ผู้คนมากมายสนับสนุนฮิตเลอร์ได้อย่างไร? - Joseph Lacey: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้ใช้การพิจารณาคดีอดอล์ฟ ไอช์มันน์ในปี 1961 เพื่ออธิบายแนวคิด “ความชั่วร้ายอันแสนธรรมดา” ของฮันนาห์ อาเรนท์ กล่าวคือ คนธรรมดาอาจมีส่วนร่วมในความโหดร้ายเมื่อยอมรับบทบาททางสังคมอย่างเชื่อฟังและละทิ้งการไตร่ตรองเชิงวิพากษ์ แต่ยังคงต้องรับผิดชอบทางศีลธรรมต่อการกระทำของตน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. stood trial for — วลีสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: เรียนรู้สำนวนคงที่ในบริบทกฎหมายที่หมายถึงการถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการจากข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิด คุณจะสังเกตและใช้สำนวนนี้ในข่าวหรือเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ได้ โดยไม่ตีความ trial เป็นเพียงคำนามเดี่ยว ๆ 2. it was exactly this ordinariness that was most terrifying. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ดูว่าโครงสร้างเน้นความและ exactly this ย้อนอ้างถึงคำบรรยายก่อนหน้าแล้วเน้นข้อสรุปที่คาดไม่ถึงอย่างไร สิ่งที่น่ากลัวคือความดูธรรมดาของไอช์มันน์ ไม่ใช่ความชั่วร้ายที่โดดเด่นเป็นพิเศษ 3. still held Eichmann accountable. — วลีสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: เข้าใจว่า hold someone accountable หมายถึงการกำหนดให้บุคคลตอบรับผลจากพฤติกรรมของตนในบริบทกฎหมาย จริยธรรม หรือสถาบัน ส่วน still ช่วยสื่อว่าแม้จะอธิบายที่มาของพฤติกรรมได้ ก็ไม่ได้ทำให้ความรับผิดชอบนั้นหมดไป
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Adolf Eichmann stood trial for crimes against humanity. โน้ต
0:10อดอล์ฟ ไอช์มันน์ ถูกนำตัวขึ้นศาลในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
stood trial for: ถูกพิจารณาคดีในข้อหาใดข้อหาหนึ่ง
stood เป็นรูปอดีตของ stand แต่ stood trial เป็นสำนวนกฎหมายตายตัว หมายถึง “ถูกพิจารณาคดีในศาล” ไม่ได้หมายถึง “ยืนอยู่” โครงสร้างคือ stand trial for + ข้อกล่าวหา ความผิด หรือการกระทำที่ถูกกล่าวหา ในที่นี้ for นำเหตุผลทางกฎหมายของการพิจารณาคดี คือ crimes against humanity
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ stand trial for: After the investigation, the company director ____ fraud.
ดูคำตอบ
stood trial for
crimes against humanity: ข้อหาอย่างเป็นทางการตามกฎหมายระหว่างประเทศ
crimes against humanity เป็นคำศัพท์ทางการในกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ หมายถึงการกระทำร้ายแรงบางอย่าง เช่น การฆาตกรรม การเนรเทศ หรือการประหัตประหาร เมื่อการกระทำนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีประชากรพลเรือนอย่างกว้างขวางหรือเป็นระบบ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุประเภทข้อกล่าวหาทางกฎหมายต่อไอช์มันน์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประหัตประหารและการสังหารหมู่โดยนาซี ไม่ใช่คำทั่วไปสำหรับสิ่งใดก็ตามที่โหดร้ายหรือเป็นอันตรายต่อผู้คน
แบบฝึกหัด
ในรายงานด้านกฎหมายหรือประวัติศาสตร์ crimes against humanity หมายถึงอะไร
- ประเภทความผิดทางกฎหมายอย่างเป็นทางการที่ครอบคลุมการกระทำร้ายแรงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีประชากรพลเรือนอย่างกว้างขวางหรือเป็นระบบ
- การกระทำที่ไม่ดีใด ๆ ซึ่งทำร้ายคนหนึ่งคน
- อาชญากรรมใด ๆ ที่มนุษย์เป็นผู้กระทำ
ดูคำตอบ
ประเภทความผิดทางกฎหมายอย่างเป็นทางการที่ครอบคลุมการกระทำร้ายแรงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีประชากรพลเรือนอย่างกว้างขวางหรือเป็นระบบ
tasked with organizing: ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการจัดการ
tasked with organizing หมายถึง “ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการจัดการ” คำว่า tasked เป็นกริยาช่องสามที่ใช้ขยายเจ้าหน้าที่และหน้าที่ที่เขาได้รับ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ be tasked with + คำนามหรือกริยารูป -ing เนื่องจาก with เป็นคำบุพบทในที่นี้ จึงต้องตามด้วย organizing ไม่ใช่ organize
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ review: The audit team was tasked with ____ every expense report.
ดูคำตอบ
reviewing
ghettos and concentration camps ในประวัติศาสตร์เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
ในบริบทของเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งนี้ ghettos คือเขตเมืองที่ถูกปิดล้อมหรือควบคุมอย่างเข้มงวด ซึ่งทางการนาซีบังคับให้ชาวยิวอาศัยอยู่ภายใต้ข้อจำกัดรุนแรง ส่วน concentration camps คือสถานที่คุมขังที่ใช้กักขังและทารุณผู้คนด้วยการบังคับใช้แรงงาน การตัดสิ่งจำเป็น และความรุนแรง วลีนี้ระบุสถานที่สองประเภทที่แตกต่างกันในระบบการกดขี่ของนาซี ไม่ใช่สถานที่อยู่อาศัยหรือพักอาศัยทั่วไป ในที่นี้ camp ไม่ได้หมายถึงสถานที่ตั้งแคมป์เพื่อสันทนาการหรือที่พักชั่วคราวทั่วไป
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ในประโยคนี้ concentration camps หมายถึงค่ายทั่วไปที่ใช้เพื่อสันทนาการ
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
who orchestrated atrocities from a cushy German office. การใช้คำ
0:26ผู้ซึ่งบงการความโหดร้ายจากสำนักงานอันแสนสบายในเยอรมนี
popularly described as an evil mastermind: ถูกบรรยายอย่างแพร่หลายว่าเป็นจอมบงการผู้ชั่วร้าย
วลี popularly described as an evil mastermind เป็นการรายงานภาพลักษณ์ที่แพร่หลายในสังคม กล่าวคือ หลายคนมองเขาว่าเป็นผู้ที่ฉลาดมากและคอยสั่งการแผนการชั่วร้าย ในที่นี้ popularly หมายถึง “โดยทั่วไป” หรือ “อย่างแพร่หลาย” ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นที่ชื่นชอบ การระบุว่าป้ายคำนี้มาจากคำบรรยายที่แพร่หลายช่วยให้ผู้เล่าเว้นระยะจากคำตัดสินดังกล่าว แทนที่จะรับรองอย่างเต็มที่ ในการจัดลำดับข้อมูล ป้ายคำที่รุนแรงนี้สร้างความคาดหวังก่อน เพื่อให้ภาพที่ตรงข้ามในภายหลังมาท้าทายความคาดหวังนั้นได้
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายบทบาทของ popularly described as an evil mastermind ในประโยคได้ดีที่สุด
- นำเสนอ evil mastermind ว่าเป็นชื่อตำแหน่งอย่างเป็นทางการของเขา
- เป็นการรายงานป้ายคำที่แพร่หลาย โดยยังเปิดไว้ว่าอาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่ายอมรับทั้งหมด
- หมายความว่าแผนการชั่วร้ายทำให้เขาเป็นที่นิยมในหมู่ประชาชน
ดูคำตอบ
เป็นการรายงานป้ายคำที่แพร่หลาย โดยยังเปิดไว้ว่าอาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่ายอมรับทั้งหมด
orchestrated atrocities: วางแผนและประสานการกระทำอันโหดร้าย
ใน orchestrated atrocities คำว่า orchestrated ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงวางแผน จัดระบบ และประสานการกระทำที่รุนแรงหรือโหดร้าย ไม่ได้หมายถึงการเรียบเรียงหรืออำนวยเพลง คำกริยานี้เน้นการควบคุมปฏิบัติการที่ซับซ้อนจากเบื้องหลัง จึงใช้ระบุความรับผิดชอบในการสั่งการความโหดร้ายได้ แม้บุคคลนั้นจะไม่ได้ลงมือทำทุกเหตุการณ์ด้วยตนเอง
แบบฝึกหัด
ใน orchestrated atrocities คำว่า orchestrated มีความหมายที่แม่นยำที่สุดว่าอะไร
- หมายถึงเล่นดนตรีระหว่างที่เกิดความโหดร้าย
- หมายถึงเพิ่งรู้เรื่องความโหดร้ายหลังจากเหตุการณ์จบลงแล้ว
- หมายถึงวางแผนและประสานความโหดร้ายเหล่านั้นในฐานะปฏิบัติการที่ซับซ้อน
ดูคำตอบ
หมายถึงวางแผนและประสานความโหดร้ายเหล่านั้นในฐานะปฏิบัติการที่ซับซ้อน
a cushy German office: cushy แบบไม่เป็นทางการและแฝงการประเมิน
ใน a cushy German office คำว่า cushy หมายถึงสบาย ง่าย มั่นคง และแทบไม่ต้องเผชิญความลำบากหรือความเสี่ยง เป็นคำไม่เป็นทางการและแฝงการประเมิน ไม่ใช่เพียงคำบรรยายห้องอย่างเป็นกลาง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวสร้างความขัดแย้งทางศีลธรรมเชิงประชด ผู้บงการถูกนำเสนอว่าทำงานอย่างสบายและอยู่ห่างจากสถานที่จริง ขณะที่กำลังจัดการให้เกิดความโหดร้าย ในบริบทอื่น cushy มักใช้บรรยายงาน ตำแหน่ง หรือวิถีชีวิตที่ดูง่ายหรือมีอภิสิทธิ์ผิดปกติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ cushy ด้วยความหมายเชิงประเมินแบบเดียวกัน
- The director enjoyed a cushy position with high pay and very little responsibility.
- The hikers rested on a comfortable wooden bench.
- The technician measured the office temperature.
