ทำไมการนั่งถึงไม่ดีต่อสุขภาพ ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
925 คำ 163 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าเทคโนโลยีและกิจวัตรประจำวันทำให้การนั่งเป็นเวลานานกลายเป็นเรื่องปกติของชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างไร การเคลื่อนไหวที่ลดลงส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและการใช้พลังงานอย่างไร และเหตุใดจึงควรพักเพื่อขยับร่างกายเป็นประจำ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. how much sitting is too much. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้โครงสร้างคำถามที่ยืดหยุ่นสำหรับถามว่าปริมาณที่ยอมรับได้เริ่มมากเกินไป ณ จุดใด สามารถนำไปปรับใช้กับเวลา ค่าใช้จ่าย การออกกำลังกาย การใช้หน้าจอ และเกณฑ์ด้านสุขภาพหรือวิถีชีวิตอื่น ๆ จึงช่วยให้ถามได้เจาะจงกว่าการถามเรื่องปริมาณแบบกว้าง ๆ 2. swimming against the tide — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงการทำสิ่งที่สวนทางกับพฤติกรรมหลักหรือแนวโน้มของสังคม ไม่ใช่การว่ายน้ำทวนกระแสจริง ๆ ใช้ได้เมื่อคำแนะนำที่ดีต่อสุขภาพ การตัดสินใจส่วนตัว หรือการเปลี่ยนแปลงที่เสนอขัดกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำหรือทิศทางที่ระบบทั้งระบบผลักดัน 3. Break up periods of sitting — กริยาวลี: เข้าใจว่า break up ในที่นี้คือการคั่นช่วงเวลายาว ๆ ด้วยกิจกรรมอื่นสั้น ๆ ทำให้สามารถให้คำแนะนำที่ชัดเจนเรื่องการขยับร่างกายระหว่างช่วงที่นั่ง และยังนำไปใช้กับการแบ่งช่วงทำงาน เรียนหนังสือ หรือใช้หน้าจอที่ยาวนานได้อย่างเป็นธรรมชาติ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English

0:01

Six Minute English

from bbclearningenglish.com.

0:02

จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดี นี่คือ Six Minute English จาก BBC Learning English

I'm Phil.

0:11

ผมฟิลครับ

And I'm Georgie.

0:12

และฉันจอร์จี้ค่ะ

We all know how important exercise is ไวยากรณ์

0:13

เราทุกคนรู้ดีว่าการออกกำลังกายมีความสำคัญอย่างไร

to stay fit and reduce the risk of heart disease. วลี

0:15

เพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

ไวยากรณ์

how important exercise is: ลำดับคำแบบบอกเล่าในอนุประโยคซ้อน

ในประโยคนี้ how important exercise is หมายถึงระดับความสำคัญของการออกกำลังกาย อนุประโยคทั้งหมดบอกเนื้อหาที่เราทุกคนรู้ จึงทำหน้าที่เป็นกรรมของ know และไม่ใช่คำถามโดยตรง ในอนุประโยคซ้อน ให้ใช้ how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + be เช่น how important exercise is เนื่องจากอยู่ในอีกประโยคหนึ่ง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า exercise is ไม่ใช่แบบคำถาม is exercise โครงสร้างนี้ใช้เน้นระดับได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคซ้อนหลัง know ได้ถูกต้อง

  1. We know how important teamwork is.
  2. We know how is teamwork important.
  3. We know how important is teamwork.
ดูคำตอบ

We know how important teamwork is.

วลี

stay fit: รักษาสุขภาพและสภาพร่างกายให้ดี

Stay fit หมายถึง “รักษาสุขภาพและสภาพร่างกายให้ดีอยู่เสมอ” ในที่นี้ stay ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม และ fit เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพซึ่งยังคงดำเนินอยู่ ในบริบทด้านสุขภาพนี้ fit ไม่ได้แปลว่า “เหมาะสม” และไม่ใช่คำกริยาที่ใช้บอกว่าเสื้อผ้ามีขนาดพอดี โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ stay + คำคุณศัพท์ เช่น stay calm และ stay safe

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำ: Leo swims twice a week to ____.

ดูคำตอบ

stay fit

วลี

reduce the risk of heart disease: ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

reduce the risk of heart disease หมายถึง “ทำให้โอกาสเกิดโรคหัวใจน้อยลง” รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ reduce the risk of + คำนามหรือรูป -ing มักใช้เมื่อพูดถึงสุขภาพ ความปลอดภัย และปัญหาอื่นที่อาจเกิดขึ้น reduce หมายถึงลดโอกาส ไม่ใช่ทำให้โอกาสเป็นศูนย์ ในที่นี้ heart disease คือผลเสียที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อสื่อว่าหมวกนิรภัยช่วยลดโอกาสบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะ? Wearing a helmet can ___.

  1. reduce the risk of seriously injure
  2. reduce the risk of serious head injury
  3. reduce serious head injury to risk
ดูคำตอบ

reduce the risk of serious head injury

Do you exercise much, Phil? ไวยากรณ์

0:19

คุณออกกำลังกายบ่อยไหม ฟิล?

ไวยากรณ์

Do you + คำกริยารูปพื้นฐาน + much?: ใช้ถามเกี่ยวกับนิสัย

ใน Do you exercise much? คำว่า much ขยายการกระทำ exercise โดยถามว่าคนนั้นออกกำลังกายบ่อยหรือมากเพียงใด ในที่นี้มีความหมายเหมือน Do you exercise often? รูปแบบ Do you + คำกริยารูปพื้นฐาน + much? ใช้ถามเกี่ยวกับนิสัยโดยรวม เช่น Do you travel much? ไม่ได้ถามว่าคนหนึ่งเล่นกีฬาได้กี่ชนิด

แบบฝึกหัด

คำถามใดใช้ถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าคนหนึ่งทำอาหารที่บ้านบ่อยไหม

  1. Do you cook many at home?
  2. Are you cook much at home?
  3. Do you cook much at home?
ดูคำตอบ

Do you cook much at home?

I try to. น้ำเสียง/เจตนา

0:21

ผมก็พยายามนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I try to: ละการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

ใน I try to วลีกริยาหลัง to ถูกละไว้ เพราะคำถามทำให้รู้อยู่แล้วว่าหมายถึงการกระทำใด หากใช้ตอบ Do you exercise often? ความหมายเต็มคือ I try to exercise. คำตอบสั้น ๆ นี้สื่อถึงความพยายาม ไม่ใช่การตอบ yes อย่างหนักแน่น ผู้พูดพยายามทำสิ่งนั้น แต่อาจทำไม่สำเร็จทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบโดยใช้ try และละการกระทำที่กล่าวซ้ำไว้: Do you practise the piano every day? I ____.

ดูคำตอบ

try to

I ride my bike at the weekend, การใช้คำ

0:22

ผมขี่จักรยานในวันหยุดสุดสัปดาห์

การใช้คำ

at the weekend: รูปแบบที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติช

at the weekend หมายถึงในช่วงสุดสัปดาห์ ในประโยคนี้วลีดังกล่าวบอกว่าผู้พูดขี่จักรยานเมื่อไร และเมื่อใช้กับ present simple ก็สื่อว่าเป็นกิจกรรมที่ทำเป็นประจำในช่วงสุดสัปดาห์ คำบุพบท at เป็นตัวเลือกที่ใช้กันทั่วไปในวลีนี้ในภาษาอังกฤษแบบบริติช นี่เป็นรูปแบบตายตัวตามภูมิภาค ไม่ใช่กฎทั่วไปสำหรับสำนวนเวลาทุกคำที่มีวันอยู่ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบภาษาอังกฤษแบบบริติชที่พบทั่วไปสำหรับกิจกรรมที่ทำเป็นประจำในช่วงสุดสัปดาห์

  1. We often bake together in the weekend.
  2. We often bake together at the weekend.
  3. We often bake together on the weekend.
ดูคำตอบ

We often bake together at the weekend.

but to be honest, น้ำเสียง/เจตนา

0:24

แต่พูดตามตรง

I do spend a lot of time sitting down. ไวยากรณ์

0:25

ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่ง

น้ำเสียง/เจตนา

to be honest: เกริ่นการยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

to be honest เป็นคำเชื่อมในการสนทนาที่ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกความคิดจริง ๆ หรือยอมรับเรื่องที่อาจน่ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย ในประโยคนี้ใช้เพื่อเกริ่นว่าผู้พูดใช้เวลานั่งอยู่มาก เมื่อวางไว้หน้าข้อความ คำนี้ช่วยให้การแก้ความเข้าใจ การยอมรับ หรือการพูดเรื่องที่อาจน่าอายเล็กน้อยฟังดูจริงใจและไม่ห้วนเกินไป

แบบฝึกหัด

to be honest ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? "To be honest, I was nervous before the game."

  1. บอกว่าการแข่งขันเริ่มเมื่อใด
  2. ใช้เกริ่นการยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
  3. สัญญาว่าผู้พูดจะไม่โกหกเลย
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นการยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

ไวยากรณ์

do spend: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ใน do spend คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นความหมาย ประโยคนี้เป็นประโยคบอกเล่าอยู่แล้ว แต่ do เพิ่มน้ำหนักว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นเรื่องจริง คือผู้พูดใช้เวลานั่งอยู่มากจริง ๆ ใช้ do/does/did + กริยารูปพื้นฐานเพื่อเน้นกริยาในประโยคบอกเล่า เช่น I do know, she does care และ they did try กริยาหลักหลังคำกริยาช่วยต้องคงรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้ do ที่ทำหน้าที่เน้นเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I ____ this song, even if I rarely play it.

ดูคำตอบ

do like

ไวยากรณ์

spend a lot of time sitting down: ใช้ spend time doing something เพื่อบอกว่าใช้เวลาทำบางสิ่ง

Spend a lot of time sitting down ใช้โครงสร้าง spend + ระยะเวลา + คำกริยารูป -ing หมายความว่าผู้พูดใช้เวลาส่วนมากไปกับการนั่ง หลัง spend และคำบอกระยะเวลา ให้ใช้คำกริยารูป -ing เพื่อบอกกิจกรรมที่ทำ นั่นคือ spend time doing something ในโครงสร้างนี้ sitting เป็นรูปที่เป็นธรรมชาติ ส่วน spend time to sit ไม่ได้ใช้โครงสร้างเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ play เพื่อทำโครงสร้าง spend + time + -ing ให้สมบูรณ์: He spends an hour ____ basketball after school.

