วิธีคิดเป็นภาษาอังกฤษ พัฒนาภาษาอังกฤษของคุณ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

DASA Daily English

ความยากในการเรียน
960 คำ 173 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าทำไมการแปลจากภาษาแม่จึงทำให้การคิดเป็นภาษาอังกฤษยากขึ้น แล้วเสนอการพูดกับตัวเองในชีวิตประจำวัน การแวดล้อมด้วยภาษาอังกฤษ การใช้ประโยคที่เรียบง่าย การเชื่อมคำกับภาพ และการฝึกอย่างอดทน เพื่อสร้างความคิดภาษาอังกฤษที่ตรงและเป็นอัตโนมัติ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Have you ever wondered why — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การเปิดคำอธิบายด้วยคำถามที่ชวนผู้ฟังนึกถึงปัญหาคุ้นเคย ก่อนจะพาไปค้นหาสาเหตุ วิธีนี้ทำให้บทนำดึงความสนใจและมีเป้าหมายชัดเจน แทนที่จะประกาศหัวข้อขึ้นมาอย่างห้วน ๆ 2. people tend to keep sentences short and direct. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: เข้าใจว่า tend to บอกแนวโน้มโดยทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว และใช้ keep + กรรม + คำคุณศัพท์เพื่ออธิบายลักษณะการสื่อสารได้ จึงแนะนำให้ใช้ภาษาอังกฤษที่กระชับได้โดยไม่เหมารวมว่าผู้พูดทุกคนต้องพูดเช่นนี้เสมอ 3. the next time you catch yourself translating in your head, — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: ใช้ catch yourself doing something เพื่อกล่าวถึงช่วงที่รู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งหนึ่งอยู่ โดยเฉพาะนิสัยที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว รูปแบบนี้ช่วยพูดถึงการสังเกตและแก้ไขตัวเอง พร้อมเชื่อมไปสู่การลงมือทำ เช่น หยุดชั่วครู่แล้วสร้างความคิดเป็นภาษาอังกฤษโดยตรง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Have you ever wondered why it feels so hard to think in English, โน้ต

0:00

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมการคิดเป็นภาษาอังกฤษถึงรู้สึกยากขนาดนี้

even after learning so many words and grammar rules?

0:03

แม้หลังจากเรียนรู้คำศัพท์และกฎไวยากรณ์มามากมายแล้วก็ตาม?

ลำดับความ

ใช้ Have you ever wondered why ...? เพื่อตั้งคำถามนำ

Have you ever wondered why ...? เป็นประโยคคำถามที่ใช้ดึงความสนใจตอนเริ่มพูด โดยชวนผู้ฟังให้คิดถึงข้อสงสัยเดียวกันก่อนที่ผู้พูดจะอธิบาย จึงช่วยจัดข้อมูลเป็นการตั้งคำถามก่อน แล้วจึงตามด้วยคำตอบหรือคำอธิบาย หลัง wondered why จะเป็นคำถามทางอ้อมและใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ why it feels ... ไม่ใช่ why does it feel ...

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำถามเปิดเรื่องนี้และลำดับคำที่ถูกต้องเพื่อเริ่มอธิบายว่าเหตุใดบางสิ่งจึงเกิดขึ้น?

  1. Have you ever wondered why some animals sleep during the day?
  2. Have you ever wondered because some animals sleep during the day?
  3. Have you ever wondered why do some animals sleep during the day?
ดูคำตอบ

Have you ever wondered why some animals sleep during the day?

ไวยากรณ์

it feels so hard to think in English: It feels + คำคุณศัพท์ + to do

ใน it feels so hard to think in English คำว่า it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ แต่ทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งประธาน ส่วนกิจกรรมที่แท้จริงอยู่ใน infinitive ที่มี to คือ to think in English การใช้ it แบบนี้มักเรียกว่าประธานแทน โครงสร้าง It feels + คำคุณศัพท์ + to do วางความรู้สึกไว้ก่อน แล้วจึงบอกกิจกรรมภายหลัง ในที่นี้ hard บอกว่าประสบการณ์นั้นยาก และ so ช่วยเน้นระดับของ hard ให้มากขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง It feels + คำคุณศัพท์ + to do ได้ถูกต้อง?

  1. It feels difficult ask for help.
  2. It feels difficult to ask for help.
  3. It feels difficulty to ask for help.
ดูคำตอบ

It feels difficult to ask for help.

You may be able to read English,

0:07

คุณอาจจะสามารถอ่านภาษาอังกฤษได้

write in English,

0:09

เขียนเป็นภาษาอังกฤษได้

and even understand others when they speak.

0:10

และเข้าใจคนอื่นเวลาที่พวกเขาพูด

But when it comes to forming your own thoughts in English, วลี

0:13

แต่เมื่อถึงเวลาต้องเรียบเรียงความคิดของตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ

it suddenly feels like a big wall stands in your way. สำนวน

0:16

จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีกำแพงขนาดใหญ่ตั้งขวางทางคุณอยู่

วลี

when it comes to forming your own thoughts: เปลี่ยนไปยังหัวข้อเฉพาะ

when it comes to หมายถึง “เมื่อพูดถึง...” หรือ “ในเรื่องของ...” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนจากทักษะภาษาอังกฤษโดยรวมไปยังความยากเฉพาะอย่างหนึ่ง คือการเรียบเรียงความคิดของตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ ในสำนวนตายตัวนี้ to เป็นคำบุพบท หลัง to ต้องตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ดังนั้น forming จึงถูกต้อง ไม่ใช่ form

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เมื่อพูดถึง”: ____ speaking clearly, slowing down can help.

ดูคำตอบ

When it comes to

สำนวน

a big wall stands in your way: คำเปรียบเทียบถึงอุปสรรคใหญ่

ข้อความ a big wall stands in your way เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้มีกำแพงจริง ๆ แต่กำแพงแทนความยากลำบากอย่างมากที่ทำให้รู้สึกว่าไม่สามารถก้าวต่อไปได้ stand in someone's way ยังหมายถึง “ขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อใครบางคน” ได้ด้วย ภาพของกำแพงให้ความรู้สึกหนักแน่นและชัดเจนกว่าการบอกเพียงว่าบางอย่างยาก

แบบฝึกหัด

ภาพ a big wall stands in your way ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. อุปสรรคใหญ่กำลังขัดขวางความก้าวหน้าของคุณ
  2. มีการสร้างกำแพงจริงอยู่ใกล้ ๆ
  3. คุณลืมว่าควรไปทางไหน
ดูคำตอบ

อุปสรรคใหญ่กำลังขัดขวางความก้าวหน้าของคุณ

This is because most learners don't actually practice the skill of thinking in English. วลี

0:19

นี่เป็นเพราะผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ฝึกทักษะการคิดเป็นภาษาอังกฤษจริงๆ

วลี

the skill of thinking in English: ทักษะการคิดเป็นภาษาอังกฤษ

ในประโยคนี้ the skill of thinking in English มอง “การคิดเป็นภาษาอังกฤษ” ว่าเป็นความสามารถที่ฝึกและพัฒนาได้ of เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยรูป -ing คือ thinking โครงสร้าง the skill of + -ing ใช้บอกว่าทักษะนั้นเกี่ยวกับกิจกรรมอะไร

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน listen ให้เป็นรูปที่ถูกต้องในโครงสร้าง the skill of + -ing: The skill of ____ carefully takes time to develop.

ดูคำตอบ

listening

They practice reading,

0:24

พวกเขาฝึกการอ่าน

writing,

0:26

การเขียน

listening,

0:27

การฟัง

and speaking.

0:27

และการพูด

But their brain is still translating every word from their native language into English. วลี

0:28

แต่สมองของพวกเขายังคงแปลทุกคำจากภาษาแม่เป็นภาษาอังกฤษอยู่

วลี

translate ... from ... into ...: แปลจากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่ง

Translating every word from their native language into English บอกทิศทางของการแปล โดย from ระบุภาษาต้นทาง และ into ระบุภาษาเป้าหมาย โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ translate something from A into B ในที่นี้คำต่าง ๆ เริ่มจากภาษาแม่ของผู้เรียนแล้วเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ ส่วน into ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าไปในสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง translate ... from ... into ... ให้สมบูรณ์: She translated the note ____ French ____ English.

ดูคำตอบ

from · into

The real secret to fluency is not just learning English words, ไวยากรณ์

0:34

เคล็ดลับที่แท้จริงของความคล่องแคล่วไม่ใช่แค่การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ

but actually training your mind to think in English directly. วลี

0:37

แต่คือการฝึกจิตใจให้คิดเป็นภาษาอังกฤษโดยตรงจริงๆ

ไวยากรณ์

ไม่ใช่แค่เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ แต่ฝึกความคิดของคุณจริง ๆ

โครงสร้าง not just A, but B ใช้แก้ความคิดที่ยังไม่ครบ A ยังคงเป็นจริง แต่ A เพียงอย่างเดียวยังไม่พอ ผู้พูดจึงให้น้ำหนักกับ B มากกว่า ในประโยคนี้ learning English words คือ A และ training your mind คือ B ทั้งสองส่วนเป็นวลี -ing จึงทำให้ประโยคสมดุลและติดตามการเปลี่ยนจุดเน้นได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วน not just ... but ...: Good teamwork means ____ sharing tasks, ____ helping everyone succeed.

ดูคำตอบ

not just · but

วลี

ฝึกความคิดให้คิดเป็นภาษาอังกฤษโดยตรง

train your mind to do something หมายถึงการสร้างวิธีคิดผ่านการฝึกซ้ำ ๆ โครงสร้างคือ train + your mind + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ directly ขยาย think in English เป้าหมายคือการคิดเป็นภาษาอังกฤษโดยตรงโดยไม่แปลจากภาษาอื่นก่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงการสร้างนิสัยทางความคิด: With daily practice, you can ____ to notice distractions and refocus.

ดูคำตอบ

train your mind

So, how can you do this? ลำดับความ

0:41

แล้วคุณจะทำสิ่งนี้ได้อย่างไร?

