เงาหนักเท่าไหร่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Vsauce

ความยากในการเรียน
1,041 คำ 152 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: คำอธิบายนี้ถามว่าเงามีผลต่อน้ำหนักหรือไม่ เหตุใดอนุภาคจึงเร็วกว่าแสงในวัสดุได้โดยไม่เกินขีดจำกัดสากล และทำไมแผ่นกระดานยาวหนึ่งปีแสงจึงส่งแรงผลักทันทีไม่ได้ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. ever so slightly — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ใช้ถ้อยคำที่รอบคอบนี้เปรียบเทียบความแตกต่างที่เล็กมากโดยไม่กล่าวเกินจริง 2. what you are really doing is — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: อธิบายการกระทำทั่วไปใหม่เป็นกระบวนการจริงและนำความสนใจไปสู่หลักสำคัญ 3. blowing minds — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นอุปมาแบบไม่เป็นทางการซึ่งหมายถึงทำให้ประหลาดใจมาก ไม่ใช่การกระทำตามตัวอักษร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, Vsauce.

0:00

สวัสดี Vsauce

Michael here.

0:01

ไมเคิลเองครับ

And I'm sure that

0:02

และผมแน่ใจว่า

we all love to

0:02

พวกเราทุกคนชอบ

have fun with hand

0:03

เล่นสนุกกับเงา

shadows.

0:04

จากมือ

But how much does a

0:06

แต่เงาหนึ่ง

shadow weigh?

0:07

มีน้ำหนักเท่าไรกัน

It might sound like a silly question วลี

0:10

มันอาจฟังดูเป็นคำถามไร้สาระ

because it is.

0:13

เพราะมันไร้สาระจริง ๆ

วลี

sound like สำหรับบอกความรู้สึกหรือภาพที่ได้รับ

ในประโยคนี้ sound like หมายถึง “ให้ความรู้สึกว่าเป็น” ไม่ใช่ “ทำให้เกิดเสียงที่คล้ายกัน” คำถามนี้ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่ามันไร้สาระ และ because it is ก็ยืนยันความรู้สึกนั้นด้วยน้ำเสียงขำตัวเอง โครงสร้างคือ ประธาน + sound like + กลุ่มคำนามหรืออนุประโยค: It sounds like a silly question; It sounds like we are late. ตรงนี้ like เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนเชื่อม sound like ไม่ได้แปลว่า “ชอบ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยารับรู้ sound และคำที่ต้องตามหลัง: From your description, the job may ____ a lot of work.

ดูคำตอบ

sound like

I mean, ลำดับความ

0:13

คือว่า

a shadow cannot be put on a

0:14

เราเอาเงาไปวางบน

scale and weighed.

0:15

เครื่องชั่งแล้วชั่งน้ำหนักไม่ได้

ลำดับความ

I mean สำหรับเกริ่นคำอธิบาย

ตรงนี้ I mean เป็นคำเชื่อมในบทสนทนาที่ใช้เปิดคำอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้พูดเพิ่งกล่าวไป ข้อความถัดไปให้เหตุผลว่าทำไมคำถามจึงดูไร้สาระ นั่นคือเราไม่สามารถชั่งน้ำหนักเงาได้จริง ๆ คำนี้มักช่วยให้ผู้พูดชี้แจง พูดใหม่ หรือขยายความคิด ไม่ได้ใช้ถามว่าคำหนึ่งมีความหมายว่าอะไร และในที่นี้ก็ไม่ได้ใช้แก้ไขข้อเท็จจริงที่ผิด

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนานี้ I mean ทำหน้าที่อะไร? "The hike was harder than expected. I mean, we climbed for six hours."

  1. ใช้ถามคำนิยามของคำว่า hike
  2. ใช้เกริ่นรายละเอียดที่อธิบายข้อความก่อนหน้า
  3. ใช้เปลี่ยนหัวข้อไปยังความคิดที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นรายละเอียดที่อธิบายข้อความก่อนหน้า

But the material that it falls on top of

0:17

แต่วัสดุที่เงาทาบอยู่

can be weighed.

0:20

สามารถนำไปชั่งได้

And we know that light has energy.

0:21

และเรารู้ว่าแสงมีพลังงาน

In fact,

0:24

ที่จริงแล้ว

when light encounters an object,

0:24

เมื่อแสงกระทบวัตถุ

it pushes that object just a little bit. วลี

0:26

มันจะผลักวัตถุนั้นเล็กน้อย

วลี

just a little bit: ระดับที่น้อยมาก

ใน just a little bit นั้น a little bit หมายถึงปริมาณหรือระดับเล็กน้อย และ just ช่วยจำกัดความหมายให้แคบลงอีกเป็น “เพียงเท่านั้น” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าแรงผลักมีเพียงเล็กน้อยมาก โดย just ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” วลีนี้ใช้ลดระดับของการกระทำ การเปลี่ยนแปลง หรือความแตกต่างได้ โดยสื่อถึงระดับคร่าว ๆ ที่ตั้งใจเน้นว่าเล็กมาก ไม่ใช่ค่าการวัดที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเป็นการขอให้ขยับเพียงเล็กน้อยมาก จงเติมประโยคภาษาอังกฤษ: Please move the chair ___.

  1. as soon as possible
  2. as far as possible
  3. just a little bit
ดูคำตอบ

just a little bit

On the surface of Earth,

0:30

บนพื้นผิวโลก

when sunlight is hitting it,

0:31

เมื่อแสงอาทิตย์ส่องกระทบ

every square inch is being pushed with a force

0:33

ทุก ๆ พื้นที่หนึ่งตารางนิ้วจะถูกผลักด้วยแรง

of about a billionth of a pound,

0:36

ราวหนึ่งในพันล้านของปอนด์

which is basically nothing. วลี

0:40

ซึ่งแทบไม่มีค่าอะไรเลย

วลี

basically nothing: ไม่ใช่ศูนย์แต่ละเลยได้

Basically nothing ไม่จำเป็นต้องหมายถึงค่าศูนย์อย่างแท้จริง ในประโยคนี้มีการระบุค่าแรงที่ไม่ใช่ศูนย์ แต่ค่านั้นเล็กมากจนผู้พูดมองว่าผลในทางปฏิบัติสามารถละเลยได้ basically ในที่นี้หมายถึง “เมื่อสรุปให้เหลือประเด็นสำคัญในทางปฏิบัติ” หรือ “โดยผลแล้ว” วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดสรุปปริมาณหรือผลกระทบเล็กน้อยว่าไม่สำคัญได้ โดยไม่ต้องยืนยันอย่างเคร่งครัดในเชิงคณิตศาสตร์

แบบฝึกหัด

เซนเซอร์ตรวจพบแรงที่ไม่ใช่ศูนย์ แต่แรงนั้นเล็กเกินกว่าจะส่งผลต่อผลลัพธ์ ข้อสรุปใดไม่ได้ยืนยันว่าค่านั้นเป็นศูนย์อย่างแท้จริง

  1. It is literally nothing.
  2. It is basically nothing.
  3. It is a substantial force.
ดูคำตอบ

It is basically nothing.

But over a large enough surface area,

0:43

แต่ถ้าพื้นที่ผิวกว้างมากพอ

the results can be pretty fun.

0:45

ผลที่ได้ก็น่าสนุกทีเดียว

On a sunny day,

0:47

ในวันที่แดดจ้า

the city of Chicago weighs 300 pounds more,

0:48

เมืองชิคาโกจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 300 ปอนด์

simply because sunlight is falling on it,

0:53

เพียงเพราะแสงอาทิตย์ส่องลงมา

pushing it.