ดูคำตอบ
The director enjoyed a cushy position with high pay and very little responsibility.
so-called desk murderer: ป้ายชื่อคล้ายการใส่อัญประกาศสำหรับความรับผิดชอบทางระบบราชการ
ใน so-called desk murderer คำว่า desk murderer เป็นป้ายชื่อเชิงเปรียบเทียบแบบสื่อ ใช้เรียกคนที่การวางแผน คำสั่ง และงานธุรการของเขาช่วยให้เกิดการสังหารขึ้น ไม่ได้หมายถึงคนที่ฆ่าใครสักคนข้างโต๊ะทำงานจริง ๆ so-called สร้างระยะห่างเล็กน้อยจากป้ายชื่อนั้น คล้ายการใส่อัญประกาศขณะพูด โดยสื่อว่านี่เป็นชื่อที่คนอื่นหรือการสนทนาสาธารณะใช้ ในบางบริบทอาจฟังดูสงสัย แต่ที่นี่เป็นการนำเสนอป้ายชื่อ ไม่ใช่การปฏิเสธความรับผิดชอบของบุคคลนั้น
แบบฝึกหัด
ป้ายชื่อ so-called desk murderer ในที่นี้หมายถึงอะไร
- คนที่ถูกถือว่ารับผิดชอบต่อการสังหารซึ่งเกิดขึ้นได้จากการวางแผนและคำสั่งทางธุรการ
- คนที่ก่อเหตุฆาตกรรมขณะยืนอยู่ข้างโต๊ะสำนักงาน
- คนที่ถูกเรียกว่าฆาตกรเพียงเพราะมีโต๊ะตัวหนึ่งถูกขโมย
ดูคำตอบ
คนที่ถูกถือว่ารับผิดชอบต่อการสังหารซึ่งเกิดขึ้นได้จากการวางแผนและคำสั่งทางธุรการ
took the stand: ขึ้นคอกพยานเพื่อให้การ
ในบริบทของศาลนี้ took the stand หมายถึง “ขึ้นคอกพยานเพื่อให้การ” took เป็นรูปอดีตของ take ส่วน stand ในที่นี้เป็นคำนาม หมายถึงจุดที่พยานให้การ อนุประโยคขยาย who took the stand ระบุชายคนนี้ผ่านบทบาทของเขาในการพิจารณาคดี วลีนี้ไม่ได้หมายเพียงว่าเขาลุกขึ้นยืนหรือมาปรากฏตัวที่ศาล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take the stand: At the fraud trial, the accountant ____ and answered the prosecutor's questions.
ดูคำตอบ
took the stand
seemed more like A than B: เปรียบเทียบความประทับใจ
seemed more like A than B หมายความว่า ความรู้สึกหรือภาพที่ผู้พูดได้รับใกล้เคียงกับ A มากกว่า B ในประโยคนี้ a dull bureaucrat คือ A และ a sadistic killer คือ B ดังนั้นรูปลักษณ์ของชายคนนี้จึงไม่ตรงกับภาพที่คาดไว้ของฆาตกรโหดเหี้ยม like ในที่นี้หมายถึง “คล้าย” ไม่ใช่ “ชอบ” และ seemed ยังทำให้ข้อความเป็นเพียงเรื่องของรูปลักษณ์หรือความรู้สึกที่ได้รับ ไม่ได้ยืนยันว่าบุคคลนั้นเป็นอะไรจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปจากโครงสร้าง more like A than B: The tiny apartment seemed ____ a hotel room than a home.
ดูคำตอบ
more like
The disparity between A and B: ช่องว่างที่ชัดเจนระหว่าง A กับ B
The disparity between A and B ใช้เรียกช่องว่างหรือความไม่สอดคล้องที่เห็นได้ชัดระหว่างสองสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบกันได้ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเปรียบลักษณะที่ดูธรรมดาของไอช์มันน์กับความร้ายแรงของการกระทำของเขา สำนวนนี้นำเสนอทั้งสองด้านว่าเข้ากันได้ยาก ไม่ใช่เพียงแค่แตกต่างกัน จึงมีประโยชน์เมื่อช่องว่างนั้นเป็นประเด็นสำคัญในการวิเคราะห์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ disparity ได้เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อเน้นช่องว่างที่มีความสำคัญ
- Could you disparity the first draft with the final draft?
- The report highlights the disparity between promised access and actual access.
- The two identical totals show a major disparity.
ดูคำตอบ
The report highlights the disparity between promised access and actual access.
this contradiction inspired a disturbing revelation. ลำดับความ
0:47ความขัดแย้งนี้ได้จุดประกายให้เกิดการเปิดเผยที่น่าตกใจ
this contradiction inspired a disturbing revelation: จากความขัดแย้งสู่ข้อค้นพบที่น่ากังวล
This contradiction ย่อความไม่สอดคล้องที่กล่าวไว้ก่อนหน้า—ภาพลักษณ์ที่ดูธรรมดาของไอช์มันน์กับการกระทำอันเลวร้ายของเขา—ให้เป็นป้ายสั้น ๆ ที่อ้างกลับไปยังข้อมูลเดิม ทำให้ผู้ฟังนำข้อมูลนั้นไปเชื่อมกับแนวคิดถัดไปได้ Inspired a disturbing revelation ทำให้คำอธิบายเดินหน้าต่อไป โดยบอกว่าความขัดแย้งนี้ก่อให้เกิดข้อคิดสำคัญที่น่ากังวล ในที่นี้ inspired หมายถึง “นำไปสู่” หรือ “ก่อให้เกิด” ไม่ใช่ “ให้กำลังใจทางอารมณ์” อนุประโยคทั้งหมดจึงเชื่อมข้อสังเกตที่อธิบายไปแล้วเข้ากับแนวคิดหลักที่จะอธิบายต่อไป
แบบฝึกหัด
อนุประโยค this contradiction inspired a disturbing revelation มีหน้าที่หลักอย่างไรในการเรียบเรียงเนื้อหา
- บอกว่าความขัดแย้งทำให้อาเรนดท์รู้สึกร่าเริงและได้รับกำลังใจ
- เชื่อมความขัดแย้งที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับข้อคิดที่น่ากังวลซึ่งจะอธิบายต่อไป
- อธิบายรายละเอียดทั้งหมดของความขัดแย้งและยุติการอภิปราย
ดูคำตอบ
เชื่อมความขัดแย้งที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับข้อคิดที่น่ากังวลซึ่งจะอธิบายต่อไป
after being briefly imprisoned by the German secret police. ไวยากรณ์
0:55หลังจากถูกตำรวจลับของเยอรมนีคุมขังเป็นเวลาสั้นๆ
fled her homeland: ออกจากบ้านเกิดเพื่อหนีอันตราย
Fled เป็นรูปอดีตแบบไม่ปกติของ flee ในวลี fled her homeland คำว่า homeland เป็นกรรมตรง กล่าวคือ อาเรนดท์ออกจากประเทศของตนเพื่อหนีอันตราย ไม่ใช่เพียงเพื่อเดินทางหรือย้ายที่อยู่ตามปกติ คำกริยานี้นำเสนอว่าการจากไปเกิดจากภัยคุกคามหรือการข่มเหง ผู้เขียนจึงรวมทั้งอันตรายและเหตุผลของการจากไปไว้ในวลีสั้น ๆ เพียงวลีเดียว
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ fled her homeland มากที่สุด
- เธอออกจากประเทศเพื่อหนีภัยคุกคามร้ายแรงหรือการข่มเหง
- เธอเดินทางออกนอกประเทศเป็นเวลาสั้น ๆ
- เธอย้ายที่อยู่ตามความต้องการส่วนตัวทั่วไปโดยไม่ได้สื่อถึงอันตราย
ดูคำตอบ
เธอออกจากประเทศเพื่อหนีภัยคุกคามร้ายแรงหรือการข่มเหง
after being briefly imprisoned by ...: วลีบอกเวลาแบบกรรมวาจกที่ย่อแล้ว
after being briefly imprisoned by the German secret police เป็นวลีบอกเวลาแบบกรรมวาจก หลัง after ใช้รูป -ing คือ being และ being + imprisoned แสดงว่าอาเรนดท์เป็นผู้รับการกระทำ ไม่ใช่ผู้กระทำ วลีนี้เป็นรูปย่อของ after she had been briefly imprisoned โดยวางเหตุการณ์ถูกคุมขังไว้ก่อนการกระทำหลัก fled โดยไม่ต้องกล่าว she ซ้ำ Briefly บอกว่าระยะเวลาสั้น ส่วน by the German secret police ระบุผู้กระทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างกรรมวาจก after + -ing: After ____ warned by the judge, the witness answered carefully.
ดูคำตอบ
being
As a refugee in France and then the United States,
0:59ในฐานะผู้ลี้ภัยในฝรั่งเศสและต่อมาคือสหรัฐอเมริกา
came to power: เริ่มมีอำนาจทางการเมือง
Came to power เป็นรูปอดีตของ come to power หมายถึงเริ่มปกครองหรือได้ควบคุมรัฐบาล ในที่นี้ power หมายถึงอำนาจทางการเมือง ไม่ใช่ไฟฟ้าหรือความสามารถส่วนบุคคล สำนวนนี้ระบุจุดเริ่มต้นของการปกครองทางการเมือง
แบบฝึกหัด
ใช้ come to power ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยค: After winning the election, the coalition ____.
ดูคำตอบ
came to power
dedicated herself to understanding: ความมุ่งมั่นระยะยาว + to + รูป -ing
Dedicated herself to understanding หมายถึงเธอทุ่มเทเวลาและความพยายามอย่างต่อเนื่องให้กับเป้าหมายในการทำความเข้าใจบางสิ่ง Dedicate oneself to นำเสนอกิจกรรมนั้นว่าเป็นความมุ่งมั่นที่จริงจังและยาวนาน ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing: dedicated herself to understanding ส่วนสรรพนามสะท้อนกลับจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น dedicated himself หรือ dedicated themselves
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ serve: After medical school, she dedicated herself to ____ rural patients.