ลำดับความ

So, how can you do this? เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่การอธิบายวิธีทำ

So บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากคำอธิบายก่อนหน้าไปสู่ขั้นตอนปฏิบัติถัดไป คำถาม how can you do this? เปิดส่วนที่จะอธิบายวิธีการหรือบอกขั้นตอน ในที่นี้ this ย้อนกลับไปยังเป้าหมายที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือการฝึกตัวเองให้คิดเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ได้หมายถึงการกระทำย่อยอย่างใดอย่างหนึ่ง รูปแบบ So, how can you...? ช่วยจัดลำดับบทสอน การพูด หรือบทความ โดยเปลี่ยนเป้าหมายหรือปัญหาให้เป็นคำถามว่าควรลงมือทำอย่างไร

แบบฝึกหัด

หลังจากผู้พูดอธิบายเป้าหมายหรือปัญหาแล้ว So, how can you do this? มักทำหน้าที่อะไร

  1. เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  2. จบคำอธิบายและกล่าวลาผู้ฟัง
  3. เปลี่ยนจากการอธิบายเป้าหมายหรือปัญหาไปสู่การแนะนำวิธีทำ
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากการอธิบายเป้าหมายหรือปัญหาไปสู่การแนะนำวิธีทำ

It begins with the small things. ลำดับความ

0:43

มันเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ

ลำดับความ

It begins with the small things: บอกจุดเริ่มต้น

It ย้อนกลับไปยังขั้นตอนหรือกระบวนการที่กำลังพูดถึงอยู่ begins with... บอกผู้ฟังว่ากระบวนการหรือแผนนั้นเริ่มจากตรงไหน แทนที่จะบอกทุกขั้นตอนพร้อมกัน ประโยคนี้เริ่มด้วยการกำหนดทิศทางง่าย ๆ ว่าให้เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ The small things หมายถึงการกระทำในชีวิตประจำวันที่ง่ายและทำได้จริง ไม่ใช่สิ่งของที่มีขนาดเล็ก รูปแบบ X begins with Y ใช้แนะนำการกระทำ นิสัย หรือส่วนพื้นฐานอันดับแรกของการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่าได้

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบาย It begins with the small things. มีหน้าที่หลักอะไร

  1. ประโยคนี้อธิบายทุกขั้นตอนของแผนอย่างละเอียด
  2. ประโยคนี้บอกให้เริ่มจากการกระทำง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน
  3. ประโยคนี้บอกว่าจำเป็นต้องใช้สิ่งของที่มีขนาดเล็ก
ดูคำตอบ

ประโยคนี้บอกให้เริ่มจากการกระทำง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน

Your inner voice, การใช้คำ

0:45

เสียงภายในใจของคุณ

the voice inside your head that speaks to you every day,

0:47

เสียงในหัวที่พูดคุยกับคุณทุกวัน

can slowly be trained to use English. ไวยากรณ์

0:50

สามารถค่อยๆ ฝึกฝนให้ใช้ภาษาอังกฤษได้

การใช้คำ

Your inner voice: การพูดกับตัวเองอย่างเงียบ ๆ ในใจ

Your inner voice หมายถึงคำพูดและความคิดที่คุณพูดกับตัวเองเงียบ ๆ อยู่ในใจ เป็นประสบการณ์ทางความคิดตามปกติ ไม่ใช่เสียงพูดที่คนอื่นได้ยิน ข้อความระหว่างเครื่องหมายจุลภาค—the voice inside your head that speaks to you every day—เป็นการเรียกและอธิบาย inner voice อีกแบบหนึ่ง คำอธิบายที่เติมเข้ามานี้ช่วยให้เข้าใจวลีเชิงนามธรรมโดยไม่ตีความตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

inner voice ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. คนที่กำลังกระซิบอยู่ใกล้ ๆ
  2. เสียงที่ดังมาจากภายในร่างกาย
  3. การพูดกับตัวเองอย่างเงียบ ๆ ในใจ
ดูคำตอบ

การพูดกับตัวเองอย่างเงียบ ๆ ในใจ

ไวยากรณ์

can slowly be trained to use English: ความเป็นไปได้ในโครงสร้างกรรมวาจกที่มี modal

ใน can slowly be trained to use English โครงสร้าง can + be + trained เป็นกรรมวาจกที่มี modal ประธาน your inner voice เป็นฝ่ายที่ได้รับการฝึก และ can แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ slowly บอกว่ากระบวนการเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วน to-infinitive บอกพฤติกรรมที่การฝึกพัฒนาขึ้นมา ซึ่งก็คือการใช้ภาษาอังกฤษ trained ตรงนี้เป็น past participle ไม่ใช่กริยา simple past

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ train หลัง can: With patient practice, your attention can slowly ____ to stay on one task.

ดูคำตอบ

be trained

For example, when you wake up in the morning, กริยาวลี

0:53

ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณตื่นนอนตอนเช้า

กริยาวลี

wake up in the morning: ตื่นนอนในตอนเช้า

Wake up หมายถึงหยุดหลับและตื่นขึ้น ในกริยาวลีนี้ up เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน In the morning บอกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อใด วลีทั้งหมดหมายถึงการตื่นในช่วงเช้า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องลุกออกจากเตียงแล้วเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Maya ตื่นตอนเจ็ดโมงเช้า แต่ลุกออกจากเตียงในอีกสิบห้านาทีต่อมา

  1. Maya got up at seven in the morning but woke up at seven fifteen.
  2. Maya woke up at seven in the morning but got up at seven fifteen.
  3. Maya went to sleep at seven in the morning and got up at seven fifteen.
ดูคำตอบ

Maya woke up at seven in the morning but got up at seven fifteen.

instead of saying to yourself, "I need to brush my teeth," โน้ต

0:55

แทนที่จะพูดกับตัวเองว่า "ฉันต้องแปรงฟัน"

in your own language,

0:58

ในภาษาของคุณเอง

say it in English.

1:00

ให้พูดเป็นภาษาอังกฤษ

ไวยากรณ์

instead of saying to yourself: แทนที่จะพูดกับตัวเอง

Instead of ใช้นำหน้าการกระทำเดิมที่ถูกแทนที่ ในประโยคนี้ การกระทำเดิมคือการพูดกับตัวเองเป็นภาษาของตน ส่วนการกระทำใหม่คือการพูดเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจาก of ในสำนวนนี้เป็นคำบุพบท คำกริยาหลัง instead of จึงมักใช้รูป -ing โดยใช้ instead of saying ไม่ใช่ instead of say Say to yourself หมายถึงพูดกับตัวเองในใจหรือพูดกับตัวเองเบา ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ say หลัง instead of: Instead of ____ "I can't do it," ask for help.

ดูคำตอบ

saying

"I need to brush my teeth."

1:01

"I need to brush my teeth."

วลี

I need to brush my teeth: need to + คำกริยารูปพื้นฐาน

need to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าจำเป็นต้องทำสิ่งหนึ่ง ใน I need to brush... คำว่า brush คือคำกริยารูปพื้นฐานที่ตามหลัง need to brush my teeth เป็นวลีในชีวิตประจำวันที่เป็นธรรมชาติสำหรับการใช้แปรงสีฟันทำความสะอาดฟัน คำว่า teeth เป็นพหูพจน์ เพราะโดยทั่วไปหมายถึงการแปรงฟันทั้งหมด ไม่ใช่แค่ tooth ซี่เดียว

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่หมายถึงการแปรงฟันให้สมบูรณ์: Before bed, I need to ____.

ดูคำตอบ

brush my teeth

If you are walking to school or work, ไวยากรณ์

1:03

ถ้าคุณกำลังเดินไปโรงเรียนหรือที่ทำงาน

describe what you see around you in English.

1:05

จงบรรยายสิ่งที่คุณเห็นรอบตัวเป็นภาษาอังกฤษ

ไวยากรณ์

If you are walking..., describe what you see: สถานการณ์ + คำสั่ง

อนุประโยค if คือ If you are walking to school or work ใช้บอกสถานการณ์ทั่วไปที่อาจกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ รูป present progressive คือ are walking แสดงว่ากิจกรรมนั้นกำลังดำเนินอยู่ ประโยคหลัก describe what you see เป็นประโยคคำสั่ง โดยเริ่มด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน describe และละประธาน you ที่เข้าใจกันอยู่แล้ว โครงสร้างทั้งหมดจึงหมายถึง เมื่ออยู่ในสถานการณ์นี้ ให้ทำสิ่งนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกสถานการณ์ด้วย If แล้วบอกผู้ฟังว่าต้องทำอะไรต่อไป?

  1. If you are waiting for the bus, name three things you can see.
  2. Do you see three things nearby if you are waiting for the bus?
  3. If you are waiting for the bus, you can see three things nearby.
ดูคำตอบ

If you are waiting for the bus, name three things you can see.

Tell yourself,

1:08

บอกตัวเองว่า

"The sun is bright today,"

1:09

"The sun is bright today," (วันนี้แดดจ้าจัง)

or "That car is moving fast."

1:10

หรือ "That car is moving fast." (รถคันนั้นวิ่งเร็วมาก)

At first, ไวยากรณ์

1:13

ในช่วงแรก

these sentences might feel slow or even unnatural.

1:14

ประโยคเหล่านี้อาจจะรู้สึกช้าหรือดูไม่เป็นธรรมชาติ

ไวยากรณ์

might feel + คำคุณศัพท์: บอกความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้น

might feel + คำคุณศัพท์ หมายถึงบางสิ่งอาจทำให้คนรู้สึกเช่นนั้น Might บอกว่าความรู้สึกนี้เป็นเพียงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ผู้พูดจึงไม่ได้บอกว่าทุกคนจะรู้สึกเหมือนกัน ในที่นี้ feel เป็นคำกริยาเชื่อม Slow และ unnatural เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่าประโยคเหล่านี้อาจให้ความรู้สึกอย่างไรเมื่อนำไปใช้ ส่วน slowly บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นอย่างไร จึงไม่ตรงกับความหมายนี้ Even เน้น unnatural ให้เป็นความเป็นไปได้ที่รุนแรงและน่าประหลาดใจกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย might + feel: A new puzzle ____ difficult at first.

ดูคำตอบ

might feel

But the more you practice this kind of inner talk, ไวยากรณ์

1:17

แต่ยิ่งคุณฝึกการคุยกับตัวเองในใจแบบนี้มากเท่าไหร่

the more automatic it becomes.

1:20

มันก็จะยิ่งเป็นอัตโนมัติมากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

the more ..., the more ... สำหรับเชื่อมการเปลี่ยนแปลง

the more ..., the more ... เชื่อมปริมาณหรือระดับสองอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลง หมายความว่าเมื่ออย่างแรกเพิ่มขึ้น อย่างที่สองก็เปลี่ยนตามไปด้วย ในที่นี้ ยิ่งฝึกมาก การพูดกับตัวเองในใจก็ยิ่งเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติมากขึ้น the แต่ละคำเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเปรียบเทียบที่ใช้เป็นคู่ ไม่ใช่คำนำหน้านาม the ตามปกติ ส่วนแรกตั้งเงื่อนไขที่กำลังเปลี่ยน ส่วนที่สองบอกผลที่เชื่อมโยงกัน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบที่ใช้เป็นคู่ให้ครบทั้งสองส่วน: ____ you practice, ____ confident you become.

ดูคำตอบ

The more · the more

Eventually, your brain will begin to think in English without needing to translate. ไวยากรณ์

1:22

ในที่สุด สมองของคุณจะเริ่มคิดเป็นภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องแปล

ไวยากรณ์

without needing to translate: โดยไม่ต้องแปล

ใน without needing to translate คำว่า without ใช้นำสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำในขณะที่การกระทำหลักเกิดขึ้น สมองจึงคิดเป็นภาษาอังกฤษได้โดยข้ามขั้นตอนกลางคือการแปล without เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงต้องเป็นรูป -ing: without + needing แล้ว needing ตามด้วยรูป infinitive คือ to translate

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย without และรูป -ing ของ need: Leo read the sign ____ to translate it.

ดูคำตอบ

without needing

Another powerful method is surrounding yourself with English sounds and words as much as possible. วลี

1:27

อีกวิธีที่มีประสิทธิภาพคือการพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางเสียงและคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้มากที่สุด

วลี

surrounding yourself with English sounds and words: ทำให้ตัวเองอยู่ท่ามกลางเสียงและคำภาษาอังกฤษ

surrounding yourself with English sounds and words หมายถึงการทำให้ภาษาอังกฤษปรากฏอยู่บ่อย ๆ ในสิ่งที่คุณได้ยินและมองเห็น เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยภาษาอังกฤษ ไม่ใช่การนำเสียงและคำมาวางเป็นวงกลมรอบตัวจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ surround yourself with + คน สิ่งของ หรืออิทธิพล ในที่นี้ surrounding เริ่มวลีรูป -ing ที่อยู่หลัง is และบอกว่าวิธีนั้นคืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: You can ____ people who support your goals.

