช่วยเลี่ยงการพูดซ้ำข้อมูลที่ผู้ฟังเข้าใจได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยรูปสั้นที่เป็นธรรมชาติและไม่ต้องพูด join the hike ซ้ำ: A: Do you want to join the hike? B: No, ____.

ดูคำตอบ

I don't want to

Dad, what are you doing?

0:48

พ่อ พ่อกำลังทำอะไรอยู่?

Did you just say no to Satnav? วลี

0:50

พ่อเพิ่งพูดว่าไม่กับ Satnav หรอ?

วลี

say no to Satnav: ปฏิเสธคำขอหรือคำแนะนำ

Say no to someone or something หมายถึงปฏิเสธคำขอของใครบางคน หรือไม่ยอมรับสิ่งของ ความคิด หรือการกระทำ โดยมีโครงสร้าง say no to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ในที่นี้ Satnav คือระบบนำทาง ดังนั้น say no to Satnav หมายถึงปฏิเสธที่จะทำตามคำแนะนำของระบบ ไม่ใช่เพียงพูดคำว่า no ใกล้อุปกรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่มีความหมายว่า refused: After comparing the costs, Priya ____ the proposal.

ดูคำตอบ

said no to

Turn left, turn right.

0:53

เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา

I'm sick of it telling me what to do. วลี

0:55

พ่อเบื่อที่มันมาคอยบอกว่าต้องทำอะไรแล้ว

วลี

I'm sick of it telling me what to do: be sick of + คน + -ing

ในประโยคนี้ be sick of หมายถึงเบื่อหรือรำคาญมากจนทนไม่ไหว ไม่ได้หมายถึงป่วยทางร่างกาย และแสดงว่าผู้พูดหมดความอดทนแล้ว หลัง of กลุ่มคำ -ing ทั้งหมดคือ it telling me what to do ซึ่งระบุพฤติกรรมที่ทำให้รำคาญ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be sick of + คนหรือคำสรรพนาม + -ing ซึ่งบอกให้ชัดว่าใครทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่ทำให้คุณรำคาญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย sick of: I'm ____ my neighbor playing loud music every night.

ดูคำตอบ

sick of

Proceed to the route. วัฒนธรรม

0:56

โปรดเดินทางต่อไปตามเส้นทาง

วัฒนธรรม

Proceed to the route: proceed to + จุดหมาย แบบเป็นทางการ

Proceed to the route เป็นคำสั่งนำทางแบบเป็นทางการที่บอกให้ผู้ขับขี่มุ่งหน้าไปและกลับเข้าสู่เส้นทางที่วางไว้ ในที่นี้ proceed เป็นเพียงกริยาสั่งการแบบเป็นทางการที่หมายถึงไปหรือเดินหน้าต่อ ไม่ได้อธิบายการกระทำที่ซับซ้อน โครงสร้าง proceed to + จุดหมาย พบได้บ่อยในประกาศและคำแนะนำ การเลือกคำที่เป็นทางการนี้ทำให้คำสั่งฟังดูเป็นมาตรฐานและไม่เป็นส่วนตัว

แบบฝึกหัด

'Please proceed to the exit' ฟังดูเป็นธรรมชาติที่สุดในสถานการณ์ใด

  1. ในข้อความสบาย ๆ ถึงเพื่อนสนิท
  2. ในประกาศสาธารณะอย่างเป็นทางการ
  3. ในบันทึกส่วนตัวเกี่ยวกับความฝัน
ดูคำตอบ

