ความกล้าหาญอันน่าทึ่งของ Harriet Tubman - Janell Hobson: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
698 คำ 168 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ชีวประวัตินี้ติดตามชีวิตของแฮเรียต ทับแมน ตั้งแต่การตกเป็นทาสและหลบหนีด้วยตนเอง ไปจนถึงภารกิจช่วยเหลือ การรับใช้ในสงครามกลางเมือง และการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของคนผิวดำกับสิทธิเลือกตั้งของสตรี ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Escaping slavery, risking everything to save her family, leading a military raid, championing the cause of women's suffrage, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การสังเกตบทเปิดชีวประวัติที่เรียงวลี -ing แบบขนานหลายวลีก่อนใช้อนุประโยคถัดไปสรุปทั้งหมด และนำรูปแบบนี้ไปใช้แจกแจงผลงานหลายอย่างก่อนเผยคำประเมินภาพรวมของบุคคล 2. an underground railroad, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่าไม่ได้หมายถึงรถไฟใต้ดินจริง ๆ แต่เป็นเครือข่ายลับของบ้านพักพิง ผู้นำทาง กัปตันเรือ และคนขับเกวียนที่ช่วยผู้ถูกกดเป็นทาสหลบหนี ซึ่งเป็นบริบทสำคัญสำหรับทำความเข้าใจเรื่องราวของทับแมน 3. never ran my train off the track และ never lost a passenger." — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ติดตามอุปลักษณ์เรื่องรถไฟที่เปรียบการนำผู้หลบหนีกับการเดินรถ และตีความทั้งสองวลีว่าเป็นคำยืนยันอย่างมั่นใจของทับแมนว่าภารกิจช่วยเหลือของเธอไม่เคยล้มเหลวและไม่มีผู้ใดที่เธอนำทางสูญหาย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Escaping slavery, ลำดับความ

0:06

การหลบหนีจากการเป็นทาส

risking everything to save her family,

0:08

การเสี่ยงทุกอย่างเพื่อช่วยครอบครัวของเธอ

leading a military raid,

0:10

การนำการจู่โจมทางทหาร

championing the cause of women's suffrage, วัฒนธรรม

0:11

การสนับสนุนสิทธิในการลงคะแนนเสียงของสตรี

วัฒนธรรม

championing the cause of women's suffrage: ผลักดันขบวนการสิทธิเลือกตั้งของสตรี

ใน championing the cause of women's suffrage คำว่า championing หมายถึงการสนับสนุนอย่างจริงจังและเปิดเผย หรือการลงมือผลักดันบางสิ่ง ส่วน the cause of นำเสนอ women's suffrage ว่าเป็นขบวนการทางสังคมหรือเป้าหมายร่วมกัน โดย cause ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “สาเหตุ” women's suffrage หมายถึงสิทธิของผู้หญิงในการลงคะแนนเสียง ดังนั้นทั้งวลีจึงบอกว่าเธอทำงานเพื่อผลักดันสิทธิทางการเมืองนี้

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตว่าคำสำคัญมีสองพยางค์และลงท้ายด้วย /dʒ/ หรือมีสามพยางค์และลงท้ายด้วย /ɪŋ/

  1. Her speech focused on women's suffrage.
  2. Her speech focused on women's suffering.
ดูคำตอบ

Her speech focused on women's suffrage.

these are just a handful of the accomplishments วลี

0:14

เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จ

ลำดับความ

Escaping... risking... leading... championing... ก่อนสรุปด้วย these are

วลี -ing สี่วลีที่ขึ้นต้นประโยควางขนานกันเพื่อบอกการกระทำสำคัญ วลีเหล่านี้ไม่ใช่ประโยคอิสระสี่ประโยค และไม่ได้หมายความในตัวเองว่าการกระทำทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมกัน หลังจบรายการ these จะย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำทั้งสี่ แล้วอนุประโยคหลักจึงประเมินทั้งหมดรวมกันว่าเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของความสำเร็จ รูปแบบที่ลิสต์ก่อนแล้วค่อยสรุปนี้ทำให้บทเปิดชีวประวัติมีพลัง จึงต้องจำรายการข้างหน้าไว้จนกว่าจะถึงอนุประโยคสรุป

แบบฝึกหัด

วลี -ing ที่ขึ้นต้นประโยคมีหน้าที่หลักในการจัดข้อมูลอย่างไร

  1. วลีเหล่านี้เป็นคำสั่งแยกกันสี่ข้อที่บอกผู้ฟัง
  2. วลีเหล่านี้แสดงว่าการกระทำสี่อย่างเกิดขึ้นพร้อมกันพอดี
  3. วลีเหล่านี้ลิสต์ความสำเร็จ แล้ว these ที่ตามมาจะย้อนอ้างถึงรายการทั้งหมด
ดูคำตอบ

วลีเหล่านี้ลิสต์ความสำเร็จ แล้ว these ที่ตามมาจะย้อนอ้างถึงรายการทั้งหมด

วลี

just a handful of: เพียงส่วนเล็ก ๆ ของกลุ่มที่ใหญ่กว่า

a handful of ในที่นี้เป็นสำนวนบอกปริมาณเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “จำนวนเล็กน้อย” ไม่ได้หมายถึงของ “หนึ่งกำมือ” ตามตัวอักษร ส่วน just ย้ำว่าสิ่งที่กล่าวถึงมีจำนวนจำกัดมาก ใน a handful of the accomplishments คำว่า the accomplishments ชี้ไปยังกลุ่มที่ใหญ่กว่าซึ่งเป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้ว ทั้งประโยคจึงจัดสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงส่วนน้อยของกลุ่มนั้น และสื่อว่ายังมีความสำเร็จอื่นที่ไม่ได้กล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “เพียงส่วนเล็ก ๆ ของกลุ่มที่ใหญ่กว่าและรู้กันอยู่แล้ว”: These are ____ the requests we received today.

ดูคำตอบ

just a handful of

of one of America's most courageous heroes.

0:16

ของหนึ่งในวีรสตรีที่กล้าหาญที่สุดของอเมริกา

Harriet Tubman was born Araminta Ross

0:19

แฮเรียต ทับแมน เกิดในชื่อ อารามินตา รอสส์

in Dorchester County, Maryland

0:21

ในเทศมณฑลคอร์เชสเตอร์ รัฐแมริแลนด์

in the early 1820s.

0:23

ในช่วงต้นทศวรรษ 1820

Born into chattel slavery, วัฒนธรรม

0:25

เกิดมาในระบบทาสที่ถือคนเป็นทรัพย์สิน

วัฒนธรรม

Born into chattel slavery: สถานะที่ถูกบังคับมาตั้งแต่เกิด

chattel slavery คือรูปแบบหนึ่งของระบบทาสในทางประวัติศาสตร์และกฎหมาย ซึ่งปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกทำให้เป็นทาสเสมือนเป็นทรัพย์สินที่ซื้อ ขาย หรือโอนให้ผู้อื่นได้ ในที่นี้ chattel ระบุประเภทของระบบ ไม่ใช่คำคุณศัพท์ทั่วไปที่ใช้บรรยายลักษณะ Born into หมายความว่าบุคคลนั้นถูกกำหนดให้มีสถานะนี้ตั้งแต่เกิด เมื่อเป็นวลีรูปกริยาช่องที่สามที่ขึ้นต้นประโยค Born into chattel slavery จึงให้ข้อมูลภูมิหลังเกี่ยวกับประธานของอนุประโยคหลักที่ตามมา และเน้นว่านี่ไม่ใช่สภาพที่บุคคลนั้นเลือกเอง

แบบฝึกหัด

ในวลีนี้ chattel slavery เพิ่มความหมายเฉพาะใดจากแนวคิดที่กว้างกว่าของ slavery

  1. บรรยายถึงการเกิดในครอบครัวยากจน
  2. ระบุถึงระบบที่ปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกทำให้เป็นทาสเสมือนเป็นทรัพย์สิน
  3. หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ของการทำงานอาสาสมัครโดยไม่ได้รับค่าจ้าง
ดูคำตอบ

ระบุถึงระบบที่ปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกทำให้เป็นทาสเสมือนเป็นทรัพย์สิน

Araminta or Minty was the fifth of nine children.

0:27

อารามินตา หรือ มินตี้ เป็นลูกคนที่ห้าจากเก้าคน

Two of Minty's older sisters

0:30

พี่สาวสองคนของมินตี้

were sold to a chain gang. วัฒนธรรม

0:32

ถูกขายให้กับกลุ่มนักโทษใช้แรงงาน

วัฒนธรรม

sold to a chain gang: ถูกขายไปอยู่ในกลุ่มแรงงานบังคับที่ถูกล่ามโซ่

ในรูปถูกกระทำ were sold พี่สาวของมินตีเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำ มีคนปฏิบัติต่อพวกเธอเหมือนทรัพย์สินและขายพวกเธอไปโดยที่พวกเธอไม่มีสิทธิ์เลือก ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ chain gang คือกลุ่มนักโทษที่ถูกควบคุม มักถูกล่ามโซ่เข้าด้วยกันและบังคับให้ทำงานหนัก ในประโยคนี้ sold to a chain gang หมายถึงถูกขายเข้าสู่แรงงานบังคับที่โหดร้ายและถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ไม่ใช่การเข้าร่วมทีมทำงานทั่วไปหรือแก๊งข้างถนน

แบบฝึกหัด

ในประโยคประวัติศาสตร์นี้ were sold to a chain gang หมายความว่าอย่างไร?

  1. พวกเธอขายโซ่โลหะให้แก๊งข้างถนน
  2. พวกเธอถูกขายเข้าสู่ระบบแรงงานบังคับที่ควบคุมอย่างเข้มงวด
  3. พวกเธอรับงานที่มีค่าจ้างกับทีมทำงานทั่วไป
ดูคำตอบ

พวกเธอถูกขายเข้าสู่ระบบแรงงานบังคับที่ควบคุมอย่างเข้มงวด

Even as a small child,

0:33

แม้ในวัยเด็ก

Minty was hired out to different owners กริยาวลี

0:35

มินตี้ถูกให้เจ้าของหลายคนเช่าไป

กริยาวลี

hired out to different owners: ถูกให้เช่าแรงงานแก่นายทาสหลายคน

ในที่นี้ was hired out เป็นรูปถูกกระทำ หมายความว่าคนที่ควบคุมมินตีจัดให้เธอไปทำงานให้คนอื่น ไม่ใช่มินตีเป็นผู้เลือกนายจ้างเอง ภายใต้ระบบทาส ผู้ที่ควบคุมเธออาจเป็นฝ่ายรับเงินจากแรงงานของผู้ที่ตกเป็นทาส วลี to different owners ระบุถึงคนหลายคนที่มินตีถูกส่งไปทำงานภายใต้การควบคุมซ้ำๆ สำนวนทั้งหมดกล่าวถึงการแสวงหาประโยชน์และการส่งต่ออำนาจควบคุม ไม่ใช่การจ้างงานแบบมีค่าจ้างตามปกติ

แบบฝึกหัด

ในบันทึกทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับระบบทาส Lena was hired out to a nearby farm หมายความว่าอย่างไร?