0:56

และผลักมันอยู่

In outer space,

0:57

ในอวกาศ

where solar wind isn't filtered by Earth's atmosphere or magnetic field, การใช้คำ

0:59

ซึ่งลมสุริยะไม่ได้ถูกชั้นบรรยากาศหรือสนามแม่เหล็กโลกกรองไว้

the results are even bigger.

1:02

ผลที่ได้ยิ่งมากขึ้น

การใช้คำ

“solar wind” ในความหมายว่ากระแสอนุภาคมีประจุ

solar wind (ลมสุริยะ) คือกระแสอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าซึ่งถูกปล่อยออกมาจากดวงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง คำว่า wind ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่อากาศที่กำลังเคลื่อนที่ และปรากฏการณ์นี้ไม่จำเป็นต้องมีชั้นบรรยากาศในอวกาศจึงจะเกิดขึ้นได้ อนุประโยคที่กล่าวถึงชั้นบรรยากาศและสนามแม่เหล็กของโลกหมายความว่า อนุภาคเหล่านี้บางส่วนถูกกั้นหรือเบี่ยงทิศทางใกล้โลก ในอวกาศที่ไม่มีการปกป้องดังกล่าว ผลกระทบของมันจึงอาจมากกว่าเดิม

แบบฝึกหัด

solar wind ในประโยคนี้มีความหมายตรงกับข้อใด?

  1. แสงที่มองเห็นได้จากดวงอาทิตย์
  2. อากาศธรรมดาที่พัดระหว่างดาวเคราะห์
  3. กระแสอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์
ดูคำตอบ

กระแสอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์

A spacecraft traveling from Earth to Mars

1:04

ยานอวกาศที่เดินทางจากโลกไปดาวอังคาร

would be pushed by light 1,000 km off course. วลี

1:07

จะถูกแสงผลักจนออกนอกเส้นทาง 1,000 กิโลเมตร

วลี

“off course” เมื่อออกจากเส้นทางที่กำหนดไว้

Off course หมายถึงออกห่างหรือเบี่ยงเบนจากเส้นทางหรือทิศทางที่วางแผนไว้ ในประโยคนี้ แสงจะค่อย ๆ ผลักยานอวกาศไปด้านข้างจนไม่เคลื่อนตามวิถีจากโลกไปดาวอังคารที่กำหนดไว้ วลีนี้ใช้ร่วมกับคำกริยาแสดงการเคลื่อนที่ เช่น go และ drift หรือวางหลังคำกริยาที่ทำให้เกิดการเบี่ยงเบน เช่น push something off course ในที่นี้ course หมายถึงเส้นทาง ไม่ใช่วิชาเรียนหรืออาหารหนึ่งคอร์ส

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “ออกจากเส้นทางที่กำหนดไว้” ลงในประโยค: After the steering system failed, the ship drifted ____.

ดูคำตอบ

off course

So these things have to be factored into journeys to Mars. วลี

1:13

จึงต้องนำปัจจัยเหล่านี้มาคำนวณในการเดินทางไปดาวอังคาร

วลี

ใช้ factored into ในความหมายว่า “นำมาคำนึงถึง”

Factored into หมายถึงการนำบางสิ่งมารวมเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาในแผน การประมาณการ หรือการคำนวณ ในประโยคนี้ ผลกระทบที่ these things กล่าวถึงต้องถูกนำมาคำนึงถึงเมื่อวางแผนการเดินทางไปดาวอังคาร โครงสร้างคือ factor A into B และรูปถูกกระทำคือ A is factored into B ไม่ได้หมายถึงการแยกตัวประกอบทางคณิตศาสตร์ และไม่ได้หมายความว่า A ประกอบขึ้นเป็น B ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ factor และคำบุพบทที่ถูกต้อง: Before the launch date is set, possible weather delays must be ____ the schedule.

ดูคำตอบ

factored into

We've actually already created things that can sail with light,

1:16

ที่จริง เราสร้างสิ่งที่แล่นไปด้วยแสงได้แล้ว

giant reflective solar sails that are pushed by the Sun's light.

1:20

นั่นคือใบเรือสุริยะสะท้อนแสงขนาดยักษ์ที่ถูกแสงอาทิตย์ผลัก

So in a way that is calculable, ไวยากรณ์

1:25

ดังนั้น ในแง่ที่คำนวณได้

though difficult to measure, ไวยากรณ์

1:27

แม้จะวัดได้ยาก

an area covered in shadow technically weighs less

1:29

บริเวณที่เงาปกคลุม ในทางเทคนิคแล้วจะหนักน้อยกว่า

than surrounding areas being pushed by light.

1:33

บริเวณรอบ ๆ ที่ถูกแสงผลัก

ไวยากรณ์

ใช้ in a way that is calculable เพื่อจำกัดข้อสรุป

In a way that is calculable ทำหน้าที่จำกัดขอบเขตของข้อสรุป แทนที่จะกล่าวอย่างไม่มีเงื่อนไข ในที่นี้ way หมายถึงแง่หรือความหมายที่ทำให้ความแตกต่างเล็กน้อยนั้นมีอยู่จริง กล่าวคือคำนวณได้ แม้ว่าจะวัดได้ยาก โครงสร้าง in a way that + อนุประโยคสามารถนำไปใช้เพื่อระบุว่าข้อความหนึ่งเป็นจริงอย่างไรหรือในแง่ใด โดยไม่จำเป็นต้องเป็นการนำเสนอวิธีทำแบบทีละขั้นตอน

แบบฝึกหัด

นักวิจัยต้องการบอกว่าเอฟเฟกต์หนึ่งมีอยู่จริงในแง่เฉพาะ และแง่นั้นสามารถคำนวณได้ ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. The effect was found by a method that uses calculation.
  2. The effect is real to a calculable degree.
  3. The effect is real in a way that is calculable.
ดูคำตอบ

The effect is real in a way that is calculable.

ไวยากรณ์

though difficult to measure ในฐานะอนุประโยคยอมรับข้อขัดแย้งแบบลดรูป

ในที่นี้ though difficult to measure เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อขัดแย้งแบบลดรูป รูปเต็มคือ though it is difficult to measure โดยประธานที่เข้าใจได้จากบริบทคือความแตกต่างที่คำนวณได้ซึ่งเพิ่งกล่าวถึง และตัด is ซึ่งเป็นรูปหนึ่งของ be ออก วลีนี้เพิ่มข้อจำกัดโดยไม่ล้มล้างใจความหลัก ความแตกต่างนั้นคำนวณได้ในทางหลักการ แม้จะวัดจริงได้ยาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ 'though it is difficult to measure': The effect is calculable, ____.

ดูคำตอบ

though difficult to measure

But enough about the Sun. ลำดับความ

1:37

แต่พอแค่นี้ก่อนสำหรับเรื่องดวงอาทิตย์

ลำดับความ

Enough about the Sun สำหรับปิดหัวข้อ

Enough about the Sun เป็นวลีจัดการหัวข้อที่ใช้เดี่ยว ๆ ได้ และหมายถึง “เราพูดเรื่องดวงอาทิตย์มามากพอแล้ว” วลีนี้ปิดหัวข้อปัจจุบันและส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเปลี่ยนไปเรื่องอื่น Enough บอกปริมาณของการพูดคุย ไม่ได้บอกลักษณะของดวงอาทิตย์ รูปแบบนี้สามารถเปลี่ยนหัวข้อได้: Enough about + หัวข้อ

แบบฝึกหัด

ใช้ Enough about ... เพื่อปิดหัวข้อเดิม: ____; let's discuss the schedule.

