ทำไมคุณจึงควรอ่านผลงานของ เวอร์จิเนีย วูล์ฟ - ไอซอลต์ กิลเลสปี: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
791 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เชื่อมโยงชีวิตของเวอร์จิเนีย วูล์ฟและบทบาทของเธอในลัทธิสมัยใหม่เข้ากับงานเขียนเรื่องการกีดกันผู้หญิง ความแปลกแยก จิตสำนึก เวลา และอัตลักษณ์ โดยใช้ A Room of One’s Own, Mrs. Dalloway, To the Lighthouse, The Waves และ Orlando เพื่อแสดงว่าเธอเปลี่ยนความขัดแย้งระหว่างประสบการณ์ภายในกับความเป็นจริงภายนอกให้เป็นรูปแบบวรรณกรรมแนวใหม่อย่างไร ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. What if — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ คุณจะมองออกว่าคำเปิดนี้เสนอความเป็นไปได้ที่ตรงข้ามกับข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงถามหาข้อมูล และสามารถใช้ขึ้นต้นการนำเสนอ การอภิปราย หรือเรียงความเพื่อท้าทายข้อสันนิษฐาน สร้างความคาดหวัง และนำผู้ฟังไปพิจารณาประวัติศาสตร์อีกแบบหนึ่ง 2. are distilled into — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ คุณจะเข้าใจ distill ในฐานะอุปมาของการย่อช่วงเวลายาวนานหรือเนื้อหาจำนวนมากให้เหลือรูปแบบเข้มข้น จึงอธิบายได้ว่าสิบปีถูกบีบให้เหลือราวยี่สิบหน้าใน To the Lighthouse และใช้กล่าวถึงการย่อเวลา เหตุผล หรือข้อมูลในลักษณะคล้ายกัน 3. Not afraid of Virginia Woolf? — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง คุณจะระบุได้ว่าคำถามปิดท้ายนี้เล่นกับชื่อ Who’s Afraid of Virginia Woolf? อย่างมีอารมณ์ขัน ไม่ได้ถามตามตัวอักษรว่ากลัวนักเขียนหรือไม่ การรู้ที่มาช่วยให้เข้าใจทั้งมุกและการเปลี่ยนจากบทวิเคราะห์วรรณกรรมไปสู่คำแนะนำหนังสือ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

What if Virginia Woolf argues that this would have been impossible. โน้ต

0:07

จะเป็นอย่างไรหากเวอร์จิเนีย วูล์ฟแย้งว่าสิ่งนี้คงเป็นไปไม่ได้

ลำดับความ

What if ในฐานะคำเปิดคำถามสมมติเชิงวาทศิลป์

What if ใช้เปิดคำถามเชิงสมมติ โดยผู้พูดขอให้ผู้ฟังลองจินตนาการว่าเวอร์จิเนีย วูล์ฟเสนอข้อโต้แย้งนี้ แล้วพิจารณาว่าจะนำไปสู่อะไร ในที่นี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นอนุประโยค if ในประโยคเงื่อนไขและผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ เมื่อใช้เปิดเรื่อง รูปแบบนี้จะเสนอแนวคิดอีกทางหนึ่งก่อนให้คำอธิบาย จึงสร้างความน่าสงสัยและทำให้เนื้อหาถัดไปเป็นการตอบสนองต่อความเป็นไปได้นั้น

แบบฝึกหัด

What if ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เสนอแง่มุมเชิงสมมติให้ผู้ฟังพิจารณา
  2. ถามความหมายตามพจนานุกรมของ impossible
  3. บอกเงื่อนไขที่ยืนยันแล้วพร้อมผลลัพธ์
ดูคำตอบ

เสนอแง่มุมเชิงสมมติให้ผู้ฟังพิจารณา

ไวยากรณ์

would have been impossible: ผลลัพธ์สมมติในอดีต

Would have been impossible ใช้โครงสร้าง would have been + คำคุณศัพท์เพื่อบรรยายสภาพที่สมมติขึ้นในอดีต ผู้พูดย้อนมองอดีตและตัดสินว่า ภายใต้เงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ผลลัพธ์นั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้ เงื่อนไขนี้เข้าใจได้จากบริบทแทนที่จะกล่าวด้วยอนุประโยค if โดยตรง ในที่นี้ this หมายถึงความเป็นไปได้ที่กำลังพูดถึง คือการที่ผู้หญิงประสบความสำเร็จทางวรรณกรรมในระดับที่เทียบเคียงกันได้ ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ใช่การทำนายอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมรูปสามคำที่ใช้บอกผลลัพธ์สมมติในอดีต: Without the backup file, finishing on time ____ impossible.

ดูคำตอบ

would have been

She concocts a fictional sister who's stuck at home, snacking time to scribble a few pages before she finds herself betrothed and runs away. โน้ต

0:23

เธอแต่งเรื่องน้องสาวสมมติที่ติดอยู่ที่บ้าน คอยแอบขโมยเวลาเพื่อเขียนหนังสือสักสองสามหน้าก่อนที่เธอจะถูกจับหมั้นและหนีไป

การใช้คำ

concocts a fictional sister: การสร้างตัวละครสมมติ

concocts ในประโยคนี้หมายถึงการจงใจสร้างขึ้นโดยนำรายละเอียดที่จินตนาการไว้มาประกอบกัน เธอสร้างน้องสาวที่ไม่มีตัวตนจริงขึ้นมา และคำว่า fictional ยืนยันว่าเป็นตัวละครสมมติ ไม่ใช่ญาติที่มีอยู่จริง วลีนี้นำบุคคลที่แต่งขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือในการสำรวจแนวคิด ในความหมายนี้ concoct สื่อว่าสิ่งนั้นถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจ ไม่ใช่สิ่งที่ค้นพบหรือรายงานตามความเป็นจริง

แบบฝึกหัด

concocts a fictional sister ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. สร้างน้องสาวในจินตนาการขึ้นมาเพื่อใช้ในข้อโต้แย้ง
  2. เตรียมเครื่องดื่มให้น้องสาว
  3. บรรยายน้องสาวที่มีตัวตนจริง
ดูคำตอบ

สร้างน้องสาวในจินตนาการขึ้นมาเพื่อใช้ในข้อโต้แย้ง

ไวยากรณ์

finds herself betrothed: find oneself + สภาวะ

finds herself betrothed ใช้โครงสร้าง find oneself + ส่วนเติมเต็มที่บอกสภาวะ ในที่นี้ find ไม่ได้หมายถึงการค้นหาตัวเองทางกายภาพ แต่หมายถึงการตระหนักว่าตนอยู่ในสถานการณ์หนึ่ง herself ย้อนกลับไปหมายถึง she ส่วน betrothed ระบุสภาวะนั้น โครงสร้างนี้มักนำเสนอสถานการณ์ว่าเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดหรือไม่ได้เป็นสิ่งที่เจ้าตัวเลือกทั้งหมด betrothed หมายถึงได้รับการสัญญาให้แต่งงานอย่างเป็นทางการ มีน้ำเสียงเก่าและเป็นวรรณกรรมคล้าย engaged ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อว่าเธอตระหนักว่าตัวเองถูกทำให้อยู่ในสถานะนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง find oneself ในรูปอดีต: When the elevator stopped, Maya ____ trapped between floors.

ดูคำตอบ

found herself

While her brother finds fame and fortune, she remains abandoned and anonymous. โน้ต

0:33

ในขณะที่พี่ชายของเธอมีชื่อเสียงและเงินทอง เธอกลับถูกทอดทิ้งและไม่มีใครรู้จัก

ไวยากรณ์

While ใช้แสดงความแตกต่าง ไม่ใช่เวลา

ในประโยคนี้ While ใช้แสดงความแตกต่างตรงข้าม ไม่ใช่ความสัมพันธ์ด้านเวลา โดยนำความสำเร็จ ชื่อเสียง และความมั่งคั่งของพี่หรือน้องชายมาเทียบกับสภาพตรงข้ามของเธอที่ยังถูกทอดทิ้งและไม่มีใครรู้จัก จึงมีหน้าที่ใกล้กับ whereas หรือ but ที่ใช้แสดงความขัดแย้ง ใช้โครงสร้าง While + อนุประโยคสมบูรณ์, อนุประโยคสมบูรณ์ เพื่อวางบุคคล ตัวเลือก หรือผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไว้เทียบกัน สองสถานการณ์อาจเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน แต่ความพร้อมกันไม่ใช่ใจความหลักในที่นี้

แบบฝึกหัด

While มีหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?

  1. แสดงว่าความสำเร็จของพี่หรือน้องชายเป็นสาเหตุของสภาพเธอ
  2. เปรียบเทียบความสำเร็จของพี่หรือน้องชายกับสภาพที่เธอถูกทอดทิ้ง
  3. บอกเพียงว่าเหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ

เปรียบเทียบความสำเร็จของพี่หรือน้องชายกับสภาพที่เธอถูกทอดทิ้ง

วลี

finds fame and fortune: ได้รับชื่อเสียงและความมั่งคั่ง

ใน finds fame and fortune คำว่า find หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ประสบความสำเร็จจนได้มา” ไม่ใช่การค้นพบสิ่งของจริง ๆ เนื่องจาก her brother เป็นประธานเอกพจน์ กริยาในปัจจุบันกาลจึงเป็น finds Fame and fortune เป็นคำคู่ที่ใช้กันเป็นปกติเพื่อหมายถึงการเป็นที่ยอมรับของสาธารณชนและความมั่งคั่ง เมื่อใช้รวมกัน วลีนี้ให้ภาพกว้าง ๆ แบบการเล่าเรื่องเกี่ยวกับความสำเร็จภายนอก

แบบฝึกหัด

เติมคำคู่ที่หมายถึง “การเป็นที่ยอมรับของสาธารณชนและความมั่งคั่ง” ให้สมบูรณ์: After years of performing in small clubs, the singer finally found ____.

ดูคำตอบ

fame and fortune

วลี

remains abandoned and anonymous: remain + คำคุณศัพท์

ในที่นี้ remains เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “ยังคงเป็นหรือยังอยู่ในสภาพนั้น” ตามด้วยคำบอกสภาพสองคำที่เชื่อมกัน คือ abandoned และ anonymous โดย abandoned เป็นกริยาช่องสามที่ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ ส่วน anonymous ในที่นี้หมายถึง “ไม่มีชื่อหรือไม่เป็นที่รู้จักของสาธารณะ” ไม่ได้เน้นว่าเธอตั้งใจปกปิดตัวตน คำทั้งสองแสดงสภาพสองอย่างที่ดำเนินต่อไปพร้อมกัน และทำให้อนุประโยคมีจังหวะที่สมดุล เมื่อนำไปเทียบกับ finds fame and fortune ความแตกต่างจะยิ่งชัดเจนขึ้น คือพี่น้องชายของเธอได้รับการยอมรับและความสำเร็จ แต่เธอยังคงไม่มีผู้สนับสนุนและไม่มีชื่อที่ผู้คนรู้จัก

แบบฝึกหัด

เติมรูปปัจจุบันกาลบุรุษที่สามเอกพจน์ของ remain ให้สมบูรณ์: Even at noon, the cave ____ cold and dark.

ดูคำตอบ

remains

In this thought experiment, Woolf demonstrates the tragedy of genius restricted โน้ต

0:39

ในการทดลองทางความคิดนี้ วูล์ฟแสดงให้เห็นถึงโศกนาฏกรรมของอัจฉริยะที่ถูกจำกัด

การใช้คำ

this thought experiment: สถานการณ์สมมติเพื่อทดสอบแนวคิด

Thought experiment หมายถึง “การทดลองทางความคิด” คือสถานการณ์สมมติที่สร้างขึ้นเพื่อสำรวจ ทดสอบ หรือทำให้แนวคิดหนึ่งชัดเจนขึ้น วิธีนี้ใช้การให้เหตุผลว่าจะเกิดอะไรขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด จึงไม่จำเป็นต้องลงมือทำเป็นการทดลองทางกายภาพจริง ๆ คำชี้เฉพาะ this ชี้ไปยังสถานการณ์สมมติเฉพาะที่กำลังกล่าวถึงอยู่ ส่วนวลีเปิด In this thought experiment, ทำหน้าที่กำหนดกรอบให้ข้อมูลถัดไปเป็นส่วนหนึ่งของการให้เหตุผลเชิงสมมติ ไม่ใช่รายงานเหตุการณ์จริงโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า thought experiment มากที่สุด

  1. นึกว่าตนเองจอดรถไว้ที่ไหนเมื่อวาน
  2. บันทึกระดับการจราจรบนถนนจริงสามสายเป็นเวลาหนึ่งเดือน
  3. จินตนาการถึงเมืองที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวเพื่อพิจารณาว่าชีวิตประจำวันอาจเปลี่ยนไปอย่างไร
ดูคำตอบ

จินตนาการถึงเมืองที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวเพื่อพิจารณาว่าชีวิตประจำวันอาจเปลี่ยนไปอย่างไร

ลำดับความ

the tragedy of genius restricted ในฐานะวลีสรุปประเด็น

วลีคำนาม the tragedy of genius restricted ย่อเรื่องราวที่ใหญ่กว่าให้เป็นข้อสรุปเชิงนามธรรมหนึ่งข้อ คือโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นเมื่อความสามารถอันโดดเด่นถูกสภาพสังคมขัดขวาง วลีนี้จึงแสดงรูปแบบทั่วไป ไม่ใช่เพียงความโชคร้ายของคนคนเดียว restricted อยู่หลัง genius ในฐานะส่วนขยายแบบถูกกระทำที่ย่อให้กระชับ โดยมีความหมายประมาณ genius when it is restricted ในที่นี้ genius หมายถึงความสามารถสร้างสรรค์อันโดดเด่น ดังนั้นสิ่งที่ถูกจำกัดคือพรสวรรค์ วลีคำนามทั้งหมดเป็นกรรมของ demonstrates และใช้เรียกประเด็นที่การทดลองทางความคิดนี้เผยให้เห็น

แบบฝึกหัด

วลี the tragedy of genius restricted ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. วลีนี้สรุปโศกนาฏกรรมทั่วไปที่เกิดจากความสามารถอันโดดเด่นถูกขัดขวาง
  2. วลีนี้บรรยายคนเก่งคนหนึ่งที่มีบุคลิกน่าเศร้า
  3. วลีนี้จัดประเภทโศกนาฏกรรมว่าเป็นอัจฉริยภาพชนิดที่ถูกจำกัด
ดูคำตอบ

วลีนี้สรุปโศกนาฏกรรมทั่วไปที่เกิดจากความสามารถอันโดดเด่นถูกขัดขวาง

and looks back through time for hints of these hidden histories. โน้ต

0:44

และมองย้อนกลับไปในอดีตเพื่อหาเบาะแสของประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่เหล่านี้

วลี

looks back through time เพื่อสร้างมุมมองทางประวัติศาสตร์

Looks back through time หมายถึงการหันความสนใจไปยังอดีตตลอดช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนาน through time เพิ่มความรู้สึกว่ากำลังย้อนผ่านหลายยุคหรือหลายชั่วอายุคน ไม่ใช่เพียงนึกถึงช่วงเวลาหนึ่งในอดีตอันใกล้ การมองในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือประธานกำลังตรวจสอบอดีตเพื่อหาหลักฐาน ในประโยคนี้ for hints บอกจุดประสงค์ นั่นคือค้นหาร่องรอยของประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนหรือไม่ได้รับการบันทึกจากยุคก่อน ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่เน้นไว้ ซึ่งหมายถึง “ตรวจสอบช่วงเวลาก่อนหน้าในประวัติศาสตร์”: The exhibition ____ to show how medicine changed.