ในประกาศสาธารณะอย่างเป็นทางการ

You proceed to the route. น้ำเสียง/เจตนา

0:58

เธอนั่นแหละเดินทางต่อไปตามเส้นทาง

น้ำเสียง/เจตนา

You proceed to the route. ในฐานะคำพูดโต้กลับเชิงท้าทาย

ในที่นี้ You proceed to the route. เป็นการโยนคำสั่งที่ระบบนำทางเพิ่งพูดกลับไปหาตัวระบบเอง การเติมประธาน you ทำให้คำสั่งที่เดิมพูดกับคนขับกลายเป็นคำสั่งเลียนแบบเชิงล้อเลียนที่พูดกับอุปกรณ์ ผู้พูดไม่ได้กำลังบอกทางให้อุปกรณ์จริง ๆ การพูดคำสั่งซ้ำแล้วโยนกลับไปแบบนี้สื่อว่าไม่ยอมร่วมมือ และฟังคล้ายคำตอบเชิงยั่วว่า “คุณก็ทำเองสิ”

แบบฝึกหัด

ระบบนำทางเพิ่งพูดว่า Proceed to the route. คำตอบ You proceed to the route. ทำหน้าที่อย่างไร?

  1. ยืนยันว่าคนขับจะขับตามเส้นทาง
  2. โยนคำสั่งกลับไปให้ระบบและปฏิเสธที่จะร่วมมือ
  3. ขอให้ระบบคำนวณเส้นทางอื่นอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

โยนคำสั่งกลับไปให้ระบบและปฏิเสธที่จะร่วมมือ

I do what I want. น้ำเสียง/เจตนา

0:59

ฉันจะทำในสิ่งที่ฉันอยากทำ

น้ำเสียง/เจตนา

I do what I want. ในฐานะการประกาศอิสระเชิงต่อต้าน

I do what I want. มีความหมายตรงตัวว่าผู้พูดทำสิ่งที่ตนเองเลือก อนุประโยค what I want ทำหน้าที่เป็นกรรมของ do และหมายถึง “สิ่งที่ฉันอยากทำ” ในการโต้ตอบนี้ ประโยคดังกล่าวเป็นการประกาศอิสระอย่างแข็งกร้าวว่า “คุณมาสั่งฉันไม่ได้” เป็นการปฏิเสธการควบคุม ไม่ใช่การบอกนิสัยแบบเป็นกลาง จึงอาจฟังดูดื้อ เป็นเด็ก หรือยั่วยุ

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในการประชุมทีมแบบเป็นทางการ การพูดว่า I do what I want. เป็นวิธีแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพและพร้อมร่วมมือ

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

You can't ignore Satnav.

1:01

พ่อจะเมิน Satnav ไม่ได้นะ

Watch me. น้ำเสียง/เจตนา

1:03

คอยดูสิ

น้ำเสียง/เจตนา

Watch me. ในฐานะคำตอบเชิงท้าทาย

หลังจากมีคนพูดว่าคุณทำบางอย่างไม่ได้หรือจะไม่ทำ Watch me. อาจหมายถึง “คอยดูนะ ฉันจะพิสูจน์ว่าฉันทำได้” นี่เป็นคำตอบเชิงท้าทายสั้น ๆ ไม่ใช่แค่การขอให้อีกฝ่ายมองผู้พูด ไม่ได้ระบุว่าจะทำอะไร เพราะประโยคก่อนหน้าให้ข้อมูลนั้นแล้ว ผู้พูดตั้งใจจะตอบข้อสงสัยด้วยการลงมือทำ

แบบฝึกหัด

A: You can't finish that difficult puzzle. B: Watch me. B หมายความว่าอย่างไร?

  1. B ต้องการให้ A มองใบหน้าของ B
  2. B จะลงมือพิสูจน์ว่า A เป็นฝ่ายผิด
  3. B เห็นด้วยว่าทำปริศนานั้นให้เสร็จไม่ได้
ดูคำตอบ

B จะลงมือพิสูจน์ว่า A เป็นฝ่ายผิด

But she's trying to help you find your surfboard.

1:04

แต่เธอกำลังพยายามช่วยพ่อหากระดานโต้คลื่นนะ

She's bossing me around.

1:07

เธอกำลังชี้นิ้วสั่งพ่อ

That's what she's doing.

1:08

นั่นแหละคือสิ่งที่เธอทำ

If you ignore Satnav, ไวยากรณ์

1:09

ถ้าพ่อเมิน Satnav

you're going to get lost.