ดูคำตอบ

playing

Mm,

0:28

อืม

sitting too much is becoming an increasing problem in the modern world. วลี

0:28

การนั่งมากเกินไปกำลังกลายเป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน

วลี

becoming an increasing problem in the modern world: กำลังกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงขึ้นในโลกสมัยใหม่

Becoming an increasing problem บอกถึงแนวโน้มด้านลบที่ยังคงดำเนินอยู่ Becoming แสดงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา ส่วน increasing แสดงว่าปัญหากำลังเพิ่มขึ้นในด้านความรุนแรง ขอบเขต หรือความถี่ In the modern world วางแนวโน้มนี้ไว้ในบริบทกว้างของสังคมปัจจุบัน วลีนี้ไม่ได้หมายความเพียงว่ามีปัญหาคนละเรื่องเพิ่มขึ้น แต่หมายความว่าปัญหาเฉพาะเรื่องนี้กำลังมีความสำคัญมากขึ้น

แบบฝึกหัด

โครงสร้างในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: Noise pollution is becoming an increasing problem in many cities?

  1. มีปัญหาอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น แต่ปัญหานี้ไม่เปลี่ยนแปลง
  2. ปัญหากำลังรุนแรงขึ้นหรือแพร่กว้างขึ้นตามเวลา
  3. ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์แล้ว
ดูคำตอบ

ปัญหากำลังรุนแรงขึ้นหรือแพร่กว้างขึ้นตามเวลา

Maybe you take the bus or train to work, วลี

0:33

บางทีคุณอาจจะนั่งรถบัสหรือรถไฟไปทำงาน

วลี

take the bus or train to work: นั่งรถบัสหรือรถไฟไปทำงาน

ในที่นี้ take หมายถึงการโดยสารขนส่งสาธารณะ ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือถือสิ่งของ take the bus or train to work เป็นวิธีพูดอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าเดินทางไปทำงานอย่างไร โครงสร้างคือ take + the + bus/train + to work ใน bus or train คำว่า or เชื่อมตัวเลือกการเดินทางสองแบบ ส่วน take และ to work ใช้ร่วมกับทั้งสองตัวเลือก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้เพื่อบอกว่าคุณนั่งรถไฟไปทำงาน: On weekdays, I ____.

ดูคำตอบ

take the train to work

then sit at a desk all day, วลี

0:35

จากนั้นก็นั่งที่โต๊ะทั้งวัน

วลี

sit at a desk: นั่งที่โต๊ะทำงาน

sit at a desk หมายถึงนั่งอยู่ในตำแหน่งปกติข้างโต๊ะและหันเข้าหาโต๊ะ มักเพื่อทำงานหรือเรียน คำว่า at บอกสถานที่ที่ทำกิจกรรมนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Leo อยู่ในตำแหน่งปกติสำหรับทำงานที่โต๊ะ ไม่ได้นั่งอยู่บนโต๊ะ?

  1. Leo stands beside a desk to write.
  2. Leo sits at a desk to write.
  3. Leo sits on a desk to write.
ดูคำตอบ

Leo sits at a desk to write.

then go home feeling tired

0:37

แล้วกลับบ้านด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า

and just sit in front of the television all evening as well. วลี

0:39

และก็นั่งหน้าทีวีตลอดทั้งคืนด้วยเหมือนกัน

วลี

in front of the television: ใช้ in front of เพื่อบอกตำแหน่ง

ในประโยคนี้ in front of the television บอกว่าคนนั้นนั่งอยู่ที่ไหน คืออยู่ในบริเวณด้านหน้าของโทรทัศน์ และจากบริบทยังเข้าใจได้ด้วยว่าคนนั้นกำลังดูโทรทัศน์อยู่ in front of เป็นกลุ่มคำบุพบทที่ต้องใช้ครบทั้งชุด ต้องคง of ไว้ แล้วตามด้วยคน สิ่งของ หรือสถานที่ที่ใช้เป็นจุดอ้างอิงตำแหน่ง: in front of + กลุ่มคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทภาษาอังกฤษสามคำที่บอกตำแหน่งด้านหน้าสิ่งของ: The family sat ____ the screen to watch the film.

ดูคำตอบ

in front of

Added together, ลำดับความ

0:43

เมื่อรวมเข้าด้วยกัน

that's hours of sitting every single day.

0:43

นั่นคือการนั่งหลายชั่วโมงในทุกๆ วัน

ลำดับความ

Added together: ใช้บอกยอดรวม

Added together รวบรวมช่วงเวลาที่กล่าวแยกกันก่อนหน้านี้ แล้วมองเป็นยอดรวมเดียว ส่วนข้อความถัดไปบอกผลว่า เมื่อนำมารวมกันแล้ว คนเรานั่งอยู่หลายชั่วโมงในแต่ละวัน เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้เป็นสัญญาณว่าข้อมูลกำลังเปลี่ยนจากรายการหรือตัวเลขแต่ละส่วนไปสู่ปริมาณรวมหรือผลรวม ช่วยให้ผู้ฟังเห็นว่ารายละเอียดก่อนหน้าสนับสนุนข้อสรุปอย่างไร

แบบฝึกหัด

วลีต้นประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร? Added together, the four small payments come to twenty pounds.

  1. บอกว่าการจ่ายเงินเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันพอดี
  2. เพิ่มการจ่ายเงินอีกรายการหนึ่งที่แยกออกมา
  3. รวมจำนวนเงินที่กล่าวก่อนหน้าแล้วบอกยอดรวม
ดูคำตอบ

รวมจำนวนเงินที่กล่าวก่อนหน้าแล้วบอกยอดรวม

In this program,

0:47

ในรายการนี้

we'll be finding out exactly how much sitting is too much. ไวยากรณ์

0:47

เราจะมาหาคำตอบกันว่าการนั่งแบบไหนที่เรียกว่านานเกินไป

ไวยากรณ์

how much ... is too much: ถามว่าขีดจำกัดอยู่ตรงไหน

โครงสร้าง how much + คำนามหรือกิจกรรม + is too much ใช้ถามว่า ปริมาณหนึ่งเริ่มไม่เหมาะสม ไม่ปลอดภัย หรือไม่ดีต่อสุขภาพเมื่อถึงจุดใด ในที่นี้ sitting หมายถึงระยะเวลาที่นั่ง และ too much หมายถึงมากเกินระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่มีจำนวนมาก ส่วนนี้เป็นคำถามที่ซ้อนอยู่ในประโยคใหญ่หลัง finding out จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ sitting is ไม่ใช่ is sitting

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยโครงสร้าง how much ... is too much ให้สมบูรณ์: ____ for one evening?

ดูคำตอบ

How much homework is too much

And of course,

0:51

และแน่นอน

we'll be learning some useful new vocabulary.

0:51

เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ด้วย

But first,

0:55

แต่ก่อนอื่น

are you sitting comfortably, Phil?

0:56

คุณนั่งสบายดีไหม ฟิล?

Because I have a question for you.

0:57

เพราะฉันมีคำถามจะถามคุณ

On average, วลี

1:00

โดยเฉลี่ยแล้ว

how many hours a day do British adults spend sitting down? ไวยากรณ์

1:00

ผู้ใหญ่ชาวอังกฤษใช้เวลานั่งกี่ชั่วโมงต่อวัน?

วลี

On average: ใช้บอกค่าเฉลี่ย

On average เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงการนำตัวเลขหลายค่ามารวมกันเพื่อให้ได้ตัวเลขภาพรวมหนึ่งค่า วลีนี้ใช้บอกค่าเฉลี่ยของกลุ่มหรือหลายกรณี ในประโยคนี้ คำถามพูดถึงผู้ใหญ่ชาวอังกฤษในฐานะกลุ่ม ไม่ได้ถามถึงแต่ละคนแยกกัน วลีนี้ขยายคำถามทั้งประโยค มักวางไว้ต้นประโยคและมีช่วงหยุดตามหลัง ในที่นี้ average เป็นส่วนหนึ่งของวลีบุพบท on average ไม่ใช่คำกริยา

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงการรวมเวลาเดินทางหลายครั้งเพื่อให้ได้ตัวเลขภาพรวมหนึ่งค่า: ____, the bus ride takes twenty minutes.

ดูคำตอบ

On average

ไวยากรณ์

How many hours a day do ... spend doing ...?: ถามว่าใช้เวลาทำสิ่งหนึ่งวันละกี่ชั่วโมง

ใช้โครงสร้าง How many hours a day do/does + ประธาน + spend + -ing? เพื่อถามว่าแต่ละวันใครคนหนึ่งใช้เวลาทำกิจกรรมหนึ่งนานเท่าไร how many ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์ hours และ a day หมายถึง “ต่อวัน” หลัง spend ให้ใช้กริยาของกิจกรรมในรูป -ing เช่น spend sitting down หรือ spend reading ในโครงสร้างนี้ไม่ใช้ spend to sit หรือ spend to read

แบบฝึกหัด

คำถามใดถามอย่างเป็นธรรมชาติว่า Leo ใช้เวลาอ่านหนังสือวันละเท่าไร

  1. How many hours a day does Leo spend to read?
  2. How much hours a day does Leo spend reading?
  3. How many hours a day does Leo spend reading?
ดูคำตอบ

How many hours a day does Leo spend reading?

Is it A,

1:05

คือข้อ A

7 hours,

1:06

7 ชั่วโมง

B, 9 hours,

1:07

B 9 ชั่วโมง

or C, 12 hours?

1:08

หรือ C 12 ชั่วโมง?

I'll guess it's 7 hours.

1:11

ผมขอเดาว่าเป็น 7 ชั่วโมงครับ

Okay, Phil.

1:14

โอเค ฟิล

I'll reveal the correct answer later. ลำดับความ

1:14

เดี๋ยวฉันจะเฉลยคำตอบที่ถูกต้องทีหลัง

ลำดับความ

I'll reveal the correct answer later: เฉลยคำตอบที่ถูกต้องในภายหลัง

ในแบบทดสอบหรือรายการ I'll reveal the correct answer later บอกผู้ชมว่าตอนนี้ยังไม่เปิดเผยคำตอบ แต่จะประกาศในภายหลัง คำพูดนี้สร้างความสงสัยเล็กน้อยและส่งสัญญาณว่ารายการจะกลับมาที่คำถามนี้อีกครั้ง ในที่นี้ reveal หมายถึงทำให้ข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เป็นที่รู้จักถูกเปิดเผย เป็นการประกาศคำตอบ ไม่ได้หมายถึงการเปิดสิ่งที่ปิดคลุมวัตถุอยู่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

พิธีกรหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า I'll reveal the correct answer later?