ดูคำตอบ

looks back through time

การใช้คำ

hidden histories: อดีตที่ถูกมองข้ามนอกเรื่องเล่ากระแสหลัก

ในที่นี้ hidden histories หมายถึงประสบการณ์และเรื่องราวในอดีตที่บันทึกประวัติศาสตร์กระแสหลักมองข้าม กีดกัน หรือไม่ได้เก็บรักษาไว้ คำว่า hidden ไม่ได้หมายความเพียงว่าถูกซ่อนไว้ทางกายภาพ การใช้ histories ในรูปพหูพจน์ชี้ว่าอดีตเล่าได้จากมุมมองของหลายกลุ่ม ไม่ได้มีเพียงเรื่องเล่าทางการฉบับเดียวที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ hidden histories น่าจะหมายถึงอะไร

  1. หนังสือประวัติศาสตร์ที่เก็บไว้ในที่ซึ่งไม่มีใครหาเจอ
  2. ประสบการณ์ในอดีตที่ถูกตัดออกหรือบดบังจากเรื่องเล่ากระแสหลัก
  3. เหตุการณ์ในอดีตที่ไม่เหลือหลักฐานใด ๆ แล้ว
ดูคำตอบ

ประสบการณ์ในอดีตที่ถูกตัดออกหรือบดบังจากเรื่องเล่ากระแสหลัก

She wrote,

0:48

เธอเขียนไว้ว่า

"When one reads of a witch being ducked, โน้ต

0:49

"เมื่อเราอ่านเรื่องแม่มดที่ถูกจับกดน้ำ

ไวยากรณ์

When one reads of: one แบบกล่าวถึงคนทั่วไปที่เป็นทางการและ read of

ใน When one reads of คำว่า one เป็นคำสรรพนามที่ใช้กล่าวถึงคนทั่วไป หมายถึงใครก็ตามหรือผู้อ่านคนใดก็ได้ ไม่ได้หมายถึงเลขหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง Read of หมายถึงได้รู้เรื่องของคนหรือสิ่งใดจากการอ่าน โครงสร้างทั้งหมดใช้เกริ่นปฏิกิริยาหรือข้อสรุปทั่วไป กล่าวคือ เมื่อผู้อ่านคนใดพบเรื่องเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น แนวคิดที่ตามมาก็ใช้ได้กับผู้อ่านคนนั้น

แบบฝึกหัด

one ใน When one reads of หมายถึงใคร

  1. ผู้อ่านคนหนึ่งที่กล่าวถึงไว้แล้วโดยเฉพาะ
  2. คนแรกในรายการที่มีหมายเลข
  3. ผู้อ่านคนใดก็ได้ในข้อความทั่วไปที่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

ผู้อ่านคนใดก็ได้ในข้อความทั่วไปที่เป็นทางการ

วัฒนธรรม

a witch being ducked: การลงโทษด้วยการบังคับจุ่มน้ำในอดีต

ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ witch หมายถึงผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าใช้เวทมนตร์ ไม่ใช่ตัวละครแฟนตาซี being ducked หมายถึงการถูกคนอื่นบังคับจุ่มลงในน้ำเพื่อเป็นการลงโทษหรือข่มเหง วลีนี้ชี้ให้เห็นการข่มเหง ผู้หญิงเป็นฝ่ายถูกกระทำ ส่วน witch สะท้อนข้อกล่าวหาที่ผู้อื่นมอบให้เธอ ความเข้าใจนี้ช่วยให้เห็นว่าข้อความกำลังตามหาร่องรอยของชีวิตและความสามารถที่บันทึกอันกดขี่อาจดูแคลนหรือลบเลือนไป

แบบฝึกหัด

ในวลี a witch being ducked ผู้หญิงคนนี้กำลังประสบกับอะไร?

  1. เธอกำลังดูแลเป็ดตัวหนึ่ง
  2. เธอกำลังก้มศีรษะเองเพื่อหลบอะไรบางอย่าง
  3. เธอกำลังถูกบังคับจุ่มลงในน้ำ
ดูคำตอบ

เธอกำลังถูกบังคับจุ่มลงในน้ำ

of a woman possessed by devils, วัฒนธรรม

0:51

เรื่องผู้หญิงที่ถูกปีศาจเข้าสิง

วัฒนธรรม

woman possessed by devils: ป้ายกำกับทางศาสนาในประวัติศาสตร์

ในวลีทางประวัติศาสตร์นี้ possessed by devils หมายถึงการถูกเชื่อว่าควบคุมโดยวิญญาณชั่วร้าย รูปกริยาช่องสามเชิงถูกกระทำ possessed บรรยายคำอธิบายที่สังคมยัดเยียดให้ผู้หญิงคนนี้ แต่ถ้อยคำไม่ได้ยืนยันว่าการเข้าสิงเกิดขึ้นจริง ในสังคมบางแห่งในอดีต ความเจ็บป่วย พฤติกรรมที่ผิดไปจากปกติ หรือการต่อต้านอาจถูกอธิบายด้วยแนวคิดทางศาสนา ที่นี่วลีดังกล่าวเป็นหลักฐานว่าผู้หญิงอาจถูกหวาดกลัว ตีตรา และทำให้เงียบเสียงได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงเรื่องเหนือธรรมชาติที่น่าตื่นตา

แบบฝึกหัด

ในข้อความนี้ วลี woman possessed by devils สะท้อนอะไรเป็นหลัก?

  1. คำบรรยายอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับตัวละครแฟนตาซี
  2. ป้ายกำกับทางศาสนาในอดีตที่ใช้เพื่ออธิบายและตีตราผู้หญิง
  3. การวินิจฉัยทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ได้รับการยืนยัน
ดูคำตอบ

ป้ายกำกับทางศาสนาในอดีตที่ใช้เพื่ออธิบายและตีตราผู้หญิง

of a wise woman selling herbs, วัฒนธรรม

0:53

เรื่องหญิงชราผู้ชาญฉลาดที่ขายสมุนไพร

วัฒนธรรม

wise woman selling herbs: ภาพสตรีผู้มีภูมิปัญญาพื้นบ้านในอดีต

ในข้อความเชิงประวัติศาสตร์นี้ wise woman หมายถึงผู้หญิงที่ขึ้นชื่อเรื่องความรู้ท้องถิ่นแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะยาสมุนไพรหรือการรักษาแบบพื้นบ้าน คำว่า selling herbs เป็นเบาะแสสำคัญ ส่วน wise ไม่ได้เป็นเพียงคำชมว่าเธอฉลาด ผู้หญิงเหล่านี้มักทำงานอยู่นอกสถาบันทางการ และอาจถูกมองด้วยความระแวงหรือถูกผลักไปอยู่ชายขอบของสังคม วลีนี้จึงช่วยสื่อว่าผู้หญิงที่ถูกมองข้ามอาจมีความสามารถซึ่งไม่เคยได้รับการยอมรับในประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในข้อความนี้ wise woman selling herbs สื่อถึงอะไรเด่นชัดที่สุด?

  1. ผู้หญิงฉลาดคนใดก็ได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความรู้แบบดั้งเดิม
  2. พนักงานสมัยใหม่ที่ขายสมุนไพรในร้านอาหารเพื่อสุขภาพ
  3. ผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับความรู้เรื่องสมุนไพรแบบดั้งเดิมและอาจอยู่ชายขอบของสังคม
ดูคำตอบ

ผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับความรู้เรื่องสมุนไพรแบบดั้งเดิมและอาจอยู่ชายขอบของสังคม

or even a very remarkable man who had a mother,

0:55

หรือแม้กระทั่งชายผู้ยิ่งใหญ่ที่มีแม่

then I think we're on the track of a lost novelist, โน้ต

0:58

เมื่อนั้นฉันคิดว่าเรากำลังตามรอยนักเขียนนวนิยายที่สูญหาย

สำนวน

we're on the track of: ตามเบาะแสไปสู่การค้นพบ

Be on the track of someone or something หมายถึงการตามเบาะแสที่อาจนำไปสู่การค้นพบ ระบุตัว หรือทำความเข้าใจบุคคลหรือสิ่งนั้น ในที่นี้ track หมายถึงร่องรอยหรือแนวทางของหลักฐาน ไม่ใช่ถนนหรือรางรถไฟ ในประโยค we're on the track of a lost novelist ผู้พูดนำเสนอการให้เหตุผลทางประวัติศาสตร์เหมือนเป็นการสืบสวน กล่าวคือ หลักฐานอาจกำลังพาเราเข้าใกล้การค้นพบนักเขียนนวนิยายที่ไม่เคยถูกบันทึกไว้

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดและหมายถึง “ตามเบาะแสเพื่อค้นหา”? The detectives are ... the stolen painting after discovering a new lead.

  1. on the road of
  2. on track to
  3. on the track of
ดูคำตอบ

on the track of

a suppressed poet,

1:02

กวีที่ถูกเก็บกด

of some mute and inglorious Jane Austen."

1:03

และเจน ออสเตน ที่เงียบขรึมและไม่มีใครชื่นชม"

ลำดับความ

a lost novelist ... mute and inglorious Jane Austen: การไล่รายการที่เพิ่มน้ำหนักขึ้น

นามวลีทั้งสามส่วนสร้างรายการที่ค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนัก a lost novelist และ a suppressed poet เริ่มจากภาพทั่วไปของผู้มีพรสวรรค์ที่ถูกลบเลือนหรือกดทับ จากนั้น some mute and inglorious Jane Austen ก็ทำให้แนวคิดชัดเจนขึ้นด้วยการเอ่ยชื่อของนักเขียนนวนิยายผู้มีชื่อเสียง ข้อความนี้ไม่ได้กล่าวถึงบุคคลที่ระบุตัวตนได้สามคน Jane Austen เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่อาจเป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ แต่ไม่สามารถแสดงพรสวรรค์หรือได้รับการยอมรับเพราะการกีดกัน การไล่จากบุคคลประเภททั่วไปไปสู่การเปรียบเทียบที่น่าจดจำทำให้ข้อโต้แย้งมีพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ

แบบฝึกหัด

นามวลีที่เน้นไว้มีหน้าที่ทางวาทศิลป์หลักอย่างไร

  1. เพื่อระบุบุคคลในประวัติศาสตร์สามคนที่ยืนยันตัวตนแล้ว
  2. เพื่อสร้างข้อโต้แย้งผ่านชุดภาพที่ค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนัก
  3. เพื่อเล่าชีวประวัติจริงของ Jane Austen
ดูคำตอบ

เพื่อสร้างข้อโต้แย้งผ่านชุดภาพที่ค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนัก

A Room of One's Own considers a world denied great works of art due to exclusion and inequality. โน้ต

1:06

A Room of One's Own (ห้องส่วนตัว) พิจารณาถึงโลกที่ถูกปฏิเสธผลงานศิลปะอันยิ่งใหญ่เนื่องจากการกีดกันและความไม่เท่าเทียม

วัฒนธรรม

A Room of One's Own: ชื่อเรื่องและความหมายทางวัฒนธรรม

A Room of One's Own เป็นชื่อบทความขนาดยาวของเวอร์จิเนีย วูล์ฟ ซึ่งกล่าวถึงเงื่อนไขที่ผู้หญิงต้องมีเพื่อจะเขียนงานได้ โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนตัวและอิสรภาพทางการเงิน ในประโยคนี้ ชื่อผลงานให้ภูมิหลังทางวัฒนธรรมแก่ข้อกล่าวเรื่องการกีดกันและความไม่เท่าเทียม เมื่อผู้หญิงไม่ได้รับพื้นที่ ทรัพยากร และโอกาส ผลงานที่พวกเธออาจสร้างขึ้นก็อาจสูญหายไปจากโลก นี่คือชื่อผลงาน ไม่ใช่เพียงคำบรรยายห้องหนึ่งห้อง

แบบฝึกหัด

เหตุใด A Room of One's Own จึงสำคัญในประโยคนี้

  1. เสนอว่าศิลปะทุกชนิดต้องสร้างขึ้นในพื้นที่สาธารณะ
  2. เป็นผลงานของวูล์ฟเกี่ยวกับเงื่อนไขที่ผู้หญิงต้องมีเพื่อจะเขียนงานได้
  3. เป็นคู่มือออกแบบห้องส่วนตัว
ดูคำตอบ

เป็นผลงานของวูล์ฟเกี่ยวกับเงื่อนไขที่ผู้หญิงต้องมีเพื่อจะเขียนงานได้

ไวยากรณ์

denied great works of art ในโครงสร้างกรรมวาจกแบบย่อ

ตรงนี้ denied great works of art เป็นวลี past participle ที่ขยาย a world และเป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบกรรมวาจกที่ย่อมาจาก a world that was denied great works of art โลกเป็นฝ่ายที่ได้รับผลจากการสูญเสีย ไม่ได้เป็นฝ่ายปฏิเสธศิลปะ โครงสร้าง คำนาม + past participle ช่วยย่อคำอธิบายแบบกรรมวาจกให้เป็นนามวลีที่กระชับ ควรตรวจดูว่าคำนามนั้นคือคนหรือสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำหรือไม่

แบบฝึกหัด

ข้อใดถอดความ a world denied great works of art โดยยังคงความหมายเดิมไว้?

  1. a world that denied that the works were great
  2. a world that was deprived of great works of art
  3. a world that rejected great works of art
ดูคำตอบ

a world that was deprived of great works of art

วลี

due to + นามวลีเพื่อบอกสาเหตุ

due to ใช้นำสาเหตุของการสูญเสียที่กล่าวถึงในวลีนี้ โดยในที่นี้ส่วนที่ตามมาคือนามวลีเชื่อมกัน exclusion and inequality รูปแบบทั่วไปคือ due to + นามวลี หรือรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ไม่สามารถตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตัวเองได้โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย due to: The outdoor concert was canceled ____ strong winds.