ดูคำตอบ
serving
more specifically: จำกัดหัวข้อกว้างให้เป็นประเด็นที่เจาะจง
more specifically บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากหัวข้อกว้างไปสู่จุดเน้นที่เฉพาะเจาะจงกว่า ในประโยคนี้ การพิจารณาเริ่มจากการที่ระบอบนาซีขึ้นสู่อำนาจได้อย่างไร แล้วจึงชี้ให้ชัดว่าประเด็นที่ต้องการเน้นยิ่งกว่าคือ ระบอบนี้กระตุ้นให้เกิดความโหดร้ายมากมายได้อย่างไร ใช้หลังข้อความทั่วไปเมื่อต้องการบอกว่าวลีถัดไปจะระบุแง่มุมที่ต้องการพูดถึงอย่างชัดเจน ข้อมูลใหม่ควรทำให้ขอบเขตของหัวข้อก่อนหน้าแคบลง ไม่ใช่แค่เพิ่มรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “We need to examine customer service, more specifically how quickly we answer complaints,” more specifically ทำหน้าที่อะไร
- ทำให้หัวข้อกว้างแคบลงเหลือแง่มุมที่เจาะจงหนึ่งอย่าง
- เสนอหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
- แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจ
ดูคำตอบ
ทำให้หัวข้อกว้างแคบลงเหลือแง่มุมที่เจาะจงหนึ่งอย่าง
was that the Third Reich was a historical oddity, โน้ต
1:12คืออาณาจักรไรช์ที่สามเป็นความประหลาดทางประวัติศาสตร์
A common opinion at the time was that ...: รายงานความเห็นที่แพร่หลายในอดีต
โครงสร้าง A common opinion at the time was that ... ใช้รายงานความเชื่อที่คนจำนวนมากมีในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต อนุประโยคที่มี that บอกเนื้อหาของความเชื่อนั้น ในที่นี้คือความเชื่อที่ว่าไรช์ที่สามเป็นกรณีผิดแปลกทางประวัติศาสตร์ การวางกรอบเช่นนี้ระบุว่าข้อกล่าวอ้างเป็นความคิดของผู้คนในเวลานั้น แทนที่จะเสนอเป็นข้อสรุปของผู้พูดเอง common บอกว่าความเห็นนั้นแพร่หลายเพียงใด ไม่ได้บอกว่าความเห็นนั้นจริงหรือไม่
แบบฝึกหัด
โครงสร้าง A common opinion at the time was that ... บอกอะไรแก่ผู้อ่าน
- พิสูจน์ว่าความเห็นนั้นถูกต้อง
- รายงานความเห็นที่แพร่หลายในช่วงเวลานั้นโดยไม่ได้แสดงการสนับสนุนโดยอัตโนมัติ
- นำเสนอเฉพาะความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน
ดูคำตอบ
รายงานความเห็นที่แพร่หลายในช่วงเวลานั้นโดยไม่ได้แสดงการสนับสนุนโดยอัตโนมัติ
a perfect storm of uniquely evil leaders สำนวน
1:16เป็นพายุที่สมบูรณ์แบบของผู้นำที่ชั่วร้ายอย่างมีเอกลักษณ์
Third Reich: ชื่อทางประวัติศาสตร์ของนาซีเยอรมนี
The Third Reich เป็นชื่อทางประวัติศาสตร์ที่ใช้เรียกนาซีเยอรมนีภายใต้การปกครองของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ในช่วงปี 1933–1945 คำว่า Reich เป็นคำภาษาเยอรมันที่หมายถึง “อาณาจักร” หรือ “จักรวรรดิ” ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะ ไม่ใช่ชื่อบุคคลหรือสถานที่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุว่าระบอบใดกำลังถูกอธิบายว่าเป็นข้อยกเว้นในประวัติศาสตร์ การรู้จักชื่อนี้จำเป็นต่อการติดตามข้อถกเถียงที่อธิบายอาชญากรรมของนาซี
แบบฝึกหัด
ในการอภิปรายประวัติศาสตร์ยุโรป the Third Reich หมายถึงอะไร
- นาซีเยอรมนีในช่วงปี 1933–1945
- ผู้นำเยอรมันคนหนึ่งโดยเฉพาะ
- เมืองสมัยใหม่แห่งหนึ่งในเยอรมนี
ดูคำตอบ
นาซีเยอรมนีในช่วงปี 1933–1945
historical oddity: การนำเสนอเหตุการณ์ว่าเป็นข้อยกเว้นทางประวัติศาสตร์
ในที่นี้ a historical oddity หมายถึงปรากฏการณ์หรือข้อยกเว้นทางประวัติศาสตร์ที่ผิดปกติและดูเหมือนอยู่นอกแบบแผนที่กว้างกว่า oddity หมายถึงตัวปรากฏการณ์ ไม่ใช่คนแปลก ๆ หรือเกร็ดประวัติศาสตร์เบา ๆ การเรียกจักรวรรดิไรช์ที่สามว่า a historical oddity เป็นการวางกรอบว่าเกิดจากเงื่อนไขที่ผิดปกติอย่างมาก แทนที่จะเป็นสิ่งที่อาจสะท้อนแบบแผนทางการเมืองหรือมนุษย์ในวงกว้าง ดังนั้นวลีนี้จึงแฝงการตีความ ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด
แบบฝึกหัด
การเรียกเหตุการณ์ว่า a historical oddity โดยทั่วไปสื่อความหมายอย่างไร
- เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในแบบเดียวกันตลอดประวัติศาสตร์
- เป็นวันที่ไม่สำคัญซึ่งนักประวัติศาสตร์ลืมไป
- เป็นข้อยกเว้นที่ผิดปกติ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของแบบแผนที่กว้างกว่า
ดูคำตอบ
เป็นข้อยกเว้นที่ผิดปกติ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของแบบแผนที่กว้างกว่า
looking for revenge after their defeat in World War I.
1:20ที่ต้องการแก้แค้นหลังจากพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
a perfect storm of uniquely evil leaders: ปัจจัยร้ายหลายอย่างที่มาประจวบกัน
A perfect storm of ... เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงเงื่อนไขอันเป็นโทษหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันและก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ร้ายแรงเป็นพิเศษ ในที่นี้ ผู้นำที่ชั่วร้ายกับความต้องการแก้แค้นของประชาชนถูกนำเสนอเป็นสาเหตุที่ส่งผลร่วมกัน ไม่ใช่สภาพอากาศ โครงสร้างนี้เน้นผลจากการผสมกันของหลายปัจจัย กล่าวคือไม่มีปัจจัยเดียวที่อธิบายผลลัพธ์ทั้งหมดได้ ในสำนวนนี้ perfect หมายถึงเงื่อนไขต่าง ๆ มาประจวบกันพอดี ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์นั้นดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “เงื่อนไขอันเป็นโทษหลายอย่างที่เกิดร่วมกัน”: The hospital faced ____ staff shortages, a power failure, and a sudden flood of patients.
ดูคำตอบ
a perfect storm of
unprecedented rise of totalitarianism: การผงาดขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อนของลัทธิเผด็จการเบ็ดเสร็จ
ใน the rise of totalitarianism คำว่า rise เป็นคำนามเชิงนามธรรม หมายถึงการปรากฏขึ้นและการมีอิทธิพลมากขึ้นของระบบการเมือง ไม่ใช่การเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน ส่วน unprecedented บอกว่าพัฒนาการนี้ไม่มีตัวอย่างในอดีตที่เทียบกันได้ รูปแบบ rise of + ขบวนการ ระบบ หรือปรากฏการณ์อื่น ใช้เรียกสิ่งที่เริ่มมีความสำคัญหรือมีอำนาจมากขึ้น โดยพบได้มากเป็นพิเศษในการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ การเมือง และสังคม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายการเกิดขึ้นของขบวนการทางการเมืองที่ไม่เคยมีสิ่งใดเทียบได้ในประวัติศาสตร์อย่างเป็นธรรมชาติ
- The documentary examines an unprecedented rise in the unemployment rate in the region.
- The documentary examines the unprecedented rise of an authoritarian movement in the region.
- The documentary examines how workers raise a platform in the region.
ดูคำตอบ
The documentary examines the unprecedented rise of an authoritarian movement in the region.
weren't specific to Germany: ไม่ได้มีเฉพาะในเยอรมนี
ในประโยคนี้ weren't specific to Germany หมายความว่าเงื่อนไขเหล่านั้นไม่ได้มีเฉพาะในเยอรมนี แต่อาจมีอยู่ที่อื่นด้วย โครงสร้าง specific to + คำนาม ระบุว่าลักษณะ ปัญหา กฎ หรือเงื่อนไขเป็นของหรือใช้กับคำนามนั้นเพียงอย่างเดียว เมื่อใช้รูปปฏิเสธ ความหมายที่จำกัดอยู่เพียงสิ่งนั้นก็ถูกยกเลิก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าปัญหานี้เกิดขึ้นนอกเมืองใหญ่ด้วย
- This issue is specific about large cities.
- This issue is specific to large cities.
- This issue isn't specific to large cities.
ดูคำตอบ
This issue isn't specific to large cities.
theory of the human condition: ทฤษฎีว่าด้วยการดำรงอยู่ของมนุษย์
the human condition เป็นคำเชิงนามธรรมที่หมายถึงสภาวะพื้นฐานและประสบการณ์ร่วมของการเป็นมนุษย์ เช่น มนุษย์ใช้ชีวิต กระทำสิ่งต่าง ๆ สัมพันธ์กับผู้อื่น และเผชิญข้อจำกัดอย่างไร ใน theory of the human condition คำว่า condition ไม่ได้หมายถึงโรคหรือเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง แต่หมายถึงสภาวะหรือสถานการณ์โดยรวมของการดำรงอยู่ของมนุษย์ และวลีนี้ใช้เปิดกรอบสำหรับอธิบายชีวิตมนุษย์
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the human condition หมายถึงอะไร
- กฎที่มนุษย์ต้องปฏิบัติตาม
- สภาวะพื้นฐานและประสบการณ์ของการดำรงอยู่ของมนุษย์
- การวินิจฉัยโรคที่ส่งผลต่อมนุษย์ทุกคน
ดูคำตอบ
สภาวะพื้นฐานและประสบการณ์ของการดำรงอยู่ของมนุษย์
divide life into three facets: โครงสร้างการแบ่งประเภท divide A into B
โครงสร้าง divide A into B หมายถึงการแบ่งหรือวิเคราะห์ A ให้เป็นส่วนหรือหมวดหมู่ต่าง ๆ ในประโยคนี้ life คือ A และ three facets คือ B โดย facets หมายถึงด้านหรือมิติ ไม่ใช่พื้นผิวทางกายภาพ ในการอธิบายเชิงวิชาการ โครงสร้างนี้ใช้เปิดกรอบแนวคิดได้ โดยเริ่มจากระบุสิ่งที่เป็นภาพรวม บอกจำนวนหรือชนิดของหมวดหมู่ แล้วจึงอธิบายแต่ละหมวด
แบบฝึกหัด
เติมสองส่วนที่หายไปของโครงสร้าง divide A into B ให้สมบูรณ์: The editor ____ the article ____ four sections.
ดูคำตอบ
divided · into
in which we satisfy our material needs and desires, ไวยากรณ์
1:38ซึ่งเราใช้เพื่อตอบสนองความต้องการและความปรารถนาทางวัตถุของเรา
in which we: การอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นภายในหมวดหมู่
in which we เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์ที่อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นภายในหมวด labor โดย which ย้อนกลับไปอ้างถึง labor ส่วน in แสดงความสัมพันธ์ว่า “ภายในกิจกรรมนั้น” และ we เป็นประธานของ satisfy บุพบทมีความสำคัญ เมื่ออนุประโยคที่ตามมาต้องใช้บุพบทเพื่อเชื่อมกับคำนามที่ขยาย ให้ใช้โครงสร้าง “บุพบท + which” โครงสร้างนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษในการนิยามกระบวนการ ระบบ หรือหมวดหมู่นามธรรมอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมคำนิยามแบบเป็นทางการด้วยวลีสัมพันธ์สามคำที่หมายถึง “ภายในกระบวนการนี้ เรา”: Learning is a process ____ develop new habits.
ดูคำตอบ
in which we
in which we build the world's physical and cultural infrastructure,
1:43ซึ่งเราใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและวัฒนธรรมของโลก
publicly articulate our values: menyatakan nilai-nilai kita secara terbuka dan jelas
ในประโยคนี้ articulate เป็นคำกริยา หมายถึง “ถ่ายทอดบางสิ่งออกมาอย่างชัดเจนและเป็นระบบ” publicly articulate our values คือการบอกหลักการที่เรายึดถืออย่างเปิดเผย เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจและตอบสนองได้ คำกริยานี้รับแนวคิดที่ถูกถ่ายทอดเป็นกรรมตรง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ articulate + values/a position/concerns/a goal ซึ่งสื่อถึงการเรียบเรียงความคิดเป็นถ้อยคำที่แม่นยำ ไม่ใช่เพียงกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย articulate + its values: Before asking for public support, the group should ____.
ดูคำตอบ
articulate its values
both in Germany and many other industrialized societies.