  1. คนที่ควบคุม Lena จัดให้เธอไปทำงานที่นั่น
  2. Lena จ้างเจ้าของฟาร์มให้มาทำงานให้เธอ
  3. Lena สมัครงานด้วยความสมัครใจและเลือกฟาร์มนั้นเอง
ดูคำตอบ

คนที่ควบคุม Lena จัดให้เธอไปทำงานที่นั่น

who subjected her to whippings and punishments. วลี

0:37

ผู้ซึ่งจับเธอเฆี่ยนตีและลงโทษ

วลี

subject someone to something: ทำให้ใครต้องเผชิญกับบางสิ่ง

ใน subjected her to whippings and punishments คำว่า subject เป็นคำกริยา หมายถึง “ทำให้ใครบางคนต้องเผชิญกับบางสิ่ง” โครงสร้างคือ subject + คน + to + คำนามหรือวลีคำนาม ในที่นี้ her คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วน whippings and punishments คือสิ่งที่เธอถูกบังคับให้ทนรับ โครงสร้างนี้มักสื่อว่าบุคคลนั้นแทบไม่มีทางเลือกหรือไม่มีทางเลือกเลย โดยเฉพาะเมื่อประสบการณ์นั้นเป็นอันตราย รุนแรง หรือล่วงล้ำ มักพบในคำอธิบายที่จริงจังและเป็นทางการ subject ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “วิชาเรียน” หรือ “หัวข้อ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำแบบเป็นทางการของ subject someone to something: During the investigation, the staff were ____ repeated questioning.

ดูคำตอบ

subjected to

Young Minty's life changed forever ลำดับความ

0:40

ชีวิตของมินตี้น้อยเปลี่ยนไปตลอดกาล

on an errand to a neighborhood store.

0:41

ระหว่างไปทำธุระที่ร้านค้าในละแวกนั้น

ลำดับความ

life changed forever ในฐานะสัญญาณของจุดเปลี่ยนในเรื่องราว

life changed forever เป็นสัญญาณบอกทิศทางของเรื่องราว วลีนี้บอกผู้ฟังว่าเรื่องมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญแล้ว และเหตุการณ์ที่กำลังจะเล่าจะส่งผลยาวนานต่ออนาคตของบุคคลนั้น วลีนี้ยังสร้างความคาดหมายว่าเรื่องราวต่อไปจะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นและเหตุใดจึงสำคัญ ในชีวประวัตินี้ วลีดังกล่าวนำเข้าสู่เหตุการณ์บาดเจ็บที่ส่งผลตลอดชีวิต ดังนั้น forever จึงหมายถึงผลที่ยั่งยืน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราว

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: "Young Minty's life changed forever on an errand to a neighborhood store." ในประโยคชีวประวัตินี้ life changed forever ส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. ความล่าช้าสั้น ๆ ระหว่างการไปทำธุระตามปกติ
  2. กิจวัตรที่เกิดซ้ำในชีวิตประจำวันของมินตี
  3. จุดเปลี่ยนสำคัญที่มีผลยาวนาน
ดูคำตอบ

จุดเปลี่ยนสำคัญที่มีผลยาวนาน

There, an overseer threw a 2-lb weight วัฒนธรรม

0:43

ที่นั่น ผู้คุมได้ขว้างลูกตุ้มน้ำหนัก 2 ปอนด์

at a fugitive enslaved person, การใช้คำ

0:46

ใส่ทาสที่หลบหนี

วัฒนธรรม

overseer ในฐานะผู้ควบคุมแรงงานของผู้ที่ถูกบังคับให้เป็นทาส

ในบริบทสมัยระบบทาสนี้ overseer คือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้กำกับและควบคุมแรงงานของผู้ที่ถูกบังคับให้เป็นทาส และมักมีอำนาจบังคับใช้ระเบียบวินัยด้วย นี่เป็นบทบาททางอำนาจในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงชื่อตำแหน่งที่เป็นกลาง บทบาทนี้ทำให้การขว้างตุ้มน้ำหนักเป็นการใช้ความรุนแรงภายในระบบที่บีบบังคับและไม่เท่าเทียม ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างเพื่อนร่วมงานทั่วไป ในบริบทอื่น overseer อาจหมายถึงเพียงผู้กำกับดูแล ดังนั้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์รอบข้างจึงเป็นตัวกำหนดความหมายที่เข้มข้นกว่าในที่นี้

แบบฝึกหัด

ในประโยคทางประวัติศาสตร์นี้ overseer หมายถึงใคร?

  1. ผู้ที่กำลังหลบหนีจากการเป็นทาส
  2. ผู้ที่กำกับและควบคุมแรงงานของผู้ที่ถูกบังคับให้เป็นทาส
  3. ผู้จัดการสำนักงานทั่วไปที่ไม่มีอำนาจบีบบังคับ
ดูคำตอบ

ผู้ที่กำกับและควบคุมแรงงานของผู้ที่ถูกบังคับให้เป็นทาส

การใช้คำ

fugitive enslaved person: ผู้ที่กำลังหนีจากการเป็นทาส

ในวลีทางประวัติศาสตร์นี้ fugitive ขยาย enslaved person โดยหมายถึงผู้ที่หนีไปแล้วหรือกำลังหนีจากการเป็นทาส และถูกตามหาภายใต้ระบบทาส ในที่นี้ fugitive สะท้อนสถานะที่ผู้มีอำนาจและผู้กดขี่ให้เป็นทาสในยุคนั้นบังคับให้แก่บุคคลนั้น ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นอาชญากรทั่วไป คำนามหลักคือ person ส่วน enslaved อธิบายสภาพที่ถูกบังคับให้เกิดกับบุคคลนั้น การใช้ถ้อยคำที่ยึดบุคคลเป็นหลักเช่นนี้ช่วยไม่ให้มองการเป็นทาสว่าเป็นตัวตนหลักของบุคคล

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในวลีนี้ fugitive enslaved person หมายถึงอาชญากรทั่วไปที่ก่อความผิดซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับระบบทาส

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

missed, and struck Minty instead.

0:48

แต่พลาดเป้า และไปโดนมินตี้แทน

Her injury caused her to experience sleeping spells, ไวยากรณ์

0:50

อาการบาดเจ็บของเธอทำให้เธอประสบกับอาการหลับใน

ไวยากรณ์

caused her to experience: cause + กรรม + to-infinitive

caused her to experience ใช้โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive โดย her injury คือสาเหตุ her คือผู้ที่ได้รับผล และ to experience sleeping spells คือผลที่เกิดขึ้น เมื่อใช้ cause ในรูปประธานเป็นผู้กระทำ ต้องคง to ไว้หน้าคำกริยา: cause someone to experience something โครงสร้างนี้เชื่อมเหตุและผลอย่างเป็นกลาง ไม่ได้หมายความว่า cause เองแปลว่า “ประสบ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างอดีตกาล cause + กรรม + to experience: The medication ____ him ____ nausea.

ดูคำตอบ

caused · to experience

which we know of today as narcolepsy, ไวยากรณ์

0:53

ซึ่งในปัจจุบันเรารู้จักกันในชื่อโรคลมหลับ

for the rest of her life.

0:55

ไปตลอดชีวิตของเธอ

ไวยากรณ์

which we know of today as narcolepsy: อนุประโยคสัมพัทธ์แบบให้ข้อมูลเสริม

อนุประโยค which we know of today as narcolepsy เพิ่มชื่อที่ใช้ในปัจจุบันให้กับ sleeping spells ที่อยู่ก่อนหน้า ในที่นี้ which อ้างถึง sleeping spells ไม่ใช่ her injury หรือ the rest of her life เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่านี่คืออนุประโยคสัมพัทธ์แบบให้ข้อมูลเสริมและไม่จำกัดความ โดยเพิ่มคำอธิบาย ไม่ได้ใช้ระบุว่าเป็น sleeping spells แบบใด โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อเชื่อมคำบรรยายในอดีตเข้ากับคำศัพท์ที่ใช้ในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง which อ้างถึงอะไร?

  1. sleeping spells
  2. the rest of her life
  3. her injury
ดูคำตอบ

sleeping spells

Minty's owner tried to sell her,

0:57

เจ้าของมินตี้พยายามจะขายเธอ

but there were no buyers

0:59

แต่ก็ไม่มีใครซื้อ

for an enslaved person who fell into sleeping spells. วลี

1:00

ทาสที่ล้มพับหลับไปดื้อๆ

วลี

fell into sleeping spells: อาการหลับเป็นช่วง ๆ ที่เกิดซ้ำ

โครงสร้าง fall into + สภาวะ หมายถึงเข้าสู่สภาวะนั้น โดยมักไม่ได้เกิดจากการควบคุมอย่างตั้งใจ ในที่นี้ fell into แสดงการเปลี่ยนจากตื่นอยู่ไปเป็นหลับ spell อาจหมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เกิดภาวะหรืออาการบางอย่าง ดังนั้น sleeping spells ในรูปพหูพจน์จึงหมายถึงช่วงที่หลับกะทันหันหรือหลับโดยไม่ตั้งใจซ้ำ ๆ ไม่ได้หมายถึงเวทมนตร์

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The patient sometimes fell into sleeping spells during the day,” วลี “fell into sleeping spells” หมายความว่าอย่างไร

  1. เวทมนตร์ทำให้เธอหลับ
  2. เธอเริ่มสะกดคำขณะหลับ
  3. เธอเข้าสู่ช่วงการหลับโดยไม่ตั้งใจซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

เธอเข้าสู่ช่วงการหลับโดยไม่ตั้งใจซ้ำ ๆ

She was instead put to work วลี

1:03

เธอจึงถูกส่งไปทำงานแทน

วลี

was instead put to work: กลับถูกมอบหมายให้ทำงานแทน

put someone to work หมายถึงทำให้หรือมอบหมายให้คนนั้นเริ่มทำงาน ในรูปถูกกระทำ was put to work จุดเน้นอยู่ที่ผู้ได้รับมอบหมายงาน ส่วนผู้ตัดสินใจอาจไม่ถูกกล่าวถึง instead แสดงการแทนที่ คือสิ่งนี้เกิดขึ้นแทนความเป็นไปได้หรือความคาดหมายก่อนหน้า ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ was instead put to work สื่อว่าคนอื่นเป็นผู้ควบคุมการตัดสินใจ ไม่ได้หมายความว่าเธอเลือกงานหรือได้งานด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