ดูคำตอบ

surround yourself with

Your brain is like a sponge. สำนวน

1:33

สมองของคุณเหมือนกับฟองน้ำ

สำนวน

Your brain is like a sponge: อุปมาเรื่องการซึมซับข้อมูล

ในที่นี้ like เปรียบสมองกับฟองน้ำ นี่คืออุปมา สมองไม่ได้เป็นฟองน้ำจริง ๆ และไม่ได้เปรียบเทียบกันที่รูปร่างหรือความนุ่ม สิ่งที่เหมือนกันคือความสามารถในการซึมซับสิ่งต่าง ๆ มากมายจากรอบตัว โครงสร้าง A is like B ใช้สิ่งของที่คุ้นเคยเพื่อช่วยให้นึกภาพความคิดหนึ่งได้ง่ายขึ้น ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวสื่อว่าสมองสามารถซึมซับภาษาอังกฤษจากการได้สัมผัสซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

like a sponge ในที่นี้หมายถึงอะไรเป็นหลัก

  1. ต้องใช้ฟองน้ำจริง ๆ เพื่อเรียนภาษาอังกฤษ
  2. สมองสามารถซึมซับภาษาได้มากจากสิ่งรอบตัว
  3. สมองมีรูปร่างและพื้นผิวเหมือนฟองน้ำทุกอย่าง
ดูคำตอบ

สมองสามารถซึมซับภาษาได้มากจากสิ่งรอบตัว

The more English you hear, ไวยากรณ์

1:35

ยิ่งคุณได้ยินภาษาอังกฤษมากเท่าไหร่

the easier it becomes to think in it.

1:37

มันก็จะยิ่งง่ายต่อการคิดเป็นภาษานั้น

ไวยากรณ์

The more English you hear, the easier it becomes: การเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกัน

The more..., the easier... ใช้โครงสร้าง the + comparative..., the + comparative... ซึ่งหมายความว่าเมื่อสิ่งหนึ่งเปลี่ยน อีกสิ่งหนึ่งก็เปลี่ยนตามไปด้วย ในที่นี้ การได้ยินภาษาอังกฤษมากขึ้นเชื่อมโยงกับการคิดเป็นภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น คำว่า the ทั้งสองตำแหน่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพิเศษนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านามทั่วไป ในประโยคเต็ม it ตัวแรกใน it becomes ทำหน้าที่แทนตำแหน่งของการกระทำ to think in English ที่ตามมา ส่วน it ตัวสุดท้ายหมายถึง English

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่เชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างด้วยรูปที่ถูกต้องของ much และ easy: The ____ practice you get, the ____ it becomes.

ดูคำตอบ

more · easier

Instead of only studying English during a short lesson, ไวยากรณ์

1:39

แทนที่จะเรียนภาษาอังกฤษแค่ในช่วงบทเรียนสั้นๆ

make it part of your lifestyle. วลี

1:42

จงทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคุณ

ไวยากรณ์

Instead of only studying...: การเสนอทางเลือกที่ดีกว่า

Instead of + คำนามหรือคำกริยารูป -ing ใช้บอกการกระทำที่ไม่ควรพึ่งเพียงอย่างเดียวก่อน แล้วส่วนที่เหลือของประโยคจึงเสนอทางเลือกที่ดีกว่า ในที่นี้ Instead of only studying... ปูทางไปสู่คำแนะนำให้ทำให้ภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน Only หมายถึง “ไม่ใช่แค่วิธีนี้วิธีเดียว” ผู้พูดไม่ได้บอกว่าบทเรียนสั้น ๆ ไม่ดีหรือควรเลิกเรียน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ instead of ได้ถูกต้องเพื่อบอกการกระทำที่แนะนำน้อยกว่า

  1. Instead of you only read the instructions, try the exercise.
  2. Instead of only read the instructions, try the exercise.
  3. Instead of only reading the instructions, try the exercise.
ดูคำตอบ

Instead of only reading the instructions, try the exercise.

วลี

make it part of your lifestyle: ทำให้บางสิ่งเป็นนิสัยประจำ

make + กรรม + part of + สิ่งที่ใหญ่กว่า หมายถึงการนำบางสิ่งเข้าไปเป็นองค์ประกอบที่ทำเป็นประจำของสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น ในที่นี้ it หมายถึงการเรียนและใช้ภาษาอังกฤษ ส่วน part of your lifestyle บอกผลลัพธ์ที่ผู้พูดต้องการ part of your lifestyle ไม่ใช่สถานที่ แต่หมายถึงภาษาอังกฤษควรอยู่ในกิจกรรมประจำวันตามปกติ ไม่ใช่ปรากฏเฉพาะในบทเรียน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + กรรม + part of... ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Make stretching a part your morning routine.
  2. Make stretching part of your morning routine.
  3. Make stretching part on your morning routine.
ดูคำตอบ

Make stretching part of your morning routine.

Watch TV shows,

1:44

ดูรายการทีวี

listen to podcasts,

1:46

ฟังพอดแคสต์

don't worry if you don't understand everything at first. น้ำเสียง/เจตนา

1:47

ไม่ต้องกังวลถ้าคุณไม่เข้าใจทุกอย่างในช่วงแรก

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Don't worry if ... เพื่อปลอบใจอย่างอ่อนโยน

Don't worry if ... ใช้ปลอบใจผู้ฟังก่อนกล่าวถึงความยากที่อาจเกิดขึ้น ในประโยคนี้ อนุประโยค if หมายถึง “ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึง “ฉันสงสัยว่าคุณจะทำได้หรือไม่” at first หมายถึง “ในช่วงแรก” และบอกเป็นนัยว่าสถานการณ์อาจดีขึ้นภายหลัง ทั้งประโยคจึงมองการที่ยังเข้าใจไม่ครบในช่วงแรกว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความล้มเหลว

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งกำลังหัดขี่จักรยานและรู้สึกกังวล ประโยคใดปลอบใจอย่างอ่อนโยนเกี่ยวกับความยากที่อาจเกิดขึ้นในช่วงแรก

  1. You must not wobble at all.
  2. I know you will never learn.
  3. Don't worry if you wobble a little at first.
ดูคำตอบ

Don't worry if you wobble a little at first.

The important thing is that your ears and your brain are getting used to the rhythm, วลี

1:50

สิ่งสำคัญคือหูและสมองของคุณกำลังคุ้นเคยกับจังหวะ

tone,

1:55

น้ำเสียง

and natural flow of the language.

1:56

และการลื่นไหลตามธรรมชาติของภาษา

วลี

getting used to the rhythm, tone, and natural flow: ค่อย ๆ คุ้นเคยกับเสียงของภาษา

Getting used to ... หมายถึงการค่อย ๆ คุ้นเคยหรือรู้สึกสบายใจกับบางสิ่ง รูปกำลังกระทำ are getting used to แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นและยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ในโครงสร้างนี้ to ทำหน้าที่คล้ายคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ตรงนี้ rhythm, tone และ natural flow เป็นรายการลักษณะเสียงสามอย่างที่หูและสมองกำลังเรียนรู้ที่จะประมวลผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันกำลังกระทำของ get used to: After a few days, Ben is ____ waking up early.

ดูคำตอบ

getting used to

Over time, ลำดับความ

1:58

เมื่อเวลาผ่านไป

those sounds become familiar,

1:59

เสียงเหล่านั้นจะกลายเป็นความคุ้นเคย

and your brain begins to produce them on its own. วลี

2:01

และสมองของคุณจะเริ่มผลิตเสียงเหล่านั้นออกมาเอง

ลำดับความ

Over time สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไป

Over time หมายถึง “เมื่อเวลาผ่านไป” เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะสร้างกรอบเวลาเพื่อบอกว่าการเปลี่ยนแปลงต่อไปเกิดขึ้นทีละน้อย ไม่ได้เกิดขึ้นทันที ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจัดลำดับข้อมูลเป็นกระบวนการ คือเสียงต่าง ๆ เริ่มคุ้นเคย แล้วสมองจึงเริ่มสร้างเสียงเหล่านั้นได้เอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เมื่อเวลาผ่านไป”: ____, daily reading will feel easier.

ดูคำตอบ

Over time

วลี

on its own สำหรับการกระทำที่เป็นอิสระหรือเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

On its own ใช้รูป on + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + own และหมายถึง “โดยไม่ต้องมีความช่วยเหลือจากภายนอก” หรือ “โดยอัตโนมัติ” ในที่นี้ its สอดคล้องกับคำนามเอกพจน์ brain ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าสมองเริ่มสร้างเสียงที่คุ้นเคยได้เอง โดยไม่ต้องมีใครคอยชี้นำทีละขั้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูป on + คำแสดงความเป็นเจ้าของที่ตรงกัน + own เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The robot can return to its charger ____.

ดูคำตอบ

on its own

Now, here's something interesting. ลำดับความ

2:04

ทีนี้ มีเรื่องน่าสนใจอยู่อย่างหนึ่ง

ลำดับความ

Now, here's something interesting: การเกริ่นเข้าสู่ประเด็นใหม่

Now ในที่นี้เป็นคำส่งสัญญาณเปลี่ยนประเด็นในภาษาพูด ช่วยพาคำอธิบายไปสู่ประเด็นใหม่และบอกให้ผู้ฟังตั้งใจฟัง โดยไม่จำเป็นต้องหมายถึง “ในขณะนี้พอดี” Here's something interesting ใช้เกริ่นข้อมูลที่จะตามมา ในประโยคนี้ here's ไม่ได้ชี้ไปยังสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

Now, here's something interesting ทำหน้าที่หลักอย่างไรในคำอธิบาย?

  1. เกริ่นประเด็นใหม่ที่ควรให้ความสนใจ
  2. บอกว่าคำอธิบายทั้งหมดจบแล้ว
  3. ชี้ไปยังสถานที่จริงที่น่าสนใจ
ดูคำตอบ

เกริ่นประเด็นใหม่ที่ควรให้ความสนใจ

Thinking in English is not just about language, ไวยากรณ์

2:05

การคิดเป็นภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่เรื่องของภาษา

it's also about culture and habits of expression. การใช้คำ

2:08

แต่มันยังเกี่ยวกับวัฒนธรรมและนิสัยในการแสดงออกด้วย

ไวยากรณ์

not just about ... it's also about ...: การขยายขอบเขตของแนวคิด

โครงสร้าง not just about X, it's also about Y ใช้ขยายขอบเขตของความคิด X ยังคงเป็นจริงอยู่ แต่ผู้พูดบอกว่า X เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แล้วเพิ่ม Y เป็นอีกส่วนที่สำคัญ ในที่นี้ about ใช้นำเข้าสู่หัวข้อที่กำลังพูดถึง ได้แก่ ภาษา วัฒนธรรม และนิสัยในการแสดงออก ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งหรือสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง “not just about ...; it's also about ...”: A healthy lunch is ____ taste; ____ giving your body energy.

