ทำไมอินเดียถึงถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศ? - Haimanti Roy: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าการแบ่งบริติชอินเดียในปี 1947 โดยอธิบายว่าการจำแนกผู้คนตามศาสนาในยุคอาณานิคม การขีดพรมแดนอย่างเร่งรีบ และการเปิดเผยแผนที่ล่าช้า นำไปสู่การพลัดถิ่นครั้งใหญ่และความรุนแรงอย่างไร ตอนท้ายเชื่อมโยงเหตุการณ์นี้กับการเกิดบังกลาเทศ ข้อพิพาทแคชเมียร์ที่ยังไม่ยุติ และความทรงจำของครอบครัวที่ถูกแยกจากกัน ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. a patchwork of regional kingdoms known as princely states, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: คุณจะเข้าใจว่า patchwork เป็นอุปมาที่ใช้บรรยายดินแดนซึ่งประกอบด้วยหน่วยการเมืองที่แตกต่างกันจำนวนมาก ภาพเปรียบนี้ยังนำไปใช้กับสังคมที่หลากหลาย แนวร่วม ระบบกฎหมาย หรือสถาบันที่รวมกันเป็นองค์ประกอบซับซ้อนและเชื่อมโยงกันอย่างหลวม ๆ ได้ 2. Using outdated maps, inaccurate census numbers, and minimal knowledge of the land, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: คุณจะสังเกตได้ว่าวลี -ing ที่ขึ้นต้นประโยคช่วยรวบเงื่อนไขที่บกพร่องหลายประการไว้ก่อนกล่าวถึงการกระทำที่ตามมา โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับวางกรอบการตัดสินใจทางประวัติศาสตร์หรือนโยบาย และทำให้สาเหตุของผลลัพธ์ที่เลวร้ายชัดเจนทันที 3. More than 70 years later, the legacies of the partition remain clear in the subcontinent, in its new political formations, and in the memories of divided families. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: คุณจะเรียนรู้วิธีปิดเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ด้วยการข้ามเวลามายังปัจจุบัน แล้วเชื่อมเหตุการณ์ในอดีตเข้ากับโครงสร้างการเมืองและความทรงจำส่วนบุคคล รูปแบบย้อนมองนี้ช่วยสรุปผลกระทบที่ยืดเยื้อโดยไม่ต้องเล่าเหตุการณ์เดิมซ้ำอีกครั้ง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
India gained independence after 200 years of British rule. การใช้คำ
0:09อินเดียได้รับเอกราชหลังจากอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษถึง 200 ปี
gained independence after 200 years of British rule: ได้รับเอกราชหลังการปกครองของอังกฤษ
ในข้อความเชิงประวัติศาสตร์นี้ gained independence หมายถึง “กลายเป็นเอกราชทางการเมือง” คำกริยารูปอดีต gained นำเสนอว่าเอกราชเป็นสิ่งที่ประเทศนั้นได้มา ส่วน after 200 years of British rule ระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากอยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษเป็นเวลานาน ในที่นี้ rule เป็นคำนามหมายถึง “การปกครองหรือการควบคุมโดยผู้ปกครองหรือรัฐ” ไม่ได้หมายถึง “กฎ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ gain independence after + ช่วงเวลาที่อยู่ภายใต้การปกครอง และ gain independence from + อำนาจที่เคยควบคุม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคประวัติศาสตร์ด้วยกลุ่มคำเป้าหมายจากบทเรียน: The island ____ after decades of foreign ____.
ดูคำตอบ
gained independence · rule
What followed was one of the largest and bloodiest forced migrations in history. โน้ต
0:14สิ่งที่ตามมาคือการอพยพผู้คนโดยถูกบังคับที่ใหญ่ที่สุดและนองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
What followed ในฐานะคำเชื่อมเปลี่ยนช่วงการเล่าเรื่อง
What followed ในที่นี้ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม โดย what รวมความหมายว่า “สิ่งที่...” ไว้แล้ว ทั้งอนุประโยคจึงหมายถึง “เหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อมา” และทำหน้าที่เป็นประธานของ was เมื่อใช้เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนช่วงการเล่าเรื่อง วลีนี้จะย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุการณ์ที่กล่าวไว้แล้ว และเลื่อนการระบุผลลัพธ์ไปไว้หลัง was ทำให้เหตุการณ์ถัดไปเด่นขึ้น พบได้บ่อยในงานเล่าประวัติศาสตร์แบบเป็นทางการ สุนทรพจน์ และคำบรรยายสารคดี
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมการเล่าเรื่องแบบเป็นทางการด้วยคำขึ้นต้นตามบทเรียน: The laboratory announced its discovery. ____ was a surge of public interest.
ดูคำตอบ
What followed
one of the largest ... forced migrations: one of + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์
โครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึง สมาชิกหนึ่งสิ่งอยู่ในกลุ่มที่มีคุณสมบัตินั้นในระดับสูงสุด ในที่นี้ การบังคับย้ายถิ่นครั้งหนึ่งถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในด้านขนาดและนองเลือดที่สุดในด้านความสูญเสียของมนุษย์ เนื่องจาก one of เลือกหนึ่งสิ่งจากกลุ่ม คำนามนับได้จึงเป็นพหูพจน์ forced migrations ทั้ง largest และ bloodiest ขยายคำนามนี้ ส่วน in history กำหนดขอบเขตการเปรียบเทียบว่าเป็นตลอดประวัติศาสตร์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าสะพานแห่งนี้อยู่ในกลุ่มสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศ
- It is one of the longest bridges in the country.
- It is one of the longest bridge in the country.
- It is the one of longest bridges in the country.
ดูคำตอบ
It is one of the longest bridges in the country.
An estimated 1 million: an estimated + ตัวเลข
วลี an estimated + ตัวเลข นำเสนอจำนวนในฐานะค่าประมาณที่มีข้อมูลรองรับ ไม่ใช่จำนวนที่นับได้อย่างแม่นยำ ในประโยคนี้ estimated ขยายตัวเลข 1 million ไม่ได้ขยาย people โครงสร้างสั้น ๆ นี้พบได้บ่อยในข่าว งานเขียนประวัติศาสตร์ และงานวิจัย เมื่อยอดรวมอ้างอิงจากหลักฐานแต่ไม่สามารถทราบได้อย่างแม่นยำ วลีบอกจำนวนจะวางไว้หน้าคำนามโดยตรง: an estimated 1 million people
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำเพื่อให้เป็นการประมาณอย่างเป็นทางการ: An ____ 12,000 visitors came to the park last year.
ดูคำตอบ
estimated
lost their lives: สำนวนทางการที่หมายถึงเสียชีวิต
lost their lives หมายถึง “เสียชีวิต” เป็นสำนวนอ้อมที่สุภาพและให้เกียรติ โดยมองความตายว่าเป็นการสูญเสียชีวิต ไม่ได้หมายถึงการสูญเสียวิถีชีวิต โครงสร้างพื้นฐานคือ lose one's life ในที่นี้ lost แสดงเหตุการณ์ในอดีต และ their lives สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ an estimated 1 million people
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lose one's life: Two rescue workers ____ during the operation.
ดูคำตอบ
lost their lives
the Indian subcontinent was a patchwork of regional kingdoms known as princely states, โน้ต
0:24อนุทวีปอินเดียเป็นเหมือนการปะติดปะต่อกันของอาณาจักรในภูมิภาคที่เรียกว่ารัฐมหาราชา
Before British colonization: กำหนดกรอบเวลาในยุคก่อนหน้า
Before British colonization เป็นวลีบอกเวลาที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้พาผู้อ่านไปยังช่วงก่อนการปกครองแบบอาณานิคมของอังกฤษก่อน แล้วอนุประโยคหลักจึงอธิบายว่าอนุทวีปอินเดียในช่วงนั้นเป็นอย่างไร การเรียงข้อมูลแบบนี้ช่วยให้เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปยังยุคก่อนหน้าและเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Before + เหตุการณ์หรือช่วงเวลา และตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคเมื่อวางไว้ต้นประโยค ในที่นี้ colonization หมายถึงกระบวนการระยะยาวในการก่อตั้งและขยายอำนาจอาณานิคม ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาเดียวของการยึดครองทางทหาร
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: Before industrialization, many families worked mainly on farms. วลีต้นประโยค Before industrialization มีหน้าที่จัดระเบียบข้อมูลอย่างไร?
- อธิบายว่าครอบครัวต่าง ๆ ทำให้ฟาร์มของตนเป็นอุตสาหกรรมอย่างไร
- ระบุสถานที่ที่การพัฒนาอุตสาหกรรมเริ่มต้นขึ้น
- กำหนดช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่เก่ากว่าให้เป็นภูมิหลังของข้อความหลัก
ดูคำตอบ
กำหนดช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่เก่ากว่าให้เป็นภูมิหลังของข้อความหลัก
a patchwork of regional kingdoms: ภาพรวมที่ประกอบจากอาณาจักรหลากหลายแห่ง
ใน a patchwork of regional kingdoms คำว่า patchwork เป็นอุปลักษณ์ โดยนำเสนออนุทวีปว่าเป็นภาพรวมที่ประกอบจากอาณาจักรหลายแห่งซึ่งแตกต่างกัน คล้ายผ้าต่อที่ทำจากเศษผ้าหลากหลายชิ้น จุดสำคัญคือความหลากหลายและโครงสร้างทางการเมืองที่ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและเชื่อมโยงกันอย่างหลวม ๆ ไม่ใช่ผ้าจริง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a patchwork of + คำนาม ใช้บรรยายระบบ สถานที่ หรือสังคมที่ประกอบด้วยหลายส่วนซึ่งไม่ได้เป็นแบบเดียวกันทั้งหมด
แบบฝึกหัด
a patchwork of regional kingdoms ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร
- กล่าวว่าทุกภูมิภาคมีระบบการเมืองเหมือนกัน
- บรรยายภาพรวมที่ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ หลากหลายและไม่ได้เป็นแบบเดียวกันทั้งหมด
- หมายถึงผ้าที่ใช้สร้างอาณาจักรเหล่านั้น
ดูคำตอบ
บรรยายภาพรวมที่ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ หลากหลายและไม่ได้เป็นแบบเดียวกันทั้งหมด
known as princely states: ที่เรียกว่ารัฐเจ้าผู้ครองนคร
known as princely states เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบลดรูปที่ขยาย regional kingdoms โดยมีความหมายเท่ากับ which were known as princely states จึงทำหน้าที่บอกชื่อทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรเหล่านั้น ในประวัติศาสตร์บริติชอินเดีย princely states คือดินแดนที่ปกครองโดยผู้ปกครองท้องถิ่นแบบสืบตระกูลภายใต้อำนาจสูงสุดของอังกฤษ ไม่ใช่มณฑลที่อังกฤษบริหารโดยตรง รายละเอียดของความสัมพันธ์แตกต่างกันไป ในที่นี้ princely หมายถึงการปกครองโดยเจ้าชายหรือผู้ปกครองในลักษณะใกล้เคียง ไม่ได้หมายถึงเหมือนเจ้าชายในเทพนิยาย
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่ใช้แนะนำชื่อของปรากฏการณ์ได้ถูกต้อง: This effect is ___ confirmation bias.
- known for
- known as
- known from
ดูคำตอบ
known as
had its own ...: แสดงลักษณะเฉพาะของแต่ละแห่ง
ในวลี had its own traditions, caste backgrounds, and leadership คำว่า had หมายถึง “มี” ส่วน its own ชี้ว่าแต่ละรัฐเจ้าผู้ครองนครมีชุดลักษณะเฉพาะของตนเองแยกกัน ประโยคนี้แจกแจงลักษณะเหล่านี้ให้แต่ละรัฐ ไม่ได้หมายถึงทุกแห่งมีลักษณะชุดเดียวกันร่วมกัน ในที่นี้ caste backgrounds หมายถึงภูมิหลังทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับระบบวรรณะของอินเดีย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ each + คำนามเอกพจน์ + has/had + its own + คำนาม ใช้เปรียบเทียบลักษณะที่แตกต่างกันของภูมิภาค องค์กร หรือกลุ่มต่าง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายสองคำที่แสดงว่างบประมาณและลำดับความสำคัญเป็นของแต่ละศูนย์แยกกัน: Each research center has ____ budget and priorities.
ดูคำตอบ
its own
a series of European powers colonized India with coastal trading settlements. โน้ต
0:46มหาอำนาจยุโรปหลายประเทศได้เข้ามาตั้งอาณานิคมในอินเดียด้วยการตั้งถิ่นฐานการค้าตามชายฝั่ง
a series of: แสดงลำดับที่เชื่อมโยงกัน
a series of + คำนามพหูพจน์ หมายถึงคน สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกันหลายรายการ ซึ่งมองเป็นกลุ่มหรือลำดับที่เชื่อมโยงกัน ในประโยคตัวอย่าง วลีนี้นำเสนอชาติมหาอำนาจยุโรปว่าเข้ามาทีละชาติตามลำดับเวลา ไม่ได้เพียงบอกว่ามีจำนวนมากเท่านั้น หลัง a series of คำนามนับได้มักเป็นพหูพจน์ เช่น a series of powers, meetings, or changes เมื่อทั้งวลีเป็นประธาน คำหลัก series เป็นเอกพจน์ ดังนั้นภาษาอังกฤษเขียนแบบเป็นทางการจึงมักใช้กริยาเอกพจน์: A series of meetings was held.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอการประชุมที่เกี่ยวข้องกันหลายครั้งว่าเป็นลำดับเดียวที่เชื่อมโยงกันได้ดีที่สุด
- Many meetings were held before the vote.
- A series of meetings was held before the vote.
- One meeting was held before the vote.