ใน “The plan was to send Maya home, but she was instead put to work at the front desk,” อนุประโยคที่สองหมายความว่าอย่างไร

  1. Maya ทำงานที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าเสร็จก่อนมีการวางแผน
  2. Maya หางานที่มีค่าจ้างตรงเคาน์เตอร์ด้านหน้าได้ด้วยตนเอง
  3. มีคนมอบหมายให้ Maya ทำงานที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าแทนที่จะส่งเธอกลับบ้าน
ดูคำตอบ

มีคนมอบหมายให้ Maya ทำงานที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าแทนที่จะส่งเธอกลับบ้าน

with her father, Ben Ross,

1:04

กับพ่อของเธอ เบน รอสส์

who taught her how to lumber. การใช้คำ

1:06

ผู้สอนให้เธอรู้จักวิธีตัดไม้

การใช้คำ

how to lumber: lumber ในฐานะคำกริยาเกี่ยวกับงานไม้

ใน how to lumber คำว่า lumber เป็นคำกริยาที่หมายถึงตัดและเตรียมไม้ หรือในความหมายกว้างคือทำงานเกี่ยวกับไม้ โครงสร้าง teach someone how to + คำกริยา แสดงว่าสิ่งนี้เป็นทักษะที่เรียนรู้ได้ ในที่นี้ ความหมายเกี่ยวกับงานไม้เข้ากับบริบทการทำงาน ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่อย่างช้า หนัก และงุ่มง่าม ซึ่งเป็นอีกความหมายหนึ่งของคำกริยา lumber

แบบฝึกหัด

lumber ในประโยค who taught her how to lumber หมายความว่าอะไร

  1. ตัดหรือเตรียมไม้เป็นงาน
  2. เคลื่อนที่อย่างช้าและงุ่มง่าม
  3. ซื้อแผ่นไม้จากร้านค้า
ดูคำตอบ

ตัดหรือเตรียมไม้เป็นงาน

Lumbering increased Minty's physical strength

1:08

การตัดไม้ทำให้ร่างกายของมินตี้แข็งแรงขึ้น

and put her in touch with free black sailors โน้ต

1:11

และทำให้เธอได้ติดต่อกับกะลาสีผิวดำที่เป็นอิสระ

วลี

put her in touch with: ช่วยให้เกิดการติดต่อ

Put someone in touch with someone หมายถึงช่วยให้คนแรกได้รู้จักหรือติดต่อกับอีกคนหนึ่ง ในประโยคนี้ งานเกี่ยวกับไม้ทำให้ Minty ได้เชื่อมโยงกับกะลาสีผิวดำที่เป็นอิสระ ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสทางกาย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ put + คน + in touch with + บุคคล กลุ่ม องค์กร หรือแหล่งความช่วยเหลือหรือข้อมูล ประธานอาจเป็นบุคคล เหตุการณ์ งาน หรือบริการที่ทำให้การเชื่อมต่อนี้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ put ... in touch with: The librarian ____ a local historian who could answer my question.

ดูคำตอบ

put me in touch with

who shipped the wood to the north.

1:13

ผู้ที่ขนส่งไม้ไปทางเหนือ

วัฒนธรรม

free black sailors: free ในฐานะสถานะทางประวัติศาสตร์

ใน free black sailors คำว่า free หมายถึง “ไม่ได้ตกเป็นทาส” คำนี้ระบุสถานะทางกฎหมายและสังคมของกะลาสีในสังคมที่คนผิวดำซึ่งมีสถานะเป็นไทและคนผิวดำที่ถูกกดเป็นทาสมีสถานะแตกต่างกัน ไม่ได้หมายถึง “ไม่เสียเงิน” หรือ “ว่างและพร้อม” สถานะนี้อาจทำให้คนคนหนึ่งมีโอกาสทำงานและเดินทางมากกว่าผู้ที่ถูกกดเป็นทาส จึงช่วยอธิบายว่ากะลาสีเหล่านี้สามารถขนสินค้าและแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเส้นทางได้อย่างไร แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีสิทธิเท่าเทียมหรือไม่ต้องเผชิญกับการเหยียดเชื้อชาติ

แบบฝึกหัด

ในประโยคทางประวัติศาสตร์นี้ free ใน free black sailors หมายถึงอะไร

  1. กะลาสีเหล่านั้นทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง
  2. กะลาสีเหล่านั้นไม่ได้เป็นทาสตามกฎหมาย
  3. กะลาสีเหล่านั้นพร้อมรับงานทุกชนิด
ดูคำตอบ

กะลาสีเหล่านั้นไม่ได้เป็นทาสตามกฎหมาย

From them, Minty learned about the secret communications วัฒนธรรม

1:15

จากพวกเขา มินตี้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการสื่อสารลับ

that occurred along trade routes,

1:18

ที่เกิดขึ้นตามเส้นทางการค้า

วัฒนธรรม

secret communications that occurred along trade routes: การติดต่อสื่อสารลับตามเส้นทางการค้า

ใน secret communications คำว่า communications หมายถึงการแลกเปลี่ยนข้อความหรือข้อมูลระหว่างผู้คน ไม่ใช่โทรศัพท์หรืออุปกรณ์อื่น ๆ อนุประโยคขยาย that occurred along trade routes อธิบายว่าการแลกเปลี่ยนลับนี้เกิดขึ้นที่ใดและผ่านเครือข่ายใด กล่าวคือ เส้นทางที่ใช้ขนสินค้าก็เชื่อมโยงนักเดินทางและแรงงานเข้าด้วยกันด้วย ดังนั้น วลีนี้จึงนำเสนอเส้นทางการค้าในฐานะช่องทางส่งต่อข้อมูลควบคู่กับการขนสินค้า การรู้จักเครือข่ายเช่นนี้อาจทำให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางและผู้ติดต่อที่เป็นประโยชน์ต่อการเดินทางหรือการประสานงานลับในภายหลัง

แบบฝึกหัด

secret communications that occurred along trade routes ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. มีการติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารสมัยใหม่อย่างลับ ๆ ข้างเส้นทางเหล่านั้น
  2. เส้นทางการค้าถูกปกปิดเป็นความลับจากทุกคนที่ขนสินค้า
  3. ข้อความและข้อมูลลับถูกแลกเปลี่ยนผ่านเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับเส้นทางการค้า
ดูคำตอบ

ข้อความและข้อมูลลับถูกแลกเปลี่ยนผ่านเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับเส้นทางการค้า

information that would prove invaluable ไวยากรณ์

1:20

ข้อมูลซึ่งจะพิสูจน์ให้เห็นว่าล้ำค่า

later in her life.

1:22

ในชีวิตของเธอในเวลาต่อมา

ไวยากรณ์

would prove invaluable later in her life: ภายหลังกลายเป็นสิ่งล้ำค่าอย่างยิ่งในชีวิตของเธอ

ในที่นี้ would prove + คำคุณศัพท์ เป็นการมองจากช่วงเวลาหนึ่งในอดีตของเรื่องไปยังผลที่ปรากฏชัดในภายหลัง prove หมายถึง “ในที่สุดก็ปรากฏว่าเป็น” ไม่ใช่ “พิสูจน์ด้วยหลักฐาน” ผู้เล่ารู้อยู่แล้วว่าผลในภายหลังเป็นอย่างไร ดังนั้น would จึงแสดงมุมมองจากอดีต ไม่ได้แสดงความตั้งใจ invaluable หมายถึง “มีค่าหรือมีประโยชน์อย่างยิ่ง” ประโยคนี้บอกเป็นนัยล่วงหน้าว่าข้อมูลที่ได้รับในตอนนั้นกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในชีวิตของเธอภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย would prove และคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “มีประโยชน์อย่างยิ่ง”: The notes she kept as a young reporter ____ in her later investigation.

ดูคำตอบ

would prove invaluable

In this mixed atmosphere

1:24

ในบรรยากาศที่ผสมผสานนี้

of free and enslaved blacks working side by side, วัฒนธรรม

1:25

ที่มีคนผิวดำที่เป็นอิสระและทาสทำงานเคียงข้างกัน

วัฒนธรรม

free and enslaved blacks working side by side: คนผิวดำที่มีสถานะทางกฎหมายต่างกันทำงานในสภาพแวดล้อมเดียวกัน

วลีที่เชื่อม free and enslaved เข้าด้วยกันเปรียบต่างสถานะทางกฎหมายสองแบบของคนผิวดำ บางคนไม่ได้เป็นทาส ขณะที่อีกกลุ่มถูกกักไว้ในระบบทาส working side by side หมายถึงพวกเขาทำงานอยู่เคียงข้างกันในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ไม่ได้เป็นเพียงภาพของคนที่ยืนอยู่ข้างกันเท่านั้น วลีนี้สร้างภาพของสภาพแวดล้อมทางสังคมแบบผสมที่กลุ่มเหล่านี้สามารถพบปะกันได้ การอยู่ในสถานที่ทำงานเดียวกันไม่ได้ลบความแตกต่างอย่างมากด้านเสรีภาพ สิทธิ หรืออำนาจ

แบบฝึกหัด

“free and enslaved blacks working side by side” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. คนผิวดำที่มีสถานะทางกฎหมายต่างกันกำลังทำงานในสภาพแวดล้อมเดียวกัน
  2. ทุกคนในสถานที่ทำงานมีเสรีภาพและสิทธิเท่าเทียมกัน
  3. ผู้คนเพียงยืนอยู่ข้างกันและไม่ได้ทำงานร่วมกัน
ดูคำตอบ

คนผิวดำที่มีสถานะทางกฎหมายต่างกันกำลังทำงานในสภาพแวดล้อมเดียวกัน

Minty met John Tubman,

1:28

มินตี้ได้พบกับ จอห์น ทับแมน

a free black man she married in 1844.

1:30

ชายผิวดำอิสระที่เธอแต่งงานด้วยในปี 1844

After marriage,

1:33

หลังจากการแต่งงาน

she renamed herself Harriet after her mother. วลี

1:34

เธอเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น แฮเรียต ตามชื่อแม่ของเธอ

วลี

rename herself Harriet after her mother: เปลี่ยนชื่อตามชื่อบุคคลอื่น

ใน “renamed herself Harriet” คำว่า herself เป็นกรรมของ renamed และ Harriet คือชื่อใหม่ กล่าวคือ เธอเปลี่ยนชื่อของตนเป็น Harriet โครงสร้าง name/rename someone after someone หมายถึงตั้งหรือเปลี่ยนชื่อโดยใช้ชื่อของอีกคนเป็นที่มา ซึ่งมักเป็นการให้เกียรติคนนั้น ในที่นี้ after her mother ชี้ว่าชื่อ Harriet มาจากชื่อของแม่ ไม่ได้บอกลำดับเวลา

แบบฝึกหัด

ในประโยค “They named their son Daniel after his grandfather,” คำว่า after his grandfather หมายความว่าอย่างไร?