ดูคำตอบ

not just about · it's also about

Every language has a certain way of organizing thoughts. วลี

2:11

ทุกภาษามีวิธีจัดระเบียบความคิดในแบบเฉพาะ

การใช้คำ

habits of expression: แบบแผนการแสดงความคิด

habits of expression หมายถึงแบบแผนที่ผู้ใช้ภาษาหนึ่งมักใช้ซ้ำ ๆ ในการจัดและถ่ายทอดความคิด คำว่า habits ในที่นี้คือรูปแบบการแสดงความคิดที่คนในกลุ่มใช้ร่วมกัน ไม่ใช่กิจวัตรประจำวันของคนคนหนึ่ง วลีนี้ชี้ให้เห็นว่าการเรียนภาษาไม่ใช่แค่การแทนคำทีละคำ แต่ยังต้องเรียนรู้ด้วยว่าผู้คนมักเรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดอย่างไร

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ habits of expression หมายถึงอะไร?

  1. กิจวัตรประจำวันของคนคนหนึ่ง เช่น การแปรงฟัน
  2. กฎสำหรับการทำสีหน้า
  3. วิธีที่ผู้ใช้ภาษาเดียวกันมักใช้ซ้ำ ๆ เพื่อจัดและถ่ายทอดความคิด
ดูคำตอบ

วิธีที่ผู้ใช้ภาษาเดียวกันมักใช้ซ้ำ ๆ เพื่อจัดและถ่ายทอดความคิด

วลี

a certain way of organizing thoughts: วิธีหนึ่งในการจัดระเบียบความคิด

โครงสร้าง a way of + -ing ใช้บอกวิธีหรือรูปแบบทั่วไปในการทำสิ่งหนึ่ง Organizing thoughts หมายถึงการจัดความคิดให้เป็นลำดับก่อนถ่ายทอดหรือระหว่างที่กำลังถ่ายทอด ในที่นี้ certain อยู่หน้า way และหมายถึง “แบบใดแบบหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงแต่ไม่ได้บอกชัด” ไม่ได้หมายถึง “แน่นอน” หรือ “ไม่ต้องสงสัย” ประโยคนี้บอกว่าแต่ละภาษามีรูปแบบเฉพาะของตนเองในการเรียบเรียงความคิด

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปจากโครงสร้าง a way of + -ing: Keeping a picture diary is ____ remembering new words.

ดูคำตอบ

a way of

For example,

2:14

ตัวอย่างเช่น

in English,

2:15

ในภาษาอังกฤษ

people tend to keep sentences short and direct. วลี

2:16

ผู้คนมักจะใช้ประโยคที่สั้นและตรงไปตรงมา

วลี

tend to keep ... short and direct: การบอกแนวโน้มและสภาพ

People tend to do something หมายถึง ผู้คนมักทำสิ่งนั้นหรือมีแนวโน้มว่าจะทำ เป็นการบอกรูปแบบที่พบได้บ่อย ไม่ใช่กฎที่ไม่มีข้อยกเว้น ใน keep sentences short and direct โครงสร้าง keep + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้หรือคงบางสิ่งให้อยู่ในสภาพนั้น” โดย short และ direct ใช้บอกลักษณะของ sentences

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย tend to: Young children ____ learn songs quickly.

ดูคำตอบ

tend to

If you always try to think in long and complicated sentences from your native language, ไวยากรณ์

2:19

ถ้าคุณพยายามคิดเป็นประโยคยาวๆ และซับซ้อนจากภาษาแม่ของคุณอยู่ตลอดเวลา

you will struggle to translate them. วลี

2:24

คุณจะลำบากในการแปลมัน

ไวยากรณ์

If you always try to ...: ใช้นิสัยที่ทำซ้ำเป็นเงื่อนไข

อนุประโยค if นำเสนอนิสัยที่ทำซ้ำเป็นเงื่อนไข ซึ่งในที่นี้คือการพยายามคิดด้วยประโยคยาวและซับซ้อนอยู่เสมอ จากนั้นประโยคหลักบอกผลที่น่าจะเกิดขึ้นว่า you will struggle to translate them ในที่นี้ always เน้นรูปแบบที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่ใช่การลองเพียงครั้งเดียว โครงสร้างนี้ใช้กาลปัจจุบันในอนุประโยค if และใช้ will + กริยารูปพื้นฐานในประโยคบอกผล: If you always try ..., you will struggle ....

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชื่อมโยงนิสัยที่ทำซ้ำกับผลที่น่าจะเกิดขึ้นได้ถูกต้อง?

  1. If you always skip practice, you will find the test difficult.
  2. You will always skip practice if you found the test difficult.
  3. If you will always skip practice, you find the test difficult.
ดูคำตอบ

If you always skip practice, you will find the test difficult.

วลี

struggle to translate them: บอกว่าการกระทำนั้นยาก

Struggle to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการกระทำนั้นยากและต้องใช้ความพยายามมาก ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้เลย ในประโยคนี้ them หมายถึง long and complicated sentences ผู้พูดต้องการบอกว่าประโยคเหล่านั้นจะแปลได้ยาก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายด้วย struggle และเครื่องหมาย infinitive: Many beginners ____ follow fast conversations.

ดูคำตอบ

struggle to

Instead,

2:26

แทนที่จะทำแบบนั้น

start practicing shorter,

2:27

ให้เริ่มฝึกประโยคที่สั้นกว่า

simpler sentences in English.

2:28

และง่ายกว่าในภาษาอังกฤษ

Imagine you are texting a friend. ลำดับความ

2:30

ลองจินตนาการว่าคุณกำลังส่งข้อความหาเพื่อน

English thinking is often like that,

2:31

การคิดแบบอังกฤษมักจะเป็นแบบนั้น

straight to the point. สำนวน

2:33

คือตรงเข้าประเด็น

ลำดับความ

Imagine you are texting a friend: สร้างภาพสถานการณ์ในใจ

Imagine + อนุประโยคที่สมบูรณ์ เป็นการชวนผู้ฟังให้สร้างภาพในใจ ในที่นี้ Imagine you are texting a friend สร้างสถานการณ์ที่คุ้นเคย ส่วน texting หมายถึงการส่งข้อความหาเพื่อน สถานการณ์นี้ช่วยเตรียมแนวคิดถัดไป เพราะข้อความที่ส่งหาเพื่อนมักสั้นและตรงประเด็น ผู้พูดให้ภาพที่เป็นรูปธรรมก่อน แล้วจึงเชื่อมโยงกับแนวคิดที่เป็นนามธรรมมากกว่าเรื่องการคิดเป็นภาษาอังกฤษอย่างเรียบง่าย

แบบฝึกหัด

เมื่ออยู่ตอนต้นของคำอธิบาย ประโยค “Imagine you are standing on the moon.” ต้องการให้ผู้ฟังทำอะไร?

  1. ชวนให้ผู้ฟังนึกภาพสถานการณ์หนึ่ง
  2. บอกว่าผู้ฟังอยู่บนดวงจันทร์จริง ๆ
  3. สั่งให้ผู้ฟังส่งข้อความ
ดูคำตอบ

ชวนให้ผู้ฟังนึกภาพสถานการณ์หนึ่ง

สำนวน

straight to the point: ตรงประเด็น

ในที่นี้ straight to the point หมายถึงการนำเสนอใจความสำคัญอย่างรวดเร็ว โดยไม่เกริ่นยาวหรือใส่รายละเอียดเกินจำเป็น ในประโยคนี้ใช้บรรยายรูปแบบการคิดเป็นภาษาอังกฤษที่ตรงไปตรงมา point หมายถึงใจความสำคัญหรือจุดประสงค์ของข้อความ ไม่ใช่จุดหรือตำแหน่งจริง ๆ วลีทั้งหมดใช้บรรยายคำตอบ ข้อความ หรือคำอธิบายที่มุ่งตรงไปยังประเด็นและกระชับได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ straight to the point ในความหมายว่าชัดเจน ตรงไปตรงมา และมุ่งที่ประเด็นสำคัญ

  1. Her update included many details but never gave the main idea.
  2. Her update was brief and straight to the point.
  3. Her update followed a straight road to the meeting.
ดูคำตอบ

Her update was brief and straight to the point.

Instead of saying in your native language, ลำดับความ

2:34

แทนที่จะพูดในภาษาแม่ของคุณว่า

"I feel very exhausted because I had a long day full of responsibilities," ลำดับความ

2:36

"ฉันรู้สึกหมดแรงมากๆ เพราะฉันเจอวันที่ยาวนานและเต็มไปด้วยภาระหน้าที่"

in English, you might think,

2:40

ในภาษาอังกฤษ คุณอาจจะคิดว่า

"I'm so tired.

2:42

"I'm so tired. (ฉันเหนื่อยมาก)

Today was a long day."

2:43

Today was a long day. (วันนี้เป็นวันที่ยาวนาน)"

ลำดับความ

Instead of saying ...: เกริ่นถึงวิธีเดิมที่จะเปลี่ยน

Instead of saying in your native language, ... เปิดส่วนแรกของการเปรียบเทียบ Instead of + รูป -ing ใช้บอกการกระทำหรือวิธีเดิมที่จะเปลี่ยน ส่วนคำที่ตามมาคือ in English, you might think ... ใช้เกริ่นถึงทางเลือกใหม่ ผู้พูดไม่ได้ห้ามใช้ภาษาแม่ ประเด็นคือให้คงใจความสำคัญไว้ แต่จัดข้อมูลใหม่เป็นประโยคภาษาอังกฤษที่สั้นและตรงกว่า แทนที่จะคัดลอกประโยคยาวแบบคำต่อคำ

แบบฝึกหัด

คุณต้องการแนะนำผู้เขียนให้บอกใจความสำคัญ ไม่ใช่รายละเอียดทุกอย่าง ประโยคใดใช้ Instead of + -ing ได้ถูกต้อง

  1. List every detail, and then state the main idea first.
  2. Instead of stating the main idea first, list every detail.
  3. Instead of listing every detail, state the main idea first.
ดูคำตอบ

Instead of listing every detail, state the main idea first.

ลำดับความ

I feel very exhausted because ...: แบ่งความคิดยาวหนึ่งชุดเป็นประโยคสั้น ๆ

ประโยคที่เน้นไว้เป็นด้านที่จงใจเขียนให้หนักของการเปรียบเทียบ ไม่ใช่แบบอย่างที่บทเรียนนี้แนะนำ ประโยคนี้รวมความรู้สึก สาเหตุ และข้อมูลเบื้องหลังของวันนั้นไว้ในประโยคเดียว เราสามารถจัดข้อมูลให้ง่ายขึ้นได้ โดยบอกความรู้สึกหลักก่อน แล้วค่อยเพิ่มข้อมูลเบื้องหลังในอีกประโยค เช่น “I'm so tired. Today was a long day.” บทเรียนนี้สอนเรื่องการจัดข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าประโยคยาวทุกประโยคผิด

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้วิธีจัดข้อมูลแบบเดียวกัน คือบอกความรู้สึกหลักก่อน แล้วเพิ่มข้อมูลเบื้องหลังในประโยคที่สอง?

  1. Because I have a big test tomorrow, I'm worried.
  2. I have a big test tomorrow, so I'm worried.
  3. I'm worried. I have a big test tomorrow.
ดูคำตอบ

I'm worried. I have a big test tomorrow.

That's clear,

2:45

นั่นชัดเจน

natural,

2:46

เป็นธรรมชาติ

and fast.

2:46

และรวดเร็ว

One more important part of thinking in English is to lower your fear of mistakes. วลี

2:48

อีกส่วนที่สำคัญของการคิดเป็นภาษาอังกฤษคือการลดความกลัวที่จะทำผิดพลาด

วลี

lower your fear of mistakes: lower ที่ใช้เป็นคำกริยา

ใน lower your fear of mistakes คำว่า lower เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งมีความรุนแรงน้อยลง” กรรมของคำกริยาคือ your fear และ of mistakes บอกว่ากลัวเรื่องอะไร รูปแบบ lower + คำนามที่บอกระดับ ใช้อธิบายการลดปริมาณหรือความรุนแรงได้ หลัง fear of ใช้คำนามหรือรูป -ing เช่น fear of failure หรือ fear of speaking

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้รุนแรงน้อยลง”: Small practice steps can ____ your fear of mistakes.