ดูคำตอบ

Enough about the budget

There are three astronomical bodies that can cast shadows on the surface of Earth

1:38

มีวัตถุท้องฟ้าสามดวงที่ทอดเงาลงบนพื้นผิวโลกได้

bright enough for us humans to see. ไวยากรณ์

1:44

โดยเงาชัดพอให้มนุษย์อย่างเรามองเห็น

ไวยากรณ์

bright enough for us humans to see: คำคุณศัพท์ + enough + for someone + to do

ใน bright enough for us humans to see คำว่า enough อยู่หลัง bright และแสดงว่าความสว่างถึงระดับที่จำเป็นต่อการมองเห็น ส่วน for us humans บอกว่าใช้ใครเป็นเกณฑ์ของระดับนั้น และ humans เน้นว่ากำลังพูดถึงการมองเห็นของมนุษย์ทั่วไป รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ “คำคุณศัพท์ + enough + for someone + to + คำกริยา” ใช้บอกว่าคุณสมบัติหนึ่งถึงระดับที่ทำให้คนหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทำบางอย่างได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ “คำคุณศัพท์ + enough + for someone + to do something” ได้ถูกต้อง

  1. The screen is enough bright for everyone to read the message.
  2. The screen is bright for everyone enough to read the message.
  3. The screen is bright enough for everyone to read the message.
ดูคำตอบ

The screen is bright enough for everyone to read the message.

One is obviously the Sun,

1:46

ดวงหนึ่งก็คือดวงอาทิตย์อย่างเห็นได้ชัด

and the other is the Moon.

1:48

อีกดวงคือดวงจันทร์

But what's the third?

1:49

แล้วดวงที่สามคืออะไร

Venus.

1:53

ดาวศุกร์

Pete Lawrence investigated this over at Digital Sky.

1:54

Pete Lawrence ได้ศึกษาเรื่องนี้ที่ Digital Sky

Now,

1:57

ทีนี้

to make sure that the shadow he saw was caused by Venus, วลี

1:58

เพื่อให้แน่ใจว่าเงาที่เขาเห็นเกิดจากดาวศุกร์

he used a tube that could be pointed at specific regions in the sky.

2:01

เขาใช้ท่อที่เล็งไปยังบริเวณเฉพาะบนท้องฟ้าได้

วลี

make sure that: ตรวจสอบและยืนยันข้อความหนึ่ง

Make sure that หมายถึงการตรวจสอบหลักฐานหรือทำขั้นตอนบางอย่างเพื่อยืนยันว่าข้อความที่ตามมาเป็นจริง ในที่นี้ เขาใช้ท่อทดสอบว่าเงาเกิดจากดาวศุกร์หรือไม่ วลีนี้จึงพูดถึงการตรวจสอบ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกมั่นใจ ส่วนที่ตามหลัง that ระบุเรื่องที่กำลังตรวจสอบ ในบทสนทนาทั่วไป มักละ that หลัง make sure ได้ แต่การใส่ that ก็เป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งต้องการยืนยันว่าฉลากถูกต้อง ประโยคใดสื่อถึงการตรวจสอบได้ดีที่สุด

  1. She was sure that the label matched the sample.
  2. She made sure that the label matched the sample.
  3. She hoped that the label matched the sample.
ดูคำตอบ

She made sure that the label matched the sample.

Inside the tube,

2:06

ภายในท่อ

he put a cutout shaped like the astronomical symbol for Venus.

2:07

เขาใส่แผ่นฉลุเป็นรูปสัญลักษณ์ทางดาราศาสตร์ของดาวศุกร์

Now,

2:11

ทีนี้

here is light coming through the tube

2:11

นี่คือแสงที่ลอดผ่านท่อ

when pointed just adjacent to Venus, การใช้คำ

2:14

เมื่อเล็งไปข้าง ๆ ดาวศุกร์

at a point in the sky relatively dark and empty to the human eye. วลี

2:17

ตรงจุดบนท้องฟ้าที่ดูค่อนข้างมืดและว่างเปล่าสำหรับตามนุษย์

การใช้คำ

adjacent to: อยู่ติดกับบางสิ่ง

ในที่นี้ adjacent to Venus หมายถึงจุดบนท้องฟ้าที่อยู่ใกล้และติดกับดาวศุกร์มาก ท่อไม่ได้ชี้ไปที่ดาวศุกร์โดยตรง โครงสร้าง adjacent to + คำนาม ใช้คำนามนั้นเป็นจุดอ้างอิง เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งอยู่ติดกับอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เป็นทางการซึ่งหมายถึง “อยู่ติดกับโดยตรง”: The small lab is ____ the library.

ดูคำตอบ

adjacent to

วลี

to the human eye: สิ่งนั้นดูเป็นอย่างไรต่อสายตาปกติ

ในที่นี้ to the human eye หมายถึง “เมื่อมองด้วยสายตาปกติของมนุษย์” ท้องฟ้าดูมืดและว่างเปล่า แต่เครื่องมือยังอาจตรวจพบแสงตรงนั้นได้ วลีนี้ระบุมุมมองของผู้สังเกต โดยบอกว่าสิ่งนั้นดูเป็นอย่างไร ไม่ได้ยืนยันว่าความจริงแล้วไม่มีอะไรอยู่เลย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ to the human eye เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นดูเป็นอย่างไร ไม่ใช่บอกทิศทาง

  1. The mark is invisible to the human eye, but the camera detects it.
  2. The doctor moved the light closer to the human eye.
  3. The arrow points to the human eye in the diagram.
ดูคำตอบ

The mark is invisible to the human eye, but the camera detects it.

But here is what came out of the tube when pointed at Venus,

2:21

แต่นี่คือสิ่งที่ออกมาจากท่อเมื่อเล็งไปที่ดาวศุกร์

a Venusian shadow.

2:26

เงาจากดาวศุกร์

We all know that light travels quickly,

2:29

เราทุกคนรู้ว่าแสงเดินทางเร็ว

299,792,458 metres per second.

2:31

299,792,458 เมตรต่อวินาที

C.

2:38

C

But this light,

2:39

แต่แสงนี้

right here,

2:40

ตรงนี้

in fact,

2:41

ที่จริงแล้ว

the light coming off of your screen into your eyeballs right now,

2:42

แสงที่ออกจากหน้าจอของคุณเข้าสู่ดวงตาคุณในขณะนี้

is moving slightly slower than C.

2:45

กำลังเคลื่อนที่ช้ากว่า C เล็กน้อย

Because C is the speed of light in a vacuum, การใช้คำ

2:49

เพราะ C คือความเร็วแสงในสุญญากาศ

but all of this light is having to travel through a medium,

2:52

แต่แสงทั้งหมดนี้ต้องเดินทางผ่านตัวกลาง

in this case, air. ลำดับความ

2:56

ซึ่งในกรณีนี้คืออากาศ

การใช้คำ

the speed of light in a vacuum: ความเร็วแสงในสุญญากาศ

ในประโยคนี้ the speed of light in a vacuum หมายถึงอัตราเร็วคงที่ทางฟิสิกส์ที่แทนด้วย C ส่วน in a vacuum หมายถึงในพื้นที่ว่างที่ไม่มีตัวกลางซึ่งเป็นสสาร ตรงนี้เป็นเงื่อนไขทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “ไม่มีบริบท” เงื่อนไข in a vacuum จำกัดขอบเขตของข้อความ แสงเดินทางช้าลงเมื่อผ่านตัวกลาง เช่น อากาศ น้ำ หรือแก้ว ดังนั้น C จึงไม่ใช่ความเร็วที่แน่นอนของแสงในวัสดุทุกชนิดโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เติมข้อความมาตรฐานทางฟิสิกส์ด้วยคำศัพท์ที่ตรงตามบทเรียน: C is ____.