  1. จะไม่มีการบอกคำตอบเลย
  2. คำตอบถูกประกาศไปแล้ว
  3. คำตอบจะถูกประกาศในภายหลัง
ดูคำตอบ

คำตอบจะถูกประกาศในภายหลัง

Charlotte Edwardson is a professor of health and behavior studies

1:17

ชาร์ลอตต์ เอ็ดเวิร์ดสัน เป็นศาสตราจารย์ด้านสุขภาพและพฤติกรรมศาสตร์

who has investigated the link between sitting and health problems วลี

1:21

ผู้ซึ่งได้ทำการสืบสวนความเชื่อมโยงระหว่างการนั่งกับปัญหาสุขภาพ

in her lab at Leicester University.

1:24

ในห้องแล็บของเธอที่มหาวิทยาลัยเลสเตอร์

วลี

link between sitting and health problems: ความสัมพันธ์ ไม่ได้หมายถึงเหตุและผลโดยอัตโนมัติ

the link between sitting and health problems หมายถึงความสัมพันธ์หรือความเชื่อมโยงระหว่างสองสิ่งนี้ โครงสร้าง the link between A and B ใช้ระบุสิ่งสองอย่างที่มีความสัมพันธ์กัน ในที่นี้ คำว่า link เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าการนั่งทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ แต่บอกว่างานวิจัยศึกษาความสัมพันธ์ใดอยู่ หากจะสรุปว่าเป็นเหตุและผล ต้องมีหลักฐานที่หนักแน่นกว่าและใช้ถ้อยคำที่ระบุเหตุชัดเจนกว่า

แบบฝึกหัด

ในรายงานการวิจัย ข้อใดอธิบาย "the link between screen time and sleep problems" ได้ดีที่สุด

  1. เวลาอยู่หน้าจอกับปัญหาการนอนอาจมีความสัมพันธ์กัน แต่สำนวนนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นเหตุและผล
  2. รายงานระบุว่าเวลาอยู่หน้าจอกับปัญหาการนอนไม่มีความสัมพันธ์กันเลย
  3. มีการพิสูจน์แล้วว่าเวลาอยู่หน้าจอเป็นสาเหตุเดียวของปัญหาการนอน
ดูคำตอบ

เวลาอยู่หน้าจอกับปัญหาการนอนอาจมีความสัมพันธ์กัน แต่สำนวนนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นเหตุและผล

Here,

1:27

ที่นี่

she talks to BBC Radio 4 program Inside Health. วัฒนธรรม

1:28

เธอพูดคุยกับรายการ Inside Health ของสถานีวิทยุ BBC Radio 4

วัฒนธรรม

BBC Radio 4 program Inside Health: ชื่อรายการและแหล่งที่มาของเนื้อหา

BBC Radio 4 เป็นบริการวิทยุของ BBC ในสหราชอาณาจักร ส่วน Inside Health เป็นชื่อรายการเกี่ยวกับสุขภาพที่ออกอากาศทางสถานีนี้ ในที่นี้ Inside Health เป็นชื่อเฉพาะ ไม่ใช่คำทั่วไป inside health ข้อมูลแหล่งที่มานี้บอกว่าบทสนทนามาจากรายการสุขภาพของสื่อสาธารณะ เนื้อหาโดยรอบจึงอยู่ในบริบทของการสัมภาษณ์หรือการพูดคุยเชิงให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและงานวิจัย

แบบฝึกหัด

Inside Health ในประโยคนี้เป็นชื่อของอะไร

  1. หน่วยงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยเลสเตอร์
  2. สถานที่ชื่อ Health ที่มีใครบางคนอยู่ข้างใน
  3. รายการสุขภาพที่ออกอากาศทาง BBC Radio 4
ดูคำตอบ

รายการสุขภาพที่ออกอากาศทาง BBC Radio 4

If we think about our daily activities, ลำดับความ

1:31

ถ้าเราลองนึกถึงกิจกรรมในแต่ละวันของเรา

ลำดับความ

If we think about ... เพื่อเปิดมุมมองในการคิด

ในประโยคนี้ If we think about ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขที่เคร่งครัด แต่เป็นการชวนผู้ฟังอย่างนุ่มนวลให้มองกิจกรรมประจำวันจากมุมเดียวกัน ก่อนที่ผู้พูดจะสรุปความคิด รูปแบบ If we think about + หัวข้อ, ... ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย พบได้บ่อยในชั้นเรียน การสัมภาษณ์ และการพูดอธิบาย

แบบฝึกหัด

If we think about มีหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าผู้พูดจำหัวข้อนั้นไม่ได้
  2. ชวนผู้ฟังให้คิดถึงหัวข้อจากมุมมองหนึ่ง
  3. บอกว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นได้ภายใต้เงื่อนไขที่เคร่งครัดเท่านั้น
ดูคำตอบ

ชวนผู้ฟังให้คิดถึงหัวข้อจากมุมมองหนึ่ง

a lot of activities are done sitting down. ไวยากรณ์

1:34

หลายๆ กิจกรรมมักทำในขณะนั่ง

ไวยากรณ์

are done sitting down: การกระทำแบบถูกกระทำพร้อมท่าทาง

ใน are done sitting down คำว่า are done เป็นวลีกริยาแบบถูกกระทำ โดยกิจกรรมเป็นสิ่งที่คนทำ ส่วน sitting down เป็นวลี -ing ที่บอกท่าทางของคนที่ทำกิจกรรมนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ be done + วลี -ing วลี -ing ไม่ใช่ส่วนของกริยาแบบถูกกระทำ แต่เพิ่มว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นด้วยวิธีหรือในท่าใด

แบบฝึกหัด

ใน a lot of activities are done sitting down คำว่า sitting down บอกอะไรเรา?

  1. กริยาหลักที่สร้างโครงสร้างแบบถูกกระทำ
  2. กิจกรรมนั้นนั่งลงเอง
  3. ท่าทางของคนที่ทำกิจกรรม
ดูคำตอบ

ท่าทางของคนที่ทำกิจกรรม

Movement in our everyday lives

1:35

การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันของเรา

has really been engineered out with advances in technology. โน้ต

1:37

ถูกทำให้หายไปจากระบบจริงๆ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

กริยาวลี

engineered out: ขจัดออกด้วยการออกแบบ

Engineer something out หมายถึงการเปลี่ยนการออกแบบผลิตภัณฑ์ ระบบ หรือกิจวัตร เพื่อให้บางสิ่งไม่จำเป็นอีกต่อไปหรือไม่เกิดขึ้นอีก ในรูปประโยคถูกกระทำจะใช้ something is engineered out ในประโยคนี้ เทคโนโลยีได้เปลี่ยนชีวิตประจำวันจนผู้คนเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง engineer ในที่นี้เป็นคำกริยา ไม่ได้หมายถึงอาชีพวิศวกร

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ขจัดออกด้วยการออกแบบ” ลงในประโยค: The redesign has ____ the need for a separate key.

ดูคำตอบ

engineered out

วลี

with advances in technology: เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น

With advances in technology หมายถึง “เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น” คำบุพบท with นำเสนอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นภูมิหลังที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงหลัก และมักมีความหมายคล้ายการบอกสาเหตุ ไม่ได้หมายถึงเครื่องมือที่นำมาใช้ Advances ในที่นี้เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึงความก้าวหน้าหรือพัฒนาการใหม่ ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ with advances in + สาขา เช่น medicine หรือ transport

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ตรงกับความหมาย “เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น” ลงในประโยค: ____, communication can become faster.

ดูคำตอบ

With advances in technology

And our bodies just weren't designed to sit this much, ไวยากรณ์

1:39

และร่างกายของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้นั่งมากขนาดนี้

so it's going to cause problems with our health. วลี

1:42

ดังนั้นมันจะก่อให้เกิดปัญหากับสุขภาพของเรา

ไวยากรณ์

weren't designed to sit this much: ร่างกายไม่ได้ถูกสร้างมาให้นั่งนานขนาดนี้

be designed to do หมายถึง “ถูกสร้างขึ้นหรือเหมาะสำหรับทำบางอย่าง” เมื่อใช้กับผลิตภัณฑ์ จะบอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ เมื่อใช้กับร่างกายมนุษย์ อาจเป็นการพูดเชิงเปรียบเทียบได้ ดังนั้น weren't designed to sit this much จึงหมายความว่าร่างกายของเราไม่เหมาะตามธรรมชาติที่จะนั่งนานขนาดนี้ ตรงนี้ this much หมายถึงปริมาณหรือระยะเวลาที่นั่งมาก ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธในอดีตของ be designed to: Human bodies ____ sit still all day.

ดูคำตอบ

weren't designed to

วลี

going to cause problems with our health: จะก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของเรา

cause problems with + คำนาม หมายถึง “ทำให้สิ่งหรือด้านที่ได้รับผลกระทบเกิดความยุ่งยาก” ในประโยคนี้ with our health ระบุว่าด้านที่ได้รับผลกระทบคือสุขภาพ be going to cause แสดงว่าปัญหาสุขภาพเป็นผลที่คาดว่าจะเกิดจากสถานการณ์ปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ cause problems with: Too many open apps can ____ your phone.

ดูคำตอบ

cause problems with

So when you sit down,

1:44

ดังนั้นเวลาที่คุณนั่งลง

you're not using the largest muscles in your body.

1:46

คุณไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย

So these are the ones in your legs and your bum. การใช้คำ

1:48

นั่นก็คือกล้ามเนื้อบริเวณขาและก้นของคุณ

การใช้คำ

bum: คำไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึงก้น

ในประโยคนี้ bum หมายถึงก้นของคน ผู้พูดกำลังบอกบริเวณร่างกายที่มีกล้ามเนื้อบางมัดอยู่ bum เป็นคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันในภาษาอังกฤษแบบบริติช จึงฟังสบาย ๆ มากกว่าจะเป็นศัพท์ทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

ตัดสินสถานการณ์นี้: ในรายงานทางการแพทย์ที่เป็นทางการ แพทย์เขียนว่า The injury is on the patient's bum. คำว่า bum เหมาะกับระดับภาษานี้หรือไม่?