1:11

พ่อก็จะหลงทาง

ไวยากรณ์

If ..., you're going to ... สำหรับผลที่น่าจะเกิดขึ้น

อนุประโยค if บอกเงื่อนไข คือ คุณไม่ทำตามระบบนำทาง ส่วนประโยคหลักคาดการณ์ผลที่น่าจะเกิดขึ้น คือ คุณจะหลงทาง โครงสร้างนี้เชื่อมการกระทำที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคตกับผลที่ผู้พูดคาดว่าจะตามมา สำหรับเงื่อนไขเกี่ยวกับอนาคตแบบนี้ อนุประโยค if ปกติใช้ present simple ไม่ใช้ will: If you ignore .... ส่วน be going to ในประโยคหลักใช้คาดการณ์อนาคตจากสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ If ..., be going to ... อย่างถูกต้องเพื่อเตือนถึงผลที่น่าจะเกิดขึ้น?

  1. If you leave the window open, the room going to get cold.
  2. If you leave the window open, the room is going to get cold.
  3. If you will leave the window open, the room is going to get cold.
ดูคำตอบ

If you leave the window open, the room is going to get cold.

Well, we'll see. น้ำเสียง/เจตนา

1:13

ไม่หรอก เดี๋ยวก็รู้

น้ำเสียง/เจตนา

we'll see: ยังไม่ยอมรับข้อสรุปและรอดูผล

ในคำตอบนี้ we'll see ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดจะมองดูอะไรจริง ๆ แต่หมายถึง “ตอนนี้ฉันยังไม่ยอมรับข้อสรุปนั้น ผลลัพธ์จะเป็นตัวบอกว่าใครถูก” สำนวนนี้เป็นการยังไม่เห็นด้วยและอาจฟังดูสงสัยหรือท้าทายเล็กน้อย ในบริบทอื่นยังใช้เพื่อเลื่อนการตัดสินใจออกไปได้ จึงไม่ได้แปลว่าตอบตกลงเสมอไป

แบบฝึกหัด

ใน “Well, we'll see.” ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรด้วย we'll see?

  1. อีกไม่นานเราจะมองดูสิ่งของจริง ๆ
  2. ตอนนี้ฉันยังไม่ยอมรับข้อสรุปนั้น ผลลัพธ์จะเป็นตัวตัดสิน
  3. ตอนนี้ฉันเห็นด้วยกับคุณอย่างเต็มที่
ดูคำตอบ

ตอนนี้ฉันยังไม่ยอมรับข้อสรุปนั้น ผลลัพธ์จะเป็นตัวตัดสิน

Turn right here.

1:14

เลี้ยวขวาที่นี่

No.

1:16

ไม่

Continue straight for...

1:17

ตรงไปเรื่อยๆ เป็นเวลา...

Nah, I don't think so, love. น้ำเสียง/เจตนา

1:19

ไม่ ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะจ๊ะที่รัก

น้ำเสียง/เจตนา

Nah, I don't think so, love: การปฏิเสธแบบกันเองที่มีท่าที

ในที่นี้ Nah และ I don't think so ทำงานร่วมกันเพื่อปฏิเสธคำสั่ง ไม่ใช่แค่บอกความคิดเห็นที่ไม่แน่ใจ Nah เป็นคำที่กันเองมาก จึงทำให้การปฏิเสธตรงและเป็นภาษาพูด love ที่ท้ายประโยคเป็นคำเรียกคนในภาษาอังกฤษแบบบริติชบางกลุ่ม ตัวคำไม่ได้แสดงความรักเชิงโรแมนติก การเรียกเสียงนำทางแบบนี้ทำให้คำตอบฟังเหมือนหยอก เย้ย หรือจงใจเถียงกลับ

แบบฝึกหัด

ใน “Nah, I don't think so, love.” ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลัก?