ดูคำตอบ

the speed of light in a vacuum

ลำดับความ

in this case: ในกรณีนี้

in this case ชี้กลับไปยังสถานการณ์เฉพาะที่กำลังพูดถึงอยู่ โดยรับช่วงจากหมวดทั่วไป a medium แล้วระบุสมาชิกที่เกี่ยวข้องในตอนนี้ว่าเป็น air วลีนี้จัดระเบียบข้อมูลด้วยการจำกัดข้อความกว้าง ๆ ให้แคบลง โดยบอกผู้ฟังว่าอากาศคือตัวกลางสำหรับสถานการณ์นี้ ไม่ได้หมายความว่าตัวกลางทุกชนิดคืออากาศ และ case ในที่นี้หมายถึง “สถานการณ์”

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่จำกัดหมวดทั่วไปให้เหลือสถานการณ์ปัจจุบัน: The sound travels through a medium; ____, that medium is water.

ดูคำตอบ

in this case

The speed of light in air is ever so slightly slower than C, วลี

2:57

ความเร็วแสงในอากาศช้ากว่า C เพียงนิดเดียว

298,925,574 m/s.

3:03

298,925,574 เมตรต่อวินาที

วลี

ever so slightly สำหรับความแตกต่างที่เล็กมากอย่างยิ่ง

ในประโยคนี้ ever so slightly ขยายคำว่า slower และหมายถึง “ในระดับที่เล็กมากอย่างยิ่ง” วลีนี้เน้นว่าความเร็วของแสงในอากาศต่ำกว่า C แต่ต่างกันเพียงนิดเดียว คำว่า ever ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงเวลา วลี ever so slightly ทั้งชุดทำหน้าที่เป็นคำบอกระดับแบบเน้นย้ำ โดยทำให้ slightly มีน้ำหนักขึ้น และดึงความสนใจไปยังความแตกต่างที่เล็กมากแต่มีอยู่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่ขึ้นต้นด้วย ever และหมายถึง “ในระดับที่เล็กมากอย่างยิ่ง”: The second photo is ____ brighter than the first.

ดูคำตอบ

ever so slightly

This is interesting

3:09

เรื่องนี้น่าสนใจ

because light travels more slowly through different materials,

3:12

เพราะแสงเดินทางช้าลงเมื่อผ่านวัสดุต่างชนิด

but C remains the universal speed limit. สำนวน

3:16

แต่ C ยังคงเป็นขีดจำกัดความเร็วสากล

สำนวน

the universal speed limit ในฐานะคำเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์

Speed limit เป็นคำเปรียบเทียบที่ยืมมาจากกฎจำกัดความเร็วบนถนน การเรียก C ว่า the universal speed limit หมายความว่า ตามหลักฟิสิกส์ ไม่มีสัญญาณที่นำข้อมูลใดเดินทางได้เร็วกว่า C ไม่ใช่ข้อจำกัดทางกฎหมายที่ติดไว้บนถนน Universal เน้นว่าขีดจำกัดสูงสุดนี้ใช้ได้ทุกแห่ง ประโยคนี้เปรียบต่างระหว่างแสงที่เคลื่อนที่ช้าลงในวัสดุกับการที่ C ยังคงเป็นขีดจำกัดสูงสุดโดยรวม ไม่ได้หมายความว่าแสงเดินทางด้วยความเร็ว C เสมอในวัสดุทุกชนิด

แบบฝึกหัด

ในประโยค "C remains the universal speed limit," คำเปรียบเทียบนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. แสงเดินทางด้วยความเร็วเท่ากับ C พอดีในวัสดุทุกชนิด
  2. กฎฟิสิกส์กำหนดให้ C เป็นขีดจำกัดความเร็วสูงสุดของสัญญาณที่นำข้อมูล
  3. รัฐบาลกำหนด C ให้เป็นขีดจำกัดความเร็วในการจราจร
ดูคำตอบ

กฎฟิสิกส์กำหนดให้ C เป็นขีดจำกัดความเร็วสูงสุดของสัญญาณที่นำข้อมูล

And as long as an object doesn't go that fast, ไวยากรณ์

3:19

และตราบใดที่วัตถุไม่ได้เคลื่อนที่เร็วถึงขนาดนั้น

it can still outpace light in a material.

3:22

มันก็ยังเคลื่อนที่แซงแสงในวัสดุได้

ไวยากรณ์

As long as: การกำหนดเงื่อนไข

ในประโยคนี้ as long as ใช้นำเสนอเงื่อนไขที่ต้องเป็นจริงอยู่ นั่นคือวัตถุยังไม่ถึงขีดจำกัดความเร็วสากลที่ that fast กล่าวถึง หากเงื่อนไขนี้เป็นจริง วัตถุก็ยังอาจเคลื่อนที่เร็วกว่าแสงที่เดินทางในตัวกลางได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ as long as + อนุประโยค มีความหมายว่า “ตราบใดที่” หรือ “โดยมีเงื่อนไขว่า” โครงสร้างนี้เชื่อมผลลัพธ์ที่เป็นไปได้กับเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “โดยมีเงื่อนไขว่า”: You can join the trip ____ you return the form by Friday.

ดูคำตอบ

as long as

A charged particle,

3:26

อนุภาคที่มีประจุ

for instance, an electron,

3:28

เช่น อิเล็กตรอน

can travel through water faster than light does,

3:30

สามารถเคลื่อนที่ผ่านน้ำได้เร็วกว่าแสง

but never faster than C.

3:33

แต่ไม่มีวันเร็วกว่า C

When this happens,

3:36

เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้

we get something analogous to a sonic boom. การใช้คำ

3:37

เราจะได้สิ่งที่คล้ายกับโซนิกบูม

การใช้คำ

Analogous to: สอดคล้องกันแต่ไม่เหมือนกันทุกประการ

ในประโยคนี้ something analogous to a sonic boom หมายถึงปรากฏการณ์ที่คล้ายกับโซนิกบูมในด้านกลไกหรือผลที่เกี่ยวข้อง การเปรียบเทียบนี้ช่วยอธิบายเหตุการณ์ที่ไม่คุ้นเคยด้วยเหตุการณ์ที่คุ้นเคย แต่ไม่ได้บอกว่าปรากฏการณ์ทั้งสองเหมือนกันทุกประการ โครงสร้าง X is analogous to Y ชวนให้ผู้ฟังนำความสัมพันธ์ รูปแบบ หรือหน้าที่บางอย่างจาก Y ไปเทียบกับ X การเปรียบเทียบที่ดีจะรักษาความสอดคล้องที่เลือกไว้ ขณะเดียวกันก็ยอมให้รายละเอียดอื่นแตกต่างกันได้

แบบฝึกหัด

ผู้เขียนต้องการเน้นว่าคลังข้อมูลดิจิทัลกับตู้เก็บเอกสารมีหน้าที่ในการจัดระเบียบที่สอดคล้องกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ประโยคใดแม่นยำที่สุด

  1. The digital archive is identical to a filing cabinet.
  2. The digital archive is analogous to a filing cabinet.
  3. The digital archive is more organized than a filing cabinet.
ดูคำตอบ

The digital archive is analogous to a filing cabinet.