ดูคำตอบ

due to

How best can we understand the internal experience of alienation? โน้ต

1:12

เราจะเข้าใจประสบการณ์ภายในของความแปลกแยกได้อย่างไรดีที่สุด?

ลำดับความ

How best can we understand: การเปิดประเด็นเพื่อหาการตีความที่มีประสิทธิภาพที่สุด

How best can we understand ...? วางกรอบหัวข้อให้เป็นการค้นหาวิธีตีความที่เป็นประโยชน์หรือโน้มน้าวใจมากที่สุด คำว่า best ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ขยาย understand ดังนั้นคำถามนี้จึงถามว่าแนวทางใดจะอธิบายหัวข้อได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ไม่ได้เพียงถามว่าเราจะเข้าใจได้หรือไม่ ในฐานะเครื่องมือจัดระเบียบข้อมูล คำถามนี้ประกาศประเด็นที่ส่วนถัดไปของการบรรยายหรือบทความจะนำไปวิเคราะห์

แบบฝึกหัด

คำถามใดถามถึงวิธีตีความที่มีประสิทธิภาพที่สุดอย่างชัดเจนในการอภิปรายแบบเป็นทางการ

  1. How clearly can we describe the change?
  2. How quickly can we understand the change?
  3. How best can we understand the change?
ดูคำตอบ

How best can we understand the change?

การใช้คำ

the internal experience of alienation: ประสบการณ์ส่วนตัวของความรู้สึกขาดความเชื่อมโยง

the internal experience of alienation หมายถึงความรู้สึกของภาวะแปลกแยกจากมุมมองภายในของผู้ที่กำลังประสบมัน internal experience เน้นความคิดและความรู้สึกส่วนตัว มากกว่าพฤติกรรมภายนอกที่คนอื่นมองเห็นได้ alienation ในที่นี้คือความรู้สึกขาดความเชื่อมโยงกับคนอื่น สังคม งานของตนเอง หรือแม้แต่ตัวตนของตน ในการอภิปรายด้านวรรณกรรมและจิตวิทยา วลีทั้งหมดเน้นว่าความขาดสายสัมพันธ์นั้นถูกรู้สึกอย่างไร ไม่ใช่เพียงการแยกออกจากกันทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the internal experience of alienation หมายถึงอะไร

  1. ความรู้สึกขาดความเชื่อมโยงที่บุคคลรับรู้จากภายใน
  2. ทักษะของบุคคลในการทำความรู้จักกับคนแปลกหน้า
  3. ระยะห่างที่มองเห็นได้ระหว่างอาคารสองหลัง
ดูคำตอบ

ความรู้สึกขาดความเชื่อมโยงที่บุคคลรับรู้จากภายใน

In both her essays and fiction,

1:18

ทั้งในความเรียงและนวนิยายของเธอ

Virginia Woolf shapes the slippery nature of subjective experience into words. โน้ต

1:20

เวอร์จิเนีย วูล์ฟ ได้ถ่ายทอดธรรมชาติอันซับซ้อนของประสบการณ์ส่วนบุคคลออกมาเป็นตัวอักษร

วลี

shape X into Y: โครงสร้างใน shapes ... into words

shape X into Y หมายถึงการลงมือทำให้ X มีรูปแบบเป็น Y ในประโยคนี้ X คือ the slippery nature of subjective experience และ Y คือ words คำกริยานี้สื่อมากกว่าการบันทึกประสบการณ์ไว้เฉย ๆ โดยแสดงให้เห็นว่าวูล์ฟจัดระเบียบและขัดเกลาสิ่งที่คลุมเครือ จนผู้อ่านเข้าถึงสิ่งนั้นผ่านภาษาได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ shape X into Y: During the workshop, Maya ____ her scattered notes ____ a clear presentation.

ดูคำตอบ

shaped · into

สำนวน

slippery nature of subjective experience ในฐานะคำเปรียบเทียบ

slippery ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้บรรยายพื้นผิวที่เปียกหรือลื่น โดยนำเสนอ subjective experience หรือสิ่งที่คนคนหนึ่งรู้สึกและรับรู้ภายใน ว่าเป็นสิ่งที่ตรึงให้อยู่นิ่ง ให้คำจำกัดความ หรืออธิบายอย่างแม่นยำได้ยาก วลี slippery nature of X หมายความว่าความยากนี้เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของ X ในบทวิจารณ์วรรณกรรม ภาพเปรียบนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมการเปลี่ยนประสบการณ์ภายในให้เป็นภาษาที่แม่นยำจึงต้องอาศัยทักษะ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ slippery nature of subjective experience หมายถึงอะไร

  1. มีพื้นผิวที่เรียบลื่นในทางกายภาพ
  2. เป็นสิ่งที่น่าพอใจและเข้าใจได้ง่าย
  3. เป็นสิ่งที่จับให้แน่นอนและอธิบายอย่างแม่นยำได้ยาก
ดูคำตอบ

เป็นสิ่งที่จับให้แน่นอนและอธิบายอย่างแม่นยำได้ยาก

Her characters frequently lead inner lives that are deeply at odds with their external existence. โน้ต

1:25

ตัวละครของเธอมักมีชีวิตภายในที่ขัดแย้งกับตัวตนภายนอกอย่างลึกซึ้ง

วลี

lead inner lives: ใช้ชีวิตด้วยโลกแห่งความคิดและอารมณ์ที่เป็นส่วนตัว

ใน lead inner lives คำว่า lead เป็นคำกริยาที่ใช้กับ life/lives เพื่อหมายถึง “ใช้หรือมีชีวิตในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “นำทาง” ในที่นี้ inner life คือโลกส่วนตัวของความคิด ความรู้สึก ความปรารถนา และจินตนาการของคนคนหนึ่ง รูปพหูพจน์ inner lives สอดคล้องกับ characters ที่เป็นพหูพจน์ และรูปแบบเดียวกันนี้ยังใช้บอกวิถีชีวิตแบบอื่นได้ เช่น lead a quiet life หรือ lead double lives

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lead ในความหมายว่า “ใช้หรือมีชีวิตในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง”

  1. Nora will lead the meeting tomorrow.
  2. The guide will lead the group through the cave.
  3. Many reserved teenagers lead rich inner lives.
ดูคำตอบ

Many reserved teenagers lead rich inner lives.

สำนวน

deeply at odds with: ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับ

รูปแบบ be at odds with หมายถึง “ไม่สอดคล้องหรือขัดแย้งกับ” ส่วน deeply ทำให้ความหมายเข้มขึ้น โดยชี้ว่าความไม่สอดคล้องนั้นร้ายแรงหรือเป็นความขัดแย้งพื้นฐาน ไม่ใช่เพียงความแตกต่างเล็กน้อย ในประโยคนี้ ความคิดและความรู้สึกส่วนตัวของตัวละครไม่สอดคล้องกับชีวิตที่คนภายนอกมองเห็น โดยทั่วไป ใช้สำนวนนี้เมื่อแนวคิด การกระทำ เป้าหมาย ค่านิยม หรือมุมมองต่อความเป็นจริงสองอย่างไม่สามารถไปด้วยกันได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับ”: The policy is ____ the organization's stated values.

ดูคำตอบ

deeply at odds with

To help make sense of these disparities, วลี

1:31

เพื่อช่วยให้เข้าใจความแตกต่างเหล่านี้

วลี

make sense of: ทำความเข้าใจข้อมูลที่ชวนสับสน

Make sense of something หมายถึงการทำความเข้าใจ จัดระเบียบ หรือตีความข้อมูลที่ดูซับซ้อน สับสน หรือไม่ชัดเจน ในที่นี้ these disparities คือสิ่งที่ผู้พูดต้องการทำความเข้าใจ ใน To help make sense of... คำว่า to บอกจุดประสงค์ คือเพื่อช่วยให้ผู้คนตีความความเหลื่อมล้ำเหล่านั้นได้ และต้องคง of ไว้หน้าสิ่งที่ต้องการทำความเข้าใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ทำความเข้าใจข้อมูลที่ชวนสับสน”: I'm trying to ____ these test results.

ดูคำตอบ

make sense of

the next time you read Woolf,

1:33

ในครั้งต่อไปที่คุณอ่านผลงานของวูล์ฟ

here are some aspects of her life and work to consider.

1:34

นี่คือแง่มุมบางประการเกี่ยวกับชีวิตและผลงานของเธอที่ควรพิจารณา

She was born Adeline Virginia Stephen in 1882

1:37

เธอเกิดในชื่อ แอเดลีน เวอร์จิเนีย สตีเฟน ในปี 1882

to a large and wealthy family,

1:43

ในครอบครัวที่ใหญ่โตและร่ำรวย

which enabled her to pursue a life in the arts. โน้ต

1:45

ซึ่งทำให้เธอสามารถแสวงหาชีวิตในแวดวงศิลปะได้

ไวยากรณ์

enabled her to pursue: enable + กรรม + to-infinitive

Enable someone to do something หมายถึงการมอบเครื่องมือ โอกาส หรือเงื่อนไขที่จำเป็นให้ใครบางคนทำสิ่งหนึ่งได้ โครงสร้างคือ enable + กรรม + to-infinitive ใน enabled her to pursue คำว่า her เป็นกรรม และ to pursue คือการกระทำที่เงื่อนไขเหล่านั้นทำให้เป็นไปได้ ในที่นี้ enabled เป็นรูปอดีต อนุประโยคนี้บอกว่าสถานการณ์ของเธอทำให้การใช้ชีวิตในสายศิลปะเป็นไปได้ ไม่ได้หมายความว่ามีคนอื่นอนุญาตให้เธอทำเช่นนั้นเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้เธอสามารถ”: The scholarship ____ study abroad.

ดูคำตอบ

enabled her to

วลี

pursue a life in the arts: เลือกเส้นทางชีวิตด้านศิลปะ

pursue ในที่นี้หมายถึงการเลือกเป้าหมายอย่างจริงจังและพยายามไปให้ถึง ไม่ได้หมายถึงการวิ่งไล่ตามใคร ส่วน a life in the arts คือชีวิตหรืออาชีพที่มีงานสร้างสรรค์ เช่น วรรณกรรม ดนตรี ละคร หรือทัศนศิลป์ เป็นศูนย์กลาง วลีทั้งหมดมองศิลปะเป็นทิศทางชีวิตระยะยาว ไม่ใช่กิจกรรมที่ทำเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

pursue a life in the arts ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ลองทำกิจกรรมศิลปะหนึ่งอย่างเป็นเวลาสั้น ๆ
  2. สร้างชีวิตหรืออาชีพระยะยาวที่มีงานศิลปะเป็นศูนย์กลาง
  3. ไล่ตามศิลปินคนหนึ่งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

สร้างชีวิตหรืออาชีพระยะยาวที่มีงานศิลปะเป็นศูนย์กลาง

The death of her mother in 1895

1:47

การเสียชีวิตของแม่ของเธอในปี 1895

was followed by that of her half sister, ไวยากรณ์

1:50

ตามมาด้วยการเสียชีวิตของพี่สาวต่างแม่

ไวยากรณ์

was followed by that of: แสดงลำดับโดยไม่กล่าวซ้ำ

was followed by แสดงลำดับเหตุการณ์ กล่าวคือ มารดาเสียชีวิตก่อน แล้วจึงมีการเสียชีวิตอีกครั้งตามมา ใน that of her half sister คำว่า that ใช้แทนคำนามเอกพจน์ death ที่กล่าวไปแล้ว ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง the death of her half sister โครงสร้างนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการใช้คำนามเดิมซ้ำในงานเขียนที่เป็นทางการ เมื่อต้องการเข้าใจ that ให้ย้อนกลับไปหาคำนามเอกพจน์ที่สอดคล้องกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The closure of the library was followed by that of the museum," คำว่า that of the museum หมายถึงอะไร

  1. ห้องสมุดที่เป็นของพิพิธภัณฑ์
  2. พิพิธภัณฑ์ที่อยู่หลังห้องสมุด
  3. การปิดพิพิธภัณฑ์
ดูคำตอบ

การปิดพิพิธภัณฑ์

father, and brother,

1:52

พ่อ และพี่ชายของเธอ

within the next 10 years.

1:54

ภายในช่วงเวลา 10 ปีต่อมา

These losses led to Woolf's first depressive episode โน้ต

1:55

ความสูญเสียเหล่านี้นำไปสู่อาการซึมเศร้าครั้งแรกของวูล์ฟ

วลี

led to: แสดงว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดผลลัพธ์

Lead to หมายถึง “ทำให้เกิดหรือนำไปสู่ผลลัพธ์” ส่วน led to เป็นรูปอดีต โครงสร้างทั่วไปคือ เหตุ + lead to + ผล ในประโยคนี้ These losses คือเหตุ และ Woolf's first depressive episode คือผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lead to: The road closure ____ a long delay.

ดูคำตอบ

led to

การใช้คำ

first depressive episode: ความหมายของ episode ในบริบทสุขภาพจิต

ในงานเขียนด้านสุขภาพจิต depressive episode หมายถึงช่วงเวลาที่มีอาการซึมเศร้าอย่างชัดเจน First บอกว่านี่เป็นช่วงแรกสุดในลักษณะดังกล่าวที่กล่าวถึงในเรื่อง Episode ในที่นี้หมายถึงช่วงเวลาหรือครั้งที่ภาวะหนึ่งเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงตอนหนึ่งของรายการโทรทัศน์ และวลีนี้สื่อถึงสิ่งที่รุนแรงกว่าความเศร้าธรรมดาในช่วงสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

ในบริบทสุขภาพจิตนี้ first depressive episode หมายถึงอะไร

  1. ช่วงแรกสุดที่กล่าวถึงซึ่งมีอาการซึมเศร้าอย่างชัดเจน
  2. ช่วงเวลาสั้น ๆ ของความผิดหวังธรรมดา
  3. ตอนแรกของรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับภาวะซึมเศร้า
ดูคำตอบ

ช่วงแรกสุดที่กล่าวถึงซึ่งมีอาการซึมเศร้าอย่างชัดเจน

and subsequent institutionalization. การใช้คำ

1:59

และการต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลในเวลาต่อมา

การใช้คำ

subsequent institutionalization: การเข้าสถานดูแลในเวลาต่อมา

ในบริบทชีวประวัตินี้ subsequent institutionalization หมายถึงภายหลังบุคคลนั้นถูกส่งเข้าหรือรับไว้ในสถานดูแล เช่น โรงพยาบาลจิตเวช เพื่อรับการดูแลหรือการรักษา subsequent หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง ส่วน institutionalization ในที่นี้ใช้เรียกการเข้าอยู่ในสถานดูแลหรือช่วงเวลาที่ได้รับการดูแลจากสถาบัน institutionalization ในที่นี้กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับบุคคล ไม่ใช่กระบวนการเชิงนามธรรมในการทำให้บางสิ่งกลายเป็นสถาบันที่เป็นทางการ นามวลีสั้น ๆ นี้นำเสนอประวัติส่วนตัวที่จริงจังด้วยภาษาที่เป็นทางการและกระชับ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง subsequent institutionalization น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. ภายหลังบุคคลนั้นถูกส่งเข้าสถานดูแลเพื่อรับการดูแลหรือการรักษา
  2. ภายหลังมีการก่อตั้งสถาบันใหม่
  3. ภายหลังได้รับการแนะนำให้รู้จักกับกลุ่มศิลปิน
ดูคำตอบ

ภายหลังบุคคลนั้นถูกส่งเข้าสถานดูแลเพื่อรับการดูแลหรือการรักษา

As a young woman,

2:01

เมื่อเธอยังเป็นหญิงสาว

she purchased a house in the Bloomsbury area of London with her siblings.