1:58ทั้งในเยอรมนีและในสังคมอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมาย
It was this last facet ... that ...: จุดเน้นในโครงสร้าง it-cleft
ประโยคนี้ใช้โครงสร้างเน้นแบบ it-cleft คือ It was + focus + that + clause ส่วนที่อยู่ระหว่าง was กับ that ได้แก่ this last facet, the life of action เป็นจุดเน้น โดยวลีซ้อน the life of action เรียก this last facet ด้วยคำอธิบายอีกแบบ ส่วนที่เหลือของอนุประโยคบอกว่าอาเรนท์เชื่ออย่างไรเกี่ยวกับด้านนี้ หากเรียงแบบเป็นกลาง ใจความคือ Arendt believed this last facet was under attack โครงสร้างเน้นยังคงข้อเท็จจริงพื้นฐานนี้ไว้ แต่ชี้ให้ผู้ฟังเลือกสนใจด้านนี้แทนตัวเลือกอื่น ๆ It ในที่นี้เป็นคำเติมตำแหน่งทางโครงสร้าง ไม่ได้อ้างถึงสิ่งอื่น
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง it-cleft เพื่อเน้น the timing: ____ the timing ____ caused the confusion.
ดูคำตอบ
It was · that
under attack: ภัยคุกคามร้ายแรงที่ไม่จำเป็นต้องเป็นการโจมตีจริง
ในประโยคนี้ under attack ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ อาเรนท์เชื่อว่าชีวิตแห่งการลงมือกระทำ ซึ่งหมายถึงความสามารถในการแลกเปลี่ยนความคิดในพื้นที่สาธารณะและร่วมกันสร้างชุมชน กำลังถูกคุกคามหรือบั่นทอนอย่างรุนแรง ไม่ได้ถูกโจมตีทางกายภาพ โครงสร้าง be under attack นำเสนอว่าสิ่งหนึ่งกำลังตกเป็นเป้าของแรงกดดันที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เมื่อประธานเป็นสิ่งนามธรรม เช่น สิทธิ สถาบัน คุณค่า หรือวิถีชีวิต มักหมายความว่ามีแรงบางอย่างพยายามจำกัด ทำลาย หรือกำจัดสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Public libraries are under attack from repeated budget cuts,” under attack หมายความว่าอย่างไร
- กำลังดำเนินการโจมตีทางทหาร
- ปิดชั่วคราวเพื่อซ่อมแซม
- กำลังถูกคุกคามหรือบั่นทอนอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ
กำลังถูกคุกคามหรือบั่นทอนอย่างรุนแรง
where individuals mainly appear in the social world
2:05ที่ซึ่งปัจเจกบุคคลมักปรากฏตัวในโลกแห่งสังคม
saw modernity as ...: โครงสร้าง see A as B
โครงสร้าง see A as B หมายถึง “เข้าใจ ตีความ หรือมอง A ว่าเป็น B” ในที่นี้ saw ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นด้วยตา แต่อาเรนท์ตีความความเป็นสมัยใหม่ (A) ว่าเป็นยุคที่แรงงานครอบงำ (B) ภายใน B วลี ruled by labor เป็นวลีคุณศัพท์ที่สร้างจากกริยาช่องที่สามและขยาย age โดยระบุว่าแรงงานคือพลังหลักที่จัดระเบียบยุคนั้น โครงสร้างนี้ใช้รายงานการวิเคราะห์หรือมุมมองของบุคคลหนึ่งได้โดยไม่ได้นำเสนอมุมมองนั้นว่าเป็นข้อเท็จจริงโดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปเพื่อทำให้โครงสร้าง see A as B สมบูรณ์: The analyst sees public trust ____ the foundation of effective government.
ดูคำตอบ
as
rather than share ideas and shape communities: การเปรียบต่างการกระทำที่ขนานกัน
rather than ใช้นำการกระทำหรือตัวเลือกที่นำมาเปรียบต่างกับสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในประโยคนี้ การผลิตและบริโภคสินค้าและบริการถูกนำเสนอว่าเป็นบทบาทหลักของปัจเจกบุคคลในสังคม ไม่ใช่การแบ่งปันความคิดและสร้างชุมชน to ที่อยู่ก่อนหน้านี้ใช้ครอบคลุม share และ shape ด้วย กริยารูปพื้นฐานทั้งสองคำจึงวางขนานกับ produce และ consume และประธานที่ละไว้ยังคงเป็น individuals
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าคณะกรรมการเลือกแก้ไขแผนแทนที่จะยกเลิกแผน?
- The committee chose to abandon the plan rather than revise it.
- The committee chose to revise the plan rather than abandon it.
- The committee chose to revise the plan before abandoning it.
ดูคำตอบ
The committee chose to revise the plan rather than abandon it.
rather than their moral and political capacities.
2:20แทนที่จะมองจากศักยภาพทางศีลธรรมและการเมืองของพวกเขา
had fostered societies and ideologies: ได้ส่งเสริมการก่อตัวของสังคมและอุดมการณ์
foster ในที่นี้หมายถึงช่วยให้บางสิ่งพัฒนาหรือก่อตัวอย่างมั่นคง สภาวะที่กล่าวถึงก่อนหน้าไม่ได้ดูแลสังคมตามความหมายตรงตัว แต่สร้างเงื่อนไขที่เอื้อให้สังคมและอุดมการณ์บางแบบก่อตัวขึ้น had fostered เป็น past perfect เมื่อมองจากจุดเวลาในอดีตของ Arendt believed กระบวนการส่งเสริมนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว และใช้อธิบายสังคมกับอุดมการณ์ที่กล่าวถึงต่อมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าผู้จัดการได้ช่วยพัฒนาความร่วมมือก่อนถึงเส้นตายในอดีต?
- By the end of the year, the manager had measured better cooperation between the two teams.
- By the end of the year, the manager had reported better cooperation between the two teams.
- By the end of the year, the manager had fostered better cooperation between the two teams.
ดูคำตอบ
By the end of the year, the manager had fostered better cooperation between the two teams.
were seen only for ... rather than ...: การตัดสินคนด้วยเกณฑ์ที่คับแคบ
รูปถูกกระทำ were seen ย้ายจุดเน้นจากผู้ที่เป็นคนประเมินไปยังวิธีที่บุคคลเหล่านั้นถูกประเมิน ในที่นี้ see หมายถึง “มองหรือประเมินว่าเป็นอย่างไร” ไม่ใช่ “มองเห็นด้วยตา” only for their economic value บอกว่าประโยชน์ทางเศรษฐกิจถูกใช้เป็นเกณฑ์เดียวในการประเมินพวกเขา โดย for ระบุเกณฑ์การตัดสิน ไม่ได้บอกจุดประสงค์ rather than นำเกณฑ์ที่คับแคบนี้ไปเปรียบต่างกับ their moral and political capacities ประโยคนี้สื่อว่าความสามารถในการตัดสินใจทางศีลธรรมและมีส่วนร่วมในชีวิตทางการเมืองถูกมองข้าม ทำให้คุณค่าของคนถูกลดเหลือเพียงประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตแบบถูกกระทำของ see และวลี only for: In the review, volunteers ____ the money they raised rather than the care they gave.
ดูคำตอบ
were seen only for
She believed this isolated people from their neighbors and their sense of self. วลี
2:23เธอเชื่อว่าสิ่งนี้แยกผู้คนออกจากเพื่อนบ้านและจากตัวตนของพวกเขาเอง
sense of self: ความรู้สึกภายในว่าตนเองเป็นใคร
sense of self คือความเข้าใจและความรู้สึกภายในของคนคนหนึ่งว่าตนเองเป็นใคร ซึ่งรวมถึงอัตลักษณ์ ค่านิยม และตำแหน่งของตนในโลก คำแสดงความเป็นเจ้าของ their เชื่อมความเข้าใจตนเองนี้กับผู้คนที่ประโยคกำลังกล่าวถึง ในประโยคนี้ be isolated from their sense of self หมายถึงการขาดการเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ภายใน ไม่ใช่การสูญเสียประสาทสัมผัสทางกาย เช่น การมองเห็นหรือการได้ยิน
แบบฝึกหัด
หลังเปลี่ยนอาชีพ โนอาห์กำลังสร้างความเข้าใจว่าตนเองเป็นใครขึ้นมาใหม่ วลีใดใช้เรียกสิ่งที่เขากำลังสร้างขึ้นใหม่
- self-awareness
- sense of self
- self-esteem
ดูคำตอบ
sense of self
Arendt argued these conditions provided fertile ground for totalitarian regimes, สำนวน
2:31อาเรนต์โต้แย้งว่าเงื่อนไขเหล่านี้เป็นผืนดินอันอุดมสมบูรณ์สำหรับระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ
The Origins of Totalitarianism ในฐานะชื่อหนังสือและแหล่งที่มาของข้อโต้แย้ง
The Origins of Totalitarianism เป็นชื่อหนังสือของฮันนาห์ อาเรนดท์ที่ตีพิมพ์ในปี 1951 คำว่า her 1951 book ที่อยู่ข้างหน้าเป็นส่วนที่นำเข้าสู่ชื่อหนังสือโดยตรง ดังนั้น Origins จึงเป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะ ไม่ใช่คำนามทั่วไปในประโยค การกล่าวถึงชื่อหนังสือช่วยระบุแหล่งที่มาของข้อโต้แย้งที่ตามมา ภูมิหลังขั้นต่ำที่จำเป็นคือ อาเรนดท์วิเคราะห์เงื่อนไขที่อาจทำให้การปกครองแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จเกิดขึ้นได้ในหนังสือเล่มนี้
แบบฝึกหัด
The Origins of Totalitarianism ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เป็นนามวลีทั่วไปที่หมายความว่าลัทธิเผด็จการเบ็ดเสร็จเริ่มต้นขึ้นในปี 1951
- เป็นชื่อหนังสือของอาเรนดท์ที่ตีพิมพ์ในปี 1951 และระบุแหล่งที่มาของข้อโต้แย้ง
- เป็นชื่อของระบอบการเมืองที่กำลังถูกกล่าวถึง
ดูคำตอบ
เป็นชื่อหนังสือของอาเรนดท์ที่ตีพิมพ์ในปี 1951 และระบุแหล่งที่มาของข้อโต้แย้ง
these conditions provided fertile ground for totalitarian regimes: สร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเติบโต
fertile ground ในที่นี้เป็นอุปมาเกี่ยวกับการเติบโต ใจความของอนุประโยคคือ เงื่อนไขเหล่านี้สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จเกิดขึ้นและพัฒนาได้ง่ายขึ้น ไม่ได้กล่าวถึงดินจริง ๆ ในประโยคนี้ these conditions ย้อนกลับไปหมายถึงเงื่อนไขทางสังคมที่กล่าวถึงแล้ว ในโครงสร้าง provide fertile ground for + คำนาม ประธานระบุเงื่อนไขที่เอื้อต่อการพัฒนา ส่วนข้อความหลัง for ระบุสิ่งที่เงื่อนไขนั้นช่วยให้พัฒนา provided เป็นรูปอดีตที่ใช้ในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอุปมาจากบทเรียน โดยใช้ provide ในรูปอดีต: The lack of reliable news ____ rumors.