We get a photonic boom. สำนวน

3:41

เราจะได้โฟโทนิกบูม

สำนวน

คำสร้างใหม่ photonic boom

Photonic boom เป็นคำประสมที่สร้างขึ้นโดยเลียนแบบ sonic boom คำคุณศัพท์ photonic เปลี่ยนแนวคิดจากเสียงไปเป็นแสง ผู้พูดจึงยืมคำเกี่ยวกับคลื่นกระแทกที่คุ้นเคยมาใช้เพื่อให้เห็นภาพปรากฏการณ์ทางแสงที่ไม่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้น ในที่นี้คำนี้เป็นการเปรียบเทียบเพื่อช่วยอธิบาย ไม่ใช่ชื่อที่เป็นทางการที่สุดของปรากฏการณ์ บริบทถัดไประบุศัพท์วิทยาศาสตร์ว่า Cherenkov radiation

แบบฝึกหัด

Photonic boom ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. คำนี้บอกว่าเสียงธรรมดาดังขึ้น
  2. คำนี้ให้ชื่อวิทยาศาสตร์มาตรฐานที่ต้องใช้เสมอ
  3. คำนี้เปรียบเทียบผลกระแทกที่เกี่ยวกับแสงกับ sonic boom อย่างสร้างสรรค์
ดูคำตอบ

คำนี้เปรียบเทียบผลกระแทกที่เกี่ยวกับแสงกับ sonic boom อย่างสร้างสรรค์

In a sonic boom,

3:44

ในโซนิกบูม

the sound information propagating off of the object

3:45

ข้อมูลเสียงที่แผ่ออกจากวัตถุ

is in the form of compression waves. วลี

3:49

อยู่ในรูปของคลื่นอัด

วลี

in the form of ที่ใช้บอกรูปแบบ

In the form of ใช้แนะนำรูปแบบ สื่อ หรือลักษณะทางกายภาพที่สิ่งหนึ่งปรากฏออกมา ในประโยคนี้ข้อมูลเสียงถูกส่งผ่านเป็นคลื่นอัด ดังนั้น form จึงหมายถึงรูปแบบทางกายภาพ ไม่ใช่แบบฟอร์มที่ต้องกรอก โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ X is/comes/appears in the form of Y โดย Y เป็นนามวลีที่ระบุรูปแบบนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำจากบทเรียนที่ระบุรูปแบบทางกายภาพอย่างชัดเจน: The medication comes ____ a dissolvable tablet.

ดูคำตอบ

in the form of

And as the object gets closer and closer to the speed of sound, ไวยากรณ์

3:51

และเมื่อวัตถุยิ่งเข้าใกล้ความเร็วเสียง

ไวยากรณ์

closer and closer สำหรับบอกการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง

ใน closer and closer มีการนำคำขั้นกว่า closer มาเชื่อมซ้ำด้วย and เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงดำเนินต่อไปทีละน้อย หมายถึง “ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ” ไม่ใช่การเปรียบเทียบวัตถุสองชิ้น ในประโยคนี้ closer หมายถึงความเร็วของวัตถุเข้าใกล้ความเร็วเสียง ไม่ใช่ระยะห่างทางกายภาพที่ลดลง รูปแบบ “คำขั้นกว่า + and + คำขั้นกว่าเดิม” ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องได้ เช่น bigger and bigger หรือ faster and faster ส่วนคำคุณศัพท์ที่ยาวกว่า ใช้ more and more + คำคุณศัพท์ เช่น more and more difficult

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบคำขั้นกว่าซ้ำเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินต่อไป?

  1. The nights are longer than the days.
  2. The nights are as long as the days.
  3. The nights are getting longer and longer.
ดูคำตอบ

The nights are getting longer and longer.

the speed that those waves are moving away from it at,

3:54

ซึ่งเป็นความเร็วที่คลื่นเหล่านั้นเคลื่อนออกจากวัตถุ

each new wave has less time

3:57

คลื่นใหม่แต่ละลูกก็ยิ่งมีเวลาน้อยลง

to get out of the way of the next, วลี

3:59

ที่จะหลบคลื่นลูกถัดไป

วลี

get out of the way of: หลบออกจากเส้นทางของบางสิ่ง

Get out of the way of something หมายถึงขยับหลบไปด้านข้างเพื่อไม่ให้อยู่ในทางของสิ่งนั้นอีก ในที่นี้มีการบรรยายคลื่นราวกับว่าคลื่นสามารถหลบทางได้ แต่คลื่นไม่ได้เลือกกระทำด้วยตัวเอง ให้เรียน get out of the way of เป็นวลีเดียว The way หมายถึงพื้นที่หรือเส้นทางที่บางสิ่งต้องใช้ ไม่ใช่ถนน ประธานเป็นฝ่ายขยับหลบ ส่วนคำนามหลัง of บอกสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่ซึ่งต้องหลีกทางให้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “หลบออกจากเส้นทางของบางสิ่ง”: A delivery cart is rolling toward the doorway, so we need to ____ it.

ดูคำตอบ

get out of the way of

until eventually the waves collapse all into each other

4:02

จนในที่สุดคลื่นทั้งหมดซ้อนทับกัน

and the density and pressure is enormous,

4:05

ทำให้ความหนาแน่นและความดันสูงมหาศาล

causing a sonic boom.

4:08

จนเกิดโซนิกบูม

Normally,

4:11

โดยปกติ

when a charged particle moves through a material

4:11

เมื่ออนุภาคมีประจุเคลื่อนผ่านวัสดุ

whose molecules can be polarized,

4:14

ที่โมเลกุลสามารถเกิดโพลาไรซ์ได้

the molecules give off photons. กริยาวลี

4:17

โมเลกุลเหล่านั้นจะปล่อยโฟตอน

กริยาวลี

give off ที่หมายถึงปล่อยหรือแผ่ออกมา

give off เป็นกริยาวลีที่หมายถึงปล่อยหรือแผ่บางสิ่งออกสู่บริเวณรอบ ๆ ในประโยคนี้ โมเลกุลปล่อยโฟตอนออกมา คำว่า give ไม่ได้หมายถึงการยื่นสิ่งของให้ใคร มักใช้ give off กับแสง ความร้อน กลิ่น ก๊าซ หรือรังสี เพื่อบอกว่าสิ่งเหล่านี้แผ่ออกจากแหล่งกำเนิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้: The warm engine can ____ a strong smell.

ดูคำตอบ

give off

But each photon has room to fly away,

4:20

แต่โฟตอนแต่ละตัวมีพื้นที่ให้แยกออกไป

and the waves all destructively interfere with each other,

4:23

และคลื่นทั้งหมดหักล้างกัน

so no radiation is given off.

4:27

จึงไม่มีการแผ่รังสีออกมา

But the faster the particle goes, ไวยากรณ์

4:30

แต่ยิ่งอนุภาคเคลื่อนที่เร็วขึ้น

the less room the photons have away from each other,

4:32

โฟตอนก็ยิ่งมีระยะห่างระหว่างกันน้อยลง

and their waves begin to constructively interfere,

4:36

และคลื่นของพวกมันเริ่มเสริมกัน

giving off a photonic boom,

4:40

ทำให้เกิดโฟโทนิกบูม

Cherenkov radiation. การใช้คำ

4:43

หรือรังสีเชเรนคอฟ

ไวยากรณ์

โครงสร้างเปรียบเทียบคู่ the faster ..., the less ...

รูปแบบ the + comparative ..., the + comparative ... เชื่อมสิ่งสองอย่างที่เปลี่ยนไปพร้อมกัน หมายความว่าเมื่ออย่างหนึ่งเปลี่ยน อีกอย่างก็เปลี่ยนตาม ในประโยคนี้ เมื่ออนุภาคเร็วขึ้น พื้นที่ระหว่างโฟตอนก็ลดลง ในรูปแบบนี้ the ไม่ใช่คำนำหน้านามตามปกติ แต่ใช้ทำเครื่องหมายสองส่วนของความสัมพันธ์ ต้องวางรูปขั้นกว่าหลัง the ทั้งสองตำแหน่ง เช่น the faster ... the less ...