2:04

เธอได้ซื้อบ้านในย่านบลูมส์บิวรีของลอนดอนร่วมกับพี่น้องของเธอ

This brought her into contact with a circle of creatives, โน้ต

2:08

สิ่งนี้ทำให้เธอได้สัมผัสกับแวดวงนักคิดสร้างสรรค์

วลี

brought her into contact with: ทำให้เธอสร้างความสัมพันธ์ใหม่

โครงสร้าง bring someone into contact with someone or something หมายถึงเหตุการณ์ สถานที่ หรือโอกาสบางอย่างทำให้คนหนึ่งได้พบผู้คนหรือได้สัมผัสกับแนวคิด สาขา หรือประสบการณ์ใหม่ ในตัวอย่าง brought เป็นกริยารูปอดีต her คือผู้ที่ได้สร้างความสัมพันธ์ และ with นำเข้าสู่กลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์ สำนวนนี้เน้นสถานการณ์ที่ทำให้ความสัมพันธ์ใหม่เกิดขึ้นได้ แทนที่จะบอกเพียงว่าคนเหล่านั้นได้พบกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายในรูปอดีต: Last year, the volunteer project ____ local community leaders.

ดูคำตอบ

brought us into contact with

การใช้คำ

a circle of creatives: แวดวงสังคมของคนทำงานสร้างสรรค์

ในที่นี้คำนาม circle หมายถึงกลุ่มหรือเครือข่ายทางสังคม ไม่ใช่รูปทรงเรขาคณิต โครงสร้าง a circle of + คำนามพหูพจน์ ใช้เรียกคนที่เชื่อมโยงกันด้วยความสนใจ งาน หรือความสัมพันธ์ร่วมกัน creatives เป็นการใช้ creative เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึงคนที่ทำงานสร้างแนวคิด ศิลปะ งานออกแบบ สื่อ หรือเนื้อหาคล้ายกัน ดังนั้น a circle of creatives จึงหมายถึงแวดวงสังคมของผู้ทำงานสร้างสรรค์ และไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

a circle of creatives ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. เครือข่ายทางสังคมของคนที่ทำงานสร้างสรรค์
  2. กลุ่มสิ่งของสร้างสรรค์ที่จัดวางเป็นรูปวงกลม
  3. บริษัทที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการและจ้างศิลปิน
ดูคำตอบ

เครือข่ายทางสังคมของคนที่ทำงานสร้างสรรค์

including E.M. Forster,

2:11

รวมถึง อี.เอ็ม. ฟอร์สเตอร์

Clive Bell,

2:12

ไคลฟ์ เบลล์

Roger Fry, and Leonard Woolf.

2:14

โรเจอร์ ฟราย และเลียวนาร์ด วูล์ฟ

These friends became known as the Bloomsbury Group, โน้ต

2:16

เพื่อนๆ กลุ่มนี้เป็นที่รู้จักในนามกลุ่มบลูมส์บิวรี (Bloomsbury Group)

วลี

became known as: ต่อมาเป็นที่รู้จักด้วยชื่อหรือสถานะหนึ่ง

Become known as + นามวลี หมายถึงต่อมาถูกเรียก ระบุ หรือเป็นที่รู้จักในวงกว้างด้วยชื่อ ตำแหน่ง หรือบทบาทนั้น became เป็นรูปอดีตและแสดงว่าการรับรู้นี้เกิดขึ้นในภายหลัง ในประโยคนี้ as นำหน้าชื่อ the Bloomsbury Group โครงสร้างนี้เน้นชื่อหรือสถานะที่ผู้คนเริ่มใช้เรียกในภายหลัง ไม่ใช่เหตุผลที่กลุ่มนั้นมีชื่อเสียง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ต่อมาเป็นที่รู้จักด้วยชื่อนี้”: Over time, the small workshop ____ the Green Door Studio.

ดูคำตอบ

became known as

วัฒนธรรม

the Bloomsbury Group: แวดวงสมัยใหม่นิยมของอังกฤษ

the Bloomsbury Group เป็นชื่อเฉพาะของแวดวงนักเขียน ศิลปิน และปัญญาชนชาวอังกฤษที่ทรงอิทธิพลในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เวอร์จิเนีย วูล์ฟเป็นสมาชิกคนสำคัญของกลุ่ม ในที่นี้ ชื่อนี้ทำให้เห็นว่าเพื่อนกลุ่มนี้อยู่ในเครือข่ายวัฒนธรรมร่วมกันที่เชื่อมโยงกับศิลปะและวรรณกรรมสมัยใหม่นิยม ไม่ได้หมายถึงแค่กลุ่มเพื่อนทั่วไปหรือองค์กรที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ the Bloomsbury Group ในบริบทนี้มากที่สุด

  1. แวดวงนักเขียน ศิลปิน และปัญญาชนชาวอังกฤษที่ทรงอิทธิพล
  2. หน่วยงานรัฐบาลที่ตั้งอยู่ในลอนดอน
  3. นวนิยายที่เวอร์จิเนีย วูล์ฟเขียน
ดูคำตอบ

แวดวงนักเขียน ศิลปิน และปัญญาชนชาวอังกฤษที่ทรงอิทธิพล

and Virginia and Leonard married in 1912.

2:19

และเวอร์จิเนียกับเลียวนาร์ดก็แต่งงานกันในปี 1912

The members of this group were prominent figures in modernism, การใช้คำ

2:22

สมาชิกของกลุ่มนี้เป็นบุคคลสำคัญในยุคโมเดิร์นนิสม์

การใช้คำ

prominent figures in modernism: บุคคลสำคัญในขบวนการ

ในประโยคนี้ prominent figures หมายถึงบุคคลที่มีบทบาทสำคัญและทรงอิทธิพล figure ในที่นี้เป็นคำค่อนข้างเป็นทางการที่ใช้เรียกบุคคลสำคัญ ไม่ได้หมายถึงตัวเลข รูปร่าง หรือรูปร่างของร่างกาย คำบุพบท in ระบุสาขาหรือขบวนการที่บุคคลเหล่านี้มีความสำคัญ: prominent figures in modernism โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ prominent figure(s) in + สาขา ขบวนการ หรือด้านหนึ่งของชีวิตสาธารณะ

แบบฝึกหัด

เติมคำนามที่หายไปจากวลีเป้าหมาย prominent figures in ให้ประโยคสมบูรณ์: The two painters were prominent ____ in the Surrealist movement.

ดูคำตอบ

figures

a cultural movement that sought to push the boundaries of how reality is represented. โน้ต

2:25

ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมที่พยายามขยายขอบเขตของการนำเสนอความจริง

การใช้คำ

sought to: วิธีทางการในการบอกเป้าหมายในอดีต

sought to เป็นรูปอดีตของ seek to ในประโยคนี้ใช้เพื่อนำเข้าสู่เป้าหมายของขบวนการทางวัฒนธรรม กล่าวคือ ขบวนการนั้นตั้งใจหรือพยายามอย่างจริงจังที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม โครงสร้าง sought to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ในอดีตด้วยสำนวนทางการแบบภาษาเขียน แต่ไม่ได้บอกว่าเป้าหมายนั้นสำเร็จหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายแบบเป็นทางการด้วยรูปอดีตของ seek to: The reformers ____ expand access to public education.

ดูคำตอบ

sought to

สำนวน

push the boundaries: ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม

push the boundaries เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการทดสอบ ขยาย หรือก้าวข้ามขีดจำกัดที่เป็นที่ยอมรับของสิ่งที่ทำกันโดยทั่วไป ในที่นี้ boundaries หมายถึงขนบในการนำเสนอความเป็นจริง ไม่ใช่เขตแดนทางกายภาพ โครงสร้าง push the boundaries of + สาขา วิธีการ หรือความสามารถ ใช้ระบุด้านที่กำลังถูกขยายขีดจำกัด โดยมักเน้นแนวคิดเรื่องการทดลองและนวัตกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ขยายขีดจำกัดที่เป็นที่ยอมรับ”: The new telescope could ____ of what scientists can observe. ใช้สำนวนจากบทเรียนนี้

ดูคำตอบ

push the boundaries

Key features of modernist writing include the use of stream of consciousness, วัฒนธรรม

2:30

ลักษณะสำคัญของงานเขียนแนวโมเดิร์นนิสม์ ได้แก่ การใช้กระแสสำนึก

วัฒนธรรม

stream of consciousness ในฐานะกลวิธีของงานเขียนแนวสมัยใหม่

Stream of consciousness คือกลวิธีทางวรรณกรรมที่นำเสนอความคิด ความรู้สึก ความทรงจำ และการเชื่อมโยงต่าง ๆ ของตัวละครตามที่ผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง งานเขียนอาจเปลี่ยนจากความคิดหนึ่งไปสู่อีกความคิดหนึ่งอย่างรวดเร็ว แทนที่จะเรียงตามตรรกะหรือลำดับเวลาที่เป็นระเบียบ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเรียกคุณลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของงานเขียนแนวสมัยใหม่ คือการย้ายจุดสนใจจากเหตุการณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียวไปสู่การเคลื่อนไหวของประสบการณ์ภายในตัวละคร

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ stream of consciousness ในการวิเคราะห์วรรณกรรมมากที่สุด

  1. ติดตามความคิด ความรู้สึก และความทรงจำของตัวละครที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
  2. นำเสนอสุนทรพจน์ที่พูดออกเสียงต่อหน้าผู้ฟัง
  3. รายงานเหตุการณ์ภายนอกตามลำดับเวลาที่เคร่งครัด
ดูคำตอบ

ติดตามความคิด ความรู้สึก และความทรงจำของตัวละครที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

interior monologue, วัฒนธรรม

2:35

บทสนทนาภายใน

วัฒนธรรม

interior monologue ในฐานะคำพูดภายในใจที่ไม่ได้เอ่ยออกมา

Interior monologue คือกลวิธีทางวรรณกรรมที่นำเสนอความคิดซึ่งตัวละครไม่ได้พูดออกมาโดยตรง ราวกับว่าผู้อ่านได้ยินตัวละครพูดอยู่ในใจ monologue หมายถึงคำพูดของคนคนเดียว ส่วน interior แสดงว่าคำพูดนั้นอยู่ภายในจิตใจ ในที่นี้ คำดังกล่าวถูกจัดเป็นลักษณะหนึ่งของงานเขียนแนวสมัยใหม่ เพราะกลวิธีนี้ย้ายจุดสนใจจากการกระทำภายนอกหรือบทสนทนาที่พูดออกเสียงไปสู่โลกภายในของตัวละคร

แบบฝึกหัด

ข้อความใดแสดง interior monologue ได้ชัดเจนที่สุด

  1. ผู้บรรยายเรียงเหตุการณ์ภายนอกตามลำดับเวลาอย่างเคร่งครัด
  2. ตัวละครสองคนถกเถียงปัญหานั้นออกเสียง
  3. ข้อความนำเสนอความคิดที่ตัวละครไม่ได้พูดออกมาโดยตรง
ดูคำตอบ

ข้อความนำเสนอความคิดที่ตัวละครไม่ได้พูดออกมาโดยตรง

distortions in time, การใช้คำ

2:36

การบิดเบือนของเวลา

การใช้คำ

Distortions in time ในฐานะกลวิธีการเล่าเรื่องที่จงใจใช้

ในวลีนี้ distortions in time หมายถึงการจงใจเปลี่ยนลำดับ ระยะเวลา หรือจังหวะเวลาที่รับรู้ตามปกติในเรื่องราวหรืองานศิลปะ ตัวอย่างได้แก่ การข้ามช่วงเวลา การย่อเวลา การยืดช่วงขณะหนึ่ง หรือการนำเสนอเวลาผ่านความทรงจำ คำว่า distortion ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความผิดพลาดโดยบังเอิญ แต่หมายถึงการเลือกใช้เชิงศิลปะที่เปลี่ยนการนำเสนอเวลาตามปกติ เพื่อให้ผู้ชมสัมผัสเหตุการณ์ในลักษณะหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ในบทวิจารณ์นวนิยายแนวทดลอง distortions in time น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. การจงใจเปลี่ยนวิธีนำเสนอเวลา
  2. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดเวลา
  3. ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยของนาฬิกา
ดูคำตอบ

การจงใจเปลี่ยนวิธีนำเสนอเวลา

and multiple or shifting perspectives. วลี

2:38

และมุมมองที่หลากหลายหรือเปลี่ยนแปลงไป

วลี

มุมมองหลายมุมและมุมมองที่เปลี่ยนไป

Multiple perspectives หมายถึงงานที่นำเสนอเหตุการณ์จากมากกว่าหนึ่งมุมมอง ส่วน shifting perspectives หมายถึงจุดสนใจของการเล่าเรื่องที่ย้ายจากมุมมองหนึ่งไปยังอีกมุมมองหนึ่ง Perspective ในที่นี้คือตำแหน่งที่ใช้มอง ทำความเข้าใจ หรือเล่าเหตุการณ์ งานหนึ่งอาจมีหลายมุมมองและอาจสลับไปมาระหว่างมุมมองเหล่านั้นได้ ดังนั้นสองแนวคิดนี้จึงอาจเกิดร่วมกัน แต่ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

นวนิยายเรื่องหนึ่งติดตามความคิดภายในของ Ana ก่อน แล้วจึงย้ายไปยังคำบอกเล่าของ Ben เกี่ยวกับเหตุการณ์เดียวกัน วลีใดเน้นการเปลี่ยนมุมมองนี้โดยเฉพาะ

  1. shifting perspectives
  2. chronological narration
  3. a fixed perspective
ดูคำตอบ

shifting perspectives

These appear in the work of Ezra Pound,

2:40

สิ่งเหล่านี้ปรากฏในผลงานของ เอซรา พาวด์

Gertrude Stein,

2:42

เกอร์ทรูด สไตน์

James Joyce,

2:44

เจมส์ จอยซ์

and Woolf herself.