ดูคำตอบ
provided fertile ground for
which use fear and violence to increase isolation
2:36ซึ่งใช้ความกลัวและความรุนแรงเพื่อเพิ่มการแยกตัวโดดเดี่ยว
and make it dangerous to publicly engage as free-thinking political agents. ไวยากรณ์
2:40และทำให้การมีส่วนร่วมในที่สาธารณะในฐานะตัวแทนทางการเมืองที่มีอิสระทางความคิดกลายเป็นเรื่องอันตราย
make it dangerous to publicly engage as ...: make it + คำคุณศัพท์ + infinitive ที่มี to
ใน make it dangerous to publicly engage as ... คำว่า it เป็นกรรมเชิงรูปแบบ จึงไม่ได้อ้างถึงบุคคลหรือสิ่งของใดโดยเฉพาะ การกระทำที่ถูกประเมินจริง ๆ คือวลี infinitive ที่มี to ได้แก่ to publicly engage as free-thinking political agents โครงสร้าง make it + คำคุณศัพท์ + to do หมายถึง “ทำให้การทำบางอย่างมีคุณสมบัตินั้น” ในที่นี้ ความกลัวและความรุนแรงสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้การมีส่วนร่วมทางการเมืองต่อสาธารณะเป็นเรื่องอันตราย ส่วน as ใช้บอกบทบาทหรือสถานะที่บุคคลนั้นมีขณะเข้าร่วม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง make + กรรมเชิงรูปแบบ + คำคุณศัพท์ + infinitive ที่มี to: Poor lighting can make ____ difficult ____ read the signs.
ดูคำตอบ
it · to
participating in the regime becomes the only way to recover a sense of identity and community. ไวยากรณ์
2:46การมีส่วนร่วมในระบอบการปกครองจึงกลายเป็นวิธีเดียวที่จะฟื้นฟูความรู้สึกถึงตัวตนและชุมชนได้
In this lonely state: เชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้าเข้ากับผลลัพธ์
วลีเปิดประโยค In this lonely state ย้อนกลับไปกล่าวถึงความโดดเดี่ยวที่อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ คำว่า state ในที่นี้หมายถึงสภาพหรือสถานการณ์ ไม่ได้หมายถึงประเทศหรือรัฐหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เมื่อใช้เป็นวลีบุพบทต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดเงื่อนไขให้ประโยคหลักก่อน แล้วจึงบอกว่าเกิดอะไรขึ้นภายใต้เงื่อนไขนั้น วิธีนี้ทำให้คำอธิบายดำเนินจากสาเหตุหรือสถานการณ์ไปสู่ผลลัพธ์ได้อย่างราบรื่น
แบบฝึกหัด
วลีเปิดประโยค In this lonely state ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้?
- วลีนี้ย้อนกลับไปกล่าวถึงความโดดเดี่ยวที่อธิบายแล้ว และกำหนดเงื่อนไขของผลลัพธ์
- วลีนี้ระบุชื่อประเทศที่เกิดการกระทำ
- วลีนี้นำเสนอช่วงเวลาที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
วลีนี้ย้อนกลับไปกล่าวถึงความโดดเดี่ยวที่อธิบายแล้ว และกำหนดเงื่อนไขของผลลัพธ์
becomes the only way to recover: กลายเป็นหนทางเดียวที่เหลืออยู่เพื่อไปถึงเป้าหมาย
โครงสร้าง X becomes the only way to + คำกริยา หมายถึง X กลายเป็นวิธีเดียวที่ยังเหลืออยู่สำหรับการบรรลุเป้าหมาย ในประโยคนี้ participating in the regime เป็นประธาน และ to recover บอกเป้าหมาย คือการกอบกู้ความรู้สึกถึงอัตลักษณ์และความเป็นชุมชนกลับคืนมา คำว่า only แสดงว่าทางเลือกถูกบีบให้เหลือเพียงทางเดียว ประโยคนี้อธิบายว่าสภาพสังคมอาจทำให้ทางเลือกที่อันตรายถูกมองว่าเป็นหนทางเดียวได้อย่างไร ไม่ได้แนะนำหรือเห็นชอบกับทางเลือกนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “วิธีเดียวที่ยังเหลืออยู่”: After the tunnel flooded, the mountain road became ____ reach the town.
ดูคำตอบ
the only way to
Most people expected the Jewish-German philosopher to judge the ex-Nazi harshly. ไวยากรณ์
2:56คนส่วนใหญ่คาดหวังว่านักปรัชญาชาวยิวชาวเยอรมันผู้นี้จะตัดสินอดีตนาซีอย่างรุนแรง
expected ... to judge ... harshly: โครงสร้าง expect + กรรม + to-infinitive
โครงสร้าง expect + กรรม + to-infinitive หมายถึงเชื่อหรือคาดว่าบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะทำการกระทำหนึ่ง ในประโยคนี้ the Jewish-German philosopher เป็นกรรมของ expected และ to judge the ex-Nazi harshly บอกการกระทำที่คนส่วนใหญ่คิดว่านักปรัชญาคนนั้นจะทำ to judge เป็นส่วนเติมเต็มกรรม ไม่ใช่วลีบอกจุดประสงค์ โดยช่วยเติมความหมายของสิ่งที่คาดเกี่ยวกับนักปรัชญาให้สมบูรณ์ ส่วน harshly ขยาย judge และบอกว่าการประเมินที่คาดไว้นั้นจะรุนแรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย expect + กรรม + to-infinitive ให้มีความหมายว่าเราคิดว่า Maya จะโทรมา: We ____ call before noon.
ดูคำตอบ
expected Maya to
Arendt saw no evidence that Eichmann himself was uniquely evil.
3:03อาเรนต์ไม่เห็นหลักฐานว่าไอช์มันน์นั้นมีความชั่วร้ายโดยเนื้อแท้
But while ... Arendt saw no evidence that ...: while ที่แสดงการยอมรับก่อนเสนอข้อที่ตัดกัน
while ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while ยอมรับจุดยืนหนึ่งก่อน คืออาเรนต์ประณามการกระทำของไอช์มันน์ จากนั้นประโยคหลักจึงเสนอข้อสรุปที่ต้องการเน้นว่า เธอไม่พบหลักฐานสนับสนุนการตัดสินบางอย่างเกี่ยวกับตัวไอช์มันน์เอง รูปแบบ while A, B ใช้ยอมรับ A โดยไม่ถือว่า A เป็นหลักฐานหักล้าง B ส่วน But ที่ขึ้นต้นประโยคเชื่อมโครงสร้างการยอมรับและการเสนอข้อสรุปนี้กับเนื้อหาก่อนหน้า ไม่ได้ทำให้ while กลายเป็นคำบอกเวลา
แบบฝึกหัด
while ในตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์แบบใด
- สาเหตุ: การประณามการกระทำทำให้เธอได้หลักฐานเกี่ยวกับตัวบุคคล
- เวลา: เธอได้ข้อวินิจฉัยนั้นระหว่างที่กำลังประณามเขา
- การยอมรับข้อหนึ่งก่อนตัดกัน: เธอประณามการกระทำ แต่มีข้อวินิจฉัยเกี่ยวกับตัวบุคคลต่างออกไป
ดูคำตอบ
การยอมรับข้อหนึ่งก่อนตัดกัน: เธอประณามการกระทำ แต่มีข้อวินิจฉัยเกี่ยวกับตัวบุคคลต่างออกไป
She saw him as a distinctly ordinary man: โครงสร้างประเมิน see A as B
ในโครงสร้าง see A as B คำว่า see หมายถึง “มองว่า” หรือ “เข้าใจว่า” ไม่ใช่มองเห็นด้วยตา A คือบุคคลหรือสิ่งที่ถูกประเมิน ส่วน B คือคำประเมิน ในที่นี้ him คือ A และ a distinctly ordinary man คือ B distinctly เน้นความหมายของ ordinary ว่าเธอมองว่าความธรรมดาของเขาชัดเจนและสังเกตได้ วลีนี้จงใจเน้นคำว่า “ธรรมดา” ไม่ได้ขัดแย้งกันเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง see A as B ในรูปอดีต โดยใช้ the proposal เป็น A: The committee ____ a practical solution.
ดูคำตอบ
saw the proposal as
who considered diligent obedience the highest form of civic duty. ไวยากรณ์
3:11ผู้ซึ่งถือว่าการเชื่อฟังอย่างเคร่งครัดเป็นรูปแบบสูงสุดของหน้าที่พลเมือง
considered diligent obedience the highest form of civic duty: โครงสร้าง consider A B
Considered ใช้โครงสร้างแบบกระชับ consider A B ซึ่งหมายถึง “ตัดสินหรือมองว่า A เป็น B” ในที่นี้ A คือ diligent obedience และ B คือ the highest form of civic duty โดย B เป็นนามวลีที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มกรรม โครงสร้างนี้ไม่ต้องมี be หรือ as ประโยคนี้ถ่ายทอดการประเมินของไอช์มันน์เอง ไม่ได้กล่าวชื่นชมการเชื่อฟัง ประเด็นเชิงวิจารณ์คือเขามองว่าการปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเชื่อฟังเป็นความรับผิดชอบของพลเมืองขั้นสูงสุด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างแบบกระชับ consider A B ได้ถูกต้อง
- The committee considered the plan be unrealistic.
- The committee considered the plan unrealistic.
- The committee considered as the plan unrealistic.
ดูคำตอบ
The committee considered the plan unrealistic.
it was exactly this ordinariness that was most terrifying. ลำดับความ
3:16ความธรรมดานี้เองที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
it was exactly this ordinariness that was most terrifying: การเน้นด้วย it-cleft
นี่คือประโยคเน้นแบบ it-cleft ในรูป it was X that... โครงสร้างนี้วาง exactly this ordinariness ไว้ในตำแหน่งจุดเน้น ส่วน that was most terrifying แสดงข้อวินิจฉัยเกี่ยวกับสิ่งนั้น ใจความพื้นฐานคือ This ordinariness was most terrifying แต่ประโยค it-cleft ทำให้ ordinariness เป็นคำตอบสำคัญที่สุดในบรรดาสาเหตุที่อาจทำให้หวาดกลัว Exactly this ยังย้อนกลับไปชี้ถึงแนวคิดที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ว่าไอช์มันน์ดูเป็นคนธรรมดา ดังนั้นข้อโต้แย้งจึงไม่ใช่ว่าสิ่งแปลกประหลาดเป็นสิ่งน่ากลัว แต่เป็นความธรรมดาของเขาเองที่น่ากลัว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ it-cleft เพื่อทำให้ the deadline เป็นจุดเน้นเชิงเปรียบต่าง
- The deadline changed our decision.
- Our decision changed before the deadline.
- It was the deadline that changed our decision.