  1. หมายถึง Daniel ได้รับชื่อในเวลาที่ช้ากว่าปู่
  2. หมายถึงชื่อ Daniel มาจากชื่อของปู่ และมักมีความหมายว่าให้เกียรติปู่
  3. หมายถึง Daniel เดินอยู่ข้างหลังปู่
ดูคำตอบ

หมายถึงชื่อ Daniel มาจากชื่อของปู่ และมักมีความหมายว่าให้เกียรติปู่

Harriet Tubman's owner died in 1849.

1:37

เจ้าของของแฮเรียต ทับแมน เสียชีวิตในปี 1849

When his widow planned to sell off กริยาวลี

1:40

เมื่อภรรยาม่ายของเขาวางแผนที่จะขาย

her enslaved human beings,

1:42

มนุษย์ที่เป็นทาสของเธอ

กริยาวลี

sell off: ขายเพื่อกำจัดหรือชำระบัญชีทรัพย์สิน

Sell off เป็นกริยาวลีแบบต้องมีกรรม หมายถึงขายสินทรัพย์ สินค้าคงคลัง หรือทรัพย์สิน มักขายเป็นกลุ่มโดยมีนัยว่าต้องการกำจัด ลดสิ่งที่ถือครอง หรือหาเงินสด คำว่า off เป็นส่วนหนึ่งของกริยา ไม่ได้บอกทิศทางทางกายภาพ ในประโยคทางประวัติศาสตร์นี้ กรรมคือ her enslaved human beings ภาษาที่เหมือนการขายทรัพย์สินนี้เผยให้เห็นความโหดร้ายของระบบทาส เพราะผู้กดขี่เป็นทาสปฏิบัติต่อมนุษย์ราวกับเป็นสิ่งของที่ซื้อขายได้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึงขายสินค้าคงคลังเพื่อกำจัดหรือชำระบัญชีให้ประโยคสมบูรณ์: The shop is closing, so it will ____ its remaining stock.

ดูคำตอบ

sell off

Harriet feared she would be sold away วลี

1:44

แฮเรียตกลัวว่าเธอจะถูกขายไปไกล

from everyone she loved.

1:45

จากทุกคนที่เธอรัก

วลี

be sold away from everyone she loved: ถูกขายไปและถูกพรากจากทุกคนที่รัก

ใน sold away from everyone she loved คำว่า sold เป็นรูปถูกกระทำ หมายความว่า Harriet กลัวว่าคนอื่นจะขายเธอ ส่วน away from เพิ่มผลที่ตามมาว่าเธอจะถูกพาไปที่อื่นและถูกแยกจากคนใกล้ชิด everyone she loved หมายถึงทุกคนที่เธอรัก ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นไม่เพียงการถูกขาย แต่ยังรวมถึงการถูกบังคับให้สูญเสียเครือข่ายคนที่รักและคอยช่วยเหลือเธอทั้งหมดด้วย

แบบฝึกหัด

“She feared she would be sold away from everyone she loved” หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอกลัวว่าทุกคนที่เธอรักจะถูกขายมาให้เธอ
  2. เธอกลัวว่าจะถูกขายและถูกแยกจากทุกคนที่เธอรัก
  3. เธอกลัวว่าเธอจะขายทุกคนแล้วจากไป
ดูคำตอบ

เธอกลัวว่าจะถูกขายและถูกแยกจากทุกคนที่เธอรัก

She had heard of an underground railroad, วัฒนธรรม

1:47

เธอเคยได้ยินเกี่ยวกับรถไฟใต้ดิน

วัฒนธรรม

an underground railroad: เครือข่ายลับเพื่อการหลบหนี

ในประโยคนี้ an underground railroad หมายถึง Underground Railroad ซึ่งเป็นเครือข่ายลับที่ประกอบด้วยเส้นทาง สถานที่ปลอดภัย ผู้นำทาง และผู้สนับสนุน เครือข่ายนี้ช่วยผู้ที่ถูกกดขี่เป็นทาสให้หลบหนีจากระบบทาสและเดินทางไปยังพื้นที่เสรี ไม่ใช่รถไฟหรือเส้นทางรถไฟใต้ดินจริง ๆ underground สื่อว่าการดำเนินงานถูกซ่อนไว้จากเจ้าหน้าที่ ส่วน railroad เป็นคำเปรียบเทียบถึงเส้นทางและความช่วยเหลือที่ประสานกันภายในเครือข่าย

แบบฝึกหัด

ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ Underground Railroad หมายถึงอะไร

  1. ทางรถไฟที่ใช้ขนส่งสินค้าเฉพาะตอนกลางคืน
  2. เส้นทางรถไฟใต้ดินระหว่างเมือง
  3. เครือข่ายลับที่ช่วยผู้ที่ถูกกดขี่เป็นทาสหลบหนี
ดูคำตอบ

เครือข่ายลับที่ช่วยผู้ที่ถูกกดขี่เป็นทาสหลบหนี

a secret network of safe houses, ลำดับความ

1:49

เครือข่ายลับของเซฟเฮาส์

boat captains, and wagon drivers

1:51

กัปตันเรือ และคนขับเกวียน

ลำดับความ

a secret network of ... ในฐานะนามวลีที่ให้นิยาม

นามวลีทั้งหมดนี้ให้นิยามโดยตรงแก่คำที่กล่าวถึงก่อนหน้า คือ the Underground Railroad โดยอธิบายว่าเป็นระบบลับที่ประกอบด้วยบ้านพักปลอดภัยและผู้คนที่ช่วยเคลื่อนย้ายและปกป้องผู้หลบหนี ไม่ได้เริ่มเล่าเหตุการณ์อีกเรื่องหนึ่ง ภาษาอังกฤษมักวางนามวลีที่ทำหน้าที่ให้นิยามไว้ข้างชื่อหรือคำศัพท์ที่ผู้อ่านอาจไม่คุ้น นามวลีซ้อนอธิบายแบบนี้ให้รายละเอียดที่เป็นรูปธรรมได้ทันที จึงควรถามว่า “วลีนี้กำลังเรียกชื่อใหม่หรืออธิบายคำนามหรือชื่อใดที่มาก่อน?”

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “a secret network of safe houses, boat captains, and wagon drivers” ทำหน้าที่อะไร?

  1. วลีนี้แจกแจงสถานที่ที่รถไฟทั่วไปจอด
  2. วลีนี้ให้นิยามแก่คำก่อนหน้า คือ the Underground Railroad
  3. วลีนี้เริ่มเรื่องใหม่เกี่ยวกับการสร้างทางรถไฟ
ดูคำตอบ

วลีนี้ให้นิยามแก่คำก่อนหน้า คือ the Underground Railroad

willing to harbor fugitive enslaved people การใช้คำ

1:54

ที่เต็มใจจะให้ที่พักพิงแก่ทาสที่หลบหนี

on their way north.

1:56

ระหว่างทางไปทางเหนือ

การใช้คำ

harbor fugitive enslaved people: harbor ที่ใช้เป็นคำกริยา

ในที่นี้ harbor เป็นสกรรมกริยา หมายถึงซ่อนและปกป้องผู้ที่กำลังหลบหนีหรือถูกไล่ล่า กรรมของคำนี้คือ fugitive enslaved people ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นคำนาม harbor ที่หมายถึงบริเวณปลอดภัยสำหรับเรือ ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ คำกริยาดังกล่าวสื่อถึงที่หลบภัยลับและอันตรายจริงที่ผู้ให้ความช่วยเหลือต้องเผชิญ มีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่าคำว่า help เพราะผู้ที่ได้รับการซ่อนจะถูกพาไปอยู่ในสถานที่ที่ผู้ไล่ล่าหาเจอได้ยากกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ harbor ในความหมายเดียวกับ “harbor fugitive enslaved people”?

  1. She harbored doubts about the plan for months.
  2. The fishing boats returned to the harbor before dark.
  3. The family secretly harbored the fugitive for three nights.
ดูคำตอบ

The family secretly harbored the fugitive for three nights.

So, Tubman fled with two of her brothers,

1:58

ดังนั้น ทับแมนจึงหลบหนีไปพร้อมกับพี่ชายสองคนของเธอ

Ben and Harry.

2:00

เบน และ แฮร์รี่

They eventually turned back, กริยาวลี

2:01

สุดท้ายพวกเขาก็หันหลังกลับ

fearing they were lost.

2:03

ด้วยความกลัวว่าพวกเขาหลงทาง

กริยาวลี

turned back: หยุดเดินหน้าต่อแล้วหันกลับ

ในที่นี้ turned back หมายถึงพวกเขาหยุดเดินหน้าต่อและย้อนกลับไปทางที่มา เป็นการเปลี่ยนทิศทางของการเดินทาง ไม่ใช่เพียงหันตัวไปมองด้านหลัง Eventually บอกว่านี่คือผลที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง ส่วน fearing they were lost อธิบายเหตุผลที่พวกเขาเปลี่ยนทิศทาง Turn back ใช้ได้กับการเดินทาง การเดินเท้า และการพยายามทำสิ่งอื่นที่ไม่สามารถดำเนินต่อได้อย่างปลอดภัย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ turn back เติมประโยคให้สมบูรณ์: The trail became unsafe, so the hikers ____.

ดูคำตอบ

turned back

But in one of her sleeping spells,

2:04

แต่ในอาการหลับในครั้งหนึ่งของเธอ

Harriet dreamed that she could fly like a bird. สำนวน

2:06

แฮเรียตฝันว่าเธอสามารถบินได้เหมือนนก

สำนวน

could fly like a bird: ภาพเปรียบเทียบเรื่องอิสระในความฝัน

could fly like a bird เป็นเหตุการณ์ในความฝันของ Harriet จึงไม่ได้หมายความว่าเธอบินได้จริงทางกายภาพ คำว่า like เปรียบเทียบการบินในจินตนาการของเธอกับการบินของนกอย่างชัดเจน จึงเป็นอุปมาแบบเปรียบเทียบโดยตรง ในบริบทนี้ ภาพนกที่บินสื่อถึงการหลุดพ้นจากข้อจำกัดและอิสระที่จะไปยังที่ที่เธอเลือก ความฝันเปลี่ยนความปรารถนาเรื่องอิสระที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นภาพการเคลื่อนไหวในอากาศที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

could fly like a bird ในประโยคนี้สื่อความหมายใดเด่นที่สุด?