2:44

และตัววูล์ฟเอง

While reading Joyce's Ulysses, ไวยากรณ์

2:46

ในขณะที่อ่านเรื่อง Ulysses ของจอยซ์

ไวยากรณ์

While reading Joyce's Ulysses: อนุประโยค while + -ing แบบย่อ

While reading Joyce's Ulysses เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบย่อ รูปเต็มคือ While Woolf was reading Joyce's Ulysses โดยละประธานและรูปของ be ไว้ แต่ Woolf ยังคงเป็นประธานที่เข้าใจร่วมกันของ reading ใช้ while + -ing เพื่อบอกช่วงเวลาที่เป็นพื้นหลังของการกระทำหลัก เมื่อคนหรือสิ่งเดียวกันเป็นผู้ทำทั้งสองการกระทำ โครงสร้างนี้ทำให้ประโยคกระชับขึ้น ไม่ได้หมายความว่า reading ไม่มีประธาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อ while + -ing ของ read: ____ the article, Lena found a useful quotation.

ดูคำตอบ

While reading

Woolf began writing Mrs. Dalloway.

2:49

วูล์ฟก็เริ่มเขียนเรื่อง Mrs. Dalloway

Like Ulysses,

2:52

เช่นเดียวกับ Ulysses

the text takes place over the course of a single day and opens under seemingly mundane circumstances. วลี

2:53

เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงวันเดียวและเปิดเรื่องด้วยสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะธรรมดา

วลี

takes place: บอกว่าเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อใดหรือที่ไหน

ในที่นี้ takes place หมายถึงเหตุการณ์เกิดขึ้นหรือมีฉากอยู่ในช่วงเวลาและสถานที่หนึ่ง ประธาน the text หมายถึงเรื่องราวหรือเหตุการณ์ในผลงาน ส่วน over the course of a single day บอกช่วงเวลาที่เหตุการณ์เหล่านั้นดำเนินไป ใช้ take place โดยให้เหตุการณ์ กิจกรรม หรือเรื่องราวเป็นประธาน เมื่อต้องการบอกว่าเกิดขึ้นเมื่อใดหรือที่ไหน วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือเอาสถานที่ไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้ take place ในรูปที่ถูกต้อง: The film ____ in a coastal town in 1998.

ดูคำตอบ

takes place

วลี

over the course of: การเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงเวลาหนึ่ง

over the course of หมายถึง “ตลอดช่วงที่ระยะเวลาหนึ่งค่อย ๆ ดำเนินไป” วลีนี้มองช่วงเวลาดังกล่าวเป็นระยะที่เหตุการณ์ การเปลี่ยนแปลง หรือการสะสมค่อย ๆ พัฒนา ไม่ใช่เพียงระบุว่าบางสิ่งเกิดขึ้นภายในช่วงเวลานั้น ในประโยคนี้ over the course of a single day กำหนดกรอบเวลาหนึ่งวันทั้งหมดที่เหตุการณ์ในบทอ่านดำเนินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ขณะที่ช่วงเวลาทั้งหมดค่อย ๆ ดำเนินไป”: Sales improved steadily ____ the year.

ดูคำตอบ

over the course of

วลี

opens under seemingly mundane circumstances: เปิดเรื่องภายใต้สถานการณ์ที่ดูเหมือนธรรมดา

ในที่นี้ opens หมายถึง “เริ่มต้น” หรือ “เริ่มดำเนินเรื่อง” ส่วน under ... circumstances ใช้บอกสภาพการณ์โดยรวมที่มีอยู่ในตอนเริ่มต้น ดังนั้นวลีนี้จึงอธิบายว่าบทอ่านเริ่มต้นอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการเปิดวัตถุจริง ๆ seemingly หมายถึง “ดูเหมือนเป็นเช่นนั้น แต่อาจไม่เป็นเช่นนั้นจริง” ส่วน mundane หมายถึงธรรมดาและเป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน เมื่อนำมารวมกันจึงสื่อว่าช่วงเปิดเรื่องดูไม่มีอะไรพิเศษบนผิวเผิน แม้ว่ารายละเอียดต่อมาอาจทำให้สถานการณ์นั้นมีความสำคัญ

แบบฝึกหัด

“The story opens under seemingly mundane circumstances” หมายความว่าอย่างไร?

  1. เรื่องเริ่มต้นด้วยการอธิบายวิธีเปิดวัตถุชิ้นหนึ่ง
  2. เรื่องเริ่มต้นในสภาพการณ์ที่อันตรายอย่างแน่นอน
  3. ในตอนแรก สถานการณ์ของเรื่องดูธรรมดา
ดูคำตอบ

ในตอนแรก สถานการณ์ของเรื่องดูธรรมดา

Mrs. Dalloway said she would buy the flowers herself.

2:59

"คุณนายดัลโลเวย์บอกว่าเธอจะไปซื้อดอกไม้เอง"

But the novel dives deeply into the characters' traumatic pasts, สำนวน

3:02

แต่นวนิยายเรื่องนี้ดำดิ่งลึกลงไปถึงอดีตอันเจ็บปวดของตัวละคร

สำนวน

dives deeply into: เจาะลึกหัวข้อหนึ่ง

ในประโยคนี้ dives deeply into เป็นการใช้เชิงอุปมา โดยนำเสนอนวนิยายราวกับดำดิ่งลงไปใต้พื้นผิวของอดีตอันเจ็บปวดของตัวละคร หมายความว่านวนิยายสำรวจอดีตเหล่านั้นอย่างละเอียด ไม่ได้หมายถึงการดำน้ำจริง ๆ deeply ช่วยเน้นระดับของ dive into วลีนี้สื่อถึงการให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องและลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงกล่าวถึงสั้น ๆ จึงใช้บรรยายได้ว่าหนังสือ ภาพยนตร์ บทความ พอดแคสต์ หรือการอภิปรายจัดการกับหัวข้อหนึ่งอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ dives deeply into อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าผลงานหนึ่งตรวจสอบหัวข้ออย่างละเอียดพอสมควร

  1. The documentary avoids discussing how sleep affects memory.
  2. The documentary briefly mentions how sleep affects memory.
  3. The documentary dives deeply into how sleep affects memory.
ดูคำตอบ

The documentary dives deeply into how sleep affects memory.

weaving the inner world of numbed socialite Clarissa Dalloway วลี

3:06

โดยถักทอโลกภายในของ คลาริสซา ดัลโลเวย์ สาวสังคมผู้ด้านชา

with that of the shell-shocked veteran Septimus Warren Smith. การใช้คำ

3:10

เข้ากับโลกของ เซปติมัส วอร์เรน สมิธ ทหารผ่านศึกผู้บอบช้ำจากสงคราม

วลี

weaving X with that of Y: ถักทอโลกภายในสองโลกเข้าด้วยกัน

Weaving X with Y ใช้ภาพของการถักทอเป็นอุปมา หมายถึงการนำเรื่องเล่า ประสบการณ์ หรือมุมมองสองส่วนมาสอดประสานเป็นโครงสร้างที่ใหญ่ขึ้น ในที่นี้นวนิยายเชื่อมโลกภายในของ Clarissa Dalloway เข้ากับโลกภายในของ Septimus Warren Smith ไม่ได้หมายถึงการทอผ้าจริง ๆ ใน that of the shell-shocked veteran คำว่า that ใช้แทนวลีนามเอกพจน์ the inner world เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำ ดังนั้น that of Y ในที่นี้จึงหมายถึง the inner world of Y ไม่ใช่ตัวบุคคล Y รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ weave X with that of Y เมื่อ X และสิ่งที่ละไว้เป็นสิ่งเอกพจน์ประเภทเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายได้ถูกต้องว่าภาพยนตร์สอดประสานเรื่องราวสองเรื่องโดยไม่กล่าวคำว่า story ซ้ำ

  1. The film weaves Maya's story with those of her older brother.
  2. The film weaves Maya's story with that of her older brother.
  3. The film weaves Maya's story with her older brother.
ดูคำตอบ

The film weaves Maya's story with that of her older brother.

การใช้คำ

shell-shocked veteran: คำเชิงประวัติศาสตร์สำหรับบาดแผลทางใจจากสงคราม

ในประโยคนี้ shell-shocked ขยายคำว่า veteran โดยหมายถึงผู้ที่เคยรับราชการในกองทัพและมีสุขภาพจิตได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการสู้รบ shell-shocked เป็นคำที่มีบริบททางประวัติศาสตร์ โดยเชื่อมโยงเป็นพิเศษกับสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง คำนี้ช่วยให้เข้าใจบาดแผลทางใจจากสงครามของเซปติมัส แต่ไม่ใช่ชื่อการวินิจฉัยสมัยใหม่ที่แม่นยำ และไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ “ตกใจ”

แบบฝึกหัด

shell-shocked veteran ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ผู้ที่เคยรับราชการทหารและมีบาดแผลทางจิตใจที่เกี่ยวข้องกับสงคราม
  2. ทหารผ่านศึกที่ตกใจชั่วครู่เพราะเสียงดัง
  3. ผู้ที่ศึกษาหอยหลังออกจากกองทัพ
ดูคำตอบ

ผู้ที่เคยรับราชการทหารและมีบาดแผลทางจิตใจที่เกี่ยวข้องกับสงคราม

Woolf uses interior monologue to contrast the rich world of the mind โน้ต

3:14

วูล์ฟใช้บทสนทนาภายในเพื่อเปรียบเทียบโลกแห่งจิตใจอันอุดมสมบูรณ์

สำนวน

rich world of the mind: rich ในความหมายว่าอุดมสมบูรณ์และซับซ้อน

ใน rich world of the mind คำว่า rich หมายถึงการเต็มไปด้วยความคิด ความทรงจำ ความรู้สึก และจินตนาการที่หลากหลาย ไม่ได้หมายถึงร่ำรวยทางการเงิน ส่วน world เป็นอุปมาที่นำเสนอชีวิตภายในใจเหมือนพื้นที่กว้างใหญ่ที่มีหลายชั้น ในที่นี้ วลีดังกล่าวเน้นความซับซ้อนของประสบการณ์ภายใน รูปแบบ a rich world of X ใช้บรรยายขอบเขตของประสบการณ์ที่มีเนื้อหามาก หลากหลาย และน่าค้นหาได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ rich ใน the rich world of the mind สื่อถึงอะไร?

  1. จิตใจตั้งอยู่ในสถานที่ที่ร่ำรวย
  2. จิตใจเป็นของคนที่มีเงินมาก
  3. จิตใจซับซ้อนและเต็มไปด้วยความคิดกับความรู้สึก
ดูคำตอบ

จิตใจซับซ้อนและเต็มไปด้วยความคิดกับความรู้สึก

against her characters' external existences.

3:20

กับตัวตนภายนอกของตัวละครของเธอ

วลี

contrast X against Y: วางสองสิ่งให้เป็นคู่ตรงข้าม

Contrast X against Y หมายถึงการนำ X และ Y มาวางคู่กันเพื่อให้ความแตกต่างโดดเด่นขึ้น ในที่นี้ X คือ the rich world of the mind และ Y คือ her characters' external existences คำกริยา contrast รับ X เป็นกรรมตรง และ against ใช้นำ Y ในการวิเคราะห์วรรณกรรม โครงสร้างนี้บอกว่าผู้เขียนจงใจจัดสองด้านให้เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกัน ไม่ใช่เพียงกล่าวถึงทั้งคู่เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยารูปปัจจุบันและคำบุพบทจาก contrast X against Y ให้สมบูรณ์: The report ____ the company's promises ____ the workers' daily experiences.

ดูคำตอบ

contrasts · against

In her novel To the Lighthouse,

3:23

ในนวนิยายเรื่อง To the Lighthouse (ไปประภาคาร) ของเธอ

mundane moments like a dinner party or losing a necklace การใช้คำ

3:25

ช่วงเวลาธรรมดาๆ เช่น งานเลี้ยงอาหารค่ำหรือการทำสร้อยคอหาย

การใช้คำ

mundane moments: เหตุการณ์ธรรมดาที่อาจดูไม่โดดเด่น

Mundane moments หมายถึงช่วงเวลาธรรมดาในชีวิตที่ดูไม่โดดเด่น แทนที่จะยิ่งใหญ่หรือพิเศษ ในที่นี้ เหตุการณ์อย่างงานเลี้ยงอาหารค่ำหรือการทำสร้อยคอหายถูกเรียกว่า mundane เพราะเป็นเรื่องในชีวิตส่วนตัวประจำวัน ในการวิเคราะห์วรรณกรรม mundane มักสร้างความแตกต่างให้เห็นว่า เหตุการณ์ภายนอกที่เล็กน้อยก็ยังเผยความคิดหรืออารมณ์ที่ลึกซึ้งได้ บางครั้งคำนี้อาจสื่อว่าน่าเบื่อ แต่ความหมายหลักในที่นี้คือธรรมดาและเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ไร้ความหมาย

แบบฝึกหัด

mundane moments ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. เหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่อยู่นอกชีวิตปกติ
  2. เหตุการณ์ธรรมดาในชีวิตประจำวัน
  3. เหตุการณ์ที่ผิดศีลธรรม
ดูคำตอบ

เหตุการณ์ธรรมดาในชีวิตประจำวัน

trigger psychological revelations in the lives of the Ramsays, วลี

3:29

ได้กระตุ้นให้เกิดการเปิดเผยทางจิตวิทยาในชีวิตของครอบครัวแรมซีย์

วลี

trigger psychological revelations: ทำให้เกิดการตระหนักรู้ภายในใจแบบใหม่

ในประโยคนี้ trigger หมายถึง “ทำให้เกิด” ส่วน psychological revelations คือการเปิดเผยหรือการตระหนักรู้ใหม่เกี่ยวกับความรู้สึก แรงจูงใจ หรือความสัมพันธ์ภายในใจ วลีนี้บอกว่าบางสิ่งทำให้ความจริงทางจิตใจที่เคยซ่อนอยู่หรือไม่ชัดเจนปรากฏขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ trigger + ผลลัพธ์เชิงนามธรรม โดยประธานระบุสาเหตุ และคำนามหลัง trigger ระบุปฏิกิริยา การเปลี่ยนแปลง หรือความเข้าใจที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The old photograph triggers a realization about Maya's childhood.” คำว่า triggers หมายถึงอะไร