ดูคำตอบ
A series of meetings was held before the vote.
with coastal trading settlements: ด้วยฐานการค้าตามชายฝั่ง
ในประโยคนี้ with coastal trading settlements อธิบายรูปแบบของการเข้ามาตั้งฐานอาณานิคมในระยะแรกของมหาอำนาจยุโรป คือพวกเขาตั้งฐานตามชายฝั่งให้พ่อค้าอยู่อาศัยและจัดการค้าขายได้ coastal บอกตำแหน่ง ส่วน trading บอกวัตถุประสงค์ของถิ่นฐานเหล่านั้น ในที่นี้ settlements หมายถึงชุมชนหรือฐานที่ตั้งขึ้นแล้ว ไม่ได้หมายถึง “วิธีแก้ปัญหา” หรือ “ข้อตกลงยุติข้อพิพาท” ทางกฎหมาย ฐานเหล่านี้ทำให้มหาอำนาจยุโรปมีที่มั่นซึ่งต่อมาอาจช่วยขยายการควบคุมทางการเมืองได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ coastal trading settlements หมายถึงอะไร
- ชุมชนหรือฐานการค้าที่ตั้งขึ้นตามแนวชายฝั่ง
- ข้อตกลงที่ยุติข้อพิพาทเกี่ยวกับการค้าทางทะเล
- เรือชั่วคราวที่ใช้ขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือ
ดูคำตอบ
ชุมชนหรือฐานการค้าที่ตั้งขึ้นตามแนวชายฝั่ง
the English East India Company emerged as the primary colonial power in India. โน้ต
0:53บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษได้ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจอาณานิคมหลักในอินเดีย
บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจอาณานิคมหลัก
บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษเป็นบริษัทการค้าของอังกฤษที่ได้รับกฎบัตรจากราชวงศ์ แต่ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ บริษัทไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจการค้าเท่านั้น บริษัทมีกองกำลังติดอาวุธของตนเองและค่อย ๆ ใช้อำนาจควบคุมทางการเมืองและดินแดนในบางส่วนของอินเดีย emerged as หมายถึง “ค่อย ๆ เข้ามาทำหน้าที่หรือได้รับการยอมรับว่าเป็น” การเรียกบริษัทนี้ว่า the primary colonial power หมายความว่าบริษัทได้กลายเป็นมหาอำนาจต่างชาติหลักที่ใช้อำนาจปกครองอาณานิคม ไม่ใช่เพียงบริษัทที่ประสบความสำเร็จที่สุดในตลาด
แบบฝึกหัด
ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ ข้อความที่เน้นไว้หมายถึงอะไร
- บริษัทค่อย ๆ กลายเป็นผู้มีอำนาจอาณานิคมหลักและใช้อำนาจที่มากกว่าด้านการค้า
- บริษัทกลายเป็นผู้ขายที่ทำกำไรได้มากที่สุดในอินเดีย แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการปกครอง
- บริษัทเพิ่งปรากฏขึ้นครั้งแรกในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 ในฐานะหน่วยงานสาธารณะของอินเดีย
ดูคำตอบ
บริษัทค่อย ๆ กลายเป็นผู้มีอำนาจอาณานิคมหลักและใช้อำนาจที่มากกว่าด้านการค้า
emerged as the primary colonial power: ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจอาณานิคมหลัก
ในที่นี้ emerged as + นามวลี หมายถึง “ค่อย ๆ ก้าวขึ้นมาจนมีสถานะหรือได้รับการยอมรับว่าเป็น...” หลังผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างนี้แสดงว่าสถานะของบริษัทเป็นผลจากพัฒนาการและการแข่งขัน ไม่ใช่การปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ส่วนเติมเต็ม the primary colonial power ระบุบทบาทหรือสถานะที่เด่นชัดขึ้น รูปแบบนี้ใช้กล่าวถึงบุคคล องค์กร หรือประเทศที่ได้สถานะสำคัญเมื่อเวลาผ่านไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ emerge as: After years of steady growth, the company ____ the industry leader.
ดูคำตอบ
emerged as
ruled ... directly and ruled ... indirectly: การปกครองโดยตรงและโดยอ้อมแบบคู่ขนาน
ประโยคนี้จัดข้อมูลเป็นอนุประโยคคู่ขนานสองส่วน ได้แก่ ruled some provinces directly และ ruled the princely states indirectly การใช้ ruled ซ้ำทำให้ทั้งสองด้านมีกรอบโครงสร้างเดียวกัน ส่วน directly และ indirectly แสดงความแตกต่างหลัก indirectly ยังคงขยาย ruled ดังนั้นอนุประโยคที่สองไม่ได้หมายความว่ารัฐเจ้าผู้ครองนครเป็นอิสระจากการควบคุมของอังกฤษ แต่หมายถึงอังกฤษใช้อำนาจควบคุมผ่านผู้ปกครองท้องถิ่นและสถาบันเดิม แทนการบริหารโดยตรงของอังกฤษ
แบบฝึกหัด
การตีความใดคงความแตกต่างทั้งสองด้านของโครงสร้างคู่ขนาน directly/indirectly ไว้ได้?
- อังกฤษใช้รูปแบบการบริหารที่เหมือนกันทุกประการในทุกพื้นที่
- อังกฤษบริหารบางพื้นที่ด้วยตนเอง ขณะที่ควบคุมพื้นที่อื่นผ่านผู้ปกครองท้องถิ่น
- อังกฤษควบคุมจังหวัดต่าง ๆ แต่ไม่มีอิทธิพลใด ๆ ต่อรัฐเจ้าผู้ครองนคร
ดูคำตอบ
อังกฤษบริหารบางพื้นที่ด้วยตนเอง ขณะที่ควบคุมพื้นที่อื่นผ่านผู้ปกครองท้องถิ่น
but made political and financial concessions to the British. วลี
1:07แต่ต้องยอมอ่อนข้อทางการเมืองและการเงินให้กับอังกฤษ
Under indirect rule: การกำหนดกรอบของระบบ
Under indirect rule หมายถึง “ภายในระบบการปกครองทางอ้อม” ในที่นี้ under ใช้บอกระบบหรือชุดเงื่อนไขที่มีผลบังคับใช้ ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดกรอบให้ข้อมูลทั้งหมดที่ตามมา กล่าวคือ รัฐเจ้าผู้ครองนครยังคงมีอธิปไตยอย่างเป็นทางการได้ ขณะที่อังกฤษใช้อำนาจผ่านการควบคุมทางการเมืองและการเงิน โดยทั่วไป under + กฎหมาย ข้อตกลง ระบบ หรือเงื่อนไข ใช้บอกว่ากรอบใดมีผลอยู่
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Under the new agreement, both sides must share inspection reports,” คำว่า under ทำหน้าที่อะไร?
- ระบุว่าข้อตกลงเป็นกรอบที่กำกับหน้าที่ดังกล่าว
- แสดงว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเคลื่อนที่ไปยังข้อตกลง
- บอกว่ารายงานอยู่ข้างใต้ข้อตกลงในทางกายภาพ
ดูคำตอบ
ระบุว่าข้อตกลงเป็นกรอบที่กำกับหน้าที่ดังกล่าว
remained sovereign: สถานะทางการเมืองที่ดำเนินต่อไป
Remain + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ยังคงอยู่ในสภาพนั้น” ดังนั้น remained sovereign จึงบอกว่ารัฐเจ้าผู้ครองนครยังคงมีสถานะเป็นหน่วยการเมืองที่มีอธิปไตย ไม่ได้หมายความว่ากลับมามีอธิปไตยอีกครั้ง ในที่นี้ sovereign เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองเหนือกิจการของตนเองอย่างเป็นทางการ” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย but จำกัดขอบเขตของข้อความนี้ เพราะอธิปไตยอย่างเป็นทางการดำรงอยู่พร้อมกับการยอมอ่อนข้อทางการเมืองและการเงิน ดังนั้นวลีนี้เพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้หมายความว่าเป็นอิสระจากการควบคุมของอังกฤษอย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ยังคงมีอธิปไตยทางการเมือง”: Even after signing the treaty, the island republic ____.
ดูคำตอบ
remained sovereign
make political and financial concessions to someone: ยอมอ่อนข้อทางการเมืองและการเงินให้แก่ใครบางคน
ใน made political and financial concessions to the British คำว่า made เป็นรูปอดีตของ make ส่วนโครงสร้าง make concessions to + ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หมายถึงการยอมลดจุดยืน ข้อเรียกร้อง อำนาจ หรือผลประโยชน์บางส่วนเพื่อประโยชน์ของฝ่ายนั้น คำว่า political and financial ระบุว่าการยอมอ่อนข้อเกิดขึ้นในด้านการเมืองและการเงิน concession ในที่นี้คือการประนีประนอมบางส่วน ซึ่งมักเกิดระหว่างการเจรจาหรือภายใต้แรงกดดัน ไม่ได้หมายถึงส่วนลดหรือคูปอง การวางตรงข้ามกับ remained sovereign แสดงว่าอธิปไตยอย่างเป็นทางการยังคงอยู่ แม้จะยอมเสียการควบคุมหรือทรัพยากรจริงบางส่วนไป
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ยอมลดข้อเรียกร้องบางส่วนให้แก่อีกฝ่าย” ให้สมบูรณ์: During the talks, the company ____ the union.
ดูคำตอบ
made concessions to
a gross simplification of the communities in India. การใช้คำ
1:17ซึ่งเป็นการลดทอนรายละเอียดของชุมชนในอินเดียอย่างรุนแรง
begin to categorize A by B: เริ่มจัด A เป็นหมวดหมู่ตาม B
ใน began to categorize Indians by religious identity คำว่า began to ระบุว่าการปฏิบัติบางอย่างเริ่มต้นขึ้น โครงสร้าง categorize A by B หมายถึงการแบ่ง A ออกเป็นกลุ่มโดยใช้ B เป็นเกณฑ์การจำแนก ในที่นี้ A คือ Indians และ B คือ religious identity by ในที่นี้นำหน้าเกณฑ์ที่ใช้จำแนก ไม่ได้บอกสถานที่หรือผู้กระทำ คำประเมิน gross simplification ชี้ว่าเกณฑ์กว้าง ๆ เพียงอย่างเดียวไม่สามารถสะท้อนความซับซ้อนทั้งหมดของชุมชนเหล่านั้นได้
แบบฝึกหัด
เติมรูปกริยาและคำบุพบทที่ถูกต้องให้เป็นโครงสร้าง categorize A by B: Yesterday, the app ____ the uploaded photos ____ date.
ดูคำตอบ
categorized · by
ความหมายของ gross ใน a gross simplification
ใน a gross simplification คำว่า gross หมายถึงมากเกินไปหรือหยาบอย่างร้ายแรง ไม่ได้หมายถึงน่าขยะแขยง วลีนี้วิจารณ์คำอธิบายที่ทำให้ง่ายลงโดยละเลยความแตกต่างสำคัญ จึงทำให้เห็นภาพที่บิดเบือน วลีที่ขึ้นต้นด้วย of ระบุสิ่งที่ถูกทำให้ง่ายเกินไป ซึ่งก็คือ the communities in India รูปแบบ a gross simplification of X สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นเพื่อวิจารณ์อย่างหนักว่าคำอธิบายเกี่ยวกับ X หยาบเกินกว่าจะเชื่อถือได้
แบบฝึกหัด
ในวลี a gross simplification of the evidence คำว่า gross หมายถึงอะไร
- ร้ายแรงและอาจบิดเบือนข้อเท็จจริง
- สั้นและเข้าใจง่าย
- น่าขยะแขยงในทางกายภาพ
ดูคำตอบ
ร้ายแรงและอาจบิดเบือนข้อเท็จจริง
and all other religious communities as distinct minorities,
1:23และถือว่าชุมชนศาสนาอื่น ๆ ทั้งหมดเป็นชนกลุ่มน้อยที่แตกต่างกัน
count A as B: จัด A ไว้ในหมวด B
count A as B หมายถึงการนับรวมหรือจัด A ไว้ในหมวด B ตามการคำนวณ กฎ หรือระบบใดระบบหนึ่ง ในที่นี้ counted ไม่ได้หมายถึงเพียงการนับว่ามีคนกี่คน ประโยคนี้จัดข้อมูลด้วยหมวดที่วางขนานกัน ได้แก่ Hindus ถูกนับเป็น majorities ส่วนชุมชนศาสนาอื่นทั้งหมดถูกนับเป็น distinct minorities การเรียบเรียงเช่นนี้เน้นกฎที่ใช้แบ่งประเภท และแสดงให้เห็นว่ากรอบอย่างเป็นทางการจัดกลุ่มผู้คนอย่างไร ไม่ใช่เพียงรายงานตัวเลข
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง count A as B ให้สมบูรณ์: Under the policy, the school ____ volunteer work ____ course credit.
ดูคำตอบ
counts · as
with Muslims being...: เพิ่มข้อมูลพื้นหลังด้วย with + คำนาม + -ing
รูปแบบคือ with + นามวลี + รูป -ing ในที่นี้ Muslims เป็นประธานเชิงความหมายของ being และ the largest minority บอกสถานะของกลุ่มนี้ วลี with ทั้งวลีเพิ่มข้อมูลพื้นหลังให้กับข้อความหลักก่อนหน้า being ไม่ใช่กริยาผันของประโยคหลักใหม่ในรูปกำลังกระทำ โครงสร้างเสริมแบบย่อนี้ช่วยให้ข้อมูลหนึ่งเป็นใจความหลัก และให้อีกข้อมูลเป็นบริบทสนับสนุน จึงพบบ่อยในงานข่าวและงานเขียนเชิงประวัติศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง with + คำนาม + -ing โดยใช้รูป -ing ของ be: The class had four groups, with the blue group ____ the largest.
ดูคำตอบ
being
Sikhs were considered part of the Hindu community น้ำเสียง/เจตนา
1:29ชาวซิกข์ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนฮินดู
were considered ... by everyone but themselves: การจัดประเภทจากภายนอกกับอัตลักษณ์ของตนเอง
โครงสร้างกรรมวาจก be considered part of ... ใช้บอกว่าคนอื่นจัดกลุ่มหนึ่งไว้อย่างไร ส่วนวลีที่ขึ้นต้นด้วย by ระบุว่าเป็นมุมมองของใคร โดย everyone but themselves หมายถึงทุกคนยกเว้นชาวซิกข์เอง ถ้อยคำนี้เปรียบต่างการจัดประเภทจากภายนอกกับอัตลักษณ์ที่กลุ่มมองตนเอง คนอื่นจัดชาวซิกข์ไว้ในกลุ่มฮินดู แต่ชาวซิกข์ไม่ได้มองว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนั้น ในที่นี้ but หมายถึง except หรือ “ยกเว้น” ไม่ใช่คำสันธานที่หมายถึง “แต่”
แบบฝึกหัด
ในประโยคต้นฉบับ by everyone but themselves หมายถึงอะไร?