  1. ถามอย่างเป็นกลางว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร
  2. ปฏิเสธคำสั่งแบบกันเองด้วยท่าทีหยอกหรือดูแคลน
  3. ประกาศความรักเชิงโรแมนติกอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

ปฏิเสธคำสั่งแบบกันเองด้วยท่าทีหยอกหรือดูแคลน

Do a U-turn. วัฒนธรรม

1:21

กลับรถ

วัฒนธรรม

Do a U-turn: กลับรถไปในทิศตรงข้าม

U-turn คือการขับรถเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้รถกลับไปวิ่งในทิศตรงข้าม ชื่อนี้มาจากเส้นทางที่มีรูปร่างเหมือนตัวอักษร U ใน Do a U-turn คำว่า do ใช้บอกการกระทำที่ต้องทำ ประโยคนี้เป็นคำสั่งนำทางโดยตรง ไม่ใช่การเลี้ยวซ้ายหรือขวาตามปกติ เพราะสุดท้ายรถจะวิ่งไปในทิศตรงข้าม

แบบฝึกหัด

ระบบนำทางพูดว่า "Do a U-turn." คนขับควรทำอย่างไร?

  1. ขับต่อไปในทิศทางเดิม
  2. เลี้ยวขวาตามปกติ
  3. กลับรถแล้วขับไปในทิศตรงข้าม
ดูคำตอบ

กลับรถแล้วขับไปในทิศตรงข้าม

Nah, I'm good. น้ำเสียง/เจตนา

1:22

ไม่ ฉันไม่เป็นไร

น้ำเสียง/เจตนา

Nah, I'm good: วิธีปฏิเสธแบบสบาย ๆ

เมื่อมีคนเสนอหรือแนะนำบางอย่าง I'm good มักหมายความว่าคุณไม่ต้องการสิ่งนั้นหรือพอใจกับสภาพตอนนี้ เป็นการปฏิเสธ ไม่ใช่การบอกว่าสุขภาพหรืออารมณ์เป็นอย่างไร Nah ทำให้คำว่าไม่ในภาษาพูดชัดเจนขึ้น ในที่นี้คำตอบทั้งประโยคใช้ปฏิเสธคำสั่งด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ และไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า "Would you like another slice?" คุณตอบว่า "I'm good, thanks." คุณหมายความว่าอย่างไร?

  1. วันนี้ฉันรู้สึกสุขภาพดี
  2. ไม่ ขอบคุณ ฉันไม่ต้องการอีกชิ้น
  3. เอาสิ ขออีกชิ้นหนึ่ง
ดูคำตอบ

ไม่ ขอบคุณ ฉันไม่ต้องการอีกชิ้น

Proceed to the route.

1:24

โปรดเดินทางต่อไปตามเส้นทาง

Statue World, is your surfboard here?

1:28

Statue World กระดานโต้คลื่นของพ่ออยู่ที่นี่หรือเปล่า?

No.

1:31

ไม่

I think we're lost.

1:32

หนูคิดว่าเราหลงทางแล้วล่ะ

We told you. น้ำเสียง/เจตนา

1:33

เราบอกพ่อแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

We told you. ในความหมายว่า “บอกแล้วไง”

We told you. ไม่ได้เป็นเพียงการเล่าว่าเคยพูดคุยกันในอดีต ที่นี่หมายถึง “เราเตือนคุณไปแล้ว และสิ่งที่เกิดขึ้นพิสูจน์ว่าเราพูดถูก” คำตอบสั้น ๆ นี้ย้อนถึงคำแนะนำที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำตาม จึงอาจแฝงการตำหนิ ความไม่พอใจ หรือท่าทีแบบพอใจว่า “เห็นไหม”

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความ: เพื่อนไม่ฟังคำเตือนของคุณ แล้วปัญหาที่คาดไว้ก็เกิดขึ้น การพูดว่า “We told you.” อาจสื่อว่า “คุณน่าจะฟังพวกเรา”

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

จริง

How am I going to find my surfboard? ไวยากรณ์

1:37

แล้วพ่อจะหากระดานโต้คลื่นเจอได้ยังไงล่ะเนี่ย?