  1. ทำให้เกิดการตระหนักรู้นั้น
  2. บรรยายลักษณะภายนอกของรูปถ่าย
  3. ป้องกันไม่ให้ใครเกิดการตระหนักรู้นั้น
ดูคำตอบ

ทำให้เกิดการตระหนักรู้นั้น

a fictionalized version of Woolf's family growing up. การใช้คำ

3:32

ซึ่งเป็นครอบครัววัยเด็กของวูล์ฟในเวอร์ชันแต่งเติม

การใช้คำ

fictionalized version: นำความจริงมาปรับใหม่เพื่อสร้างเรื่อง

fictionalized version คือการนำบุคคล ครอบครัว หรือเหตุการณ์จริงมาปรับเปลี่ยนและเพิ่มรายละเอียดที่แต่งขึ้นสำหรับนวนิยาย ภาพยนตร์ หรือเรื่องเล่าประเภทอื่น ในที่นี้ วลีดังกล่าวแสดงความเชื่อมโยงกับครอบครัวจริงของวูล์ฟ แต่ไม่ได้บอกว่าครอบครัวแรมซีย์เป็นบันทึกชีวประวัติที่ถูกต้องทุกประการ

แบบฝึกหัด

“a fictionalized version of a true story” หมายถึงอะไร

  1. เรื่องที่ไม่มีทางเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงเลย
  2. บันทึกข้อเท็จจริงทั้งหมดโดยไม่มีรายละเอียดที่แต่งขึ้น
  3. เรื่องที่อิงเหตุการณ์จริงแต่ปรับเปลี่ยนเพื่อจุดประสงค์เชิงสร้างสรรค์
ดูคำตอบ

เรื่องที่อิงเหตุการณ์จริงแต่ปรับเปลี่ยนเพื่อจุดประสงค์เชิงสร้างสรรค์

To the Lighthouse also contains one of the most famous examples ไวยากรณ์

3:35

To the Lighthouse ยังมีหนึ่งในตัวอย่างที่โด่งดังที่สุด

ไวยากรณ์

one of the most famous examples: หนึ่งสมาชิกในกลุ่มระดับสูงสุด

วลีนี้จัดให้สิ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ ของตัวอย่างที่ได้รับการยอมรับว่ามีชื่อเสียงที่สุด ไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นเป็นตัวอย่างเดียวที่มีชื่อเสียงที่สุด จึงเป็นการกล่าวอย่างหนักแน่นแต่ไม่ตายตัวเกินไป โครงสร้างคือ one of + the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เนื่องจากเลือกหนึ่งสิ่งจากกลุ่ม examples จึงต้องคงเป็นรูปพหูพจน์ โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับยกกรณีตัวแทนในบทความ การบรรยาย และการนำเสนอ

แบบฝึกหัด

เติมคำภาษาอังกฤษสองคำที่ขึ้นต้นโครงสร้างเป้าหมายให้ประโยคสมบูรณ์: This building is ____ the best examples of sustainable architecture in the city.

ดูคำตอบ

one of

of Woolf's radical representation of time. วลี

3:41

ของการนำเสนอเรื่องเวลาแบบแหวกแนวของวูล์ฟ

วลี

radical representation of time: การนำเสนอเวลาที่ฉีกขนบอย่างมาก

ในงานวิจารณ์วรรณกรรมและศิลปะ representation of time หมายถึงวิธีที่ผลงานนำเสนอ หล่อหลอม หรือจัดประสบการณ์เรื่องเวลาให้แก่ผู้ชมและผู้อ่าน ซึ่งอาจรวมถึงการสลับระหว่างอดีตกับปัจจุบัน การเปลี่ยนจังหวะ หรือการจัดการกับเวลาในความทรงจำและเวลาในจิตใจ ความหมายจึงกว้างกว่าการกล่าวถึงนาฬิกาหรือวันที่เท่านั้น radical ในที่นี้หมายถึงการออกห่างจากวิธีแบบดั้งเดิมอย่างมาก ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความสุดโต่งทางการเมือง ทั้งวลีบอกว่าวิธีจัดการกับเวลาของวูล์ฟมีนวัตกรรมด้านรูปแบบ

แบบฝึกหัด

radical representation of time หมายถึงอะไรในบริบทของงานวิจารณ์นี้

  1. วิธีที่แปลกจากขนบอย่างเด่นชัดซึ่งผลงานใช้เพื่อนำเสนอหรือจัดระเบียบเวลา
  2. การรณรงค์ทางการเมืองที่กำหนดไว้ในช่วงเวลาหนึ่ง
  3. ระบบที่ใช้วัดชั่วโมงและนาทีอย่างแม่นยำ
ดูคำตอบ

วิธีที่แปลกจากขนบอย่างเด่นชัดซึ่งผลงานใช้เพื่อนำเสนอหรือจัดระเบียบเวลา

In the Time Passes section, วัฒนธรรม

3:44

ในส่วนของ Time Passes

วัฒนธรรม

the Time Passes section: ส่วนที่มีชื่อเฉพาะใน To the Lighthouse

ในที่นี้ the Time Passes section เป็นชื่อส่วนหนึ่งโดยเฉพาะในนวนิยาย To the Lighthouse ของเวอร์จิเนีย วูล์ฟ คำว่า Time Passes เป็นชื่อเรื่อง ไม่ใช่ประโยคทั่วไปที่บอกว่าเวลากำลังผ่านไป โครงสร้าง In the ... section กำหนดว่ากำลังพูดถึงส่วนที่มีชื่อนี้ในหนังสือ เมื่อรู้ว่าเป็นชื่อส่วน ก็จะเข้าใจว่าคำอธิบายถัดไปกล่าวถึงวิธีที่ส่วนนี้นำเสนอช่วงเวลาอันยาวนาน

แบบฝึกหัด

the Time Passes section ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. ส่วนหนึ่งที่มีชื่อเฉพาะในนวนิยาย To the Lighthouse
  2. พื้นที่จริงที่เวลาเคลื่อนผ่าน
  3. ข้อความทั่วไปที่บอกว่าเวลากำลังผ่านไป
ดูคำตอบ

ส่วนหนึ่งที่มีชื่อเฉพาะในนวนิยาย To the Lighthouse

10 years are distilled into about 20 pages. สำนวน

3:46

เวลา 10 ปีถูกกลั่นกรองลงเหลือเพียงประมาณ 20 หน้า

สำนวน

are distilled into: กลั่นเนื้อหาจำนวนมากให้อยู่ในรูปแบบกระชับ

ในประโยคนี้ are distilled into ใช้เชิงเปรียบเทียบ ช่วงเวลา 10 ปีในเรื่องถูกย่อและถ่ายทอดไว้ในประมาณ 20 หน้า ไม่ได้หมายถึงกระบวนการกลั่นทางเคมีจริง ๆ โครงสร้างกรรมวาจก be distilled into + ผลลัพธ์ เน้นรูปสุดท้ายที่กระชับ คำว่า distill ไม่ได้สื่อเพียงว่าทำให้สั้นลง แต่สื่อถึงการย่อเนื้อหาที่ซับซ้อนหรือมีจำนวนมากให้เข้มข้นโดยยังคงสาระสำคัญไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกปัจจุบันของ distill into: Years of research ____ a concise guide.

ดูคำตอบ

are distilled into

Here,

3:49

ที่นี่

the lack of human presence in the Ramsays beach house วลี

3:50

การไม่มีมนุษย์อยู่ในบ้านพักริมหาดของครอบครัวแรมซีย์

วลี

the lack of human presence: การไม่มีผู้คนอยู่

นามวลี the lack of human presence หมายถึงไม่มีผู้คนอยู่และไม่มีร่องรอยที่ชัดเจนของกิจกรรมมนุษย์ โครงสร้าง lack of + คำนามใช้เรียกสิ่งที่ขาดหายไปหรือมีไม่เพียงพอ ในที่นี้ วลีดังกล่าวนำเสนอการไม่มีผู้คนเป็นลักษณะหนึ่งของบ้านพักริมทะเลที่สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ จึงมีความเป็นนามธรรมและเป็นทางการมากกว่าการพูดเพียงว่า there are no people

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lack of + คำนามอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อระบุสิ่งที่ขาดหายไป

  1. The room lack of natural light and feels cold.
  2. The lack from natural light makes the room feel cold.
  3. The lack of natural light makes the room feel cold.
ดูคำตอบ

The lack of natural light makes the room feel cold.

allows Woolf to reimagine time in flashes and fragments of prose. โน้ต

3:53

ทำให้วูล์ฟสามารถจินตนาการถึงเวลาใหม่ในรูปแบบของแสงแวบและเศษเสี้ยวของร้อยแก้ว

ไวยากรณ์

allows Woolf to reimagine time: ทำให้วูล์ฟจินตนาการเวลาในรูปแบบใหม่ได้

โครงสร้าง allow + บุคคล + to + คำกริยารูปพื้นฐานอาจหมายถึงการอนุญาต แต่ก็อาจหมายถึง “ทำให้ใครบางคนสามารถทำบางอย่างได้” เช่นกัน ในประโยคนี้ allows Woolf to reimagine time เป็นความหมายที่สอง คือเงื่อนไขบางอย่างเปิดโอกาสทางความคิดสร้างสรรค์ให้วูล์ฟ ไม่ใช่การที่บุคคลอื่นอนุญาตเธอ Reimagine หมายถึงการทำความเข้าใจหรือนำเสนอสิ่งหนึ่งในรูปแบบใหม่ ดังนั้นวลีนี้จึงแสดงความสัมพันธ์แบบเหตุและผลระหว่างเงื่อนไขแวดล้อมกับวิธีที่วูล์ฟนำเสนอเวลา

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ allows Woolf to reimagine time หมายความว่าอย่างไร

  1. เงื่อนไขหนึ่งบังคับให้วูล์ฟหยุดคิดเรื่องเวลา
  2. เงื่อนไขหนึ่งทำให้วูล์ฟสามารถจินตนาการเวลาในรูปแบบใหม่ได้
  3. มีคนอนุญาตให้เวลาควบคุมวูล์ฟ
ดูคำตอบ

เงื่อนไขหนึ่งทำให้วูล์ฟสามารถจินตนาการเวลาในรูปแบบใหม่ได้

สำนวน

flashes and fragments of prose: ภาพวาบและเศษเสี้ยวของงานร้อยแก้ว

วลี flashes and fragments of prose บรรยายงานเขียนว่าเป็นสิ่งที่ปรากฏขึ้นชั่วครู่และเป็นชิ้นส่วนที่ไม่สมบูรณ์ แทนที่จะเป็นกระแสเดียวที่ราบรื่นและต่อเนื่อง ในที่นี้ รูปแบบที่ขาดเป็นช่วง ๆ ทำให้วูล์ฟจินตนาการเรื่องเวลาใหม่ได้ ช่วงเวลา ความประทับใจ และความทรงจำอาจปรากฏแยกกันและถูกจัดวางแบบไม่เป็นเส้นตรง แทนที่จะเรียงตามลำดับเวลาอย่างเคร่งครัด

แบบฝึกหัด

วลี flashes and fragments of prose สื่อถึงผลทางการเล่าเรื่องแบบใด

  1. เวลาถูกนำเสนอผ่านชิ้นส่วนสั้น ๆ ที่ไม่ต่อเนื่องกัน
  2. เวลาถูกวัดด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ
  3. เวลาถูกเล่าเป็นลำดับเหตุการณ์เดียวที่ราบรื่น
ดูคำตอบ

เวลาถูกนำเสนอผ่านชิ้นส่วนสั้น ๆ ที่ไม่ต่อเนื่องกัน

The house was left.

3:57

บ้านถูกทิ้งไว้

The house was deserted.

3:58

บ้านถูกทิ้งร้าง

It was left like a shell on a sand hill to fill with dry salt grains now that life had left it. โน้ต

4:00

มันถูกทิ้งไว้เหมือนเปลือกหอยบนเนินทรายเพื่อให้เกลือแห้งเติมเต็ม บัดนี้ชีวิตได้จากมันไปแล้ว

สำนวน

left like a shell: ถูกทิ้งไว้เหมือนเปลือกที่ว่างเปล่า

left like a shell เป็นอุปมา โดย like เปรียบบ้านกับเปลือกที่สิ่งมีชีวิตภายในจากไปแล้ว ประเด็นหลักไม่ใช่ว่าบ้านมีรูปร่างเหมือนเปลือกหอย เมื่อใช้ร่วมกับ now that life had left it ภาพนี้แสดงให้เห็นว่าบ้านเป็นเพียงโครงสร้างภายนอกที่ว่างเปล่า ถูกทิ้งร้าง แห้งแล้ง และเปิดให้เม็ดเกลือเข้าไปเติมเต็ม

แบบฝึกหัด

left like a shell บอกเป็นนัยอย่างไรเกี่ยวกับบ้านในประโยคนี้

  1. มันถูกวางไว้ในเปลือกหอยจริง ๆ บนชายหาด
  2. มันถูกทิ้งเพราะมีรูปร่างเหมือนเปลือกหอย
  3. มันยังคงเหลือเป็นโครงสร้างที่ว่างเปล่าหลังจากชีวิตจากไปแล้ว
ดูคำตอบ

มันยังคงเหลือเป็นโครงสร้างที่ว่างเปล่าหลังจากชีวิตจากไปแล้ว

ไวยากรณ์

now that: ใช้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเป็นเหตุผล

now that นำ life had left it มาเป็นสถานการณ์ที่กลายเป็นจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้อธิบายว่าเหตุใดมันจึงถูกทิ้งไว้เหมือนเปลือกว่างที่สามารถเต็มไปด้วยเม็ดเกลือได้ ในฐานะคำเชื่อม now that หมายถึง “เพราะตอนนี้สถานการณ์เป็นเช่นนี้” หรือ “เนื่องจากสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว” หลังคำนี้เป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ และเชื่อมข้อเท็จจริงใหม่นั้นเข้ากับผลลัพธ์ การตัดสินใจ หรือข้อวินิจฉัย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “เพราะตอนนี้สถานการณ์เป็นเช่นนี้”: ____ the road is open again, the buses can return.