- ทุกคนรวมทั้งชาวซิกข์เองจัดชาวซิกข์ไว้ในประเภทนั้น
- มีเพียงชาวซิกข์เองที่จัดชาวซิกข์ไว้ในประเภทนั้น
- ทุกคนยกเว้นชาวซิกข์เองจัดชาวซิกข์ไว้ในประเภทนั้น
ดูคำตอบ
ทุกคนยกเว้นชาวซิกข์เองจัดชาวซิกข์ไว้ในประเภทนั้น
people could only vote for candidates of their own religious identification. วัฒนธรรม
1:34ผู้คนสามารถลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครที่มีอัตลักษณ์ทางศาสนาเดียวกับตนเองเท่านั้น
could only vote for candidates of their own religious identification: ลงคะแนนได้เฉพาะผู้สมัครในหมวดศาสนาเดียวกัน
ในประโยคนี้ people could only vote for candidates of their own religious identification อธิบายกฎการเลือกตั้งที่จำกัดตัวเลือกของผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามศาสนา could only แสดงถึงสิ่งที่ระบบอนุญาต ไม่ได้หมายความว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่มีความสามารถทางกายภาพในการลงคะแนน religious identification หมายถึงหมวดอัตลักษณ์ทางศาสนาที่ได้รับการรับรองหรือกำหนดเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง ไม่ใช่เพียงความรู้สึกศรัทธาส่วนบุคคล เนื่องจากหมวดนี้กำหนดว่าบุคคลหนึ่งจะเลือกผู้สมัครคนใดได้ การจัดประเภทตามศาสนาจึงส่งผลโดยตรงต่อการมีส่วนร่วมทางการเมือง
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้อธิบายข้อจำกัดในการเลือกตั้งแบบใด
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสนับสนุนผู้สมัครคนใดก็ได้หลังจากแจ้งศาสนา
- เฉพาะเจ้าหน้าที่ศาสนาเท่านั้นที่เป็นผู้สมัครได้
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกได้เฉพาะผู้สมัครในหมวดศาสนาเดียวกับตน
ดูคำตอบ
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกได้เฉพาะผู้สมัครในหมวดศาสนาเดียวกับตน
sowing distrust between communities that had previously coexisted. ไวยากรณ์
1:42และหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความไม่ไว้วางใจระหว่างชุมชนที่เคยอยู่ร่วมกันมาก่อน
exaggerated differences: làm cho khác biệt trở nên rõ nét hơn
exaggerated differences หมายถึงการทำให้ความแตกต่างที่มีอยู่ดูมากขึ้นหรือสำคัญขึ้น หรือเพิ่มผลกระทบของความแตกต่างนั้นในทางปฏิบัติ ในที่นี้ประธานคือ These practices ดังนั้น exaggerate ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการที่คนคนหนึ่งใช้คำพูดเกินจริง แนวปฏิบัติของสถาบันก็สามารถขยายความแตกต่างในชีวิตจริงได้ These practices ย้อนกลับไปหมายถึงการจัดประเภทตามศาสนาและข้อจำกัดในการลงคะแนนที่กล่าวไว้ก่อนหน้า วลีนี้นำเสนอกฎเหล่านั้นว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างกลุ่มเด่นชัดขึ้น ซึ่งช่วยอธิบายความไม่ไว้วางใจที่ตามมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ exaggerate differences ในความหมายของการขยายผลในทางปฏิบัติเช่นเดียวกับประโยคต้นฉบับ
- The speaker forgot to mention any differences between the schools.
- The report listed differences between the two schools.
- The ranking system exaggerated differences between otherwise similar schools.
ดูคำตอบ
The ranking system exaggerated differences between otherwise similar schools.
sowing distrust: ใช้อนุประโยค -ing เพื่อบอกผลลัพธ์
ในที่นี้ sowing distrust between communities that had previously coexisted เป็นอนุประโยค participle รูป -ing ที่บอกผลของการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ แนวปฏิบัติเหล่านี้ขยายความแตกต่างให้มากเกินจริงและจึงก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจ โครงสร้างนี้ไม่ใช่กริยาแท้ตัวที่สอง และมี These practices เป็นประธานที่เข้าใจได้จากบริบท Sow ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยมองความไม่ไว้วางใจเป็นเหมือนเมล็ดที่ถูกหว่านและอาจเติบโตขึ้น between communities ระบุกลุ่มที่ความสัมพันธ์เสียหาย ส่วน that had previously coexisted เน้นความต่างจากความสัมพันธ์ก่อนหน้านั้นที่เคยอยู่ร่วมกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ sow distrust: The unexplained change ____ among the staff.
ดูคำตอบ
sowed distrust
where Indians fought for independence from Britain. วลี
1:50ที่ซึ่งชาวอินเดียต่อสู้เพื่ออิสรภาพจากอังกฤษ
The 20th century began with...: วางกรอบช่วงเริ่มต้นของยุคสมัย
โครงสร้าง ช่วงเวลา + began with + นามวลี บอกผู้ฟังว่าอะไรเป็นสิ่งกำหนดจุดเริ่มต้นของช่วงเวลานั้น ในประโยคนี้ ขบวนการต่อต้านอาณานิคมที่ดำเนินมาหลายทศวรรษถูกนำเสนอเป็นช่วงเปิดของเรื่องราวเกี่ยวกับคริสต์ศตวรรษที่ 20 With ใช้นำเหตุการณ์หรือกิจกรรมที่ถูกวางไว้เป็นลำดับแรก ไม่ได้หมายถึงการอยู่ร่วมกันทางกายภาพ ส่วน Decades of เน้นระยะเวลาที่ยาวนาน ช่วยให้การเล่าเรื่องเคลื่อนจากกรอบเวลากว้าง ๆ ไปสู่การต่อสู้เฉพาะที่อธิบายต่อมา
แบบฝึกหัด
began with ทำหน้าที่อะไรในประโยค The 20th century began with decades of anti-colonial movements?
- บอกว่าขบวนการเหล่านั้นเกิดขึ้นหลังคริสต์ศตวรรษที่ 20 สิ้นสุดแล้วเท่านั้น
- บอกว่าคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีระยะเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษ
- นำเสนอขบวนการเหล่านั้นเป็นช่วงเริ่มต้นของยุคประวัติศาสตร์
ดูคำตอบ
นำเสนอขบวนการเหล่านั้นเป็นช่วงเริ่มต้นของยุคประวัติศาสตร์
fought for independence from Britain: for บอกเป้าหมาย ส่วน from บอกอำนาจที่ต้องการหลุดพ้น
โครงสร้าง fight for + เป้าหมาย หมายถึงการพยายามหรือต่อสู้อย่างมุ่งมั่นเพื่อให้ได้บางสิ่ง ในที่นี้ fought for independence หมายถึงชาวอินเดียต่อสู้เพื่อให้สามารถปกครองตนเองได้ โครงสร้าง independence from + ผู้มีอำนาจปกครอง ระบุว่าต้องการหลุดพ้นจากการควบคุมของใคร ดังนั้น from Britain จึงหมายถึงการเป็นอิสระจากการปกครองของอังกฤษ ไม่ใช่การเคลื่อนที่ออกจากประเทศอังกฤษ วลีนี้บอกถึงการต่อสู้ทางการเมือง แต่ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวมันเองว่าทุกการกระทำเป็นการสู้รบด้วยอาวุธ
แบบฝึกหัด
เติมบุพบทสองคำที่บอกเป้าหมายและผู้มีอำนาจปกครอง: The islanders fought ____ independence ____ the colonial power.
ดูคำตอบ
for · from
In the aftermath of World War II: วางกรอบภูมิหลังผ่านผลของเหตุการณ์
โครงสร้าง In the aftermath of + เหตุการณ์สำคัญ วางข้อมูลที่ตามมาไว้ในช่วงเวลาที่ได้รับอิทธิพลจากผลของเหตุการณ์นั้น aftermath สื่อถึงความเสียหาย แรงกดดัน ความปั่นป่วน หรือผลอื่น ๆ ที่ยังดำเนินต่อหลังเหตุการณ์จบลง เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบเบื้องหลัง โดยชี้ให้ผู้อ่านเข้าใจแรงกดดันทางการเงินและการตัดสินใจของอังกฤษว่าเป็นส่วนหนึ่งของผลหลังสงคราม ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีหลัง
แบบฝึกหัด
การเริ่มประโยคด้วย In the aftermath of World War II ทำหน้าที่หลักอย่างไร
- วลีนี้บอกว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นในขณะที่สงครามยังดำเนินอยู่
- วลีนี้วางกรอบให้ข้อมูลถัดไปเป็นส่วนหนึ่งของผลจากสงครามที่ยังดำเนินต่อ
- วลีนี้บอกเพียงเวลาอย่างเป็นกลางหลังสงคราม โดยไม่สื่อถึงผลกระทบ
ดูคำตอบ
วลีนี้วางกรอบให้ข้อมูลถัดไปเป็นส่วนหนึ่งของผลจากสงครามที่ยังดำเนินต่อ
under enormous financial strain from the war: อยู่ภายใต้แรงกดดันทางการเงินอย่างหนัก
ใน under enormous financial strain คำว่า under ใช้บอกสภาวะที่อังกฤษกำลังเผชิญ ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ Financial strain หมายถึงแรงกดดันที่เกิดจากปัญหาเรื่องเงินหรือเงินทุน ส่วน enormous เน้นว่าแรงกดดันนั้นรุนแรงมาก วลี from the war บอกที่มาของแรงกดดัน เมื่อวางวลีทั้งหมดไว้หน้าประโยคหลัก วลีนี้จะให้เหตุผลหรือภูมิหลังของสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา รูปแบบนี้นำไปใช้กับ under pressure, under stress และ under scrutiny ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
under ทำหน้าที่อย่างไรใน under enormous financial strain?
- แสดงว่าอังกฤษกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเงินอย่างหนัก
- แสดงว่าอังกฤษอยู่ใต้สงครามในเชิงตำแหน่งทางกายภาพ
- แสดงว่าอังกฤษกำลังให้การสนับสนุนทางการเงิน
ดูคำตอบ
แสดงว่าอังกฤษกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเงินอย่างหนัก
finally caved: ในที่สุดก็ยอมถอยเพราะแรงกดดัน
ในที่นี้ caved เป็นรูปอดีตของคำกริยาไม่เป็นทางการ cave ซึ่งหมายถึงหยุดต่อต้านและยอมถอยเพราะแรงกดดัน ไม่ใช่คำนาม cave ที่หมายถึง «ถ้ำ» ในการใช้แบบนี้ cave สามารถใช้ตามลำพังได้ และ cave in ก็ใช้กันทั่วไปเช่นกัน finally แสดงว่ามีการต่อต้านอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะได้ผลลัพธ์ ดังนั้น finally caved จึงสื่อว่าการตัดสินใจนั้นเป็นการยอมถอยอย่างไม่เต็มใจเพราะแรงกดดัน ไม่ใช่เพียงการตกลงอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ในประโยค "After weeks of pressure, the board finally caved," เกิดอะไรขึ้น?
- คณะกรรมการหยุดต่อต้านและยอมถอย
- คณะกรรมการเพิ่มแรงกดดันต่อผู้อื่น
- คณะกรรมการค้นพบพื้นที่ใต้ดิน
ดูคำตอบ
คณะกรรมการหยุดต่อต้านและยอมถอย
had differing views on what ... should look like: มีมุมมองต่างกันเกี่ยวกับรูปแบบในอนาคต
Have differing views on something หมายถึงผู้คนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง ในที่นี้ had แสดงว่าเป็นเรื่องในอดีต และ on นำเข้าสู่ประเด็นที่พวกเขาเห็นไม่ตรงกัน What an independent India should look like ถามถึงรูปแบบ ระบบ หรือการจัดวางที่ประเทศในอนาคตควรมี คำว่า look like ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงรูปลักษณ์ภายนอก โครงสร้างนี้ใช้พูดถึงวิสัยทัศน์ที่ต่างกันเกี่ยวกับแผน สถาบัน หรือสภาพในอนาคตได้
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง “what an independent India should look like” หมายถึงอะไร
- รูปลักษณ์ภายนอกของผู้นำทางการเมืองอินเดีย
- รูปร่างของอินเดียที่เห็นบนแผนที่
- รูปแบบทางการเมืองและการจัดวางที่อินเดียซึ่งเป็นเอกราชควรมี
ดูคำตอบ
รูปแบบทางการเมืองและการจัดวางที่อินเดียซึ่งเป็นเอกราชควรมี
represented the Hindu majority: เป็นตัวแทนทางการเมืองของกลุ่มหนึ่ง
ในประโยคนี้ represented หมายถึงเป็นตัวแทนหรือเป็นเสียงทางการเมืองของกลุ่มหนึ่ง The Hindu majority คือกลุ่มที่ประโยคนำเสนอว่าคานธีและเนห์รูเป็นตัวแทนผลประโยชน์หรือจุดยืนของพวกเขา Represent + a group มักใช้บรรยายการพูดหรือการกระทำในนามของกลุ่มนั้น ไม่ได้หมายถึงการแสดงบทบาทแบบนักแสดง และคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าสถานะตัวแทนมาจากการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการหรือจากบทบาททางการเมืองที่กว้างกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ represent ในความหมายทางการเมืองหรือองค์กรเหมือนกับตัวอย่าง
- Each blue square represented one hundred votes on the chart.
- Elena represented the warehouse workers during the negotiations.
- The white dove represented peace in the mural.
ดูคำตอบ
Elena represented the warehouse workers during the negotiations.
thought the rifts created by colonization were too deep to repair. โน้ต
2:16คิดว่ารอยร้าวที่เกิดจากการล่าอาณานิคมนั้นลึกเกินกว่าจะซ่อมแซมได้
who led the Muslim minority: เพิ่มบทบาทของบุคคลด้วยอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ
who led the Muslim minority เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ who อ้างกลับไปถึง Muhammad Ali Jinnah และอนุประโยคนี้เพิ่มบทบาทความเป็นผู้นำของเขาเป็นข้อมูลพื้นหลัง ขณะที่ thought ยังคงเป็นกริยาของประโยคหลัก ไม่ได้เริ่มเหตุการณ์หลักอีกเหตุการณ์หนึ่ง โครงสร้าง “ชื่อ, who + ข้อมูลพื้นหลัง, ประโยคหลัก” แบ่งข้อมูลเป็นสองระดับ ส่วนในเครื่องหมายจุลภาคให้ข้อมูลเสริม ส่วนที่อยู่นอกเครื่องหมายจุลภาคนำเสนอใจความหลัก
แบบฝึกหัด
“who led the Muslim minority” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ระบุว่าหมายถึงคนใดในบรรดาหลายคนที่ชื่อ Jinnah
- เริ่มเหตุการณ์หลักอีกเหตุการณ์หนึ่งหลังจากข้อความเกี่ยวกับ Jinnah
- เพิ่มข้อมูลพื้นหลังเกี่ยวกับบทบาทผู้นำของ Jinnah
ดูคำตอบ
เพิ่มข้อมูลพื้นหลังเกี่ยวกับบทบาทผู้นำของ Jinnah
rifts ... too deep to repair: ความแตกแยกทางสังคมที่ไม่อาจเยียวยา
rifts ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงความแตกแยกร้ายแรงในความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน ไม่ใช่รอยแตกจริงบนพื้นดิน created by colonization เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อและขยาย rifts โดยหมายความว่ารอยร้าวเหล่านั้นเกิดจากการล่าอาณานิคม too deep to repair ใช้โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ซึ่งหมายถึง “ลึกมากจนซ่อมแซมไม่ได้” คำว่า deep และ repair สานต่อภาพเปรียบเทียบเรื่องรอยร้าว และนำเสนอว่าความแตกแยกนี้เกินกว่าจะเยียวยาได้
แบบฝึกหัด
ข้อใดถอดความ “the rifts created by colonization were too deep to repair” ได้ตรงที่สุด?