ไวยากรณ์

How am I going to find...? เพื่อแสดงความกังวลว่าจะหาทางออกอย่างไร

How am I going to + คำกริยารูปพื้นฐาน...? ใช้ถามว่าผู้พูดจะทำสิ่งหนึ่งให้สำเร็จในอนาคตได้อย่างไร ในประโยคนี้ going to เป็นส่วนของโครงสร้างอนาคต ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใดจริง ๆ เมื่อปัญหาดูยาก โครงสร้างนี้มักสื่อความกังวลหรือความรู้สึกจนปัญญาไปพร้อมกับการถามหาวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงว่าเป็นการขอความช่วยเหลือจริง ๆ หรือเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความกังวล

แบบฝึกหัด

เติมคำถามที่แสดงความกังวลด้วยโครงสร้าง How am I going to...?: How ____ to get home without a map?

ดูคำตอบ

am I going

You just have to do what Satnav says. ไวยากรณ์

1:39

พ่อก็แค่ต้องทำตามที่ Satnav บอก

ไวยากรณ์

just have to do what Satnav says: แค่ทำตามที่ระบบนำทางบอก

have to แสดงความจำเป็นหรือสิ่งที่ต้องทำ เมื่อมี just ผู้พูดจะนำเสนอสิ่งที่จำเป็นนั้นว่าเป็นเพียงขั้นตอนง่าย ๆ ขั้นตอนเดียว โดยไม่ต้องทำอะไรที่ซับซ้อนกว่านี้ ใน do what Satnav says ส่วน what Satnav says หมายถึง “สิ่งที่ระบบนำทางบอก” และทำหน้าที่เป็นกรรมของ do ส่วนนี้ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า Satnav says ไม่ใช่ does Satnav say

แบบฝึกหัด

เติมคำที่มีความหมายว่า “สิ่งที่...” เพื่อทำอนุประโยคให้สมบูรณ์: During the safety drill, you just have to do ____ the leader says.

ดูคำตอบ

what

Really?

1:41

จริงหรอ?

Yes.

1:42

ใช่

Even though she's bossing me around? ไวยากรณ์

1:44

ถึงแม้ว่าเธอจะกำลังชี้นิ้วสั่งพ่ออยู่งั้นหรอ?

ไวยากรณ์

Even though she's bossing me around?: ทั้งที่เธอคอยสั่งฉันไปมาเนี่ยนะ?

even though ใช้นำความหมายแบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง ผู้พูดยอมรับว่าเธอกำลังคอยสั่งเขา แต่ถามว่าคำแนะนำก่อนหน้านี้ยังใช้ได้อยู่หรือไม่ แม้จะมีข้อกังวลดังกล่าว ประโยคนี้เป็นส่วนที่ละไว้ในบทสนทนา โดยละคำถามหลักเพราะเข้าใจได้จากบริบท ความหมายเต็ม ๆ ใกล้เคียงกับ Even though she's bossing me around, I should still do what she says? ส่วน boss someone around หมายถึงคอยออกคำสั่งใส่ใครบางคนในลักษณะที่ควบคุมหรือชวนให้รำคาญ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ even though เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นแม้จะมีอุปสรรค?

  1. Because the shop was closing, we left early.
  2. Even though the shop was closing, they let us in.
  3. The shop was closing, so we left early.
ดูคำตอบ

Even though the shop was closing, they let us in.

Yes.

1:46

ใช่

She's doing it for a good reason. วลี

1:47

เธอทำไปเพราะมีเหตุผลที่ดีนะ

วลี

for a good reason: ด้วยเหตุผลที่สมควร

for a good reason หมายถึงการกระทำหนึ่งมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ถูกต้อง หรือชอบธรรม ในสำนวนนี้ good หมายถึงเหตุผลที่ฟังขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงคำชมว่าเหตุผลนั้น “ดี” ในโครงสร้าง do something for a good reason คำว่า for ใช้นำเสนอเหตุผลเบื้องหลังการกระทำ สำนวนนี้มักช่วยยืนยันว่าการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่มหรือไร้จุดหมาย

แบบฝึกหัด

เลือกความหมายที่เหมาะสมที่สุดของประโยคนี้: She's doing it for a good reason.