  1. คำอธิบายว่านกเรียนรู้ที่จะบินอย่างไร
  2. การเปรียบเทียบในความฝันที่เชื่อมโยงการบินกับอิสระ
  3. ข้อความตามข้อเท็จจริงว่า Harriet มีความสามารถบินได้จริง
ดูคำตอบ

การเปรียบเทียบในความฝันที่เชื่อมโยงการบินกับอิสระ

Looking down below,

2:09

เมื่อมองลงไปเบื้องล่าง

she saw the path to liberation. สำนวน

2:10

เธอเห็นเส้นทางสู่อิสรภาพ

สำนวน

the path to liberation: path to + เป้าหมายเชิงนามธรรม

ในวลี the path to liberation คำว่า liberation เป็นเป้าหมายเชิงนามธรรม คือภาวะของการเป็นอิสระ วลีนี้เปรียบการบรรลุเป้าหมายกับการเดินไปตามเส้นทาง จึงสื่อว่าอิสรภาพเป็นสิ่งที่ไปถึงได้ผ่านกระบวนการหนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ path to + คำนามนามธรรม ซึ่งหมายถึงวิธีหรือกระบวนการที่นำไปสู่ผลลัพธ์ เช่น path to recovery หรือ path to success

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปในโครงสร้าง path to + เป้าหมาย: Small steps can put you on the path ____ recovery.

ดูคำตอบ

to

And in the autumn of 1849,

2:13

และในฤดูใบไม้ร่วงปี 1849

she set out on her own, กริยาวลี

2:15

เธอออกเดินทางด้วยตัวเธอเอง

กริยาวลี

set out on her own: เริ่มเดินทางเพียงลำพัง

Set out หมายถึงเริ่มต้นการเดินทางหรือกิจกรรมที่มีจุดมุ่งหมาย ส่วน on her own ในที่นี้หมายถึงไม่มีผู้ร่วมทาง ดังนั้น set out on her own จึงหมายความว่าเธอเริ่มออกเดินทางเพียงลำพัง เมื่อเทียบกับ left ที่เพียงบอกว่าออกจากสถานที่หนึ่ง set out จะเน้นจุดเริ่มต้นของการเดินทางหรือความพยายามที่วางแผนไว้มากกว่า Set out ยังใช้แบบมีกรรมในโครงสร้างอื่นได้ เช่น set out the plates แต่ไม่ใช่ความหมายในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่ามายาเริ่มต้นการเดินทางโดยไม่มีผู้ร่วมทาง?

  1. Maya left her own bag behind.
  2. Maya set out on her own.
  3. Maya set out the maps on the table.
ดูคำตอบ

Maya set out on her own.

following the North Star to Pennsylvania วัฒนธรรม

2:17

ตามดาวเหนือไปยังเพนซิลเวเนีย

and to freedom.

2:19

และสู่อิสรภาพ

วัฒนธรรม

following the North Star: ใช้ดาวเหนือนำทางขึ้นเหนือสู่อิสรภาพ

the North Star คือดาวเหนือหรือ Polaris ในซีกโลกเหนือ ตำแหน่งของดาวนี้บนท้องฟ้ายามค่ำคืนอยู่ใกล้ทิศเหนือจริง ดังนั้น following the North Star จึงหมายถึงการใช้ดาวนี้เป็นเครื่องนำทางในตอนกลางคืนเพื่อมุ่งขึ้นเหนือ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวมีประโยชน์ในทางปฏิบัติ ไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำเชิงกวี วลีนี้อธิบายว่าเธอมุ่งหน้าไปยังเพนซิลเวเนียซึ่งเป็นรัฐเสรีได้อย่างไร ดังนั้นการเดินทางขึ้นเหนือจึงเป็นการมุ่งไปสู่อิสรภาพด้วย

แบบฝึกหัด

following the North Star อธิบายอะไรในประโยคนี้?

  1. ใช้ดาวเป็นเครื่องนำทางเพื่อมุ่งขึ้นเหนือไปยังรัฐเสรี
  2. ติดตามคนที่มีฉายาว่า North Star
  3. ศึกษาดวงดาวหลังจากเดินทางถึงเพนซิลเวเนีย
ดูคำตอบ

ใช้ดาวเป็นเครื่องนำทางเพื่อมุ่งขึ้นเหนือไปยังรัฐเสรี

Tubman returned to the South 13 times

2:21

ทับแมนกลับไปทางใต้ 13 ครั้ง

to free her niece, brothers,

2:24

เพื่อปลดปล่อยหลานสาว พี่ชาย

parents, and many others.

2:26

พ่อแม่ และคนอื่นๆ อีกมากมาย

She earned the nickname Black Moses วัฒนธรรม

2:28

เธอได้รับฉายาว่า โมเสสผิวสี

วัฒนธรรม

Black Moses: ฉายาของ Harriet Tubman ที่มาจากพระคัมภีร์

Black Moses เป็นฉายาที่มาจากการเปรียบเทียบกับเรื่องในพระคัมภีร์ ไม่ใช่นามสกุล ในพระคัมภีร์ โมเสสนำชาวอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์ การเรียก Harriet Tubman ว่า Black Moses เป็นการยกย่องเธอในฐานะผู้ปลดปล่อย เพราะเธอนำผู้ที่ถูกกดขี่เป็นทาสไปสู่อิสรภาพเช่นเดียวกับโมเสส Black ระบุว่าเธอเป็นผู้นำผิวดำ ส่วน Moses ให้บทบาทเชิงสัญลักษณ์แก่ฉายานี้

แบบฝึกหัด

ฉายา Black Moses สื่อความหมายอะไรในที่นี้?

  1. ฉายานี้บอกว่า Tubman ทำงานให้ทางรถไฟของบุคคลชื่อ Moses
  2. ฉายานี้เปรียบ Tubman กับโมเสสในฐานะผู้นำที่พาผู้ถูกกดขี่เป็นทาสไปสู่อิสรภาพ
  3. ฉายานี้บอกว่า Moses เป็นนามสกุลของ Tubman
ดูคำตอบ

ฉายานี้เปรียบ Tubman กับโมเสสในฐานะผู้นำที่พาผู้ถูกกดขี่เป็นทาสไปสู่อิสรภาพ

and worked diligently with fellow abolitionists วัฒนธรรม

2:30

และทำงานอย่างขยันขันแข็งกับเพื่อนนักล้มล้างระบบทาส

to help enslaved people escape,

2:33

เพื่อช่วยให้ทาสหลบหนี

วัฒนธรรม

with fellow abolitionists: ร่วมกับนักเลิกทาสคนอื่น ๆ ในขบวนการเดียวกัน

fellow วางหน้าคำนามที่บอกกลุ่มหรือบทบาท เพื่อหมายถึง “คนอื่นที่มีสถานะหรือสนับสนุนเป้าหมายเดียวกัน” ดังนั้น with fellow abolitionists จึงแสดงว่า Tubman ทำงานเคียงข้างผู้ที่อยู่ในขบวนการเดียวกัน ในบริบทประวัติศาสตร์สหรัฐฯ นี้ abolitionists คือผู้ที่ทำงานเพื่อยุติระบบทาส คำนี้ไม่ได้หมายถึงบุคคลทั่วไปที่พยายามยกเลิกแผน กฎ หรือกิจกรรมธรรมดา

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ fellow abolitionists หมายถึงอะไร

  1. คนอื่นที่ทำงานเพื่อยุติระบบทาสเช่นกัน
  2. เพื่อนที่ต้องการยกเลิกกิจกรรมธรรมดา
  3. ญาติที่เดินทางไปกับเธอ
ดูคำตอบ

คนอื่นที่ทำงานเพื่อยุติระบบทาสเช่นกัน

first to the north and later to Canada.

2:35

ครั้งแรกไปทางเหนือและต่อมาไปที่แคนาดา

Harriet Tubman worked as a Union Army nurse, วัฒนธรรม

2:39

แฮเรียต ทับแมน ทำงานเป็นพยาบาลของกองทัพฝ่ายเหนือ

scout, and spy during the Civil War.

2:41

หน่วยลาดตระเวน และสายลับในช่วงสงครามกลางเมือง

วัฒนธรรม

พยาบาล หน่วยสอดแนม และสายลับของกองทัพฝ่ายสหภาพในช่วงสงครามกลางเมือง

ในบริบทประวัติศาสตร์สหรัฐฯ นี้ Union Army คือกองทัพของสหรัฐอเมริกาซึ่งเชื่อมโยงกับรัฐฝ่ายเหนือเป็นหลัก และต่อสู้กับฝ่ายสมาพันธรัฐในสงครามกลางเมืองอเมริกา Union ในที่นี้เป็นชื่อของฝ่ายหนึ่งในสงคราม ไม่ได้หมายถึงสหภาพแรงงาน nurse, scout และ spy คือบทบาทในช่วงสงครามสามอย่าง ได้แก่ ดูแลผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ สังเกตภูมิประเทศหรือการเคลื่อนกำลังทหารแล้วรายงานกลับ และรวบรวมข่าวกรองอย่างลับ ๆ ส่วน during the Civil War ระบุช่วงเวลาและบริบททางประวัติศาสตร์ร่วมกันของทั้งสามบทบาท

แบบฝึกหัด

ข้อความที่เน้นบอกอะไรเกี่ยวกับงานของ Tubman

  1. เธอทำงานให้สหภาพแรงงานที่ฝึกพยาบาลและลูกเสือเยาวชน
  2. เธอรับใช้ทุกกองทัพในสงครามโดยเป็นเพียงพยาบาลโรงพยาบาลเท่านั้น
  3. เธอรับใช้ฝ่ายสหภาพในสงครามกลางเมืองอเมริกา โดยทำหน้าที่ด้านการแพทย์ การสอดแนม และข่าวกรอง
ดูคำตอบ

เธอรับใช้ฝ่ายสหภาพในสงครามกลางเมืองอเมริกา โดยทำหน้าที่ด้านการแพทย์ การสอดแนม และข่าวกรอง

In 1863, she became the first woman ไวยากรณ์

2:44

ในปี 1863 เธอได้เป็นผู้หญิงคนแรก

in United States history

2:46

ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

to plan and lead a military raid,

2:48

ที่วางแผนและเป็นผู้นำในการจู่โจมทางทหาร

ไวยากรณ์

became the first woman ... to plan and lead: โครงสร้างบอกความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

became the first woman in United States history to plan and lead a military raid นำเสนอความสำเร็จของเธอในฐานะเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ โครงสร้างคือ become/be + the first + คำนามที่บอกบุคคลหรือบทบาท + to + กริยารูปพื้นฐาน โดย in United States history กำหนดขอบเขตของคำกล่าวว่าเธอเป็น “คนแรก” to plan and lead a military raid ระบุว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกจากความสำเร็จเรื่องใด ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของการกลายเป็นผู้หญิงคนแรก plan และ lead เป็นกริยาที่เชื่อมกันและใช้กรรม a military raid ร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำภาษาอังกฤษหนึ่งคำเพื่อทำให้โครงสร้างบอกเหตุการณ์สำคัญสมบูรณ์: In 2022, Maya became the first engineer on her team ____ lead an international project.