- การล่าอาณานิคมทำให้เกิดรอยแตกจริงบนพื้นดินที่เติมได้ยาก
- การล่าอาณานิคมทำให้เกิดความเห็นต่างเล็กน้อยที่แก้ไขได้ง่าย
- การล่าอาณานิคมก่อให้เกิดความแตกแยกทางสังคมร้ายแรงที่ดูเหมือนจะเยียวยาไม่ได้
ดูคำตอบ
การล่าอาณานิคมก่อให้เกิดความแตกแยกทางสังคมร้ายแรงที่ดูเหมือนจะเยียวยาไม่ได้
too deep to repair: too + คำคุณศัพท์ + คำกริยาไม่ผันรูปเพื่อบอกผลที่เป็นไปไม่ได้
โครงสร้าง too + adjective + to + base verb หมายถึงระดับของสิ่งหนึ่งมากเกินไป จนการกระทำข้างหลังไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างสมเหตุสมผลหรือสำเร็จได้ too deep to repair จึงหมายถึงรอยร้าวลึกมากจนซ่อมแซมไม่ได้ คำกริยาไม่ผันรูป to repair บอกผลที่ถูกขัดขวาง ไม่ได้บอกจุดประสงค์ สามารถถอดความเป็น so + adjective + that + subject + cannot/could not + verb ได้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างผลลัพธ์ too + adjective + to-infinitive ให้สมบูรณ์: The task is ____ complex ____ finish in one hour.
ดูคำตอบ
too · to
where Muslims would have a homeland called Pakistan. วัฒนธรรม
2:22โดยชาวมุสลิมจะมีบ้านเกิดเมืองนอนที่เรียกว่าปากีสถาน
argued for a two-nation division: สนับสนุนข้อเสนอด้วยเหตุผล
ในโครงสร้าง argue for + นามวลี คำว่า for นำหน้าจุดยืนหรือข้อเสนอที่ผู้พูดสนับสนุน ในที่นี้จินนาห์เสนอเหตุผลสนับสนุนการแบ่งเป็นสองชาติ argue ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทะเลาะอย่างโกรธเคือง ในการอภิปรายอย่างเป็นทางการ งานเขียนประวัติศาสตร์ และงานวิชาการ คำนี้มักหมายถึงการเสนอเหตุผลเพื่อสนับสนุนจุดยืน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ argue for + นโยบาย แผน หรือการเปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าคณะกรรมการให้เหตุผลสนับสนุนข้อเสนอ?
- The committee argued for the proposal.
- The committee argued about the proposal.
- The committee argued against the proposal.
ดูคำตอบ
The committee argued for the proposal.
a homeland called Pakistan: ความเป็นส่วนหนึ่งร่วมกันทางการเมือง
ในอนุประโยคนี้ where ย้อนกลับไปอ้างถึงประเทศฝั่งหนึ่งในการแบ่งออกเป็นสองชาติตามข้อเสนอ และอธิบายว่าการจัดวางทางการเมืองนั้นมีเป้าหมายจะมอบอะไรให้ ประโยคนี้นำเสนอปากีสถานในฐานะรัฐที่ชาวมุสลิมจะมีความเป็นส่วนหนึ่งทางการเมืองร่วมกัน homeland ในที่นี้ไม่ใช่บ้านของบุคคลหรือที่อยู่อาศัยทั่วไป ในบริบทการเมืองและประวัติศาสตร์ คำนี้หมายถึงดินแดนหรือประเทศที่ผูกโยงกับชนกลุ่มหนึ่ง โดยรวมทั้งอาณาเขต อัตลักษณ์ร่วม ความมั่นคง และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “homeland” มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด?
- ดินแดนหรือประเทศที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ร่วมและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
- บ้านของบุคคลคนเดียว
- สถานที่พักชั่วคราว
ดูคำตอบ
ดินแดนหรือประเทศที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ร่วมและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
planning Indian independence behind closed doors. สำนวน
2:32และวางแผนเอกราชของอินเดียอยู่หลังประตูที่ปิดตาย
Following riots in 1946 and 1947: การเปิดประโยคแบบทางการด้วย Following + เหตุการณ์
ในที่นี้ Following เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “หลังจาก” นามวลี riots in 1946 and 1947 เป็นกรรมของคำนี้ และวลีเปิดประโยคทั้งหมดบอกผู้อ่านว่าการกระทำถัดมาเกิดขึ้นเมื่อใดและมีเหตุการณ์ใดเป็นภูมิหลัง การวาง Following + เหตุการณ์ ไว้ต้นประโยคช่วยให้งานข่าวและการเล่าประวัติศาสตร์เดินจากเหตุการณ์ก่อนหน้าไปสู่การตอบสนองที่ตามมา ลำดับนี้อาจชวนให้เห็นความเชื่อมโยง แต่ Following เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าเหตุจลาจลเป็นสาเหตุโดยตรงของการถอนตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคข่าวแบบเป็นทางการด้วยคำบุพบทลงท้าย -ing ที่หมายถึง “หลังจาก”:____ the safety inspection, the school reopened.
ดูคำตอบ
Following
expedited their retreat: เร่งการถอนตัวด้วยภาษาทางการ
expedited their retreat หมายถึง “ทำให้การถอนตัวของพวกเขาเกิดขึ้นเร็วขึ้น” ในที่นี้ expedite เป็นสกรรมกริยา โดยฝ่ายอังกฤษเป็นผู้กระทำ และ their retreat คือการกระทำที่ถูกเร่ง ในบริบททางการเมืองและประวัติศาสตร์นี้ retreat หมายถึงการถอนตัวออกจากตำแหน่งหรือดินแดน ไม่ใช่การเดินทางหรือสถานที่พักผ่อน วลีนี้เป็นภาษาทางการที่เหมาะกับการรายงานการดำเนินการขององค์กรหรือรัฐบาล
แบบฝึกหัด
expedited their retreat ในตัวอย่างหมายถึงอะไร
- ทำให้การถอนตัวของพวกเขาเกิดเร็วขึ้น
- ส่งพวกเขาไปยังสถานที่พักผ่อน
- เลื่อนการถอนตัวของพวกเขาออกไป
ดูคำตอบ
ทำให้การถอนตัวของพวกเขาเกิดเร็วขึ้น
planning Indian independence behind closed doors: กระบวนการวางแผนที่ไม่เปิดเผย
behind closed doors เป็นสำนวนที่หมายถึงการดำเนินการเป็นการส่วนตัว โดยสาธารณชน สื่อ หรือบุคคลภายนอกอื่น ๆ ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง สำนวนนี้ขยาย planning ดังนั้นประโยคจึงบอกว่ากระบวนการวางแผนไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ เมื่อใช้กับการตัดสินใจทางการเมืองหรือขององค์กร สำนวนนี้มักสื่อมากกว่าแค่ความเป็นส่วนตัว เพราะอาจแฝงความลับหรือการขาดความโปร่งใส ประเด็นสำคัญคือใครถูกกันออกไป ไม่ใช่ว่าประตูถูกปิดจริงหรือไม่
แบบฝึกหัด
behind closed doors ในตัวอย่างสื่อถึงอะไร
- ผู้วางแผนยืนอยู่หลังประตูโดยตรง
- การวางแผนถูกถ่ายทอดต่อสาธารณะ
- การวางแผนไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ
ดูคำตอบ
การวางแผนไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ
and be partitioned into Hindu India and Muslim Pakistan, การใช้คำ
2:41และจะถูกแบ่งเป็นอินเดียของชาวฮินดูและปากีสถานของชาวมุสลิม
announced that India would gain ... and be partitioned into ...: ประกาศว่าอินเดียจะได้รับ……และจะถูกแบ่งเป็น……
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาของ announced ภายในอนุประโยคนี้ India เป็นประธานของผลลัพธ์สองอย่างที่เชื่อมกัน ได้แก่ would gain independence by August และ would be partitioned into Hindu India and Muslim Pakistan ส่วนที่สองใช้ would ร่วมกับส่วนแรก ดังนั้นรูปเต็มคือ would be partitioned คำว่า gain เป็นรูปกระทำ หมายถึงอินเดียได้รับเอกราช ส่วน be partitioned เป็นรูปถูกกระทำ หมายถึงอินเดียเป็นฝ่ายถูกแบ่ง ไม่ได้เป็นฝ่ายแบ่งสิ่งอื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ rename: The committee announced that the hall would reopen in September and ____ after a local scientist.
ดูคำตอบ
be renamed
be partitioned into Hindu India and Muslim Pakistan: ถูกแบ่งอย่างเป็นทางการออกเป็น
ในที่นี้ partition เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการ หมายถึง “แบ่งประเทศหรือดินแดนออกเป็นหน่วยทางการเมืองที่แยกจากกัน” โครงสร้างกรรมวาจก be partitioned into ใช้ระบุหน่วยที่เกิดขึ้นหลังการแบ่ง Hindu India and Muslim Pakistan เป็นคำเรียกทางประวัติศาสตร์แบบย่อที่อิงกับกลุ่มศาสนาซึ่งคาดว่าจะเป็นประชากรส่วนใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าแต่ละประเทศมีคนอยู่เพียงศาสนาเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ partition ที่หมายถึง “ถูกแบ่งอย่างเป็นทางการออกเป็น”: After the treaty, the territory was ____ two administrative regions.
ดูคำตอบ
partitioned into
but gave little explanation of how exactly this would happen. น้ำเสียง/เจตนา
2:45แต่แทบไม่ได้อธิบายเลยว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร
the British viceroy announced: อุปราชอังกฤษประจำอินเดียประกาศ
viceroy คือเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ปกครองดินแดนในนามของพระมหากษัตริย์ ในที่นี้ the British viceroy หมายถึงหัวหน้าฝ่ายปกครองอาณานิคมของอังกฤษในอินเดีย ไม่ใช่ผู้ช่วยทั่วไปหรือประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะเจ้าหน้าที่คนนี้เป็นผู้ประกาศแผนดังกล่าว ประโยคจึงนำเสนอเอกราชและการแบ่งดินแดนว่าเป็นมาตรการที่ประกาศโดยอำนาจอาณานิคมซึ่งปกครองอยู่ในเวลานั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the British viceroy หมายถึงใคร
- ผู้แทนอาณานิคมระดับสูงสุดของอังกฤษในอินเดีย
- ผู้นำทางศาสนาคนหนึ่งในปากีสถาน
- ประธานาธิบดีอินเดียที่มาจากการเลือกตั้งหลังได้รับเอกราช
ดูคำตอบ
ผู้แทนอาณานิคมระดับสูงสุดของอังกฤษในอินเดีย
gave little explanation of how exactly this would happen: แทบไม่ได้อธิบายว่าจะเกิดขึ้นอย่างไร
Give little explanation of something หมายถึง “แทบไม่ได้ให้คำอธิบายที่เพียงพอเกี่ยวกับบางเรื่อง” ในที่นี้ little ขยาย explanation ที่ใช้เป็นคำนามนับไม่ได้ และมีความหมายเชิงลบว่าปริมาณคำอธิบายไม่เพียงพอ How exactly this would happen ระบุว่าข้อมูลส่วนใดที่ขาดหายไป exactly เรียกร้องรายละเอียดที่ชัดเจน ส่วน would มองกระบวนการในอนาคตจากช่วงเวลาที่มีการประกาศก่อนหน้านั้น เมื่อใช้ร่วมกับ but ทั้งประโยคจึงวิจารณ์ช่องว่างระหว่างประกาศกับคำอธิบาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดวิจารณ์ว่าองค์กรแทบไม่ได้ให้เหตุผลที่เพียงพอสำหรับการขึ้นค่าธรรมเนียม
- The organization gave a detailed explanation of why the fee increased.
- The organization gave a little explanation of why the fee increased.
- The organization gave little explanation of why the fee increased.
ดูคำตอบ
The organization gave little explanation of why the fee increased.
Using outdated maps ...: ใช้วลี -ing ต้นประโยคเพื่อวางกรอบให้การกระทำหลัก
Using นำหน้าวลี participial ที่อยู่ต้นประโยค ไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์ วลีนี้ขยายการกระทำหลักที่ตามมา คือ drew a border และบอกว่าคณะกรรมการทำงานโดยอาศัยข้อมูลและความรู้ระดับใด เนื่องจากวลีนี้ไม่ได้ระบุประธานของตัวเอง ประธานโดยนัยจึงมาจากประธานของประโยคหลักที่ตามมา คือ boundary committee รายการสามอย่างที่วางขนานกัน ได้แก่ แผนที่ล้าสมัย ตัวเลขสำมะโนที่ไม่ถูกต้อง และความรู้ในพื้นที่เพียงเล็กน้อย ถูกนำมาไว้ก่อนเหตุการณ์หลักเพื่อเน้นข้อบกพร่องของข้อมูล โครงสร้างนี้ช่วยย่อเงื่อนไขที่เป็นปัญหาไว้ต้นประโยค และชี้นำให้ผู้ฟังมองว่าการกระทำต่อมามีข้อมูลรองรับไม่เพียงพอ
แบบฝึกหัด
วลี Using ที่ต้นประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าแผนที่เป็นผู้ทำการกระทำหลัก
- สร้างประโยคหลักที่สมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง
- บอกเงื่อนไขและข้อมูลที่อยู่เบื้องหลังการกระทำหลักที่ตามมา
ดูคำตอบ
บอกเงื่อนไขและข้อมูลที่อยู่เบื้องหลังการกระทำหลักที่ตามมา
in a mere 5 weeks: เน้นว่าใช้เวลาสั้นอย่างน่าประหลาดใจ
ในที่นี้ mere ที่อยู่หน้า 5 weeks หมายถึง “เพียง” หรือ “ไม่เกิน” in a mere 5 weeks ไม่ได้บอกแค่ระยะเวลา แต่ยังประเมินด้วยว่าเวลานั้นสั้นอย่างน่าประหลาดสำหรับการลากเส้นเขตแดน ในบริบทนี้ mere ไม่ได้หมายถึง “บริสุทธิ์” เมื่อใช้กับปริมาณ ตัวเลข หรือระยะเวลา คำนี้จะดึงความสนใจไปที่ความน้อยหรือความจำกัดของปริมาณนั้น
แบบฝึกหัด
mere เพิ่มความหมายอะไรใน “They completed the review in a mere two days”?