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

So that means that your muscle activity goes down. วลี

1:50

ดังนั้นนั่นหมายความว่าการทำงานของกล้ามเนื้อคุณลดลง

วลี

your muscle activity goes down: ใช้ go down เพื่อบอกว่าระดับลดต่ำลง

ในที่นี้ goes down หมายถึงลดต่ำลงหรือลดน้อยลง muscle activity ถูกมองว่าเป็นระดับที่เปลี่ยนแปลงได้ ประโยคนี้จึงหมายความว่ากล้ามเนื้อทำงานน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าส่วนใดของร่างกายเคลื่อนลงจริง ๆ ใช้ go down กับสิ่งที่มีระดับ ปริมาณ อัตรา หรือค่าที่เปลี่ยนแปลงได้ เช่น activity, prices หรือ temperature ให้ down คงเดิม แล้วเปลี่ยนส่วน go ให้เข้ากับไวยากรณ์: goes down, went down, has gone down

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบธรรมดาของ go down: The temperature ____ overnight.

ดูคำตอบ

went down

When your muscle activity goes down,

1:53

เมื่อการทำงานของกล้ามเนื้อลดลง

your blood circulation reduces. การใช้คำ

1:55

การไหลเวียนของเลือดก็จะลดลงด้วย

การใช้คำ

blood circulation: การไหลเวียนของเลือดทั่วร่างกาย

Blood circulation คือการที่เลือดเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องไปทั่วร่างกายผ่านหัวใจและหลอดเลือด ในประโยคนี้ your blood circulation reduces หมายถึงอัตราหรือประสิทธิภาพของการไหลเวียนเลือดลดลงเมื่อกิจกรรมของกล้ามเนื้อลดลง คำว่า blood ทำให้ circulation มีความหมายด้านสุขภาพโดยเฉพาะ ในที่นี้ circulation ไม่ได้หมายถึงการจำหน่ายหนังสือพิมพ์หรือการเคลื่อนตัวของการจราจร

แบบฝึกหัด

ในบริบทด้านสุขภาพ blood circulation หมายถึงอะไร

  1. ขอบเขตการจำหน่ายหนังสือพิมพ์
  2. วิธีที่ยานพาหนะเคลื่อนที่บนถนน
  3. การเคลื่อนที่ของเลือดไปทั่วร่างกาย
ดูคำตอบ

การเคลื่อนที่ของเลือดไปทั่วร่างกาย

Throughout history, ลำดับความ

1:58

ตลอดช่วงประวัติศาสตร์

humans have always walked and moved their bodies.

1:59

มนุษย์มักจะเดินและเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ

ลำดับความ

Throughout history: กรอบเวลาที่ครอบคลุมประวัติศาสตร์ทั้งหมด

Throughout history วางข้อความทั้งหมดไว้ในกรอบเวลากว้างที่ครอบคลุมประวัติศาสตร์ของมนุษย์จนถึงปัจจุบัน ทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่ารูปแบบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่วันที่หนึ่งหรือช่วงเวลาสั้น ๆ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่วางกรอบข้อมูล โดยเริ่มจากมุมมองระยะยาวแล้วจึงตามด้วยใจความหลัก วิธีเรียบเรียงนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายและสุนทรพจน์ที่เปรียบเทียบรูปแบบที่มีมายาวนานกับการเปลี่ยนแปลงที่ใหม่กว่า

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาทั้งหมดของประวัติศาสตร์” ลงในประโยค: ____, people have used music to celebrate important events.

ดูคำตอบ

Throughout history

Now,

2:02

ปัจจุบัน

modern technologies like motorized vehicles and office jobs

2:03

เทคโนโลยีสมัยใหม่เช่นยานพาหนะที่มีเครื่องยนต์และงานในออฟฟิศ

means we spend more and more time sitting. ไวยากรณ์

2:07

หมายความว่าเราใช้เวลานั่งมากขึ้นเรื่อยๆ

ไวยากรณ์

spend more and more time sitting: ใช้เวลานั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ

ใช้ spend + จำนวนเวลา + รูป -ing เพื่อบอกว่ากิจกรรมใดใช้เวลานั้นไป ในที่นี้ sitting บอกว่าเวลาถูกใช้ไปกับการทำอะไร more and more ขยายคำว่า time ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงแสดงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ เวลาที่ใช้ในการนั่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ spend more and more time และรูป -ing ของ solve: As the puzzle contest gets closer, Nina ____ harder puzzles.

ดูคำตอบ

spends more and more time solving

Modern life has engineered out the need for us to move.

2:10

ชีวิตสมัยใหม่ได้ออกแบบเพื่อตัดความจำเป็นที่เราจะต้องเคลื่อนไหวออกไป

When you engineer something out,

2:14

เวลาที่คุณ 'engineer something out' (ตัดบางสิ่งออกไปจากการออกแบบ)

you design things in such a way ไวยากรณ์

2:16

คุณออกแบบสิ่งต่างๆ ในลักษณะที่

that it is no longer required.

2:18

สิ่งนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไป

ไวยากรณ์

in such a way that + ผลลัพธ์

โครงสร้าง in such a way that + อนุประโยค เชื่อมวิธีการเข้ากับผลที่วิธีนั้นก่อให้เกิด such a way หมายถึงวิธีเฉพาะอย่างหนึ่ง ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลลัพธ์ ในที่นี้ วิธีการออกแบบทำให้สิ่งนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไป วลีนี้ไม่ได้เพียงอธิบายวิธีออกแบบ แต่ยังแสดงด้วยว่าการออกแบบนั้นทำให้เกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย in such a way that: The books are arranged ____ young readers can find them easily.

ดูคำตอบ

in such a way that

For example,

2:20

ตัวอย่างเช่น

CD drives have been engineered out of laptops

2:21

ไดรฟ์ซีดีถูกตัดออกไปจากแล็ปท็อป

because downloads are more popular.

2:25

เพราะการดาวน์โหลดนั้นได้รับความนิยมมากกว่า

Charlotte says humans are not used to sitting this much. ไวยากรณ์

2:27

ชาร์ลอตต์บอกว่ามนุษย์ไม่คุ้นเคยกับการนั่งมากขนาดนี้

ไวยากรณ์

not used to sitting: be used to + รูป -ing

be used to + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “คุ้นเคยกับบางสิ่ง” ในที่นี้ are not used to sitting หมายความว่าการนั่งนานขนาดนี้ไม่ใช่สิ่งที่ปกติหรือคุ้นเคยสำหรับมนุษย์ ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วย sitting ไม่ใช่ sit ส่วน not ทำให้ความหมายเป็นปฏิเสธ คือพวกเขาไม่คุ้นเคยกับสิ่งนี้

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ be used to ที่หมายถึง “ไม่คุ้นเคยกับการตื่น” ให้สมบูรณ์: I'm ____ up this early.

ดูคำตอบ

not used to waking

Here,

2:31

ในที่นี้

the words this much วลี

2:32

คำว่า 'this much' (มากขนาดนี้)

mean in such large amounts.

2:34

หมายถึงในปริมาณที่มากขนาดนั้น

วลี

this much: ปริมาณหรือระดับตามบริบท

this much หมายถึง “ปริมาณเท่านี้” หรือ “ถึงระดับนี้” โดยชี้ไปยังปริมาณหรือระดับที่เข้าใจได้อยู่แล้วจากสถานการณ์หรือคำพูดก่อนหน้า ในบริบทนี้ คำนี้หมายถึงเวลาจำนวนมากที่ใช้ไปกับการนั่ง ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของ Much ใช้บอกปริมาณที่นับเป็นชิ้นไม่ได้ ระยะเวลา หรือระดับได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค I knew the exam mattered, but I didn't know it mattered this much. คำว่า this much หมายถึงอะไร?

  1. ถึงระดับนี้
  2. สิ่งที่นับได้หลายอย่างแยกกัน
  3. เกี่ยวกับสิ่งของชิ้นนี้
ดูคำตอบ

ถึงระดับนี้

It's a negative thing.

2:36

มันเป็นเรื่องแง่ลบ

One negative being the harm to blood circulation, การใช้คำ

2:38

ผลเสียอย่างหนึ่งก็คืออันตรายต่อการไหลเวียนโลหิต

the flow of blood through the heart and blood vessels

2:41

การไหลเวียนของเลือดผ่านหัวใจและหลอดเลือด

which carries oxygen around the body.

2:44

ซึ่งนำพาออกซิเจนไปทั่วร่างกาย

การใช้คำ

blood circulation, the flow of blood...: คำจำกัดความหลังเครื่องหมายจุลภาค

ในประโยคนี้ blood circulation เป็นคำศัพท์เฉพาะ และวลีนามหลังเครื่องหมายจุลภาคให้คำจำกัดความแบบเข้าใจง่ายว่าเลือดไหลผ่านหัวใจและหลอดเลือด ทั้งสองวลีหมายถึงกระบวนการเดียวกัน รูปแบบ “คำศัพท์, วลีนามที่ใช้อธิบาย” เป็นการเพิ่มคำจำกัดความโดยไม่ได้เริ่มรายการใหม่ ดังนั้น the flow of blood... จึงไม่ใช่ผลเสียข้อที่สอง แต่เป็นคำอธิบายว่าสิ่งใดกำลังได้รับผลเสีย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the flow of blood through the heart and blood vessels ทำหน้าที่อะไร

  1. วลีนี้บอกว่าการไหลเวียนเลือดหยุดลงแล้ว
  2. วลีนี้บอกถึงผลเสียข้อที่สองที่แยกจากกัน
  3. วลีนี้อธิบายความหมายของ blood circulation ด้วยคำที่เข้าใจง่ายขึ้น
ดูคำตอบ

วลีนี้อธิบายความหมายของ blood circulation ด้วยคำที่เข้าใจง่ายขึ้น

When we sit,

2:47

เวลาที่เรานั่ง

we stop using important muscles.

2:48

เราหยุดใช้กล้ามเนื้อที่สำคัญ

This reduces blood circulation

2:51

สิ่งนี้ทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลง

and causes a range of other effects วลี

2:53

และทำให้เกิดผลกระทบอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย

like increased levels of glucose and fat การใช้คำ

2:56

เช่น ระดับน้ำตาลและไขมันที่เพิ่มขึ้น

and decreased energy levels.