  1. เธอมีเหตุผลที่สมควรในการทำแบบนั้น
  2. เธอกำลังพยายามหาเหตุผลเพื่อทำแบบนั้น
  3. เธอทำแบบนั้นเพื่อให้ได้รับคำชม
ดูคำตอบ

เธอมีเหตุผลที่สมควรในการทำแบบนั้น

Okay, let's give it a go. สำนวน

1:49

โอเค ลองดูสักตั้ง

สำนวน

let's give it a go: ชวนให้ลองทำด้วยกัน

give it a go เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ลองทำดู” คำสรรพนาม it หมายถึงกิจกรรม แผน หรือวิธีการ ส่วน go ในที่นี้หมายถึงการลองหนึ่งครั้ง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ let's ทำให้สำนวนนี้กลายเป็นคำชวนอย่างเป็นมิตรให้ผู้พูดกับคนอื่นลองทำบางอย่างร่วมกัน เป็นการแสดงความเต็มใจที่จะลองโดยไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัว give it a go ในประโยคใหม่นี้ให้สมบูรณ์: This puzzle looks difficult, but let's ____.

ดูคำตอบ

give it a go

Bye, Statue World.

1:51

ลาก่อน Statue World

In 50m, turn right.

1:53

ในอีก 50 เมตร เลี้ยวขวา

Now turn right like she says. การใช้คำ

1:55

ทีนี้ก็เลี้ยวขวาอย่างที่เธอบอกเลย

การใช้คำ

like she says: like แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง as

ใน like she says คำว่า like เชื่อมอนุประโยค she says และหมายถึงตามที่เธอบอกหรือตามคำสั่งของเธอ วลีนี้บอกว่าต้องเลี้ยวอย่างไร นั่นคือให้ทำตามคำแนะนำของระบบนำทาง like ในที่นี้เป็นคำเชื่อมอนุประโยค ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงชอบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำ + like + ประธาน + กริยา ซึ่งหมายถึงทำสิ่งนั้นตามวิธีที่ใครบางคนพูดหรือสาธิตไว้

แบบฝึกหัด

ใน Now turn right like she says วลี like she says หมายถึงอะไร

  1. ตามวิธีที่เธอสั่ง
  2. เพราะเธอชอบการเลี้ยวครั้งนี้
  3. ด้วยวิธีที่ดูคล้ายเธอ
ดูคำตอบ

ตามวิธีที่เธอสั่ง

This better work. ไวยากรณ์

1:57

มันน่าจะเวิร์คนะ

ไวยากรณ์

This better work: had better แบบไม่เป็นทางการที่ละ had

This better work เป็นรูปแบบไม่เป็นทางการของ This had better work โดยละ had ไว้ โครงสร้าง had better + กริยารูปพื้นฐาน แสดงความคาดหวังอย่างมากว่าบางสิ่งต้องเกิดขึ้น ในที่นี้วิธีนี้ต้องสำเร็จ และสื่อว่าผู้พูดจะหงุดหงิดหรือเกิดปัญหาหากไม่สำเร็จ better ในที่นี้ไม่ได้เปรียบเทียบสองสิ่ง work เป็นกริยารูปพื้นฐานหลัง had better และหมายถึงได้ผลหรือสำเร็จ

แบบฝึกหัด

เขียนประโยคไม่เป็นทางการนี้ใหม่เป็นรูปเต็ม: This ____ work.

ดูคำตอบ

had better

Turn left here.

1:59

เลี้ยวซ้ายที่นี่

Well, I just... Dad! Okay.

2:01

ก็หนูแค่... พ่อ! โอเค