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเปรียบเทียบคู่ได้ถูกต้อง

  1. The most you practice, the easier the song becomes.
  2. The more you practice, the easier the song becomes.
  3. The more you practice, the easiest the song becomes.
  4. More you practice, the easier the song becomes.
ดูคำตอบ

The more you practice, the easier the song becomes.

การใช้คำ

Cherenkov radiation: ชื่อวิทยาศาสตร์มาตรฐานของ photonic boom

รังสีเชเรนคอฟคือแสงที่ปล่อยออกมาเมื่ออนุภาคมีประจุเคลื่อนผ่านตัวกลางด้วยความเร็วสูงกว่าความเร็วเฟสของแสงในตัวกลางนั้น เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าอนุภาคมีความเร็วเกิน c ซึ่งเป็นความเร็วแสงในสุญญากาศ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเป็นชื่อของผลลัพธ์ที่อธิบายไว้ก่อนหน้าด้วยการเปรียบเทียบว่าเป็น photonic boom โดย Cherenkov radiation เป็นชื่อมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ ส่วน photonic boom ช่วยให้เข้าใจแนวคิด แต่ไม่ใช่ชื่อทางเทคนิคที่ใช้กันตามปกติ

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเป็นชื่อมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ของรังสีที่อธิบายในประโยคนี้

  1. Cherenkov radiation
  2. ordinary reflection
  3. photonic boom
ดูคำตอบ

Cherenkov radiation

Astronauts,

4:45

นักบินอวกาศ

especially those who have gone all the way to the Moon,

4:46

โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปไกลถึงดวงจันทร์

have reported seeing flashes of light.

4:49

รายงานว่าเห็นแสงวาบ

Many people attribute this to high-speed particles moving through the liquid inside their eye วลี

4:51

หลายคนเชื่อว่าเกิดจากอนุภาคความเร็วสูงเคลื่อนผ่านของเหลวภายในดวงตา

faster than light normally would,

4:57

เร็วกว่าที่แสงจะเคลื่อนที่ตามปกติ

causing photonic booms right inside their body.

4:59

ทำให้เกิดโฟโทนิกบูมขึ้นภายในร่างกาย

วลี

attribute this to: เชื่อมโยงผลกับสาเหตุที่ถูกเสนอ

ใน attribute this to คำว่า this คือผลที่กำลังอธิบาย ส่วนวลีนามหลัง to คือสาเหตุที่ถูกเสนอ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ attribute something to something หรือ “ประธาน + attribute + ผล + to + สาเหตุ” ในที่นี้ ถ้อยคำดังกล่าวรายงานคำอธิบายที่หลายคนเชื่อ ไม่ได้พิสูจน์สาเหตุโดยตรง ในรูปถูกกระทำ ความสัมพันธ์เดียวกันเขียนได้ว่า something is attributed to a cause

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา attribute ในรูปปัจจุบันและคำบุพบทที่ต้องใช้เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Researchers ____ the decline ____ stricter safety rules.

ดูคำตอบ

attribute · to

Speaking of the speed of light, ลำดับความ

5:04

พูดถึงความเร็วแสงแล้ว

here's a great question a few of you have sent

5:06

นี่คือคำถามดี ๆ ที่พวกคุณบางคนส่งถึง

me. It involves a possible way of going faster than C.

5:08

ผม เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีที่อาจทำให้เร็วกว่า C

ลำดับความ

ใช้ Speaking of ... เพื่อเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

เมื่ออยู่ต้นประโยค Speaking of + นามวลี จะใช้สิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงเป็นสะพานไปสู่หัวข้อใหม่ที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ the speed of light เชื่อมคำอธิบายก่อนหน้าเข้ากับคำถามจากผู้ชม สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ระหว่างที่กำลังพูดถึงบางสิ่ง ผู้พูดกำลังส่งสัญญาณว่าหัวข้อปัจจุบันทำให้นึกถึงประเด็นที่เกี่ยวข้อง ควรใช้เมื่อหัวข้อใหม่เชื่อมโยงกับสิ่งที่พูดก่อนหน้าอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่ใช้เชื่อมหัวข้อที่เกี่ยวข้องกัน: We've been discussing school clubs. ____ music, are you still in the band?

ดูคำตอบ

Speaking of

Here's how it goes.

5:14

คำถามมีอยู่ว่า

Let's say I want to push a button that is a light-year away from me, โน้ต

5:16

สมมติว่าผมอยากกดปุ่มที่อยู่ห่างจากผมหนึ่งปีแสง

which means that it would take light,

5:20

ซึ่งหมายความว่าแสง

the fastest possible thing in the universe,

5:22

สิ่งที่เร็วที่สุดเท่าที่จะมีได้ในเอกภพ

a year just to get from me to the button.

5:25

ยังต้องใช้เวลาหนึ่งปีกว่าจะเดินทางจากผมไปถึงปุ่ม

ลำดับความ

ใช้ Let's say เพื่อตั้งสถานการณ์สมมติ

Let's say ใช้เปิดสถานการณ์สมมติที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังยอมรับชั่วคราวเพื่อใช้ในการอธิบายหรือให้เหตุผล ในประโยคนี้ใช้สร้างการทดลองทางความคิดเกี่ยวกับปุ่มที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งปีแสง ไม่ได้อ้างว่าสถานการณ์นี้มีอยู่จริง แม้จะขึ้นต้นด้วย let's แต่ไม่ได้เป็นการชวนให้ทุกคนพูดบางอย่างพร้อมกัน โครงสร้างคือ Let's say + อนุประโยค ซึ่งมีความหมายโดยประมาณว่า Assume that หรือ Imagine that

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสนทนาสองคำจากบทเรียนที่ใช้ตั้งกรณีสมมติ: ____ your phone battery dies during the trip. What would you do?

ดูคำตอบ

Let's say

การใช้คำ

light-year ในฐานะหน่วยวัดระยะทาง

light-year (ปีแสง) เป็นหน่วยวัดระยะทาง หมายถึงระยะทางที่แสงเดินทางได้ในหนึ่งปี คำว่า year บอกวิธีที่ใช้กำหนดระยะทางนี้ ไม่ได้ทำให้ light-year เป็นหน่วยเวลา ใน a light-year away คำว่า away ระบุตำแหน่งของปุ่มในอวกาศ จากนั้นประโยคอธิบายผลของระยะทางนี้ว่า แม้แต่แสงก็ต้องใช้เวลาหนึ่งปีกว่าจะไปถึง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The star is ten light-years away,” คำว่า ten light-years วัดอะไร

  1. อายุของดาวฤกษ์
  2. ระยะทางไปยังดาวฤกษ์
  3. เวลาที่เหลือก่อนดาวฤกษ์จะมาถึง
ดูคำตอบ

ระยะทางไปยังดาวฤกษ์

Okay, well,

5:28

เอาล่ะ

what if I built a board one light-year long ไวยากรณ์

5:29

ถ้าผมสร้างแผ่นกระดานยาวหนึ่งปีแสง

all the way from me to the button, วลี

5:33

พาดจากตัวผมไปจนถึงปุ่ม

and then I pushed one end of the board?

5:35

แล้วผลักปลายกระดานด้านหนึ่งล่ะ

ไวยากรณ์

What if ...? สำหรับสถานการณ์สมมติ

What if ใช้เสนอเงื่อนไขที่จินตนาการขึ้นและชวนผู้ฟังคิดถึงผลที่จะตามมา ในที่นี้ วลีนี้เริ่มขั้นต่อไปของการทดลองทางความคิด คือให้จินตนาการว่าสร้างแผ่นกระดานแล้วคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อผลักปลายด้านหนึ่ง รูปอดีต built แสดงว่าสถานการณ์นี้เป็นสมมติฐานและห่างจากความจริงในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงในอดีต รูปแบบที่พบบ่อยคือ What if + ประธาน + กริยารูปอดีต?