2:59

และระดับพลังงานที่ลดลง

วลี

a range of other + คำนามพหูพจน์

a range of other effects หมายถึงผลกระทบเพิ่มเติมหลายอย่างที่แตกต่างกัน ในที่นี้ range หมายถึงกลุ่มที่มีหลายแบบ ไม่ใช่ขอบเขตจากค่าต่ำสุดถึงค่าสูงสุด รูปแบบที่ใช้ในที่นี้คือ a range of + คำนามพหูพจน์ ส่วน other เชื่อมกลุ่มนี้กับผลกระทบที่กล่าวถึงไปแล้ว หมายถึงเป็นผลกระทบเพิ่มเติมนอกเหนือจากนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a range of other effects หมายความว่าอย่างไร

  1. ผลกระทบสุดท้ายเพียงอย่างเดียว
  2. ผลกระทบเพิ่มเติมหลายอย่างที่แตกต่างกัน
  3. ขอบเขตที่แน่นอนของผลกระทบเพียงอย่างเดียว
ดูคำตอบ

ผลกระทบเพิ่มเติมหลายอย่างที่แตกต่างกัน

การใช้คำ

increased levels of ... และ decreased ... levels ที่ใช้เป็นคำขยาย

ในที่นี้ increased อยู่หน้า levels และบอกว่าระดับเหล่านั้นสูงขึ้น ในทางไวยากรณ์ increased เป็นคำกริยาช่อง 3 ที่ทำหน้าที่เหมือนคำคุณศัพท์ increased levels of glucose and fat ทั้งหมดเป็นนามวลี หมายถึงระดับกลูโคสและไขมันที่สูงกว่าค่าปกติ ค่าเดิม หรือค่าเปรียบเทียบ คำว่า decreased ทำหน้าที่แบบเดียวกันใน decreased energy levels ในที่นี้ increased และ decreased ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค แต่วลีเหล่านี้ใช้เรียกค่าที่วัดได้ซึ่งเพิ่มขึ้นหรือลดลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ increased เป็นคำขยายภายในนามวลี

  1. Sugar levels increased after lunch.
  2. The lab increased the temperature.
  3. The test found increased levels of sugar.
ดูคำตอบ

The test found increased levels of sugar.

The body uses 20% more energy ไวยากรณ์

3:01

ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้น 20%

when simply standing than when sitting down.

3:04

เพียงแค่ยืนแทนที่จะนั่งลง

ไวยากรณ์

การเปรียบเทียบอย่างแม่นยำด้วย 20% more ... than ...

โครงสร้าง เปอร์เซ็นต์ + more + คำนาม + than ใช้เปรียบเทียบอย่างแม่นยำ ในที่นี้ 20% more energy หมายถึงการยืนใช้พลังงานมากกว่าการนั่ง 20% ถ้าแสดงเป็นตัวเลข ปริมาณตอนยืนจะเท่ากับ 120% ของปริมาณตอนนั่ง วลี when สองวลีระบุสถานการณ์ที่นำมาเปรียบเทียบ คือ when simply standing และ when sitting down ส่วน than ใช้นำเข้าสิ่งที่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ หากตัดออก การเปรียบเทียบจะไม่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าหลอดไฟใหม่ใช้พลังงานมากกว่าหลอดไฟเก่า 20%

  1. The new lamp uses 20% more energy as the old lamp.
  2. The new lamp uses 20% as much energy as the old lamp.
  3. The new lamp uses 20% more energy than the old lamp.
ดูคำตอบ

The new lamp uses 20% more energy than the old lamp.

And walking uses 92% more energy.

3:07

และการเดินใช้พลังงานมากกว่าถึง 92%

And that's not to mention the damage โน้ต

3:10

และนั่นยังไม่รวมถึงความเสียหาย

sitting too much causes

3:12

ที่การนั่งมากเกินไปก่อให้เกิด

to muscle movement and blood pressure.

3:14

ต่อการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและความดันโลหิต

ลำดับความ

not to mention: เพิ่มและเน้นประเด็นสำคัญอีกข้อ

not to mention ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดจะเก็บประเด็นถัดไปไว้ไม่พูด แต่ใช้เพื่อยกประเด็นเพิ่มเติม ซึ่งมักทำให้เหตุผลหนักแน่นขึ้น ก่อนหน้านี้มีการบอกผลกระทบหลายอย่างแล้ว not to mention จึงส่งสัญญาณว่า ความเสียหายต่อการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและความดันโลหิตเป็นผลกระทบสำคัญอีกข้อที่ต้องเพิ่มเข้ามา

แบบฝึกหัด

not to mention ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. แก้ไขผลเสียที่กล่าวไปก่อนหน้านี้
  2. บอกว่าจะไม่พูดถึงผลกระทบข้อถัดไป
  3. เพิ่มและเน้นผลเสียอีกอย่างหนึ่ง
ดูคำตอบ

เพิ่มและเน้นผลเสียอีกอย่างหนึ่ง

ไวยากรณ์

the damage (that) X causes to Y: โครงสร้างของนามวลี

คำนามหลักคือ damage ข้อความ sitting too much causes to muscle movement and blood pressure ที่ตามหลังมาบอกว่าอะไรเป็นสาเหตุของความเสียหายและอะไรได้รับผลกระทบ ช่วงที่ไฮไลต์ทั้งหมดจึงเป็นนามวลีหนึ่งชุด สามารถแสดงคำเชื่อมที่ซ่อนอยู่ได้เป็น the damage that sitting too much causes to muscle movement and blood pressure ในที่นี้ that แทน damage และทำหน้าที่เป็นกรรมของ causes จึงละได้ในภาษาอังกฤษ ส่วน sitting too much causes to... ไม่ใช่ประโยคที่แยกเป็นอิสระ

แบบฝึกหัด

ในนามวลีที่ไฮไลต์ ข้อความ sitting too much causes to muscle movement and blood pressure ขยายคำใด?

  1. damage
  2. sitting too much
  3. blood pressure
ดูคำตอบ

damage

But the hard truth is that สำนวน

3:16

แต่ความจริงอันโหดร้ายก็คือ

sitting is a big part of modern life.

3:17

การนั่งเป็นส่วนสำคัญของชีวิตสมัยใหม่

สำนวน

the hard truth: ข้อเท็จจริงที่ไม่น่าพอใจแต่ต้องเผชิญ

the hard truth หมายถึงข้อเท็จจริงที่ไม่น่าพอใจหรือยอมรับได้ยาก แต่จำเป็นต้องเผชิญ ในที่นี้ hard บอกถึงความยากทางความรู้สึกในการยอมรับข้อเท็จจริง ไม่ได้หมายถึงความแข็งทางกายภาพ โครงสร้าง The hard truth is that + อนุประโยค ใช้บอกว่าข้อเท็จจริงที่ไม่น่าพอใจนั้นคืออะไร และทำให้ข้อความฟังจริงจังขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the hard truth หมายถึงอะไร?

  1. ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุที่แข็ง
  2. ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ยาก
  3. ข้อเท็จจริงที่ไม่น่าพอใจแต่ต้องยอมรับ
ดูคำตอบ

ข้อเท็จจริงที่ไม่น่าพอใจแต่ต้องยอมรับ

Everything is geared around sitting. วลี

3:21

ทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดวางให้อยู่รอบๆ การนั่ง

วลี

geared around sitting: จัดโดยมีกิจกรรมหลักเป็นศูนย์กลาง

ในโครงสร้าง be geared around + คำนามหรือรูป -ing คำว่า geared หมายถึง “ถูกจัดหรือออกแบบ” และคำหลัง around จะบอกกิจกรรมหรือแนวคิดที่เป็นศูนย์กลาง ดังนั้น geared around sitting จึงหมายถึงสิ่งต่าง ๆ ถูกจัดโดยมีการนั่งเป็นศูนย์กลาง ในที่นี้ gear ไม่ได้หมายถึงเฟืองของเครื่องจักร โครงสร้างกรรมวาจก be geared around ใช้อธิบายได้ว่าหลักสูตร ระบบ ตารางเวลา หรือผลิตภัณฑ์ถูกจัดอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be geared around ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าหลักสูตรถูกจัดโดยมีกิจกรรมหนึ่งเป็นศูนย์กลาง?

  1. The course is geared around to speak more.
  2. The course is geared around short speaking tasks.
  3. The course geared around short speaking tasks.
ดูคำตอบ

The course is geared around short speaking tasks.

It's organized towards that particular activity.

3:23

มันถูกจัดระบบให้มุ่งตรงไปที่กิจกรรมเฉพาะนั้น

And that makes it hard to stop. ไวยากรณ์

3:27

และนั่นทำให้ยากที่จะหยุดทำ

ไวยากรณ์

makes it hard to stop: รูปแบบ make + it + adjective + to do

ในประโยคนี้ that ย้อนกลับไปหมายถึงสภาพที่ทุกอย่างถูกจัดไว้รอบการนั่ง สภาพแวดล้อมแบบนั้นทำให้คนหยุดนั่งได้ยาก รูปแบบคือ make + it + adjective + to do โดย it เป็นกรรมเชิงรูปแบบที่เติมตำแหน่งกรรมไว้ ส่วน to stop บอกการกระทำที่ทำได้ยาก รูปแบบเดียวกันใช้กับ make it easy, difficult หรือ impossible to do something ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปในรูปแบบ make it hard to do: Bright light makes ____ hard to sleep.

ดูคำตอบ

it

Here's Professor Edwardson again

3:29

และนี่คือศาสตราจารย์เอ็ดเวิร์ดสันอีกครั้ง

talking with James Gallagher,

3:31

กำลังพูดคุยกับเจมส์ กัลลาเกอร์

presenter of BBC Radio 4 program Inside Health.

3:33

ผู้ดำเนินรายการ Inside Health ทางสถานีวิทยุ BBC Radio 4

How much do you feel like

3:38

คุณรู้สึกมากแค่ไหนว่า

you're just swimming against the tide with all of this? สำนวน

3:39

คุณแค่กำลังว่ายสวนกระแสน้ำกับเรื่องทั้งหมดนี้?