- แสดงว่างานนี้ใช้เวลามากกว่าสองวัน
- หมายความว่าสองวันนั้นดำเนินไปโดยไม่มีการหยุดพัก
- มองว่าสองวันเป็นช่วงเวลาที่สั้นอย่างน่าประหลาดใจ
ดูคำตอบ
มองว่าสองวันเป็นช่วงเวลาที่สั้นอย่างน่าประหลาดใจ
drew a border: กำหนดเขตแดนอย่างเป็นทางการ
ในบริบทภูมิศาสตร์การเมืองนี้ drew a border หมายถึงการตัดสินใจและกำหนดอย่างเป็นทางการว่าเส้นเขตแดนจะพาดผ่านตรงไหน คำว่า draw ยังมีภาพของการลากเส้นอยู่ แต่ในที่นี้หมายถึงการกำหนดเขตแดน ไม่ใช่การวาดภาพเพื่อศิลปะ วลีที่นำไปใช้ต่อได้อย่าง draw a border ใช้บรรยายว่าหน่วยงาน ข้อตกลง หรือผู้มีอำนาจตัดสินใจเป็นผู้กำหนดเส้นแบ่งระหว่างสองพื้นที่
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “กำหนดเขตแดน”: The negotiators had to ____ between the two regions.
ดูคำตอบ
draw a border
dividing three provinces ...: อนุประโยค -ing ที่แสดงผลลัพธ์
dividing three provinces under direct British rule เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่เชื่อมกับประโยคหลักก่อนหน้า คือ the boundary committee drew a border โดยแสดงผลโดยตรงของการกระทำนั้น กล่าวคือ การกำหนดเขตแดนทำให้สามจังหวัดถูกแบ่ง คำว่า dividing ตรงนี้ไม่ใช่กริยาที่ผันตามกาล จึงไม่ใช่ประโยคหลักที่อยู่ได้ด้วยตัวเอง ภายในวลีนี้ three provinces เป็นกรรมของ dividing และ under direct British rule ใช้ระบุว่าหมายถึงจังหวัดใด จากนั้นเครื่องหมายโคลอนจะนำเข้าสู่รายชื่อจังหวัด
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The company combined two teams, creating a single support unit,' อนุประโยค -ing ทำหน้าที่อะไร
- บอกว่าหน่วยสนับสนุนเป็นผู้รวมสองทีมเข้าด้วยกัน
- บอกผลโดยตรงของการรวมสองทีมเข้าด้วยกัน
- เริ่มประโยคหลักใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อความก่อนหน้า
ดูคำตอบ
บอกผลโดยตรงของการรวมสองทีมเข้าด้วยกัน
but also factors like location and population percentages. ลำดับความ
3:08แต่ก็รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น สถานที่ตั้งและเปอร์เซ็นต์ของประชากร
take into account where...were majorities: นำการกระจายตัวของประชากรส่วนใหญ่มาพิจารณา
take into account หมายถึง “นำสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาพิจารณาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจหรือประเมิน” ในประโยคนี้ กรรมคืออนุประโยค wh ที่ว่า where Hindus and Muslims were majorities โดยกระบวนการกำหนดพรมแดนได้พิจารณาว่าพื้นที่ใดมีชาวฮินดูหรือชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ ประธานทางไวยากรณ์ The border เป็นการพูดแบบย่อถึงวิธีที่พรมแดนถูกกำหนดขึ้น เพราะตัวพรมแดนเองไม่สามารถคิดพิจารณาได้จริง ๆ ส่วน account ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว ไม่ได้หมายถึง “บัญชีธนาคาร”
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “พิจารณาเป็นปัจจัย” ให้ถูกต้อง: Before choosing a campsite, ____ where the nearest water source is.
ดูคำตอบ
take into account
but also factors like location and population percentages: เพิ่มปัจจัยอื่นในการพิจารณา
ในที่นี้ but also นำเสนอข้อมูลชุดที่สองซึ่งยังอยู่ภายใต้ took into account ประโยคกล่าวก่อนว่าแต่ละกลุ่มศาสนาเป็นประชากรส่วนใหญ่ที่ใด แล้วจึงเพิ่มที่ตั้งและสัดส่วนประชากรเป็นปัจจัยอื่น ๆ But ไม่ได้ปฏิเสธปัจจัยแรก แต่แก้ความเข้าใจที่อาจเกิดขึ้นว่าปัจจัยแรกเป็นปัจจัยเพียงอย่างเดียว ดังนั้นโครงสร้างข้อมูลคือ “พิจารณา A แต่ก็พิจารณา B ด้วย” แม้จะไม่ได้ใช้คำว่า only โดยตรง แต่เป็นการแย้งมุมมองที่แคบเกินไป
แบบฝึกหัด
but also ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าที่ตั้งและสัดส่วนประชากรเป็นปัจจัยเพียงอย่างเดียว
- เพิ่มปัจจัยอื่นโดยไม่ยกเลิกปัจจัยที่กล่าวถึงไปแล้ว
- แทนที่ปัจจัยก่อนหน้าด้วยปัจจัยที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
เพิ่มปัจจัยอื่นโดยไม่ยกเลิกปัจจัยที่กล่าวถึงไปแล้ว
If ... bordered ..., it would be included: การอธิบายกฎในอดีต
ในประโยคนี้ if ใช้ตั้งกรณีสมมติเพื่ออธิบายกฎการกำหนดเขตแดนในอดีต bordered เป็นรูปอดีตธรรมดาในอนุประโยค if ส่วน would be included แสดงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามกฎนั้น be included เป็นรูปถูกกระทำ เพราะพื้นที่เป็นฝ่ายที่ได้รับผลจากการตัดสินใจ โครงสร้าง if + อดีตธรรมดา, ... would + กริยารูปพื้นฐาน สามารถใช้บอกกฎแบบมีเงื่อนไขจากมุมมองในอดีตได้ ในที่นี้ไม่ได้เป็นการคาดการณ์ปัจจุบันหรืออนาคต และ bordered หมายถึง “มีพรมแดนติดกับ”
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับโครงสร้างเงื่อนไขในประโยคนี้มากที่สุด? If a village met both requirements, it would be added to the protected list.
- กล่าวขออย่างสุภาพให้เพิ่มหมู่บ้านเข้าไป
- รายงานว่าหมู่บ้านถูกเพิ่มเข้าไปอย่างแน่นอนก่อนตรวจสอบเงื่อนไข
- อธิบายผลที่คาดว่าจะเกิดกับกรณีสมมติภายใต้กฎในอดีต
ดูคำตอบ
อธิบายผลที่คาดว่าจะเกิดกับกรณีสมมติภายใต้กฎในอดีต
But if ... it might ...: การนำเสนอผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอนมากขึ้น
But แสดงความขัดแย้งกับกฎก่อนหน้าและนำเสนอเงื่อนไขที่ทำให้กฎนั้นซับซ้อนขึ้น แทนที่จะทำให้กฎแรกดูเหมือนใช้ได้โดยอัตโนมัติ ประโยคนี้เพิ่มอีกกรณีหนึ่งที่พื้นที่ซึ่งมีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่โดยรอบอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป might become แสดงว่าผลลัพธ์นี้เป็นเพียงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้รับการรับรองว่าจะเกิดแน่นอน ในการอธิบายประวัติศาสตร์นี้ might สื่อความไม่แน่นอน ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายบอกเวลาในอดีต
แบบฝึกหัด
ประโยคที่สองในคู่นี้ทำหน้าที่อะไร? If the road met the standard, it would reopen. But if the bridge was still unsafe, it might remain closed.
- กล่าวกฎเดิมซ้ำพร้อมผลลัพธ์ที่รับรองว่าจะเกิดขึ้น
- เพิ่มเงื่อนไขที่ขัดแย้งกันและนำเสนอผลลัพธ์ที่มีความแน่นอนน้อยลง
- เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
เพิ่มเงื่อนไขที่ขัดแย้งกันและนำเสนอผลลัพธ์ที่มีความแน่นอนน้อยลง
had to choose which ... to join: ต้องเลือกว่าจะเข้าร่วมฝ่ายใด
had to choose แสดงถึงความจำเป็นในอดีตที่เกิดจากสถานการณ์ ไม่ได้เพียงบอกว่ามีการเลือกเกิดขึ้น ในที่นี้ รัฐเจ้าผู้ครองนครใกล้ชายแดนจำเป็นต้องตัดสินใจระหว่างการเข้าร่วมกับอินเดียหรือปากีสถานในช่วงการแบ่งแยกประเทศ which of the new nations to join เป็นเนื้อหาของสิ่งที่ต้องเลือกหลัง choose โครงสร้างนี้เป็นรูปคำแสดงคำถาม + to-infinitive ที่ฝังอยู่ในประโยค: choose + ตัวเลือกที่ขึ้นต้นด้วย which + to + กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงได้ถูกต้องว่าในอดีตจำเป็นต้องเลือกจากหลายตัวเลือก
- The council had to choose which regional alliance did it join.
- The council had to choosing which regional alliance to join.
- The council had to choose which regional alliance to join.
ดูคำตอบ
The council had to choose which regional alliance to join.
losing their sovereignty in the process: สูญเสียอธิปไตยในกระบวนการนั้น
อนุประโยค -ing คือ losing their sovereignty เพิ่มผลที่เกิดจากการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ ขณะที่รัฐเหล่านี้เลือกว่าจะเข้าร่วมกับชาติใด พวกเขาก็สละอำนาจในการปกครองตนเองอย่างเป็นอิสระด้วย in the process ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำก่อนหน้า และหมายถึง “ขณะที่ทำสิ่งนั้น” หรือ “ในฐานะส่วนหนึ่งของสิ่งที่เกิดขึ้น” มักใช้เพื่อนำเสนอผลข้างเคียงที่เกิดร่วมกัน แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้บอกว่าผลนั้นเกิดขึ้นโดยตั้งใจหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่เชื่อมผลข้างเคียงเข้ากับการกระทำก่อนหน้า: Leo repaired the shelf but scratched the wall ____.
ดูคำตอบ
in the process
Hindus and Muslims began moving to areas where they thought they'd be a part of the religious majority, วลี
3:34ชาวฮินดูและมุสลิมก็เริ่มย้ายไปยังพื้นที่ที่พวกเขาคิดว่าตนจะเป็นส่วนหนึ่งของชนกลุ่มใหญ่ทางศาสนา
While the boundary committee worked...: ฉากหลังของเหตุการณ์ที่เกิดพร้อมกัน
ในประโยคนี้ While หมายถึง “ในช่วงเวลาที่…” อนุประโยคที่มี while ทำหน้าที่วางฉากหลังด้านเวลาให้เหตุการณ์หลัก โดยงานของคณะกรรมการและการย้ายถิ่นของผู้คนกำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน while ในที่นี้บอกเวลา ไม่ได้แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกันในความหมายแบบ although โครงสร้างนี้ใช้วางเหตุการณ์หนึ่งที่กำลังดำเนินอยู่เป็นฉากหลัง แล้วกล่าวถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันในประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง While แสดงความสัมพันธ์แบบใด
- การกระทำหนึ่งสิ้นสุดก่อนอีกการกระทำหนึ่ง
- การกระทำสองอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
- ความหมายเชิงยอมรับข้อขัดแย้งแบบ although
ดูคำตอบ
การกระทำสองอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
began moving to areas where they thought...: จุดหมายและความคาดหวัง
กริยาวลีหลัก began moving to areas บอกว่าการย้ายถิ่นเริ่มขึ้นและระบุจุดหมาย ส่วน where they thought they'd be a part of the religious majority เป็นอนุประโยคขยาย areas ไม่ใช่ประโยคหลักประโยคใหม่ ภายในอนุประโยคสัมพันธ์นี้ thought แสดงว่าคำอธิบายดังกล่าวเป็นความเชื่อของผู้ที่ย้ายถิ่น และ they'd หมายถึง they would ส่วน Would มองไปยังอนาคตจากจุดที่พวกเขาคิดในอดีต กล่าวคือ พวกเขาคาดว่าจะอยู่ในกลุ่มศาสนาที่เป็นคนส่วนใหญ่ในจุดหมายนั้น แต่ข้อความไม่ได้ยืนยันว่าความคาดหวังนี้เป็นข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
where they thought they'd be a part of the religious majority ทำหน้าที่อะไรในประโยค
- กล่าวถึงเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งที่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้น
- บรรยายพื้นที่ที่เป็นจุดหมายและบอกสิ่งที่ผู้ย้ายถิ่นคาดหวัง
- บอกว่าคณะกรรมการเขตแดนทำแผนที่เสร็จเมื่อใด
ดูคำตอบ
บรรยายพื้นที่ที่เป็นจุดหมายและบอกสิ่งที่ผู้ย้ายถิ่นคาดหวัง
but they couldn't be sure: การจำกัดความคาดหมายก่อนหน้า
อนุประโยค couldn't be sure หมายถึงพวกเขามีข้อมูลไม่พอที่จะมั่นใจ ในที่นี้ sure หมายถึง “แน่ใจ” ไม่ใช่ “ปลอดภัย” และ couldn't สื่อว่าไม่สามารถทำได้ ไม่ใช่ไม่เต็มใจ but ที่ขึ้นต้นประโยคจำกัดความคาดหมายที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ในบริบทนี้ เขตแดนใหม่ยังไม่ได้ประกาศ ดังนั้นการหักมุมสั้น ๆ นี้จึงบอกว่าการตัดสินใจของผู้คนตั้งอยู่บนข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ และเพิ่มความรู้สึกไม่แน่นอนกับความเสี่ยง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ไม่อาจแน่ใจได้”: The forecast looked promising, but they ____ it would stay dry.