ดูคำตอบ

lower

Many learners stop themselves from thinking in English because they are worried about grammar. ไวยากรณ์

2:53

ผู้เรียนจำนวนมากหยุดตัวเองจากการคิดเป็นภาษาอังกฤษเพราะกังวลเรื่องไวยากรณ์

ไวยากรณ์

stop themselves from thinking in English: หยุดตัวเองไม่ให้คิดเป็นภาษาอังกฤษ

โครงสร้าง stop someone from doing something หมายถึงบุคคลหรือสิ่งหนึ่งขัดขวางไม่ให้ใครทำบางอย่าง ในประโยคนี้ someone คือ themselves จึงหมายถึงผู้เรียนจำกัดตัวเองเพราะกังวลเรื่องไวยากรณ์ หลัง from ต้องใช้กริยารูป -ing จึงเป็น from thinking ไม่ใช่ from think โครงสร้างนี้ยังใช้พูดถึงอุปสรรคภายนอก กฎ หรือการควบคุมตัวเองได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ speak: Fear should not stop you from ____ English in class.

ดูคำตอบ

speaking

But thinking is private.

2:57

แต่ความคิดเป็นเรื่องส่วนตัว

No one else can hear your thoughts.

2:59

ไม่มีใครได้ยินความคิดของคุณ

This is your safe space. การใช้คำ

3:01

นี่คือพื้นที่ปลอดภัยของคุณ

การใช้คำ

safe space: สภาพแวดล้อมที่ไม่มีการตัดสิน

ในประโยคนี้ safe space หมายถึงสภาพแวดล้อมที่คุณสามารถลองทำ พูด หรือทำผิดได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน อาจเป็นพื้นที่ทางความคิดหรือทางสังคม ไม่จำเป็นต้องเป็นห้องที่มีการป้องกันทางกายภาพ การเรียกสถานที่หรือสถานการณ์ว่า your safe space เป็นการทำให้ผู้ฟังสบายใจว่า ที่นี่สามารถฝึกและทำพลาดได้โดยไม่ต้องสมบูรณ์แบบ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ safe space หมายถึงอะไร? The club is a safe space where children can share ideas without being laughed at.

  1. สถานที่ที่ทุกคนต้องเงียบ
  2. ห้องที่ป้องกันด้วยกุญแจแข็งแรง
  3. สภาพแวดล้อมที่ผู้คนพูดได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน
ดูคำตอบ

สภาพแวดล้อมที่ผู้คนพูดได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน

Even if your sentence in your head is not perfect, ไวยากรณ์

3:03

แม้ว่าประโยคในหัวของคุณจะไม่สมบูรณ์แบบ

it doesn't matter.

3:05

มันก็ไม่สำคัญ

ไวยากรณ์

Even if ..., it doesn't matter: แม้ว่า…ก็ไม่เป็นไร

Even if ใช้เกริ่นเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นหรือเป็นเงื่อนไขทั่วไป ประโยคหลักบอกว่าผลลัพธ์ยังคงเดิมแม้เงื่อนไขนั้นจะเป็นจริง ในที่นี้ ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นคือประโยคในหัวไม่สมบูรณ์แบบ แต่ it doesn't matter ให้ข้อสรุปที่ไม่เปลี่ยนแปลง โครงสร้าง Even if + อนุประโยค, ประโยคหลัก ใช้ปลอบใจหรือแสดงว่าอุปสรรคไม่ได้ขัดขวางขั้นตอนต่อไปได้

แบบฝึกหัด

Mia ยังไม่ได้เริ่มและไม่รู้ว่าการลองครั้งแรกจะสมบูรณ์แบบหรือไม่ ประโยคใดปลอบใจเธอได้ดีที่สุดโดยบอกว่าผลลัพธ์จะไม่เปลี่ยนไป?

  1. Even if the first try is not perfect, it doesn't matter.
  2. If the first try is not perfect, it matters.
  3. Even though the first try is not perfect, it doesn't matter.
ดูคำตอบ

Even if the first try is not perfect, it doesn't matter.

What matters is training your brain to move in English without stopping. ไวยากรณ์

3:07

สิ่งที่สำคัญคือการฝึกสมองให้เคลื่อนไปในภาษาอังกฤษโดยไม่หยุดชะงัก

ไวยากรณ์

What matters is ...: สิ่งสำคัญคือ...

What matters is ... หมายถึง “สิ่งสำคัญคือ...” โดย What matters ทำหน้าที่เป็นประธาน และคำที่อยู่หลัง is ระบุว่าสิ่งสำคัญคืออะไร ในที่นี้ training your brain to move in English without stopping ได้รับการเน้น แทนที่จะเน้นการทำให้ทุกประโยคสมบูรณ์แบบ โครงสร้างนี้ช่วยย้ายความสนใจจากความกังวลไปยังเป้าหมายหลัก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเน้นความสำคัญด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “สิ่งสำคัญคือ”: ____ trying again after a mistake.

ดูคำตอบ

What matters is

With time,

3:11

เมื่อเวลาผ่านไป

your mistakes will reduce naturally

3:12

ข้อผิดพลาดของคุณจะลดลงเองตามธรรมชาติ

because your brain will get better at choosing the right words and grammar patterns. วลี

3:14

เพราะสมองของคุณจะเก่งขึ้นในการเลือกคำและรูปแบบไวยากรณ์ที่ถูกต้อง

วลี

get better at choosing: เก่งขึ้นทีละน้อยในทักษะหนึ่ง

get better at + คำนาม หรือรูป -ing หมายถึงค่อย ๆ เก่งขึ้นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในประโยคนี้ สมองจะค่อย ๆ ชำนาญขึ้นในการเลือกคำและรูปแบบไวยากรณ์ที่เหมาะสม ตรงนี้ at เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้าตามด้วยคำกริยา ต้องใช้รูป -ing คือ choosing ไม่ใช่ choose โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ get better at doing something

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ write: With practice, I will get better at ____ clear sentences.

ดูคำตอบ

writing

To make this habit stronger, ไวยากรณ์

3:18

เพื่อสร้างนิสัยนี้ให้แข็งแกร่งขึ้น

ไวยากรณ์

To make this habit stronger: วลีต้นประโยคที่บอกจุดประสงค์

วลีเปิดประโยค To make this habit stronger บอกจุดประสงค์ วลีนี้แสดงว่าการกระทำในประโยคหลักที่ตามมามีเป้าหมายเพื่อทำให้นิสัยนี้มั่นคงขึ้น ตรงนี้ this habit หมายถึงนิสัยการคิดเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อวางวลีบอกจุดประสงค์ไว้ต้นประโยค ให้ใช้ To + กริยารูปพื้นฐาน แล้วมักใส่เครื่องหมายจุลภาคก่อนประโยคหลัก ตรงนี้ to สร้างรูป infinitive to make และไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย To + รูปพื้นฐานของ make: ____ the habit stronger, practice it every day.

ดูคำตอบ

To make

you can also practice speaking to yourself in English when you are alone. วลี

3:20

คุณยังสามารถฝึกพูดกับตัวเองเป็นภาษาอังกฤษเมื่ออยู่คนเดียวได้ด้วย

วลี

practice speaking to yourself in English: ฝึกพูดกับตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ

เมื่อ practice ตามด้วยรูป -ing จะหมายถึงการทำกิจกรรมซ้ำเพื่อให้ทำได้ดีขึ้น ในที่นี้ practice speaking หมายถึงการฝึกทักษะการพูด หลัง practice ต้องใช้ speaking ไม่ใช่ to speak speak to yourself หมายถึงพูดความคิดของตนเองออกมาดัง ๆ กับตัวเอง หรือพูดคนเดียว ทั้งวลีจึงหมายถึงการใช้การพูดกับตัวเองเป็นภาษาอังกฤษเพื่อฝึกพูดเมื่ออยู่คนเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ speak: Every day, I practice ____ to myself in English.

ดูคำตอบ

speaking

Some people feel shy about this, วลี

3:24

บางคนรู้สึกเขินอายกับเรื่องนี้

but it is one of the best ways to train your brain. ไวยากรณ์

3:26

แต่มันเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง

วลี

feel shy about this: บอกสาเหตุของความรู้สึกเขิน

feel shy about something หมายถึงรู้สึกเขิน อาย หรือไม่สบายใจเพราะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในประโยคนี้ this หมายถึงการพูดกับตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ หลัง about ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น feel shy about the activity, feel shy about it หรือ feel shy about speaking ส่วนนี้บอกว่าอะไรเป็นสาเหตุของความรู้สึกเขิน

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่เป็นธรรมชาติสำหรับบอกว่า Mia รู้สึกเขินกับการอ่านออกเสียง

  1. Mia feels shy for reading aloud.
  2. Mia feels shy with reading aloud.
  3. Mia feels shy about reading aloud.
ดูคำตอบ

Mia feels shy about reading aloud.

ไวยากรณ์

one of the best ways to ...: หนึ่งในหลายวิธีที่ยอดเยี่ยม

วลี one of the best ways to train your brain บอกว่านี่เป็นหนึ่งในหลายวิธีที่มีประสิทธิภาพมาก วลีนี้แนะนำวิธีดังกล่าว แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นวิธีเดียวหรือเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพียงวิธีเดียว โครงสร้างคือ one of the + คำขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ + to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า ways เป็นพหูพจน์หลัง one of และ to train ใช้บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมาย one of the best ways to ให้สมบูรณ์: Reading aloud is one of the best ____ improve pronunciation.

ดูคำตอบ

ways to

For example,

3:29

ตัวอย่างเช่น

if you are cooking,

3:29

ถ้าคุณกำลังทำอาหาร

describe what you are doing.

3:31

จงบรรยายสิ่งที่คุณกำลังทำ

"I'm cutting the vegetables. ไวยากรณ์

3:32

"I'm cutting the vegetables. (ฉันกำลังหั่นผัก)

Now, I'm adding salt.

3:34

Now, I'm adding salt. (ตอนนี้ ฉันกำลังเติมเกลือ)

The food smells good." ไวยากรณ์

3:35

The food smells good. (อาหารหอมน่ากินจัง)"

ไวยากรณ์

I'm cutting ...: บอกการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

I'm cutting the vegetables ใช้ present progressive ซึ่งมีโครงสร้าง ประธาน + be + กริยา-ing คำว่า I'm ย่อมาจาก I am ส่วน cutting บอกถึงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ประโยคนี้เป็นการบรรยายสิ่งที่ทำแบบทันที ผู้พูดพูดว่ากำลังทำอะไรไปพร้อมกับลงมือทำ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกการกระทำอื่นที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ได้

แบบฝึกหัด

คุณกำลังทำสิ่งนี้อยู่ตอนนี้ เติมคำบรรยายด้วยรูป present progressive ของ cut: I ____ the vegetables.