สำนวน

swimming against the tide: การสวนทางกับแนวโน้มที่แข็งแรง

Swimming against the tide เป็นสำนวน คนที่ว่ายทวนกระแสน้ำต้องต่อสู้กับแรงน้ำ ในเชิงเปรียบเทียบ สำนวนนี้หมายถึงการกระทำที่สวนทางกับแนวโน้มหลักที่แข็งแรง นิสัยร่วมของคนส่วนใหญ่ หรือแรงกดดันทางสังคม ในที่นี้ คำถามต้องการทราบว่าการชวนให้คนนั่งน้อยลงให้ความรู้สึกเหมือนกำลังต่อต้านวิถีที่ชีวิตสมัยใหม่ถูกจัดไว้ตามปกติหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงการว่ายน้ำจริง ๆ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษ: Everyone in Ava's class wants to keep the old rule, so Ava feels like she is swimming against the tide when she suggests changing it. swimming against the tide หมายความว่าอะไร

  1. การกระทำที่สวนทางกับแนวโน้มหลักที่แข็งแรง
  2. การทำงานง่าย ๆ โดยได้รับการสนับสนุนจากทุกคน
  3. การว่ายน้ำในทะเลที่มีคลื่นแรงจริง ๆ
ดูคำตอบ

การกระทำที่สวนทางกับแนวโน้มหลักที่แข็งแรง

Like the whole of society วลี

3:41

เหมือนกับว่าสังคมทั้งหมด

is like driving us more and more towards, กริยาวลี

3:42

กำลังผลักดันเราให้ไปสู่จุดที่

you know, sitting down all the time. น้ำเสียง/เจตนา

3:45

คุณรู้ไหมว่าต้องนั่งตลอดเวลามากขึ้นเรื่อยๆ

วลี

the whole of society: การเน้นขอบเขตของทั้งสังคม

ในประโยคนี้ the whole of society หมายถึงการมองสังคมเป็นระบบที่สมบูรณ์ทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในสังคม จึงเน้นขอบเขตทางสังคมที่กว้างที่สุด โครงสร้าง the whole of + กลุ่มคำนาม เน้นความครบถ้วน เมื่อใช้กับคำนามรวมเชิงนามธรรมอย่าง society คำว่า whole จะหมายถึงทุกส่วนและทุกสถาบันรวมกัน ไม่ได้หมายถึงวัตถุที่จับต้องได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นชัดเจนที่สุดว่าทุกส่วนของสังคมอาจได้รับผลกระทบ?

  1. The policy could affect society.
  2. The policy could affect the whole of society.
  3. The policy could affect one social group.
ดูคำตอบ

The policy could affect the whole of society.

กริยาวลี

driving us more and more towards ... sitting down: ผลักเราไปสู่พฤติกรรมหนึ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในประโยคนี้ drive someone towards something ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือแรงจากภายนอกทำให้บุคคลหรือกลุ่มคนมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะเข้าสู่สถานการณ์หนึ่งหรือทำพฤติกรรมหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการขับยานพาหนะ โครงสร้างหลักคือ driving us towards sitting down คำแทรก you know คั่นอยู่กลางโครงสร้าง ส่วน more and more แสดงว่าแรงกดดันหรือแนวโน้มกำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจาก towards เป็นคำบุพบท sitting down จึงเป็นวลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของมัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย towards และรูป -ing ของ use: Rising costs are driving many families ____ less energy.

ดูคำตอบ

towards using

น้ำเสียง/เจตนา

you know ในฐานะคำเชื่อมการสนทนา

ในประโยคนี้ you know เป็นคำเชื่อมในการพูด ไม่ใช่ใจความหลัก และไม่ใช่คำถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังรู้อะไร ผู้พูดใช้คำนี้เพื่อมีเวลาสั้น ๆ ในการเรียบเรียงความคิดต่อไป และเพื่อชวนให้ผู้ฟังนึกถึงสถานการณ์ที่คุ้นเคยร่วมกัน เวลาฟัง ให้พักคำนี้ไว้ในใจก่อน แล้วเชื่อมใจความสำคัญที่อยู่รอบ ๆ เข้าด้วยกัน เวลาแปล สามารถลดน้ำหนักหรือละคำนี้ได้ ถ้าภาษาเป้าหมายฟังเป็นธรรมชาติกว่า

แบบฝึกหัด

you know ในประโยคนี้มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. บอกการกระทำหลักของประโยค
  2. ใช้เว้นจังหวะสั้น ๆ ในการพูดและชวนให้เข้าใจร่วมกัน
  3. ขอให้ผู้ฟังพิสูจน์ว่ารู้ข้อเท็จจริงหนึ่งเรื่อง
ดูคำตอบ

ใช้เว้นจังหวะสั้น ๆ ในการพูดและชวนให้เข้าใจร่วมกัน

And you're like, การใช้คำ

3:47

แล้วคุณก็คิดว่า

"Please don't."

3:47

"ได้โปรดอย่าทำ"

การใช้คำ

And you're like: การเกริ่นปฏิกิริยาในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ

ใน And you're like คำว่า like ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ” โครงสร้าง be like + คำพูดที่ยกมา ใช้เกริ่นสิ่งที่ใครบางคนพูด คิด หรือรู้สึกเป็นปฏิกิริยา ในที่นี้ Please don't คือปฏิกิริยาที่จินตนาการขึ้น คำพูดที่ยกมามักสื่อท่าทีของคนนั้นมากกว่าจะเป็นคำพูดเดิมทุกคำ ให้เปลี่ยน be ตามประธานและเวลา เช่น I'm like, she was like หรือ they were like

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง be like แบบไม่เป็นทางการเพื่อเกริ่นปฏิกิริยาที่อยู่ในคำพูด: When I saw the huge spider, I ____, 'Get it out!'

ดูคำตอบ

was like

Sitting is so much part of our everyday activities. วลี

3:50

การนั่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประจำวันของเราอย่างมาก

วลี

so much part of our everyday activities: ฝังแน่นอยู่ในกิจกรรมประจำวัน

ในประโยคนี้ so much part of หมายถึง “รวมอยู่ในอย่างลึกซึ้ง” หรือ “ผูกพันเป็นเนื้อเดียวกับ” การนั่งถูกนำเสนอว่าเป็นองค์ประกอบปกติของกิจกรรมประจำวันมากมาย ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ตรงนี้ so much เน้นระดับของการเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่ง ไม่ได้หมายความว่ามี “ส่วน” จำนวนมาก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be so much part of + กิจกรรม ระบบ วัฒนธรรม หรือกิจวัตรที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

so much part of ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. การนั่งเกิดขึ้นเฉพาะระหว่างกิจกรรมที่ไม่ปกติ
  2. การนั่งฝังแน่นอยู่ในกิจกรรมประจำวันมากมาย
  3. กิจกรรมประจำวันมีส่วนที่แยกจากกันเป็นจำนวนมาก
ดูคำตอบ

การนั่งฝังแน่นอยู่ในกิจกรรมประจำวันมากมาย

You know, you go into a meeting

3:53

คุณรู้ไหม พอคุณเข้าไปในห้องประชุม

and someone's "Come and take a seat." น้ำเสียง/เจตนา

3:55

และมีคนบอกว่า "มานั่งสิ"

น้ำเสียง/เจตนา

Come and take a seat: คำเชิญให้นั่งอย่างเป็นมิตร

Come and take a seat เป็นคำเชิญอย่างเป็นมิตรที่บอกให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาแล้วนั่งลง take a seat หมายถึง “นั่งลง” และมักฟังดูต้อนรับมากกว่าคำสั่งตรง ๆ อย่าง Sit down ในรูปแบบภาษาพูด come and + คำกริยา คำกริยาตัวที่สองบอกการกระทำหลักที่ต้องการ ส่วน Come ช่วยนำผู้ฟังเข้ามาหาผู้พูดหรือไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม ดังนั้นทั้งวลีจึงเป็นคำเชิญเดียว ไม่ใช่คำสั่งสองอย่างที่สำคัญเท่ากัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นวิธีที่เป็นมิตรในการเชิญผู้มาเยือนให้เดินเข้ามาแล้วนั่งลง?

  1. Sit down right now.
  2. Pick up a seat and come here.
  3. Come and take a seat.
ดูคำตอบ

Come and take a seat.

You go into your GP surgery, วัฒนธรรม

3:57

คุณเข้าไปในคลินิกแพทย์ทั่วไป

"Come and take a seat.

3:58

"มานั่งสิ

วัฒนธรรม

GP surgery: คลินิกบริการปฐมภูมิในภาษาอังกฤษแบบบริติช

GP ย่อมาจาก general practitioner หมายถึงแพทย์ที่ให้การดูแลสุขภาพทั่วไปและเป็นจุดแรกที่ผู้ป่วยไปพบ ในภาษาอังกฤษแบบบริติช GP surgery คือคลินิกหรือสถานพยาบาลในชุมชนที่ผู้ป่วยไปพบ GP คำว่า surgery ในที่นี้หมายถึงสถานที่ตรวจรักษาหรือคลินิก ไม่ได้หมายถึงการผ่าตัด ดังนั้นฉากนี้จึงอยู่ในคลินิกแพทย์ทั่วไปตามปกติ

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช GP surgery คืออะไร?

  1. คลินิกที่คุณไปพบแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
  2. ห้องที่ใช้สำหรับการผ่าตัดเท่านั้น
  3. การผ่าตัดที่แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปเป็นผู้ทำ
ดูคำตอบ

คลินิกที่คุณไปพบแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป

Everything's geared around sitting.

3:59

ทุกสิ่งทุกอย่างออกแบบมาเพื่อรองรับการนั่ง

And as technology advances ไวยากรณ์

4:01

และเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น

and it tries to make our life easier, ไวยากรณ์

4:03

และพยายามทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น

it then leads to us sitting even more." ไวยากรณ์

4:05

มันก็ยิ่งทำให้เรานั่งมากขึ้นไปอีก"

ไวยากรณ์

as technology advances: ใช้ as เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างตามเวลา

ใน as technology advances คำว่า as หมายถึง “ระหว่างที่การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังดำเนินไป” หรือ “เมื่อ...ค่อย ๆ เปลี่ยนไป” คำนี้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่องและเชื่อมกับการเปลี่ยนแปลงหรือผลลัพธ์อีกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ as + ประธาน + กริยา แล้วตามด้วยประโยคหลัก ในที่นี้ advances เป็นกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม หมายถึง “พัฒนา” หรือ “ก้าวหน้า” และ as ไม่ได้หมายถึง “ในฐานะ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเป้าหมายที่หมายถึง “ระหว่างที่การเปลี่ยนแปลงนี้ค่อย ๆ ดำเนินไป”: ____ the city grows, more people take the bus.

ดูคำตอบ

As

ไวยากรณ์

make our life easier: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน make our life easier คำว่า make ตามด้วยกรรม our life และคำคุณศัพท์ easier คำคุณศัพท์นี้บอกผลลัพธ์ว่า ชีวิตง่ายขึ้น โครงสร้างนี้คือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ ใช้แสดงว่าคนหรือสิ่งหนึ่งทำให้กรรมเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าของ easy เพื่อให้คำคุณศัพท์บอกผลลัพธ์: This checklist makes the job ____.