ดูคำตอบ
couldn't be sure
Families divided themselves: การแยกจากกันภายใต้ภัยคุกคาม
วลีสะท้อนกลับ divided themselves หมายถึงแต่ละครอบครัวแยกสมาชิกของตนไปอยู่คนละกลุ่มหรือคนละที่ Themselves ย้อนกลับไปหา Families จึงไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไปแบ่งกลุ่มอื่น แม้รูปไวยากรณ์จะเป็นฝ่ายกระทำ แต่เหตุผลที่ตามมาแสดงว่านี่เป็นการเอาตัวรอดภายใต้ภัยคุกคาม ไม่ใช่การตัดสินใจสบาย ๆ หรือเสรีอย่างแท้จริง ในเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่กว้างขึ้น divided ยังสะท้อนการแบ่งดินแดนทางการเมืองด้วย การแบ่งอาณาเขตถูกสะท้อนผ่านการพลัดพรากของครอบครัว ดังนั้นคำกริยาง่าย ๆ นี้จึงสื่อความหมายหนักหน่วงว่าครอบครัวถูกฉีกออกจากกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Families divided themselves สื่อความหมายใดเด่นชัดที่สุด
- ครอบครัวพิสูจน์ว่าพื้นที่นั้นปลอดภัย
- ครอบครัวแบ่งทีมกันอย่างสบาย ๆ เพื่อทำกิจกรรม
- สมาชิกครอบครัวแยกย้ายกันเพื่อเอาตัวรอดจากภัยคุกคาม
ดูคำตอบ
สมาชิกครอบครัวแยกย้ายกันเพื่อเอาตัวรอดจากภัยคุกคาม
fearing sexual violence: อนุประโยค -ing ที่บอกเหตุผล
fearing sexual violence เป็นอนุประโยค -ing ที่ให้ข้อมูลเสริม ในประโยคเต็ม ส่วนนี้อธิบายว่าเหตุใดครอบครัวจึงทำการกระทำหลัก นั่นคือพวกเขาลงมือทำเพราะกลัวความรุนแรงทางเพศ อนุประโยคนี้ไม่ใช่เหตุการณ์หลักอีกเหตุการณ์หนึ่ง ประธานที่ละไว้คือคนกลุ่มเดียวกับผู้ที่ทำกริยาในประโยคหลัก ดังนั้นรูปแบบนี้จึงใช้เสริมเหตุผลอย่างกระชับในข่าวและงานเขียนเชิงประวัติศาสตร์ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing เพื่ออธิบายว่าเหตุใดช่างเทคนิคจึงบันทึกงานของตนไว้
- The technicians saved their work, causing a power outage.
- The technicians saved their work after a power outage.
- Fearing a power outage, the technicians saved their work.
ดูคำตอบ
Fearing a power outage, the technicians saved their work.
Parents sent young daughters and wives to regions they perceived to be safe. วลี
3:45พ่อแม่ส่งลูกสาววัยรุ่นและภรรยาไปยังภูมิภาคที่พวกเขาคิดว่าปลอดภัย
sent ... to regions they perceived to be safe: ส่งไปยังภูมิภาคที่พวกเขาเห็นว่าปลอดภัย
sent someone to a place หมายถึงจัดการหรือทำให้บุคคลหนึ่งเดินทางไปยังสถานที่หนึ่ง ในที่นี้ พ่อแม่ย้ายลูกสาววัยเยาว์และภรรยาไปยังภูมิภาคอื่นเพื่อเป็นมาตรการปกป้อง อนุประโยค they perceived to be safe ขยาย regions รูปเต็มคือ regions that they perceived to be safe โดยละสรรพนามเชื่อมความที่ทำหน้าที่เป็นกรรมอย่าง that ไว้ โครงสร้าง perceive + object + to be + adjective หมายถึงตัดสินหรือเชื่อว่ากรรมนั้นมีคุณสมบัติดังกล่าว perceived to be safe แสดงว่าความปลอดภัยเป็นการประเมินของพ่อแม่ ไม่ใช่การรับประกันว่าภูมิภาคเหล่านั้นปลอดภัยจริง
แบบฝึกหัด
"a shelter they perceived to be safe" บอกอะไรเรา
- พวกเขาส่งตัวที่พักพิงเองไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
- มีการพิสูจน์อย่างเป็นทางการแล้วว่าที่พักพิงปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
- พวกเขาเชื่อว่าที่พักพิงปลอดภัย แต่วลีนี้ไม่ได้รับประกันว่าปลอดภัยจริง
ดูคำตอบ
พวกเขาเชื่อว่าที่พักพิงปลอดภัย แต่วลีนี้ไม่ได้รับประกันว่าปลอดภัยจริง
wasn't revealed until ...: ใช้ not ... until บอกเหตุการณ์ที่เกิดล่าช้า
โครงสร้าง not ... until หมายความว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นก่อนเวลาที่ระบุ และเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลานั้น ในที่นี้ wasn't revealed until August 17th, 1947 หมายความว่าแผนที่ยังไม่ถูกเปิดเผยก่อนวันที่ดังกล่าว และถูกเปิดเผยในวันนั้น วลีกริยาเชิงปฏิเสธอยู่หน้า until และ until ใช้ระบุขอบเขตเวลา โครงสร้างนี้มักใช้เน้นความล่าช้าหรือเหตุการณ์ที่เกิดช้ากว่าที่คาดไว้
แบบฝึกหัด
ใช้ทั้งสามส่วน wasn't, released และ until เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The final schedule ____ Friday.
ดูคำตอบ
wasn't released until
2 days after independence: เติมช่วงเวลาที่มีความหมาย
2 days after independence เป็นวลีบอกเวลาเชิงสัมพันธ์แบบกระชับ โดยวางเหตุการณ์เปิดเผยแผนที่ไว้หลังการประกาศเอกราชสองวัน คำว่า after บอกลำดับเวลา ไม่ได้บอกสาเหตุ เมื่อวางวลีนี้ต่อจากวันที่ที่แน่นอน วันที่ตามปฏิทินจะกลายเป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย วลีนี้ทำให้ผู้ฟังสังเกตว่าประเทศประกาศเอกราชแล้ว แต่แผนที่ใหม่ยังไม่ถูกเปิดเผย จึงช่วยเน้นความล่าช้า
แบบฝึกหัด
2 days after independence ทำหน้าที่อะไรในการเล่าเรื่องนี้?
- วลีนี้บอกช่วงเวลาระหว่างการประกาศเอกราชกับการเปิดเผยแผนที่
- วลีนี้บอกว่าการประกาศเอกราชเป็นสาเหตุโดยตรงให้เปิดเผยแผนที่
- วลีนี้บอกว่าการประกาศเอกราชดำเนินอยู่นานสองวัน
ดูคำตอบ
วลีนี้บอกช่วงเวลาระหว่างการประกาศเอกราชกับการเปิดเผยแผนที่
The provinces of Punjab and Bengal became the geographically separated East and West Pakistan. ไวยากรณ์
3:56มณฑลปัญจาบและเบงกอลกลายเป็นปากีสถานตะวันออกและตะวันตกที่แยกจากกันทางภูมิศาสตร์
became + นามวลี: แสดงอัตลักษณ์ทางการเมืองใหม่
ในที่นี้ became เชื่อมประธานเข้ากับนามวลีที่บอกอัตลักษณ์ทางการเมืองใหม่ ประโยคกล่าวถึงแคว้นเหล่านี้ว่าได้กลายเป็นดินแดนสองส่วนที่เรียกว่า East and West Pakistan รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + become + นามวลี โดยไม่เติม to หน้านามวลี geographically separated ขยาย East and West Pakistan หมายถึงทั้งสองส่วนไม่ได้เชื่อมต่อกันทางภูมิศาสตร์ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางการเมืองต่อกัน
แบบฝึกหัด
เติมรูปอดีตของ become: After the reorganization, the two districts ____ separate provinces.
ดูคำตอบ
became
The rest became Hindu majority India.
4:01ส่วนที่เหลือกลายเป็นประเทศอินเดียที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวฮินดู
millions of Hindus and Sikhs living in Pakistan left for India, วลี
4:06ชาวฮินดูและชาวซิกข์หลายล้านคนที่อาศัยอยู่ในปากีสถานได้ออกเดินทางไปยังอินเดีย
In a period of 2 years ... left for India: กำหนดกรอบเวลา ขนาด และการเคลื่อนย้าย
In a period of 2 years กำหนดกรอบเวลาสองปีก่อนเข้าสู่ประโยคหลัก Millions of บอกขนาดของเหตุการณ์ living in Pakistan ระบุว่ากำลังกล่าวถึงคนกลุ่มใด และ left for India บอกการเคลื่อนย้าย ลำดับแบบ กรอบเวลา + ขนาด/กลุ่มคน + เหตุการณ์ ช่วยสรุปการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ให้กระชับ Left for India หมายถึงออกเดินทางเพื่อไปอินเดีย ในโครงสร้าง leave for + จุดหมาย for ชี้ไปยังจุดหมายปลายทาง ไม่ได้หมายความว่าอินเดียเป็นสถานที่ที่พวกเขาจากมา
แบบฝึกหัด
วลีเปิด In a period of 2 years ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- กำหนดกรอบเวลาสองปีให้กับการอพยพที่กล่าวถึงต่อจากนั้น
- บอกว่าอินเดียเป็นสถานที่ที่พวกเขาจากมา
- บอกว่าผู้อพยพอยู่ในอินเดียเป็นเวลาสองปีพอดี
ดูคำตอบ
กำหนดกรอบเวลาสองปีให้กับการอพยพที่กล่าวถึงต่อจากนั้น
left for India: leave for + จุดหมายปลายทาง
ใน left for India คำว่า left เป็นรูปอดีตของ leave และ for ใช้นำหน้าจุดหมาย วลีนี้หมายความว่าคนเหล่านั้นออกจากสถานที่ที่อยู่และมุ่งหน้าไปอินเดีย โดย for ในที่นี้ไม่ได้บอกเหตุผล living in Pakistan ขยาย Hindus and Sikhs และบอกว่าคนเหล่านั้นเคยอาศัยอยู่ที่ไหน ส่วนการกระทำหลักในอดีตของประโยคคือ left for India
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ leave for: We ____ the airport at six this morning.
ดูคำตอบ
left for
while Muslims living in India fled villages where their families had lived for centuries. โน้ต
4:10ในขณะที่ชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในอินเดียต้องหนีออกจากหมู่บ้านที่ครอบครัวของพวกเขาอาศัยอยู่มานานหลายศตวรรษ
while ... fled villages: วางการเคลื่อนย้ายสองแบบให้ขนานและตัดกัน
ในที่นี้ while นำอนุประโยคที่สองมาเรียงคู่กับอนุประโยคก่อนหน้า รูปแบบที่สอดคล้องกัน คือชุมชนหนึ่งอาศัยอยู่ในประเทศหนึ่งแล้วเคลื่อนย้ายออกไป ส่วนอีกชุมชนอาศัยอยู่ในอีกประเทศหนึ่งแล้วหลบหนี ทำให้เปรียบเทียบการเคลื่อนย้ายทั้งสองได้ง่าย ดังนั้น while ในที่นี้จึงมีทั้งความหมายว่า “ในเวลาเดียวกัน” และ “ในทางตรงกันข้าม” ใกล้เคียงกับ whereas โดยใช้จัดระเบียบข้อมูลที่ขนานกัน ไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่แน่นอนเพียงจุดเดียว
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'Sales rose in the north, while they fell in the south,' หน้าที่หลักของ while คืออะไร
- เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ขนานกันและเน้นความแตกต่าง
- ระบุเวลาที่แน่นอนซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งสองเริ่มขึ้น
- อธิบายว่าเหตุใดยอดขายในภาคเหนือจึงเพิ่มขึ้น
ดูคำตอบ
เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ขนานกันและเน้นความแตกต่าง
fled villages where...: flee + สถานที่ + อนุประโยค where
fled เป็นรูปอดีตของ flee ในที่นี้หมายถึงหนีออกจากหมู่บ้านเพราะการอยู่ต่อเป็นอันตรายหรือไม่ปลอดภัย จึงมีน้ำหนักมากกว่า left ที่เพียงแปลว่าออกจาก flee ใช้เป็นกริยาที่รับกรรมได้ ดังนั้น fled villages จึงระบุสถานที่ที่หนีออกมาโดยตรง ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where ขยาย villages และบอกว่าครอบครัวของพวกเขาอาศัยอยู่ที่นั่นมาหลายศตวรรษ ทำให้การจากไปดูเป็นสิ่งที่ถูกบังคับและกระทบชีวิตอย่างรุนแรง
แบบฝึกหัด
เติมรูปอดีตของ flee เพื่อแสดงการหนีจากอันตราย: During the wildfire, residents ____ the town.
ดูคำตอบ
fled
and Karachi emptied of old residents and filled with refugees. วลี
4:19และการาจี ว่างเปล่าจากผู้อยู่อาศัยเดิม และเต็มไปด้วยผู้ลี้ภัย
The cities ... emptied of ... and filled with ...: ใช้สถานที่เป็นประธาน
ประโยคนี้ใช้เมืองต่าง ๆ เป็นประธานทางไวยากรณ์แทนที่จะใช้คนแต่ละคน Emptied of old residents หมายถึงผู้อยู่อาศัยที่อยู่มานานได้จากไป ส่วน filled with refugees หมายถึงผู้พลัดถิ่นจำนวนมากเดินทางเข้ามา รูปแบบที่ใช้สถานที่เป็นประธานนี้ย่อการเคลื่อนย้ายประชากรขนาดใหญ่สองทิศทางให้อยู่ในโครงสร้างที่สมดุล คือเมืองว่างลงจากคนกลุ่มหนึ่งแล้วเต็มไปด้วยคนอีกกลุ่ม เมืองไม่ได้ตั้งใจลงมือทำสิ่งใด แต่การเปลี่ยนแปลงของประชากรถูกนำเสนอเป็นการเปลี่ยนแปลงของสถานที่เอง
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The cities emptied of old residents and filled with refugees. การใช้เมืองเป็นประธานให้ผลหลักอย่างไร?
- ย่อการจากไปของผู้อยู่อาศัยและการมาถึงของผู้ลี้ภัยให้เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับเมืองเพียงเรื่องเดียว
- บอกว่าเมืองต่าง ๆ ตั้งใจตัดสินใจเปลี่ยนผู้อยู่อาศัยของตน
- อธิบายการรื้อถอนและสร้างเมืองขึ้นใหม่ทางกายภาพ
ดูคำตอบ
ย่อการจากไปของผู้อยู่อาศัยและการมาถึงของผู้ลี้ภัยให้เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับเมืองเพียงเรื่องเดียว
emptied of A and filled with B: โครงสร้างคู่ขนานที่แสดงการแทนที่
ในที่นี้ emptied of และ filled with เป็นคู่โครงสร้างที่สมดุลกัน สถานที่ซึ่งไม่ได้กล่าวออกมาตรง ๆ สูญเสียคนกลุ่มหนึ่งก่อน คือผู้พักอาศัยเดิม แล้วจึงมีคนอีกกลุ่มเข้ามา คือผู้ลี้ภัย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ สถานที่ emptied of A and filled with B ซึ่งเน้นว่า A ถูกแทนที่ด้วย B old residents ในที่นี้หมายถึงคนที่อาศัยอยู่ที่นั่นมาก่อน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงผู้พักอาศัยสูงอายุ
แบบฝึกหัด
เติมบุพบทที่ถูกต้องเพื่อทำให้โครงสร้างคู่ขนานสมบูรณ์: After the show, the hall emptied ____ guests and filled ____ cleaners.