ดูคำตอบ

am cutting

ไวยากรณ์

The food smells good: smell + คำคุณศัพท์

ใน The food smells good คำว่า smells เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “มีกลิ่นที่ดี” โดยเชื่อมประธาน The food เข้ากับคำคุณศัพท์ good ไม่ได้หมายความว่าอาหารกำลังดมสิ่งอื่นอยู่ หลังกริยารับสัมผัสที่ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม เช่น smell, taste, feel, look และ sound ให้ใช้คำคุณศัพท์เพื่อบอกลักษณะของประธาน ในที่นี้ good เป็นคำคุณศัพท์ ดังนั้น smells good จึงเป็นธรรมชาติ ส่วนคำกริยาวิเศษณ์อย่าง well มักบอกว่าทำกริยานั้นอย่างไร ไม่ได้บอกว่าอาหารมีกลิ่นแบบไหน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าซุปมีกลิ่นหอม?

  1. The soup smells well.
  2. The soup smells deliciously.
  3. The soup smells good.
ดูคำตอบ

The soup smells good.

If you are driving or walking,

3:37

ถ้าคุณกำลังขับรถหรือเดินอยู่

you can say,

3:38

คุณสามารถพูดว่า

"I see children playing. ไวยากรณ์

3:39

"I see children playing. (ฉันเห็นเด็กๆ กำลังเล่นกัน)

The weather feels cold today."

3:41

The weather feels cold today. (อากาศวันนี้รู้สึกหนาว)"

ไวยากรณ์

I see children playing: see + กรรม + กริยา-ing

ใน I see children playing คำว่า children เป็นกรรมของ see และ playing บอกว่าเด็ก ๆ กำลังทำอะไร รูปแบบ see + กรรม + กริยา-ing หมายถึงการมองเห็นการกระทำขณะที่กำลังเกิดขึ้น รูป -ing ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค กริยาหลักคือ see ส่วน playing เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำที่มองเห็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ play เพื่อแสดงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่: From the window, I see the children ____ in the snow.

ดูคำตอบ

playing

These little sentences may feel simple,

3:42

ประโยคเล็กๆ เหล่านี้อาจจะดูเรียบง่าย

but they are actually very powerful because they help connect your daily life with English thought. วลี

3:45

แต่มันทรงพลังมากจริงๆ เพราะมันช่วยเชื่อมโยงชีวิตประจำวันของคุณเข้ากับความคิดภาษาอังกฤษ

วลี

connect your daily life with English thought: ใช้ connect A with B เพื่อเชื่อมโยงสองสิ่ง

รูปแบบ connect A with B หมายถึงการสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง A กับ B ในที่นี้ A คือ your daily life และ B คือ English thought ซึ่งหมายถึงการคิดเป็นภาษาอังกฤษ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการทำบางอย่างร่วมกับ “English thought” แต่หมายความว่าประโยคสั้น ๆ เหล่านี้เชื่อมประสบการณ์ในชีวิตประจำวันเข้ากับวิธีคิดเป็นภาษาอังกฤษ รูปแบบนี้ยังใช้เชื่อมโยงความคิด นิสัย หรือประสบการณ์ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง connect your daily life with English thought หมายความว่าอย่างไร

  1. เชื่อมโยงประสบการณ์ในชีวิตประจำวันกับการคิดเป็นภาษาอังกฤษ
  2. แยกชีวิตประจำวันออกจากภาษาอังกฤษ
  3. ทำกิจกรรมประจำวันร่วมกับความคิดภาษาอังกฤษหนึ่งอย่าง
ดูคำตอบ

เชื่อมโยงประสบการณ์ในชีวิตประจำวันกับการคิดเป็นภาษาอังกฤษ

Visualization is another tool that can help. การใช้คำ

3:50

การจินตนาการภาพ (Visualization) เป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยได้

การใช้คำ

Visualization is another tool: ใช้ภาพในใจเป็นวิธีการหนึ่ง

Visualization หมายถึงการสร้างภาพขึ้นในใจเพื่อช่วยให้เข้าใจ จดจำ หรือฝึกฝนได้ดีขึ้น ใน another tool คำว่า tool ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม หมายถึงวิธีการหรือกลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์ ผู้พูดกำลังแนะนำ visualization ว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ ไม่ใช่สิ่งของที่เป็นเครื่องมือจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย Visualization is another tool ในที่นี้ได้ดีที่สุด

  1. การสร้างภาพในใจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เป็นประโยชน์
  2. การวาดภาพด้วยเครื่องมือเป็นวิธีเดียวในการเรียนรู้
  3. วัตถุที่มองเห็นได้เป็นอุปกรณ์จริงอีกชิ้นหนึ่ง
ดูคำตอบ

การสร้างภาพในใจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เป็นประโยชน์

When you learn a new word,

3:53

เมื่อคุณเรียนรู้คำศัพท์ใหม่

don't just connect it to a translation in your native language. น้ำเสียง/เจตนา

3:55

อย่าแค่เชื่อมโยงมันกับคำแปลในภาษาแม่ของคุณ

Connect it directly to an image in your mind. วลี

3:58

ให้เชื่อมโยงมันโดยตรงกับภาพในหัวของคุณ

น้ำเสียง/เจตนา

Don't just connect it to a translation: วิธีเดียวไม่เพียงพอ

Don't just + คำกริยา หมายถึง “อย่าทำเพียงอย่างนี้อย่างเดียว” โดยมองว่าการกระทำนั้นยังจำกัดหรือยังไม่พอ ไม่ได้หมายความว่าผิดหรือถูกห้ามเสมอไป ในประโยคนี้ it หมายถึงคำใหม่ การแปลยังใช้เป็นตัวช่วยได้ แต่ผู้พูดบอกว่าไม่ควรหยุดแค่นั้น ประโยคถัดไปจึงเพิ่มการเชื่อมกับภาพในใจโดยตรง

แบบฝึกหัด

ใน “Don't just check the answer; explain it,” ผู้พูดหมายความว่าอย่างไร

  1. ตรวจคำตอบได้ แต่การตรวจเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ
  2. ไม่จำเป็นต้องอธิบายคำตอบ
  3. ห้ามตรวจคำตอบโดยเด็ดขาด
ดูคำตอบ

ตรวจคำตอบได้ แต่การตรวจเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ

วลี

Connect A directly to B: เชื่อมโยงโดยไม่มีขั้นตอนกลาง

Connect A to B หมายถึงการทำให้ A และ B เชื่อมโยงหรือสัมพันธ์กัน ในที่นี้ it หมายถึงคำใหม่ และ B คือภาพในใจ Directly บอกว่าควรสร้างความเชื่อมโยงโดยไม่ผ่านขั้นตอนกลาง ในคำแนะนำเรื่องการเรียนนี้ คำศัพท์ควรทำให้นึกถึงภาพโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านคำแปลในภาษาแม่ก่อน

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมาย connect A to B ให้สมบูรณ์: Connect the spoken word directly ____ its meaning.

ดูคำตอบ

to

For example,

4:01

ตัวอย่างเช่น

when you learn the word apple,

4:02

เมื่อคุณเรียนคำว่า apple (แอปเปิล)

imagine a shiny red apple.

4:03

ให้จินตนาการถึงแอปเปิลสีแดงแวววาว

When you learn the word happiness,

4:06

เมื่อคุณเรียนคำว่า happiness (ความสุข)

imagine a big smile on someone's face.

4:07

ให้จินตนาการถึงรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของใครสักคน

This way,

4:10

ด้วยวิธีนี้

your brain will not waste time translating from your native language.

4:11

สมองของคุณจะไม่เสียเวลาแปลจากภาษาแม่

It will connect English words directly to meaning,

4:15

มันจะเชื่อมโยงคำศัพท์ภาษาอังกฤษเข้ากับความหมายโดยตรง

which makes thinking in English much faster. ไวยากรณ์

4:18

ซึ่งทำให้การคิดเป็นภาษาอังกฤษเร็วขึ้นมาก

ไวยากรณ์

which makes ...: เพิ่มผลลัพธ์ของข้อความทั้งหมด

ส่วนที่เป็นเครื่องหมายจุลภาค + which ใช้เพิ่มผลลัพธ์ ในที่นี้ which หมายถึง “การกระทำทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า” นั่นคือการเชื่อมคำศัพท์ภาษาอังกฤษเข้ากับความหมายโดยตรง ไม่ได้หมายถึงเพียงคำที่อยู่ใกล้อย่าง meaning เท่านั้น ส่วนขยายแบบนี้เรียกว่าอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ โครงสร้าง make + บางสิ่ง + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้บางสิ่งอยู่ในสภาพนั้น” ในที่นี้ thinking in English คือ “บางสิ่ง” faster บอกสภาพของสิ่งนั้น และ much เพิ่มความหมายว่า “มากขึ้นมาก”

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง which หมายถึงอะไร

  1. การกระทำทั้งหมดที่เชื่อมคำศัพท์ภาษาอังกฤษเข้ากับความหมายโดยตรง
  2. เฉพาะคำว่า meaning
  3. เฉพาะ English words
ดูคำตอบ

การกระทำทั้งหมดที่เชื่อมคำศัพท์ภาษาอังกฤษเข้ากับความหมายโดยตรง

Immersion is also key. การใช้คำ

4:20

การพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้น (Immersion) ก็เป็นกุญแจสำคัญ

การใช้คำ

Immersion is also key: key หมายถึง “จำเป็นอย่างยิ่ง”

ในการเรียนภาษา immersion หมายถึงการแวดล้อมตัวเองด้วยภาษานั้น และพบเจอหรือใช้ภาษานั้นบ่อย ๆ ในกิจกรรมจริง สิ่งนี้สร้างได้จากนิสัยประจำวันและไม่จำเป็นต้องไปอาศัยอยู่ในประเทศอื่น ในประโยคนี้ key อยู่หลัง is และหมายถึง “จำเป็นอย่างยิ่ง” หรือ “สำคัญมาก” ไม่ได้หมายถึงกุญแจที่เป็นสิ่งของ ส่วน also แสดงว่า immersion เป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวไปก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

“Immersion is also key.” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. กุญแจพิเศษสามารถแปลคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้
  2. การแวดล้อมตัวเองด้วยภาษาอังกฤษและใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จำเป็นต่อการเรียนรู้
  3. immersion สำคัญเฉพาะเมื่ออาศัยอยู่ในประเทศอื่นเท่านั้น
ดูคำตอบ

การแวดล้อมตัวเองด้วยภาษาอังกฤษและใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จำเป็นต่อการเรียนรู้

If possible, วลี

4:22

ถ้าเป็นไปได้

try to create situations where English is the only option. วลี

4:23

พยายามสร้างสถานการณ์ที่ภาษาอังกฤษเป็นทางเลือกเดียว

วลี

If possible: เงื่อนไขที่ยืดหยุ่น

If possible เป็นรูปเงื่อนไขแบบย่อที่หมายถึง if it is possible หรือ “ถ้าสถานการณ์เอื้ออำนวย” วลีนี้ขยายคำแนะนำที่ตามมา และไม่ได้เป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ด้วยตัวเอง การเพิ่มเงื่อนไขนี้แสดงว่าผู้พูดยอมรับว่าผู้ฟังอาจทำตามคำแนะนำไม่ได้ จึงทำให้คำแนะนำยืดหยุ่นและฟังดูบังคับน้อยลง

แบบฝึกหัด

เติมวลีในบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย If และหมายถึง “ถ้าสถานการณ์เอื้ออำนวย”: ____, bring a notebook to the workshop.