ดูคำตอบ

to

liberating nearly 700 enslaved persons ไวยากรณ์

2:51

ปลดปล่อยทาสเกือบ 700 คน

in South Carolina.

2:53

ในเซาท์แคโรไลนา

ไวยากรณ์

liberating nearly 700 enslaved persons: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์

liberating nearly 700 enslaved persons ที่ตามหลังอนุประโยคก่อนหน้าเป็นอนุประโยค -ing ที่เสริมข้อมูล โดยบอกผลจากการที่เธอวางแผนและนำการจู่โจมทางทหารครั้งนั้น นั่นคือ ผู้ถูกกดขี่เป็นทาสเกือบ 700 คนได้รับอิสรภาพ อนุประโยคนี้ไม่ได้ระบุประธานใหม่ ผู้กระทำที่เข้าใจได้ยังคงเป็น she จากอนุประโยคก่อนหน้า โครงสร้างจุลภาค + อนุประโยค -ing สามารถเชื่อมผลลัพธ์เข้ากับการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึงได้โดยไม่ต้องเริ่มอนุประโยคที่มีกริยาผันใหม่

แบบฝึกหัด

วลี -ing ในประโยคนี้แสดงอะไร? The heavy rain flooded the tunnel, forcing the trains to stop.

  1. การกระทำใหม่ที่มีประธานไม่เกี่ยวข้อง
  2. ผลจากอุโมงค์ถูกน้ำท่วม
  3. จุดประสงค์ของฝนที่ตกหนัก
ดูคำตอบ

ผลจากอุโมงค์ถูกน้ำท่วม

After the war, the 13th Amendment วัฒนธรรม

2:55

หลังสงคราม การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 13

to the United States Constitution

2:57

ของรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา

legally abolished slavery,

2:59

ได้ยกเลิกทาสอย่างถูกกฎหมาย

while the 14th expanded citizenship

3:01

ขณะที่ครั้งที่ 14 ขยายการเป็นพลเมือง

and the 15th gave voting rights

3:03

และครั้งที่ 15 ให้สิทธิในการลงคะแนนเสียง

to formerly enslaved black men.

3:05

แก่ชายผิวดำที่เคยเป็นทาส

วัฒนธรรม

13th Amendment ... the 14th ... the 15th: การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ระบุด้วยหมายเลข

ในข้อความประวัติศาสตร์นี้ 13th Amendment, the 14th และ the 15th หมายถึงการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่สิบสาม สิบสี่ และสิบห้าตามลำดับ สองคำหลังละคำนาม Amendment ไว้ เพราะวลีเต็มที่ปรากฏก่อนหน้าทำให้เข้าใจคำนามนี้ได้ ประโยคนี้สรุปบทบาทของทั้งสามฉบับว่า ครั้งที่สิบสามยกเลิกระบบทาส ครั้งที่สิบสี่ขยายสิทธิความเป็นพลเมือง และครั้งที่สิบห้าคุ้มครองสิทธิเลือกตั้งของชายผิวดำที่เคยถูกกดเป็นทาส อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ยังไม่ได้รับรองสิทธิเลือกตั้งของผู้หญิง จึงช่วยอธิบายว่าเหตุใดการต่อสู้จึงดำเนินต่อไปในประโยคถัดไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ คำนามใดถูกละไว้หลัง the 14th และ the 15th?

  1. Constitution
  2. citizenship
  3. Amendment
ดูคำตอบ

Amendment

But she was undaunted ลำดับความ

3:07

แต่เธอก็ไม่หวั่นไหว

and she persisted.

3:09

และเธอก็ยังคงยืนหยัดต่อไป

ลำดับความ

she was undaunted and she persisted: จากความมุ่งมั่นสู่การลงมือทำ

But ทำหน้าที่หันเรื่องจากความก้าวหน้าทางกฎหมายที่เพิ่งกล่าวถึง ไปสู่งานที่ยังไม่เสร็จสิ้น การแก้ไขเพิ่มเติมเหล่านั้นยังไม่ได้รับรองสิทธิเลือกตั้งของผู้หญิง การต่อสู้ของเธอจึงยังดำเนินต่อไป She was undaunted แสดงปฏิกิริยาของเธอว่า เธอไม่ยอมให้ความกลัวหรือความท้อแท้ทำให้ล้มเลิก ส่วน And she persisted เพิ่มการกระทำที่ตามมา การใช้ she ซ้ำในอนุประโยคสั้น ๆ สองส่วนที่เชื่อมกันทำให้เกิดจังหวะหนักแน่น และพาความหมายจากความมุ่งมั่นภายในไปสู่การลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

อนุประโยค she was undaunted และ she persisted เน้นอะไร?

  1. สองอนุประโยคเรียงกฎหมายใหม่สองฉบับตามลำดับเวลา
  2. สองอนุประโยคพาความหมายจากท่าทีที่ไม่หวั่นไหวไปสู่การกระทำต่อเนื่องด้วยจังหวะที่เน้นย้ำ
  3. สองอนุประโยคแสดงว่าเธอหวาดกลัวและหยุดลงมือทำ
ดูคำตอบ

สองอนุประโยคพาความหมายจากท่าทีที่ไม่หวั่นไหวไปสู่การกระทำต่อเนื่องด้วยจังหวะที่เน้นย้ำ

She raised funds for formerly enslaved persons วลี

3:10

เธอระดมทุนเพื่อผู้คนที่เคยเป็นทาส

วลี

raised funds for: ระดมทุนเพื่อผู้รับประโยชน์

ในโครงสร้าง raise funds for + บุคคล กลุ่ม เป้าหมาย หรือโครงการ คำว่า raise หมายถึง “รวบรวม” และ funds หมายถึงเงินที่จัดไว้เพื่อวัตถุประสงค์หนึ่ง วลีนี้จึงหมายถึงการรวบรวมเงินเพื่อสนับสนุนบุคคล กลุ่ม เป้าหมาย หรือโครงการที่อยู่หลัง for ในประโยคนี้ ผู้ที่เคยถูกบังคับให้เป็นทาสคือผู้รับประโยชน์จากเงินดังกล่าว ในสำนวนนี้ raise ไม่ได้หมายถึงการยกสิ่งของขึ้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ raise funds for: At the charity event, the volunteers ____ for the children's hospital.

ดูคำตอบ

raised funds

and helped build schools and a hospital

3:13

และช่วยสร้างโรงเรียนและโรงพยาบาล

on their behalf. วลี

3:15

ในนามของพวกเขา

วลี

on their behalf: ทำหน้าที่แทนหรือทำเพื่อประโยชน์ของพวกเขา

On their behalf อาจหมายถึง “ในฐานะตัวแทนของพวกเขา” หรือ “เพื่อประโยชน์ของพวกเขา” ในที่นี้ their หมายถึงผู้ที่เคยถูกบังคับให้เป็นทาส และความหมายหลักคือโรงเรียนกับโรงพยาบาลถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนเหล่านั้นได้รับประโยชน์ วลีนี้ระบุบุคคลหรือกลุ่มที่ได้รับการเป็นตัวแทนหรือความช่วยเหลือ โครงสร้างมาตรฐานสองแบบคือ on behalf of + คำนามหรือคำสรรพนาม และ on + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + behalf เช่น on behalf of them และ on their behalf

แบบฝึกหัด

เติมวลีทางการสามคำที่หมายถึง “ในฐานะตัวแทนของเขา”: Because Mr. Lee was ill, his daughter signed the form ____.

ดูคำตอบ

on his behalf

In 1888, Tubman became more active

3:17

ในปี 1888 ทับแมนกลับมามีบทบาทมากขึ้น

in the fight for women's right to vote. วลี

3:20

ในการต่อสู้เพื่อสิทธิในการลงคะแนนเสียงของสตรี

วลี

fight for women's right to vote: ต่อสู้เพื่อสิทธิเลือกตั้งของผู้หญิง

ในประโยคนี้ the fight for women's right to vote หมายถึงการเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างเป็นระบบเพื่อให้ผู้หญิงได้รับสิทธิในการลงคะแนนเสียง คำว่า fight ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้ทางร่างกาย และ for ใช้นำหน้าเป้าหมายที่ต้องการเรียกร้อง โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ fight for + สิทธิ โอกาส หรือการเปลี่ยนแปลง ส่วน right to vote หมายถึงสิทธิตามกฎหมายหรือทางการเมืองในการลงคะแนน ไม่ได้หมายถึงการลงคะแนนอย่างถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ใน “They continue to fight for equal access to education,” คำว่า fight for หมายถึงอะไร

  1. พยายามอย่างจริงจังเพื่อให้ได้มาหรือปกป้องบางสิ่ง
  2. เข้าร่วมการต่อสู้ทางร่างกายเพื่อสิ่งนั้น
  3. พยายามหนีไปจากสิ่งนั้น
ดูคำตอบ

พยายามอย่างจริงจังเพื่อให้ได้มาหรือปกป้องบางสิ่ง

In 1896, she appeared at the founding convention

3:22

ในปี 1896 เธอปรากฏตัวที่การประชุมก่อตั้ง

of the National Association of Colored Women วัฒนธรรม

3:25

สมาคมสตรีผิวสีแห่งชาติ

วัฒนธรรม

National Association of Colored Women: ชื่อองค์กรทางประวัติศาสตร์

National Association of Colored Women เป็นชื่อเฉพาะขององค์กรสตรีผิวดำในสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในประโยคนี้ founding convention หมายถึงการประชุมที่จัดตั้งองค์กรดังกล่าว ดังนั้นกลุ่มคำที่ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่จึงควรอ่านเป็นชื่อทางประวัติศาสตร์ชื่อเดียว ไม่ใช่คำบรรยายทั่วไป Colored Women สะท้อนคำศัพท์ในยุคที่ตั้งชื่อองค์กร การเข้าใจเรื่องนี้สำคัญเมื่อต้องอ่านหรือยกชื่อดังกล่าวมาอ้าง แต่ไม่ได้ทำให้ colored เป็นคำเรียกคนผิวดำที่เป็นกลางในภาษาอังกฤษสมัยใหม่

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: เนื่องจาก Colored Women อยู่ในชื่อทางการขององค์กรทางประวัติศาสตร์นี้ colored women จึงเป็นคำเรียกที่เป็นกลางในชีวิตประจำวันยุคปัจจุบันด้วย

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

in Washington, DC

3:27

ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

and later at a woman’s suffrage meeting

3:29

และต่อมาที่การประชุมสิทธิสตรี

in Rochester, New York.