ดูคำตอบ
of · with
radicalized militias and local groups massacred migrants. การใช้คำ
4:26กลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงและกลุ่มท้องถิ่นได้สังหารหมู่ผู้อพยพ
the power vacuum ... left behind: สุญญากาศทางอำนาจที่ถูกทิ้งไว้
power vacuum เป็นคำเปรียบเทียบทางการเมือง หมายถึงสถานการณ์ที่ไม่มีผู้มีอำนาจฝ่ายใดควบคุมได้มากพอที่จะปกครองหรือรักษาความสงบ มักเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาล กองทัพ หรือผู้นำถอนตัวหรือล่มสลาย คำว่า British forces left behind ขยาย power vacuum โดยบอกว่าการถอนกำลังได้ทิ้งภาวะขาดการควบคุมนี้ไว้ ส่วน In the power vacuum... ที่ขึ้นต้นประโยคทำให้ความไม่มั่นคงดังกล่าวเป็นฉากหลังของความรุนแรงที่ตามมา
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The army withdrew, leaving a power vacuum,' คำว่า power vacuum หมายถึงอะไร?
- ห้องว่างที่ผู้นำทางการเมืองใช้
- ภาวะที่ขาดอำนาจหรือการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ
- การหยุดจ่ายไฟฟ้าชั่วคราว
ดูคำตอบ
ภาวะที่ขาดอำนาจหรือการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ
radicalized militias ... massacred migrants: กองกำลังสุดโต่งสังหารหมู่ผู้อพยพ
ในอนุประโยคนี้ radicalized ขยายคำว่า militias โดยบอกว่ากลุ่มติดอาวุธเหล่านี้ถูกผลักไปสู่ความเชื่อทางการเมืองแบบสุดโต่งหรือการใช้ความรุนแรง ส่วน militias หมายถึงกลุ่มติดอาวุธที่มักอยู่นอกกองทัพปกติ ขณะที่ local groups เพิ่มผู้ก่อเหตุอีกประเภทหนึ่ง massacred หมายถึงฆ่าคนจำนวนมากอย่างโหดร้าย โดยเหยื่อมักไม่สามารถป้องกันตนเองได้ คำนี้รุนแรงและเฉพาะเจาะจงกว่า killed มาก ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงหนักแน่นและเป็นทางการแบบที่พบในงานประวัติศาสตร์และข่าวความขัดแย้ง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ massacred มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด: 'The armed group massacred civilians in several villages'?
- ย้ายคนจำนวนมากไปยังที่ปลอดภัย
- สอบถามคนหลายคน
- ฆ่าคนจำนวนมากอย่างโหดร้าย
ดูคำตอบ
ฆ่าคนจำนวนมากอย่างโหดร้าย
bore the brunt of it: รับผลกระทบหนักที่สุด
Bear the brunt of something เป็นสำนวนที่หมายถึงรับผลกระทบที่เป็นอันตรายในส่วนที่มากที่สุดหรือโดยตรงที่สุด Bore เป็นรูปอดีตของ bear และ it ย้อนกลับไปหมายถึง violence ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า สำนวนนี้ระบุคนหรือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ไม่ใช่เพียงใครก็ตามที่ได้รับผลกระทบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ bear/bore the brunt of + เหตุการณ์ แรง หรือผลลัพธ์ที่เป็นอันตราย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ได้รับผลกระทบหนักที่สุด”: Small retailers ____ the sudden rent increase.
ดูคำตอบ
bore the brunt of
suffering rape and mutilation: อนุประโยค -ing ที่ระบุความเสียหายที่ได้รับ
อนุประโยค -ing suffering rape and mutilation ให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับผู้หญิงที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ประธานโดยนัยของ suffering คือผู้หญิงเหล่านั้น ส่วน rape and mutilation ระบุความรุนแรงที่พวกเธอต้องเผชิญ ในที่นี้ suffering เป็นกริยารูป -ing ที่ไม่ผันตามกาล ไม่ใช่กริยาหลักตัวใหม่ วลีนี้เชื่อมกับอนุประโยคหลักก่อนหน้าเพื่อระบุความเสียหายหรือผลร้ายที่เกิดขึ้นร่วมกันให้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ใน "The hikers reached the shelter, suffering from exhaustion," ข้อความ "suffering from exhaustion" ทำหน้าที่อะไร?
- ออกคำสั่งแก่นักเดินป่า
- เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสภาพที่นักเดินป่ากำลังเผชิญ
- นำเสนอประธานใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับนักเดินป่า
ดูคำตอบ
เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสภาพที่นักเดินป่ากำลังเผชิญ
Around 100,000 women were kidnapped and forced to marry their captors. โน้ต
4:37ผู้หญิงประมาณ 100,000 คนถูกลักพาตัวและบังคับให้แต่งงานกับผู้ที่จับพวกเธอไป
Around 100,000 women: around ใช้บอกจำนวนโดยประมาณ
ใน Around 100,000 women คำว่า around หมายถึง “ประมาณ” โดยวางไว้หน้าตัวเลขทันทีเพื่อบอกว่า 100,000 เป็นตัวเลขที่ปัดเศษหรือประมาณการ ไม่ใช่จำนวนที่แน่นอน วลี Around 100,000 women ทั้งหมดเป็นประธานของ were kidnapped ในข่าวและการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ รูปแบบนี้ช่วยบอกขนาดของเหตุการณ์พร้อมยอมรับว่าตัวเลขยังมีความไม่แน่นอน
แบบฝึกหัด
"Around" ใน "Around 50 people attended the workshop" หมายความว่าอะไร?
- ตรงทั้งหมดโดยไม่มีความไม่แน่นอน
- ประมาณ
- เป็นวงกลมรอบสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ
ประมาณ
were kidnapped and forced to marry: รูปถูกกระทำแบบเชื่อมกันที่ใช้กริยาช่วยร่วมกัน
were kidnapped and forced to marry ใช้รูปของ be เพียงรูปเดียวคือ were กับกริยารูปถูกกระทำที่เชื่อมกันสองคำ ได้แก่ were kidnapped และ were forced ผู้หญิงเป็นฝ่ายรับการกระทำทั้งสองอย่าง โครงสร้างนี้จึงเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเธอ ไม่ใช่คนที่ลงมือกระทำ ในโครงสร้าง be forced to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า forced หมายถึงการถูกทำให้ทำบางอย่างโดยไม่มีทางเลือกที่แท้จริง ในที่นี้ to marry คือการกระทำที่ถูกบังคับ ส่วน their captors หมายถึงคนที่ลักพาตัวหรือกักขังพวกเธอ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้กริยาช่วยของรูปถูกกระทำเพียงคำเดียวกับการกระทำสองอย่างที่คนงานเป็นฝ่ายได้รับได้อย่างถูกต้อง
- The workers were threatened and forced them to sign the document.
- The workers were threatened and forced to sign the document.
- The workers threatened and were forced signing the document.
ดูคำตอบ
The workers were threatened and forced to sign the document.
The problems created by partition went far beyond this immediate deadly aftermath. กริยาวลี
4:41ปัญหาที่เกิดจากการแบ่งแยกประเทศนั้นไปไกลกว่าผลพวงอันร้ายแรงที่เกิดขึ้นทันทีนี้
went far beyond: เกินขอบเขตหรือข้อจำกัดไปอย่างมาก
went far beyond + นามวลี หมายถึงเกินขอบเขตหรือข้อจำกัดที่ระบุไว้อย่างมาก คำว่า far ช่วยเน้น beyond ดังนั้นข้อความไม่ได้เพียงบอกว่าปัญหาดำเนินต่อไปหลังผลกระทบในทันที แต่ยังบอกว่าขอบเขตของปัญหากว้างกว่านั้นมาก beyond ในที่นี้เป็นความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่ในพื้นที่ โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้งโดยเริ่มจากผลกระทบที่มองเห็นได้หนึ่งอย่าง แล้วชี้ว่าผลลัพธ์ ความหมาย ค่าใช้จ่าย หรือความรับผิดชอบทั้งหมดขยายไปไกลกว่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: The impact went far beyond the first week?
- ผลกระทบมีขอบเขตกว้างกว่าหรือยาวนานกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสัปดาห์แรกมาก
- ผลกระทบเคลื่อนที่ผ่านสถานที่ที่ชื่อว่าสัปดาห์แรกจริง ๆ
- ผลกระทบสิ้นสุดลงภายในสัปดาห์แรก
ดูคำตอบ
ผลกระทบมีขอบเขตกว้างกว่าหรือยาวนานกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสัปดาห์แรกมาก
Many families who made temporary moves became permanently displaced, โน้ต
4:46หลายครอบครัวที่ย้ายถิ่นฐานชั่วคราวกลับต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นอย่างถาวร
made temporary moves ... became permanently displaced: อนุประโยคขยายและผลลัพธ์หลัก
ในประโยค Many families who made temporary moves became permanently displaced ส่วน who made temporary moves เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย families ส่วนโครงหลักของประโยคคือ Many families became permanently displaced ดังนั้น ประธานของ became คือ families ไม่ใช่ moves made temporary moves กล่าวถึงการย้ายระยะสั้นที่เกิดขึ้นก่อน ส่วน become + displaced นำเสนอผลที่เกิดภายหลังในฐานะสถานะใหม่ และ permanently แสดงว่าผลนั้นคงอยู่ โครงสร้างนี้จึงเชื่อมการกระทำก่อนหน้าเข้ากับผลระยะยาวที่ไม่ได้วางแผนไว้ ในที่นี้ displaced หมายถึงถูกบังคับให้ออกจากบ้าน
แบบฝึกหัด
ข้อใดวิเคราะห์โครงสร้างของประโยคนี้ได้ถูกต้อง
- temporary moves เป็นประธานของ became และการย้ายเหล่านั้นคือสิ่งที่กลายเป็นถาวร
- families เป็นประธานของ became และ who made temporary moves ขยายครอบครัวเหล่านั้น
- who made temporary moves และ became permanently displaced เป็นการกระทำสองอย่างที่เชื่อมแบบขนานอยู่ในอนุประโยคสัมพันธ์เดียวกัน
ดูคำตอบ
families เป็นประธานของ became และ who made temporary moves ขยายครอบครัวเหล่านั้น
temporary moves ... permanently displaced: จากการกระทำชั่วคราวสู่ผลลัพธ์ที่ยาวนาน
อนุประโยคนี้สร้างความเปรียบต่างระหว่างสถานการณ์ก่อนและหลัง temporary บอกว่าในตอนแรกการย้ายของครอบครัวเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นเพียงระยะสั้น ส่วน permanently บอกว่าสภาพการพลัดถิ่นในภายหลังยาวนาน became แสดงการเปลี่ยนจากสถานการณ์แรกไปเป็นสถานการณ์ที่สอง ข้อมูลจึงถูกจัดเป็นความต่างระหว่างสิ่งที่คาดไว้กับผลที่เกิดขึ้นจริง สิ่งที่เริ่มจากการย้ายชั่วคราวกลับกลายเป็นสภาพที่ยืดเยื้อ displaced หมายถึงการถูกบังคับให้ออกจากบ้านหรือชุมชนที่เคยอาศัย ไม่ใช่แค่ย้ายไปอยู่ที่อื่น
แบบฝึกหัด
อนุประโยคที่เน้นไว้แสดงการเปลี่ยนแปลงแบบใด
- การย้ายระยะสั้นกลายเป็นสภาพการพลัดถิ่นโดยถูกบังคับที่ยาวนาน
- ครอบครัวเหล่านั้นวางแผนย้ายอย่างถาวรตั้งแต่แรก
- ครอบครัวเหล่านั้นเดินทางช่วงสั้น ๆ แล้วกลับบ้าน
ดูคำตอบ
การย้ายระยะสั้นกลายเป็นสภาพการพลัดถิ่นโดยถูกบังคับที่ยาวนาน
continue to be disputed: สถานการณ์แบบถูกกระทำที่ยังดำเนินต่อไป
continue to be + past participle แสดงว่าประธานยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ กล่าวคือ การกระทำ การตัดสิน หรือกระบวนการบางอย่างยังส่งผลต่อประธานอยู่ ใน borders continue to be disputed ตัว borders ไม่ได้เป็นฝ่ายโต้เถียง แต่กลุ่มคนหรือรัฐบาลต่าง ๆ ยังเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับเขตแดนเหล่านั้น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกสถานการณ์แบบถูกกระทำอื่น ๆ ที่ยังไม่คลี่คลายได้
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาที่จำเป็นสำหรับโครงสร้างถูกกระทำ เพื่อแสดงว่าข้ออ้างนี้ยังเป็นที่โต้แย้ง: The claim continues to ____ disputed.
ดูคำตอบ
be
East Pakistan seceded and became the new country of Bangladesh. การใช้คำ
4:54ปากีสถานตะวันออกได้แยกตัวออกและกลายเป็นประเทศใหม่ชื่อบังกลาเทศ
seceded and became: การแยกตัวทางการเมืองแล้วมีสถานะใหม่
Seceded เป็นรูปอดีตของ secede ซึ่งเป็นคำกริยาทางการเมืองแบบเป็นทางการ หมายถึงภูมิภาคหรือหน่วยการเมืองแยกตัวออกจากประเทศ สหพันธรัฐ หรือสหภาพที่ใหญ่กว่า ในที่นี้หมายถึงการที่ปากีสถานตะวันออกแยกจากปากีสถาน ไม่ใช่การออกไปตามปกติ คำกริยาที่เชื่อมกันใน seceded and became แสดงเหตุการณ์สองอย่างที่เกี่ยวข้องกัน คือแยกตัวออกมาก่อน แล้วจึงมีสถานะเป็นประเทศใหม่คือบังกลาเทศ ในบริบทอื่น secede มักใช้ในรูป secede from + หน่วยการเมือง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ secede ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The manager seceded from her job on Friday.
- The province voted to secede from the federation.
- The student seceded from the classroom after lunch.