ดูคำตอบ

If possible

วลี

English is the only option: ไม่มีทางเลือกอื่น

the only option หมายถึง “ทางเลือกหรือวิธีดำเนินการเพียงอย่างเดียวที่มีอยู่” ในประโยคนี้ ภาษาอังกฤษถูกนำเสนอว่าเป็นภาษาที่ต้องใช้ เพราะในสถานการณ์เหล่านั้นไม่มีภาษาอื่นให้เลือก ใช้โครงสร้าง something is the only option เมื่อสิ่งนั้นเป็นทางเลือกที่ทำได้จริงเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่

แบบฝึกหัด

เติมวลีในบทเรียนที่หมายถึง “ทางเลือกเพียงอย่างเดียวที่มีอยู่”: The island has no airport or bridge, so the ferry is ____ for visitors.

ดูคำตอบ

the only option

Change the language on your phone to English. วลี

4:27

เปลี่ยนภาษาในโทรศัพท์ของคุณเป็นภาษาอังกฤษ

วลี

เปลี่ยนภาษาบนโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ

change A to B หมายถึงการเลือก B ให้เป็นสถานะหรือการตั้งค่าใหม่ของ A ในประโยคนี้ A คือ the language on your phone และ B คือ English on your phone หมายถึงในระบบหรือแอปของโทรศัพท์ ไม่ได้หมายถึงอยู่บนพื้นผิวด้านบนของโทรศัพท์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปเพื่อทำให้โครงสร้างการเปลี่ยนการตั้งค่าสมบูรณ์: Change the language on your phone ____ English.

ดูคำตอบ

to

Write your shopping list in English.

4:30

เขียนรายการซื้อของเป็นภาษาอังกฤษ

Send short messages to yourself in English.

4:32

ส่งข้อความสั้นๆ หาตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ

Even if it feels strange at first, ไวยากรณ์

4:35

แม้ว่ามันจะรู้สึกแปลกๆ ในตอนแรก

it is pushing your brain to get comfortable with English in daily life. วลี

4:37

แต่มันเป็นการผลักดันให้สมองของคุณรู้สึกสบายใจกับภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

ไวยากรณ์

แม้ว่าในตอนแรกจะรู้สึกแปลก

even if ใช้กล่าวถึงความยากที่ไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์หลัก ผู้พูดยอมรับว่าการใช้ภาษาอังกฤษด้วยวิธีนี้อาจรู้สึกแปลก แต่ก็ยังช่วยให้สมองคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ at first หมายถึงเฉพาะช่วงเริ่มต้นเท่านั้น สื่อว่าความรู้สึกนี้อาจเปลี่ยนไปภายหลัง ไม่ได้หมายความว่าจะรู้สึกแปลกตลอดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าในตอนแรกอาจรู้สึกแปลก แต่ก็ควรทำต่อไปอยู่ดี

  1. Even if it feels strange at first, keep going.
  2. If it feels strange at first, you can decide whether to keep going.
  3. Even though it felt strange at first, I kept going.
ดูคำตอบ

Even if it feels strange at first, keep going.

วลี

get comfortable with English in daily life: ค่อย ๆ คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

Get comfortable with something หมายถึงค่อย ๆ คุ้นเคยกับบางสิ่งจนไม่รู้สึกกังวลหรือเก้ ๆ กัง ๆ อีกต่อไป ในที่นี้ comfortable หมายถึงความสบายใจเมื่อใช้ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ความสบายทางร่างกาย get แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ ช่วงแรกภาษาอังกฤษอาจรู้สึกไม่คุ้นเคย แต่เมื่อได้ใช้เป็นประจำก็จะค่อย ๆ รู้สึกเป็นธรรมชาติมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึงค่อย ๆ รู้สึกสบายใจมากขึ้น: After several lessons, Sam began to ____ the camera.

ดูคำตอบ

get comfortable with

Remember, thinking in English is not something that happens in one day. ไวยากรณ์

4:42

จำไว้ว่า การคิดเป็นภาษาอังกฤษไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันเดียว

ไวยากรณ์

not something that happens in one day: ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ภายในวันเดียว

โครงสร้าง X is not something that happens in one day หมายความว่า X ต้องใช้เวลาในการพัฒนาหรือทำให้สำเร็จ โครงสร้างนี้นำเสนอเป้าหมายว่าเป็นกระบวนการ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในที่นี้ in one day หมายถึง “ภายในหนึ่งวัน” ไม่ได้หมายถึง one day ในความหมายว่า “ในวันใดวันหนึ่งที่ไม่ได้ระบุ”

แบบฝึกหัด

“Learning to swim well is not something that happens in one day” หมายความว่าอย่างไร?

  1. สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในวันใดวันหนึ่งที่ไม่ทราบในอนาคต
  2. การเรียนว่ายน้ำให้เก่งต้องใช้เวลา
  3. สิ่งนี้เกิดขึ้นวันละครั้ง
ดูคำตอบ

การเรียนว่ายน้ำให้เก่งต้องใช้เวลา

It is a skill,

4:46

มันเป็นทักษะ

and like any skill, สำนวน

4:48

และเหมือนกับทักษะอื่นๆ

it grows with practice.

4:49

มันเติบโตขึ้นด้วยการฝึกฝน

สำนวน

like any skill, it grows with practice: เช่นเดียวกับทักษะอื่น ๆ ยิ่งฝึกก็ยิ่งพัฒนา

วลี like any skill เปรียบเทียบการคิดเป็นภาษาอังกฤษกับทักษะอื่น ๆ ที่คนเราเรียนรู้ได้ โดยสื่อว่าความสามารถนี้ค่อย ๆ พัฒนาขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมดในทันที ใน it grows with practice คำว่า grows ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงความสามารถแข็งแรงขึ้นหรือใช้งานได้ง่ายขึ้นจากการฝึกซ้ำ ๆ โครงสร้าง X grows with practice ยังใช้บอกได้ว่าความสามารถหรือความมั่นใจค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

แนวคิดที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ความสามารถในการคิดเป็นภาษาอังกฤษพัฒนาได้จากการฝึกซ้ำ ๆ
  2. การคิดเป็นภาษาอังกฤษทำให้คนตัวสูงขึ้นขณะฝึก
  3. ทุกทักษะจะสมบูรณ์แบบหลังจากลองเพียงครั้งเดียว
ดูคำตอบ

ความสามารถในการคิดเป็นภาษาอังกฤษพัฒนาได้จากการฝึกซ้ำ ๆ

Finally, let's think about the reward. ลำดับความ

4:51

สุดท้ายนี้ ลองนึกถึงรางวัลที่จะได้รับ

ลำดับความ

Finally, let's think about the reward: นำเสนอประเด็นสุดท้าย

Finally เป็นสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนไปสู่ประเด็นหลักข้อสุดท้าย คำนี้ช่วยจัดลำดับการพูดโดยบอกผู้ฟังว่ากำลังเริ่มหัวข้อช่วงสรุป ไม่ได้หมายความว่าการพูดจบลงแล้ว Let's think about เป็นการชวนผู้ฟังให้หันมาสนใจหัวข้อนั้นร่วมกัน ในที่นี้ reward หมายถึงประโยชน์หรือผลดีที่ได้จากการเรียนรู้ ไม่จำเป็นต้องเป็นรางวัลที่จับต้องได้

แบบฝึกหัด

ในการพูด ประโยค "Finally, let's think about the reward." มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ประโยคนี้นำเสนอประเด็นสุดท้ายและดึงความสนใจไปยังประเด็นนั้น
  2. ประโยคนี้บอกว่าต้องมอบรางวัลที่เป็นสิ่งของตอนนี้
  3. ประโยคนี้บอกว่าบางสิ่งเกิดขึ้นหลังจากรอคอยมานาน
ดูคำตอบ

ประโยคนี้นำเสนอประเด็นสุดท้ายและดึงความสนใจไปยังประเด็นนั้น

Why should you put so much effort into thinking in English? วลี

4:53

ทำไมคุณถึงควรทุ่มเทความพยายามมากมายเพื่อคิดเป็นภาษาอังกฤษ?

วลี

put so much effort into thinking in English: ทุ่มเทอย่างมากเพื่อคิดเป็นภาษาอังกฤษ

put effort into + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงใช้พลังและความใส่ใจกับกิจกรรมหรือเป้าหมายหนึ่ง ในประโยคนี้ thinking in English คือกิจกรรมที่ได้รับความพยายาม ส่วน into บอกทิศทางของความพยายาม ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าไปข้างในจริง ๆ so much effort เน้นว่าใช้ความพยายามมาก คำถามนี้ถามว่าทำไมการทุ่มเทมากขนาดนั้นจึงคุ้มค่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย put a lot of effort into: Lena ____ preparing for the science fair.

ดูคำตอบ

put a lot of effort into

Because once you reach that stage, ไวยากรณ์

4:56

เพราะเมื่อคุณไปถึงขั้นนั้นแล้ว

everything becomes easier.

4:58

ทุกอย่างจะง่ายขึ้น

ไวยากรณ์

once you reach that stage: เมื่อคุณไปถึงขั้นนั้น

once + ประธาน + กริยา สามารถใช้เริ่มเงื่อนไขด้านเวลาได้ โดยหมายถึง “ทันทีที่” หรือ “เมื่อถึงจุดที่กล่าวไว้” ในประโยคนี้ การไปถึงขั้นนั้นคือเงื่อนไข และการที่ทุกอย่างง่ายขึ้นคือผลลัพธ์ ในการใช้นี้ once ไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นกี่ครั้ง ส่วน that stage หมายถึงขั้นที่คุณสามารถคิดเป็นภาษาอังกฤษได้โดยตรง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Once everyone is ready, the game will begin,” once หมายถึงอะไร

  1. เพียงครั้งเดียว
  2. ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต
  3. ทันทีที่ทุกคนพร้อม
ดูคำตอบ

ทันทีที่ทุกคนพร้อม

You will speak faster, ลำดับความ

5:00

คุณจะพูดได้เร็วขึ้น

understand more clearly,

5:01

เข้าใจได้ชัดเจนขึ้น

and feel more confident.

5:03

และรู้สึกมั่นใจมากขึ้น

ลำดับความ

speak faster, understand more clearly, and feel more confident: ผลลัพธ์ 3 อย่างในโครงสร้างขนาน

ประโยคนี้วางวลีกริยา 3 ชุดไว้หลัง will ตัวเดียวที่ใช้ร่วมกัน ได้แก่ speak faster, understand more clearly และ feel more confident รูปแบบที่คล้ายกันทำให้ติดตามรายการได้ง่ายและเกิดจังหวะที่สม่ำเสมอ ส่วนท้ายแต่ละส่วนจับคู่กับกริยาของตัวเอง โดย faster ขยาย speak, more clearly ขยาย understand และ more confident ตามหลัง feel เพื่อบอกสภาวะของบุคคล คุณสามารถใช้รูปแบบ A, B, and C เพื่อเสนอผลลัพธ์หลายอย่างเป็นชุดเดียวที่ชัดเจนได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีผลลัพธ์ 3 ชุดที่ชัดเจนและมีโครงสร้างขนานกัน

  1. You will work faster, communicate more clearly, and feel more prepared.
  2. You will work faster, clearer communication, and feel more prepared.
  3. You will work faster, communicate more clearly, and more preparation.
ดูคำตอบ

You will work faster, communicate more clearly, and feel more prepared.