3:31

ในเมืองโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ก

There she told the audience,

3:33

ที่นั่นเธอบอกกับผู้ฟังว่า

"I was a conductor on the Underground Railroad สำนวน

3:35

"ฉันเคยเป็นคนควบคุมขบวนรถไฟใต้ดิน

สำนวน

a conductor on the Underground Railroad: ผู้นำทางในเครือข่าย Underground Railroad

Underground Railroad ไม่ใช่ทางรถไฟจริง แต่เป็นเครือข่ายลับของเส้นทาง สถานที่ปลอดภัย และผู้ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งช่วยให้ผู้ที่ถูกกดเป็นทาสหลบหนีไปสู่อิสรภาพในสหรัฐอเมริกาช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในอุปมาเรื่องทางรถไฟนี้ conductor หมายถึงผู้นำทางที่พาผู้คนเดินทางและคอยปกป้องพวกเขาระหว่างการหลบหนี Tubman กำลังบอกบทบาทของตนในเครือข่ายนี้ ไม่ได้บอกว่าเธอทำงานบนรถไฟจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a conductor on the Underground Railroad หมายถึงใคร?

  1. พนักงานที่ทำงานบนรถไฟโดยสารใต้ดิน
  2. คนงานที่สร้างอุโมงค์รถไฟ
  3. ผู้นำทางที่ช่วยผู้ถูกกดเป็นทาสหลบหนีผ่านเครือข่ายลับ
ดูคำตอบ

ผู้นำทางที่ช่วยผู้ถูกกดเป็นทาสหลบหนีผ่านเครือข่ายลับ

and I can say what many others cannot. ไวยากรณ์

3:38

และฉันสามารถพูดในสิ่งที่คนอื่นพูดไม่ได้

ไวยากรณ์

what many others cannot: อนุประโยค what ที่มีการละคำ

ใน what many others cannot คำว่า what นำหน้าอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและหมายถึง ‘สิ่งที่…’ หรือ ‘คำพูดที่…’ หากเรียกอย่างเฉพาะเจาะจง นี่คืออนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม อนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของ say ดังนั้น what จึงไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม cannot ใช้แทน cannot say ภาษาอังกฤษละคำกริยา say ที่ซ้ำออกไป เพราะเข้าใจได้อยู่แล้วจาก I can say

แบบฝึกหัด

ใช้ what, older cameras และ cannot สร้างอนุประโยค what สี่คำเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This camera can capture ____.

ดูคำตอบ

what older cameras cannot

I never ran my train off the track สำนวน

3:40

ฉันไม่เคยพารถไฟตกราง

and I never lost a passenger."

3:43

และฉันไม่เคยสูญเสียผู้โดยสารแม้แต่คนเดียว"

สำนวน

never ran my train off the track ... never lost a passenger: อุปมาเรื่องรถไฟที่ขยายต่อเนื่อง

ประโยคนี้ขยายอุปมาเรื่องรถไฟของ Underground Railroad คำว่า my train หมายถึงการเดินทางหลบหนีที่เธอเป็นผู้นำ ส่วน passenger หมายถึงคนที่เธอนำทางไปสู่อิสรภาพ ไม่ได้กล่าวถึงรถไฟจริง ๆ การใช้ never ซ้ำกันแสดงว่าประวัติของเธอไม่เคยมีความผิดพลาด เธอไม่เคยนำภารกิจไปสู่ความล้มเหลวและไม่เคยสูญเสียใครที่อยู่ในความดูแล ภาพทั้งสองนี้ทำให้ความสำเร็จและการปกป้องกลายเป็นคำยืนยันที่ชัดเจนว่าเธอไว้ใจได้

แบบฝึกหัด

ในคำพูดนี้ “never lost a passenger” ต้องการสื่ออะไรเป็นหลัก?

  1. เธอปกป้องทุกคนที่เธอนำทางได้สำเร็จ
  2. เธอหาตั๋วรถไฟที่หายไปเจอเสมอ
  3. เธอปฏิเสธที่จะเดินทางด้วยรถไฟ
ดูคำตอบ

เธอปกป้องทุกคนที่เธอนำทางได้สำเร็จ

As her fame grew, ไวยากรณ์

3:45

เมื่อชื่อเสียงของเธอเพิ่มขึ้น

ไวยากรณ์

As her fame grew: as ที่ใช้แสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในฉากหลัง

ในที่นี้ as หมายถึง “ขณะที่การเปลี่ยนแปลงนี้ดำเนินไป” หรือ “ไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้” โดยนำหน้าการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลาเพื่อใช้เป็นฉากหลัง ชื่อเสียงของเธอกำลังเพิ่มขึ้นพร้อมกับที่เหตุการณ์หรือสถานการณ์ในอนุประโยคถัดไปกำลังพัฒนา โครงสร้าง As + ประธาน + คำกริยาที่แสดงการเปลี่ยนแปลง มักใช้จัดลำดับเรื่องโดยเชื่อมพัฒนาการสองอย่างเข้าด้วยกัน เช่น As X grew, increased, or changed, Y happened ในการใช้นี้ as เป็นคำสันธาน ไม่ใช่คำบุพบทที่หมายถึง “ในฐานะ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเป้าหมายจากบทเรียนนี้: ____ the river rose, nearby roads began to flood.

ดูคำตอบ

As

various friends and allies helped her

3:47

เพื่อนและพันธมิตรหลายคนได้ช่วยเหลือเธอ

in the fight to collect a veteran's pension วัฒนธรรม

3:49

ในการต่อสู้เพื่อรับเงินบำนาญทหารผ่านศึก

for her service in the Union Army.

3:51

สำหรับการรับใช้ของเธอในกองทัพฝ่ายเหนือ

วัฒนธรรม

veteran's pension: เงินบำนาญจากการรับราชการทหาร

veteran's pension คือเงินที่รัฐบาลหรือระบบบำนาญของทหารจ่ายเป็นประจำโดยอาศัยประวัติการรับราชการทหารที่ผ่านเกณฑ์ ไม่ใช่ค่าจ้างปกติสำหรับงานที่บุคคลนั้นกำลังทำอยู่ในปัจจุบัน ในประโยคนี้ for her service in the Union Army บอกเหตุผลที่เธอมีสิทธิได้รับบำนาญ วลีนี้ยังช่วยอธิบายว่าทำไมเพื่อนและพันธมิตรของเธอจึงต้องเรียกร้องการรับรองและการจ่ายเงินอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในวลี a veteran's pension คำว่า pension หมายถึงเงินประเภทใด

  1. เงินที่จ่ายเป็นประจำตามการรับราชการทหารที่ผ่านเกณฑ์
  2. ค่าตอบแทนสำหรับงานที่บุคคลกำลังทำอยู่
  3. เงินรางวัลครั้งเดียวจากการแข่งขัน
ดูคำตอบ

เงินที่จ่ายเป็นประจำตามการรับราชการทหารที่ผ่านเกณฑ์

In 1899, she was finally granted $20 a month. การใช้คำ

3:53

ในปี 1899 ในที่สุดเธอก็ได้รับเงินเดือนละ 20 ดอลลาร์

การใช้คำ

was finally granted $20 a month: การอนุมัติอย่างเป็นทางการในรูปกรรมวาจก

โครงสร้างกรรมวาจก คน + be granted + สิ่งของหรือสิทธิ หมายถึงหน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติและมอบเงิน สิทธิ การอนุญาต หรือสวัสดิการอื่นให้บุคคลนั้นอย่างเป็นทางการ ในที่นี้ she was granted $20 หมายความว่าหน่วยงานทางการอนุมัติให้จ่ายเงินแก่เธอ ไม่ได้หมายความว่า grant เป็นเพียงการยอมรับข้อเท็จจริง Finally แสดงว่าการอนุมัติเกิดขึ้นหลังจากรอคอยหรือพยายามมานาน ส่วน a month ทำให้เข้าใจว่า 20 ดอลลาร์เป็นจำนวนที่จ่ายซ้ำทุกเดือน ไม่ใช่เงินก้อนครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย was, finally และรูป past participle ของ grant: After a year of review, Maya ____ a monthly housing allowance.

ดูคำตอบ

was finally granted

In a fitting twist of fate, สำนวน

3:58

ด้วยการพลิกผันของโชคชะตาที่เหมาะสม

สำนวน

In a fitting twist of fate: ความบังเอิญที่มีความหมาย

“In a fitting twist of fate” ใช้เกริ่นผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงและดูเหมาะเจาะเป็นพิเศษ เพราะเชื่อมโยงกับรายละเอียดที่กล่าวไปก่อนหน้า a twist of fate หมายถึงเหตุการณ์พลิกผันที่ไม่คาดคิด ส่วน fitting บอกว่าความเชื่อมโยงนั้นมีความหมายหรือเหมาะสมในเชิงสัญลักษณ์ ในที่นี้ วลีนี้ทำให้ประกาศเรื่องธนบัตร 20 ดอลลาร์ในภายหลังดูเป็นเสียงสะท้อนที่ทั้งชวนประชดและโดดเด่นของเงินบำนาญเดือนละ 20 ดอลลาร์ที่ทับแมนได้รับก่อนหน้านั้น นี่เป็นมุมมองของผู้เล่า ไม่ใช่การบอกว่าชะตากรรมถูกบิดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

“In a fitting twist of fate” สื่ออะไรในประโยคนี้?

  1. เหตุการณ์ถัดไปดำเนินไปตามกำหนดการธรรมดา
  2. เหตุการณ์ถัดไปเป็นเรื่องคาดไม่ถึงและเชื่อมโยงอย่างมีความหมายกับรายละเอียดก่อนหน้า
  3. ผู้พูดกำลังอธิบายการเปลี่ยนรูปร่างทางกายภาพ
ดูคำตอบ

เหตุการณ์ถัดไปเป็นเรื่องคาดไม่ถึงและเชื่อมโยงอย่างมีความหมายกับรายละเอียดก่อนหน้า

the United States Treasury announced in 2016 วัฒนธรรม

4:00

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศในปี 2016

that Tubman's image will appear

4:03

ว่าภาพของทับแมนจะปรากฏ

on a redesigned $20 bill.

4:04

บนธนบัตรใบละ 20 ดอลลาร์แบบใหม่

วัฒนธรรม

United States Treasury ... a redesigned $20 bill: บริบทของธนบัตรสหรัฐฯ

“The United States Treasury” ในที่นี้หมายถึงหน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ที่บริหารการเงินภาครัฐและกำกับหน่วยงานที่ผลิตธนบัตร ส่วน “A redesigned $20 bill” หมายถึงธนบัตรยี่สิบดอลลาร์ที่มีการออกแบบใหม่ โดยมีแผนจะใส่ภาพของทับแมนไว้บนธนบัตร รายละเอียดนี้สำคัญเพราะมูลค่า 20 ดอลลาร์เชื่อมโยงกับเงินบำนาญเดือนละ 20 ดอลลาร์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ในบริบทเรื่องเงินตรานี้ bill หมายถึงธนบัตร ไม่ใช่ใบเรียกเก็บเงินหรือร่างกฎหมาย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “a redesigned $20 bill” หมายถึงอะไร?