ดูคำตอบ
The province voted to secede from the federation.
a decision that was to be finalized by a public referendum of the majority Muslim population. โน้ต
5:03การตัดสินใจนี้จะต้องได้รับข้อยุติผ่านการลงประชามติโดยประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นชาวมุสลิม
ผู้ปกครองชาวฮินดูของแคชเมียร์ตัดสินใจเข้าร่วมกับอินเดีย
ส่วนที่เน้นระบุว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการเข้าร่วมทางการเมือง ผู้ปกครองแคชเมียร์ที่นับถือศาสนาฮินดูเลือกให้แคชเมียร์เป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย ในที่นี้ join India หมายถึงการเข้าร่วมทางการเมือง ไม่ใช่การเดินทางหรือการที่บุคคลเข้าร่วมองค์กรทั่วไป การที่ผู้ปกครองนับถือศาสนาฮินดูมีความสำคัญ เพราะประชากรส่วนใหญ่ของแคชเมียร์เป็นมุสลิม ความแตกต่างนี้อธิบายว่าทำไมส่วนถัดไปจึงกล่าวถึงการลงประชามติ แต่ส่วนนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกผลที่เกิดขึ้นภายหลัง
แบบฝึกหัด
ในประโยคประวัติศาสตร์นี้ the ruler decided to join India หมายถึงอะไร
- ผู้ปกครองตัดสินใจเดินทางไปเยือนอินเดีย
- ผู้ปกครองตัดสินใจให้แคชเมียร์เป็นส่วนหนึ่งของอินเดียทางการเมือง
- ผู้ปกครองเข้าร่วมองค์กรเอกชนที่ตั้งอยู่ในอินเดีย
ดูคำตอบ
ผู้ปกครองตัดสินใจให้แคชเมียร์เป็นส่วนหนึ่งของอินเดียทางการเมือง
was to be finalized by a public referendum: มีกำหนดยืนยันขั้นสุดท้ายด้วยการลงประชามติ
อนุประโยคขยายที่ขึ้นต้นด้วย that ใช้โครงสร้าง was to be + กริยาช่องที่สาม โดย was to แสดงแผนหรือข้อตกลงเมื่อมองจากช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ส่วน be finalized เป็นรูปกรรมวาจก วลีที่ขึ้นต้นด้วย by ระบุว่าการลงประชามติเป็นกระบวนการที่จะทำให้การตัดสินใจนั้นได้รับการยืนยันขั้นสุดท้าย โครงสร้างนี้ไม่ได้บอกว่าการยืนยันกำลังดำเนินอยู่หรือเสร็จสิ้นแล้ว แต่เพียงนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่คาดหมายหรือกำหนดไว้ ส่วนจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่นั้นต้องดูจากบริบทถัดไป
แบบฝึกหัด
ใช้ was to be + รูปที่เหมาะสมของ finalize เพื่อแสดงการกระทำแบบกรรมวาจกที่วางแผนไว้ในอดีต: The border agreement ____ after the referendum.
ดูคำตอบ
was to be finalized
โดยการลงประชามติสาธารณะของประชากรที่ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม
ในวลีนี้ by ใช้บอกวิธีที่เสนอให้ใช้ตัดสินใจทางการเมือง นั่นคือ a public referendum หรือการที่ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนโดยตรงในประเด็นสาธารณะสำคัญ referendum ไม่ใช่แค่การสำรวจความคิดเห็น และโดยทั่วไปก็ไม่ได้หมายถึง election ที่ใช้เลือกผู้แทน คำว่า the majority Muslim population หมายความว่าคนส่วนใหญ่ในประชากรนั้นเป็นชาวมุสลิม ในที่นี้ of เชื่อมการลงประชามติเข้ากับประชากรกลุ่มดังกล่าวในฐานะผู้ที่ควรใช้คะแนนเสียงตัดสินประเด็นนั้น วลีนี้ให้ข้อมูลด้านโครงสร้างประชากรที่จำเป็นต่อการเข้าใจว่าเหตุใดการลงคะแนนจึงสำคัญ
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่จะเรียกว่า referendum มากที่สุด
- การลงคะแนนของประชาชนทั่วประเทศว่าจะรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
- การอภิปรายทางโทรทัศน์ระหว่างผู้สมัครโดยไม่มีการลงคะแนน
- การสำรวจความคิดเห็นว่าประชาชนชอบนโยบายใด
ดูคำตอบ
การลงคะแนนของประชาชนทั่วประเทศว่าจะรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
That referendum still hasn't happened as of 2020, วลี
5:09การลงประชามตินั้นยังไม่ได้เกิดขึ้นเลยจนถึงปี 2020
จนถึงปี 2020 ก็ยังไม่เกิดขึ้น
as of 2020 กำหนดให้ปี 2020 เป็นจุดอ้างอิงหรือจุดสิ้นสุดของข้อมูล หมายความว่าข้อความนั้นยังเป็นจริงจนถึงเวลานั้น วลีนี้ไม่ได้บอกสาเหตุและไม่ได้หมายความว่าการลงประชามติเกิดขึ้นในปี 2020 still hasn't happened ใช้ present perfect เพื่อแสดงว่าเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดยังไม่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงจุดอ้างอิงดังกล่าว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ข้อความบอกสถานะ + as of + เวลา
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ใช้วันอังคารเป็นจุดสิ้นสุดของข้อมูล: ____ Tuesday, the team still has not received approval.
ดูคำตอบ
As of
and India and Pakistan have been warring over Kashmir since 1947. วลี
5:12และอินเดียกับปากีสถานก็ทำสงครามแย่งชิงแคชเมียร์กันมาตั้งแต่ปี 1947
have been warring over ... since ...: ความขัดแย้งที่ดำเนินต่อมาจากอดีต
รูป present perfect continuous ใน have been warring แสดงว่าความขัดแย้งเริ่มขึ้นในอดีตและยังดำเนินต่อ หรือเกิดซ้ำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันของเรื่องเล่า since 1947 ระบุจุดเริ่มต้น แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการสู้รบทุกวันโดยไม่หยุดเลย ใน war over something คำว่า over ใช้นำประเด็นหรือดินแดนที่เป็นข้อพิพาท ในที่นี้ over Kashmir หมายถึงขัดแย้งกันเรื่องแคชเมียร์หรือการควบคุมแคชเมียร์ ไม่ได้หมายถึงอยู่เหนือแคชเมียร์ในทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าข้อพิพาทเริ่มขึ้นเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้วและยังดำเนินอยู่ในขณะนี้
- The neighbors have been arguing over the property line since last summer.
- The neighbors will argue over the property line next summer.
- The neighbors argued over the property line last summer.
ดูคำตอบ
The neighbors have been arguing over the property line since last summer.
the legacies of the partition remain clear in the subcontinent, วลี
5:19มรดกของการแบ่งแยกประเทศยังคงชัดเจนในอนุทวีปนี้
the legacies of the partition remain clear: ผลกระทบระยะยาวจากการแบ่งแยกยังคงเห็นได้ชัด
ในที่นี้ the legacies of the partition หมายถึงผลกระทบระยะยาวที่การแบ่งแยกทิ้งไว้ legacy เป็นคำนามนามธรรมที่สื่อถึงอิทธิพลที่ยังคงดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายถึงเฉพาะทรัพย์สินที่ส่งต่อผ่านพินัยกรรมเท่านั้น ใน remain clear คำว่า clear หมายถึงมองเห็นหรือสังเกตได้ง่าย ไม่ได้หมายถึงโปร่งใส รูปแบบ the legacy of X remains clear in Y และ the legacies of X remain clear in Y แสดงว่าอิทธิพลของเหตุการณ์ในอดีตยังปรากฏให้เห็นในสถานที่ ระบบ หรือสถานการณ์หนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the legacies of the partition remain clear หมายความว่าอย่างไร
- ผลกระทบระยะยาวจากการแบ่งแยกยังคงสังเกตเห็นได้ง่าย
- ทรัพย์สินที่ได้รับเป็นมรดกหลังการแบ่งแยกยังคงมีอยู่
- เอกสารทางกฎหมายเกี่ยวกับการแบ่งแยกยังคงโปร่งใส
ดูคำตอบ
ผลกระทบระยะยาวจากการแบ่งแยกยังคงสังเกตเห็นได้ง่าย
More than 70 years later ... remain clear: เชื่อมเหตุการณ์ในอดีตกับผลกระทบในปัจจุบัน
More than 70 years later เริ่มด้วยการเลื่อนเส้นเวลาไปไกลหลังจากเหตุการณ์แบ่งแยก จากนั้นประโยคหลัก the legacies of the partition remain clear ระบุว่าผลกระทบระยะยาวของเหตุการณ์ยังคงมองเห็นได้ ในที่นี้ legacies หมายถึงผลที่คงอยู่ ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ส่งต่อให้ทายาท วลี in ที่วางขนานกันสามวลีแสดงจุดที่เห็นผลกระทบเหล่านั้น ได้แก่ ทั่วทั้งอนุทวีป ในโครงสร้างทางการเมือง และในความทรงจำของครอบครัว รูปแบบ “เครื่องหมายเวลา + ผลในปัจจุบัน + หลักฐานที่เรียงขนานกัน” ช่วยสรุปคำอธิบายทางประวัติศาสตร์โดยเชื่อมเหตุการณ์ในอดีตกับผลที่ยังปรากฏในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักของประโยคนี้ในการจัดระเบียบข้อมูลคืออะไร
- ประโยคนี้แนะนำเหตุการณ์ใหม่ แล้วอธิบายขั้นตอนตามลำดับเวลา
- ประโยคนี้เปลี่ยนจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ไปสู่ผลกระทบในปัจจุบัน และระบุว่าผลเหล่านั้นปรากฏที่ใดบ้าง
- ประโยคนี้เปรียบเทียบแนวทางแก้ปัญหาสามแบบ แล้วเลือกแบบที่ดีที่สุด
ดูคำตอบ
ประโยคนี้เปลี่ยนจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ไปสู่ผลกระทบในปัจจุบัน และระบุว่าผลเหล่านั้นปรากฏที่ใดบ้าง
the perspectives of young people have often been left out. กริยาวลี
5:32มุมมองของคนหนุ่มสาวมักถูกละเลยไป
read over accounts of the past: อ่านทบทวนเรื่องราวในอดีต
read over หมายถึงอ่านเนื้อหาให้จบ โดยปกติจะอ่านอย่างใส่ใจเพื่อทบทวนหรือตรวจสอบ over เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีนี้ ไม่ได้หมายถึงการอ่านจากตำแหน่งที่อยู่เหนือสิ่งใด account ในที่นี้หมายถึงคำบรรยายหรือบันทึกเหตุการณ์ ไม่ใช่บัญชีธนาคาร ดังนั้น read over accounts of the past จึงหมายถึงอ่านทบทวนเรื่องเล่าหรือบันทึกเกี่ยวกับช่วงเวลาในอดีต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ read over และ account ในความหมายเดียวกับตัวอย่าง
- Maya opened two bank accounts before the discussion.
- Before the discussion, Maya read over two accounts of the protest.
- Maya read the sign from a place above it.
ดูคำตอบ
Before the discussion, Maya read over two accounts of the protest.
have often been left out: การถูกละเลยซ้ำ ๆ
Leave out หมายถึงละไว้หรือไม่นำมารวม ในวลีรูปถูกกระทำ have often been left out ประธานคือ the perspectives of young people ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้ถูกรวมไว้ในเรื่องเล่าหรือการอภิปราย รูป present perfect แบบถูกกระทำ have been left out เชื่อมการละเลยในอดีตกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วน often แสดงว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำที่ถูกต้องของ leave out: Several key perspectives were ____ of the final report.
ดูคำตอบ
left out
But it is vital that these experiences are shared and amplified. โน้ต
5:35แต่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ประสบการณ์เหล่านี้จะต้องได้รับการบอกเล่าและขยายความให้กว้างไกล
It is vital that ... are shared and amplified: การเรียกร้องอย่างเป็นทางการและหนักแน่น
It is vital that... เป็นการประเมินที่หนักแน่นและเป็นทางการ โดยบอกว่าการกระทำในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เพียงมีประโยชน์เท่านั้น ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวเปลี่ยนข้อความให้เป็นคำเรียกร้องเพื่อให้ประสบการณ์เหล่านี้ได้รับความสนใจจากสาธารณะ Are shared and amplified เป็นวลีรูปถูกกระทำสองส่วนที่เชื่อมกัน shared หมายถึงได้รับการสื่อสารให้ผู้อื่นรับรู้ ส่วน amplified ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงทำให้ประสบการณ์เหล่านี้เข้าถึงผู้คนได้กว้างขึ้น มองเห็นได้ชัดขึ้น หรือมีอิทธิพลมากขึ้น ไม่ใช่เพิ่มความดังจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ข้อใดถอดความโดยยังคงความหมายและน้ำหนักของประโยคที่เน้นไว้ได้ดีที่สุด
- ควรเปิดประสบการณ์เหล่านี้ผ่านอุปกรณ์เสียงที่มีระดับเสียงดังขึ้น
- ประสบการณ์เหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งต้องได้รับการแบ่งปันและทำให้เข้าถึงผู้คนได้กว้างขึ้น
- อาจแบ่งปันประสบการณ์เหล่านี้ได้หากมีใครเห็นว่าน่าสนใจ
ดูคำตอบ
ประสบการณ์เหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งต้องได้รับการแบ่งปันและทำให้เข้าถึงผู้คนได้กว้างขึ้น
are shared and amplified: วลีกรรมวาจกแบบขนาน
are shared and amplified ประกอบด้วยคำกริยารูป past participle สองคำที่วางขนานกันและใช้กริยาช่วย are ร่วมกัน ประธาน experiences เป็นผู้รับการกระทำทั้งสอง คือประสบการณ์เหล่านั้นถูกแบ่งปันและได้รับการเพิ่มขอบเขตการเข้าถึงหรือความสนใจ amplified ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการเพิ่มการมองเห็น ขอบเขตการเข้าถึง หรืออิทธิพลของประสบการณ์ ไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มความดังของเสียงจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีกรรมวาจกแบบขนานเป้าหมายที่หมายถึง “ถูกเผยแพร่และได้รับความสนใจมากขึ้น”: Local voices need to be ____.
ดูคำตอบ
shared and amplified
help your students tell their own stories at ed.ted.com/studenttalks.
5:41โปรดช่วยให้นักเรียนของคุณบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาเองได้ที่ ed.ted.com/studenttalks
Educators, help your students ...: คำเชิญชวนให้ลงมือทำโดยตรง
ประโยคนี้เปลี่ยนจากการอธิบายหัวข้อไปเป็นการขอให้ผู้ชมลงมือทำ Educators เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง เครื่องหมายจุลภาคจึงแสดงกลุ่มที่ผู้พูดกำลังพูดด้วย ส่วน help เริ่มประโยคคำสั่งที่บอกขั้นตอนต่อไปแก่กลุ่มนั้น วลี at ed.ted.com/studenttalks บอกช่องทางในการลงมือทำโดยนำผู้สอนไปยังโครงการ Student Talks ของ TED-Ed รูปแบบ “ชื่อกลุ่มผู้ฟัง + ประโยคคำสั่ง + จุดหมาย” นี้พบได้บ่อยในการเชิญชวนให้ลงมือทำช่วงท้าย ไม่ใช่ในเนื้อหาหลักที่เล่าประวัติศาสตร์
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักในการเรียบเรียงเนื้อหาของ “Educators, help your students tell their own stories at ed.ted.com/studenttalks.” คืออะไร
- กล่าวกับนักการศึกษาโดยตรงและบอกขั้นตอนต่อไปที่ทำได้
- เพิ่มเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งลงในลำดับเวลาทางประวัติศาสตร์
- รายงานสิ่งที่นักการศึกษามักทำเป็นประจำ
ดูคำตอบ
กล่าวกับนักการศึกษาโดยตรงและบอกขั้นตอนต่อไปที่ทำได้