ดูคำตอบ

easier

ไวยากรณ์

leads to us sitting: lead to + คำนามหรือรูป -ing

ในที่นี้ leads to หมายถึงสถานการณ์หนึ่งทำให้เกิดอีกสถานการณ์หนึ่งเป็นผลลัพธ์ โดยผลลัพธ์คือ us sitting even more เมื่อใช้ในความหมายนี้ to เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน เช่น lead to delays และ lead to people waiting ใน us sitting คำว่า us บอกว่าใครเป็นผู้ที่นั่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lead to เพื่อบอกผลลัพธ์ได้ถูกต้อง

  1. Too much screen time can lead children sleeping less.
  2. Too much screen time can lead to children sleeping less.
  3. Too much screen time can lead to children sleep less.
ดูคำตอบ

Too much screen time can lead to children sleeping less.

James asks if Charlotte is

4:07

เจมส์ถามว่าชาร์ลอตต์กำลัง

swimming against the tide of modern life.

4:09

ว่ายน้ำทวนกระแสชีวิตสมัยใหม่หรือไม่

If you're swimming against the tide,

4:12

ถ้าคุณกำลัง 'swimming against the tide' (ว่ายสวนกระแสน้ำ)

you're doing the opposite

4:14

คุณกำลังทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

of what most people are doing.

4:15

กับสิ่งที่คนส่วนใหญ่กำลังทำอยู่

He also says that

4:17

เขายังกล่าวอีกว่า

society is driving us towards sitting more.

4:18

สังคมกำลัง 'driving' (ผลักดัน) ให้เรานั่งมากขึ้น

To drive someone towards something

4:22

การ 'drive someone towards something' (ผลักดันใครสักคนไปสู่บางสิ่ง)

it means pushing them to accept a new situation

4:24

หมายถึงการบีบให้พวกเขายอมรับสถานการณ์ใหม่

even when the situation isn't so good.

4:27

แม้ว่าสถานการณ์นั้นจะไม่ค่อยดีนักก็ตาม

Luckily, ลำดับความ

4:30

โชคดีที่

there's some simple advice to help.

4:31

มีคำแนะนำง่ายๆ ที่ช่วยได้

ลำดับความ

Luckily, there's some simple advice to help: เปลี่ยนจากปัญหาไปสู่คำแนะนำ

เมื่ออยู่ต้นประโยค Luckily ไม่ได้เพียงแสดงว่าผู้พูดรู้สึกว่าโชคดี แต่ยังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนไปในทางบวกด้วย หลังจากกล่าวถึงปัญหาแล้ว ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดถึงความช่วยเหลือหรือวิธีแก้ปัญหา There's some simple advice to help บอกล่วงหน้าว่าจะมีอะไรตามมา เมื่อรวมกันแล้ว ประโยคนี้จัดลำดับคำอธิบายเป็น “ปัญหาก่อน แล้วจึงเป็นคำแนะนำที่เป็นประโยชน์”

แบบฝึกหัด

ประโยคที่เน้นไว้ส่งสัญญาณหลักอะไรในคำอธิบายนี้?

  1. ผู้พูดกำลังเพิ่มปัญหาร้ายแรงอีกเรื่องหนึ่ง
  2. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากปัญหาไปสู่คำแนะนำที่เป็นประโยชน์
  3. ผู้พูดกำลังจบหัวข้อโดยไม่เสนอความช่วยเหลือ
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากปัญหาไปสู่คำแนะนำที่เป็นประโยชน์

Break up periods of sitting 30 minutes or more กริยาวลี

4:33

พักเบรกจากการนั่งติดต่อกัน 30 นาทีขึ้นไป

with a few minutes of walking

4:35

ด้วยการเดินสักสองสามนาที

or moving your arms.

4:37

หรือขยับแขนของคุณ

กริยาวลี

Break up periods of sitting: การคั่นกิจกรรมที่กินเวลานาน

ในที่นี้ break up หมายถึงการคั่นหรือแบ่งสิ่งที่ต่อเนื่องออกเป็นช่วงสั้น ๆ Break up periods of sitting บอกว่าอย่านั่งต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่หยุดเลย โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ break up + กิจกรรมหรือช่วงเวลา + with + กิจกรรมสั้น ๆ อีกอย่างหนึ่ง ในประโยคนี้ การเดินหรือขยับแขนสักสองสามนาทีช่วยคั่นช่วงเวลาที่นั่งอยู่

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงการคั่นกิจกรรมที่ทำต่อเนื่อง: ____ long study sessions with short stretch breaks.

ดูคำตอบ

Break up

Also,

4:39

นอกจากนี้

try to spend less than half วลี

4:39

พยายามใช้เวลาน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง

of your waking hours sitting down.

4:41

ของเวลาที่คุณตื่นอยู่ไปกับการนั่ง

วลี

less than half of your waking hours: น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของเวลาที่ตื่นอยู่

Less than half of your waking hours หมายถึงน้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของเวลาทั้งหมดที่คุณตื่นอยู่ Waking hours ครอบคลุมเวลาทั้งวันยกเว้นช่วงที่คุณหลับ โครงสร้าง less than half of + นามวลี ใช้กำหนดขีดจำกัดสัดส่วนที่ชัดเจน โดยปริมาณต้องต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวจำกัดสัดส่วนของเวลาที่ตื่นอยู่ซึ่งใช้ไปกับการนั่ง

แบบฝึกหัด

less than half of your waking hours หมายความว่าอย่างไร

  1. เท่ากับ 50 เปอร์เซ็นต์พอดีของช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกหลังตื่นนอน
  2. ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของเวลาทำงานของคุณ
  3. ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของเวลาทั้งหมดที่คุณตื่นอยู่
ดูคำตอบ

ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของเวลาทั้งหมดที่คุณตื่นอยู่

Good to know. น้ำเสียง/เจตนา

4:43

ดีที่ได้รู้ไว้

น้ำเสียง/เจตนา

Good to know.: คำตอบสั้น ๆ ต่อข้อมูลที่มีประโยชน์

“Good to know.” เป็นคำตอบสั้น ๆ ในบทสนทนา หมายถึง “ข้อมูลนั้นมีประโยชน์ที่ได้รู้” แสดงว่าคุณเข้าใจและรับข้อเท็จจริง คำแนะนำ หรือคำเตือนใหม่แล้ว รูปนี้เป็นการย่อ “That's good to know.” แบบธรรมชาติในการสนทนา เป็นการบอกว่าข้อมูลมีประโยชน์ แต่ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลนั้นเป็นข่าวดีเสมอไป

แบบฝึกหัด

มีคนบอกคุณว่า “The pool closes at six.” คำตอบใดแสดงอย่างเป็นธรรมชาติว่าข้อมูลนั้นมีประโยชน์

  1. Know it good.
  2. I know good.
  3. Good to know.
ดูคำตอบ

Good to know.

Now, ลำดับความ

4:44

เอาล่ะ

about your question, Georgie.

4:45

เรื่องคำถามของคุณ จอร์จี้

ลำดับความ

Now, about your question: กลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า

ใน “Now, about your question, Georgie.” คำว่า now ไม่ได้มีหน้าที่หลักในการบอกเวลา แต่เป็นสัญญาณว่าการสนทนากำลังเปลี่ยนไปอีกช่วงหนึ่ง ส่วน about your question บอกว่ากำลังจะกลับมาพูดถึงเรื่องใด ผู้พูดกำลังกลับมาตอบคำถามที่ Georgie ถามไว้ก่อนหน้านี้ รูปแบบ “Now, about ...” ใช้หยิบเรื่องที่เคยพูดถึงหรือพักไว้ชั่วคราวกลับมาพูดอีกครั้งได้

แบบฝึกหัด

“Now, about your question” ในตัวอย่างมีหน้าที่หลักอะไร

  1. กลับไปยังคำถามที่พูดถึงไว้ก่อนหน้านี้
  2. บอกว่าตอนนี้กี่โมง
  3. เริ่มเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
ดูคำตอบ

กลับไปยังคำถามที่พูดถึงไว้ก่อนหน้านี้

Right.

4:47

ใช่แล้ว

My question

4:48

คำถามของฉันคือ

was how long does the average British adult

4:49

ผู้ใหญ่ชาวอังกฤษโดยเฉลี่ยใช้เวลา

spend sitting each day?

4:51

ไปกับการนั่งในแต่ละวันนานเท่าไหร่?

Phil guessed it was 7 hours,

4:53

ฟิลเดาไว้ที่ 7 ชั่วโมง

which was close น้ำเสียง/เจตนา

4:55

ซึ่งใกล้เคียงนะ

but not right, I'm afraid.

4:57

แต่เกรงว่าจะไม่ถูกต้อง

น้ำเสียง/เจตนา

close but not right, I'm afraid: การแก้คำตอบอย่างนุ่มนวล

ใน “which was close but not right” คำว่า which หมายถึงคำตอบที่ Phil เดาว่า 7 ชั่วโมง คำว่า close หมายถึงใกล้กับคำตอบที่ถูกต้อง แต่ not right ย้ำชัดว่าคำตอบนั้นยังผิดอยู่ “I'm afraid” เป็นถ้อยคำสุภาพที่ช่วยลดความตรงของการแก้คำตอบที่อาจทำให้ผิดหวัง ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัว แต่ทำให้ข้อความเชิงลบฟังดูไม่แข็งเกินไป

แบบฝึกหัด

ใน “That was close but not right, I'm afraid” คำว่า “I'm afraid” มีหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าผู้พูดกลัวคำตอบนั้น
  2. ช่วยลดความตรงของการแก้คำตอบที่ไม่น่ายินดี
  3. เปลี่ยนคำตอบที่ผิดให้เป็นคำตอบที่ถูก
ดูคำตอบ

ช่วยลดความตรงของการแก้คำตอบที่ไม่น่ายินดี

In fact, ลำดับความ

4:59

อันที่จริง

on average,

5:00

โดยเฉลี่ยแล้ว

we spend 9 hours per day sitting down.