ดูคำตอบ

Now that

In her novel The Waves,

4:06

ในนวนิยายเรื่อง The Waves ของเธอ

there is little distinction between the narratives of the six main characters. วลี

4:10

มีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยระหว่างการบรรยายของตัวละครหลักทั้งหก

วลี

there is little distinction between: แทบไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจน

ใน there is little distinction between... คำว่า little มีความหมายเกือบเป็นปฏิเสธ กล่าวคือ ความแตกต่างมีน้อยมากจนเรื่องเล่าที่นำมาเปรียบเทียบไม่ได้แยกจากกันอย่างชัดเจน วลีนี้ทำให้ความแตกต่างที่อาจมีดูน้อยมาก แทนที่จะเน้นว่ายังมีความแตกต่างอยู่ ในที่นี้ distinction เป็นคำนามนับไม่ได้ และ between นำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ แม้ between มักนำสิ่งสองอย่างมาเปรียบเทียบ แต่ก็ใช้เปรียบเทียบสมาชิกในกลุ่มที่กำหนดชัดเจนได้ เช่น six main characters ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ในโครงสร้าง there is little distinction between A and B ผู้พูดกำลังบอกอะไร?

  1. ทั้งสองอย่างไม่ได้แตกต่างกันอย่างชัดเจน
  2. อย่างหนึ่งสำคัญกว่าอีกอย่างหนึ่ง
  3. ทั้งสองอย่างตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

ทั้งสองอย่างไม่ได้แตกต่างกันอย่างชัดเจน

Woolf experiments with collective consciousness, การใช้คำ

4:14

วูล์ฟทำการทดลองกับจิตสำนึกร่วม

การใช้คำ

with collective consciousness: กับจิตสำนึกร่วม

จิตสำนึกร่วมหมายถึงรูปแบบการรับรู้ ความคิด ความรู้สึก หรือความทรงจำที่มีร่วมกันในระดับกลุ่ม ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ภายในคนเพียงคนเดียว ในที่นี้ with นำเข้าสู่สิ่งที่วูล์ฟนำมาทดลองใช้เป็นแนวคิดทางการเล่าเรื่อง ในการวิเคราะห์วรรณกรรม วลีนี้ชี้ว่าชีวิตภายในของตัวละครที่แยกจากกันอาจซ้อนทับกันหรือถูกนำเสนอเป็นพื้นที่ทางจิตร่วมกันได้

แบบฝึกหัด

ในการวิเคราะห์วรรณกรรมหรือสังคม collective consciousness มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด

  1. ความคิดส่วนตัวของคนคนเดียว
  2. รายการกฎที่กลุ่มอนุมัติอย่างเป็นทางการ
  3. รูปแบบการรับรู้และความรู้สึกที่กลุ่มมีร่วมกัน
ดูคำตอบ

รูปแบบการรับรู้และความรู้สึกที่กลุ่มมีร่วมกัน

at times collapsing the six voices into one. สำนวน

4:17

ในบางครั้งก็ยุบเสียงทั้งหกให้กลายเป็นเสียงเดียว

สำนวน

collapsing the six voices into one: หลอมรวมหกเสียงเป็นหนึ่งเดียว

ในที่นี้ collapsing the six voices into one ใช้โครงสร้าง collapse A into B ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการลดและหลอมรวมองค์ประกอบหลายอย่างที่แตกต่างกันให้เป็นหนึ่งเดียว ไม่ได้หมายถึงสิ่งปลูกสร้างพังถล่มจริง ๆ the six voices คือมุมมองการเล่าเรื่องหกมุมมองที่แยกจากกัน และ one ใช้แทน one voice อนุประโยค -ing เพิ่มข้อมูลว่าวูล์ฟทำอะไรในบางครั้ง นั่นคือทำให้เส้นแบ่งระหว่างมุมมองหายไปและกลายเป็นเสียงเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ collapse A into B: To shorten the report, Mia ____ three sections ____ one.

ดูคำตอบ

collapsed · into

It is not one life that I look back upon. วลี

4:20

ฉันไม่ได้มองย้อนกลับไปที่ชีวิตเพียงชีวิตเดียว

วลี

look back upon: หวนมองและใคร่ครวญถึงอดีต

ในที่นี้ look back upon หมายถึงการจดจำและใคร่ครวญถึงบางสิ่งในอดีต เป็นการย้อนทบทวนในใจ ไม่ใช่การหันตัวกลับไปมองข้างหลังจริง ๆ สิ่งที่ถูกระลึกถึงเป็นกรรมของ upon ในประโยคนี้ one life ปรากฏอยู่ก่อนอนุประโยคขยาย แต่เป็นสิ่งที่ผู้พูดกำลัง look back upon

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ look back upon หมายความว่าอย่างไร

  1. หันตัวกลับไปดูว่ามีอะไรอยู่ข้างหลังจริง ๆ
  2. จดจำและพิจารณาบางสิ่งในอดีตอย่างรอบคอบ
  3. วางแผนสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ดูคำตอบ

จดจำและพิจารณาบางสิ่งในอดีตอย่างรอบคอบ

I'm not one person.

4:23

ฉันไม่ใช่คนคนเดียว

I am many people.

4:24

ฉันเป็นคนหลายคน

I do not altogether know who I am. ไวยากรณ์

4:25

ฉันไม่รู้ทั้งหมดว่าฉันเป็นใคร

ไวยากรณ์

do not altogether know: การปฏิเสธบางส่วน

ใน do not altogether know คำว่า altogether หมายถึง completely หรือ “อย่างสมบูรณ์” และอยู่ในขอบเขตการปฏิเสธของ not ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ไม่ได้รู้อย่างสมบูรณ์” ไม่ใช่ “ไม่รู้อะไรเลย” นี่เป็นการปฏิเสธบางส่วน ผู้พูดยอมรับว่าตนเองเข้าใจตัวเองอยู่บ้าง แต่ความเข้าใจนั้นไม่ครบถ้วน จึงแสดงความไม่แน่ใจอย่างพอประมาณ ไม่ใช่การปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

แบบฝึกหัด

I do not altogether know who I am หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดเข้าใจตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
  2. ผู้พูดไม่เข้าใจตัวเองเลยแม้แต่น้อย
  3. ผู้พูดเข้าใจตัวเองอยู่บ้าง แต่ความเข้าใจนั้นไม่ครบถ้วน
ดูคำตอบ

ผู้พูดเข้าใจตัวเองอยู่บ้าง แต่ความเข้าใจนั้นไม่ครบถ้วน

Jinny,

4:28

จินนี

Susan,

4:29

ซูซาน

Neville,

4:29

เนวิลล์

Rhoda, or Louis,

4:30

โรดา หรือ หลุยส์

or how to distinguish my life from theirs. วลี

4:31

หรือจะแยกชีวิตของฉันออกจากพวกเขาได้อย่างไร

วลี

distinguish my life from theirs: โครงสร้าง distinguish X from Y

distinguish X from Y หมายถึงการมองเห็นหรือทำให้ความแตกต่างระหว่าง X กับ Y ชัดเจน ในที่นี้ ผู้พูดกำลังพยายามมองหาเส้นแบ่งระหว่างชีวิตของตนเองกับชีวิตของผู้อื่น theirs เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้แทน their lives จึงไม่ต้องกล่าว lives ซ้ำ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ distinguish X from Y

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง distinguish X from Y ให้สมบูรณ์: A good editor must distinguish fact ____ opinion.

ดูคำตอบ

from

In The Waves,

4:34

ในเรื่อง The Waves

six become one, ลำดับความ

4:38

หกคนกลายเป็นหนึ่ง

ลำดับความ

six become one: การสรุปแบบย่อด้วยการเปรียบต่างของตัวเลข

six become one ย่อแนวคิดที่ซับซ้อนให้เป็นการเปรียบต่างของตัวเลขด้วยคำเพียงสามคำ six ชี้ไปยังบุคคลหรือเสียงต่าง ๆ ที่บริบทกล่าวถึงไว้แล้ว ส่วน one แสดงผลลัพธ์ว่าสิ่งเหล่านั้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว การละคำนามที่เข้าใจได้จากบริบทและวาง six ตรงข้ามกับ one ทำให้วลีนี้ทำหน้าที่เป็นบทสรุปที่จำง่ายมากกว่าคำอธิบายโดยละเอียด รูปแบบเดียวกันนี้ใช้จัดระเบียบข้อสรุปที่องค์ประกอบหลายส่วนรวมเป็นสิ่งเดียวกันได้

แบบฝึกหัด

six become one มีผลหลักต่อการจัดระเบียบข้อมูลในที่นี้อย่างไร?

  1. วลีนี้ย่อแนวคิดที่ซับซ้อนเกี่ยวกับหลายส่วนที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
  2. วลีนี้แจกแจงหัวข้อที่แยกจากกันหกหัวข้อและอธิบายทีละหัวข้ออย่างละเอียด
  3. วลีนี้รายงานการคำนวณที่แสดงว่าหกเท่ากับหนึ่ง
ดูคำตอบ

วลีนี้ย่อแนวคิดที่ซับซ้อนเกี่ยวกับหลายส่วนที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว

but in the gender-bending Orlando, การใช้คำ

4:39

แต่ในเรื่อง Orlando ที่ท้าทายเรื่องเพศ

การใช้คำ

gender-bending: การท้าทายกรอบทางเพศแบบดั้งเดิม

gender-bending เป็นคำคุณศัพท์ประสม หมายถึงสิ่งที่ท้าทาย ก้าวข้าม หรือเล่นกับความคาดหวังแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับเพศ ในประโยคนี้คำดังกล่าวขยาย Orlando และนำเสนอว่าผลงานนี้ตั้งคำถามต่อการแบ่งประเภทเพศแบบตายตัว bending ใช้ในเชิงอุปมา ไม่ได้หมายถึงการดัดสิ่งของจริง ๆ สำนวนนี้ใช้บรรยายศิลปะ แฟชั่น การแสดง บทบาท หรือสไตล์ที่ทำให้กรอบทางเพศแบบเดิมไม่ชัดเจนได้

แบบฝึกหัด

ในบทวิจารณ์ การเรียกผลงานว่า gender-bending โดยทั่วไปหมายความว่าอย่างไร

  1. ผลงานนั้นท้าทายความคาดหวังแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับเพศ
  2. ผลงานนั้นนำเสนอเฉพาะตัวละครที่มีเพศเดียวกัน
  3. ผลงานนั้นหลีกเลี่ยงประเด็นเรื่องเพศ
ดูคำตอบ

ผลงานนั้นท้าทายความคาดหวังแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับเพศ

a single character inhabits multiple identities. สำนวน

4:41

ตัวละครตัวเดียวกลับมีตัวตนหลายแบบ

สำนวน

inhabits multiple identities: การใช้ชีวิตผ่านและถ่ายทอดหลายอัตลักษณ์

ในวลี inhabits multiple identities คำว่า inhabit ใช้ในเชิงอุปมา ตัวละครคนเดียวใช้ชีวิตผ่านและถ่ายทอดอัตลักษณ์มากกว่าหนึ่งแบบ ประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการอาศัยอยู่ในสถานที่จริงหลายแห่ง การใช้แบบนี้มองอัตลักษณ์เสมือนเป็นพื้นที่หรือบทบาทที่คนคนหนึ่งเข้าไปอยู่ได้ จึงให้ภาพชัดและมีน้ำเสียงเชิงวิเคราะห์มากกว่าการพูดเพียงว่า has multiple identities

แบบฝึกหัด

ในการวิจารณ์วรรณกรรม inhabits multiple identities หมายความว่าอย่างไร

  1. ตัวละครมีบ้านอยู่ในสถานที่หลายแห่ง
  2. ตัวละครใช้ชีวิตผ่านหรือถ่ายทอดอัตลักษณ์หลายแบบ
  3. ตัวละครหลีกเลี่ยงการมีอัตลักษณ์ทุกรูปแบบ
ดูคำตอบ

ตัวละครใช้ชีวิตผ่านหรือถ่ายทอดอัตลักษณ์หลายแบบ

The protagonist is a poet who switches between genders and lives for 300 years. วลี

4:44

ตัวเอกเป็นกวีที่เปลี่ยนเพศไปมาและมีชีวิตอยู่ถึง 300 ปี

วลี

switches between genders: เปลี่ยนผ่านระหว่างเพศ

โครงสร้าง switch between + หมวดหมู่พหูพจน์ หรือ switch between A and B หมายถึงการเปลี่ยนจากสถานะ กิจกรรม หรือตัวเลือกหนึ่งไปสู่อีกอย่างที่แยกจากกันได้ ในประโยคนี้ switches between genders หมายถึงเพศของตัวละครเอกซึ่งเป็นตัวละครสมมติเปลี่ยนแปลงไปตลอดช่วงชีวิตอันยาวนาน ถ้อยคำนี้เน้นการเปลี่ยนผ่านระหว่างสถานะทางเพศ ไม่ใช่เพียงการมีอัตลักษณ์เดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง switch between A and B ให้สมบูรณ์: During the call, I switch ____ the camera view and the shared screen.

ดูคำตอบ

between

With its fluid language and approach to identity, วลี

4:51

ด้วยภาษาที่ลื่นไหลและแนวทางที่เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์

วลี

fluid language and approach to identity: ยืดหยุ่นและไม่ตายตัว

fluid ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม คือยืดหยุ่น เปลี่ยนแปลงได้ และไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบที่ตายตัว ในวลี fluid language and approach to identity คำคุณศัพท์ fluid ขยายทั้ง language และ approach ส่วน approach to identity หมายถึงวิธีที่ผลงานกล่าวถึงหรือนำเสนออัตลักษณ์ วลีนี้จึงบอกว่าทั้งภาษาและมุมมองต่ออัตลักษณ์ไม่ตายตัว

แบบฝึกหัด

fluid ในวลี fluid language and approach to identity หมายถึงอะไร?

  1. พูดหรือเขียนด้วยทักษะภาษาระดับสูง
  2. ไม่ตายตัวและเปลี่ยนแปลงได้
  3. ทำจากของเหลวจริง ๆ
ดูคำตอบ

ไม่ตายตัวและเปลี่ยนแปลงได้

Orlando is considered a key text in gender studies. ไวยากรณ์

4:54

Orlando จึงถือเป็นหนังสือเล่มสำคัญในการศึกษาเรื่องเพศสภาพ

ไวยากรณ์

is considered a key text in gender studies: ถือเป็นงานเขียนสำคัญในสาขาเพศภาวะศึกษา

ใน is considered a key text in gender studies คำว่า is considered ใช้รูปประโยคถูกกระทำเพื่อแสดงการประเมิน รูปประโยคกระทำอาจเป็น people or scholars consider Orlando a key text ส่วนรูปประโยคถูกกระทำจะลดความสำคัญของผู้ประเมินและเน้น Orlando กับสถานะของผลงานแทน A key text in a field หมายถึงผลงานที่สำคัญมาก มีอิทธิพล หรือได้รับการศึกษาอยู่บ่อยครั้งในสาขาหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงข้อความที่เกี่ยวข้องกับกุญแจจริง ๆ และไม่ได้แปลว่าทุกคนเห็นด้วยกับแนวคิดในผลงานนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย be considered a key text in และใช้รูป be ที่ถูกต้อง: The novel ____ postcolonial studies.