You won't spend so much time translating in your head. ไวยากรณ์

5:04

คุณจะไม่ต้องใช้เวลามากมายแปลในหัวอีกต่อไป

ไวยากรณ์

won't spend so much time translating: โครงสร้าง spend time doing

Spend time doing something หมายถึงใช้เวลาไปกับการทำกิจกรรมอย่างหนึ่ง ในที่นี้ spend ตามด้วย translating ซึ่งเป็นรูป -ing ของ translate ควรใช้ spend time translating ไม่ใช่ spend time to translate Won't เป็นรูปย่อของ will not และบอกสถานการณ์ในอนาคตที่คาดไว้ In your head หมายถึงทำสิ่งนั้นเงียบ ๆ อยู่ในใจ ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าการแปลในใจจะไม่ใช้เวลามากขนาดนั้นอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ check: I won't spend so much time ____ every word.

ดูคำตอบ

checking

Instead,

5:08

แต่ในทางกลับกัน

you will live inside the language. สำนวน

5:08

คุณจะใช้ชีวิตอยู่ข้างในภาษานั้น

สำนวน

live inside the language: ใช้ชีวิตอยู่ในภาษาอย่างลึกซึ้ง

“Live inside the language” เป็นอุปลักษณ์ที่ใช้ภาพของพื้นที่ ไม่ได้หมายถึงการอาศัยอยู่ในสถานที่จริง แต่หมายถึงการใช้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติจนภาษานั้นกลายเป็นเหมือนสภาพแวดล้อมของความคิด ความเข้าใจ และการกระทำของคุณ ในที่นี้ “Instead” แสดงความตรงข้ามกับการแปลอยู่ในหัว คุณเลิกมองภาษาอังกฤษจากภายนอก แล้วเริ่มคิดและตอบสนองเป็นภาษาอังกฤษโดยตรง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “live inside the language” หมายความว่าอะไร?

  1. ย้ายเข้าไปในอาคารที่มีการพูดภาษานั้น
  2. จำเฉพาะคำที่เกี่ยวกับบ้าน
  3. ใช้ภาษานั้นอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อคิดและตอบสนอง
ดูคำตอบ

ใช้ภาษานั้นอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อคิดและตอบสนอง

That's when English stops being just a subject you study. ไวยากรณ์

5:10

นั่นคือตอนที่ภาษาอังกฤษเลิกเป็นแค่วิชาที่คุณเรียน

ไวยากรณ์

stops being just a subject you study: ไม่ใช่แค่วิชาที่เรียนอีกต่อไป

“Stops being” หมายถึงบางสิ่งเปลี่ยนไปและไม่ได้อยู่ในสถานะหรือบทบาทเดิมอีกต่อไป ในที่นี้ ภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นเพียงวิชาในโรงเรียน แต่กลายเป็นสิ่งที่ผู้เรียนใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ “Just” หมายถึง “เพียง” ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าภาษาอังกฤษจะเป็นวิชาไม่ได้อีกเลย “A subject you study” หมายถึงวิชาที่คุณเรียน โดย “you study” ขยายความ “subject” ในที่นี้ “subject” หมายถึงวิชาที่เรียน ไม่ใช่ประธานของประโยค

แบบฝึกหัด

เติมหนึ่งคำเพื่อให้ “stopped” มีความหมายว่า “ไม่เป็นอีกต่อไป”: For Leo, reading stopped ____ just homework and became a favorite hobby.

ดูคำตอบ

being

It starts becoming the tool you use naturally. การใช้คำ

5:14

มันจะเริ่มกลายเป็นเครื่องมือที่คุณใช้โดยธรรมชาติ

การใช้คำ

the tool you use naturally: tool ในความหมายว่าเครื่องมือเชิงปฏิบัติ

ในประโยคนี้ tool เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงวิธีหรือเครื่องมือเชิงนามธรรมที่ใช้ทำบางสิ่ง ไม่ใช่วัตถุที่จับต้องได้ ภาษาอังกฤษกำลังกลายเป็นสิ่งที่คุณใช้คิด สื่อสาร และทำสิ่งต่าง ๆ ได้ คำว่า you use naturally ขยายความ tool และแสดงให้เห็นว่าการใช้ภาษาอังกฤษกำลังเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและอัตโนมัติ แทนที่จะต้องตั้งใจเรียนหรือคิดทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

tool ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. วัตถุที่ถืออยู่ในมือ
  2. วิชาในโรงเรียนที่มีไว้เรียนเท่านั้น
  3. เครื่องมือเชิงปฏิบัติสำหรับคิดและสื่อสาร
ดูคำตอบ

เครื่องมือเชิงปฏิบัติสำหรับคิดและสื่อสาร

So, the next time you catch yourself translating in your head, วลี

5:16

ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณจับได้ว่าตัวเองกำลังแปลในหัว

pause,

5:19

ให้หยุด

and try to form the thought directly in English. วลี

5:20

และพยายามสร้างความคิดนั้นเป็นภาษาอังกฤษโดยตรง

วลี

the next time you catch yourself translating in your head: ครั้งต่อไปที่รู้ตัวว่ากำลังทำบางอย่าง

โครงสร้าง the next time + อนุประโยคปัจจุบัน หมายถึงเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวกำหนดเวลาที่ให้ทำตามคำสั่ง pause และ try to form the thought directly in English ใน catch yourself translating โครงสร้าง catch yourself + -ing หมายถึงรู้ตัวว่ากำลังทำบางอย่างไปแล้ว ซึ่งมักเป็นสิ่งที่ทำโดยอัตโนมัติหรือไม่ได้ตั้งใจ catch ไม่ได้หมายถึงจับด้วยมือ ส่วน translating คือการกระทำที่คุณรู้ตัวว่ากำลังทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย catch yourself และรูป -ing ของ speak: The next time you ____ too fast, pause and slow down.

ดูคำตอบ

catch yourself speaking

วลี

form the thought directly in English: สร้างความคิดเป็นภาษาอังกฤษโดยตรง

ใน form the thought คำว่า form หมายถึงทำให้ความคิดก่อตัวขึ้นหรือเรียบเรียงความคิดในใจ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกรอกแบบฟอร์ม Directly in English บอกว่าความคิดนั้นก่อตัวขึ้นด้วยภาษาใด คำแนะนำคือให้คิดเป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่แรก แทนที่จะคิดให้เสร็จด้วยภาษาอื่นแล้วค่อยแปล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงความคิดก่อตัวเป็นภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องแปลก่อน

  1. Pause and form the thought directly in English.
  2. Pause and translate the thought into English.
  3. Pause and express the thought in English after you translate it.
ดูคำตอบ

Pause and form the thought directly in English.

Start small, ลำดับความ

5:22

เริ่มจากเล็กๆ

be patient,

5:23

อดทน

and keep practicing.

5:24

และหมั่นฝึกฝนต่อไป

ลำดับความ

Start small, be patient, and keep practicing: คำสั่งสามส่วนที่มีโครงสร้างขนานกัน

ประโยคนี้เรียงคำสั่งสั้น ๆ สามส่วนแบบขนานกัน ได้แก่ Start small, be patient และ keep practicing แต่ละส่วนขึ้นต้นด้วยกริยารูปพื้นฐาน จึงทำให้คำแนะนำชัดเจน สมดุล และจำง่าย ในฐานะบทสรุปปิดท้าย รายการนี้เปลี่ยนวิธีการที่กว้างกว่าให้เป็นขั้นตอนลงมือทำสามข้อ small บอกขนาดของก้าวแรก คือเริ่มด้วยสิ่งที่จัดการได้ ไม่ได้หมายถึงทำให้ร่างกายเล็กลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้ขั้นตอนการลงมือทำสามข้อด้วยรายการคำสั่งที่ชัดเจนและมีโครงสร้างขนานกัน

  1. Picking a short book can help you read one page and continue learning.
  2. Pick a short book, read one page, and keep learning.
  3. You can pick a short book before reading one page and continuing.
ดูคำตอบ

Pick a short book, read one page, and keep learning.

With time,

5:25

เมื่อเวลาผ่านไป

your brain will adjust,

5:26

สมองของคุณจะปรับตัว

and one day,

5:28

และวันหนึ่ง

without even realizing it, ไวยากรณ์

5:29

โดยไม่ทันรู้ตัว

you'll discover that your natural way of thinking is in English. วลี

5:30

คุณจะค้นพบว่าวิธีการคิดตามธรรมชาติของคุณกลายเป็นภาษาอังกฤษไปแล้ว

ไวยากรณ์

without even realizing it: โดยไม่ทันรู้ตัว

without even realizing it หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่สังเกต even เน้นการไม่รู้ตัวให้ชัดขึ้น คือการเปลี่ยนแปลงอาจเริ่มเกิดขึ้นแล้วก่อนที่เจ้าตัวจะรู้ หลัง without ใช้รูป -ing คือ realizing ในประโยคนี้ it หมายถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “โดยไม่ทันสังเกตว่านิสัยนั้นก่อตัวขึ้นแล้ว” ให้สมบูรณ์: After a few weeks, Nora started packing her lunch the night before ____.

ดูคำตอบ

without even realizing it

วลี

your natural way of thinking is in English: คิดเป็นภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ

your natural way of thinking หมายถึงวิธีที่คุณจัดระเบียบความคิดตามปกติโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมาก way of thinking เป็นนามวลีที่สร้างจาก way of + รูป -ing in English บอกว่าความคิดใช้ภาษาใด ในที่นี้ English คือภาษาที่บุคคลใช้คิดอยู่ในใจ ไม่ใช่สถานที่

แบบฝึกหัด

in English ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: 'Your natural way of thinking is in English'?

  1. ภาษาอังกฤษคือภาษาที่ใช้ในความคิดของคุณ
  2. คุณกำลังคิดเฉพาะเรื่องภาษาอังกฤษเท่านั้น
  3. ความคิดของคุณตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษจริง ๆ
ดูคำตอบ

ภาษาอังกฤษคือภาษาที่ใช้ในความคิดของคุณ

And when that happens,

5:34

และเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น

you'll feel a new kind of freedom in your learning journey. สำนวน

5:36

คุณจะรู้สึกถึงอิสรภาพรูปแบบใหม่ในการเดินทางแห่งการเรียนรู้ของคุณ

สำนวน

อิสรภาพแบบใหม่ในเส้นทางการเรียนรู้

learning journey เป็นอุปมาที่มองกระบวนการเรียนรู้ว่าเหมือนการเดินทางที่ดำเนินไปตามเวลา มีทั้งช่วงต่าง ๆ ความก้าวหน้า และความยากลำบาก ไม่ได้หมายถึงการเดินทางจริง ๆ a new kind of freedom ก็เป็นอุปมาเช่นกัน หมายถึงความรู้สึกสบายและมีความสามารถมากขึ้น โดยมีข้อจำกัดทางความคิดน้อยลงขณะเรียน เมื่อนำสองอุปมานี้มารวมกัน จึงเป็นการสรุปเชิงให้กำลังใจว่าการเรียนรู้เริ่มให้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างไร

แบบฝึกหัด

a new kind of freedom in your learning journey ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. การได้รับอนุญาตให้หยุดเรียนเมื่อใดก็ได้
  2. ความรู้สึกสบายและมีความสามารถมากขึ้นเมื่อการเรียนรู้พัฒนาไปตามเวลา
  3. การเดินทางจริงที่เริ่มขึ้นหลังบทเรียน
ดูคำตอบ

ความรู้สึกสบายและมีความสามารถมากขึ้นเมื่อการเรียนรู้พัฒนาไปตามเวลา

Take care of yourself.

5:39

ดูแลตัวเองด้วยนะ