ดูคำตอบ
It was the deadline that changed our decision.
even when it contributed to genocide. ไวยากรณ์
3:28แม้ว่ามันจะมีส่วนทำให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ก็ตาม
wasn't just that A, but that B: ไม่ใช่แค่ A แต่เน้น B ที่สำคัญกว่า
โครงสร้าง wasn't just that A, but that B บอกว่า A ยังไม่ใช่ประเด็นทั้งหมด แล้วจึงนำไปสู่ B ซึ่งเป็นประเด็นที่ครบถ้วนหรือสำคัญกว่า อนุประโยค that ทั้งสองส่วนมีโครงสร้างขนานกันและต่างก็อธิบายเนื้อหาของ Her point ในที่นี้ ผู้พูดไม่ได้หักล้างข้อความแรกโดยสิ้นเชิง ส่วน but that ทำให้การตีความแม่นยำขึ้นด้วยการเพิ่มสิ่งที่เรื่องราวของไอช์มันน์ชี้ให้เห็นเกี่ยวกับการที่คนธรรมดายอมรับบทบาททางสังคม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ wasn't just that ... but that ...: Her concern ____ the budget was small, ____ the deadline was impossible.
ดูคำตอบ
wasn't just that · but that
willingly accept their societal role: ยอมรับบทบาททางสังคมของตนโดยสมัครใจ
Willingly accept หมายถึงการเลือกยอมรับและปฏิบัติตามบางสิ่ง แทนที่จะถูกบังคับโดยสิ้นเชิง ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นต้องรู้สึกมีความสุขหรือกระตือรือร้นเสมอไป A societal role คือสถานะ หน้าที่ และชุดความคาดหวังที่เกิดจากสังคมหรือสถาบัน ในประโยคนี้ role ไม่ใช่ตัวละครในการแสดง แต่หมายถึงคนธรรมดาอาจให้ความร่วมมือกับตำแหน่งที่ระบบสังคมมอบให้ แม้ว่าความร่วมมือนั้นจะช่วยก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงก็ตาม
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'Some workers willingly accept their role in an unfair system,' willingly accept their role หมายความว่าอย่างไร
- พวกเขาแสดงเป็นตัวละครบนเวทีอย่างมีความสุข
- พวกเขาเลือกปฏิบัติตามสถานะและความคาดหวังที่ได้รับ
- พวกเขาถูกบังคับทางร่างกายให้ทำงานที่ตนปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
พวกเขาเลือกปฏิบัติตามสถานะและความคาดหวังที่ได้รับ
even when ... contributed to: การยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกันอย่างมากและเหตุปัจจัยร่วม
even when ใช้นำเงื่อนไขที่ตามปกติแล้วน่าจะทำให้การกระทำในประโยคหลักหยุดหรือเปลี่ยนไป ส่วน even ทำให้ความขัดแย้งเด่นชัดเป็นพิเศษ กล่าวคือ คนธรรมดายังคงอาจยอมรับบทบาทนั้น แม้อยู่ในสถานการณ์ร้ายแรงที่การยอมรับดังกล่าวมีส่วนทำให้การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นได้ ในที่นี้ it หมายถึงการยอมรับบทบาททางสังคม ไม่ได้หมายถึงตัวผู้คนเอง contributed to หมายถึง “ช่วยทำให้เกิดขึ้น” หรือ “เป็นหนึ่งในปัจจัย” ไม่ได้บอกว่าการยอมรับนั้นเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าทีมยังคงดำเนินแผนต่อแม้มีคำเตือนร้ายแรง และบอกว่าแผนนั้นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่มีส่วนทำให้เกิดอันตราย
- The team continued the plan even when evidence showed that it contributed to the harm.
- The team continued the plan because evidence showed that it prevented the harm.
- The team ended the plan before anyone examined its effects.
ดูคำตอบ
The team continued the plan even when evidence showed that it contributed to the harm.
Arendt called this phenomenon the banality of evil วัฒนธรรม
3:31อาเรนต์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า 'ความธรรมดาสามัญของความชั่วร้าย'
the banality of evil: ความชั่วผ่านการมีส่วนร่วมที่ดูธรรมดาและขาดการไตร่ตรอง
วลี the banality of evil เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์การพิจารณาคดีอดอล์ฟ ไอค์มันน์ของฮันนาห์ อาเรนดท์ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเรียกแนวคิดที่ว่าความชั่วร้ายอย่างใหญ่หลวงอาจเกิดจากการเชื่อฟังที่ดูธรรมดา เป็นระบบราชการ และขาดการไตร่ตรอง ไม่ได้เกิดจากผู้ที่ดูชั่วร้ายราวกับปีศาจเท่านั้น banality อธิบายว่าผู้กระทำและกระบวนการทำความชั่วอาจดูธรรมดาหรือปราศจากความคิดได้อย่างไร ไม่ได้หมายความว่าความชั่วร้าย ผลที่ตามมา หรือความรับผิดชอบของบุคคลนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: the banality of evil หมายความว่าความชั่วเป็นเรื่องธรรมดา จึงไม่ร้ายแรงมากนัก
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
and warned that it can emerge whenever society inhibits our ability to think, โน้ต
3:34และเตือนว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อที่สังคมยับยั้งความสามารถในการคิดของเรา
can emerge whenever ...: อาจเกิดขึ้นทุกครั้งที่...
โครงสร้าง warned that ใช้นำเข้าสู่เนื้อหาของคำเตือน ในที่นี้ it หมายถึง the banality of evil ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน can emerge หมายความว่าอันตรายนี้อาจปรากฏขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดขึ้นเสมอไป Whenever แสดงให้เห็นว่าการที่สังคมขัดขวางการคิดเป็นเงื่อนไขทั่วไปที่เกิดซ้ำได้ กล่าวคือ ทุกครั้งที่เงื่อนไขนี้เกิดขึ้น อันตรายก็อาจปรากฏขึ้น เมื่อเทียบกับ when แล้ว whenever เน้นความหมายว่า “ทุกครั้งที่เงื่อนไขเป็นจริง” ได้ชัดเจนกว่า
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หมายถึง “ทุกครั้งที่” ลงในประโยค: A danger can emerge ____ people stop questioning what they are told.
ดูคำตอบ
whenever
inhibits our ability to think: ขัดขวางความสามารถในการคิดของเรา
Inhibit someone's ability to do something หมายถึงการจำกัดหรือขัดขวางความสามารถบางอย่าง ทำให้การกระทำนั้นยากขึ้น ในประโยคนี้กล่าวว่าสังคมทำให้การคิดยากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการสั่งห้ามการคิดอย่างชัดเจนเสมอไป ในวลี our ability to think คำกริยารูป infinitive คือ to think ระบุว่าความสามารถใดได้รับผลกระทบ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ inhibit + someone's ability to + คำกริยา
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ทำให้ใช้ความสามารถได้ยากขึ้น แต่ไม่ได้ห้าม” ลงในประโยค: Constant stress ____ our ability to concentrate.
ดูคำตอบ
inhibits
self-reflective internal dialogue: บทสนทนาภายในที่ใคร่ครวญตนเอง
บทสนทนาภายในคือการสนทนาที่เกิดขึ้นในใจของคนคนเดียว ไม่จำเป็นต้องมีคนสองคน ที่นี่หมายถึงกระบวนการตั้งคำถามต่อความเชื่อและการกระทำของตนเอง คำว่าใคร่ครวญตนเองแสดงว่าความคิดหันกลับมาพิจารณาผู้คิดเอง คือบุคคลนั้นตรวจสอบและประเมินเหตุผลกับทางเลือกของตน วลีทั้งหมดจึงหมายถึงการตรวจสอบตนเองอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การมีความคิดอยู่ในหัว
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ self-reflective internal dialogue หมายถึงอะไร
- กระบวนการส่วนตัวในการตรวจสอบความเชื่อและการกระทำของตนเอง
- การโต้วาทีด้วยคำพูดระหว่างคนสองคนเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ
- การพูดซ้ำความคิดของคนอื่นโดยไม่ประเมินความคิดนั้น
ดูคำตอบ
กระบวนการส่วนตัวในการตรวจสอบความเชื่อและการกระทำของตนเอง
only way to confront moral problems: หนทางเดียวในการเผชิญกับปัญหาทางศีลธรรม
โครงสร้าง the only way to + คำกริยารูปพื้นฐาน นำเสนอวิธีหนึ่งว่าเป็นสิ่งจำเป็นและตัดทางเลือกอื่นออก ในที่นี้ to confront moral problems อธิบายว่าวิธีนั้นมีไว้เพื่ออะไร Confront a problem หมายถึงการเผชิญหน้าและจัดการปัญหาโดยตรงแทนที่จะหลีกเลี่ยง ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้ทางกายภาพ moral problems คือปัญหาเกี่ยวกับความถูกผิดและความรับผิดชอบ ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงเป็นข้อยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการคิดใคร่ครวญเป็นสิ่งจำเป็นในการจัดการคำถามเช่นนี้
แบบฝึกหัด
only way to confront moral problems ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- หนึ่งในวิธีที่เลือกใช้ได้เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกที่ยากลำบาก
- การต่อสู้ทางกายภาพที่เกิดจากความเห็นไม่ตรงกัน
- วิธีเดียวที่จำเป็นในการเผชิญกับคำถามเรื่องความถูกและความผิดโดยตรง
ดูคำตอบ
วิธีเดียวที่จำเป็นในการเผชิญกับคำถามเรื่องความถูกและความผิดโดยตรง
ความรับผิดชอบของเราในการทบทวนตนเองสำคัญเป็นพิเศษ
ใน our responsibility to self-reflect รูป infinitive ที่มี to คือ to self-reflect ใช้ระบุการกระทำที่เป็นเนื้อหาของความรับผิดชอบ กล่าวคือ เรามีหน้าที่พิจารณาความคิดและการกระทำของตนเอง ไม่ใช่วลีแยกที่บอกจุดประสงค์ของการกระทำอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง especially important ช่วยเน้นการตัดสินเชิงคุณค่า ความรับผิดชอบนี้มีอยู่แล้ว แต่ยิ่งสำคัญขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่อนุประโยค when ถัดไประบุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ responsibility to: As a journalist, she has a ____ check facts before publishing.