ดูคำตอบ

is considered a key text in

The mind can only fly so far from the body before it returns to the constraints of life. สำนวน

4:57

จิตใจสามารถโบยบินไปจากร่างกายได้ไกลเพียงจุดหนึ่งเท่านั้น ก่อนที่จะต้องกลับมาสู่ข้อจำกัดของชีวิต

สำนวน

fly so far from the body ... returns to the constraints of life: อุปมาของการบินห่างจากร่างกายแล้วกลับสู่ข้อจำกัดของชีวิต

ประโยคนี้เปลี่ยนเสรีภาพทางความคิดที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นการเคลื่อนที่ในพื้นที่ fly so far from the body จินตนาการว่าจิตใจเคลื่อนผ่านอัตลักษณ์ทางกายหรือข้อจำกัดของร่างกายไปได้ ไม่ได้หมายถึงการบินจริง ๆ before it returns to the constraints of life ทำให้รูปแบบการออกห่างแล้วกลับคืนสมบูรณ์ ส่วน can only ... so far กำหนดว่ามีขีดจำกัด ความคิดหรือจินตนาการอาจก้าวข้ามร่างกายได้ชั่วคราว แต่ชีวิตในร่างกายและความจริงในทางปฏิบัติจะดึงมันกลับมา ในบริบทนี้ อุปมานี้สะท้อนประเด็นที่อัตลักษณ์ต้องเผชิญกับข้อจำกัดของร่างกาย

แบบฝึกหัด

การเคลื่อนไหวใน fly so far from the body ... returns to the constraints of life สื่อถึงอะไรเป็นหลัก?

  1. สื่อว่าความคิดอาจก้าวข้ามข้อจำกัดของร่างกายได้ แต่เป็นเพียงชั่วคราว
  2. บรรยายว่าจิตใจบินออกจากร่างกายจริง ๆ แล้วบินกลับมา
  3. อ้างว่าชีวิตประจำวันไม่ได้จำกัดความคิดเลย
ดูคำตอบ

สื่อว่าความคิดอาจก้าวข้ามข้อจำกัดของร่างกายได้ แต่เป็นเพียงชั่วคราว

Like many of her characters,

5:05

เช่นเดียวกับตัวละครหลายๆ ตัวของเธอ

Woolf's life ended in tragedy when she drowned herself at the age of 59. โน้ต

5:06

ชีวิตของวูล์ฟจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเมื่อเธอจมน้ำตายในวัย 59 ปี

วลี

life ended in tragedy: การสรุปอย่างเป็นทางการและสำรวม

ใน life ended in tragedy โครงสร้าง end in + คำนาม ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการหรือเรื่องราว ในที่นี้ tragedy หมายถึงผลลัพธ์ที่ร้ายแรงและน่าเศร้า ไม่ได้หมายถึงบทละครประเภทโศกนาฏกรรม วลีนี้สรุปอย่างเป็นทางการและสำรวมว่าชีวิตของบุคคลหนึ่งจบลงอย่างไร จากนั้นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when จะบอกเหตุการณ์ที่ทำให้ตอนจบนั้นเป็นโศกนาฏกรรม

แบบฝึกหัด

ใช้ end in tragedy ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคทางการนี้ให้สมบูรณ์: The rescue mission ____ after two team members died.

ดูคำตอบ

ended in tragedy

การใช้คำ

drowned herself: ความหมายสะท้อนกลับในบริบทเกี่ยวกับความตาย

ใน drowned herself คำว่า herself เป็นคำสรรพนามสะท้อนกลับที่อ้างกลับไปยัง she และแสดงว่าผู้กระทำกับผู้ที่ได้รับผลจากการกระทำเป็นคนเดียวกัน ในบริบทเกี่ยวกับความตายนี้ drown oneself หมายถึงการทำให้ตนเองเสียชีวิตด้วยการจมน้ำ หากไม่มี herself ประโยค she drowned จะระบุเพียงว่าสาเหตุการเสียชีวิตคือการจมน้ำ แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่าเป็นอุบัติเหตุหรือจงใจ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “She drowned herself.” คำว่า herself เพิ่มความหมายใด?

  1. แสดงว่าการกระทำมุ่งกลับมาที่ตัวประธานเอง
  2. บอกเพียงว่าเธอเสียชีวิตในน้ำโดยไม่ระบุเจตนา
  3. แสดงว่าบุคคลอื่นเป็นผู้กระทำ
ดูคำตอบ

แสดงว่าการกระทำมุ่งกลับมาที่ตัวประธานเอง

Yet,

5:11

ถึงกระนั้น

she expressed hope beyond suffering. วลี

5:12

เธอก็ยังแสดงความหวังที่อยู่เหนือความทุกข์ทรมาน

วลี

expressed hope beyond suffering: แสดงความหวังที่ก้าวพ้นความทุกข์

ในประโยคนี้ expressed hope หมายถึงการถ่ายทอดความรู้สึกแห่งความหวัง ส่วน beyond suffering ขยายความหวังนั้นว่าเป็นสิ่งที่ก้าวพ้นขอบเขตของความเจ็บปวด ไม่ได้ถูกความเจ็บปวดกำหนดไว้ทั้งหมด ในโครงสร้าง beyond + คำนามนามธรรม คำว่า beyond มักหมายถึงอยู่นอกหรือก้าวพ้นขีดจำกัดของบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงเพียงหลังจากบางสิ่งเท่านั้น โครงสร้างนี้พบบ่อยเป็นพิเศษในภาษาที่สะท้อนความคิดหรือภาษาวรรณกรรม

แบบฝึกหัด

hope beyond suffering ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. ความหวังที่ก้าวพ้นขีดจำกัดของความทุกข์
  2. ความหวังที่เริ่มขึ้นหลังความทุกข์สิ้นสุดเท่านั้น
  3. ความหวังที่ทำให้เกิดความทุกข์
ดูคำตอบ

ความหวังที่ก้าวพ้นขีดจำกัดของความทุกข์

Through deep thought,

5:14

ด้วยความคิดที่ลึกซึ้ง

Woolf's characters are shown to temporarily transcend their material reality. โน้ต

5:15

ตัวละครของวูล์ฟแสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามความเป็นจริงทางวัตถุของตนชั่วคราว

ไวยากรณ์

are shown to temporarily transcend: ถูกนำเสนอว่าก้าวพ้นได้ชั่วคราว

are shown to + กริยารูปพื้นฐาน เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ ในที่นี้ผลงานนำเสนอตัวละครของวูล์ฟว่าสามารถก้าวพ้นความเป็นจริงทางวัตถุของตนได้ชั่วคราว ดังนั้นจุดเน้นจึงอยู่ที่ตัวละครและการตีความ ไม่ใช่ผู้ที่นำเสนอตัวละครเหล่านั้น temporarily ขยาย transcend โดยบอกว่าการก้าวพ้นข้อจำกัดทางกายภาพหรือทางวัตถุนั้นไม่ยั่งยืน การวางคำวิเศษณ์ไว้ระหว่าง to กับ transcend เป็นโครงสร้าง infinitive แบบแยกที่เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยควิเคราะห์ภาพยนตร์ด้วย be shown to + กริยารูปพื้นฐาน: In the film, the characters ____ question the rules they inherited.

ดูคำตอบ

are shown to

การใช้คำ

their material reality: เงื่อนไขภายนอกเทียบกับชีวิตภายใน

ในที่นี้ material reality หมายถึงเงื่อนไขภายนอกที่เป็นรูปธรรมซึ่งคนคนหนึ่งดำรงชีวิตอยู่ ได้แก่ โลกทางกายภาพ ร่างกาย และสถานการณ์จริงในชีวิต วลีนี้ใช้ตรงข้ามกับความคิด ความรู้สึก จินตนาการ หรือประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ ส่วน their เชื่อมเงื่อนไขเหล่านี้เข้ากับสถานการณ์ของตัวละคร ใน transcend their material reality ตัวละครมีประสบการณ์ชั่วขณะราวกับก้าวพ้นข้อจำกัดเหล่านั้น วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าโลกภายนอกหายไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใน “Woolf's characters are shown to temporarily transcend their material reality,” their material reality หมายถึงอะไร

  1. ความเชื่อของตัวละครว่าความมั่งคั่งคือคุณค่าสูงสุด
  2. สิ่งของราคาแพงที่ตัวละครเป็นเจ้าของ
  3. เงื่อนไขภายนอก ทางร่างกาย และในทางปฏิบัติของชีวิตพวกเขา
ดูคำตอบ

เงื่อนไขภายนอก ทางร่างกาย และในทางปฏิบัติของชีวิตพวกเขา

And in its careful consideration of the complexity of the mind,

5:20

และด้วยการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความซับซ้อนของจิตใจ

her work charts the importance of making our inner lives known to each other. โน้ต

5:24

ผลงานของเธอได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำให้ชีวิตภายในของเราเป็นที่รู้จักซึ่งกันและกัน

วลี

charts the importance of: chart ในฐานะกริยาเชิงเปรียบเทียบ

ในที่นี้ charts เป็นสกรรมกริยา ไม่ใช่คำนามพหูพจน์ charts โดย Her work เป็นประธาน และ the importance of making our inner lives known to each other เป็นกรรมตรง เมื่อเป็นกริยาในงานเขียนเชิงวิเคราะห์ chart หมายถึงการติดตาม วางโครง หรือเสนอเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบ ดังนั้น charts the importance of จึงหมายความว่าผลงานค่อย ๆ พัฒนาและเผยให้เห็นว่าเหตุใดการกระทำนั้นจึงสำคัญ ไม่ใช่เพียงกล่าวว่ามันสำคัญเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคเชิงวิเคราะห์นี้ charts หมายถึงอะไร “The documentary charts the importance of preserving local languages.”

  1. ซ่อนความสำคัญของหัวข้อ
  2. ติดตามและนำเสนอว่าเหตุใดการอนุรักษ์จึงสำคัญ
  3. เปลี่ยนหัวข้อให้เป็นแผนภูมิจริง
ดูคำตอบ

ติดตามและนำเสนอว่าเหตุใดการอนุรักษ์จึงสำคัญ

ไวยากรณ์

making our inner lives known: make + กรรม + กริยาช่อง 3

ในวลี making our inner lives known คำว่า make หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเข้าสู่สภาวะหนึ่ง” โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยาช่อง 3 โดย our inner lives เป็นกรรม และ known บอกสภาพผลลัพธ์ว่า “เป็นที่รับรู้หรือเข้าใจของผู้อื่น” ส่วน to each other ระบุว่าผู้ที่ได้รับรู้ความคิดและความรู้สึกภายในเหล่านั้นคือแต่ละฝ่าย โครงสร้างนี้มองการสื่อสารว่าเป็นการทำให้ข้อมูลส่วนตัวเข้าถึงได้ สามารถใช้กับ needs, concerns, wishes หรือ experiences ได้ เช่น make your needs known และไม่ได้แปลว่า “สร้างโลกภายในของเรา”

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่อง 3 ที่หายไปในโครงสร้างเป้าหมาย: At the meeting, the students made their concerns ____ to the principal.

ดูคำตอบ

known

Not afraid of Virginia Woolf? วัฒนธรรม

5:29

ไม่กลัวเวอร์จิเนีย วูล์ฟ ใช่ไหม?

วัฒนธรรม

Not afraid of Virginia Woolf? ในฐานะการอ้างถึงชื่อเรื่อง

ประโยคนี้สะท้อนชื่อบทละครและภาพยนตร์ชื่อดัง Who's Afraid of Virginia Woolf? ผู้พูดเปลี่ยนให้เป็นคำถามเชิงปฏิเสธแบบละคำว่า Not afraid of Virginia Woolf? ทำให้ชื่อเรื่องกลายเป็นการย้อนอ้างอย่างขบขัน คำว่า afraid ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกลัวนักเขียนคนนี้จริง ๆ เป็นหลัก คำถามสื่อว่าหลังจากได้รู้จักวูล์ฟมากขึ้น เธออาจดูไม่ยากหรือชวนหวั่นใจเหมือนเดิม และยังใช้เป็นช่วงเปลี่ยนเพื่อปิดท้ายอย่างเบาสบาย

แบบฝึกหัด

ในคำพูดปิดท้ายหลังจากแนะนำนักเขียนแล้ว Not afraid of Virginia Woolf? น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด?

  1. การสะท้อนชื่อ Who's Afraid of Virginia Woolf? อย่างขบขัน ซึ่งสื่อว่าตอนนี้นักเขียนอาจดูไม่น่าหวั่นใจเท่าเดิม
  2. คำถามว่าผู้ชมเคยพบ Virginia Woolf ด้วยตนเองหรือไม่
  3. คำเตือนตามตัวอักษรว่า Virginia Woolf เป็นบุคคลอันตราย
ดูคำตอบ

การสะท้อนชื่อ Who's Afraid of Virginia Woolf? อย่างขบขัน ซึ่งสื่อว่าตอนนี้นักเขียนอาจดูไม่น่าหวั่นใจเท่าเดิม

Then check our book recs list to see which of her masterpieces our team recommends.

5:31

ถ้าอย่างนั้นลองดูรายการแนะนำหนังสือของเราเพื่อดูว่าทีมงานของเราแนะนำผลงานชิ้นเอกเรื่องใดของเธอ

And thanks to our partners at Audible,

5:36

และขอขอบคุณพันธมิตรของเราที่ Audible

you can download a free audio version of any of her books on audible.com/ted-ed.

5:38

คุณสามารถดาวน์โหลดหนังสือของเธอในรูปแบบเสียงได้ฟรีที่ audible.com/teded

By doing so,

5:45

ด้วยการทำเช่นนั้น

you'll be supporting TED-Ed's non-profit educational mission.

5:45

คุณจะสนับสนุนภารกิจด้านการศึกษาที่ไม่แสวงหาผลกำไรของ TED-Ed

Thanks for watching and thanks for your support.

5:49

ขอบคุณที่รับชมและขอบคุณสำหรับการสนับสนุน