5:00

เราใช้เวลา 9 ชั่วโมงต่อวันไปกับการนั่ง

ลำดับความ

In fact, on average: บอกข้อเท็จจริงและระบุค่าเฉลี่ย

In fact บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์จริง มักใช้หลังการคาดเดา ความคาดหวัง หรือความคิดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และช่วยดึงความสนใจไปยังข้อเท็จจริงที่ตามมา On average บอกวิธีทำความเข้าใจตัวเลขนั้น เก้าชั่วโมงเป็นค่าเฉลี่ยจากหลายคนหรือหลายวัน ไม่ใช่เวลาที่ตรงกันพอดีสำหรับทุกคน เมื่อใช้สองวลีนี้ร่วมกัน ข้อมูลจะมีสองขั้น คือบอกข้อเท็จจริงก่อน แล้วระบุว่าตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ย

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้น In fact, on average, บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?

  1. ผู้พูดกำลังอธิบายสิ่งที่เกิดกับทุกคนเป็นเวลาเก้าชั่วโมงพอดี
  2. ข้อความนี้บอกสถานการณ์จริง และตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ย ไม่ใช่ค่าที่แน่นอนสำหรับทุกคน
  3. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงไปเล่าเรื่องส่วนตัว
ดูคำตอบ

ข้อความนี้บอกสถานการณ์จริง และตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ย ไม่ใช่ค่าที่แน่นอนสำหรับทุกคน

That's about 60% of our waking life. การใช้คำ

5:04

นั่นคือประมาณ 60% ของเวลาที่เราตื่นอยู่

การใช้คำ

of our waking life: สัดส่วนของเวลาที่ตื่นอยู่

Waking life หมายถึงช่วงเวลาในชีวิตที่คนเราตื่นอยู่ ไม่ได้นอน ในวลี of our waking life คำว่า waking ใช้ขยาย life ดังนั้น 60% จึงเป็นสัดส่วนของเวลาที่ตื่นอยู่ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนจากหลับเป็นตื่นในช่วงสั้น ๆ การกระทำนั้นคือ waking up ส่วนในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกำหนดขอบเขตเวลาที่ใช้คำนวณเปอร์เซ็นต์

แบบฝึกหัด

waking life ในประโยค Work takes up much of our waking life. หมายถึงอะไร?

  1. เวลาที่เราใช้เดินในแต่ละวัน
  2. ช่วงเวลาในชีวิตที่เราตื่นอยู่
  3. กระบวนการสั้น ๆ ของการตื่นนอน
ดูคำตอบ

ช่วงเวลาในชีวิตที่เราตื่นอยู่

So remember to take regular breaks, วลี

5:07

ดังนั้นอย่าลืมหยุดพักเป็นประจำ

even just a minute or two. น้ำเสียง/เจตนา

5:09

แม้จะแค่หนึ่งหรือสองนาทีก็ตาม

วลี

take regular breaks: พักสั้น ๆ เป็นระยะ

take regular breaks เป็นกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ หมายถึงการหยุดทำงานหรือเรียนเพื่อพักสั้น ๆ ตามช่วงเวลาที่สม่ำเสมอ ในที่นี้ take หมายถึง “ทำ” หรือ “ให้ตัวเองได้พัก” ไม่ใช่ “หยิบหรือเอาบางอย่างไป” regular บอกว่าการพักเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ส่วน breaks ใช้รูปพหูพจน์เพราะเป็นคำแนะนำให้พักมากกว่าหนึ่งครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ take, regular และรูปพหูพจน์ของ break: When you work at a screen for a long time, remember to ____.

ดูคำตอบ

take regular breaks

น้ำเสียง/เจตนา

even just a minute or two: ทำให้คำแนะนำดูทำตามได้ง่าย

even just a minute or two หมายความว่า แม้จะมีเวลาน้อยมาก การทำตามคำแนะนำก็ยังคุ้มค่า even ชี้ให้เห็นขีดจำกัดขั้นต่ำที่ต่ำจนน่าแปลกใจ ส่วน just เน้นว่าปริมาณนั้นน้อยมาก ถ้อยคำนี้ช่วยลดความรู้สึกว่าการลงมือทำเป็นเรื่องยาก ผู้พูดกำลังกระตุ้นให้ผู้ฟังพักสั้น ๆ ไม่ได้บอกว่าหนึ่งหรือสองนาทีเป็นเวลาที่ยาวนาน

แบบฝึกหัด

even just a minute or two สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้

  1. แม้จะพักสั้นมากก็ยังคุ้มค่าที่จะพัก
  2. การพักหนึ่งหรือสองนาทีสั้นเกินไปจนไม่ช่วยอะไร
  3. ทุกครั้งต้องพักนานสองนาทีพอดี
ดูคำตอบ

แม้จะพักสั้นมากก็ยังคุ้มค่าที่จะพัก

Okay,

5:12

โอเค

let's recap the vocabulary we've learnt ลำดับความ

5:12

เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้กันเถอะ

ลำดับความ

let's recap: สัญญาณให้ทบทวนประเด็นสำคัญ

Let's recap หมายถึง “มาทบทวนประเด็นสำคัญกันสั้น ๆ” ในประโยคนี้ วลีนี้เกริ่นว่าจะทบทวนคำศัพท์ที่สอนไปแล้วอย่างรวดเร็ว ไม่ได้หมายถึงการสอนบทเรียนทั้งหมดซ้ำตั้งแต่ต้น วลีนี้เป็นสัญญาณจัดลำดับการพูด ทำให้ผู้ฟังคาดได้ว่าต่อไปจะเป็นบทสรุปหรือรายการสั้น ๆ ของเนื้อหาที่พูดไปแล้ว ไม่ใช่เนื้อหาใหม่

แบบฝึกหัด

หลังจากพิธีกรพูดว่า “Okay, let's recap the vocabulary we've learnt” ผู้ฟังควรคาดว่าจะได้ยินอะไรต่อไป?

  1. หัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  2. การทบทวนคำศัพท์ที่พูดถึงไปแล้วอย่างสั้น ๆ
  3. การเริ่มรายการทั้งหมดใหม่ตั้งแต่ต้น
ดูคำตอบ

การทบทวนคำศัพท์ที่พูดถึงไปแล้วอย่างสั้น ๆ

starting with to engineer something out,

5:14

เริ่มจาก 'to engineer something out'

meaning to design or plan

5:18

หมายถึงออกแบบหรือวางแผน

in such a way

5:20

ในลักษณะที่ว่า

that something is no longer needed.

5:21

บางสิ่งไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไป

The phrase this much or so much

5:23

วลี 'this much' หรือ 'so much'

means in such large amounts.

5:26

หมายถึงในปริมาณที่มาก

Blood circulation is the movement of blood through the heart and blood vessels

5:28

การไหลเวียนโลหิตคือการเคลื่อนที่ของเลือดผ่านหัวใจและหลอดเลือด

which carries oxygen around the body.

5:32

ซึ่งนำพาออกซิเจนไปทั่วร่างกาย

If things are geared around a certain activity or purpose,

5:35

หากสิ่งต่างๆ ถูก 'geared around' (จัดทำขึ้นเพื่อรองรับ) กิจกรรมหรือจุดประสงค์บางอย่าง

they're organized to support it.

5:39

สิ่งเหล่านั้นจะถูกจัดระบบมาเพื่อสนับสนุนมัน

The idiom to swim against the tide

5:42

สำนวน 'to swim against the tide'

means to not follow what most people are doing.

5:44

หมายถึงการไม่ทำตามในสิ่งที่คนส่วนใหญ่กำลังทำ

And finally,

5:47

และสุดท้าย

to drive someone towards a new situation

5:48

การ 'drive someone towards a new situation'

means to push them towards accepting it.

5:51

หมายถึงการผลักดันให้พวกเขายอมรับมัน

Once again,

5:54

อีกครั้งหนึ่ง

our 6 minutes are up. วลี

5:55

เวลา 6 นาทีของเราหมดลงแล้ว

วลี

Our 6 minutes are up: เวลาหกนาทีที่กำหนดหมดแล้ว

ในประโยคนี้ ช่วงเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สำหรับรายการสิ้นสุดลงแล้ว รายการจึงต้องจบ เมื่อพูดถึงเวลาที่จัดสรรไว้ up หมายถึง “สิ้นสุด” หรือ “หมด” ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน 6 minutes เป็นพหูพจน์ตามหลักไวยากรณ์ จึงใช้ are เป็น Our 6 minutes are up ส่วนคำนามเอกพจน์ time ใช้เป็น Time is up

แบบฝึกหัด

ใน “Once again, our 6 minutes are up” คำว่า are up หมายถึงอะไร?

  1. ยังมีเวลาให้ใช้อีกหกนาที
  2. เวลาหกนาทีอยู่ด้านบนของบางสิ่ง
  3. เวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดแล้ว
ดูคำตอบ

เวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดแล้ว

Remember to join us again next time

5:56

อย่าลืมกลับมาพบกับเราอีกครั้งในคราวหน้า

for more topical discussion and useful vocabulary วลี

5:58

สำหรับการพูดคุยในประเด็นที่น่าสนใจและคำศัพท์ที่เป็นประโยชน์

here at Six Minute English.

6:01

ที่นี่ใน Six Minute English

วลี

for more topical discussion and useful vocabulary: การพูดคุยเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจและคำศัพท์ที่มีประโยชน์เพิ่มเติม

วลี for more topical discussion and useful vocabulary บอกว่าผู้ฟังจะได้รับอะไรเมื่อกลับมาติดตามรายการอีกครั้ง ในที่นี้ for ใช้นำหน้าจุดประสงค์หรือประโยชน์ของการกลับมา Topical ขยายคำว่า discussion หมายถึงเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เป็นปัจจุบัน มีความสำคัญ หรือมีคนพูดถึงกันมาก ความหมายทางการแพทย์ว่า “ใช้ทาลงบนผิวหนังโดยตรง” ไม่เข้ากับบริบทของรายการนี้ คำว่า and เชื่อม topical discussion กับ useful vocabulary จึงเป็นการบอกว่าจะมีเนื้อหาสองประเภท

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง topical หมายความว่าอะไร

  1. ทำขึ้นเพื่อใช้ทาลงบนผิวหนังโดยตรง
  2. เกี่ยวข้องกับพื้นที่เขตร้อนที่มีอากาศร้อน
  3. เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เป็นปัจจุบัน สำคัญ หรือมีคนพูดถึงกันมาก
ดูคำตอบ

เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เป็นปัจจุบัน สำคัญ หรือมีคนพูดถึงกันมาก

Goodbye for now.

6:03

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Bye.

6:04

ลาก่อน

Six Minute English

6:06

Six Minute English

from bbclearningenglish.com.

6:08

จาก bbclearningenglish.com