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ถ้าเป็นเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้น”:____ the backup battery failed during the storm?

ดูคำตอบ

What if

วลี

all the way from ... to ...: ตลอดทางจาก ... ไปถึง ...

all the way from A to B หมายถึงสิ่งหนึ่งทอดยาวครอบคลุมระยะทางทั้งหมดระหว่างจุดปลายสองจุด ในประโยคนี้ กระดานในจินตนาการจะทอดยาวต่อเนื่องจากผู้พูดไปถึงปุ่มโดยไม่มีช่องว่าง all the way เพิ่มการเน้นย้ำ โดย from A to B ธรรมดาเพียงระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด แต่ all the way เน้นขอบเขตทั้งหมดซึ่งมักเป็นระยะทางไกล รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บอกพื้นที่ ช่วงเวลา หรือกระบวนการได้

แบบฝึกหัด

เติมด้วย all the way from ... to ...: The walking path runs ____ the station ____ the museum.

ดูคำตอบ

all the way from · to

Would the other end immediately push the button?

5:38

ปลายอีกด้านจะกดปุ่มทันทีไหม

And if so,

5:41

และถ้าใช่

did I just break the speed of light?

5:42

ผมเพิ่งฝ่าขีดจำกัดความเร็วแสงไปหรือเปล่า

Did I just send information faster than light?

5:44

ผมเพิ่งส่งข้อมูลได้เร็วกว่าแสงหรือเปล่า

Well,

5:49

เอาล่ะ

we're not talking about the speed of light anymore,

5:50

ตอนนี้เราไม่ได้พูดถึงความเร็วแสงแล้ว

are we? ไวยากรณ์

5:52

จริงไหม

ไวยากรณ์

ข้อความปฏิเสธ + are we?

ใน we're not talking ..., are we? ข้อความหลักเป็นปฏิเสธ ดังนั้นคำถามพ่วงจึงเป็นบวก คือ are we? คำถามพ่วงใช้ประธาน we และรูปของ be เดิม แต่สลับระหว่างรูปบอกเล่ากับรูปปฏิเสธ ตรงนี้ผู้พูดไม่ได้ต้องการถามข้อมูลที่ยังไม่รู้เป็นหลัก คำถามพ่วงชักนำให้ผู้ฟังเห็นด้วยว่าคำอธิบายเดิมใช้ไม่ได้แล้ว โดยทั่วไปคำถามพ่วงใช้ขอการยืนยัน สร้างความรู้สึกว่าเข้าใจตรงกัน หรือกระตุ้นให้อีกฝ่ายเห็นด้วยได้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามพ่วงมาตรฐานให้สมบูรณ์: We're not leaving without Maya, ____?

ดูคำตอบ

are we

We are talking about the speed of push.

5:53

เรากำลังพูดถึงความเร็วของการผลัก

When you push a rigid object,

5:57

เมื่อคุณผลักวัตถุแข็ง

what you are really doing is putting a series of compression waves โน้ต

6:00

สิ่งที่คุณทำจริง ๆ คือส่งคลื่นอัดชุดหนึ่ง

through the object,

6:04

ผ่านเข้าไปในวัตถุ

ไวยากรณ์

รูปแบบ what you are really doing is ...

what ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม อนุประโยค what you are really doing ทั้งหมดหมายถึง “การกระทำที่คุณกำลังทำจริง ๆ” และทำหน้าที่เป็นประธานของ is รูปแบบ What you are really doing is + วลี -ing ใช้แทนคำอธิบายแบบผิวเผินด้วยคำอธิบายที่แม่นยำกว่า ในที่นี้ “การผลัก” ถูกอธิบายใหม่ว่าเป็น “การส่งคลื่นอัดผ่านวัตถุ”

แบบฝึกหัด

เติมวลีกรอบประโยคจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: It looks like you are making the room brighter, but ____ opening the curtains.

ดูคำตอบ

what you are really doing is

which move at the speed of sound in the object's material.

6:05

ซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเสียงในวัสดุของวัตถุนั้น

การใช้คำ

คลื่นอัด

คลื่นอัดคือคลื่นในวัสดุที่เกิดจากบริเวณซึ่งถูกอัดและคลายตัวสลับกัน การรบกวนเคลื่อนผ่านวัสดุ แต่วัสดุเองไม่ได้เคลื่อนจากปลายด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ในประโยคนี้ การผลักปลายด้านหนึ่งทำให้เกิดคลื่นเหล่านี้ คลื่นจะส่งผลของแรงผลักผ่านวัตถุด้วยความเร็วเสียงในวัสดุนั้น compression ในที่นี้หมายถึงการบีบอัดทางกายภาพ ไม่ใช่การทำให้ไฟล์คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษ: A tap on one end of a long metal rod sends compression waves through it. วลี compression waves ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. การรบกวนที่เคลื่อนที่ไปขณะที่ส่วนต่าง ๆ ของวัสดุถูกอัดแล้วคลายตัว
  2. ชิ้นส่วนแข็งของวัตถุที่เคลื่อนไปถึงอีกด้านทันที
  3. ไฟล์คอมพิวเตอร์ที่ถูกทำให้มีขนาดเล็กลง
ดูคำตอบ

การรบกวนที่เคลื่อนที่ไปขณะที่ส่วนต่าง ๆ ของวัสดุถูกอัดแล้วคลายตัว

The information about,

6:10

ข้อมูลที่บอกว่า

"Woah, we've been pushed,

6:12

“โห เราถูกผลักแล้ว

you should move,"

6:13

นายควรขยับนะ”

is sent via that compression wave,

6:14

จะถูกส่งผ่านคลื่นอัดนั้น

and it only travels at the speed of sound.

6:17

และเดินทางด้วยความเร็วเสียงเท่านั้น

So when pushing a normal day-to-day size type object,

6:19

ดังนั้น เวลาเราผลักวัตถุทั่วไปขนาดที่พบในชีวิตประจำวัน

it feels almost instantaneous.

6:22

มันจึงดูเหมือนเกิดขึ้นแทบจะทันที

But when pushing a light-year-long board,

6:24

แต่เมื่อผลักกระดานยาวหนึ่งปีแสง

it would take a lot longer.

6:28

มันจะใช้เวลานานกว่ามาก

A cool way to see this in action ไวยากรณ์

6:30

วิธีเจ๋ง ๆ ที่จะดูปรากฏการณ์นี้

is to look at an object in which compression waves travel more slowly.

6:31

คือดูวัตถุที่คลื่นอัดเคลื่อนที่ได้ช้ากว่า

ไวยากรณ์

โครงสร้าง “A cool way to see this in action is to ...”

โครงสร้าง “A(n) + adjective + way to do X is to do Y” จะบอกเป้าหมายหรือสิ่งที่ต้องการสังเกตก่อน แล้วจึงเสนอวิธีที่จะทำให้สำเร็จ ในประโยคนี้ “see this in action” หมายถึงการสังเกตกลไกขณะทำงานจริง ส่วน “is to look at ...” บอกวิธีที่ใช้สาธิต “Cool” เป็นคำประเมินเชิงบวกแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงน่าสนใจหรือน่าดึงดูด ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิต่ำ รูปแบบการจัดข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้คือ บอกเป้าหมายหรือปรากฏการณ์ก่อน แล้วจึงบอกวิธีปฏิบัติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้รูปแบบ “A ... way to do X is to do Y”: “A simple ____ the safety rule in action ____ watch a supervised demonstration.”