  1. ธนบัตรยี่สิบดอลลาร์ที่มีการออกแบบใหม่
  2. ร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับเงินยี่สิบดอลลาร์
  3. ใบเรียกเก็บเงินจากร้านอาหารที่แก้ไขยอดรวมเป็นยี่สิบดอลลาร์
ดูคำตอบ

ธนบัตรยี่สิบดอลลาร์ที่มีการออกแบบใหม่

Harriet Tubman died on March 10th, 1913.

4:08

แฮเรียต ทับแมน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 1913

Even on her deathbed at age 91, วลี

4:11

แม้ในวาระสุดท้ายบนเตียงผู้ป่วยในวัย 91 ปี

วลี

on her deathbed: ในช่วงสุดท้ายของชีวิต

on her deathbed หมายความว่าเธอใกล้เสียชีวิตมาก เป็นรูปหนึ่งของสำนวนตายตัว on one's deathbed ไม่ได้หมายถึงเพียงการนอนอยู่บนเตียงเพราะป่วย Even ทำให้สถานการณ์ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น กล่าวคือ แม้เธอจะอยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิตเมื่ออายุ 91 ปี เธอก็ยังทำสิ่งที่บรรยายไว้ในส่วนถัดไปของประโยค

แบบฝึกหัด

ในประโยค Even on her deathbed at age 91, คำว่า on her deathbed หมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอใกล้เสียชีวิตมาก
  2. เธอเพิ่งซื้อเตียงใหม่
  3. เธอกำลังพักผ่อนอยู่บนเตียงธรรมดา
ดูคำตอบ

เธอใกล้เสียชีวิตมาก

she kept the freedom of her people in mind. วลี

4:14

เธอยังคงคำนึงถึงอิสรภาพของประชาชนของเธอ

วลี

keep something in mind: คำนึงถึงอย่างต่อเนื่อง

kept the freedom of her people in mind ใช้โครงสร้าง keep + object + in mind โดยกรรมคือ the freedom of her people และ kept เป็นรูปอดีตของ keep ในที่นี้ โครงสร้างดังกล่าวหมายความว่าเธอยังคงใส่ใจและคำนึงถึงเสรีภาพของผู้คนของเธอ เป็นการบอกถึงความสนใจหรือความห่วงใยที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่การนำบางสิ่งไปวางไว้ในจิตใจตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง keep + object + in mind โดยใช้ your budget เป็นกรรม: Please ____ when choosing a hotel.

ดูคำตอบ

keep your budget in mind

Her final words were,

4:16

คำพูดสุดท้ายของเธอคือ

"I go away to prepare a place for you." วัฒนธรรม

4:18

"ฉันกำลังจะจากไปเพื่อเตรียมสถานที่ไว้ให้พวกคุณ"

วัฒนธรรม

คำอำลาครั้งสุดท้ายใน I go away to prepare a place for you

ในคำพูดที่กล่าวไว้ก่อนเสียชีวิตนี้ I go away ไม่ได้หมายถึงการเดินทางทั่วไป เมื่อใช้ร่วมกับ prepare a place for you ประโยคนี้ใช้ภาษาการอำลาแบบคริสต์เพื่อสื่อถึงความตายว่าเป็นการเดินทางไปยังสถานที่ที่เตรียมไว้แล้วนอกเหนือจากชีวิตนี้ ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนพระสัญญาของพระเยซูในยอห์นบทที่ 14 และปลอบโยนผู้ฟังด้วยความหวังว่าจะได้พบกันอีกในอนาคต เมื่ออยู่ในตอนจบของชีวประวัติ คำพูดนี้ไม่ได้เพียงบันทึกคำพูดสุดท้ายของเธอ แต่ยังปิดเรื่องด้วยการเชื่อมโยงการเสียชีวิตของเธอกับความศรัทธาและความห่วงใยผู้อื่นที่แสดงอยู่ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ในบริบทก่อนเสียชีวิตนี้ ประโยคที่ยกมาสื่อความหมายหลักว่าอะไร?

  1. ประโยคนี้ใช้ภาพเปรียบแบบคริสต์เพื่อพูดถึงความตายและความหวังว่าจะได้พบกันอีก
  2. ประโยคนี้ให้คำแนะนำที่ใช้ได้จริงสำหรับการย้ายไปบ้านใหม่
  3. ประโยคนี้ประกาศว่าจะเดินทางระยะสั้นเพื่อไปจัดเตรียมห้อง
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ใช้ภาพเปรียบแบบคริสต์เพื่อพูดถึงความตายและความหวังว่าจะได้พบกันอีก

If you're inspired by Harriet Tubman's life and work,

4:23

หากคุณได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตและผลงานของ แฮเรียต ทับแมน

we highly recommend the Pulitzer Prize-winning novel, โน้ต

4:25

เราขอแนะนำนวนิยายที่ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์

น้ำเสียง/เจตนา

we highly recommend เพื่อแนะนำอย่างหนักแน่น

We highly recommend เป็นการแนะนำที่ชัดเจนและหนักแน่น highly เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย recommend จึงหมายความว่าผู้พูดแนะนำบางสิ่งด้วยความมั่นใจหรือความกระตือรือร้นอย่างมาก โดย highly ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงความสูงทางกายภาพ We อาจหมายถึงผู้นำเสนอ ผู้วิจารณ์ หรือองค์กรก็ได้ โครงสร้างนี้นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ง่าย โดย I/We highly recommend มักตามด้วยคำนามหรือรูป -ing และโครงสร้าง highly recommend that ตามด้วยอนุประโยคก็ใช้กันทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย highly และคำกริยา recommend: We ____ this free study guide.

ดูคำตอบ

highly recommend

วัฒนธรรม

Pulitzer Prize-winning novel: คำขยายประสมที่สร้างจากชื่อรางวัล

ใน Pulitzer Prize-winning novel คำว่า Pulitzer Prize-winning เป็นคำขยายประสมที่วางไว้หน้า novel หมายความว่านวนิยายเรื่องนั้นได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชื่อผู้เขียน โครงสร้าง “ชื่อรางวัล + -winning + คำนาม” ใช้ระบุอย่างกระชับว่าบุคคลหรือผลงานได้รับรางวัล เช่น an Oscar-winning actor และ an award-winning film

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ประสมมาตรฐานที่หมายถึง “ได้รับรางวัล” ให้สมบูรณ์: Her debut was an award-____ novel.

ดูคำตอบ

winning

The Underground Railroad.

4:28

The Underground Railroad (รถไฟใต้ดิน)

This wildly inventive and courageous book

4:30

หนังสือที่สร้างสรรค์และกล้าหาญอย่างยิ่งเล่มนี้

follows protagonist Cora การใช้คำ

4:32

ติดตามคอรา ตัวเอกของเรื่อง

through the trials and horrors วลี

4:34

ผ่านการทดสอบและความน่าสะพรึงกลัว

of escaping slavery in the South.

4:35

ของการหลบหนีจากการเป็นทาสในภาคใต้

การใช้คำ

follows protagonist Cora through: follow ในบทสรุปเนื้อเรื่อง

เมื่อหนังสือ ภาพยนตร์ หรือเรื่องราวเป็นประธานและ follows ตัวละคร คำว่า follow มักหมายถึง “นำเสนอประสบการณ์ของตัวละครนั้นตามการดำเนินเรื่อง” ไม่ได้หมายถึง “เคลื่อนที่ตามหลังตัวละครจริง ๆ” โครงสร้าง ผลงาน + follows + ตัวละคร + through + ประสบการณ์ แสดงทั้งตัวละครที่เป็นศูนย์กลางและช่วงประสบการณ์ที่เรื่องราวครอบคลุม ในที่นี้ Cora เป็นตัวเอกที่อยู่ใจกลางเรื่อง และ through นำเข้าสู่บททดสอบและความน่าสะพรึงกลัวที่เธอเผชิญ

แบบฝึกหัด

ในบทวิจารณ์ follows ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? The series follows a rookie detective through her first major case.

  1. นักสืบกำลังติดตามซีรีส์เรื่องนั้น
  2. ซีรีส์นำเสนอประสบการณ์ของนักสืบระหว่างทำคดี
  3. ซีรีส์เคลื่อนที่ตามหลังนักสืบจริง ๆ
ดูคำตอบ

ซีรีส์นำเสนอประสบการณ์ของนักสืบระหว่างทำคดี

วลี

trials and horrors: คำนามที่เชื่อมกันเพื่อสรุปประสบการณ์อันโหดร้าย

ในประโยคนี้ trials หมายถึงความยากลำบากหรือบททดสอบที่หนักหนา ไม่ได้หมายถึงคดีความหรือการทดลอง ส่วน horrors หมายถึงประสบการณ์ที่ทำให้หวาดกลัว ตกใจ หรือรู้สึกรังเกียจ เมื่อใช้ร่วมกัน trials and horrors จะย่อช่วงเวลาแห่งความทุกข์ที่ยาวนานให้เหลือเป็นคำนามนามธรรมสองคำที่เชื่อมกัน การเชื่อมคำนามแบบนี้ช่วยให้งานเล่าเรื่องจริงจังหรือบทวิจารณ์สรุปและประเมินประสบการณ์ได้โดยไม่ต้องไล่บอกทุกเหตุการณ์ trials เน้นสิ่งยากลำบากที่ต้องอดทน ส่วน horrors เพิ่มน้ำหนักด้วยการเน้นความน่ากลัวและความโหดร้าย

แบบฝึกหัด

ใน "The documentary reveals the trials and horrors faced by families during the siege," วลีที่เชื่อมกัน trials and horrors ทำหน้าที่อะไร?

  1. สรุปความยากลำบากรุนแรงและประสบการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว
  2. อธิบายการทดสอบเชิงทดลองที่ให้ผลลัพธ์น่าประหลาดใจ
  3. กล่าวถึงคดีในศาลและคำตัดสินทางกฎหมายที่น่ากลัว
ดูคำตอบ

สรุปความยากลำบากรุนแรงและประสบการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว

You can download an audio version of the book

4:37

คุณสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันเสียงของหนังสือเล่มนี้

for free at audible.com/ted-ed.

4:38

ได้ฟรีที่ audible.com/teded

Every free trial created encourages Audible

4:42

ทุกการทดลองใช้งานฟรีที่ถูกสร้างขึ้นจะเป็นกำลังใจให้ Audible

to continue supporting TED-Ed's nonprofit

4:45

สนับสนุนภารกิจที่ไม่แสวงหาผลกำไรของ TED-Ed

mission.

4:47

ต่อไป