ดูคำตอบ
responsibility to
เมื่อความคิดอย่างเป็นอิสระถูกคุกคาม
when ใช้นำเข้าสถานการณ์ที่ทำให้ข้อความก่อนหน้ามีความสำคัญเป็นพิเศษ independent thought หมายถึงความสามารถหรือการปฏิบัติในการคิดด้วยตนเอง แทนที่จะทำตามผู้มีอำนาจหรือแรงกดดันจากกลุ่มเพียงอย่างเดียว is threatened เป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดยแสดงให้เห็นว่าความคิดอย่างเป็นอิสระกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ไม่ระบุแหล่งที่มาของอันตราย ในที่นี้ threatened ใช้กับความสามารถที่เป็นนามธรรม ไม่จำเป็นต้องหมายถึงบุคคลที่ถูกข่มขู่โดยตรง
แบบฝึกหัด
when independent thought is threatened ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- เมื่อความสามารถในการคิดด้วยตนเองตกอยู่ในความเสี่ยง
- เมื่อแนวคิดหนึ่งที่แยกออกมาต่างหากมีความสำคัญมากขึ้น
- เมื่อผู้ที่คิดอย่างเป็นอิสระกำลังข่มขู่ผู้อื่น
ดูคำตอบ
เมื่อความสามารถในการคิดด้วยตนเองตกอยู่ในความเสี่ยง
She acknowledged that critical thinking in oppressive spaces is a defiant act that requires personal courage. โน้ต
3:56เธอยอมรับว่าการคิดเชิงวิพากษ์ในพื้นที่ที่ถูกกดขี่เป็นการกระทำที่ท้าทายซึ่งต้องใช้ความกล้าหาญส่วนบุคคล
การคิดเชิงวิพากษ์ในสภาพแวดล้อมที่กดขี่
critical thinking หมายถึงการตรวจสอบข้อกล่าวอ้าง หลักฐาน และสมมติฐานอย่างเป็นอิสระ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่มีเหตุผล ไม่ได้หมายถึงการคอยจับผิดทุกอย่าง ในที่นี้ spaces ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม oppressive spaces คือสภาพแวดล้อมทางสังคม การเมือง การศึกษา หรือองค์กรที่ผู้มีอำนาจจำกัดการพูด การเลือก หรือการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อว่าการคิดอย่างรอบคอบด้วยตนเองอาจมีความเสี่ยงเมื่อสภาพแวดล้อมนั้นลงโทษผู้ที่คิดอย่างอิสระ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ critical thinking in oppressive spaces หมายถึงอะไร
- การหาข้อบกพร่องในการออกแบบห้องขนาดเล็ก
- การวิเคราะห์อย่างเป็นอิสระในสภาพแวดล้อมที่กดทับเสรีภาพหรือการตัดสินใจ
- การเห็นด้วยกับผู้มีอำนาจเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
ดูคำตอบ
การวิเคราะห์อย่างเป็นอิสระในสภาพแวดล้อมที่กดทับเสรีภาพหรือการตัดสินใจ
การกระทำที่ต่อต้านอย่างเปิดเผย
defiant ใช้บรรยายท่าทีที่ต่อต้านอำนาจ กฎ หรือแรงกดดันอย่างเปิดเผย a defiant act คือการกระทำที่แสดงการต่อต้านนี้ ไม่ใช่การยอมทำตามอย่างเงียบ ๆ ในประโยคนี้ การยังคงคิดอย่างเป็นอิสระภายใต้การกดขี่ถูกมองว่าเป็นการจงใจไม่ยอมจำนน วลีนี้อาจฟังเป็นการชื่นชมหรือการตำหนิก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้พูดมองการต่อต้านนั้นว่ากล้าหาญหรือสร้างปัญหา
แบบฝึกหัด
การกระทำแบบใดเหมาะจะเรียกว่า a defiant act มากที่สุด
- การกระทำที่ทำตามคำสั่งทุกอย่างอย่างเงียบ ๆ
- การกระทำที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
- การกระทำที่ต่อต้านแรงกดดันหรืออำนาจอย่างเปิดเผย
ดูคำตอบ
การกระทำที่ต่อต้านแรงกดดันหรืออำนาจอย่างเปิดเผย
that requires personal courage: ความจำเป็นโดยสภาพของสิ่งนั้น
That นำหน้าอนุประโยคขยายคำนามที่ขยาย a defiant act อนุประโยคนี้ระบุว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ requires personal courage หรือต้องอาศัยความกล้าหาญส่วนบุคคล ในที่นี้ requires หมายถึง “จำเป็นต้องมีโดยสภาพของสิ่งนั้น” ไม่ใช่ “ออกคำสั่งให้ใครทำ” ประธานคือการกระทำ ส่วน personal courage คือคุณสมบัติภายในที่ต้องมีเพื่อทำสิ่งนั้นแม้จะมีความเสี่ยงต่อตนเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ require เพื่อแสดงความจำเป็นโดยสภาพของการกระทำ: Speaking honestly under pressure ____ personal courage.
ดูคำตอบ
requires
which is why Arendt still held Eichmann accountable. วลี
4:04ซึ่งเป็นเหตุผลที่อาเรนต์ยังคงถือว่าไอช์มันน์ต้องรับผิดชอบ
But it must be done regardless: ยืนยันความจำเป็นหลังยอมรับอุปสรรค
But ยอมรับความยากที่เพิ่งกล่าวถึง จากนั้น must แสดงว่าการกระทำนั้นยังคงจำเป็น ส่วน regardless ปิดช่วงที่ยอมรับอุปสรรค โดยบอกว่าความยากหรือความเสี่ยงไม่เปลี่ยนข้อสรุปที่ว่าต้องใช้การคิดเชิงวิพากษ์ ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึงการคิดเชิงวิพากษ์ในพื้นที่ที่กดขี่ Regardless ใช้เดี่ยวได้เพราะความหมายที่ละไว้ว่า regardless of the difficulty or risk ชัดเจนอยู่แล้วจากบริบท
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ regardless ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าความยากที่รู้อยู่แล้วไม่เปลี่ยนการตัดสินใจ
- The review may take weeks, but it must be completed regardless the delay.
- The review may take weeks, but it must be completed regardless of.
- The review may take weeks, but it must be completed regardless.
ดูคำตอบ
The review may take weeks, but it must be completed regardless.
still held Eichmann accountable: ยังคงถือว่าไอช์มันน์ต้องรับผิดชอบ
Hold someone accountable หมายถึงการถือว่าบุคคลหนึ่งต้องรับผิดชอบต่อการกระทำหรือผลลัพธ์ และคาดหวังให้บุคคลนั้นชี้แจงหรือรับผลที่ตามมา ในประโยคนี้ อาเรนท์ไม่ได้ยกเว้นความรับผิดให้ไอช์มันน์ แต่ตัดสินว่าเขาต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเลือก Still แสดงความขัดแย้งกับประเด็นก่อนหน้า แม้จะพิจารณาคำอธิบายที่อาจดูเหมือนช่วยลดความรับผิดของไอช์มันน์ อาเรนท์ก็ยังถือว่าเขาต้องรับผิดชอบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ hold someone accountable: The review board ____ for ignoring repeated warnings.
ดูคำตอบ
held the supervisor accountable
This thread runs throughout Arendt's work: แนวคิดเส้นนี้ปรากฏตลอดงานเขียนของอาเรนท์
Thread เป็นคำเปรียบเทียบถึงแนวคิดหรือแก่นเรื่องที่เชื่อมส่วนต่าง ๆ ของชุดผลงานเข้าด้วยกัน ในที่นี้ this thread หมายถึงประเด็นก่อนหน้าเกี่ยวกับการคิด การทบทวนตนเอง และความรับผิดชอบ ไม่ได้หมายถึงเส้นด้ายจริง ๆ Runs throughout หมายความว่าแก่นเรื่องนี้ปรากฏซ้ำอยู่ทั่วทั้งผลงาน ไม่ได้อยู่เพียงในข้อความช่วงเดียว โครงสร้าง a thread of X runs throughout Y มีประโยชน์เมื่อต้องวิเคราะห์วรรณกรรม ภาพยนตร์ หรือแนวคิด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงปรากฏอยู่ทั่วทั้งผลงาน: A concern about privacy ____ the documentary.
ดูคำตอบ
runs throughout
our greatest weapon against the threats of modernity: อุปลักษณ์เรื่องอาวุธ
คำว่า weapon ในที่นี้เป็นอุปลักษณ์ การคิดถูกนำเสนอว่าเป็นวิธีที่ทรงพลังที่สุดในการป้องกันตัวเองจากหรือต่อต้านภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับความเป็นสมัยใหม่ ไม่ได้หมายถึงอาวุธจริงหรือความรุนแรง โครงสร้าง a weapon against + ปัญหาหรือภัยคุกคาม เปรียบความสามารถ แนวคิด หรือทรัพยากรเป็นสิ่งที่ช่วยต่อสู้กับอันตรายเชิงนามธรรม ส่วน against ระบุว่า “อาวุธ” เชิงอุปลักษณ์นั้นใช้ต่อต้านอะไร
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ thinking was our greatest weapon against the threats of modernity หมายความว่าอย่างไร
- การคิดเป็นวิธีที่ทรงพลังที่สุดในการต่อต้านภัยคุกคามเหล่านั้น
- เทคโนโลยีสมัยใหม่มอบอาวุธจริงที่ทรงพลังที่สุดให้ผู้คน
- การคิดสร้างภัยคุกคามทางทหารของชีวิตสมัยใหม่
ดูคำตอบ
การคิดเป็นวิธีที่ทรงพลังที่สุดในการต่อต้านภัยคุกคามเหล่านั้น
a relentless drive for economic and technological development, วลี
4:17แรงขับเคลื่อนที่ไม่หยุดยั้งเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
namely: การนำเสนอรายละเอียดที่แน่นอน
namely เป็นสัญญาณว่าสิ่งที่ตามมาจะระบุอย่างชัดเจนว่าข้อความกว้าง ๆ ก่อนหน้านี้หมายถึงอะไร ในที่นี้คำนี้ระบุว่า threats of modernity คือแรงผลักดันอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี คำนี้จัดข้อมูลจากภาพรวมไปสู่รายละเอียด โดยเริ่มจากคำเรียกกว้าง ๆ แล้วตามด้วยเนื้อหาที่ชัดเจน ไม่ได้เปิดประเด็นใหม่หรือยกเพียงหนึ่งตัวอย่างที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดแสดงว่าใบอนุญาตที่ขาดหายไปคือสาเหตุที่แน่นอนของความล่าช้า ไม่ใช่เพียงตัวอย่างหนึ่งที่เป็นไปได้? The report identifies one source of the delay, ___, a missing permit.
- for example
- however
- namely
ดูคำตอบ
namely
a relentless drive for + เป้าหมาย
ในที่นี้ drive เป็นคำนามที่หมายถึงความพยายามอย่างแรงกล้าหรือแรงผลักดันที่มุ่งไปยังเป้าหมาย ไม่ได้หมายถึงการขับรถ โครงสร้าง a drive for + คำนาม ใช้ระบุผลลัพธ์ที่กำลังมุ่งหวัง relentless เพิ่มความหมายว่าความพยายามนั้นดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้นและไม่ผ่อนลง ความมุ่งมั่นนี้อาจฟังดูน่าชื่นชมหรืออาจสื่อถึงการวิจารณ์ว่าเกินพอดีเหมือนในประโยคนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึงการมุ่งไล่ตามอย่างแรงกล้าและไม่หยุดยั้ง: The campaign reflects ____ equal access to education.