ดูคำตอบ

way to see · is to

For instance,

6:35

ตัวอย่างเช่น

what Veritasium has done,

6:36

สิ่งที่ Veritasium เคยทำไว้

blowing minds by showing Slinkys being dropped. สำนวน

6:38

ซึ่งทำให้ผู้คนทึ่งด้วยการปล่อย Slinky ให้ตกลงมา

สำนวน

“Blowing minds” ที่หมายถึงความประหลาดใจอย่างมาก

“Blowing minds” เป็นรูป -ing ของสำนวน “blow someone’s mind” ซึ่งหมายถึงทำให้ผู้คนประหลาดใจอย่างมาก หรือทำให้พวกเขามองบางสิ่งในมุมใหม่อย่างสิ้นเชิง เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้เกี่ยวกับการเป่าหรือการทำอันตรายทางกายภาพ ใน “blowing minds by showing ...” วลี -ing อธิบายผลที่เกิดจากการสาธิตของ Veritasium ส่วน “by showing” ระบุว่าผลดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร รูปพหูพจน์ “minds” หมายถึงผู้ชมโดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The visual demonstration was blowing minds” คำว่า “blowing minds” หมายถึงอะไร

  1. มันทำให้ผู้คนทึ่งอย่างมาก
  2. มันโน้มน้าวให้ผู้คนตัดสินใจต่างออกไป
  3. มันทำให้ผู้คนรู้สึกเวียนศีรษะทางกายภาพ
ดูคำตอบ

มันทำให้ผู้คนทึ่งอย่างมาก

The information telling the Slinky that,

6:43

ข้อมูลที่บอก Slinky ว่า

"Hey, uh, we're moving,"

6:46

“นี่ เอ่อ เรากำลังขยับนะ”

travels through the Slinky slow enough that a slow-mo camera can see it happen. ไวยากรณ์

6:48

จะเดินทางผ่าน Slinky ช้าพอให้กล้องสโลว์โมชันบันทึกภาพได้

ไวยากรณ์

slow enough that ... can see it happen: ระดับที่เพียงพอให้ผลลัพธ์เกิดขึ้น

slow enough that นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้เพราะมีระดับมากหรือน้อยเพียงพอ ในประโยคนี้ ข้อมูลเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ช้าพอ และผลก็คือกล้องสโลว์โมชันสามารถบันทึกการเคลื่อนไหวนั้นได้ รูปแบบคือ คำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ + enough that + อนุประโยคสมบูรณ์ โดย enough อยู่หลังคำที่มันบอกระดับ และอนุประโยค that มีประธานกับกริยาของตัวเอง รูปแบบนี้แสดงเกณฑ์ว่า เมื่อระดับนั้นเพียงพอ ผลลัพธ์ก็เกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้คำคุณศัพท์ clear และรูปแบบผลลัพธ์ enough that: The sign was ____ everyone could read it from the road.

ดูคำตอบ

clear enough that

If you haven't watched all of Veritasium's Slinky videos,

6:52

ถ้าคุณยังดูวิดีโอ Slinky ของ Veritasium ไม่ครบทุกคลิป

you've missed กริยาวลี

6:56

คุณก็พลาด

out. In fact,

6:57

ของดีไปแล้ว ที่จริง

กริยาวลี

missed out: พลาดประสบการณ์ที่มีคุณค่า

ใน you've missed out คำว่า missed out เป็นรูป past participle ของกริยาวลี miss out หมายถึงการไม่ได้รับ ไม่ได้เพลิดเพลิน หรือไม่ได้ประโยชน์จากประสบการณ์หรือโอกาสที่มีคุณค่า ในที่นี้ ผู้พูดแซวเล่น ๆ ว่าการไม่ดูวิดีโอเหล่านั้นหมายถึงการพลาดประสบการณ์สนุก ๆ miss out ใช้เดี่ยว ๆ ได้เมื่อบริบททำให้รู้ชัดว่าโอกาสใดถูกพลาดไป หากต้องการระบุสิ่งนั้น ให้ใช้ miss out on + คำนามหรือรูป -ing เช่น You missed out on the trip หรือ You missed out on meeting her

แบบฝึกหัด

ใน “If you skipped the free workshop, you missed out” คำว่า missed out หมายความว่าอะไร?

  1. คุณเสียโอกาสที่จะได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่มีคุณค่า
  2. คุณดูเวิร์กช็อปช้ากว่าคนอื่นทุกคน
  3. คุณอยากเจอคนที่ไม่ได้อยู่ที่นั่น
ดูคำตอบ

คุณเสียโอกาสที่จะได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่มีคุณค่า

you should watch all of their stuff.

6:57

คุณควรดูผลงานทั้งหมดของพวกเขา

It is superb.

7:00

มันยอดเยี่ยมมาก

But to wrap things up, กริยาวลี

7:02

แต่เพื่อสรุปเรื่องทั้งหมด

here's the point.

7:03

ประเด็นก็คือ

กริยาวลี

ใช้ “wrap things up” เพื่อปิดท้าย

“wrap things up” เป็นกริยาวลีเชิงสำนวนที่หมายถึงการจบกิจกรรมหรือการสนทนาและปิดท้ายอย่างเป็นระเบียบ ในประโยคนี้ “to wrap things up” บอกผู้ชมว่าคำอธิบายกำลังจะจบและกำลังจะมีข้อสรุปสุดท้าย วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการห่อสิ่งของจริง ๆ ในการพูด วลีนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณปิดท้ายที่ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าควรคาดหวังอะไรต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “จบและปิดท้ายการสนทนา”: We have time for one last question, and then we'll ____.

ดูคำตอบ

wrap things up

The speed of push is not instant,

7:04

ความเร็วของการผลักไม่ได้เกิดขึ้นทันที

and it's certainly not the speed of light.

7:08

และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ความเร็วแสง

But light can push you.

7:11

แต่แสงผลักคุณได้

In fact,

7:15

ที่จริง

technically,

7:15

ในทางเทคนิค

you weigh more when the lights are on ไวยากรณ์

7:16

คุณจะหนักกว่าเมื่อเปิดไฟ

than you do when the lights are off.

7:19

เมื่อเทียบกับตอนปิดไฟ

ไวยากรณ์

โครงสร้างเปรียบเทียบ “weigh more when ... than you do when ...”

ประโยคนี้ใช้กรอบการเปรียบเทียบ ประธาน + กริยา + more + when เงื่อนไข A + than + ประธาน + do + when เงื่อนไข B เพื่อเปรียบเทียบน้ำหนักของคนคนเดียวกันภายใต้สองเงื่อนไข ใน “than you do” คำว่า “do” ใช้แทนกริยา “weigh” ที่จะต้องพูดซ้ำ โดยมีความหมายเต็มเท่ากับ “than you weigh when the lights are off” การแทนนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำและไม่ได้หมายถึงการกระทำใหม่ ประโยคบอกว่าน้ำหนักตอนเปิดไฟมากกว่า แม้ความแตกต่างจะน้อยมากก็ตาม

แบบฝึกหัด

ใช้คำแทนในรูป simple present เพื่อหลีกเลี่ยงการพูด “sleep” ซ้ำ: I sleep better when the room is cool than I ____ when it is warm.

ดูคำตอบ

do

I've put links in the description

7:23

ผมใส่ลิงก์ไว้ในคำอธิบายแล้ว

to all kinds of cool things you should definitely check out

7:25

ไปยังเรื่องเจ๋ง ๆ สารพัดที่คุณควรเข้าไปดู

for fun

7:27

เพื่อความสนุก

and for science.

7:28

และเพื่อวิทยาศาสตร์

And as always,

7:30

และเช่นเคย

thanks for watching.

7:31

ขอบคุณที่รับชม