ดูคำตอบ
a relentless drive for
increase social alienation: เพิ่มความแปลกแยกทางสังคม
Social alienation เป็นสภาวะเชิงนามธรรมที่ผู้คนรู้สึกตัดขาดจากผู้อื่น ชุมชนของตน หรือชีวิตทางสังคมโดยรวม ความหมายนี้กว้างกว่าความเหงาชั่วครู่ และมักรวมถึงความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งหรือการมีส่วนร่วมที่ลดลง ในที่นี้ alienation ไม่ได้หมายถึงสิ่งมีชีวิตจากอวกาศ Increase social alienation หมายถึงการทำให้ความรู้สึกตัดขาดนั้นแพร่หลายหรือรุนแรงขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงถึงความแปลกแยกทางสังคมที่เพิ่มขึ้นได้ดีที่สุด
- ผู้คนตัดขาดจากชุมชนของตนมากขึ้นเรื่อย ๆ
- ผู้คนพบผู้มาเยือนจากดาวเคราะห์ดวงอื่น
- ผู้คนสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นกับเพื่อนบ้าน
ดูคำตอบ
ผู้คนตัดขาดจากชุมชนของตนมากขึ้นเรื่อย ๆ
inhibit human freedom: จำกัดเสรีภาพโดยไม่หยุดยั้งอย่างสิ้นเชิง
inhibit human freedom หมายถึงทำให้ผู้คนใช้เสรีภาพได้ยากขึ้น ทั้งในการเลือก ลงมือทำ และมีส่วนร่วมในชีวิตสาธารณะ ในประโยคนี้ and เชื่อมผลกระทบนี้เข้ากับการเพิ่มขึ้นของความแปลกแยกทางสังคม Inhibit เป็นสกรรมกริยาที่เป็นทางการ มักใช้กับคำนามนามธรรม เช่น freedom, debate, growth และ creativity คำนี้สื่อถึงการจำกัดหรือขัดขวาง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการหยุดโดยสิ้นเชิง
แบบฝึกหัด
ผู้เขียนต้องการสื่อว่ากฎต่าง ๆ ทำให้การแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ทำได้ยากขึ้น แต่ไม่ได้ห้ามโดยสิ้นเชิง ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด
- Strict workplace rules can prohibit employees from sharing any ideas.
- Strict workplace rules can foster creative expression.
- Strict workplace rules can inhibit creative expression.
ดูคำตอบ
Strict workplace rules can inhibit creative expression.
Arendt believed we need to create formal and informal forums การใช้คำ
4:27อาเรนต์เชื่อว่าเราจำเป็นต้องสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
To foster this essential value: วลีบอกจุดประสงค์ที่ขึ้นต้นประโยค
วลี infinitive ที่ขึ้นต้นประโยค To foster this essential value บอกจุดประสงค์ของข้อเสนอที่ตามมา ความหมายที่ต้องการสื่อคือควรสร้างเวทีทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการเพื่อส่งเสริมคุณค่านี้ foster ในที่นี้หมายถึงช่วยให้บางสิ่งพัฒนาหรือเข้มแข็งขึ้น this essential value ย้อนกลับไปกล่าวถึงคุณค่าของการคิดและการทบทวนตนเอง รูปแบบการจัดข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้คือ To + กริยารูปพื้นฐาน ตามด้วยการกระทำหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์สองคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “เพื่อพัฒนา”: ____ critical thinking, the school created a debate club.
ดูคำตอบ
To foster
create formal and informal forums: สร้างพื้นที่อภิปรายสาธารณะทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ forums หมายถึงพื้นที่ กลุ่ม หรือรูปแบบที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้คนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการอภิปรายสาธารณะ ความหมายกว้างกว่ากระดานสนทนาบนอินเทอร์เน็ต และอาจรวมถึงการประชุมแบบพบหน้าหรือองค์กรต่าง ๆ การใช้ formal and informal คู่กันแสดงว่าพื้นที่เหล่านี้อาจจัดขึ้นอย่างเป็นทางการโดยมีกฎหรือบทบาทที่ได้รับการยอมรับ หรืออาจเกิดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการก็ได้ ดังนั้น create ... forums จึงหมายถึงการสร้างช่องทางให้ผู้คนพูดคุยและมีส่วนร่วม ไม่ใช่เพียงสร้างสถานที่ทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ formal and informal forums หมายถึงอะไร
- อาคารที่ใช้เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ
- เฉพาะเว็บไซต์ที่ผู้ใช้โพสต์ข้อความ
- พื้นที่ที่จัดขึ้นหรือพื้นที่แบบสบาย ๆ ซึ่งผู้คนสามารถพูดคุยเรื่องที่ทุกคนกังวลร่วมกัน
ดูคำตอบ
พื้นที่ที่จัดขึ้นหรือพื้นที่แบบสบาย ๆ ซึ่งผู้คนสามารถพูดคุยเรื่องที่ทุกคนกังวลร่วมกัน
allowed for open conversations: ทำให้การสนทนาอย่างเปิดกว้างเกิดขึ้นได้
ใน allowed for open conversations คำว่า allow for หมายถึงการมีพื้นที่ เวลา ความยืดหยุ่น หรือเงื่อนไขที่เหมาะสมเพียงพอเพื่อให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้ พื้นที่เหล่านี้ไม่ได้เพียงให้อนุญาตแก่ใครคนหนึ่ง แต่รูปแบบของพื้นที่ทำให้การสนทนาอย่างเปิดกว้างเกิดขึ้นได้ โครงสร้างคือ allow for + คำนามหรือวลีคำนาม ประธานมักเป็นแผน การออกแบบ ตารางเวลา กฎ หรือสภาพแวดล้อมที่สามารถรองรับความต้องการหรือความเป็นไปได้บางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ allow for: The schedule ____ unexpected delays.
ดูคำตอบ
allows for
town hall meetings, self-governing workplaces และ student unions: ตัวอย่างของพื้นที่สาธารณะเพื่อการมีส่วนร่วม
รายการนี้เปลี่ยนแนวคิดเรื่อง public forums ที่กล่าวไว้ก่อนหน้าให้เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม สถานที่หรือองค์กรแต่ละประเภทสามารถเปิดโอกาสให้ผู้คนหารือเรื่องที่มีร่วมกัน เป็นตัวแทนของกลุ่ม หรือมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง town hall meeting คือการประชุมสาธารณะเพื่อหารือหรือตั้งคำถาม ไม่ได้หมายถึงตัวอาคารศาลากลาง ส่วน self-governing workplace เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานมีบทบาทในการบริหารสถานที่ทำงาน และ student unions ในที่นี้หมายถึงองค์กรที่นักศึกษาใช้ทำกิจกรรมร่วมกัน โครงสร้างของทั้งสามแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดสามารถเป็นพื้นที่สำหรับการมีส่วนร่วมโดยส่วนรวมได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ ตัวอย่างทั้งสามมีอะไรเหมือนกัน?
- ทั้งหมดสามารถเป็นพื้นที่สำหรับการหารือร่วมกันหรือการปกครองตนเองได้
- ทั้งหมดเป็นสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อขัดขวางการตัดสินใจร่วมกัน
- ทั้งหมดเป็นชื่ออาคารของรัฐบาล
ดูคำตอบ
ทั้งหมดสามารถเป็นพื้นที่สำหรับการหารือร่วมกันหรือการปกครองตนเองได้
what's most important to Arendt is that they value open dialogue and critical self-reflection. โน้ต
4:42สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับอาเรนต์คือการที่พวกเขามีค่านิยมในการสนทนาอย่างเปิดเผยและการสะท้อนคิดเชิงวิพากษ์
But whatever shape they take: ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด
Whatever shape they take เป็นวลีแสดงการยอมรับเงื่อนไขที่หมายถึง “ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้จะอยู่ในรูปแบบใด” โดย they หมายถึง forums ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และ shape หมายถึงรูปแบบการจัดองค์กร ไม่ใช่รูปร่างภายนอกทางกายภาพ โครงสร้าง whatever + คำนาม + ประธาน + กริยา ครอบคลุมรูปแบบที่เป็นไปได้ทั้งหมด ก่อนที่อนุประโยคหลักจะระบุสิ่งที่ยังคงเป็นจริง But ทำหน้าที่เปลี่ยนจากรูปแบบต่าง ๆ ที่เพิ่งยกตัวอย่างไปสู่เกณฑ์ร่วม คือการให้คุณค่ากับการสนทนาอย่างเปิดกว้างและการทบทวนตนเองอย่างมีวิจารณญาณ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด”:____ the program takes, it must remain open to everyone.
ดูคำตอบ
Whatever shape
what's most important to Arendt is that: การเน้นเกณฑ์สำคัญที่สุด
ในประโยคนี้ what's most important to Arendt เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what และทำหน้าที่เป็นประธาน หมายถึง “สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับอาเรนท์” What's เป็นรูปย่อของ what is แต่ตรงนี้ไม่ใช่คำถาม อนุประโยค that ที่ตามหลัง is ระบุว่าเกณฑ์สำคัญที่สุดนั้นคืออะไร โครงสร้าง What is most important to X is that + อนุประโยค ใช้เน้นเกณฑ์หรือหลักการสำคัญที่สุดของบุคคลหรือกลุ่มก่อนจะบอกรายละเอียด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง What is most important to ... is that ให้ครบ: ____ every applicant receives a fair review.
ดูคำตอบ
What is most important to the committee is that
value open dialogue and critical self-reflection: value ที่เป็นกริยา
value ในที่นี้เป็นสกรรมกริยา ไม่ใช่คำนาม value เมื่ออยู่หลังประธาน they คำนี้หมายถึง “เห็นว่าสำคัญ” และนามวลีที่เชื่อมกันคือ open dialogue และ critical self-reflection เป็นกรรมตรงของกริยานี้ โครงสร้าง ประธาน + value/values + คำนามหรือรูป -ing ใช้ระบุหลักการ คุณลักษณะ หรือกิจกรรมที่บุคคลหรือสถาบันเห็นว่าสำคัญ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ value เป็นกริยาที่หมายถึง “เห็นว่าสำคัญ”?
- The group values honest disagreement.
- The value of honest disagreement is clear.
- Honest disagreement has real value.
ดูคำตอบ
The group values honest disagreement.
Standing up for what's right in the face of injustice takes courage. โน้ต
4:49การยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้องเมื่อเผชิญกับความอยุติธรรมนั้นต้องใช้ความกล้าหาญ
Standing up for what's right: กริยาวลี stand up for
ในที่นี้ Standing up for what's right หมายถึงการปกป้องหรือสนับสนุนสิ่งที่ถูกต้องทางศีลธรรมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเมื่อสิ่งนั้นถูกท้าทาย stand up for เป็นกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการลุกขึ้นยืนตามตัวอักษร รูป -ing ทำให้การกระทำนี้ถูกนำเสนอเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความกล้าหรือความพยายาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ปกป้องหรือสนับสนุน”: Maya chose to ____ her teammate when others blamed him unfairly.
ดูคำตอบ
stand up for
in the face of injustice: in the face of + ความท้าทาย
in the face of injustice หมายถึงเมื่อเผชิญกับความอยุติธรรม และมักมีนัยเพิ่มเติมว่ายังคงลงมือทำแม้จะมีแรงกดดันจากสิ่งนั้น face ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงใบหน้าของคน วลีบุพบทนี้กำหนดสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยให้กับ standing up for what's right รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ in the face of + ความยากลำบาก อันตราย หรือการต่อต้าน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “เมื่อเผชิญกับความยากลำบาก”: The pilot stayed calm ____ sudden danger.
ดูคำตอบ
in the face of
who smuggled 2,000 children out of the Warsaw ghetto during World War II with this video.
4:55ผู้ลักลอบพาเด็ก 2,000 คนออกจากสลัมชาวยิวในวอร์ซอในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองได้ในวิดีโอนี้